✦ อนธการจิ้งจอก ✦ BL, YAOI [END]

  • 99% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 505,336 Views

  • 8,267 Comments

  • 13,384 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    3,961

    Overall
    505,336

ตอนที่ 38 : เทศกาลล่าสัตว์อสูรแห่งป่ามนตรา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24771
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 446 ครั้ง
    9 ก.พ. 59


*คนที่อ่าน part(1) ไปแล้วก็อ่านต่อในนี้ค่ะ เราอัพรวมกันเลย







บทที่ 36

เทศกาลล่าสัตว์อสูรแห่งป่ามนตรา



 

            ดอกไม้ร่วงโรย ลมพัดเปลี่ยนฤดู... ฤดูกาลที่นักบู๊ต่างหลีกหนี ฤดูกาลที่นักกวีต้องจรดปากกาจารึกความยิ่งใหญ่ ฤดูกาลแห่งสุริยันปกคลุมไตรนภา มิว่าผู้ใดก็ต้องเอ่ยถึง

เพียงไม่กี่ชั่วยามสามารถคำนวณได้ว่าจะมีนักบู๊ตกตายจากการต่อสู้หลายสิบคน หลายชั่วยามก็ตกตายไปอีกหลายร้อยคน... ดั่งเช่นร่างไร้วิญญาณที่กำลังถูกโยนออกจากโรงเตี๊ยมเล็กๆแห่งหนึ่ง

ร่างไร้วิญญาณเหล่านี้มิได้ปกปิดตนเองแม้แต่น้อย บนร่างสวมเสื้ออาภรณ์สีแดงเข้มอันเป็นชุดฝึกยุทธ์ประจำพรรคตัดสุริยัน... บัดนี้พวกมันทั้งหมดกลับทอดกายเป็นศพ ถูกโยนทิ้งน้ำราวกับเป็นกากชาใช้แล้ว

ก่อนหน้านี้ไม่นานคนของพรรคตัดสุริยันเหล่านี้กำลังไล่ล่าตรวจสอบร้านเล็กๆ ที่เพิ่งเปิดกิจการใหม่ตามคำสั่งของหัวหน้าพวกมัน การกระทำต่างๆเหิมเกริมและชั่วช้า แม้ปากจะอ้างว่าตรวจสอบลับๆแต่พวกมันกลับมิมีความยำเกรง ด้วยช่วงนี้พรรคตัดสุริยันของมันพวกมันนับเป็นพรรคอันดับหนึ่ง แต่ละคนหลงลำพองใจ พอขาดคนควบคุมก็ล้วนเสียวินัยหมดสิ้น หยิบฉวยของกินที่กินได้ก็กิน...ลูบจับสตรีได้ก็ลูบจับ

จนกระทั่งมาถึงโรงเตี๊ยมเล็กๆแห่งนี้ พวกมันไฉนเลยจะทราบว่ามียอดฝีมือเร้นกายอยู่ด้วย ความประมาทแต่เดิมทำให้ทันทีที่ย่างเท้าเข้ามาก็ถูกจัดการจนหมดสิ้น พวกมันกระทำการเช่นนี้มาหลายวัน วันนี้กลับเป็นวันสุดท้าย

จิ่นเลี่ยงหานและลี้เป้ย สองตัวมารลูกมือของผู้อาวุโสซู่หลิงแบ่งกองกำลังที่พามาเป็นส่วนๆ แยกย้ายกันไปตรวจหาพรรคตาข่ายฟ้าที่หลงเหลืออยู่ ทว่าข่าวสารที่ลูกน้องของมันนำมารายงานกลับทำให้พวกมันโกรธจนเส้นเลือดปูดโปน ลี้เป้ยถึงกับบันดาลคว้ากระบองสองท่อนออกไปจัดการเอง พอถูกจิ่นเลี่ยงหานห้ามปรามมันถึงค่อยสงบใจลง

เรื่องนี้มิใช่เพียงพรรคตาข่ายฟ้าธรรมดาเสียแล้ว

จิ่นเลี่ยงหานโบกพัดในมืออย่างครุ่นคิด บรรดาศิษย์ในพรรคถึงจะระดับไม่สูงมากแต่ก็ไม่เลวทราม ทั้งยังขนกำลังไปเป็นจำนวนเยอะ เหตุใดจึงได้หายสาบสูญอยู่ทุกวัน

...คำตอบคือพวกมันที่หายไปพบเจอพรรคตาข่ายฟ้าเข้าแล้ว

เรื่องเพียงนี้ไม่ว่าผู้ใดต่างก็คิดได้ เสียแต่ว่าบรรดาศิษย์ที่หายสาบสูญไปกลับอยู่กันคนละที่ อีกทั้งยังสาบสูญไปไม่เหลือร่องรอยแม้แต่เงา ราวกับถูกเทพมารลักพาตัว มิอาจสืบสาหาความใดได้อีก 

พรรคตาข่ายฟ้าต้องมียอดฝีมือแอบช่วยเหลือ... นี่จึงเป็นบทสรุปที่ลงตัวและไขปริศนาได้กระจ่างที่สุดในใจมัน

 

สิ่งที่จิ่นเลี่ยงหานไม่ทราบความในก็คือ...แท้จริงแล้วยอดฝีมือผู้นั้น ไม่ได้แม้แต่จะขยับมือยุ่งเกี่ยว ผู้ที่จัดการฝังศพมากมายของพรรคตัดสุริยัน หากมิใช่ประมุขพรรคบรรจบฟ้าแล้วจะเป็นผู้ใดอีก?

นาเทียนตงและเหล่าอสูรฟ้าเพียงปูเสื่อนอนรออยู่ที่โรงเตี๊ยมก็มีผักปลาบุกเข้ามาให้สังหารมากมาย คุณชายเจ้าสำราญผู้นี้ทำตัวไม่สมกับเป็นหนึ่งในตระกูลใหญ่ของแว่นแคว้นแม้แต่น้อย หัวเราะยิ้มเยาะอย่างคนเถื่อนชาวยุทธ์ สร้างสรรค์ผลงานการทำลายศพราวกับกำลังตวัดปลายพู่กัน

...ทว่าเหตุใดร่องรอยจึงไม่ปรากฏเฉพาะโรงเตี๊ยมของพรรคบรรจบฟ้า? เรื่องราวการสังหารหมู่พรรคตัดสุริยันในเมืองหลวงมีผู้ยื่นมือเข้ามามากกว่าหนึ่งฝ่าย อีกฝ่ายหนึ่งนอกจากนาเทียนตง...ก็คือหมาป่าหนุ่มจอมเจ้าเล่ห์ นอกจากจิตใจของตนเองแล้ว ผู้ใดหาได้ทราบถึงเรื่องนี้ไม่ แม้กระทั่งนาเทียนตงก็ยังเกิดความสงสัยเช่นกัน

การเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบนี้ มิได้รอดพ้นหูตาของจิ้งจอก มีคำกล่าวที่ว่าเอาหูไปนาเอาตาไปไร่...แต่การที่เรื่องมาเกิดขึ้นหลังบ้านท่าน สมควรจะเอาตาไปไว้ที่ตรงไหน? มู่ฟงวิ่งเข้ามาส่งรายงานลับอยู่ทุกวันกลางดึก พรรคตัดสุริยันไล่ล่าจินแล้วการที่อีกคนหนึ่งจะอยู่เฉยย่อมไม่มีทาง หากจินยังคาดเดาไม่ได้ก็สมควรเอาหัวพุ่งชนเต้าหู้ตายแล้ว

แม้สถานการณ์ในยุทธภพยามนี้จะอันตรายยิ่ง พรรคตัดสุริยันอาจนำกำลังเข้ามาหนุนเพิ่มอีก กระทั่งชาวบ้านธรรมดาก็เริ่มรู้สึกผิดสังเกต แต่ฉากหน้าของวังหลวงก็ต้องดำเนินต่อ... จักรพรรดิตี้เหินมิได้กังวลแต่อย่างใด ยุทธภพและวังหลวงไม่ยุ่งเกี่ยวกัน เหมือนเป็นข้อปฏิบัติที่มีมาช้านาน

แม้จินจะไม่พอใจจางฮุ่ยเฟิงที่สอดมือเข้ามายุ่ง แต่ยามต้องจากเมืองหลวงไปก็รู้สึกเป็นห่วงทางพรรคบรรจบฟ้าขึ้นมาเช่นกัน เคราะห์ดีที่ท่านหมอน้อยเดินทางกลับจิงหย่วนไปแล้ว ประมุขพรรคบรรจบฟ้าก็กล่าวว่ามิมีทางผิดพลาด...ถึงแม้จะดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือก็ตาม

...หนึ่งวันก่อนจะถึงเทศกาลล่าสัตว์อสูรและสัตว์วิเศษประจำปี คุณชายจางที่เก็บเรื่องเงียบมาเนิ่นนานก็เปิดปาก

รุ่งขึ้นพรุ่งนี้ต้องออกเดินทางแล้ว

ที่ต้องเตรียมตัวก็เตรียมตัวไว้หมดแล้ว จากไปเพียงสี่วันคาดว่าคงไม่เกิดเรื่องวุ่นวาย องครักษ์หนุ่มกล่าวรายงานตามนิสัย มู่ฟงทราบเรื่องนี้ดีอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังถูกสั่งให้เดินทางตามไปอีกด้วย นายน้อยงานเทศกาลนี้ถือเป็นหน้าตาอย่างยิ่งของบุรุษ นอกจากสัตว์วิเศษแล้วสตรีมากมายยังเข้าหาท่าน

จางฮุ่ยเฟิงทำสีหน้าแปลกใจ มู่ฟงเจ้าหัดรู้จักแนะนำสตรีให้ข้าตั้งแต่เมื่อใด?

มู่ฟงไม่ใช่เซี่ยจวิ่น แม้กระทั่งพูดเรื่องนี้ชายหนุ่มก็ยังรู้สึกกระดากปากเล็กน้อย ข้าเห็นท่านมักปฏิเสธคุณชายตระกูลนา บางครั้งบางคราวก็เหม่อลอยยามพักซ้อม จึงคิดว่าท่านยังหลงใหลแม่นางลี่ชิวหงอยู่

จางฮุ่ยเฟิงยกยิ้มเหมือนเช่นเคย แต่มู่ฟงสามารถบอกได้ว่ามันกลับดูร้ายกาจกว่าทุกครา น้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยนถูกใช้เอ่ย ฟังแล้วกลับรู้สึกอันตรายอย่างยิ่ง ...แล้วเจ้าต้องการสตรีตบแต่งด้วยบ้างหรือไม่?

