✦ อนธการจิ้งจอก ✦ BL, YAOI [END]

  • 99% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 506,484 Views

  • 8,274 Comments

  • 13,416 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    5,109

    Overall
    506,484

ตอนที่ 39 : เงาคืบคลาน(1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20011
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 404 ครั้ง
    27 ก.ค. 60



1)       ก่อนอื่นใครที่อ่านตอน เทศกาลล่าสัตว์อสูรแห่งป่ามนตรา(1)ไป อ่านpart2ได้ในตอนเดิมนะคะ ทางผู้เขียนเอาไปอัพต่อกัน

2)      สำหรับผู้อ่านเวอร์ชั่น40%ของตอนนี้ไป ก็รบกวนอ่านใหม่ค่ะแก้เยอะอยู่เหมือนกัน ขออภัยด้วยค่ะ เมื่อวานแปะRAWจริงๆ 








บทที่ 37

เงาคืบคลาน (1)

 

                       


            หลังจากข่าวคราวจากกองกำลังลับของจางฮุ่ยเฟิงถูกรายงาน เพียงพริบตาทั่วทั้งห้องพักกลับร้อนแรงดั่งลูกไฟใต้เตาปรุงยา มู่ฟงกับเสี่ยวผานมองหน้ากันแล้วต่างคนต่างเหงื่อเปียกชุ่มเพียงแค่นั่งอยู่กับที่

...ไยจึงต้องอดทนถึงเพียงนี้ บุรุษผู้รู้สึกเป็นส่วนเกินในห้องส่งข้อความในสายตาให้กันและกัน

            “เจ้าไปไม่ได้

            จิ้งจอกหงุดหงิดหลังจากการถกเถียงเป็นเวลานาน ดวงตาดุจสัตว์ร้ายหรี่ลง  กล่าวเสียงเรียบ ข้าจะไป เจ้ามีสิทธิอันใดมาห้ามปราม?

            คุณชายจางชะงักไปวูบหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด ภายในใจรู้สึกขมขื่นขึ้นมาอย่างเลี่ยงมิได้... จางฮุ่ยเฟิงฝืนยิ้มขึ้นมาบางๆ ที่ผ่านมาข้ากำจัดพรรคตัดสุริยันเพราะพวกมันตามล่าเจ้า ไม่มีเหตุอันใดที่จำต้องไปช่วยเหลือนาเทียนตง

            ยิ่งกว่านั้นพรรคตัดสุริยันเป็นพรรคมาร ที่มาที่ไปไม่ชัดเจนข้องเกี่ยวโดยไม่รู้แน่ชัดถือว่าเป็นเรื่องอันตรายมาก เรื่องที่ตนเองจะปล่อยให้จินไปยุ่งเกี่ยวกับยุทธภพเขามิมีทางนิ่งเฉยได้เด็ดขาด

            “เขาเพียงแต่น่ารำคาญ ไม่ใช่ตัวชั่วช้าจินขมวดคิ้ว ตนเองพอเข้าใจว่าเด็กโง่งมตรงหน้านี้พบเจออดีตอันเลวร้ายเกี่ยวกับมนุษย์มา แต่การกระทำนี้ใช่ว่าแล้งน้ำใจเกินไปหรือไม่? นาเทียนตงอย่างไรก็มิใช่คนอื่นไกลพบหน้ากันนับแล้วเกินสิบครั้งขึ้นไปด้วยซ้ำ สำหรับเขาแล้วนาเทียนตงก็ไม่ต่างไปจากจางฮุ่ยเฟิง เมื่อช่วยอีกฝ่ายไว้จากความตายหนหนึ่งแล้วจะปล่อยให้ตกตายไปอีกก็กระไรอยู่

            แล้วอย่างไร...

            เจ้ากับข้าไม่เหมือนกันสถานการณ์ค่อนข้างเร่งด่วน จินไม่คิดจะอธิบายเรื่องที่เสียเวลาไปอีกฝ่ายก็มิมีทางเข้าใจ ดังนั้นจึงกล่าวตัดบทสนทนา ก่อนลุกขึ้นเดินหนีไปทางหน้าต่าง

            จินพลันมือหนาคว้าข้อมือของคนลุกหนีไว้ก่อน จางฮุ่ยเฟิงปิดดวงตาสีเทาลงครู่หนึ่ง ถอนหายใจคล้ายเหน็ดเหนื่อยกับเรื่องราวหลายอย่างมากเหลือเกิน พวกเราไปด้วยกันทั้งหมด

          ผู้ใดเห็นท่าทางเช่นนี้แล้วจะไม่ใจอ่อน? จิ้งจอกนั่งลงรอคอยในที่สุด ข่าวคราวเช่นนี้เป็นไปได้ว่าจะเป็นทั้งข่าวจริงและข่าวลวง ถึงกระนั้นการรีรออยู่จิงหย่วนก็มิได้ช่วยให้สิ่งใดกระจ่าง มีเพียงต้องเดินทางไปสืบสวนด้วยตนเองเท่านั้น แม้ความทรงจำยามเป็นตำรวจ ทหารหรือนักบินจะผ่านมาจนเลือนลาง ทว่าน่าเสียดายที่บางครั้งเขาก็ทำเฉยต่อจรรยาบรรณหรือนิสัยประจำอาชีพที่ติดตัวมามิได้เช่นกัน

          มนุษย์เราบางครั้งบางคราก็เต็มไปด้วยอารมณ์เอาแต่ใจเช่นนี้...

            เสี่ยวผานมองสหายตนเองอย่างเห็นใจ แพทย์หนุ่มรู้สึกสงสารจางฮุ่ยเฟิงมากมายเหลือเกิน เดิมทีสหายผู้นี้ก็มิใช่คนทะเยอทะยานฝักใฝ่ในอำนาจ ถึงแม้การแก้แค้นตระกูลจางจะเป็นปณิธานอันสูงสุด...รับมือกับรัชทายาทหรืออ่านตำราเตรียมสอบตำแหน่งก็ยังไม่ทำให้ใบหน้าคมคายหล่อเหลานั่นเหน็ดเหนื่อยถึงเพียงนี้

            ...เกรงว่าสิ่งที่ทำให้จางฮุ่ยเฟิงกลุ้มใจจริงๆแล้วทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับจิน

          เสี่ยวผานอยากจะบอกกับอีกฝ่ายยิ่งนัก...สำหรับจินแล้วไม่ต้องกลัดกลุ้มใจแทนถึงเพียงนั้นก็ได้ แม้เทพสวรรค์จะเป็นฝ่ายมาตอแย จิ้งจอกแสนดุร้ายนั่นก็คงไล่ทิ้งอย่างไม่ไยดี แต่เขาทราบว่าเรื่องพวกนี้คุณชายจางใช่ว่าไม่รู้ ต้องกล่าวว่ารู้แต่มิสามารถปล่อยวางได้เสียมากกว่า

บางครั้งการชมชอบผู้ใดสักคนจากใจจริงแล้ว ท่านจะเผลอใส่ใจทุกย่างก้าวการกระทำของเขามากกว่าตนเอง กลัดกลุ้มในทุกๆเรื่องที่เกี่ยวข้อง ทั้งอารมณ์และการกระทำมิสามารถควบคุมได้ ยิ่งเป็นความรู้สึกที่ตอบสนองเพียงฝ่ายเดียวด้วยแล้ว...เขาสามารถห้ามปรามท่านได้ แต่ยามท่านห้ามปรามเขากลับกระทำไม่ได้

