✦ อนธการจิ้งจอก ✦ BL, YAOI [END]

  • 99% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 507,309 Views

  • 8,277 Comments

  • 13,444 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    5,934

    Overall
    507,309

ตอนที่ 19 : เผยแผนร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23318
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 603 ครั้ง
    19 ธ.ค. 58










บทที่18

เผยแผนร้าย



 

            หลังจากที่เสี่ยวผานใช้ผงนิทราจนคนในขบวนหลับกันหมดแล้ว จินก็เข้ามายังป่าเขตของเหล่าสัตว์อสูร-สัตว์วิเศษยามค่ำคืน จิ้งจอกสีดำวิ่งไปตามทาง สำรวจจดจำเส้นทางและชนิดของสัตว์วิเศษในป่านี้

            หากให้เสี่ยวผานมาเช่นนั้นจะเป็นการปลุกสัตว์อสูรที่จมูกดีออกมาเสียมากกว่า อีกอย่างผงนิทรายังมีคุณสมบัติทำให้ผู้ที่สูดดมเข้าไปเกินครึ่งชั่วยามหลับสนิท ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีผู้หนึ่งอยู่เฝ้ายามอย่างเลี่ยงไม่ได้ จิ้งจอกอนธการย่อมมีอิสระเสรีเคลื่อนไหวในป่ามากกว่ามนุษย์แน่นอน

             เสี่ยวผานหยิบหนังสือในย่ามขึ้นมาอ่านระหว่างรอคอย อ่านผ่านไปได้ประมาณหนึ่งในสี่ของเล่มจินก็กลับมาแล้ว ในมือมีผลไม้จากในป่าติดมาอยู่สองสามผล จินเหลือบมองผู้คนในขบวนการเดินทางที่หลับกันสนิทโดยไม่พูดสิ่งใด ก่อนจะเดินไปรื้อข้าวของในย่าม หยิบเอากระดาษและพู่กันออกมา

            …เขากำลังวาดแผนที่

            จินเขียนแผนที่แบบหยาบๆขึ้น ทำสัญลักษณ์ว่าจุดไหนมีรังของสัตว์อสูร-สัตว์วิเศษชนิดใดอยู่ จากนั้นก็ยื่นมันให้เสี่ยวผาน เพราะเด็กหนุ่มต้องรับหน้าที่เป็นคนนำทางแทนเยี่ยกงในการผ่านป่า

            ป่าแห่งนี้เราตัดผ่านแค่หนึ่งในสี่ของพื้นที่เท่านั้น สัตว์วิเศษที่ต้องผ่านมีแค่ระดับสี่

            “บริเวณที่ต้องเดินผ่านมีแค่สัตว์อสูรธรรมดานับว่าโชคดีแท้

เสี่ยวผานพ่นลมหายใจโล่งอก เป็นความจริงที่เด็กหนุ่มอาศัยอยู่ในป่ามนตรามานับสิบปี ทำให้ทั้งพละกำลังและความว่องไวมีเพิ่มมากขึ้น เพียงแต่ว่าอย่างไรสัตว์ก็มิใช่มนุษย์ เล่ห์เหลี่ยมและความฉับไวในการคิดมนุษย์ย่อมมีมากกว่า ทำเพียงแค่นั่งสังเกตพฤติกรรมพวกมัน ซุ่มปลิดชีพด้วยธนูจากระยะไกล เท่านี้ก็ทำให้เด็กหนุ่มสามารถอยู่รอดในป่ามนตรามาได้หลายปี

จินกับเสี่ยวผานหารือกันต่ออีกสักพัก จากนั้นจึงแยกย้ายกันหลับตาลงพักผ่อน

ยามเช้ามาเยือนอย่างรวดเร็ว แสงอาทิตย์อ่อนๆทาบผ่านลอดไรกลุ่มใบไม้ใหญ่ออกมา เส้นแสงกระทบเข้ากับใบหน้าที่กำลังหลับตาพริ้ม ดูราวกับภูติพรายที่แอบหลบซ่อนอยู่ในป่า ผู้ที่ลอบมองเผลอขยับเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยเท่านั้นก็ทำให้ดวงตาที่หลับอยู่เปิดขึ้นมา

จินสะดุ้งตื่นเมื่อมีการเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ๆ เขาลืมตาขึ้นมาก็พบว่าเป็นจางฮุ่ยเฟิงที่ตื่นก่อน อีกฝ่ายกำลังมองมาที่ตนเช่นกัน ดวงตาสีเทาผิดแปลกเช่นคนปกติทำให้ดูมีสเน่ห์ลึกลับมากขึ้น

เจ้ารู้สึกตัวไวดีจางฮุ่ยเฟิงที่นั่งพิงต้นไม้ด้านข้างคนหลับยกยิ้มบางๆ

ข้าเป็นคนตื่นง่าย

ดวงตาสองคู่สบกัน จางฮุ่ยเฟิงยังคงจ้องมองมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มหู ดวงตาของเจ้าสวย

เจ้าก็เช่นกัน

มารดาของข้าเป็นคนนอกแผ่นดินแคว้น ข้าชอบดวงตาของตนเอง เพียงแต่มีตาเช่นนี้อาจทำให้ชีวิตในวัยเยาว์ลำบากอยู่บ้างหรือแม้กระทั่งยามนี้

จินส่ายหัวพลางถาม เพราะเหตุใด? ข้าเกิดมาก็มีดวงตาเช่นนี้แล้ว นอกจากไม่ค่อยได้ลิ้มรสอาหารอร่อยในเหลาราคาแพงก็ไม่มีสิ่งใดยากลำบากอีก

ถ้าไม่นับที่ว่าโดนตระกูลเซกัลไล่จับ ชีวิตถือว่าดีงามเลยทีเดียว

เพราะเหตุอันใดข้าก็ไม่เข้าใจนัก อาจเป็นเพราะมันผิดแปลกกับผู้อื่น

เหลวไหล แปลกแล้วอย่างไรเล่า? เรื่องราวของเจ้าถึงคราวให้ผู้อื่นมาตัดสินแล้วหรือ จินเผลอดุด้วยน้ำเสียงเข้มงวดราวกับกำลังดุหลานชายวัยรุ่นของตนเองออกมา

จางฮุ่ยเฟิงหัวเราะเบาๆ ดวงตาของเจ้ามาจากเชื้อสายใดหรือ?

พอมาถึงคำถามนี้นับว่าลำบากอย่างแท้จริง นัยน์ตาคมเรืองวาวเป็นสัตว์เช่นนี้จะไปได้รับสืบทอดมาจากบิดามารดาที่ไหนกันเล่า? เพราะว่าเขาเป็นจิ้งจอก แต่เรื่องพรรณนี้จะให้อธิบายไปว่าอย่างไรได้?

