✦ อนธการจิ้งจอก ✦ BL, YAOI [END]

  • 99% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 506,114 Views

  • 8,272 Comments

  • 13,409 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    4,739

    Overall
    506,114

ตอนที่ 33 : เลี้ยงจิ้งจอกต้องรู้จักให้รางวัล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26395
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 511 ครั้ง
    1 ม.ค. 59








บทที่ 32

เลี้ยงจิ้งจอกต้องรู้จักให้รางวัล


 

                

                ...เฮ้อ

                จางฮุ่ยเฟิงตื่นแต่เช้าตรู่ ร่างกายสูงใหญ่นั่งขัดสมาธิตั้งใจจะโคจรลมปราณตามปกติ ทว่ายามผู้คนจิตใจสับสนวุ่นวายจะสามารถรวบรวมลมปราณเป็นหนึ่งเพื่อโคจรได้อย่างไร? เปลี่ยนมาหยิบตำราอ่านผลก็เป็นเช่นเดียวกัน อีกเพียงสองเดือนก็จะถึงการเปิดสอบตำแหน่งวาโยล่องหงส์ทั่วแคว้นแล้ว

                วาโยล่องหงส์เดิมทีเป็นชื่อของสัตว์วิเศษระดับบรรพกาลตัวหนึ่ง ชื่อของมันถูกนำมาตั้งเนื่องเพราะหมายความถึงสติปัญญาอันชาญฉลาดและพละกำลัง วาโยล่องหงส์เป็นตำแหน่งที่เปิดสอบโดยจักรพรรดิและออกกฏการสอบโดยจักรพรรดิ เป็นการคัดเลือกทั้งบุรุษและอิสตรีที่อยู่เหนือใต้หล้า ผู้เข้าสอบมากมายเหลือคณาทั่วแคว้น เดิมทีผ่านมาสองปีจางฮุ่ยเฟิงตั้งใจจะกลับมาสอบทหาร ยามนี้วาโยล่องหงส์เปิดสอบขึ้นมาเสียก่อน

                หากต้องการสร้างบันไดให้ตนเองแล้ว นับว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมอย่างยิ่ง

                เสี่ยวผานเหลือบตามองคุณชายจางที่อ่านหนังสือหน้าเดิมมาหลายชั่วยาม ในใจคิดว่าตนเองจะเข้าไปสนทนาด้วยดีหรือไม่ เมื่อคืนหลังอาบน้ำเสร็จเคราะห์ดีที่เจ้านกนางแอ่นคู่แสนรู้ขวางไม่ให้เขาเข้าห้องเสียก่อน ยามปกติแล้วยืนอยู่หน้าห้องเช่นนี้ไม่นานเกินรอจินคงโผล่มาบ่นเขาแล้ว คาดไม่ถึงว่านอกจากจะมิมีจิ้งจอกที่ไหนออกมา ในห้องยังมีเสียงต่อสู้กันอุตลุดด้วย เสี่ยวผานที่เป็นห่วงจึงแอบดูภายในห้องด้วยความหวังดี

                ...ทว่าบางครั้งความหวังดีของคนเราก็นำพาเรื่องไม่สมควรมาเช่นเดียวกัน

                สัตว์วิเศษนอนกับคู่หูเป็นนับเป็นเรื่องปกติที่ยังพอเข้าใจได้ แต่การที่บุรุษสองคนมาจูบกันอย่างเนิ่นนานตรงหน้าเขาเช่นนี้จะอธิบายว่าอย่างไร? คราแรกยังตกตะลึง...พอหนที่สองแพทย์หนุ่มได้แต่ยืนแข็งค้างอยู่ที่เดิมความรู้สึกขมแล่นขึ้นมาในลำคอ รู้สึกตัวอีกทีตนเองก็กลายเป็นนั่งดูเรื่องราวจนจบเสียแล้ว

                เสี่ยวผานกลับห้องจางฮุ่ยเฟิงไปแทนห้องเดิมที่ถูกจับจอง เดิมทีหลังจากเดินทางเหน็ดเหนื่อยคาดหวังว่าจะได้นอนหลับอย่างสบาย...เรื่องราวกลับไม่เป็นดั่งใจเสีย กลายเป็นว่าภาพที่เห็นภายในห้องยังติดตรึงตา พยายามนอนหลับเท่าใดก็มิสามารถหลับตาได้ลง ในหัวเกิดคำถามมากมายที่ไม่มีคำตอบ

                เนื่องจากเรื่องราวเช่นนี้ซับซ้อนเกินกว่าแพทย์หนุ่มจะสามารถเข้าใจได้ เสี่ยวผานจึงจัดการหาคำตอบให้ตนเองปลอบใจ นี่คงเป็นความสัมพันธ์อันใกล้ชิดอย่างมากระหว่างมนุษย์และสัตว์วิเศษ เพราะจินเป็นสัตว์วิเศษที่มีชีวิตจิตใจมากกว่าสัตว์วิเศษด้วยกัน ดังนั้นทั้งสองจะสนิทสนมเช่นนี้ก็อาจไม่แปลก...

                ถึงกระนั้นในวันรุ่งขึ้นเสี่ยวผานก็ตื่นเช้ามากกว่าปกติ พร้อมกับมีรอยคล้ำใต้ตาอยู่ดี

                แพทย์หนุ่มตัดสินใจจัดการกับสมุนไพรของตนเองตามเดิม ในเมื่อมิใช่การจูบฉันท์บุรุษกับอิสตรีพลอดรักกัน ก็มิมีเรื่องอันใดค้างคาใจให้ซักถามอีก... ทว่าความตั้งใจกลับต้องถูกทำลายลง เมื่อคุณชายจางที่นั่งใจลอยอยู่ตรงระเบียงเดินเข้ามาหยุดอยู่ด้านข้างโต๊ะ

                เจ้าเป็นอะไรหรือไม่? ข้าเห็นกลุ้มใจมาเกือบชั่วยามแล้ว เสี่ยวผานหยุดมือ หันหน้าไปสอบถามด้วยความเป็นห่วง

                ข้าสบายดี

                ได้ยินจางฮุ่ยเฟิงเอ่ยเช่นนั้น เสี่ยวผานจึงหันไปทำงานต่อ แม้ในใจจะงุนงงก็ตาม... คุณชายจางเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ใกล้ๆ ดวงตาสีเทาครุ่นคิดอย่างแก้ไม่ตก

                เมื่อคืนเขาไม่น่าขาดสติเลยจริงๆ... นี่เป็นสาเหตุของความกลัดกลุ้มหลายชั่วยามมานี้ จางฮุ่ยเฟิงอดกังวลเกี่ยวกับการกระทำบุ่มบ่ามเมื่อคืนของตนเองไม่ได้

                คราแรกแค่รู้สึกว่าจินกำลังไม่พอใจกับอะไรบางอย่าง อีกทั้งระหว่างการเดินทางเขาทำตัวผิดปกติมากเกินไป ไม่พ้นต้องโดนอีกฝ่ายจับได้โดยแน่... ปกติแล้วผู้ที่ชอบขอร้องให้มานอนด้วยก็คือตนเอง ยามโดนคาดคั้นจางฮุ่ยเฟิงจึงคิดว่าหากใช้ข้ออ้างเช่นรักษาระยะห่างจิ้งจอกคงพอใจอยู่บ้าง

                ทว่า...ภาพตรงหน้ากลับทำให้อะไรบางอย่างข้างในตัวเขาพังทลายลง นิ่งงันราวกับโดนสะกด

                ใบหน้างามนั้นทำสีหน้าเช่นไรคาดว่าเจ้าตัวก็คงไม่ทราบ แต่คนทีสติขาดหายอย่างเขาทราบดียิ่ง ยังมีคำด่าทออย่างโกรธเกรี้ยวแต่กลับแสดงความน้อยใจอย่างชัดเจน...นี่เท่ากับว่าเจ้าจิ้งจอกกำลังแง่งอนมิใช่หรือ?

