✦ อนธการจิ้งจอก ✦ BL, YAOI [END]

  • 99% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 507,536 Views

  • 8,278 Comments

  • 13,447 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    6,161

    Overall
    507,536

ตอนที่ 21 : ค่ายทหารท่านแม่ทัพจางหลี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23459
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 556 ครั้ง
    27 ก.ค. 60










บทที่20

ค่ายทหารท่านแม่ทัพจางหลี่





 

            เจ้าตัวโง่งม!! เจ้าลูกเต่าบัดซบ!!”

            เกิดกำแพงสั่นไหว เสียงตะโกนด่าทอดังลั่นขึ้นมาในหุบเขาแห่งหนึ่ง ผู้เป็นหัวหน้ายังใช้มือตบหน้าของลูกน้องที่นั่งอยู่จนเลือดกบปากมีฟันสองสามซี่กระเด็นออกมา ในมือกำจดหมายสีขาวจนยับยู่ยี่

            ซ่องสุมกำลังโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษกบฏ

          ประโยคเดียวถูกเขียนด้วยลายมือสวยงามแต่แข็งแกร่งประโยคเดียวที่ทำให้พวกมันที่คลี่จดหมายออกมาต้องสั่นสะท้าน แทบอยากจะฉีกจดหมายทิ้งเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

          เรื่องเช่นนี้ต้องรีบรายงานคุณชาย... คิดได้ดังนั้นมันจึงตัดสินใจเดินทางกลับ โดยส่งจดหมายไปรายงานผู้เป็นนายล่วงหน้า ในใจคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาด้วยความสับสน

            คุณชาย...จางฮุ่ยเฟิงใช่ตัวอ่อนแอโง่งมดั่งที่ท่านว่าจริงๆหรือ?

 

          แล้วอย่างไรต่อเล่า?

          จางฮุ่ยเฟิงมีสีหน้าตกใจเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเมื่อเห็นว่าใครมาขัดจังหวะบทสนทนา ตรงกันข้ามกับเซี่ยจวิ่นกับมู่ฟ๋งที่ในมือถือกระบี่เตรียมพร้อม สายตามองผู้มาใหม่ด้วยความหวาดระแวง

            เมื่อคืนเซี่ยจวิ่น มู่ฟ๋งกับจางฮุ่ยเฟิง อาศัยตอนคนทั้งหมดหลับใหลแอบออกมาสนทนากัน พวกเขาชาญฉลาดรอบคอบ เลือกสถานที่ที่คาดคิดว่าห่างไกลพอสมควรเกินกว่าจะได้ยิน ทั้งยังแอบซ่อนมิดชิดไม่สามารถบังเอิญมาตามรอยเจอโดยง่าย...แต่ดูเหมือนยามนี้ที่คาดคิดไว้จะผิดพลาดเสียแล้ว

            โดยไม่ทันรู้ตัวซีอิ่ง(หรือจิน) ก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า เดินออกมาจากด้านหลังต้นไม้ที่ห่างกันเพียงแค่หนึ่งต้น ไม่สามารถทราบได้เลยว่าอีกฝ่ายมาตั้งแต่เมื่อใด หากได้ยินบทสนทนาทั้งหมดคงมิอาจปล่อยไว้ได้แล้ว

....พลันดวงตาของมู่ฟ๋งทอประกายอำมหิตขึ้น ทว่ากลับถูกห้ามปรามเอาไว้เสียก่อน

จางฮุ่ยเฟิงส่ายหัวให้ผู้ติดตาม ก่อนจะกล่าว พฤติกรรมแอบฟังผู้อื่นคุยกันไม่อาจนับว่าเป็นสิ่งดี

จิ้งจอกในคราบมนุษย์สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง ทำน้ำเสียงเบื่อหน่าย ผู้ใดแอบฟังกัน? พวกเจ้าต่างหากที่เสียงจนเกินไป จะสามารถนอนหลับได้อย่างไร?

แน่นอนว่าพวกเขาสนทนากันเบามากหากกล่าวว่านอนไม่หลับแล้วเดินเท้าจนตามรอยถูกมาถึงตรงนี้ นี่นับเป็นข้อแก้ตัวที่ยอดแย่ที่สุดในเท่าที่เซี่ยจวิ่นเคยได้ยินมา มองใบหน้างามที่เรียบเฉยแล้วผู้ติดตามหนุ่มก็รู้สึกถึงความหงุดหงิดที่ก่อตัว

สำหรับผู้ติดตามทั้งสองแล้วเรื่องของนายน้อยเฟิงทำให้พวกเขามีโทสะง่ายดายมาก

ได้ยินหมดแล้ว? มู่ฟ๋งเปิดปากถาม

จินพยักหน้าแทนคำตอบ ตามจริงแล้วเขาสามารถแอบฟังเงียบๆต่อได้ เพียงแต่ว่าบทสนทนาดันวกมาเข้าเรื่องของตนเอง...ด้วยความอยากรู้เพิ่มจึงได้ตัดสินใจแสดงตัว

จางฮุ่ยเฟิงพ่นลมหายใจ ส่ายหน้าน้อยๆมุมปากมีรอยยิ้มประดับ ไม่เป็นไรเด็กหนุ่มห้ามปรามผู้ติดตามของตนก่อนจะกล่าวกับคนแอบฟัง ข้าจะตอบคำถามเจ้าเอง……”

สามคำถาม

จิ้งจอกที่เตรียมจะอ้าปากชะงัก อดมองสบกับดวงตาสีเทาที่ทอประกายเจ้าเล่ห์ไม่ได้ ใบหน้าหล่อเหลารับประกันด้วยเกียรติภูมิของห้าคุณชายแห่งเมืองหลวงคล้ายหมาป่ากำลังหุ้มหนังแกะ

เจ้าเด็กนี่!ก่อนหน้านี้ยังเป็นแกะอยู่เลยแท้ๆ บัดนี้กลับกลายมาเป็นหมาป่า เด็กที่แคว้นนี้จะก้าวกระโดดกันเกินไปแล้ว! ...จินนึกถึงเสี่ยวผ่านแล้วแอบเหมารวมด่าเข้าไปด้วย

รู้ตั้งแต่เมื่อใด เรื่องที่เจ้าส่งคนไปตามหาข้ากับเสี่ยวผานด้วย

นี่นับเป็นสองคำถามหรือเปล่า?

