✦ อนธการจิ้งจอก ✦ BL, YAOI [END]

  • 99% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 506,129 Views

  • 8,272 Comments

  • 13,409 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    4,754

    Overall
    506,129

ตอนที่ 37 : เตรียมพร้อม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22387
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 436 ครั้ง
    27 ก.ค. 60








บทที่ 35

เตรียมพร้อม

 




                ผ่านมาได้หลายวันแล้วนับตั้งแต่พรรคตาข่ายฟ้าถูกลบชื่อพรรคออกไปจากยุทธภพ จินยังคงมีชีวิตประจำวันเช่นเคย ไม่ได้มีมือสังหารจากพรรคตัดสุริยันมาตามล่าแต่อย่างใด สถานการณ์ทางพรรคต่างเงียบสงบด้วยกลัวจะถูกลบหายไปเหมือนพรรคตาข่ายฟ้า เรื่องนี้ทำให้บรรดานักบู๊เลือดร้อนออกมาด่าทอว่าเหล่าพรรคธรรมมะที่แท้กลับขี้ขลาด กล่าววาจาปกป้องความเป็นธรรมสวยหรู ยามนี้กลับหดหัวหดหางเข้ากระดองกันเสียหมด

                ในข่าวคราวเรื่องหลายก็ยังมีเรื่องดีอยู่เช่นกัน เซี่ยจวิ่นกับถิงถิงกำลังจะมีฤกษ์ยามงามดีสำหรับงานมงคลสมรส เซี่ยจวิ่นเพิ่งจะมาคุกเข่าขอสาวใช้ไปเป็นภรรยาอย่างถูกต้องกับคุณชายจางเมื่อไม่กี่วันก่อน จางฮุ่ยเฟิงรู้ดีแก่ใจว่าถิงถิงยินดี ถึงกระนั้นชายหนุ่มก็ยังลังเลกลั่นแกล้งองครักษ์ตนเอง ก่อนกล่าวตกลงให้น้ำตาซึมไปหลายวัน

                เรื่องราวของงานแต่งจะเป็นแบบเรียบง่าย เซี่ยจวิ่นกล่าวว่าเมื่อแต่งกับถิงถิงแล้วตนเองจะไม่กลับไปเยือนตระกูลเซี่ยอีกต่อไป เท่ากับว่าถิงถิงจะไม่ต้องทนรับคำครหาของบุคคลภายในเรื่องที่บุตรหลานของตระกูลเซี่ยตบแต่งบ่าวรับใช้มาเป็นภรรยา งานสมรสนี้จะจัดขึ้นหลังจากที่จวนอีกหลังในเมืองหลวงสร้างเสร็จ แต่เรื่องราวนี้ก็ทำให้ถิงถิงกับเซี่ยจวิ่นหน้าตาผ่องใสเบิกบานอยู่ทุกวันราวกับหนุ่มสาววัยแรกแย้ม

                ...เท่ากับว่าในเรือนยามนี้ มู่ฟงกับเสี่ยวผานต้องพบเห็นเรื่องราวหวานซึ้งมากขึ้นกว่าเดิม

                สำหรับเรื่องแม่นางลี่ชิวหงก็มิได้ตกเป็นประเด็นการขุ่นเคืองใดๆอีก จางฮุ่ยเฟิงกับเสี่ยวผานรู้สึกใบหน้านางคล้ายจินเป็นอย่างมาก ทว่าจินกลับไม่เอ่ยใดๆถึงเรื่องนี้ แน่นอนว่าจินไม่รู้จักนาง...ไม่จำเป็นต้องรู้จักด้วยซ้ำ ดังนั้นเรื่องนี้จึงถูกเมินเฉยอย่างไม่ใส่ใจ

                จางฮุ่ยเฟิงยังคงเป็นชายหนุ่มที่มีระเบียบวินัย เคร่งครัดในตนเองสูงเช่นเคย แต่นับว่าเป็นอัจฉริยะโดยแท้จริง ตำราไม่ว่าเล่มใดล้วนท่องจนได้หมดสิ้น สติปัญญาเป็นเลิศ เดิมทีเขาก็แตกฉานเรื่องราวทางการทหารจากตระกูลจางมาอยู่แล้ว นายน้อยลำดับห้าของตระกูลจางเรียนรู้ที่จะแสร้งโง่งมมาตั้งแต่ไม่ถึงสิบขวบ วางแผนแก้แค้นสังหารผู้คนร่วมตระกูลตั้งแต่ยังเล็ก ไฟแค้นเผาผลาญจนแน่นอกทุกวันคืน

                ทว่าวันนี้เปลี่ยนไปแล้ว... จางฮุ่ยเฟิงยังแสร้งยิ้มอยู่เช่นเคย แต่นี้เป็นการจงใจทำมิใช่ทำเพราะต้องทำอีก ไฟแค้นที่เคยครุกกรุ่นลุกโชนจนมอดไหม้ก็ถูกบีบขังเอาไว้ด้านใน เขาไม่รู้สึกโกรธเกรี้ยวอีกแล้ว... จากนี้ไปหลงเหลือแต่เพียงความหรรษาที่จะได้ดื่มด่ำหลังการแก้แค้นเท่านั้น

นอกจากนี้ยังเข้าวังหลวงอยู่บ่อยครั้ง ขุนศึกหนุ่มถูกเรียกตัวจากจักรพรรดิไปไว้วานใช้งานเสมอ บ่งบอกว่าเป็นที่โปรดปราณของจักรพรรดิตี้เหินอย่างยิ่ง

แต่เรื่องราวความแค้นนับเป็นเรื่องเล็กน้อยไป เมื่อจางฮุ่ยเฟิงพบปัญหาใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่า

                บุรุษเจ้าสำราญที่มีชื่อว่า...นาเทียนตง

                วันนี้นาเทียนตงก็มาเยือนตั้งแต่ยามเที่ยง อาศัยความหน้าหนาของตนถือวิสาสะมารับประทานสำรับอาหารเที่ยงด้วยกัน กล่าวชมถิงถิงจนหญิงวัยกลางคนเขินอายขึ้นมา เรียกให้เซี่ยจวิ่นแทบจะจับดาบลากเขาไปสับเป็นหมื่นๆชิ้น

                นาเทียนตงเห็นวงสนทนามีผู้คนมากขึ้น อีกทั้งจินอาจไม่ได้เล่าเรื่องราว...ชายหนุ่มจึงปรารถนาดีเล่าเหตุการณ์ในพรรคตาข่ายฟ้าจนหมดสิ้น นาเทียนตงเล่าอีกว่าพรรคตาข่ายฟ้าได้ถูกเขาเป็นชื่อเป็น พรรคบรรจบฟ้ายามนี้ที่ทำการพรรคชั่วคราวคือโรงเตี๊ยมเล็กๆที่เปิดบังหน้าเอาไว้ คนงานย่อมเป็นพวกอสูรฟ้า

                หากพวกเจ้าต้องการดื่มสุรารสดีจนเมามายสามารถมาได้ อีกทั้งข้ายังสามารถเรียกสาวงามแห่งย่านโคมแดงมาต้อนรับพวกเจ้าอย่างดีได้ด้วยนาเทียนตงขายโรงเตี้ยมตนเองด้วยสายตากรุ้มกริ่ม

                เรื่องราวเช่นนี้หากมิใช่ท่านพี่นาเทียนตงแล้วย่อมไม่สามารถกระทำได้ ใบหน้าหล่อเหล่าของคุณชายตระกูลจางเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม ทว่าประโยคกลับมิชัดเจนว่าเป็นคำชมหรือไม่กันแน่?