                น่าแปลกที่ไม่สามารถละสายตาได้เลย...

                รู้สึกตัวอีกทีก็ควบคุมตนเองไม่ได้แล้ว จางฮุ่ยเฟิงกลัดกลุ้มด้วยไม่อาจนึกได้ว่ายามเช้าจะเอ่ยทักทายอย่างไร จะอธิบายเรื่องราวพวกนี้ได้อย่างไร?... คำว่า เพราะอยากทำไหนเลยสามารถใช้บ่ายเบี่ยงกับคนชอบความชัดเจนเช่นจินได้

 ต่อให้ภายในใจคิดวุ่นวายถึงเพียงไหน มองจากภายนอกเซี่ยจวิ่นกับมู่ฟงก็ไม่สามารถดูออกได้อย่างง่ายดายอยู่ดี พวกเขายังคงรับคำสั่งเจ้านายจากไปทำงานเหมือนเช่นเคย รอจนในเรือนไม่มีผู้คนนอกจากเสี่ยวผานอยู่แล้วคุณชายตระกูลจางจึงค่อยระบายความกลัดกลุ้มออกมา

                เสี่ยวผานเจ้าเคยชมชอบใครสักคนหรือไม่?

                “แค่ก!” เสี่ยวผานที่กำลังมีสมาธิกับสมุนไพรถึงกับสำลักลมขึ้นมาโดยไร้สาเหตุ จะ...เจ้าเหตุใดจึงถามเช่นนี้เล่า?

                “..........

จางฮุ่ยเฟิงไม่ตอบเหตุผล เสี่ยวผานกลืนน้ำลายคล้ายเจอยาขมในลำคอ อ้าปากกล่าวอย่างยากลำบาก เรื่องนี้ต้องดูว่าชมชอบในความหมายใด ข้าชมชอบเจ้า...จิน...พี่เซี่ยจวิ่น...พี่มู่ฟง...ถิงถิง อยู่ด้วยแล้วสนุกสนานมาก

สิ้นคำคุณชายจางก็ถามนอกประเด็นขึ้นมาเสียงเรียบ กับจินเล่า? เจ้าขยายความคำว่าชมชอบมากกว่านี้ได้หรือไม่?

เสี่ยวผานคล้ายพบปัญหาอะไรบางอย่างที่บอกไม่ถูก เรื่องนี้....แพทย์หนุ่มแสร้งจัดสมุนไพรต่อ หันหนีดวงตาสีเทาที่จ้องอย่างไม่วางตา ดั่งที่เจ้าเคยมาคาดคั้นแล้ว...จินคล้ายเป็นคนเลี้ยงข้ามา เราเติบโตมาด้วยกัน มีบุญคุณเกินจะทดแทนได้หมด...ใจดีต่อข้าเสมอ ข้าย่อมชมชอบเขา

เสี่ยวผานเหงื่อตก เขารู้สึกถึงบรรยากาศหนักอึ้งที่แผ่กระจายทั่วบริเวณ อีกทั้งยังมีเสียงจางฮุ่ยเฟิงที่ใช้นิ้วเคาะลงบนพนักเก้าอี้เป็นจังหวะ ชายหนุ่มรู้สึกผิดปกติเป็นอย่างมาก เรื่องราวมาตกอยู่ในสถานการณ์เช่นได้อย่างไร?...ความรู้สึกเหมือนตนเองต้องกล่าวอะไรเพิ่มเติมอีก ต้องแก้ตัวต่อสิ่งใดสักอย่าง

เสี่ยวผานขยับปาก พลันมีบุรุษในชุดขาวสง่างามเดินออกมาจากห้องเสียก่อน

จินกวาดตามองสภาพในเรือน เหตุใดจึงเหลือพวกเจ้าเพียงสองคนเล่า?

ข้าใช้พวกเขาออกไปด้านนอกเอง

ข้ากำลังจะไปด้านนอกเช่นเดียวกัน ต้องไปลงทะเบียนกับสำนักโอสถประจำเมืองหลวงเสี่ยวผานได้ทีรีบเก็บข้าวของ ต้องการหนีออกจากสถานการณ์แปลกประหลาด

จินพยักหน้าอย่างเข้าใจ พลันนึกอะไรบางอย่างออก ดวงตาดุจสัตว์ร้ายเบิกกว้างอย่างลืมตัว

เสี่ยวผานไปด้านนอก เท่ากับว่าต้องอยู่กับจางฮุ่ยเฟิงเพียงสองคน?

ไม่! เขายังไม่พร้อม!ขอเวลาตั้งสติสักครู่!...  จินคำรามลั่นในใจน่าเสียดายที่เสี่ยวผานไม่ได้ยินมัน แพทย์หนุ่มยังคงสะพายย่ามพาดบ่า รีบบอกลาแล้วออกจากเรือนไปราวกับกำลังหลีกหนีสิ่งใด

...เกิดความเงียบงันเข้าปกคลุมทันทีหลังจากเสี่ยวผานก้าวออกจากเรือนไป

...จินมานี่สิเนื่องจากยืนค้างอยู่ที่เดิมเป็นเวลานาน จางฮุ่ยเฟิงจึงเป็นฝ่ายเรียกก่อน จินเดินเข้าไปใกล้พยายามทำสีหน้าให้เรียบนิ่งปกติ เจ้ากลายเป็นจิ้งจอกได้ยามนี้ไม่มีผู้ใดอยู่ ข้าไม่ได้สัมผัสเจ้านานแล้ว

ประเดี๋ยวก็มาขอให้เขาเป็นร่างมนุษย์ อีกครั้งก็มาขอให้เป็นจิ้งจอก... จินอดคิดไม่ได้ว่าอีกฝ่ายเห็นเขาเป็นตุ๊กตาที่สามารถจับแปลงร่างได้ไปแล้วหรือไม่

ทีเมื่อคืนเจ้า...จินบ่นอย่างเผลอตัว พลันนึกถึงเรื่องเมื่อคืนจึงได้หยุดพูดกระทันหัน จิ้งจอกในร่างมนุษย์เบือนหน้าหนีไปทางอื่นต้องการเวลาในการตั้งรับ จินตั้งมั่นกับตนเองว่าจะไม่มีเหตุการณ์ที่ถูกอีกฝ่ายไล่ต้อนจนหัวปั่นหัวหมุนอีกเด็ดขาด

ทางด้านจางฮุ่ยเฟิงมีเรื่องอยากกล่าวมากมาย พอเห็นอากัปกิริยาหาดูได้ยากจึงเก็บคำสงวนท่าทีเอาไว้ก่อน มือเอื้อมไปหยิบการินชาหอมฟุ้งลงในถ้วยใบสวย สายตาลอบมองด้านหลังเก็บภาพในครานี้

เหตุใดเจ้าจึงจูบข้า?”

มือที่กำลังรินชาชะงักกึก ความรู้สึกเสียววูบแล่นขึ้นมาสู่หัวใจ ความรู้สึกคล้ายเด็กผู้หนึ่งทำผิดแล้วถูกบิดาจับได้... ใช่ว่าจางฮุ่ยเฟิงจะไม่รู้นิสัยของจิน เขาคาดคิดเอาไว้แล้วว่าอีกฝ่ายต้องมีคำถามทำนองเช่นนี้แน่ ทว่าการคาดเดากับการเผชิญหน้าไหนเลยจะเหมือนกันได้

จินมองอีกฝ่ายอย่างต้องการคำตอบ ดวงตาเรียวหรี่ลง หากโกหกกลบเกลื่อนแน่นอนว่าเขาสามารถจับได้ทันที... ที่ผ่านชีวิตเคยมีความสัมพันธ์ฉาบฉวยอยู่บ้าง แต่นั่นเป็นการบินไปแล้วบินกลับ เรื่องเพียงคืนเดียวไม่ค้างคา...ไหนเลยจะมีเรื่องเช่นตื่นมายังคงพบเจอกันด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วนราวกับบุรุษสตรีเยาว์วัยเช่นนี้ เขามีความสัมพันธ์ตามความพอใจบางครั้งอยู่บ้างก็จริง แต่เรื่องยกหัวใจให้ใครนั้นนับว่าเป็นคนละเรื่องกัน

เรื่องนี้อย่างไรก็ไม่ใช้เรื่องไม่ดี...จางฮุ่ยเฟิงกล่าวถึงตรงนี้ก็นิ่งเงียบไป...แปรเปลี่ยนเป็นใช้ดวงตาจับจ้องแทน

เจ้าชอบบุรุษ?