เจ้าอยากจะนับรวมเป็นคำถามเดียวหรือจะอยากต่อรองกัน? จินถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ จางฮุ่ยเฟิงอย่างไรก็ไม่กล้าผิดใจกับเขาในยามนี้ เด็กหนุ่มตระกูลจางผู้นี้ยังไม่มีปีกกล้าแข็งพอ...อีกทั้งยังไม่มีผู้ใดคอยพยุงมากนัก ดั่งที่คาดจางฮุ่ยเฟิงยอมเปิดปากตอบคำถามทันที

ข้าเคยกล่าวกับเจ้าว่าจะตอบแทนจำได้หรือไม่?พลันสีหน้าจางฮุ่ยเฟิงเปลี่ยนมาเป็นจริงจัง หลังจากนั้นประมาณห้าปีข้าพอเข้มแข็งขึ้นมาก ตั้งใจจะไปรับพวกเจ้า มิได้มีเจตนาใดไม่ดี...ทว่าส่งคนไปทุกปีก็ไม่พบผู้ใดอยู่ในบ้านหลังนั้น ปีหลังๆก็มีขอทานเข้ามาอยู่แทน

พอได้ยินเจ้ากล่าวว่ามูยองเคยอยู่ในป่ามนตราสิบสามปี นับจากปีที่เจอพวกเจ้าครั้งสุดท้าย พินิจดูใบหน้าดีๆแล้วถึงจดจำได้ขึ้นมา พวกเจ้าต่างหากเหตุใดจึงไม่ทักทายข้าเล่า?

เด็กประหลาดอย่างเจ้า ผู้ใดจะคาดคิดว่าเป็นถึงขุนนางตระกูลใหญ่โตจิ้งจอกไม่หลบตาอีกฝ่าย กล่าวด้วยน้ำเสียงคล้ายหยอกล้อหลานวัยรุ่น

ดวงตาสีเทามีโทสะเล็กน้อย น้ำเสียงเคร่งขรึมขึ้น ข้ามิได้เป็นขุนนาง ตระกูลใหญ่โตนั้นไม่มีเสียยังดีเสียกว่า

นายน้อย!!”

นายน้อย!”

มู่ฟ๋งกับเซี่ยจวิ่นเอ่ยห้ามปรามด้วยเสียงอันดัง ความในใจของนายน้อยเฟิงนั้นไม่ใช่พวกเขาไม่ล่วงรู้ เพียงแต่ว่าไหนเลยสามารถกล่าวคำพูดหลบหลู่ตระกูลเช่นนี้กับคนไร้หัวนอนปลายเท้าผู้หนึ่งได้ เจ้านายของพวกเขาไว้ใจ...แต่ต่อให้เด็กหนุ่มปราดเปรื่องเจ้าเล่ห์เพียงใดก็อาจพลาดพลั้งเพราะโดนคนใกล้ชิดทรยศอีกได้ พวกเขาจะไม่ยอมให้ใครก็ตามมาทำร้ายจิตใจของเจ้านายตนเองอีก

ดวงตาของผู้ติดตามทั้งสองยามมองจิ้งจอกมีแววสังหารอย่างชัดเจน

ทันใดนั้นพวกเขาก็ต้องเบิกตาค้างกับสิ่งที่ผู้เป็นนายล้วงออกมาจากอกเสื้อด้านใน จางฮุ่ยเฟิงคลี่กระดาษแผ่นเล็กแผ่นหนึ่ง บนกระดาษมีรูปวาดธรรมดา...เป็นดอกไม้แปลกตา

เท่านี้สามารถยืนยันตัวตนของข้าได้หรือไม่? ข้าพกติดตัวไว้เสมอ...บุญคุณช่วยชีวิตอย่างไรก็ต้องตอบแทน เผื่อบังเอิญไปเจอเจ้าที่ไหนอย่างไม่คาดฝันจางฮุ่ยเฟิงยิ้มบางๆ

...นั่นเป็นสิ่งที่นายน้อยของพวกเขาพกติดตัวอยู่เป็นประจำ เซี่ยจวิ่นกับมู่ฟ๋งมองหน้ากัน ได้ยินกว่าอีกฝ่ายมีบุญคุณช่วยชีวิตจึงค่อยๆลดอาวุธลง วางใจในระดับนึงแต่ยังคอยจับตามองการเคลื่อนไหวทุกฝีก้าว

จินพยักหน้า แต่คิ้วเรียวขมวดอย่างไม่ค่อยพอใจนัก ข้าช่วยเหลือเด็กผู้หนึ่งไม่ได้ต้องการสิ่งใดตอบแทน ทั้งยังไม่ได้เหน็ดเหนื่อยหรือสิ้นเปลืองสิ่งใดมากมาย

แค่ไม่ทำให้เขารำคาญหรือขุ่นเคืองก็พอแล้ว... สำหรับผู้ที่ต้องเสียเลือดเพื่อช่วยชีวิตเอาไว้ จิ้งจอกมีความต้องการเรียบง่ายแค่เท่านี้ เด็กอย่างจางฮุ่ยเฟิงนั้นเติบโตมาเรียกได้ว่าไม่อาจมีความสุขได้เลยในชีวิต เช่นนี้จะให้เขาไปเรียกร้องอะไรจากอีกฝ่ายอีก? อีกอย่างเรื่องเช่นนี้ก็มิใช่นิสัยที่ชอบกระทำ

