✦ อนธการจิ้งจอก ✦ BL, YAOI [END]

  • 99% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 506,334 Views

  • 8,273 Comments

  • 13,413 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    4,959

    Overall
    506,334

ตอนที่ 35 : เทศกาลชมดอกไม้(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23353
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 510 ครั้ง
    13 ม.ค. 59







บทที่33

เทศกาลชมดอกไม้(2)



 

เซกัลยอนกีมิได้โกรธเท่าไหร่นัก ตามนิสัยแล้วเพียงแต่อยากทราบว่าอีกฝ่ายจะมีลวดลายอันใด  ถ้าเป็นเพียงการกระทำขาดสติอย่างโง่งมต่อหน้าอิสตรีดั่งบุรุษเต้าหู้ทั่วไปแล้ว นับว่าน่าผิดหวังอย่างยิ่ง

            กรรรร---- เสือขาวขู่คำรามกระโจนตัวอันใหญ่ยักษ์เข้าหาทันที

            เสียงลั่นของฝีเท้าดังกึกก้อง ร่างกายในชุดอาภรณ์สีดำเบี่ยงหลบอย่างทันท่วงที ท่าเท้าเคลื่อนไหวดุจกล สลับไปมาวุ่นวายจนพาให้ผู้คนตาพร่าเลือน ปรากฏตัวอีกทีคมกระบี่สีเงินก็กรีดเข้าลำตัวเสือขาวยักษ์แล้ว

            เซกันยอนกียืนมองอย่างตะลึงตะลาน มันจับกระบี่ทว่ากลับไม่สามารถก้าวเท้าออกไปได้

            ...ยังมีวิชาที่ลี้ลับเช่นนี้อยู่อีกด้วยหรือ?

            แม้กระทั่งจางหลี่ยังผุดลุกยืนขึ้น ผู้คนที่มีฝีมือจับจ้องอย่างไม่สามารถกระพริบตา

นาเทียนตงอยู่ในงานนี้ด้วย ชายหนุ่มไล่ตามท่วงท่าเช่นนี้มาสองปี การเคลื่อนไหวเช่นนี้มิมีทางลืมเลือนเด็ดขาด ทว่าการเคลื่อนไหวนี้ยังนับว่าช้ากว่าเงามืดที่พบเห็นบนหลังคาเป็นอย่างมาก

หากว่าจินเป็นอาจารย์ของจางฮุ่ยเฟิงแล้ว เช่นนี้คนบนหลังคานั่น...

            นาเทียนตงดวงตาเป็นประกาย แม้จะมั่นใจอยู่หลายส่วนแล้ว...แต่ครานี้นับว่ากระจ่างอย่างแท้จริง ชายหนุ่มมองไปยังปลายกระบี่ล้ำค่าที่เรียกเลือดของเสือขาวสัตว์วิเศษระดับห้าได้ ของเหลวสีแดงไหลหยดลงบนพื้นเป็นจังหวะ

            เสือขาวใช้กรงเล็บของมันโจมตีอย่างกราดเกรี้ยว มันฉลาดและมิใช่สัตว์วิเศษระดับธรรมดา แม้ท่วงท่าจะผิดแปลกพิสดารแต่ใช่ว่ามันจะมิสามารถโจมตีได้...เนื่องเพราะวิชาของจางฮุ่ยเฟิงยังไม่สมบูรณ์ จิ้งจอกที่โดนหย่อนใส่อกเสื้อรู้ดีแก่ใจ

            เซกันยอนกีหลังจากได้สติก็พุ่งตัวเข้ามาเพียงสะกิดปลายเท้า กระบี่แหลมคมวาดเป็นเงาห้าสายใช้ออกซึ่งเพลงกระบี่แห่งตระกูลเซกัล ...เจ้าเสือขาวราวกับเล็งเห็นโอกาส มันอ้าปากพ่นพิษสีเข้มไปในทิศทางหลบหนีเพียงหนึ่งเดียว

            เพราะเพลงกระบี่ของตระกูลเซกัลวิชานี้ มีทางหลบรอดได้เพียงหนทางเดียว!

            ทว่าเซกัลยอนกีกลับต้องเบิกตากว้าง เมื่อปลายกระบี่ที่คล้ายถูกตัวแต่กลับไม่ถูกตัว สัมผัสได้แต่ความว่างเปล่า พลันด้านหลังตนเองกลับรู้สึกเสียววาบขึ้นมา

            จางฮุ่ยเฟิงเคลื่อนไหวต่อเนื่องอย่างลื่นไหล มีเสียงร้องอื้ออึงดังขึ้นเมื่อจู่ๆเพลงกระบี่ดุจสายลมของคุณชายจางกลับแปรเปลี่ยนกระทันหัน ท่วงท่าดุดันราวกับพยัคฆ์ร้ายกำลังโกรธเกรี้ยวเข้าขย้ำเหยื่อ กระบี่ไร้ไม้ตรีไร้หัวใจเฉกเช่นเดียวกับผู้บัญญัติมัน...เพลงกระบี่แห่งตระกูลจาง!

            เซกัลยอนกีก้าวถอยหลังสองจังหวะ การเคลื่อนไหวผิดแปลกไป...กระบี่ในมือคล้ายลอยขึ้นแยกเป็นหกสาย นี่เป็นเพลงดาบชั้นสูงแห่งตระกูลเซกัล ชายหนุ่มไม่นึกว่าจะต้องถูกนำมาใช้ออกเร็วเช่นนี้... สองกระบี่โต้ตอบหนึ่งนักรบหนึ่งบัณฑิต หนึ่งดุดันหนึ่งตั้งรับ เสียงปะทะฟังแล้วกลับไพเราะอย่างยิ่ง

            ยามที่ผู้มีฝีมือแข็งแกร่งปะทะกระบี่กันมักจะอัดแน่นไปด้วยพลังลมปราณ ส่งเสียงกังวานดุจระฆังสวรรค์ ยิ่งเป็นกระบี่ล้ำค่าเท่าใดยิ่งดังกึกก้อง

            เซกัลยอนกีเป็นฝ่ายเผยช่องโหว่ก่อน ...ทว่ากรงเล็บแกร่งด้านหลังกลับฉีกทะลุเสื้อสัมผัสเนื้อหนังจนเจ็บปวด จางฮุ่ยเฟิงมิได้ร้องและมิได้เสียจังหวะ แต่มิได้รุกไล่เข้าไปทางช่องโหว่เช่นเดียวกัน ชายหนุ่มกระทำตรงกันข้ามร่างกายสูงใหญ่ในอาภรณ์สีดำย่างเท้าประหลาดอีกครั้ง พลันเคลื่อนเข้าใกล้ด้านท้องของเสือขาวในพริบตา

            เจ้าเสือขาวเบิกตากว้าง กรงเล็บด้านหน้าของมันถูกใช้ออกดังนั้นจึงรั้งกลับมาไม่ทันการณ์... เซกัลยอนกีตั้งหลักได้ก็รีบไล่ตามไป ชายหนุ่มตระเซกัลพลันตระหนักเข้าใจขึ้นมา...จางฮุ่ยเฟิงมิได้ต้องการช่องโหว่จากเซกัลยอนกีตั้งแต่แรก ที่แท้อีกฝ่ายกำลังรอคอยช่องโหว่ของเสือขาว!

            ถึงกระนั้นในเวลาเพียงลมพัดเช่นนี้จางฮุ่ยเฟิงมิมีทางสร้างบาดแผลร้ายแรงให้เสือขาวได้ทันการณ์ คมกระบี่มูยองแม้คมกริบทว่าแท้จริงแล้วมิสามารถสร้างบาดแผลถึงขั้นเจ็บสาหัสให้จุดอ่อนสุดของเสือขาวได้อยู่ดี ยังมีเซกัลยอนกีที่รุกไล่ตามมาอีก การกระทำครั้งนี้ใช่ว่าเจ็บตัวฟรีหรือไม่?

