✦ อนธการจิ้งจอก ✦ BL, YAOI [END]

  • 99% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 515,962 Views

  • 8,337 Comments

  • 13,675 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    7,200

    Overall
    515,962

ตอนที่ 41 : วาโยล่องหงส์ (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21782
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 435 ครั้ง
    24 ก.พ. 59

24.2.2016 : เพิ่มเนื้อหา 






บทที่ 38

วาโยล่องหงส์ (1)



 

            ขุนศึกผู้รอบรู้การศึก ก็คือ วีรบุรุษผู้กำความเป็นความตายของผองนิกร

            และผู้แบบไว้ซึ่งภาระ อันจะยังความร่มเย็นหรือทุกข์เข็ญ

ขุนศึกผู้รอบรู้การโลก ก็คือ วีรบุรุษผู้กำเส้นทางความอับจนรุ่งโรจน์ของเหล่าทัพ

และผู้ซึ่งแบกรับภาระ อันเรียกขานว่า วาโยล่องหงส์

 

แคว้นไตรนภา เป็นชื่อเรียกของแว่นแคว้นขนาดกลาง ประชากรมิได้มีล้นหลามเช่นแคว้นอื่นๆ แผ่นดินแห้งแล้ง ผืนน้ำเยือกเย็น แม้กระทั่งขุนเขายังมีลมพัดรุนแรง เป็นแผ่นดินที่มิมีความอุดมสมบูรณ์เลยแม้แต่น้อย

ทว่า...ราวกับสวรรค์มีตา แคว้นไตรนภาที่แห้งแล้งกลับมีสิ่งมีชีวิต นอกเหนือจากมนุษย์ซ่อนอยู่ในป่าใหญ่

พวกมันชาญฉลาด ทรงพลัง แผ่นดินที่แห้งแล้งก็สามารถเรียกน้ำ เรียกลมเรียกฝน เรียกไฟเรียกแสงสว่าง แต่ละอย่างล้วนมีชื่อเรียกต่างกันไป ช่วงชีวิตที่แสนยาวนานของพวกมันเงียบเหงานัก นานวันเข้ากลายเป็นความผูกพัน...แลกสายโลหิตทำสัญญากับมนุษย์ที่คู่ควร

ผ่านมานานนับหลายพันปีพวกมันล้วนตายจาก

กาลเวลาอาจพรากสัตว์วิเศษอันทรงพลังไปได้ แผ่นกระดาษอาจจืดจาง แต่มิอาจพรากพวกมันจากความทรงจำของผู้คน พวกมันมีชื่อเรียกขาน ผู้คนในแคว้นต่างเรียกขานพวกมันด้วยความเคารพ

...สัตว์วิเศษบรรพกาล

เรื่องเล่าคล้ายนิทานเรื่องนี้ถูกเล่าในเหลาสุราเก่าแก่ มีตาเฒ่าอ้วนพุงพลุ้ยผู้หนึ่งนั่งอยู่กับสหายเฒ่าสุราอีกสองคน ปากร่ำสุราพลางหัวร่อ เรียกตนเองว่าเป็นผู้เฒ่าเจ้าปัญญา มันใช้มือตบเข่าฉาด

เจ้าดู! ตาเฒ่าอายุอานามเท่าเราล้วนได้ยินเรื่องเล่าเก่าแก่เช่นนี้ ไฉนจึงไม่ไปดูสัตว์วิเศษให้เป็นบุญตาสักครั้งเล่า?

เฒ่าทารกเยี่ยงเจ้าปากกล้าขาแข็ง! เจ้ากล้าไปเคาะประตูหน้าตึกตระกูลจางไถ่ถามหาสัตว์วิเศษเรอะ?

เพ้ย!” เฒ่าเจ้าปัญญาร้องเสียงดังอย่างยินดี พวกเจ้าไม่รู้อันใด การสอบวาโยล่องหงส์ปีนี้คุณชายจางจะเข้าสอบด้วย นี่มิใช่ว่าเป็นโอกาสไปเฝ้าดูหรอกหรือ?

เฒ่าสุราผู้หนึ่งพลันขมวดคิ้วสีขาวโพลนของมัน เฒ่าทารกเจ้าไปทราบข่าวมาจากที่ใด?

ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าไปวงพนันของขอทานมา พวกนี้เคยพลาดที่ไหน หากพวกมันมีชื่อให้ลงเงินมันก็ต้องมี!” กล่าวจบมันยกดื่มสุราร้อนให้ไหลลงคอ ก่อนก้มกระซิบต่อ พวกเจ้าห้ามเอาไปเล่าต่อเชียวนา... ข้าจะบอกให้ว่าคุณชายจางผู้นี้มีวาสนาสูงส่งนัก เสียดายที่ไม่สนลาภยศ พอจวนใหม่สร้างเสร็จเจ้าบ้านตระกูลฮาก็ไปเคาะประตู หมายหมั้นให้คุณหนูตระกูลฮาแต่งงาน แต่กลับโดยปฏิเสธเสียนี่

เจ้าเฒ่าทารกโง่! คุณชายเป็นถึงตระกูลจาง ซ้ำยังเป็นคนโปรดของจักรพรรดิ ยังมีลาภยศใดที่เขาต้องการอีกเล่า!” สหายเฒ่าสุราด่าทอผู้ร่วมโต๊ะ

เฮอะ นอกจากท่านแม่ทัพจางหลี่ที่เป็นขุนพลอันยอดเยี่ยมแล้ว ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินต่างชมเชยเขาอีกคน ไม่แต่งกับคุณหนูตระกูลฮาเขาก็ต้องแต่งกับตระกูลใหญ่อยู่ดี จักรพรรดิตี้เหินมิมีทางปล่อยคนดีเช่นนี้หลุดจากวังหลวงเด็ดขาด

พูดถึงเรื่องแม่ทัพจางหลี่คราแรกพ่ายแพ้ต้องถอยทัพไปไกลจากเขตแดน ยังดีที่สามารถกู้สถานการณ์ตีเอาค่ายคืนได้จนพวกทุ่งหญ้าถอยร่นกลับไปในเขตแดนตนเอง

เพ้ย! เจ้าพวกสุนัขทุ่งหญ้านั่นไหนเลยจะสามารถสู้ท่านแม่ทัพได้

เฒ่าสุราทั้งสามต่างถกเรื่องราวบ้านเมืองต่อพลางหัวร่อบ้าง เคร่งเครียดบ้างสลับไป

ที่โต๊ะด้านข้างของพวกมันนั่งไว้ด้วยกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ ล้วนแต่งกายคล้ายเป็นชาวบ้านธรรมดาสามัญ หากแต่ลมปราณที่แผ่ซ่านออกมาไหนเลยชาวบ้านธรรมดาจะสามารถมีได้? หนึ่งในพวกมันเหลือบมองเฒ่าสุราทั้งสาม เสียงหัวร่อพาลให้รำคาญใจ

สมควรสังหารเฒ่าบัดซบพวกนั้นทิ้ง

อย่าได้ก่อเรื่องวุ่นวาย ไม่แน่ว่าพวกมันผายลมไปมาอาจมีเบาะแสสำคัญ

เมืองหลวงกว้างใหญ่นัก ผู้อาวุโสไยให้พวกเราทำงานแค่หนึ่งสัปดาห์ นี่มิใช่ตายเปล่าหรือ?