คำกล่าวนี้สามารถแปลได้ว่า... หากมิอยากเดือดร้อน อย่าได้ยุ่งเกี่ยวเรื่องราวของผู้อื่น

มู่ฟงรู้สึกผิดในใจ เขาโดนเซี่ยจวิ่นเกลี้ยกล่อมอยู่หลายวัน หากมิใช่ว่าคาใจเรื่องแม่นางลี่ชิวหงเช่นเดียวกัน คงไม่มีทางกระทำเรื่องราวเช่นนี้ องครักษ์หนุ่มถอนหายใจเบาๆ ตัดสินใจปิดปากตนเองให้เงียบลง

นายน้อยแล้วกระบี่ของท่าน?เซี่ยจวิ่นถามขึ้น กระบี่ราคาแพงที่ซื้อมาของจางฮุ่ยเฟิงเพิ่งจะเสียหายจนมิอาจใช้ได้อีก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าคู่ซ้อมในวันนั้นไม่พอใจเรื่องใดมาไม่ทราบ ลงมือดุดันกว่าทุกครา ฟันฉับทีเดียวคมกระบี่ซีอิ่งกลับเฉือนเหล็กกล้าชั้นดีบิ่นไป

คุณชายจางเบือนสายตาไปมองคู่ซ้อมในวันนั้น

หยิบยืมจินเอาก่อน

เจ้าเอาไปเลย

ถูกพาดพิงเช่นนี้ผู้ใหญ่อย่างอย่างเขาจะสามารถทำใจแคบอีกได้อย่างไร? แม้กระทั่งมาช่วยเสี่ยวผานจัดยาเงียบๆยังถูกพาดพิง อย่างไรเสียมูยองก็เป็นกระบี่ที่จินได้เปล่ามา ในถ้ำครรภ์นางแอ่นยังมีอีกมากมายให้หยิบฉวย

นอกจากเสี่ยวผานแล้วไม่ว่าผู้ใดต่างก็ตื่นตระหนก มูยองเป็นกระบี่ล้ำค่าเช่นไรพวกเขาย่อมรู้ กระบี่เช่นนี้มีเพียงหนึ่งไม่มีสองมิอาจหาได้อีก บุรุษงามผู้นี้กลับยกให้ราวกับเป็นสิ่งของสามัญธรรมดา

ดวงตาสีเทาอันผิดแผกมีแววตกใจพาดผ่าน ริมฝีปากขยับ เรื่องนี้...

ข้าทำกระบี่เจ้าหักข้าชดใช้ หากรู้สึกติดค้างเจ้ารู้ดีว่าสมควรทำเช่นไร

เสี่ยวผานที่กำลังพยายามเพ่งสมาธิไปที่สมุนไพรกลับรู้สึกลำคอฝืดเคืองขึ้นมา สมควรทำเช่นไร?คาดว่าเรื่องที่ต้องกระทำไหนเลยจะพ้นอาหารชั้นเลิศ การแช่น้ำ หวีขน นวดตัวเจ้าจิ้งจอก... หวังว่ามู่ฟงกับเซี่ยจวิ่นคงไม่คิดไปเป็นอย่างอื่นไกลนัก การกระทำเช่นนี้เหมือนกับเถ้าแก่โยนเศษสตางค์ให้เสี่ยวเอ้อและบอกพวกเขาให้รู้จักทำงานให้ดี

จางฮุ่ยเฟิงยกยิ้ม เจ้าจะไปด้วยหรือไม่?

หลังจากเอาใจอยู่หลายวันคุณชายจางตั้งใจมาเก็บเกี่ยวผลผลิตในวันสุดท้าย ในใจบีบรัดตื่นเต้นดั่งหนุ่มสาววัยออกเรือนที่เฝ้ารอคำตอบจากคนรัก

เจ้าจะไปคนเดียวหรือ?จินขมวดคิ้ว ไม่ค่อยเข้าใจนัก มิใช่ว่าพวกเราไปด้วยกันอยู่แล้ว?

พวกเราคำตอบที่ออกมากลับทำให้ดีใจกว่าคำตอบตกลงเสียอีก จางฮุ่ยเฟิงไม่ได้รู้สึกมือไม้เก้งก้างเกะกะเหมือนหนุ่มสาว แต่กลับรู้สึกอยากเอื้อมมือไปแทน...และเขารู้ดีว่าต้องการวางมือตนเองไว้ตรงไหน

เช่นนี้ก็ดีเลยเซี่ยจวิ่นผู้ไม่ทราบจังหวะเอ่ยขัดขึ้นมา เจ้าอาจเจอสัตว์วิเศษก็ได้ ถึงแม้ไม่ต้องการแต่ก็สามารถหาชนิดเล็กๆไว้ได้อย่างเสี่ยวผาน

จินเลิกสนใจเซี่ยจวิ่น เบือนหน้ากลับไปช่วยงานเสี่ยวผานแทน มีนกนางแอ่นคู่เกาะอยู่บนโต๊ะ ใช้จงอยปากอันเล็กจิกสมุนไพรจัดเรียงอย่างรู้งาน เสี่ยวผานแม้ไต่เต้าจนได้เป็นหมอเก่งกาจประจำสำนักโอสถ แต่แพทย์หนุ่มก็ยังยืนยันว่าจะไม่ค้นหาสัตว์วิเศษมาจับคู่เพิ่มอีก

ท่านแม่ทัพจางหลี่มีสัตว์วิเศษระดับสูงถึงระดับสาม นายน้อยท่านไปครานี้ก็ค้นหากลับมาบ้าง คงมิมีสัตว์วิเศษตัวใดกล้าหลีกหนีท่านอีกเซี่ยจวิ่นมีน้ำเสียงตื่นเต้น เป็นธรรมดาที่องครักษ์จะหวังให้เจ้านายดูองอาจ

ข้าชมชอบจิ้งจอกน้อยของข้ามาก มิอาจมีตัวอื่นได้อีก จางฮุ่ยเฟิงตอบอย่างไม่ทุกข์ร้อน ยกยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์ส่งไปทางจิ้งจอกน้อยที่ว่า

ได้ยินประโยคชวนรู้สึกหวานเลี่ยนเช่นนี้ทำให้จินเกือบทำเม็ดยาหลุดมือ เสี่ยวผานก้มหน้าก้มตาบรรลุวิชาไร้ตัวตนระดับสูง...ทิ้งให้มู่ฟงกับเซี่ยจวิ่นได้แต่สงสัยว่าจิ้งจอกอนธการที่ว่าขนาดตัวของมันสามารถเรียกว่า น้อย ได้ตั้งแต่เมื่อใด

 

ถิงถิงตื่นเป็นคนแรก พอนางขยับตัวเคลื่อนไหว เรือนหลังเล็กที่มียอดฝีมือนอนอยู่ทั้งหลังก็พากันตื่นลืมตาขึ้นมา เซี่ยจวิ่นกับถิงถิงอยู่เฝ้าเรือน เรื่องนี้ทำให้สตรีที่เอ็นดูจางฮุ่ยเฟิงประหนึ่งบุตรหลานรู้สึกกังวล ยังดีที่จินและเสี่ยวผานเดินทางไปด้วยนางจึงได้วางใจส่วนหนึ่ง อาหารรสชาติจากใจมากมายถูกตระเตรียมไว้พร้อม

การเดินทางไปยังจิงหย่วนครานี้เป็นขบวนใหญ่ หญิงสาวหากไม่สูงศักดิ์จริงก็จะถูกคัดออกจากการเข้าร่วมงาน เหล่าแม่ทัพที่เข้าร่วมบ้างก็เดินทางไปกับขบวน บ้างก็ขี่หลังสัตว์วิเศษตนเองเดินทางไปล่วงหน้า มีส่วนหนึ่งไปรอคอยอยู่ที่เมืองจิงหย่วนแล้ว ระหว่างทางก็จะเข้าพักประจำโรงเตี๊ยมเดิมทุกปี

...ใช้เวลาเพียงสองวัน พระอาทิตย์ขึ้นเป็นวันใหม่ ขบวนล่าที่นำโดยจักรพรรดิตี้เหินบนหลังม้าก็เดินทางถึงจิงหย่วน

งานเทศกาลล่าสัตว์อสูรสัตว์วิเศษ ถือเป็นหนึ่งในงานขับเคี่ยวระหว่างรัชทายาทกับองค์ชายรองจิวซาอีกงานหนึ่งตั้งแต่เริ่มต้นเตรียมงานจนกระทั่งยามนี้... ทางด้านผู้กุมชัยชนะฝั่งจักรพรรดิทุกปีอย่างแม่ทัพจางหลี่กลับถูกจดหมายเรียกตัวด่วนจากชายแดน จึงต้องลากลับไปประจำค่ายก่อนกำหนดการ เท่ากับว่าปีนี้ตัวเต็งผู้ได้รับชัยชนะในการล่าจะถูกเปลี่ยนมือ

ทางตระกูลจางส่งจางหลงซี จางชิงฟงและจางฮุ่ยเฟิงมาแทน  ส่วนทางตัวเต็งอีกคนผู้ยืนคู่กับจางหลี่มาอย่างเซกัลเชบีก็เข้าร่วมงานนี้เช่นกัน ตระกูลต่างๆพากันส่งบุตรชายผู้มีฝีมือมาอย่างคับคั่ง

องค์ชายรองจิวซาเสนอชื่อจางฮุ่ยเฟิงไปเป็นผู้แรก สำหรับองค์ชายลำดับสองแล้วแม่ทัพดาวดวงใหม่ผู้นี้เป็นทั้งหมากบนกระดานที่เดินอย่างเปิดเผย...และเป็นหมากซ่อนเร้นที่ลอบกินอย่างแยบยลเช่นเดียวกัน

จางฮุ่ยเฟิงเพียงแค่แสร้งกระทำเดินบนกระดาน ...แต่แท้จริงแล้วงานของเขากลับเดินอยู่เบื้องหลังกระดาน

ลวดลายดอกรัก... กองกำลังลับที่ใช้รหัสเช่นนี้คือคนของเขา คุณชายจางก่อตั้งเส้นสายที่เคลื่อนไหวในทางข่าวสารมาช้านาน นับตั้งแต่หาข่าวเรื่องราวของมารดา ผู้คนที่อยู่ในกองกำลังดอกรักนี้ถูกคัดเลือกมายามที่ย้ายจากเมืองหลวงไปจิงหย่วน มู่ฟงเคยอยู่ในกองกำลังของตระกูลจางมาก่อน วิธีสืบข่าวและวรยุทธ์ก็รับหน้าที่สอนทั้งหมด ส่วนนายทหารทั่วไปเป็นหน้าที่ของเซี่ยจวิ่น

ภายนอกกองกำลังนี้จะแสร้งเป็นทหารผู้ห้าวหาญธรรมดาสามัญ แต่ลับหลังกลับสามารถซัดอาวุธลับสังหารท่านได้

องค์ชายจิวซาโดยส่วนตัวแล้วชมชอบจางฮุ่ยเฟิงอยู่มาก กล่าวได้ว่าตนและอีกฝ่ายเป็นคนประเภทคล้ายกัน คนในวังหลวงส่วนใหญ่ล้วนรู้จักสวมหน้ากาก แต่หากจะหาคนที่สวมใส่และถอดมันได้แนบเนียนที่สุดบุรุษผู้นี้คือคำตอบ ยามปรึกษาหารืองานราวกับเปลี่ยนเป็นอีกคน ใบหน้าดุดันประจำตระกูลสร้างความหวาดหวั่นให้ผู้อื่นอยู่ไม่น้อย

รัชทายาทมิใช่ตัวดีงามเท่าไหร่ เลวร้ายเพียงใดมีเพียงน้องชายอย่างเขาเท่านั้นที่ทราบ

องค์ชายจิวซาทั้งสงสารแว่นแคว้นทั้งอยากได้บัลลังก์ เขาเริ่มยื่นมือไปหาจางฮุ่ยเฟิงก่อนเพราะต้องการแบ่งแยกขุมกำลังตระกูลนักรบ แต่กลับได้สิ่งที่มากมายกว่าอย่างคาดไม่ถึง

องค์ชายรองถึงเวลาแล้วคนสนิทกระซิบข้างหู องค์ชายจิวซาลงจากม้าเดินไปรวมกันที่กระโจม

บริเวณผืนหญ้าด้านหน้าป่ามนตราเป็นที่ประจำทุกปี กระโจมหลังใหญ่ถูกตั้งกางไว้เรียบร้อย บริเวณโดยรอบถูกทำความสะอาดดูแล กองทหารแบ่งกันยืมเวรยามและลาดตระเวน... องค์ชายจิวซาเห็นภาพเหล่านี้แล้วได้แต่ยืนกัดฟันกรอด ตัดทางส่งเงินแล้วยังสามารถหาเงินมาได้อีก พี่ชายผู้นี้มีกี่เส้นทางกันแน่?

