✦ อนธการจิ้งจอก ✦ BL, YAOI [END]

  • 99% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 506,274 Views

  • 8,273 Comments

  • 13,412 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    4,899

    Overall
    506,274

ตอนที่ 31 : เรื่องในห้องอาบน้ำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24694
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 547 ครั้ง
    27 ก.ค. 60








บทที่ 30

เรื่องในห้องอาบน้ำ




           

            ดังที่จางฮุ่ยเฟิงเคยกล่าวไว้ว่าอาจต้องจากจิงหย่วนไปสักพัก ราชโองการของจักรพรรดิตี้เหินที่สามสิบเก้าถูกม้านิลสารแห่งเมืองหลวงเดินทางมาอย่างรวดเร็ว หลังจากเหตุการณ์ที่จางฮุ่ยเฟิงปราบกองโจรภูเขาหลางอู่จิ้นจนแตกพ่ายได้ ผู้คนในวังหลวงต่างแสดงความยินดี...สำหรับกลุ่มโจรที่มิสามารถปราบได้เลยในหกเดือน อีกทั้งยังสูญเสียไพร่พลไปมากกลับแตกพ่ายจนมิอาจสร้างความเดือดร้อนได้อีกนับปี นับเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง

            แต่สิ่งที่ลึกลงด่ำดิ่งลงไปในใจคดเคี้ยวของมนุษย์แล้วนั้น พวกเขาต่างยินดี...ยินดีที่โจรภูเขาชุบเลี้ยงพวกนี้ถูกปราบจนหมดสิ้น อีกทั้งยังมีคนเลือดร้อนที่โง่เขลารับเคราะห์กรรมให้แทน เรื่องน่ายินดีที่แท้จริงสำหรับเหล่าขุนนางระดับสูงคือ...เรื่องเช่นนี้

            เดิมทีกองโจรของหลางอู่จิ้นไม่ได้ยิ่งใหญ่มากมาย แต่ว่ากลับมีมือดีคอยช่วยเหลืออยู่ร่ำไป จดหมายร้องเรียนก็หายวับไปกับสายลมราวกับมิเคยมีมันมาก่อน เงินทุนหมุนเวียนไม่ขาดแคลน เห็นได้ชัดว่าต้องมีคนใหญ่คนโตเลี้ยงดูอยู่อย่างแน่นอน

            ดังนั้นแล้วการที่บุตรชายลำดับห้าของตระกูลจางออกมารับหน้าให้ ถือเป็นทั้งเรื่องน่ายินดีและน่าหัวร่อในเวลาเดียวกัน ผู้นำตระกูลจางอย่างจางซีไม่เคยปริปากเอ่ยถึงเรื่องนี้ แปลว่าแม่ทัพใหญ่ทหารผู้นี้ไม่อยากเกี่ยวข้อง ทว่าลูกชายตนเองกลับกระทำการอีกอย่าง

            เหล่าขุนนางต่างรอคอยวันรุ่งขึ้นอย่างใจจดใจจ่อ พวกเขาอยากเห็นใบหน้าแม่ทัพใหญ่ที่ดุดันจนน่ากลัวนั่นต้องเสียหน้าสักครา บางทีบุตรคนเล็กผู้นี้อาจเกิดมาเพื่อสร้างความด่างพร้อยให้แก่ตระกูลจางอย่างแท้จริง...

 

            ในเขตของรัฐจิงหย่วนได้มีผู้แทนพระองค์เดินทางมาพักอยู่ในจวนเมืองหลายวันแล้ว คนสนิทของจักรพรรดิผู้นี้เดินทางมาส่งราชโองการด้วยตนเอง สร้างความกดดันให้ผู้คนในกรมเมืองเป็นอย่างมาก เหล่าทหารเวรยามต่างเดินกันอย่างแข็งขัน...ที่เคยอู้งานหลับนอนก็กระตือรือร้น ศาลตัดสินอย่างยุติธรรมไม่กล้ารับสินบน คนในกรมเมืองเสนอตัวแย่งชิงแสดงความสามารถต่อหน้าคนสนิทจักรพรรดิผู้นี้

            ...นอกจากผู้คนในกรมเมืองแล้ว เจ้าเมืองก็วุ่นวายใจเป็นอย่างยิ่ง

            คนสนิทขององค์จักพรรดิตี้เหินที่สามสิบเก้าผู้นี้ถูกเรียกในอีกชื่อหนึ่งว่าผู้ตรวจการ คนผู้นี้เดินทางมายังกรมเมืองได้ร่วมเกือบหนึ่งสัปดาห์แล้ว ตัวของเจ้าเมืองมันเองก็ถูกเรียกเข้าเมืองหลวงไปรับรางวัลเช่นเดียวกัน เดิมทีคาดคิดว่าตนเองจะได้ลืมตาอ้าปากมีที่ดินอยู่ในเมืองหลวงอย่างพวกขุนนางบ้าง หากแต่จางฮุ่ยเฟิงที่เป็นตัวหลักในราชโองการผู้นี้กลับไม่กระตือรือร้นแม้แต่น้อย

            ผู้ตรวจการผู้นี้ก็คล้ายไม่รีบร้อนเช่นกัน มันพักอาศัยอยู่ในกรมเมือง ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการท่องเที่ยวตรวจสอบตามที่ต่างๆจนอกสั่นขวัญแขวนเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ผู้ตรวจการยังชื่นชอบจางฮุ่ยเฟิงเป็นอย่างมาก อาศัยแค่เวลาพูดคุยหรือเดินหมากด้วยกันก็สามารถนับได้ทั้งวันแล้ว  

            แท้จริงแล้วผู้ตรวจการผู้นี้ไฉนจึงไม่รีบร้อนได้?

