✦ อนธการจิ้งจอก ✦ BL, YAOI [END]

  • 99% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 505,830 Views

  • 8,270 Comments

  • 13,401 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    4,455

    Overall
    505,830

ตอนที่ 14 : งานแรก สำนักคุ้มภัยผานตง (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14643
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 593 ครั้ง
    4 พ.ย. 58








บทที่ 13

งานแรก สำนักคุ้มภัยผานตง (1)




 

            คุณชายคะ คุณชาย

            เสียงเรียกอันไพเราะดังมาจากเด็กสาวอายุเพียงสิบปีเศษๆหน้าห้องหับแห่งหนึ่ง ห้องธรรมดานี้เป็นห้องพักแบบเตียงเดี่ยวในโรงเตี๊ยมเล็กๆ เด็กสาวผู้นี้เป็นเพียงลูกจ้างของโรงเตี๊ยมเท่านั้น นางขึ้นมาเคาะประตูห้องเนื่องเพราะว่าคุณชายในห้องนี้สั่งให้นางมาตามยามถึงเวลาอาหารเช้า

            เนื่องเพราะอีกฝ่ายกำชับไว้ว่าอย่างไรก็ต้องปลุกให้ตื่น ดังนั้นเด็กสาวจึงตะโกนด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิม

คุณชายคะ!! หากท่านไม่ตื่นท่านจะไปไม่ทันอาหารยามเช้าแล้ว!!”

ชู่ว... ข้าได้ยินแล้วเสียงกระซิบแผ่วเบาดังมาจากด้านหลัง เด็กสาวจึงรีบหันไปด้วยความตกใจ พลันมือไม้กลับคล้ายไม่สามารถอยู่นิ่งได้ นางจ้อมองบุรุษที่หล่อเหลางดงามเบื้องหน้ารู้สึกแสบตายิ่ง คล้ายมีแสงสว่างส่องลงมาจากเทพสวรรค์มิปาน

คุณชายผู้นี้อีกแล้ว... เด็กสาวเขินอาย นางพบจินตั้งแต่เมื่อวานอดคนึงหามิได้ ดังนั้นยามถูกสั่งให้มาปลุก ที่แท้ในใจกลับดีใจเป็นอย่างมาก

คุณชาย...นางกลืนน้ำลายพลางก้าวถอยหลังอย่างตื่นเต้น บิดาของนางมักสอนว่าอย่าไว้ใจบุรุษ ยิ่งเป็นบุรุษที่หน้าตาดีด้วยแล้วมิควรไปยุ่งเกี่ยวด้วย เนื่องจากเด็กสาวอายุยังน้อยดังนั้นจึงไม่เข้าใจความนัยน์ของบิดามากนัก นางทำตามเพียงแค่ความชอบของสวยๆงามๆ

ข้าเป็นสหายของเขาเอง หากเจ้าเป็นห่วงจะเข้าไปด้วยก็ได้จินไม่ได้เจตนาจะหยอกล้อหรือเกี้ยวพาราสี เขาหมายความตามนั้นจริงๆ เพียงแต่กลัวเด็กสาวผู้นี้จะกังวลว่าตนเองเป็นคนร้าย ทว่าเด็กสาววัยใสเช่นนี้กลับเข้าใจผิด นางคิดว่าบุรุษหนุ่มรูปงามผู้นี้กำลังหยอกล้อนางเชิงชู้สาว ดังนั้นใบหน้าจึงแดงก่ำ

เด็กสาวรีบส่ายหัวปฏิเสธ สองเท้าวิ่งหนีไปไกลเนื่องเพราะความเขินอาย จินมองตามไล่หลังอย่างงุนงง

เด็กนั่นวิ่งหนีเขาทำไมกัน...?

อย่างไรก็ไม่สามารถทราบคำตอบได้ จินจึงเปิดประตูเข้าไปในห้อง จ้องมองคนรับใช้ที่กำลังบังอาจหลับอย่างสบาย แถมยังตื่นสายกว่าเจ้านายด้วยฤทธิ์สุรา

เสี่ยวผานที่กำลังหลับอยู่บนเตียงนั้นไม่รับรู้สิ่งใด แม้กระทั้งว่าเตียงที่กำลังนอนอยู่นั้นยุบตัวลง ส่งเสียงเสียดสีของผ้า...หรือแม้กระทั่งที่ว่ามีจิ้งจอกสีดำตัวใหญ่กำลังยืนค้ำร่างอยู่

เจ้าเด็กแก่แดด!

จิ้งจอกสะบัดหางอย่างหงุดหงิด เมื่อก่อนจินพร่ำบ่นในใจว่าเสี่ยวผานใสซื่อเกินไป คาดไม่ถึงการทิ้งเด็กน้อยเสี่ยวผานเผชิญโลกตามลำพังอยู่เกือบสิบสองปีจะทำให้กลายเป็นเสี่ยวผานจอมหลอกลวงเช่นนี้ แต่ทว่าเสี่ยวผานก็ยังคงเป็นเสี่ยวผาน...เด็กหนุ่มไม่โกหก เพียงแต่ข้ามความจริงไปบ้างข้อเท่านั้น

ทนกินดื่มร่ำสุราอยู่ได้นานสองนาน จนกระทั่งเรือเทียบฝั่ง เสี่ยวผานถูกหญิงสาวส่งสายตาบอกความนัยน์ เนื่องจากเพราะเป็นสตรีนางจึงได้แต่เขินอายทำตัวอิดออด เสี่ยวผานแกล้งทำเป็นเมาสลบสไลจนลำบากให้จินต้องกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดรับหน้าที่หิ้วเด็กหนุ่มกลับมายังโรงเตี๊ยม

จากนั้นเสี่ยวผานที่แกล้งสลบก็เป็นอันสลบของจริง ด้วยการตบเพียงฝ่ามือเดียวของสหายรัก

...แน่นอนว่ายามปลุกก็สมควรทำเช่นเดียวกัน

อุ้งเท้าสีดำที่ขนาดมิได้เล็กน่ารักดังเช่นอดีตแล้วถูกยกขึ้นมา...วาง...บดขยี้ลงไปบนใบหน้าที่หลับลึกของเสี่ยวผาน เล็บถูกกางเป็นลำดับถัดมาฝังเข้ากับใบหน้าอย่างไม่เกรงใจแม้แต่น้อย(แน่นอนว่าไม่ได้ออมแรง)

โอ๊ยย!!!”

