✦ อนธการจิ้งจอก ✦ BL, YAOI [END]

  • 99% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 506,841 Views

  • 8,277 Comments

  • 13,421 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    5,466

    Overall
    506,841

ตอนที่ 17 : จิ้งจอกสีดำ แต่ร่างมนุษย์กลับสีขาวสว่าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26862
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 624 ครั้ง
    27 ก.ค. 60








บทที่ 16

จิ้งจอกสีดำ แต่ร่างมนุษย์กลับสีขาวสว่าง



 

            ยามค่ำคืนดึกสงัด จันทราส่องแสงมาหลายชั่วยาม โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งในเมืองกลับยังคึกคักยิ่ง นั่นทำให้ไม่ว่าผู้ใดจะเดินเข้าออกล้วนไม่เป็นที่ผิดสังเกต ยกเว้นแต่ว่าผู้เดินผ่านนั้นจะรูปโฉมงดงามปานล่มเมือง เฉกเช่นคุณชายผู้หนึ่งในชุดสีขาวสง่า ผมสีดำสนิทขลับให้ใบหน้าผิวขาวซีดนั้นดุจประกายของหยกมากขึ้นไปอีก

ใบหน้าของคุณชายผู้นี้สามารถทำให้อิสตรีที่กำลังมองด้วยสายตาแทะโลมในเมืองถึงกับตบตีแย่งชิงกันได้ เหล่าบุรุษต่างมองด้วยสายตาชิงชัง บ้างก็มองด้วยสายตาชื่นชม แต่หากผู้ใดมองด้วยสายตาแทะโลมเฉกเช่นอิสตรี กว่ามันผู้นั้นจะรู้ตัวศีรษะก็ทิ่มลงไปกับพื้นโดยไม่ทราบสาเหตุแล้ว

จินถอนหายใจ สุดท้ายมือก็จำต้องหยิบหมวกใบเดิมขึ้นมาสวม เพื่อให้การเดินทางครั้งนี้ไม่เป็นจุดสนใจมากจนเกินไปนัก หลังจากเสี่ยวผานกับจินรับประทานอาหารเย็นกันเสร็จแล้ว ตกดึกทั้งคู่ก็ออกไปตามนัด ตามที่มีคนปริศนาผู้หนึ่งหย่อนกระดาษไว้ในกระเป๋าของเสี่ยวผาน

สอบถามพ่อค้าข้างทางก็ทราบว่าร้านผ้าไหมนั้นตั้งอยู่ไกลพอสมควร เดิมทีจินตั้งใจว่าจะไปเพียงคนเดียว เกิดเหตุอันใดเขาก็สามารถหนีรอดได้ คาดไม่ถึงเสี่ยวผานถึงกับงัดกระปุกแก้วใส ภายในบรรจุครีมนวดเส้นผม(กรณีนี้จะใช้นวดเส้นขน)ราคาแสนแพงขึ้นมาข่มขู่ จิ้งจอกต้องจำยอมให้อีกฝ่ายติดตามมา

เสี่ยวผานสมกับที่ต่อสู่กับสัตว์วิเศษระดับสูงภายในป่ามนตราหลายปี การเคลื่อนไหวแม้ไม่ได้ยอดเยี่ยมขนาดจิน ก็ถือว่าไม่เลวเลยสำหรับผู้ฝึกยุทธ สามารถไว้วางใจในการหลบหนีได้ในระดับนึง

ดูเหมือนว่าผู้ที่นัดเราจะยังไม่มา

เสี่ยวผานเอ่ยขณะมองสำรวจหน้าร้านผ้าไหมที่บัดนี้ได้ปิดร้านแล้ว จินดึงตัวเสี่ยวผานให้ไปหลบในมุมอับข้างร้าน ทั้งคู่อยู่เช่นนั้นได้สักพัก ขณะที่เสี่ยวผานตัดสินใจจะกระซิบถาม หูก็ได้ยินเสียงคนตรงมา

ปรากฏเป็นคนผู้หนึ่งมาก่อน ใบหน้าคลุมด้วยผ้าปกปิด สักพักจึงมีคนตามมาอีกสองคน ใบหน้าปกปิดเช่นกัน ทว่ารูปเงานั้นของสองคนสุดท้ายนั้นคุ้นตาอย่างยิ่ง จิ้งจอกหรี่ตาที่เรียวเล็กมองให้ชัดเจนขึ้น หูตั้งใจฟังสิ่งที่พวกเขาสนทนากัน

คืนนี้คงมีเพียงพวกท่านแค่สองคนแล้วคนแรกที่มาถึงกระซิบ

ท่านเป็นใคร มีเรื่องอันใดว่ามา

พวกท่านต้องการเงินหรือไม่ การเดินทางไปค่ายทหารขอเพียงส่งข่าวความเคลื่อนไหวมากับพิราบที่ข้าจัดหาให้ พวกท่านก็จะได้รับเงินคนละ200ตำลึง

พวกเราไม่คิดทรยศสำนักคนผู้หนึ่งเอ่ยเสียงเข้ม

ที่บ้านท่านมารดากำลังป่วยมิใช่หรือ? หากป่วยก็ต้องการเงิน ท่านวางใจได้เรื่องนี้ไม่กระทบต่อผานตงแต่อย่างใด งานในครานี้ไม่ได้มีจุดประสงค์มุ่งร้ายต่อสำนักท่าน

เรื่องนี้…” คนทั้งสองมองหน้ากันอย่างลังเล ทว่าเพียงไม่นานหลังจากฝั่งคำกล่อมมากมาย ชักแม่น้ำทั้งห้า พวกเขาทั้งคู่ก็ตกปากรับคำ

คนของผานตง? การส่งข่าวการติดสินบน?