            เซกัลซินจูผู้นี้อายุเพียงสามสิบสองปีก็ได้เป็นคนสนิทของจักรพรรดิ เมื่อห้าปีที่แล้วสอบได้ตำแหน่งวาโยล่องหงส์จากผู้สมัครทั่วแคว้น มันมีนิสัยซื่อตรงไม่เหมาะสมกับตระกูลเซกัลเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นจึงผันตนเองออกมาจากสายตระกูล นิสัยซื่อสัตย์เถรตรงนั้นเป็นที่ถูกใจของจักพรรดิ เพียงไม่นานก็ถูกแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแทนที่วาโยล่องหงส์คนเก่าเกษียณออกไปแล้ว

            เซกัลซินจูได้ยินเรื่องราวจากทางฝั่งตระกูลเซกัลมามาก ดังนั้นการมาคราวนี้จึงคาดหวังมิใช่น้อย มันพบเจอจางฮุ่ยเฟิงที่เหล่าขุนนางต่างหัวร่อกลับเห็นต่าง การกระทำเช่นนี้มันคิดว่ามิใช่เรื่องโง่เขลาแม้แต่น้อย มันใกล้ชิดกับจักรพรรดิมากกว่าผู้ใด สามารถบังอาจกล่าวได้เลยว่าการกระทำเช่นนี้ถูกใจจักรพรรดิตี้เหินเป็นอย่างยิ่ง

ลองให้เป็นที่ถูกใจของจักรพรรดิแล้ว ผู้ใดจะอาจหาญแตะต้องเล่า?

ทว่าเรื่องที่มันไม่เข้าใจก็คือ จางฮุ่ยเฟิงผู้นี้สมควรดีใจเป็นอย่างมาก รีบร้อนเดินทางกลับเมืองหลวงไปรับความเมตตาของจักรพรรดิกลับไม่มีท่าทีจะเตรียมตัวเดินทางแม้แต่น้อย

สุดท้ายแม้จะทำท่าทีนิ่งเฉยมาตลอด มันก็อดไม่ได้ต้องไถ่ถามออกไป

ท่านไม่คิดจะกลับเมืองหลวงตามราชโองการหรือ?

ผู้ช่วยเจ้าเมืองหนุ่มเพียงยกยิ้มบางๆ มือขยับเลื่อนหมากสีดำบนโต๊ะตัวเล็ก ข้ากำลังรอ

คำตอบเช่นนี้ทำให้มันงุนงงมากขึ้นไปอีก

ท่านกำลังรอสิ่งใด?

จิ้งจอกเอาแต่ใจจางฮุ่ยเฟิงตอบทันควัน มู่ฟงที่กำลังกลับมาจากการเดินทางอย่างเหน็ดเหนื่อยได้ยินคำพูดเช่นนี้เข้าถึงกับไอสำลักน้ำออกมา ผู้เป็นนายยังคงวางตัวเฉยเหมือนไม่เห็นเหตุการณ์กล่าวต่ออย่างไม่ทุกข์ร้อน ข้ากำลังพยายามเอาใจแต่ช่างใจร้ายจริงๆ

ประโยคเช่นนี้คล้ายกล่าวพึมพำกับตนเอง อีกทั้งเซกัลซินจูฟังแล้วยิ่งมึนงงมากกว่าเดิม ผู้ตรวจการจึงเลิกสนใจหาเหตุผลหันกลับไปสนใจการเดินหมากบนกระดานต่อ

รอจนกระทั่งเวลาเลิกงานยามเย็นเซกัลซินจูจึงจากไป จางฮุ่ยเฟิงลุกขึ้นจากการนั่งทำงานทั้งวันก็ยืดเส้นยืดสาย มู่ฟงเดินเข้ามาส่งเสื้อคลุมทับให้

เซี่ยจวิ่นยามนี้อยู่ที่ใด?

มู่ฟงทำสีหน้าทะมึนทึงพลางกล่าว เขาออกจากค่ายทหารไปตั้งแต่หนึ่งชั่วยามก่อนเลิกงาน เห็นว่าถิงถิงไปจับจ่ายซื้อของที่ตลาดกับจิน เซี่ยจวิ่นไม่สามารถปล่อยให้บุรุษที่หน้าตาดีกว่าเขาอยู่ใกล้ถิงถิงมากเกินไปได้

จางฮุ่ยเฟิงหัวเราะเบาๆ มือหนาสอดกระบี่ประจำที่ งั้นเรากลับกันเถิด

บุรุษสองคนเดินผ่านเส้นทางก็กลายเป็นจุดสนใจมิใช่น้อย ผู้ช่วยเจ้าเมืองยามนี้มีผู้คนชื่นชอบมากกว่าเจ้าเมืองเสียอีก นอกจากนี้ไม่ทราบว่าผู้ใดปล่อยข่าวลือเรื่องห้าคุณชายแห่งเมืองหลวง ยามนี้จางฮุ่ยเฟิงจึงยิ่งโด่งดังสเน่ห์ดิบเยี่ยงนักรบสร้างความดึงดูดมากกว่าเคย อิสตรีในเมืองต่างชะเง้อคอคอยมองดู ชาวบ้านต่างพากันก้มหัวขอบคุณ

จางฮุ่ยเฟิงไม่ได้ตรงกลับจวนในทันที เขาแวะซื้อขนมมากมายตามทางติดมือไปด้วย มู่ฟงมองด้วยความระอาแต่องครักษ์หนุ่มก็ทราบเหตุผล ดังนั้นจึงได้แต่เบือนหน้าหนีไปมองทางอื่น

เหตุใดนายน้อยจึงซื้อขนมไปเอาใจชายหนุ่มผู้หนึ่งกันเล่า?

หากต้องการซื้อใจเพื่อมาเป็นแขนขายังพอเข้าใจอยู่บ้าง เพียงแต่ว่าเดิมที่เรื่องเช่นนี้สมควรแสดงความสามารถ...หรือไม่ก็มอบอาวุธล้ำค่า ตำราวรยุทธ์ เงินทองมากมายมิใช่หรือ? มู่ฟงไม่อาจเข้าใจได้เลยว่าการซื้อขนมจนเต็มตระกร้าเช่นนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร

อีกทั้งภาพคุณชายแห่งตระกูลจาง ใบหน้าหล่อเหลาองอาจอย่างชายชาตรี สวมใส่ด้วยอาภรณ์สีดำสนิทชั้นดีดูน่าเกรงขามอย่างยิ่ง ต้องมาถือตระกร้าที่เต็มไปด้วยขนมเช่นนี้มู่ฟงจะสามารถทนดูได้อย่างไร? ถึงจะน่าอับอายอยู่พอสมควร แต่มู่ฟงก็อาสาถือตระกร้าแทนนายน้อยจนกระทั่งกลับจวน...