                มู่ฟงกับเซียจวิ่นมองนายน้อยของตนที่ทำหน้าตาประหนึ่งเพิ่งรับรู้เรื่องราว บุรุษผู้นี้สั่งให้คนทั้งคู่ไปสืบตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง เหตุการณ์ทั้งหมดก็ทราบแก่ใจมาโดยตลอด ยามนี้เพียงเพื่อต้องการสนทนาด้วย...ก็แสร้งซักถามจินให้ตอบคำถามเพิ่มเติม มุมปากยกยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นมารางๆแบบที่มู่ฟงสามารถสังเกตเห็นได้

                นาเทียนตงเล่าความคืบหน้าต่อ ยามนี้ในเมื่อประมุขไม่อยู่แล้ว ท่านหมอน้อยจึงจะเดินทางกลับจิงหย่วนในทันที ทว่าเมื่อคนระดับหัวหน้าของพวกมันหายสาบสูญ...พรรคตัดสุริยันจึงส่งมือสังหารปะปนเข้ามาสืบข่าวคราวเต็มไปหมด ยามนี้ท่านหมอน้อยจึงต้องพักที่จวนข้ารอท่าทีให้คลี่คลายลงเสียก่อน

                พลันการสนทนาก็ถูกหยุดกลางคัน เสี่ยวผานเอ่ยปากถามขึ้นเป็นประโยคแรก ท่านพี่เทียนตงท่านหมอน้อยที่ว่านี้ใช่เด็กสาวที่มีปานรูปนกอยู่ตรงหน้าผากหรือไม่?

                นาเทียนตงมีสีหน้าแปลกใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสายตากรุ้มกริ่ม เอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวน น้องชาย...เรื่องนี้ข้าก็ไม่ทราบ ท่านหมอน้อยไว้ผมปรกหน้าผากอยู่ตลอด นางเป็นหญิงในดวงใจเจ้าหรือหืม?

                “ไม่ๆเสี่ยวผานรีบปฏิเสธแก้ข้อกล่าวหาให้ตนเอง นางเป็นเพียงแพทย์ที่มีฝีมือเก่งกาจทั้งๆที่อายุยังน้อย เราเป็นสหายกันเมื่อครั้งอยู่อาศัยอยู่จิงหย่วนเท่านั้น

                ข้อแก้ตัวนี้นับว่าเข้าท่า ดังนั้นคนที่เหลือจึงไม่ติดใจสงสัยเรื่องใดอีก

                ...ยกเว้นก็แต่นาเทียนตง ไม่รู้ว่าชายหนุ่มเสเพลเจ้าสำราญมีลางสังหรณ์เรื่องนี้หรืออย่างไร เขาขยับตัวเข้าใกล้ชิดจิน พลางเอ่ยเสียงกระซิบอย่างจงใจให้ได้ยิน

                เจ้าดูเสียจิน...สหายของเจ้าผู้นี้กำลังจะแย่งท่านหมอน้อยที่เจ้าเฝ้าทะนุถนอมมาไปแล้ว

                จินขมวดคิ้ว ...นี่เขาไปทะนุถนอมนางตั้งแต่เมื่อไหร่?

                จะมีก็แต่ช่วยเหลือท่านหมอน้อยที่ว่านี่เอาไว้โดยบังเอิญ การเอ่ยเช่นนี้เพื่อหวังกระตุ้นเสี่ยวผาน นอกจากจะไม่สำเร็จผลตามที่นาเทียนตงตั้งใจไว้แล้ว การที่ชายหนุ่มชิดใกล้กับจินกลับทำให้อีกคนถูกกระตุ้นขึ้นมาแทน

                นี่นับเป็นเรื่องราวของผู้อื่นแล้วคุณชายตระกูลจางยกยิ้มกล่าวประโยคนี้ด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูอบอุ่นราวกับแสงจันทราเป็นอย่างยิ่ง ทว่าใบหน้ากลับดูน่าหวาดเกรงอย่างไม่ทราบสาเหตุ นอกจากนี้นี่ยังเป็นการด่าทอตรงๆอีกด้วย

                บุรุษที่ด่าทอผู้อื่นด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเช่นนี้นับว่าน่ากลัวอย่างยิ่ง... คำนินทาผุดขึ้นในใจของผู้คนโดยรอบ

                ฮ่าฮ่า นับว่าข้าสอดรู้เกินไปแล้วจริงๆนาเทียนตงหัวเราะกลบเกลื่อน มองสายตาของจางฮุ่ยเฟิงแล้วรู้สึกเสียววูบวาบที่สันหลังอย่างไม่ทราบสาเหตุ คำกล่าวที่ว่าดวงตาของตระกูลจางดุดันจนเพียงแค่ศัตรูเห็นก็ขลาดเขลาดูท่าไม่เกินเลยไปแม้แต่น้อย แม้ว่าจะสนุกสนานกับการล้อเล่นเพียงใดนาเทียนตงก็ยังรักชีวิตตนเองอยู่

                เมื่อมองไปรอบโต๊ะนาเทียนตงก็ได้นับสายตาทิ่มแทงจนร่ำไห้ในใจเบาๆ คนอย่างเขาคงกลายเป็นตัวมารขัดขวงความรักของผู้ไปแล้วกระมั้ง?

ข้ายังต้องไปจัดการโรงเตี๊ยมอีก ขอลา

                เพื่อไม่ให้ถูกสายตาทิ่มแทงจนบอบช้ำไปมากกว่านี้นาเทียนตงจึงรีบจากไป ถึงแม้จะเจอเรื่องร้ายมาเท่าใด ผ่านไปแค่วันเดียวชายหนุ่มก็ฟื้นคืนมาเป็นคนเช่นเดิม แบกป้ายประมุขเข้าหอนางโลมไปด้วยทุกวัน

                รอจนนาเทียนตงจากไปทุกคนก็เริ่มแยกย้าย จางฮุ่ยเฟิงนั่งประจำโต๊ะทำงานในห้องโถงเพียงหนึ่งเดียว เก้าอี้เบาะนุ่มปูด้วยขนสัตว์แน่นอนว่ามันถูกจับจองไปก่อนหน้า เสี่ยวผานก็เข้าห้องตนเองไป...เซี่ยจวิ่นก็ออกไปดูงานสร้างจวนด้านนอก ยังเหลือมู่ฟงที่ไปรับของจากองครักษ์คนอื่นก่อนกลับเข้ามา