จินขมวดคิ้วเมื่อพบเรื่องยุ่งยากเข้าแล้ว โชคดีที่เขากับเสี่ยวผานมาถึงก่อนบุคคลทั้งสาม จึงได้เห็นการกระทำทั้งหมด ทว่าคนของผานตงทั้งสองปิดบังใบหน้า ดังนั้นจึงไม่ทราบว่าเป็นใคร

รอจนคนทั้งสามจากไปไกลแล้วทั้งคู่จึงเดินออกมา

ทำงานครานี้เงินหมื่นตำลึงดูท่าจะไม่คุ้มเสียแล้วเสี่ยวผานบ่นพึมพำ

เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่เจ้าแล้ว ที่เจ้าได้จดหมายเชิญแสดงว่าต้องการติดสินบนเจ้าเช่นกัน วันพรุ่งนี้ก็ทำตัวตามปกติอย่าได้มีพิรุธ

เสี่ยวผานพยักหน้าตอบ คนผู้นี้ต้องการข่าวสารไปทำไมกัน?

ไม่ทราบแน่ชัด ถ้าไม่เกี่ยวกับผานตงก็อาจเป็นต้องการสิ่งของที่ผู้ว่าจ้างส่งในครานี้

หรือต้องการเล่นงานจางฮุ่ยเฟิง

จินคิดในใจแต่ไม่ได้เอ่ยออกมา เนื่องจากไม่มีเรื่องอันใดอีกพวกเขาจึงเดินทางกลับโรงเตี๊ยม ตั้งแต่มีวรยุทธ์การเดินทางตามหลังคาก็ทำให้สะดวกสบายและรวดเร็วยิ่งขึ้น ย่างเท้าก้าวหนึ่งก็ไปได้ไกลหลายเมตร เสี่ยวผานมองการเคลื่อนไหวด้วยสายตาอิจฉา แต่เด็กหนุ่มรู้ดี หากเปลี่ยนเป็นตนเองเข้าไปในค่ายกลเช่นเดียวกับจิ้งจอกแล้ว ดูจะมีโอกาสมีชีวิตรอดออกมาไม่ถึงสามส่วน

ก่อนเข้าโรงเตี๊ยมจินสนใจโคมไฟสีเหลืองนวลสวยอันหนึ่งเข้า ภายนอกทำจากแก้วเป่าทำรูปสลักอย่างละเอียดเป็นรูปจิ้งจอก ดังนั้นจิ้งจอกในร่างมนุษย์เช่นกัน จึงควักเงินซื้ออย่างไม่เสียดาย

โคมไฟสีเหลืองนวลอันนั้นบัดนี้ก็ได้มาตั้งอยู่บนโต๊ะในห้อง

เสี่ยวผานมองมันแล้วพบว่าสหายรักของตนเองนั้นมีนิสัยใช้จ่ายเงินอย่างง่ายดายยิ่ง เรื่องนี้ต้องโทษที่โลกเก่านั้นจินที่เกษียณตัวไปเป็นนักบินพาณิชย์ของสายการบินไทย ขับเครื่องเล็กอย่างแอร์บัสสองเครื่องยนต์ แน่นอนว่าอาชีพกัปตันนั้นถือว่ามีเงินใช้ไม่ขาดมือ การใช้จ่ายส่วนใหญ่ก็มักจะไม่ได้ระมัดระวัง ส่งผลให้จินติดนิสัยมาถึงบัดนี้

ถึงจิ้งจอกจะมีนิสัยใช้เงินง่ายแต่ก็มีนิสัยขยันหาเงินเช่นกัน

กล่าวได้ว่าหากคนผู้หนึ่งต้องการจะใช้เงินมากมายแล้ว คนผู้นั้นก็ต้องเป็นคนที่หาเงินได้มากมายด้วย เสี่ยวผานนึกคำนี้ขึ้นมาได้ระหว่างที่กำลังมองจินคำนวณยอดเงินที่ต้องการใช้ เขียนหวัดๆลงบนกระดาษด้วยภาษาที่เขาอ่านไม่ออก

แพทย์หนุ่มไม่มีปัญหากับเป้าหมายการเดินทางท่องเที่ยวของสหายรัก นั่นเพราะตัวเสี่ยวผานก็ต้องการเดินทางรักษาชาวบ้านที่เดือดร้อนไม่มีค่ายาหาโรงหมอเช่นกัน

ทว่ามีเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งที่จินหลงลืมไป แต่เสี่ยวผานมิอาจลืม

สัตว์วิเศษเลือกนายหากจิ้งจอกพบนายขึ้นมาจริงๆ ก็ไม่อาจปฏิเสธการทำสัญญาได้ เช่นนั้นต่อให้ต้องการเดินทางก็เป็นไปไม่ได้แล้ว เสี่ยวผานหวังเพียงแต่ว่าผู้ได้ครอบครองสัตว์วิเศษระดับบรรพกาลจะไม่ใช่คนยิ่งใหญ่เกินไปนัก ให้ชาวบ้านที่เกิดในบ้านนอกเช่นเมืองหน้าด่านอย่างเขาต้องไปอาศัยอยู่ในแวดวงสงครามการเมือง ยามนั้นต่อให้จินไม่ไล่เขาย่อมขอตัวออกไปเอง

เจ้ายังไม่นอนอีกหรือ?จินถามขึ้นมองเพื่อนร่วมห้องที่ดูจะหลับอยู่บนเตียง แต่คล้ายครุ่นคิดสิ่งใดอยู่จึงยังไม่ยอมนอน

ข้ามัวแต่คิดเรื่อยเปื่อย

นอนเถิด ข้าจะปิดไฟแล้วกล่าวจบบุรุษหนุ่มรูปงามก็กลายร่างเป็นจิ้งจอกสีดำ หางทั้งหกโบกพัดทีเปลวไฟจากตะเกียงก็ดับลง สัตว์สี่เท้ากระโดดขึ้นเตียงของมนุษย์ขดตัวนอนอย่างสบาย

เสี่ยวผานถอนสายตากลับมา มือเกาคอนกนางแอ่นคู่แสนรักที่เรียกมาเฝ้ายาม

และทั้งห้องก็ตกอยู่ในห้วงนิทรา

 

พวกข้าเป็นคนสุดท้ายหรือ?

