✦ อนธการจิ้งจอก ✦ BL, YAOI [END]

  • 99% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 506,744 Views

  • 8,275 Comments

  • 13,421 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    5,369

    Overall
    506,744

ตอนที่ 13 : ถึงจะเป็นจิ้งจอกแต่ก็ใส่ใจกับการกิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25133
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 687 ครั้ง
    27 ก.ค. 60











บทที่ 12

ถึงจะเป็นจิ้งจอกแต่ก็ใส่ใจกับการกิน

 




ตึง!!

เสียงดังโครมออกมาจากร้านรับซื้อขายของแห่งหนึ่ง ชาวบ้านที่ยืนออรอคิวอยู่ด้านนอกต่างพากันชะเง้อคอมองเข้าไปด้านใน ซุบซิบเสียงดังราวกับกลัวผู้ใดไม่ได้ยินพวกเขาคาดว่าเถ้าแก่เจ้าของร้านคงพบเจอผู้สูงศักดิ์ท่านใดสร้างความยุ่งยากให้แล้ว

ขอโทษท่านด้วย เพียงแต่เวลาข้าตกใจจะพลั้งมือเช่นนี้

จินเอ่ยเสียงเรียบๆ ใบหน้าใต้ผ้าคลุมนั้นไม่รู้ว่าทำสีหน้าแบบใดอยู่ เพียงแต่ว่าโต๊ะไม้รับแขกอย่างดีที่บัดนี้แยกส่วนจนหาเค้าเดิมไม่เจอสร้างความหวาดหวั่นให้เถ้าแก่เป็นอย่างมาก

คุณชายตรงหน้ากำลังข่มขู่เขามิใช่หรือ? คิดได้ดังนั้นเถ้าแก่ก็อดปาดเหงื่อมิได้ ยามปกติแล้วเปิดร้านเช่นนี้มักมีคนไม่พอใจอยู่บ้าง ดังนั้นเถ้าแก่จึงจ้างวานคนมาคุ้มกันเหตุวุ่นวาย เพียงแต่ว่าตัวเถ้าแก่มันก็มิใช่คนโง่งม ที่ห้ามได้ก็ห้ามที่ไม่สามารถก็มิจำเป็นต้องหาเรื่องใส่ตัว

คุณชายสองท่านนี้คนหนึ่งสวมหมวกผ้าปิดบังใบหน้า อีกคนหนึ่งสวมหมวกกว้างแต่ทว่าเห็นหน้าชัดเจน หน้าตาคล้ายบัณฑิตผู้มีการศึกษามิใช่คนธรรมดาสามัญ ทั้งสองท่านนำของมีค่าจำนวนหนึ่งมาขาย เด็กหน้าร้านเห็นเพิ่งเห็นของมูลค่าสูงส่งเช่นนี้ครั้งแรกก็ตีราคาไม่ถูก จำต้องให้คุณชายสองท่านรอในห้องรับรองเรียกมันที่เป็นเถ้าแก่อออกมา

ครั้นพอเถ้าแก่มาเห็นของก็อดตะลึงตะลานในใจไม่ได้ ของมีค่าอัญมณีเช่นนี้ไหนเลยจะสามารถหาได้ตามร้านธรรมดาสามัญ? ขุนนางในวังบางท่านยังเทียบเท่ามิได้ด้วยซ้ำ แถมบางชิ้นเถ้าแก่คุ้นๆว่าจะเป็นของจากอัญมณีหายากด้วยอีก คุณชายสองท่านนี้หากมิได้สูงส่งยิ่งก็เท่ากับขโมยมาแต่ของเช่นนี้ควรรับหรือ หากเป็นของที่สร้างความวุ่นวายทีหลังเล่า?

สุดท้ายแล้วความละโมบในใจก็ชนะ เถ้าแก่ตัดสินใจลองเชิงดูก่อนอย่างไรการกดราคาก็เป็นนิสัยติดตัวประจำร้านประเภทนี้อยู่แล้ว ดังนั้นมันจึงข่มมือที่กำลังสั่นบอกราคาต่ำกว่าปกติไป

โดยไม่คาดคิดว่าทันทีหลังจากนั้น อีกฝ่ายจะทำลายโต้ะไม้แสนแพงด้วยการทุบเพียงครั้งเดียว

เมื่อกี้ข้าฟังไม่ถนัด เถ้าแก่ท่านว่าให้ราคาพวกเราเท่าไหร่นะ?

แม้คุณชายตรงหน้าจะมิได้ทำเสียงข่มขู่ แต่ทว่าร่างกายอ้วนๆของมันกลับสั่นไม่หยุด เถ้าแก่ร้านเปิดร้านมาจนป่านนี้ไม่เคยพบเจอผู้ใดสามารถกดดันผู้คนจนหวาดหวั่นได้เช่นนี้มาก่อน  มันรู้สึกเสียใจทันทีที่ไปเล่นลิ้นกับคนที่ไม่สามารถหลอกได้ ผลให้ยามนี้ต้องถดถอยอย่างระมัดระวัง

มะเมื่อกี้ข้าบอกผิดไป ต้องเป็นจำนวนเท่านี้…” กระดาษระบุเงินจำนวนหนึ่งถูกวางบนโต้ะที่เปลี่ยนใหม่ ระหว่างที่อีกฝ่ายยังไม่มีการเคลื่อนไหวหรือตอบรับ เถ้าแก่พบว่าหัวใจตนเองเต้นระรัวยิ่ง

ฉับพลันคุณชายตรงหน้าก็ยกมือขึ้นทำเอาคนในร้านสะดุ้งโหยง

เถ้าแก่ร้องเสียงหลง รีบลำลักบอกเสียงดัง ดะเดี๋ยวก่อนท่าน! คุณชายข้าน้อยสามารถให้ได้เพียงเท่านี้จริงๆ!”

