✦ อนธการจิ้งจอก ✦ BL, YAOI [END]

  • 99% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 506,841 Views

  • 8,277 Comments

  • 13,421 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    5,466

    Overall
    506,841

ตอนที่ 34 : เทศกาลชมดอกไม้ (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25833
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 520 ครั้ง
    27 ก.ค. 60








บทที่ 33

เทศกาลชมดอกไม้(1)


               

                มีผู้คนอยู่ประเภทหนึ่งที่ไม่กลัวความตาย มิใช่ว่าพวกเขากล้าหาญหรือแน่วแน่...แต่เป็นเพราะพวกเขาไม่ทราบว่าตนเองจะต้องตกตาย คนประเภทนี้จัดอยู่ในกลุ่มคนที่เรียกว่าโงเง่า

                และโง่เง่ามากๆ...

                นาเทียนตงมาหาจินที่เรือนถี่ขึ้นเรื่อยๆ ถึงขนาดที่ยามนี้กลายเป็นมาเยี่ยมเยียนทุกวัน ดูท่าหากวันไหนไม่ได้ยินเสียงด่าทอหรือลงไม้ลงมือคาดว่าคงนอนไม่หลับ แน่นอนว่าคุณชายจางซึ่งเป็นผู้ร่วมอาศัยอีกคน เป็นคนไล่คนโง่เง่าที่ว่านี้ออกไปด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนทุกครั้ง

บุรุษเสเพลผู้นี้ทราบดีแก่ใจว่าพี่น้องจางฮุ่ยเฟิงของตนเองนั้น ภายใต้ใบหน้าที่ยิ้มแย้มกลับมีระลอกคลื่นแห่งความโกรธ

                ...ถึงกระนั้นก็สนุกสนานกับการทำตัวเช่นนี้อยู่ดี

                หนักข้อเข้านาเทียนตงก็ถึงกับพาเหล่านางสนมของตนเองมาเยือน เหล่าอิสตรีหยอกล้อเสี่ยวผานจนแพทย์หนุ่มต้องเดินหนีอย่างหัวหมุน พวกนางสนใจใคร่รู้ในตัวบุรุษหนุ่มรูปงามทั้งสองที่นาเทียนตงแนะนำเป็นอย่างมาก ทว่าคุณชายทั้งสองผู้หนึ่งยิ้มแย้มกับอีกผู้หนึ่งมีสีหน้าน่ากลัวอย่างยิ่ง ดวงตาที่เล็กเรียวสวยงามราวกับกำลังเว้นระยะห่างอย่างโจ่งแจ้ดูราวกับเขาและพวกนางอยู่คนล่ะฝั่งชั้นฟ้า

                พวกนางตัดสินใจเคลื่อนไหวหยอกล้อเข้าใกล้จางฮุ่ยเฟิงแทน ชายหนุ่มยิ้มแย้มทั้งยังมีรูปร่างกำยำองอาจ เปี่ยมไปด้วยสเน่ห์แห่งแม่ทัพยิ่งนัก ปฏิเสธพวกนางอย่างนิ่มนวลไม่รุนแรง ใช้คำสุภาพยามกล่าววาจา

                ทว่าหลังจากไล่นาเทียนตงกลับไปได้แล้ว ตกกลางคืนคุณชายจางกลับต้องทะเลาะกันอุตลุดกับเจ้าจิ้งจอกของตนเองหลายยกแทน กว่าจะลากสัตว์ขนฟูมานอนบนเตียงนิ่งๆ รำคาญจนยอมให้กอดได้

                นี่เป็นอีกครั้งที่ผู้ร่วมอาศัยในเรือนต้องพากันทำเป็นหลับตาข้าง ไม่รู้ไม่เห็นกับเหตุการณ์คล้ายคู่รักหยอกล้อกันเช่นนี้

 

                วันเวลาผ่านไปจินก็ไม่ได้ทำสิ่งใดอีก นอกจากช่วยเป็นคู่ซ้อมกระบี่ให้จางฮุ่ยเฟิง ชายหนุ่มพยายามเป็นอย่างมากในการสอบวาโยล่องหงส์ครานี้ น้อยยิ่งนักที่จะออกจากเรือน ต้องการสิ่งใดก็เป็นเซี่ยจวิ่นกับมู่ฟงที่เคลื่อนไหว

                คราก่อนมู่ฟงกลับมาพร้อมโฉนดที่ดิน จินรู้เรื่องอีกทีก็พบว่ามีการสร้างจวนขนาดกลางหลังใหม่ขึ้นในเมืองหลวงเสียแล้ว แน่นอนว่าจวนที่ว่านั้นก็เป็นของผู้พักอาศัยร่วมเตียงอยู่ทุกวัน อีกฝ่ายเพียงแค่กล่าวว่าลืมบอกเขาเท่านั้น

                อย่างจางฮุ่ยเฟิงหรือลืมเลือนเรื่องเช่นนี้?

                เด็กโง่งมผู้นี้รู้ดีแก่ใจว่ามิอาจหลอกเขาได้ แต่ก็ยังไม่ยอมกล่าวความจริงเช่นกัน

                ...ช่างเป็นคนที่เก็บทุกอย่างไว้ในใจโดยแท้

                ถึงกระนั้นแล้วมาถึงยามนี้ไม่ทราบว่าอีกฝ่ายรู้เกี่ยวกับความรู้สึกที่มีหรือยัง หลายวันมานี้เขาสนุกสนานกับการกลั่นแกล้งอยู่บ้าง ส่งผลให้ตัวโง่เง่าอย่างนาเทียนตงต้องตกเป็นเหยื่อคุณชายจางหลายครั้งหลายครา กระทั่งเสี่ยวผานที่ไปขลุกอยู่สำนักโอสถบ่อยครั้งก็ยังระแคะระคายเรื่องนี้

                ไม่กี่วันก่อนอีกเช่นกันที่จางฮุ่ยเฟิงถูกเรียกตัวเข้าวังหลวง คาดเดาไปว่าจะเกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือไม่ ที่แท้ก็เป็นเพียงการเรียกตัวบุรุษสตรีที่ได้รับเชิญจากจักรพรรดิเข้าร่วมงาน ชมดอกไม้บาน

                เทศกาลชมดอกไม้บานนี้เป็นเทศกาลที่จัดขึ้นทุกปี ภายนอกคล้ายชมดอกไม้แต่ความจริงแล้วเป็นเทศกาลพบปะบุรุษสตรีที่ถึงวัยออกเรือน หากเป็นสตรีก็ต้องโชว์ความอ่อนหวานนิ่มนวล หากเป็นบุรุษก็ต้องโชว์ความแข็งแกร่ง มีการละเล่นที่จะถูกกำหนดขึ้นใหม่โดยจักรพรรดิปีต่อปี

                แต่สิ่งที่ผู้คนให้ความสนใจมากที่สุดนั้น ไม่พ้นการประลองสัตว์วิเศษ

                หากจะเรียกว่าเทศกาลชมดอกไม้บานเป็นเทศกาลอวดสัตว์วิเศษอีกชื่อหนึ่งแล้วคงจะไม่ผิดนัก งานนี้อนุญาตให้ลูกหลานของตระกูลนำสัตว์วิเศษเข้าร่วมได้ ถือเป็นความสมัครใจ ทว่าบุรุษที่นำมาก็จะได้รับสร้างความดึงดูดแก่สตรีเพศเป็นพิเศษ นอกจากนี้ในงานยังสามารถท้าประลองการต่อสู้ของสัตว์วิเศษได้อีกด้วย ถูกพิจารณาความเท่าเทียมโดยจักรพรรดิ เช่นว่าถ้าสัตว์วิเศษของฝ่ายท้าเป็นประเภทที่ใช้ต่อสู้แล้ว ฝ่ายที่ถูกท้าก็ต้องเป็นประเภทที่สามารถต่อสู้กันได้ด้วย

                ผู้ที่ทำคะแนนได้สูงสุดในการละเล่นก็จะได้รับของรางวัลพิเศษจากจักรพรรดิ

                ทั้งหมดเป็นสาเหตุของความวุ่นวายในเรือนช่วงนี้ ถิงถิงไม่ได้พกเสื้อผ้าสุดหรูของจางฮุ่ยเฟิงมาในการเดินทางครานี้ด้วย คาดคิดว่าจะมาเมืองหลวงเพียงไม่กี่วันเท่านั้นถิงถิงโวยวายด่าทอจักรพรรดิเสียยกใหญ่จากนั้นก็รีบไปสั่งตัดชุดในทันงานเทศงานชมดอกไม้ในอีกสองสัปดาห์ นางบรรจงเลือกผ้าที่ดีที่สุดในงานเปิดตัวนายน้อยครานี้