          ข้าไม่ทราบจินส่ายหัวปฏิเสธ เมื่อไม่รู้จะกลบเกลื่อนอย่างไร บอกปัดไปเลยดูท่าจะเป็นทางเลือกที่สะดวกดีกว่า จางฮุ่ยเฟิงขยับปากเหมือนจะเอ่ยสิ่งใดต่อ ทว่าคนอื่นๆที่เหลือทยอยตื่นขึ้นมาพอ เด็กหนุ่มจึงเก็บคำอย่างเสียดาย

            เยี่ยกงตื่นมาแล้วทุกอย่างก็เริ่มเป็นระเบียบโดยทันที ทุกคนต่างหยิบกระบอกใส่น้ำกันออกมาจากย่าม ล้างหน้าล้างตาบ้วนปาก ตั้งวงสนทนารับประทานอาหารเช้ากันอย่างเรียบง่าย

            เราต้องใช้เวลาในการผ่านป่าเท่าใด?

            เสี่ยวผานกลืนอาหารคำสุดท้ายลงคอก่อนกล่าว ไม่สามารถบอกชัดเจนได้ หากโดนสัตว์วิเศษปั่นป่วนเช่นเมื่อวานคงต้องเสียเวลาสักพักหนึ่ง อย่างไรคงไม่เกินหนึ่งวัน

            ได้ยินว่าไม่เกินหนึ่งวันพวกเขาก็จะพ้นจากเขตอันตรายนี้แล้วต่างก็พากันถอนหายใจโล่งอก ให้เหยียบย่างเข้าไปในเขตสัตว์อสูรด้วยคนจำนวนเพียงแค่นี้ นานไม่กี่ชั่วยามก็รู้สึกหวาดหวั่นแล้ว ผู้ใดจะอยากหายใจไม่ทั่วท้องไปตลอดทั้งวันกันเล่า?

            จะจัดแถวอย่างไร?เซี่ยจวิ่นถามขึ้นมา

            เยี่ยกงคาดคิดไว้ในใจก่อนแล้ว ตั้งใจจะให้มูยองกับซีอิ่งนำหน้า เซี่ยจวิ่นปิดท้ายเช่นเดิม เพียงแต่ว่าปัญหาที่หนักอกหนักใจที่สุดนั้นคงจะไม่พ้นตำแหน่งของจางฮุ่ยเฟิง เยี่ยกงก็นับเป็นผู้คนในแคว้นคนหนึ่ง เรื่องราวของคุณชายห้าแห่งตระกูลจางผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นขยะในรอบหลายปีของตระกูลนั้น มันเคยได้ยินข่าวคราวมาบ้าง

            ทว่าหลังรู้จักกันมาแล้ว เยี่ยกงไม่เห็นว่าอีกฝ่ายจะคล้ายเป็นขยะแต่อย่างใด

            จางฮุ่ยเฟิงยังไม่ได้โชว์ฝีมือ ตกลงอีกฝ่ายเป็นขยะที่ไร้ฝีมือจริงหรือไม่? เรื่องเช่นนี้เยี่ยกงก็ยังไม่ทราบ อีกทั้งผู้ใดจะกล้าถามคำถามเช่นนี้ออกไป มันจึงได้แต่จัดให้จางฮุ่ยเฟิงอยู่ตรงกลาง ตำแหน่งที่ปลอดภัยที่สุด ยืนด้านข้างผู้ติดตาม เผื่อเกิดเหตุร้ายแรงอันใดขึ้นมาทางผานตงจะมิใช่ผู้รับผิดชอบสถานหนักนัก

            หลังจากจัดขบวนเสร็จเยี่ยกงก็ส่งไม้ต่อให้เสี่ยวผาน เด็กหนุ่มบอกให้ทุกคนนำผ้ามาพันกีบเท้าของม้าเพื่อเก็บเสียง เหล่าผู้คุ้มภัยต่างเรียกสัตว์วิเศษของตนออกมาเตรียมพร้อม

            เซี่ยจวิ่นกับมู่ฟ๋งไม่ได้เรียกสัตว์วิเศษของตนมาหา เนื่องเพราะพวกเขาเป็นทหาร สัตว์วิเศษคู่กายจึงเป็นสัตว์วิเศษประเภทต่อสู้ ผิดกับสัตว์วิเศษของกลุ่มผานตง ที่ล้วนมีประโยชน์ในการเดินทางทั้งสิ้น

            เสี่ยวผานกระโดดขึ้นหลังม้าเป็นคนแรก บรรยากาศก่อนเดินข้ามเขตไปนั้นค่อนข้างตึงเครียด ต่างกระชับอาวุธในมือแน่นให้อุ่นใจ แม้กระทั่งเสี่ยวผานยังค่อยๆแกะห่อผ้าหยิบธนูสีขาวบริสุทธิ์ออกมา

            โอ้

            “ว้าว

            เสียงอุทานปนชื่นชมดังขึ้นมาแทบจะในทันที กลุ่มของผานตงอดตื่นเต้นไม่ได้ พวกเขาเป็นแค่คนคุมภัยธรรมดา ผ่านมาหลายปีกว่าจะได้พบเจอของล้ำค่าชิ้นหนึ่ง ผู้คุ้มภัยเงินเดือนไม่ได้สูงมากเช่นนี้มีกระบี่ชั้นดีใช้ก็เป็นที่พอใจแล้ว อย่าได้กล่าวถึงอาวุธล้ำค่าในตำนาน

            เป็นธนูชั้นเลิศไม่ผิดแน่นอกจากกลุ่มผานตงอย่างอาเหลา ไซมิ้ง ล้อฮุนแล้ว ที่เหลือนับว่ามีสายตาที่ดีเยี่ยม ธนูมองเพียงแค่ภายนอกก็แผ่พลังวิสุทธ์ออกมามากเยี่ยงนี้ โดยที่ตัวเสี่ยวผานยังไม่ได้ใส่กำลังภายในเข้าไปเลยด้วยซ้ำ อาวุธเช่นนี้ต้องเป็นอาวุธล้ำค่าไม่ผิดแน่

            เพียงแต่ว่าในตระกูลใหญ่การจะมีอาวุธล้ำค่าในครอบครองสักสามชิ้นก็ถือว่าเต็มกลืนแล้ว ของสำคัญหายากเช่นนั้นมาอยู่ติดตัวกับผู้คุ้มภัยธรรมดาผู้หนึ่งเรื่องนี้เป็นไปได้อย่างไร? เซี่ยจวิ่นหรี่ตาอย่างใช้ความคิด เริ่มเกิดความระแวงขึ้นมาในใจ