คุณชายตระกูลจางตอบทันควัน ข้ามิได้ชมชอบบุรุษ

“…………”

จินไม่ได้กล่าวต่อ ดวงตาสีสว่างจ้องมองราวกับรอคอยคำตอบ...

เจ้าเป็นสัตว์วิเศษของข้า เจ้าสำคัญ... ใบหน้าหล่อเหลาสับสนด้วยไม่อาจนึกทันว่าควรกล่าวคำพูดแบบใดในการอธิบายความรู้สึกเช่นนี้

จินลอบถอนหายใจ...มือยกชาขึ้นดื่ม ในใจรู้สึกขบขันราวกับเห็นหลานชายตนเองเพิ่งจะมีความรัก เพราะเจ้าเป็นสัตว์วิเศษของข้า นับเป็นข้อแก้ตัวที่กลบเกลื่อนได้แย่อย่างยิ่ง คุณชายจางผู้กรีฑาทัพอย่างห้าวหาญกลับดูไม่ได้เลยในสนามรัก เด็กโง่ผู้นี้คงไม่สามารถตอบตนเองได้ว่าที่มิได้ชมชอบบุรุษกลับมาจูบเขาเพราะเหตุใด

มนุษย์ที่จิตใจคับแคบอย่างจินชอบความตรงไปตรงมา หากจางฮุ่ยเฟิงยังไม่สามารถยอมรับความรู้สึกตนเองอย่างตรงไปตรงมาได้ เขาก็จะแสร้งทำเป็นไม่รู้เช่นเดียวกัน

...ส่วนเรื่องหวั่นไหวใจอ่อนในบ้างครั้งบางครานั้น

ต้องกล่าวว่าผู้ใดพบเจอคนเช่นจางฮุ่ยเฟิงแล้วไม่หวั่นไหวบ้างเล่า? หากจะให้ไล่ฐานะแล้วอีกฝ่ายจัดอยู่ในห้าคุณชายแห่งเมืองหลวงที่เหล่าอิสตรีอยากทำความรู้จัก เป็นนายทหารอนาคตไกลของตระกูลจาง นอกจากนี้ใบหน้ายังหล่อเหลา ท่วงท่าองอาจกล้าหาญ...รอยยิ้มที่ประดับมุมปากอยู่เสมอทำให้ดูอ่อนโยนลึกลับ ถือเป็นแบบอย่างที่ดีในการหาคู่ครอง

สำหรับจินแล้วเหตุผลใหญ่ๆคือเขาเอ็นดู สงสาร...ความรู้สึกไม่ต่างจากเสี่ยวผานเท่าไหร่นัก ยิ่งพอเห็นจางฮุ่ยเฟิงไม่สามารถกระทำตามใจถูกบีบบังคับอบจนหนทางกลับทำให้นึกถึงชีวิตตนเองในอดีตขึ้นมาอย่างอดมิได้... บางทีนับจากนี้อาจเป็นโอกาสให้เรียกต้นทุนและดอกเบี้ยที่เขาลงแรงไปมากมายกลับคืน การได้เอาเปรียบและกลั่นแกล้งทำให้ชีวิตที่ต้องมาติดแหงกในเมืองหลวงสนุกขึ้นมิใช่น้อย

เจ้าอยากไปลองทานอาหารจากนอกแคว้นหรือไม่?

ไป

แน่นอนว่าการเลี้ยงสัตว์วิเศษถือเป็นหน้าที่ของมนุษย์ จางฮุ่ยเฟิงทำมันได้ดีในสองปีที่ผ่านมา ถึงแม้การเป็นจิ้งจอกจะทำให้ไม่สามารถกล่าววาจาได้ แต่ชายหนุ่มจะคอยสังเกตเสมอ ใส่ใจในเรื่องราวเล็กๆน้อยๆ ไม่ว่าจะเป็นชนิดของผ้านอน อุณภูมิน้ำร้อน แรงยามหวีขน กลิ่นน้ำอบและขนมที่เลือกมาให้

ข้าถามได้หรือไม่ว่าเหตุใดจึงเลือกทำสัญญากับข้า?จางฮุ่ยเฟิงเคยฟังจากเสี่ยวผานแล้ว ถึงกระนั้นเขาก็ต้องการทราบจากปากจินอีกคราอยู่ดี ในใจตื่นเต้นมิใช่น้อย แต่เบื้องหน้ายังแสร้งวางเฉย ยกชาขึ้นจิบใบหน้าเคลือบด้วยรอยยิ้มบางๆ

จินนั่งลงบนเก้าอี้นุ่มตัวโปรด เท้าคางอย่างเกียจคร้านพลางถอนหายใจ เดิมทีเป็นความผิดข้ากับเสี่ยวผาน เมื่อก่อนเคยหลอกให้เจ้าดื่มยา แท้จริงแล้วคือเลือดของข้า ดังนั้นตลอดชีวิตนี้เจ้าไม่มีทางมีสัตว์วิเศษตัวอื่นได้...ข้าเป็นต้นเหตุ ข้ารับผิดชอบ

ข้าไม่เสียใจสิ้นคำจางฮุ่ยเฟิงก็เอ่ยสวนขึ้นมา รอยยิ้มมุมปากยกขึ้นอย่างพอใจข้าไม่เสียใจที่ดื่มเลือดเจ้าลงไปในวันนั้น ดังนั้นตลอดชีวิตนี้คาดว่าคงเป็นของเจ้าเพียงผู้เดียว

ประโยคที่ฟังดูแล้วเหมือนเขาเป็นผิด อีกฝ่ายยินยอมโดนรับผิดชอบเช่นนี้คืออะไร?

จินแสร้งกระแอมไอ ปกปิดใบหน้าที่ร้อนขึ้น  ในใจด่าทอเด็กโง่เขลาผู้นี้ไปร่วมร้อยหน คนผู้นี้กล่าวเรื่องเช่นนี้ออกมาตรงๆ แต่กลับไม่เข้าใจความรู้สึกตนเอง

เรื่องหนูดำวันนั้นเจ้าสอบสวนแล้ว?จิ้งจอกหน้าบางเปลี่ยนเรื่องอย่างแนบเนียน ซึ่งอีกคนก็ให้ความร่วมมืออย่างดีเช่นเดียวกัน

กลุ่มโจรภูเขาหลางอู่จิ้น ดูจากรายงานก็สามารถพบความผิดปกติได้แต่แรก...โจรภูเขาพวกนี้ได้เบี้ยเลี้ยงจากวังหลวง ข้าวของที่ปล้นจากคลังเสบียงแต่ละเมืองเป็นผลพลอยได้ที่ต้องการปกปิดเรื่องอื่นเท่านั้น

ปกปิดเรื่องอื่น?จินวางถ้วยชาลง หรี่ตาราวกลับกำลังสอบสวนผู้ต้องหา

คนชื่อหนูดำผู้นี้ลึกลับเป็นอย่างมาก วรยุทธ์ลึกล้ำเกินจะเป็นเพียงโจรภูเขา ข้าสอบสวนเขาด้วยตนเอง...สภาพเขาตอนนี้ไม่น่าดูนัก ถึงกระนั้นก็ไม่ยอมปริปากบอกสิ่งใด

คงมิใช่ว่ามาตามหาสิ่งใดกระมั้ง?