การเอาใจตนเองไปผูกไว้เพื่อให้เผชิญกับเหตุการณ์เหล่านี้...นับว่าเหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน

จางฮุ่ยเฟิงหลังจากรับปากก็จรดพู่กันเขียนข้อความใส่กระดาษ ก่อนส่งให้องครักษ์ของตนเอง มู่ฟงเจ้าให้คนไปส่งจดหมายให้องค์ชายจิวซา

...รอจนมู่ฟงส่งสัญญาณ หน้ากากจิ้งจอกสีดำบนใบหน้าที่ปิดมิดก็โผล่มาทางหน้าต่างห้องพัก จดหมายถูกพับเก็บเรียบร้อยคนผู้นั้นก็หายไปไม่หลงเหลือแม้แต่เงา

จะไปก็ไปกันเถิดจางฮุ่ยเฟิงกล่าวสั้นๆ ผิดแผกตรงที่ใบหน้าไร้ซึ่งรอยยิ้มเหมือนทุกครา

คนทั้งหมดแยกตัวออกมาก่อน การใช้ม้ายังเดินทางช้าเกินไป ดังนั้นจึงได้แต่ใช้วิชาตัวเบาเหาะเหินไปบนหลังคาบ้านเรือนผู้คน เรื่องเกี้ยวหรือม้าไหว้วานองค์ชายรองให้จัดการต่อ

คุณชายจางทั้งการเดินทางแม้มิได้เงียบกริบ ทว่าทุกถ้อยคำที่เอ่ยให้ความรู้สึกดั่งกำลังสนทนากับแม่ทัพจาง...มากกว่าจะเป็นจางฮุ่ยเฟิงสหายของพวกเขา เสี่ยวผานกับมู่ฟงที่ลอบส่งสายตาให้กัน ยกเว้นกองกำลังที่สวมหน้ากากจิ้งจอกอยู่รอบๆที่มิได้รู้สึกรู้สาอันใดอยู่แล้ว

นับเป็นการเดินทางที่น่าอึดอัดใจที่สุดระหว่างผู้คนทั้งหมด...

 

ท่ามกลางสถานการณ์ที่เร่งรีบ ลมปราณถูกนำมาใช้อย่างสิ้นเปลือง ผู้คนที่อ่อนแรงก็จำต้องทิ้งไว้ระหว่างทางบ้าง ผ่านมาร่วมสามชั่วยามในที่สุดก็มาถึงเมืองหลวง

...ทว่านอกจากจินแล้ว สามารถกล่าวได้ว่าฝืนกันจนเรี่ยวแรงหมดสิ้น การก้าวเท้าไล่ตามให้ทันจินสิ้นเปลืองลมปราณของพวกเขาอย่างมาก แม้กระทั่งจางฮุ่ยเฟิงก็เหนื่อยเกินจะกล่าววาจาได้

กลับเรือนไปสอบถามข่าวคราวกับเซี่ยจวิ่นก่อนจินมองสภาพคนรอบๆแล้วได้แต่โทษตนเอง หนนี้เป็นเพราะรีบร้อนเดินทางเกินไป แม้ทราบแก่ใจว่าผู้อื่นมิสามารถกระทำได้อย่างเขา แต่นั่นเป็นเรื่องที่เลี่ยงมิได้ เฉกเช่นเดียวกับการเดินทางในป่าก็มักจะมีนายทหารผู้น้อยหมดเรี่ยวแรงถูกทิ้งไว้กลางทางเป็นประจำ เปรียบกันแล้วในแว่นแคว้นที่มีวรยุทธ์ยังได้เปรียบกว่าอยู่หนึ่งขั้นด้วยซ้ำ

ไม่ว่าผู้ใดย่อมมิอยากให้ต้องมาพักเพราะตนเอง ดังนั้นจึงกัดฟันรีดเค้นลมปราณทั่วร่างกายหยดสุดท้ายมาใช้ออก

สุดท้ายแล้วพอมาถึงเรือนก็หลงเหลือเพียงจินที่สามารถเคลื่อนไหวพ้นหน้าประตู มือขาวซีดอันเป็นเอกลักษณ์ตรงข้ามกับเรี่ยวแรงจัดการโยนผู้คนที่เหลือเข้าไปให้เรียบร้อย เซี่ยจวิ่นรีบอาสามาพยุงจางฮุ่ยเฟิงทันที เพื่อมิให้เกิดเหตุการณ์เหมือนมู่ฟงที่หมดสภาพเช่นนั้นขึ้นกับนายน้อย

เซี่ยจวิ่นทางหนึ่งพยุง อีกทางเอ่ยปากไม่หยุด นายน้อยท่านไม่ควรกลับมาเลย...

ได้ยินดั่งนั้นเซี่ยจวิ่นก็ตกเป็นเป้าสนใจของคนทั้งห้องทันที จินก้าวเข้าไปเตรียมจะสืบสวนกล่าวถามเพิ่มเติมให้ได้ความ แต่จางฮุ่ยเฟิงยกมือขึ้นมาห้ามปรามเสียก่อน

เพียงแต่ดวงตาสีเทาคู่นั้นกลับหลีกเลี่ยงที่จะสบตา...

เจ้าอธิบายมาเซี่ยจวิ่น

จางฮุ่ยเฟิงพอขยับกายนั่งลงพิงเก้าอี้แล้ว นิ้วเรียวถูกยกขึ้นมาเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ ดวงตาคมกริบเลื่อนไปมองเซี่ยจวิ่นเลยไปถึงถิงถิงที่ออกมายืนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาอีกด้วย

เซี่ยจวิ่นยืนที่ประจำ เอ่ยรายงาน คาดว่านายน้อยสมควรกลับมาด้วยข่าวคราวพรรคบรรจบฟ้า เรื่องนี้มีมูลความจริงอยู่หนึ่งส่วน เรื่องเท็จเสียสองส่วนองครักษ์หนุ่มหยุดสักพักเมื่อเห็นมู่ฟงกับเสี่ยวผานเริ่มขยับตัวเข้ามาฟังใกล้ๆ ข้าเพิ่งพูดคุยกับคุณชายนาไม่นานมานี้ เขาปลอดภัยดียามนี้หลบอยู่กับพี่ชายสายรองของเขาที่ตึกตระกูลฮา พรรคตัดสุริยันปล่อยข่าวเท็จเพื่อหลอกล่อให้ผู้ช่วยเหลือเบื้องหลังพรรคบรรจบฟ้าออกมา

จินหย่อนกายลงบนเก้าอี้ประจำตัว ครุ่นคิดถึงช่องโหว่ที่พลาดทิ้งร่องรอยไว้ ดูท่าพรรคตัดสุริยันจะปักใจเชื่อแล้วว่าเขามีตัวตนจริงๆ มิใช่นาเทียนตงกระทำ เรื่องนี้สามารถบอกกล่าวได้ว่าพรรคตัดสุริยันมิได้มีแต่เพียงพวกเบาปัญญาตามที่คาด สุดท้ายแล้วข่าวคราวนี้ก็เป็นข่าวหลอกที่ถูกปั้นแต่งขึ้นมา

มู่ฟงจางฮุ่ยเฟิงหยุดเคาะโต๊ะ กล่าวขึ้นเรียบๆ มู่ฟงพลันขยับกายทันทียืนตัวตรงรอรับคำสั่ง ใครเป็นผู้นำข้อความนี้มารายงานแก่เจ้า?