คนบนเตียงร้องลั่น ร่างกายผุดลุกขึ้นมาฉับพลันดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก จนกระทั่งตั้งสติได้สายตาจึงสังเกตเห็นตัวต้นเหตุสัตว์ขนปุยสีดำที่นอนอย่างไม่ทุกข์ร้อนอยู่ปลายเตียง

จิน...

เสี่ยวผานจ้องมองจิ้งจอกนิ่ง มือยกขึ้นมาลูบคางราวกับพิจารณาอะไรบางอย่าง ก่อนเด็กหนุ่มจะลุกออกจากเตียง สาวเท้าเข้าไปใกล้จิ้งจอกสีดำ

จิน...ขนเจ้าหยาบกระด้างมากทั้งยังดูไม่เงางามแล้ว อีกอย่างเจ้าตัวใหญ่ยิ่ง หากหญิงสาวเห็นเจ้าในยามนี้มีแต่จะพากันวิ่งหนีกล่าวถึงตรงนี้เสี่ยวผานก็มีสีหน้าเศร้าสร้อย จินที่ผ่านมาเจ้าคงมีความเป็นอยู่ที่ลำบากอย่างมาก...

กรรรเสียงจิ้งจอกขู่ฟ่อ จินเอาหางทั้งหกที่ถูกกล่าวว่าขนหยาบกระด้างผลักเสี่ยวผานตัวลอยจนร้องตกใจเข้าไปในห้องน้ำ ดวงตาเรียวแหลมสีแอมเบอร์กระตุกครานึง พ่นลมหายใจออกมาอย่างฮึดฮัด

ในเมื่อเจ้ารู้แล้ว ถ้ายังไม่ไปหาซื้อครีมอาบน้ำให้อีกล่ะก็...

เสี่ยวผานขนลุกซู่ราวกับมีผู้ใดนินทาในใจ พอสบตากับดวงตาของสัตว์ร้ายอีกทีเด็กหนุ่มก็รีบเข้าไปชำระร่างกายอย่างรวดเร็ว เสร็จเรียบร้อยก็เดินออกมาสวมชุดเนื้อดีที่จินหยิบออกมาจากถ้ำด้วย

เพียงไม่นานจิ้งจอกก็ได้เห็นเด็กหนุ่มหน้าสุภาพราวกับบัณฑิตผู้หนึ่ง แววตาสะท้อนความเฉลียวฉลาด แขนขาเต็มไปด้วยกล้ามเนื้ออย่างสุขภาพดี มุมปากเสี่ยวผานยกยิ้มเล็กน้อย มือยกย่ามประจำตัวสะพานขึ้นไหล่ องค์ประกอบทั้งหมดเมื่อรวมกันแล้วคล้ายผู้ทรงภูมิผู้หนึ่ง

จินเจ้าจะไปสภาพนั้นหรือ?เสี่ยวผานมองจิ้งจอกสีดำ ที่บัดนี้ลดขนาดตัวลงแล้ว

...แล้วจิ้งจอกสีดำตัวหนึ่งก็กลายเป็นบุรุษรูปงามต่อหน้าต่อตา

เสี่ยวผานอดทึ่งมิได้ทุกครั้ง ยามเห็นจินกลายร่างต่อหน้าเช่นนี้... มือเรียวที่ไม่ทราบว่ามีเรี่ยวแรงมากมายเท่าไหร่อยู่ในนั้นหยิบหมวกประจำตัวขึ้นมา จินจัดเสื้อผ้าอีกเล็กน้อยก่อนหันไปพยักหน้าให้เสี่ยวผาน

พวกเขากำลังเดินทางไปยังสำนักคุ้มภัยผานตง ยามเช้าของเมืองหน้าด่านแห่งนี้มีร้านค้าทยอยมาตั้งขายบ้างแล้ว ผู้คนคับคั่งแม้จะเป็นเวลาเช้าตรู่ อากาศบริสุทธิ์จากป่ามนตราทำให้เมืองนี้มีความสดชื่นนั่นเป็นเหตุผลที่เหล่าผู้คนในเมืองนี้ต่างกระตือรือร้น

จิ้งจอกมีความสุขมาก... อากาศที่พัดผ่านใบหน้าอย่างเย็นสบาย เดินเอื่อยๆเตะฝุ่นนี่นับเป็นความสุขของคนที่รักความสบายผู้หนึ่งยิ่ง น่าเสียดายยิ่งที่เช้านี้ต้องรีบไปผานตง มิเช่นนั้นจินคงจะปลีกตัวไปจิบชาคู่กับแป้งทอดยามเช้าแล้ว

เสี่ยวผานนั้นตัดสินใจเก็บธนูที่โดดเด่นไว้ด้วยการพันผ้าทับ ส่วนกระบี่ทั้งสองเล่มของจินนั้นยังพอมีฝักกระบี่เก่าให้สอดใส่อยู่ เพียงแต่ว่าพวกมันคล้ายจะมิสามารถทนทานได้อีกแล้ว ดังนั้นจินจึงจำเป็นต้องเอาผ้าพันด้านคมทับฝักกระบี่ไว้อีกชั้นนึง

