✦ อนธการจิ้งจอก ✦ BL, YAOI [END]

  • 99% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 507,573 Views

  • 8,278 Comments

  • 13,450 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    6,198

    Overall
    507,573

ตอนที่ 22 : เกลียดอย่างไรมักจะได้อย่างนั้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23160
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 584 ครั้ง
    27 ก.ค. 60









บทที่ 21

เกลียดอย่างไรมักจะได้อย่างนั้น




 

          บรรยากาศรุ่งอรุณวันใหม่มาเยือนค่ายทหาร สามารถกล่าวได้เต็มปากว่าค่ายทหารของจางหลี่นั้น นับเป็นกองกำลังที่มีวินัยเป็นอย่างมาก ไม่ว่าพวกเขาจะเมาสุราจมหัวทิ่มอย่างไร ก็ยังคงตื่นเต็มตามาวิ่งออกกำลังกายยามเช้าด้วยความฮึกเหิม

            แท้จริงแล้วทุกวันบรรดาทหารไม่ได้ฮึกเหิมมากเยี่ยงนี้ แต่วันนี้มีคนนอกมาเป็นแขกในค่าย พวกเขาไยจะไม่พยายามโอ้อวดพลังตนเอง...? จะต้องให้แขกที่กลับไปต้องทึ่งว่าค่ายของท่านแม่ทัพจางหลี่ยอดเยี่ยมขนาดไหน! เหล่านายทหารคิดอย่างมุ่งมั่น ปากร้องตะโกนอย่างเร่าร้อนด้วยพลัง

            หลังจากอาบน้ำยามเช้า รับประทานอาหารรวมกับเหล่าทหารเรียบร้อยแล้ว บรรดาขบวนการเดินทางส่งจดหมายในครั้งนี้ก็มายืนพร้อมกันที่จุดนัดพบ แม่ทัพจางหลี่บังคับให้พวกเขาทำตามวินัยทหาร นัดทั้งหมดมารวมตัวกันด้านหญ้าเตี้ยโล่งของค่าย

            จินนั้นยืนรวมอยู่เช่นกัน ผมสีดำสนิทถูกรวบสูงปลายผมพริ้วไหวไปตามลม เพียงยืนอยู่เฉยๆยังสัมผัสได้ถึงความสง่างาม เสียแต่ว่าตอนนี้รูปสลักหยกล้ำค่าที่ถูกเหล่าทหารจ้องมองกำลังหายใจติดขัดหายใจไม่ทั่วท้อง นัยน์ตาสัตว์ร้ายพยายามไม่หันไปมองด้านข้าง...

            หากโดนนัยน์ตาคมกริบอย่างท่านแม่ทัพจางหลี่จับจ้องไม่วางตาเช่นนี้ ต่อให้เป็นจักรพรรดิก็ไม่อาจยืนอย่างองอาจเช่นเดิมได้ จิ้งจอกร่างมนุษย์ภายนอกนั้นสีหน้าท่าทางไม่เปลี่ยนแปลง แต่ภายในใจก่นด่าคนที่มองไม่วางตาไปถึงไหนต่อไหน

            นี่คือนกกระสายักษ์ของกองทหารเรา มีเพียงสองตัวเท่านั้นพวกท่านใช้มันเดินทางกลับ เพียงวันเดียวก็ถึงเมืองหลวงแล้ว โชคดีอย่างยิ่งที่พวกมันกลับมาค่ายวันนี้พอดี ผู้คนในขบวนต่างฟังวิธีการเดินทางโดยใช้นกกระสาต่อไปอย่างตั้งใจ เหล่าผู้คุ้มกันผานตงดูจะชื่นชอบพวกมันเป็นพิเศษ

จางหลี่ขมวดคิ้วขึ้นยอมละสายตาออกจากร่างคุณชายชุดขาวล้วนในที่สุด แม่ทัพหนุ่มครุ่นคิดถึงสิ่งที่รบกวนจิตใจตนเอง... เมื่อวานไม่ได้พบหน้าผู้ใดนอกจากน้องชาย ดังนั้นวันนี้จางหลี่จึงพึ่งพบจินเป็นคราแรก นัยน์ตาที่แหลมคมจนแทบจะมองทะลุทุกสิ่งสามารถบอกได้ทันทีว่า สถานะผู้คุ้มกันผานตงกับเจ้าตัวนั้นขัดตาเป็นอย่างยิ่ง มิใช่เรื่องเข้ากันแม้แต่น้อย ทั้งข้าวของและเสื้อผ้า...ผู้คุ้มกันธรรมดาจะสามารถหามาได้อย่างไร

จางหลี่จับจ้องอีกฝ่ายเป็นเวลานาน พบว่าไม่มีพิรุธหรือความผิดปกติเพิ่มเติมอีก ในใจของแม่ทัพหนุ่มนึกระแวงขึ้นไปอีกมากถึงแปดในสิบส่วน

...แต่อย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับเขา

ดังนั้นจางหลี่จึงทำเพียงแค่ยืนจดหมายให้น้องชายตนเองแล้วกลับเข้ากระโจมแม่ทัพไป

จินลอบถอนหายใจ ในที่สุดความน่าอึดอัดก็หายไปเสียที การถูกจ้องมองเช่นนี้ราวกับย้อนเวลากลับไปยังสงครามใหม่ๆ ที่ค่ายทหารก็มีกฏว่าต้องตื่นมาจัดแถวให้นายทหารยศโตตรวจวินัยด้วยเช่นกัน

เสี่ยวผานขยับเข้ามาใกล้จิน เด็กหนุ่มเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดจึงกดเสียงให้เบาลงพลางกล่าว นี่ต้องเป็นเพราะว่าท่านแม่ทัพทราบเรื่องความผิดของเจ้าแล้วแน่ๆ