 

จินนั่งอยู่บนเก้าอี้ขนสัตว์นุ่มทิ้งตัวลงพิงอย่างผ่อนคลาย ถิงถิงกำลังเตรียมสำรับอาหารอยู่ในครัว แน่นอนว่าเซี่ยจวิ่นไม่อนุญาตให้เขาเข้าไปช่วยถิงถิงเตรียมอาหารด้วย ดังนั้นจึงได้นั่งมองผนังอยู่ในห้องอันกว้างใหญ่แทน เดิมทีคาดว่าจะได้ผ่อนคลาย...พอมองไปรอบๆคิ้วเรียวก็ยิ่งขมวดกันเป็นปมมากขึ้นไปอีก

ข้าวของในห้องนี้เปลี่ยนไปอย่างมาก เก้าอี้ไม้ทุกตัวถูกยกออกไป...เก้าอี้ขนสัตว์ถูกนำเข้ามาแทนที่ ธงรูปดอกรักซ์ถูกแขวนไว้ประดับห้อง รูปวาดจิ้งจอกที่เจ้าของจวนวาดเองอย่างบรรจงถูกแขวนไว้อย่างโจ่งแจ้งเช่นกัน

สิ้นเปลืองยิ่ง...นี่นับว่าสิ้นเปลืองเกินไปแล้ว! จินคิดถึงเหตุผลของการใช้เงินก็หงุดหงิดขึ้นมา พักนี้จางฮุ่ยเฟิงทำตัวแปลกมากขึ้นทุกวัน เด็กน่าตายผู้นี้ถูกจักรพรรดิเรียกตัวกลับเมืองหลวง แต่หมางเมินราวกับไม่เห็นหัว ใช้เวลาเกือบสัปดาห์ในการชักแม่น้ำทั้งห้าสาย เกลี้ยกล่อมให้เขากลับเมืองหลวงไปด้วย

เจ้าจะได้กลับไปดูแลเรือนด้วยถูกยกมาเป็นเหตุผลบ่อยที่สุด พอเหตุผลใช้ไม่ได้ผลต่อมาก็กลายเป็นลูกอ้อนอันร้ายกาจ ไม่ว่าจะเป็น

ใจคอจะปล่อยข้ากลับไปคนเดียวหรือ?

เจ้าไม่อยู่ข้าจะทนเหงาได้อย่างไรเล่า?

ถูกยกออกมาใช้ทั้งหมด หากจินเป็นเพียงอิสตรีไม่รู้ประสาผู้หนึ่งต้องหลงใหลไปกับใบหน้าและคำพูดอีกฝ่ายจนใจอ่อนยวบไปแล้ว

แม้กระทั่งเสี่ยวผานที่ยังอดหวาดหวั่นไม่หายสำหรับการมาเยือนของจางฮุ่ยเฟิงครั้งล่าสุด ครานี้แพทย์หนุ่มก็ยังคงถูกรบกวนอยู่เช่นกัน แต่เสี่ยวผานกล่อมง่ายกว่าอยู่มาก เพียงเหตุผลที่ว่าจะได้กลับไปดูแลเรือนที่เมืองหลวงบ้างก็ตกลงปลงใจไปแล้วมากกว่าครึ่ง

หลังเรื่องราวที่เก็บไว้เนิ่นนานถูกล่วงรู้ หากมีโอกาสจินก็จะหนีกลับไปนอนโรงเตี๊ยมบ้างหรือแสร้งหลับไปก่อนบนเก้าอี้บ้าง ทว่ากลางดึกกลับต้องถูกปลุกด้วยใบหน้าที่ประกอบไปด้วยรอยยิ้ม น่าเสียดายที่ดวงตาสีเทาคู่สวยกลับขุ่นเคืองอย่างชัดเจน หนึ่งคนหนึ่งจิ้งจอกสู้กันอุตลุดจนฝ่ายสัตว์วิเศษจะเป็นฝ่ายเหนื่อยใจเสียเอง ยอมให้แม่ทัพหนุ่มผู้อ้างว่านอนไม่หลับหอบหิ้วจิ้งจอกสีดำกลับไปยังจวน

แน่นอนว่าเช้าวันรุ่งขึ้นร่างกายกำยำเจ้าของเตียงจะมีร่องรอยการถูกทำร้ายประดับอยู่เสมอ จางฮุ่ยเฟิงเพียงมองดูรอยเล็บบนร่างกายตนเองไม่กล่าวสิ่งใด จนจินอดคิดไม่ได้ว่าอีกฝ่ายกลายเป็นเข้าทำนองคนชื่นชอบการถูกทำร้ายไปแล้วหรือไม่?

หรือหากวันไหนจิ้งจอกผู้เอาแต่ใจหายตัวไปจากโรงเตี๊ยม อีกทั้งยังไม่มาหายังจวน เช้าวันรุ่งขึ้นค่ายทหารประจำจวนที่นานๆทีจะได้พบเจอตัวคุณชายจางก็เกิดพบกับเคราะห์ร้ายขึ้นมา เดิมที่เซี่ยจวิ่นก็ฝึกทหารโหดพอสมควรอยู่แล้ว นายน้อยของจวนนี้ยังสามารถฝึกให้มันเหี้ยมโหดมากขึ้นไปอีก หลังจากนั้นจึงค่อยแต่งตัวออกไปทำงานที่กรมเมือง เหล่าทหารจึงค่อยหายใจสะดวก

เจ้าคิดถึงสิ่งใด?

