✦ อนธการจิ้งจอก ✦ BL, YAOI [END]

  • 99% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 506,733 Views

  • 8,275 Comments

  • 13,422 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    5,358

    Overall
    506,733

ตอนที่ 16 : กรุ่นกลิ่นประหลาด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24891
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 583 ครั้ง
    15 พ.ย. 58








บทที่ 15

กรุ่นกลิ่นประหลาด


 

 

            นายน้อยของสิ่งนี้จะให้นำเก็บไว้ที่ไหน?

            วางไว้บนโต๊ะ

            บรรยากาศกลางดึกเงียบสงัด ทว่ายังมีแสงไฟจากเปลวเทียนสั่นไหวเป็นพักๆ บุรุษสองคนอยู่ในห้องหับที่ค่อนข้างกว้างขวางแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บนเรือนขนาดกลางที่แยกออกมาจากหมู่เรือนหลังใหญ่ ตกแต่งด้วยสิ่งของราคาแพง สวนไม้ร่มรื่น ลานฝึกทหารครบครันบ่งบอกฐานะเจ้าของหมู่เรือนบนที่ดินกว้างใหญ่แห่งนี้

            ในห้องมีบุรุษสองคน ผู้หนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่มีพนักพิง แสงเปลวไฟจากเทียนสะท้อนดวงตาสีเทาอันผิดแปลก แต่ทว่ากลับซุกซ่อนความร้ายกาจเก็บงำตัวตนอันอ้างว้างเอาไว้คนอีกผู้หนึ่งยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเจ้านายของตน มือกำลังบรรจงวางห่อผ้าลงบนโต๊ะตามที่สั่งอย่างระมัดระวัง

            นายน้อยเมื่อครู่ตอนเย็นท่านชิงฟางพาคนของตนเอง มาหาเรื่องคนของทางเราอีกแล้วผู้เป็นบ่าวเล่าอย่างระมัดระวังพลอยซังเกตสีหน้าเด็กหนุ่มบนเก้าอี้ไปด้วย

            ไม่เป็นไรเด็กหนุ่มโบกมือ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา บอกให้อดทนกันไปก่อน กำชับอย่าให้ผู้ใดขาดสติตอบโต้เด็ดขาด

            หลังจากรับคำผู้เป็นบ่าวก็ยืนนิ่งเฉยรอคำสั่งต่อไป เหลือบสายตามองห่อผ้าที่บรรจุหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับการตายอย่างลึกลับภายในหมู่เรือนแห่งนี้ สิ่งนี้เกี่ยวพันกับคนมากมายในยุทธจักรทำให้นายน้อยของมันถึงกับต้องไปว่าจ้างสำนักงานคุ้มภัยลือชื่อส่งของมา

            ชิงฟางที่ว่าก็คือ จางชิงฟางคุณชายลำดับที่สี่แห่งตระกูลจาง มักมีงานอดิเรกที่มิน่าพิศมัยนัก

ความรู้สึกในเรื่องน่าอึดอัดอย่างการโดนรังแก โดนใส่ร้ายแต่ท่านทำได้แต่เพียงอดทน ยอมแสดงตัวเป็นคนโง่งมเพื่อให้ถูกละเว้นการเพ่งเล็งนายน้อยอันดับที่ห้าของตระกูลทั้งๆที่มีฝีมือมิเป็นรองผู้ใด แต่ทว่ากลับโดนดูถูกแต่ละวันต้องพบกับคำเสียดสีถากถางมากมาย ต้องกล้ำกลืนความแค้นเคืองลงไป แย้มยิ้มอย่างโง่งมราวกับตัวบัดซบปัญญาอ่อนผู้หนึ่ง

            นายน้อยอันดับห้าเจ้านายของมันผู้นี้มีอายุเพียงสิบเจ็ดปีเท่านั้น

            นายน้อยของมันมิได้ตัดพ้อแต่โชคชะตาที่ฟ้ากลั่นแกล้งมากมาย แต่ทว่าชีวิตคนผู้หนึ่งเติบโตมาโดยไม่รู้สึกถึงความสนุกในวัยเยาว์เฉกเช่นคนทั่วไป เรื่องเช่นนี้เป็นเรื่องน่าเศร้ามากมิใช่หรือ? เด็กผู้หนึ่งต้องหัดกลั้นความเจ็บปวด อยากร้องไห้ก็มิสามารถทำได้ มองไปรอบกายนอกจากคำสบถดูถูกหรือคมมีดทิ่มแทงแล้วก็มิมีสิ่งใดอีก เติบโตขึ้นมาด้วยสองขาสองมือเพียงลำพัง

            เติบโตมาเป็นจางฮุ่ยเฟิงในวันนี้

            ไม่มีใครในตระกูลจากสามารถรู้แน่ชัดว่าจางฮุ่ยเฟิงเติบโตมาเป็นคนอย่างไรกันแน่ แม้กระทั่งรอยยิ้มโง่งมรอยยิ้มผูกมิตรรอยยิ้มมากมายกลับมิมีคราไหนมีความจริงใจแม้แต่น้อย เรื่องนี้ตัวจางฮุ่ยเฟิงสามารถรู้ได้เพราะเป็นคนกระทำ

แต่ทว่ามีหลุมที่ดำมืดข้างในตัวที่ต่อให้พยายามถมเท่าไหร่ก็ไม่เต็มและไม่รู้ว่าต้องการสิ่งใดมาถมมันกันแน่หลุมนี้แม้แต่ตัวตนของจางฮุ่ยเฟิงก็ไม่ทราบ เป็นหลุมที่เต็มไปด้วยอารมณ์อันหลากหลาย

จางฮุ่ยเฟิงทอดสายตามองห่อผ้าที่อยู่บนโต๊ะ ด้วยสายตาที่ไม่สามารถมองออกได้เลยว่ากำลังครุ่นคิดถึงสิ่งใดอยู่กันแน่