เป็นไปไม่ได้ จิ้งจอกตอบทันควัน

เจ้าไม่น่าไปแอบใช้ห้องน้ำสำหรับแม่ทัพยามดึกเลย ถูกดวงตาเช่นนั้นจ้องมองแค่คิดก็น่าหวาดหวั่นแล้ว...เสี่ยวผานเอ่ยอย่างปักใจเชื่อว่าพฤติกรรมเยี่ยงโจรของสหายรักนั้นต้องถูกค้นพบแล้วแน่นอน

ดวงตาข้ากับดวงตาของเขาเจ้ากลัวใครมากกว่ากัน?จินมองดุๆใส่เสี่ยวผาน ดวงตาสัตว์ร้ายเรืองวาวหรี่ลง ...เรียวแหลมจนดูดุร้ายยิ่งขึ้นไปอีก

เสี่ยวผานตอบอย่างไม่ต้องใช้เวลาคิดนาน เจ้า

เช่นนั้นเจ้าก็เก็บปาก รีบขึ้นหลังนกกระสาไปได้แล้ว จบคำเสี่ยวผานก็รีบกระโดดขึ้นทันที

จำนวนคนทั้งหมดนั้นคราแรกนึกว่าต้องใช้นกกระสาถึงสองตัว ปรากฏว่าพอรวมกับข้าวของแล้วเพียงตัวเดียวก็สามารถบรรจุได้ทั้งหมด ยามนี้พวกเขาต่างพากันรัดตนเองเข้ากับขนที่แข็งแรงของนก อย่างไรก็ต่างเป็นผู้ฝึกยุทธ์ด้วยกันทั้งนั้น เพียงแค่เคลื่อนย้ายลมปราณไปยังฝ่าเท้า ผลหากร่วงหล่นคงน่าขายหน้ามากแล้ว ส่วนเรื่องม้าที่จางฮุ่ยเฟิงจ่ายเงินซื้อให้นั้นก็มอบพวกมันให้จางหลี่ไป

นกกระสาตัวยักษ์กระพือปีกอันใหญ่โตของมัน ลมไหลไปสู่พื้นด้านล่างส่งผลให้เหล่าต้นหญ้าต่างหนีหน้ากันเป็นบริเวณกว้าง ตัวมันค่อยๆลอยขึ้นสูงจากพื้น...จนกระทั่งเห็นค่ายทหารเป็นเพียงค่ายเล็กๆ เห็นเหล่านายทหารเป็นจุดกำลังโบกไม้โบกมือบอกลา

อาเหลากับเยี่ยกงมีสีหน้าราวกับกำลังลาจากพี่น้องผู้รู้ใจ พวกเขาต่างพากันโบกมือลาเหล่าทหารด้านล่างเช่นเดียวกัน มีเพียงแค่ไซมิ้งเท่านั้นที่ทำสีหน้าไร้ซึ่งจิตใจตั้งแต่ยามเช้า

จินอดคิดไม่ได้ว่าหากเป็นเด็กชายเสี่ยวผานในอดีตแล้ว คงต้องรบเร้าชวนให้เขาไปช่วยเหลือน้องสาวไซมิ้งเป็นแน่... เสี่ยวผานในยามนี้ภายในใจจะอยากไปช่วยเต็มที่ ทว่านอกจากจางฮุ่ยเฟิงที่รู้ตัวคนร้ายแล้ว เด็กหนุ่มจะสามารถไปตามหาได้ที่ไหนอีก... นอกจากมีความต้องการช่วย เสี่ยวผานรู้ดีว่าตนเองไม่มีข้อมูลหรือหนทางอันใดอื่น

นอกจากไซมิ้งที่มีสีหน้าไร้หัวจิตหัวใจแล้ว บรรดาคนที่เหลือต่างมานั่งล้อมวงสนทนารอถึงจุดหมายปลายทางกัน เจ้าของเสียงเฮฮาวงในรอบนี้ได้แก่อาเหลา ผู้คุ้มกันหนุ่มกระตือรืนร้นที่จะเล่าประสบการณ์การเดินทางอย่างยิ่ง คนที่เหลือก็ตั้งใจฟังเช่นกัน อาเหลาเล่าอย่างมีอรรถรส เยี่ยกงคอยตบแต่งเรื่องราวให้ดูเหมือนจริงขึ้นมาเป็นครั้งคราว

ผู้คุ้มกันทั้งสองมีแผนจะช่วยเหลือสหายตนเอง พวกเขาร่วมหัวจมท้ายฝากชีวิตซึ่งกันและกันในการทำงานมานาน เหตุใดจะไม่ช่วยเหลือสหายตนเองเล่า...เรื่องความไร้น้ำใจของจางฮุ่ยเฟิงนั้นยังพอเข้าใจได้ ในเมื่อไซมิ้งเลือกหนทางเองไปแล้ว มิอาจโทษคุณชายจางที่ไร้น้ำใจคืนสนองได้

ถัดจากเรื่องการผจญภัยก็กลายเป็นเรื่องวรยุทธ์ จินได้ยินชื่อพรรคต่างๆ รวมทั้งเหล่าวิชาชื่อดังที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนมากมาย ประเด็นวรยุทธ์เช่นนี้สามารถคุยได้ไม่จบไม่สิ้น ต่างคนก็ต่างพากันเล่ายามหัดจับกระบี่อย่างน่าขบขันครั้งแรก มีเพียงจางฮุ่ยเฟิงเท่านั้นที่ยิ้มเป็นปกตินั่งฟังเรื่องราวเงียบๆ

ใบหน้าหล่อเหลาที่บัดนี้จินคิดว่าดูแสนร้ายกาจเกินกว่าวัยขึ้นมา แสดงสีหน้าทางอารมณ์ขัดกับรอยยิ้มที่มุมปากโดยสิ้นเชิง จินพ่นลมหายใจ...รู้สึกพักนี้มักจะใจอ่อนสงสารเด็กบ่อยเกินไปแล้ว

ถึงกระนั้นก็อดไม่ได้อยู่ดี...