จิวซาเจ้าไม่พอใจหรือ? หากไม่อยากล่าสัตว์ก็สามารถไปพักก่อนได้สุรเสียงนุ่มนวลของรัชทายาทดังขึ้น ใบหน้าที่ดูสุภาพสูงศักดิ์แผ่กลิ่นอายมิต่างจากบัณฑิตปรัชญา รัชทายาทมีรูปร่างที่เตี้ยกว่าองค์ชายรอง สองพี่น้องมีเส้นผมสีดำปกคลุมเช่นเดียวกัน แต่งกายด้วยชุดเกราะทำจากวัตถุดิบหายาก

พี่ใหญ่ท่านคาดเดาผิดไปแล้ว ข้าเพียงอดตะลึงในงานที่ท่านรับผิดชอบมิได้เท่านั้นองค์ชายจิวซาตอบกลับด้วยท่าทางเช่นเดียวกัน ดูจากภายนอกคล้ายสองพี่น้องรักใคร่กลมเกลียวดี

จักรพรรดิตี้เหินประกาศเริ่มงานล่าสัตว์ประจำปีนี้ สัตว์ที่อนุญาตให้ล่าเฉพาะสัตว์อสูรเท่านั้น...นับเป็นการล่าเพื่อสังหารไปทำวัตถุดิบ สัตว์วิเศษมิได้รับอนุญาตให้ล่า หากต้องการผูกมิตรสามารถกระทำได้

ป่ามนตราเดิมที่แม้เพียงนิดเดียวผู้คนยังไม่อยากเหยียบย่าง ต่อให้จักรพรรดิตี้เหินอนุญาตขึ้นมาก็คงมิมีผู้กล้าหาญคนใดทดลองเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยง การล่าในเทศกาลจะอยู่เพียงขอบรอบนอกของป่ามนตรา  

หลังจากนั่งรวมฟังกติกาอยู่ในกระโจมพิธีสักพักก็ถึงคราวเริ่มงาน ผู้คนที่นำม้ามาก็ทยอยขึ้นม้า...บางส่วนก็เดินเท้า บางส่วนก็อาศัยสัตว์วิเศษของตนเอง รัชทายาทกับองค์ชายรองต้องขี่ม้าล่าสัตว์อยู่ในกลุ่มเดียวกับจักรพรรดิ รวมถึงเซกัลเชบีและจางหลงซีที่มาเป็นตัวแทนตระกูล พวกเขาได้แต่ฝากความหวังไว้กับคนที่คัดเลือกเอาไว้

จางฮุ่ยเฟิงสังเกตเห็นจางชิงฟงมองมาพอดี รอยยิ้มมารยาทประดับอยู่มุมปาก จางชิงฟงที่อดทนอดกลั้นมานานตั้งแต่เทศกาลคราก่อนก็รีบเดินตรงปรี่เข้ามา เดิมทีในพี่น้องทั้งหมดก็นับเป็นคนอารมณ์ร้อนที่สุด

มั่นใจมาก ถึงได้ไม่เอาสัตว์วิเศษแสนหรูหราของเจ้ามา?

สัตว์วิเศษแสนหรู...? อาหารนับว่าราคาสูง เรือนที่อยู่ก็ราคาสูง...ของใช้ยังหายากราคาสูงตั้งแต่เสื้อผ้าอาภรณ์ เครื่องใช้ส่วนตัว กระบี่ล้ำค่า

...ก็นับว่าเป็นสัตว์วิเศษแสนหรูจริงๆ

ใบหน้าหล่อเหลาของจางฮุ่ยเฟิงพลันเปลี่ยนเป็นเรียบเฉย ดวงตาสีเทาเย็นเฉียบยามจ้องมองไปยังพี่ชายร่วมบิดาของตนเอง... เรื่องสัตว์วิเศษแสนหรูถือเป็นเรื่องจริง ทว่าเรื่องที่เขาจะยอมให้ใครมาพาดพิงถึงจินเป็นคนละเรื่องกัน

ท่านพี่เหตุใดจึงไม่เก็บเรี่ยวแรงไว้ล่าสัตว์อสูรเสียเล่า?กล่าวตอบเพียงเท่านี้จางฮุ่ยเฟิงก็สะบัดม้ากลับไป ทิ้งจางชิงฟงใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ บริเวณกระโจมมีหูตาอยู่เยอะหากก่อเรื่องราวขึ้นมาจางหลี่มิมีทางปล่อยไปแน่

กลุ่มล่าสัตว์ของจางฮุ่ยเฟิง ยังมีคุณชายฮาจีมินห์และลูกหลานตระกูลอื่นที่สนับสนุนองค์ชายรองอีกสองสามคน ทั้งหมดปรึกษากันเรื่องชนิดสัตว์อสูรอยู่พักหนึ่ง ก่อนผู้คนทั้งหมดจะค้นพบว่าคุณชายจางกลับรู้เรื่องราวดีที่สุด ดังนั้นจึงกลายเป็นผู้นำกลุ่มไป องค์ชายรองเกรงใจจางฮุ่ยเฟิงอยู่หลายส่วน ผู้อื่นในทีมจึงพากันทำตัวเกรงอยู่บ้าง

กลุ่มของจักรพรรดิเปิดงานล่าสัตว์นำหน้าไปแล้ว เวลาผ่านไปอีกสักพักหนึ่งบริเวณกระโจมก็ไร้ซึ่งผู้คนนอกจากเหล่าอิสตรีที่รอชมดูความสำเร็จและเหล่าทหารที่ยืนเวรยามอยู่เท่านั้น...

 

จินกับเสี่ยวผานแยกออกมาก่อน ทั้งคู่ไตร่ตรองดูแล้วว่าหมาป่าสวมหนังแกะอย่างจางฮุ่ยเฟิงนั้น คงจะมิได้รับอันตรายง่ายดายนัก ดีไม่ดีเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ก็ทราบเรื่องอยู่สามส่วนแล้ว...หรือไม่ภายในใจอาจมีแผนใดเก็บซ่อน

ชายหนุ่มทั้งคู่ตรงไปยังบ้านหลังเล็กที่พวกตนเคยอาศัยอยู่มาก่อน พบว่ายามนี้มันกลับกลายเป็นบ้านของขอทานน้อยหลายคนไปแล้ว ดูท่าข้าวของที่ทิ้งไว้คงถูกเด็กพวกนี้ใช้สอยกัน พวกเขามิมีสิ่งใดให้เสียดาย ของส่วนมากก่อนเก็บไปก่อนหน้านั้นหมด บ้านหลังนี้จินกับเสี่ยวผานใช้พักพิงเมื่อครั้งยังเด็กและไม่มีที่อาศัย เมื่อสุขสบายแล้วก็สมควรส่งต่อ

เป้าหมายถัดไปจินจึงตั้งใจจะเข้าไปในอาณาเขตของจิ้งจอก

จิ้งจอกสีเงินนั่นจะตัวใหญ่ขึ้นบ้างหรือไม่...?

ความทรงจำที่พอจะน่าจดจำมีเพียงเรื่องของจิ้งจอกสีเงินเท่านั้น ทว่าพอไปถึงจินพบฝูงจิ้งจอกที่อยู่รวมกัน...แต่ที่นั่นกลับไม่ปรากฏแม้แต่เงาของจิ้งจอกสีเงิน ปกติแล้วจิ้งจอกสีเงินย่อมต้องขึ้นเป็นหัวหน้าฝูงอย่างไม่ต้องสงสัย ดูท่าว่าต่อให้เติบโตขึ้นจิ้งจอกนั่นก็ยังชมชอบการเที่ยวเล่นอยู่ดี จิ้งจอกตัวอื่นๆในฝูงทำเพียงแค่จับตามองอยู่ห่างๆมิได้เข้ามาทำอะไร จนกระทั่งจินจากไป

เสี่ยวผานคิดถึงบ้านเกิดเป็นอย่างมาก ตั้งแต่เหยียบเข้าป่ามนตรามาแพทย์หนุ่มก็เอ่ยปากน้อยครั้งยิ่งนัก คอยชื่นชมภาพรอบตัว เก็บเรื่องราวที่แสนนึกถึงไว้ในความทรงจำ เวลาสิบสองปีที่ใช้ชีวิตอยู่ภายในป่ามนตราร่างกายคุ้นชินเป็นอย่างยิ่ง จดจำได้ทุกเส้นทางการเดิน... ป่ามนตราที่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายลึกลับนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นเรื่องราวหลายสิ่งของคนทั้งคู่

 เนื่องจากเป้าหมายที่ตั้งใจกระทำแต่แรกก็หมดสิ้น ยามนี้จึงได้แต่มองหน้ากันไถ่ถามว่าจะไปที่ใดต่อ สุดท้ายพวกเขาไม่ว่าใครก็ไม่มีสิ่งใดทำ จึงได้แต่ย้อนกลับไปหาจางฮุ่ยเฟิง

จินในชุดอาภรณ์สีขาวทั้งตัวมิได้ใช้วิชาตัวเบา เขาก็คิดถึงกลิ่นอายของป่ามนตราเช่นเดียวกันกับเสี่ยวผาน หนึ่งแพทย์หนึ่งนักบู๊จึงเดินย่ำเท้าด้วยความเร็วระดับปกติไปตามผืนป่า ลอดกิ่งไม้ใบไม้นึกถึงความหลังยามขึ้นมาเก็บสมุนไพรไปขายในเมือง ระหว่างทางพบเจอสัตว์วิเศษอยู่บ้างแต่สัตว์อสูรกลับไม่ค่อยมี ดูท่าว่ารัชทายาทคงใช้ลูกเล่นเช่นกลิ่นเฉพาะ ล่อสัตว์อสูรออกไปด้านนอกก่อนหน้า

พลันจู่ๆ การเคลื่อนไหวก็หยุดชะงักกึก เสี่ยวผานหยุดเดินตามสายตามองมาด้วยคำถาม

ตามมา

จินกล่าวสั้นๆ ก่อนจะสะกิดปลายเท้าส่งร่างกายไปเหยียบย่างก้าวเดินบนกิ่งไม้ใหญ่แทน ที่ไกลออกไปมีเสียงดังเอะอะคาดเดาดูแล้วมีผู้คนอยู่รวมกันจำนวนมาก เดิมทีท่ามกลางกลียุคของยุทธภพหรือการแก่งแย่งบัลลังก์จักรพรรดิ จะเกิดเหตุอันใดขึ้นมาในงานเทศกาลนี้ล้วนไม่แปลก หากไม่เกิดสิ่งใดขึ้นชวนให้แปลกใจเสียมากกว่า

ร่างสง่างามในชุดขาวหลบอยู่ด้านหลังต้นไม้ ที่ด้านข้างถัดไปอีกต้นยังมีเสี่ยวผานหลบอยู่เช่นกัน ให้ความรู้สึกนึกถึงยามที่ซุ่มยิงปืนใส่คนร้ายในครั้งอดีตขึ้นมา... จินส่งสายตาลอบมองออกไปยังกลุ่มคนเบื้องหน้า พบว่าหนึ่งในนั้นมีใบหน้าที่แสนคุ้นเคยรวมอยู่ด้วย

บัดซบ! บัดซบ!”