ทันใดนั้นหนึ่งในพวกมันพลันกระทุ้งแขนเข้าลำตัวสหาย เจ้าโง่! ผู้อาวุโสใช่เจ้าอยากวิจารณ์ก็กระทำได้หรือ

บัดซบ พวกเราหาจนทั่ว ยอดฝีมือที่สามารถสังหารชนชั้นหัวหน้าได้มีเกลื่อนกลาดดั่งผักปลา

พวกมันคล้ายต้องการกล่าววาจาต่อ เสียงเฒ่าสุราทั้งสามกลับดังขึ้นจนผู้ใดในเหลาก็ต่างได้ยิน เพ้ย!! เจ้าบัดซบนั่นไฉนไม่รักตัวกลัวตาย ลักพาผู้อื่น...โอ้ ไม่ควรยิ่งนัก!”

พวกมันทั้งหมดพอได้ยินคำพูดนี้ต่างมองหน้ากันคล้ายต้องการสังหารเฒ่าทั้งสามเต็มที ทว่ามีผู้หนึ่งยกมือทัดท้านเอาไว้เสียก่อน ส่งเสียงกระซิบ

ต้องขอบคุณพวกมัน ข้าพอจะมีวิธีแล้ว...

 

จวนหลังใหม่ของนายน้อยห้าแห่งตระกูลจางสร้างเสร็จมาได้หลายวัน มิมีแม้แต่งานเลี้ยง พอสร้างเสร็จคุณชายจางก็ขนย้ายข้าวของเข้าอยู่ทันที นอกจากนี้ยังอาศัยช่วงที่หลอกล่อให้เสี่ยวผานชวนจินไปเดินตลาด ขนย้ายของทั้งคู่เข้าจวนมาอย่างไม่ถามกล่าว

แต่เรื่องนี้ยังไม่สะกิดใจของถิงถิง...เท่าห้องนอนของนายน้อย

นางเข้าไปจัดข้าวของให้เข้าที่ พบเห็นพรมประจำของจิ้งจอกอนธการที่มักมาเป็นครั้งคราว ก็จับวางไว้ด้านข้างเตียง ทว่าพอนางหยิบของชิ้นถัดไปที่ถูกขนมา ก็พบอาภรณ์สีขาวของบุรุษหลายชุด

ไฉนห้องนายน้อยจึงมีเสื้อผ้าของจินอยู่ได้เล่า?

บางทีอาจขนมาผิดห้องก็ได้... ถิงถิงคิดเช่นนั้น ก่อนหยิบข้าวของที่ควรเป็นของจินย้ายไปวางไว้ในห้องว่างห้องหนึ่ง พอจินกลับมาก็บอกกล่าวเรื่องขบขันเช่นนี้

เรื่องขบขันนี้กลับทำให้ใบหน้าที่เรียบเฉยแปรเปลี่ยน จินคว้ากระบี่งามที่เหน็บไว้ข้างตัวขึ้น รอจนนายน้อยกลับมาทั้งคู่ก็โต้เถียงกันสักพักก่อนจะไปจบลงที่สนามฝึกซ้อมใหม่เอี่ยม

ด้วยความเป็นห่วงนางจึงขอร้องให้เสี่ยวผานที่เป็นแพทย์ไปจับตาดู

ด้านเสี่ยวผานไม่กี่เค่อที่ผ่านมานั้นเพิ่งบอกความจริงเรื่องแผนขนย้ายของจางฮุ่ยเฟิงไป จินก็มิได้โกรธอะไร ไฉนเรื่องราวกลับตาลปัดไปลงเอยที่สนามฝึกได้เล่า?

แพทย์หนุ่มเดินติดตามคนทั้งคู่มา แอบซ่อนอยู่ไม่ไกล ทำทีเป็นสำรวจจวนใหม่

ข้าขอปฏิเสธ นอนกับเจ้าประเดี๋ยวก็จับนู่นจับนี่ มีวันใดข้าได้นอนหลับดีๆบ้าง

เจ้าจะบอกว่ารู้สึกไม่ดี?

ใบหน้างามนิ่งไปจังหวะหนึ่ง กลับเปิดโอกาสให้หมาป่าจอมเจ้าเล่ห์เข้าใกล้ มือโอบเอวอย่างถือวิสาสะ

ปกติก็เห็นเจ้าทำหน้ารู้สึกดีทุกครั้ง นอนในร่างจิ้งจอกก็ได้ มาสู้กันตัดสินผลข้าจะไปสู้เจ้าได้อย่างไรเล่า?

ขอเพียงเป็นจิ้งจอกน้อยเข้ามาก่อน การจะเปลี่ยนเป็นร่างคนนับว่าง่ายดาย... คุณชายจางคลี่ยิ้ม ก่อนจะหลบวูบฝักกระบี่วาดผ่านลำตัวไปหวุดหวิด เสียงแหวกลมที่สะท้อนความรุนแรงทำเอาต้องลอบถอนหายใจครานึง

ฮุ่ยเฟิง

จางฮุ่ยเฟิงพบว่าตนเองใจเต้นวูบผิดจังหวะทุกครายามถูกเรียกเช่นนี้ เขาเดินเข้าไปใกล้ๆ

เช่นนั้นมาเดิมพันด้วยตำแหน่งวาโยล่องหงส์ของเจ้าก็แล้วกัน

...คนทั้งคู่สนทนาเรื่องใดกันต่อมิอาจทราบได้ เสี่ยวผานตัดสินใจเดินออกมาตั้งแต่สิ้นสุดประโยคนั้น สมองครุ่นคิดเรื่องคำพูด นอนกับเจ้าประเดี๋ยวก็จับนู่นจับนี่ หรือว่าอย่าง ทำหน้ารู้สึกดีไหนจะพักนี้จินมักตื่นสายกว่าปกติ