 

เถ้าแก่เอาชาแบบนี้มาอีกซักกา

เสี่ยวผานกล่าวเสียงใส มือยกช้าร้อนที่มีควันลอยครุกกรุ่นขึ้นจิบ มองไปยังด้านตรงข้ามมีสหายรักของตนกำลังใช้ตะเกียบคีบกับข้าวอย่างเบามือราวกับเป็นบุปผาดอกหนึ่ง

จินกับเสี่ยวผานมายังร้านค้าในเมืองแต่เช้า ทั้งคู่ตรงเข้ามาแวะยังร้านน้ำชาที่มีเถ้าแก่ที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดี นอกจากนี้ยังมีอาหารยามเช้าปรุงด้วยความจืดที่เหมาะสมสำหรับรุ่งอรุณ รสชาตดูจะเป็นที่พอใจของผู้รับประทานส่วนมาก

ในยามสายทั้งคู่ยังต้องไปรับค่าจ้างจากเยี่ยกงตามที่อีกฝ่ายบอกเวลาไว้อีก จินคาดเอาไว้ว่าหากได้เงินมาแล้วเขาคงลงทุนซื้อบ้านซักหลัง พักผ่อนเที่ยวเล่นอยู่ในเมืองหลวงแห่งนี้จนพอใจ หากจะจากไปเที่ยวเล่นที่อื่นต่อเมื่อไหร่ก็จากไป แต่ทว่าการจะใช้เงินได้มือเติบเยี่ยงนั้นก็สมควรต้องมีเงินมากในระดับเศรษฐีเสียก่อน

ตามจริงแล้วจินสามารถกลับไปทานอาหารจากในป่าเช่นเดิมเหมือนสมัยจิ้งจอกน้อยได้ แต่ทว่ายามนี้เมื่อลิ้นรู้จักความอร่อยของอาหารที่ไม่เคยลิ้มรสมาก่อนไปแล้ว หากจะให้กลับไปทานเช่นเดิมอีกก็นับว่ายากเต็มที จิ้งจอกได้แต่โทษที่เหล่าเหลาประกอบอาหารกันอร่อยมากเกินไป

เห็นแก่กินจินเมินความจริงที่เขานึกได้ในใจ

หลังจากใช้เวลาช่วงเช้าอ้อยอิ่งอยู่ในร้านอาหาร เด็กหนุ่มทั้งสองก็พากันไปเดินเยี่ยมชมความสวยงามในเมืองสิ่งปลูกสร้างวัดวาอารามล้วนต่างจากเมืองหน้าด่านโดยสิ้นเชิง เมืองหลวงสมกับเป็นที่รวบรวมผู้คนจากทั่วทุกสารทิศ นอกจากสิ่งของแปลกๆมากมายแล้ว ยังมีสมุนไพรหลากหลายชนิดที่ทำให้เสี่ยวผานต้องพุ่งเข้าไปหยิบจับเป็นการใหญ่

เสียเวลาไปอีกหลายชั่วยามเสี่ยวผานก็ได้สมุนไพรใส่ย่ามมาเพิ่มอีก นอกจากนี้ยังได้น้ำอบบำรุงเส้นผมราคาแสนแพงมาสมใจอีกด้วย ส่วนทางด้านจินนั้นที่หอบหิ้วส่วนใหญ่จะเป็นขนมแปลกๆเสียมากกว่า พวกเขาซื้อของเยอะกันเยี่ยงนี้แต่ทว่ายามนี้เพิ่งนึกกันได้ว่าไม่มีบ้านให้เก็บข้าวของแต่อย่างใด

ดังนั้นจินจึงเลือกผู้ที่ท่าทางดูน่าไว้ใจผู้หนึ่งสอบถาม พบว่าที่ดินหรือบ้านในเมืองหลวงนั้นนับว่าราคาแพงมาก หากไม่ใช่พ่อค้าที่มั่งคั่งมากแล้วเป็นไปไม่ได้เลยที่คนผู้นึงจะซื้อบ้านซักเรือนในเมืองหลวง

ดูท่าคืนนี้ก็คงต้องเป็นโรงเตี๊ยม เด็กหนุ่มทั้งคู่ต่างมีคำตอบในใจเหมือนกันมิมีผิด

เนื่องจากไม่มีที่ฝากของ ดังนั้นจึงได้แต่แบกไปหาเยี่ยกงด้วยแล้ว จินยัดของใส่ย่ามเท่าที่จะได้มากพอ เขาแวะซื้อย่ามใบใหม่ให้ใหญ่กว่าเดิมเพื่อยามนี้โดยเฉพาะ

เสี่ยวผานมองจินที่ตื่นเต้นราวกับไม่เคยเห็นอาหารขนมพวกนี้มาก่อนหน้าอย่างแปลกใจเล็กน้อย ก่อนจะจดบันทึกเรื่องประหลาดเกี่ยวกับสหายรักผู้เป็นน้องของตนเองลงในบันทึกเพิ่ม

พวกเขาทั้งคู่ต่างก็รีบเดินไปรับเงินค่าจ้างจากเยี่ยกง หลังจากได้ค่าจ้างแล้วจะได้ไปเดินเที่ยวที่อื่นต่อกันอย่างสำราญทิ้งความกลัดกลุ้มไว้เบื้องหลัง ลอยชายเรื่อยเปื่อยแบบที่จินไม่มีทางมีโอกาสได้ทำในโลกเดิม