            มีคนให้ข้ามาน่ะเสี่ยวผานหัวเราะกลบเกลื่อนให้กับการเป็นเป้าสายตา เด็กหนุ่มเตรียมลูกธนูสะพายไว้บนหลัง มือข้างหนึ่งถือคันธนูติดตัวไว้ อีกข้างจับบังเหียนม้ากระตุกให้มันก้าวเดิน

            ม้าทั้งเก้าทะยานเข้าไปในป่าอย่างเงียบเชียบ ต่างคนต่างพยายามหายใจให้ไร้ซุ่มเสียงที่สุด

            เสี่ยวผานนำทุกคนไปยังทางที่จินเตรียมไว้เมื่อคืน จิ้งจอกได้มาเก็บกวาดบางอย่าง รวมถึงเตรียมเส้นทางไว้ล่วงหน้า ความดุร้ายของสัตว์พวกนี้จินกับเสี่ยวผานรู้ดีอย่างยิ่ง พวกเขาไม่ได้มีคนละสองร่างสามแขน สัตว์วิเศษโผล่มาจริงก็ไม่สามารถช่วยเหลือได้ทุกคน ดังนั้นการออกจากเขตก่อนมืดอย่างไรย่อมดีกว่า

            วะ!...” อาเหลาที่ร้องลั่นรีบตะครุบปากตนเองไว้

            สัตว์อสูรตัวหนึ่งเดินผ่านทีพวกเขาต่างก็พากันตกใจที แล้วก็ถอนหายใจออกมาเมื่อพบว่าระดับมันไม่ได้สูงนัก สัตว์อสูรที่พบเจอต่างจ้องมองคนทั้งหมดอย่างไม่กระพริบตา พวกมันเตรียมพร้อมหากมีผู้ใดล่วงล้ำอาณาเขตมันเข้าไป มันจึงจะเปิดฉากจู่โจม

            ผ่านมาไม่ต่ำกว่าสามชั่วยามแล้ว สำหรับการควบม้าแบบไม่หยุดพัก

            เสี่ยวผานก้มมองแผนที่ในมือ คิ้วขมวดเข้าหากันอย่างหนักใจ ที่ด้านหน้าเป็นเขตของสัตว์วิเศษระดับสี่ที่จินทำเครื่องหมายเอาไว้ พื้นที่อาณาเขตของมันจำเป็นต้องข้ามผ่านอย่างเลี่ยงไม่ได้ เด็กหนุ่มกระชับธนูในมือแน่น กระซิบเบาๆกับนกนางแอ่นคู่ข้างกายที่พุ่งแซงออกไปด้านหน้า

            ผ่านไปไม่นานก็ปรากฏร่างนกสองขาขนาดใหญ่ออกมาจากต้นไม้ มองจากตรงนี้ความสูงที่เหนือหัวขึ้นไปอีกทำให้ผู้คนต่างหวาดหวั่นนัก เสี่ยวผานน้าวสาย ปล่อยลูกธนูวิ่งตรงไปแทบจะในทันที

            ฉึก! ลูกธนูดอกหนึ่งปักตรึงแน่นลงไปในเนื้อไม้แข็ง นกกระจอกเทศลายครามหันมาสนใจที่มาของเสียง มันพองขนขู่ผู้บุรุกที่ล้ำอาณาเขตเข้ามา ต่างคนต่างก็กระชับอาวุธตนเองแน่น สีหน้าตึงเครียดขึ้นเมื่อพบสัตว์วิเศษระดับสี่เข้าแล้ว ยามปกติหากจะล่าสัตว์วิเศษสักตัวหนึ่งมักจะขนผู้คนมาไม่ต่ำกว่าสิบ ครานี้พวกเขาควบม้ากันเข้ามาเพียงเก้าคน เท่ากับว่าหากพลาดขึ้นมาสักเล็กน้อยอาจกระทบถึงชีวิตแล้ว

          ฉึก! เสี่ยวผานเล็งธนูไปที่ต้นไม้อีกต้นขนานกันเป็นระยะพอสมควร หากตั้งใจมองให้ดีจะเห็นเส้นบางๆเชื่อมต่อกันระหว่างลูกธนูสองดอกที่ยิงออกไป คั่นระหว่างศัตรูกับขบวนเดินทางไว้

            ไป!” เสี่ยวผานตะโกนออกมา เร่งเร้าม้าให้รีบทะยานไปอีกทางหนึ่ง

            นกกระจอกเทศลายครามเบิกตาที่ดุร้ายกว้าง มันก้าวเท้าอันใหญ่โตตรงมาอย่างรวดเร็ว ทว่ากลับถูกนกนางแอ่นคู่สองตัวและฝูงเหยี่ยวขวางเอาไว้ ดวงตาที่วาวโรจน์มองตามหลังม้าของผู้ที่บังอาจบุกรุกอาณาเขตของมันอย่างโกรธกริ้ว ทว่าพอเท้าจะขย้ำนกตัวเล็กที่น่ารำคาญทิ้ง สัตว์วิเศษระดับสี่คล้ายไปแตะโดนสิ่งใด ล้มลงขยับไม่ได้แทบจะในทันที

            ขบวนการเดินทางเร่งรีบควบม้ากันจนเหนื่อยหอบ ใบหน้าต่างล้วนมีเหงื่อเปียกชุ่ม หน้าอกเคลื่อนตัวขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ แม้กระทั่งม้าที่ว่าเป็นยอดอาชา การวิ่งมาหลายชั่วยามด้วยกำลังเต็มที่โดยไม่ได้หยุดพักจึงทำให้พวกมันเหน็ดเหนื่อยแรงตกไปเช่นกัน

            ยาชาจะมีฤทธิ์เพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้นเสี่ยวผานเห็นนกนางแอ่นคู่ของตนเองบินกลับมา ก็ทราบได้ว่านกกระจอกเทศลายครามติดกับดักแล้ว ตามที่วางแผนเอาไว้ยามที่ยาชาหมดฤทธิ์พวกเขาจะอยู่ไกลจนเกินพอ หากว่ายังตามมาอีกเด็กหนุ่มได้เตรียมแผนสำรองเอาไว้เช่นกัน

            โชคดีที่พอมาถึงยังจุดหมายที่คาดแล้วก็ยังไม่มีวี่แววว่านกกระจอกเทศลายครามจะตามมาทัน ทว่าแม้จะรอดพ้นปากนกมาครั้งหนึ่ง ไม่ว่าผู้ใดก็มิกล้าประมาทอยู่ดี พวกเขาล้วนตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้ตลอดเวลา