                นายน้อย เมื่อกี้บ่าวรับใช้ด้านนอกได้รับของจากองค์ชายรองมู่ฟงสำรวจดูด้วยสายตารอบหนึ่งอย่างหวาดระแวง จินก็มองอย่างสนใจด้วยเช่นกัน เมื่อเห็นว่าไม่น่ามีอันตรายองครักษ์หนุ่มจึงเดินไปวางมันไว้บนโต๊ะ

                จางฮุ่ยเฟิงเหลือบมองด้วยสายตาเย็นชาราวกับของขวัญจากองค์ชายรองมิได้สลักสำคัญ พอไม่มีคนนอกอยู่อารมณ์อันขุ่นมัวก็ถูกแสดงออกมาอย่างชัดเจน ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบของขวัญขึ้นมา...ลงมือแกะห่อ ปรากฏว่าด้านในเป็นเพียงใบชาชั้นดีเท่านั้น

                ดูท่าองค์ชายรองจิวซาจะส่งมันมาเป็นของขวัญ มือหนาเปิดหีบห่อออก หยิบใบชาจำนวนหนึ่งขึ้นมาสูดดม เป็นชาชั้นเลิศที่ข้าเอ่ยชมไปวันก่อน องค์ชายรองช่างไวเสียจริง

                สำหรับคนผู้หนึ่งซึ่งมีจุดประสงค์แล้ว หากเอ่ยว่าต้องการในเย็นวันนี้...คาดว่าองค์ชายรองก็คงใช้คนขี่สัตว์วิเศษระดับสูงมาส่งภายในเย็นวันนี้ จางฮุ่ยเฟิงมีน้ำหนักในตัวค่อนข้างมาก ด้วยฐานะขุนศึกคนโปรดคนใหม่ของจักรพรรดิและฐานะของคำว่าตระกูลจางแล้วองค์ชายรองก็มิกล้าเมินเฉย

                นายน้อย...ถิงถิงที่กำลังเก็บกวาดห้องโถงเอ่ยขึ้นอย่างลังเล สุดท้ายด้วยจิตใจที่เป็นห่วงนางจึงกล่าวออกมา ข้ารู้ว่าตระกูลจางไม่สมควรได้รับการให้อภัย ทว่าท่านอย่าปล่อยให้อำนาจหรือความแค้นบังตาเด็ดขาดนะคะ

                จินเห็นด้วยกับถิงถิง... ตระกูลจางยอมปลดปล่อยจางฮุ่ยเฟิงออกมา แต่สุดท้ายแล้วชายหนุ่มกลับมิได้ปลดปล่อยตนเองจากตระกูลจาง

            ไม่เป็นไรถิงถิงจางฮุ่ยเฟิงคลี่ยิ้มบางๆ ข้ารู้ดีว่ากำลังกระทำสิ่งใดและต้องการสิ่งใดกันแน่

                ไม่รู้คิดไปเองหรือไม่ ยามเอ่ยคำว่าต้องการจินรู้สึกคล้ายถูกจ้องมอง

                 สายตาคาดโทษเช่นนั้นมันคือสิ่งใด? เจ้าเด็กอวดดีผู้นี้ถึงกลับกล้าส่งสายตาคาดโทษใส่เขาแล้ว!

                จินจ้องกลับดวงตาสีเทาที่มองมา ก่อนจางฮุ่ยเฟิงจะเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีไป...

ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่กล่าวได้ว่าซับซ้อนในสถานะที่ไม่ทราบจะใช้คำแทนว่าอะไร ผู้หนึ่งคล้ายว่าไม่ทราบความรู้สึก...ส่วนอีกผู้หนึ่งกลับคล้ายว่าไม่ยอมรับความรู้สึก แต่ว่าเรื่องราวของคนสองคนไหนเลยสามารถให้ผู้อื่นมากระตุ้นเตือนได้?

                วันเวลาล่วงเลยมาอีกหลายชั่วยาม จางฮุ่ยเฟิงท่องตำราในคราแรกก็ย้ายไปซักซ้อมกระบี่ เป้าหมายมักคิดภาพของเหล่าคนในตระกูลจาง พอซักซ้อมมากๆเข้าก็พาลให้รู้สึกหงุดหงิด

                ถึงแม้จะไม่อยากข้องเกี่ยว...ทว่าแม้แต่เพลงกระบี่ที่ใช้ออกก็เป็นของตระกูลจาง วิธีคิด วิธีตอบโต้ ทุกกระบวนท่าทุกการเคลื่อนไหวเป็นไปตามตระกูลจางหมดสิ้น เป็นเพราะยามเด็กๆถึงแม้จะต้องแสร้งอ่อนแอ แต่จางฮุ่ยเฟิงก็แอบจดจำท่วงท่าที่อาจารย์สอนไปฝึกฝน แม้ยามจะถูกปฏิเสธไม่ให้เล่าเรียนแล้ว คนสอนยังเป็นมู่ฟงซึ่งเป็นคนของตึกตระกูลจางอีก เกลียดชังเพียงใดก็มิสามารถปฏิเสธได้ว่าตัวตนในยามนี้ก็เป็นสิ่งที่ตระกูลจางปลุกปั้นมา

                จางฮุ่ยเฟิงเกลียดชังตระกูลจางแต่มิได้เกลียดชังตนเอง

                ชายหนุ่มเพิ่งสัมผัสความรู้สึกว่าชีวิตตนเองมีโชคดีเหมือนกับคนทั่วไปอยู่บ้าง ก็ยามที่กำแพงมืดมนรอบๆกายถูกจิ้งจอกตัวหนึ่งตะปบมันพังทลาย ใช้มือกระชากเขาขึ้นมาจากความเย็นเฉียบ

                ตั้งแต่ตอนนั้นชีวิตนี้ก็มิใช่ของตระกูลจางอีกต่อไป...หากแต่เป็นของจิน

                ใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อหลังออกแรงคลี่ยิ้มบางๆ เมื่อนึกถึงเรื่องราวประทับใจคราแรก อีกฝ่ายราวกับไม่รู้จักความรู้สึกกลัวแม้แต่น้อย รูปลักษณ์ภายนอกสามารถทำให้บุรุษผู้หนึ่งสามารถชื่นชมบุรุษผู้หนึ่งอยู่ภายในใจได้ แต่มิอาจทำให้ครุ่นคิดถึงอยู่ทุกคืนวันได้

                นายน้อยเซี่ยจวิ่นเอ่ยเรียกเสียงเบา เมื่อเห็นว่าคู่ซ้อมกระบี่มิได้เดินตามมา

                เจ้าไปก่อน

                เมื่อคนเป็นเจ้านายออกปากไล่ถึงแม้จะงุนงงอยู่บ้างแต่เซี่ยจวิ่นก็เดินกลับเข้าตัวเรือนไป จางฮุ่ยเฟิงค่อยๆก้าวเดิน รองเท้าสั่งตัดอย่างดีมีความทนทานกระทบกับพื้นหญ้าของสวนทว่ากลับปรากฏซุ่มเสียงเบายิ่ง ดวงตาสีเทาลึกล้ำมองไปยังท้องฟ้าสีครามด้วยแววตาเรียบเฉย สำหรับคุณชายจางแล้วนอกจากจิ้งจอกแสนรักผู้มีขนสีเงางาม...สิ่งใดก็มิอาจสวยงามเทียบเคียงอีก

                มือหยาบกร้านที่เต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผลยกขึ้น ลูบบริเวณด้านข้างคออย่างเผลอไผล

                ชมชอบ...ก็มิใช่ ต้องกล่าวว่ารักชอบจึงจะถูกต้องมากกว่า

                ครานี้มิใช่เพียงต้องการทำเรื่องหยาบโลนเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว ความรู้สึกด้านมือในใจกลับต้องการกลืนกินทุกสิ่งอย่างรุนแรง ต้องการให้อีกฝ่ายตอบสนอง...ต้องการทุกอย่าง

                ที่แท้คำตอบของทุกการกระทำก็ง่ายเพียงเท่านี้เองหรือ?