ดูท่าว่าคงต้องหาทางทำอะไรซักอย่างกับฝักกระบี่แล้ว

ปกติแล้วหากต้องการฝักกระบี่ก็สามารถเดินไปจ้างช่างตีเหล็กได้ แต่ทว่าในเมืองที่อยู่สุดปลายของแผ่นดินติดกับป่ามนตราเช่นนี้ จะหาช่างตีเหล็กดีๆแสนเก่งกาจคนหนึ่งก็ยากจะเป็นไปได้ ดังนั้นเรื่องนี้จึงถูกจินพักไว้ก่อนจนกว่าจะถึงเมืองหลวง

เด็กหนุ่มทั้งคู่มาถึงผานตงก็ได้รับการต้อนรับอย่างดี บรรดาสารถีต่างชะเง้อคอมองคนคุ้มกันว่าจ้างของพวกเขาในครานี้ เนื่องจากพวกเขาเป็นสารถีนอกจากการแบกหามย่อมทำสิ่งใดไม่ได้อีก นี่เท่ากับว่าชีวิตของพวกเขาล้วนฝากไว้ในกำมือผู้อื่นแล้ว 

ผู้คุ้มกันระดับล่างนำทางขึ้นไปยังตัวหมู่ตึกด้านบน จินกับเสี่ยวผานเปิดประตูเข้าไปก็พบคนมากมายนั่งรออยู่แล้ว ดูท่าพวกเขาคงเป็นผู้คุ้มกันในครานี้ทั้งหมด

เยี่ยกงนัดผู้คุ้มกันทั้งหมดมา เขาตั้งใจว่าจะบอกกล่าวรายละเอียดการเดินทางในครั้งเดียว ดังนั้นเมื่อจินและเสี่ยวผานเข้ามาแล้วเขาก็รีบบอกให้ทั้งสองหาที่นั่งลง จินตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนทั้งหมดในห้อง... การที่มีคนผู้หนึ่งสวมหมวกปิดบังใบหน้านั้นย่อมทำให้บรรยากาศดูกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง

...ทว่าก็มิมีผู้ใดกล้าเอ่ยปากขอให้ถอดหมวกลงอยู่ดี

ในเมื่อมากันครบแล้วข้าจะแจกเอกสารก่อน

เยี่ยกงกล่าวจบก็มีคนเข้ามาแจกกระดาษให้คนละใบ จินไล่สายตาไปตามตัวอักษรก็อดตะลึงไม่ได้ ค่าว่าจ้างงานทั้งหมด2,000ตำลึง...? หักค่าใช้จ่ายแล้วจะแจกเป็นค่าว่าจ้างคนละ50ตำลึง นับจากที่จินกับเสี่ยวผานเก็บสมุนไพรขายเป็นครึ่งปีก็ยังไม่ได้เงินมากมายถึงเพียงนี้ เช่นนี้แสดงว่าหนทางข้างหน้าต้องลำบากมากแล้ว ของที่ถูกว่าจ้างคุ้มกันก็ย่อมมิใช่ของธรรมดา

การว่าจ้างครั้งนี้ถูกวานไปยังเมืองหลวงส่งของให้คนผู้หนึ่งเป็นความลับ ดังนั้นการเคลื่อนขบวนครั้งนี้จึงเป็นความลับยิ่ง จำนวนคนก็น้อยเช่นกัน ส่วนทางผานตงได้ติดประกาศยิ่งใหญ่เช่นนี้ก็เพื่อให้ศัตรูไขว้เขว อีกทั้งยังส่งขบวนปลอมแปลงเดินทางไปตั้งแต่เมื่อวานยามค่ำแล้ว

เยี่ยกงหยุดมองเพื่อนร่วมห้องซักพักจึงกล่าวต่อ การเดินทางครั้งนี้ใช้สารถีเพียง3คนขนเพียงแค่สัมภาระเท่านั้น ผู้คุ้มกันมีทั้งหมด10คน ส่วนเรื่องของหรือสถานที่นั้นขออภัยที่มิสามารถบอกออกมาได้

พี่เยี่ยกงไม่ต้องมากมารยาทไป อย่างไรเรื่องเช่นนี้ก็เป็นธรรมเนียมที่พวกเราต่างรู้กันอยู่แล้วหนึ่งในผู้คุ้มกันของผานตงหัวเราะ เขาตบไหล่หัวหน้าเยี่ยกงอย่างสนิทสนม

เยี่ยกงมีสีหน้าผ่อนคลายขึ้น ยามนี้ขบวนของพวกเราได้เตรียมอยู่แล้ว หากมิมีผู้ใดขัดข้องทางเราจะเดินทางทันที... ขบวนรถจะมีขนาดเล็กข้าจะเป็นคนจัดสรรตำแหน่งเอง

ผ่านมาได้ซักช่วงหนึ่งแล้วมิมีผู้ใดคัดค้าน ดังนั้นเยี่ยกงจึงเรียกผู้คุ้มกันทุกคนเดินตามหลังตนเองไปทันที ระหว่างเดินนั้นบรรดาคนของผานตงต่างก็พากันอวยพรบ้าง...นำอาหารมามอบให้บ้าง บรรยากาศเช่นนี้จะมิสามารถเกิดได้หากสำนักงานคุ้มภัยผานตงเป็นสถานที่ชั่วช้า

