✦ อนธการจิ้งจอก ✦ BL, YAOI [END]

  • 99% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 506,427 Views

  • 8,274 Comments

  • 13,415 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    5,052

    Overall
    506,427

ตอนที่ 28 : ธงที่ปลิวในสนาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23739
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 551 ครั้ง
    14 ธ.ค. 58









บทที่ 27

ธงที่ปลิวในสนาม



 

            บรรยากาศในเมืองวันนี้ผิดแผกไปจากวันอื่นเป็นอย่างมาก เสี่ยวผานกับจินที่เดินตลาดอยู่นั้นเห็นบรรดาชาวบ้านต่างพากันมากักตุนอาหาร ข้าวสารราคาพุ่งสูงลิ่วอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผู้คนในเมืองต่างดูเร่งรีบหวาดกลัว พวกเขาไม่ได้กักตุนอาหารธรรมดา...แต่เป็นการกักตุนอาหารราวกับต้องอดอยากไปอีกหนึ่งปี

            ขายให้ข้าเถอะเถ้าแก่ ข้ารู้ท่านยังมีตุนสำหรับครอบครัวท่านอีก...ฮึก..แต่ข้ายังมีลูกอีกสามคน หากพวกเขาไม่มีข้าวกินพอเพียงเล่า..ฮือ

            สตรีในชุดผ้าเก่าขาดๆเกาะขาเถ้าแก่ร้านข้าวแน่น ตัวเถ้าแก่แม้มันจะมีสำรองตามที่นางว่าจริง แต่หากการสู้รบยืดเยื้อต้องโดนขูดรีดเงินขึ้นมาเล่า? เช่นนั้นครอบครัวมันจะสามารถทำสิ่งใดได้

            เฮอะ! เจ้านี่ตื้อจริงเชียว ข้าบอกแล้วว่าไม่ขายย่อมไม่ขายมันตะคอกอย่างรำคาญ สะบัดขาให้หลุดจากการจับกุมของนางม่ายที่พื้น

            รอจนเถ้าแก่หัวฟัดหัวเหวี่ยงอย่างขุ่นเคืองเดินเข้าร้านไปแล้วเสี่ยวผานถึงได้เดินไปหา สตรีนางนั้นยังคงร้องไห้อย่างเวทนา ไม่มีร้านค้าใดยอมขายข้าวสารให้นางแล้วจริงๆ

            ท่านป้า

            นางเช็ดน้ำตาเงยหน้าขึ้นมองพลันรู้สึกแสบตา บุรุษหนุ่มสองคนกำลังยืนพูดคุยกับนางอยู่งั้นหรือ? ท่าทางคล้ายบัณฑิตขุนนาง ดูไม่น่ามาสนทนากับคนชนชั้นเช่นนางอย่างยิ่ง

            ทว่าชายหนุ่มสุภาพผู้นั้นก็นั่งลงตรงเบื้องหน้า มือยื่นผ้าสีขาวสะอาดให้นางซับน้ำตา

            ท่านป้าข้าให้กระดาษนี้แก่ท่าน ท่านเอาไปขอข้าวสารที่จวนผู้ช่วยเจ้าเมืองเถิด

            นางลนลาน รีบสั่นหัวปฏิเสธ ผู้ช่วยเจ้าเมืองเป็นชนชั้นใด? ถึงแม้คุณชายจางฮุ่ยเฟิงจะมีจิตเมตตา บริจาคของแก่คนยากคนจนอยู่บ่อยๆ ครั้นจะให้นางไปขอทานถึงหน้าประตูเป็นจะไปได้อย่างไร?

            แต่เสี่ยวผานก็ยังยัดมันใส่มือสตรีวัยกลางคน

            เช่นนั้นท่านเก็บเอาไว้ก่อนเถิด ขัดสนฉุกเฉินขึ้นมาก็อย่าลืมนำมันไป

            ชายหนุ่มยิ้มอ่อนโยนทิ้งท้าย ก่อนจะลุกขึ้นยืนจากไปกับสหายด้านข้าง

            นางคลี่กระดาษในมือออกมา เห็นเป็นลายมือสวยงาม มีบุปผาหน้าตาแปลกประหลาดวาดอยู่...

 

            เฮ้อ ผู้คนต่างแตกตื่นกันอย่างมาก

            “เพราะพวกเขาขาดสติ นอกจากพ่อค้าที่นำของมาป้อนให้แล้วชาวบ้านพวกนี้ก็ไม่ทราบวิธีเช่นอื่นอีก ดังนั้นจึงพากันกักตุน พวกพ่อค้าแม่ค้าต่างก็กักตุนสินค้าเช่นกัน ทั้งยังมีพวกกักตุนเกินความจำเป็นเพื่อโก่งราคา

            “ข้าไม่เคยเผชิญเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนเลยจริงๆ

            “เมืองของเจ้ามันอยู่ติดกับป่ามนตรา หากจะปิดล้อมเป็นไปมิได้เลยที่จะไม่ผ่านป่ามนตรา

            สำหรับผู้คนในแคว้น แค่ได้ยินคำว่าป่ามนตรา หากไม่เข้มแข็งจริงพวกเขาก็ไม่กล้าเหยียบเขาไปแม้แต่ปลายก้อย เรื่องจะมีกลุ่มโจรมาปิดล้อมนั้นคล้ายจะเป็นเรื่องขบขัน

            กาลเวลาได้ล่วงเลยมาสองวันแล้ว นับตั้งแต่วันที่มีกลุ่มโจรภูเขามาปิดล้อม

            พวกมันตั้งค่ายเฝ้าด้านนอก ร้องตะโกนให้เปิดเมืองยอมจำนน หาไม่แล้วพวกมันตีเมืองแตก จะเข่นฆ่าบุรุษตกตายหมดสิ้น  ข่มขืนสตรีไม่เลือกหน้า การที่มีกลุ่มโจรมาล้อมเช่นนี้ ทำให้ขบวนพ่อค้าต่างมาเยือนมิได้ ออกมิได้เช่นกัน เสบียงในเมืองก็ไม่มีทางเพิ่มเติมได้ มีแต่จะร่อยหรอลงเท่านั้น

            จินกับเสี่ยวผานไปเยี่ยมจางฮุ่ยเฟิงก็ไม่เคยพบชายหนุ่มเลย ผู้ช่วยเจ้าเมืองผู้นี้ทำงานอยู่ที่กรมเมืองทั้งวันทั้งคืน มีถิงถิงคอยไปส่งอาหารเป็นมื้อ