            ยกเว้นเพียงคนผู้เดียวเท่านั้น

            ราวกับพวกเขาอยู่กันคนละที่ คุณชายในชุดขาวที่นั่งอยู่บนอาชาสีขาวทั้งตัว สว่างเรืองรองจนมองหยาดเหงื่อบนใบหน้าแทบไม่เห็น สีหน้านิ่งสงบไม่อนาทรร้อนใจ ท่วงท่ายามขี่ม้าคล้ายกำลังเดินเล่นอยู่ในสวนบุปผาสะพรั่ง เพียงมองดูก็ทำให้บริเวณรอบข้างถูกลืมเลือนไปหมดสิ้น

            คนที่ว่านั้นคือจินนั่นเองในมือของจิ้งจอกไม่มีแม้กระทั่งกระบี่สักเล่มถือไว้ด้วยซ้ำ  

            เจ้าไม่ควรประมาท

            เสียงดังขึ้นมาจากด้านข้าง เป็นจางฮุ่ยเฟิงที่ควบม้าขึ้นมาตีคู่กับจินด้วยความเป็นห่วง มองสบกับดวงตาสีเทาทำให้จินรู้สึกขบขันปนเอ็นดูไม่น้อยเด็กน้อยผู้นี้จะรู้หรือไม่ว่ายามอยู่กับผู้อื่นแล้วสามารถตีสองหน้าได้เก่งกาจถึงเพียงไหน แต่พอมาอยู่ต่อหน้าเขาแล้ว แม้แต่อาการกิริยาเพียงนิดเดียวก็ทำให้ทราบแล้วว่าใจจริงอีกฝ่ายคิดอย่างไร

            จิ้งจอกที่มองดูนายน้อยตระกูลนักรบด้วยสายตาราวกับมองดูเด็กผู้หนึ่ง ยิ้มบางๆตอบอีกฝ่าย ดวงตาแพรวพราวไปด้วยความขบขัน การที่ไม่เคยเห็นคนผู้หนึ่งยิ้มเลยสักครั้งยิ้มให้เพียงครั้งเดียวทำให้จางฮุ่ยเฟิงคล้ายตนถูกฟ้าผ่า ใบหูขึ้นสีเล็กน้อยหากไม่สังเกตแล้วไม่อาจมองออก

            จางฮุ่ยเฟิงเบือนหน้าหนี กล่าวลอยๆ เจ้ายิ้มแล้วดูดี

            จินไม่ได้ตอบอะไรต่อ เพียงแต่รู้สึกสนุกขึ้นมาเท่านั้น

            ขบวนการเดินทางยังควบม้าต่อไปโดยไม่มีหยุดอีกสองชั่วยาม ที่เบื้องหน้าเริ่มเห็นแสงสว่างลอดเข้ามารำไร ผู้คนที่ควบม้าอย่างเหน็ดเหนื่อยต่างฮึกเหิมมีกำลังใจขึ้น เสี่ยวผานที่เป็นผู้นำในครานี้ก็ลอบถอนหายใจโล่งอก ทุกคนออกมาอย่างปลอดภัย เด็กหนุ่มจะได้ส่งไม้คืนเยี่ยกงเสียที

            ในที่สุดขบวนการเดินทางในครั้งนี้ก็พ้นเขตป่าของเหล่าสัตว์อันตรายมาจนได้ เลยจากจุดเขตแดนไปอีกสักหน่อย ม้าทั้งเก้าตัวและคนทั้งเก้าคนกำลังพักด้วยความเหนื่อยอ่อน ล้างเหงื่อบนใบหน้ากันอย่างสดชื่นโดยไม่มีใครสังเกตจางฮุ่ยเฟิงสบตากับผู้ติดตามทั้งสองนายด้วยความกังวล สีหน้าผ่อนคลายยามปกติเคร่งเครียดราวกับคนละคน

            ทันใดนั้นการเคลื่อนไหวของคนหนึ่งในกลุ่มก็พลันชะงักกึก เพียงครู่เดียวก็กลับไปเคลื่อนไหวต่ออย่างราบรื่น จินหรี่ตาหันหน้าไปทางด้านบนของหุบเขารอบข้าง มองกวาดสายตาไปทั่วป่าทำทีคล้ายกำลังชื่นชมธรรมชาติ เรือนร่างสูงโปร่งเดินเข้าไปหาจางฮุ่ยเฟิงที่อยู่ใกล้ที่สุด กระซิบถ้อยคำสั้นๆให้ได้ยินกันสองคน

            “…กับดัก

            เพียงเท่านี้จางฮุ่ยเฟิงก็เข้าใจ สีหน้าเคร่งขรึมเพียงชั่วครู่กับผลัดเปลี่ยนเป็นหน้ากากอีกใบ ที่มักใช้ออกยามปกติ กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มน่าฟัง เราต้องไปกันแล้ว

            ฟังจางฮุ่ยเฟิงกล่าวแล้วทำให้งุนงงอยู่ไม่น้อย พวกเขาเพิ่งจะได้พักกันมิใช่หรือ?

ทว่าจิน เสี่ยวผาน เซี่ยจวิ่นและมู่ฟ๋ง กระโดดขึ้นหลังม้าโดยไม่รีรอ เห็นดังนั้นคนที่เหลือจึงพากันขึ้นม้าตามด้วย พอหายเหนื่อยแล้วผู้คุ้มภัยผานตงจึงจะได้พบเห็นความพิรุธบางอย่างสัตว์วิเศษของพวกเขาที่เดิมทีควรจะบินตามมาอยู่บนฟ้าหายไปแล้ว

            ถึงยามนี้ไม่ว่าผู้ใดต่างก็ทราบถึงความผิดปกติ

            พวกเขากำลังโดนล้อม!

            จางฮุ่ยเฟิงมองภูมิศาสตร์ด้านหน้าก็ทราบว่าฝ่ายตนเสียเปรียบเป็นอย่างมาก ฝ่ายศัตรูยังรอดูท่าที หากเคลื่อนไหวแล้วคงจะโดนลูกธนูมากมายยิ่งเข้าใส่จากรอบทิศทันที เดิมทีหากมีเพียงตนเองคงไม่เท่าไหร่นัก บัดนี้เพิ่มจินกับเสี่ยวผานเข้ามา นายน้อยตระกูลจางเพิ่งสัมผัสความรู้สึกเป็นห่วงเป็นใยในชีวิตผู้อื่นครั้งแรก

            จางฮุ่ยเฟิงครุ่นคิดอะไรบางอย่างจากนั้นก็ตะโกน ไป!!!”

            ทันใดนั้นม้าทั้งเก้าตัวก็ต่างพากันพุ่งตัวทะยานราวกับแผงศร เช่นเดียวกับศัตรูรอบข้างมากมายที่ปรากฏตัวออกมา เสียงเฟี้ยวฟ้าวของลูกธนูดังฝ่าอากาศมาจากรอบทิศ

            ยามนี้อาจเข้าใกล้ความเป็นความตายมากกว่าข้ามเขตสัตว์อสูรเสียอีก

            จินเห็นท่าไม่ดีแล้ว จึงควบม้านำไปด้านหน้าแซงเยี่ยกงขึ้นไป เข้าป่าหาที่กำบังก่อน!!!”