                ถิงถิงหมายมั่นว่าผู้คนจะได้รับรู้ความเก่งกาจของนายน้อยเสียที

                จางฮุ่ยเฟิงไปเลือกกระบี่ใหม่และเครื่องประดับด้วยตนเอง เทศกาลนี้ส่งผลต่อภาพลักษณ์และความประทับใจต่อผู้อื่นในอนาคตเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มจึงค่อนข้างจริงจัง จักรพรรดิและผู้อื่นต่างรอคอยชมจิ้งจอกอนธการกันอย่างคาดหวัง ออกปากย้ำหลายครั้งหลายคราให้พาไปด้วยให้ได้ ถึงกระนั้นคุณชายจางก็ยังมิได้เอ่ยปากบอกจิน

                ในจดหมายบอกให้พาผู้คนไปร่วมได้ ถึงยศทหารของเขาจะมาก แต่ก็ยังไม่มากพอที่จะอยู่กระโจมแยกออกมาจากตระกูลจางอยู่ดี จางฮุ่ยเฟิงได้รับเชิญทุกปีในฐานะบุตรหลานของตระกูลจาง ถึงกระนั้นเขาก็ปฏิเสธไม่เข้าร่วมมาตลอด มาปีนี้ถูกจักรพรรดิเรียกไปรับจดหมายเชิญเองถึงในวัง หากไม่ไปก็มิเท่ากับตบหน้าจักรพรรดิแล้วหรือ?

                ใกล้วันมากเข้าจางฮุ่ยเฟิงก็มีเรื่องต้องจัดการมากไปอีก เขาตัดสินใจชวนเสี่ยวผานไปเปิดหูเปิดตาด้วย นอกจากนี้ยังมีเซี่ยจวิ่นกับมู่ฟง และถิงถิง จ้างบ่าวรับใช้คนอื่นเพิ่มไปอีกสองสามคน

                ถึงจะวุ่นวายอย่างไร แต่จิ้งจอกจอมหยิ่งก็ยังได้รับการเอาใจใส่เช่นเดิม แต่นอกจากทำสีหน้าบูดบึ้งเมื่อยามเห็นเครื่องประดับที่จางฮุ่ยเฟิงเลือกมาแล้วจินก็ไม่ได้ทำอย่างอื่นอีก เนื่องจากคนอื่นๆ ไม่มีใครว่าง...กลายเป็นว่าหลายวันมานี้จินเป็นคนออกไปเลือกซื้อเครื่องประดับให้จางฮุ่ยเฟิงแทน

                ทว่าแทนที่หุ่นลองนั้นจะเป็นคู่ปรึกษาที่ดี กลับกลายเป็นความล้มเหลว

            ชิ้นนี้ข้าว่าเข้ากับเจ้าจิ้งจอกที่ไปเลือกให้พิจารณา

                ตามใจเจ้าเลย เจ้าเลือกอะไรข้าก็ใส่ทั้งนั้น

                “……………”

                หรือไม่ก็...นอกเรื่องไปไกลกว่าเดิม

            จินข้าว่าอันนี้เข้ากับเจ้ามาก

                “นี่เรามาเลือกของให้เจ้าหรือข้ากันแน่?

                “เถ้าแก่ คิดเงินชิ้นนี้ด้วย

                “……………”

                แต่สุดท้ายจางฮุ่ยเฟิงก็ได้เครื่องประดับครบถ้วน นับว่าเป็นที่พอใจของจิ้งจอก

                จนกระทั่งก่อนวันงานเทศกาลชมดอกไม้หนึ่งวัน จางฮุ่ยเฟิงเดินเข้ามาในห้อง คุณชายจางเริ่มต้นแผนการเอาใจทันที เจ้าจิ้งจอกอนธการนอนกลิ้งอยู่บนเตียง มีผ้าห้มพันรอบตัวราวกับมนุษย์ มันหรี่ตามองเมื่อเห็นท่าทางมีพิรุธของคนด้านข้าง

                จิน พรุ่งนี้ไปกับข้าด้วย

                จางฮุ่ยเฟิงค่อยๆ กล่าวด้วยเสียงนุ่ม ลากสัตว์ขนฟูมาไว้บนตักตนเอง มือใหญ่บีบนวดผ่อนคลายเอาใจ ค่อยๆหลอกล่อทีละน้อย... ถึงกระนั้นอีกฝ่ายกลับไม่หลงกล หางสีดำฟาดเข้าที่แผ่นหลังดังพลั่ก

                เจ้าจะปล่อยให้ข้าเป็นเพียงผู้เดียวที่ไม่มีสัตว์วิเศษไปหรือ...?

                คนอ้อนแสร้งทำใบหน้าเศร้าหมอง สีหน้าของจินอ่อนลง...ในเมื่อเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ อีกฝ่ายเป็นถึงคู่หูเขาจะปล่อยให้ไปขายหน้าหรืออับอายก็ไม่ดียิ่ง หลังจากตกลงกับตนเองในใจจิ้งจอกสีดำก็นอนลงอย่างว่าง่าย

                เจ้าตกลงแล้ว?

                จางฮุ่ยเฟิงถามอย่างดีใจ คลี่รอยยิ้มบางๆ ร่างกายสูงใหญ่โถมเข้ากอดเจ้าจิ้งจอกขนนุ่ม

            หนัก!! จินด่าในใจ ใช้หางทั้งเจ็ดตีไปที่ลำตัวตะกุยตะกายหนีออกมาจากอ้อมกอด ในใจสวดอีกฝ่ายไปสามจบ เดิมทีเขาเป็นคนชอบนอนเงียบสงบบนเตียงนุ่มๆ ทว่าชีวิตช่วงหลังคล้ายจะหาความเงียบสงบยากขึ้นทุกที

                จินพ่นลมหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะม้วนหางโอบล้อมหลบหนี หนึ่งคนหนึ่งจิ้งจอกก็จมเข้าสู่ห้วงนิทรา...

 

                รุ่งขึ้นเทศกาลงานชมดอกไม้บานก็มาถึง เมืองหลวงเต็มไปด้วยความคึกคัก รถม้ามากมายทะยอยมุ่งตรงเข้าสู่วังหลวงเป็นขบวนยาว บรรดาลูกหลานตระกูลทยอยมาอวดหน้าอวดตากันราวกับนกยูงรำแพนหาง อิสตรีต่างเก็บตัวมิดชิดอยู่ในเกี้ยว จงใจยื่นมือขาวนวลเนียนโผล่พ้นออกมาจากหน้าต่างรถ บุรุษอกสามศอกเป้าหมายเป็นนายทหารอนาคตไกลก็ควบม้ากันฮึกเหิม สะบัดบังเหียนร้องคำราม

                ข้างทางระหว่างทางเข้าวังเต็มไปด้วยผู้คนสัญจรคับคั่ง บ้างก็มาชมดูหน้าตาเหล่าลูกหลานตระกูลต่างๆ ที่ได้รับเชิญ ร้านรวงต่างๆ ประดับตกแต่งด้วยดอกไม้ปลอมทำจากวัสดุพื้นบ้าน ชูเชิดหน้าตาอวดสีสันสวยงาม สัตว์วิเศษน้อยใหญ่หลากสีเดินแทรกไปตามฝูงชน

                ขบวนรถเข้าวังหลวงประจำเทศกาลดอกไม้บานเป็นที่น่าสนใจมากทุกปี

                โอ้บิดาท่าน นั่นมิใช่เสือขาวสัตว์วิเศษของตระกูลเซกัลหรอกหรือ?

                “มาแล้ว! ขบวนของตระกูลเซกัลมาแล้ว!”

                ในขบวนเกี้ยวที่มุ่งตรงสู่วังหลวงปรากฏภาพเสือขาวสามตัวเดินนำหน้าขบวนเกี้ยวหรูหราโออ่า ที่ด้านข้างยังมีผู้คนบนม้าสวมชุดสีขาวน่ามอง พวกเขาล้วนแต่เป็นบัณฑิตอนาคตไกลของตระกูลเซกัล ด้านหน้าของเกี้ยวลำดับแรกมีบุรุษผู้หนึ่งโดดเด่นออกมาเหนือใคร เขาเหน็บกระบี่เล่อค่าสวมชุดสวยงามราวเทพสวรรค์ก็มิปาน

                ชาวบ้านโดยรอบต่างอุทาน โอ้!...นั่นคือเซกัลเชบีมิใช่หรือ?

                “ผู้นำขบวนตระกูลเซกัลในปีนี้คือ อัจฉริยะตระกูลเซกัล!”