ตรงกันข้าม เขามาทำลายหลักฐาน

หลักฐาน...?จินทวนคำ ในหัวเชื่อมโยงเรื่องราวต่างๆ ข้าเข้าใจแล้ว เขาต้องการเผาเสบียงจริงๆ ไม่ใช่เพียงแผนตื้นๆของโจรภูเขา...เช่นนั้นที่เจ้าส่งคนตามหลางอู่เต้าไปก็เสียเปล่า

ถูกต้องจางฮุ่ยเฟิงหยิบขนมออกมาจากด้านในเสื้อแล้วส่งให้จิ้งจอกที่ทำหน้าเหมือนจะแยกเขี้ยว จินรู้สึกคุ้นเคยเปรียบเทียบภาพเหตุการณ์ที่เขายื่นขนมให้เจ้าหมาปอมที่ทำตามคำสั่งสำเร็จได้

นี่แปลว่าจางฮุ่ยเฟิงกำลังให้รางวัลเขา...? เรื่องน่าเหลือเชื่อคือคุณชายจางผู้นี้กลับพกขนมติดตัวตลอดเวลา ถึงกระนั้นขนมหน้าตาแปลกที่ไม่เคยพบเห็นก็ผลักดันให้จิ้งจอกเห็นแก่กินเอื้อมมือไปหยิบมาอยู่ดี

ผู้ให้ขนมจับจ้องอย่างพอใจแล้วจึงอธิบายต่อ นี่เป็นแผนการที่แยบยลมาก เสบียงประจำเมืองถูกยักยอก อีกทั้งยังก่อความวุ่นวายในเขตรัฐจิงหย่วน...ซึ่งตระกูลเฟิ่งครอบครองอิทธิพล นอกจากนี้ยังจำกองทหารที่จักรพรรดิตั้งขึ้นมาเพื่อปราบกองโจรได้หรือไม่? ตระกูลจางไม่ได้สอดมือยุ่งเรื่องนี้ แม่ทัพที่ถูกยกชื่อให้ไปนำทัพคือ...ฮาจีมินห์ บุตรชายคนโตของตระกูลฮา

 จินเดาเรื่องราวได้หกในสิบส่วนแล้ว เรื่องราวเช่นนี้ไม่ว่าจะที่ใดก็ไม่ต่างกันนัก ป้องกันตนเองและฉวยโอกาสโจมตีฝ่ายตรงข้ามไปพร้อมกัน

ถูกต้องจางฮุ่ยเฟิงยิ้มอย่างพอใจ...และจิ้งจอกชาญฉลาดก็ได้ขนมอีกครั้ง ตระกูลใหญ่ห้าตระกูลมีเพียงตระกูลฮาเท่านั้นที่เข้าข้างองค์ชายรองอย่างชัดเจน วันนั้นมีคนจงใจเสนอชื่อฮาจีมินห์ออกไป

คิ้วเรียวขมวดเป็นปม จินเหลือบมองหน้าคนที่อมพะนำ เจ้าจะบอกว่ามีคนจงใจโจมตีองค์ชายรอง? เรื่องแม่ทัพฮาจีมินท์อาจเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ ก่อนปรักปรำควรตรวจสอบให้ชัดเจนเสียก่อน

หากข้ากล่าวว่าตระกูลเฟิงก็หนุนหลังองค์ชายรองเล่า?

รัชทายาทจิ้งจอกแสนรู้ตอบทันควัน ดวงตาสีสว่างหรี่ลงกล่าวด้วยน้ำเสียงดุ เป้าหมายของเจ้าคือสิ่งใด มิใช่สอบวาโยล่องหงส์สร้างรากฐานให้ตนเองหรอกหรือ? ตระกูลจางยังไม่ทันจบสิ้นก็คิดยื่นมือไปยุ่งกับราชบัลลังก์แล้ว?

ข้ารู้ขอบเขตและการป้องกันตนเองดี เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง

คุณชายตระกูลจางยิ้มบางๆ ตามองบุรุษหน้าตาดีที่คิ้วมุ่นจนผูกกัน ริมฝีปากที่เคยสัมผัสขยับเอ่ยถาม อีกเรื่องหนึ่ง เจ้าอธิบายมาว่าวาโยล่องหงส์สอบอย่างไร? จากนี้ไปเจ้าต้องการกระทำสิ่งใดกันแน่

วาโยล่องหงส์เป็นจักรพรรดิที่ออกกฏการสอบทุกปี ได้ตำแหน่งนี้ก็มิต่างไปจากได้ตำแหน่งกุนซือกับแม่ทัพ ทุกปีจะมีการสอบทั้งข้อเขียน ข้อตอบปากเปล่า การประลองคู่สัตว์วิเศษกล่าวถึงตรงนี้จางฮุ่ยเฟิงก็คิดอยากลูบหัวเจ้าจิ้งจอกขนนุ่ม น่าเสียดายที่อีกฝ่ายเป็นร่างมนุษย์อยู่อย่างยิ่ง

เป้าหมายหลังจากนี้ของข้าคือการแก้แค้นตระกูลจาง ผู้ที่สังหารมารดาข้าย่อมต้องได้รับการชดใช้

นอกจากนี้เล่า?

จางฮุ่ยเฟิงเลิกคิ้วทวนคำ เจ้าหมายความว่าอย่างไร

เรื่องบัลลังก์เป็นหน้าที่ของจักรพรรดิ เจ้าไม่จำเป็นต้องสอดมือเข้าไปยุ่งกับเรื่องที่เกินตัว

เรื่องนั้นทำไม่ได้

ดวงตาสีสว่างวาวโรจน์ ใบหน้าเปลี่ยนเป็นดุจนน่าหวาดหวั่นในทันที เจ้าปฏิเสธคำพูดข้าอีกแล้วหรือ?

ไม่ใช่เช่นนั้น เป็นเพราะว่าเจ้าเป็นจิ้งจอกอนธการด้วย ไม่ต่างไปจากสมบัติของแคว้น...แม้ยามนี้จะไม่มีเรื่องใด ทว่าพวกเขาล้วนจับตามองอย่างใกล้ชิดทั้งสิ้น อีกทั้งหลังจากข้ากลับมาก็มีเทียบเชิญมามากมาย หากจะกล่าวว่าอย่าสอดมือก็นับว่าสายเกินไป

ข้าจะไม่ยุ่งกับ.....เสียงดุเอ่ยถึงตรงนี้ก็ชะงักกึก หันไปจับจ้องทางหน้าเรือน จางฮุ่ยเฟิงทำหน้าไม่ชอบใจในทันทีที่ถูกขัดจังหวะ ใบหน้าหล่อเหลามองตามสายตาไปเช่นเดียวกัน

เป็นบุรุษหนุ่มที่คุ้นเคย ยังคงมีรอยยิ้มกรุ้มกริ่มอย่างบุรุษเจ้าสำราญ

คนของพรรคตาข่ายฟ้ามาทำอะไรที่นี่?

ขุนพลแห่งเมืองจิงหย่วนเหตุใดจึงพูดเช่นนั้นเล่า? เดิมทีเราห้าคุณชายก็มิใช่ไม่เคยไปมาหาสู่กันนาเทียนตงเดินเข้ามาในเรือนอย่างถือวิสาสะ ใบหน้ายิ้มกว้างอย่างไม่สะทกสะท้าน ชายหนุ่มเจ้าสำราญเดินเข้ามาคล้องคอคนในเรือนราวกับสหายสนิท

...เนื่องจากเป็นการเลือกแสดงความสนิทสนมผิดคน จินเคลื่อนกำลังภายในมาบนฝ่ามือ ใช้ออกซึ่งท่าจู่โจมฉับพลันทุ่มนาเทียนตงลงบนพื้นดังลั่นอย่างไร้ความปราณี เจ้ามามีธุระอันใด?