            ในเมื่อยามนี้จะเดินทางไปเมืองอื่นก็ไปไม่ได้ จึงได้แต่เดินเที่ยวเล่นต่อไป

            ข้าคิดจะสมัครเข้ากลุ่มแพทย์ช่วยเหลือทหาร พวกเขาประกาศรับสมัครคนไปทั่ว อีกทั้งยังรับชายฉกรรจ์เข้าเกณฑ์ทหารด้วย

            จินชายตามองเสี่ยวผานเล็กน้อย ตามใจเจ้า เรื่องราวเป็นเช่นนี้แปลว่าจางฮุ่ยเฟิงไม่ยอมจำนน

            “แต่เหล่าโจรยกพลมาประมาณสามพัน พวกเขาเป็นโจรภูเขากลุ่มใหญ่ครอบครองพื้นที่ภูเขาย่านจิงหย่วนทั้งหมด ทหารในเมืองนี้รวมแล้วไม่ถึงสองพัน…”

            เสี่ยวผานกล่าวอย่างกังวล แพทย์หนุ่มกลัวเหล่าทหารจะบาดเจ็บมากจนเกินไป

            รอดูไปเถิด

          โจรภูเขาเหล่านั้น ไม่รู้ตัวสักนิดว่าพวกเขากำลังล้อเล่นกับตัวอันตรายเช่นใดอยู่...

            พวกเขาเดินมาถึงร้านที่ต้องการแล้ว ขายหนุ่มทั้งสองเดินเข้าไปด้านใน เถ้าแก่เนี้ยทักทายอย่างอารมณ์ดี นางคุ้นเคยกับจินและเสี่ยวผานเป็นอย่างยิ่ง... มองไปยังชายหนุ่มรูปงามผมดำสนิทสวยผู้นั้นแล้ว สำหรับอิสตรีรักความงามอย่างนางจะสามารถลืมลงได้อย่างไร?

            จินยิ้มบางๆอย่างพบเห็นได้ยาก ทำเอาบรรดาสตรีมากมายแถวนั้นต้องเขินอายขึ้นมา ใบหน้าของพวกนางร้อนผ่าว มองมือที่เสกสรรมาอย่างบรรจงผิวขาวซีด ปลายนิ้วกำลังไล้ไปตามขวดในร้าน...ดูราวกับบทละครการแสดงบทหนึ่งซึ่งประพันธ์ขึ้นจากบุปผางามบานยามน้ำค้างก็มิปาน

            จินหรี่ตา เขากำลังใช้สมองอย่างเคร่งเครียด ระหว่างสูตรน้ำผึ้งป่ากับสูตรน้ำตาของกวางขาวควรจะเลือกอย่างไหนกันแน่? ทั้งสองต่างก็ให้ขนที่นุ่มเงางามเช่นกัน เพียงแต่กลิ่นคนละแบบ เขาอยากลองเปลี่ยนกลิ่นจากเดิม แต่หากเปลี่ยนกลิ่นอีกแล้วกระโดดเข้าห้องจางฮุ่ยเฟิง คงโดนเจ้าโง่ผู้นั้นปามีดใส่อย่างมิได้ตั้งใจ

            นอกจากกลางคืนที่ไปตามปกติในบางวันแล้ว จินยังเคยไปยามกลางวันอีกด้วย ได้ลองสู้กับเสือขาวของเซี่ยจวิ่น การประลองเริ่มไปชั่วครู่เขาก็ใช้มนต์ลวงตา ใช้หางทั้งเจ็ดจู่โจมจนจบอย่างรวดเร็ว หลังจากวันนั้นจางฮุ่ยเฟิงก็เปลี่ยนเตียงใหม่ให้รางวัลแก่คู่หูอย่างเขา

            เดิมทีเตียงของจางฮุ่ยเฟิงเป็นเพียงเตียงราคาแพงธรรมดา แต่เมื่อชายหนุ่มเรียกจิ้งจอกมานอนด้วย มันกลับไม่ขยับเขยื้อนขดตนเองอยู่บนเก้าอี้ขนแกะเช่นเดิม จางฮุ่ยเฟิงค้นพบปัญหาบางอย่าง...ดังนั้นวันถัดมาเตียงที่ปูด้วยขนสัตว์ชั้นดี ปูทับอีกทีด้วยผ้าทอราคาแพงก็ปรากฏอยู่ในห้องนอน

            วันนั้นนับเป็นวันแรกที่สัตว์วิเศษกับผู้ทำสัญญาของมันได้นอนด้วยกัน...

            คุณชายไม่รับไปทั้งสองเลยล่ะคะ? หากเป็นคุณชายข้าเต็มใจจะลดให้

            จินมองอย่างชั่งใจอีกพักหนึ่ง ก็ตัดสินใจกวาดทุกอย่างกลับไป เถ้าแก่เนี๊ยรับเหรียญเงินมามากมาย ในใจมีความยินดีเป็นอย่างมาก ทว่าในใจนางก็อดแปลกใจมิได้ ในช่วงที่ถูกโจรปิดเมือง ผู้คนต่างกักตุนข้าวสารอาหาร เหตุใดบุรุษผู้นี้จึงได้มาจับจ่ายซื้อของเช่นนี้เล่า?

            เถ้าแก่เนี๊ยได้แต่สงสัย โค้งขอบคุณลูกค้าจากไปด้วยรอยยิ้ม...

            มองตามคุณชายในชุดขาวใบหน้างดงามอันตรายต่อผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก หากไม่เป็นเพราะกระบี่ที่เสียบอยู่ข้างเอวถึงสองเล่ม บ่งบอกฐานะมิใช่ธรรมดา คงมีผู้คนเข้าหามากมายแล้ว

            จิน เสี่ยวผาน!”

            จินหันไปตามเสียง  เห็นถิงถิงกำลังถือห่อผ้าในมือตรงมา เจ้าจะไปกรมเมือง?