                ที่ด้านหลังเซกัลเชบีติดตามมาด้วยเกี้ยวหลังใหญ่อีกสองหลัง ขบวนทหารม้าอีกหกนายก็ปิดขบวนอันยิ่งใหญ่หรูหรา ของกุนซือประจำแคว้น เซกัลซินจูคนสนิทของจักรพรรดินั่งรวมอยู่ในขบวนนี้ด้วย

                ถัดมาก็เกิดเสียงอึกทึกโหวกเหวกขึ้นอีกครา มีเสียงแหลมหวีดหูดังขึ้นจากท้องฟ้าคราม นกยักษ์สีทองหนึ่งตัวกางปีกใหญ่ของมันโอบอุ้มแสงอาทิตย์บังคับกลุ่มแสงให้ไล้ไปทางขบวนเกี้ยว สะท้อนกับอัญมณีที่เรียบง่ายแต่มีกลิ่นอายสูงค่า สัตว์วิเศษบนภาคพื้นก็ร้องคำรามตอบรับ ร่างกายของพวกมันบดบั้งเกี้ยวจนมิด ทว่าเสียงฝีเท้ายามเดินที่ดังลั่น เป็นจังหวะย่างก้าวอย่างพร้อมเพรียง พลังความแข็งกล้าที่แผ่ออกมา หากมิใช่ตระกูลจางแล้วยังจะเป็นผู้ใดอีกเล่า? 

                อินทรีทอง สิงโตดำ อาชากลืนหมอกทั้งหมดล้วนเป็นสัตว์วิเศษของแม่ทัพที่แบกธงตระกูลจางเปิดขบวน บุรุษเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลจาง...หนึ่งเดียวของแคว้นที่สามารถครอบครองสัตว์วิเศษถึงสามตัว!  

                บุตรชายคนโตของตระกูลจาง จางหลี่

                ผู้นำขบวนของตระกูลจางปีนี้คือ ท่านแม่ทัพจางหลี่!”

                ตรงกันข้ามกับตระกูลเซกัล บรรยากาศยามขบวนของตระกูลจางเดินผ่านกลับเงียบกริบ นอกจากเสียงคำรามของสัตว์วิเศษและเสียงของเหล่าทหารองอาจก็มิมีซุ่มเสียงใดแทรกอีกชาวบ้านที่มาชมดูต่างเบิกตากว้าง กลั้นหายใจกันชั่วขณะโดยมิรู้ตัว เสียงย่ำเท้าของม้าดังกึกก้องปลุกให้ความรู้สึกฮึกเหิมน่าเกรงขาม น่าเคารพ...ร่วมในช่วงเวลาเดียวกัน

                สมกับเป็นกองทัพของตระกูลนักรบประจำแคว้นอย่างแท้จริง เพียงแค่ขบวนที่ประกอบไปด้วยคนเพียงไม่กี่คนกลับดูน่ายำเกรงถึงเพียงนี้ เกี้ยวทั้งสี่ถูกหามผ่านหน้าชาวบ้านที่มารอดูไปอย่างช้าๆ ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่แตกต่างออกไปจากปีก่อนๆ ตระกูลจางเดิมทีที่มีเพียงสี่เกี้ยว เวลานี้กลับมีเกี้ยวอีกหลังเพิ่มขึ้นมา

                ...หรือว่าผู้ที่นั่งอยู่ด้านในจะเป็นคุณชายจางฮุ่ยเฟิง...บุตรชายคนที่ห้าของตระกูลจางที่มีชื่อเสียงกระฉ่อนทั่วแคว้นในเวลานี้? แต่ความสงสัยก็ถูกกลบไปเมื่อมีเสียงร้องเพลงดังขึ้นมา น้ำเสียงของผู้ร้องไพเราะอ่อนหวานยิ่ง ราวกับภูติพรายที่คอยล่อลวงผู้คน เพียงแค่เสียงก็สามารถสัมผัสได้ถึงความงดงาม มิทราบว่าเจ้าของเสียงจะเป็นโฉมงามล่มเมืองเพียงใด

                เสียงกระทบกันของกระดิ่งดังขึ้นเป็นจังหวะ ผ้าผืนยาวหลากหลายสีละลานตาโบกสะบัดเป็นท่วงทำนอง นางรำทั้งสองที่นำหน้าขบวนมาคลุมหน้าด้วยผ้าผืนบาง แต่กลับไม่ลดทอนความน่าหลงใหลลงแม้แต่น้อย น้ำเสียงร้องเพลงของพวกนางคลอไปกับเสียงพิณที่ดังออกมาจากเกี้ยวหลังแรก สิ่งมีชีวิตโปร่งแสงสองตัวแหวกว่ายไปในอากาศสร้างความรู้สึกรื่นเริงบริสุทธิ์อย่างยิ่ง

                ขบวนที่เต็มไปด้วยสาวงาม การร่ายรำของหญิงงามล่มเมือง...งูแห่งท้องฟ้า หากมิใช่ตระกูลลี่ที่ถือว่าตนเองเป็นที่หนึ่งเรื่องศิลปศาสตร์แล้วคงไม่มีตระกูลใดคู่ควรอีก ขบวนเกี้ยวของตระกูลลี่มีมากมายทว่าผู้ชมกลับไม่เบื่อหน่าย งานเทศกาลที่เหล่าบุปผางามของตระกูลจะได้เบ่งบานแข่งกับดอกไม้เช่นนี้ ทางตระกูลลี่มิอาจพลาดโอกาส

                สองตระกูลใหญ่อย่างตระกูลฮาและตระกูลซินก็มิได้ยิ่งใหญ่ไปมากน้อยกว่ากัน เพียงแต่ว่าพวกเขาล้วนไม่มีเอกลักษณ์เช่นสามตระกูลเหล่านี้ ตระกูลฮามีชื่อเสียงด้านการค้าดังนั้นขบวนเกี้ยวจึงเป็นการอวดเงินทองสิ่งของล้ำค่า... ตระกูลซินเป็นตระกูลลึกลับ ดังนั้นพวกเขาจึงปิดหน้าปิดตากันหมดสิ้นพอให้รู้ว่าเป็นตระกูลซินเท่านั้น

                รอจนห้าตระกูลใหญ่ผ่านไปจนหมด ขบวนเกี้ยวต่างๆ ก็สามารถเคลื่อนตัวกันได้เร็วขึ้น

ผ่านไปร่วมหนึ่งชั่วยาม ขบวนเกี้ยวเข้าเมืองหลวงจึงสิ้นสุดลง ชาวบ้านที่เริ่มแยกย้ายกันเป็นสัญญาณ บ้างก็ตรงกลับบ้านเลย...บ้างก็แวะทานเหลาอาหารข้างทาง พวกเขาต่างรอคอยข่าวคราวในวันรุ่งขึ้น

จางฮุ่ยเฟิงเดินทางมาพร้อมกับขบวนของตระกูลจาง หากชายหนุ่มแยกตัวออกมาจากขบวนไม่ช้าเร็วต้องตกเป็นข่าวใหญ่โต เป็นที่จับจ้องของผู้คนมากเกินไป นำพาเรื่องวุ่นวายมาไม่จบไม่สิ้น ดังนั้นเรื่องใดที่เลี่ยงได้สมควรเลี่ยงเอาไว้ก่อน

เกี้ยวของตระกูลจางหยุดลงหน้ากระโจมที่จัดงานเทศกาลก็เป็นที่ฮือฮา ตระกูลนักรบที่มีบุรุษเพียบพร้อมทั้งห้าคนย่อมเป็นที่หมายปอง บรรดาสตรีรูปโฉมงดงามที่มาร่วมงานในครานี้ต่างให้ความสนใจ แม้ว่าแม่ทัพจางหลี่จะทุ่มเทให้กับแคว้นจนสิ้นหวังเรื่องการแต่งงานก็ตาม แต่ตระกูลจางยังคงเหลือบุตรชายสองคนที่ยังไม่ได้ตบแต่งภรรยาหลวงหรือไม่ด้วยฐานะของสตรีบางคน เพียงถูกตบแต่งเป็นอนุภรรยาก็เพียงพอแล้ว

จางฮุ่ยเฟิงลงมาจากเกี้ยวก็เกิดเสียงดังเป็นระลอกทันที คุณชายจางฮุ่ยเฟิงเดินทางออกจากเมืองหลวงไปสองปี กลับมามีชื่อเสียงดังไปทั่วสร้างคุณงามความดีความชอบ มีข่าวคราวว่าเป็นที่ถูกใจของจักรพรรดิ เดิมทีแม้จะมีข่าวเสียมากมาย...ทว่ายามนี้ไหนเลยอดีตจะสามารถเทียบได้?