คำตอบขวานผ่าซาก ทั้งยังบอกปัดอย่างรำคาญไร้ความเกรงใจเช่นนี้ หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่นคงมีโทสะแล้ว...ทว่าสำหรับจางฮุ่ยเฟิงที่อยู่ท่ามกลางโลกอันหลอกลวง เด็กหนุ่มชอบการกระทำเช่นนี้เป็นอย่างยิ่ง

ตั้งแต่รู้จักจินมา คุณชายจางก็พบความประหลาดมากมายอย่างคาดไม่ถึง แต่ภายในใจกลับชมชอบอีกฝ่าย ดังนั้นต่อให้ถูกด่าทอหรือซักถามสิ่งใดล้วนไม่ถือสาแม้แต่น้อย รอยยิ้มพลันอ่อนโยนจริงใจขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

คำถามต่อมาเล่า?

ข้าได้ยินพวกเจ้าคุยกันแล้ว...จดหมายเป็นของปลอมเช่นนั้นของที่ถูกขโมยไป?

เป็นเพียงแค่จดหมายเขียนข้อความหยอกล้อกันเล็กน้อย

...แน่นอนว่าจิ้งจอกไม่มีทางเชื่อว่ามันเล็กน้อย

อีกคำถามติดไว้ก่อน หากไม่กลับไปเยี่ยกงที่บังเอิญตื่นขึ้นมาต้องมาตามหาแน่นอน

สามารถได้ยินไกลถึงเพียงนี้...? ทั้งหมดลอบตื่นตระหนก เช่นนั้นที่กล่าวว่าพวกเขาพูดคุยกันเสียงดังก่อนหน้านี้ก็นับเป็นความจริงแล้ว

...โดยไม่รอคำตอบที่เหลือ ร่างโปร่งสูงระหงก็หายไปจากตรงนั้นราวกับหมอกควัน จางฮุ่ยเฟิงพบอีกฝ่ายที่กำลังนอนกลับพักผ่อนเป็นปกติอีกทีก็ยามที่เดินกลับแล้ว

 

เช้าวันนี้ไซมิ้งพยายามทำงานมากมาย ยกยอเอาใจผู้คนในขบวนโดยเฉพาะจางฮุ่ยเฟิง ม้าทั้งหมดในขบวนก็เป็นไซมิ้งที่ตระเตรียมบำรุงพวกมันด้วยของกิน ขนย้ายของแบกหามทั้งหมดมันล้วนทำแต่เพียงผู้เดียว เห็นได้ชัดว่าไซมิ้งนั้นพยายามจะหาหลักค้ำประกันสำหรับชีวิตน้องสาวร่วมบิดามารดา

ทว่าจนแล้วจนรอดจางฮุ่ยเฟิงก็ไม่ได้เอ่ยปากถึงเรื่องนี้แต่อย่างใด

ดังนั้นการเดินทางเช้านี้จึงเต็มไปด้วยความอึดอัด เยี่ยกงกับอาเหลาก็พยายามจะช่วยเหลือไซมิ้งติดที่ว่าพวกมันล้วนไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปาก การเดินทางตัดผ่านเมืองสุดท้ายไปสู่ค่ายในวันนี้มีเพียงเสียงนกนางแอ่นคู่ของเสี่ยวผานฮัมเพลงเท่านั้น

หลังจากถูกกองทหารม้าไล่ล่าคนทั้งหมดจึงปรึกษากันในยามเช้าว่าจะเดินทางเข้าเมืองต่อหรือไม่ นายน้อยจากตระกูลจางยืนยันว่ากองทหารม้าจะไม่กลับมาไล่ล่าอีกแล้ว ดังนั้นคะแนนเสียงทั้งหมดจึงกลายมาเป็นตกลงเดินทางเข้าเมือง...หากพวกเขาต้องเดินอ้อมจริงๆจะเสียเวลาเพิ่มอีกอย่างต่ำสองชั่วยาม                          

จางฮุ่ยเฟิงดีใจเป็นอย่างมากที่เรื่องนี้ใกล้จบเสียที...ทว่าในใจลึกๆเด็กหนุ่มก็รู้สึกเสียดายที่มันใกล้จบลงแล้วเช่นกัน โดยไม่รู้ตัวดวงตาสีเทาก็เบนไปด้านข้างจ้องมองคุณชายในชุดขาวทอประกายสง่างาม...รูปสลักอันสมบูรณ์บนหลังม้า ใบหน้าที่มองตรงไปด้านหน้าอย่างไม่หวาดกลัวต่อสิ่งใด

คุณชายตระกูลจางรู้ตัวอีกทีก็ต่อเมื่อดวงตาดุจสัตว์ของอีกฝ่ายมองมาอย่างสงสัย จางฮุ่ยเฟิงสะบัดความรู้สึกจางๆในเช่นนี้ทิ้ง ใช้สมาธิจดจ่อกับการเดินทาง

ระหว่างทางไม่มีเหตุการณ์แปลกประหลาดไม่คาดฝัน หรือมีกองทหารม้ามาไล่ล่าอีก ดังนั้นเพียงแค่ไม่กี่ชั่วยามขบวนการเดินทางก็ถึงเมืองสุดท้ายที่ต้องผ่าน พวกเขาผ่านเข้าเมืองกันอย่างราบรื่น