เมื่อคืนเสี่ยวผานเล่าเรื่องเกี่ยวกับจิ้งจอกอนธการให้จินฟัง ตามที่เด็กหนุ่มคาดจิ้งจอกไม่รู้มาก่อนว่าตนเองนั้นเป็นจิ้งจอกอนธการ สัตว์วิเศษระดับบรรพกาล ดวงตาสีแอมเบอร์ราวกับสัตว์เบิกกว้างอย่างประหลาดใจ แต่ทว่าไม่นานนักจินก็นั่งฟังเรื่องที่เขาเล่าอย่างตั้งใจ พอฟังจบอีกฝ่ายก็ไม่มีทีท่าอะไรเปลี่ยนไปจากเดิมด้วยซ้ำ ดังนั้นเสี่ยวผานจึงดีใจที่จินไม่ได้ไปสนใจเรื่องรอบตัวมากนัก สหายรักคนนี้คล้ายเลือกสนใจแต่สิ่งที่ตนเองสนใจเท่านั้น

เมื่อเสี่ยวผานกับจินไปถึงตัวตึกผานตงสาขาเมืองหลวงแล้ว เยี่ยกงก็จ่ายเงินมากกว่าที่ชี้แจงในคราแรกให้พวกเขาตามที่คาดเดา แต่ทว่าหัวหน้าผู้คุ้มภัยกลับมีสีหน้าหนักใจราวกับมีเรื่องอยากพูดติดขัดที่ไม่กล้า สายตามองเด็กหนุ่มทั้งสองที่กำลังนับเงินกันอย่างลังเล แต่สุดท้ายก็ยอมเอ่ยปาก

ท่านซูอิ่งกับท่านมูยอง ข้ามีเรื่องบางอย่างต้องบอกกับพวกท่าน

จินที่กำลังนับเงินในถุงตรวจสอบความเรียบร้อยนั้นถึงกับคิ้วขวากระตุกรัวๆ คล้ายกำลังร้องบอกเรื่องร้าย เสี่ยวผานรับหน้าที่พูดคุยกับเยี่ยกงไป แย้มยิ้มให้อีกฝ่ายผ่อนคลายค่อยๆเล่าออกมา

พวกท่านสนใจทำงานอีกหรือไม่?เยี่ยกงเอ่ยปากขึ้นก่อน สังเกตดูสีหน้าเสี่ยวผานไม่ได้ไม่พอใจอะไร จึงกล่าวต่ออย่างเกรงใจ ผู้ว่าจ้างครานี้เจาะจงพวกท่านมาด้วย อย่างไรก็สามารถไปพูดคุยตกลงรายละเอียดกันก่อนได้ หากไม่พอใจก็ไม่ต้องรับงาน เป็นอย่างไร?

ตอนนี้หรือ?จินถาม เสียงดังลอดออกมาจากผ้าคลุมที่ปกปิดใบหน้า

ใช่แล้ว ความจริงคือเขาต้องการสนทนากับพวกเราหกคน แต่จะเจาะจงเลือกคนทำงานอีกคราหนึ่ง อย่างไรก็ลองไปสนทนาดูก่อนหรือไม่?เยี่ยกงเอ่ยคำถาม แต่สายตาคาดหวังให้ตกลง นั่นเป็นเพราะผู้ว่าจ้างคราวนี้สอบถามกับมันโดยตรงว่าผู้คุ้มกันผู้ใดมีฝีมือเก่งกาจที่สุด ดังนั้นมันจึงตอบว่าเป็นซูอิ่งออกไป

เงินตอบแทนกับสถานที่สนทนาที่ท่านว่าเล่า?จินถามด้วยน้ำเสียงธรรมดา แต่กลับสร้างความกดดันให้เยี่ยกงโดยมิรู้ตัว หัวหน้าผู้คุ้มกันผานตงกำมือที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อคล้ายตนเองกำลังตอบคำถามวัดชีวิตอย่างไรอย่างนั้น

แม้ยามนี้ยังไม่ทราบแต่มากมายแน่นอน ส่วนสถานที่เป็นเรือนใหญ่ของตระกูลหนึ่ง

จินรู้สึกได้ว่าเสี่ยวผานจ้องมองมา กำลังรอการตัดสินใจของตน อย่างไรพวกเขาก็ต้องการเงินซื้อบ้าน ไปสนทนาดูก่อนก็ไม่เสียหาย หากไม่ชอบก็ไม่ต้องตกปากรับคำ

ตกลง จะลองไปสนทนาดูก่อน

เยี่ยกงมีสีหน้าดีใจ ผายมือเชิญคนทั้งคู่ไปตามทางลงด้านหลัง เมื่อลงมาก็พบว่ามีรถม้าด่วนรออยู่แล้ว เมื่อทุกคนขึ้นรถเรียบร้อยเยี่ยกงก็ออกรถทันที ราวกับว่าไม่อาจทำให้ผู้ว่าจ้างเสียเวลารอคอยแม้ซักวินาทีได้ ในรถม้าผู้คุ้มกันคนอื่นต่างพากันทักทายทั้งคู่ เสี่ยวผานกลมกลืนไปกับวงสนทนาเช่นเคย

จนกระทั่งรถม้าของผานตงหยุดวิ่ง

ผู้คุ้มกันทั้งหกที่คุ้นเคยกันดีทยอยลงจากรถม้า ด้านหน้าเป็นหมู่ตึกหมู่เรือนขนาดใหญ่โอบล้อมด้วยรั้วสูงสีดำสนิท ที่ด้านหน้ามีป้ายเขียนข้อความด้วยลายมือพู่กันอย่างสวยงาม

มอบแด่ผู้เยี่ยมยุทธ์ ผู้เป็นเสาหลักของแคว้น ตระกูลจาง จักรพรรดิตี้เหินลำดับสิบสี่

เสี่ยวผานมองป้ายค้างเนิ่นนาง ดวงตามีประกายตื่นเต้นระริกอยู่ด้านใน ไม่นับจินแล้วผู้คนในแคว้นนี้หากมาเห็นป้ายล้วนมีอาการเช่นเสี่ยวผานทั้งนั้น สำหรับชาวบ้านในแคว้นแล้วตระกูลจางนับเป็นตระกูลนักรบที่องอาจ ปกป้องแคว้นมาทุกยุคทุกสมัย เป็นแบบอย่างของเด็กชายที่ต้องการจะกล้าหาญทุกคน ขุนศึกตระกูลจางต่างประทับอยู่ในจิตใจของชาวบ้านทั่วไป ยกย่องสรรเสริญไปทั่วแคว้น โด่งดั่งไปถึงแคว้นรอบข้าง