            หัวใจจินเต้นกระหน่ำราวกับกลอง คล้ายตนเองกำลังบินฉวัดเฉวียนบนน่านฟ้ารัวปืนประจำเครื่องฟอลค่อนใส่ฝ่ายศัตรูอยู่ จางฮุ่ยเฟิงแม้หาโอกาสดีเยี่ยมได้แต่กลับต้องหลุดรอดมือไป นับว่าน่าเสียดายอย่างยิ่ง... เจ้าจิ้งจอกคิดเช่นนั้นพลันร่างกายกลับลอยหวือออกมาอย่างงุนงง

            ดะ...เดี๋ยวก่อน...นี่เขากำลังลอยอยู่หรือ!? จินหันหน้าไปทางที่ลอยออกมาก็ไร้ซึ่งเงาร่างจางฮุ่ยเฟิงแล้ว

            มองภายนอกแล้วคุณชายตระกูลจางคล้ายละทิ้งโอกาสอันดีงาม ร่างสูงใหญ่กลับตัวกระทันหัน...คมกระบี่แปรเปลี่ยนเป็นพุ่งเข้าใส่เซกัลยอนกี ใบหน้าด้านเสี้ยวเห็นเพียงรอยยิ้มมุมปากที่ยกขึ้นเท่านั้น

แต่มากพอให้จิ้งจอกชาญฉลาดเข้าใจ... เด็กแก่แดดผู้นั้นโยนเขาออกมา นี่นับเป็นลวดลายอันชั่วร้ายยิ่ง ร่างกายขนาดเล็กของสัตว์สี่เท้าลงมายืนบนพื้นอย่างมั่นคง จินโคจรลมปราณจิ้งจอกในใจรู้หน้าที่ที่ต้องกระทำ

ยังมิทันที่ผู้ชมทั้งหมดจะหายใจได้คล่องเนื่องจากการต่อสู้ที่ลุ้นระทึก จู่ๆเสียงเสือขาวก็ร้องโหยหวนขึ้นกระทันหัน ผู้คนทั้งสนามผุดลุกขึ้นอย่างตะลึงพรึงเพริด... ปรากฏภาพจิ้งจอกตัวใหญ่อยู่กลางสนาม  ร่างกายของมันค่อยๆใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ หางทั้งเจ็ดอันขยับเคลื่อนไหว

...ช่างงดงาม...แข็งแกร่ง...น่าหวั่งเกรงอย่างยิ่ง

เป็นความงดงามที่เต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคมอย่างแท้จริง ขนสีดำสนิทเป็นประกายสะท้อนกับแสงสุริยัน ดวงตาสีสว่างลุกโชนดุร้ายเป็นประกายจ้า ร่างกายอันงดงามฝังคมเขี้ยวเข้ากับส่วนท้องด้านใต้ของเสือขาว หางทั้งเจ็ดรัดร่างกายอันใหญ่โตของศัตรูเพียงหางเดียว

เสือขาวร้องลั่นจนใบไม้ทั่วเทศกาลสั่นไหว ร่วงโรยลงมาบางส่วน เพียงพริบตาที่เซกัลยอนกีเสียสมาธิไปให้กับเสียงร้องของสัตว์วิเศษ กระบี่ในมือก็ถูกปัดตกดังสะท้อนกับพื้นหินอ่อนไปตามแนว

พ่ายแพ้แล้ว...

สายตาของคุณชายตระกูลเซกัลสั่นไหวอย่างรุนแรง ชายหนุ่มอ้าปากกล่าว เจ้า...เจ้า.... เหตุใดจิ้งจอกอนธการจึง…”

จางฮุ่ยเฟิงเก็บกระบี่เมื่อมีเสียงผู้ตรวจการประกาศชัยชนะ เขาทำเพียงยกยิ้มมุมปากเช่นเดิม กลับกันครานี้เซกัลยอนกีสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันร้ายกาจอย่างชัดเจน ชายหนุ่มตระกูลบัณฑิตหน้าเขียวคล้ำ แม้จะเกียจคร้านแต่ไม่เคยเสียหน้าให้ผู้ใดเช่นนี้มาก่อน

ใช่แล้ว...คุณชายจางผู้นี้ไม่เคยกล่าวออกมาสักคำเรื่องจะต่อสู้เพียงลำพัง ทุกอย่างเป็นสิ่งที่ผู้คนด่วนสรุปกันเอาเอง กลอุบายเล็กน้อยเช่นนี้กลับได้ผลใหญ่โตอย่างยิ่ง

คนของตระกูลเซกัลมากเล่ห์ แต่ครานี้กลับต้องมาเสียท่าให้กลอุบายตื้นๆ...

ใบหน้าหล่อเหลาของจางฮุ่ยเฟิงที่ยิ้มบางๆหลังชัยชนะทำให้ดูน่าชื่นชมมากขึ้นไปอีก ชายหนุ่มกลายเป็นตัวอย่างแม่ทัพที่ดีในใจของเหล่าอิสตรีไปแล้ว เขาเดินไปใกล้ๆ เจ้าจิ้งจอกสีดำที่มีเสือขาวนอนหายใจแผ่วอยู่แทบเท้า มือยกขึ้นสัมผัสกลุ่มขนนุ่มบนร่างที่สูงกว่าตนเองเกือบสองเท่า

เสียงทุ้มเอ่ยเรียกเบาๆ จิน...กลับกันเถิด

จิ้งจอกอนธการตัวใหญ่พลันค่อยๆ ลดขนาดลงจนคุณชายตะกูลจางคว้ามาหย่อนใส่อกเสื้อเช่นเดิมได้

...การกระทำในครานี้ทำให้เหล่าคนในตระกูลจางตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก น้องห้าของพวกเขามิใช่ขยะตัวโง่งมอันไร้ประโยชน์ ฝีมือเพลงกระบี่ตกต่ำจนมิอาจก้าวหน้าผู้นั้นหรอกหรือ? เหตุใดเพลงกระบี่จึงสูงล้ำเพียงนี้ ยังมีลวดลายอันร้ายกาจกล้ากระทำอุกอาจต่อหน้าพระพักตร์อีกด้วย

จางหลี่มิได้แสดงออก ดวงตาคมกริบเพียงจับจ้องอย่างครุ่นคิดเท่านั้น แม่ทัพหนุ่มมิได้แปลกใจอันใดมากมาย หากจะติดใจแล้วคงเป็นเพลงกระบี่และเพลงเท้าอันพิสดารอย่างยิ่ง เดิมทีหลังจากจางฮุ่ยเฟิงจากตึกตระกูลใหญ่ไป จางหลี่สืบค้นจนทราบว่าที่แท้น้องห้าของตนเองนั้นมีการกระทำลึกลับซุกซ่อนอยู่ทุกครั้ง

หากผู้ใดจะโกรธแค้นที่สุดคงเป็นเพียงจางชิงฟง ปากของคุณชายสี่กัดแน่นจนเลือดไหล... รู้สึกเหมือนตนเองถูกหลอกลวงมาตลอด การต่อสู้ในครานี้คล้ายถูกฝ่ามือตบเข้าที่หน้าอย่างรุนแรง นึกถึงสิ่งที่มารดาจะกล่าวยามกลับไป ในใจก็แผดเผาไปด้วยโทสะ

นอกจากผู้คนที่มีความเกี่ยวข้องเหล่านี้แล้ว... ยังมีอีกสองคนในที่นี้เผยรอยยิ้มลึกลับอันน่าประหลาด แต่กลับมิมีผู้ใดสังเกตมัน คนทั้งสองมิได้นั่งรวมอยู่ในกระโจม แต่กลับนั่งอย่างเปิดเผยเบื้องหน้าจักรพรรดิตี้เหินหนึ่งคือว่าที่ผู้นำคนถัดไปแห่งตระกูลเซกัล สองคือองค์ชายรองจิวซา...