            ใช่แล้ว นี่เป็นสำหรับอาหารของนายน้อย ยังมีของมู่ฟงกับเซี่ยจวิ่นอีกด้วยกล่าวจบใบหน้าถิงถิงก็ขึ้นสีมิใช่น้อย กาลเวลากว่าสองปีนี้ความสัมพันธ์ของเซี่ยจวิ่นกับถิงถิงนับว่าไม่เลวเลย

            ข้าไปส่งให้เอง

            “เช่นนั้นดีไปเลย ข้ายังต้องไปจับจ่ายซื้อของเข้าจวนอีกถิงถิงกล่าวขอบคุณ นางส่งห่อผ้าให้อย่างระมัดระวัง รอจนนางเดินจากไปแล้วชายหนุ่มทั้งสองจึงเปลี่ยนทางไปทางกรมเมืองแทน

            เจ้าอยากไปกรมเมือง?เสี่ยวผานเลิกคิ้ว เอ่ยถามขึ้นมาอย่างแปลกใจ

            เจ้าดู...จินพยักพเยิดหน้าไปทางด้านข้าง ทหารเริ่มออกเดินลาดตะเวนบ้างแล้ว พวกเขาล้วนเร่งรีบไปประจำตามคำสั่งอย่างแนบเนียน ทว่ากลับมีทหารของจางฮุ่ยเฟิงปะปนไปด้วย...อย่างแรกเส้นตายที่โจรภูเขาจะบุกเมืองคงใกล้เข้ามาแล้ว....อย่างที่สอง ในกรมเมืองไม่แน่ว่าจางฮุ่ยเฟิงกับเจ้าเมืองมีความเห็นไม่ตรงกัน

            เสี่ยวผานมองอย่างตะลึง ข้าไม่ยักรู้ว่าเจ้ารู้เรื่องกลศึกเช่นนี้ด้วย

            “ข้ารู้เรื่องใดจำเป็นต้องป่าวประกาศด้วยหรือ?จินตอบอย่างไม่ใส่ใจ ทหารเริ่มเคลื่อนขบวนกันจนเห็นได้ชัดแล้ว ดังนั้นคนทั้งคู่จึงรีบเร่งฝีเท้าไปกรมเมือง

            จินกับเสี่ยวผานมาถึงกรมเมือง ยังมิทันจะก้าวพ้นประตูเข้าไปก็มีเสียงดังเล็ดรอดออกมา

          ไม่!!! คุณชายจางท่านบ้าไปแล้วหรือ!!”

          พวกเขารีบเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปในห้อง พลันเห็นหลังเจ้าเมืองกำลังยืนตัวสั่นด้วยความโกรธ ด้านข้างมีทหารมากมาย ที่ด้านหน้าของเจ้าเมืองมีบุรุษผู้หนึ่งนั่งอยู่หลังโต๊ะ มือเท้าคางอย่างไว้เชิง ดวงตาคมกริบจับจ้องคู่สทนทนาอย่างราบเรียบราวกับไม่มีคุณค่าใดๆ

            จางฮุ่ยเฟิงในชุดเกราะทหารสีดำสนิทมองเห็นผู้มาใหม่ สีหน้าก็พลันเปลี่ยนไปทันที

            จิน เสี่ยวผาน

            เป้าสายตาในห้องจับจ้องมาที่ผู้มาเยือนทันที เห็นบุรุษหน้าตาดีถือห่อข่าวผู้นึง ในใจพลันสรุปกันว่าคงมิพ้นเป็นพ่อบ้านของผู้ช่วยเจ้าเมืองคนนี้มาส่งอาหารเป็นแน่ แม้กระทั่งพ่อบ้านยังพกกระบี่?...พวกเขาล้วนเกิดความสงสัยขึ้นมา

 ที่แท้จวนผู้ช่วยเจ้าเมืองมีสภาพเป็นอย่างไรกันแน่?

จินกับเสี่ยวผานเดินไปยืนด้านข้างเซี่ยจวิ่นและมู่ฟง รวมกันแล้วเป็นบุรุษสี่คนยืนอยู่ด้านหลัง สร้างความน่าเกรงขามให้แก่จางฮุ่ยเฟิงมิใช้น้อย ในขณะเดียวกันก็สามารถสร้างความเบิกบานต่ออิสตรีด้วย

คุณชายจางขอท่านทบทวนอีกครั้งด้วย!!” เจ้าเมืองละลักรีบกล่าวเสียงดัง

คุณชายตระกูลจางทำเพียงถอนหายใจเบาๆ แสร้งยกยิ้มบางๆขึ้นมา “…ท่านเจ้าเมืองไม่ต้องกังวลไป...สงครามในครานี้หากปราบไม่ได้ก็ลงความผิดไว้ที่ข้า หากมีผลประโยชน์ข้าก็จะยกให้ท่านครึ่งหนึ่งเช่นนี้ดีหรือไม่?

เจ้าเมืองลังเลเล็กน้อย หะ..หากพวกมันบุกมาสังหารพวกเราสิ้นเล่า

จางฮุ่ยเฟิงยิ้ม ผู้ใดให้เจ้าเมืองอย่างท่านเข้าร่วมสงครามเล่า ท่านสามารถหลบหนีไปก่อนได้ ข้าจักเปิดประตูให้ท่านออกไป หากไปก็ต้องไปยามนี้เลย

ชายหนุ่มยังกล่าวสมทบอีกว่า คิดดูดีๆ เช่นนี้มีแต่ประโยชน์ต่อตัวท่านมิใช่หรือ?

ท่านเจ้าเมือง!! ท่านจะคล้อยตามมิได้เด็ดขาด! หากส่งตราการทหารให้คนผู้นี้ ก็เท่ากับว่าส่งเนื้อเข้าปากเสือแล้ว!” หัวหน้าบัณฑิตประจำเมืองผู้หนึ่งเอ่ยทัดท้านขึ้นมา

เจ้าอาศัยเพียงชื่อตระกูลจางจะสู้รบ การสงครามมิใช่เด็กเล่นขายของ!” หัวหน้ากองทหารประจำกรมเมืองก็มีใบหน้าไม่พอใจเช่นกัน

จางฮุ่ยเฟิงวางมือลงบนโต๊ะ นิ้วเคาโต๊ะขึ้นมาเป็นจังหวะพลางกล่าว ...เช่นนั้นพวกท่านบอกมา พวกท่านมั่นใจหรือว่าหากยินยอมแล้วจะมีชีวิตรอด?

กล่าวจบประโยคนึงก็บีบคั้นผู้คนต่อ นอกจากข้าแล้วพวกท่านสามารถส่งกำลังทหารให้ผู้ใดได้อีก? ตำแหน่งข้าเป็นรองเพียงเจ้าเมือง….”