เรือนร่างสูงใหญ่สมบูรณ์ไม่แพ้พี่น้องคนไหนยืนอย่างองอาจ สวมใส่ด้วยอาภรณ์ชั้นเลิศสีดำปักเลื่อมด้วยลายสีเงินเข้าคู่กันกับดวงตาสีเงินคู่สวยลึกลับ ใบหน้าหล่อเหลาประกอบไปด้วยรอยยิ้มที่ไม่ว่าอิสตรีคนไหนเป็นต้องหลงใหลอย่างยิ่ง

ลูกหลานแต่ละตระกูลเมื่อมาถึงแล้วต้องเดินเข้าไปถวายบังคมจักรพรรดิก่อนเป็นลำดับแรก สำหรับผู้ติดตามนั้นสามารถไปรอที่กระโจมพร้อมกับเกี้ยวได้เลย บริเวณงานเทศกาลตกแต่งคล้ายเช่นเดิมทุกปี สวนดอกไม้งดงามหลากสีสันโอบล้อมกระโจมรอบๆ ทั้งหมดเป็นบริเวณกว้าง ที่รากต้นไม้ใหญ่ประจำวังหลวงเป็นที่นั่งของจักรพรรดิ ด้านล่างถัดลงมาประกอบไปด้วยเก้าอี้อีกสิบกว่าตัว ถัดจากด้านหน้าของแท่นประทับมีลานหินขนาดใหญ่ แม่น้ำขุดสายเล็กๆ ใสจนเห็นฝูงปลาแหวกว่ายพาดผ่านกั้นระหว่างที่ประทับกับลานหินอ่อน

เก้าอี้มากมายบริเวณลานประทับนั้นเป็นที่นั่งของเหล่าขุนนางชั้นสูง มาเพียงชมดูบุตรหลานตระกูลตนเอง สนทนาพาทีไม่สนใจเข้าร่วม เพียงมาชมดูตามมารยาทเท่านั้น ขุนนางสำคัญเช่น จางหลี่ เซกัลเชบี ผู้ตรวจการเซกัลซินจูก็นั่งรวมอยู่ด้วยเช่นกัน... นอกจากนี้ยังมีคนสำคัญอย่างรัชทายาทและองค์ชายรอง บรรดาขุนนางที่ทยอยเดินตามเข้าไปนั่งทีหลัง...แม้ว่าจะพยายามกลบเกลื่อนคละกันเพียงใด ทว่าสามารถพบเห็นการแบ่งพรรคแบ่งพวกชิงบัลลังก์ได้ลางๆ

จางฮุ่ยเฟิงเดินต่อจางชิงฟงมาถวายบังคมจักรพรรดิ เซกัลซินจูนั่งอยู่ไม่ไกลลอบโบกมือทักทาย

จิ้งจอกอนธการเล่านำมาด้วยหรือไม่? เรายังไม่เห็นเลยจักรพรรดิตรัสด้วยสุรเสียงใจดี คำกล่าวนี้ไม่ได้ดังมากนัก เป็นเพียงถ้อยคำที่สามารถได้ยินเพียงไม่กี่คนด้านข้าง

จางฮุ่ยเฟิงยกยิ้มมุมปาก มือหนายกขึ้นมาแหวกอาภรณ์คลุมกายด้านนอกออก... เผยให้เห็นดวงตาสีทองสว่างเรียวเล็กหนึ่งคู่ มีเพียงอุ้งเท้าสองขาหน้าเล็กๆ กับใบหน้าที่ปกคลุมไปด้วยขนฟูโผล่ออกมาจากอาภรณ์ด้านใน

ใช่แล้ว... คุณชายตระกูลจางนำเจ้าจิ้งจอกใส่ด้านในอกเสื้อของตนเองมา

ชายหนุ่มไม่อยากให้จิ้งจอกแสนรักไปเดินเลียดพื้นในระดับเดียวกันกับสัตว์วิเศษตัวอื่น ยิ่งเป็นร่างคนแล้วก็ยิ่งหวงแหนไม่อยากให้เผยโฉม ในเมื่ออย่างไรก็ต้องติดตามกันตลอดเวลา สู้ทำเช่นนี้จะดีกว่า ได้เก็บไว้ใกล้ตัวราวกับผูกติดไว้กับตนเองเช่นนี้ทำให้คุณชายจางรู้สึกยินดียิ่ง

สำหรับจินแล้วเดิมทีก็อยู่ในย่ามเสี่ยวผานบ่อยๆ เปลี่ยนสถานที่เป็นเกาะเสื้ออีกฝ่ายติดไปก็มิใช่เรื่องยากลำบาก จางฮุ่ยเฟิงลำบากใจ ไม่อยากให้เขารู้สึกต่ำต้อยกว่ายามเดินเลียดพื้นจึงตัดสินใจทางเลือกนี้ เดินก็ไม่ต้องเดินเอง...อาภรณ์ที่เกาะเกี่ยวอยู่ก็นุ่มหอม ทั้งยังได้รับความอบอุ่นจนแสนสุขสบายด้วย

จักรพรรดิทอดพระเนตรเห็นความน่าเอ็นดูก็หัวเราะขึ้น ตัวเล็กเช่นนี้ดูไปก็น่ารักอย่างยิ่ง ผิดกับที่ขุนนางคนอื่นเล่ามาลิบลับ ได้สัมผัสกับสัตว์วิเศษระดับบรรพกาลคงเป็นเรื่องเหลือเชื่อมากที่สุดในชีวิตเรา

จิ้งจอกตัวนี้เอาแต่ใจอย่างยิ่ง แม้แต่ข้าน้อยก็มิสามารถเดาอารมณ์ได้ถูกเกรงว่าอาจสร้างบาดแผลให้ได้

แม้แต่เทพสวรรค์มาทวงถามเขาก็ยังหวง...กับจักรพรรดิแล้วสามารถนับเป็นไรได้? จางฮุ่ยเฟิงจะไม่ยอมให้ใครมาสัมผัสเจ้าจิ้งจอกของตนเองทั้งนั้น

จักพรรดิถอนหายใจอย่างเสียดาย น่าเสียดายยิ่ง...เช่นนั้นเจ้าก็ไปประจำกระโจมเถิด กักตัวไว้นานเกินไปเกรงว่าเราอาจโดนเหล่าสตรีมากมายเขม่นแล้ว

หลังจากคำนับระดับสูงสุดลาก็กลับมายังกระโจม สำหรับเหล่าห้าตระกูลใหญ่ได้สิทธิมีกระโจมเดี่ยวเรียงกันเท่าที่ร้องขอ ไม่ต้องไปเบียดรวมกันเฉกเช่นกระโจมอื่นๆ ตระกูลจางร้องขอไปสี่หลังก็ได้ถึงสี่หลัง...กระโจมเป็นกระโจมอย่างดีคล้ายบ้านเรือนธรรมดาชั้นเดียว ด้านในปูด้วยเสื่อกว้างและเบาะนั่ง ประดับมุมกระโจมด้วยดอกไม้ ด้านหน้าเปิดโล่งมองเห็นลานหินอ่อนอย่างชัดเจน

หน้าที่ของจิ้งจอกก็มีแค่โชว์ตัวให้จักรพรรดิพึงพอใจ ที่เหลือล้วนเป็นหน้าที่ของมนุษย์แล้ว จินกระโดดออกมาจากด้านในอกเสื้อที่เกาะอยู่ โคจรลมปราณจิ้งจอกขยายกระดูกปรับขนาดให้ตนเองตัวใหญ่ขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะทิ้งตัวลงบนเบาะนุ่มประจำกระโจม

เสี่ยวผาน เซี่ยจวิ่น มู่ฟงและถิงถิงต่างนั่งอยู่โดยรอบก่อนแล้ว ถิงถิงจัดการทิ้งบ่าวไพร่ไว้ด้านหลังกระโจมส่วนหนึ่งและเฝ้าเกี้ยวส่วนหนึ่ง จางฮุ่ยเฟิงจำเป็นต้องนั่งตรงกลางกระโจมโผล่หน้าให้เห็นโดยชัดเจนเนื่องเพราะเป็นบุรุษ ชายหนุ่มจึงลากทั้งเบาะพร้อมทั้งจิ้งจอกบนเบาะมาไว้ด้านข้างตัว จินชายตามองเล็กน้อยจากนั้นก็หันไปสนใจเรื่องราวด้านนอกต่อ

รอจนผู้คนครบเซกัลซินจูก็ก้าวเดินออกมา มือคลี่ม้วนสารประกาศกฏกติกาคร่าวๆ

ทำตามธรรมเนียมเช่นเดิม เริ่มต้นด้วยการทักทายส่งสิ่งของตามมารยาทก่อน จากนั้นเมื่อได้เวลาสมควรจึงประกาศกฏเกมการละเล่นในปีนี้ตามลำดับ ทุกกระโจมมีสิทธิส่งผู้คนลงแข่งได้เพียงคนเดียวเท่านั้น... ถัดจากการแข่งขันเป็นการแสดงตบท้าย ผู้ที่ได้รับรางวัลจากจักพรรดิจะประกาศในเวลาหลังจากนี้