อืม...หากเป็นนวดตัวเดินปราณก็สามารถหมดเรี่ยวแรง สมควรเป็นเช่นนี้...! เสี่ยวผานพอได้เหตุผลปลอบจิตใจของตนเองก็เดินไปรายงานถิงถิงว่าเรื่องราวไม่ได้รุนแรง ก่อนเดินกลับเข้าห้องไปจัดข้าวของใหม่

ทว่าตกกลางคืนแพทย์หนุ่มที่ยังมิได้หลับนอนก็วางตำราสมุนไพรลง ครุ่นคิดเรื่อยเปื่อยพลันหูได้ยินเสียงก้าวเดินของผู้คน มองลอดบานประตูออกไปก็เห็นคุณชายจางเดินอย่างองอาจผ่าเผยในอาภรณ์ชุดคลุมบาง

...สักพักเขาก็ได้ยินเสียงบานประตูห้องจินเปิดออก

พอรุ่งเช้าก็เห็นจางฮุ่ยเฟิงที่อาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วเดินตามหลังจินออกมาจากห้อง ภาพพฤติกรรมเหล่านี้มิใช่คล้ายคู่แต่งงานใหม่หรอกหรือ? เสี่ยวผานคล้ายตนสายตาพร่าเลือนต้องตั้งสติอยู่ชั่วครู่ เบือนหน้ากลับไปมองอีกครากลับพบสิ่งที่ตกใจยิ่งเสียกว่า

...ภาพคุณชายที่กำลังจัดคอเสื้ออาภรณ์สีขาว

ข้าลืมบอกไปว่าเมื่อคืนแอบทำร่องรอยเอาไว้ เสียงทุ้มเอ่ยกระซิบ

ชะ...ช้าก่อน!

เสี่ยวผานรีบสาวเท้าออกมาจากบรรยากาศแปลกประหลาด ไม่ถูกแล้ว...การนวดตัวไม่สมควรมีรอยบนคอทิ้งไว้ แพทย์หนุ่มยืนนิ่งสีหน้าคล้ายวิญญาณถูกสูบไป นกนางแอ่นคู่จิกลงบนหัวก็ไม่สามารถเรียกสติกลับมาได้

เขาสมควรทำตัวเช่นไร? สหายรักกันแม้เป็นบุรุษยังไม่ผิดแผกเท่า ผู้หนึ่งเป็นมนุษย์ อีก(ตัว)หนึ่งเป็นจิ้งจอก

เสี่ยวผานกลัดกลุ้มอยู่มิใช่น้อย สุดท้ายหลังรับประทานอาหารยามเช้าเสร็จ เขาตัดสินใจคว้าถุงเงินออกไปตลาด...

 

จิ้งจอกสีดำขนฟูตัวหนึ่งนอนแผ่อยู่บนเตียง ด้วยขนาดที่ตั้งใจลดลงให้ใหญ่กว่าหมาปอมนิดเดียว ทำให้จินสามารถกลิ้งไปมาบนพรมสุดนุ่มสบายได้ ไม่ต่างไปจากจิ้งจอกเซเลปเลยสักนิด... ดวงตาสีสว่างคิดในใจ ก่อนมองดูข้าวของสุดแสนจะราคาแพงสิ้นเปลืองวางเต็มห้อง

อุ้งเท้าเล็กๆวางแปะลงบนหมอนสุดนิ่มราคาแพง ใบหน้าที่ประกอบไปด้วยขนสีดำสวยงามฝังลงบนหมอนคล้ายเป็นการกระทำที่มีความสุขอย่างมาก กระบี่ซีอิ่งสะท้อนกับแสงไฟอยู่ด้านใต้

แกรก— ประตูห้องถูกเปิดออก จิ้งจอกอนธการตัวน้อยพลันกลับกลายเป็นจอมยุทธ์หนุ่มรูปงามทันที

เจ้าทำแม้กระทั่งไม่เคาะประตูก่อนแล้ว?

จางฮุ่ยเฟิงยกยิ้ม เดินมานั่งลงข้างเตียง เจ้ามิใช่รู้ตั้งแต่ข้าก้าวเท้ามาครึ่งทางแล้วหรือ?

แน่นอนว่าจินได้ยินเสียงฝีเท้า แต่เขาจะทราบได้อย่างไรว่าคุณชายเจ้าเล่ห์ผู้นี้กำลังจะไปที่ใด? อาจเป็นห้องหนังสือ ลานฝึกซ้อมหรือเดินเลยไปห้องโถงก็ได้

ข้าบอกเจ้าว่าให้เอาตำแหน่งสอบมาเดิมพัน มิใช่ให้เจ้าถ่อมานอนห้องข้า

เจ้าไม่มั่นใจหรือ?

คนติเตียนเห็นรอยยิ้มร้ายกาจที่เต็มไปด้วยความมั่นใจแล้วอดหมั่นไส้มิได้ หากพลาดเพราะทำเต็มที่ก็นับว่าคุ้มค่า แต่หากพลาดเพราะความประมาทเจ้าก็สมควรถูกด่าทอแล้ว

เจ้าอายุยังน้อย เหตุใดจึงได้ชอบกล่าววาจาราวกับเป็นผู้เฒ่าตักเตือนบุตรหลานเช่นนี้

 “ฮุ่ยเฟิง...ดวงตาสีสว่างดุจสัตว์ร้ายหรี่ลง ใกล้วันสอบแล้ว ไยจึงไม่ออกไปฝึกซ้อมกับอาจารย์เจ้าเสียหน่อยเล่า

คุณชายจางพบว่าผิดท่าก็ตอนที่ตนเองมายืนอยู่ในสนามฝึกซ้อม ถือกระบี่ประมือกับอาจารย์แสนรักอย่างดุเดือดแล้ว นอกจากนี้ยังนับว่าเป็นการชี้แนะที่รุนแรงราวกับผู้เฒ่ากำลังสั่งสอนตีบุตรหลานมิมีผิดเพี้ยน

สำหรับผู้คนที่อยู่ในช่วงอายุเดียวกัน ถือเป็นเรื่องขบขันคล้ายถูกสหายเอ่ยล้อเลียนเท่านั้น... แต่สำหรับผู้ที่ถือว่าตนเองอยู่ในวัยกลางคนอายุเหยียบย่างไปไกลพอสมควร นับเป็นคำพูดที่บาดใจอย่างยิ่ง

เจ้าเด็กโง่งมผู้นี้บังอาจนัก!