เจ้ายังไม่ยอมเปลี่ยนใจอีกหรือ? ช่วงนี้พรรคของเราเจอเรื่องร้ายไม่หยุด สมาชิกพรรคโดนกวาดล้างอย่างต่อเนื่อง พวกเราต้องการคนเช่นเจ้าจริงๆ เจ้าไม่มีพรรคเหตุใดจึงไม่ยอมเก็บไปคิดดูเล่า?ราวกับแมลงที่ฆ่าไม่ตาย นาเทียนตงผุดลุกขึ้นนั่ง มือคว้าชายเสื้อขาวตัดพ้อ

จินเหลือบมองคุณชายจางที่นั่งเงียบขรึม ผู้เป็นสาเหตุของการที่พรรคตาข่ายฟ้าโดนกวาดล้าง อันที่จริงต้นเหตุที่พรรคโชคร้ายเช่นนั้น เป็นเพราะคนน่ารำคาญผู้นี้มาตื้อเขาไม่หยุดไม่หย่อนนั่นเอง

เจ้ามันหน้าหนาจริงๆ เหตุใดจึงไล่ไม่ไปเสียที

มาเข้าพรรคตาข่ายฟ้าเราเถิดดดนาเทียนตงยังคงพูดพร่ำวนไปวนมาด้วยประโยคเดิม แม้ว่าจะโดนปลายเท้าเขี่ยทำร้ายจนหน้าเหยเก จิ้งจอกในร่างมนุษย์พยายามยกเท้าออกจากวงแขนของคนหน้าหนา

หากข้าเข้าร่วมจริง ไม่พ้นต้องไปเลื่อยขาเก้าอี้ประมุขเจ้าแน่

เจ้าเลื่อยได้ก็เลื่อย! ผู้ใดสนว่าประมุขจะเป็นใคร!” นาเทียนตงคล้ายมีความหวัง ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนจับเอามือขาวซีดมาเขย่าไม่หยุด เจ้าสนใจ? เจ้าสามารถไปสู้กับท่านประมุขได้เลย! พรรคของเราเป็นอันดับสามในยุทธภพ เจ้ายังได้คนของเราไปใช้อีกมากมายด้วย!....”

ผู้ที่พยายามขายพรรคตนเองก็เอ่ยปากไปเรื่อย จินค่อนข้างสนใจ เขาไม่อยากยุ่งกับการเมืองหรือสงคราม ทว่าหากเป็นการต่อสู้ในยุทธภพแล้วกลับชมชอบอย่างยิ่ง เวลาสองปีที่ผ่านมาก็โลดโผนไปทั่ว สร้างชื่อเสียงให้ตนเองไม่น้อยเช่นกัน

ท่านพี่นาเทียนตง

จางฮุ่ยเฟิงเอ่ยขัดขึ้นมา ริมฝีปากได้รูปยิ้มบางๆ...

นาเทียนตงหันกลับไปสายตาเจ้าชู้เป็นประกายวิบวับ เจ้าว่าอย่างไร?

ข้าสนใจพรรคของท่าน อย่างไรก็มาคุยรายละเอียดกันดีหรือไม่?คุณชายตระกูลจางค่อยๆลุกขึ้น ร่างสูงใหญ่เดินเข้าใกล้...ทุกการเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างราบรื่น มือหนาค่อยๆแยกมือทั้งสองออกจากกันอย่างนิ่มนวล...

นาเทียนตงคราแรกดีใจเป็นอย่างมาก ไม่ได้สนใจมือตนเองที่ถูกดึงออก มองใบหน้าที่ยิ้มอ่อนโยนด้วยความยินดี... ทว่าพอมองดวงตาสีเทาดุดันประจำตัวตระกูลจางกลับจนลุกซู่ขึ้นมา

...มันไม่ยิ้มแม้แต่น้อย...ไร้ประกาย คมกริบจนแทบจะทิ่มร่างกายจนรูพรุน!

ช้าก่อน

จินที่ไม่ได้มองเหตุการณ์ในห้อง หมกมุ่นครุ่นคิดกับตนเองเสร็จก็เอ่ยขัดขึ้นมา บุรุษทั้งสองในห้องจ้องมองมาเป็นตาเดียว...หนึ่งกำลังมองราวกับขอความช่วยเหลือ... สองกำลังมองเรียบเฉย ทว่ารอบตัวคล้ายมีเมฆฝนทึบปกคลุมอยู่ จิ้งจอกชาญฉลาดรู้สาเหตุแต่จงใจที่จะมองข้ามมันไป

เจ้าลองเล่าผลประโยชน์ของพรรคให้ฟังอีก

จิน!” “จิน!”

จู่ๆ คนทั้งสองในห้องก็กล่าวพร้อมกันกระทันหัน คนหนึ่งยินดีเป็นอย่างยิ่ง ส่วนอีกคนหนึ่งเสียงทุ้มเข้มต่ำจนดุดัน

เจ้าสนใจ!” นาเทียนตงยินดีมากเกินไป ชายหนุ่มเจ้าสำราญลืมเลือนรอบข้างหมดสิ้น ด้วยนิสัยส่วนตัวแสนเสเพลร่างกายจึงทำตามสัญชาตญาณวิ่งเข้าไปจะกอดอย่างดีใจตามประสา

จางฮุ่ยเฟิงคว้าคอเสื้อไว้ก่อน เขากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลดุจขุนพลกล่าวกับม้าศึกคู่ใจ ข้าก็สนใจเช่นเดียวกัน แต่เราต้องการชมฝีมือของท่านที่เป็นถึงผู้ช่วยรองประมุขพรรคตาข่ายฟ้าดูเสียก่อน

เรื่องนี้ลองประมือดูก็ย่อมได้นาเทียนตงไม่ปฏิเสธ เดินตามแรงลากของคุณชายจางออกไปสวนแต่โดยดี ช้าก่อน เจ้าทราบได้อย่างไรว่าข้าเป็นผู้ช่วยรองประมุข!? นี่มันเรื่องภายในของพรรค?

จางฮุ่ยเฟิงเมินเฉย เดินทิ้งระยะห่างออกไป รับมือ

ดวงตาเจ้าชู้เบิกกว้าง ทว่ากลับไม่มีเวลาให้คับข้องใจนาน...ขุนพลผู้ห้าวหาญที่เพิ่งปราบโจรภูเขาแตกพ่ายชักกระบี่ตนเองออกจากฝัก ดวงตาดุดันคมกริบราวกับต้องการบดขยี้ศัตรูในสงคราม

นี่ไม่ใช่เพียงการประมือต้องการทราบฝีมือหรอกหรือ...?

นาเทียนตงยกกระบี่รับความรุนแรงที่ฟาดฟันปะทะ เหงื่อผุดขึ้นมาบนใบหน้าอย่างงุนงง ชายหนุ่มโดนไล่ต้อนไม่สามารถสู้ได้เลยแม้แต่น้อย ทางฝ่ายที่ได้เปรียบไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวแห่งความเห็นใจ ฟาดฟันกระบี่แต่ละครั้งรุนแรงยิ่ง

ชะ...ช้าก่อน!”

เหวอ!”

สหายเจ้าไม่ต้องจริงจังเยี่ยงนั้น!”

ท่านพี่นาเทียนตงล้อข้าเล่นแล้ว นี่เป็นเพียงลงแรงวัดฝีมือเท่านั้น...ผู้ช่วยรองประมุขของพรรคอันดับสามอย่างท่านจะถือว่ายากลำบากได้อย่างไร?ใบหน้าหล่อเหลาองอาจยกยิ้ม ในใจเป็นอย่างไรผู้ใดสามารถทราบได้?