เรื่องนี้....

จัดการตามที่เจ้าเห็นควร

คุณชายจางคล้ายไม่อยู่ในอารมณ์ต้องการลงโทษผู้ใด มอบหมายงานให้มู่ฟงแทน ผิดปกติจนแม้แต่เซี่ยจวิ่นกับถิงถิงยังสามารถสังเกต เดิมทีเพียงแค่ข่าวหลอกล่อแต่พวกเขาพากันมาติดกับถึงนี้ก็นับว่าเสียที แต่ใช่ว่าจะไร้ประโยชน์เสียทีเดียว อย่างน้อยพรรคตัดสุริยันก็จะหยุดการกระทำชั่วร้ายไว้เพียงแค่นาเทียนตง ก่อนจะไปทำร้ายชาวบ้านบริสุทธิ์

จางฮุ่ยเฟิงไม่อยากยุ่งเกี่ยวเรื่องนี้ เขามีงานมากมายเกินพออยู่แล้ว อีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะถึงวันสอบชิงตำแหน่งวาโยล่องหงส์ ...ทว่าเรื่องราวไหนเลยเป็นดั่งใจนึก จินดูแล้วท่าทางอย่างไรไม่พ้นต้องยุ่งเกี่ยวกับนาเทียนตง ถูกลากเข้าไปพัวพันกับทางพรรคตัดสุริยัน

...นาเทียนตงผู้นั้นที่แท้สำคัญต่ออีกฝ่ายถึงเพียงนี้?

หากตัดที่ตนเองทำสัญญากับจิ้งจอกอนธการแล้ว เขามีสิ่งใดแตกต่างจากนาเทียนตงในจิตใจของจินบ้างกัน? จางฮุ่ยเฟิงลอบถอนหายใจ ก่อนร่างใหญ่ในชุดอาภรณ์สีดำจะลุกขึ้น

ในเมื่อปลอดภัยดี ก็ไม่จำเป็นต้องไปตามหาแล้ว

ดูท่าแล้วคงมิต่างอันใดจากเสี่ยวผาน มู่ฟงหรือคนอื่นๆด้วยกระมั้ง... มิใช่ว่าจางฮุ่ยเฟิงไม่เคยคำนึงถึงเรื่องนี้ คุณชายจางถึงกับทำใจล่วงหน้าไว้แล้ว เขาวางแผนการ...ทว่าจิตใจของจิ้งจอกนามว่าจินสามารถใช้แผนการจับต้องได้หรือ? เรื่องทำใจล่วงหน้าก็เป็นส่วนของเรื่องในอดีต สุดท้ายแล้วความจริงเขาก็อดเสียใจมากมายมิได้อยู่ดี

ช้าก่อนเสียงเรียบที่ไม่ว่ายามใดก็ดูเหนื่อยหน่ายของจินกลับจริงจังขึ้น ภายในใจของจางฮุ่ยเฟิงเต้นผิดจังหวะคล้ายพบเจอความหวัง...แต่สุดท้ายแล้วกลับต้องพังลงในประโยคถัดไป สมควรมีคนดักรอเราตั้งแต่ด้านหน้าเมืองหลวง เวลาล่วงเลยถึงยามนี้จึงค่อยแห่กันมา

...ว่ากล่าววาจาจบบุรุษในชุดอาภรณ์สีขาวแต่เดิม ก็ผุดลุกขึ้น เสียงการเคลื่อนไหวยามวิกาลกำลังมุ่งตรงมาสู่เรือนแห่งนี้ มู่ฟงพลันขมวดคิ้ว

แปลกเหตุใดจึงไม่มีใครมารายงาน

นั่นเพราะพวกเขาอาจมารายงานมิได้แล้วจินทำหน้าบึ้งคล้ายเป็นเรื่องยุ่งยากใจ พรรคตัดสุริยันไม่ต่างอันใดไปจากมาฟียา ต่อให้เป็นข่าวลวงเขาก็จะถือโอกาสนี้เก็บกวาดให้หมดสิ้น

ไม่ควรให้พวกเขาพบเจอพวกเราโดยเฉพาะเจ้า...จางฮุ่ยเฟิง เรื่องภายในยุทธภพก็ควรให้คนในยุทธภพจัดการเสี่ยวผานเอ่ยความเห็น พลางรีบหยิบจับอาวุธขึ้นด้วยกลัวสหายจะหนีไปคนเดียว

คุณชายตระกูลจางที่ถูกเอ่ยห้ามปรามทางอ้อมเคาะโต๊ะเป็นจังหวะอย่างใช้ความคิด เขาเติบโตมาในตึกตระกูลจาง ทราบดีว่าวรยุทธ์อันใดเรียกว่าเก่งกาจอย่างแท้จริง ในใจแล้วจินนับว่าไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนผู้ใดเลย ลำพังเพียงเป็นสัตว์วิเศษระดับบรรพกาลก็สามารถขยับอุ้งเท้าก้าวเดียวตบทำลายแคว้นเล็กๆ ทั้งแคว้นได้ด้วยซ้ำ

จางฮุ่ยเฟิงรู้ดีแก่ใจว่าสาเหตุของเรื่องนี้เพียงเพราะตนเองกำลังรับประทานน้ำส้มสายชู จินอยากทำสิ่งใดก็กระทำแต่ไหนแต่ไร เขาที่ไปห้ามปรามหรือพยายามไปขวางเป็นอีกมือหนึ่งถึงทำให้เรื่องใหญ่โตถึงเพียงนี้

มู่ฟงไปตรวจสอบกำลังคน พาไปล้อมเมืองไว้อย่าให้พวกมันส่งข่าวกลับพรรคได้เด็ดขาด

มู่ฟงโค้งรับคำสั่งก็รีบผลุบไปทันที เช่นเดียวกับที่ในห้องโถงหลงเหลือแต่เพียงนายน้อย องค์รักษ์ของเขา และภรรยาขององครักษ์หนุ่มเท่านั้น...

 

จิ่นเลี่ยงหานและลี้เป้ยยืนหัวร่อให้กับความสำเร็จของพวกมันในครานี้ พวกมันค้นเจอสถานที่ซ่อนของพรรคบรรจบฟ้าในที่สุด น่าเสียดายอย่างยิ่งที่ประมุขคนใหม่สามารถหลบหนีไปได้ แผนการปล่อยข่าวลวงนี้เป็นของจิ่นเลี่ยงหาน พวกมันไล่ล่าพรรคบรรจบฟ้ามาหลายวันครานี้กลับผิดปกติ

ผู้มีฝีมือเร้นกายที่คอยช่วยเหลือพรรคบรรจบฟ้าอย่างลึกลับมิได้ปรากฏตัวออกมาอีก

เรื่องนี้สามารถคาดเดาได้หลายอย่าง อย่างแรกคือคนผู้นั้นกับประมุขพรรคแตกหักกันแล้ว อย่างที่สองคือยอดฝีมือผู้นั้นไม่อยู่ในเมืองนี้... ไม่ว่าทางใดก็ล้วนเป็นเรื่องดี จิ่นเลี่ยงห่านส่งจดหมายกลับไปรายงานที่พรรคหลังจากปล่อยข่าวลือ...มันไม่กลัวว่าคนผู้นั้นไม่มา หากคาดเดานิสัยของยอดฝีมือแล้วพวกมันมักไม่เกรงกลัวผู้ใด ไม่มีเหตุอันใดให้ไม่ปรากฏตัวหากระหว่างมันกับประมุขพรรคบรรจบฟ้ายังมีไมตรีต่อกัน