เปล่าข้าเพียงแต่จะยกมือเรียกสหายเท่านั้น ราคานี้ข้าตกลง

ที่แท้อีกฝ่ายเพียงแค่จะกวักมือเถ้าแก่พิงเก้าอี้อย่างหมดแรง พ่นลมหายใจโล่งออก ก่อนจะบอกให้เด็กรับใช้นำเงินออกมา การเจรจาเป็นไปด้วยดีจนคุณชายทั้งสองท่านเก็บเงินออกไปพวกเขาโค้งตัวจนก้มต่ำเอ่ยคำขอบคุณอย่างไม่ขาดปาก

มันเป็นการบลัฟธรรมดา

เถ้าแก่ผู้นี้ถือว่าขวัญอ่อนเกินไปแล้ว เดิมทีจินคิดว่าต้องถกเถียงกันอีกซักพัก มิคาดเพียงแค่ป่นโต้ะตัวเดียวจะได้ผลถึงเพียงนี้

การเจรจาครั้งนี้เสี่ยวผานไม่ได้พูดอะไรออกมา ดูเหมือนเด็กหนุ่มจะเติบโตขึ้นจนเลิกตกใจกับอะไรที่จิ้งจอกกระทำแล้ว บางเรื่องที่คิดไปท่านก็ไม่มีทางเข้าใจเช่นนี้...การเลิกคิดไปเลยย่อมดีกว่า

จินกับเสี่ยวผานเดินทางเข้าไปในเหลาอาหารที่แพงที่สุดของเมือง ดูท่าการกินลูกกลอนมาเป็นเวลานานจะทำให้จินเห็นแก่การกินมากขึ้น สองวันมานี้จิ้งจอกเลือกเข้าแต่ที่ราคาแพงและอาหารอร่อย ทั้งคู่ก้าวเข้าไปในเหลาหรูหราแห่งหนึ่ง แจ้งความประสงค์ต้องการห้องเดี่ยว ทางเด็กเสิร์ฟเห็นผู้มาใส่เสื้อผ้าชั้นดีปกปิดหน้าตาอีกคนก็ดูมีความรู้คาดว่าที่มาคงมิใช่ธรรมดา ดังนั้นจึงรีบประจบเอาใจพาไปห้องส่วนตัวทันที

หน้าที่สั่งอาหารเป็นของเสี่ยวผาน เพราะรู้จักของกินในเมืองมากกว่า ทั้งสองได้รับการรับรองอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ต่างฝ่ายต่างถอดหมวกออกก่อนจะเริ่มรับประทาน

เหตุที่จินต้องใส่หมวกปิดบังใบหน้าเช่นนี้มีที่มาที่ไป เมื่อสองวันที่แล้วเขากับเสี่ยวผานมาเดินเล่นในเมืองกลับพบเจอเหตุประหลาดไม่มีที่สิ้นสุด เริ่มจากการมีหญิงสาวผู้หนึ่งบังเอิญเดินมาชนเขาจนเสียหลัก จากนั้นก็มีหญิงสาวมากมายต่างพากันมาล้มตรงหน้าอย่างบังเอิญ’…หรือไม่ก็ผ้าเช็ดหน้าหล่นบ้าง ข้าวของหล่น กระเป๋าเงินถูกโจรขโมย หลงทางและอื่นๆอีกต่างๆนาๆ

การที่มีหน้าตาดีเกินไปก็ชักพาความเดือดร้อนเข้ามาเช่นกัน ด้วยเหตุนั้นจินจึงนำหมวกสานใบกว้างที่มีผ้าบางๆปิดบังใบหน้ามาใส่เพื่อตัดปัญหาความไม่สงบนี้

เมื่อโลกที่แล้วจิ้งจอกไม่ได้ถือว่ามีหน้าตาดีนัก จนกระทั่งมีหน้าที่การงานดีถึงจะมีผู้อื่นพุ่งเข้ามาจีบอยู่บ้างแต่อย่างไรก็มิใช่เรื่องที่จะคุ้นชินอยู่ดี เป็นเพราะเมื่อก่อนเขาปิดกั้นตนเองจากคนอื่นมากเกินไป ดังนั้นยามมีเพื่อนกว่าจะสนิทกันจึงเนิ่นนานมาก จินมีความสัมพันธ์ทางร่ายกายแบบหนึ่งคืนจากบ่อยครั้ง แต่ทว่าหากจะเลือกให้ใจใครไปซักคนแล้วเขากลับครุ่นคิดนานมากจริงๆ

 จะทำสิ่งใดต่อหรือ?เสี่ยวผานที่ทานอิ่มเรียบร้อยเอ่ยถาม

เข้าเมืองหลวง

เสี่ยวผานเลิกคิ้วอย่างต้องการคำตอบ เหตุใดเล่า?