ผ่านไปครึ่งชั่วยามบุรุษแสนสง่างามในชุดขาวเก็บกระบี่ของตนเข้าฝัก ท่าทางปกติราวกับมิได้เพิ่งออกแรงครั้งใหญ่ ผิดกับผู้ประมือด้วยที่มีเหงื่อผุดพรายเต็มร่างกาย แม้มิได้มีรอยแผลใหม่แต่ก็ถูกทำร้ายไปหลายที

เจ้าเด็กโง่งม เรี่ยวแรงเพียงเท่านี้จะชนะในการสอบได้อย่างไร?

ไม่ควรใช้คำที่มีความหมายใกล้เคียงกับคำว่าแก่เฒ่า... ผู้กระทำผิดจดจำเอาไว้ จางฮุ่ยเฟิงไม่ตอบ เขาดึงผ้าจากด้านในเสื้อมาซับเหงื่อบนใบหน้าจิน การกระทำเช่นนี้ทั้งดูแลทั้งแอบแฝงจุดประสงค์ต้องการให้อีกฝ่ายใจอ่อน เรื่องพ่ายแพ้นั้นหากผู้ประมือด้วยมิใช่ยอดฝีมือเช่นจิ้งจอกตรงหน้า ไหนเลยจะสามารถเกิดขึ้นได้

คนเอาใจเกลี่ยผมออกจากใบหน้าอย่างรักใคร่เสร็จ ก็ก้มกระซิบ

 ไปอาบน้ำกันเถิด

...สุดท้ายการประลองกระบี่ครั้งนี้ก็ไปจบลงที่ห้องอาบน้ำ

คุณชายจางเคยตื่นเต้นกับการได้รับเชิญให้อาบน้ำร่วมกัน พอถอดเสื้อผ้าอาภรณ์ตระเตรียมใจที่จะเห็นเรือนร่างที่หลงใหลสะท้อนกับผิวน้ำ ทว่าสิ่งที่อยู่ในสายตาคือจิ้งจอกขนฟูที่กำลังลอยคออยู่เท่านั้น มันใช้ดวงตาสีสว่างจ้องมองมาราวกับต้องการกล่าวว่า ข้ารู้นะเจ้าคาดหวังสิ่งใด

...นอกจากนี้ จิ้งจอกอนธการตัวนี้ยังมีงานอดิเรกชมชอบว่ายน้ำอีกด้วย  

จางฮุ่ยเฟิงได้แต่ถอนหายใจอย่างเสียดาย ดวงตาสีเทาจับจ้องไปยังสัตว์ตัวเล็กที่กำลังแหวกว่ายในน้ำอย่างสนุกสนาน จนพอใจก็กลับมานอนนิ่งๆให้เขาอาบน้ำหวีขนให้

ชั่วชีวิตนี้คุณชายจางมิอาจคาดเดาว่าจะได้สัมผัสประสบการณ์อาบน้ำ ร่วมกับคนรักตนเองจริงๆหรือไม่

 

...ทุกคนที่วุ่นวายกับจวนใหม่กลับหลงลืมอะไรบางอย่าง

จิ้งจอกร่างมนุษย์ที่กำลังนอนหลับสบายใต้อ้อมกอดอันอบอุ่นพลันได้ยินเสียงคนเคลื่อนไหว ฝีเท้าแน่วแน่ตรงมาทางห้องหับแห่งนี้ ดวงตาสี่สว่างหรี่ตา มือสอดเข้าไปใต้หมอนสัมผัสกระบี่

ก็อก ก็อก— เสียงเคาะประตูดังขึ้นจนจางฮุ่ยเฟิงตื่น หากเป็นโจรก็ถือว่ามีมารยาทมากเกินไป

เข้ามาจินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ จ้องไปทางประตู

ข้าเอง

ปรากฏร่างเสี่ยวผานเข้ามาในห้อง แพทย์หนุ่มหายหน้าไปตั้งแต่เช้า โดยปกติแล้วบางทีมักค้างที่สำนักโอสถเป็นครั้งคราว ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดแปลกใจ ในมือหอบเอาตะกร้าอันใหญ่มาวาง ก่อนกล่าวด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อ

บ่าวสาวแต่งงานสมควรมีของขวัญยินดี...เสี่ยวผานหลบสายตาด้วยมิอาจมองคนทั้งคู่โดยตรง ขะ...ข้าไปตามหาร้านรวงแถวนี้แต่มิมี ดังนั้นจึงใช้เวลายามค่ำคืนไปแถวย่านโคมมา…

จิ้งจอกบนเตียงที่ลุกขึ้นมาจุดไฟถึงกับตกตะลึง ในตะกร้าล้วนแต่มีสิ่งของที่ช่วยเหลือใน เรื่องอย่างว่า

เสี่ยวผานนี่เจ้า...

เป็นอีกครั้งที่จินต้องเบือนสายตาไปมองฟ้า เอ่ยขอโทษบรรพบุรุษตระกูลหลิวในใจ แม้แต่คุณชายจางยังแทบยกยิ้มไม่ทัน ชายหนุ่มที่มีหน้ากากอันหนากล่าวขอบคุณ ก่อนรับตระกร้ามาพร้อมรอยยิ้มตามมารยาท

เช่นนั้นข้าไม่รบกวนพวกเจ้าแล้ว ขอลา

แม้แต่ยามจะจากไปฝีเท้าของเสี่ยวผานยังดูสะเปะสะปะ ใบหน้าขึ้นสีอย่างเขินอาย ในฐานะที่เขาเป็นแพทย์เพียงผู้เดียวในจวนย่อมต้องใส่ใจการกระทำทุกอย่าง จะปล่อยให้เกิดความผิดพลาดได้อย่างไร

...สุดท้ายแล้วแพทย์ผู้หวังดี ก็มิอาจข่มตาหลับได้ทั้งคืน

 

ผู้คนหลั่งไหล ปราชญ์รวมตัว ยอดฝีมือจับตา...

เสียงเป่าของเครื่องดนตรี คลอไปกับเสียงร้องของสัตว์วิเศษแสนหวาน บรรดาทหารตั้งแถวเป็นขบวนด้านหน้าวังหลวงอย่างเป็นระเบียบ เซกัลซินจูถือธงผืนใหญ่โบกสะบัดบ่งบอกว่าในวังหลวงเกิดเหตุการณ์อันใดขึ้น

การสอบวาโยล่องหงส์วันแรกมาถึงแล้ว...