ทั้งหมดหิว ทว่ากลับไม่กล้าเอ่ยปากแวะเหลาอาหาร หากแวะทานอาหารอีกจางฮุ่ยเฟิงคงเป็นผู้เสนอออกหน้าจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมด ยามนี้การมาเห็นเด็กอายุสิบเจ็ดปีผู้หนึ่งโดนไล่สังหารก็ย่ำแย่มากพอแล้ว ผู้คนที่ท้องร้องจึงได้แต่ล้วงเอาอาหารในย่ามของตนขึ้นมารับประทาน

แต่สุดท้ายแล้วจางฮุ่ยเฟิงก็ใช้ผู้ติดตามของตนไปซื้อซาลาเปาร้อนๆมาแจกคนในขบวนเดินทางคนละลูกอยู่ดี ทุกคนกลืนมันลงท้องอย่างรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจ สายตามองเด็กหนุ่มตระกูลจางด้วยความประทับใจยิ่งขึ้นไปอีก...มีเพียงผู้เดียวที่มองด้วยความสงสาร

จินถอนหายใจขณะกลืนซาลาเปาคำสุดท้ายลงท้อง เด็กอย่างจางฮุ่ยเฟิงเนื้อแท้แล้วเป็นคนดีมากผู้หนึ่ง น่าเสียดายที่เด็กในแคว้นนี้ล้วนถูกสถานการณ์บีบบังคับให้ผิดแผกจากเดิมไป... ดวงตาของสัตว์ร้ายมองลอดหน้ากากสีเงินออกไป เก็บภาพบ้านเมืองแปลกตาแต่ทว่าล้วนรวมกันอย่างลงตัว ดูสวยงามเป็นอย่างยิ่งเอาใว้ในความทรงจำ

...หลังจากรับประทานกันเสร็จเรียบร้อย ผ่านไปอีกชั่วครู่ก็เดินทางผ่านประตูเมืองออกมา

เยี่ยกงสนทนากับจางฮุ่ยเฟิงถึงที่ตั้งค่ายทหาร วิ่งทางต่อจากนี้เป็นเส้นทางธรรมดา ทั้งยังเต็มไปด้วยขบวนคารวานมากมายที่ต้องการเดินทางข้ามแคว้น หากเข้าไปวิ่งในป่าตามเดิมจะเป็นจุดสนใจมากกว่าวิ่งด้านนอก ดังนั้นจึงพากันควบม้าอยู่ด้านนอกดูราวกับขบวนคุ้มภัยสินค้า

เมื่อได้เส้นทางใหม่หลังจากตกลงกันเรียบร้อยแล้วเยี่ยกงก็ไม่เสียเวลาควบม้านำหน้าขึ้นไปด้วยความเร็วพอสมควร ทั้งหมดเริ่มทิ้งห่างจากบรรดาขบวนพ่อค้า

วิ่งมาได้อีกหลายชั่วยามก็เริ่มเห็นนายทหารประปราย บ้างก็กำลังสำรวจพื้นที่...บ้างก็ลาดตระเวนคุ้มครองขบวนพ่อค้า พ่อค้าที่ทำมาหากินในระแวกนี้ต่างชื่นชมจางหลี่อย่างไม่หยุดปาก สำหรับพวกเขาแล้วตระกูลใหญ่ยังอย่างตระกูลจางลดมือมาช่วยเหลือนับเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง

ยิ่งเข้าใกล้ค่ายทหารเท่าใดก็ยิ่งเจอด่านมากยิ่งขึ้น จางฮุ่ยเฟิงแสดงป้ายหยกประจำตระกูลจางจึงสามารถผ่านมาได้อย่างง่ายดาย เหล่าทหารนินทาพูดคุยกันเสียงเบาไล่หลังทุกครั้ง แต่ไม่สามารถหลุดลอดหูของจิ้งจอกไปได้

นั่นน่ะหรือน้องชายคนสุดท้ายของท่านแม่ทัพจางหลี่

ได้ยินว่าอ่อนแอเป็นอย่างยิ่ง ผิดกับท่านแม่ทัพและบิดากับผู้อื่นในตระกูลอย่างลิบลับ

สหายข้าในวังกล่าวว่าท่านผู้เฒ่ามิได้กลับเรือนหลักไปนานแล้ว สงสัยว่าเรื่องคุณชายจางฮุ่ยเฟิงคงกระทบกระเทือนจิตใจเป็นแน่

เจ้าโง่! ท่านผู้เฒ่าเพียงแต่แยกเรือนออกไปเพื่อความสงบเงียบเท่านั้น เจ้าก็ทราบว่าท่านแม่ทัพเช่นท่านโปรดปรานความเงียบมากกว่าสิ่งใด

ว่าแต่น้องชายของท่านแม่ทัพจางหลี่ได้ยินว่าเป็นขยะจริงหรือ?

เห็นได้ชัดในแต่ละครั้งจางฮุ่ยเฟิงก็ได้ยินเช่นเดียวกัน ดวงตาทอประกายคับแค้นมีแววอำมหิตขึ้น จินซัดมีดเล่มบางไปให้ทหารพวกนั้นหยุดปาก ไม่ใช่เพราะจางฮุ่ยเฟิง...แต่เป็นเพราะว่าจินเกลียดทหารเช่นนี้ การนินทาผู้บังคับบัญชาอาจเป็นเรื่องปกติ ทว่าการนินทาให้เจ้าตัวได้ยินนี่นับว่าโง่เขลาอย่างยิ่ง

เสื่อมเสียเกียรติแห่งทหารจริงๆ

ในที่สุดขบวนการเดินทางก็ถึงค่ายทัพใหญ่ นายทหารวิ่งไปรายงานจางหลี่ ไม่นานคนทั้งหมดก็ถูกพาเข้าไปในกระโจมหลังใหญ่สุด ด้านในมีจางหลี่และคนสนิทนั่งคอยอยู่ก่อนแล้ว