ศึกระหว่างคุณชายยอนกีและคุณชายฮุ่ยเฟิง ชัยชนะเป็นของตระกูลจาง!” เซกัลซินจูประกาศอย่างปกติ แม้ว่าผู้แพ้ที่ว่านั้นจะเป็นตระกูลตนเอง

จางฮุ่ยเฟิงเดินเข้าไปรับของรางวัลเล็กน้อยจากจักรพรรดิแล้วถึงกลับกระโจม ก้าวขึ้นไปถึงยังมิทันที่จะทักทายร่างกายสูงใหญ่ก็คล้ายล้มนั่งอย่างเหนื่อยอ่อนทันที...ทว่าใบหน้ายังคงเป็นปกติอยู่เช่นดั่งเดิม เสี่ยวผานรีบหอบเอากล่องยามาดูอาการ เซี่ยจวิ่นกับมู่ฟงก็มารุมล้อมทันทีเช่นกัน

แพทย์หนุ่มฉีกเสื้อด้านหลังจางฮุ่ยเฟิงพลันต้องร้องอุทาน เจ้าโดนพิษ! ทั้งยังมีบาดแผลจากกรงเล็บมิน้อยอีกด้วย

ดวงตาสีเทากวาดมองเจ้าจิ้งจอกในอกเสื้อ ตอบเสี่ยวผานอย่างไม่ใส่ใจนัก ข้าจะไปหลบพ้นการโจมตีของสัตว์วิเศษระดับห้าจริงๆได้อย่างไร?...ถิงถิงเอาผ้ามาให้ข้า

จินกระโดดออกมาจากอกเสื้อ ร่างสัตว์สี่เท้าเดินอ้อมไปด้านหลังเพื่อจะมองบาดแผลที่เสี่ยวผานว่าอย่างสนใจ เรื่องเช่นนี้มิใช่เรื่องควรโกรธหรือสมควรเป็นห่วงแต่อย่างใด เกิดเป็นบุรุษนับเป็นเรื่องธรรมดามิเช่นนั้นก็เป็นตัวโง่งมไม่ได้เรื่องได้ราวแล้ว... จางฮุ่ยเฟิงมีรอยบาดแผลเต็มตัวอยู่แล้วแต่เดิม ในการต่อสู้จึงคล้ายสละร่างกายอย่างไม่ใยดีเท่าไหร่นัก

เสี่ยวผานรีบทายาลงบนบาดแผล ส่วนแผลจากการถูกพิษนั้นก็วานมู่ฟงเป็นลูกมือช่วยทา จางฮุ่ยเฟิงคล้ายบาดเจ็บกลับมาบ่อยครั้งอย่างโชกโชนจนคนสนิททั้งสามไม่ได้ตื่นตระหนกตกใจอันใดอีก เทียบกันแล้วด้วยวัยยังไม่ถึงสิบขวบร่างกายกำยำนี้ก็เคยบาดเจ็บสาหัสหนักหนาสาหัสมาแล้วด้วยซ้ำ

คนบาดเจ็บมิได้อนาทรร้อนใจแต่อย่างใด มือหนารับผ้าสีขาวจากถิงถิง ขยับกายกระทันหันจนเสี่ยวผานต่อว่าออกมา จินที่กำลังมองแผ่นหลังถูกคว้าตัวไปนั่งบนตักอย่างงุนงง ขนที่ลู่เพราะเปียกเลือดของเสือขาวบริเวณปากค่อยๆถูกบรรจงเช็ดออก รอจนปากเจ้าจิ้งจอกสะอาดเอี่ยมคุณชายจางจึงยอมปล่อยตัว

เสี่ยวผานใส่ยาให้จางฮุ่ยเฟิงเสร็จการต่อสู้ของสัตว์วิเศษคู่อื่นๆก็จบลงพอดี

ผลเป็นไปตามที่คาดเดา...จักรพรรดิประกาศให้ทางตระกูลจางเป็นฝ่ายชนะ

เท่ากับว่าจางฮุ่ยเฟิงคว้าชัยชนะสองครั้งติดในการละเล่น มีโอกาสสูงเป็นอย่างมากที่ในตอนท้ายจักรพรรดิตี้เหินจะเลือกมอบของรางวัลให้ แน่นอนว่าผู้ยิ้มอย่างดีใจที่สุดไม่พ้นเจ้าจิ้งจอก หางทั้งเจ็ดส่ายไปมาบ่งบอกอารมณ์ดียิ่ง

นายน้อยท่านมิได้ชวนจินมาด้วยหรือ? ไม่เช่นนั้นให้เขาลงแข่งแทนท่านก็ได้มู่ฟงเอ่ยถามขึ้น องครักษ์หนุ่มคิดว่าแม้จินจะไม่มีสัตว์วิเศษ...แต่หากชายหนุ่มล้มเสือขาวได้เขาก็ไม่แปลกใจแม้แต่น้อย

เสี่ยวผานเหลือบมองจิ้งจอกสีดำ ในขณะที่ใบหน้าของจางฮุ่ยเฟิงไม่แปรเปลี่ยนเพียงแต่ยกยิ้มขึ้น เขาอยากมาอย่างยิ่ง แต่กล่าวว่าติดธุระสำคัญ

...เขาไปอยากมาอย่างยิ่งตั้งแต่เมื่อไหร่? จินหันขวับ สบกับดวงตาแพรวพราวสีเทาก็รู้สึกหมั่นไส้อย่างบอกมิถูก เท้าทั้งสี่ก้าวเดินเข้าไปใกล้ ฝังเขี้ยวขบเคี้ยวลงบนมือที่ยื่นมาคล้ายต้องการลับคม...นับว่าเป็นจิ้งจอกที่พฤติกรรมใกล้เคียงหมาปอมเข้าไปทุกทีแล้ว

มู่ฟงถอนหายใจ คนผู้นั้นถ่ายทอดวิชาชั้นเลิศแก่ท่านโดยไม่หวงแหน น่านับถืออย่างยิ่ง...ทว่าวิชาที่เขาใช้ออกนั้นร้ายกาจ วรยุทธ์พิสดารอย่างที่ข้ามิเคยเห็นมาก่อน

เรื่องนี้เป็นเรื่องข้าสงสัยมากที่สุด เสี่ยวผานเจ้ารู้หรือไม่ว่าเขามาจากที่ใดกันแน่ วิชาที่ใช้เป็นวิชาอันใด?เซี่ยจวิ่นเอ่ยเสริมขึ้นมา นอกจากนี้ยังหันไปคาดคั้นเอากับเสี่ยวผาน

สำหรับพวกเขาแล้วจินก็คล้ายเป็นตัวตนสีเทา...มีความลับมากมายซุกซ่อนอยู่

ใช่แล้ว... พวกเขาไม่รู้จักจินเลย เดิมที่คิดว่าสนิทสนมกัน แต่หากคิดดีๆแล้วคำถามง่ายดายเช่นว่า เขาเป็นใคร มาจากที่ใด?...บิดามารดาเป็นคนที่ใด ทำงานใดอยู่...ก็มิสามารถตอบได้ ยิ่งเรื่องวรยุทธ์ที่สูงล้ำแล้วยิ่งสงสัยอย่างยิ่ง