เสียงคนที่กำลังนินทาอยู่ในใจดังขึ้น จินเบือนหน้าไปมองยังประตูทางเข้า พลันสายตาสังเกตเห็นมู่ฟงกับภาพที่ไม่ค่อยเข้ากันเสียก่อน แม้จะพยายามอดกลั้นแต่ดูอย่างไรก็สามารถทราบได้ว่าอยากหัวเราะอย่างเต็มที่

แต่ความพยายามกลับต้องพังครืนลงเมื่อเซี่ยจวิ่นช่วยถิงถิงยกสำรับเดินเข้ามา ชายหนุ่มหัวเราะใส่เพื่อนอย่างไม่เกรงอกเกรงใจแม้แต่น้อย มู่ฟงมองจนแทบจะตาเหลือกสามารถกินเลือดกินเนื้อเซี่ยจวิ่นได้ในคำเดียว

นายน้อย...มู่ฟงมองไปยังนายน้อยอย่างเห็นใจ

เอาไปเก็บไว้ในห้องทำงานข้า

มู่ฟงไปกลับมาไม่นานเสี่ยวผานก็เดินเข้ามา แพทย์หนุ่มมีใต้ตาที่คล้ำดำ มือสองข้างมีรอยบาดแผลจนคล้ายมือของจางฮุ่ยเฟิงขึ้นไปทุกที ถิงถิงปกติแล้วมักจะใส่ใจเสี่ยวผานเป็นพิเศษ เห็นดังนั้นจึงรีบกุลีกุจอบอกให้ชายหนุ่มนั่งลง รินน้ำมาให้ถึงที่จนเซี่ยจวิ่นอดกัดฟันกรอดขึ้นมาไม่ได้

คนรับใช้ที่เหลือต่างทยอยยกสำรับอาหารเข้ามาเมื่อถิงถิงเอ่ยเรียก อาหารของถิงถิงยังมีรสชาติดีอยู่เช่นเคย เห็นคนในห้องรับประทานจนไม่มีเหลือนางก็รู้สึกปลาบปลื้มขึ้นไปอีก เพียงแต่วันนี้มีเรื่องผิดสังเกตนางอยู่เรื่องหนึ่ง...เดิมทีเป็นเรื่องทั่วไปจนอาจไม่สังเกต ทว่าด้วยความรู้สึกบางอย่างทำให้ถิงถิงสังเกตถึงมันขึ้นมา

จินเหตุใดวันนี้จึงทานน้อยนักเล่า?

ข้าเปล่า

คนถูกถามตอบแทบจะในทันที มือวางตะเกียบลงหันหน้าหนีสายตาที่มองมาอย่างแพรวพราว

เก็บท้องไว้เผื่อขนม... เรื่องเช่นนี้ขืนปล่อยให้ถูกล่วงรู้คงเป็นที่อับอายแล้ว คำว่าคนเรามีกระเพาะแยกสำหรับของหวานไม่มีจริง ขนมที่จางฮุ่ยเฟิงซื้อมาฝากเขาวันนี้ล้วนน่าทานเป็นอย่างมาก เพื่อไม่ให้คนซื้อเสียน้ำใจเราควรจะเผื่อท้องไว้กินของหวานถือเป็นเรื่องถูกต้อง เรื่องราวเกี่ยวข้องกับมารยาทไม่ได้เกี่ยวข้องกับความเห็นแก่กินส่วนตัวแต่อย่างใด

เสี่ยวผานเล่าอย่างตื่นเต้นว่าเขาเพิ่งได้รับวัตถุล้ำค่าตัวใหม่มาลอง เมื่อวานนี้ทีมของสำนักโอสถได้มีโอกาสพบเจอนกกระเรียนสีชมพูอายุนับร้อยปี พวกเขาเข้าต่อสู้ สามารถเก็บขนนกสีชมพูมาได้เป็นจำนวนมาก อีกทั้งตรงรังของมันยังมีผลึกธาตุไฟงอกเงยอยู่ด้วย

หลังจากรักษาใบหน้าของถิงถิงหายสนิท ประกอบกับวิชาการแพทย์ในวังหลวงของบิดาและวิชาแพทย์ลึกลับเล่าเรียนมาจากถ้ำครรภ์นางแอ่น ทำให้เสี่ยวผานสร้างผลงานปรุงยาระดับสูงได้เป็นจำนวนมาก ตำแหน่งในสำนักโอสถจึงเลื่อนขั้นขึ้นเอาๆ วัตถุดิบหายากหากได้มาก็จะถูกแบ่งส่งมาให่แพทย์หนุ่มทันที เป็นเหตุให้เขาสามารถมีความสุขในการปรุงยาตลอดเวลา ใบหน้าจึงอิดโรยอดหลับอดนอนเช่นนี้

รอจนรับประทานอาหารกันหมด บ่าวรับใช้ก็เข้ามาเก็บสำรับอาหารกลับไป ผู้คนในห้องยังคุยเรื่องสัพเพเหระอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งสังเกตได้ว่าเสี่ยวผานที่นิ่งเงียบไปนานจมเข้าสู่ห้วงนิทราของตนเองแล้ว ปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตื่น เซี่ยจวิ่นจึงแบกไปนอนห้องที่ยังว่างในจวน

วางเสี่ยวผานลงบนเตียงนอนเสร็จเซี่ยจวิ่นก็ตรงกลับไปยังห้องทำงาน มีมู่ฟงยืนอยู่ประจำที่เรียบร้อย ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้าไปยืนด้านข้าง ดวงตามองตรงไปยังเบื้องหน้า

เซี่ยจวิ่นจางฮุ่ยเฟิงเอ่ยเรียกขึ้นมา เอนหลังพิงเก้าอี้รอคอยฟัง

ค่ายทหารวันนี้เหนื่อยล้ากันมากเนื่องจากเอ่อ...เนื่องจากนายน้อย...ดังนั้นพวกเขาจึงโอดครวญกันใหญ่ เรียกร้องว่าท่านเป็นปีศาจหน้ายิ้ม

คนถูกเรียกเป็นปีศาจหน้ายิ้มเพียงเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ มีเพียงเท่านี้หรือ?