ท่านหัวหน้าที่นี่ไม่อาจเสียงดัง...ไม่อาจเสียงดังชายร่างกำยำในกลุ่มคนรีบร้อนเตือนกล่าวเสียงเบา ทว่าคนที่มันเอ่ยเรียกหัวหน้ากลับไม่สนใจ ยังคงให้มืออันใหญ่โตทุบใส่ลำต้นไม้ใหญ่

หากทำร้ายพวกมันโทษถึงประหาร หากไม่ทำบิดาก็ต้องตาย!” มันร้องคำราม ใบหน้าบิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธ บัดซบ! เหตุใดบิดาต้องมาพบเจอเรื่องพวกนี้!”

เสี่ยวผานเหลือบมองจินเห็นว่าอีกฝ่ายหรี่ดวงตาแสนดุลงท่าทางกำลังครุ่นคิด โจรร้ายพวกนี้มารวมกันต้องมิใช่ทำเรื่องดีงามอะไรแน่ กลุ่มโจรพวกนี้คือกลุ่มโจรภูเขาหลางอู่เต้า หลังจากที่หนูดำพลาดท่าไม่กลับมาอีกบ่อเงินบ่อทองของพวกมันก็หายไปวับตา คนเกือบครึ่งในกองโจรของมันก็พลันหายตัวไปด้วย นับเป็นความพ่ายแพ้ที่มันโกรธแค้นที่สุด!

ตัวบัดซบตระกูลจางที่ว่านั่น! ตระกูลจางผู้ใดไหนเลยจะกล้าตอแย? ตัวมันไม่รู้สร้างเวรกรรมอันใดมา เดิมทีคาดว่าการปล้นจิงหย่วนจะง่ายดาย เหตุใดตัวบัดซบตระกูลจางจึงได้ไปอยู่เมืองนั่นได้? สัตว์วิเศษที่เคยเป็นความได้เปรียบของพวกมันก็โดนสัตว์วิเศษของอีกฝ่ายสังหาร วันดีคืนดีพวกมันที่อยู่ในหุบเขาอย่างเก็บตัวก็มีตัวมารมาเยี่ยมเยือน พี่น้องในหุบเขาล้วนตกตายกันไปหลายชีวิตกว่าตัวบัดซบนั่นจะกล่าวความต้องการออกมา

รอดพ้นมือมัจจุราชมาได้ แต่ยามนี้ก็เหมือนส่งมันกลับมาสู่ความตายเช่นเดิมอยู่ดี!

...สมควรทำเช่นไร? เหตุการณ์เช่นนี้เหมือนทลายกลุ่มค้ายาหรือกระทำความผิด หลางอู่เต้าเคยถูกจางฮุ่ยเฟิงจงใจปล่อยไปแล้วครั้งหนึ่งเพื่อต่อควันหาฟืน จินหรี่ตาก่อนจะหันหน้ามาหาเสี่ยวผาน ขยับปากทำคำพูดพร้อมกับส่งมือเป็นสัญญาณ เจ้าอยู่ที่นี่

เสี่ยวผานยังไม่ทันตอบตกลงหรือสอบถามอันใดเพิ่มเติม ที่ด้านข้างกลับมิมีแม้แต่เงาแล้ว...

 

นอกจากบุตรชายลำดับที่ห้าของตระกูลจะเก่งกาจเรื่องกระบี่ วันนี้พวกเขาพบว่าฝีมือด้านยิงธนูก็มิใช่ธรรมดาสามัญ จางฮุ่ยเฟิงล่าสัตว์อสูรได้ระดับสูงที่สุดในยามนี้...นั่นเป็นเพราะว่าก่อนมาชายหนุ่มทราบตำแหน่งของเหล่าสัตว์อสูรมาก่อนหน้า ดังนั้นพอเริ่มงานก็แกล้งวนเวียนอยู่รอบหนึ่งก่อนจะไปยังจุดหมาย

หลังจากจัดการเรียบร้อยก็เกิดการเผชิญหน้าที่ตึงมือกันขึ้น เมื่อกลุ่มที่ได้ชื่อว่าคนขององค์ชายรองจิวซากับรัชทายาทมายืนประจันหน้ากัน จางชิงฟงแม้อยากจะถากถางติดที่ว่าเกรงใจขุนพลฮาจีมินห์อยู่หลายส่วน จึงได้แต่กักเก็บความไม่พอใจเอาไว้

ถึงกระนั้นพอสัตว์อสูรมีจำนวนมากขึ้นก็กลายเป็นการล่าโดยไม่สนระดับอีกต่อไป ทั้งสองกลุ่มราวกับกำลังแข่งขันกันว่าผู้ใดสามารถสังหารได้จำนวนเยอะมากที่สุด เปิดโอกาสให้จางชิงฟงมีโอกาสเข้าใกล้จางฮุ่ยเฟิงตามลำพัง แต่เรื่องราวกลับไม่เป็นดั่งที่คิดเมื่อจางฮุ่ยเฟิงเป็นผู้เอ่ยปากคนแรก

หากพ่ายแพ้ก็เท่ากับว่าเสียหน้าหรือไม่? ไม่ว่าจะเป็นข้าหรือตระกูลอื่น อย่าทำสะพานเชื่อมของทางตระกูลพังเสียเล่าผู้เป็นน้องชายนั่งอยู่บนหลังม้าด้วยท่วงท่าองอาจ มุมปากยิ้มอย่างใจดีเมื่อกล่าวประโยคเช่นนี้

จางชิงฟงพลันหน้าชาไปชั่วขณะ ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้ากล่าวด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว ขยะอย่างเจ้าไหนเลยมีที่ให้ต่อปากต่อคำ สัตว์วิเศษชั้นสูงของเจ้าหากมิใช่ว่าโชคดีได้พบก่อนพี่ใหญ่คิดหรือว่าอย่างเจ้าจะมีวันนี้!”

จางฮุ่ยเฟิงแค่นเสียงในลำคอ ใช้ดวงตาที่ดุดันมองลงต่ำ  คนปัญญาเบาเช่นเจ้าเถียงไปด้วยก็ไร้ประโยชน์

เจ้า!!...”

ช่วยด้วยค่า!!! ช่วยด้วย!! มีผู้ใดอยู่แถวนี้บ้าง!”

เสียงร้องของสตรีดังขึ้นตัดกับเสียงการเคลื่อนไหว ขุนพลฮาจีมินห์เป็นผู้ขยับตัวคนแรก ชายหนุ่มตวัดบังเหียนม้าไปตามเสียงปรากฏร่างของสตรีวัยเยาว์สวมชุดบ่าวรับใช้วิ่งแหวกโพรงหญ้าออกมา นางหยุดวิ่งหอบหายใจร่างกายทั่วตัวมีบาดแผลสดใหม่ ฮาจีมินห์รีบยึดไหล่นางไว้เสียงดังเต็มไปด้วยความร้อนรน

ซือซือนางอยู่ไหน!! เจ้ารีบกล่าวเร็วเข้า!!”

คะ...คุณหนู...นางถูกพวกโจรจับตัวไป

สิ้นคำเรื่องราวเอะอะวุ่นวายก็ตามมาทันที จางฮุ่ยเฟิงพิจารณาสาวใช้อย่างครุ่นคิด ก่อนสบตากับขุนพลฮาจีมินห์ พานางกลับไปกระโจมหลักก่อน พวกเจ้าไปแจ้งข่าว ข้าจะออกไปตามหาคน

ไม่ฮาจีมินห์ตอบปฏิเสธ เขาฝากสาวใช้บ้านตนไว้กับสหายก่อนจะควบม้าคู่จางฮุ่ยเฟิง น้องสาวของข้า ข้าย่อมมิมีทางรออยู่เฉยๆได้

กลุ่มขององค์ชายรองจิวซาแยกย้ายทันที กลุ่มของรัชทายาทก็เช่นเดียวกัน นอกจากจางฮุ่ยเฟิงและฮาจีมินห์ที่ควบม้าเข้าไปป่ามนตราไปแล้ว...ยังมีจางชิงฟงอีกผู้หนึ่งที่ควบม้าไปอีกทางแยกจากผู้อื่นด้วย หญิงสาวผู้ที่ถูกจับตัวไปคือฮาซือซือ น้องสาวร่วมบิดามารดาของขุนพลฮาจีมินห์ สตรีผู้นี้ห้าวหาญและฝึกฝนวรยุทธ์ ถึงกระนั้นฮาจีมินห์ก็ถ่ายทอดให้แค่วรยุทธ์พื้นฐานเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง

ทั้งคู่ตระเวณดูรอบๆ ระหว่างทางมีเสียงนกร้องเป็นระยะ วนดูได้สักพักก็ยังไม่เห็นวี่แวว คาดว่าทางจักรพรรดิตี้เหินคงทราบเรื่องราวเรียบร้อย มีเสียงฝีเท้าของผู้คนดังสะท้อนไปทั่วป่า ขุนพลฮาจีมินห์ร้อนใจเป็นอย่างมาก...แต่เนื่องจากผู้เดียวที่รู้ทางดีคือจางฮุ่ยเฟิง ขุนพลหนุ่มจึงได้แต่ควบม้าตามแม้ภายในจะลุกเป็นไฟ

สวบ—

เสียงคนผู้หนึ่งโผล่มาในระยะใกล้จนม้ายังตื่นตระหนก ฮาจีมินห์จับทวนของตนเองจู่โจมทันที

เคร้ง! ...ทวนสีทองสร้างจากเหล็กชั้นดีนั้นถูกขวางเอาไว้เสียก่อน ผู้ที่ปัดมันออกคือจางฮุ่ยเฟิง ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆส่ายศีรษะ แต่แววตาสีเทากลับฉายความไม่พอใจรุนแรงจนสามารถสัมผัสได้

เขาเป็นสหายของข้าเอง

ฮาจีมินห์ตะลึงตะลาน เหม่อมองบุรุษรูปงามราวกับหยกชั้นดีปั้นเสกสรรบรรจงในอาภรณ์ชุดขาวบริสุทธิ์ ยังมีคุณชายตระกูลจางด้านข้างถึงกับลงจากหลังม้าไปพูดคุยด้วย ผู้มาใหม่ในชุดขาวกอดอกไม่พอใจเล็กน้อยเมื่อถูกชี้อาวุธใส่ใบหน้า นับว่าดีที่จางฮุ่ยเฟิงขวางเอาไว้เสียก่อน

จินเดินไปหยุดอยู่ด้านข้างกล่าวถามขึ้นก่อน เกิดอันใดขึ้น เหตุใดจึงมีผู้คนมากมายค้นป่า?