หาใช่ที่ให้พวกท่านมาสอดว่าข้าเหมาะสมหรือไม่ประโยคนี้หลุดออกจากปากพลันทำให้ผู้คนรู้สึกขนลุกขึ้นมา น้ำเสียงเย็นยะเยือกกดดันจนผู้คนในห้องมีเหงื่อผุดพราย

เจ้าเมืองมันหวาดหวั่นอย่างมาก หากปล่อยให้จางฮุ่ยเฟิงต่อสู้กับเหล่าโจรแล้วแพ้ขึ้นมา จักรพรรดิเกิดพิโรธเช่นนั้นมิใช่ว่ามันต้องถูกประหารเก้าชั่วโคตรหรอกหรือ? คิดได้เช่นนั้นมันจึงปลุกปั้นความกล้าขึ้น

ระ...เรื่องนี้ ข้าเห็นว่าควรส่งคนไปเจรจาก่อนดีกว่า ให้หัวหน้าโจรอย่างหลางอู้จิ้นลงนามด้วยลายมือชื่อ เช่นนี้ก็สามารถวางใจได้แล้ว

ทำสัญญากับโจรภูเขา...? ผู้คนในห้องผุดคำถามนี้ขึ้นมาในใจทันที โจรที่ไหนรักษาสัจจะของพวกมันกันบ้าง หากทำเช่นนี้ได้อย่างง่ายดาย เช่นนี้ปัญหาโจรภูเขาก็มิสมควรมีแต่แรกแล้ว

ตัวโง่งมเช่นนี้สามารถมาเป็นเจ้าเมืองได้อย่างไร...? แม้ในใจจะคิดเช่นนี้ แต่ใบหน้าหล่อเหลาของจางฮุ่ยเฟิงยังคงมีรอยยิ้มบางๆฉาบไว้

ย่อมได้ เราจะลองทำสัญญาลายลักษณ์กับพวกมันจางฮุ่ยเฟิงกล่าวพลางลุกขึ้น ใบหน้าของเจ้าเมืองมีแววตาดีใจระริก มันรีบพุ่งเข้ามาจับมือผู้ช่วยของมันอย่างยินดี

เช่นนี้อีกหนึ่งชั่วยาม ก่อนเวลาพระอาทิตย์ตกดินสองชั่วยามพอดี พวกเราไปเจอกันที่ทางขึ้นด้านบนประตูเมือง เช่นนั้นผู้ใดจะเป็นตัวแทนไปเจรจาเล่า...?

คะ...คุณชายจางหัวหน้าทหารพลันเรียกชื่อเสียงสั่นขึ้นมา มันเห็นใบหน้าของผู้ช่วยท่านเจ้าเมืองมองตนเองอย่างมีความหมายแฝง ร่างกายพอสบตากับดวงตาคมกริบก็สั่นเทาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

ท่านเป็นหัวหน้าทหาร เวลาเช่นนี้เหมาะสมที่ต้องยืมความแข็งแกร่งของท่านแล้วมิใช่หรือ?จางฮุ่ยเฟิงยกยิ้ม ทว่าสำหรับหัวหน้าทหารแล้วมันมิต่างอะไรไปจากรอยยิ้มของมัจจุราชเลยแม้แต่น้อย

ข้าเชื่อว่าท่านจะรอดกลับมานะ

ขะ...ข้าเข้าใจแล้วมันไม่สามารถหาข้ออ้างมาปฏิเสธได้ ดังนั้นจึงได้แต่กัดฟันรับอย่างไม่เต็มใจ

หลังจากเรื่องราวคลี่คลายแล้ว บรรดาเจ้าเมืองและผู้มีตำแหน่งสำคัญต่างๆก็ทยอยออกจากห้อง จินเหลือบมองใต้ตาของอีกฝ่ายแล้วได้แต่ลอบถอนหายใจ ใช่ว่าเขาจะไม่เข้าใจ ยามสู้รบไม่ว่าผู้ใดต่างก็มิได้หลับนอน อย่างมากก็ได้นอนเพียงสองสามชั่วโมงเท่านั้น

นายน้อยท่านจะทำสัญญากับพวกมันจริงหรือ?เซี่ยจวิ่นเดินไปนั่งลงตรงเก้าอี้ด้านข้างห้อง องครักษ์หนุ่มยกมือกอดอกขึ้นมา ใบหน้ามีแววดูแคลนความคิดเยี่ยงนี้เช่นกัน

จางฮุ่ยเฟิงมองเสี้ยวใบหน้าที่น่ามอง อีกฝ่ายกำลังคลี่ห่อผ้าหยิบสำรับอาหารออกมาให้ ไม่พูดไม่จา... พลันน้ำเสียงตอบเซี่ยจวิ่นกลายเป็นอารมณ์ดีอย่างยิ่ง

เจ้าว่าโจรภูเขาสามารถทำสัญญาได้หรือ?

แน่นอนว่าไม่...

จินหยิบสำรับอาหารส่งให้เซี่ยจวิ่นกับมู่ฟงด้วย ทั้งสองคล้ายไม่ได้ทานสิ่งใดมานาน ก้มลงทานไม่พูดไม่จาทันที จางฮุ่ยเฟิงมองอาหารตรงหน้าเดิมทีไม่อยากอาหารแม้แต่น้อย ยามนี้กลับอยากทานอาหารขึ้นมาแล้ว

คุณชายจางคีบอาหารเข้าปากไป พลางมองแผนที่ตรงหน้า ด้านบนมีกระดาษมากมายแปะอยู่ เขียนกลยุทธ์สำหรับการป้องกันเมืองและจู่โจมไปพร้อมกัน  จินเห็นการทานอาหารไปอ่านแผนที่ไปตรงหน้าเป็นที่ขัดตาอย่างมาก ดังนั้นจึงชิงดึงแผนที่ขึ้นมาอ่าน

นายทหารผู้นั้นเล่า เจ้ามีแผนจะส่งเขาไปตายหรือ?เสี่ยวผานถามขึ้นมา

ผู้ที่ควรอยู่ในบังคับบัญชา แต่กลับไม่อยู่ในบังคับบัญชา เปรียบเหมือนบุตรที่กำเริบเสิบสาน ใช้ทำศึกไม่ได้แม้จะตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทว่าดวงตาสีเทากลับจ้องไปยังผู้ที่ยืนอ่านแผนที่กลยุทธ์อยู่ด้านหน้าโต๊ะ