ซีอิ่งในขบวนนี้ไม่ว่ารูปโฉมจะงดงามแล้ว ยังชาญฉลาด ฝีมือร้ายกาจท่วงท่ากริยาปกติใจเย็นดั่งระลอกคลื่นราบเรียบ ดังนั้นผู้คนที่เหลือจึงเชื่อถือเป็นอย่างมาก พอเห็นจินน้ำขบวนเข้าป่าพุ่งเข้าหาศัตรูไปนั้นก็ตามไปอย่างไม่รีรอ

จินจับห่อผ้าด้านหลังขึ้นมา สะบัดมือออกไปด้านข้าง แสงสุริยันไล้ไปตามเงาของเรือนร่างให้ความรู้สึกสูงสง่ากระบี่มูยองในมือทอประกายเย็นยะเยือกดุจน้ำแข็งค้าง กระบี่สีเงินยังคงมีผ้าพันอยู่ปลายพริ้วไสวไปตามลมทั้งหมดนี้สะกดแม้กระทั่งศัตรูให้ตื่นตะลึง

มนต์เสน่ห์แห่งจิ้งจอก

เรื่องราวเล่าขานที่ว่าเหล่าจิ้งจอกชอบใช้มนต์เป็นชายหนุ่มหรือสตรีอันงดงาม ล่อลวงนักเดินทางให้เข้าไปติดกับเสน่ห์อันเย้ายวนใจนั้น ยามนี้เสี่ยวผานไม่คิดตั้งข้อสงสัยอีกต่อไป

กระบี่สีเงินในมือจินสั่นไหวเล็กน้อยราวกับยินดีที่จะได้ดื่มเลือดในรอบหลายร้อยปี สะบัดมือเพียงแค่ครั้งเดียวคนผู้หนึ่งก็ล้มลงไป บั่นศรีษะขาดโดยไร้ซึ่งความลังเลแม้แต่น้อย เปิดทางให้ม้านำตัวแรกย่ำเหยียบซากศพเข้าป่า จากนั้นเสียงร้องมากมายก็ดังขึ้นต่อเนื่องเสี่ยวผานยิงธนูแม่นราวกับจับวาง ลูกศรเสียบเข้าคอหอยฝ่ายศัตรูตายภายในดอกเดียว  ผู้คนที่เหลือต่างหยิบอาวุธเข่นฆ่าศัตรูบุกฝ่าป่าไป

เซี่ยจวิ่นมองจินที่นำหน้าด้วยความตื่นตะลึง อีกฝ่ายชักกระบี่เมื่อใด? ลงมือตอนไหนเขามิอาจมองเห็นได้เลย ลงมือเฉียบขาดตัดสินใจได้ว่องไว คนเยี่ยมยุทธขนาดนี้ไฉนเลยจึงเป็นเพียงคนคุ้มกันสำนักผานตงเท่านั้น? หากนายน้อยไม่ได้ไว้ใจอีกฝ่ายถึงขั้นเอ่ยปากยามนี้เขาคงคิดระแวงไปแล้ว

จิน เซี่ยจวิ่นและมู่ฟ๋งยืนเป็นสามคนด้านหน้า นั่นเพราะพวกเขาสามารถแหวกทาง และหลบรอดอันตรายได้ดีสุด ตามมาด้วยจางฮุ่ยเฟิงและผู้คุ้มภัยของผานตง เนื่องจากธนูนั้นสามารถหันไปยิงด้านหลังได้ เสี่ยวผานจึงอาสาปิดท้ายขบวน

กระบี่ในมือดื่มเลือดไปเท่าไหร่ไม่อาจนับได้ จินขมวดคิ้วฝ่ายศัตรูรอบป่ายังไม่น่าหนักใจเท่าบนที่สูง ชัยภูมิเช่นนี้เสียเปรียบอย่างชัดเจน ศัตรูมองไม่เห็นจึงไม่สามารถยิงธนูเข้ามาในป่าได้ ทว่าหากทิ้งหินลงมาแทนก็ย่ำแย่แล้ว เรื่องนี้แม้แต่จางฮุ่ยเฟิงก็เป็นกังวลอยู่เช่นกัน

ครึกกกกก! ราวกับจะตอกย้ำความคิดคนทั้งคู่ เสียงรถลากยิงหินขนาดใหญ่ดังขึ้นทันที

ใบหน้าของทุกคนซีดเผือดอย่างฉับพลัน เซี่ยจวิ่นร้องตะโกน ต้องออกจากป่าแล้ว! เราไม่อาจวิ่งใกล้ด้านผาได้!”

ออกไปก็ตกเป็นเป้าธนู ไม่ออกไปก็โดนหินทับตายทางเลือกเช่นนี้อย่างแรกดูจะมีโอกาสรอดสูงกว่านัก จินกัดฟันกรอดกระตุกบังเหียนม้าเปลี่ยนทิศทางวิ่งออกมาจากหน้าผา

ทุกคนรับนี่ไป!” เสี่ยวผานตะโกนพร้อมโยนเม็ดยาให้อย่างเร่งรีบ ยานี้จะฟื้นฟูกำลังยื้อให้ม้าสามารถวิ่งโดยไม่เหน็ดเหนื่อยได้อีกหลายชั่วยาม

ได้ยินดังนั้นทุกคนก็จัดการยัดมันเข้าปากม้าของตนทันที ม้าทั้งเก้าตัววิ่งออกมาจากชายป่า บัดนี้วิ่งเต็มฝีเท้าอยู่บนทางโล่งอย่างชัดเจน คนผู้หนึ่งในฝ่ายศัตรูจึงหยุดเครื่องโยนหิน กวักมือเป็นสัญญาณให้พลธนูปล่อยลูกธนูทันที  

พวกเขาต่างยกกระบี่กันขึ้น ปัดลูกธนูที่พุ่งตรงมาทิ้งไปอย่างเหน็ดเหนื่อย ควบม้าหลายชั่วยามยังมิได้หยุดพัก ทั้งยังใช้กำลังอย่างต่อเนื่อง ยามนี้ต้องฝ่าฝนธนูจำนวนมาก หากคนผู้นึงยังมีกำลังวังชาไม่ตกมันผู้นั้นย่อมไม่ใช่คนแล้ว