การทำงานนี้ก็ถือว่าไม่เลวเลย... เมื่อเห็นบรรยากาศเป็นมิตรเช่นนี้จินจึงชื่นชม

ผู้คุ้มกันทั้ง10(รวมเยี่ยกงแล้ว)ยืนล้อมกันอยู่หน้าขบวน เยี่ยกงจัดสรรตำแหน่งอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงสั่งให้ออกเดินทางทันที ก่อนออกเดินทางนั้นจินพบว่าได้มีขบวนหลอกออกไปก่อนหน้าสองรอบและออกตามหลังมาอีกสองรอบ ทั้งหมดแยกกันไปคนละทาง

นับว่าทางสำนักคุ้มภัยผานตงนั้นทำงานรัดกุมรอบคอบยิ่ง

การจัดสรรของเยี่ยกงนั้นถือว่าทำได้เหมาะสม เยี่ยกงเลือกคนของตนเองที่ไว้ใจได้ติดตามอยู่ด้านหลัง2คน และล่วงหน้านำขบวนไป2คน อีก6คนที่เหลือนั้นนั่งอยู่บนหลังคาของเกวียน4 นั่งกับสารถีที่บังคับม้า1คือตัวเยี่ยกงเอง และนั่งร่วมกับสารถีที่เหลือในเกวียนอีก1

แน่นอนว่าเสี่ยวผานที่ดันประกาศตัวว่าเป็นแพทย์ก็ถูกส่งไปนั่งในเกวียนอย่างมิสามารถอ้าปากคัดค้าน จินนั้นนั่งรวมอยู่กับผู้คุ้มกันอีก3คนอยู่บนหลังคา เกวียนของผานตงครานี้นั้นเป็นเกวียนขนาดกลาง ปิดทับด้วยหลังคาที่ต่อเติมเอง ทำมาจากโลหะชนิดแข็งมิสามารถทำร้ายคนด้านในด้วยธนูโดยง่าย

ผู้คุ้มทั้งสามต่างพากันกลืนน้ำลาย พวกเขาเป็นคนของทางผานตงอยู่แล้วดังนั้นจึงทำงานร่วมกันมาพอสมควร แต่ทว่าคุณชายที่ปิดบังหน้าตาอีกทั้งยังแยกไปนั่งราวกับไม่ต้องการสนทนาด้วยเช่นนี้จะทำอย่างไร? พวกเขาคบคนมากมายกลับมิมีผู้ใดคล้ายรำคาญผู้อื่นอย่างเปิดเผยเช่นนี้มาก่อน

แต่การที่คนผู้หนึ่งจะทรงตัวอยู่บนหลังคาเกวียนที่โอนเอียงไปมานั้นถือว่ามิใช่เรื่องง่าย อีกทั้งจินยังนั่งชมวิวอย่างไม่ทุกข์ร้อนคล้ายไม่ลำบากแต่อย่างใด ดังนั้นต่อให้พวกเขาไม่ประทับใจ แต่ทว่ากลับนับถือฝีมือพอสมควร

เกวียนเคลื่อนขบวนไปเรื่อยๆอย่างรวดเร็วตามการควบคุมของเยี่ยกงกับสารถี ระยะทางจากนี่ไปเมืองหลวงนั้นหากเร่งเดินทางทั้งวันทั้งคืนถึงขีดสุด เยี่ยกงคาดว่าจะถึงในเวลาราวๆ4วัน แต่หากพบเจอเรื่องยุ่งยากระหว่างทางคงยาวนานกว่านั้นแน่แล้ว

จินที่ไม่มีสิ่งใดทำก็ได้แต่นั่งชมธรรมชาติ หูได้ยินเสี่ยวผานกำลังสนทนาอย่างออกรสกับเหล่าสารถีอยู่ในเกวียน พวกสารถีมีความรู้กว้างขวางมากจากการเดินทาง อีกทั้งยังมีเรื่องซุบซิบมากยิ่ง เสี่ยวผานจึงหัวเราะอย่างชอบใจสอบถามพวกเขา ร่วมซุบซิบไปด้วยกันอย่างกลมกลืน

ช่วงนี้เสี่ยวผานมีงานอดิเรกบางอย่าง เด็กหนุ่มกลายเป็นคนที่ละโมบในความรู้ กระหาย...ต้องการรู้มากมายตั้งแต่หลับนอนอยู่ในห้องหนังสือเกือบสิบสองปี เสี่ยวผานจึงสอบถามข่าวคราวทุกอย่างในแคว้นที่มี ทั้งยังหยิบบันทึกขึ้นมาจดกันลืมราวกับเป็นวิชา หน้าตาสุภาพทั้งยังอ่อนน้อมทำให่สามารถกลมกลืนเข้ากับผู้อื่นได้ไว อีกทั้งยังสามารถดื่มสุราแรงๆได้นานเพิ่มขึ้นอีกด้วย

พวกท่านตระกูลหลิวลูกของพวกท่านโตมาเป็นคนเยี่ยงนี้ก็เป็นทางเลือกของเด็กนั่นเองนะ!