หากเจ้าไม่อยากยิ้มก็ไม่ต้องยิ้ม ข้าเกลียดรอยยิ้มจอมปลอมเช่นนี้

ในใจของจินนึกสงสาร...แต่ไม่ทราบว่าเหตุใดพอเอ่ยปากขึ้นมาแล้ว กลายเป็นกึ่งคำปลอบกึ่งคำด่าทอไปได้  จางฮุ่ยเฟิงนั่งอยู่ด้านข้าง(โดยบังเอิญ)ดวงตาเบิกกว้างอย่างแปลกใจขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะขยับปากกล่าวตอบโต้ด้วยรอยยิ้มที่กว้างขึ้น

เหตุใดจึงคิดว่าข้ายิ้มจอมปลอมเล่า?

เด็กยังเติบโตไม่เต็มที่เช่นเจ้า ไหนเลยสามารถตบตาข้าได้ ดวงตาเรียวคู่สวยหรี่ตาราวกับต้องการแสดงความเหนือชั้น แต่จางฮุ่ยเฟิงเพ่งมองแล้วรู้สึกน่าชมกับท่าทีเช่นนี้มาก อารมณ์ดียิ่งขึ้นไปอีก

คนผู้นี้อายุน้อยกว่าเขาแท้ๆ ยามพูดคุยกลับชอบทำท่าทีราวกับหยอกล้อผู้หลานของตนเอง จางฮุ่ยเฟิงนึกแล้วก็อดยิ้มมุมปากไม่ได้...สีหน้าพลันอ่อนโยนขึ้น

เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าไม่เติบโต? อิสตรีเห็นล้วนต้องร้องด้วยความเขินอายทั้งนั้น เจ้าเคยเห็นความเติบโตของข้าหรืออย่างไรจึงได้ตัดสินเช่นนี้?

เจ้าเด็กแก่แดดที่น่าตาย!

จงใจทำสีหน้าอ่อนโยนแต่ปากกลับเอ่ยถึงเรื่องใต้สะดือพวกนี้ จางฮุ่ยเฟิงนับเป็นเด็กที่สามารถผลัดเปลี่ยนหน้ากากได้อย่างเชียวชาญมากกว่าโชว์ของญี่ปุ่นที่จินเคยดูเสียอีก เห็นแล้วนึกหงุดหงิดขึ้นมาที่เมื่อวานไม่ข่วนหน้าหล่อเหล่าให้มีแผลประดับ

จินส่งสายตาดุๆที่มักใช้กับเสี่ยวผานให้ จางฮุ่ยเฟิงยังคงยิ้มรับ มือชี้ไปทางด้านเซี่ยจวิ่นที่มองมาอย่างตั้งอกตั้งใจคล้ายรออะไรบางอย่าง

จ...ซีอิ่งเป็นเสี่ยวผานที่เอ่ยขึ้นมา เมื่อกี้เซี่ยจวิ่นถามคำถามเจ้าเด็กหนุ่มเห็นเหตุการณ์ที่จินกับจางฮุ่ยเฟิงปะทะคารมกัน คาดว่าสหายตนเองคงมิได้ตั้งใจฟังแน่นอน

จินย้ายสายตาไปมองเซี่ยจวิ่น เจ้าถามใหม่

เมื่อกี้ข้าถามเจ้าว่าฝึกวิชาของสำนักใด ผู้ใดเป็นอาจารย์เจ้า เจ้ามีฝีมือสูงส่งมาก!”  เซี่ยจวิ่นถามอย่างกระตือรือร้น คำตอบของคำถามนี้ก็เป็นสิ่งที่ผู้คนทั้งหมดอยากรู้เช่นกัน ดังนั้นบนหลังนกกระสายามนี้จริงเงียบกริบ ต่างตั้งใจรอฟังคำตอบ

การพบเห็นผู้มีฝีมือสูงส่งเช่นนี้ใกล้ๆว่ายากแล้ว แต่มีโอกาสได้ถามถึงวิชามีโอกาสไม่ถึงหนึ่งในร้อยด้วยซ้ำ ชั่วชีวิตคนผู้หนึ่งอาจไม่มีโอกาสเช่นนี้เลยก็ได้ ดังนั้นสิ่งใดที่สามารถสักถามได้โดยไม่เสียมารยาทมากนักต่างก็พากันสักถามไว้ก่อน

ข้าฝึกวิชากับนกนางแอ่น ไม่มีอาจารย์

ฝึกวิชากับนกนางแอ่น เรื่องเหลวไหลพรรค์นี้จะเป็นไปได้อย่างไร...? ตอบเช่นนี้เห็นได้ชัดว่าต้องการปิดบังสำนักวิชา ทว่าพวกเขาที่เหลือสามารถกล่าวหาว่าอีกฝ่ายโกหกได้ด้วยหรือ ในเมื่อต้องการปิดบัง ครั้นจะให้ไปจับกระบี่บีบบังคับก็ดูจะพ่ายแพ้เสียก่อน ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถแสร้งเป็นยอมรับได้ทันที