จางฮุ่ยเฟิงในชุดอาภรณ์สีดำสนิททั้งตัวขี่ม้าพ่วงพีเข้าสู่วังหลวง ม้าที่ติดตามมานั่งไว้ด้วยมู่ฟง จินขี่ม้าตามมาด้วยอีกตัวเช่นกัน เขาต้องการมาชมดูผลการเดิมพันในครั้งนี้ อีกทั้งตำแหน่งวาโยล่องหงส์ที่ว่าตามที่ศึกษาข้อมูลมาถือเป็นตำแหน่งสำคัญมาก สามารถบรรจุเข้ากรม กอง หน่วยใดก็ได้ ผู้คนล้วนแย่งชิงกันทั้งสิ้น

นับว่าเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ของจางฮุ่ยเฟิง

นักศึกษา บัณฑิต จอมยุทธ์ ยอดฝีมือ ล้วนมารวมตัวกันจนแน่นวังหลวง... ตามกฏที่จักรพรรดิตี้เหินคิดขึ้นจะต้องมีการสอบวัดความรู้คัดจำนวนคนออกก่อน

จินนั่งรออยู่ด้านผู้ชมกับมู่ฟง เนื่องจากงานนี้มีจักรพรรดิเข้าชมด้วย ใบหน้าจึงห้ามมีสิ่งใดปกปิด เขาจึงตกเป็นเป้าสายตาของคนหมู่มากไปเสียได้ ด้านมู่ฟงเองก็ดูเคร่งเครียดเช่นกัน ความเคยชินจากการเป็นเงาทำให้รู้สึกผิดแผกยามถูกจับจ้องเช่นนี้

จิน?

พลันมีเสียงหวานร้องขึ้นอย่างประหลาดใจ เรือนร่างระหงของนางก้าวเดินมาหยุดด้านข้าง ขออภัย น้องชายท่านนี้ ท่านมีนามว่าจินใช่หรือไม่? ข้าคือเฟิ่งหลินแห่งเมืองจิงหย่วน

จินเบือนหน้าไปมองอย่างแปลกใจ เฟิ่งหลิงคือหญิงสาวตระกูลเฟิ่ง เคยยื่นมือช่วยเหลือเขากับเสี่ยวผานครั้งเมื่อยังอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กที่ป่ามนตรา เสี่ยวผานมักพบเจอนางบ่อยกว่า... เฟิ่งหลินยังคงมีใบหน้างดงามองอาจ ไม่ได้คล้ายสตรีในห้องหอ การแต่งกายยังคงแฝงไปด้วยความทะมัดทะแมงเคลื่อนไหวง่ายอยู่หลายส่วน

แม้ใบหน้าตนเองจะมิได้เปลี่ยนไปมาก แต่ก็ถือว่าเปลี่ยนไปกระทั่งจางฮุ่ยเฟิงยังไม่ทักในคราแรก เหตุใดเฟิ่งหลินที่พบเจอเพียงหนเดียวจึงจดจำได้เพียงแรกเห็นเยี่ยงนี้?

ข้าสามารถจดจำท่านได้ ขอบคุณที่เคยช่วยเหลือ จินเลือกทักทาย ประสานมือขอบคุณ

เฟิ่งหลินเดินทางมาตัวคนเดียว ครานี้นางพาน้องชายตนเองหลบซ่อนสายตาท่านอามาสอบ มิคาดมาพบเจอจินที่นี่ เมื่อหลายสิบปีมาแล้ว ทันทีที่นางไม่พบเห็นเด็กทั้งสองมาขายสมุนไพรในตลาด นางก็นึกเป็นห่วงกลัวจะประสบเคาะห์ภัย ดังนั้นจึงให้คนของตระกูลเฟิ่งตามหา ท่านอาก็เห็นดีเห็นงามด้วย แต่ก็ไร้วี่แววไม่เห็นทั้งคนทั้งศพ

                ขอข้านั่งด้วยได้หรือไม่?เฟิ่งหลินยิ้ม พออีกฝ่ายพยักหน้าก็ย่อกายนั่งติดกับจิน เจ้าเปลี่ยนไปมาก แต่ใบหน้ายังคงถือว่าหล่อเหลาอยู่ตามเดิม... เจ้าอย่าได้คิดมาก พวกเราแม้กระทั่งสัตว์วิเศษเผ่าเดียวกันก็สามารถแยกออก มนุษย์ย่อมง่ายดายกว่าถือเป็นทักษะประจำตระกูลเฟิ่ง

                เฟิ่งหลินทราบความในใจ นี่มิใช่ครั้งแรกที่นางถูกระแวงเพราะทักษะของตระกูล... ทางด้านอิสตรีโดยรอบมองนางด้วยสายตาตะลึงตะลาน เฟิ่งหลินมิใช่สตรีเมืองหลวง ห้าวหาญ พูดจาก็พูดตามที่ใจคิด เอ่ยชมหน้าตาของบุรุษก็มิได้ถือธรรมเนียมเอียงอายอันใดมากมาย

                เฟิ่งหลินเอ่ยไถ่ถามเรื่องราวของจินยามที่หายตัวไป จินไม่ได้เล่าเรื่องถ้ำครรภ์นางแอ่น เล่าเพียงว่าตนเองกับเสี่ยวผานไปอาศัยอยู่ในป่ามนตราเท่านั้น เฟิ่งหลินอยากพบเสี่ยวผาน ดังนั้นคืนนี้จึงเอ่ยปากชวนชายหนุ่มทั้งคู่ไปสังสรรค์ ณ จวนตระกูลเฟิ่งในเมืองหลวง

                จินยังไม่ทันกล่าวตกลงประตูห้องสอบข้อเขียนก็เปิดออกมาเสียก่อน ผู้คนที่สอบตกก็ถูกแยกออกไปอีกทาง ส่วนผู้คนที่สอบผ่านต่างเดินมารวมกันลานกลาง หน้าผู้คุมสอบทั้งหลาย จักรพรรดิตี้เหิน องค์ชายทั้งสอง และเซกัลซินจูนั่งชมอยู่บนที่นั่งพิเศษชั้นสองสูงขึ้นไปจากลาน