เรื่องนี้จะมาโทษเขามิได้เด็ดขาด

จิ้งจอกค้านหัวชนฝาว่าตนเองนั้นเลี้ยงดูเสี่ยวผานมาเป็นอย่างดี ดังคำกล่าวที่ว่ารักวัวให้ผูกรักลูกให้ตีจากคำนี้การลงไม้ลงมือสั่งสอนบางครั้งก็ถือว่าเป็นเรื่องสมควรแล้ว

ซีอิ่งรบกวนท่านลงมาด้านนี้ซักครู่

เยี่ยกงตะโกนเรียก จากนั้นเพียงพริบตาร่างของคนที่เคยอยู่บนหลังคาเกวียน ก็ไปปรากฏยังด้านข้างคนขับ แค่พริบตาเดียว...ไร้ซึ่งซุ่มเสียง เยี่ยกงคิดว่าอีกฝ่ายคล้ายเคลื่อนไหวราวกับวิญญาณ เป็นควันจางๆที่พัดไปตามกระแสลม วรยุทธ์แปลกประหลาดเช่นนี้ไม่ว่าผู้ใดในขบวนคุ้มกันต่างก็ไม่เคยเห็น แต่เมื่อนับเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่มีฝีมือแล้วย่อมชื่นชมผู้เก่งกล้า ดังนั้นแววตาพวกเขาจึงมีความชื่นชมปะปนอยู่

เหตุที่จินถูกเรียกว่าซีอิ่งนี้เป็นเพราะยามแนะนำตัวเขาใช้ชื่อปลอม ทางด้านเสี่ยวผานมีชื่อว่ามูยอง แน่นอนว่าทั้งสองเป็นชื่อที่หยิบยืมมาจากกระบี่ข้างเอว แม้จะฟังดูมักง่ายแต่ทว่าจินที่มาจากประเทศที่มีภาษาในการตั้งชื่อเช่น เตชาภณ, วีรกิจจานนท์ อะไรเช่นนี้ การหยิบยืมชื่ออย่างอื่นมาดูจะง่ายดายมากกว่าพยายามตั้งเองเสียใหม่

เยี่ยกงมองผ้าที่ปกปิดใบหน้าอย่างอึดอัดเล็กน้อยแต่ก็เปิดปากเล่าธุระ มีรายงานมาว่าที่ด้านหน้ามีขบวนรถม้าโดนโจมตี อย่างไรก็ไม่สามารถนิ่งเฉยได้ รบกวนเจ้าช่วยไปบอกกับมูยองหน่อย

จินพยักหน้าตกลง ในใจแอบผิดหวังนิดหน่อยที่จะเดินทางล่าช้ามากยิ่งขึ้น แต่จิ้งจอกก็ยอมกระโดดผลุ่บเข้าไปด้านในของเกวียนแต่โดยดี จากนั้นเยี่ยกงก็ตะหวัดแส้เคลื่อนขบวนต่อ

เสี่ยวผานที่กำลังสนทนาอย่างสนุกสนานหันหน้ามามอง บรรดาสารถีที่กำลังอ้าปากต่างนิ่งเงียบสนิทราวกับถูกผู้ใดเย็บปากไว้กระทันหันเมื่อเห็นหน้าคนเข้ามาใหม่ อันที่จริงต้องกล่าวว่าเห็นหมวกและผ้าคลุมจึงจะตรงความเป็นจริงมากกว่า

มีอะไรหรือซีอิ่ง? เสี่ยวผานยิ้มบางๆ

อีกซักพักจะพบผู้บาดเจ็บ เยี่ยกงอยากให้เจ้ารักษาให้หน่อย

ด้านหน้าหรือ? เรื่องรักษาข้ามิมีปัญหาอย่างไรก็มาในฐานะแพทย์อยู่แล้ว

เสี่ยวผานที่กำลังตั้งอกตั้งใจเตรียมยาจึงเก็บปากเงียบ จินที่เข้ามาก็นั่งนิ่งเงียบอยู่ที่เดิมสายตามองไปที่บรรดายาสมุนไพร เมื่อเสี่ยวผานไม่พูดเหล่าสารถีจึงรู้สึกอึดอัดเป็นอย่างยิ่ง พวกเขาอดหวั่นใจมิได้...น่ากลัว... คนเรานั้นมักจะกลัวสิ่งที่ไม่รู้ เฉกเช่นความมืด...เพราะไม่รู้ว่ามีสิ่งใดอยู่จึงได้น่ากลัว ดังนั้นจินที่ปิดบังหน้าตาทั้งความเป็นมายังลึกลับ ฝีมือเป็นถึงผู้คุ้มกันอย่างไรก็มิใช่คนธรรมดา จึงมีความน่าเกรงขามในใจของเหล่าสารถี

ในที่สุดเกวียนก็หยุดวิ่ง มีเสียงเยี่ยกงตะโกนลอดเข้ามา ซีอิ่ง! มูยอง!”

จินกับเสี่ยวผานเดินออกมาจากเกวียน พวกผู้คุ้มกันคนอื่นกำลังช่วยกันยกร่างผู้บาดเจ็บมาไว้ร่วมกัน สอบถามข่าวคราว แยกกันไปค้นหาระวังความปลอดภัยโดยรอบ

โชคดีที่ผู้บาดเจ็บนั้นเป็นเพียงแผลกระบี่ไม่ลึกมาก เสี่ยวผานปฐมพยาบาลรวมทายาสมุนไพรให้อย่างมิขาดตกบ่กพร่อง บรรดาคนเจ็บจึงมีสีหน้าดีขึ้นช้าๆ พวกเขากล่าวขอบคุณอย่างไม่ขาดปาก

เยี่ยกงสนทนากับหญิงสาวผู้เป็นเจ้าของขบวนทราบมาว่า ขบวนม้าลากนี้ที่แท้เป็นของหรงฉีเถ้าแก่ร้านผ้าไหม ในเกวียนมีบุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนที่กำลังเดินทางไปพบว่าที่คู่หมั้น ระหว่างทางกลับพบกับกลุ่มโจรเข้าโจมตีเสียก่อน

พวกมันต้องการปล้นบางอย่างคล้ายเข้าใจผิด แต่ทว่าเราไม่มีพวกมันก็ไม่ยอมเชื่อในคราแรก ดังนั้นพวกมันจึงลงมือหนักข้อยิ่งจนกระทั่งแน่ใจว่าเรามิได้โกหก ประกอบว่ามีเกวียนอีกขบวนโผล่มาพอดีแถวนั้นพวกมันจึงรีบร้อนปลีกตัวกันออกไป เถ้าแก่หรงฉีที่มีผ้าพันอยู่ครึ่งตัวอธิบาย