นายน้อยเดินทางกลับเมืองหลวงครานี้ให้ถิงถิงเดินทางไปกับข้าด้วยได้หรือไม่?เซี่ยจวิ่นถามขึ้นมาอย่างจริงจัง เขาพร้อมยอมรับผิดชอบเรื่องใดๆที่อาจเกิดขึ้น

จางฮุ่ยเฟิงพิจารณาอยู่ครู่นึง ข้าอนุญาต

ขอบคุณท่าน

รอจนไม่มีเรื่องใดจะถามหรือรายงานแล้วองครักษ์ทั้งได้แต่มองหน้ากัน พวกเขาในใจต้องการถามว่าต้องเดินทางเมื่อใด? เหตุใดนายน้อยจึงต้องพยายามชักชวนจินไปด้วยจนเดินทางล่าช้าป่านนี้? แน่นอนว่าเรื่องเช่นนี้หาใช่ที่ให้พวกเขาสอดไม่ จางฮุ่ยเฟิงกระทำสิ่งใดย่อมมีเหตุผลของตนเอง

เซี่ยจวิ่นกับมู่ฟงโค้งตัวลาออกไป ร่างสูงใหญ่ที่นั่งประจำโต๊ะก็ลุกยืนขึ้น มือไม่ลืมจับตระกร้าขนมไปด้วย จางฮุ่ยเฟิงเดินตรงกลับไปยังห้องนอน มุมปากยกยิ้มขึ้นมาเมื่อคิดถึงเรื่องที่จะกระทำต่อไปนี้

ทว่าคุณชายจางกลับต้องพบความผิดหวัง คนที่เขาตั้งหน้าตั้งตารอคอยไม่อยู่ในห้องแต่อย่างใด

ช่างใจร้ายกันจริงๆ... เขาบอกสิ่งที่ต้องการไปหมดสิ้น แต่จิ้งจอกตัวนี้กลับไม่แยแส...ยิ่งพยายามเข้าใกล้กลับยิ่งลุกหนี พอขอร้องก็ถูกปัดทิ้งอย่างไม่ใยดี บางวันก็ทิ้งให้นอนถ่างตาด้วยไม่อาจหลับลงอยู่บนเตียงเพียงคนเดียว

จางฮุ่ยเฟิงถอนหายใจ คิดเรื่องเช่นนี้ก็ชวนให้หดหู่ใจดังนั้นชายหนุ่มจึงเปลี่ยนไปอาบน้ำชำระร่างกาย ร่างกายเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อถูกแนบติดกับร่องรอยบาดแผลทิ้งตัวลงในน้ำร้อนปานกลาง ผมสีดำแผ่ไปตามสายน้ำ ดวงตาสีเทามองร่องรอยบาดแผลบนมือตนเองนิ่ง...

...เขาปฏิเสธเสี่ยวผานไม่ให้รักษา

ร่องรอยบาดแผลพวกนี้จะคอยเตือนใจถึงสิ่งที่ผ่านมา จางฮุ่ยเฟิงครุ่นคิดถึงเรื่องราวในอดีตอยู่พักหนึ่ง พลันผิวน้ำที่เคลื่อนไหวผิดปกติทำให้ชะงักกึก ห้องอาบน้ำในจวนค่อนข้างกว้างใหญ่ มองไม่เห็นอีกด้านไม่ใช่เรื่องแปลก ดังนั้นหากจะมีคนลักลอบเข้ามาอาบน้ำย่อมไม่สามารถสังเกตเห็นได้โดยง่าย

เพียงแต่ว่าผู้ที่ลักลอบเข้ามาอาบน้ำอย่างอาจหาญ ทั้งยังเรียบเนียนสนิทหลบรอดความรู้สึกของเขาไปได้เห็นที่จะมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

จิน

“……”

เสียงทุ้มเอ่ยเรียกแต่กลับไม่มีเสียงตอบรับ จางฮุ่ยเฟิงขยับกายเดินเข้าไปหาสิ่งที่ต้องการทันที เห็นดังนั้นผู้ที่แอบซ่อนอยู่จึงค่อยๆเผยตัวออกมาอย่างช้าๆ

ผู้ร้ายที่มาแอบอาบน้ำค่อยๆเผยหางสีดำที่บัดนี้ขนฟูลู่ไปตามทิศทาง...หนึ่งหาง...สองหาง...สามหาง...จนครบเจ็ดหาง ทว่าเจ้าจิ้งจอกกลับไม่หันหน้ามาเสียที

เดิมทีจินตั้งใจจะด่าทอว่าเขาเข้ามาอาบน้ำก่อน เพียงแต่ลักลอบมองไปเห็นอีกฝ่ายที่เปลือยกายเข้ามาก็ได้แต่มองค้าง ด้วยเหตุใดไม่ทราบเขาจึงแอบมุดหนีลงมาใต้น้ำ หลบซ่อนอยู่อีกมุมนึงของอ่าง จนกระทั่งเห็นอีกฝ่ายเหม่อมองมือตนเองนานเกินไป...เด็กโง่ผู้นี้ไม่พ้นต้องคิดถึงเรื่องน่าเจ็บปวดใจอีกแน่ ร่างกายจึงขยับอย่างเผลอไผลเป็นเหตุให้ถูกจับได้

เมื่อก่อนเจ้าให้เสี่ยวผานอาบน้ำให้หรือ?หากจิ้งจอกหันไปมองก็จะพบว่าดวงตาสีเทานั้นสะท้อนความไม่พอใจอย่างชัดเจน ร่างกายสูงใหญ่เปล่าเปลือยเดินเข้าหางจิ้งจอกที่ไม่หลบหนี มือคว้าเอาร่างสัตว์สีดำเข้าหาตัว

            จางฮุ่ยเฟิงมองสะท้อนเข้าไปในดวงตาสีสว่าง พลันต้องถอนหายใจออกมา

            อ่านสิ่งใดไม่ออกเลย... จินกระทำการแต่ละอย่างตามใจและแปลกประหลาดจนไม่อาจคาดเดาได้ถูกแม้แต่น้อย จางฮุ่ยเฟิงจึงได้แต่ยอมแพ้หากอีกฝ่ายไม่พูดออกมา...ดังนั้นการเปลี่ยนให้ความสงบนิ่งนั่นสั่นไหวบ้างเป็นบางครั้งเขาก็กระทำ ถึงแม้บางทีจิ้งจอกใจร้ายจะทำให้เสียใจอยู่บ้าง