เสี่ยวผานเอ่ยอย่างติดตลก ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องส่วนตัวสุดหรูบนเหลาอาหารประจำเมืองหลวง ในห้องมีผู้คุ้มกันทั้งหมดในงานนี้ของผานตงนั่งกันครบอยู่แล้ว มีคุณชายห้าจางฮุ่ยเฟิงนั่งอยู่หัวโต๊ะ จินกับเสี่ยวผานเข้าไปนั่งต่อเป็นสองคนท้าย พอองค์ประชุมครบ ผู้ติดตามของจางฮุ่ยเฟิงที่หน้าประตูก็ดีดมือเรียกให้เด็กๆในเหลายกอาหารเข้ามา

บรรยากาศในการรับประทานอาหารเป็นไปด้วยดี การสนทนาบนโต๊ะเป็นไปอย่างราบรื่น ถึงแม้ว่าจินจะไม่ได้ผสมโรงมากนัก แต่เมื่อมีคนถามเขาก็ตอบไป ตรงข้ามกับเสี่ยวผานก็ขยับปากอย่างได้อรรถรส สมกับเป็นเหลาอาหารขึ้นชื่อประจำเมือง รสชาตอาหารยอดเยี่ยมจนเห็นได้ชัดว่าจานอาหารด้านหน้าของจิ้งจอกพร่องลงไปมากกว่าผู้อื่น

จางฮุ่ยเฟิงสังเกตเห็น ดังนั้นจึงส่งสายตาให้ผู้ติดตามสั่งยกอาหารมาเพิ่ม

รอจนจินทานอิ่มวางตะเกียบลง ในห้องอาหารก็อิ่มกันหมดแล้วเช่นกัน เด็กของเหลาเดินเข้ามาเก็บจานชามอย่างว่องไวคล่องแคล่ว เนื่องจากคนที่สามารถจองห้องบนเหลาอาหารร้านนี้ได้ต้องมิใช่ชนชั้นสามัญธรรมดา ดังนั้นพวกเขาจึงไม่อยากอยู่ให้นายท่านรำคาญสายตานาน เกิดทำเรื่องไม่สมควรเข้า เช่นนั้นชีวิตก็สั้นเกินไปแล้ว

จางฮุ่ยเฟิงเปิดบทสนทนาด้วยการนำแผนที่ออกมากาง วิเคราะห์เส้นทางที่จะใช้เดินทางไปยังค่ายทหารอย่างรวดเร็วและปกปิดร่องรอยกับเยี่ยกง ผู้คุ้มกันคนอื่นก็เสนอความเห็น พวกเขาต่างถกเถียงแลกเปลี่ยนความคิดกันเรื่องเส้นทางและพาหนะที่ใช้เดินทาง

เรื่องพาหนะนั้นทุกคนมีความเห็นตรงกันที่ว่าจะขี่ม้าไปคนละตัว เยี่ยกงกล่าวว่าเขามีสัตว์วิเศษเป็นม้านิลดังนั้นจึงแข็งแรงกว่าม้าทั่วไป ดังนั้นจึงรับอาสาเป็นคนนำหน้า หากมีเหตุฉุกเฉินจะสามารถวิ่งม้าไปแจ้งข่าวได้ก่อนผู้อื่น เรื่องนี้เป็นเรื่องสมเหตุสมผลดังนั้นทุกคนจึงเห็นด้วย

เรื่องที่ถกเถียงกันที่สุดจึงเป็นเรื่องของเส้นทาง การจะเดินทางไปยังค่ายทหารออกไปทางตะวันตกสุดเขตชายแดนของแคว้นประกอบไปด้วยหลายเส้นทาง ตัดผ่านหลายเมือง หากใช้ทางตรงก็ต้องผ่านเมืองใหญ่ถึงห้าเมือง อีกทางหนึ่งจะผ่านแค่สามเมืองทว่าต้องข้ามแม่น้ำรวมถึงหุบเขาอันตรายที่อาจมีโจรภูเขาซุกซ่อน มีอีกเส้นทางหนึ่งก็คือเส้นทางที่ตัดล้ำเข้าไปในเขตที่อยู่ของสัตว์อสูร-สัตว์วิเศษ แต่เพราะพวกเขาไม่มีใครอยากต่อสู้กับสัตว์วิเศษดังนั้นจึงพากันหลีกเลี่ยงเส้นทางนี้

แคว้นไตรนภานั้นไม่ได้ใหญ่มาก แต่กลับประกอบไปด้วยหลายเมือง เส้นทางจึงมีหลากหลายมากกว่าห้าเส้นทาง เยี่ยกงคาดคะเนแล้วหากเร่งเดินทางด่วนไม่เกินห้าวันคงถึงค่ายทหารของจางหลี่ แต่เพราะเหตุผลยังถกเถียงกันไม่ลงตัวเสียทีผ่านมาหลายชั่วยาม จึงยังไม่ได้คุยเรื่องอื่น

ซีอิ่งเจ้าว่าเราควรเดินทางไปเส้นทางใด?นั่นเพราะผ่านการแนะนำตัวและอายุกันมาก่อนหน้านี้แล้ว ดังนั้นจางฮุ่ยเฟิงจึงเรียกชื่อปลอมของจินได้อย่างถูกต้อง

บนโต๊ะนี้มีคนผู้เดียวที่ตั้งแต่นั่งมายังไม่ปริปากเอ่ยความคิดเห็นแม้แต่น้อย เยี่ยกงเชื่อถือในตัวจินพอสมควรจึงเผลอมองอย่างคาดหวังไปด้วย มีแต่จิ้งจอกที่พ่นลมหายใจ จำใจเดินไปดูแผนที่ให้ชัดเจน เขาย่อตัวลงด้านข้างของจางฮุ่ยเฟิงจมูกพลันได้กลิ่นน้ำหอมที่เคยได้กลิ่นก่อนหน้าอีก

จินไล่ความคิดฟุ้งซ่าน กลับมาสนใจแผนที่ภูมิศาสตร์ด้านหน้า รายละเอียดต่างๆของแคว้นนั้นเขาเรียนรู้ตั้งแต่ยามเป็นจิ้งจอกน้อยที่อยู่ในบ้านเก่าแล้ว ยามนี้จึงงัดเอาความรู้ประดับหัวยามเป็นทหารรบในสงครามเวียดนามออกมา นาวาอากาศเช่นจินมีทั้งประสบการณ์เดินเท้าทั้งประสบการณ์ในการมองสถานการณ์จากที่สูง ดวงตาเรียวสีแอมเบอร์จับจ้องแผนที่ ในหัวครุ่นคิดวุ่นวาย