หางานดีเงินดี อีกอย่างการอุดอู้อยู่ที่นี่ก็ไม่มีเรื่องใดน่าสนใจอีกจินวางตะเกียบเอ่ยต่อ เจ้าไม่อยากไปหรือเสี่ยวผาน? อายุยังน้อยหากไม่ลองไปเที่ยวให้ทั่วแล้วถือว่าเสียดายโอกาสยิ่ง

ข้าเข้าใจแล้ว เพียงแต่ว่าการจะไปเมืองหลวงนั้นจะขี่ม้าไปก็ไม่รู้เส้นทาง ปกติผู้คนที่นี่มักอาศัยติดไปกับขบวนของพ่อค้าแต่ทว่ายามนี้ข้าก็ไม่ทราบว่าพวกเขาจะมาอีกครั้งเมื่อใด

เรื่องนั้นลองสอบถามดูก็ทราบแล้วไม่ใช่หรือ?จินโบกมือ เรียกให้เด็กเสิร์ฟในร้านเข้ามาเก็บเงิน ทางเด็กเสิร์ฟเห็นคุณชายหน้าตาหล่อเหลางดงามทั้งยังล้วงเงินอย่างไม่เสียดายก็รีบประจบเอาใจ พอเอ่ยถามเรื่องวิธีไปเมืองหลวงก็รีบคายข้อมูลออกมา

คุณชายปกติชาวบ้านธรรมดามักติดไปกับขบวนพ่อค้า แต่ข้าแนะนำว่าคุณชายหาซื้อม้าไปดีกว่า ครั้งสุดท้ายที่ขบวนพ่อค้ามาคือเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หากจะรอพวกเขามาอีกคงอีกนานยิ่งเด็กเสิร์ฟแนะนำอย่างกระตือรือร้น หากคุณชายยังไม่ทราบเรื่องร้านขายม้า ข้าขอแนะนำร้านของตระกูลเฟิ่ง ล้วนเป็นม้าพันธุ์ดีทั้งสิ้น

แม้กระทั่งบ้านยังไม่มีแล้ว ม้าจะเอาไปเก็บที่ไหนเล่า...

ไม่มีทางอื่นแล้วหรือ?

เรียนตามตรง ความจริงแล้วมีสำนักงานคุ้มภัยอยู่ข้าเห็นพวกเขาเพิ่งติดประกาศรับสมัครผู้มีฝีมือเพิ่ม ครานี้เห็นว่าพวกเขาจะเดินทางเข้าเมืองหลวง... เพียงแต่ว่าสำนักงานคุ้มภัยก็มีกฎของสำนักงาน หากคุณชายลองคุยกับพวกเขาพร้อมลงแรงซักหน่อย ไม่แน่ว่าบางที...

เข้าใจแล้ว ขอบใจมาก จินเอ่ยขอบใจพลางลุกขึ้นยืน หยิบหมวกมาสวมปิดบังใบหน้าเช่นเดิม

ก่อนจากไปเสี่ยวผานโยนเหรียญให้เด็กเสิร์ฟอย่างรู้ธรรมเนียม นี่ของเจ้า

ขอบคุณท่านมาก!”

 

สำนักงานคุ้มภัยผานตง นับเป็นสำนักงานที่มีชื่อเสียงมาก มีสำนักงานใหญ่จริงๆอยู่ที่เมืองหลวง ทางสาขาเล็กๆในเมืองหน้าด่านเป็นเพียงสาขาย่อยในไม่กี่สาขาเท่านั้น เนื่องจากสำนักงานคุ้มภัยผานตงนั้นชื่อเสียงไม่เคยเสียหาย รับงานแต่ละครั้งจึงเต็มไปด้วยอันตราย...ทั้งผู้ที่หวังแย่งชิง ทั้งผู้ที่ต้องการทำลายชื่อเสียง ดังนั้นการรับคนทีหนึ่งพวกเขาย่อมเข้มงวดเป็นธรรมดา

แต่ทว่าสำหรับชาวบ้านหรือผู้ฝึกฝีมือธรรมดาผู้หนึ่งแล้ว การที่ได้ประกาศว่าตนเองทำงานเป็นคนคุ้มกันของผานตงก็นับเป็นเกียรติอย่างยิ่ง เท่ากับฝีมือย่อมไม่ธรรมดาสามัญ ด้วยเหตุนั้นผู้คนมากมายที่พอมีเรี่ยวแรงก็แห่มาสมัครงานกันหมด

จินนั้นไม่คิดจะติดสินบนลงแรงที่ว่าอยู่แล้ว อีกอย่างสำนักงานคุ้มภัยคงไม่ขนคนไปเป็นภาระเพิ่ม ดังนั้นลองสมัครเป็นคนคุ้มกันดูท่าจะไม่เลว หากไม่ผ่านขึ้นมาจริงๆเขากับเสี่ยวผานก็จะพากันขี่ม้าไปเสี่ยงโชคแทน ถึงเมืองไหนก็หยุดที่นั่นแวะถามทางไปยังเมืองหลวงเรื่อยๆ

เด็กหนุ่มทั้งคู่ยืนรอร่วมกับนักบู๊คนอื่นอีกเป็นจำนวนมาก ยืนรอเนิ่นนานมาหลายชั่วยามแล้วทางผานตงก็ไม่ชี้แจงซักที บรรดานักบู๊ก็ต่างพากันเดือดดาลด่าทอเป็นพักๆ แต่ทว่าด้วยชื่อเสียงและเงินไม่นานพวกเขาก็ต่างพากันรอคอยต่อไปมิได้กลับไปดังที่ขู่

จินนั้นไม่มีปัญหาด้านการรอคอย เขาตอบปัญหาถกเถียงเรื่องปรัชญาให้กับเด็กอายุ18เช่นเสี่ยวผานนับว่าแก้เบื่อได้บ้าง เสี่ยวผานนั้นอ่านหนังสือเยอะยิ่ง เวลาเนิ่นนานที่เด็กหนุ่มรอจิ้งจอกอยู่ตรงถ้ำทำให้มิมีหนังสือหายากเล่มใดไม่ผ่านมือ อีกทั้งแต่เดิมเสี่ยวผานก็นับเป็นเด็กดีหัวไวอยู่แล้ว ดังนั้นจึงจดจำได้ดี...พอเห็นว่าจินสามารถตอบปัญหาที่คาใจได้จึงซักถามไม่เลิกรา

มารดาเจ้า! ต้องการให้ข้าผู้นี้รอคอยอีกกี่ชั่วยามหา!?