                จางฮุ่ยเฟิงเดินออกมารวมกลางลาน ที่แปลกใจก็คือคุณชายจางเดินตีคู่มากับฮาซือซือ ดูจากนิสัยมุทะลุไม่กลัวตายผิดจากอิสตรีทั่วไปแล้ว คาดว่านางคงมาเข้าสอบด้วย คนทั้งคู่เดินมาก็แยกจาก เหล่าผู้เข้าสอบแยกกันไปนั่งประจำโต๊ะที่จัดเตรียมไว้ จางฮุ่ยเฟิงขณะนั่งอยู่กวาดตามองไปยังผู้ชมทั้งหมดก็สามารถพบจินได้ในทันที

                โดดเด่นออกมาเพียงนี้ มิให้เขากังวลได้อย่างไรว่าจะไปเตะตา ถูกใจลูกขุนนางคนใดเข้า

                จินมองคุณชายจางที่แววตาแสดงความหึงหวงได้แต่ด่าทออีกฝ่ายในใจ เฟิ่งหลินเพียงแต่นั่งอยู่ด้านข้างมิได้เดินตีคู่คุยกันมาอย่างจางฮุ่ยเฟิงกับคุณหนูฮาซือซือ ไฉนเป็นเขาที่ถูกหึงหวงได้เล่า? สำหรับจินแล้วนิสัยเดิมทีก็ปิดกั้นกำแพงต่อผู้อื่น เรื่องหึงหวงแย่งชิงนั้นเป็นสิ่งที่ไม่คิดจะกระทำ อย่างมากก็แค่ไถ่ถาม กระทั่งคนรักเก่าเขายังรักและเชื่อใจอีกฝ่ายมาก มิได้ระแวงจนสุดท้ายต้องยืนนิ่งราวกับถูกตบหน้าในห้องนอนของตนเอง

                เป็นคนดีถึงขนาดที่ยืนดูกิจกรรมบนเตียงจนเสร็จ ยืนให้ชู้ใหม่เยาะเย้ย และยังรู้จักอดกลั้นอารมณ์ไม่เอาความ เดินออกมาขับเครื่องบินเล็กขึ้นฝึกซ้อมไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยหากจางฮุ่ยเฟิงเลิกสนใจเขา ชีวิตคงออกเดินทางแบบจอมยุทธ์ ลากเสี่ยวผานที่เป็นทั้งแพทย์ทั้งคนรับใช้ไปด้วย เท่านี้ก็นับว่าจิ้งจอกอย่างตนเองสุขใจกับชีวิตใหม่แล้ว

                ว่าแต่น้องชาย เจ้ามาให้กำลังใจผู้ใดหรือ?เฟิ่งหลินเอ่ยถามขึ้น ดวงตากลมโตมองไปยังน้องชายตนเองที่อยู่ในกลุ่ม ด้านมู่ฟงนั่งเงียบตลอดบทสนทนา ที่แท้ในใจกำลังเก็บข้อความไม่ให้มีตกหล่น

                ข้ามากับคุณชายจางฮุ่ยเฟิง

                “โอ้!” เฟิ่งหลินอุทานลั่น นางหันหน้ากลับมา ดวงตาระยิบระยับไปด้วยความสนใจแทบกักเก็บอาการไม่อยู่  ข้าหลงลืมไป เขาทำสัญญากับจิ้งจอกอนธการ เจ้ากับเสี่ยวผานย่อมทำงานกับเขา

                ที่แท้นางก็รู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นจิ้งจอกอนธการ ที่ผ่านมาแกล้งทำเป็นไม่ทราบ

                สัตว์วิเศษบรรพกาลฉลาดมาก กล่าวกันว่าพวกมันล้วนหยั่งถึงจิตใจของผู้คน จิ้งจอกอนธการเลือกคุณชายจาง เขาย่อมดียิ่ง พวกเจ้าอยู่กับเขา ข้าไม่ต้องกังวลแล้วเฟิ่งหลินพูดพลางยิ้มน้อยๆ ผ่านมาหลายปีนางก็ยังคงเอ็นดูเด็กทั้งสองอยู่ตามเดิม

                จินไม่ตอบคำ เพียงแต่ยกรอยยิ้มอันหายากให้กับความหวังดีเท่านั้น

                ต่อไปก็จะเป็นการวัดความรู้เช่นกัน จะเป็นการอ่านคำถาม ส่วนคำตอบให้เขียนลงในกระดาษ จากนั้นผู้ที่ถูกประกาศว่าผ่านให้เตรียมมาสอบการประลองในวันพรุ่งนี้!” บัณฑิตหนุ่มที่มาช่วยคุมสอบอ่านคำถามจบก็ผายมือให้บัณฑิตทรงภูมิที่มาคุมสอบ เหล่าปราชญ์เฒ่าต่างเคร่งเครียดเขียนโจทย์ลงกระดาษก่อนส่งให้บัณฑิตหนุ่ม

                ข้อแรก! ให้เขียนหลักการแก้ปัญหาปากท้องของชาวบ้านในระยะยาวข้อสอง! ให้เขียนที่มาของคำว่าคุณธรรมสี่ข้อสาม! รากฐานที่มั่นคงของแว่นแคว้นคือสิ่งใดข้อสี่! ให้ตีความหมายของคำว่า ฟ้าสูงใจต่ำ’  ให้เวลาทำเพียงสองชั่วยาม ผู้ใดเสร็จก่อนสามารถเดินมาส่งได้

                ทั้งลานสนามเงียบกริบ ผู้เข้าสอบต่างขีดเขียนลงบนกระดาษกันอย่างตั้งใจ สำหรับผู้มาชมแล้วนับว่าเบื่อหน่ายอย่างยิ่ง เฟิ่งหลินด้วยความว่างจึงกลายเป็นเล่าเรื่องสัตว์วิเศษตามประสาตระกูลเฟิ่งให้ฟัง ทางมู่ฟงเองทนฟังนานๆเข้าก็ออกความเห็น จากนั้นก็กลายเป็นถกเถียงกับเฟิ่งหลินในบางเรื่องไป

                ทางจักรพรรดิตี้เหินและองค์ชายทั้งสอง ถือตัวเป็นตัวอย่างของแคว้นอย่างแท้จริง ต่างนั่งเฝ้ารอพลางมองไปรอบๆอย่างอดทน พวกเขาต่างไม่กล้าโกงในการสอบครั้งนี้ให้ฝั่งตนเอง การสอบวาโยล่องหงส์ควบคุมโดยจักรพรรดิและเซกัลซินจู ผู้ใดสามารถคาดเดาข้อสอบล่วงหน้าได้?