...ทว่าหากนาเทียนตงหันไปถามจินแล้ว บางทีอาจได้รับคำตอบบ้าง

จิ้งจอกที่ยืนกอดอกดูอยู่ข้างสนามท่าทางพออกพอใจเป็นอย่างยิ่ง ชมดูราวกับการแสดงเรื่องหนึ่ง หากที่ด้านข้างมีขนมคาดว่าคงถูกนำมาทานประกอบไปแล้ว เพลงกระบี่ของจางฮุ่ยเฟิงเฉียบขาดมากกว่าเดิม เก็บงำประกายมากยิ่งขึ้น...ลึกล้ำจนมิอาจคาดเดา เพลงกระบี่ของนาเทียนตงมิใช่หวังผลทันที ต้องใช้เวลายืดเยื้อดังนั้นจึงเสียเปรียบอย่างยิ่ง

อืม...ฝีมือดีขึ้นอย่างมาก... จินชมดูไป ในใจอดมีความภูมิใจต่อศิษย์ตนเองเล็กน้อยมิได้ เพลงกระบี่ของคุณชายจางนอกจากมู่ฟงแล้วก็มีเขาอีกคนหนึ่งช่วยสั่งสอน แม้ว่าการเห็นผู้ที่เราสั่งสอนมาเติบโตจะทำให้พอใจอยู่บ้าง...ทว่ากลับเทียบมิได้เลยกับความพอใจเมื่อเห็นชายหนุ่มผู้ไม่รู้ใจตนเองหงุดหงิด

รอจนนาเทียนตงลงไปนอนแผ่กับพื้น อ้าปากตะโกนยอมแพ้ติดๆกัน จางฮุ่ยเฟิงถึงยอมรามือ

เจ้าร่ำเรียนเพลงกระบี่จากจินใช่หรือไม่? ท่วงท่าของเขาข้าจดจำได้มิมีวันลืม!” ผู้ที่แพ้กล่าวด้วยความประทับใจ ไม่สามารถทราบได้เลยว่าตนเองไปก่อความแค้นกับคนที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง

พวกท่านเคยสู้กัน?

ใช่แล้ว ข้าแอบติดตามเขาไปทั่วในสองปีมานี้ ดังนั้นเราจึงมีโอกาสสู้กันบ้า...อุ๊บ!” นาเทียนตงกลิ้งตัวหลบมีดสั้นที่พุ่งเข้ามาปักตำแหน่งความเป็นชาย ในใจมองไปยังมีดที่ปักอยู่กับพื้นรู้สึกเสียววาบ

หากเจ้ายังไม่อยากให้พรรคตาข่ายฟ้าถึงจุดจบก็หัดเงียบปากเสียบ้าง เป็นจินที่ปามาจากระยะไกลด้วยความหวังดี

ข้าไม่พูดแล้ว! เฮ้อ...แม้กระทั่งคุณชายจางยังเก่งกาจขึ้นถึงเพียงนี้ ดูท่าข้าจะอ่อนซ้อมไปแล้วจริงๆ

จางฮุ่ยเฟิงที่คลายโทสะดับไปแล้วส่วนหนึ่งส่งมือให้คนพื้นจับลุกขึ้น

ว่าแต่ได้ข่าวคราวว่าในที่สุดเจ้าก็ได้สัตว์วิเศษแล้วหรือ? ทางตระกูลจางเก็บเงียบเป็นอย่างมาก นอกจากพวกเราที่รู้กันอย่างลับๆแล้วล้วนไม่มีทราบอีกนาเทียนตงยังคงกล่าวผูกมิตรไปเรื่อยตามประสา พลันรู้สึกมือที่จับยึดเพื่อลุกขึ้นยืนถูกบีบแน่นจนสะดุ้ง

ท่านกล่าวถูกต้องแล้ว

 จิ้งจอกหูไวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ยังคงยืนที่เดิมรอคอยชมดูเรื่องราว

นาเทียนตงขยับเข้าใกล้ แขนคล้องคอคนที่สูงกว่าลงมาต่ำกระซิบถามราวกับกลัวผู้ใดได้ยิน คนอย่างข้าไม่ชอบกล่าววกไปวนมาเสียด้วย พี่น้องเราคนกันเองบอกมาเสียดีๆว่าเจ้าไปพบเจอถูกตาต้องใจกับสัตว์ระดับบรรพกาลได้อย่างไร?

เรื่องนี้.....ดวงตาสีเทาไร้ประกายมากยิ่งขึ้นไปอีก ทั้งยังมีความมืดมนปะปนอยู่ด้วย เดิมทีชายหนุ่มไม่ชอบให้ใครสอดมือมาวุ่นวายเรื่องของตนเองนัก และยิ่งเป็นเรื่องของจิ้งจอกอนธการแล้วยิ่งถือว่าเป็นเรื่องต้องห้าม

ยังดีที่ครานี้นาเทียนตงไม่ได้ยินดีจนน่ามืดตามัวมาก ดวงตาสังเกตเห็นแรงกดดันอันตรายที่แผ่ออกมา ใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายมิทราบว่าเหตุใดจึงดูน่ากลัวขึ้น

ดังนั้นจึงแสร้งหัวเราะกลบเกลื่อนพลางกล่าว ข้านี่หลงลืมไปเสียได้ เรื่องความลับเช่นนี้หากรู้กันหมดผู้คนของหาสัตว์วิเศษระดับบรรพกาลเจอหมดแล้ว พี่น้องจางวันนี้ถือว่าข้าเสียมารยาทเอง

จางฮุ่ยเฟิงปรับสีหน้าทันที ยกยิ้มประจำตัว ไม่เป็นไร ให้ข้าไปส่งท่านหน้าเรือน

จินมองการไล่แขกแบบแนบเนียน กระทั่งจะจัดการเพราะความหึงก็ยังแนบเนียนเช่นเดียวกัน จิ้งจอกในร่างมนุษย์ไม่รอให้คู่สัญญาของตนเองเดินกลับมา ร่างสูงระหงหยิบกล่องขนมหน้าตาแปลกประหลาดแล้วเดินไปนั่งทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ขนแกะตัวโปรด

หลังจากแอบด่านาเทียนตงอย่างแนบเนียนที่หน้าเรือนไปอีกรอบ จางฮุ่ยเฟิงเดินกลับมาก็เห็นเจ้าจิ้งจอกต้นเหตุที่ทำให้ตนเองอารมณ์ขึ้นลงทั้งวันกำลังนั่งกึ่งนอนทานขนมอย่างไม่ทุกข์ร้อน น่องขาเรียวที่โผล่พ้นอาภรณ์ออกมาถูกชันตั้งไว้ ชายหนุ่มที่ชอบคิดเตลิดไปไกลได้แต่ถอนหายใจ เดินไปจับข้อเท้าดึงขาลงให้เรียบร้อย

เจ้าไม่ได้อยู่ในร่างจิ้งจอก

เจ้าไม่พอใจอะไรวันนี้?จินเมินคำก่อนหน้า พลางถามอย่างสนใจใคร่รู้ในคำตอบ

สำหรับข้าเรื่องสัตว์วิเศษที่เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ข้าไม่ชอบให้ใครกล่าวถึงหรือวุ่นวายนักจางฮุ่ยเฟิงขมวดคิ้ว สายตามองจิ้งจอกในร่างมนุษย์ที่ยังคงทำตัวเคยชินกับการเป็นจิ้งจอก

ก่อนหน้านั้นไปอีกเล่า?

ก่อนหน้านั้น?

จินเริ่มรำคาญ เสียงเรียบกล่าวตรงๆขึ้นมาทันที เจ้าไม่พอใจนาเทียนตง

หรือเจ้าถูกใจ?

ใบหน้าหล่อเหลาถามด้วยน้ำเสียงปกติ มุมปากยังประดับด้วยรอยยิ้มเมื่อสบตากันอย่างไม่มีพิรุธ ดังนั้นจิ้งจอกที่ถือว่าตนเองเป็นคนแก่ตั้งใจจะกลั่นแกล้งหยอกล้อเด็กคืนบ้างเล็กน้อย

หากว่าเป็นเช่นนั้นเล่า? เขาก็มิใช่คนไม่ดี เสียเพียงแต่น่ารำคาญเท่านั้น

เจ้าหลอกข้าไม่ได้คุณชายตระกูลจางกล่าวอย่างถือดี เจ้ามิมีทางถูกใจ อยู่ด้วยเพียงชั่วยามก็คาดว่าคงโยนนาเทียนตงทิ้งไว้ในที่ลับตา

จินหรี่ตามอง เจ้าจะรู้ได้อย่างไร?