พวกเจ้าผานตงเอาแต่ให้พวกเรารอคอย คิดว่าเจ้าเป็นที่ต้องการมากหรือ!”

บิดาจะเค้นคอพวกเจ้าออกมาเอง!”

พวกนักบู๊บางส่วนเริ่มมีอารมณ์โมโหกันแล้ว พากันไปเค้นความหาเรื่องเอากับตัวแทนสำนักงานที่รับสมัครอยู่ คนเหล่านั้นนับเป็นคนเอกสารธรรมดาเท่านั้น เมื่อถูกข่มขู่จนหวาดกลัวก็ได้แต่เพียงวิ่งไปตามคนมาเพิ่ม... จนกระทั่งมีผู้มีฝีมือดูท่าแล้วคงเป็นผู้คุ้มกันแต่เดิมทยอยเดินกันออกมา

โปรดอยู่ในความสงบด้วยอีกไม่กี่ชั่วยามพวกท่านก็จะได้คัดเลือก

พวกเจ้าเอาแต่พูดคำนี้มาหลายชั่วยามแล้ว!” ชายที่เดือดดาลคล้ายมีควันออกหูพุ่งตรงเข้าไปหาเรื่อง พริบตาเดียวร่างใหญ่ๆกลับลงไปกองบนพื้นแทน...พริบตาเดียวเท่านั้น ผู้คนโดยรอบต่างมองแทบไม่เชื่อสายตา ผู้คุ้มกันของสำนักผานตงถึงกับล้มอีกฝ่ายได้ด้วยมือเดียว?

ร้ายกาจยิ่ง ต่างมองด้วยสายตาชื่นชม สมองของพวกเขาต่างพยายามนึกถึงการเคลื่อนไหวพริบตาเมื่อซักครู่  

มีผู้ใดอยากจะถามอีกหรือไม่

ชายที่ล้มคู่ต่อสู้ด้วยมือเดียวเอ่ยถาม พอเห็นว่าไม่มีคนกล่าวสิ่งใดเพิ่มเติมก็พากันเดินไปคุ้มกันพนักงานเอกสาร คนคุ้มกันคนเดิมกวาดตามองมายังบริเวณลานที่มีนักบู๊รวมอยู่จำนวนมาก สายตาดันมาสะดุดเอากับคนผู้หนึ่ง...คนผู้นี้เป็นคนผู้เดียวที่ใส่หมวกปิดบังใบหน้า

...คนคุ้มกันลอบจดจำอีกฝ่ายเอาไว้ในใจ

หลังจากผ่านมาอีกหลายชั่วยามในที่สุดเหล่าคนเอกสารของสำนักคุ้มภัยก็เก็บข้าวของ บรรดาผู้คุ้มกันของผานตงต่างเดินล้อมเข้ามา

นับจากนี้เราจะขอให้ทุกท่านต่อสู้กันเอง ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกก็จะได้เป็นผู้คุ้มภัยระดับต้นทันที การแข่งขันนี้เป็นเพียงการแข่งขันเล็กๆ ดังนั้นจึงขอห้ามใช้สัตว์วิเศษ

กล่าวจบประโยคเหล่านักบู๊โดยรอบก็ต่างพากันชักอาวุธออกมา สอดสายตามองหาผู้ที่อ่อนด้อยกว่าตนเพื่อที่จะแสดงพลังต่อหน้าผู้คุ้มกันทันที... สายตาของผู้คนส่วนมากล้วนมาหยุดอยู่ที่เสี่ยวผาน คงเป็นเพราะหน้าตาสุภาพราวกับบัณฑิตข้างกายแขวนกระบี่ธรรมดาเพียงเล่มเดียวเท่านั้น

เหตุที่บางคนยังลังเลนั้นเนื่องจากจินที่อยู่ข้างๆปิดบังใบหน้า อีกทั้งยังแขวนกระบี่ที่งดงามดูอย่างไรก็มิมีทางใช่กระบี่ธรรมดาสามัญถึงสองเล่ม

อย่างไรก็น่าสังสัยยิ่ง...คนผู้นี้มีฝีมือหรือไม่? เหตุใดจึงต้องปิดบังใบหน้าด้วย? นักบู๊โดยรอบที่มีความเฉียบคมในระดับหนึ่งต่างวิเคราะห์

เริ่มได้

ทันทีที่สัญญาณเริ่มต้นเหล่านักบู๊ต่างกระโจนใส่กันคล้ายสัตว์ตัวหนึ่ง พากันรุมผู้อ่อนแอก่อนจนแม้แต่จินก็คิดว่าเป็นการกระทำนี่แย่มาก

รุมกลุ้มผู้อื่นเช่นนี้ ผู้คุมภัยจะตาต่ำไปเลือกพวกเขาได้อย่าง...?

เจ้าพวกมนุษย์มีแต่กล้ามเนื้อไม่มีสมองเอ้ย!