จางฮุ่ยเฟิงเผลอขมวดคิ้วขึ้นมา ยังไม่ได้ตอบถามในทันที เหลือบมองเจ้าตัวที่ตกเป็นเป้านินทายืนรอฟังนิ่ง ปากหยุดลับเขี้ยวกับมือเขาไปแล้ว นอกจากเรื่องอื่นๆที่ใช้คนไปตามสืบจนรู้หมดสิ้น...เรื่องพวกนี้เขาก็เคยถามจินเช่นกัน อีกฝ่ายเล่าว่าเป็นเด็กกำพร้าถูกบิดามารดาของเสี่ยวผานเก็บมาดังนั้นจึงอาศัยอยู่ด้วยกัน ส่วนเรื่องวรยุทธ์นั้นหากเขาไม่ปากมากถามถึงที่มาจินก็จะสอนให้

แม้จะมีช่องโหว่เต็มไปหมด ถึงกระนั้นจางฮุ่ยเฟิงก็เชื่อใจจินมาตั้งแต่คราแรก เลือดที่ดื่มลงไปในร่างกายครานั้น...คือจุดเริ่มต้นเรื่องราวความเกี่ยวพันอันซับซ้อนของกันและกัน

แกร๊งง-----

เสียงระฆังดังขึ้นขัดจังหวะ ทว่าเซกัลซินจูก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ผู้ตรวจการหนุ่มและขุนนางใหญ่ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย ผู้คนนอกในกระโจมต่างชะเง้อมองหา... พลันเกิดละออกกลีบดอกไม้กลุ่มใหญ่ดั่งห่าฝนเทลงมาบริเวณลานหินอ่อน พัดตัวหมุนวนรวดเร็ว...บางครั้งก็อ้อยอิ่งสลับไปมา มีทั้งกลีบดอกเดี่ยวปลิวกระจาย มีทั้งกลุ่มห่อหุ้ม

....แว่วเสียงดนตรีขึ้นมา

เสียงพิณโดดเด่นขึ้นมาราวกับฝูงปลากระโจนขึ้นเหนือน้ำ ยามเมื่อนิ้วของผู้บรรเลงกรีดกรายดั่งคมดาบที่กรีดกลีบดอกไม้แตกกระจาย...และเป็นเช่นนั้น พายุกลีบดอกไม้ขยับเคลื่อนไหวเกิดเป็นลำเส้นแสงท่วงทำนองบาดลึกลงในจิตใจผู้ฟัง ก่อนจะมีเสียงอ่อนหวานราวกับปลอบโยนของขลุ่ยบรรเลงไล่ขึ้นมา

กลีบดอกไม้ทั้งหมดหยุดเคลื่อนไหวสั่นอยู่กับที่ พลันจู่ๆบางส่วนก็พัดแตกกระจาย มีผู้คนค่อยๆพุ่งตัวทะยอยออกมา...ผู้ที่พุ่งตัวออกมานั้นสวมชุดสีเขียวอ่อน มือถือผ้าแพรผืนยาว ขาห้อยด้วยกระดิ่งดังเมื่อยามขยับตัว

เสียงพิณและเสียงขลุ่ยผสมชิ้นส่วนกันสนิท ค่อยๆบรรเลงไล่จังหวะขึ้นไปราวกับบุรุษสตรีสองคนกอดคอกันหนีอันตราย อิสตรีในชุดสีเขียวอ่อนเผยทรวดทรงองค์เอวทั้งหมดขยับเคลื่อนไหว พวกนางเต้นระบำ...กระโจน หมุนตัวไปด้านข้างด้วยการทิ้งน้ำหนักและเล่นปลายเท้าอย่างสวยงามยิ่ง

บริเวณตรงกลางของผืนกลีบดอกไม้ถูกแหวกออกมา อิสตรีผู้หนึ่งเผยใบหน้ากระจ่างดุจดวงจันทร์ ดวงตาหนึ่งคู่ที่หน้าลุ่มหลงเปี่ยมไปด้วยมนต์ ริมฝีปากเย้ายวนไม่แย้มยิ้มแต่กลับทำให้นางดูสง่างามมากขึ้นไปอีก...นับเป็นโฉมงามล่มเมืองจนพาให้ผู้คนหยุดหายใจอย่างแท้จริง บนโลกนี้ยังมีคนที่สวยราวกับเทพสวรรค์เช่นนี้อยู่ด้วยหรือ...?

โฉมงามที่พากันให้ผู้คนตะลึงค้างสวมชุดสีฟ้าอ่อน นางกวาดแขนอย่างเชื่องช้า ผิวละเอียดขาวดุจผิวทารก นิ้วเรียวขยับเคลื่อนไหวผืนกลีบดอกไม้ก็หดแคบลงทันที นางมิได้ถือผ้าแพรมาเฉกเช่นคนอื่น...ทว่าผืนกลีบดอกไม้งดงามเช่นนี้ต่างหากที่เป็นผ้าแพรผืนใหญ่ของนาง! ร่างกายระหงขยับเคลื่อนไหวราวกับร่ายมนต์ ผู้อื่นโดยรอบคล้ายเป็นสิ่งประกอบไปทั้งหมด ไม่ว่าบุรุษใจแข็งเป็นหินเท่าใดก็ต้องเผลอจับจ้องดู

ดวงตาคมกริบของจางฮุ่ยเฟิงขยายตัวเกินปกติ เช่นนั้นก็แปลกประหลาดมากแล้วสำหรับคุณชายจางที่มักสวมหน้ากากหน้ายิ้ม ไม่ว่าผู้ใดในกระโจมจึงทราบว่าชายหนุ่มกำลังตกตะลึงอย่างยิ่ง มิใช่ว่าหลงสเน่ห์บุปผางามล่มเมืองที่เต้นรำอย่างอ่อนช้อยผู้นั้นไปแล้วหรือ?

นายน้อยนางคือลี่ชิวหงแห่งตระกูลลี่ ปกติแล้วในหนึ่งปีจะปรากฏตัวเพียงหนึ่งครั้งต่อหน้าผู้คนในงานนี้เท่านั้นเซี่ยจวิ่นเคยมาในฐานะตระกูลเซี่ยเช่นกัน ถึงแม้ว่าจะเคยรายงานเรื่องนี้กับนายน้อยไปแล้ว แต่มิแน่ว่าตกตะลึงเช่นนี้อาจหลงลืมขึ้นมา องครักษ์หนุ่มผู้หวังดีจึงเตือนความจำให้ ทั้งยังเสริมอีกว่า ผู้คนเล่าลือกันว่านางงดงามที่สุดในตระกูลลี่ มีความสามารถด้านศิลปศาสตร์สูงที่สุด เป็นยอดบุปผาอย่างแท้จริง ชนิดที่แม้แต่ผู้นำตระกูลอย่างลี่เย่วเอ๋อร์ยังทัดเทียมมิได้

จางฮุ่ยเฟิงไม่ได้ยิน คล้ายจิตใจตกอยู่ในภวังค์ส่วนลึกไปแล้ว...

ลี่ชิวหงแสดงการร่ายรำจบลง ก็หันหลังเดินกลับตระกูลลี่ทันที ไม่แม้แต่จะชายต่อมองเหล่าบุรุษที่มองนางด้วยสายตาเคลิบเคลิ้มเลื่อนลอย

เจ้าเด็กแก่แดดผู้นี้จะมองนานเกินไปแล้ว!

จินหมั่นไส้ขึ้นมาโดยมิทราบสาเหตุ เขาสะบัดหางเดินหนีจะไปนั่งกับเสี่ยวผานแทน มิคาดคุณชายจางที่ตกอยู่ในภวังค์คล้ายเพิ่งได้สติจับตัวจิ้งจอกเอาไว้ก่อน

พวกเจ้ามิมีใครคิดว่าคุ้นเคยเลยหรือ?