ข้าเคยกล่าวแล้ว จางฮุ่ยเฟิงยกยิ้มมุมปาก ดูชั่วร้ายราวกับจะกล่าวว่า แล้วเจ้าหลอกข้าได้หรือที่ผ่านมา?

ข้าเบื่อเด็กแก่แดดอย่างเจ้าจริงๆ

หลังจากกล่าวจบบุรุษหล่อเหลาที่นั่งพิงเก้าอี้ก็กลับกลายเป็นจิ้งจอกสีดำสนิท หางทั้งเจ็ดขยับเคลื่อนไหวไปมา ใบหน้าฟุบอยู่กับเบาะขนแกะราวกับขี้เกียจสนทนาต่อ

ก่อนออกไปเหลาอาหารอยากให้ข้าหวีขนให้หรือไม่?

แน่นอนว่าเรื่องสบายตัวที่คนรับใช้ส่วนตัวลำดับสองอาสาทำให้ เหตุใดจะต้องปฏิเสธเล่า?

จิ้งจอกอนธการกระโดดลงไปบนตักอีกฝ่ายด้วยความเคยชิน อย่างที่หากเป็นร่างมนุษย์คงมิมีทางกระทำเด็ดขาด ดวงตาเรียวแหลมหดเล็กลงเมื่อสัมผัสความร้อนของฝ่ามือที่กำลังลูบหัว...และจงใจสัมผัสใบหูที่ชื่นชอบ

สัตว์ขนฟูเหลือบตามองจางฮุ่ยเฟิงที่เคยกล่าวไว้ว่ารู้จักเขาดีเป็นอย่างยิ่ง ดวงตาสีเทามองสบกลับมาสามารถสัมผัสได้ถึงความรู้สึกบางอย่าง...

น่าเสียดายอีกฝ่ายกลับไม่รู้จักตนเองแม้แต่น้อย...

 

เซี่ยจวิน มู่ฟงและถิงถิงกลับมาจากด้านนอกก็เห็นเจ้านายตนเองที่มีจิ้งจอกสีดำอยู่ในอ้อมแขน มือหนากำลังลูบขนสีดำสนิทอย่างเบามือราวกับเป็นของล้ำค่า... มิใช่ว่าพวกเขาไม่เข้าใจ สำหรับนายน้อยแล้วจิ้งจอกอนธการตัวนี้คงเป็นของล้ำค่ามากที่สุดในชีวิตจริงๆ

เดี๋ยวเราจะออกไปเหลาอาหาร

ว้าว!”

เซี่ยจวิ่นดูท่าทางยินดี ก่อนจะตามไปช่วยถิงถิงยกขององครักษ์หนุ่มก็ส่งม้วนกระดาษคล้ายสัญญาให้... มู่ฟงก็เช่นกัน เพียงแต่เปลี่ยนเป็นจดหมายฉบับเดียวเท่านั้น

จางฮุ่ยเฟิงรับของไปยังไม่เปิดในทันที ชายหนุ่มเก็บมันไว้กับตัว

ข้าจะไปปลุกจิน

กล่าวจบมือหนาก็หิ้วเจ้าจิ้งจอกเดินหายวับเข้าห้องไป ทิ้งให้มู่ฟงผู้เหลืออยู่คนเดียวมองอย่างตื่นตะลึง

องครักษ์หนุ่มรู้จักนายน้อยลำดับห้าของตนเองดี ที่ผ่านมาร้อยวันพันปีอยู่ต่อหน้าผู้อื่นยังพอแสร้งยิ้มแสร้งเป็นห่วงเป็นใย หรือทำเรื่องเล็กน้อยบ้าง... นอกจากถิงถิงแล้ว มู่ฟงไม่เคยเลย...เขาไม่เคยเห็นนายน้อยยอมกระทำเรื่องเอาใจมากมายเยี่ยงนี้ด้วยรอยยิ้มจริงใจราวกับต้องการทำให้ ใช้เงินจับจ่ายซื้อของให้ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เดิมทีคาดคิดว่าเป็นการซื้อใจผู้มีความสามารถหรือสหายสนิท แต่ยามนี้คงสามารถกล่าวได้ว่ามากเกินเลยไปอย่างยิ่ง

                นายน้อย...ท่านจะรู้ตัวบ้างหรือไม่?







#TALK with LLwuda

          Happy Newyear 2016 อย่างเป็นทางการอีกทีค่ะ ปีหน้าก็ยังคงขอฝากนิยายของเราไว้ในอ้อมกอด(และไต)ของทุกคนเช่นเคยนะคะ คาดว่าปีหน้าคงมีเรื่องอื่นตามมาอีก

          ในปีที่ผ่านมาเรื่องอนธการจิ้งจอกเขียนยากที่สุดค่ะ555 ฉากสวีทปกติควรเป็นเรื่องหวานๆทำไมของเรื่องนี้ถึงกลายเป็นจำพวกหวีขนอาบน้ำไปได้ เขียนยากที่ความรู้สึกตัวละครค่ะ(พวกนายช่างซับซ้อน)เฟิงเฟิงทำเอาเรารักพระเอกอย่างไรเซลไปเลย(อันนี้เรื่องคีตาค่ะ) ทางนู้นเขาหยิ่งจองหองข้าจะเอาไม่พอใจก็ฆ่าเสีย ชัดเจนดี ดราม่าด้วยเราชอบเขียน...<<เปิดเผยความจริง

          เฟิงเฟิงหมาป่าของเรา ต้องค่อยๆรุกค่ะ จิ้งจอกหนีไวตื่นตกใจง่าย(แล้วการจูบเลยคืออะไร)

          เรื่องอนธการจิ้งจอกนี้เราพยายามเขียนให้มันสนุกแบบยิ้มเล็กยิ้มน้อยค่ะ(แต่อย่าเชื่อเรามาก /อ่าว) พยายามเขียนให้อ่านกันอย่างสบายๆเพลินๆรู้สึกตัวอีกทีก็หมดหน้ากระดาษ55 พยายามเขียนให้ชัดเจนเลยว่าคนแบบนี้เป็นคนอย่างไร เพราะสภาพแวดล้อมแบบนี้จึงกลายเป็นคนแบบนี้ เช่นจินที่ทำตัวเป็นจิ้งจอกมาสิบๆปี ตอนนี้ก็เคยชินกับการเกลือกกลิ้งใช้อุ้งเท้าแล้ว


#TALK2

          ไปว่าแต่เขาไม่รู้ใจตนเอง เจ้าจิ้งจอกของเราก็น่าตีเช่นเดียวกันค่ะ ฮา ตอนนี้คำที่ทำให้จินหลุดจนหัวหมุนไม่พอใจได้ก็เป็นเชิงไม่เชื่อฟังคำสั่งหรือปฏิเสธตัวเขาในฐานะสัตว์วิเศษ พอใจเป็นอย่างมากที่รู้สึกถูกได้รับความสำคัญ เพราะว่า ในอดีตจินโดนแฟนหนุ่มหลอกมา สำหรับแฟนหนุ่มที่ว่าในเมื่อไม่จริงใจตั้งแต่แรกในอดีตจึงไม่เคยได้รับความรักและรู้สึกสำคัญแบบนี้ ช่วงนี้เลยสนุกกับการปั่นหัวคุณชายจางเล่นโดยไม่รู้ตัวค่ะ เป็นคนที่นิสัยแย่จริงๆ55

          ส่วนจางฮุ่ยเฟิงได้แต่กล่าวว่า จิ้งจอกของเราเป็นสิ่งเล่อค่าในชีวิตจริงๆค่ะ555 ดังนั้นคุณชายจางของเราจะจับบูชาเช้าเย็น ดูแลทะนุถนอม เอาใจจนเหลิงก็ไม่แปลก

          เสี่ยวผานที่อยู่ในช่วงหวงผู้ปกครองระยะปลาย หลังจากเครียดกับนิสัยหวงจินของตนเองไปพักหนึ่ง ผ่านมาสองปีเขาก็ทำใจขึ้นได้บ้างแล้ว (อันนี้เพราะอะไรกันนะ?)