เยี่ยกงได้ยินดังนั้นก็น่าถอดสี ก่อนจะย้อนกลับไปยิ้มธรรมดาได้อย่างรวดเร็วกล่าวขอบใจเถ้าแก่หรงฉี  จากนั้นก็เดินแยกออกมากวักมือเรียกบรรดาผู้คุ้มกันทั้งหมดมาประชุม(แน่นอนว่ายกเว้นเสี่ยวผาน) น้ำเสียงห้าวกล้าหาญกระซิบเสียงเบา

บางทีของบางอย่างที่พวกมันต้องการปล้นอาจเป็นของขบวนเรา... กล่าวจบบรรดาผู้คุ้มกันต่างพากันหน้าถอดสี แต่พวกเขานับเป็นมืออาชีพผู้หนึ่งจึงกลับมาคุมอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว ต่างพากันถกเถียงอ้างอิงจากประสบการณ์ที่ผ่านของพวกเขา

 “ซีอิ่งเสียงของเสี่ยวผานเรียก จินขอตัวจากเยี่ยกง พริบตาเดียวก็มาโผล่ด้านหลังเด็กหนุ่มแทน

เสี่ยวผานมีสีหน้าตึงเครียดขึ้นเล็กน้อย ดูบาดแผลนี่...ภายนอกก็พบแล้วว่ามิใช่ธรรมดาสามัญ ศัตรูมีฝีมือยิ่งแถมยังลงมือกันมีแบบแผน คงเป็นพรรคใดซักพรรคส่งมา แสดงว่าของที่ว่านั้นต้องเกี่ยวข้องกับยุทธจักร...บางทีพวกเราอาจเข้ามาเกี่ยวกับเรื่องยุ่งยากเข้าแล้ว

จินพยักหน้ารับรู้ ก่อนก้มลงสำรวจบาดแผลตามจุดที่เสี่ยวผานชี้

เฮ้อ เดิมทีแค่ต้องการเดินทางไปเมืองหลวงอย่างง่ายดายแท้ๆ

เสี่ยวผานพ่นลมหายใจออกมา พลางมองจินที่สำรวจบาดแผลจากผู้บาดเจ็บอย่างตั้งใจ...พูดคุยสอบถามบางอย่างจดบันทึกเป็นเรื่องเป็นราว อีกทั้งยังกระทำอย่างไหลลื่นคล้ายเป็นกิจวัตร จิ้งจอกในร่างมนุษย์เดินสำรวจบริเวณจุดเกิดเหตุโดยรอบๆ

เห็นดังนั้นแล้วจึงอดสงสัยไมได้ จินเจ้ากำลังทำสิ่งใดน่ะ?

นี่เรียกว่าสืบสวนสอบสวน เก็บหลักฐาน

เสี่ยวผานพอจะฟังเข้าใจอยู่บ้างจึงพยักหน้ารับรู้ ก่อนถามต่อ แล้วเป็นอย่างไรเล่า?

เรื่องพวกนี้ข้าไม่รู้เท่าเจ้า เจ้าน่าจะบอกได้มากกว่าว่านี่เป็นการกระทำของพรรคใด จากหลักฐานและสภาพแวดล้อมเห็นได้ชัดว่าพวกเขาแอบซุ่มรอประจำได้สักสองสามวันแล้ว

จินเกือบจะสำรวจต่อ หากเขามิได้นึกได้พอดีว่าที่นี่มิใช่เรื่องของเขาที่ต้องตามจับคนร้ายแล้ว

เผลอติดนิสัยเก่ามาจนได้...

เสี่ยวผานกับจินสนทนากันอีกซักพัก ก่อนเยี่ยกงจะเรียกรวมเพื่อเดินทางต่อ แต่ทว่ากลับมีเรื่องเพิ่มขึ้นอีกเรื่องหนึ่งคือเถ้าแก่หรงฉีและลูกสาวต้องการที่จะเดินทางไปด้วย เด็กสาววัยแรกแย้มอีกทั้งยังนับเป็นโฉมสะคราญนางหนึ่งขอร้องทั้งน้ำตา ดูท่านางคงถูกเหล่าโจรทำให้เสียขวัญมาก

ทำอย่างไรดี... เยี่ยกงลำบากใจมาก ที่ผ่านมานั้นสำนักคุ้มภัยผานตงใช่ว่าจะมิเคยเจอเรื่องเช่นนี้มาก่อน หากเป็นคราอื่นเยี่ยกงคงรับปากไป แต่ทว่านายน้อยกำชับเป็นมั่นเหมาะให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับยิ่ง นายน้อยยังกล่าวอีกว่าการเดินทางครั้งนี้จะอันตรายอย่างยิ่งยวด เรื่องนี้เยี่ยกงยังมิมีความมั่นใจด้วยซ้ำว่าตนเองจะสามารถรอดไปได้หรือไม่ ครั้นจะให้เพิ่มภาระมาอีกก็มิสมควร...

แต่หากมีโฉมสะคราญมาขอร้องท่านทั้งน้ำตาเยี่ยงนี้ หากเป็นบุรุษอกสามศอกผู้ใดจะกล้าปฏิเสธลงอย่างเด็ดขาดกัน...? มันผู้นั้นใช่ไร้หัวใจเกินไปหรือไม่?