เสียงทุ้มเอ่ยถามลอยๆ ได้ยินจางฮุ่ยเฟิงถามเช่นนั้นผู้คนในกระโจมจึงพยายามเค้นหาภาพอันรางเลือนในความทรงจำ เมื่อก่อนพวกเขาเคยพบสตรีหน้าตาเช่นนี้ที่ใดบ้าง? แต่ครุ่นคิดเนิ่นนานแล้วก็ยังมิได้คำตอบ

แกร๊งงง----

เสียงระฆังดังขึ้นอีกครา มีผู้คนกลุ่มหนึ่งยกเครื่องดนตรีมาวางด้านข้างลานหินอ่อน แต่ละคนสวมชุดสีอ่อนดูแวบเดียวสามารถทราบได้ทันทีว่าคนพวกนี้เป็นนักดนตรี เมื่อทุกนิ้วจรดลงบนเส้นสายก็เกิดเพลงบรรเลงดัง

ลมพัดอ่อนๆ เกิดเสียงใบไม้เสียดสีกัน...ถึงช่วงเวลาแห่งการเต้นรำแล้ว

เหล่าบุรุษสตรีต่างไม่รอช้า เดินออกจากกระโจมมุ่งหน้าตรงไปยังบุคคลที่ตนเองหมายปอง หากมีคนมาขอเต้นรำมากกว่าหนึ่ง จะเลือกเต้นทั้งหมดทีละคนหรือจะเลือกเพียงคนเดียวก็ได้เช่นกัน ทว่า...ที่จวนตระกูลลี่แม่นางลี่ชิวหงที่เพิ่งร่ายรำสะกดผู้คนด้วยความงามล่มเมืองกลับปฏิเสธจนหมดสิ้น

จางฮุ่ยเฟิงผุดลุกยืนขึ้นเดินออกไปจากกระโจม ไม่ว่าถิงถิง เซี่ยจวิ่น มู่ฟงหรือเสี่ยวผานล้วนแต่หยุดนิ่ง ร่างกายคล้ายถูกแช่แข็ง สายตามองตามคุณชายจางเดินตรงไปสู่กระโจมของตระกูลลี่อย่างตกตะลึง

มิใช่ว่าหมาป่าสวมหน้ากากผู้นี้จะตกหลุมแม่นางลี่ชิวหงไปอีกคนแล้วหรือ?

จางฮุ่ยเฟิงเดินมาถึงหน้ากระโจมตระกูลลี่ มีบุรุษมากมายที่หมายปองบุปผางามประจำแคว้นยืนอออยู่ ชายหนุ่มประสานมือแจ้งต่อนายทหารด้านหน้าว่าตนเองมาขอแม่นางลี่ชิวหงเต้นรำ บุรุษอกสามศอกโดยรอบต่างดูแคลนในใจ หากหมายปองผู้อื่นของตระกูลลี่ยังพอมีความหวังอยู่บ้าง ทว่าคิดหมายปองลี่ชิวหงนับว่าหวังสูงเกินไปแล้ว

...ถึงกระนั้นพวกมันโดยรอบก็ต้องอ้าปากค้าง ใบหน้างามล่มเมืองดุจเทพสวรรค์ปรากฏออกมา ร่างกายระหงหยุดอยู่ด้านหน้ากระโจมเพียงแค่ยืนนิ่งๆยังงดงามราวกับภาพวาดที่มีบุปผาบานประกอบ เสียงไพเราะเพราะพริ้งดั่งแก้ว

ท่านคือคุณชายจางฮุ่ยเฟิง?

ใช่คุณชายจางตอบด้วยรอยยิ้ม ร่างกายสูงใหญ่โค้งตัวลงตามหลักการบุรุษขอสตรีเต้นรำ

เราเกิดมาทั้งชีวิตนี้มิเคยเห็นสัตว์บรรพกาลมาก่อน การเต้นรำนี้มีสิ่งตอบแทนหรือไม่?

จางฮุ่ยเฟิงไม่แม้แต่จะเปลี่ยนสีหน้า เขาตอบสิ่งที่ทำให้ผู้คนโดยรอบล้วนต้องสูดหายใจ เรื่องจิ้งจอกอนธการนั้นขอปฏิเสธ หากท่านต้องการอย่างอื่นล้วนบอกได้หมดสิ้น

คุณชายจางผู้นี้ถึงกลับปฏิเสธโฉมงามยอดพธูอย่างลี่ชิวหง เพียงเพราะหวงแหนสัตว์วิเศษของตน ? แม้แต่บ่าวไพร่ในตระกูลลี่ต่างก็ตกอกตกใจ ลี่ชิวหงไม่เคยถูกปฏิเสธซึ่งๆหน้ามาก่อน

...หาไม่แล้วท่านก็มิได้แตกต่างจากบุรุษทั่วไป

เพียงแม่นางลี่ยอมเผยใบหน้ามาพูดคุยกับข้า เท่านี้นับว่าเพียงพอแล้ว

จบคำลี่ชิวหงก็มิได้ต่อประโยคอีก นางเพียงแต่หันหลังเดินหายเข้ากระโจมไป จางฮุ่ยเฟิงถูกเหล่าบุรุษด้านข้างตบไหล่ เอ่ยคำปลอบใจ เหล่าสตรีเห็นชายหนุ่มหมายปองสตรีระดับลี่ชิวหงต่างก็ถอนหายใจด้วยความเสียดาย พวกนางล้วนมิมีสิ่งใดสู้กับลี่ชิวหงยอดพธูแห่งตระกูลลี่ได้เลยแม้แต่น้อย

โกหก หลอกลวง! จิ้งจอกสีดำที่เดินวนอยู่ในกระโจมด่าทอในใจ เจ้าเด็กแก่แดดผู้นี้ใช่ถูกใจผู้คนที่หน้าตาหรือไร? ไม่กี่ชั่วยามก่อนยังทำท่าทีชอบเขา ถัดมาโดนหญิงงามโปรยสเน่ห์ก็ติดกับหลงใหลเสียแล้ว จินโดนทิ้งไว้ในกระโจมให้ยืนฟังเหล่าคนที่เหลือทั้งสี่ซุบซิบนินทา

ทันทีที่จางฮุ่ยเฟิงกลับมาคนทั้งสี่ก็หยุดการสนทนาลง ถิงถิงที่ถูกบีบคั้นให้เป็นตัวแทน เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง

 นายน้อยท่านต้องตาแม่นางลี่ชิวหงหรือ?

จางฮุ่ยเฟิงยังไม่ตอบ ชายหนุ่มกำลังขมวดคิ้วมุ่นกับการเรียกเจ้าจิ้งจอกแสนรักแต่ถูกเมินเฉย พอเกิดปัญหาเช่นนี้ขึ้นมาคุณชายตระกูลจางก็นึกได้เหตุผลเดียว คล้ายพบเห็นตนเองยามนาเทียนตงมาเยี่ยมเยือน

จิน

เซี่ยจวิ่นที่กำลังดื่มน้ำเผลอสำลักแค่กขึ้นมา ตั้งชื่อจิ้งจอกอนธการเช่นนี้ไม่ว่าผู้ใดต่างไม่คุ้นชินแม้แต่น้อย ทว่า...เจ้าของชื่อกลับเมินเฉย ดวงตาสีสว่างสะท้อนความหงุดหงิดดุร้ายมุดเข้าไปในย่ามเสี่ยวผานแทน จนเจ้าของย่ามที่ถูกดวงตาสีเทาคมกริบของตระกูลจางจับจ้องอดปาดเหงื่อมิได้

อาการราวกับคนรักแง่งอนกันเช่นนี้เสี่ยวผานพบเห็นอยู่ทุกวันจนชินตา แพทย์หนุ่มรีบภาวนาให้การเต้นรำนี้จบลงพอกลับถึงเรือนแล้วจะได้หลีกหนีจากสถานการณ์น่าอึดอัดเช่นนี้เสียที