#TALK3

          มีสามทอล์คจนได้ จะบอกว่ายังเปิดไปร่วมลุ้นส.ค.สในเพจของเราถึงเที่ยงคืนนี้นะคะ (พออ่านมาถึงตรงนี้คงหมดเวลาพอดี........)

 

          แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ <3 ด้วยรักถึงเหล่าทาสจิ้งจอกทุกท่าน 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 511 ครั้ง

140 ความคิดเห็น

  1. #8171 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 19:29

    ขนาดมู่ฟงยังดูออกว่าเฟิง เป็นชายตัดแขนเสื้อเลยอ่ะ เจ้าตัวทำไมถึงซึนขนาดนี้

    #8171
    0
  2. #8074 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 20:49

    ทำหมดทุกอย่างแล้ว ยกเว้นรู้ใจตัวเอง จะสงสารหรือสังเวชดี 555555

    #8074
    0
  3. #7978 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 19:57
    แบบนี้เค้าเรียกว่าศีลเสมอกัน 5555 ฉลาดรู้ทันอีกฝ่าย แต่แค่ฮุ่ยเฟิงไม่รู้ตัวเอง ตลกกกก!!! เอาเถอะๆ ฮุ่ยเฟิงไม่โง่ เด๋วก็ตกหลุมจิ้งจอกนั่นแหละ ส่วนเรื่องการเมืองตะกูลนั้น น่าสนใจอ่ะ อยากรู้ว่าฮุ่ยเหิงจะทำได้ขนาดไหนกัน พ่อหมาป่าาา
    #7978
    0
  4. #7923 RISAL (@pwangthiyxng) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 09:01
    คิ๊กค๊ากกกกกกก
    #7923
    0
  5. #7851 luhan7_lulu (@luhan7_lulu) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 19:53
    กี้ดก้าด
    #7851
    0
  6. #7808 LuckyStar1006 (@AinSuchada) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 09:04
    คนอื่นดูคุณเฟิงออกหมด แต่คุณเฟิงนี่ยังไม่รู้ใจตัวเองเลยจ้า 5555
    #7808
    0
  7. #7765 zxcnonnam12345 (@zxcnonnam12345) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 19:21

    เมื่อไหร่จะรู้ใจตัวเองน้าา
    #7765
    0
  8. #7740 Jolly CCP (@c1chonlana) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 12:45
    เริ่มรู้กันหมดแล้ว ยกเว้นพระเอกเราที่ยังไม่รู้ความรู้สึกตัวเอง
    #7740
    0
  9. #7699 Hazel_9502 (@pookiejj) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 22:22
    ฉากหวานหวีขนก็น่ารักดีค่าา สัมผัสได้ถึงควาทนุ่มนิ่มของเจ้าจิ้งจอกเลยย
    #7699
    0
  10. #7650 4KKWAN_ (@4KKWAN_) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 00:46
    เริ่มมีความสัมพันธ์อันดีงามแล้วค่ะ กี้ดดด
    #7650
    0
  11. #7278 Plankton J (@jthida) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 12:30
    คนรับใข้ส่วนตัวลำดับสอง5555555555
    #7278
    0
  12. #7120 มูมู (@mumuka) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 22:27
    เฟิงหึงโหด เนียนอีก 5555
    #7120
    0
  13. #7060 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 02:34
    ได้กลิ่นน้ำส้มหึ่งเลย5555
    #7060
    0
  14. #6988 ZaDLY (@CreepyAgain) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 19:18
    เราสงสัยนะว่าจินไม่ได้มีท่าทางชอบ
    ไม่ใช่คนสติแตกง่าย เรื่องพวกนี้น่าจะเจนจัด
    ไรค์แต่งไม่ตรงคาแรกเตอร์เริ่มต้นของจินเลย
    #6988
    1
  15. #6922 OverOzone (@namwanny42) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 02:12
    นายเจ้าเห็นไหมมีแต่คนดูออก
    #6922
    0
  16. #6873 tor_kub (@torlovetran) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 14:04
    ชอบค่ะ ว่าแต่ เหลาอาหาร หมายถึงอะไร?
    #6873
    1
    • #6873-1 Slyvester (@areeya-aoy) (จากตอนที่ 33)
      3 มีนาคม 2560 / 17:55
      เหลาก็ภัตรคารหรือโรงเตี๊ยมนี้แหละค่ะ
      #6873-1
  17. #6709 -Shawty- (@tumbmong) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 02:49
    หึงเขาขนาดนี้แล้วนีงไม่รู้ตัวอีกเจ้าทาสส โดนควีนปั่นหัวยาวไปเลยนะ

    ว่าแต่ รุ้สึกว่าคุณชายจางแลจะหึงได้โหดระดับนึงเลยนะเนี่ย นี่ขนาดยังไม่รุตัวนะว่ารุสึกยังไงกับจินจิน ถ้ารู้สึกตัวแล้วนี่ ..ไม่อยากจะคิดสภาพคนที่เข้ามายุ่งด้วยเล้ยยยย
    #6709
    0
  18. #6677 f_onp97 (@bonjour0301) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 21:40
    ฉากดึงขาลงนั่นอะไร ฮืออออ -.,-
    #6677
    0
  19. #5692 Butterfly DN. (@babyll) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 17:51
    คึคึ ชอบเวลาเฟิงเฟิงหึงจังเลยอ่ะ นางหึงโหดนะเนี่ยย
    #5692
    0
  20. #5468 ขนมหวานนมสด (@mikilovesj) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 16:21
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านค่ะ
    #5468
    0
  21. #5320 Kimiko Saruwatari (@kimiko-39) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 20:11
    ชอบตอนเฟิงเฟิงเนียนจับมือเทียนตงออกจากจิน 5555 เนียนมาก! และเชื่อว่ายังเนียนต่อได้อีกไม่รู้จบ ><
    #5320
    0
  22. #4892 c h e r . (@cherry_shawol) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 เมษายน 2559 / 16:37
    ลอบตอนเฟิงดึงขาจินที่ชันอยู่ลงอ่ะ น่าร้ากกกกกกก -//-
    นาเทียนตงตลกอ่ะ ขำค่ะ 5555555
    #4892
    0
  23. #4739 นุงแมว ^^ (@nuiland) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 28 มีนาคม 2559 / 02:19
    ดีงามค่อยๆฟินที่ละนิดที่ละนิดจิตเบิกบานสะพรั่ง เฟิ่งๆหนูรู้ตัวได้แล้วลูกสหายข้างตัวรู้กันหมดแล้ว
    สนุกมากฟินมาก(ยกความดีนี้ให้ไรท์)สู้นะคระ #อ่านจนไม่หลับไม่นอนเลยทีเดียว
    #4739
    0
  24. #4599 Last' Au (@WorldofWish) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 17 มีนาคม 2559 / 19:12
    ดีแล้วค่ะ ที่ค่อยเป็นค่อยไป จะได้รับรู้ได้ถึงแก่นของความวาย แบบนี้น่ารักดีค่ะ
    เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #4599
    0
  25. #4494 โย้ช! (@theblinks) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 มีนาคม 2559 / 21:52
    เฟิงคือฉายแววพระเอกขึ้นทุกตอนๆ เก่งขึ้นเรื่อยๆเลย
    #4494
    0