จางฮุ่ยเฟิงเหลือบมองฮาจีมินห์เล็กน้อย คนผู้นี้คือฮาจีมินห์เป็นขุนพลของแคว้น น้องสาวของเขานามฮาซือซือบ่าวรับใช้บอกว่านางถูกโจรจับตัวไปเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาทจึงจำต้องแนะนำแก่ขุนพลฮาด้วย ด้านนี้คือสหายของข้า เรียกเขาว่าจิน

บางทีอาจเกี่ยวข้องกัน...จินกล่าวถึงเท่านี้ก็หยุด ขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างใช้ความคิด ข้าตามหาเจ้าเพื่อจะบอกเรื่องพบเจอโจร...จิ้งจอกในร่างมนุษย์ที่กำลังอธิบายหยุดชั่วครู่ ดวงตาดุตวัดไปมองฮาจีมินห์บนหลังม้า

ไม่เป็นไรจางฮุ่ยเฟิงตอบแทน เห็นดังนั้นจินจึงเปิดปากต่อ

ข้าพบโจรภูเขาหลางอู่เต้าภายในป่า ตอนนี้ทิ้งเสี่ยวผานเอาไว้

ฮาจีมินห์ได้ยินดังนั้นดวงตาทอประกายด้วยความหวัง ก้มหัวขอร้องอย่างไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรี ข้าขอร้องคุณชายรีบนำทางข้าไปหน่อยได้หรือไม่ ข้ามีน้องสาวเพียงคนเดียวในใจปวดร้าวเป็นอย่างยิ่ง!”

เงยหน้าเถอะ ท่านไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ จินไม่ใช่จิ้งจอกใจร้ายใจดำอะไร ต่อให้ไม่ทราบว่าหลางอู่เต้าเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่ก็ย่อมพาไปอยู่ดี แม้โอกาสจะมีเพียงไม่กี่ส่วนก็ตาม

ฮาจีมินห์ได้ยินดังนั้นจึงเงยหน้าขึ้น มองด้วยความซาบซึ้งใจ... คุณชายจางมองฉากสบตาแม้เพียงเล็กน้อยก็รู้สึกหัวใจบีบรัด มือหนาคว้าข้อมือในอาภรณ์สีขาว

เจ้าไปม้าตัวเดียวกับข้า

จินขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยิน ม้าเสียงดัง เจ้ากลัวโจรไม่รู้หรือว่ามาเยี่ยมเยียน?

ย่อมไม่เป็นไร อีกฝ่ายที่ถูกติเตียนกลับยกรอยยิ้มบางๆ จินมองการกระทำที่มีลับลมคมในแล้วก็ได้แต่ลอบถอนหายใจ หากจางฮุ่ยเฟิงกล่าวว่าไม่เป็นไรแสดงว่าบุรุษผู้นี้เตรียมการบางอย่างเอาไว้แล้ว

เพื่อมิให้เสียเวลาไปมากกว่านี้จินจึงไม่อิดออด ยอมกระโดดขึ้นม้าตัวเดียวกันกับจางฮุ่ยเฟิง นับว่าเป็นครั้งที่สองแล้วสำหรับการนั่งบนม้าตัวเดียวกัน ผิดแผกตรงเวลาที่ผ่านมาหลายปีและความรู้สึกของคนทั้งคู่ จางฮุ่ยเฟิงรู้ดีว่ายามนี้รีบร้อน อดเสียดายการดื่มด่ำกับความสุขตรงหน้าได้สั้นนัก มือโอบรอบข้างจิ้งจอกแสนรักตรงหน้าเอื้อมไปสะบัดบังเหียน

ม้าสองตัววิ่งด้วยความเร็วตรงเข้าไปยังป่ามนตรา...

 

ด้านจักรพรรดิตี้เหินที่รู้ข่าวคราวก็กลับมายังกระโจมทันที ยามนี้นอกจากเหล่าทหารของตระกูลจางแล้วมิอนุญาติให้ผู้ใดออกจากกระโจมเข้าเขตป่าตามอำเภอใจอีก พระพักตร์ของจักรพรรดิตี้เหินโกรธกริ้วเป็นอย่างมาก ด้วยรู้ดีในใจว่าโจรป่าสุดท้ายแล้วย่อมเป็นกลอุบายของผู้ใดสักคนมากกว่าที่จะเป็นเรื่องบังเอิญ

ด้านล่างเก้าอี้ รัชทายาทกับองค์ชายรองจิวซากำลังนั่งคุกเข่าก้มหน้า สีหน้าและแววตานิ่งเงียบ ต่างฝ่ายต่างเก็บอาการจนมิอาจคาดเดา

จักรพรรดิตี้เหินเอ่ยขึ้นด้วยสุรเสียงไม่พอใจ รัชทายาทไหนบอกเรากำลังทหารที่เจ้าวางไว้ตกตายไปหมดสิ้นแล้วหรือไม่? เหตุใดจึงมีโจรป่าล่วงล้ำเข้ามาได้

พระบิดาลูกให้ทางตระกูลจางเป็นคนจัดทหาร เรื่องที่มีโจรป่าเป็นไปมิได้พระบิดาย่อมทราบดี

ถึงแม้ไม่ได้กล่าวตามตรงแต่ผู้ฟังก็สามารถทราบได้ว่ารัชทายาทกำลังกล่าวถึงการที่มีคนภายในแทรกแซง การที่ตระกูลจางจะทำการทหารผิดพลาดนั้นสำหรับผู้คนในแคว้นแล้วนับว่าเป็นไปได้ยาก กล่าวว่าเป็นกลอุบายของผู้ใดกลับน่าเชื่อถือมากกว่า

...แน่นอนว่าผู้ที่ถูกรัชทายาทซัดโคลนใส่นั้น มิใช่ใครอื่นนอกจากองค์ชายรองจิวซา

องค์ชายจิวซาชั่วขณะตัวแข็งทื่อด้วยเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด นี่ต้องเป็นกลอุบายของรัชทายาท! พระบิดาต่อให้ไม่เอ่ยปากออกมาแต่เชื่อถือตระกูลจางเพียงใดเขารู้ดี ยามนี้ย่อมเกิดความระแวงเขาขึ้นมาแล้วเป็นแน่

ผู้ที่ได้ประโยชน์มากที่สุด หากรัชทายาทพลาดท่า? ...ไม่ว่าผู้ใดต่างก็คิดเรื่องเช่นนี้ มีเพียงองค์ชายจิวซาเท่านั้นที่ทราบความจริงว่าตนเองมิได้กระทำ! เรื่องราวพวกนี้เป็นรัชทายาทที่ร้ายกาจยิงปืนหลายนัดในทีเดียวต่างหาก จงใจนำโจรเข้ามาสาดโคลนใส่เขายังไม่พอ การจับน้องสาวของฮาจีมินห์ไปหากผู้เฒ่าตระกูลฮาได้ยินเรื่องวันนี้ก็ต้องคลางแคลงใจเขาขึ้นมาเช่นกัน รัชทายาทจะได้ประโยชน์หากสามารถยุยงตระกูลฮาที่สนับสนุนออกไปได้ อีกทั้งยังนับเป็นการเอาคืนเรื่องคดีเบิกงบเทศกาลไปด้วยในตัว

ตัวจักรพรรดิตี้เหินเองแม้จะมิใช่คนหูเบา แต่ก็ย่อมเกิดความระแวงเช่นเดียวกัน

องค์ชายจิวซากัดฟันกรอดข่มความไม่พอใจ สถานการณ์ในตอนนี้นับว่าตนเองย่ำแย่อย่างยิ่งแล้ว...

ท่านพ่อโปรดวางใจ คุณชายจางชิงฟงยังไม่กลับมา คาดว่ายามนี้คงไล่ล่าโจรอยู่อย่างไรก็ต้องช่วยเหลือคุณหนูตระกูลฮากลับมาได้แน่นอน

เหตุใดท่านพี่จึงเอ่ยชื่อจางชิงฟงขึ้นมาในยามนี้?... พลันใบหน้าเรียบเฉยขององค์ชายจิวซาเปลี่ยนสีหน้าชั่วครู่ด้วยความกระจ่างแจ้ง ที่แท้...ที่แท้นี่เป็นกลอุบายอีกชั้นหนึ่ง! หากคนของรัชทายาทช่วยเหลือฮาซือซือกลับมาได้ นอกจากโคลนที่สาดใส่ยังมิทันหาย ผู้เฒ่าตระกูลฮามีความเป็นไปได้สูงว่าจะแปรพักตร์อีกด้วย ต่อให้มิได้กระทำเช่นนั้นจริง เขาก็มิมีทางไว้วางใจตระกูลฮาที่มีสัมพันธ์กับรัชทายาทอีกเหมือนเคย

องค์ชายจิวซารู้สึกมือที่ตกอยู่ข้างลำตัวเย็นเฉียบ ...ทว่าดวงตาเฉียบแหลมมิได้ทำให้รัชทายาทที่ลอบมองอยู่ไว้วางใจ สายตาคู่นั้นยังไม่ดับสนิทอย่างแท้จริง

...เขายังคงมีเชือกฟางเส้นสุดท้าย

 

เมื่อทั้งจางฮุ่ยเฟิงและฮาจีมินห์ไปถึงสถานที่โดยการนำทางของจิน ภาพด้านหน้าก็หลงเหลือแต่เพียงร่างของกลุ่มโจรที่นอนเกลื่อนกลาดอย่างหมดสภาพ ขุนพลฮาจีมินห์ซึ่งเป็นพี่ชายรีบลงจากหลังม้าวิ่งตรงไปหาน้องสาวของตนราวกับสิ่งอื่นๆรอบกายถูกเมฆหมอกบดบังหมดสิ้น

หลางอู่เต้าเป็นผู้เดียวที่ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน เพียงแต่อยู่ในสภาพที่ไม่ค่อยดีนัก...สองมือถูกมัดไพล่ไปด้านหลัง ตัวนั่งจ้องมองด้วยสายตาขุ่นเคืองอยู่บนพื้น ด้านข้างมีเสี่ยวผานกับมู่ฟงยืนอยู่ พอสายตาเหลือบมาเห็นจางฮุ่ยเฟิงมันคำรามในลำคอ ตระโกนออกมา

บิดาไปติดหนี้อะไรกับตระกูลจางไว้กันแน่ บัดซบ!”

จางฮุ่ยเฟิงลงจากหลังม้าพร้อมกับจิน ชายหนุ่มในชุดสีดำสนิทเดินเข้ามาใกล้ มือทั้งสองข้างไพล่หลัง ใช้สายตามองต่ำไปยังใบหน้าหลางอู่เต้าเอ่ยถาม รัชทายาทส่งเจ้ามา?

เพ้ย! ที่แท้พวกเจ้าขุนนางเล่นละครกัน ใยต้องลากผู้อื่นมาเกี่ยวข้องด้วย!”