สัตว์วิเศษของเจ้าเป็นอะไร?คำถามนี้เป็นจางฮุ่ยเฟิงเอ่ยถามออกมา... แล้วก็ต้องประหลาดใจกับคำตอบที่ตอบมาแทบจะในทันที

ไม่มี

เจ้าไม่อยากมีสัตว์วิเศษหรือ? เยี่ยกงถามขึ้นมาบ้าง คนผู้หนึ่งหากไม่มีสัตว์วิเศษคู่กายแล้ว นั่นสามารถบ่งบอกได้สองกรณี เช่นว่ามันผู้นั้นอ่อนด้อยจนไม่มีสัตว์วิเศษตัวไหนทำสัญญาด้วย

...เยี่ยกงไม่เห็นว่า มันผู้นั้นจะใกล้เคียงกับคำว่าอ่อนด้อยแม้แต่น้อย

เหลือเพียงเป็นกรณีที่สอง...คือคนผู้นั้นไม่ต้องการสัตว์วิเศษเสียเอง เรื่องเช่นนี้ใช่ว่าจะไม่เคยมีมาก่อน แต่ส่วนใหญ่แล้วมักเป็นผู้ที่สัตว์วิเศษตัวแรกของตนเองตายไปแล้วไม่อยากทำสัญญาใหม่อีก กรณีเช่นนี้นับว่าเป็นเรื่องหายากอย่างยิ่ง...ผู้คนที่ไม่ต้องการเองเช่นนี้มักมีความหลังฝังใจ หรือมีปมภายในใจที่แก้ไม่ออก

ข้าจะต้องการสัตว์วิเศษไปทำไมจินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สีหน้าราวกับสัตว์วิเศษที่ว่าเป็นเรื่องน่ารำคาญที่กวนใจอย่างยิ่ง

....ผู้ใดเป็นคนกล่าวว่าผู้คนที่ไม่ต้องการสัตว์วิเศษมักมีปมภายในใจที่แก้ไม่ออกกัน?

เยี่ยกงพบว่าตนเองไร้ซึ่งสุ้มเสียงขึ้นมาก็ครานี้ ตั้งใจว่ากลับไปจะกล่าวกับพี่น้องในสำนักคุ้มภัยไม่ให้เล่าเรื่องเหลวไหลอีก เรื่องจากชาวบ้านมักมีข้อความแต่งเติมทั้งสิ้น

จินรำคาญ...นั่นเป็นเพราะว่ายามได้ยินคนเอ่ยถามถึงเรื่องสัตว์วิเศษ ในหัวมักจะปรากฏภาพเจ้าจิ้งจอกสีเงินขึ้นมาทันที ถ้ามีสัตว์วิเศษเช่นนี้นับว่าน่ารำคาญอย่างยิ่ง

อีกอย่าง จิ้งจอกจะสามารถไปทำสัญญากับสัตว์วิเศษได้อย่างไรเล่า?

ได้ยินว่าคุณชายจางก็ไม่มีสัตว์วิเศษเช่นเดียวกันเสี่ยวผานรีบถามทะลุปล้องขึ้นมา คำตอบของจินนั้นต่อให้ผู้อื่นนอนคิดอยู่หลายวันก็คงไม่กระจ่างอยู่ดี...เพียงแต่ว่าคำถามนี้ของเสี่ยวผานจี้ใจดำมากเกินไปหน่อย เซี่ยจวิ่นกับมู่ฟ๋งมีสีหน้ากระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที

ใช่แล้ว เจ้าได้ยินมามิมีผิดจางฮุ่ยเฟิงสีหน้ายังคงไม่เปลี่ยน ตอบด้วยน้ำเสียงเนิบๆสบายๆ

พลันจู่ๆเซี่ยจวินก็ถามคำถามตัดขึ้นมา เสี่ยวผานเจ้ายิ่งธนูได้แม่นยำมากข้าลืมเอ่ยชม เจ้าร่ำเรียนจากสำนักไหน อาจารย์ของเจ้ามีชื่อเสียงเรียงนามอันยิ่งใหญ่ว่าอะไร?

เห็นได้ชัดว่านี่เป็นการเปลี่ยนทิศทางบทสนทนาที่แย่ที่สุด เท่าที่คนผู้หนึ่งจะเคยได้ยินมา

จางฮุ่ยเฟิงหัวเราะเบาๆ เซี่ยจวิ่นรีบร้อนเปลี่ยนเรื่องโดยไม่ตรึกตรองเช่นนี้ก็เพราะเขา ตลอดมาเขามักอยู่อย่างโดดเดี่ยวมาโดยตลอด ดังนั้นสัตว์วิเศษคู่กายจึงกลายเป็นความคาดหวัง...ความรัก...ความต้องการอย่างมากในวัยเด็ก จวบจนกระทั่งอายุล่วงเลยมาถึงปีนี้จางฮุ่ยเฟิงพบว่าตนเองควรตื่นจากฝันเสียที

ทว่าพอได้ยินจินปัดเหมือนสัตว์วิเศษเป็นเรื่องน่ารำคาญเช่นนี้ จางฮุ่ยเฟิงแค่นยิ้มรู้สึกตนเองกลายเป็นคนโง่งมขึ้นมาจริงๆเสียแล้ว เด็กหนุ่มรีบเปลี่ยนสีหน้ากลับเป็นปกติ