                ผ่านไปเพียงหนึ่งชั่วยามก็มีผู้เข้าสอบคนแรกผุดลุกขึ้น

                เสียงซุบซิบดังขึ้นทันที จางฮุ่ยเฟิงคือผู้แรกที่เดินไปส่งข้อสอบ ท่วงท่าการเดินล้วนองอาจ ใบหน้าหล่อเหลาแม้ดูดุดันอย่างตระกูลจาง แต่รอยยิ้มกลับทำให้มีมุมอ่อนโยนจนอิสตรีหลงใหลเช่นกันบัณฑิตหนุ่มรับข้อสอบมาก่อนส่งให้ผู้คุมสอบอาวุโส ทุกท่านต่างเวียนกันอ่านจนครบก่อนกระซิบข้างหูกับบัณฑิตหนุ่ม

                จางฮุ่ยเฟิงผ่านการทดสอบ!” บัณฑิตหนุ่มประกาศเสียงดัง ผู้แรกที่ส่งข้อสอบก็สามารถผ่านได้ ทำให้บรรดาผู้สอบที่เหลือมีจิตใจฮึกเหิม ผ่อนคลายความตึงเครียดลงคุณชายในชุดอาภร์สีดำพอรับนัดหมายกำหนดการในวุ่นรุ่งขึ้นเสร็จ ก็ยกมือทำความเคารพก่อนเดินออกมา

                จางฮุ่ยเฟิงเดินผ่านผู้ชมไปทางคอกม้า กวาดตาผ่านจินและมู่ฟงคราหนึ่ง

                พี่เฟิ่งหลิน ข้าต้องขอตัวก่อน

                เฟิ่งหลินขยับตัว ยกยิ้มบางๆ น้องจิน ท่านมู่ฟง โชคดี

                จินกับมู่ฟงเอ่ยลาเฟิ่งหลิน ก่อนเดินตามคุณชายจางไป พบว่าอีกฝ่ายจูงม้าทั้งสามออกมาให้แล้ว นับเป็นผู้เข้าสอบคนแรกที่ออกจากสนามไป

                หลังจากกลับมาถึงจวนจางฮุ่ยเฟิงที่ดูเหน็ดเหนื่อยกับการใช้สมองเนิ่นนานก็สั่งปิดประตูห้ามรบกวน ตั้งใจจะเข้าไปพักผ่อน ยังไม่ลืมเขียนงานทิ้งไว้ให้มู่ฟงหรือของที่ต้องการซื้อให้ถิงถิง อีกทั้งยังเสียเวลาเขียนการฝึกทหารเพิ่มเติมให้เซี่ยจวิ่นอีก สุดท้ายพอเขียนไปมาจนเพลิดเพลินก็เดินออกจากตัวเรือนไปลองฝึกซ้อม กลายเป็นร่วมฝึกเดินขบวนทหารไปกับเซี่ยจวิ่น

                จนกระทั่งตกเย็น จินที่ไม่ได้เหนื่อยแต่ก็นอนพักผ่อนเป็นจิ้งจอกแสนขี้เกียจก็ผุดลุกขึ้น จางฮุ่ยเฟิงเพิ่งจะเดินกลับมาจากสนามฝึกคล้ายพลังชีวิตมีมากมายเหลือล้น ต้องการมาพักผ่อน แต่ห้องตนเองก็คล้ายจะไม่จำเป็นแล้ว เห็นคนรักลุกขึ้นมาคล้ายจะออกไปด้านนอกก็เลิกคิ้วขึ้น

                เจ้าจะไปด้านนอก?

                “ข้ามีนัดกับพี่เฟิ่งหลินพอเห็นใบหน้าหล่อเหลากระตุกเล็กน้อย จึงเอ่ยเพิ่มเติม นางเคยช่วยเหลือข้ากับเสี่ยวผานไว้

                จางฮุ่ยเฟิงถอนหายใจ ร่างสูงใหญ่นั่งลงพลางบ่นพึมพำ ข้ายังมิได้พักผ่อน…”

                “…..”

                “เจ้าไม่อยู่เป็นกำลังใจข้า กลับออกไปพบปะกับอิสตรีเบื้องนอกอีก

                การนอนหลับพักผ่อนจำเป็นต้องมีกำลังใจตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? แล้วไยบุรุษผู้นี้ห้องตนเองมีกลับไม่หลับนอนจิ้งจอกในร่างมนุษย์แยกเขี้ยวอย่างหมั่นไส้ มือเอื้อมไปหมายจะดีดด้วยนิ้วใส่ใบหน้าหล่อเหลา

                เจ้ามองข้ามเสี่ยวผานได้อย่างไร

                จางฮุ่ยเฟิงจับมือขาวซีดที่จิ้งจอกมักหลงลืมว่ามิใช่อุ้งเท้าเอาไว้ จุมพิตลงแผ่วเบาจนอีกฝ่ายหรี่ตามองด้วยความสงสัย ดวงตาดุคล้ายต้องการถามว่า เจ้าต้องการสิ่งใดก็รีบๆเอ่ยปากมา

                “ปลอบใจข้าเสียก่อน

                “ปลอบใจเจ้า?

                “ข้าต้องการเติมพลังเช่นกัน

                พลังที่ว่านั่นมาหาได้จากจิ้งจอกตั้งแต่เมื่อใด? หมาป่าเจ้าเล่ห์ผู้นี้มิใช่กำลังวางแผนฉวยโอกาสหรอกหรือ

                จางฮุ่ยเฟิงกวักมือเรียก รอจนจินเดินมาใกล้ก็ใช้แขนรวบกอดเอวอีกฝ่ายไว้หลวมๆ ใบหน้าหล่อเหลาซุกลงราวกับที่เบื้องหน้าเป็นจิ้งจอกขนฟู ดวงตาสีเทาหลับลงชั่วครู่

                จินลอบถอนหายใจ แต่เขาก็ส่งจดหมายไปแจ้งเสี่ยวผานกับเฟิ่งหลินไว้แล้ว จะผิดนัดได้อย่างไร บุรุษผู้นี้กลับมาไม่รู้จักพักผ่อน แล่นไปฝึกทหาร สมกับที่ตระกูลจางอยู่ในสายเลือดครึ่งหนึ่งจริงๆ

ฮุ่ยเฟิง…”

ยังเหลือเวลาอยู่อีก เจ้ายังไปทันมิใช่หรือ?