เห็นใบหน้าของจางฮุ่ยเฟิงเรียบเฉยจนน่ากลัวคล้ายมีพายุลูกใหญ่ ถิงถิงและองครักษ์อีกสองจึงไม่กล้าถามคำถามต่อ นั่งรออย่างสำรวมรอคอยให้การเต้นรำนี้จบลง เสี่ยวผานเห็นใบหน้าน่ากลัวนั่นหันไปด้านนอกกระโจมก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก จะให้จับจินออกมาจากย่ามคงเป็นมือตนเองที่จะถูกข่วนเอา

ในที่สุดการเต้นรำก็จบลง... ผู้ได้รับรางวัลในปีนี้ได้แก่จางฮุ่ยเฟิงตามที่คาดเดา ชายหนุ่มในชุดอาภรณ์สีดำยังแสร้งยิ้มแย้มเก่งกาจแม้ในใจจะมีเรื่องราวรบกวน หลังจากรับของรางวัลจากจักรพรรดิเสร็จก็สั่งการให้กลับเรือนทันที ไม่รีรอจนจบงาน ทิ้งให้สตรีมากมายที่หวังจะอาศัยช่วงเวลาเลิกงานที่ไม่มีคนจับตาผูกมิตรต้องถอนหายใจด้วยความเสียดาย

จางฮุ่ยเฟิงไม่อาจเอ่ยประโยคในใจได้ต่อหน้าผู้คน ดังนั้นชายหนุ่มจึงได้นั่งนิ่งในเกี้ยวหลับตาในใจเร่งรัดให้ถึงเรือนโดยเร็วไว ทางด้านนายทหารที่ได้รับคำสั่งก็พากันเร่งฝีเท้า เมื่อนายน้อยกับสัตว์วิเศษทะเลาะกันบรรยากาศจึงพาเงียบไปด้วย มู่ฟงที่รับผิดชอบถือของรางวัลมาก็คล้ายของในมือจะไม่มีความหมายเสีย มองเจ้านายตนเองกำลังง้อสัตว์วิเศษในใจก็มีความสับสนวุ่นวายมากเกินไปแล้ว

รอจนถึงเรือน เท้าแตะพื้นคุณชายจางก็เอ่ยขอคำอนุญาตจากเสี่ยวผาน มือจับสัตว์วิเศษในย่ามออกมา หิ้วเจ้าจิ้งจอกเอาแต่ใจเข้าห้องไปทันที

จางฮุ่ยเฟิงขมวดคิ้ว มองสัตว์ขนฟูบนตักพยายามจะหลบหนี หัวใจคล้ายมีหินก้อนใหญ่กดทับขึ้นมา

เจ้าโกรธอันใด พรมที่เจ้าอยากได้ข้าก็ได้มาแล้วมิใช่หรือ?

เดาผิด! จิ้งจอกแสนหยิ่งเบือนหน้าหนี ใช้กรงเล็บข่วนต้นขาโดยมิได้เก็บแรง ทางคุณชายจางแม้ในใจจะคร่ำเครียดทว่าเห็นอากัปกิริยาน่าเอ็นดูเช่นนี้แล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ จนดวงตาสัตว์ร้ายคล้ายจะขุ่นเคืองขึ้นอีก

จินกลายร่างมาคุยกันก่อน

สุดท้ายฝ่ายที่ทนสถานการณ์น่าอึดอัดและตัวโง่งมเรื่องความรักไม่ไหวก็ยอมกลายร่างเป็นมนุษย์ออกมา บนร่างได้สัดส่วนสวมด้วยอาภรณ์สีขาวประจำตัว ใบหน้างามมีสีหน้าไม่พอใจดวงตาดุขึ้นอยู่หลายส่วน จินขยับถอยออกมาอยู่อีกฝั่งของเตียงหรี่ตามองรอให้อีกฝ่ายเอ่ยปากขึ้นมาก่อน

เจ้าโกรธหรือ?คุณชายจางคล้ายตกอยู่ในความมืด มือหนายกเสยเส้นผมสีดำอย่างกลัดกลุ้ม พอเจอเรื่องของจิ้งจอกแสนรักทีไรราวกับตนเองจะโง่งมขึ้นตามทีโดนด่าทอทุกที

แน่นอนว่าจินโกรธ... ทีเขาใครจะมาจับตัวก็หวงแหน พูดคุยกับนาเทียนตงเด็กโง่งมผู้นี้ก็หึงจนหัวปั่น ทั้งอ้อนทั้งเรียกร้องมากมายอยู่ทุกวัน ถึงคราตนเองแล้วกลับหลงเคลิ้มไปมองสตรี เรื่องอยุติธรรมเช่นนี้จะสามารถได้รับการอภัยได้ง่ายๆหรือ? สมควรสั่งสอนให้เจ็บตัวอย่างยิ่ง

เจ้ามิได้ชมชอบแม่นางลี่ชิวหงหรอกหรือ?

จางฮุ่ยเฟิงเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ เรื่องนี้เป็นไปมิได้ เห็นภายนอกเป็นเช่นนี้แท้จริงแล้วนางมีอายุล่วงเลยถึงสามสิบกว่าแล้ว ข้าจะไปชมชอบสตรีรุ่นเดียวกับมารดาได้อย่างไร?

            “...เช่นนั้นเหตุใดเจ้าจึงเจ้าทิ้งข้าไว้ในกระโจมแล้วออกไปขอนางเต้นรำ? จินหรี่ตา ยามเอ่ยประโยค เจ้าทิ้งข้าน้ำเสียงกลับเข้มขึ้นฟังดูอ้างว้างโดยไม่รู้ตัว แต่คนฟังที่ใส่ใจอย่างจางฮุ่ยเฟิงย่อมสัมผัสได้

            คุณชายจางยิ้มบางๆ ขยับกายเข้าใกล้ เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เรื่องนี้มีเหตุผลอยู่ ข้ารู้สึกคุ้นใบหน้านางอย่างยิ่งจึงอาศัยช่วงนั้นไปมองใกล้ๆ นางร้องขอในสิ่งที่ข้าให้ไม่ได้ดังนั้นจึงโดนปฏิเสธกลับมา

            “เหตุใดเล่า?จิ้งจอกเอาแต่ใจเริ่มคลายอารมณ์หงุดหงิดลง ถึงกระนั้นก็ยังอดหมั่นไส้ชายหนุ่มที่เนื้อหอมจนมีสตรีน้อยใหญ่มากมายมารุมล้อมมิได้อยู่ดี แต่ในเมื่อพวกนางส่งขนมมาแลกเปลี่ยนเรื่องพวกนี้จึงสามารถให้อภัยได้

            เพราะเจ้า

            ......

            จางฮุ่ยเฟิงจงใจเว้นจังหวะ ดวงตาสีเทาจับจ้องมุมปากยกยิ้มขึ้น นางสนใจใคร่รู้เกี่ยวกับจิ้งจอกอนธการ แน่นอนว่าข้ามิยินยอม...ต่อให้เทพสวรรค์มาทวงถามข้าล้วนไม่ยินยอมให้ผู้ใดสัมผัสเจ้าทั้งนั้น

            จิ้งจอกสีดำที่หงุดหงิดเริ่มใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมา มั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังกล่าวประโยคเช่นใด เรื่องราวมาถึงเหตุการณ์คล้ายชายหนุ่มสารภาพรักกับหญิงสาวได้อย่างไร?

            ข้ารู้สึกตนเองหึงหวงเจ้าเป็นอย่างมาก ตอนนี้เจ้าก็กำลังเป็นเช่นนี้กระมั้ง?