พ่อบ้านนำคณะของผานตงเข้าไปด้านใน ห้องรับรองมีคนจำนวนมากนั่งรออยู่แล้วจำนวนหนึ่ง บรรกาศค่อนข้างตึงเครียดมีแรงกดดันเฉพาะตระกูลจางแผ่ออกมาอย่างเห็นได้ชัด ผู้คนด้านในล้วนนั่งกันอย่างเป็นระเบียบ บุคลิคภายนอกดูองอาจสมเป็นตระกูลนักรบ เยี่ยกงนำขบวนเข้าไปเป็นคนแรก มีผู้ที่คนคุ้มกันของผานตงเคยพบพานมาก่อน พวกเขาต่างเป็นมืออาชีพดังนั้นจึงแสร้งทำเป็นไม่รู้จักได้อย่างแนบเนียน ทว่าเมื่อผู้คุ้มกันคนสุดท้ายเดินเข้าห้องกลับถูกรั้งตัวเอาไว้ก่อน

ท่านผู้นั้นช้าก่อนเนื่องจากพ่อบ้านรีบร้อนเสียงจึงดังมากพอสมควร เรียกให้คนในห้องทั้งหมดหันมาสนใจเป็นจุดเดียว พ่อบ้านตระกูลจางจึงกระแอมแก้เขิน โค้งตัวขออภัยกับนาย

รบกวนท่านช่วยถอดหมวกด้วย ต้องขออภัย

แม้จินจะแปลกใจ ทว่านี่ไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่แต่อย่างไร อีกทั้งในนี้คงไม่มีแม่นางที่ไหนมาแย่งกันขอความช่วยเหลือเขาอีก ดังนั้นจินจึงปลดหมวกลงมาก่อนจะเดินมานั่งประจำที่ข้างๆเสี่ยวผาน

บรรยากาศที่ตรึงเครียดอยู่คล้ายมีกระแสไฟฟ้าวิ่งตัดผ่านชั่วแวบนึง

เมื่อเห็นว่าผู้คนล้วนไปจดจ้องสนใจกับสิ่งอื่นคล้ายหลงลืมสติกันชั่วขณะ คนของตระกูลจางผู้หนึ่งจึงกระแอมไอขึ้นมา อ่าแฮ่มเอาเป็นว่าข้าจะแนะนำตัวก่อน

ข้าชื่อจางเหลียนเป็นบุตรลำดับสอง รับผิดชอบงานในครานี้ ทางด้านซ้ายมือคือเหล่าภรรยา-อนุของท่านพ่อหรือผู้นำตระกูล ทางขวาเป็นเหล่าน้องชายของข้าก่อนอื่นต้องกล่าวโดยตรงว่าทางเราไม่อาจเปิดเผยรายละเอียดได้นอกจากจะเป็นผู้ที่ตกลงทำสัญญาแล้ว

จางเหลียนกล่าวจบ เยี่ยกงก็หันหน้ามาทางจินกับเสี่ยวผาน ส่งสายตากระอักกระอ่วนใจให้ เห็นได้ชัดว่าแม้แต่เยี่ยกงก็ไม่ทราบเรื่องเงื่อนไขเช่นนี้ จินขมวดคิ้วอย่างไม่ค่อยชอบใจนัก

อย่างนั้นข้าคงขอถอนตัวจินเอ่ยเสียงเรียบ เขาไม่อยากรับงานที่ทำลายความสงบสุขในโลกนี้ของตนเองเท่าไหร่นัก งานอันตรายมากมายเขาคิดว่าตนเองเจอมามากพอที่จะพักมันแล้ว

ช้าก่อนพลันมีเสียงทุ้มแทรกขึ้นมาจากแถวทางขวา พอเห็นว่าทุกคนหันมาสนใจ คนผู้นั้นก็ยิ้มบางๆ ส่งสายตาขอโทษให้จางเหลียนที่พูดแทรก มีบางคนในตระกูลจางทำหน้าเบื่อหน่ายแล้วหันหน้าหนีบ้าง

เจ้าว่าอย่างไรน้องห้า

พี่รองท่านไม่ลองแจ้งค่าจ้างดูก่อนเล่า จางเหลียนฟังคำน้องชายแล้วคล้ายเพิ่งนึกออก จึงหัวเราะเสียงดังแบบเหล่าทหารฉกรรจ์ มือชูนิ้วชี้ขึ้นมา ค่าจ้างนั้นหลักหมื่นตำลึง

ทันใดนั้นเหล่าผู้คุ้มกันของผานตงต่างพากันตกอกตกใจ เงินหมื่นตำลึงสามารถทำให้คนผู้หนึ่งนำไปลงทุนเปิดร้านอย่างเหลือใช้ได้สบาย ต้องคุ้มกันสิ่งใดไปที่ไหนกันจึงได้ค่าจ้างมากมายเหลือคณาเช่นนี้?