            ยามนี้เจ้ามีข้าแล้ว จะใช้ข้าอาบน้ำให้ก็ได้

            ไม่พูดเปล่ามือใหญ่ที่มีร่องรอยบาดแผลก็จัดการลูบขนที่เปียกน้ำ จัดการหยิบน้ำอบใกล้ๆที่อีกฝ่ายวางไว้มาเทใส่น้ำอุ่น จับลูบไปตามขนสีดำนุ่ม...นวดเฟ้นบ้างตามจุดที่เจ้าจิ้งจอกชอบ

            เดิมทีจางฮุ่ยเฟิงเคยนวดเฟ้นลูบหัวเช่นนี้อยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งจินรู้ว่าความลับเปิดเผยแล้วก็ไม่ได้ทำเช่นนี้อีก นอกจากนอนใกล้ๆกัน ต้องการจะทำสิ่งใดก็จะเห็นอีกฝ่ายแยกเขี้ยวใส่อยู่ร่ำไป

ดูท่าครั้งนี้จะพ่ายแพ้แก่ความสุขสบายแล้วจริงๆ

            เห็นดวงตาที่หลับพริ้มอย่างพอใจแล้วจางฮุ่ยเฟิงก็หัวเราะออกมาเบาๆก้มลงกระซิบ วันนี้นอนกับข้าในร่างคนไม่ได้หรือ?

            ดวงตาที่ปิดลืมขึ้นมาแทบจะในทันที แววตาสัตว์ร้ายจ้องมองแล้วสะบัดหน้าหนี

            หากอยู่ในโลกเดิมจินคิดว่าตนเองไม่พ้นกำลังโดนเด็กหนุ่มอายุน้อยกว่าจีบอยู่เป็นแน่ เพียงแต่การกระทำของจางฮุ่ยเฟิงนั้นคล้ายเด็กขาดความรักธรรมดา ต้องการให้ใครสักคนอยู่ใกล้บ้าง...อาศัยความใกล้ชิดของการทำสัญญากันเช่นนี้คลุมเครือเกินจะบอกได้ว่าอีกฝ่ายเรียกร้องความรักอีกแบบหรือไม่

            เจ้าไม่อยากนวดในร่างคนบ้างหรือ?

            ไม่! ไม่เด็ดขาด!... ต่อให้ข้อเสนอนี้จะยั่วยวนเพียงใดจินก็จะไม่ยอมหลงกล หากจางฮุ่ยเฟิงมีความคิดที่บริสุทธิ์จริง เช่นนั้นเขาก็ถือเป็นคนบาปแล้วไม่ใช่หรือ? คนที่เคยทำเช่นนั้นกับเพศเดียวกันอย่างเขา จะสามารถรับการนวดโดยไม่คิดถึงสิ่งใดวอกแวกได้อย่างไร? หากเป็นเสี่ยวผานก็ว่าไปอย่าง...เพียงแต่แค่เด็กน่าตายผู้นี้เปลือยกายเขาก็แทบจะกระโดดหนีแล้ว

            ความใกล้ชิดจนขนลุกซู่เช่นนี้ทำให้ต้องรีบว่ายน้ำหนีออกมา เพียงแต่เจ้าจิ้งจอกในร่างเล็กขาไม่แตะพื้นจะสามารถหลีกหนีได้หรือ?

            คำตอบคือไม่... จินถูกคว้าจับกลับไป สองมือนวดไปตามกลุ่มขนที่เปียกน้ำ...สบายจนต้องอยู่นิ่งๆเหมือนเคย สุดท้ายความคิดต่อต้านก็พ่ายแพ้แก่ความสุขสบาย

            สำหรับปัญหาอย่างจางฮุ่ยเฟิงมีความคิดบริสุทธิ์หรือไม่นั้น... ความคิดเช่นที่ว่าสองมือที่กำลังลูบไล้ไปตามขนสีดำเช่นนี้เปลี่ยนเป็นลูบไล้ไปตามร่างกายที่เต็มไปด้วยเนื้อหนังแทน ยังสามารถเรียกได้ว่าบริสุทธิ์อยู่อีกหรือ? จางฮุ่ยเฟิงยามนี้สามารถรับรู้ได้ถึงความคิดอันไม่ปกติของตนเอง ทว่าเขาหยุดมันไม่ได้

            จนกระทั่งร่างกายวัยหนุ่มฉกรรจ์เกิดปฏิกิริยาบางอย่างขึ้นมา มือที่กำลังทำความสะอาดจึงหยุดกึก เจ้าจิ้งจอกที่กำลังเพลิดเพลินจ้องมองมาอย่างสงสัย

            ถึงเวลานอนแล้วเจ้าขึ้นไปก่อนเถิด สักพักข้าจะตามไป จางฮุ่ยเฟิงยิ้มบางๆส่งให้

            แม้จะงุนงงอยู่บ้างแต่จินก็ขึ้นจากน้ำมา สะบัดขนอยู่พักใหญ่หางคว้าเอาผ้ามาห่อตัวเดินออกไปจากห้องน้ำ ทิ้งคนในห้องน้ำจมอยู่กับความสับสนและร้อนรุ่มเพียงลำพัง...

 

            วันรุ่งขึ้นจางฮุ่ยเฟิงตัดสินใจออกเดินทางไปเมืองหลวงทันทีหลังจากจัดการงานที่กรมเมืองเรียบร้อย เมื่อคืนแม้จะเป็นเพียงเจ้าจิ้งจอกตัวเดิมนอนอยู่ข้างๆชายหนุ่มกลับฟุ้งซ่านจนนอนไม่หลับ เดิมทีโหยหาสิ่งใดจากอีกฝ่ายเขารู้...เพียงแต่เรื่องพรรค์นี้กลับไม่เคยคิดถึงมาก่อนจนกระทั่งเหตุการณ์เมื่อคืน

            จางฮุ่ยเฟิงถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม ความรู้สึกผิดในใจกำลังก่อตัว คิดเรื่องเช่นนี้กับอีกฝ่ายย่อมรู้สึกไม่สบายใจ คุณชายจางกำลังพบความสับสนที่ยากและซับซ้อนยิ่งกว่าค่ายกลใดๆ เหตุใดจึงเอาแต่คิดถึงเรื่องพรรค์นี้? เหตุใดเขาจึงไม่รู้สึกขยะแขยงมัน...ทั้งยังรู้สึกต้องการมากอีกด้วย?