แสดงว่านายทหารผู้นั้นถูกจงใจให้ไปตกตายแต่แรก... แม้จะไม่อยากรับความจริงเช่นนี้ แต่เสี่ยวผานก็เข้าใจว่ามันเป็นสงคราม หากอ่อนข้อหรือผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อยสามารถส่งผลเป็นวงกว้างได้

จินกวาดตาอ่านรายละเอียดอยู่สักพัก เจ้าจะทำเช่นนี้ ต้องใช้กองทหารที่มีความเก่งกล้าเป็นอย่างมาก ทั้งยังต้องสนิทสนมคลุกคลี เข้าใจซึ่งกันและกันอย่างยิ่ง ทหารของกรมเมืองที่นี่เหยาะแหยะไม่สามา....กล่าวถึงตรงนี้ผู้ที่ตั้งใจชี้แนะพลันนึกถึงสิ่งใดออก...จินลดแผนที่ลงมองหน้าอีกฝ่าย

เจ้า...ตั้งใจจะใช้กองทหารของเจ้าตั้งแต่คราแรก?

จางฮุ่ยเฟิงยกยิ้ม มือเก็บสำรับอาหารที่ทานเสร็จแล้ว ยังคงเป็นเจ้าที่รู้ทันข้าเสมอ

นายน้อยทหารของเรามีจำนวนไม่ถึงพันด้วยซ้ำเซี่ยจวิ่นพูดด้วยน้ำเสียงไม่น่าเชื่อ

 “รู้หลักการใช้ทหารมากน้อยเพียงใด ผู้นั้นชนะเสียงทุ้มต่ำเอ่ยตอบสั้นๆ

...องครักษ์หนุ่มรู้จักเจ้านายตนเองดี เกินกว่าจะพูดว่าเป็นไปมิได้

เดิมที่ทางตระกูลจางมีการซ้อมรบสงครามเช่นนี้เป็นประจำอยู่แล้ว นายน้อยได้เข้าร่วมการฝึกทหารตั้งแต่ยังเล็ก สั่งการกองทัพ ควบม้าเป็นขุนศึกต่อสู้อยู่เป็นประจำ...นายน้อยสามารถแก้ทางของพี่ชายตนเองได้อยู่เสมอ ทว่าเด็กหนุ่มได้แต่เล่าให้ถิงถิงฟังเท่านั้น มิสามารถเปิดเผยตัวออกไปได้

พวกเขาที่ใกล้ชิดที่สุดควรเชื่อถือนายน้อยมิใช่หรือ?

คิดได้ดังนั้นเซี่ยจวิ่นก็รีบพูดด้วยท่าทางจริงจัง ท่านสั่งการมาเลย

จางฮุ่ยเฟิงยกยิ้ม มือหนารับแผนที่จากจินมากางบนโต๊ะ เริ่มอธิบาย...

 

ถึงเวลายามนัดแล้ว เจ้าเมืองกับเหล่าผู้มีตำแหน่งต่างมายืนรอคนผู้หนึ่งใกล้ประตูเมือง เพียงไม่นานม้าสามตัวก็วิ่งตรงมา บุรุษหนุ่มน่าเกรงขามในชุดเกราะสีดำกระโดดลงจากหลังอาชาชั้นเลิศ

สัตว์วิเศษของท่านเล่า?

ใช่แล้ว...ยามนี้ไม่ว่าผู้ใดต่างก็เรียกสัตว์วิเศษตนเองออกมา เหยี่ยวและนกไม่ทราบชนิดมากมายต่างบินร่อนเต็มฟากฟ้า สัตว์วิเศษของเจ้าเมืองเป็นกระต่ายตัวเล็กตัวหนึ่ง จนผู้พบเห็นต่างอดคิดมิได้ว่าเหมาะสมกันเสียเหลือเกิน...

เรียนท่านเจ้าเมืองตามตรง ข้าก็ไม่อาจทราบเช่นกัน มันเอาแต่ใจเป็นอย่างมาก หากไม่อยากมาต่อให้เรียกมันก็จะไม่มา

เพ้ย! สัตว์วิเศษเช่นนี้ไหนเลยใช้ได้...พลันเจ้าเมืองก็รีบหุบปากลง มันสัมผัสได้ถึงความอำมหิตจากคนตรงหน้า ดวงตาสีเทาคมกริบนั่นน่ากลัวจนทำให้มันขนลุกวาบ

จางฮุ่ยเฟิง...ยิ้มเช่นเคย ขอแนะนำว่าท่านอย่าได้ถามถึงเรื่องสัตว์วิเศษของข้าจะดีกว่า

เสี่ยวผานลอบมองจิน เห็นจิ้งจอกทำหน้าพออกพอใจเป็นอย่างมาก สำหรับการถูกเจ้าของปกป้องเช่นนี้

เป็นเด็กที่เขาอุตส่าห์ใจอ่อนทำสัญญาด้วย หากเรื่องแค่นี้กระทำไม่ได้คงไม่ต้องพูดคุยกันต่อแล้ว!

เอาเถิด ถึงเวลาแล้ว...เปิดประตู!” คุณชายจางสั่งเสียงกร้าว ประตูเมืองก็ค่อยๆเปิดออก จางฮุ่ยเฟิงส่งม้วนเอกสารให้หัวหน้านายทหาร มันรับมาเก็บไว้อย่างดี เดินออกไปจากเมืองอย่างรู้ชะตากรรม

คนทั้งหมดที่เหลือต่างเดินขึ้นไปด้านบนประตูเมือง มองจากวิวด้านบนสามารถเห็นค่ายกองโจรได้ชัดเจน กองโจรกระจัดกระจายร้องตะโกนข่มขวัญอยู่ทุกชั่วยาม พวกมันเห็นมีคนออกมาจากประตูเมืองก็รีบเดินมาใกล้พลางตะโกน

พวกเจ้าจะเล่นลูกไม้อันใด? ยินยอมต่อพวกเราแล้วหรือ!”