ความชิดใกล้เช่นนี้ทำให้ผู้คนหายใจไม่ทั่วท้อง บรรดาคนที่นั่งแถวหัวโต๊ะแม้เห็นว่าจินเป็นคุณชายหน้าหยก งามปานล่มเมืองหากใช้คำเทียบกับอิสตรี ทว่าไม่เคยเห็นในระยะใกล้มากถึงเพียงนี้ มองดวงตาสีเหลืองสว่างเป็นประกายประหลาดคล้ายถูกดึงดูดให้สัมผัสได้ถึงความเย็นชา มองปากที่ได้สัดส่วนค่อยๆเผยอออก

ตามความคิดข้า หากเดินทางจากตรงนี้ตัดผ่านป่าพื้นที่ของสัตว์อสูร เลาะข้ามแม่น้ำจะผ่านเพียงเมืองสองเมืองใหญ่ อีกทั้งยังสามารถเดินทางได้ไว เส้นทางสถานที่เอื้ออำนวยต่อการหลบปกปิดซ่อนตัวตลอดเวลา

ถึงแม้คำพูดของจินจะกล่าวมีเหตุผล ทว่าสำหรับผู้คนในแคว้นไตรนภาแล้วการข้ามเขตสัตว์อสูร-สัตว์วิเศษก็ถือเป็นเรื่องอันตรายมากอย่างยิ่ง พวกเขาไม่ได้รู้เวลาหลับนอนหรือพฤติกรรมของเหล่าสัตว์อย่างจิ้งจอก อัตราการตายของผู้คนในแคว้นโดยสัตว์อสูร-สัตว์วิเศษนั้นตกอยู่ที่ห้าคนต่อวัน มีข่าวคราวของผู้ที่ตกตายถูกประกาศมาทุกวัน ดังนั้นหากจะบอกว่าพวกเขาไม่หวาดกลัวกันสักนิดก็คงแปลกแล้ว

จางฮุ่ยเฟิงยกยิ้มตามมารยาทขึ้น ดี เส้นทางที่เจ้ากล่าวดียิ่ง

แปลกเพิ่มขึ้นอีกคนแล้ว เยี่ยกงคิดพลางกุมขมับ เอ่ยปากทัดท้าน

ที่เจ้ากล่าวความจริงดี ทว่าการข้ามเขตสัตว์อสูร-สัตว์วิเศษเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้

มูยองสหายข้า ที่บ้านเกิดเขาเป็นนักล่าสัตว์วิเศษอันดับหนึ่ง สามารถเข้าใจพฤติกรรมสัตว์พวกนี้ได้เป็นอย่างดี มีประกบการณ์อาศัยอยู่ในป่ามนตรามามากกว่าสิบปีจินโยนงานไปให้เสี่ยวผานดื้อๆ   

เมื่อได้ยินว่าเสี่ยวผานสามารถอาศัยอยู่ในป่ามนตรานับสิบปีพวกเขาต่างตกตะลึง หากจะหาคนสามารถนำทางเข้าไปในป่ามนตราด้านลึกนับนิ้วแล้วทั่วทั้งแคว้นคงมีไม่ถึงสามคน บัดนี้มีคนหนึ่งมานั่งอยู่ตรงหน้าจะไม่ให้พวกเขาอดประหลาดใจกันได้อย่างไร?

ทางเสี่ยวผานนั้นได้แต่ลอบปาดเหงื่อ สหายรักโยนภาระอย่างคำอธิบายมาให้ดื้อๆ แพทย์หนุ่มจึงได้แต่แค่นยิ้มออกมา ตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจเต็มเปี่ยม

ดั่งที่ซีอิ่งกล่าว ข้าสามารถนำทางพวกท่านข้ามเขตไปได้โดยง่ายดาย

หากทำได้ยามนี้จินคงอยากจะขอให้ตนเองสามารถหัวเราะออกมา เขามองเสี่ยวผานกลบเกลื่อนอย่างแนบเนียนแล้วอดขบขันไม่ได้จริงๆ

เช่นนั้นก็ตกลง มีผู้ใดจะคัดค้านเส้นทางนี้อีกหรือไม่จางฮุ่ยเฟิงกล่าว ดวงตาสีเทามีบ่งบอกสายเลือดนอกแผ่นดินแคว้นกวาดมองไปทั่ว

ไม่มีคนทัดท้านก็เป็นอันตกลง จินเดินกลับไปนั่งที่เดิม ผู้คนบริเวณหัวโต๊ะจึงสามารถสงบจิตใจลงได้อีกครั้ง พวกเขาสนทนากันเรื่องข้าวของเครื่องใช้ที่จะนำไปต่อ ตกลงว่าทางจางฮุ่ยเฟิงจะเตรียมม้าให้ทั้งหมด ยกเว้นแต่เพียงผู้ที่อยากนำม้าของตนเองไปก็ละเว้นไว้ การเดินทางจะเริ่มวันนี้ยามกลางคืน เยี่ยกงให้ความเห็นว่าตกกลางคืนขบวนพ่อค้าจะเยอะเพราะพวกเขาต้องการหลีกเลี่ยงชาวบ้านในยามกลางวัน ดังนั้นเดินทางปะปนคล้ายผู้คุ้มกันขบวนจะแนบเนียนกว่า

แรกเริ่มเดิมทีคาดว่าจะได้ออกเดินทางยามเช้า ดังนั้นไม่ว่าจินหรือเสี่ยวผานต่างก็ยังไม่ได้ตระเตรียมของใส่ย่ามเอาไว้ ในขบวนเดินทางจะประกอบไปด้วยเยี่ยกงนำหน้า ผู้คุ้มกันอีกสามคนเป็นแถวแรก จิน เสี่ยวผาน จางฮุ่ยเฟิง และผู้ติดตามสี่คนเป็นแถวสอง มีผู้ติดตามอีกคนหนึ่งรั้งท้ายผู้ติดตามที่ว่านี้เป็นผู้ติดตามของจางฮุ่ยเฟิง ทั้งสองล้วนเป็นนายทหารที่มีความสามารถในการเดินทางสูง เป็นคนของกลุ่มเวหากลืนสาร หน่วยสืบข่าวลับของตระกูลจาง จางฮุ่ยเฟิงสนิทสนมกับตั้งสองมาก่อนหน้านี้ ยามนี้ต่อให้เข้ากลุ่มไปแล้ว ทั้งคู่ก็ยังเป็นคนของนายน้อยลำดับห้า