                ถึงแม้ในอดีตตนเองจะเกรงอกเกรงใจอีกฝ่ายเป็นอย่างมากด้วยกลัวจะเสียสิ่งดีๆ แต่ยามนี้จางฮุ่ยเฟิงมิมีทางยินยอมให้เป็นเช่นนั้น เรื่องนาเทียนตงทำให้นึกได้ว่าที่ผ่านมาเกรงใจแล้วได้สิ่งใดเล่า? ในเมื่อจินก้าวเข้ามาแล้ว...ต่อให้ต้องขุดหลุมกี่หลุมวางกับดักซับซ้อนไว้กี่ชั้นเขาก็จะกระทำ หากต้องการชีวิตก็จะนำไปให้

                ...แต่นั่นต้องเป็นหลังจากสะสางเรื่องราวของมารดาเรียบร้อยแล้วเท่านั้น

                คนอย่างเจ้าช่างเปลี่ยนสีหน้าได้ไวเสียจริง ประเดี๋ยวก็ยิ้มประเดี๋ยวก็ทำหน้าดุดันร่างกายสูงคล่องแคล่วเข้ามาใกล้โดยไม่รู้ตัว บ่งบอกว่าผู้มาเยือนเป็นใคร

                จางฮุ่ยเฟิงยกยิ้ม เจ้าไปไหนมา?

                “ไปดูพรรคตัดสุริยันที่มากันมากมายราวกับแมลงน่ารำคาญ

                ถ้อยคำเปรียบเทียบพรรคใหญ่เป็นแมลงน่ารำคาญเช่นนี้ หากเป็นผู้อื่นได้ยินคงตอบสนองด้วยความรู้สึกรุนแรงไปแล้ว

                จางฮุ่ยเฟิงมองจมูกรั้นที่พ่นลมหายใจอย่างเบื่อหน่าย ดวงตาคู่ดุที่เรียบนิ่ง ในใจพลันคิดว่าต่อให้ต้องจ้องมองเช่นนี้อีกเป็นปีคงมิเคยรู้สึกเบื่อหน่าย

                คงมีเพียงเจ้าที่สังหารพวกมันทิ้งได้ราวกับตบแมลง

                จินไม่ตอบคำ จิ้งจอกในร่างมนุษย์มองคู่หูตนเองนิ่งก่อนกล่าว เรื่องพรรคตัดสุริยันเจ้าห้ามยุ่งเป็นอันขาด

                “ข้าจะกระทำให้ขอบเขตที่สมควรกระทำถึงแม้จินจะอยากได้คำตกลงโดยดี แต่คนเจ้าเล่ห์กลับรับปากด้วยเงื่อนไขที่ไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าขอบเขตที่ว่าคือเท่าใด จางฮุ่ยเฟิงเห็นใบหน้าที่เริ่มไม่พอใจก็หัวเราะเบาๆ นอกจากพรรคตัดสุริยัน เจ้ายังอยากตบสิ่งใดทิ้งราวกับแมลงอีกหรือไม่?

                “นาเทียนตง ตระกูลเซกัล พี่น้องของเจ้าจินตอบในทันที

                ชื่อแรกที่โผล่มาทำให้ใบหน้าหล่อเหลาเก็บซ่อนรอยยิ้มทันควัน คุณชายจางเดินเข้าไปใกล้ขยับปากเอ่ยถาม เจ้ากับนาเทียนตงก็คล้ายสนิทสนมกันดี?

                บรรยากาศดอกไม้บานถูกบดบังด้วยความมืดมนครุกกรุ่น

                จินใช้มือเปล่าตบพลั่กเข้าไปที่แผ่นหลังคนหึงหวง จนร่างกำยำเดินเซผิดไปจังหวะหนึ่ง เอ่ยด้วยน้ำเสียงดุ เจ้ายังไม่ได้รับปากข้า แล้วยังจะมาเอาคำตอบจากข้าอีก

                แทนที่ผู้ถูกทำร้ายจะสลดกลับมีรอยยิ้มชอบใจ จางฮุ่ยเฟิงคว้าข้อมือในอาภรณ์ชุดขาว ดึงลากไปนั่งบนที่นั่งยื่นออกมาจากตัวเรือน...ทว่าแม้จะทรุดตัวลงนั่งแล้ว คนไม่รู้จักเจียมตัวกลับมิยอมปล่อยมือเสียที กล่าวตอบประโยคก่อนหน้าด้วยน้ำเสียงพออกพอใจ

                ค่าจูบเจ้าแลกกับข้อตกลงของเราดีหรือไม่?

                จินดึงมือออก แถมด้วยการทำร้ายร่างกายไปอีกหนึ่งทีเป็นการสั่งสอน อ้าปากด่าทอ ข้าไม่จูบกับเด็กเช่นเจ้า! หลงเป็นห่วงแท้ๆ เจ้ามันน่ากัดให้จมเขี้ยวจริงๆนัก!”

                จางฮุ่ยเฟิงสัมผัสได้ว่าคำพูดสุดท้ายอีกฝ่ายดูจริงจังเป็นพิเศษ ถึงกระนั้นก็หัวเราะตอบอย่างชอบใจ ก่อนจะผุดลุกขึ้นกล่าว เจ้ารอตรงนี้สักครู่

                ...เพียงไม่นานก็เดินกลับมาพร้อมกับอาภรณ์ขนสัตว์ที่ถูกตัดเย็บสวยงามในมือ จินมองอาภรณ์จากขนสัตว์นุ่มคลุมลงมาบนตัว ก่อนจะตามมาด้วยอ้อมกอดของหมาป่าหนุ่มที่วันนี้ดูจะใจกล้าเป็นพิเศษ

                ข้าตัดเสื้อมาให้เจ้านุ่มสบายดีหรือไม่? ส่วนเรื่องพรรคตัดสุริยันข้าจะยอมรับปากไม่ข้องเกี่ยวหากพรรคนี้เกี่ยวข้องเพียงเรื่องราวเพียงยุทธจักรทางเดียวเท่านั้น

                จินลอบถอนหายใจ คร้านจะด่าทอ...ต่อให้ต่อว่าขึ้นมา คนกอดคงอ้างว่าเมื่อยามอยู่ในร่างจิ้งจอกก็กอดอยู่บ่อยครั้ง ขณะที่กำลังใคร่คราญคิดว่าสมควรปะปล่อยละเลยให้สักครั้งตอบแทนค่าอาภรณ์ขนสัตว์ดีหรือไม่ บุรุษผู้ได้คืบจะเอาศอกกลับกระชับอ้อมแขนที่กอดรัดผ่านอาภรณ์ขนสัตว์ให้แน่นขึ้น

                ...กล่าวเสียงกระซิบ ตกลงจูบได้หรือไม่? ข้าเป็นเด็กเจ้าก็ย่อมเป็นเด็ก ข้าชมชอบเจ้า...เจ้าชมชอบข้าเรื่องนี้มิใช่เรื่องดีงามตรงไหน?