 พวกมันปลอมตัวเป็นชาวบ้านซุ่มรออยู่บริเวณประตูเมืองหลายวัน วันนี้กลางดึกจึงค่อยพบว่ามีกลุ่มคนวรยุทธ์มิใช่ชนชั้นธรรมดาเข้าเมืองมา เรื่องจะใช่ยอดฝีมือที่ต้องการตัวหรือไม่มันมิอาจคาดเดา อย่างไรก็ต้องลองพบหน้ากันดูก่อนสักครา

มีคนกำลังมาทางนี้ ลี้เป้ยร่างกายใหญ่โตกำยำ มันตัวสูงถึงหกเซียะ มือจับกระบองทำจากเหล็กแกร่งพาดบ่าราวกับเป็นลำไผ่ต้นหนึ่ง มันเพ่งมองเงามืดสองเงากำลังมุ่งตรงมาทางนี้ ยิ้มกว้างหน้าตาดั่งอสูรเอ่ยถามเสียงดังกับสหายข้างตัว

สังหารได้หรือไม่?

หนึ่งบุ๋นหรี่ตาของมันมือโบกพัดก่อนตอบสหาย ได้ แต่หลังจากข้าทรมาณมันจนได้ความแล้ว

ลี้เป้ยมันพลันกำลังจะอ้าปากหัวร่อที่จะได้ต่อสู้กับยอดฝีมือตามที่วาดหวัง พลันเงามืดที่พุ่งตรงมาเดิมทีมันเห็นอยู่ห่างไกลมิต่ำกว่าหนึ่งลี้ เหตุใดเพียงสนทนาสองคำพริบตากลับมาปรากฏอยู่เบื้องหน้าจนมันตะลึงตะลาน!

จิ่นเลี่ยงหานได้สติก่อน ไหวตัวทันทีว่ายอดฝีมือผู้นี้คงเป็นตัวจริงกับที่สังหารคนระดับหัวหน้าของพวกมันไม่ผิดแน่ มันรีบสั่งให้คนในพรรคทั้งหมดกระจายตัวโอบล้อมทันที ท่ามกลางค่ายกลของพรรคตัดสุริยันนี้คนในไม่อาจออก คนนอกไม่อาจเข้า หากต้องการทำลายย่อมไม่ง่ายดาย

ท่านคือยอดฝีมือที่ช่วยเหลือพรรคบรรจบฟ้า?จิ่นเลี่ยงหานแสร้งยิ้ม ผิดกับลี้เป้ยที่กระตือรือร้นอย่างยิ่ง มันใจร้อน ทั้งยังเห็นอีกฝ่ายมาเพียงคนเดียว เข้าใจว่าพวกมันโดนดูถูกจึงพาลให้อยากประมือ

...เสียงเสียดสีเบาๆ ดังขึ้น พวกมันทั้งหมดล้วนกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว สายตาเผลอเฝ้ามองบุรุษหนุ่มในชุดขาวชักกระบี่สวยงามเลอค่าออกมาจากฝัก กลิ่นอายเย็นแผ่กระจายดั่งระลอกคลื่น คนลึกลับผู้นี้ไม่ตอบคำ ใบหน้าปิดบังไว้ด้วยหน้ากากสีเงิน

ไยต้องรีบร้อน สมควรกล่าววาจากันก่อนหรือไม่? ยอดฝีมืออย่างท่านเหตุใดจึงต้องจมปลกอยู่กับพรรคที่ถูกกวาดล้างไปแล้วด้วยเล่า? จิ่นเลี่ยงหานยิ้ม มันอ้าปากเอ่ยวาจาคำหนึ่งก็ลอบส่งสัญญาณคราหนึ่ง

อย่าเสียเวลาเล่นลิ้น พรรคของตัวชั่วช้าย่อมชั่วช้ามิต่างกัน มีอันใดให้สนใจ?

จิ่นเลี่ยงหานนิ่งอึ้งไป มันไม่คาดคิดว่าท่ามกลางค่ายกลของพวกมัน อีกฝ่ายจะยังขวัญกล้าปากเก่งถึงเพียงนี้ มันหรี่ตาพิจารณาดูอีกครา เพียงภายนอกก็สามารถบอกได้แล้วว่ารูปโฉมต้องไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง ยามด่าทอน้ำเสียงนิ่งเรียบไม่อนาทรร้อนใจต่อสถานการณ์ หากมิใช่ยอดฝีมือที่ผ่านความเป็นความตายมาอย่างยาวนานไหนเลยจะมีนิสัยเช่นนี้

เพ้ย! ข้าเป็นตัวชั่วช้า ส่วนเจ้าก็จะเป็นลูกเต่าให้ตัวชั่วช้าทุบตี!” ลี้เป้ยมีความโกรธขึ้นหลายส่วน มันเกลียดการโดนดูถูกที่สุด ที่ผ่านมายอดฝีมือมักด่าทอพวกมันเช่นนี้ มิใช่ว่ายอดฝีมือที่ว่าถูกมันทุบตีจนตกตายไปแล้วหลายคนหรอกหรือ?

ลี้เป้ยยังไม่ทันถ่มน้ำลายให้สาแก่ใจ พลันรู้สึกได้ถึงอันตรายที่พุ่งมายังด้านขวาของตน มันรีบหยิบฉวยกระบองกวัดแกว่ง หมุนควงออกซึ่งกระบวนท่าป้องกันทันที

เคร้ง –

เสียงประทะกันดังลั่น ลี้เป้ยและจิ่นเลี่ยงหานได้แต่เบิกตากว้างให้กับความเคลื่อนไหวอันรวดเร็ว ลี้เป้ยมันอ้าปากร้องคำราม ใบหน้าฉายแววอวดดีหมายใช้เรี่ยวแรงจากกล้ามเนื้อที่ฝึกมาของมันดันบุรุษที่รูปร่างเพรียวลมผู้นี้จนกระบี่หลุดมือ

นะ...นี่...!”