เป็นงานใหญ่ที่ดูท่าจะลำบากอย่างยิ่งแต่เงินหมื่นตำลึงอาจพอให้จินนำไปลงทุนอย่างอื่น เพื่อซื้อเรือนซักหลังเป็นของตนเองได้เร็วขึ้นอีกด้วยเงินหมื่นตำลึงหากทำงานธรรมดาทั่วไปอาจต้องรวบรวมอยู่หลายปีจิ้งจอกครุ่นคิดก่อนหันไปมองเสี่ยวผาน เด็กหนุ่มเพียงแต่ยิ้มให้คล้ายจะบอกว่า เจ้าว่าอย่างไร ข้าก็ว่าอย่างนั้น จินยังไม่ได้เอ่ยสิ่งใดอีก ทว่าก็ไม่ได้ลุกขึ้นเช่นเดิมแล้วเช่นกัน

เช่นนั้นข้าจะถือว่าพวกท่านที่นั่งอยู่ตกลงแล้ว หากยังไม่จากไป จางเหลียนพูดขึ้นด้วยเสียงเป็นงานเป็นการ สีหน้าเคร่งขรึมไม่มีแววล้อเล่นเช่นก่อนหน้า

จินไล่สายตาลอบมองผู้ที่เอ่ยบอกให้จางเหลียนชี้แจงค่าจ้างก็พบว่าอีกฝ่ายกำลังมองตนอยู่เช่นกัน เสี้ยววินาทีที่สบกับดวงตาสีเทาอันผิดแปลกจากผู้คน จู่ๆก็รู้สึกเลือดในกายร้อนขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ

เกิดอะไรขึ้น จิ้งจอกในร่างมนุษย์ขมวดคิ้ว เขาลอบเดินลมปราณทำให้อาการผิดปกติสงบลงอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ถอนสายตากลับไปสนใจจางเหลียนที่กำลังเริ่มกล่าวรายละเอียดงาน

ทางตระกูลจางของเราไม่สามารถส่งคนมากมายไปกันเองได้ ดังนั้นจึงได้แต่ไหว้วานพวกท่าน ให้ไปส่งของที่ค่ายทหารออกไปทางตะวันตก ตอนนี้พวกท่านอาจได้ยินมาบ้างเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านแคว้นทุ่งหญ้าที่ขยายพื้นที่อย่างรวดเร็ว ทางตระกูลจางจึงไหว้วานให้พวกท่านคุ้มกันของไปส่งให้กับพี่ใหญ่จางหลี่ซึ่งคุมค่ายทหารอยู่ ของชิ้นนี้เป็นจดหมายสำคัญขอให้พวกท่านคุ้มกันสุดความสามารถ

ค่ายทหารสามารถเข้าไปได้ตามใจหรือ?จินถามขึ้นมาบ้าง

แน่นอนว่าไม่สามารถ ดังนั้นครานี้จึงจะให้น้องห้าเดินทางไปกับพวกท่านด้วย ของจะถูกเก็บรักษาไว้กับตัวน้องห้ากล่าวจบจางเหลียนก็หันไปทางน้องห้าของตน นี่ถือเป็นความรับผิดชอบของเจ้าแล้ว หากรักษาไม่ได้พี่ใหญ่จะลงโทษเจ้าตามกฏของตระกูลเอง

นี่นับเป็นเรื่องตลกอันใด? การกลั้นแกล้งภายในตระกูลหรือ? เห็นได้ชัดว่าน้องห้าที่อีกฝ่ายกล่าวถึงนั้นมีสีหน้าแปลกใจคล้ายไม่ได้นัดหมายกันมาก่อน จางเหลียนพูดอย่างโจ่งแจ้งว่าความรับผิดชอบจะตกเป็นของเด็กหนุ่มลำดับห้าของตระกูล คำพูดราวกับการบอกเล่าแต่ทว่าประกอบไปด้วยคำข่มขู่อย่างชัดเจน นี่เป็นการจงใจกลั่นแกล้งแท้จริงแล้วอย่างไรแค่เขียนจดหมายขบวนคุ้มภัยผานตงคงผ่านเข้าไปได้โดยมิยาก แต่การจงใจให้น้องของตนนำขบวนเดินทางนั้นคล้ายมีจุดประสงค์แอบแฝง

คุณชายลำดับห้าของตระกูลจางที่แท้คือผู้ว่าจ้างส่งของจากเมืองหน้าด่านในคราวก่อน บุคลิคโง่งมหัวอ่อนในยามนี้ดูขัดตายิ่ง จินมองปราดเดียวก็ทราบว่าไม่มีความจริงใจแม้แต่น้อย ทว่านอกจากเขาแล้วดูเหมือนจะไม่มีใครสามารถล่วงรู้ได้อีก อีกฝ่ายราวกับคนละคนกับที่เคยพบเห็นก่อนหน้า

รบกวนท่านประทับนิ้วมือตรงนี้เยี่ยกงกับจางเหลียนร่างสัญญากัน เพราะผู้คุ้มภัยผานตงเป็นมืออาชีพอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องร่ายกฏข้อห้ามอะไรให้มากความ จางเหลียนก็ทราบว่าอีกฝ่ายรู้งานจึงวางใจอย่างยิ่ง พอทำสัญญาเสร็จจางเหลียนจึงโยนให้น้องห้าของตนมาสนทนาต่อ คนของตระกูลจางจับตาดูคล้ายต้องการจับผิด

การสนทนาเรื่องการเดินทางเช่นนี้สมควรเป็นความลับมิใช่หรือ?

เหล่าผู้คุ้มกันผานตงต่างอดประหลาดใจกับเรื่องราวแปลกพิลึกในตระกูลจางมิได้ เด็กหนุ่มดวงตาสีเทาลุกยืนขึ้นมานั่งด้านหน้าเยี่ยกง ริมฝีปากยิ้มบาง การกระทำดูเงอะงะผิดแปลกจากท่าทางของคนในตระกูลนักรบอย่างยิ่ง

ข้ามีนามว่าจางฮุ่ยเฟิง ในเมื่อจะเดินทางด้วยกันเรานัดหมายพูดคุยกันอีกทีที่เหลาอาหารก็ได้ อย่างไรได้เลี้ยงพวกท่านสักมื้อ คนของตระกูลจางมีสีหน้าไม่ชอบใจ เมื่อพบว่าพวกเขาจะไม่ได้รับฟังต่อ