เรียกหลางอู่จิ้นออกมา!” จางฮุ่ยเฟิงเป็นฝ่ายเจรจา เขาตะโกนกลับไป

พวกโจรทำสีหน้าไม่พอใจกันอย่างมาก หัวหน้าพวกมันถูกเรียกชื่อตรงๆเช่นนี้ ไหนเลยจะสามารถข่มใจลงได้ ทว่าเพียงไม่นานกลุ่มโจรย่อยๆที่นำด้วยบุรุษผู้หนึ่งก็เดินออกมา มันนั่งอยู่บนหลังม้าด้านข้างยังมีผู้คุ้มกันอีกสามคนตามมาด้วย มันหยุดในระยะห่างจากประตูเมืองประมาณ 1.3 ลี้

...ระยะเช่นนี้พลธนูไม่สามารถยิงถึงตัวมันได้

เจ้ามีเรื่องอันใด?

ข้ามีเรื่องจะเจรจา

จางฮุ่ยเฟิงหันไปโบกมือ หัวหน้านายทหารผู้นั้นก็เดินไป มันพยายามยืดตัวองอาจ ส่งม้วนสารให้แก่หัวหน้าโจร... หลางอู่จิ้นหลี่ม้วนสารออกมา พลันใบหน้าเปี่ยมไปด้วยโทสะ มือชกใบหน้าผู้ส่งสารเต็มแรง

พวกเจ้าคิดเล่นตลกสิ่งใด!!?

กระดาษแผ่นนี้ไม่มีสิ่งใดเขียนอยู่เลย นอกจากลวดลายแปลกตาคล้ายดอกบุปผาเท่านั้น เช่นนี้หมายความว่าอย่างไร? เจ้าพวกตัวบัดซบด้านบนต้องเล่นลวดลายอะไรแน่... หลางอู่จิ้นกัดฟันกรอด มือถือดาบข่มขู่ขึ้นมา

จางฮุ่ยเฟิงมองกลุ่มโจรที่เริ่มตะโกนด่าทออย่างสงบนิ่ง ดวงตาสีเทาไม่สะท้อนสิ่งใด

เสี่ยวผาน...ระยะเท่านี้เจ้ายิงธนูถึงหรือไม่...?

เสี่ยวผานมองอย่างลังเล ข้ายิงถึง...ทว่าจำเป็นต้องตายหรือไม่

"เรือที่เสียคนพายจะมิสามารถแล่นต่อได้"

จินเห็นเสี่ยวผานถามอย่างลังเลเช่นนั้นจึงพูดขึ้นมา เสี่ยวผานหากพวกมันเข้ามาได้ ชาวเมืองจะถูกฆ่าตกตายกันหมด

พะ..พวกเจ้าคิดจะทำสิ่งใด!? เจ้าเมืองรู้สึกบทสนทนาเช่นนี้แปลกเกินไปแล้ว ในใจร้อนรนขึ้นมา

ข้าเพียงแต่ถามเท่านั้น...เสี่ยวผานถอนหายใจ แพทย์หนุ่มยกธนูสีขาวบริสุทธิ์ขึ้นมา...

ฮ่าฮ่า หัวหน้าท่านดูพวกมันคิดจะยิงธนูจากประตูเมืองมาถึงตรงนี้ อย่างขบขันเป็นอย่างยิ่ง!”

พวกมันหวาดกลัวจนเสียสติไปแล้วหรือ ธนูอย่างไรก็ยิงได้เพียงครึ่งลี้เท่านั้น!

แม้กระทั่งน้าวสายธนูเมื่อใดก็มิอาจมองเห็นได้ชัด ลูกธนูวิ่งตรงกรีดอากาศออกไปอย่างรวดเร็ว

ฉึก!! ลูกธนูปักเข้าที่คอหอยของหลางอู่จิ้นอย่างแม่นยำ ผู้คนทั้งหมดที่เห็นเหตุการณ์ล้วนตะลึงตะลาน พวกมันล้วนไม่เคยพบเจอมือธนูที่ใดยิงได้ไกลถึงเพียงนี้มาก่อน...แม่นยำถึงเพียงนี้...

แต่พวกมันไม่สังเกตเห็น...บริเวณกองโจรของพวกมันนั้น มีนกนางแอ่นคู่บินวนอยู่เนิ่นนานแล้ว

หัวหน้านายทหารที่ไปส่งสารถูกบั่นคอ ศรีษะตกลงพื้นทันที บุตรชายของหลางอู่จิ้นรีบวิ่งมาด้านหน้าอย่างโกรธแค้น มือคว้าดาบใหญ่ชี้ขึ้นฟ้า

พวกมันสังหารบิดาข้า! สังหารหัวหน้า! พวกเราจะต้องใช้เลือดพวกมันมาปลอบประโลม!!” หลางอู่เต้าบุตรชายของหัวหน้ากองโจรกู่ร้อง มันรีบกระโดดขึ้นมานำทัพทั้งหมดจู่โจมทันที!

คะ...คุณชายจางเรื่องเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร...เจ้าเมืองคล้ายเสียงแหบแห้ง มิสามารถกล่าววาจาได้ มันได้รับความตกใจมากเกินไปแล้ว

คุณชายตระกูลจางในชุดเกราะสีดำเตรียมออกศึก พาดสายตาผ่านเจ้าเมืองไปอย่างไม่ใยดี... ขายาวก้าวเดินลงไปด้านล่าง สวมหมวกเกราะสีดำห้อยด้วยพู่ระหงสีแดง ร่างสูงใหญ่ขึ้นขี่อาชาสีดำพันธุ์ดี ดูองอาจมีราศีอย่างยิ่ง

กองทัพของจวนจางฮุ่ยเฟิงประจำตำแหน่งอยู่แล้ว พวกเขาเตรียมพร้อมตั้งแต่เจ้าเมืองเดินขึ้นประตูไป ดวงตาสีเทาหันไปมองนายทหารดูแลประตู ริมฝีปากได้รูปกล่าวเสียงเรียบ

เปิดประตู

...ประตูเมืองบานใหญ่ค่อยๆเปิดออก แสงจากด้านนอกเล็ดรอดผ่านช่องเล็กน้อยเข้ามา กองทหารของจางฮุ่ยเฟิงยกธงประจำกองทัพขึ้น ธงสีดำสนิท...บนผืนธงมีลวดลายบุปผา...ปักอักษรคำว่า 'เฟิง' อย่างชัดเจน

ดอกรักซ์...