โจรภูเขาพวกนี้พอไร้ซึ่งคนของรัชทายาทก็โง่งมจนเกินไป ถูกหลอกใช้วันนี้ก็เพื่อมาตกตายอีก เดิมทีจางฮุ่ยเฟิงก็มิได้คิดจะไว้ชีวิตอยู่แล้ว โจรพวกนี้ไม่อาจนับเป็นเบี้ยบนกระดานของรัชทายาทได้เลยด้วยซ้ำ

กร๊อบ—

อ๊ากก!!!” หลางอู่เต้าพลันร้องลั่น กระดูกขาถูกมู่ฟงเหยียบจนบิดเบี้ยวไปอีกด้าน พะ...พวกเจ้า แฮ่ก…ไว้ชีวิต…” ตัวมันที่เป็นลูกชายของหลางอู่จิ้น แต่เดิมก็โดนเลี้ยงมาบนกองเงินกองทองของผู้อื่นมาโดยตลอด ไหนเลยจะเคยพบเจอการถูกทัณฑ์ทรมาณมาก่อน? ยามนี้พอบาดเจ็บหนักก็ลั่นวาจาไว้ชีวิตออกมาอย่างง่ายดาย

ขุนพลฮาจีมินห์พยายามห้ามปราบน้องสาวตนเอง แต่สุดท้ายนางที่เป็นหญิงสาวใจกล้าก็เอาแต่ใจแอบดูอยู่ดี การถูกโจรจับมามิได้ลดทอนนิสัยของนางเลยแม้แต่น้อย ฮาซือซือดิ้นหลุดจากพี่ชายตนเองก็วิ่งไปหยุดยืนข้างเสี่ยวผานที่คุ้นเคยที่สุดในยามนี้... ดวงตาคู่งามเพิ่งพบเห็นบุรุษชุดขาวและชุดดำ อดอุทานออกมามิได้เหม่อมองคนทั้งคู่อย่างตกตะลึง

เสี่ยวผานถอนหายใจ เบือนหน้าหนีไปเล่นกับนกนางแอ่นของตนเองแทน นึกย้อนกลับไปเหตุการณ์ก่อนที่คนทั้งสามจะมาสบทบเพิ่มเติม...แพทย์หนุ่มซุ่มดูอยู่ไม่นานนัก สมุนของหลางอู่เต้าก็มาสมทบ ทั้งยังมีสตรีดุร้ายที่เอาแต่ด่าทออย่างใจกล้าติดมาด้วย

เรื่องราวแผนการณ์ร้ายมิมีสิ่งใดคืบหน้า กระทั่งตัวหลางอู่เต้าก็ยังมิทราบคนจ้างวานแต่อย่างใด รู้แค่เพียงตนเองต้องจับตัวหญิงสาวที่ว่ามาจากจุดที่นัดแนะไว้และมารอคอยคนตรงที่นี้

เคราะห์ดีที่พวกโจรเอาแต่ด่าทอจางฮุ่ยเฟิงเป็นส่วนใหญ่ หญิงสาวที่ถูกจับมาหลังจากถูกมัดปิดปากก็มิมีผู้ใดสนใจนางอีก เสี่ยวผานยืนฟังพวกมันคาดเดาเกี่ยวกับคนว่าจ้างไปเรื่อยเปื่อยก็รู้สึกว่ามีคนเข้ามาใกล้...เป็นมู่ฟงที่ส่งสัญญาณให้เงียบมาจากด้านข้าง ด้านหลังของชายหนุ่มยังมีกลุ่มคนชุดดำสนิทใบหน้าถูกปิดด้วยหน้ากากจิ้งจอกสีดำไปครึ่งใบหน้า

เสี่ยวผานมองมู่ฟงอย่างตกตะลึง... เขาไม่เคยทราบเรื่องพวกนี้มาก่อน ถึงกระนั้นเพียงแค่มองปราดเดียวก็ทราบทันทีว่านี่เป็นกองกำลังลับของผู้ใด ที่แท้จางฮุ่ยเฟิงก็มิได้ฝึกเพียงทหารสามัญธรรมดา

ด้านมู่ฟงเดินทางออกมาพร้อมกันกับผู้อื่น เพียงแต่มิได้เข้าพักตามโรงเตี้ยมตามขบวนเท่านั้น องครักษ์หนุ่มและกองกำลังมุ่งหน้ามาก่อน พวกเขาเข้าซ่อนตัวบริเวณป่ามนตราตามจุดที่นายน้อยเลือกเอาไว้ อย่างไรเทศกาลก็ต้องเกิดเหตุไม่ชอบมาพากล เตรียมตัวรับมือไว้ย่อมรอบคอบมากกว่า... รอจนกระทั่งนายน้อยส่ง สัญญาณมาจึงค่อยกระจายตัวดูสถานการณ์

เสี่ยวผานและมู่ฟงสื่อสารกันด้วยสายตา ชายชุดดำผู้หนึ่งโผล่มากระซิบข้างๆหูส่งข่าว หัวหน้ากองกำลังอย่างมู่ฟงจึงได้ส่งสัญญาณบุกจับในที่สุด

เพียงพริบตากองโจรภูเขาก็ถูกทำลายลงอย่างง่ายดาย...

มีผู้คนกำลังตรงมาทางนี้สามคน แยกเป็นสองทาง...ทางหนึ่งเป็นนายน้อย ส่วนอีกทางเป็นจางชิงฟงนี่เป็นข่าวสารที่มู่ฟงชี้แจงเกี่ยวกับการกระทำให้เสี่ยวผานฟังภายหลัง แพทย์หนุ่มมิได้สนใจเรื่องนี้มากไปกว่าการตรวจดูบาดแผลของหญิงสาวที่ถูกจับมา

เสี่ยวผานเบือนสายตาไปมองฮาซือซือที่ยามนี้บาดแผลภายนอกเลือดหยุดไหลแล้ว

หากสหายของข้ารู้สึกเบื่อหน่าย ชีวิตของเจ้าก็จบลง

จางฮุ่ยเฟิงกล่าวมุมปากยกยิ้มขึ้นมาราวกับกำลังปลอบประโลมหัวหน้าโจรผู้อาภัพ แต่เป็นภาพที่จินเห็นแล้วรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาโดยมิทราบสาเหตุ

จะฆ่าโจรก็ฆ่า! เหตุต้องมาเอาความเบื่อหน่ายของเขาเป็นตัววัดด้วยเล่า!?

 มู่ฟงขยับตัวยังมิทันเข้าใกล้หลางอู่เต้าก็ร้องลั่นขึ้นมาคล้ายสุกรถูกตัดหาง มันรีบนึกเรื่องราวทั้งหมดออกมาเล่า แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเรื่องราวไร้ประโยชน์ ขุนพลฮาจีมินห์ทราบว่าพวกมันกระทำเพราะถูกคนเจาะจงสั่งการมาอีกทีก็แทบจะคว้าทวนทิ่มแทงให้เป็นรู

จินหรี่ตา...ท้ายที่สุดแล้วก็ยังไม่ทราบเรื่องราวใด การสืบสวนค้นร้ายมีกรณีที่คนถูกจับมิทราบเรื่องราวเบื้องลึกเช่นเดียวกัน ดูท่าซักถามต่อก็จะไร้ประโยชน์ดังนั้นใบหน้างามจึงเบือนหน้าไปทางอื่น กล่าวด้วยเสียงราบเรียบ

ข้าเบื่อหน่ายแล้ว           

หลางอู่เต้าใบหน้าซีดเผือดยิ่ง เสียงนกร้องดังขึ้นคล้ายต้องการเร่งจังหวะหัวใจที่เต้นถี่รัวของมัน มะ...มันเป็นคนในยุทธภพไม่ผิดแน่!”

ตัวโง่งมผู้นี้กำลังกล่าวอันใด? เรื่องราวนี้แม้แต่คนนอกอย่างท่านหญิงฮาซือซือก็สามารถคาดเดาได้ ใยต้องมาบีบคั้นคนเพื่อเอาเรื่องพรรค์นี้ด้วย

จางฮุ่ยเฟิงสบตากับมู่ฟง ก่อนจะกล่าวเสียงนุ่ม หากเจ้าอยากมีชีวิตรอดจงกระทำตามนี้...”

บรรดาผู้คนที่ยืนอยู่โดยรอบต่างอ้าปากค้างไม่เว้นแม้แต่สองพี่น้องตระกูลฮา มายามนี้ฮาจีมินห์จึงกระจ่างแก่ใจว่าเหตุใดองค์ชายรองจึงได้เกรงใจคุณชายลำดับห้าของตระกูลจางผู้นี้มากนัก...สหายรอบตัวแม้ไม่รู้จักก็สัมผัสได้ถึงความผิดแปลกจากธรรมดา

บุรุษผู้นี้มิใช่จะสามารถดูแคลนกันได้เลย...

 

จางชิงฟงตรงมายังจุดที่เตรียมการไว้ล่วงหน้า ...ทว่ากลับพบเพียงแต่ความว่างเปล่า กลุ่มโจรและฮาซือซือที่สมควรอยู่กลับมิเห็นแม้แต่เงา รออยู่สักพักจึงควบม้าหันหลังกลับไปด้วยความโกรธ... เจ้าพวกโจรนั้นมิใช่ว่าโลภในสมบัติของตระกูลฮาจนกลืนทองลงไปเองแล้วหรือ?

...หรือมิเช่นนั้นเจ้าขยะกับฮาจีมินห์จะมาถึงก่อน? เรื่องนี้หากไม่ทราบเส้นทางเป็นอย่างดีไหนเลยจะมีเรื่องบังเอิญเช่นนี้ สถานที่นัดพบนี้ถูกตระเตรียมไว้อย่างดี ทั้งซ่อนเร้นและห่างไกลจากแหล่งล่าสัตว์อยู่มาก ลำพังอาศัยแค่การควบม้าสุ่มสำรวจ มิมีทางมาถึงที่นี่ได้โดยเด็ดขาด

จางชิงฟงเดินทางกลับมาจนถึงกระโจม ภาพเบื้องหน้าปรากฏรัชทายาทและองค์ชายรองกำลังคุกเข่า ด้านหลังถัดมาเป็นจางฮุ่ยเฟิง ฮาจีมินห์ ฮาซือซือและมู่ฟงที่กำลังคุมตัวหลางอู่เต้าคุกเข่าอยู่ด้วย ในใจลอบตื่นตระหนก...สถานการณ์นับว่าย่ำแย่แล้ว

จักรพรรดิตี้เหินรอจนจางชิงฟงเดินมาคุกเข่าด้วยอีกคนจึงเริ่มกล่าว พวกเจ้าเล่าต่อ

บรรดาขุนพลที่มาร่วมงานล่าสัตว์คนอื่นต่างชมละครฉากนี้อย่างใจจดใจจ่อ องค์ชายรองจะปัดโคลนที่รัชทายาทซัดมาได้อย่างไร?

ข้ากับขุนพลฮาพบเข้าจึงจับกุมตัว ช่วยเหลือฮาซือซือออกมา จับตัวหัวหน้าโจรมาได้จึงรีบตรงมาให้ความเที่ยงตรงยุติธรรมของท่านตัดสินจางฮุ่ยเฟิงไม่กล่าวยืดเยื้อเล่าคราเดียวจบตอน มู่ฟงที่รู้งานผลักหลางอู่เต้าออกไปเบื้องหน้าพระพักตร์ ขาสองข้างของมันสั่นจนเห็นได้ชัดเจน

จักรพรรดิตี้เหินยังไม่เอ่ยถาม ดังนั้นขุนพลฮาจีมินห์จึงทำทีตะคอก พูดมาใครใช้ให้เจ้ามาจับตัวน้องสาวข้า!!”