หวืดเสียงกระบี่เล่มหนึ่งที่ฟาดฟันได้แต่อากาศดังขึ้น เจ้าของมันหลบตาด้วยความอับอายแล้วนำความโกรธโยนใส่ตัวบัดซบที่บังอาจหลบเช่นนี้ แต่ทว่าไม่ว่าจะฟันเท่าไหร่ก็ไม่แม้แต่จะเฉียด นักบู๊ผู้อับอายจึงตะโกนร้องบอกคนอื่นว่าให้มาจัดการมันที่อ่อนแอผู้นี้ก่อน

หากนี่เป็นเกม...จินคิดว่าเขาคงกำลังโดนอีกฝ่ายด่าประมาณว่า กาก นูป

เสี่ยวผานยิ้มแห้งๆอย่างขอโทษให้ ดูเหมือนเด็กหนุ่มพอจะรู้ตัวว่าตนเองเป็นสาเหตุ แต่ทว่านี่ไม่ได้หนักหนา จินใช้ออกด้วยกระบวนท่าเท้าของนางแอ่นหวนกลับก็สามารถหลบหลีกได้หมด ท่าเท้านี้เป็นอีกหนึ่งกระบวนท่าที่ฝึกนานมาก ใช้หลักการของดวงดาวมาเป็นการเคลื่อนไหวผ่านการวิเคราะห์จนละเอียด เมื่ออีกฝ่ายขยับ...เขาขยับ เมื่ออีกฝ่ายเดินหน้า...เขาหลบหลีก คล้ายการเดินทางของดวงดาวต่อพระจันทร์เป็นอย่างยิ่ง

เจ้าดูนั่นผู้คุ้มกันผู้หนึ่งชี้ไปยังตำแหน่งหนึ่งที่มีบุรุษคลุมหน้ากำลังเคลื่อนไหว นี่เป็นการเคลื่อนไหวที่มิเคยมีผู้ใดพบเห็นมาก่อน ยอดเยี่ยมจนชวนให้ตะลึงตะลานยิ่ง

เป็นการบวนท่าที่ร้ายกาจมาก เคลื่อนไหวคล้ายไร้ทิศทางแต่มีแบบแผน...รวดเร็ว...รัดกุม นับว่ายอดเยี่ยมยิ่งนัก!”

จินนั้นไม่อยากชักกระบี่ เขายังไม่อยากเสียบคมเข้าท้องใครตอนนี้ ดังนั้นจึงใช้เพียงมือเปล่าสวนกลับจนเหล่านักบู๊หมดสติกันไปเองบ้าง อัดจนพวกเขาไม่สามารถลุกขึ้นมาได้อีกบ้าง... ทางเหล่านักบู๊มากมายต่างพรั่นพรึงยิ่ง อีกฝ่ายกลับใช้เพียงมือเปล่าต้านรับกระบี่?  นอกจากนี้การเคลื่อนไหวนั่นแท้จริงแล้วพวกเขาล้วนดูไม่เข้าใจ อีกฝ่ายคราแรกยังอยู่ตรงนี้...ครั้นพอฟาดฟันลงมาก็คล้ายยังอยู่ที่เดิม จวบจนกระทั่งเงยหน้าขึ้นมาดูแล้วก็พบว่าแท้จริงแล้วกลับไปอยู่อีกที่หนึ่ง

ท่าเท้าประหลาดเช่นนี้ต่างมิเคยมีผู้ใดพบเห็นมาก่อน หากนี่เป็นยามกลางคืน ก็คล้ายถูกภูติผีหยอกล้อแล้ว ทางด้านเสี่ยวผานที่ยืนอยู่ปกติ อีกทั้งยังหยอกล้อกับนกนางแอ่นเป็นที่ขัดตายิ่ง แต่ทว่าพวกเขาไม่สามารถฝ่าผู้คลุมหน้านี้ไปได้ ดังนั้นจึงได้แต่ขบเขี้ยวฟันอย่างเจ็บใจ

เสี่ยวผานรู้ว่าจินไม่ได้ยืนเส้นยืดสายด้านนอกมานาน ไม่ได้ต่อสู้กับผู้อื่นมานานเช่นกัน ดังนั้นจึงกระตือรือร้นเป็นพิเศษ ถึงแม้ว่าสองวันแรกเด็กหนุ่มทั้งสองจะสู้ฝึกฝีมือกันทุกคืนก็ตาม แต่ทว่าจิ้งจอกก็ยังอยากลองขยับร่างกายต่อสู้กับผู้อื่นดูบ้างอยู่ดี

การแข่งขันจบไวกว่าที่คาดคิดเนื่องจากบนลานเหลืออยู่เพียงสองคนที่ยืนอยู่เท่านั้น

จนแล้วจนรอดคนผู้นั้นก็มิได้ชักกระบี่แม้แต่น้อย... หัวหน้าผู้คุ้มภัยนามเยี่ยกงครุ่นคิดอย่างตะลึง พลางเดินเข้าไปหาผู้คุ้มภัยระดับต้นคนใหม่ที่ลานประลอง อีกคนดูคล้ายบัณฑิตไม่ได้แสดงฝีมือด้วยซ้ำ เช่นนี้แล้วควรรับทั้งสองหรือไม่...? หากมาด้วยกันเช่นนั้นก็ถือเป็นเรื่องช่วยไม่ได้

ขอยินดีด้วยต่อจากนี้พวกเจ้านับว่าเป็นผู้คุ้มภัยระดับต้นของผานตงแล้ว นักบู๊ชั่วคราวเช่นพวกท่านต่อให้ผ่านไปเนิ่นนาน หากแต่เคยต่อสู้ร่วมกันก็ยังถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของผานตงอยู่ดี เยี่ยกงกล่าว พลางรวบรวมคำพูดถัดไปอย่างเกรงใจ คุณชายอีกท่านมิได้แสดงฝีมือ ไม่ทราบว่าท่านมีฝีมือเช่นนี้เหมือนกันหรือไม่?