นัดหมายกันอีกครั้งก็เป็นยามเย็นที่ร้านม้าใกล้ประตูเมือง ดังนั้นจึงพากันแยกย้ายไปเตรียมสัมภาระ จินกับเสี่ยวผานก็เตรียมจะเดินกลับโรงเตี๊ยมเช่นกัน

ซีอิ่ง มูยองเด็กหนุ่มทั้งคู่ชะงักเท้า หันไปมองตามเสียงเรียกก็พบคุณชายตระกูลจางที่เพิ่งสนทนากันเป็นคนรั้งตัวเอาไว้ อีกฝ่ายพกรอยยิ้มมารยาทการค้าประจำตัวติดมาด้วย

จางฮุ่ยเฟิงผู้นี้หน้าตาก็ถือว่าหล่อเหลาคมคายอยู่เช่นกัน ดวงตาสีเทาอันผิดแปลกกลับทำให้ใบหน้าน่าหลงใหลมีสเน่ห์แบบลึกลับมากยิ่งขึ้น ยิ่งยิ้มบางๆอย่างสง่าแล้ว หากจะกล่าวว่าสามารถเข้าทำเนียบคุณชายรูปงามประจำเมืองได้คงไม่ผิดนักไม่ผิด เพราะจางฮุ่ยเฟิงนั้นเข้าทำเนียบคุณชายรูปงามประจำเมืองหลวงที่ยังไม่ออกเรือนตบแต่งภรรยาจริงๆ คุณชายทั้งห้าแห่งเมืองหลวงเป็นฉายาของ จางฮุ่ยเฟิง เซกัลยอนกี ซินมู่ ฮาจงกู่ นาเทียนตงทั้งหมดล้วนมาจากตระกูลใหญ่ทั้งสิ้น ไม่นับตระกูลลี่เป็นมีแต่หญิงงาม

พวกเราเคยพบกันมาก่อนหรือไม่?

เสี่ยวผานลอบตกใจ เด็กหนุ่มเหลือบตามองจินที่ยังยืนนิ่งสีหน้าไปแปรเปลี่ยนสักเล็กน้อย จิ้งจอกตอบด้วยเสียงราบเรียบตามปกติ ข้ากับมูยองเพิ่งจะพบท่านเป็นครั้งแรกที่เมืองนี้

เมื่อจางฮุ่ยเฟิงพยักหน้าเข้าใจ เสี่ยวผานกับจินจึงได้ขอตัวจากไป เดินจนลับสายตามาไกลแล้วเสี่ยวผานก็เริ่มเปิดประเด็นขึ้น

จางฮุ่ยเฟิงจะเชื่อพวกเราหรือไม่?

จินครุ่นคิดสักพักจึงตอบ เขาไม่ใช่คนโง่งม

คำตอบนี้ไม่ได้ทำให้เสี่ยวผานกระจ่าง แต่สำหรับจินแล้วมันตอบได้พอสมควรจางฮุ่ยเฟิงมิใช่ตัวบัดซบโง่งมหัวอ่อนเช่นที่ชายหนุ่มแสดงออกเป็นแน่ ถึงแม้จะยังไม่เข้าใจนิสัยที่แท้จริงมากนัก เรื่องนี้สรุปได้ว่าหากอีกฝ่ายเชื่อไม่ติดใจสงสัยก็ดีไป หากวันหน้าเขามากล่าวว่าข้ารู้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องน่าแปลกใจเช่นกัน

เด็กหนุ่มทั้งคู่เดินเข้าไปในร้านกระเป๋า เลือกซื้อย่ามใบใหญ่สำหรับพาดกับม้า รวมถึงของใช้จำเป็นต่างๆ จินมีประสบการณ์ดังนั้นเขาจึงซื้อพวกกล่องเก็บอาหาร ผลไม้ตากแห้งไปด้วย ยังมีอุปกรณ์เล็กน้อยเช่นเชือก กระบอกน้ำ มีดทำครัว เขาซื้อภาพเข็มทิศจากดวงดาวติดตัวไป

เสี่ยวผานช่วยจินถือของทั้งหมดขึ้นมาบนห้องที่เช่าไว้ เด็กหนุ่มต่างทยอยบรรจุของลงในย่ามของตนเอง รวมถึงย่ามของม้า จินนั้นไม่อยากพกสิ่งใดติดตัวนอกจากกระบี่ ดังนั้นจึงใส่ทั้งหมดลงในย่ามของม้า ตรงข้ามกับเสี่ยวผาน แพทย์หนุ่มแทบจะกอดย่ามสมุนไพรไว้ตลอดเวลา หลังจากจัดข้าวของกันเสร็จแล้ว เวลาที่เหลือของจินก็หมดไปกับการช่วยเสี่ยวผานต้มยาบรรจุขวดสะสมไว้

พอได้เวลานัดพวกเขาก็ออกจากโรงเตี๊ยม มุ่งหน้าไปยังร้านม้าที่นัดหมาย

เนื่องจากนอกลู่นอกทางแวะซื้อเสบียงอีกสักหน่อย จึงทำให้มาถึงเป็นสองคนสุดท้าย เยี่ยกงรีบบอกให้พวกเขาไปเลือกม้าที่ชอบ ทางตระกูลจางจะจัดการค่าใช้จ่ายให้เอง

เสี่ยวผานนั้นเรียกนกนางแอ่นคู่ของตนเองมาเกาะบ่าตลอดเวลาในการเดินทางครั้งนี้ เด็กหนุ่มไม่เคยมีม้า แต่เคยขี่ม้าวิเศษในป่ามนตรามาแล้ว ดังนั้นจึงหลงลืมรอบข้างเลือกม้าที่ดูทรงพลังอย่างเพลิดเพลิน