ฮุ่ยเฟิงอย่างไรวันพรุ่งนี้ก็สมควรเตรียมตัวแล้วมิใช่หรือ หากไม่สนทนายามนี้เหล่าคนคุ้มกันจะมีเวลาฝึกซ้อมพักผ่อนได้อย่างไร?อิสตรีผู้หนึ่งทางด้านซ้ายเอ่ยคัดค้านออกมาอย่างนุ่มนวล หลังจากนั้นก็มีเสียงคัดค้านจากหญิงสาวด้านข้างของนางสนับสนุนไม่ขาดสาย

จางเหลียนได้แต่กลืนน้ำลายลอบละอายกับพฤติกรรมของมารดาตนเองกับเหล่าญาติมิใช่น้อย จริงอยู่ที่เขาเองก็กลั่นแกล้งและไม่ชอบน้องห้าเช่นเดียวกัน เพียงแต่การกลั่นแกล้งตรงหน้านี้ดูน่าอับอายต่อแขกยิ่ง มีแต่จะรังให้ตระกูลจางดูเสื่อมเสีย ทว่านอกจากพี่ใหญ่จางหลี่หรือท่านพ่อแล้ว ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่สามารถควบคุมอิสตรีดุร้ายใจคอโหดเหี้ยมเช่นพวกนางได้

จิ้งจอกเริ่มหงุดหงิด ใบหน้างามละเอียดดุจหยกล้ำค่าเริ่มปรากฎแววไม่พอใจเล็กน้อย ทว่าแค่ผู้คุ้มกันผู้หนึ่งพวกนางที่เป็นถึงฝ่ายในของตระกูลจางเหตุใดต้องให้ความสำคัญเล่า? ดังนั้นแล้วนอกจากเสี่ยวผานหรือผู้คุ้มกันด้วยกัน ผู้อื่นนอกจากชื่นชมว่าใบหน้ายามโกรธยังน่าดูแล้วก็มิได้ถือสาอะไรอีก

จินจดจำอีกฝ่ายได้ตั้งแต่ได้ยินชื่อ เขาจะลืมคนที่มาดหมายว่าจะข่วนหน้าให้ยับยามพบเจออีกครั้งได้อย่างไร น่าเสียดายที่ยามนี้ความรู้สึกด้านลบที่มีต่อจางฮุ่ยเฟิงเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสารแทนแล้ว เขายังจดจำเด็กชายไว้ไม่ถึงสิบขวบกลับต้องมาหนีตายเพื่อเอาชีวิตรอดได้ดียิ่ง

อย่างนั้นท่านก็นัดหมายสถานที่มาเถิดท่ามกลางกระแสที่โหมกระหน่ำไปอีกทางหนึ่ง จินเป็นเพียงผู้เดียวที่กล่าวทัดท้านเหล่าคนของตระกูลจาง

จางฮุ่ยเฟิงแปลกใจไม่น้อย แต่ก็ยิ้มเสริมให้ใบหน้านั้นดูอ่อนโยนราวกับผู้อ่อนต่อโลกผู้หนึ่ง กล่าวด้วยน้ำเสียงเนิบนาบคล้ายลืมเลือนคนของตระกูลตนเองทางด้านหลัง เช่นนั้นเอาเป็นวันพรุ่งนี้ยามเที่ยงที่เหลาอาหารประจำเมืองหลวงดีหรือไม่?

จินพยักหน้าคล้ายรับหน้าที่แทนเยี่ยกงไปแล้ว เช่นนั้นก็ได้

เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้ว ทางตระกูลจางไม่อาจกล่าวสิ่งใดได้อีก อิสตรีที่ดุร้ายทั้งหมดจึงจำหุบปากลงอย่างไม่พอใจ เมื่อเยี่ยกงจัดการเรื่องนัดหมายและรายละเอียดที่จะพูดคุยคร่าวๆอีกทีแล้ว ผู้คุ้มกันผานตงจึงหมดธุระขอลากลับกันออกมา จินปฏิเสธที่จะกลับไปพร้อมกับรถม้าผานตง เขาเลือกที่จะเดินเท้าเพื่อชมเมือง อีกทั้งอาจยังสามารถหาโรงเตี๊ยมที่ถูกใจได้อีกด้วย

ทันทีที่รถม้าของผานตงลับสายตาไป พวกเขาก็ออกเดินชมความสวยงามของบ้านเรือนที่วิจิตรบรรจงเสกสรร มองดูการแต่งกายที่รวมความหลากหลายจากทุกเมืองในแค้วนเข้าด้วยกัน จินไม่สวมหมวกอีก ในเมื่อคนของผานตงหรือผู้อื่นเห็นไปแล้วจดจำใบหน้าได้แล้ว ดังนั้นยามนี้ต่อให้สวมก็ไม่มีประโยชน์อันใด

จินเจ้าจดจำคนผู้นั้นได้หรือไม่?

เสี่ยวผานถามขึ้นมา จินสามารถทราบได้ทันทีว่าเด็กหนุ่มหมายถึงผู้ใด เจ้าหมายถึงจางฮุ่ยเฟิง

เจ้าจำได้ แต่ทว่าอีกฝ่ายดูเหมือนจะจดจำพวกเราไม่ได้

ยามพบหน้าเจ้าก็จำเขาไม่ได้เช่นกัน นี่เป็นเพราะใบหน้าเปลี่ยนไป หากจางฮุ่ยเฟิงทราบชื่อจริงๆของเจ้าก็อาจจำได้ เขามิกล้าลืมเลือนพวกเราหรอก

แน่นอนว่าเด็กที่จินต้องเฉือนเลือดเพื่อช่วยชีวิตนั้น หากลืมเลือนตนขึ้นมาก็น่าตายมากแล้ว

วันพรุ่งนี้ข้าจะบอกเขา นอกจากเจ้าข้าก็ไม่มีคนรู้จักที่ไหนอีก หากถิงถิงอยู่ด้วยนางต้องจดจำเราได้แน่นอนน้ำเสียงของเสี่ยวผานคล้ายดีใจอยู่ในที แต่ทว่ากลับถูกประโยคถัดมาของจินปัดมันทิ้งไป