จางหลี่ที่นั่งอยู่ตรงกลางมีใบหน้าดุดันอย่างชัดเจน คิ้วเข้มสมเป็นนักรบผู้หนึ่ง ดวงตาคมกริบทอประกายลึกล้ำ นั่งหลังตรงท่วงท่าดูองอาจ ผ่านสงครามและการต่อสู้อย่างเข้มข้นเคี่ยวกรำมาหลายปีจึงกลายเป็นแม่ทัพชั้นเยี่ยมเช่นนี้

จางฮุ่ยเฟิงทำความเคารพแบบทหาร พี่ใหญ่

จางหลี่ทำเพียงแค่พยักหน้า สองพี่น้องไม่ได้สนทนาสิ่งใดกันมากมาย เป็นมู่ฟ๋งที่ล้วงเอาจดหมายของจริงมอบให้จางหลี่ไป ท่านแม่ทัพใหญ่เปิดอ่าน..นิ่งเงียบไปสักพักก่อนเอ่ย

ทำได้ดีมาก เดี๋ยวข้าจะเขียนจดหมายไปที่บ้านใหญ่ตบรางวัลให้เจ้า

ขอบคุณพี่ใหญ่

มีแมลงหรือไม่?

จางฮุ่ยเฟิงยิ้มบางๆ ไม่มี

โกหก... เสียงในใจของผู้คนที่รออยู่ด้านนอกอีกห้องนึงแต่ได้ยินคำสนทนาบ่นขึ้นในใจ ที่พวกเขาหนีตายกันจดเหน็ดเหนื่อยเช่นนี้ แถมยังมีล้อฮุนทรยศอีก ไม่นับว่ามีคนมาขัดขวางกลางทางหรืออย่างไร...?

เห็นได้ชัดว่านายน้อยลำดับห้าของตระกูลมีจุดประสงค์อะไรบางอย่าง

จดหมายนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก เจ้าอยากได้สิ่งใดเป็นพิเศษก็เอ่ยปากออกมา ไม่นับเรื่องสร้างความเสียหายให้ตระกูลล้วนสามารถหามาให้เจ้าได้หมด

พี่ใหญ่ข้าอยากเข้าร่วมการเลือกสัตว์วิเศษรวมกับผู้อื่นในตระกูลด้วย

จางหลี่ขมวดคิ้ว เหลวไหล สายเลือดตรงเช่นเจ้าต้องมีสัตว์วิเศษระดับสูงเท่านั้นไหนเลยสามารถ...เอ่ยถึงตรงนี้จางหลี่ก็พลันนึกเรื่องราวในจดหมายที่บอกเล่ามา คนของจางหลี่รายงานมาว่าจางฮุ่ยเฟิงล้มเหลวในการหาสัตว์วิเศษคู่กายทุกปี จางหลี่จึงมองน้องชายด้วยสายตาที่หม่นแสงลงเล็กน้อย

ตามใจเจ้า ในเมื่อข้ารับปากแล้วก็ถือจดหมายข้าไปเข้าร่วมจางหลี่บอกเสียงเข้มแฝงแววตำหนิติเตียนที่น้องชายอ่อนด้อย เจ้ารู้กฏภายในตระกูลดี ไม่มีผู้ใดสามารถช่วยเหลือเจ้าได้

เอ่ยกำชับข้อสุดท้ายจางหลี่จึงได้น้องชายออกจากกระโจมไป มือหยิบกระดาษแผ่นบางขึ้นมา จุ่มพู่กันลงในน้ำหมึกก่อนจะเริ่มเขียนจดหมาย ตัวอักษรเรียงกันเป็นระเบียบราวกับบัณฑิตแม้ว่าจะมาจากตระกูลนักรบก็ตาม จางหลี่ไม่คิดจะห้ามปรามการกระทำเช่นนี้ของคนในตระกูลตนเอง แต่พักนี้บรรดาอิสตรีในตึกในมักจะกระทำการเกินหน้าเกินตาข้องเกี่ยวกับตึกนอกมากขึ้นทุกที

แม่ทัพอย่างท่านเป็นห่วงน้องชายด้วยหรือ?สหายร่วมรบผู้เป็นกุนซือนั่งอยู่ทางด้านขวาเอ่ย มือยกชาร้อนๆขึ้นจิบส่งสายตาวิบวับแพรวพราวอย่างล้อเลียน น้องชายท่านคนนี้ดูแล้วไม่มีสิ่งใดให้น่าห่วง

ข้าตำหนิเรื่องที่สัตว์วิเศษระดับสูงในตระกูลไม่ยอมรับเขาต่างหาก

ฟ้าย่อมเคี่ยวกรำคน ก่อนจะมอบภาระอันยิ่งใหญ่ให้... ผู้เป็นกุนซือเอ่ยขึ้นเบาๆ ก่อนจะทิ้งให้จางหลี่จมอยู่ในความคิดตนเองต่อ

จางหลี่ไม่พอใจที่พักนี้คนของตระกูลจางจะเริ่มทำเรื่องเสื่อมเสียเพิ่มขึ้นทุกวัน จะโทษที่บิดาเก็บตัวฝึกวิชาหรือการที่ตนเองต้องมาประจำอยู่ค่ายหน้าด่านเช่นนี้ก็ไม่ได้ จางหลี่ไม่ได้คิดเป็นห่วงหรือกังวลเกี่ยวกับน้องชายคนใดแม้แต่น้อย แม่ทัพใหญ่ผู้นี้อุทิศตนให้แว่นแคว้นและการสู้รบไปหมดสิ้นแล้ว..