            มันจะไปเป็นเรื่อง ดีงามได้อย่างไรกันเล่า!

            ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคารพในความรู้สึกของจางฮุ่ยเฟิง ภายนอกร่างกายอายุกลับน้อยกว่าอีกฝ่ายด้วยซ้ำ แต่จินไม่คิดว่าจะตอบสนองความสัมพันธ์แบบปับปี้เลิฟ อดีตเมื่อคนที่แล้วตนเองก็เพิ่งโดนทิ้งหักหลังอย่างเจ็บปวดมา อายุจริงเขาเป็นผู้ใหญ่ที่ต้องการความรักอันแน่วแน่มั่นคง มิใช่ดั่งหนุ่มสาวแรกแย้ม พายุรักพัดโหมอย่างรุนแรงแต่ก็สร่างซารวดเร็วเช่นกัน

                ...ถึงกระนั้นก้อนเนื้อในอกจอมทรยศกลับเคลื่อนไหวผิดจังหวะไปเสียจังหวะหนึ่ง

                “…เจ้าหัดเป็นเด็กเลี้ยงแกะตั้งแต่เมื่อใด?

                จางฮุ่ยเฟิงเพิ่งเห็นว่าดวงตาที่เรียบเฉยคล้ายจะสั่นไหว มุมปากยกยิ้มจุมพิตเบาๆที่ตำหนิเม็ดเล็กๆใต้ตาอีกฝ่าย กล่าวตอบด้วยเสียงกระซิบ ที่เจ้ากล่าวข้าไม่ค่อยเข้าใจความหมายนัก แต่ไหนแต่ไรก็เลี้ยงแต่เพียงจิ้งจอกอนธการเท่านั้น

                ครานี้จิ้งจอกในร่างมนุษย์ที่มีประสบการณ์กลับเขินอายขึ้นมาเสียเอง

                ช่างมันสิ! สัญญาทาสก็เป็นเจ้าตัวยินยอมเอง ต่อไปนี้จะเกิดอะไรขึ้นเขาไม่สนแล้ว!... เหตุใดเกิดมาเป็นจิ้งจอก เกิดใหม่อีกชีวิตแล้วก็มาครุ่นคิดเรื่องน่าปวดหัวพรรค์นี้ด้วย? นอกจากนี้เหตุใดเด็กโง่งมผู้ที่วันๆชีวิตคล้ายจะมีดีแต่เพียงนิสัยอันจอมปลอมกลับสามารถเอ่ยถ้อยคำธรรมดา ให้มันดูยั่วเย้าได้ถึงเพียงนี้? น่าสงสัยแล้วว่าตึกตระกูลจางสั่งสอนผู้คนออกมาเป็นนักรบหรือนักรักกันแน่

                มือขาวซีดออกแรงผลักออก จางฮุ่ยเฟิงพยายามต่อต้านทว่าเรี่ยวแรงที่พยายามรีดเค้น เพื่อต่อเวลาอันล้ำค่าล้วนสูญเสียเปล่า ในใจรู้สึกเสียดายอย่างยิ่ง ค่ำคืนนี้ก็ดูท่าจะได้กอดเพียงจิ้งจอกสีดำอีกแล้ว

                จินผุดลุกขึ้นสิ้นสุดการให้รางวัลแก่ทาสผู้ซื่อสัตย์ สะบัดเสื้อขนสัตว์สีขาวตัวงามที่คลุมตัวออกแล้วสวมเข้าใหม่ ทุกอย่างราวกับภาพวาดงดงามตระการตา ไม่ว่าจะเป็นมือที่ค่อยๆสอดใส่แขนเสื้อ...หรือยามที่ผมสีดำสนิทสะบัดอยู่บนแผ่นหลัง ล้วนทำให้สีสันแห่งธรรมชาติจากต้นไม้ใหญ่จืดจางไปหมดสิ้น

                เดิมทีแค่มาตามเจ้าไปทานอาหารเท่านั้น กลับเสียเวลานานเพียงนี้

                จางฮุ่ยเฟิงคล้ายมิได้ยินสิ่งใด เห็นอาภรณ์ที่ตนเองมอบให้ถูกสวมใส่อยู่บนร่างกายอีกฝ่าย มือสองข้างเกิดความรู้สึกอยากจะเอื้อมไปคว้ามากอดไว้...แม้เพียงครู่เดียวก็นับว่าเพียงพอ

                พลั่ก--- ดวงตาสีเทาขยับเคลื่อนไหวได้สติทันที

                เหม่อลอยอะไรของเจ้า? ผู้คนทั้งเรือนรอจนหิวหมดแล้ว

                คุณชายจางถอนหายใจเดินตามจินไปอย่างเสียดาย ใบหน้าหล่อเหลามีรอยจางแดงๆขึ้นมา นับเป็นประสบการณ์หาได้ยากที่บุตรชายของตระกูลนักรบได้รับการตบเข้าที่ใบหน้าเพียงเพราะเพื่อเรียกสติ

                บุรุษผู้นี้ใช่ว่าเคยชินจนหลงลืมไปแล้วหรือไม่? สิ่งที่ใช้ตบบนใบหน้าเขาเป็นมือข้างหนึ่ง มิใช่อุ้งเท้าที่ตบเอาๆ ทุกวันเหมือนเช่นเคย อีกทั้งยังใส่แรงเข้าไป...ไม่น้อยอีกด้วย

                ...หลังจากอีกนานหลายปีจางฮุ่ยเฟิงเคยเล่าเรื่องขบขันเช่นนี้ให้เสี่ยวผานฟัง แพทย์หนุ่มในเวลานั้นเพียงแค่ยิ้มตอบอย่างสุภาพพลางเล่ากลับว่า ครั้งแรกที่เหม่อลอยแล้วไม่ตอบคำถามจินจนโดนตบแรงๆเข้าที่ใบหน้า อายุข้าเพียงห้าปีเท่านั้นในขณะที่เขาอายุเพียงสี่ปี

 