จิ่นเลี่ยงหานมันร้องอุทานอย่างตกใจ มือชี้พัดมาอย่างมิอาจเชื่อสายตา นอกจากบุรุษในอาภรณ์ชุดขาวจะไม่ขยับแล้วเป็นลี้เป้ยเสียเองที่เริ่มถอยหลังไปเรื่อยๆ

ย๊ากกก!!” ลี้เป้ยกู่ร้อง กล้ามเนื้อของมันลั่นเปรี๊ยะไปทุกสัดส่วน มันใส่แรงทั้งหมดหมายต่อต้าน พลันกับต้องหน้าคะมำลงสัมผัสได้แต่ความว่างเปล่า มันรีบก้าวเท้าค้ำยำไว้ตั้งหลักเสียงดังตึงลั่นไปทั่วบริเวณ ทว่าการเคลื่อนไหวของมันกลับช้าไป อีกฝ่ายที่ล่องลอยหายไปราวกับภูติผีปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของมันตรงบริเวณจุดอับ

เคร้ง!กระบี่ที่กำลังจะสังหารมันกลับพลาดเป้าไป พัดด้ามหนึ่งถูกนำมาขวางไว้เสียก่อน ลี้เป้ยกลับมาตั้งหลักได้ เห็นจิ่นเลี่ยงหานกำลังประกระบวนท่ากับบุรุษลึกลับ มันรู้ตัวว่าเสียทีไปหนหนึ่งมิกล้าประมาทอีก ฉวยโอกาสสองรุมหนึ่งใช้ออกซึ่งกระบวนท่ากระบองของมันอย่างดุเดือด

เสียงปะทะกันดังต่อเนื่อง บรรดาชนชั้นธรรมดาในพรรคที่ตั้งค่ายกลต่างดวงตาพร่าเลือนด้วยมิอาจมองทัน พวกมันจึงได้แต่เพียงรักษาค่ายกลปิดบังจากภายนอกไว้สุดชีวิต

กระบองของมันถูกเรียกว่ายอดกระบองในพรรคตัดสุริยันด้วยกัน มีเพียงอาจารย์ของมันเท่านั้นที่สามารถรับการโจมตีของมันได้อย่างนิ่งเฉย กระบองเหล็กน้ำหนักหลายชั่งถูกมันหวดผ่านกระแสลมดังหวีด บุรุษลึกลับทางหนึ่งรับมือกับการจู่โจมด้วยอาวุธลับกระบวนท่าพัดจากจิ่นเลี่ยงหาน อีกทางหนึ่งต้องหลบเลี่ยงกระบอง

ชายสวมหน้ากากพลันกระโดดถอยหลังออกไป ชั่วพริบตาเกิดร่างแยกมากมายขึ้นจนพวกมันได้แต่ตกตะลึงจนอ้าปากค้าง จิ่นเลี่ยงหานร้องตระโกน

นี่เป็นเพียงภาพติดตา ตัวจริงของมันมีเพียงหนึ่งเดียว!”

เรื่องนี้การพูดอาจง่ายดาย แต่ไหนเลยสามารถมองออกได้ง่ายดั่งที่คาดคิด จิ่นเลี่ยงหานและลี้เป้ยแม้ทราบดีว่าร่างแยกนั้นมิใช่ตัวจริงของมัน แต่พวกมันใช่สามารถดูออกได้? ทุกคราที่มีเงาอีกฝ่ายเข้าใกล้มันต้องออกกระบวนท่าจู่โจมไปแล้วหนึ่งส่วนในทันที

ทันใดนั้นพวกมันพลันร้องอุทาน

บัดซบ!!!” ลี้เป้ยคล้ายคลุ้มคลั่ง ค่ายกลรอบๆที่คนของมันตั้งขึ้นกลับไม่มีอยู่แล้ว เหลือแต่เพียงศพที่กลาดเกลื่อนลำตัวขาดครึ่งเป็นแนวยาวเท่ากัน จุดอ่อนของค่ายกลนี้ราวกับเป็นใยแมงมุมบางๆที่บังตาเท่านั้นเมื่ออยู่ต่อหน้าอีกฝ่าย

...นี่แปลว่าคนผู้นี้วาดกระบี่คราเดียวสังหารได้หมดสิ้น

จิ่นเลี่ยงหานพลันขนลุกซู่ มันเข้าใจกระจ่างทันทีว่ายอดฝีมือผู้นี้เกินกำลังของมันเกินไป อีกฝ่ายอาจอยู่ระดับเดียวกับผู้อาวุโสของพรรค มิใช่เรื่องที่มันจะสามารถต่อกรได้เลย กระบี่ที่ประมือกันมาคล้ายเป็นการหยอกล้อทักทายดั่งผู้อาวุโสเท่านั้น มันอ้าปากจะร้องตะโกนเตือนลี้เป้ยกลับต้องเบิกตาค้าง

ลี้เป้ยถูกการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วดั่งปีศาจหลอกล่อจนหัวหมุน มันออกกระบวนท่าใส่ภาพด้านหน้าปรากฏตัวจริงจู่โจมมาด้านหลัง มันไม่ว่าโจมตีไปทางใดนอกจากจะไม่โดนสิ่งใดแล้วยังถูกโจมตีสวนกลับจนร่างกายมีแต่บาดแผล... พลันการเคลื่อนไหวก็หยุดชะงักลง เงาแยกมากมายสลายไปสิ้น อีกฝ่ายพ่นลมหายใจคล้ายเหนื่อยหน่าย วาดกระบี่หนึ่งคราใช้ออกซึ่งมรรคากระบี่อันพริ้วไหวล้ำลึกหมดจด

ตัวลี้เป้ยมันได้แต่ทำตาถลนอยู่เช่นนั้น จากสายตาของมันกระบี่เล่มนี้ไหนเลยจะเหมือนสิ่งที่จิ่นเลี่ยงหานมองเห็น? กระบี่ซีอิ่งราวกับมือของอสูรหลากหลายร้อยมือพุ่งเข้าหามัน สายตามันค่อยๆ มองเห็นรังสีกระบี่ฟาดฟันคราเดียวเข้ามาใกล้เพียงพริบตา กระบองที่แสนภูมิใจของมันร้าวก่อนแปรเปลี่ยนเป็นแตกหัก...

จนกระทั่งมันมิอาจเห็นสิ่งใดได้อีกเลย

จิ่นเลี่ยงหานตัวสั่นระริกมองการถูกสังหารอย่างเรียบง่ายเพียงหนึ่งกระบี่ มันขยับตัวเคลื่อนไหวทันที ผงระเบิดถูกมันปาลงพื้น รีดเค้นลมปราณให้ได้ขั้นสุด รีบหนีออกจากมัจจุราชภูติผีปีศาจตนนี้!

เสียงผิวปากหนึ่งทีปรากฏนกยักษ์ตัวใหญ่โฉบลงมาให้มันเกาะห้อยโหยไปอย่างรวดเร็ว จิ่นเลี่ยงหานชั่วพริบตามันพบความหวาดกลัว มรรคากระบี่ลึกล้ำยิ่งกว่าประมุขของพวกมันเสียอีก มันมิอาจตกตายที่นี่! อย่างไรก็ต้องกลับไปแจ้งข่าวมิให้พรรคตอแยคนผู้นี้เด็ดขาด!