พวกเขาถือเป็นภาระในสถานการณ์ที่เราไม่ทราบสิ่งใดเกี่ยวกับศัตรู เราอยู่ในที่สว่างอีกฝ่ายอยู่ในที่มืดนับว่าเสี่ยงมากเกินไป เยี่ยกงหันไปมองผู้คุ้มกันเพียงผู้เดียวที่ปกปิดหน้าตาของตน

...นี่นับว่าเยี่ยกงได้พบมันที่ไร้หัวใจแล้ว

คุณชายท่านนี้เหตุใดจึงได้ใจร้ายเยี่ยงนั้นดูเหมือนหญิงสาวจากตระกูลหรงจะได้ยิน นางเดินมาเบื้องหน้าของจิน จ้องมองด้วยสายตาตัดพ้ออย่างน่าสงสาร

อึก... เขาเกลียดสายตาอ้อนวอนเช่นนี้ เมื่อครั้งเสี่ยวผานก็ทีหนึ่งแล้วที่จินใจอ่อนเก็บเด็กหนุ่มมาเป็นคนรับใช้ด้วย สายตาเช่นนี้มักทำให้เขานึกถึงเหยื่อสงครามหรือบรรดาชาวบ้านบริสุทธิ์ที่อ้อนวอนให้จับคนร้าย ที่ทำร้ายคนที่พวกเขารัก

นอกจากนี้จินยังคิดว่าเหมือนเจ้าหมาปอมที่บ้านยามขออาหารยิ่ง

ซีอิ่งท่าน...เยี่ยกงคล้ายตัดสินใจได้แล้ว จึงมองมาอย่างลังเล

ภายใต้ผ้าคลุมจิ้งจอกถอนหายใจ ข้าเพียงแต่กล่าวความจริงเท่านั้น หากจะรับพวกเขาไปด้วยข้าย่อมปกป้อง...แล้วแต่ท่านจะตัดสินใจเถิด

เยี่ยกงพยักหน้า จากนั้นก็พาเด็กสาวตระกูลหรงไปทางอื่นเพื่อไปสนทนาข้อตกลงกันสักเล็กน้อย บรรดาสารถีและผู้คุ้มคนอื่นๆต่างแยกย้ายกันไปประจำตำแหน่ง

พวกเขาดูแล้วคงเป็นพ่อค้าที่มั่งคั่งผู้หนึ่ง ยามไปถึงเมืองหลวงไปแน่ว่าอาจได้ของตอบแทนไม่มากก็น้อย ถึงครานั้นเจ้าก็สามารถซื้อครีมอาบน้ำของสัตว์วิเศษราคาแพงได้ เสี่ยวผานหัวเราะเบาๆ ออกความเห็นที่คิดว่าจิ้งจอกน่าจะพอใจ

สถานการณ์รอบข้างเริ่มคลี่คลาย รถม้าของเถ้าแก่หรงฉีขนย้ายผู้คนขึ้นหมดแล้ว จากข้อตกลงดูเหมือนเยี่ยกงจะให้ผู้คุ้มกันมาประจำที่รถของตระกูลหรงคนหนึ่ง

เอาเป็นเพื่อนของข้าคนนี้ก็แล้วกัน...เยี่ยกงอ้าปาก เตรียมจะกวักมือเรียกผู้คุ้มกันผู้หนึ่ง

ข้าจะเอาคนผู้นี้!” ทันใดนั้นคุณหนูตระกูลหรงก็พูดแทรกขึ้นมา นิ้วเรียวชี้ตรงมายังผู้คุ้มกันผู้หนึ่งที่สวมชุดตัดเย็บอย่างดี บนศรีษะมีหมวกใบกว้างทิ้งผ้าลงมาปกคลุมใบหน้า

จินรู้สึกได้ถึงคิ้วที่เริ่มกระตุกบนใบหน้าของตนเอง

เยี่ยกงเดินตรงมาทำสีหน้าอ่อนใจ ถือว่าข้าขอร้องท่าน อย่างไรก็มิใช่งานที่ลำบากอันใดมากนัก

เห็นแก่เยี่ยกงจินจึงตกลง การอยู่กับเด็กที่ยังไม่โตผู้หนึ่ง ผู้ใหญ่อย่างเขาทำเพียงแค่ใจเย็นให้มากเท่านั้น พอจินรับปากเยี่ยกงก็คล้ายยกภูเขาออกจากอก จัดการเคลื่อนขบวนต่อทันที

เดิมทีจินคิดจะไปนั่งบนหลังคา แต่ทว่าเถ้าแก่หรงฉีต้องการให้มานั่งด้านในด้วยกัน ดังนั้นจินจึงจำต้องก้าวเข้าไปด้านในรถม้า สายตาสอดส่องหาที่ว่างใกล้ทางออกที่สุดจากนั้นก็นั่งลงกอดอก ตั้งใจขยับหูจิ้งจอกเพื่อฟังเสียงรอบข้างให้ได้มากยิ่งขึ้น

แต่ทว่าจู่ๆก็มีมือเล็กๆมาสะกิดแขนเขาเสียก่อน จิ้งจอกหันไปมองดวงตากลมคู่สวยของคุณหนูตระกูลหรง นางกระพริบขนตาเป็นแพอย่างสงสัย ปากเล็กจิ้มลิ้มค่อยๆขยับ

ท่านเป็นบุรุษแท้ๆ เหตุใดจึงต้องคลุมปิดบังใบหน้าทำตัวราวกับอิสตรีด้วย

 

ติ้ง... เขาคล้ายได้ยินเสียงระฆังยกที่หนึ่งส่งสัญญาณเริ่มได้



                            


#TALK with LLwuda.