เซกัลซินจูเว้นจังหวะก่อนกล่าวต่อ ของรางวัลประจำปีนี้เป็นพรมตัดเย็บอย่างดีจากนอกแคว้นและหนังสัตว์ขนนุ่มจากนอกแคว้น วัตถุดิบชั้นดีไม่สามารถหาได้อีก ทั้งหมดล้วนเป็นของถวายแก่จักรพรรดิจากทูตของแคว้นอื่นทั้งสิ้น...จักรพรรดิมีเมตตา ดั่งนั้นขอให้ทุกท่านให้เกียรติซึ่งกันและกัน ปราศจากกลโกงใดๆ ต่อหน้าพระพักตร์...จบการประกาศ

หลังจากผู้ตรวจการม้วนสารเก็บ เสียงปรบมือก็ดังขึ้นพร้อมกัน จักรพรรดิตี้เหินยกพระหัตถ์ขึ้นมา ตีไม้ทองคำเข้ากับระฆังใบเล็กส่งเสียงดังกังวานเป็นสัญญาณเริ่มงานเทศกาลชมดอกไม้ประจำปีนี้

จางฮุ่ยเฟิงไม่ได้สนใจจะเข้าเล่นแข่งขันอันใดมากนัก เขามาเพียงรักษาหน้าแก่จักรพรรดิเท่านั้น ทว่าเจ้าจิ้งจอกสีดำข้างกายกลับใช้อุ้งเท้าเล็กๆ ตีเข้าที่ต้นขา

มีอะไรหืม?

เขาเอื้อมมือไปสัมผัสขนนุ่มเบาๆ เห็นใบหน้าดุที่ดูบูดบึ้งแม้จะไม่ได้ตั้งใจแล้วพลอยยกยิ้มอย่างอารมณ์ดีไปหลายส่วน อุ้งเท้าสีดำยังคงตีลงทีเดิมประท้วง ทั้งยังใส่แรงเพิ่มมากขึ้น คุณชายตระกูลจางขมวดคิ้วครุ่นคิดให้ดีๆ จึงเข้าใจอะไรบางอย่าง

เจ้าอยากได้หนังสัตว์กับพรมนั่น?

หลังจากใช้กำลังเรียกร้องได้สำเร็จ จินก็พยักหน้าอย่างพอใจ บนแคว้นนี้เขายังอยากได้สิ่งใดไปมากมายที่นอนนุ่มๆ และความสบายอีกเล่า? ของรางวัลนั่นย่อมต้องตกเป็นค่าจ้างในงานโชว์ตัวครั้งนี้ ในเมื่อเขาอยากได้เด็กโง่งมผู้นี้ก็ต้องรับผิดชอบไปนำมาให้จึงจะถูกต้อง

ยังไม่ทันที่จางฮุ่ยเฟิงจะตกปากรับคำ เสียงเสี่ยวผานก็เรียกดังขึ้นมาเสียก่อน ตรงหน้าแพทย์หนุ่มที่ยกมือเกาแก้มตนเองมิทราบจะแก้สถานการณ์อย่างไร มีขนมทำมือเกือบสิบกล่องวางอยู่ยังมีบ่าวไพร่จากกระโจมอื่นอีกส่วนหนึ่งยืนรอยื่นของขวัญอยู่ด้านหน้ากระโจม

ธรรมเนียมแรกของงานเทศกาลนี้จะเป็นการผูกมิตร ฝ่ายหญิงจะเป็นฝ่ายเริ่มส่งของขวัญที่เป็นขนมทานเล่นก่อน เพื่อบ่งบอกการริเริ่มผูกมิตร หากฝ่ายชายต้องการผูกมิตรด้วยก็จะตอบด้วยการส่งขนมกลับไปยังกระโจมของพวกนาง กฏกติกาไม่มีข้อบังคับพวกนางสามารถส่งให้บุรุษกี่คนก็ได้และบุรุษสามารถส่งคืนกี่คนก็ได้เช่นกัน

แต่โดยปกติแล้วฝ่ายอิสตรีมักคัดเลือกคน ส่วนฝ่ายบุรุษมักส่งกลับคืนให้ทั้งหมด

มู่ฟงกับเซี่ยจวิ่นถูกใช้ไปเป็นตัวแทนส่งขนมคืนท่านหญิงแต่ละกระโจมตามมารยาท จนกระทั่งจักรพรรดิเคาะระฆังอีกคราหนึ่งเป็นสัญญาณการจบช่วงธรรมเนียมเริ่มแรก องครักษ์ทั้งสองเดินกลับมาด้วยสภาพไม่ค่อยสู้ดีนัก ถูกไล่ต้อนด้วยคำพูดจากเหล่าบุปผางามไหนเลยสามารถปฏิเสธได้โดยง่าย? ด้วยชื่อเสียงห้าคุณชายแห่งเมืองหลวงจึงทำให้จางฮุ่ยเฟิงเป็นที่หมายปองมิใช่น้อย

หญิงสาวแต่ล่ะนางช่างลงทุนลงแรงอย่างยิ่ง... จินมองบรรดากล่องขนมที่ทำด้วยความพิถีพิถัน แม้กระหีบห่อยังบรรจงบรรจุอย่างสวยงาม น่าเสียดายที่ผู้ได้รับไม่ทำแม้แต่จะชายตาแลมัน

ที่ลานหินอ่อนเหล่าทหารต่างขนอุปกรณ์กันออกมาจัดวาง แผ่นไม้วาดลวดลายเป็นรูปสัตว์วิเศษต่างๆ บริเวณร่างกายถูกวงไว้ด้วยสีแดงสด มันถูกตั้งเว้นระยะไว้ค่อนข้างไกลจากโต๊ะตัวยาวบนโต๊ะไม้ตัวยาวมีธนูไม้ขนาดกลางวางเรียงรายอยู่

เซกัลซินจูกระแอมก่อนใช้พลังลมปราณขยายเสียง การละเล่นอย่างแรกในปีนี้ดั่งที่ทุกท่านเห็น เป็นการยิงธนูให้เข้าเป้า ก่อนจะอ่านกฏกติกา...แต่ละกระโจมที่สนใจเข้าร่วมการแข่งขันโปรดส่งคนของท่านออกมา

แต่ละกระโจมเริ่มทยอยมีคนเดินออกมารวมกันที่ลานหินอ่อน เสี่ยวผานนั่งดูอยู่ไม่ห่างนักจากจางฮุ่ยเฟิงจึงทราบว่าจินอยากได้ของรางวัล ดังนั้นแพทย์หนุ่มจึงกล่าวคำสั้นๆ ก่อนลุกขึ้นยืน

ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง

กล่าวจบก็พาร่างของตนเองออกไปรวมกับผู้เข้าร่วมคนอื่น เซกัลซินจูเมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดมาเพิ่มแล้วจึงประกาศต่อ

เรื่องนี้ไม่มีกฏมากมาย เพียงแค่ยิงธนูต่อกันตามลำดับเท่านั้น ผู้ที่ไม้ตรงเป้าจะถูกคัดออกไปทีละคน

เซกินซินจูโบกมือก็มีทหารออกมาช่วยคุมแถว เสี่ยวผานออกจากกระโจมไปช่วงท้ายๆ จึงได้อยู่หลังแถวคนแรกเดินไปหยิบธนูเริ่มยิงสามารถเข้าเป้าหมายได้หมดจดงดงาม รวมๆแล้วผู้คนในแถวมีอยู่ราวสิบกว่าคน การลงแข่งขันนับเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่ง หากขายหน้าแล้วย่อมทำให้ขายหน้าทั้งตระกูลดังนั้นจึงไม่มีการสอบถามตำแหน่งกระโจมของผู้เข้าแข่งขันยกเว้นผู้ชนะ

ในคราแรกผู้คนทั้งหมดยังยิงเข้าเป้าโดยง่ายดายรวมทั้งเสี่ยวผานด้วย วนแต่ละรอบเซกัลซินจูก็จะสั่งให้ทหารขยับแผ่นไม้ไปไกลขึ้น ทั้งยังมีลมแรงปานกลางพัดตลอดเวลาด้วยฝีมือของสัตว์วิเศษ

ผ่านวนไปจวบจนสิบรอบจึงค่อยมีคนตกรอบขึ้นมา ผู้ที่กล้าเดินเข้ามาร่วมแข่งขันต่อหน้าจักรพรรดิอย่างไรต้องมิใช่สามัญธรรมดา หากจะกล่าวว่าผู้คนทั้งหมดนี้เป็นยอดฝีมือด้านธนูย่อมไม่เกินเลยแม้แต่น้อย