เยี่ยกงก็ได้ทราบอีกเช่นเคย มันผู้นั้นที่ว่ายังคงมีอยู่จริง

และแน่นอนมันผู้นั้นย่อมไม่ใช่คนจิ้งจอกเม้มปาก ขมวดคิ้วแน่น บรรยากาศรอบข้างเร่งเร้าเอาความทรงจำยามเมื่อรบอยู่ในสงครามออกมาถึงขีดสุด ศัตรูมากมายเต็มหน้าผาจนอดคิดไม่ได้ว่าหากมีอาร์พีจียิงใส่สักลูกคงสบายแรงไปไม่น้อย

กุบกับกุบกับกุบกับ ทันใดนั้นมีเสียงม้าพร้อมคนโห่ร้องจำนวนหนึ่งไล่มาจากด้านหลัง

ที่แท้ยังมีกองทหารม้าแอบไว้ด้วย! ผู้คนในขบวนต่างเข่นเคี้ยวฟันอย่างคับแค้น มองกองทหารม้าขนาดย่อมไล่ต้อนมาจากด้านหลังปิดหนทางหนีย้อนกลับไปโดยสิ้นเชิง จะชักช้ามิได้อีก

จางฮุ่ยเฟิงดวงตาหรี่ลงทอประกายคับแค้นจนเห็นเส้นเลือด เด็กหนุ่มสังหรณ์ใจก่อนหน้าจะเดินทางอยู่แล้ว ยามนี้คงไม่มีข้อกังขาใดอีก ฝีมือทั้งหมดนี้หากไม่ใช่คนของตระกูลจางมองไปทั่วฟ้าผู้ใดสามารถทำได้?

แม้กระทั่งเรื่องความเป็นความตายของแคว้น พี่น้องงี่เงาในตระกูลยังเสี่ยงสร้างเรื่องมาสังหารเขา! จางฮุ่ยเฟิงคับแค้นใจจนไม่อาจกล่าวอะไรได้อีก ความรู้สึกเหมือนเพลิงกำลังมอดไหม้โหมกระพืออย่างรุนแรง จนอดจะยกมือขึ้นมากำตรงตำแหน่งหัวใจไม่ได้

นายน้อย…” เสียงเรียกจากมู่ฟ๋งดังขึ้นด้วยความเป็นห่วง เซี่ยจวิ่นมองอาการผู้เป็นนายก็ได้แต่กำมือแน่นอย่างคับแค้นใจไปด้วย

จางฮุ่ยเฟิงเหมือนถูกไฟแค้นเผาไหม้ เขาหายใจติดขัด คำสาบานกับตนเองในวัยเยาว์ดังก้องไปทั่วความคิด ราวกับเห็นเงาของตนเองที่เต็มไปด้วยบาดแผลมาตะโกนหลอกหลอนอยู่ด้านข้าง

ข้าขอสาบานท่านแม่ ข้าจะล้างแค้นทุกหยดเลือดที่เสียไปตระกูลจางจะต้องถูกเรียกคืน!! เรือนทุกหลังจะต้องถูกแผดเผา! ทั่วแผ่นดินไม่อาจมีที่ยืน พวกมันจะอยากตายมากกว่าอยากมีชีวิต!!!”

ความร้อนในร่างกายกำลังมอดไหม้ จางฮุ่ยเฟิงตกอยู่ในภวังค์แห่งความแค้น พลันร่างกายถูกฉุดกระชากให้เซเล็กน้อย ที่ด้านหน้ามีกระบี่สีเงินเล่มหนึ่งกำลังปัดป้องให้อยู่

เจ้าเด็กโง่!!” จินเคลื่อนไหวเร็วกว่าผู้ติดตามอีกทั้งสองคน จึงตรงเข้ามาปัดลูกธนูที่เกือบจะทะลุอกจางฮุ่ยเฟิงได้ทัน พอช่วยเหลือได้แล้วก็เปิดปากตำหนิทันที เสี่ยวผานรู้ดีที่สุดว่าถึงจินจะเย็นชาต่อผู้อื่นราวกับมีกำแพง แต่หากคนผู้หนึ่งสามารถเข้าไปยืนอยู่หลังกำแพงได้แล้ว จิ้งจอกจะปกป้องถึงแม้จะไม่รู้ตัวก็ตาม

เสี่ยวผานยังรู้อีกข้อหนึ่งที่แพทย์หนุ่มจดไว้ ยามจินโกรธอ้าปากด่าขึ้นมานับว่าน่ากลัวยิ่ง

นายน้อยแห่งตระกูลจางผู้ถูกเรียกเป็นเจ้าเด็กโง่มองคนที่ตำหนิติเตียนอย่างตื่นตะลึง ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อขยับอย่างรวดเร็ว คิ้วขมวดจนเป็นปม ใบหน้ายามโกรธก็ยังน่าชมอยู่มาก

ใครใช้ให้เจ้าเหม่อลอยในเวลาเช่นนี้หา! หากเจ้าว่างถึงขนาดไปคิดเรื่องไร้สาระก็ยกกระบี่ขึ้นมาปัดป้องชีวิต ตายไปแล้วไม่ว่าจะสิ่งใดก็กระทำไม่ได้ทั้งนั้น!!”

กลับกันแล้วจางฮุ่ยเฟิงไม่ได้กลัวหรือโกรธที่ถูกตำหนิ ในหัวใจคล้ายมีน้ำเย็นสายหนึ่งกำลังชำระล้างเพลิงแค้นอย่างอ่อนโยน เด็กหนุ่มเกิดมาสิบเจ็ดปีเพิ่งจะเคยถูกดุด่าด้วยความห่วงใยเป็นครั้งแรก อีกทั้งยังเป็นคนเดิมที่คอยช่วยเหลือเขามาหลายครั้งหลายครา ในใจพลันรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาจนมุมปากเผลออมยิ้มเล็กน้อย

 จินหงุดหงิดจนเผลอเสียงดังใส่ มือกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายโดนไม่ออมแรง มองสีหน้าจางฮุ่ยเฟิงเมื่อครู่กับช่องโหว่หลายอย่างตั้งแต่เดินทาง เรื่องเพียงเท่านี้เขาก็สามารถคาดเดาได้แล้วว่าเป็นตระกูลจางต้องการสังหารจางฮุ่ยเฟิงทิ้ง โดยอาจจะอ้างว่าเป็นโจรแย่งชิงสิ่งของในภายหลังเพื่อโยนความผิด

เจ้าเด็กโง่เขลาผู้นี้ดูท่าจะมีความแค้นใจอย่างยิ่งถึงขนาดขาดสติชั่วครู่ ยามนี้กลับยิ้มขึ้นมาผิดจังหวะราวกับขาดสติอีกเช่นกัน ทว่ามองดูแล้วนี่เป็นรอยยิ้มจากใจจริงอันพบเห็นได้ยากจากอีกฝ่าย จิ้งจอกจึงไม่ได้กล่าวอะไร ปล่อยมือจากคอเสื้อควบม้าอยู่ใกล้ๆแทน