ดวงตาของจางหลี่ทอประกายสังหารขึ้น แม่ทัพผู้องอาจไม่ลังเลแม้แต่น้อยหากจะต้องสังหารเนื้อร้ายทิ้ง...แม้ว่าคนผู้นั้นจะมีชื่อเสียงตระกูลเดียวกันก็ตาม

 

นายทหารเดินนำผู้คนทั้งหมดไปในกระโจมของแขก นายทหารที่นำทางลำบากใจมิใช่น้อยเมื่อจางฮุ่ยเฟิงยืนยันว่าจะนอนพักรวมบริเวณกระโจมของแขกร่วมกับคนทั้งหมดที่เหลือ เป็นกระโจมเล็กที่นอนได้เพียงหนึ่งคนอยู่ติดกันทั้งหมดหลายกระโจม เห็นเหล่าทหารในค่ายเดินกันขวักไขว่เป็นระเบียบอย่างชัดเจน

เซี่ยจวิ่นกับมู่ฟ๋งไม่ได้มาด้วย ทั้งคู่ไปร่วมฝึกในลานของค่ายทหารเพราะไม่ได้พบเจอสหายเก่าแก่มานาน ส่วนที่เหลือทั้งหมดต่างพากันเข้ากระโจมไปพักผ่อน นัดหมายว่าจะรวมกันอีกทียามอาหารเย็น

จินนอนหลับไปเพียงชั่วครู่ก็ตื่นแล้ว นึกถึงความอัดอั้นตันใจในการเดินทางหลายวันนี้จึงก้าวเท้าเดินออกจากกระโจม...กลับร่างเป็นจิ้งจอกสีดำตัวหนึ่งหายลับออกไป

แต่โชคร้ายที่ยังไม่ทันไปไหนได้ไกลดีก็เผชิญหน้ากับจางฮุ่ยเฟิงเข้า จางฮุ่ยเฟิงเดินมาเพราะมีเรื่องอยากสนทนากับจินและเสี่ยวผาน คาดไม่ถึงจะพบสัตว์วิเศษอย่างจิ้งจอกอยู่ในค่ายทหารเข้า ทหารในค่ายมีสัตว์วิเศษคู่กายธรรมดาไม่สามารถนำมาออกรบได้ด้วยซ้ำในบางคน จะมีเพียงนกอินทรีทองขนาดใหญ่ของจางหลี่เท่านั้นที่บินฉวัดเฉวียนอยู่บนน่านฟ้าเหนือค่ายนี้

จางฮุ่ยเฟิงยกยิ้มขึ้น เด็กหนุ่มอดเอื้อมมือไปสัมผัสขนสีดำที่ฟูฟ่องไม่ได้ ถึงแม้ในใจจะคาดการณ์ได้ว่าสัตว์วิเศษตัวนี้จะต้องหลบมือเขาดั่งเช่นที่ผ่านมาก็ตาม

แต่ดวงตาสีเทายามนี้กลับต้องนิ่งสนิท จางฮุ่ยเฟิงมือแข็งทื่อ...ปลายนิ้วที่สัมผัสขนสีดำไม่ขยับอีก เด็กหนุ่มตกใจจนไม่อาจเอ่ยปากได้ ทว่าภายในใจก็มีความดีใจเอ่อล้นออกมาจนท่วมท้นเช่นกัน

จิ้งจอกที่คราแรกตั้งใจจะหนีไป พลันเห็นแววตาที่ทอประกายคาดหวังระคนเจ็บปวดขึ้นมาก็ก้าวขาไม่ออก ดวงตาสีเทานั้นสะกดกลั้นความรู้สึกอย่างลึกล้ำ...กลายเป็นยอมให้อีกฝ่ายลูบขนของตนอย่างว่าง่าย

เจ้าไม่รังเกียจข้าหรือ?

รังเกียจสิ! เด็กแก่แดดตีสองหน้าเช่นเจ้า ผู้ใดจะชมชอบอยู่ด้วยกันหา!... จิ้งจอกสีดำพ่นลมหายใจอย่างเบื่อหน่าย ในใจนึกบ่นเด็กที่ไม่น่ารักผู้นี้มากมาย ถือโอกาสเอาเล็บข่วนเป็นการปิดบัญชีแค้น

โดยไม่รู้ตัวจิ้งจอกอนธการก็เผลอให้จางฮุ่ยเฟิงลูบขนฟูสีดำสนิทเล่นเป็นเวลาสักพักแล้ว ฝ่ามือของอีกฝ่ายให้ความรู้สึกดีมากจริงๆ จินอดคิดไม่ได้ว่าเจ้าหมาปอมที่บ้านคงรู้สึกดีเช่นนี้ยามที่เขาลูบหัวมัน

ข้าต้องไปแล้ว เดิมที่ตั้งใจจะไปเยี่ยมสหายเสียก่อนแต่นี่ถึงเวลางานเลี้ยงแล้วจางฮุ่ยเฟิงยิ้มบางๆเป็นสีหน้านี่จินไม่เคยเห็นมาก่อน...แล้วเด็กหนุ่มก็เดินจากไป

ประกอบกับเสี่ยวผานเดินมาพอดี แพทย์หนุ่มมองจิ้งจอกสีดำก่อนจะกล่าว ข้าไม่อยากเข้ามาขัดจังหวะคุณชายจาง ข้าเดินตามหาเจ้าจะชักชวนไปงานเลี้ยงในลานฝึกทหารด้วยกัน

ในบริเวณนี้ไม่มีใครอื่นอีก ดังนั้นจิ้งจอกสีดำจึงกลายร่างเป็นชายหนุ่มรูปงาม

ไป

 