ครั้นพอหันไปก็เห็นดวงตาดุจสัตว์ร้ายคู่เดิมจ้องมองมาราวกับต้องการต่อว่า

เดิมที่จางฮุ่ยเฟิงคิดว่าตนเองเชี่ยวชาญเรื่องเช่นนี้มาโดนตลอด เก็บซ่อนตนเองได้มิดชิดเป็นอย่างยิ่ง คาดไม่ถึงกลับถูกมองออกได้โดยง่ายดาย ดวงตาอีกฝ่ายราวกับทะลุไปถึงด้านในจิตใจ... เด็กหนุ่มค้นพบว่าตนเองพลันอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างยิ่งในเวลาโดนดุเช่นนี้

นี่ราวกับเด็กน้อยเรียกร้องความสนใจเลยมิใช่หรือ...? คุณชายตระกูลจางนึกสังเวชตนเองขึ้นมา

ข้าเพียงแต่อ่านหนังสือเกี่ยวกับการยิงธนูมาบ้างเท่านั้น นอกเหนือจากนี้ก็อาศัยประสบการณ์

ใช่แล้ว! ข้ากลับหลงลืมไปเสียได้ว่าเจ้าใช้ชีวิตอยู่ในป่ามนตรามาหลายสิบปี

เยี่ยกงกับอาเหลาต่างช่วยกันหัวเราะกลบเกลื่อนการเปลี่ยนเรื่องที่ยอดแย่ของเซี่ยจวิ่น บรรยากาศกระอักกระอ่วนเช่นนี้รั้งอยู่สักพักหนึ่ง พยายามสนทนาเรื่องตลกขบขันไปเรื่อยเปื่อย จนกระทั่งมันคลี่คลายหายไปเอง

เสียเวลามาครึ่งวันบนหลังนกกระสา...ในที่สุดที่ด้านล่างก็ปรากฏภาพวิวทิวทัศน์ของเมืองหลวง

จินตั้งเป้าหมายแรกว่า หลังจากอดทนกินอาหารรสชาติแย่มาหลายวันติดต่อกัน เขาจะรับเงินค่าจ้างถุงโตแล้วเดินเข้าเหลาอาหารที่อร่อยที่สุดในเมืองนี้

นกกระสายักษ์ร่อนลงจอดบนลานของหมู่ตึกใหญ่ในเมืองอย่างเป็นปกติ ที่ด้านล่างรอบๆมีผู้คนมากมายมายืนรออยู่แล้ว พวกเขาสามารถสังเกตเห็นนกกระสาของค่ายจางหลี่ได้ตั้งแต่ต้น นกกระสาตัวนี้เหยียบบริเวณลานฝึกของเรือนจางหลี่คล้ายมันมาที่นี่เป็นประจำ

คนทั้งแปดทยอยลงมาจากหลังนกกระสายักษ์ ทันทีที่เยี่ยกงลงมาเยียบพื้น จางเหลียนบุตรลำดับสองของตระกูลจาง ผู้ว่าจ้างในครั้งนี้ก็เดินเข้ามาทันที สีหน้ายามมองมาเห็นจางฮุ่ยเฟิงอยู่รอดปลอดภัยแลดูเสียดายยิ่งนัก... ทว่ากระทั่งจางเหลียนยังกักเก็บคำพูดเพราะคนนอก

น่าเสียดายอย่างยิ่งที่ความหวังดีต่อตระกูลของจางเหลียน ไม่ได้ส่งผลไปถึงคนอื่นด้วย

ฮุ่ยเฟิงหลานยังปลอดภัยดีอยู่หรือ?

จางฮุ่ยเฟิงได้ยินดังนั้นจึงยิ้มขึ้นมา ทำสีหน้าโง่งมอย่างขัดเขินที่ได้รับความเป็นห่วง

ท่านน้าผู้หลานปลอดภัยดี ถึงแม้จะเจอโจรโฉดชั่วกลางทาง แต่เพราะว่าผู้อื่นที่ไปกับหลานล้วนเก่งกาจ ดังนั้นหลานจึงสามารถปลอดภัยกลับมาบ้านได้

ฮึ เห็นกันอยู่ว่าด้วยตัวเจ้าแล้วคงมิอาจมีชีวิตรอดตั้งแต่ย่างเท้าออกจากเมืองเลยกระมั้ง? เช่นนี้ท่านพี่เหลียนก็ควรตบรางวัลให้ผานตงเยอะๆเป็นเด็กหนุ่มอายุราวๆยี่สิบต้นกล่าวออกมา สีหน้าท่าทางดูถูกเหยียดหยามเป็นอย่างยิ่ง ประโยคบอกให้ตบรางวัลแต่สุ้มเสียงกลับประชดประชันโจ่งแจ้ง

จางเหลียนขมวดคิ้ว เอ่ยปรามเสียงเข้ม ชิงฟง

อิสตรีคนเดิมดันเด็กหนุ่มปากร้ายไปด้านหลังคล้ายต้องการปกป้อง ทำสีหน้าเป็นห่วงเป็นใยเพียงแต่ว่าน้ำเสียงกลับดูเบื่อหน่ายมิใช่น้อย ดวงตาหรี่ลงอย่างดุร้าย แล้วจางหลี่เล่า?