          มาแล้วววว สวัสดีค่ำคืนนี้ค่ะ ล่าสุดเพื่อนเราบอกว่าเห็นเรื่องนี้ไต่ไปถึงRank4 ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านมากนะคะ ตอนนี้จิ้งจอกของเราก็เริ่มทำงานแรกแล้ว ความจริงจินไม่ได้ไร้หัวใจนะคะ...เพียงแต่โลกที่เขายืนทำให้ตนเองต้องกักเก็บแช่แข็งไว้ให้เย็นชาจนเคยชินค่ะ (รอคนมาหลอละลายล่ะกันเนอะ :D)

          อยากทราบว่าหากอยู่ในสถานการณ์เดียวกับจิน ไม่ทราบศัตรู+มีหญิงสาวแสนสวยมาขอไปด้วย ผู้อ่านทุกท่านจะรับหรือเปล่าคะ? (อนึ่งจินยังไม่เคยลองประมืออย่างจริงจังกับคนเก่ง ดังนั้นเขาจึงไม่แน่ใจด้วยว่าตนเองอยู่จุดไหน)

          สุดท้ายนี้ผู้เขียนขอให้ทุกท่านสนุกไปกับจิ้งจอกก็พอแล้วค่ะ J แล้วพบกันตอนหน้าน้า

 

ปล.ใกล้จะพบกันแล้ววววว อิvอิ #ทิ้งปริศนาไว้แล้วจากไป  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 593 ครั้ง

116 ความคิดเห็น

  1. #8266 lovelykik (@kikka123) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:55
    รำคาญชะนีน้อยยย
    #8266
    0
  2. #8203 PaulaPum (@yukiko12) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 11:41
    หนูลากเขามาถามอะไรแบบนี้หรอลูก5555555 เดี๋ยวก็โดนคนหัวร้อนเตะเอาหรอก
    #8203
    0
  3. #8156 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 16:04

    555555 โดนกวนโมโหเข้าให้แล้วจิน

    #8156
    0
  4. #8128 SudaratYo (@SudaratYo) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 12:42
    พระเอกค่าตัวแพ๊งแพงจ้ะ
    #8128
    0
  5. #8055 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 10:39

    นังหนู เดี๋ยวก็โดนดีดเข้าให้หรอก

    #8055
    0
  6. #8013 นัทมิมิ (@nutpeeraya) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 10:33
    ติดรถเจามานะคะหนูคะ ห้ามวุ่นวายลูกกกก
    #8013
    0
  7. #8002 SeowooPark (@the01yunosama) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 01:40
    วอนซะแล้วชะนี
    #8002
    0
  8. #7971 FAIRY3247 (@FAIRY3247) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 13:40
    ไว้อาลัยให้คุณหนูนะคะ555555
    #7971
    0
  9. #7879 Mybiwty LovelyJae (@mymjjeje) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 18:10

    นังชะนีน้อยน่ารำคาญญญ

    #7879
    0
  10. #7872 YohloveHao (@YohloveHao) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 04:05
    สรุปเรื่องนี้ใครพระเอกหน๋อ เสี่ยวผานรึเปล่าหว่า? หรือเป็นผู้นำตระกูลที่ตั้งตาจะจับจิ้งจิกเรา~
    #7872
    0
  11. #7836 luhan7_lulu (@luhan7_lulu) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 20:10
    แซ่บบบบบ
    #7836
    0
  12. #7788 LuckyStar1006 (@AinSuchada) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 01:49
    อย่ามายุ่งกับพี่จินนนน~
    #7788
    0
  13. #7727 Jolly CCP (@c1chonlana) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 21:10
    ยกที่หนึ่ง เริ่มได้!!
    #7727
    0
  14. #7691 Hazel_9502 (@pookiejj) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 13:41
    นังคุณหนู หยั่มมาาา
    #7691
    0
  15. #7535 maielf13 (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 18:08

    ชะนีออกไปปปปปปป เดี๋ยวเค้าเปิดผ้าแล้วจะหน่วหึ

    #7535
    0
  16. #7516 chompoo--- (@chompoo---) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 21:12
    สู้น้าาา
    #7516
    0
  17. #7450 nipat7794 (@nipat7794) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 17:32
    <p>เป็นพระเอกที่ค่าตัวแพงมากเจ้าค่ะ โผล่มาทีนึกว่าร่างก็อปปี้ของไรเซล</p>
    #7450
    0
  18. #7424 Pazei derlau (@tammyoyo) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 15:15
    อ้าววว อิชะนีน้อยไปไกลๆเลยนะยะ!
    #7424
    0
  19. #7306 สีน้ำ (@re-turn) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 16:28
    ทำมัยพระเอกไม่มาซักทีอ่าาาาาาา
    #7306
    0
  20. #7266 Plankton J (@jthida) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 19:31
    พระเอกเมื่อไหร่จะโผล่นะ หรือโผล่แล้ว
    #7266
    0
  21. #7210 MmNn__ (@niknik0935170568) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 22:34
    เรื่องนี้วายเรื่องนี้วาย//สะกดจิตตัวเอง...
    #7210
    0
  22. วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 01:44
    อ่านมูยองเป็นหมูหยอง ฮือออออ ความหิวทำพิษซะเเล้ว
    #7178
    0
  23. #7128 sonaunnop012 (@sonaunnop012) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 18:18
    เรื่องนี้พระเอกค่าตัวแพ๊งแพง//ถ้าไม่โผาลจะย้ายทัพแล้วนะ ไปอยู่ทีมทาสจิ้งจอกแทน
    #7128
    0
  24. #7093 RhongTood (@marklmsg7) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 20:22
    ใจเย็นนะ 555555
    #7093
    0
  25. #7073 มูมู (@mumuka) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 23:44
    เหตุใดถึงทำตัวราวอิสตรี 5555 อิสตรีละ จินน้อยของเรา
    #7073
    0