มันกลายเป็นสัญลักษณ์แทนตัวเขาไปแล้วสำหรับคุณชายตระกูลจาง... จินรีบสาวเท้าเดินมาหยุดอยู่ด้านข้างม้าของจางฮุ่ยเฟิง เขามองสบกับดวงตาสีเทาภายใต้หมวกเกราะประณีต

“…จางฮุ่ยเฟิงจินครุ่นคิดว่าจะเอ่ยคำส่งอีกฝ่ายเข้าสนามอย่างไรดี ความพิชิตนั้นต้องอยู่ที่เรา แต่ความเอาชนะได้นั้นอยู่ที่ข้าศึก...ข้าขอให้เจ้าได้รับชัยชนะ

ภายใต้หมวกเกราะสีดำจางฮุ่ยเฟิงยิ้มบางๆ ดวงตาสีเทาพลันอ่อนลง มือหนาจับบังเหียนผลักอาชาก้าวเดินไปด้านหน้า ทิ้งคำพูดเอาไว้ จนผู้ฟังมันก็อดนิ่งงันมิได้เช่นกัน

 

เจ้าเรียกข้าว่าเฟิงเฉยๆก็ได้





#TALK with LLwuda 

          บทความแตกมาสองตอนแล้วค่ะ ร้อยกว่าเม้นท์5555 ตอนแรกทำสัญญา ตอนที่สองกอดกัน(ในร่างจิ้งจอก) รอดูว่าตอนนี้บทความจะแตกอีกหรือไม่

          ขอบคุณสำหรับคำนิยมนะคะ v/////v มีสามอันแล้วว ขอบคุณสำหรับFAที่ส่งมาเช่นกันค่ะ เดี๋ยวจะค่อยๆทยอยเอามาแปะให้ชม มาเชียร์เฟิงเฟิงที่ถอดหนังแกะไปแล้วกันต่อดีกว่าค่ะ! (แต่เราว่าเฟิงเฟิงก็หยิบมันมาสวมตามใจอยู่ดี)

          ตอนนี้เราจงใจเอาภาพยิงธนูมา เพื่อบทเท่ของเสี่ยวผานโดยเฉพาะค่ะ55


#TALK2 

     ตั้งแต่บทนี้เราว่าจะมีTalkยาวๆอธิบายการกระทำของตัวละครไปเลยดีกว่าค่ะ การกระทำของพวกเขาในเรื่องเราจะมาทำให้ทุกคนเข้าใจพวกเขามากขึ้นค่ะ (ปรากฏทอล์คยาวไปไม่อ่าน)

          สำหรับบางคนอาจจะมีคำถามขึ้นมาว่า ดูไม่มีเหตุผลเท่าไหร่ ทำไมเฟิงไม่ปล่อยให้พวกเจ้าเมืองกับทหารของเมืองนี้อยากทำอะไรก็ทำไปก่อน แล้วมันทำไม่ได้ค่อยช่วย ยื่นมือออกไปแบบนี้ดูไม่ดีเลย เหมือนคนผิดระเบียบ

          จางฮุ่ยเฟิงตอนนี้ดำรงตำแหน่ง 'ผู้ช่วยเจ้าเมือง' เท่ากับว่าเจ้าเมืองจะทำอะไรย่อมเรียกเขาไปปรึกษา ขาข้างนึงก้าวเข้าไปสู่เรื่องแน่นอนอยู่แล้วค่ะ แต่ในที่นี้ เป็นจางฮุ่ยเฟิงฝึกทหารของกรม ผู้คนเชื่อถืออำนาจอยู่ในมือเขา8/10 เหมือนชีวิตการทำงานที่มีsupervisor ถามว่าทั้งคู่แนะนำเราได้เหมือนกันก็จริง แต่ในเวลาที่ชีวิตของทหารธรรมดาอาจต้องตาย? แขวนอยู่บนเส้นด้าย... เจ้าเมืองสั่งการ ทหารก็หันหน้าไปถามคนที่พวกเขาเชื่อถืออยู่ดี

          ถ้าถามว่าทำไมจางฮุ่ยเฟิงต้องจัดการสงครามเอง คำตอบคือ เพราะว่าไม่มีใครจัดการไงคะ สงครามไม่ใช่เกมไม่ใช่เล่นขายของ ถามว่าจางฮุ่ยเฟิงนั่งลังเลชั่งใจดูอยู่ ชีวิตทหารมีค่าเสมอเวลาทำสงครามค่ะ ชีวิตเสียไปแล้วเรียกคืนไม่ได้... จางฮุ่ยเฟิงรู้ตัวดีว่าเขาสามารถทำได้ เขาก็เข้าไปทำ โจรบุกเข้ามาได้ เสียทหารจางฮุ่ยเฟิงก็ไม่ได้ประโยชน์ เขาไม่อยากเปิดประตูเมืองยืนยอมอย่างเจ้าเมืองผลเสียมันมากกว่า จางฮุ่ยเฟิงเห็นโอกาส หากรีรอไม่ทันการ เขาคิดแล้วเขาก็ผลักให้มันเกิดสงคราม 

          ส่วนเรื่องผิดระเบียบ? แน่นอนว่าเฟิงไม่ได้สนใจระเบียบอยู๋แล้ว เขามีสิทธิในการชี้แนะเจ้าเมืองอย่างเต็มที่ ยื่นมือไปยุ่งก็เช่นกันด้วยฐานะ 'ผู้ช่วยเจ้าเมืองของเขา' 

          ทำไมถึงฆ่าหัวหน้าทหารถ้าชีวิตทหารมีประโยชน์? จางฮุ่ยเฟิงตอบไว้แล้วค่ะในตอน

          ส่วนผลประโยชน์หลังจากนี้ที่เฟิงคิดว่าตนเองจะได้อีก มันจะเฉลยในตอนต่อๆไปค่ะ (ที่จริงอันนี้เดี๋ยวก็มีเผยUU) 

          ปกติแล้วเราเขียนโครงเรื่อง กำหนดดีเทลคร่าวๆในQuestในแต่ละตอน เราจะเขียนบอลลูนค่ะ ว่าตัวละครคนนี้ถ้าในตอนนี้เขาจะทำอย่างไร คิดยังไง ต่อไปก็จะเอามาลงในTALK2 เนี่ยละค่ะ มีทอล์ค2แล้ว ถามอะไรถามได้นะคะ55



#TALK3

 

          แล้วพบกันตอนหน้าน้า <3

 