เขาเป็นแพทย์มากับข้า ไม่รับเขาข้าก็ไม่

คำพูดเรียบๆดังออกมาจากภายในผ้าที่ถูกปกปิด เยี่ยกงอยากได้คนผู้นี้... การคุ้มกันไปเมืองหลวงครานี้อันตรายยิ่ง นายน้อยกำชับเป็นอย่างมากว่ามิอาจให้โดนช่วงชิงไปได้เด็ดขาด ดังนั้นเยี่ยกวนจึงต้องการผู้แข็งแกร่ง การรับแพทย์เพิ่มมาคนก็นับว่ามิได้เสียหายดังนั้นเยี่ยกงจึงตกลง

ตกลงเรารับพวกท่านทั้งสอง พวกท่านค่อยมาทำสัญญาวันพรุ่งนี้ยามเช้า หากต้องการพักที่สำนักงานของเราก็สามารถไปขอเปิดห้องพักได้

เสี่ยวผานพยักหน้ารับรู้ เด็กหนุ่มนัดหมายกับนายจ้างอีกสองสามประโยคก็เลิกรา

ยามนี้เป็นเวลากลางคืนแล้ว...

งานอดิเรกใหม่ของจิ้งจอกช่วงนี้คือค้นหาร้านที่มีอาหารรสเลิศ ปกติจินมิใช่คนเห็นแก่กินเยี่ยงนี้ แต่ทว่าการกลืนแต่ลูกกลอนร่วมสิบสองปีทำให้เขามีความสุขกับการทานอาหารยิ่ง ดังนั้นในสองวันที่ผ่านมาที่ไหนรสเลิศต่อให้ราคาแพงเขาก็ถ่อไปกิน แม้กระทั่งย่านถือโคมก็ยังไปทานมาแล้ว

ครั้งนี้จุดมุ่งหมายอยู่ที่ทะเลสาป ที่ทะเลสาปนั้นมีร้านที่มีชื่อเสียงอยู่ร้านหนึ่งอยู่บนเรือขนาดใหญ่ ได้ข่าวว่าอาหารเลิศรสยิ่ง อีกทั้งยังมีสาวงามขับร้องบรรเลงเพลงอยู่บนเรืออีกด้วย

...แต่ทว่าร้านอาหารนี้กลับคัดเลือกคนกิน

จินที่มาต่อคิวเข้าขึ้นเรือเห็นผู้คนผิดหวังกลับไปบ้าง การขึ้นเรือนั้นจะต้องแสดงตน...บ้างก็แสดงป้ายประจำตัว บ้างก็แสดงสิ่งของบ่งบอกฐานะ การแสดงเงินกับทางร้านดูเหมือนจะเป็นเรื่องโง่เขลากับคนคุม พวกเขาไล่ตะเพิดทุกคนอย่างไม่ใยดี ข้างๆก็มีคนคอยตะโกนประกาศ

ร้านเรือจูของเราวันนี้มีดาวเด่นขึ้นมาร่ายรำ รับรองว่านายท่านทุกคนไม่ผิดหวัง!”

เชิญครับนายท่าน เชิญ เชิญ

คนตรงด้านหน้าจินยกหยกประจำตัวขึ้นมา เถ้าแก่เนี๊ยะก็ยิ้มรับกว้างพลางรีบร้อนสั่งให้คนไปจัดโต๊ะ ที่แท้ก็นายน้อยเฟิ่งนี่เอง คืนนี้ให้เกียรติร้านเรือจูของเราข้าน้อยขอขอบคุณท่าน

เถ้าแก่เนี๊ยะมิต้องมากมารยาทไป นี่เป็นเพราะสเน่ห์ของเรือท่านเอง

เถ้าแก่เนี๊ยะประจบอีกสองสามคำก่อนให้เด็กเสิร์ฟนำทางไป นางหันกลับมามองลูกค้าคิวต่อไป พลันต้องขมวดคิ้วขึ้น...คนผู้นี้ถึงกับปกปิดใบหน้ามาขึ้นเรือที่มีชื่อเสียงของนาง? นางคล้ายมีโทสะครุ่กกรุ่นอยู่ในใจแล้ว แต่ยังถือมารยาทยิ้มถามไปอย่างเป็นการเป็นงาน

เรียนคุณชายสองท่านนี้ขอท่านแสดงสิ่งของออกมาด้วย อีกอย่างหนึ่งทางร้านเรือจูของเรา ยามออกเรือก็ถือเป็นคนอื่น ทิ้งฐานะไว้ยังแผ่นดินดังนั้นจึงมีกฏว่าห้ามปกปิดปลอมตัวเด็ดขาด

เถ้าแก่เนี๊ยะสิ่งของที่ว่านี่คือสิ่งใด พวกเราเพิ่งจะมาที่นี่ครั้งแรก เหตุเพราะได้ยินชื่อเสียงมานานจึงต้องถ่อมาไกลเช่นนี้