งานเลี้ยงที่ว่านี้เป็นงานเลี้ยงที่เหล่าทหารเก่าแก่จัดขึ้นอย่างเรียบง่าย พวกเขาเห็นจางฮุ่ยเฟิง เซี่ยจวิ่น มู่ฟ๋งมาตั้งแต่ยังตัวเล็กๆ จากตึกตระกูลจางมานานเห็นลูกหลานเติบโตขึ้นก็ย่อมยินดี งานเลี้ยงนี้เป็นเพียงการล้อมวงรับประทารอาหาร ตั้งโต๊ะบริเวณลานฝึกเท่านั้น แน่นอนว่ากิจกรรมโปรดสำหรับงานเลี้ยงเพื่อเสริมสร้างความเพลิดเพลินนี้...สำหรับค่ายทหารแล้วหนีไม่พ้นการประลอง

เหล่าทหารเป็นมิตรอย่างมาก พวกเขาพูดคุยกันหยาบคาย แหย่หยอกล้อเสี่ยวผานจนแม้กระทั่งเด็กหนุ่มก็เริ่มอับอายขึ้นมาบ้าง ลูกหลานภายในตึกตระกูลจางอย่างจางฮุ่ยเฟิง มู่ฟ๋ง เซี่ยจวิ่น หนีไม่พ้นการเป็นตัวหลักในการประลอง บรรดานายทหารเก่าแก่ต่างพากันหัวเราะอย่างฮึกเหริม ดาหน้ากันเข้ามาท้าประลองสั่งสอนอย่างต่อเนื่อง

เยี่ยกงกับอาเหลาเป็นคนเช่นนี้อยู่แล้ว พวกเขานับเป็นทหารของสำนักคุ้มภัยได้ ดังนั้นจึงมีพฤติกรรมคล้ายๆกัน ร่ำสุราจนเมามายจับอาวุธเข้าร่วมการประลองไปด้วย จินรู้สึกตนเองได้กลับมาอยู่ในบรรยากาศที่คุ้นเคยบรรยากาศรอบข้างเป็นค่ายทหารในป่ารกชันของเวียดนาม

น่าเสียดายอย่างยิ่งที่ไม่มีหญิงงาม!! แต่ที่นี่นับเป็นค่ายทหาร ลูกผู้ชายร่ำสุราต้องการมิตรแท้ ไม่ต้องการหญิงงาม! นางแก่ที่บ้านข้าทิ้งข้าไปเนิ่นนานแล้วจะต้องการหญิงไร้ใจไปอีกทำไม

พวกนางล้วนแต่โปรดปรานเหล่าบัณฑิตขุนนาง ไหนเลยมาชมชอบนายทหารคลุกดินเช่นเรา!”

ว่าแต่ที่ตรงนี้เหตุใดจึงมีหญิงงา.....

นายทหารผู้เมามายจนเลอะเลือนยังไม่ทันกล่าวคำว่า หญิงงามออกจากปากดี ก็ถูกซัดจนสลบเหมือดไป สร้างความขบขันให้นายทหารโดยรอบเป็นอย่างยิ่ง

เจ้านี่เมาแล้วเลอะเลือนแท้ คุณชายผู้นี้ออกจะหล่อเหลา ร่างกายแข็งแรงไม่แพ้พวกเราพี่น้อง

แต่พวกท่านไม่อาจหล่อเหลาเทียบเท่าท่านแม่ทัพจางของเราได้

กล่าวจบเหล่าทหารต่างก็ชนแก้ว ร้องตะโกนกันว่าเห็นด้วย นายทหารแก่ผู้หนึ่งกำชับเซี่ยจวิ่นกับมู่ฟ๋งให้ดูแลเจ้านายให้ดีราวกับเป็นบุตรหลาน เสี่ยวผานก็โดนเหล่าทหารที่เมาแล้วเทศนาเรื่องปรัชญา กฏทหารเช่นกัน ในที่นี้มีเพียงไซมิ้งที่ไม่มาร่วมงาน ผู้คุ้มกันเอ่ยว่าต้องการพักผ่อนจึงไม่มา...แต่ไม่ว่าผู้ใดก็ทราบว่าอีกฝ่ายละอายจนเกินกว่าจะมาร่วมงานเลี้ยงเช่นนี้

บรรยากาศงานเลี้ยงเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข ค่ายทหารเช่นนี้แม้จะหยาบคาย หยาบกร้าน แต่ก็จริงใจเปิดเผย ผู้คนที่อยู่ที่นี้ต่างชมชอบบรรยากาศเช่นนี้มากกว่าเล่ห์เหลี่ยมในวังหลวงมาก พวกเขาคือคนที่ขายตนเองเข้ามาในตึกตระกูลจาง อุทิศตนเพื่อชาติบ้านเมืองอย่างแท้จริง

...เหล่าขุนนางกังฉินที่ปากเอ่ยเพื่อแคว้น กลับกระทำการอีกอย่างไม่อาจเทียบถึงความยิ่งใหญได้เลยแม้แต่น้อย แต่ยามพบเจอทหารระดับล่างพวกนี้ เหล่าขุนนางมือสกปรกกลับเต็มไปด้วยสายตาดูถูก จางฮุ่ยเฟิงครุ่นคิดแล้วก็กำหมัดแน่น มือที่กุมกระบี่บีบจนเริ่มเป็นรอยแดง

 

ตระกูลจางเอ๋ย...ตระกูลจาง...วังหลวงมีสิ่งใดที่ให้พวกเจ้าปกป้องกัน?