จินยืนอยู่ที่เดิม มือค่อยๆปลดหน้ากากบนใบหน้าลง สะบัดกระบี่ซีอิ่งหนึ่งทีหยดเลือดชุ่มกระจายตัวตามพื้น สายตามองไล่ไปยังเงาของนกยักษ์ที่เริ่มห่างไกลไปเรื่อยๆ

น่าเสียดาย...น่าเสียดายอย่างยิ่งที่ถือเป็นเคราะห์ร้ายของพรรคตัดสุริยันอย่างแท้จริง

นกยักษ์ตัวนี้บินสูงขึ้นไปบนอากาศ หากนำนกมาไล่ตามเช่นเดียวกันคาดว่าคงไล่ตามไม่ทันแล้ว ขณะที่จิ่นเลี่ยงหานโล่งใจไหนเลยจะคาดคิดว่าจู่ๆ กลับปรากฏลูกธนูอันรุนแรงดอกหนึ่งวิ่งฝ่าอากาศมา เสียบเข้าข้างลำตัวสัตว์อสูรของมันอย่างแม่นยำจนร่วงหล่น

จิ่นเลี่ยงหานรู้ตัวดี ครานี้มันจบสิ้นกันแล้ว... ลี้เป้ยก็ตกตายอย่างอนาถลำคอถูกบั่นจากหัวอย่างเหี้ยมโหด มันหลับตาลงจนกระทั่งถึงวาระสุดท้ายยังไม่นึกเสียใจต่อความชั่วที่กระทำมา

ตึงง---  เสียงนกยักษ์ตัวใหญ่ร่วงหล่นสู่พื้น เสี่ยวผานรอจนกระทั่งมันบินไปในบริเวณที่ไม่มีบ้านเรือนก่อนจะลั่นลูกธนูสังหาร แพทย์หนุ่มเก็บคันธนูรีบตรงไปยังบริเวณเกิดเหตุ

เสี่ยวผานที่เพิ่งมาสมทบ มองปลายเท้าจินถูกใช้เขี่ยซากศพของจิ่นเลี่ยงหาน

มันกัดยาพิษในปากตกตายก่อนลงมา ส่วนนกตัวนี้ใกล้หมดลมหายใจแล้ว

ซากศพสมบูรณ์ดี แสดงว่าจินมารอรับก่อนจะตกลงมา เสี่ยวผานเบือนสายตาไปยังนกยักษ์ที่นอนหายใจแผ่วเบา มือหยิบเอามีดที่พกไว้ติดตัวขึ้นมา ก่อนจะเดินตรงไปนั่งลงข้างๆ แพทย์หนุ่มยิ้มอย่างสุภาพ บนบ่าเกาะไว้ด้วยนกนางแอ่นคู่

จินมองภาพแปลกประหลาดนั่นก่อนจะเอ่ยถาม เจ้ากำลังจะทำอะไร?

สัตว์อสูรไม่สมควรให้ตายเปล่า

เสี่ยวผานตอบด้วยเสียงนุ่มนวลดั่งบัณฑิต สองมือของแพทย์ตวัดปลายมีดแยกส่วนจนจินถึงกับยืนนิ่งมอง หนังหุ้มบนตัวถูกกรีดแหวกจนถึงอวัยวะภายใน ชายหนุ่มคล้ายพกย่ามสมุนไพรติดตัวตลอดเวลา หยิบเอากล่องกักเก็บออกมาค่อยๆตัดแยกสิ่งที่ต้องการใส่กล่องกลับไป

...ขอโทษต่อพวกท่านด้วยบรรพบุรุษตระกูลหลิว

จินมองภาพเสี่ยวผานแล้วได้แต่นึกย้อนไปว่าเสี่ยวผานในวันนั้น...มาเป็นเสี่ยวผานในวันนี้ได้อย่างไร? เกิดความผิดพลาดที่ตรงไหนกันแน่

เสียงกระบี่ดังปานนี้ ไฉนจึงได้ไม่มีผู้ใดออกมาจากบ้านเรือนแถวนี้

ยุทธจักรอยู่ในช่วงกลียุคพลเมืองทั่วแคว้นล้วนทราบ ชาวยุทธสู้กันตอนกลางคืนกลายเป็นเรื่องปกติ ยิ่งไม่ทราบเป็นพรรคตัดสุริยันด้วยรึเปล่าแล้ว ผู้ใดจะกล้า

เสี่ยวผานเสร็จธุระก็ผุดลุกขึ้น มือเปิดขวดสีดำที่จงใจแยกไว้ให้ทราบว่าเป็นยาพิษ ราดลงไปยังซากศพ...ค่อยๆปรากฏกลิ้นเหม็นไหม้ ตามมาด้วยเสียงกัดกร่อนของพิษลามไปทั่วร่างกาย

ยังเหลือตรงที่เดิมอีกกลุ่มใหญ่ มีตามที่ต่างๆที่ถูกข้ายิงธนูสังหารอีกด้วย

จัดการให้หมด น่าจะยื้อเวลาทราบเรื่องของพรรคได้หลายวัน

เมื่อปราศจากการช่วยเหลือเก็บกวาดจากนาเทียนตงหรือจางฮุ่ยเฟิง หนึ่งแพทย์หนึ่งจิ้งจอกจึงต้องแยกย้ายกันไปเก็บกวาดร่องรอยให้หมดสิ้น แม้กระทั่งรอยเลือดก็ต้องเช็ดออก เรื่องเหนื่อยกายยังไม่เท่าไหร่ สิ่งที่ทำให้จินรู้สึกเสียดายที่สุดคงไม่พ้นอาภรณ์สีขาวจากถ้ำครรภ์นางแอ่นที่เปื้อนรอยเลือด คาดว่าหากร้านซักผ้าเปิดในยามค่ำคืนจิ้งจอกคงตรงดิ่งไปแล้ว

หลังจากเก็บหวาดจนเสร็จสิ้นกินเวลาไปประมาณหนึ่งเค่อ ทั้งคู่จึงรีบกลับไปยังเรือน จางฮุ่ยเฟิงยังนั่งอยู่บนโต๊ะตัวเดิม ในมือถือตำราเล่มบางเปิดผ่านๆ เซี่ยจวิ่นนั่งอยู่ด้านข้างท่าทางของเขาดูไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่ ส่วนมู่ฟงยังไม่กลับมา

จางฮุ่ยเฟิงวางตำราลงเมื่อเห็นคนทั้งคู่กลับมาแล้ว สายตาไล่ไปตามรอยเลือดบนอาภรณ์สีขาว

เจ้าไปผลัดเปลี่ยนให้ถิงถิงซัก นางสามารถจัดการให้ได้

คุณชายตระกูลจางกล่าวจบก็เดินหายเข้าห้องไป ท่ามกลางคนที่เหลือได้แต่มองหน้ากันอย่างงุนงง จินลอบถอนหายใจรู้สึกคล้ายตนเองเป็นคนแก่กำลังเลี้ยงดูเด็กหนุ่มชอบกล

วันนี้นายน้อยผิดปกติอย่างยิ่งเซี่ยจวิ่นเอ่ยปากขึ้นก่อน สายตาจับจ้องมาที่จิน

ท่านพี่เซี่ยจวิ่นกล่าวได้ถูกต้อง ผิดปกติอย่างยิ่งเสี่ยวผานพยักหน้าผสมโรง สายตาจับจ้องมาที่เดียวกัน

จิ้งจอกในร่างมนุษย์แยกเขี้ยว พวกเจ้ามีธุระอะไรก็กระทำไป

ปกติแล้วยามหลานงอนในบางครั้ง เขามักจะซื้อเครื่องเกมไปขอคืนดี สำหรับจางฮุ่ยเฟิงสมควรง้ออย่างไรนี่เป็นประโยคคำถามที่มิสามารถตอบได้ หากเปลี่ยนไปคิดเปรียบเทียบกับแฟนหนุ่มที่ผ่านมาคงเป็นช่อกุหลาบหรือของมีค่าราคาแพง

นับว่าเรื่องนี้เขาจนปัญญาจริงๆ...