แน่นอนว่าจินเคยขี่ม้า แต่เป็นการขี่ม้าเอาสนุก ท่องเที่ยวเสียมากกว่าในโลกเก่า นอกจากนี้เขายังไม่มีประกบการณ์การเลือกม้าอีกด้วย ดูแล้วทุกตัวเหมือนกันหมด แทบมิมีสิ่งใดต่างกันจินพ่นลมหายใจ เช่นนี้ก็หลับตาเลือกเอาสักตัวอย่างไรคงไม่ได้ตัวที่แย่นัก

เจ้าเลือกไม่ได้หรือ?คนผู้หนึ่งเดินมาจากหน้าประตูคอก

ข้าเลือกม้าไม่เป็น ทั้งชีวิตยังเคยขี่ม้าแค่ไม่กี่ครั้งอีกด้วย

เช่นนั้นข้าเลือกให้เองจางฮุ่ยเฟิงกล่าวเรียบๆ เขาเดินนำอีกฝ่ายไปยังคอกม้าพันธุ์ดีที่สุด นายน้อยตระกูลจางอดคิดถึงอีกฝ่ายไม่ได้เมื่อพบเห็นม้าตัวนี้แต่แรกอยู่แล้ว ม้าที่เขาพาผู้คุ้มกันที่ชื่อซูอิ่งมานั้นมีสีขาวตลอดทั้งตัว เป็นม้าพันธุ์เผือกหายาก ทั้งยังมีท่อนขาทรงพลังเดินทางได้ระยะไกลโดยไม่แรงตก

หากอีกฝ่ายเป็นคนนั่งอยู่บนม้าตัวนี้ เช่นนี้คงเป็นภาพที่สง่างามมากแล้วจางฮุ่ยเฟิงเมื่อเห็นม้าครั้งแรกก็อดคิดเยี่ยงนี้ขึ้นมาไม่ได้ ต้องกล่าวว่าซูอิ่งนั้นสมบูรณ์แบบไปทุกส่วนจริงๆ แม้กระทั่งสติปัญญา ฝีมือที่เยี่ยกงยืนยันว่าร้ายกาจ

อันที่จริงแล้วหากจะกล่าวว่าจินคงไม่ผิดนักจางฮุ่ยเฟิงไม่ใช่คนโง่เช่นที่จินกล่าวไว้ เมื่อได้ยินว่าเสี่ยวผานอาศัยอยู่ในป่ามนตรามามากกว่าสิบปี ประกอบกับที่หลังจากกลับมาจากเมืองหน้าด่านไม่นาน เขาก็ส่งคนไปหาทั้งคู่อยู่เป็นประจำ พบว่าทั้งจินและเสี่ยวผานต่างไม่ได้กลับมายังบ้านนานแล้ว เรื่องราวจึงไม่ยากเกินการคาดเดา จางฮุ่ยเฟิงทราบตัวตนของทั้งสองแล้ว ทว่าหากอีกฝ่ายรั้นต้องการปดปิด เช่นนั้นเขาก็จะแกล้งทำเป็นไม่ทราบ

ถึงแม้ว่าในใจจะยินดี อยากจะเข้าไปพูดคุยด้วยอย่างยิ่ง

ตัวนี้ก็ได้ ขอบคุณท่านจินไม่เรื่องมาก ดังนั้นเมื่อจางฮุ่ยเฟิงเลือกให้ก็รับไว้ อีกทั้งคนตรงหน้าก็ยังเป็นคนออกตัง ม้าตัวนี้ก็ดูตัวใหญ่สวยงามดี เข้าไปสัมผัสก็ไม่พยศแม้แต่น้อย จิ้งจอกจึงจูงมันออกจากคอกพร้อมผู้ว่าจ้างไปด้านนอกสมทบกับคนอื่นๆในขบวนเดินทาง

เสี่ยวผานได้ม้าท่าทางดูดีมาตัวนึง ทั้งหมดต่างรีบเร่งจัดสัมภาระบนหลังม้า จินจัดวางสัมภาระเสร็จก็มองม้าสีขาวอย่างชั่งใจสักครู่ เขาขึ้นม้าแบบปกติก็ต้องมีที่เหยียบ ทว่าม้าในแคว้นนี้คล้ายผู้คนไม่ต้องการที่รองเท้าแต่อย่างใด ได้แต่สะกิดปลายเท้าโหนตัวขึ้นนั่งบนหลังม้าด้วยวิชาตัวเบาแทน

เสี่ยวผานอดร้องอุทานออกมาไม่ได้ ท่วงท่านับว่าดูสง่างามแล้ว ยามนี้พอจินไปนั่งบนหลังม้าคล้ายรูปสลักหรือภาพวาดมูลค่าสูงอย่างยิ่ง สีขาวสว่างทั้งตัวราวกับคุณชายสูงส่งจากในวังไม่มีผิดเพี้ยน พอถูกจับจ้องด้วยสายตามากมาย จิ้งจอกจึงจะหยิบหมวกใบเดิมมาสวม ทว่ากลับมีสิ่งหนึ่งถูกยื่นมาเสียก่อน

จางฮุ่ยเฟิงที่ขึ้นบนหลังม้าแล้วควบม้ามาหยุดอยู่ด้านข้าง มือส่งหน้ากากสีเงินเรียบดูสวยงามให้ ยกมุมปากยิ้มด้วยรอยยิ้มที่ดูจะจริงใจมากกว่าทุกครา

ข้าให้

จินมองอย่างประหลาดใจ ทว่าการใส่หน้ากากอย่างไรย่อมดีกว่าทนร้อนอึดอัด มือจึงรับหน้ากากจากคนตรงหน้ามาพินิจ ดูละเอียดประณีตราคาคงแพงอย่างยิ่ง พอรู้ว่าจางฮุ่ยเฟิงคือจางฮุ่ยเฟิงแล้ว จินจึงรู้สึกตะขิดตะขวงใจหากจะติดเงินเด็กที่น่าสงสารเข้า

ขอบคุณ ค่าใช้จ่ายของหน้ากากนี้ข้าจะชดใช้ให้เอง

ไม่ต้อง สิ่งนี้เป็นเครื่องประดับที่อยู่ในเรือนของข้า หากเจ้าไม่รับไว้มันก็ได้แต่นอนนิ่งอยู่ในกล่อง นอกจากนี้ข้ายังหลงลืมราคาไปแล้วอีกด้วย

เด็กที่น่าตายในอดีตเติบโตมาก็ยังคงเป็นเด็กที่น่าตาย!