            เขาไม่สามารถเก็บซ่อนความต้องการเช่นนี้ ดังนั้นจึงตัดสินใจเดินทางไปเมืองหลวง

          นายน้อย

            เซี่ยจวิ่นเรียกเสียงดังขึ้นอย่างแปลกใจ เรียกอยู่สองครั้งสองคราแล้วกลับไม่มีเสียงตอบรับ เห็นเพียงนายน้อยกำลังทำหน้ากลัดกลุ้ม ถอนหายใจหลายหน มู่ฟงที่เตรียมม้าพร้อมแล้วก็มาหยุดยืนดูข้างๆเช่นกัน มีเพียงถิงถิงที่ส่งสายตาดุให้องครักษ์ทั้งสอง นางเดินเข้าไปเรียกจางฮุ่ยเฟิงใกล้ๆจึงรู้สึกตัว

            ขอโทษที ข้าเหม่อไปหน่อย

            นายน้อยอาการเพ้อเช่นนี้ห่างคำว่าหน่อยไปไกลยิ่ง...

            จางฮุ่ยเฟิงกระโดดขึ้นมาสีดำของตนเองนอกจากกระบี่ราคาแพงก็ไม่พกสิ่งใดอีก เซี่ยจวิ่นค่อยๆประคองถิงถิงขึ้นไปนั่งบนเสือขาวของตนเอง เซกัลซินจูขี่ม้ารอคอยอยู่สักพักแล้ว... มู่ฟงถึงจะมีความสงสัยอยู่เต็มอก เห็นหน้าเจ้านายตนเองแล้วก็ได้แต่เก็บไว้ในใจ กระโดดขึ้นมาของตนเองไปบ้าง

            ถิงถิงทราบสถานการณ์ แต่นางก็คาดเดาไปอีกทาง...นางไม่อยากให้ใครทะเลาะกันดังนั้นจึงเอ่ยถาม จินกับเสี่ยวผานไม่ไปกับพวกเราหรือคะนายน้อย?

            จางฮุ่ยเฟิงชะงักไปจังหวะหนึ่ง จากนั้นก็ยกรอยยิ้มขึ้น ข้าชวนแล้วแต่พวกเขาไม่ตอบตกลงเสียที เราไม่อาจรอคอยอีกได้

          โกหก... เซี่ยจวิ่นกับมู่ฟงลอบคิดในใจ หากนายน้อยต้องการจะรอจริงๆแล้ว เกรงว่าแม้แต่เทพสวรรค์ก็ยังไม่อาจเรียกตัวเขาเข้าเมืองหลวงได้

            งั้นเราไปเถิดเซกัลซินจูกล่าวพลางเริ่มเป็นคนควบม้านำขบวนออกจากเมือง ม้าอีกสามตัววิ่งตีขนาบกันไปด้วยความเร็วไม่เร็วมาก ช่วงนี้พวกเขายังต้องวิ่งในเขตชุมชุนอยู่อีก

            ถิงถิงอดเจ็บปวดในใจไม่ได้ นางมองคุณชายจางที่นั่งอยู่บนม้า แต่สายตาสาดสอดไปยังด้านหลังบ้าง รอบข้างบ้างราวกับต้องการให้ใครบางคนโผล่มา

            จางฮุ่ยเฟิงอดสอดสายตาหาไม่ได้ ถึงกระนั้นเขาก็ไม่อยากให้จินมาแต่อย่างใด ความคิดหยาบโลนต่ออีกฝ่ายหากถูกล่วงรู้เข้าคงโดนรังเกียจได้... ยิ่งอีกฝ่ายเป็นคนที่เขาให้ความสำคัญมากอีกด้วย เป็นสัตว์วิเศษคู่กายเพียงหนึ่งเดียวของเขา หากตีจากไปเรื่องนี้คงไม่สามารถทานทน

            ...ทว่าความต้องการในใจเบื้องลึกกลับเป็นฝ่ายสมหวัง

            จางฮุ่ยเฟิงไม่มีวันลืมแม้กระทั่งเงา ดวงตาสีเทามักจับจ้องไปอย่างเผลอไผลเสมอ...

            คุณชายสองคนอยู่บนหลังม้า ทั้งคู่ควบม้าตรงเข้ามาทักทายคนในขบวนเดินทางอย่างคุ้นเคย จินหันไปมองจางฮุ่ยเฟิงเตรียมจะกล่าวบางอย่าง พลันอีกฝ่ายกลับหลบตาอย่างเผลอตัว

            จินควบม้าตรงเข้าไปหา ถือว่าเจ้าชักชวนสำเร็จ

            ข้าดีใจอย่างยิ่ง


คุณชายจางลอบถอนหายใจ... เขาทั้งดีใจและกลุ้มใจไปพร้อมกันๆ 



                    


#TALK with LLwuda


          สวัสดีค่ะ 

          ชื่อตอนก็....นั่นล่ะ บ่งบอกมากค่ะ รู้สึกว่าช่วงนี้จะมีแต่ฉากอะไรหวานๆพวกนี้(แต่นี่ก็เป็นนิยายวายนี่นา) จางฮุ่ยเฟิงกำลังสับสนใจตัวเองค่ะ เราเขียนแล้วก็สนุกดี(รู้สึกได้กลั่นแกล้ง)

          เขาโหยหา ต้องการให้จินนอนด้วย...ต้องการให้อยู่ใกล้ๆ...แต่กลับไม่รู้ว่านี่คือความรักความชอบ พอมาคราวนี้ถูกเรื่องสิบแปดบวกกระแทกหน้า คุณชายเราเลยติดสตั้นทันทีค่ะ