จนกระทั่งเป้ายิงถูกตัดให้มีขนาดเล็กลง จับจ้องได้ยากขึ้นจึงมีผู้คนตกรอบไปมากกว่าครึ่ง เสี่ยวผานเนื่องเพราะไม่มีคนรู้จักหน้าตา ทั้งไม่ทราบความเป็นมา เดิมทีผู้คนจึงไม่ได้ใส่ใจ...แต่กลับเข้ารอบจนถึงห้าคนสุดท้าย เริ่มนับเป็นที่สนใจขึ้นมา

รอบสุดท้ายตัดสิน นกตัวนี้จะหยิบแผ่นไม้ชิ้นเล็กบินขึ้นไปบนอากาศ คนแรกที่ยิงเข้าเป้ากลางแผ่นไม้ในอากาศจึงเป็นผู้ชนะเซกัลซินจูบอกเงื่อนไข ก่อนนายทหารจะปล่อยนกตัวเล็ก ขาคีบเกี่ยวแผ่นไม้ไว้บินขึ้นสู่ท้องฟ้า

...และบินเร็วด้วยท่าทางฉวัดเฉวียนอย่างยิ่ง

ทว่าโดยที่มิมีผู้ใดรู้ตัว ลูกธนูดอกหนึ่งกลับพุ่งปักเข้าไปยังแผ่นไม้อย่างแม่นยำแล้ว ทั้งหมดล้วนเบิกตากว้าง... นกตัวนี้เพิ่งบินขึ้นไปได้เมื่อครู่ นั่นเท่ากับว่าคนผู้นี้แทบมิได้เล็งเป้าเลยหรือ? การจะทำเช่นนี้ได้ต้องเป็นผู้ที่ยิงธนูมาไม่ต่ำกว่าพันครั้งจนเชี่ยวชาญ ทั้งยังเผชิญกับสถานการณ์มาหลายรูปแบบ

เสี่ยวผานทำเพียงคลี่ยิ้มสุภาพแล้วโค้งตัวตอบเท่านั้น ธนูในมือและทิศทางบ่งบอกว่าลูกธนูที่เฉียบขาดดอกนั้นถูกยิงมาจากบัณฑิตที่ดูสุภาพผู้นี้ จักรพรรดิปรบมือขึ้นมาเสียงดังจากนั้นเหล่าขุนนางด้านล่างก็พากันปรบมือตาม พวกเขาจ้องเสี่ยวผานตาเป็นมัน ดูเชิงว่าหากมิได้จับจองมาเป็นเขยคงอยากได้ไว้ทำงานข้างกาย

เซกัลซินจูรู้จักเสี่ยวผาน หลังจากที่ผู้ชนะรับรางวัลเล็กๆน้อยๆ เป็นเงินทองไม่กี่ตำลึงจากจักรพรรดิแล้ว ผู้ตรวจการจึงประกาศขึ้นมาเสียงดัง ผู้ชนะการละเล่นในครั้งนี้ได้แก่ทางกระโจมของตระกูลจาง...คุณชายจางฮุ่ยเฟิง หนึ่งในห้าคุณชายแห่งเมืองหลวงของเรา!”

เสี่ยวผานโค้งคำนับอย่างสุภาพก่อนจะรีบเดินกลับเข้ามาในกระโจม มีการเว้นระยะหลังจากการละเล่นอย่างแรก ระหว่างช่วงพักนี้กระโจมของจางฮุ่ยเฟิงจึงมีกล่องขนมส่งมามากขึ้นอีก บางชิ้นถึงกับเป็นผ้าปักมือด้วยซ้ำ... สตรีบางนางก็เดินทางมานั่งพูดคุยด้วยถึงกระโจม บ้างก็เพราะอยากเพิ่มความสนิทชิดเชื้อกับคุณชายจาง...บ้างก็เพราะอยากผูกมิตรกับเสี่ยวผานที่เพิ่งแสดงฝีมือไปเมื่อครู่

ทว่าพอเข้ามาแล้วสายตาของพวกนางกลับมาหยุดอยู่ที่จิ้งจอกที่กำลังนอนอยู่แทน แววตาของเหล่าอิสตรีต่างจับจ้องเป็นประกาย... ถึงแม้จางฮุ่ยเฟิงเจ้าของกระโจมจะมีรอยยิ้มมากเพียงไหน แต่การขอสัมผัสตัวสัตว์วิเศษของอีกฝ่ายนับเป็นเรื่องเสียมารยาทมากจนเกินไป อีกทั้งยังได้ข่าวคราวมาว่าเป็นสัตว์วิเศษระดับบรรพกาลอีกด้วย

จินรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวจะแสร้งทำนอนหลับก็มิสามารถหลับลง มีสายตามากมายจับจ้องเป็นประกายเช่นนี้จะสามารถพักผ่อนอย่างสงบได้อย่างไร? จิ้งจอกบนเบาะเบือนหน้าหนีขยับเอาหางมาบดบังจากสายตา

อากัปกิริยาเล็กน้อยผู้ที่ใส่ใจจับจ้องทุกฝีก้าวย่อมมองเห็น...ยิ่งเป็นการหลบหลีกอย่างชัดเจนไหนเลยจะสามารถหลุดรอดสายตาไปได้? แม้กระทั่งการถูกมองเช่นนี้ยังสร้างความไม่พอใจเล็กน้อยจางฮุ่ยเฟิงจึงดึงทั้งเบาะทั้งจิ้งจอกบนเบาะมาไว้ทางด้านหลัง เห็นเช่นนั้นเหล่าสตรีที่มาผูกมิตรจึงพากันรู้สึกเสียหน้า พยายามไม่จับจ้องไปทางจิ้งจอกอีกต่อไป

จางชิงฟงอยู่ในกระโจมถัดมาจากจางฮุ่ยเฟิง กัดฟันกรอดสบถถ้อยคำหยาบคายด้วยสีหน้าบึ้งตึงกับคนสนิทอย่างรุนแรง เดิมที่นายน้อยลำดับสี่แห่งตระกูลจางผู้นี้หลงใหลบุตรสาวตระกูลฉีเป็นอย่างมาก พี่สาวของนางเพิ่งถวายตัวเข้ามาเป็นสนมคนใหม่ของจักรพรรดิ ได้รับความโปรดปรานพอสมควร ดังนั้นจึงสร้างชื่อเสียงให้ตระกูล

จางชิงฟงต้องตาบุตรสาวตระกูลฉีตั้งแต่หน้าประตู พยายามยืนให้โดดเด่นท่ามกลางพี่น้องทั้งหมด ทว่ารอจนแล้วจนเล่าก็มิมีกล่องขนมจากทางตระกูลฉีส่งมาแต่กล่องขนมของตระกูลฉีกลับถูกส่งไปให้กระโจมของจางฮุ่ยเฟิงแทน

บังอาจบังอาจเป็นอย่างมาก เด็กนอกคอกผู้นั้นล้วนช่วงชิงทุกอย่าง!

อารมณ์โกรธกริ้วแล่นขึ้นมาจนแทบกระอั่ก มองไปทางกระโจมของตระกูลฉีก็เห็นใบหน้าของนางจับจ้องไปทางกระโจมน้องชายตนเองอย่างชัดเจน จางชิงฟงแทบทนทานไม่ไหว ความอิจฉาราวกับสิ่งที่คอยตบหน้าเกลียด ชายหนุ่มเกลียดน้องชายคนสุดท้องของตนเองมากกว่าพี่น้องคนใดทั้งหมด

ราวกับจักรพรรดิจะรู้เห็นเป็นใจ เสียงระฆังดังขึ้นอีกคราไม่ว่าบุรุษหรือสตรีก็จำเป็นต้องจากลากลับกระโจมตนเอง 

เซกัลซินจูรอจนการเคลื่อนไหวทั้งหมดสงบลงจึงก้าวออกมาด้านหน้าอีกครั้ง

การละเล่นชนิดถัดไปเป็นธรรมเนียมของช่วงเวลานี้ทุกปี งานประลองสัตว์วิเศษประจำแคว้นไตรนภา!” เซกัลซินจูเว้นจังหวะ ชายวัยกลางคนพยายามทำให้ฟังดูน่าตื่นเต้น ทำตามกฏกติกาแต่เดิม ส่งได้เพียงหนึ่งต่อหนึ่งตระกูลเท่านั้น ไม่กำหนดว่าผู้ที่ส่งต้องเป็นคนของตระกูล จะเป็นตัวแทนก็ได้เช่นกัน