จิ้งจอกลอบเข่นเคี้ยวฟันอย่างขุ่นเคือง ไว้นึกออกรบกวนมาบอกราคาข้าด้วย

ได้จางฮุ่ยเฟิงรับปากอย่างขบขัน มองจินสวมหน้ากากเข้ากับใบหน้า

รอจนทุกคนประจำที่พร้อมก็ตกเย็นใกล้มืดค่ำตามที่เยี่ยกงต้องการไว้พอดี พวกเขาทั้งหมดควบม้าตรงไปยังประตูเมือง ปะปนไปกับขบวนพ่อค้า เริ่มการเดินทาง

เยี่ยกงจดจำเส้นทางมาเป็นอย่างดี ควบม้าออกจากเส้นทางหลัก ล่วงหน้านำขบวนทั้งหมดผลุบหายเข้าป่าใหญ่ไป เนื่องจากม้าทั้งหมดเป็นม้าชั้นยอด ฝีเท้าจึงแทบไร้ซุ่มเสียง จินลำบากในการขี่ม้าอย่างยิ่ง เขาที่ไม่เคยแตะต้องม้ามาเลยตั้งแต่มาอยู่ในร่างนี้ จะให้สามารถควบม้าอย่างคล่องแคล่วเท่าผู้อื่นก็เป็นปัญหาแล้ว จิ้งจอกในร่างมนุษย์หงุดหงิดไม่ใช่น้อย มองม้าที่เชื่องช้าแล้วอยากจะลงไปวิ่งด้วยสี่เท้าของตนเองแทน

เสี่ยวผานมองจินอย่างกังวล เด็กหนุ่มกับนายน้อยตระกูลจางต่างช่วยกันอธิบายวิธีขี่ม้าอย่างเร่งด่วนแก่คนมีปัญหา โชคดีที่จินเป็นคนเรียนรู้ได้เร็วนัก แม้จะไม่ได้เชี่ยวชาญมากแต่ทว่าไม่นานก็สามารถทำได้ในระดับนึง ไม่ดูมีปัญหาเท่าคราแรก

จุดหมายแรกของการพักในครั้งนี้เป็นเมืองที่ชื่อว่าเมืองผานกู่หัวเมืองใหญ่ทางตะวันตกของแคว้น จากนั้นต้องข้ามลำธาร ตัดผ่านป่าเขตสัตว์อสูร-สัตว์วิเศษ ผ่านเมืองลูกของผานกู่จึงจะวิ่งยาวถึงค่ายทหาร

การเดินทางเป็นไปอย่างเร่งรีบ ไร้ซึ่งบทสนทนาใดๆ เนื่องจากครั้งนี้ไม่อาจให้เกิดความผิดพลาดได้ จางฮุ่ยเฟิงกำชับว่าเรื่องนี้เกี่ยวพันกับความมั่นคงของแคว้น ดังนั้นผู้คุ้มกันทั้งหมดต่างใช้สมาธิส่วนหนึ่งควบคุมม้า อีกส่วนหนึ่งมองหาการเคลื่อนไหวผิดปกติรอบข้าง

โชคดีที่เยี่ยกงมีสัตว์วิเศษยอดเยี่ยมพอสมควร นอกจากม้าแล้วเยี่ยกงยังมีเหยี่ยวอีกตัว อาชีพผู้คุ้มภัยถือว่าเหมาะสมยิ่งนัก ม้านิลตัวนี้เยี่ยกงเพิ่งได้มาจากรางวัลที่นายใหญ่มอบให้เมื่อมาถึงเมืองหลวงวันแรก มันมีร่างกายที่แข็งแกร่ง พอควบผ่านหญ้ารกชันก็สามารถเปิดทางให้คนด้านหลังตามมาได้อย่างสบาย

พอตกดึกมากขึ้น ต้องผ่านป่าใหญ่ที่มืดสนิท รอบข้างมีเสียงแมลงตลอดทั้งการเดินทาง ผู้คุ้มกันบางคนก็อดหวาดหวั่นในใจไม่ได้ จินเช็คทิศทางจากแผนภาพดวงดาวเป็นระยะ เขาอยากมั่นใจว่าเยี่ยกงมาถูกทางจริงๆ

สิ่งเดียวที่ทำให้จินรู้สึกไม่ชอบใจในการเดินทางครั้งนี้ ไม่พ้นผู้คุ้มภัยที่ถูกติดสินบนในคืนที่ผ่านมา ยามนี้แม้มองดูแล้ว ทว่ากลับยังไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดอยู่ดี ไม่ล่วงรู้ว่ามีแผนร้ายอันใดซ่อนอยู่อีกทั้งยังต้องระแวงตลอดเวลาว่าแผนร้ายนั้นจะปรากฏเมื่อใด ทำให้จิ้งจอกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก

หากแผนร้ายนี้ไม่มุ่งมาที่ผานตงก็คงเป็นจางฮุ่ยเฟิง

ถึงแม้จะพยายามจะไม่เกี่ยวข้อง ทว่าจางฮุ่ยเฟิงที่เขากับเสี่ยวผานเคยช่วยชีวิตอีกฝ่ายมาครั้งหนึ่งแล้ว เช่นนี้จะให้ยืนมองคนที่เคยช่วยเหลือตกตายไปได้อย่างไร?