จางฮุ่ยเฟิงเห็นน้าตนเองหรี่ตาอย่างดุร้ายเช่นนี้แล้ว พาลให้นึกถึงว่าเหตุใดอีกคนกระทำซึ่งน่าดูชมมากกว่า สามารถเฝ้ามองไม่มีเบื่อ มิได้ดูน่าเกลียดเช่นนี้

หลานเจอท่านพี่แล้ว

ดีแล้ว...เด็กไม่เอาไหนเช่นเจ้า สมควรให้จางหลี่อบรมสั่งสอนเสียบ้า..….” อิสตรีผู้ดุร้ายกล่าวยังไม่ทันจบประโยคดี พลันเห็นบุรุษหน้าตาสง่างามองอาจน่าหลงใหลเป็นอย่างยิ่งเดินออกมา ปากจึงชะงักค้าง

ท่วงท่ากิริยาธรรมดา ยามที่จิ้งจอกกระทำกลับดูสูงส่งอย่างยิ่ง

เงินค่าจ้างฝากท่านเก็บตามมาให้ด้วย ข้ากับจางฮุ่ยเฟิงมีนัดหมายจะไปทำธุระด่วนที่อื่นก่อนดวงตาสีแอมเบอร์กวาดมองสตรีที่ยกตนเองให้สูงด้วยการกดหัวคนอย่างน่ากลัว มือจับลากจางฮุ่ยเฟิงให้ตามออกไป

...ดุจสัตว์ร้ายกำลังขู่คำรามทางสายตา...

นางคือมารดาของจางชิงฟง อนุภรรยาลำดับสามของผู้น้ำตระกูลจาง... ยามนี้เพียงแค่ถูกเด็กหนุ่มอายุราวรุ่นลูกจ้องมองมาถึงกับขนลุกซู่...เข่าอ่อนอย่างไม่สามารถควบคุม

จินดึงจางฮุ่ยเฟิงออกมาจากสงครามน้ำลายอย่างหงุดหงิด จิ้งจอกอารมณ์เสียเป็นอย่างมาก เขาเกลียดคนน่ารำคาญประเภทนี้ ดูโหวกเหวกวุ่นวายอย่างยิ่ง จินพบว่าตั้งแต่เดินทางเข้าเมืองหลวง เหตุใดเขาจึงพบเจอแต่คนประเภทที่เกลียดตลอด? ปากก็ขยับอบรมสั่งสอนคนด้านหลังไป

เจ้ายอมคนเช่นนี้ได้อย่างไร นางเป็นอิสตรีที่น่ารำคาญอย่างยิ่ง...ไม่ควรเสียเวลาแม้เพียงนิดเดียวสนทนาด้วย เหตุใดเจ้าต้องยินยอมตั้งแต่เด็กแล้ว ยามนี้ยังมีนักฆ่าลอบสังหารเจ้าอยู่อีกหรือ...?

จางฮุ่ยเฟิงยิ้มบางๆ นักฆ่าไหนเลยสามารถสังหารข้าได้ส่งสายตามองรอบๆก่อนขยับปากเอ่ยต่อ ไม่ตอบคำถามก่อนหน้า ตั้งแต่ปีนกำแพงก็พ้นหมู่ตึกตระกูลจางมาแล้ว เจ้าตั้งใจจะจูงมือข้าพาไปถึงไหน

จิ้งจอกตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ จากนั้นก็ขยับต่อด้วยความลื่นไหล รอคนอื่นตรงนี้ก็ได้ ด้านหน้าร้านขายขนมพอดี น่าจะสังเกตุเห็นโดยง่าย มือขาวซีดรีบปล่อยมือที่จับมาเนิ่นนานออกทันที

จางฮุ่ยเฟิงมองตามอย่างเสียดาย ดวงตาสีเทาพราวระยิบต้องการหยอกล้อ

ข้าไม่ได้ว่าเสียหน่อย

ไยเจ้าไม่ต่อปากต่อคำน้าเจ้าเช่นนี้ด้วย เจ้าเด็กแก่แดด

แน่นอนว่าจางฮุ่ยเฟิงไม่เข้าใจคำด่าคำสุดท้าย ทั้งคู่ยืนรออยู่พักหนึ่งใบหน้าที่คุ้นเคยต่างเดินเข้ามา ยกเว้นไซมิ้งและมู่ฟ๋ง เสี่ยวผานพยักหน้าน้อยๆให้จินบ่งบอกว่าเด็กหนุ่มได้เงินค่าจ้างมาแล้ว ได้ยินดังนั้นจินก็รีบร้อนทันที ในหัวปรากฏภาพอาหารขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม

พวกเราขอตัวก่อน วันหน้าค่อยพบกัน

เดี๋ยวก่อนเยี่ยกงขัดจังหวะคำลาตามมารยาทขึ้นมา พวกเจ้ายังคงพักที่โรงเตี๊ยมอีกหรือคืนนี้ เหตุใดจึงไม่มาพักที่ผานตงเล่า?

เสี่ยวผานส่ายหัว ไม่ดีกว่า รอจนเก็บเงินสามารถซื้อบ้านเช่นนั้นก็ไม่ต้องนอนโรงเตี๊ยมแล้ว

พวกเจ้าจะซื้อบ้าน?มู่ฟ๋งที่เพิ่งเดินมาสบทบเอ่ยขึ้นอย่างแปลกใจ

พี่มู่ฟ๋งได้ยินถูกแล้ว เพียงแต่ยามนี้ยังไม่มีเงินมากพอ บ้านแต่ละหลังในเมืองหลวงราคาแพงกว่าเมืองของพวกเรานับสิบเท่า

นั่นจริง ราคาถูกสุดของเรา บ้านราคาแพงเมืองอื่นไม่อาจเทียบเท่า

จากนี้พวกเจ้าจะทำอาชีพอะไรต่อ ต้องการรับงานจากพวกเราอีกหรือไม่?เยี่ยกงถามด้วยความเป็นห่วง หลายวันที่เดินทางด้วยกัน หัวหน้าผู้คุ้มกันมองอีกฝ่ายเหมือนเป็นบุตรหลานตนเอง

เสี่ยวผานเหลือบมองจิน จากนั้นจึงหันมาตอบ ไม่

เช่นนั้น...จางฮุ่ยเฟิงเปิดปากขึ้นมาบ้าง ใบหน้าผุดพรายรอยยิ้มที่จริงใจ พวกเจ้าสนใจมาเป็นคนของข้าหรือไม่?