มะ...ไม่มี ไม่มีผู้ใดจ้างวานทั้งนั้น

คำปฏิเสธของหลางอู่เต้าทำให้ผู้คนโดยรอบฮือฮา เดิมทีพวกเขาคิดว่าจะได้เห็นหัวหน้าโจรผู้นี้เปิดเผยความจริงอันน่าตื่นตะลึงหรือใส่ความใครเสียแล้ว

รัชทายาทเป็นชนชั้นใด ใช่คนที่สามารถคิดจะใส่ความก็ใส่ความได้เลยหรือ? บุรุษผู้นี้จางฮุ่ยเฟิงคาดว่าในเมื่อลงมือก็ต้องไม่หลงเหลือหลักฐานให้สาวถึง ทูลเท็จเลื่อนลอยภายหลังคนที่เดือดร้อนกลับกลายเป็นตนเอง

เจ้าทำเพื่อสิ่งใด? สารภาพมาให้หมด!!”

ขะ...ข้าเพียงเห็นเวรยามหละหลวมจึงลักลอบเข้ามาหลางอู่เต้าเล่าเสียงสั่น ใบหน้าของมันหวาดกลัวอย่างยิ่งคล้ายร่างกายอันใหญ่โตของมันหดเหลือเพียงนิดเดียว ทหารตระกูลจางพวกนั้นตั้งเวรยามมีจุดบอด พอลักลอบเข้ามาพบเจอหญิงงามกับสาวใช้จึงเกิดความต้องการ...

            สามหาว!!” จางชิงฟงตระโกนแทรกขึ้นมา เวรยามของทหารไหนเลยมีจุดบอด เจ้าเล่นลูกไม้สิ่งใด?อย่าพูดจาเหลวไหล!”

            จักรพรรดิหวงตี้ไม่ได้เอ่ยอะไร แสดงว่าภายในใจเชื่อโจรผู้นี้ไปแล้วมากกว่าครึ่ง จักรพรรดิผู้นี้ยำเกรงจางซีมาก รุ่นถัดมาก็เป็นแม่ทัพจางหลี่...แต่ในรุ่นหลังจากนั้นชมชอบจางฮุ่ยเฟิงมากที่สุด ดังนั้นจางชิงฟงทำงานใดมิพ้นจะถูกอคติส่วนตัวนำไปเปรียบเทียบกับตระกูลรุ่นก่อนหน้ามาตลอด

            โจรป่าอย่างข้าจะไปเล่นลูกไม้ใดกับทหารของท่านได้? พวกท่านเดินเวรยามกันราวกับต้องการล่อโจรเข้ามา…”

            “หุบปาก!” เป็นองค์ชายรองจิวซาที่กล่าวขึ้นมาเติมฟืนไฟบ้าง เจ้าจะกล่าวหาว่าทหารของคุณชายจางชิงฟงจงใจให้โจรอย่างเจ้าเข้ามางั้นรึ? น่าขันยิ่ง! งานนี้พี่ใหญ่ของข้ารับผิดชอบ คุณชายจางชิงฟงจะจงใจทำเรื่องเหล่านี้ไปเพราะเหตุใดกันเล่า? 

...พอองค์ชายจิวซาเอ่ยประโยคนี้ขึ้นมา โคลนที่ซัดไปทางจางชิงฟงเดิมทีใกล้จะพ้นตัวอยู่แล้วก็ปลิดปลิวออกไป ถึงแม้ผู้คนจะยังมิทราบว่าเป็นองค์ชายรองหรือรัชทายาทที่กระทำการเรื่องนี้กันแน่ แต่สุดท้ายแล้วผู้รับโทษถึงความผิดพลาดจากโทสะของจักรพรรดิและตระกูลฮาในครั้งนี้...ย่อมไม่พ้นเป็นจางชิงฟงอย่างแน่นอน

รัชทายาทเห็นท่าไม่ดีรีบกล่าวขึ้นมาบ้าง พระบิดาเนื่องเพราะงานนี้เป็นความรับผิดชอบของลูก ลูกย่อมร่วมรับผิดด้วย หัวหน้าโจรผู้นี้ลูกอาสาจะคุมตัวกลับไปสืบสวนต่อที่วังหลวงเอง

องค์ชายรองและจางฮุ่ยเฟิงลอบเสียดาย หากหลางอู่เต้าถูกพาตัวไป ดีไม่ดีก็คงจะตกตายเพราะอุบัติเหตุข้างทางเอาเสียก่อน ไว้กับฝ่ายตนยังพอมีเรื่องราวให้สืบสาว...ตกไปอยู่ในกำมือฝ่ายตรงข้ามก่อนนับว่ามิใช่เรื่องดี

ตกลง เราให้รัชทายาทรับผิดชอบไต่สวนเรื่องนี้

จักรพรรดิตี้เหินกล่าวจบเรื่องราวก็ค่อยๆคลี่คลายลง หลางอู่เต้าถูกทหารของรัชทายาทพาหายไปทันที จางฮุ่ยเฟิงได้รับคำชมเชยจากจักรพรรดิอย่างยิ่งใหญ่ องค์ชายจิวซาก็พลอยได้หน้าไปด้วย มีเพียงจางชิงฟงที่หน้าเขียวคล้ำเพราะบทลงโทษสั้นๆของจักรพรรดิตี้เหิน

เราจะบอกกล่าวกับจางซีและจางหลี่

ให้บิดาและพี่ใหญ่ทราบเรื่องนับว่าเป็นเรื่องเลวร้ายอย่างมาก ถูกกฏหลวงลงโทษย่อมย่ำแย่น้อยกว่าถูกกฏตระกูลจางลงโทษ จางฮุ่ยเฟิงจงใจเว้นช่องไม่ยอมสาดโคลนไปที่รัชทายาทโดยตรงเพื่อมอบทางลงอันยั่วยวนให้ รัชทายาทไม่พลาดเส้นทางอันนี้ไม่ยอมยื่นมาช่วยเหลือ...เหตุการณ์นี้ต้องการเพียงคนรับผิดและมันก็ถูกผลักมาตกที่จางชิงฟงเท่านั้น

จางชิงฟงมองด้วยดวงตาโกรธแค้น เรื่องที่หัวหน้าโจรกล่าวในวันนี้หากบอกว่าฮุ่ยเฟิงไม่เกี่ยวข้อง ย่อมเป็นเรื่องน่าหัวร่อ มิมีทางเชื่อเด็ดขาด!

...สุดท้ายแล้วงานล่าสัตว์ปีนี้ก็จบลงด้วยการที่จักรพรรดิตี้เหินประกาศให้จางฮุ่ยเฟิงชนะ น้ำหนักของคุณชายจางในใจขององค์ชายรองคงมีมากขึ้นกว่าเดิม ทางแม่นางฮาซือซือได้รับการปลอบขวัญ...เพียงแต่ดูท่าแล้วนางคงสบายดีมิได้สลดเท่าไหร่นัก

เทศกาลล่าสัตว์ประจำปีก็จบลงเช่นนี้...

หลงเหลือแต่เพียงสายตาของรัชทายาท ยามมองไปทางจางฮุ่ยเฟิงและผู้คนที่เดินขึ้นม้ากลุ่มเดียวกันไป ทอประกายอย่างมุ่งร้าย ...ทว่าสายตาของรัชทายาทซิ่นหลิงก็สบตาเข้ากับบุรุษรูปงามผู้หนึ่งจนชวนให้สั่นสะท้าน แววตาดุจสัตว์ร้ายคล้ายกำลังจ้องมองมาพิจารณาเหยื่อของมัน

จากที่ไกลเยี่ยงนี้ยังสามารถมองเห็นว่าตนเองจับจ้องอยู่ได้...?

ลางสังหรณ์กำลังร้องเตือน... เรื่องคุณชายตระกูลจางผู้นี้มิสมควรปล่อยไว้ ยิ่งสหายที่พามาในวันนี้ล้วนต้องตรวจสอบให้หมดสิ้น จางฮุ่ยเฟิงผู้นี้อาจมิได้เป็นเพียงเบี้ยที่จักรพรรดิโปรดปรานเท่านั้นอีกต่อไปแล้ว

 

เสี่ยวผานขยับตัวอย่างอึดอัดใจ เหตุใดตนเองถึงได้ต้องมาเป็นพยานบุคคลในสถานการณ์ชวนให้รู้สึกแปลกประหลาดเช่นนี้อีกแล้วด้วยเล่า? หากจะทะเลาะกันไยมิรอให้เขาออกจากที่พักไปก่อน...หรือแพทย์ที่นั่งทดลองยากลายเป็นสิ่งคุ้นชินเช่นเดียวกับภาพวาดประดับห้องหอไปแล้ว?

กองกำลังลับเจ้าจะทำข้าก็ไม่ว่า เหตุใดต้องตั้งชื่อ...ทั้งยังมีหน้ากากนั่นอีก

นอกจากหมาป่าหนุ่มผู้ใจกล้าจะคลี่ยิ้มบางๆแล้ว ยังเลี่ยงหัวข้อสนทนาไปทางอื่นไม่ยอมตอบคำถามอีกด้วย จางฮุ่ยเฟิงหันไปโบกมือให้มู่ฟงรายงานเรื่องราวมาทั้งหมดแทน

มู่ฟงเปลี่ยนชุดสีดำของเขาออกเรียบร้อย ยามนี้สวมอาภรณ์ธรรมดาสามัญเหมือนนักบู๊ทั่วไป จัดการหลางอู่เต้าเรียบร้อย พี่น้องอีกส่วนหนึ่งกำลังมุ่งหน้าไปค่ายโจรภูเขา

...ส่วนโจรภูเขาที่มากับหลางอู่เต้าต่อให้ไม่ต้องเอ่ยถามก็คงถูกสังหารไปเรียบร้อยตามหัวหน้าพวกมันไปเช่นเดียวกัน ท่านสามารถเลี้ยงทาสผู้ซื่อสัตย์ได้แต่เลี้ยงโจรมิต่างไปจากเลี้ยงงูเห่าไว้ในบ้าน ยิ่งเป็นโจรที่หมดประโยชน์แล้วเหตุใดจางฮุ่ยเฟิงจะต้องหลงเหลือไว้

คุณชายจางเหลือบมองจิ้งจอกในร่างมนุษย์ผู้ไม่ได้รับคำตอบของคำถาม มีสีหน้าบูดบึ้ง ยามนี้หมดความสนใจที่จะคาดคั้น เปลี่ยนไปนอนลงบนพรมที่ลงทุนลงแรงหยิบเดินทางมาด้วยแทน

 ครานี้คาดว่าสาวใช้ของแม่นางฮาซือซือคงถูกซื้อตัวไปเรียบร้อยแล้ว แต่ขุนพลฮาจีมินห์ไม่ใช่คนโง่จุดจบของคนทรยศตระกูลใหญ่คงไม่ได้สวยงามเท่าไหร่นัก

เรื่องนี้นึกแล้วแปลกประหลาดยิ่ง เหตุใดคนที่ไปข่มขู่หลางอู่เต้าจึงเป็นผู้มีฝีมือ...ยุทธภพยุ่งเกี่ยวกับเรื่องบัลลังก์ตั้งแต่เมื่อใด?

จางฮุ่ยเฟิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบ คนอย่างรัชทายาทหากต้องการตำแหน่ง ทุกเส้นทางของเขาจะต้องแน่นอน กุมทั้งยุทธจักรทั้งขุมกำลังในวันหลวง บัลลังก์จะไปตกอยู่ที่ผู้ใดได้เรื่องนี้มิแน่ว่า...