สิ้นเสียงผู้ตรวจการ จางชิงฟงที่หมายมั่นมาแต่เดิมกลับต้องตกตะลึงขึ้นมาเพิ่งนึกสิ่งใดได้บางอย่าง เดิมทีเข้าใจว่าปีนี้บุตรชายคนโตของตระกูลอย่างจางหลี่ไม่อยู่แล้วจะถึงทีของพี่น้องคนอื่นบ้างทว่าปีนี้มีสิ่งที่ผู้คนเพิ่งตระหนักถึง

ใช่แล้วเพราะสัตว์วิเศษระดับบรรพกาลอยู่ที่นี่

ทุกสายตาในสนาม ล้วนจับจ้องไปยังกระโจมของจางฮุ่ยเฟิงโดยทันที

คนของตระกูลจางต่างตัวแข็งทื่อตกอยู่ในภวังค์ ปกติแล้วจางหลี่จะเป็นคนออกไปแข่งขัน แม้ว่าพวกเขาจะวางแผนร่างบทพูดเสียยืดยาวมากเพื่อช่วงชิงโอกาสในการลงแข่ง หลงลืมไปว่าปีนี้มีผู้เข้าร่วมเพิ่มเติมจากทุกปี หากจางฮุ่ยเฟิงลุกขึ้นเดินออกไป  ไม่ว่าผู้ใดในตระกูลจางล้วนไม่กล้าลุกขึ้นแก่งแย่งหากทัดท้านขึ้นมาในสายตาคนภายนอกก็นับเป็นเรื่องแปลกเกินไปแล้ว ภายภาคหน้าต้องตกเป็นที่ซุบซิบนินทาเป็นแน่

จางหลี่จะไม่ยอมให้การทะเลาะกันภายในตระกูลหลุดรอดออกไปภายนอกแน่นอน หลายปีมานี้บุตรชายคนโตของตระกูลจางคล้ายจะเข้มงวดมากกว่าเดิม ไม่ว่าเรื่องใดๆล้วนไม่ลดหย่อนให้ทั้งสิ้น เก็บกวาดคนในตระกูลโยนร่างไร้วิญญาณมากเกินกว่าร้อยร่าง

อ้าปากทัดท้านแล้วเป็นอย่างไร? มิชนะก็ยังย่ำแย่น้อยกว่าการไปกระตุกหนวดแม่ทัพจางหลี่เสียอีก

และราวกับตอกย้ำความคิด ปิดตายโอกาสผู้คนทั้งหมดในตระกูลจาง จางฮุ่ยเฟิงก้าวเดินออกมาด้วยใบหน้าเป็นธรรมชาติ รอยยิ้มน้อยๆทำให้ดูอบอุ่นทว่าอาภรณ์และบรรยากาศรอบตัวกลับทำให้มันคล้ายเป็นความอบอุ่นจากแสงจันทร์มากกว่าแสงอาทิตย์

ผู้คนในงานเทศกาลต่างกลั้นหายใจกันชั่วขณะ มองดูจิ้งจอกสีดำที่อยู่ในอ้อมกอดคุณชายจาง

                ผู้ชนะการแข่งขันทุกปีย่อมเป็นจางหลี่ นอกจากบรรดาสี่ตระกูลใหญ่ที่เหลือแล้วไม่ว่าผู้ใดต่างก็ไม่คิดท้าทายแม่ทัพแห่งตระกูลจาง พวกเขาหันไปท้าประลองกันเอง ผลสุดท้ายพอเจอจางหลี่ต่างก็พากันยอมแพ้ไป อินทรีทองระดับเจ็ดว่าไร้ซึ่งหนทางสู้แล้ว...มายามนี้สัตว์วิเศษระดับบรรพกาลยังสามารถคาดหวังได้อีกหรือ?

                จางชิงฟงกันฟันกรอด หมายจะกระโจนออกไปต่อสู้กับน้องชายตัวเอง... ทว่าเมื่อสบกับสายตาดุดันของแม่ทัพจางหลี่ที่มองมาแต่ไกล ขาทั้งสองพลันแข็งทื่อขึ้นมาจำต้องกักเก็บความต้องการทรุดตัวลงนั่งที่เดิม หันไประบายอารมณ์ด้วยถ้อยคำรุนแรงกับบ่าวรับใช้แทน ซ้อมมาตั้งมากมายกลับต้องมาถูกตัดหน้าด้วยเด็กนอกคอกเช่นนี้ในใจโกรธแค้นยิ่ง

                งานประลองสัตว์วิเศษครานี้ราวกับพรมที่ปูมาเพื่อจางฮุ่ยเฟิงอยู่แล้ว...เซกัลซินจูทราบดีแก่ใจ จักรพรรดิเรียกมาเป็นการส่วนตัวเพื่อบอกให้ชายหนุ่มนำจิ้งจอกอนธการมาด้วย เช่นนี้ก็หมายความว่าจักรพรรดิตี้เหินต้องการชมดูจิ้งจอกอนธการ ส่วนเรื่องที่สัตว์วิเศษตัวอื่นจะสู้กันอย่างไหร่กี่ตัวนั้นหาได้ใส่ใจไม่

                ซินจู มีเสียงเรียกเบาๆดังขึ้น ผู้ตรวจการหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อย ค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้เซกัลเชบีว่าที่ผู้นำตระกูลเซกัลของตนเองมิให้มีพิรุธ ยืนนิ่งรอฟังถ้อยคำที่อีกฝ่ายต้องการบอกกล่าว

                เจ้าเดินไปบอกคนของตระกูลด้านหลัง ให้เซกัลยอนกีลงไปสู้กับจิ้งจอกอนธการ เซกัลซินจูมองด้วยความแปลกใจ ถึงกระนั้นก็เดินไปถ่ายทอดคำสั่งให้ มิถือว่าเหนือบ่ากว่าแรง

                เซกัลยอนกี ปัจจุบันอายุยี่สิบปี ถูกจัดเป็นหนึ่งในห้าคุณชายแห่งเมืองหลวงร่วมกับจางฮุ่ยเฟิงและนาเทียนตงเช่นเดียวกัน มีนิสัยเกียจคร้าน ไม่สนใจความก้าวหน้า แต่นับว่าเป็นผู้ที่ฉลาดปราดเปรื่องหาตัวจับได้ยากผู้หนึ่ง

                ชายหนุ่มหาว ท่านพี่ต้องการให้ข้าลงแข่งขัน?

                “ท่านเซกัลซินจูกล่าวมาเช่นนั้น

                เซกัลยอนกีมองไปด้านนอกกระโจม ครุ่นคิดอยู่สักครู่ชายหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อเหลาอย่างบัณฑิตก็ยินยอมลุกขึ้นมาอย่างเกียจคร้าน สาวเท้าเดินไปหาเสือขาวประจำตระกูลด้านหลังกระโจม...เพียงครู่หนึ่งก็เดินกลับมา หนึ่งคนหนึ่งเสือขาวตัวใหญ่เดินเข้าลานหินอ่อนอย่างไม่หวั่นเกรง

                เสียงซุบซิบดังกระหึ่มทันที

                ห้าคุณชายปะทะกัน ตระกูลจางปะทะตระกูลเซกัล...การต่อสู้นี้มิใช่ว่าน่าดูมากหรอกหรือ?  

                ชายหนุ่มทั้งสองบนลานหินอ่อนสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง แววตาของเซกัลยอนกีเต็มไปด้วยความท้าทาย ทว่า...คุณชายจางกลับทำสิ่งที่ผู้คนล้วนตกตะลึง ชายหนุ่มจับเจ้าจิ้งจอกในอ้อมแขนหย่อนใส่อาภรณ์ด้านใน... ก่อนจะค่อยๆชักกระบี่สีเงินวาว ประกายไอสว่างห่อล้อมจนสามารถสัมผัสถึงความเย็นยะเยือกได้ออกมา

                จางฮุ่ยเฟิงกระชับกระบี่มูยองในมือ ใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆคลี่ยิ้ม ชนิดที่ว่าจินเห็นแล้วยังอดหมั่นไส้มิได้

                เริ่มกันเถิด

                เซกัลยอนกีเบิกตากว้าง แม้แต่ผู้คนโดยรอบก็ยังเผลอผุดลุกขึ้นยืนอย่างตื่นตะลึงเช่นกัน ชายหนุ่มตระกูลเซกัลยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ใบหน้าราวกับถูกลูบคมอย่างรุนแรง ...คนผู้นี้คิดจะต่อสู้กับเขาและเสือขาวเพียงลำพัง? คุณชายตระกูลจางใช่ว่ามั่นใจในตนเองเกินไปแล้วหรือไม่...?