 เถ้าแก่เนี๊ยะได้ยินคำยอของเสี่ยวผานก็มีสีหน้าดีขึ้น จึงยอมอธิบายอย่างปกติ เรียนคุณชายจะเป็นของสิ่งใดก็ได้ที่แสดงว่าพวกท่านมีเงินจ่าย หากเกิดเรื่องใดบนเรือพวกท่านสามารถรับผิดชอบตนเองได้ อย่าให้เดือดร้อนทางร้านของเรา

เสี่ยวผานนั้นเดิมที่จะหยิบหยกที่เฟิ่งหลินเคยให้ไว้ออกมาใช้ เพียงแต่สหายด้านข้างๆกลับเคลื่อนไหวเสียก่อน... ของที่แสดงว่ามีเงินจ่าย? ได้ยินดังนั้นจินจึงชักกระบี่ซีอิ่งที่ดูสวยงามเลิศหรูออกมาจากข้างเอว มือแกะผ้าที่พันไว้... ตัวกระบี่เฉียบคมเรียวเป็นสีฟ้าอ่อนใส ด้ามกระบี่เป็นสีทองแวววาวทำจากโลหะชั้นดี ตกแต่งด้วยอัญมณี...การแกะสลักและเถาวัลย์หลอมเรียงตัวอย่างสวยงาม ประดับด้วยปีกเล็กๆจากแก้วตรงปลาย

...ดูอย่างไรก็คล้ายของมีราคาค่างวดอย่างยิ่ง

สิ่งนี้ใช้ได้หรือไม่?

เถ้าแก่เนี๊ยะแม้มิใช่ผู้ฝึกวิชาบู๊ แต่ทว่านางพบเจอลูกค้ามามาก มองปราดเดียวก็ทราบว่านี่มิใช่กระบี่ธรรมดาสามัญ นอกจากนี้เสื้อผ้าที่สวมก็ทำมาจากผ้าชั้นดี ตัดเย็บอย่างประณีตสวยงาม ดังนั้นในใจของนางจึงรู้สึกดีเพิ่มขึ้น น้ำเสียงที่ใช้พูดเริ่มประจบประแจงเอาใจ

นี่นับว่าเพียงพอ เพียงแต่ว่านายท่านยังคงไม่สามารถผิดกฏของทางเราได้...

จินเก็บซี่อิงเขาฝักพันมันไว้ด้วยผ้าก่อนจะเสียบไว้ข้างเอวตามเดิม เขาค่อยๆปลดหมวกคลุมหน้าลงมา

เท่านี้ก็ไม่มีปัญหาแล้ว? จินขมวดคิ้ว เมื่อไม่ถามแล้วไม่ได้รับคำตอบจึงเอ่ยเรียก เถ้าแก่เนี๊ยะพวกเราสามารถเข้าได้หรือยัง?

ชะ...เชิญนายท่าน

เถ้าแก่เนี๊ยะคล้ายขาดสติตกอยู่ในภวังค์ นางใช้เด็กเสิร์ฟให้เดินนำไปอย่างเลื่อนลอย... จวบจนทั้งคู่เดินไปแล้วถึงได้สติ อายุเยอะเพียงนี้กลับเคอะเขินกับเด็กรุ่นราวคราวลูก...? นางอดสังเวชตนเองในใจมิได้ เพียงแต่ว่าเด็กหนุ่มผู้นั้นรูปงามมากเกินไปจริงๆ เพียงใบหน้าก็สามารถทำให้หญิงสาวทั่วเมืองสามารถทำทุกอย่างเพียงแย่งอีกครึ่งของเตียงนอนได้...นับว่าเป็นหยกสลักที่อันตรายยิ่ง

เถ้าแก่เนี๊ยะสะบัดหัวเลิกคิดถึง เรียกลูกค้าคนต่อไป

พอลูกค้าเต็มเรือนางจึงสั่งออกเรือ เนื่องจากบนเรือนี้รับผู้คนน้อยยิ่ง อีกทั้งยังคัดกรองแล้วบนเรือจึงเงียบสงบต่างฝ่ายต่างกินดื่มอย่างฉันมิตร จินชอบความเป็นส่วนตัวดังนั้นจึงขอนั่งโต้ะที่ห่างไกลผู้คน ดื่มด่ำกับอาหารที่เลิศรสสมชื่อ เจ้าจิ้งจอกหลับตารับประทานอาหารอยากมีความสุขยิ่ง

จนกระทั่งมีเสียงดึงดูดความสนใจ คุณชายทั้งสองสนใจไปชนสุรากับเราซักครู่หรือไม่...?

หญิงสาวงดงามยิ่งผู้หนึ่งเป็นเจ้าของเสียง นางอยู่ในชุดวาบหวิวอวดทราดทรงองค์เอวอย่างชัดเจน ทางโต้ะของนางมีเพื่อนอยู่อีกห้าคน พวกนางนั่งอยู่โต้ะเยื้องๆ เห็นหนุ่มรูปงามที่นานๆทีจะพบเจอ จึงอดเดินมาทักทายมิได้ ถึงกระนั้นพอมายืนต่อหน้านางขวยเขิน ไม่กล้าจ้องมองโดยตรง

ขออภัยแม่นางด้วยจินบอกปัดแล้วกลับไปสนใจอาหารตรงหน้า

แล้วคุณชายอีกท่านเล่า?หญิงสาวแปลกหน้าเอ่ยต่ออย่างอึกอัก แต่คล้ายยังมีความหวัง

เสี่ยวผานยิ้มบางๆออกมา พลางเอ่ยสิ่งที่ทำให้จินตะลึง รบกวนแม่นางแล้ว ข้าชื่อเสี่ยวผาน...เสี่ยวผานแนะนำตนเองพลางพูดคุยไปเรื่อย ลุกขึ้นยืนเดินไปที่โต้ะชักชวน

จิ้งจอกมองเสี่ยวผานที่บอกว่าจะไปซักครู่อย่างงุนงน ได้แต่จ้องมองนกนางแอ่นคู่ที่ถูกทิ้งไว้ที่โต้ะ


เสี่ยวผานกลายเป็นเสือผู้หญิงไปแล้วหรือ...?