ไม่จินตอบแทบจะในทันที

ข้ามีบ้านให้พวกเจ้าอยู่อาศัยด้วย เพียงแค่มาเป็นคนของข้า ทำงานให้เท่านั้น

จิ้งจอกชะงักเริ่มครุ่นคิดชั่งน้ำหนักถึงผลได้ผลเสีย มองหน้าเสี่ยวผาน เด็กหนุ่มก็ส่งสายตาให้เขาตัดสินใจเช่นเคย ทำงานกับจางฮุ่ยเฟิงอาจเงินดีมิใช่น้อย ไม่นานก็น่าจะเก็บครบพอซื้อบ้านเป็นของตนเองได้ซักหลัง...ถึงยามนั้นก็ลาออกเลิกทำงาน ไปท่องเที่ยวตามอำเภอใจได้

ยังไม่ต้องตกลงก็ได้ อย่างไรท้องคงหิวแล้วพวกเราไปสนทนากันต่อที่เหลาอาหารเถอะมู่ฟ๋งรีบสมทบ ผู้ติดตามหนุ่มเข้าใจจิตใจของผู้เป็นนาย จอมยุทธผู้เก่งกาจเช่นนี้ใช่ว่าจะสามารถหาได้ตามถนนทั่วไปเหมือนคราวนี้อีก ดังนั้นต่อให้ยากเย็นเพียงใดก็ต้องคว้าตัวเอาไว้!

ยิ่งกับจางฮุ่ยเฟิงด้วยแล้ว...เด็กหนุ่มมีความจำเป็นอย่างมาก

การไปเหลาอาหารนับเป็นทางลงที่ดี รุกหนึ่งส่วนถอยหนึ่งส่วนเช่นนี้เป็นกลยุทธ์ที่คุณชายตระกูลจางชอบใช้เป็นอย่างยิ่ง ด้านเยี่ยกงกับอาเหลาขอตัวกลับไปดูไซมิ้งก่อน

...ดังนั้นจึงเหลือเพียงห้าคนเดินเท้าต่อไปยังเหลาอาหาร

 

รับประทานอาหารเสร็จต่างฝ่ายต่างก็แยกย้าย จินกับเสี่ยวผานได้แผนที่บ้านมาให้เข้าไปพักก่อน วันพรุ่งนี้พวกเขาจึงจะได้โฉนดอย่างถูกกฏเมือง

สุดท้ายแล้วจินก็ยังไม่ยอมตกลงทำงานให้กับจางฮุ่ยเฟิง เพียงแต่จิ้งจอกที่แสนร้ายกาจยื่นเงื่อนไขว่าจะช่วยงาน หากงานนั้นมีเงื่อนไขที่ฟังแล้วตกลงใจจะทำเท่านั้น... เป็นการตกลงที่จางฮุ่ยเฟิงขาดทุนอย่างเห็นได้ชัด

...ทว่าคุณชายตระกูลจางก็ตกลงทำมันด้วยความเต็มใจ

ดวงตาสีเทาของจางฮุ่ยเฟิงที่ล้ำลึกเกินอายุ บัดนี้มีแววดีใจสั่นไหวอยู่อย่างชัดเจน

จางฮุ่ยเฟิงไม่ได้เดินหมากตานี้เพื่อชนะในกระดานนี้  

 

เด็กหนุ่มวางหมากตานี้ ก็เพื่ออนาคตในอีกหลายตาถัดไป...



                             


#TALK with LLwuda

          ก่อนอื่นปรบมือให้กับการได้จับมือของจางฮุ่ยเฟิงค่ะ (เว้นช่วงให้ทุกคนปรบมือ) .....บัดนี้คุณชายจางก็ยังไม่รู้ตัวอยู่ดีกว่าหลุมเริ่มลึกขึ้นเรื่อยๆแล้ว เรื่องจดหมายปลอมนี่ก็เห็นมีคนเดาถูกตั้งแต่แรกๆ อ่านคอมเม้นท์แล้วทุกคนมีIMAGINEที่แข็งแกร่งกันมากค่ะ555

   

          คู่นี้หวานกันไหมไม่รู้ค่ะ เอาเป็นว่ามดขึ้นเมื่อไหร่อย่าลืมแซวพวกเขาก็แล้วกัน แล้วพบกันตอนหน้าค่า <3 (สำหรับผู้เขียนขออนุญาตพักการเป็น #ทาสจิ้งจอก ไปเคี้ยวคุณพี่จางหลี่ชั่วคราว)

           

ปล. แซวเรื่องมดแล้ว ได้กรงเล็บประดับกลับไปผู้เขียนขอไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 584 ครั้ง

91 ความคิดเห็น

  1. #8134 SudaratYo (@SudaratYo) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 14:56
    เอาของกินมาล่อ
    #8134
    0
  2. #8062 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 12:45