                จิ้งจอกสีดำที่เกาะอยู่ในอกก็หันไปมองอย่างตกใจเช่นเดียวกัน ก่อนจะหรี่ตาสัมผัสได้ถึงฝ่ามือที่ลูบเบาๆบนศรีษะ จินสะบัดหัวหนี เอากรงเล็บของตนเองตบเข้าที่อกแกร่งจนเกิดรอยบนผิวเนื้อ

                เจ้าเด็กโง่งมผู้นี้คิดอะไรอยู่กันแน่!  แน่นอนว่าจินอยากได้พรม แต่มิได้คาดคิดว่าจางฮุ่ยเฟิงจะมาทำเท่ผิดเวลาเช่นนี้ มนุษย์ผู้หนึ่งด้วยระดับฝีมืออย่างคุณชายจางสามารถสู้กับเสือขาวก็นับว่าลำบากมากแล้ว อย่าได้คาดหวังถึงชัยชนะ...ยามนี้กลับมีศัตรูที่เป็นผู้มีฝีมือเพิ่มอีกคน ประตูแห่งชัยชนะยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงเลย


                จางฮุ่ยเฟิงมีแผนการอะไรกันแน่...?



                                         




#TALK with LLwuda

               สุดท้ายก็ยาวมากจนต้องตัดเป็น 2part จนได้ค่ะ5555 เรามีความคิดตั้งแต่แรกที่เขียนเรื่องนี้แล้วว่าต้องเขียนกริยาน่ารักๆของจิ้งจอกให้ได้! เช่น /เอาอุ้งเท้าตี เรียกร้องขนมหรือของรางวัล เราชอบค่ะมาดนิ่งที่จินชอบรักษามักจะหายไปเวลากลายเป็นจิ้งจอก ชอบการถูกสปอยจนลืมตัว ฮาา 
               reactionน่าเอ็นดูของคนนิสัยแบบนี้ เก่งกล้าสามารถเจอความรักมักไปไม่ถูก (แปะรูปอีกที ชอบน่ารักก) 

  ทายได้ไหมคะว่าจินกรุ๊ปเลือดอะไร คำใบ้คือนิสัยด้านบน ^^


          พัฒนาการของเฟิงเฟิงตอนเขียนก็สนุกเหมือนกันค่ะ(แต่เขียนยากมาก ฮือ) เขาเป็นเด็กที่เพิ่งโตเป็นหนุ่มใหญ่ค่ะ ไม่ได้โกงเวลามาแบบจิน อันนี้โกงแล้วยังมาเอารัดเปรียบแกล้งเด็กอีก น่าตีจริงๆเลย ของคุณชายจางนี่ต้องรอให้มีเหตุการณ์มาทุบกระโหลกหนักๆสักทีถึงจะรู้ใจตนเอง ส่วนจินก็คิดว่าคงเหมือนกัน
          เราวางไว้ว่ามีกี่ตอนนี่กลัวใจตัวเองจริงๆค่ะ กลัวมันงอกเกินไปไกล แค่ตอนนี้ก็ต้องตัดพาร์ทแล้ว 
          ขอโฆษณาคั่น ไม่จำเป็นต้องเป็นเด็กก็ไปดูAIR SHOWได้นะคะ ที่สนามบินดอนเมือง มาแล้วเราอาจจะเดินเฉียดกันโดยไม่รู้ตัวค่ะ(แต่เฉียดไปก็ไม่ได้ของรางวัลนะ)

          แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ ขอบคุณสำหรับการจับคำผิดและสัตว์ประหลาดด้วยนะคะ <3

     
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 520 ครั้ง

310 ความคิดเห็น

  1. #8211 PaulaPum (@yukiko12) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 12:23
    กลัวหนูเจ็บไงงง
    #8211
    0
  2. #8142 SudaratYo (@SudaratYo) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 16:54
    เขาหวงหนูลูกกกก
    #8142
    0
  3. #8075 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 21:05

    โง้ยยยย คู่รักมากเว่อ -ยูกหมาแฟนเด็กมากๆ แงงง ชอบบบ แล้วดู หวงขนาดที่ต้องเก็บใส่เสื้อ 555

    งานรวมตัวแบบนี้ก็เหมาะสำหรับการเปิดตัวจินสิจ๊ะ ผู้ใดจะเด่นเป็นสง่าราศีกว่านี้หามีไม่

    #8075
    0
  4. #7980 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 21:46
    หืมมมมม หวงมากค่ะ ใครก็แตะไม่ได้ อย่าหวังเลย ถึงว่าหึงกับเสี่ยวผานน่าดูเลย 5555 แต่ทำเป็นเท่ห์ จะสู้เองเก็บน้องไว้กับอก หมั่นไส้มากกกก แต่น้องอ้อนจะเอาพรม ฮืออออ น่ารักๆๆๆๆๆ จินนี่เวลาอ้อนโคตรน่ารักเลย เอาแต่ใจแต่ก็น่ารัก น่ารักๆๆ
    #7980
    0
  5. #7940 chalillxx_ (@chalillxx_) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 17:43
    น้องเฟิงเอาเลยลูกหักหน้ามันให้หมด! ชอบดูถูกน้องดีนัก!!!!
    #7940
    0
  6. #7853 luhan7_lulu (@luhan7_lulu) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 22:45
    แหนนนน๊ ทำเป็นเข้มมม
    #7853
    0
  7. #7852 luhan7_lulu (@luhan7_lulu) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 22:45
    แหนนนน๊ ทำเป็นเข้มมม
    #7852
    0
  8. #7809 LuckyStar1006 (@AinSuchada) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 14:11
    นี่หลงรักเสี่ยวผานมากก เท่มากกก คูลมากกก ส่สนคุณชายเฟิงคือตั้งใจปกป้องจินสุดอะไรสุดใช่ม้อยยยย
    #7809
    0
  9. #7741 Jolly CCP (@c1chonlana) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 13:26
    ไม่ยอมให้รินให้ไรแตะต้อง แหมมมม ถนุถนอนจริงงงง
    #7741
    0
  10. #7700 Hazel_9502 (@pookiejj) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 00:56
    เนี่ยย เห็นภาพที่ไรท์แปะแล้วใช่เลยย นี่นึกหน้าจินทำหน้าเบื่อๆแบบเนี้ยเลยย น่าร้ากก
    #7700
    0
  11. #7672 KanyarttaThir (@KanyarttaThir) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 18:47
    ความน้อนนนนนน
    #7672
    0
  12. #7651 4KKWAN_ (@4KKWAN_) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 01:05
    น้องน่ารักเกินแล้ว ตัวนิดเดียวอยู่ในเสื้อของเฟิงเฟิง
    #7651
    0
  13. #7613 WanDayy (@pimtawan1) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 20:22
    เอ็นดูน้อง ความอยากได้พรมนี้
    #7613
    0
  14. #7389 sayupung (@saayuripung) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 17:18
    อ่านพระราชโองการแล้วก็คิดว่าจินต้องอยากได้แน่ๆค่ะ 5555 น่ารักก
    #7389
    0
  15. #7388 sayupung (@saayuripung) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 17:14
    เอ๊ะ อ่านเพลินๆจนงง เค้าแต่งตั้งรัชทายาทตอนไหนหนอคะ TT
    #7388
    0
  16. #7376 sgmj (@maji13) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 14:40
    จินน่ารักมากกกก น้องพ่ายแพ้ต่อเบาะนุ่มๆและยาบำรุงขน แง
    #7376
    0
  17. #7348 khajeepan06 (@khajeepan06) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:37
    บีค่ะ ตามใจตัวเองสุดๆ
    #7348
    0
  18. #7312 rsatrach (@rsatrach) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 17:56
    AB ค่า เพราะ คนกรุ๊ปนี้ชอบเรื่องแฟชั่นค่า ซึดค่า เงียบมากค่า ปากไม่ตรงกับใจค่า
    #7312
    0
  19. #7279 Plankton J (@jthida) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 14:48
    อยากได้เบาะ น่ารักแต้ ฮือ
    #7279
    0
  20. #7148 sonaunnop012 (@sonaunnop012) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 17:49
    ไม่ABก็B//กรุ๊ปเลือดของจิน
    #7148
    0
  21. #7121 มูมู (@mumuka) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 22:47
    จะเอาเบาะ 555จินจินน่ารัก
    #7121
    0
  22. #7078 Obana Michiyo (@angel25302524) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 14:04
    กรุ๊ป O //รึป่าว
    #7078
    0
  23. #7061 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 03:12
    หนูจินน่ารักเวลาจะเอาของ /ตะปบๆ หนูจาเอา5555555
    #7061
    0
  24. #7007 2543135790 (@2543135790) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 17:11
    เราว่าAB ::>_<::
    #7007
    0
  25. #6972 manabi kaminaga (@manabu_sensei) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 19:14
    ชอบมากกับการที่จินโดนสปอยอ่ะ แลดูน่ารักกกกก น่าเอ็นดูกุบการที่ต้องการพรมแล้วใช้อุ้มมือตี น่าจะขยำจิงๆ><
    #6972
    0