ปล. ติดแทค #ทาสจิ้งจอก ในทวิตได้นะคะ เราจะตามไปFav อิ v อิ


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 551 ครั้ง

149 ความคิดเห็น

  1. #8069 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 19:11

    กำลังใจเค้าดจี

    #8069
    0
  2. #7957 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 22:34
    สนุกมากค่ะ ตื่นเต้นกับเรื่องสงครามแล้วก็มีเลิฟไลน์หน่อยๆ น่ารัก ชอบตอนจินคิดจะเปลี่ยนกลิ่น 5555 มีความกลัวจางฮุ่ยเฟิงมีดบิน เอ็นดู เรื่องพรมขนแกะด้วย มีความช่างสังเกต อิอิ เอาใจเค้ามากมั้ยคะะะะะ พี่จินดูจะถูกใจเจ้าเด็กน่าสงสารคนนี้มากกว่าที่ตัวเองคิดนะคะ เค้าทำอะไรก็ชมเค้าไปหมด ต่อไปจะเรียก แค่ เฟิง ตามเค้าขอมั้ยเอ่ย เหมือนขอจินเป็นแฟนเลยอ่ะ 555555
    #7957
    0
  3. #7936 chalillxx_ (@chalillxx_) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 14:29
    จะออกศึกแล้วยังแกล้งทำรถอ้อยคว่ำอีกหนาน้องเฟิงงงงงงงง
    #7936
    0
  4. #7846 luhan7_lulu (@luhan7_lulu) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 14:28
    พี่เฟิงไม่ต้องกลัวนะคะ ยังไงชนะแน่นวล
    #7846
    0
  5. #7803 LuckyStar1006 (@AinSuchada) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 00:51
    พี่เฟิงกำลังใจดีมากเลยจ้าา รบชนะแน่นอนนน
    #7803
    0
  6. #7695 Hazel_9502 (@pookiejj) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 20:55
    เงอะะะ เขินเน้อ
    #7695
    0
  7. #7645 4KKWAN_ (@4KKWAN_) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 19:52
    เรียกแล้วไม่มา เพราะว่าอยู่กับนายตลอดเลยยังไงล่ะเฟิง!
    #7645
    0
  8. #7580 pplismluvx2hh (@ppCYJ717) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 23:27
    เรามาเขินตอนสุดท้าย บ้าจริง!
    #7580
    0
  9. #7550 maielf13 (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 01:18
    ใครบอกว่าเรียกแล้วไม่มา เค้าก็ยืนอยู่ข้างๆนั้นไงอิ
    #7550
    0
  10. #7164 mmaijii (@mmaijii) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 15:26
    เจ้าเมืองอ่อนด๋อยมาก เฟิงเป็นแทนเหอะ
    #7164
    0
  11. #7146 sonaunnop012 (@sonaunnop012) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 21:23
    ใครว่าเรียกแล้วไม่มา ยืนหน้าสลอนข้างๆแกมิใช่จิ้งจอกรึ? เรียกข้าว่าเฟิงก็ได้ อร้ายยยยย>///<
    #7146
    0
  12. #7113 มูมู (@mumuka) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 20:59
    เจ้าเรียกข้าว่าเฟิงก็ได้ กรี๊ดดดดดดดดด เขินแรง
    #7113
    0
  13. #7055 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 00:24
    เจ้าเมืองจะว่าใสซื่อหรือโง่ดี;)
    #7055
    0
  14. #6823 GottomonEye (@gottomon03) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 00:03
    เสี่ยวผานอะไรจะเท่ปานน้านนน><

    เขิลฮุ่ยเฟิงอะ เรียกเฟิงเฉยๆก็ได้ไปอี๊กก
    #6823
    0
  15. #6704 -Shawty- (@tumbmong) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 00:13
    จ้าาาา จะออกรบยังมีมาให้เรียกชื่อลงชื่อเล่นไปอีก เป็นอีกครั้งที่ความดุเดือดของการสู้กันไม่ช่วยอะไร พระนายเราจะหวานกันใครจะทำไมล่ะเอ้อ
    #6704
    0
  16. #6660 1234_DuncAn (@1234_DuncAn) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 20:26
    เขิลลลลล มีให้เรียกชื่อเล่นกันด้วยยยย >\\\\\\<
    #6660
    0
  17. #6555 bonjour0301 (@bonjour0301) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 19:24
    โอ้ยยยยยทำไมเขิลปย.'เรียกเฟิงเฉยๆก็ได้' ><
    #6555
    0
  18. #5827 Yong (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2559 / 13:05
    สนุกมากมายยยย ขอบคุณที่แต่งออกมาค่ะ
    #5827
    0
  19. #5687 Butterfly DN. (@babyll) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 12:44
    เรียกเฟิงเฉยๆ จ้าาาาาา คนอื่นไม่เห็นให้เรียกงี่เลย แหมมม
    #5687
    0
  20. #5315 Kimiko Saruwatari (@kimiko-39) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 15:54
    แหมมมมม คำพูดสุดท้ายนั่นมันอะร๊ายยยย
    ไหนจะดอกรักซ์อีก โอยๆๆ หลงหัวปักหัวปำแล้ววว ><
    #5315
    0
  21. #5194 Gybzie1a (@nuucocoz) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 13:24
    อาเฟิงของพี่ นี่สงครามรบหรือรักคะ
    #5194
    0
  22. #4890 c h e r . (@cherry_shawol) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 เมษายน 2559 / 14:40
    เฟิงเฉยๆก็ได้ เฟิงเฉยๆก็ได้ เฟิงเฉยๆก็ได้ อ๊ากกกกกกกกฟหกดเ้าสวงาาส
    #4890
    0
  23. #4734 นุงแมว ^^ (@nuiland) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 มีนาคม 2559 / 22:32
    ละมุนไปอี๊ก เฟิงค่ะจีบตอนออกรบเลยไง๊ เค้าเขินนะตะเองงง >////<
    #4734
    0
  24. #4611 น้องฝน น่ารัก (@fon_yada) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 20 มีนาคม 2559 / 15:05
    นี่สินะที่เรียกว่า"เริ่มรุกหนักขึ้น!!!!"????????????
    #4611
    0
  25. #4575 XinSin_SERA (@nixsera_0291) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 มีนาคม 2559 / 18:52
    เฟิงล่ะ เค้าให้เรียกว่าเฟิงด้วยล่ะ~~~~
    กรี๊ดดดดดดดดดดด อยากสกรีมให้องโลกมากกกกก
    #4575
    0