ใบหน้างามกลัดกลุ้ม จะปล่อยผ่านก็พาลจะหงุดหงิดเอากับความเงียบขรึมของอีกฝ่ายเอาได้ อย่างไรก็สมควรเข้าไปพูดคุยกัน... จินถอดเสื้อด้านนอกออกก่อนจะนำไปให้ถิงถิง เขาตรงเข้าไปอาบน้ำ ให้อภัยจางฮุ่ยเฟิงที่ไม่ยอมมาทำหน้าที่หนึ่งวัน คลุมร่างกายด้วยอาภรณ์บางสบาย

...เสี่ยวผานกับเซี่ยจวิ่นมองคนกลัดกลุ้มที่หยุดยืนถอนหายใจกับตนเองหนึ่งครา มือผลักบานประตูเข้าไปในที่สุด

จางฮุ่ยเฟิงที่นอนพิงอยู่ขยับเคลื่อนไหว มือวางตำราลง ดวงตาสีเทามองภาพที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็น่าชมดูอย่างยิ่งเบื้องหน้าอย่างประเมิน แววตาล้ำลึกสะท้อนออกมาเด่นชัด

ยามนี้สมควรเรียกร้องบ้าง... คุณชายจางตั้งมั่นในใจ ถึงแม้เขาจะมิได้คาดหวังความรู้สึกตอบรับ แต่เรื่องที่ตนเองถูกลดความสำคัญนับว่าไม่สามารถทานทนได้

เจ้าเป็นอันใด?จินเดินมานั่งขัดสมาธิบนเตียง มือสองข้างกอดอก สายตาหรี่มองคุณชายที่กำลังนอนราบ มือค้ำยันศีรษะเอาไว้ ก่อนย้ายตำราไปไวไกลๆ

จางฮุ่ยเฟิงไม่ตอบในทันที มือตบลงที่ว่างข้างๆตัว

หากจะพูดคุยกับข้าคืนนี้ห้ามกลับร่าง

นี่มิใช่ว่าเป็นการฉวยโอกาสหรอกหรือ?... หากไม่พูดคุยกันอีกฝ่ายก็จะเป็นเช่นนี้ต่อไป จินไม่ชอบบรรยากาศถูกละเลยเช่นนี้ การถูกเอาใจจนเคยตัวทำให้เขาเสียจิ้งจอกแล้วจริงๆ

จางฮุ่ยเฟิงคว้าร่างที่นอนลงใกล้ๆมาไว้ในอ้อมแขน ฝังหน้าลงบนอุณภูมิร่างกายของมนุษย์ ในใจรู้สึกอบอุ่นยินดี ความรู้สึกคล้ายถูกเติมเต็ม จิ้งจอกแสนรักของเขา...ยังอยู่ตรงนี้

จัดการเรียบร้อยหรือไม่

เจ้าเพิ่งจะมาถามเอาป่านนี้?

อย่างเจ้าจะมีเรื่องใดให้น่าเป็นห่วงอีก

ตกลงเจ้าหายเป็นปกติแล้วหรือ จึงได้มืออยู่ไม่สุขเช่นนี้?

ปกติแล้วก็กระทำอยู่ทุกวัน

...นี่จึงเรียกว่าเถียงไม่ออก เป็นการหาช่องโหว่มาใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนอย่างแท้จริง ลูบขนในร่างจิ้งจอกจะไปเหมือนกับสัมผัสร่างกายของเขาจริงๆได้อย่างไร? การเปรียบเทียบเช่นนี้ทางหนึ่งรู้สึกหมั่นไส้อีกทางกลับรู้สึกคล้ายถูกดูหมิ่นอย่างรุนแรง

หากเปลี่ยนเป็นประโยคฉบับชีวิตที่แล้วคงเป็นประมาณว่า ร่างกายของคุณให้ความรู้สึกไม่ต่างไปจากสัมผัสขนจิ้งจอกเลยแม้แต่นิดเดียว

...ช่างเป็นประโยคที่ลบหลู่มากกว่าเด็กชู้กล่าวหาว่าเขาแก่เสียอีก

รู้สึกอย่างไร?

จางฮุ่ยเฟิงชั่วครู่หนึ่งตั้งตัวไม่ทันกับคำถามเช่นนี้ แม้ไม่ค่อยเข้าใจนักแต่ลางสังหรณ์บอกว่านี่เป็นโอกาสของตนเอง ริมฝีปากจุมพิตเบาๆลงบนไหล่ของอีกฝ่ายผ่านเนื้อผ้า


ข้าชมชอบนิสัยใจอ่อนของเจ้าอยู่บ้าง เพราะมันทำให้เราเป็นเช่นนี้... แต่บางครั้งข้าก็ไม่ชอบมันจริงๆ




                                        


#TALK with LLwuda

ชี้แจงเรื่องต่างๆที่มีคนซักถามมานะคะ

1.       เรื่องนี้มีกี่ตอนจบ ?

-        ตามพล็อตแล้วประมาณ50ตอนจบค่ะ มีสองเล่ม กำลังพยายามไม่ให้มันกลายพันธุ์มากกว่านี้อยู่

2.      เกี่ยวกับหนังสือตีพิมพ์เมื่อไหร่? สนพ.อะไร?

-        นักวาดปกเป็นคนจีนค่ะเลยต่อคิวค่อนข้างนาน ได้ภาพประมาณปลายเดือนนี้ สนพ.ก็ขออุบไว้ก่อนจนกว่าทางสนพ.จะประกาศนะคะ ฉบับหนังสือคงแก้ไขเยอะและมีตอนพิเศษเพิ่มเติม

 

#TALK 2

          เดิมทีเราเขียนเรื่องนี้ตั้งใจจะให้ทุกคนสนุกมากกว่าดราม่าค่ะ อยากเขียนคลายเครียดอ่านแล้วยิ้มตลกบ้าง ฮา (แต่ตัวเราทุกวันนี้ยังเล่นมุขแปกใส่เพื่อนอยู่เลย) วางแผนไว้ทีแรกเรื่องก็ยาวกว่านี้อีกค่ะ55 สุดท้ายเราก็ตัดทอนลง ปมอื่นที่ทิ้งไว้ก็เปิดเป็นซีรีส์ใหม่ไป(อุ๊บ)

          เรื่องนี้หากไม่นับเสี่ยวผานของเราที่เป็นคู่ช-ญ(แน่นอนค่ะว่าถูกประเพณีเราไม่เขียน ฮา) 

          หวังว่าเรื่องนี้จะทำให้ทุกคนเห็นมนุษย์หลายๆแง่มุมมากขึ้นนะคะ มุมมองของนักอ่านตามที่มีคนกล่าวไว้ว่าคือมุมมองของพระเจ้าเราได้แต่แนะนำว่าควรปลดบทบาทนี้ลงค่ะ


          แล้วพบกันตอนหน้า ขอบคุณค่ะ :)



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 404 ครั้ง

130 ความคิดเห็น

  1. #8174 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 19:13

    จินใจเย็นนะ เด็กน้อยมันก็แค่งอน น้อยใจตามเรื่องตามราวแหละ

    #8174
    0
  2. #8144 SudaratYo (@SudaratYo) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 18:53
    ใครจะได้นุ้งจิ้งจอกเงิน
    #8144
    0
  3. #8082 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 09:20