            “เจ้าเด็กอวดดี!” จินด่าทอออกมา เรื่องนี้ไม่นับว่าเขาหึงหวงมิใช่เด็ดขาด เขากำลังหงุดหงิดที่จางฮุ่ยเฟิงไม่รู้หน้าที่เดิมทีถูกประทับตราทำสัญญาแล้วสมควรทำหน้าที่ให้ดียิ่งกว่าเสี่ยวผาน วันนี้กลับทิ้งเขาไว้ในกระโจมนับว่าเป็นข้อบกพร่อง! อีกฝ่ายติดหนี้มากขนาดไหนสมควรปรนนิบัติอย่างดี ไม่สมควรต้องทำให้อารมณ์เสียเช่นนี้

            คนรักก่อนหน้านี้ล้วนเอาใจทั้งนั้น สั่งซ้ายก็เดินซ้าย สั่งขวาก็เดินขวา... การกล่าวว่าเขาหึงหวงเด็กอวดดีเช่นนี้ย่อมเป็นไปมิได้เด็ดขาด!

            ถึงกระนั้นร่างมนุษย์ที่ใบหน้าขาวซีดกลับทรยศ ขึ้นสีแดงระเรื่อราวกับตอกย้ำประโยคก่อนหน้า ดวงตาคู่สวยดุขึ้นทันทีเมื่อเห็นว่าร่างสูงใหญ่ขยับเข้ามาใกล้จนเกินไปแล้ว มือหนาเอื้อมมาสัมผัสใบหน้าอย่างเคย...ทว่าครานี้กลับให้ความรู้สึกแตกต่าง จางฮุ่ยเฟิงชมชอบร่างมนุษย์ที่ไล่ต้อนได้ง่ายมากกว่าใบหน้าจิ้งจอกที่มองยากกว่าเป็นไหนๆ  

            คำนี้ที่เจ้าด่าทอข้าเข้าใจ ข้าจะนำขนสัตว์ไปตัดชุดให้ นอกจากนี้คราถัดไปจะพกเจ้าไปทุกที่...ไม่ว่ายามนอน ท่องตำรา อาบน้ำ เช่นนี้ดีหรือไม่?

          ไม่! ไม่ดี!... เรื่องพวกนี้จะถือเป็นเรื่องดีงามได้อย่างไร? เพียงแค่คิดก็เห็นความวุ่นวายตามมาแล้ว ใบหน้างามสะบัดหนีอุณภูมิของมือที่แนบแก้ม ถึงแม้เรื่องนี้จะกระทำในร่างจิ้งจอกบ่อยครั้ง แต่ในร่างมนุษย์กลับเกิดความรู้สึกวูบไหวน่าประหลาดอย่างยิ่ง

            เจ้ายังจำที่ข้าเคยกล่าวด้วยได้หรือไม่?

            จินขมวดคิ้ว เรื่องใด?

            จางฮุ่ยเฟิงยกยิ้มมุมปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำยั่วเย้าอย่างจงใจ ครานั้นที่ข้าจูบเจ้า....

            “ห้ามเจ้าคิดทำเช่นนั้นอีกคนโดนจูบรีบเอ่ยทันควัน ปฏิเสธเสียงเข้มทันที

            ขอข้าจูบได้ไหม?

            “จะ...เจ้าเด็กโง่งมนี่! ไม่ได้ฟังที่ข้าพูดหรือ?

            หมาป่าหนุ่มเลิกคิ้ว หรือเจ้าจะกล่าวว่าที่ข้าจูบวันนั้นมันรู้สึกไม่ดี?

            เรื่องนั้นมัน....

            ตรงกันข้าม...จางฮุ่ยเฟิงเก่งกาจจนผู้มีประสบการณ์อย่างเขายังเคลิ้มเลยตามเลย แต่ปัญหามันมิได้อยู่ที่จูบเก่งจูบไม่เก่ง ปัญหามันอยู่ที่เจ้าตัวอวดดีนี่ไม่รู้ว่ารู้ตัวหรือยังเรื่องเหตุใดจึงมาจูบเขาต่างหาก?

            เจ้ามิมีเรื่องใดจะสารภาพก่อนหรือ?

            “เรื่องใดๆที่เจ้าถามข้าก็ตอบหมดสิ้น ยังมีเรื่องต้องสารภาพอีกหรือ?คุณชายจางขมวดคิ้วเล็กน้อย ดวงตาสีเทาจับจ้องใบหน้างามที่พยายามหลีกเลี่ยงสายตา เช่นนี้จึงสามารถกล่าวได้ว่าตกอยู่ในภวังค์ของจริง

            จินเลิกอิดออดถามไปทันที เจ้าชมชอบหรือต้องการจะแต่งงานกับผู้ใด?

            จางฮุ่ยเฟิงชะงัก ก่อนจะยกนิ้วยาวไล้ไปตามใบหน้าจิ้งจอกแสนรัก

            เจ้าหมายถึงความรัก? ข้าไม่ได้ชมชอบหรือต้องการจะแต่งงานผู้ตอบเว้นจังหวะเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเปลี่ยนสีหน้าเล็กน้อย ก่อนริมฝีปากขยับเอ่ยเสริม เจ้ามิได้เคยกล่าวว่าจะปกป้องข้าหรอกหรือ? เจ้าอยากได้สิ่งใดข้าก็จะหามาให้ ขอเพียงอยู่ให้ข้าดูแลไปชั่วชีวิต

            ดวงตาสัตว์ร้ายหรี่ลง กล่าวเสียงเรียบ เจ้าเพิ่งจะเอ่ยปากขอเป็นทาสรับใช้ไปชั่วชีวิตรู้ตัวหรือไม่?

            จางฮุ่ยเฟิงชายหนุ่มผู้เป็นทาสชั่วชีวิตหัวเราะเบาๆ

            ข้ายินยอม

            ...และหลังจากนั้นหมาป่าที่ลงนามในสัญญาทาสก็ได้รับของรางวัล

 

            ถิงถิงยืนอยู่ด้านนอก ด้านในห้องได้ยินเสียงคนสองคนโต้เถียงกันสักพักก่อนจะเงียบไป นางมิกล้าเดินเข้าไป ดังนั้นจึงได้แต่ยืนรอนายน้อยออกมา

            ถิงถิงเจ้ารอสิ่งใด?เป็นเสี่ยวผานที่เอ่ยถาม แพทย์หนุ่มเพิ่งเก็บข้าวลงน้ำยารักษาขนสัตว์กับมู่ฟงเสร็จ ส่วนเซี่ยจวิ่นจัดการเอาขนมมากมายไปเก็บในครัว

            สำรับอาหารตอนเย็นพวกท่านจะรับประทานกันกี่ยาม?

            “เรื่องนี้.........เสี่ยวผานอ้ำอึ้งด้วยมิอาจคาดเดาถูก เหล่ตามองลอดแสงเข้าไปในห้อง พักนี้แพทย์หนุ่มเริ่มเข้าใจเหตุผลที่คุณชายจางเอ่ยคำถามวันนั้นขึ้นมาบ้างแล้ว

            “ทานกันก่อนเถิด นายน้อยไม่โกรธด้วยเรื่องเช่นนี้ กว่าจะคืนดีกับจิ้งจอกอนธการอาจยาวนาน สัตว์วิเศษของข้าก็เคยงอนเรื่องของกินเช่นเดียวกันมู่ฟงกล่าวขึ้นมา ชายหนุ่มกำลังง่วนอยู่กับการพับขนสัตว์เก็บลงกล่องจากนั้นก็เดินล่วงหน้าไปห้องทานอาหาร

            ...ทิ้งให้ถิงถิงต้องตกอยู่ในความงุนงง

            จิ้งจอกอนธการ?...แต่ข้าเห็นเงาคน....นางเงียบเสียงลงเมื่อเห็นรอยยิ้มของเสี่ยวผาน แพทย์หนุ่มเอานิ้วชี้แนบปากเป็นเชิงบอกให้เงียบ

            อาจเป็นจินที่กลับมาแล้ว เราไปทานสำรับอาหารของเจ้ากันเถิด

            “...จินกลับมาแล้วหรือ?