              


#TALK with LLwuda

          รีบมาลงให้ก่อนไปเรียนค่ะ ยังไม่ได้ตรวจทานเจออะไรแปลกๆทักกันได้นะคะ

          พี่ใหญ่โผล่มาแล้วววว(ไม่ค่อยออกนอกหน้า) พอดีผู้เขียนชอบแบดบอยค่ะ555 คุณชายจางนี่ตกลงไปในหลุมแล้วยังคงไม่รู้ตัวอีก เดี๋ยวว่างๆเราจะหาอิมเมจตัวละครมาแปะนะคะ ทั้งเซี่ยจวิ่น มู่ฟง นี่เป็นฮาเร็มผู้ชายหน้าตาดีจริงๆ ฮา

          แล้วพบกันตอนหน้าน้า <3  *จิ้งจอกสีดำแช่น้ำทักทายเหล่าทาส*

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 556 ครั้ง

88 ความคิดเห็น

  1. #8159 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 00:31

    เฮ้ออออ มาหาพี่ พี่ก็คิดจะฆ่าซะอีกละ สงสารคุณชายห้าจริงๆ

    #8159
    0
  2. #8133 SudaratYo (@SudaratYo) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 14:48
    เซเลปก็ยังคงเป็นเซเลป
    #8133
    0
  3. #8061 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 12:29

    ปากว่าแต่ตัวก็ปล่อยให้เค้าลูบอะเนอะะ

    #8061
    0
  4. #7929 chalillxx_ (@chalillxx_) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 12:08
    จิ้งจอกเซเลปคือที่สุดแห่งความปากร้าย ปากก็ว่าเขาอะแต่ก็ยอมหมด แหมเลยยย
    #7929
    0
  5. #7910 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 20:02
    จินนี่ซึนนะคะ เรียกเค้าว่าเด็กมีปัญหา แก่แดด แต่การกระทำไม่ใช่เลย ดูท่าพี่จินจะเก่งเรื่องสปอยด์เด็ก อิอิ เด็กเจ้าเล่ห์ด้วย
    #7910
    0
  6. #7841 luhan7_lulu (@luhan7_lulu) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 09:53
    อยากลูบบบด้วยคนนนแง๊
    #7841
    0
  7. #7795 LuckyStar1006 (@AinSuchada) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 14:28
    จริงๆก็ชอบให้เค้าลูบใช่ไหมจ้ะ อิอิ พี่ใหญ่จางทำไมดูหล่อ 5555
    #7795
    0
  8. #7759 zxcnonnam12345 (@zxcnonnam12345) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 20:57

    ตลกตอนบอกว่ารังเกียจ5555
    #7759
    0
  9. #7638 4KKWAN_ (@4KKWAN_) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 09:22
    น้อนนนนนนน ชแบจังเลยนะเวลาที่ได้เป็นปอมเนี่ย5555555
    #7638
    0
  10. #7577 pplismluvx2hh (@ppCYJ717) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 23:19
    ลูบหัวกันแล้วววววว
    #7577
    0
  11. #7543 maielf13 (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 01:57
    กลายเป็นปอมไปแล้ว555555
    #7543
    0
  12. #7269 Plankton J (@jthida) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 22:57
    ถิงถิงหายไปไหนนะ หรือเพราะโตขึ้นเป็นทหารเลยไม่ควรมีคนรับใช้หญิง
    #7269
    0
  13. #7106 มูมู (@mumuka) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 23:26
    จินยอมให้ลูบขนด้วยๆๆ น่ารักกก
    #7106
    0
  14. #7047 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 21:41
    หนูจินไม่ง่ายนะ! แต่ถ้ามีของกินกับยาสระขนอย่างดีก็...
    #7047
    0
  15. #6699 -Shawty- (@tumbmong) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 11:28
    อย่าหาว่าพี่สอนเลยนะฮุ่ยเฟย ถ้าจะให้ดีต้องมีครีมอาบน้ำกับที่แปรงขนมาให้พร้อมด้วย ถึงจะถูกใจจินจินเขาล่ะ อิอิ
    #6699
    0
  16. #6508 bonjour0301 (@bonjour0301) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 19:25
    จินยอมให้ฮุ่ยเฟิงลูบขนด้วย55555น่ารักมาก
    #6508
    0
  17. #5680 Butterfly DN. (@babyll) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 10:48
    งื้อๆๆ เมื่อไหร่ฮุ่ยเฟิงจะรู้ว่าจินเป็นจิ้งจอกดำอ่ะ
    #5680
    0
  18. #5460 ขนมหวานนมสด (@mikilovesj) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 13:37
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านค่ะ
    #5460
    0
  19. #5308 Kimiko Saruwatari (@kimiko-39) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 / 22:46
    ฟินตอนเจอกันในร่างจิ้งจอกง่าาา >///<
    #5308
    0
  20. #4729 นุงแมว ^^ (@nuiland) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 มีนาคม 2559 / 15:48
    สนุกจริงๆเล๊ยยยย
    ติดงอมแงมเรียบร้อย555555
    #4729
    0
  21. #3703 The Lost One (@sompeple) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:26
    สาธุ ขอให้เรื่องนี้มีฮาเร็มมม
    #3703
    1
  22. #3688 JAMNIN (@vi-o-let) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 11:46
    จินใจดีนะ เห็นแววตาเฟิงก็ยอมให้ลูบขนด้วย
    #3688
    0
  23. #3371 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มกราคม 2559 / 22:39
    จิ้งจอกน้อย เอ็นดูคุณชายมากมาก แล้วอิคนในตระกูลจางที่คอยแต่ทิ่มแทงคนอื่นนี่น่ารำคาญชะมัด
    #3371
    0
  24. #3180 Dairy-nana (@dairy-juju1234) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 มกราคม 2559 / 17:48
    แก้แค้นเลยที่รัก!! รีบทำสัญญาสัตว์วิเศษกันเถอะ ตอนลูบขนให้นี่อย่างนั้ลล้ากกกก ชอบๆๆๆ
    #3180
    0
  25. #2266 christy00 (@christy00) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2558 / 21:51
    แม่นางจินสินะ 555+ ///หันหลังไปเจอจิ้งจอกดำ=[]=
    #2266
    0