สองคนชักกระบี่เคียงคู่ ช่วยกันฟันฝ่าฝนธนูราวกับสหายร่วมรบ เป็นความรู้สึกที่จางฮุ่ยเฟิงไม่เคยมีมาก่อน มองไปรอบข้างมีเสี่ยวผาน เซี่ยจวินและมู่ฟ๋งที่มองมาอยู่เช่นกันจึงรู้สึกดีขึ้น

ทว่าเรื่องยินดีมักอยู่ได้ไม่นานในสนามรบ

อั่กก!” เสียงล้อฮุนร้องลั่น บนอกยังมีลูกธนูดอกหนึ่งปักอยู่ เลือดมากมายทะลักออกมา ม้าของล้อฮุนเสียจังหวะเซมาหาจางฮุ่ยเฟิง นายน้อยตระกูลจางเห็นดังนั้นจึงรีบตีคู่ไปจับบังเหียนม้าของล้อฮุนเอาไว้

คาดไม่ถึงเพียงชั่วแวบเดียว ล้อฮุนอาศัยโอกาสบาดเจ็บแสร้งทำเป็นเซไม่สามารถทรงตัวได้ ล้มเข้าหาตัวจางฮุ่ยเฟิง มือใหญ่กระชากเอาของที่เก็บอยู่ด้านในเสื้อของเด็กหนุ่มออกมาด้วยความรวดเร็ว ล้อฮุนเห็นเป็นจดหมายแน่แล้วจึงโยนมันขึ้นฟ้า ปรากฏนกอินทรีตัวหนึ่งบินมา กรงเล็บจับเอาสิ่งของบินจากไป

จางฮุ่ยเฟิงรู้ตัวว่าโดนทรยศดวงตาก็เปลี่ยนเป็นเย็นเฉียบ เด็กหนุ่มเกลียดการที่ผู้คนใกล้ตัวทรยศโดยที่สุด กระบี่ฟันเข้าที่ลำตัวล้อฮุนพาดเฉียงจากหน้าท้องขึ้นไปยังไหล่อย่างไม่ยั้งมือ บาดแผลลึกจนเลือดขุ่นมากมายทะลักออกมา ล้อฮุนเบิกตาโพลงปากกล่าวคำสุดท้ายก่อนตาย

มะมารดาข้า…” เอ่ยได้เท่านี้ศพของล้อฮุนก็กระเด็นตกจากหลังม้าไป

ไป!!” จินที่คุ้มกันให้อยู่ข้างๆ ดึงตัวจางฮุ่ยเฟิงออกมา

มองไปด้านหลังกองทหารม้าไล่ประชิดขึ้นมาทุกที พลธนูที่ด้านบนหยุดยิงไปแล้วเพราะหลุดพ้นหุบเขาสูง เซี่ยจวิ่นกับมู่ฟ๋งไม่อาจไว้วางใจผู้ใดได้อีกม้าคนทั้งคู่ประกบตัวจางฮุ่ยเฟิง ดังนั้นจินจึงนำขึ้นหน้าไปแทน

เหล่าผู้คุมผานตงยังคงสับสน ล้อฮุนเป็นคนเก่าแก่ของผานตง ผ่านร้อนผ่านหนาวด้วยกันมานานเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ได้? พวกเขาไม่คาดคิดว่าหนึ่งในพวกตนเองจะทรยศแม้แต่น้อย

ทว่าคาดคิดดีๆแล้ว การที่ศัตรูมาลอบซุ่มโจมตีได้ถูกจุดราวกับรู้เส้นทางและการเคลื่อนไหวตลอดเวลาเช่นนี้ หากมิมีผู้ทรยศคอยส่งข่าวให้จริงๆแล้วจะสามารถกระทำได้อย่างไร?

จินที่นำอยู่ใบหน้าเปลี่ยนสีฉับพลัน ดวงตาเรียวแหลมหรี่ลงจนแทบจะปิดมิด จุดหมายด้านหน้าถ้าแต่เดิมพบเจอคงยินดีเป็นอย่างยิ่ง ยามนี้เห็นเพียงแค่เงารางๆก็รู้สึกย่ำแย่มากแล้ว คำกล่าวที่ว่าหลังชนฝาสามารถอธิบายรูปการณ์เช่นนี้ได้ดีที่สุด บัดนี้ไม่ว่าผู้ใดในขบวนต่างก็เห็นจุดหมายด้านหน้ากันหมด ในใจพลันหนักอึ้งด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นทันที

ที่ด้านหน้าของพวกเขาเป็นแม่น้ำสายหนึ่ง

เดิมที่ตามแผนของเยี่ยกงแล้ว พวกเขาจะหยุดพักกันที่จุดนี้ ม้าไม่สามารถลงน้ำได้ดังนั้นจึงจำเป็นต้องจูงข้ามแม่น้ำไป แม่น้ำนี้ไม่กว้างใหญ่มากทั้งยังตื้นแค่กลางลำตัว ส่วนใหญ่แล้วขบวนพ่อค้ามักจะอ้อมวกไปอีกทาง ส่วนผู้ที่ขี่ม้ามาอย่างเดียวมักเลือกจูงม้าข้ามไปเพื่อความเร็ว

ยามนี้อย่าว่าแต่จูงม้าข้ามไป เพียงแค่ชะลอความเร็วก็ถูกศัตรูจี้ตามแล้ว

ผู้คนในขบวนมองหน้ากันอย่างจนใจ มีเพียงจางฮุ่ยเฟิงที่เอ่ยปาก อาเหลา ไซมิ้งกับมูยองจูงม้าทั้งหมดข้ามไปก่อน มูยองเมื่อข้ามไปแล้วสามารถยิงคุ้มกันมาจากอีกฝั่งได้ ส่วนที่เหลือคงต้องต้านรับศัตรูอยู่บนฝั่ง อย่างไรพอไม่มีม้าแล้วพวกเราก็สามารถข้ามไปได้อย่างง่ายดาย

ใช้คนสี่คนต้านกองกำลังทหารม้าหนึ่งกอง?

เรื่องเช่นนี้หากไม่อับจนอย่างแท้จริงแล้ว ใครจะสามารถกล่าวเลื่อนลอยได้อีก ทว่าแม้เซี่ยจวิ่นกับมู่ฟ๋งจะมีสีหน้าตึงเครียด ในใจกลับเชื่อมั่นตัวนายน้อยของตนไม่เปลี่ยนแปลง

มูยองเจ้าสามารถยิงธนูเหมือนเช่นคราวที่ทำกับนกกระจอกเทศลายครามได้หรือไม่?