อย่าเพิ่งจะดีกว่า จางฮุ่ยเฟิงในยามนี้เจ้าก็สามารถสัมผัสได้ว่าเขาวางตัวตนได้ลำบากอย่างยิ่ง เรื่องเพียงเล็กน้อยเช่นนี้อาจมีผลกระทบต่อสิ่งใดเราไม่อาจทราบได้ ดังนั้นเงียบไว้ก่อน

เกิดเสี่ยวผานสนิทสนมกับจางฮุ่ยเฟิงขึ้นมา วันหน้าต้องโดนคนของตระกูลจางจับไปถือเป็นจุดอ่อนของจางฮุ่ยเฟิงได้ เช่นนั้นปล่อยให้อีกฝ่ายไม่ล่วงรู้จึงดีกว่า

เนื่องจากยามนี้ทั้งจินและเสี่ยวผานย่ามอัดแน่นไปด้วยของอยู่แล้ว พวกเขาจึงเลิกเรื่องมาก เลือกโรงเตี๊ยมที่อยู่ใกล้ที่สุดบริเวณนั้นเข้าไปจับจองห้อง ทั้งคู่เลือกห้องเดี่ยวสองเตียงคล้ายคู่รักที่กำลังเขินอายต่อกัน ทว่าผู้ใดจะสามารถล่วงรู้ถึงความจริง ยามนอนเตียงจะเหลือเพียงบุรุษผู้หนึ่งกับจิ้งจอกตัวใหญ่ตัวหนึ่งเท่านั้น หากเสี่ยวผานใจกล้าทำเรื่องอกุศลเช่นที่ผู้คนคาดคิดกัน คงมีจุดจบในชีวิตที่ไม่ค่อยดีแล้ว

จินถอดย่ามหยิบของออกมาวางกระจายเต็มโต๊ะ โรงเตี๊ยมนี้ห้องกว้างขวางทั้งยังดูสบายตาไม่รกอย่างยิ่ง ดังนั้นจินกับเสี่ยวผานจึงจ่ายค่าห้องล่วงหน้าไปถึงสองสัปดาห์ เสี่ยวผานหยิบธนูที่ยังไม่มีโอกาสได้ใช้ขึ้นมาเช็ดถู ส่วนจินนั้นแน่นอนว่ากำลังลองชิมขนมที่เขาไม่รู้จัก

จินคาดการณ์ว่าหากเรื่องราวครานี้ยุ่งยากจนเกินตัว ก็จะเก็บข้าวของเดินทางล่องเรือไปที่อื่นกับเสี่ยวผาน เขาไม่ต้องการใช้ชีวิตยุ่งยากมากมายเช่นในอดีต อยู่ในโลกนี้อยากทานก็ทาน อยากท่องเที่ยวก็กระทำ  มีอิสระเสรีจนไม่อยากเสียมันไป

เรื่องสนทนาต่อไปนี้ค่อนข้างตึงเครียดขึ้นเล็กน้อย ทั้งเสี่ยวผานและจินต่างก็สามารถรู้ได้ว่าทางตระกูลจางคล้ายมีจุดประสงค์แอบแฝงอะไรบางอย่าง ทว่ายามนี้ต่างไม่สามารถคาดเดาได้ หากไม่เกี่ยวของกับพวกตนแล้วคงทำเป็นหลับหูหลับตา รับเงินค่าจ้างแล้วจากไปตามปกติ

ติดอยู่ที่ว่าเสี่ยวผานนั้นค้นเจอกระดาษแผ่นหนึ่งในตัว ไม่ทราบว่ามาตั้งแต่คราใด บนกระดาษเขียนข้อความที่น่าสงสัยอย่างยิ่ง แพทย์หนุ่มได้แต่มองหน้าจิ้งจอกด้วยความฉงน

หากอยากได้เงินอีก ยามตกดึกมาที่ร้านผ้าไหมXXX’

เอาอย่างไรดี?

ในเมื่อมีผู้คนเชิญเจ้าก็ตอบรับสิ คนผู้นี้เอากระดาษมาใส่ตัวเจ้าได้ ก็แอบย่องมาหาเจ้าที่นี่ได้เช่นกัน เช่นนั้นไปหาเขาให้รู้เรื่องเลยดีกว่า

แย่ล่ะสิลืมตัวเพิ่งบอกกับตนเองว่าจะหนีเรื่องยุ่งยากไป ทว่าด้วยนิสัยดั้งเดิมจินจึงเผลอตัดสินใจเช่นนายทหารผู้กล้า

ชีวิตในโลกนี้ของจิ้งจอกจะสามารถราบเรียบได้ตามที่หวังหรือไม่ แม้แต่ตนเองก็ไม่สามารถรับประกันการตัดสินใจในอนาคตของตนเองได้ จินพ่นลมหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย

 

ในเมื่อกล่าวไปแล้ว เช่นนี้ยามตกดึกก็ได้แต่ออกไปพบ


                             


#TALK with LLwuda.

          เมื่อคืนเราจะอัพแล้วค่ะ แต่เผลอหลับหน้าคอม55(อีกแล้ว) ตอนนี้รู้กันแล้วนะคะว่าตัวละครใหม่ที่ถามจากตอนที่แล้วเป็นใคร เฮฮ *ปรบมือ* พ่อหนุ่มน้อยจางในอดีตของเรานั่นเอง จางฮุ่ยเฟิงของเราเป็นเด็กที่โตมาได้น่าสงสารมากค่ะ ในเรื่องราวต่อจากนี้คงเปิดเผยเรื่องของเขามากขึ้น

          ติดตามกันต่อค่ะว่าทางตระกูลจางมีแผนร้ายอะไรจริงหรือไม่ แต่ที่แน่นอนคือหากทำจิ้งจอกหงุดหงิดขนหลุดร่วงสักเส้น ต้องหาทางรับมือกันเอาเองแล้ว(เห็นได้ชัดว่าตัวเอกของเรานิสัยแย่จริงๆ)