พรรคตัดสุริยัน

พรรคตัดสุริยันเดิมทีเป็นหนึ่งในสองพรรคใหญ่...ทว่าตั้งแต่พรรคตาข่ายฟ้าถูกกำจัดไปพร้อมกับพรรคอื่นๆอีก จึงทำให้ตอนนี้แม้แต่พรรควิสุทธิ์ที่เคียงคู่กันมาก็ต้องยอมหลีกหนี พรรคตัดสุริยันจึงผงาดขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งในหน้าหนังสือยุทธจักร ชี้เป็นชี้ตายกวาดล้างผู้ต่อต้านจนสามารถนับเป็นกลียุคของบรรดานักบู๊ได้

พรรคตัดสุริยันมีประมุขเป็นจุดรวมอำนาจ มีเหล่าผู้อาวุโส บรรรดาผู้อาวุโสแต่ละคนต่างก็มีบุคคลระดับหัวหน้าของพวกมันเป็นมือเป็นเท้าต่อให้อีกนับไม่ถ้วน

...เรื่องราววุ่นวายเริ่มจากตรงนี้

ในบรรดางานทั้งหมดที่มอบหมายให้แก่ผู้อาวุโสมือมารซู่หลิง มันกระจายงานให้คนในไปจัดการ มีเพียงกวาดล้างพรรคที่เรืองอำนาจจึงจะส่งระดับหัวหน้าไป...หนึ่งในนั้นได้แก่การกวาดล้างพรรคตาข่ายฟ้า

หัวหน้าผู้นั้นมันหลงลืมชื่อไปแล้ว จดจำได้เพียงแต่ว่าไม่กลับมา ตามรายงานที่มือขวาของมันส่งมาให้ถูกเขียนไว้ว่าพรรคตาข่ายฟ้าถูกทำลาย แต่ตัวหัวหน้าของมันกลับหายสาบสูญไปด้วย... มือมารซู่หลิงแม้จะได้รับคำว่าอาวุโสแต่มันกลับอายุเพียงสามสิบแปดปีเท่านั้น ฝีมือของมันมิอาจดูแคลนได้

มือมารซู่หลิงครุ่นคิดแล้วว่าประหลาดยิ่ง ครานี้มันยิ่งรอบคอบมากกว่าเดิม ส่งผู้คนระดับหัวหน้าของมันไปตามสืบสาเหตุเรื่องนี้ถึงสองคน หนึ่งบุ๋นหนึ่งบู๊ ทั้งสองไม่ว่างานได้ก็มิเคยทำพลาดมาก่อน...

หนึ่งบุ๋นผู้นี้มีนามว่าจิ่นเลี่ยงหาน ส่วนอีกหนึ่งบู๊มีนามว่าลี้เป้ย... พวกมันเป็นชนชั้นหัวหน้าขึ้นตรงต่อผู้อาวุโสมือมารซู่หลิง ทันทีที่มาถึงเมืองหลวงพวกมันรุดหน้าเข้าไปตรวจสอบซากของพรรคตาข่ายฟ้าทันที

จิ่นเลี่ยงหานสามารถกล่าวได้เต็มปากว่าเรื่องนี้มิชอบมาพากล แต่ซากที่เหลืออยู่ผู้เผานับว่าเผาได้หมดจดอย่างยิ่ง มิเหลือร่องรอยใดๆ ให้ตรวจสอบ เดิมทีแม้ว่าพิรุธนั้นจะเล็กยิ่งกว่าเมล็ดข้าวสายตาของมันก็ไม่เคยพลาด

พรรคตาข่ายฟ้ายังมีคนเหลือรอด

และฝีมือของมันย่อมไม่ต่ำไปกว่าประมุขพรรค พรรคตาข่ายฟ้าตัวประมุขนั้นนับว่ามีฝีมืออยู่บ้าง...แต่อย่างไรย่อมไม่สามารถเอาชนะเหลียนเซียวได้ การที่เหลียนเซียวหายสาบสูญมีโอกาสมากว่าจะตกตายไปแล้ว ตัวบัดซบที่สังหารมีโอกาสเพียงแค่อสูรฟ้ากองกำลังลึกลับ หรือผู้ช่วยรองประมุขเทียนตงที่กล่าวขานว่าเป็นความหวังดวงใหม่แห่งพรรคเท่านั้น

จิ่นเลี่ยงหานยังไม่ครุ่นคิดถึงคนภายนอก มันสั่งกองกำลังกระจายตัวไปค้นหากิจการร้านค้าที่เพิ่งเปิดใหม่เร็วๆนี้ ไม่ว่าจะเป็นร้านเล็กร้านใหญ่ แม้แต่แผงลอยมันก็มิอาจให้เล็ดรอดสายตา

...ก็แค่เหลือบไรข้างทางที่มารบกวนท่านประมุข สมควรลบล้างให้หายไป

 

ทางด้านตระกูลจาง ซึ่งเป็นกำลังหลักสำคัญให้รัชทายาทในงานล่าสัตว์วิเศษประจำปีนี้ บุตรชายทั้งห้าล้วนได้รับการเสนอชื่อเข้าร่วมด้วยกันทั้งหมด

เนื่องเพราะงานเทศกาลดอกไม้งามคราวก่อน... จางฮุ่ยเฟิงที่เคยถูกกดภายในตระกูลแห่งนี้กลับเติบใหญ่ เป็นสัตว์ร้ายที่องอาจ อยู่ในตำแหน่งที่พวกมันมิอาจหาญแตะต้องอีกต่อไป จึงทำให้หมู่ตึกในตระกูลจางคึกคักขยันฝึกซ้อมกันอย่างยิ่ง นายน้อยทุกลำดับต่างมิยอมน้อยหน้า ซุ่มเก็บตัวฝึกซ้อม

เมื่อเห็นสัตว์ตัวเล็กที่ด้อยกว่าเติบใหญ่ หันมาเป็นฝ่ายเหยียบย่ำมันกลับคืนบ้าง เป็นธรรมดาที่มิว่าผู้ใดต่างก็รู้สึกร้อนใจ...เสียหน้า มองดวงตาที่เรียบเฉยของอีกฝ่ายเป็นการดูถูกดูแคลนอย่างยิ่ง

จางหลี่มิได้ออกความเห็นอันใดเกี่ยวกับเรื่องนี้ คนในตระกูลขยันฝึกซ้อมสำหรับแม่ทัพหนุ่มแล้วนับเป็นเรื่องที่ดี

มาแล้วหรือ?

จางหลี่ก้าวเท้าเข้ามาอย่างองอาจฉับไว หยุดยืนห่างออกไปจากคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ประมาณหนึ่ง... บุรุษที่มีอายุเข้าขั้นสูงวัย แต่ใบหน้ากลับดุดันคมกริบรอบกายมีความรู้สึกหนักอึ้งผู้นี้คือจางซี ผู้นำแห่งตระกูลจาง อดีตนักรบของแคว้นเพียงหนึ่งเดียวที่ครอบครองสัตว์วิเศษระดับสูงสุด...อสรพิษเขี้ยวระดับเก้า

จางซีมิได้แม้แต่จะเหลือบตามองบุตรชายคนโตของตน

รายงานมา

องค์ชายรองใช้ตระกูลฮาบีบให้รัชทายาทต้องนำเงินส่วนตัวออกมาใช้จัดงานก่อน รัชทายาทรายงานเบิกเงินต่อหน้าพระพักตร์เป็นไปด้วยดี ทว่าลับหลังตระกูลฮาเล่นตุกติกเงินสักแดงเดียวก็มิมาถึง นอกจากนี้ทางฝั่งตระกูลซินก็มีท่าทีจะสนับสนุนองค์ชายรองเช่นเดียวกัน

จางซีวางปากกาลง ทางตระกูลเซกัลจัดการอย่างไร?