 

จินมองหมู่ดาว อวยพรให้ตนเองว่าแผนร้ายคงไม่ได้ร้ายแรงเท่าไหร่นัก


                         


#TALK with LLwuda

          พบกันแล้วค่ะ55(ไวไปไหม) ขอบคุณสำหรับFANCLUB1000 วันนี้ลงให้สองตอนรวดเลย เรื่องคู่ของเสี่ยวผานรอลุ้นเอาล่ะกันค่ะ บอกตามตรงเรายังไม่ได้เลือกคู่ให้เลย หลังจากมองคำเรียกร้องแล้วตัดสินใจจะแทรกบทรักของหนุ่มน้อยคนนี้ลงไปด้วย

          อ่านแล้วอยากจะกล่าวว่าขอบคุณ จงเป็นทาสจิ้งจอกกันทุกคนนะคะ!(ล้อเล่นนะ)

          แล้วพบกันตอนหน้าจ้า (แอบปาดเหงื่อลงสองตอนคงรอดจากคำข่มขู่ไปได้หลายวัน)



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 624 ครั้ง

102 ความคิดเห็น

  1. #8186 bbeautymama (@bbeautymama) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 15:32
    จิ้งจอกขี่ม้า5555
    #8186
    0
  2. #8131 SudaratYo (@SudaratYo) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 13:52
    สายเปย์เหมือนกันนะ
    #8131
    0
  3. #8105 boomcocoe55 (@boomcocoe55) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 20:45
    ไม่รู้ทำไมชอบอ่านซีอิ่ง,มูยอง เป็นซีอิ๊วหมูหยองตลอดเลย หมดมูดเลย เครียดด
    #8105
    1
    • #8105-1 chee rose (@babyll) (จากตอนที่ 17)
      6 มกราคม 2562 / 02:19
      ฮือ ตลกอันนี้ 5555555
      #8105-1
  4. #7988 b10_wnw (@b10_wnw) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 21:20
    ตายแล้ว ม้าขี่หมา !! หมาขี่ม้า?

    หวานกันได้อีกหุหุ
    #7988
    0
  5. #7987 b10_wnw (@b10_wnw) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 21:20
    ตายแล้ว ม้าขี่หมา !! หมาขี่ม้า?

    หวานกันได้อีกหุหุ
    #7987
    0
  6. #7873 YohloveHao (@YohloveHao) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 05:09
    สรุปพระเอกมียศมีศักดิ์จริงๆด้วย โอ้วว~
    #7873
    0
  7. #7839 luhan7_lulu (@luhan7_lulu) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 21:51
    เริ่มแผนเกี้ยวแล้วว้อยยยพระเอกเราา
    #7839
    0
  8. #7791 LuckyStar1006 (@AinSuchada) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 02:29
    พระเอกเริ่มแล้วววว
    #7791
    0
  9. #7730 Jolly CCP (@c1chonlana) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 22:30
    โธ่เสี่ยวผาน ถ้าจิ้งจอกน้อยไปติดพระเอกขึ้นมาจะรู้สึกยังไง จะเหงาไหมนะ
    #7730
    0
  10. #7693 Hazel_9502 (@pookiejj) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 20:27
    พระเอกออกเยอะสักทีวว
    #7693
    0
  11. #7661 jemsin (@jemsin) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 22:48
    ทัดทาน นะคะ ไม่ใช่ทัดท้าน
    #7661
    0
  12. #7634 4KKWAN_ (@4KKWAN_) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 00:19
    จนถึงตอนนี้ก็เอ็นดูน้องจิ้งกับน้องผานมากๆเลย แล้วก็คิดว่าถ้าหากสัตว์วิเศษได้เลือกนายแล้วจะต้องหวงน้องแน่ๆ! อ่านตั้งแต่นอนยังตัวน้อยๆ ตอนนี้โตเป็นหนุ่มรูปงาม เก่งที่สุดเลยค้าบน้องจิน /อวย
    #7634
    0
  13. #7538 maielf13 (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 20:47

    ใครจะทำอะไรแงงงงงงง ชอบความเอาแชมพุมาขู่555555

    #7538
    0
  14. #7521 D.I.N. (@tsubasa-2442) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 20:24
    ไวรึ....
    #7521
    0
  15. #7398 ppvs_ (@ppvs_) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 10:27
    จางฮุ่ยนี่พระเอกปะ
    #7398
    0
  16. #7267 Plankton J (@jthida) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 20:55
    เอาชนะนายเอกด้วยแชมพูสระขน ฮือ
    #7267
    0
  17. #7205 velaz (@wazwa) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 09:50
    เสียวผานมีอาวุธขู่จินคือแชมพูบำรุงผมสินะคะ 555555555555554554 ฮือออ ทำไมเป็นคนตลก
    #7205
    0
  18. #7102 มูมู (@mumuka) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 22:09
    พระเอกเริ่มเข้าหาละหลังจากรู้ว่าจินคือนางในดวงใจตอนเด็ก 55555
    #7102
    0
  19. #7042 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 18:34
    มีความเต๊าะ(?)เบาๆ สายเปย์ล่ะ555555
    #7042
    0
  20. #6695 -Shawty- (@tumbmong) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 09:39
    เอาละค่ะ พระเอกของเราเริ่มเข้าชาร์ทแล้วจ้าาา รุกเร็วมากพ่อคุณณ
    #6695
    0
  21. #6532 earn1123 (@earn1123) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 07:58
    เวลารู้ว่ามีหนอนอยู่แต่หาไม่เจอนี้น่าหงุดหงิดนะ -_-
    #6532
    0
  22. #6102 foamnipax_ (@foamnipax_) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 12:44
    วิธีขู่ของเสี่ยวผานน่ารักไปไหม ยึดแชมพู 555555555555555555555555
    #6102
    0
  23. #5718 มากิริจัง (@mikiri) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 10:25
    แอบสงสัย จินจิน เป็นจิ้งจอง จมูกน่าจะดี
    การจะจดจำกลิ่นของผู้คนที่อยู่รวมกันน่าจะง่าย
    อย่างน้อยความเป็นสัตว์ระดับบรรพกาล ไม่น่าอ่อนเรื่องกลิ่น
    #5718
    0
  24. #5676 Butterfly DN. (@babyll) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 09:30
    แหมมม จินนี่เป็นพวกปากร้ายใจดีป้ะเนี่ย
    #5676
    0
  25. #5454 ขนมหวานนมสด (@mikilovesj) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 10:27
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านค่ะ
    #5454
    0