ได้ แต่ว่าข้าต้องใช้เวลาเตรียมของ

เสี่ยวผานพยักหน้า บัดนี้พวกเขาใกล้ถึงแม่น้ำจริงๆแล้ว จางฮุ่ยเฟิงเอ่ยประโยคคำสั่งอย่างหนักแน่น กิริยาแฝงไปด้วยความเป็นผู้นำอย่างชัดเจนโดยมิต้องพยายามแสร้งทำแต่อย่างใด

ใช้สี่คนต้านจนมูยองเตรียมของเสร็จ จากนั้นพวกเรากระโดด สามารถเหยียบอากาศได้เพียงห้าวินาทีเป็นอันพอให้เจ้ายิงธนูหรือไม่?

ยิงธนูสองดอกอย่างแม่นยำในเวลาห้าวินาที? หากคนกล่าวไม่ใช่จางฮุ่ยเฟิงแล้วคงคล้ายกำลังฟังคนผู้นึงกล่าวเรื่องเลื่อนลอยตลกขบขันเป็นแน่

ข้าจะพยายาม

เสี่ยวผานเอ่ยตอบอย่างจนใจ เวลาเป็นตายเช่นนี้เขามีทางเลือกด้วยหรือ?






#TALK with LLwuda

          ตอนนี้จางฮุ่ยเฟิงของเราโดนดาเมจรัวๆเลยค่ะ ทั้งแอบมอง ทั้งโดนส่งรอยยิ้มให้จนหูแดง เก็บหัวใจไว้ให้ดีล่ะพ่อหนุ่มน้อย โดนจิ้งจอกขโมยไปจะหาว่าไม่เตือน อิvอิ (ท่ามกลางฉากต่อสู้เรายังคงสามารถใส่ฉากหวานลงไปได้)

          ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่แวะมานะคะ รวมถึงทาสจิ้งจอกที่เพิ่มขึ้นด้วย55 จิ้งจอกตัวนี้ออกจะแสบ พูดน้อยแต่อ้าปากทีต้องมีคนเจ็บตัว พักนี้เริ่มติดนิสัยเห็นแก่อาหารอร่อยและรักการอาบน้ำ

          แล้วพบกันตอนหน้า <3 มาเอาใจช่วยพี่ใหญ่เสี่ยวผานกันด้วย *ปรบมือ*

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 603 ครั้ง

130 ความคิดเห็น

  1. #8267 lovelykik (@kikka123) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:04
    อีกคนนี่ใคร
    #8267
    0
  2. #8187 bbeautymama (@bbeautymama) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 21:07
    อะไรจะหวานปานนั้น
    #8187
    0
  3. #8157 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 23:10

    พี่น้องตระกูลจางนี่มันอะไรนักหนา พี่น้องต่างแม่ก็มีอีกหลายคน แต่ทำไมต้องลุมฮุ่ยเฟิงคนเดียว?

    #8157
    0
  4. #8059 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 12:05

    ไล่ล่ากันแล้ว ตื่นเต้นน

    #8059
    0
  5. #8028 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 13:35
    ฮื่อตื่นเต้น
    #8028
    0
  6. #7974 FAIRY3247 (@FAIRY3247) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 16:04
    ลุ้นมากกกกก ตื่นเต้นสุด ๆ
    #7974
    0
  7. #7926 chalillxx_ (@chalillxx_) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 11:05
    เหลือคนทรยศอีกหนึ่งปะ แล้วจดหมายอะหรือมีจดหมดหลอกงี้
    #7926
    0
  8. #7884 peachpark (@klmaprang) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 22:41
    คือแบบผ่านไปแล้วจดหมายไม่ถึงมือจางหลี่อีกล่ะ หรือยังไง
    #7884
    0
  9. #7858 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 20:08
    ตอนนี้เป็นอตนที่อ่านแล้วรู้สึกตื่นเต้นมากกกก
    #7858
    0
  10. #7793 LuckyStar1006 (@AinSuchada) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 12:28
    จริงๆก็เห็นใจล้อฮุนนะ สนุกมากกกกกค่ะ~
    #7793
    0
  11. #7732 Jolly CCP (@c1chonlana) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 23:08
    ฆ่าให้หมดตระกูลบ้านี่ ฆ่ามานนนน
    #7732
    0
  12. #7636 4KKWAN_ (@4KKWAN_) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 08:30
    เสี่ยวผานสู้ๆ ตอนนี้เซ็งกับตระกูลจางมาก คือเหมือนเป็นอะไรกันหมดก็ไม่รู้ เห้อ ต้องผ่านไปได้ด้วยดีแน่นอนน
    #7636
    0
  13. #7595 _Daonuea_ (@_Daonuea_) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 11:15

    ชอยมากเลย

    #7595
    0
  14. #7541 maielf13 (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 01:16
    ปวดหัวไปหมดตระกูลจางนี่
    #7541
    0
  15. #7484 DKdabble (@dkdabble) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 21:36
    บอกกงๆน้องแยกไม่ออกแล้วค่ะ ใครรุกใครรับ แต่ใจน้องยังปักหลักให้เจ้าจิ้งจอกรับอยู่นะ!
    #7484
    0
  16. #7399 ppvs_ (@ppvs_) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 11:07
    ใครรุกกันแน่55555555
    #7399
    0
  17. #7372 Fun_Hyoyeon (@funny16) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:14
    ลุ้นมากๆอะ
    #7372
    0
  18. #7307 สีน้ำ (@re-turn) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 21:06
    อยากโดนด่าม่างงะะะะ
    #7307
    0
  19. #7305 K-NaThan (@K-NaThan) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 12:54
    ด่าเราด้วยความรักทีค่ะ5555
    #7305
    0
  20. #7250 โพนี่ (@plawalnoy) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 18:36
    'เจ้าเด็กโง่' เป็นคำด่าที่ฟินจังเลยค่ะ555
    #7250
    0
  21. #7161 mmaijii (@mmaijii) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 13:08
    อีกคนนึงที่ทรยศคือใคร หวังว่าจะไม่ใช่เยี่ยกงนะ
    #7161
    0
  22. #7142 sonaunnop012 (@sonaunnop012) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 17:11
    เจ้าเด็กโง่ แกทำให้จินดูแย่!!!
    #7142
    0
  23. #7104 มูมู (@mumuka) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 22:56
    เจ้าเด็กโง่ ทำไมฟินจัง 555
    #7104
    0
  24. #7045 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 20:59
    ยังเหลือสายอีกคน... หนูจินสู้ๆนะ(พระเอกละ? /ช่างมัน/ เราเป็นทาสจิ้งจอกต้องเชียร์เจ้านาย(?)ตัวเอง;-;)
    #7045
    0
  25. #6941 YuRIIW (@phingpin) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 16:14
    วิ่งสู้ฟัดมากตอนนี้
    #6941
    0