          มาถึงตอนนี้ใครยังสับสน Position บทล่างอยู่บ้างคะ(ต่อให้เดาไม่ออกก็ไม่บอกหรอกนะ อิ v อิ) แล้วพบกันตอนหน้านะคะ ไม่นานเพราะติดวันหยุดค่ะ ฮา

 

ปล.ติด #ทาสจิ้งจอก มาร่วมพรรณาความฟินในบทนี้กันค่ะ v///v





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 547 ครั้ง

125 ความคิดเห็น

  1. #8210 PaulaPum (@yukiko12) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 00:39
    ทิ้งเจ้านายให้ห่างตัวไม่ได้หรอกเนอะจินน
    #8210
    0
  2. #8140 SudaratYo (@SudaratYo) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 16:30
    อีกไม่นานจินเสร็จแน่ๆ
    #8140
    0
  3. #8072 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 20:21

    แหม คุณชายกำลังอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ ไม่แปลกหรอกเจ้าค่ะ อิๆ

    #8072
    0
  4. #7967 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 22:22
    เด็กน้อยจางฮุ่ยเฟิงเอ๋ย 5555555 น่าแกล้งจริงๆนั่นแหละ สงสารนะคะ 55555 แต่ก็เอ็นดูไปพร้อมๆกัน ก่อนหน้านี้พยายามสกินชิพสุดฤทธิ์ แต่พอเผลอจิตนาการได้ลูบเนื้อหนัง โอ้โห ไปไม่เป็นเลย 555555 ก็นะวัยเจริญพันธุ์ก็งี้แหละ
    #7967
    0
  5. #7849 luhan7_lulu (@luhan7_lulu) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 17:51

    เอาล่ะ
    #7849
    0
  6. #7806 LuckyStar1006 (@AinSuchada) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 01:38
    สัมผัสได้ถึงความโหยหาความรักความเมตตาา
    #7806
    0
  7. #7763 zxcnonnam12345 (@zxcnonnam12345) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 17:45

    ปริ่มมม

    ไม่ต้องคิดไรมากก เทอรักเขาไงง เขินน
    #7763
    0
  8. #7738 Jolly CCP (@c1chonlana) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 11:10
    ไม่ใช่แค่ขาดความอบอุ่นแล้วล่ะค่ะ แบบนี้
    #7738
    0
  9. #7697 Hazel_9502 (@pookiejj) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 21:40
    ฉากในห้องน้ำคือนัลลั๊คคอ่ะ ไม่รู้จินึกถึงจินที่เป็นจิ้งจอกแล้วมันน่ารักก ฮื่ออ
    #7697
    0
  10. #7648 4KKWAN_ (@4KKWAN_) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 20:23
    ตกหลุมพรางน้องจินเต็มๆเบยค้าบ
    #7648
    0
  11. #7553 maielf13 (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 02:20
    สงสารรรรรร555555เฟิงเอ้ยรุกเลยลูก
    #7553
    0
  12. #7276 Plankton J (@jthida) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 10:36
    ใดใดเล่าจะสำคัญเท่าอาบน้ำ บำรุงขน กับของกินเลิศรส
    #7276
    0
  13. #7167 mmaijii (@mmaijii) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 16:28
    เฟิงกลัวๆง่อยๆแบบนี้ จินอ่อยแรงๆเลยคร่าาา
    #7167
    0
  14. #7116 มูมู (@mumuka) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 21:51
    เฟิงเฟิง รุกเลย รุกหนักๆ 555
    #7116
    0
  15. #7095 RhongTood (@marklmsg7) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 01:57
    ชั้นรู้ชั้นเห็นชั้นศึกษามา 555555555
    #7095
    0
  16. #7058 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 01:34
    น่าสงสาร555555555
    #7058
    0
  17. #6707 -Shawty- (@tumbmong) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 01:48
    โอ้ยยยย เฟิง พอมาเป็นเรื่องที่เกี่ยวดับจินนี่ไปไม่เป็นตลอดเลยนะ เรื่องในสนามรบที่เชี่ยวจัง พอมาเรื่องในเรือนนี่ทำไมถึงได้อ่อนเยี่ยงนี้ล่ะเจ้าคะ 5555555
    #6707
    0
  18. #6573 bonjour0301 (@bonjour0301) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 21:44
    เฟิงคืนคุณชายคิดมากสินะ 55555
    #6573
    0
  19. #5690 Butterfly DN. (@babyll) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 16:41
    น่าสงสารเฟิง นางคิดมากอยู่คนเดียวเลย มีความย้อนแย้งในตัวสูงอีก 5555555
    #5690
    0
  20. #5466 ขนมหวานนมสด (@mikilovesj) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 15:41
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านค่ะ
    #5466
    0
  21. #5317 Kimiko Saruwatari (@kimiko-39) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 18:17
    ฟินนนนนน (นอหนูล้านล้านตัว) >///< อาเฟิงเริ่มเข้าวงการ(?)เป็นชายหนุ่ม(เมะ)ของสาววาย(?)อย่างเต็มตัว ><
    #5317
    0
  22. #4737 นุงแมว ^^ (@nuiland) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 28 มีนาคม 2559 / 01:10
    จินเป็นราชินีของข้าได้หรือไม่ ???(เฟิงพูดสิเฟิง คิดไกลขนาดนี้แล้วเจ้ารออะไรรรรรรรร)5555555
    #4737
    0
  23. #4597 Last' Au (@WorldofWish) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 มีนาคม 2559 / 18:24
    กลับเมืองหลวงแล้ว สงสัยว่าความผิดของจางซีคืออะไร เกี่ยวกับแม่ของฮุยเฟิงหรือเปล่าน๊า
    เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #4597
    0
  24. #4259 NINKRAN (@NINKRAN) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 / 10:23
    เรา สนับสนุนให้จิ้งจอกเป็นเคะราชินี
    #4259
    0
  25. #3696 JAMNIN (@vi-o-let) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 13:54
    จินต้องราชินีเท่านั้นค่ะ 5555555
    #3696
    0