ตระกูลเซกัลแนะนำให้รัชทายาทลองพูดคุยกับตระกูลสายรอง เซกัลทันบีตั้งใจจะทำให้ตระกูลฮาแยกเป็นสอง เช่นนั้นก็ดีต่อเราและทางองค์ชายรองคงสูญเสียเม็ดเงินในมือมากมาย

เรื่องราวเช่นนี้สมควรให้ตระกูลเซกัลจัดการ จางหลี่ไม่ได้ตอบสิ่งใดต่อ เฝ้ารอคำสั่งต่อไป ความเงียบเข้าปกคลุมอยู่ชั่วขณะจนกระทั่งจางซีคล้ายนึกได้

เจ้าไปได้แล้ว

จางหลี่ทำความเคารพบิดา ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ

ในใจของแม่ทัพผู้ห้าวหาญผู้นี้มิอาจสงบนิ่งได้อีก เมื่อราวสองปีที่ผ่านมาจางหลี่ได้รับเอกสารทำความผิดของบิดาจากจางฮุ่ยเฟิง บิดาที่เป็นแม่ทัพใหญ่นั้นมิได้มีความผิดสกปรกอย่างยักยอกทรัพย์หรือเป็นกบฏ

เมื่อก่อนมารดาหรืออิสตรีที่ดุร้ายในตึกตระกูลฝ่ายในต่างพร่ำพูดมาโดยตลอด จางซีผู้นำตระกูลที่คล้ายมิมีหัวใจ...กลับรักสตรีเพียงคนเดียวจากใจจริง มักกล่าวว่าบิดารักลูกชายของนางมากกว่าคนอื่นเสมอ จางหลี่มิเคยเห็นด้วยมาโดยตลอด ถึงกระนั้นเขาก็มิได้พูดสิ่งใดออกไป ในสายตาแล้วจางฮุ่ยเฟิงต่างหากที่ถูกเอาเปรียบและถูกรังแกอยู่ตลอดเวลา

ทว่า...จางซีผู้นี้เคยทำความผิดต่อแว่นแคว้นครั้งเดียวในชีวิต

ในห้องที่เรียบง่ายแทบมิมีเครื่องประดับอันใดในห้องบิดา ทว่าบนโต๊ะที่จางหลี่เดินเข้าไปรายงานเรื่องราวของตระกูลอยู่บ่อยครั้งกลับมีเครื่องประดับของสตรีวางอยู่ชิ้นหนึ่ง เป็นอัญมณีที่มิอาจพบได้ในแว่นแคว้นไตรนภา เป็นสิ่งเดียวที่ผิดแผกไปจากในห้องของจางซีอย่างสิ้นเชิง

 

ความผิดอันร้ายกาจที่ติดไว้กับตระกูลจาง...คือการใส่ความและช่วงชิงสตรีของผู้อื่น



 

                               



 #TALK with LLwuda

เรื่องแรกก็สวัสดีค่ะ อภัยที่หายหน้าหายตาไปนาน u v u ขอมาชี้แจ้งข่าวเล็กๆน้อยๆนะคะ นิยายเรื่องอนธการจิ้งจอกนี้เซ็นสัญญากับสนพ.แล้วค่ะ มีอะไรคืบหน้าทางผู้เขียนจะทยอยมาแจ้งข่าวคราวนะคะ

ช่วงนี้เราจะอัพช้ากว่าเดิมมากนะคะ พอดีมีสอบมรสุมทุกวันและทุกสัปดาห์ค่ะ จะเขียนก็กลัวจะง่วงๆเบลอๆหลุดนู่นนี่พลาดเยอะไปหมด สุดท้ายเกรดก็ยังตกอีกด้วย55 แจ้งไว้ก่อนเหล่า #ทาสจิ้งจอก จะได้ไม่ต้องมารอที่หน้าเรือนทุกวันนะคะ 

เรื่องย้ายหมวดนี่ทางผู้เขียนไม่ได้รู้เรื่องเว็บเด็กดีอะไรมาก คิดแค่ว่า เอ้อ ย้ายดีกว่าก็ย้ายค่ะ ไม่รู้ว่ามีหมวดนู้นรอ หมวดนี้รอ เรื่องย่อหน้าเบี้ยวก็เป็นเฉพาะเว็บเด็กดีค่ะ ส่วนเรื่องFontติดกันบรรทัดติดกันเราพิมพ์ตามปกติค่ะ 


ส่วนเรื่องสรรพนามคำว่า "มัน" นี้ เพราะเรื่องนี้เป็นนิยายวายแฟนตาซีและกำลังภายในค่ะ เยอะไปไหม55 ทางผู้เขียนติดสำนวนนิยายกำลังภายในสุดคลาสสิคของท่าน น.นพรัตน์ หรือท่าน ว.ณ เมืองลุงค่ะ สำหรับผู้ที่ไม่เคยอ่านนิยายกำลังภายในอาจไม่คุ้นชินบ้าง 

 

#TALK2

มาพูดเรื่อง พวกเขากันบ้าง

จางฮุ่ยเฟิงนี่ทำบ่นเรื่องโดนตบ จริงๆในใจก็ชอบนะคะ แฉไว้ตรงนี้เลย ฮา ส่วนเรื่องชั้นเชิงการจีบนี่จินแทบจะอยากเอาป้าย 0 คะแนนแปะบนหน้าผากให้(ถือว่าใช้ความจริงใจล่ะกันเนอะคุณชาย) 

เรื่อง ซองเอกสารลึกลับที่จางหลี่ได้มาในวันนั้น เสียงแว่วจากผู้อ่านแล้วทุกคนด่าประนามในทันที อันที่จริงเราเขียนแค่ว่าเอกสารที่เขียนแจกแจงความผิด ไม่ได้บอกว่าคุณป้อโกงกินบ้านเมืองนะคะ ถึงจะผิดและแย่ไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่ก็เถอะ55  ส่วนเรื่องราวจริงๆในเอกสารนั้นอยู่ในตอนพิเศษขอเล่ม1ค่ะ (หัวเราะ)

 

แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ ^ ^ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 436 ครั้ง

123 ความคิดเห็น

  1. #8079 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 23:30

    คุณชายห้านี่ถึงเนื้อถึงตัวละเกิน ว่าแต่สงสารเสี่ยวผานน รอดมือรอดเท้าจินตั้งแต่ห้าขวบมาได้ทุกวันนี้ก็เอาเรื่องเหมือนกันนะ 555555