          พบกันตอนหน้าค่ะ ขอให้ผู้อ่านทุกท่านสนุกสนานนะคะ เลิกข่มขู่ผู้เขียนด้วยของอันตรายด้วย ฮา


ปล.ไม่มีฮาเร็มนะคะ จิ้งจอกของเรามีรักเดียว (ส่วนคนอื่นที่มาตกบ่วงระหว่างทางไม่นับ55)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 583 ครั้ง

82 ความคิดเห็น

  1. #8130 SudaratYo (@SudaratYo) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 13:27
    ลุ้นตามจ้ะ
    #8130
    0
  2. #8057 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 11:04

    จินนักกิน

    #8057
    0
  3. #8027 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 13:17
    จำฮุ่ยเฟิงได้ด้วยน
    #8027
    0
  4. #8010 Torii_sp (@Torii_sp) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 08:59
    อ้าว ฮุ่ยเฟิง 17 หรอ นึกว่าแก่กว่าเสี่ยวผาน
    #8010
    0
  5. #7973 FAIRY3247 (@FAIRY3247) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 14:29
    ฮืออออ ได้เจอกันแล้ววววววว
    #7973
    0
  6. #7838 luhan7_lulu (@luhan7_lulu) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 21:23
    จินจินมาเอาดีด้านการกินไม๊คะ
    #7838
    0
  7. #7790 LuckyStar1006 (@AinSuchada) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 02:14
    จินกินขนมเยอะมากก คนที่เอามาสอดไว้ต้องเป็นพระเอกแน่เลยย
    #7790
    0
  8. #7758 zxcnonnam12345 (@zxcnonnam12345) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 15:25

    คุนกันทีจิตใจชื่นบาน
    #7758
    1
  9. #7729 Jolly CCP (@c1chonlana) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 22:07
    จินยอดนักชิม ชิมมันทุกอย่างเลยค่ะ
    #7729
    0
  10. #7633 4KKWAN_ (@4KKWAN_) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 00:04
    น้องจินน่ารักมากค้าบ นอนกินขนมใหม่ที่ซื้อมางี้ รอติดตามและเชียร์ฮุ่ยเฟิงครับผม
    #7633
    0
  11. #7537 maielf13 (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 19:35

    ฮอลลลลลลลลได้คุยกันสักทีอยากวิ่งไปกรี้ด

    #7537
    0
  12. #7369 Fun_Hyoyeon (@funny16) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:25
    เจอกันแล้วววววว เจอกันสักที
    #7369
    0
  13. #7101 มูมู (@mumuka) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 21:44
    ไม่มีทางลืืมหรอก น่ารักขนาดนี้ สบตาปิ๊งๆ????
    #7101
    0
  14. #7041 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 18:13
    ไม่ลืมหรอกน่ารักขนาดนี้ใครจะไปลืม5555555
    #7041
    0
  15. #6531 earn1123 (@earn1123) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 07:46
    เรื่องยุ่งยากที่เฮียไม่ชอบหนูคิดว่ากำลังพัดมาหาเฮียเยอะแยะเลยแหละ ????
    #6531
    0
  16. #6101 foamnipax_ (@foamnipax_) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 12:08
    ฮุ่ยเฟิงนี่ทนใช้ชีวิตแบบนี้ตั้งแต่เด็กได้ไงคือน่าสงสารอะ จะแสดงฝีมือออกมาก็ไม่ได้อีก ;3;
    #6101
    0
  17. #5836 NiNiM (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 21:35
    พอดีว่าย้อนกลับมาอ่านใหม่ คุณชายลำดับที่สี่ตระกูลจางชื่อ จางชิงฟาง แต่ตอนหลังๆชื่อ จางชิงฟง หรือเราเข้าใจผิด
    #5836
    1
    • #5836-1 senkou.pd (@senkou) (จากตอนที่ 16)
      27 มิถุนายน 2559 / 23:17
      เราคงพิมพ์ผิดค่ะ T-T
      #5836-1
  18. #5675 Butterfly DN. (@babyll) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 09:11
    หลังจากอ่านมาหลายตอน สัมผัสได้ว่าจินโฟกัสแต่เรื่องกิน 5555555
    #5675
    0
  19. #5453 ขนมหวานนมสด (@mikilovesj) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 09:45
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านค่ะ
    #5453
    0
  20. #5303 Kimiko Saruwatari (@kimiko-39) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 / 15:51
    ในที่สุดก้โคจรมาเจอกันจนด้ายยยยยยย ><!
    #5303
    0
  21. #4886 c h e r . (@cherry_shawol) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 เมษายน 2559 / 00:13
    สบตาเขาแล้วรู้สึกแปลกๆคืออะไร เรียกสปาร์กป่ะคะ 555555555
    #4886
    0
  22. #4879 แฝดจอมซน (@mook59) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 เมษายน 2559 / 11:35
    ฮุ่ยเฟิงน่าสงสารอ่ะ อยากให้แสดงฝีมือเร็วๆ
    #4879
    0
  23. #4163 Han (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 / 01:58
    พระเอกมาแล้วววว เมื่อไหร่ฮุ่ยเฟิงจะแสดงตัวตนจริงๆได้ซักที แล้วก็ชอบตอนจินอยู่กับเสี่ยวผ่าน เป็นคู่หูที่เข้าใจกันและกันดี
    #4163
    0
  24. #3681 JAMNIN (@vi-o-let) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:00
    พระเอกเรานี่น่าสงสาร ขณะเดียวกันก็ลึกลับน่าค้นหา 

    #3681
    0
  25. #3580 chiaki-kun (@chanikan02) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 มกราคม 2559 / 00:18
    สงสารฮุ่ยเฟิง ดูวางตัวลำบากมาก จะให้เปิดเผยฝีมือก็จะโดนจับตามองอีก
    #3580
    0