    อ๋อออ ที่กังวลเรื่องสายตาเพราะมีชนักติดหลังรึปะ แอบใช้ห้องน้ำ 555555555

    #8062
    1
    • #8062-1 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 22)
      11 พฤศจิกายน 2561 / 12:46
      แหมจิ้งจอกน้อย เป็นห่วง พูดงี้นะค้า บ่นซะยาวยืดเชียว
      มือลั่น ยังพิมไม่หมดค่ะ 5555
      #8062-1
  3. #7930 chalillxx_ (@chalillxx_) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 12:25
    ฮุ่ยเฟิงแบบอยากแหมเลยยยยยยยยยยยยยยยย จิ้งจอกเซเลปน่าจะมาแพ้ให้น้องเฟิงของเราเนี้ยแหละ กรี๊สๆๆๆๆๆ
    #7930
    0
  4. #7915 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 21:49
    มีการดึงเค้าออกมา ทนไม่ได้สินะ 555555 ดูแล้วคุณชายจางมีแต่ได้กับได้นะคะ จิ้งจอกเจ้าเล่ห์จะสู้ได้มั้ยนะ
    #7915
    0
  5. #7842 luhan7_lulu (@luhan7_lulu) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 10:17
    เงื่อนไขอะไรหว่า
    #7842
    0
  6. #7796 LuckyStar1006 (@AinSuchada) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 16:03
    อยากให้จิ้งจอกน้อยอยู่ใกล้ๆสินะ ฮรุกกกก
    #7796
    0
  7. #7639 4KKWAN_ (@4KKWAN_) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 09:44
    ตายแร้วค้าบ ไม่รีบกับความสัมพันธ์ครับเพราะยังรู้ว่าอีกยาวไกล55555555
    #7639
    0
  8. #7544 maielf13 (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 23:28
    แง่มเค้าซื้อแบ่งบ้านให้กันแล้วค่ะแม่ฮืออออ
    #7544
    0
  9. #7358 Easter Eggs (@baitoleatitaya) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:11
    จิ้งจอกน้อยจะโดนเขมือบมั้ยน่าาาาา
    #7358
    0
  10. #7270 Plankton J (@jthida) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 23:15
    น่ารักจริงๆเลย
    #7270
    0
  11. #7256 SATANGnaphatsorn (@SATANGnaphatsorn) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 16:20
    งื้ออออเขินง่ะนี้อ่านไปละรอบนึง กลับมาอ่านใหม่ก็ยังเขินอยู่ดี รีบๆแต่งงานกันนะคะรออยู่แง้งงงงงงง
    #7256
    0
  12. #7107 มูมู (@mumuka) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 23:39
    เขาชวนไปอยู่ด้วยกันนน จับมือกันอีก ฟินนนน
    #7107
    0
  13. #7094 RhongTood (@marklmsg7) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 23:53
    ไม่รู้ทำไม ถึงเห็นแวว3Pมาจากไซอิ๋ว(?)รางๆ 555555
    #7094
    0
  14. #7068 Obana Michiyo (@angel25302524) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 16:20
    ไรท์ต๋า~อย่างเรียกว่าจิตนาการเลย แรงมโนล้วนๆ
    #7068
    0
  15. #7048 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 22:01
    จับมือด้วยล่ะ งุ้ยยยย/////
    #7048
    0
  16. #6890 aumaum (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:53
    ยังกลัวว่ากว่าจะหวานจนมดขึ้น คุณชายห้า อาจได้รอยเล็บข่วนเพิ่มบาดแผลอีกหลายรอย

    5555
    #6890
    0
  17. #6765 sprinkle star (@aleenaaom) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 06:41
    ห่างหายจากการเม้นมานาน แค่กๆ ชอบพี่จางจังเลยค่ะ! 5555 เหมือนมีออร่าความฟรุ้งฟริ้งเวลาอยู่กับจิน~ อร้ายยย ///
    #6765
    0
  18. #6742 YaYing Witch.y (@youloveying) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 01:14
    ความสามี555
    #6742
    0
  19. #6654 1234_DuncAn (@1234_DuncAn) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 19:29
    อุ๊ยยยยยย
    #6654
    0
  20. #5681 Butterfly DN. (@babyll) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 11:03
    แหมมมม่ คุณชายจาง ตกหลุมลงมาลึกแล้วนา นางจะรู้ตัวมั้ยนิ คึคึ
    #5681
    0
  21. #5461 ขนมหวานนมสด (@mikilovesj) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 13:52
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านค่ะ
    #5461
    0
  22. #5309 Kimiko Saruwatari (@kimiko-39) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 / 23:20
    เริ่มรุกโดยไม่รู้ตัว เอิ้กๆ
    #5309
    0
  23. #5191 Gybzie1a (@nuucocoz) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 20:40
    ไม่ยอมปล่อยจิ้งจอกน้อยแล้วสินะคุณขาย เป็น #ทาสจิ้งจอกโดยแท้จริง
    #5191
    0
  24. #5181 supervs (@repus) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 เมษายน 2559 / 07:08
    ไรต์อย่าบ้าจี้เปลี่ยนพระเอกนะเหวยยย ฮาเร็มก็ไม่เอานะ เราตามอ่านเพราะชอบภาษาการบรรยายของไรต์และจะผิดหวังมากถ้าเป็นฮาเร็มหรือเปลี่ยนพระเอกกระทันหัน. yy เพิ่มเติมคือโคตรชอบความสัมพันธ์ที่ค่อยเป็นค่อยไปแบบนี้เลย มันดูแบบถ้าเค้ารักกันเราจะเข้าใจเหตุผลอะว่าทำไมถึงรัก สู้ๆนะเป็นกำลังใจให้ ????????
    #5181
    1
  25. #4579 Catty2002 (@Catty2002) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 มีนาคม 2559 / 13:27
    #ไรต์เรื่องนี้เปลี่ยนพระเอกได้ป่าว อยากได้คุณชายเชบีที่โผล่มาตอนเริ่มเรื่องอ่ะค่ะ เราจิ้นคุณชายมาตลอดเพิ่งรู้ว่าไรต์จะเอาคนนี้แต่คือมันยังไม่ออกแววพระเอกมากเราเลยอยากให้เปลี่ยนอ่ะ ตอนรู้ว่าใครเป็นพระเอกแอบเงิบ555+
    #4579
    1