#TALK with LLwuda

          ก่อนอื่นเลยต้องขอแก้จาก สิบกว่าปี เป็น สิบสองปีนะคะ เราเขียนไว้ในDatabaseของตัวเองว่าเสี่ยวผานอายุ8จิน6 แต่พอย้อนไปดูที่เขียนในนิยายกลายเป็นว่าเขียน5ไปอย่างงงๆ เรื่องนี้เราพลาดเองค่ะ ขอบคุณ คุณ MooK_KunG_Zaa  ที่สอบถามมาด้วยนะคะ U_U

          


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 687 ครั้ง

133 ความคิดเห็น

  1. #8265 lovelykik (@kikka123) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:44
    เสี่ยวผานลูกแม่ -0-
    #8265
    0
  2. #8237 ขอเวลาซุ่ม (@tomoyo001) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 01:20
    เสี่ยวผานของน้องงงง โตเป็นผู้ใหญ่แล้วสินะ เจ้าเด็กน้อย
    #8237
    0
  3. #8202 PaulaPum (@yukiko12) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 11:04
    น้องไม่ใสอีกต่อไปปป TT
    #8202
    0
  4. #8191 ความลับ●○•° (@bybo2544) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 21:41
    อึ้งไปเลยยย
    #8191
    0
  5. #8189 OhNamfon (@namfon-exol) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 23:32
    ความใสของนางหายไปแล้ว
    #8189
    0
  6. #8155 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 08:21

    เอาเสี่ยวผานใสๆของชั้นคือมาาาาาาา

    #8155
    0
  7. #8127 SudaratYo (@SudaratYo) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 12:36
    เสี่ยวผานใสๆไม่มีอีกแล้ว 55
    #8127
    0
  8. #8054 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 10:13

    สิบสองปีที่ห่างหายจากของอร่อยทำให้กลายเป็นนักกินเฉย 555 เสียวผาน!! ระยะเวลาสิบสองปีสอนสั่งอะไรให้เจ้ากันแน่!!

    #8054
    0
  9. #8009 Torii_sp (@Torii_sp) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 08:57
    งั้นถ้าเสี่ยวผาน 18 จินก็ 16 ถูกปะ
    #8009
    0
  10. #8006 Imyi Otaku Super (@imyiclub) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 21:28
    พ่อหนุ่มน้อยคนดีของพรี่เปลี่ยนไปแล้วว
    #8006
    0
  11. #7970 FAIRY3247 (@FAIRY3247) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 13:05
    เสี่ยวผานโตเป็นหนุ่มแล้ว ร้องไห้แล้ว แงงงง
    #7970
    0
  12. #7920 chalillxx_ (@chalillxx_) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 23:34
    จิ้งจอกเซเลบก็ฟีลแบบดูลูกน้อยโตขึ้นปะ5555
    #7920
    0
  13. #7891 Piyanan Piyanan (@-66962935393) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 19:43
    เสี่ยวผ่นน้อย~
    #7891
    0
  14. #7835 luhan7_lulu (@luhan7_lulu) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 17:21
    เหมือนเห็นลูกจะไปแต่งเมีน เสี่ยวผานเอ้ยย
    #7835
    0
  15. #7787 LuckyStar1006 (@AinSuchada) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 01:36
    เสี่ยวผานโตเป็นหนุ่มแล้วเหรอลูกกดด
    #7787
    0
  16. #7726 Jolly CCP (@c1chonlana) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 20:57
    เสี่ยวผาน!!! //ก้านมะยมในมือแม่นี่สั่นไปหมดแล้ว
    #7726
    0
  17. #7631 4KKWAN_ (@4KKWAN_) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 23:19
    ตอนนี้น้องจินยังกินอย่างเดียวเลยค้าบ
    #7631
    0
  18. #7594 _Daonuea_ (@_Daonuea_) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 01:53

    หืออ เสี่ยวผานนนนน ร้ายนะ

    #7594
    0
  19. #7576 pplismluvx2hh (@ppCYJ717) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 00:38
    ง่อววว พี่เสือเสี่ยวผาน
    #7576
    0
  20. #7534 maielf13 (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 17:20

    โอ้ววววววววเสี่ยงผานโตเป็นหนุ่มแล้ว

    #7534
    0
  21. #7519 jarussang (@jarussang) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 14:55
    โว๊ยยยยยย เสี่ยวผานลูก ใสใสไม่มีอีกแล้ว
    #7519
    0
  22. #7490 Noey_y (@Noey_y) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 22:48
    โอ่ววว เสี่ยวผานของเราโตเป็นหนุ่มแล้วว!!!!!!!
    #7490
    0
  23. #7483 DKdabble (@dkdabble) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 17:54
    เสี่ยวผานกร๊าวใจอิช้อยเหลือเกิน //กุมอก
    #7483
    0
  24. #7397 ppvs_ (@ppvs_) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 04:57
    หึงหรอออ
    #7397
    0
  25. #7368 Fun_Hyoyeon (@funny16) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:42
    เสี่ยวผานโตแล้วอ่าาา
    #7368
    0