    #8079
    0
  2. #7989 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 21:31
    แหมมมม พอเข้าใจตัวเองว่ารักชอบ ก็ไม่คิดจะกั๊กความคิดอะไรทั้งนั้น นี่คือกะวางแผนขุดหลุดจิ้งจอกไม่ให้หลุดไปไหนได้เลยใช่มั้ย ร้ายกาจอ่ะ จางฮุ่ยเฟิงคนที่ร้องไห้เป็นเด็กน้อยตอนได้สัตว์วิเศษไม่มีอีกต่อไป ฮือออ จินก็เขินไปด้วยอ่ะ แต่ก็ขี้ใจอ่อนตลอดกับฮุ่ยเฟิงคนเดียวด้วยนะเออ55555
    #7989
    0
  3. #7812 LuckyStar1006 (@AinSuchada) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 17:41
    ถือว่ามีพัฒนาการสูงมากก
    #7812
    0
  4. #7662 jemsin (@jemsin) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 18:19
    กระมัง ไม่ใช่กระมั้งนะคะ
    #7662
    0
  5. #7653 4KKWAN_ (@4KKWAN_) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 07:05
    เฟิงก็จีบกันโต้งๆแบบนี้นั่นแหละ ไม่มีชั้นเชิงอะไรเท่าไหร่555555
    #7653
    0
  6. #7150 sonaunnop012 (@sonaunnop012) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 20:24
    จิ้งจอกไม่ได้พังกำแพงแต่อย่างใด นางเดินเข้าไปอย่างสง่างามและจิกหัวเฟิงเฟิงให้มาเป็นทาสเฉยๆ*0*
    #7150
    0
  7. #7124 มูมู (@mumuka) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 00:00
    เฟิงอ้อยแรงแท้ 5555
    #7124
    0
  8. #7064 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 05:11
    นับวันเฟิงอ้อยยิ่งแทะโลมหนูจินมากขึ้นเรื่อยๆ
    #7064
    0
  9. #6712 -Shawty- (@tumbmong) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 05:33
    รู้สึกว่าคุณเฟิงนี่จะชื่นชอบการยั่วให้จิ้งจอกแสนรักขัดใจแล้วใช้ความรุนแรงกับตัวเองจังเลยนะคะ วันไหนไม่ได้สัมผัสกับอุ้งเท้านี่นอนไม่หลับรึไงงง
    #6712
    0
  10. #5696 Butterfly DN. (@babyll) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 20:28
    นี่เฟิงนางรู้ตัวแล้วใช่มั้ยอ่ะ หรือยัง ?
    #5696
    0
  11. #5472 ขนมหวานนมสด (@mikilovesj) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 21:53
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านค่ะ
    #5472
    0
  12. #4600 Last' Au (@WorldofWish) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 17 มีนาคม 2559 / 21:11
    ต้องหาซื้อแล้วค่ะ สนุกมากกก ว่าแต่สตรีนางนั้นคือแม่ของฮุ่ยเฟิงใช่ไหมคะ
    เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #4600
    0
  13. #4151 Zevaress (@anontaporn) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559 / 07:06
    ยินดีด้วยนะคะ เรื่องนี้สนุกจริงๆ สมควรได้ตีพิมพ์
    #4151
    0
  14. #3852 Mew Mew Ichigo (@mewmewichigo) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:09
    ว่าแล้วว่าต้องได้ออกกับสนพ ซื้อแน่นอนค่ะ^^ รออุดหนุนนะคะ
    #3852
    0
  15. #3590 super__p (@sunonwater) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 31 มกราคม 2559 / 17:15
    สนุกมากเลย อ่านแล้วรู้สึกถึงเงื่อนงำของตระกูลเซกัล ว่าที่ผู้นำคนต่อไปดูรัศมีสูสีกับพระเอกตอนนี้มาก
    #3590
    0
  16. #3589 chiaki-kun (@chanikan02) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 31 มกราคม 2559 / 03:41
    รออ่านนน
    #3589
    0
  17. #3575 Poom Raweewan (@poompooi) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 30 มกราคม 2559 / 22:42
    รออ่านค่า~~~~
    #3575
    0
  18. #3574 VIP&BJ/Supine (@jimmyza) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 30 มกราคม 2559 / 20:07
    รอคอยค่ะสนุกมากอีกเรื่องที่อยากรู้คือเรื่องนี้มีกี่ตอนเอ่ย
    #3574
    0
  19. #3573 MELAMOIR. (@mmillie) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 30 มกราคม 2559 / 19:23
    รอต่อค่ะ หยุดอ่านไม่ได้เลยชอบมาก สู้นะคะ^^
    #3573
    0
  20. #3567 tataryne (@Nokheek) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 29 มกราคม 2559 / 23:02
    รอค่าาาาาา
    #3567
    0
  21. #3565 mhingju (@mhingju) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 29 มกราคม 2559 / 19:28
    สนพ.ไหน
    #3565
    0
  22. #3562 เมมฟิส (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 28 มกราคม 2559 / 10:45
    พ่อของเฟิงใส่ความและแย่งสตรีของผู้อื่นมา สตรีคนนั้นคือแม่ของเฟิงแน่เลย แย่งมาแล้วกลับดูแลไม่ดี รวมทั้งดูแลปกป้องลูกที่เกิดมาไม่ดีด้วย ทอดทิ้งเฟิงเลยล่ะ เพราะงั้นคนเลวที่ทำร้ายเฟิงต้องโดนให้หนักๆๆๆๆ...ทุกคน

    เป็นห่วงนาเทียนตงมากๆ พรรคตัดสุริยันไม่ปล่อยไว้แน่ จินต้องช่วยนาเทียนตงกับพวกให้ได้น่ะ

    เป็นห่วงเฟิงเรื่องโจรพวกนั้นและคนที่คอยสนับสนุนพวกโจรมากๆ เฟิงและจินต้องรีบกำจัดแบบถอนรากถอนโคนด่วนเลย ปล่อยไว้อันตรายแน่ๆ
    #3562
    0
  23. #3552 KamMuPing (@KamMuPing) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 27 มกราคม 2559 / 20:03
    มาแล้วเย่ๆๆๆๆๆ ไว้จะมารอหน้าเรือนใหม่นะคะ^^
    #3552
    0
  24. #3550 Middle C. (@saadeenaajab) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 27 มกราคม 2559 / 15:11
    อ่านอีกรอบ ฟินตอนกอดอ่าาา
    ก็ว่าอยู่ทำไมเฟิงแลดูแค้นเอามาก เพราะรู้เรื่องนี้นี่เอง

    กำลังรอตอนดึกๆของไรท์จร้าาาา
    #3550
    0
  25. #3546 sakura17 (@thelufy) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 27 มกราคม 2559 / 00:52
    สนุกมาก อ่านรวดเดียวเลย
    แอบตลกเสี่ยวผานตอนที่ทั้งสองงอนง้อกันมาก55 น่ารัก
    #3546
    0