พรรคตัดสุริยันจับมือกับรัชทายาท

 เรื่องนี้เสี่ยวผานเป็นคนตอบ แพทย์หนุ่มวางยาในมือลงกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง สำนักโอสถระแคะระคายเรื่องนี้มาได้สักระยะแล้ว เหตุใดการที่สำนักโอสถปฏิเสธไม่ยุ่งเกี่ยวแล้วพรรคตัดสุริยันยังมีช่องทางหายารักษาอีก คำตอบเพียงหนึ่งเดียวคือเส้นทางนั้นเป็นเส้นทางที่สำนักโอสถมิอาจเอื้อมมือไปถึง...

วังหลวง จางฮุ่ยเฟิงและมู่ฟงตอบออกมาพร้อมกัน

รัชทายาทเตรียมตัวมาดียิ่ง องค์ชายจิวซาต่อให้คิดแย่งบัลลังก์เกรงว่าจะคิดช้าไปกว่าการตั้งรับของรัชทายาท ที่ร้ายกาจยิ่งคือไม่ทราบว่ารัชทายาทจัดการเรื่องเหล่านี้ตั้งแต่อายุเท่าใดกัน มู่ฟงขมวดคิ้วสีหน้าคล้ายจะชื่นชมรัชทายาท

ไม่หรอกจินที่นอนอยู่กล่าวขึ้นมา มือขาวซีดยกค้ำศีรษะตนเองไว้กลายเป็นภาพที่น่าชมดูมิใช่น้อย ดวงตาสีสว่างเลื่อนไปจับจ้องที่ใบหน้าจางฮุ่ยเฟิง ยังมีเจ้า...เจ้าเป็นหมากนอกกระดานที่เขามิคาดคิดที่สุด

หากจะให้จินเปรียบเปรยแล้ว...คนอย่างรัชทายาทไม่ต่างไปจากนักการเมือง คนอย่างองค์ชายจิวซาแม้แผนการณ์ของเขาจะไม่ลึกซึ้งชั่วร้ายเท่ารัชทายาทก็มีสิ่งที่รัชทายาทไม่มี ผู้ที่จะทันแผนการณ์ร้ายลึกของรัชทายาทคาดว่าจะมีเพียงจางฮุ่ยเฟิงเท่านั้น แต่คนอย่างคุณชายจางเป็นคนเช่นไร?...เขาอยู่กับความเลวของมนุษย์ในตระกูลจางมาครึ่งชีวิต หากองค์ชายรองจิวซาเป็นตัวชั่วช้าจริงป่านนี้คงไม่ยุ่งเกี่ยวด้วยแล้ว

ไม่หรอกเรื่องนี้เพราะข้ามีเจ้าจางฮุ่ยเฟิงยกยิ้มตอบปฏิเสธเช่นเดียวกัน

ก่อนที่เสี่ยวผานจะได้กระแอมไออีกสักหนก็มีผู้มาเยือนเสียก่อน ยอดฝีมือในห้องทั้งหมดพลันหันไปจับจ้องบานหน้าต่าง ผู้มาเยือนเป่าปากคล้าย เสียงนกร้องอันเป็นสัญญาณลับ

มู่ฟงเปิดกระจกยืนฟังข้อความข่าวสารอยู่พักหนึ่งก็เดินกลับมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เอ่ยข่าวสารที่เพิ่งได้รับมาทำให้ผู้คนทั้งห้องต้องตัวแข็งทื่อ

 

พรรคบรรจบฟ้าย่ำแย่แล้ว เจ็ดอสูรฟ้าถูกสังหารหมดสิ้น คุณชายนาเทียนตงตอนนี้หายสาบสูญมิทราบเป็นตายร้ายดีอย่างไร

 

                          

 

#TALK with LLwuda

          ข่าวดีคือหลังเพิ่งสอบเสร็จเมื่อบ่ายเราปิดเทอมค่ะ(แต่ปิดแค่หนึ่งอาทิตย์...) คิดว่าช่วงอาทิตย์นี้คงไม่ต้องรอกันนาน ^^

          เขียนตอนนี้แล้วนึกได้ฮุ่ยเฟิงเคยกล่าวไว้ประมาณว่า...ชีวิตถูกจินช่วยมาก็ไม่ใช่คนของตระกูลจางกลายเป็นคนของจิน กองกำลังพี่ท่านก็ดอกรักสื่อใจเป็นกองกำลังของจินไปอีก นับไปนับมาจางฮุ่ยเฟิงเอาตัวเองใส่พานถวายครบแล้วนะ ฮา ชนิดที่ว่าถ้าจินปฏิเสธขึ้นมาคุณชายจางของเราคง........(เติมคำในช่องว่างเอาเอง)

          เรื่องคำแนะนำหรือคำผิดทักได้ตลอดค่ะ ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ตอบในทันที TT (เวลาว่างช่างหายากเหลือเกิน) แต่พอว่างหรือเพื่อนบอกมาก็จะไปตอบนะคะ เรื่องหนังสือมีความคืบหน้าแล้วจะมาแจ้งนะคะ


          แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ ^ ^ 

( ใครรอจิ้งจอกเงินได้แต่บอกว่าอีกหลายตอนค่ะ )

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 446 ครั้ง

222 ความคิดเห็น

  1. #8212 PaulaPum (@yukiko12) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 18:51
    สงสารคุณชายนาจัง
    #8212
    0
  2. #8080 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 23:53

    สงสารเสี่ยวผาน เป็นคนธรรมดาที่รู้เรื่องไม่ธรรมดาแต่ต้องพยายามทำตัวให้ธรรมดาที่สุด ทำไมชีวิตต้องยากขนาดนี้ สงสารรร 55555555555555

    #8080
    0
  3. #7990 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 12:00
    ชักจะสงสารเสี่ยวผานขึ้นทุกที 55555 แต่อะไรที่ทำให้จินอารมณ์ไม่ดี ฮุ่ยเฟิงชิงลงมือและข่มแทนให้ตลอด ดูแลดีมากๆเลยยย ประทับใจ
    #7990
    0
  4. #7955 milksz (@0805676617m) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 19:16
    ชื่อเอาซะสูงส่งแต่ตายง่ายไปนะเธอ อยู่ๆก็ตายอยู่ๆก็หายเออดีเนอะ แลเก่งนะแต่ล้มสลายง่ายเว่อร์
    #7955
    0
  5. #7943 chalillxx_ (@chalillxx_) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 21:15
    อย่าทำเทียนต๊งงงงงงงงงงงงงง ปล่อยนางบ้าบอไปวันๆเหอะ
    #7943
    0
  6. #7813 LuckyStar1006 (@AinSuchada) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 18:10
    สงสารเทียนตงเลย อยากรู้เลยว่ารัชทายาทไม่ดีแล้วองค์ชายรองดีกว่ารัชทายาทตรงไหนกันน้อ
    #7813
    0
  7. #7742 Jolly CCP (@c1chonlana) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 15:58
    เทียนตงชีวิตทำไมอาภัพขนาดนี้... โดนตลอด
    #7742
    0
  8. #7681 Peachz. (@BowSK) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 11:55
    โอ้ยยยย เทียนตงงง โชคร้ายมาก พระเด็นคือพวก7ฟ้าที่เหลือตายหมดด อ้ากก นาาาาา โดนทำร้ายตลอดดดด
    #7681
    0
  9. #7658 dyodo_8812 (@bleach_pa) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 13:14
    เริ่มสงสารนาเทียนตง คนอะไรเคราะห์ร้ายได้ขนาดนี้
    #7658
    0
  10. #7452 nipat7794 (@nipat7794) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 18:06
    <p>เชี่ยเทียนตงลูกแม่ // แม่ยกเทียนตง</p>
    #7452
    0
  11. #7298 Jaravee (@jaravee748) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 21:01
    กำลังจะถามเลย จิ้งจอกเงินหล่ะ 5556
    #7298
    0
  12. #7240 Puzzler_P (@Puzzler_P) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 19:56
    เอ้าาา เทียนตงงง
    #7240
    0
  13. #7137 sKad (@saowapakk) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 15:25
    พรรคของเทียนตงนี่ชีวิตอนาถแท้
    #7137
    0
  14. #7065 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 13:47
    ขออนุญาตมอบรางวัลทาสเด่นดี... จางฮุ่ยเฟิง!!!! //ปรบมือ
    #7065
    0
  15. #7006 manabi kaminaga (@manabu_sensei) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 17:05
    นงเทียนตงงงงง ฮือออ อย่าตายนะเราชอบเจ้าาาา
    #7006
    0
  16. #6826 GottomonEye (@gottomon03) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 00:11
    เจ้มจ้นจริงๆ พระเอกของเราฉลาดมาก
    พวกที่ดูถูกว่าเขาเป็นขยะ ตอนนี้เป็นไงล่ะ 555
    #6826
    0
  17. #6713 -Shawty- (@tumbmong) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 06:46
    แค่สัญลักษณ์ธงกองกำลังลับก็ชัดเจนละนะ นี่ยังมามีชื่อกองกำลังแล้วอะไร หน้ากากนั่นยังจะเป็นหน้าจิ้งจอกไปอีกก

    โอ้ยยยยย หมั่นไส้คุณชายจังเลยค่าาาาาา
    #6713
    0
  18. #6635 sosozee (@sosozee) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 16 กันยายน 2559 / 11:27
    สนุกมาเลย เนื้อเรื่องเข้มข้น
    ชอบๆๆๆๆๆ
    #6635
    0
  19. #5943 Highzaba (@highzaba) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2559 / 10:29
    ไม่น้าา ชอบนาเทียนตงมากเลย อย่าตายนะเว้ยยยย TT
    #5943
    0
  20. #5697 Butterfly DN. (@babyll) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 21:35
    เฟิงเฟิงฉลาดดดดด
    #5697
    0
  21. #5473 ขนมหวานนมสด (@mikilovesj) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 22:31
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านค่ะ
    #5473
    0
  22. #4285 _nwb19 (@_nwb19) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559 / 13:03
    ไปเจอรูปนึงมาค่ะ เหมือนกับกองกำลังดอกรักมากๆ แต่เหมือนจะเป็นแนวญี่ปุ่นแฮะ 555
    #4285
    1
    • #4285-1 senkou.pd (@senkou) (จากตอนที่ 38)
      25 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:47
      อันนี้ตรงอิมเมจที่คิดมาก(ยกเว้นชุดไป) ขอบคุณมากค่ะ ^^
      #4285-1
  23. #4253 Tzna (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 03:13
    บรรยากาศเริ่มตึงเครียด
    #4253
    0
  24. #3963 Nemocws (@nemocws) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2559 / 07:22
    จิ้งจอกเงินคือลี่ชิวหงป่าว
    #3963
    0
  25. #3911 เมมฟิส (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:52
    จินและฮุ่ยเฟิงรีบตามหานาเทียนตงด่วนเลย นาเทียนตงอย่าเป็นอะไรน่ะ และช่วยกันตั้งพรรคบรรจบฟ้าขึ้นมาใหม่ และร่วมมือกับองค์ชายรอง เหมือนที่องค์รัชทายาทร่วมมือกับพรรคตัดสุริยัน
    #3911
    0