            ถิงถิงทวนคำกับตนเอง แม้ในใจจะสงสัยแต่นางก็ยอมเดินตามเสี่ยวผานไป ด้วยเป็นห่วงเซี่ยจวิ่นกับมู่ฟงต้องรอสำรับอาหารนานมากกว่า

            ...มีอีกเรื่องหนึ่งที่เสี่ยวผานเพิ่งตระหนักขึ้นมา

จางฮุ่ยเฟิงถามว่าคุ้นเคยใบหน้าของแม่นางลี่ชิวหงหรือไม่ ในตอนแรกเผลอเอาไปเปรียบเทียบกับอิสตรีดังนั้นต่อให้นึกชั่วยามก็ยังนึกไม่ถึง มาครานี้ผ่านไปสักพักจึงได้นึกออก


ใช่แล้ว...ความงามราวกับมิใช่มนุษย์เช่นนี้ ในบรรดาคนที่เขารู้จักจะมีกี่คนกันเล่า...?



 

 

#TALK with LLwuda 


      เสียใจมากค่ะ เป็นวันใหม่จนได้555555 แก้ตัวด้วยความน่าเอ็นดูของจิ้งจอกน้อยรูปเดิม

 


     ตอนนี้ไม่รู้จะTALKอะไรดี เปิดเข้ามาหน้านิยายอีกทีเห็นเรือนทาสเดือดเป็นไฟ จางฮุ่ยเฟิงแทบจะโดนฆ่าได้ด้วยสายตา555 


     แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ <3 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 510 ครั้ง

230 ความคิดเห็น

  1. #8238 ขอเวลาซุ่ม (@tomoyo001) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 20:39
    แงงง เจ้าทาสได้รางวัลอะไรจากจินกันแน่คะ ><
    #8238
    0
  2. #8143 SudaratYo (@SudaratYo) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 17:11
    หรือจิ้งจอกตัวก่อน
    #8143
    0
  3. #8076 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 21:19

    โอ๊ยยย ง้องอนกันละเกิ๊นนนน เริ่มหมันไส้ละเนี่ย ว่าแต่เกี่ยวข้างยังไงกับจินหว่า เป็นแม่อาจจะพอได้ปะ สามสิบกว่า คนจีนยุคโบราณแต่งงานมีลูกเร็วด้วย

    #8076
    0
  4. #7981 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 22:21
    หน้าคล้ายจินไงงงงง แหมๆเดินตามคนอื่นไปขอเต้นรำหญิงสาวแบบนั้น เจ้าจิ้งจอกก็เค้าใจผิดสิ แต่เล่นใหญ่มาก หาว่าฮุ่ยเฟิงทิ้ง 5555 เจ้าทิ้งข้า!! นับวันยิ่งอาการหนักนะคะจิน ว่าแต่ของรางวัลสัญญาทาสคืออะไรเอ่ย คิ้กค้ากกก
    #7981
    0
  5. #7941 chalillxx_ (@chalillxx_) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 18:03
    ต้องมีความเกี่ยวข้องอะไรกับจินแน่ๆอะ อาจจะเป็นพี่คนโตไรงี้หรือเป็นแม่ปะ
    #7941
    0
  6. #7810 LuckyStar1006 (@AinSuchada) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 14:32
    เดาไม่ถูกเลยจ้าาา....
    #7810
    0
  7. #7701 Hazel_9502 (@pookiejj) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 01:21
    ร้ายยย เจ้าหมาป่าร้ายยย
    #7701
    0
  8. #7680 Peachz. (@BowSK) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 21:25
    บางคอมเม้นบอกว่าอาจจะเป็นจิ้งจอกสีเงิน แต่ๆ หนึ่งอย่าลืมว่า จิ้งจอกสีเงินอายุพอๆกับจิน แต่ๆที่เฟิงบอกคืออายุราวๆ30+ สองพ่อของจิ้งจอกสีเงินเป็นจิ้งจอกแท้ๆที่เคร่งครัดแปลกๆ อาจจะไม่มีทางมาเอาเมียเป็นมนุษย์

    สามแลดูเป็นผู้ชายมากกว่า 5555 ถ้าเป็นแม่ของจินนะ พ่อแม่ของจินคือหลบหน้าอะ กลัวลูกตัวเอง

    คือนิยายแต่งจบแล้วยังวิเคราะห์ 555 ไปลุ้นเองง่ายกว่ามั้ยหนิ้
    #7680
    0
  9. #7652 4KKWAN_ (@4KKWAN_) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 01:28
    เอ๊ะ ตอนนี้เอ๊ะตรงช่วงท้ายอย่างเดียวเลยค่ะเพราะว่าเดาไม่ถูก55555
    #7652
    0
  10. #7584 pplismluvx2hh (@ppCYJ717) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 / 23:51
    ง้อน่ารักกกกก
    #7584
    0
  11. #7554 k0987507848 (@k0987507848) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 17:32
    เป็นจิ้งจอกเงินรึเปล่าค้าาา~~
    #7554
    0
  12. #7489 DKdabble (@dkdabble) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 06:37
    ฮือ ชอบตอนงอนตอนง้อกันที่สุดเลย ;; - ;;
    #7489
    0
  13. #7402 ppvs_ (@ppvs_) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 19:09
    จิ้งจอกเงิน555555555 จริงปะ55555555
    #7402
    0
  14. #7401 ppvs_ (@ppvs_) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 19:08
    จิ้งจอกเงิน555555555 จริงปะ55555555
    #7401
    0
  15. #7259 SATANGnaphatsorn (@SATANGnaphatsorn) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 21:13
    จินเป็นลูกของนางรึเปล่าชั้นลืมมมมมมมมมมมมมม
    #7259
    0
  16. #7190 pick-17 (@pick-17) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2560 / 17:48
    ถ้าเป็นจิ้งจอกเงินมีเฮแน่ 55555
    #7190
    0
  17. #7122 มูมู (@mumuka) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 23:27
    จิ้งจอกเงินหรอ
    #7122
    0
  18. #7062 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 03:46
    ได้รับรางวัลด้วยล่ะ อรั้ยยยย/////
    #7062
    0
  19. #7021 pqrst (@wonn) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 14:10
    หมายถึงจินหรอ
    #7021
    0
  20. #7020 pqrst (@wonn) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 14:10
    หมายถึงตอนหรอ
    #7020
    0
  21. #6710 -Shawty- (@tumbmong) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 04:35
    เอาแล้วฮุ่ยเฟิง จะโดนจิ้งจอกมาแย่งจินไปรึป่าว
    #6710
    0
  22. #6303 poonperm01 (@poonperm01) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2559 / 13:47
    จิ้งจอกเงินหรอ? แล้วจิ้งจอกเงินเป็นผญ.หรอ?
    #6303
    0
  23. #6095 nice_KBNT (@nice_KBNT) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 21:53
    นางคือแม่ของจินหรือเปล่า?' '
    #6095
    0
  24. #5694 Butterfly DN. (@babyll) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 18:48
    นางคล้ายจินหรอ ที่เสี่ยวผานคิดตอนจบอ่ะ ก็มีอยู่คนเดียวคือจินป้ะ นางเป็นใครกันแน่อ่ะ
    #5694
    0
  25. #5580 minixme (@swaggymg) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 09:50
    นางเป็นใครอะ
    #5580
    0