    โถ เด็กเค้าน้อยใจจ

    #8082
    0
  4. #7991 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 12:28
    ตอนนี้สงสารฮุ่ยเฟิงเลย น้อยใจของจริงแล้ว รู้สึกตัวเองไม่สำคัญที่สุดเสียแล้ว กลัวโดนแย่งความใจดีนี้ไป โถ่วๆ เด็กน้อย
    #7991
    0
  5. #7944 chalillxx_ (@chalillxx_) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 21:30
    หน่วงไปกับน้องเฟิงเลยยย พอมาคิดๆดูแล้วคือโคตรจริง
    #7944
    0
  6. #7814 LuckyStar1006 (@AinSuchada) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 18:42
    เป็นเราเราก็น้อยใจเด้อ เราเห็นเขาสำคัญที่สุดก็อยากให้เขาเห็นเราสำคัญที่สุดแหละเนอะ
    #7814
    0
  7. #7316 CreamWoo (@CreamWoo) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 01:07
    มีเราคิออยู่คนเดียวหรือเปล่า? เราจิ้นองค์ชายรัชทายาทกับองค์ชายรอง คล้ายๆคู่ที่ชอบกัดจิกกัน แต่รักกันดี ความรักต้องห้าท อะไรประมาณนี้
    #7316
    0
  8. #7169 mmaijii (@mmaijii) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 20:17
    คือแอบสงสารพระเอกอ่ะ ที่จินคิดกับนางเหมือนๆกับคนอื่นไม่ได้มีอะไรพิเศษเลยป่ะ เสี่ยวผานน่าจะคู่กับหมอเด็ก
    #7169
    0
  9. #7067 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 15:28
    หมาป่าก็ยังคงเป็นหมาป่า...:)
    #7067
    0
  10. #6995 ิbabychick (@nuttanara2545) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 21:48
    เสี่ยวผานขอวายเถอะนะ ว้อนมากกก
    #6995
    0
  11. #6827 GottomonEye (@gottomon03) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 01:04
    เราเพิ่งมาตามอ่านทีหลังแอบไปถามน้องสาวอยุ่เหมือนกันน้องบอกมี 1 คู่ ชญ 1  คู่

    โอ้ยอยากรู้จังว่า มู่ฟงจะมีคู่มาท้ายๆแล้วเปิดเรื่องใหม่ หรือเปลี่ยนใจ มู่ฟงไร้คู่ อร้ากกก 

    อ่านไม่ทัน อยากรู้ก็อยาก 555
    #6827
    0
  12. #5699 Butterfly DN. (@babyll) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 22:15
    งื้ออออ มีจุ๊บไหล่ด้วยอ่ะ -////-
    #5699
    0
  13. #5611 ว่าที่หมอปีนี้ (@TangmzCute) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 21:59
    เรามโนรึป่าวที่คิดว่า นาเทียนตงอาจจะได้จิ้งจอกสีเงินเป็นสัตว์ประจำตัว งื้ออออออ ขอเถอะ อยากให้จิ้งจอกเงินมีบท 55555
    #5611
    0
  14. #5474 ขนมหวานนมสด (@mikilovesj) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 22:46
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านค่ะ
    #5474
    0
  15. #4243 ALOHA (@chatriya) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 02:29
    ทำไม เรารำคาญพระเอก คือ อ่อนอะ ไม่ใช่อ่อนที่ ฝีมือนะ แต่ ทุกอย่าง สู้จินไม่ได้เลย แต่ขัดมือขัดเม้าจินตลอด หมั่นไส้ โอเค นางฉลาด นางเก่ง แต่บางครั้ง นางเยอะไปนะคะ เพราะฉะนั้น อิชั้นเบื่อและรำคาญพระเอกคะ 555

    ปล.นิยายสนุกคะ ^^
    #4243
    3
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #4243-3 senkou.pd (@senkou) (จากตอนที่ 39)
      25 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:55
      อย่าเอาเด็กยุคโบราณ ไปเทียบกับ(คนแก่)โกงเลยค่ะ เอาไปเทียบกับคนอื่นจะเห็นข้อแตกต่างได้ชัดกว่า ^ ^
      ถามว่าจางฮุ่ยเฟิงเยอะไหม 'เยอะค่ะ' เราตอบตามตรงตามนิสัยชอบเก็บกดรอเวลาระเบิดอย่างเขา
      ไม่เป็นไรค่ะ ชีวิตปกติคนเราก็ไม่ได้ชอบมนุษย์ที่ผ่านมาทุกคน ตัวละครในนิยายก็ไม่มีทางชอบเหมือนๆกัน แม้แต่นิยายเรื่องนี้ก็แตกเป็นหลายเสียง ขอบคุณสำหรับความเห็นนะคะ ^^
      #4243-3
  16. #4204 เรนเดล (@parnwonganu) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:32
    กลายพันธุ์สิดีเราชอบบบ
    #4204
    0
  17. #4155 Zevaress (@anontaporn) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559 / 14:49
    เดี๋ยวนะ เสี่ยวผานนี่ชายหญิงหรออ หาพ่อหนุ่มแน่งน้อยเป็นข้ารับใช้หมออีกซักคนปะไรรรร
    #4155
    0
  18. #4102 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:02
    คุณชายยยยยยยย จะงอนหรือจะหากำไรจากจิ้งจอกน้อยดี เอาสักอย่างไหม 55555 งานนี้เหนื่อยเสี่ยวผานกับจิน แถมกลับมาง้อคุณชายอีก คิคิ โดนกอดโดนฟัดไป ถือว่าง้อล่ะนะ 5555
    #4102
    0
  19. #4073 Khaosan P. (@liming) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 09:55
    อ่านมาถึงตอน Talk ท้ายๆแอบชะงักไปนิด  อย่าบอกนะ คู่ของมู่ฟงคือจิ้งจอกเงิน  ผิดคาดมากนึกว่าเสี่ยวผานจะคู่กับจิ้งจอกเงินเสียอีก
    #4073
    1
    • #4073-1 ว่าที่หมอปีนี้ (@TangmzCute) (จากตอนที่ 39)
      30 พฤษภาคม 2559 / 22:00
      เราคิดว่านาเทียนตงจะได้จิ้งจอกเงิน หม่ายยยย แต่มู่ฟงก็เอาค่ะ
      #4073-1
  20. #4031 ลิงน้อยสุดเอ๋อ (@G_jejejung) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 01:16
    ฮุยเฟิงได้กำไรกับอ้อมกอดจินโครตๆๆ

    #4031
    0
  21. #4030 ลิงน้อยสุดเอ๋อ (@G_jejejung) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 01:16
    ฮุยเฟิงได้กำไรกับอ้อมกอดจินโครตๆๆ

    #4030
    0
  22. #3992 christy00 (@christy00) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:22
    มู่ฟงคู่กะจิ้งจอกเงินอ่ะป่าววว
    #3992
    0
  23. #3976 #2311# (@sai-sasina) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:20
    โดนตามใจจนเสียจิ้งจอก 555
    #3976
    0
  24. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:54
    คุ่ของเสี่ยวผานเป็นหญิง???
    ใช่คุณหนูตระกูลฮารึเปล่าหว่า???
    อีกไม่กี่ตอนจะจบแล้วอ่าาา
    จะตามซื้อหนังสือนะคะ
    #3975
    0
  25. #3970 AiTemmm (@itemskyaname) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2559 / 16:45
    ขอเวลาให้รีดเก็บเงินยาวๆจองยาวๆนะคะ อยากได้งื้อออ
    #3970
    0