แล้วหมาป่าหนุ่มเจ้าเล่ห์ก็ฉวยโอกาสเรียกร้องของปลอบใจยกใหญ่ ชนิดที่ว่าหากไม่โดนจิ้งจอกซัดไปหนึ่งฝ่ามือเสียก่อนก็อาจไปยังที่นัดหมายสายเอาได้

 

จินมาถึงยังจวนตระกูลเฟิ่งประจำเมืองหลวง พ่อบ้านประจำจวนนำทางเข้าสู่ห้องด้านใน พบเสี่ยวผานกับเฟิ่งหลินสนทนากันอยู่ก่อนแล้ว ทั้งคู่ยิ้มอย่างยินดีเอ่ยปากเรียกให้นั่งลง แก้วก็ถูกรินสุราใส่ตระเตรียมเอาไว้ทันที

ความจริงข้ากับน้องชายแอบท่านอามาสอบ แต่กลับทานอาหารที่เมืองหลวงไม่ถูกปาก สุดท้ายก็มาพักยังจวนตระกูลอยู่ดีเฟิ่งหลินยกยิ้มบางๆ นางเห็นชายหนุ่มทั้งสองดูยินดีที่ได้ทานอาหารของจิงหย่วน ใจก็รู้สึกเบิกบาน ผู้มีความสามารถสมควรรู้จักรักบ้านเกิดเมืองนอน

น้องชายของท่านเล่า?เสี่ยวผานแอบกระซิบแนะนำจานอร่อยให้จิ้งจอกข้างตัว ก่อนเบือนหน้าไปเอ่ยถาม

น้องชายของข้าผู้นี้ใช้ไม่ได้ ตั้งแต่กลับมาก็เอาแต่บ่นว่าเหนื่อยยิ่งนัก หลับพักผ่อนมิยอมตื่น

เฟิ่งหลินส่ายหัว นางแนะนำอาหารประจำจิงหย่วนไล่ไปแต่ละอย่าง ชายหนุ่มทั้งคู่ทานแล้วถูกปากอย่างยิ่ง เวลาผ่านไปครึ่งชั่วยามก็รับประทานกันแทบหมด ทำเอาพ่อครัวที่ถูกสั่งให้ไปทำขนมมาเพิ่ม มีใบหน้าปลาบปลื้ม

เฟิ่งหลินเปลี่ยนเป็นใบหน้าเคร่งขรึม น้องชายทั้งคู่ กล่าวตามตรงที่นัดพวกเจ้ามาวันนี้เพราะต้องการสอบถามอยู่เรื่องสองเรื่อง

ท่านพี่เชิญว่ามา

พวกเจ้าย่อมได้ยินมาบ้างว่าพวกเราตระกูลเฟิ่งรักสัตว์วิเศษอย่างยิ่ง มิใช่ว่าข้ามิเชื่อในตัวจิ้งจอกอนธการ เพียงต้องการทราบว่ามันเป็นอย่างไรบ้าง คุณชายจางดูแลถูกวิธีหรือไม่?

เสี่ยวผานเหลือบมองด้านข้าง จินที่กำลังจะยกสุราขึ้นดื่มเปลี่ยนเป็นวางลง นึกถึงคุณชายจางที่เพิ่งดูแล เป็นอย่างดีเมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อนจากมา พลันให้รู้สึกร้อนขึ้นมาบนใบหน้า

ท่านพี่วางใจ จิ้งจอกอนธการตัวนี้ดูแลตนเองได้ หากสิ่งไหนไม่ชอบใจก็จะประท้วงออกมาเองจินอธิบายด้วยเสียงนุ่มกว่าปกติ เสี่ยวผานลอบกลั้นยิ้มจนใบหน้าเบี้ยวไปหมด

เฟิ่งหลินพยักหน้า หญิงงามแย้มยิ้มก็ทำให้ในห้องสดชื่นขึ้นยิ่งนัก นางแนะนำขนมหวานที่พ่อครัวนำมา พลางคะยั้นคะยอให้คนทั้งคู่ลองชิมดู รอจนรับประทานจนหมดจึงได้เปิดบทสนทนาต่อ

พวกเจ้าอยู่เมืองหลวงพบเหตุการณ์แปลกๆบ้างหรือไม่?

จินกับเสี่ยวผานลอบสบตากัน แพทย์หนุ่มเอ่ยถาม ท่านพี่หมายความว่าอย่างไร?

กล่าวตามตรงอย่างไม่ปิดบัง ตระกูลเฟิ่งนั้นไม่พอใจพรรคตัดสุริยันอยู่บ้าง ช่วงนี้กำเริบเสิบสานนำกำลังบุกเข้าไปจับสัตว์วิเศษมากมาย พวกเราสืบทราบว่าเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนพบการเคลื่อนไหวจำนวนมากของพรรคตัดสุริยันมุ่งหน้าตรงมาเมืองหลวงแห่งนี้

จินหรี่ตา เขาจดจำคำพูดนี้ไว้ก่อนเอ่ยปฏิเสธกับเฟิ่งหลิน นางดูเสียดายเล็กน้อย

คนทั้งสามพูดคุยเรื่องเมืองจิงหย่วนในหลายปีที่ผ่านมา เฟิ่งหลินพบว่าที่แท้ชายหนุ่มทั้งสองก็เพิ่งมาเมืองหลวงไม่นาน เอ่ยตัดพ้ออย่างขบขัน ทั้งหากว่างจะขอเป็นฝ่ายไปทักทายคุณชายจางฮุ่ยเฟิงอีกด้วย

จนสมควรแก่เวลา บุรุษสตรีมิควรค้างคืนดึกดื่นจนเกินไป จินกับเสี่ยวผานจึงได้ขอตัวกลับ ทางเฟิ่งหลินพบหน้าเด็กน้อยในอดีตพูดคุยถูกคอในใจรู้สึกยินดี เอ่ยลาด้วยใบหน้าแจ่มใสหมดจด

ช่วงนี้พรรคตัดสุริยันเก็บตัวเงียบเป็นอย่างมาก จินใช้วิชาตัวเบาขั้นต่ำเพื่อมิให้ตกเป็นเป้าสังเกต คนทั้งคู่กลับมามืดค่ำแต่จวนขนาดกลางอันใหม่ยังคงมีแสงไฟทางตึกเรือนพักของทหาร

จินกลับมาก็แปลงเป็นจิ้งจอกเข้าไปแช่น้ำอีกรอบจนพอใจ ทางเสี่ยวผานก็แยกไปยังทางห้องของตนเองแล้ว

ร่างกายระหงผิวเนื้อขาวซีดเดินออกมา เปิดตู้หยิบเสื้อผ้าผืนบางคลุมกาย หูได้ยินเสียงฝีเท้าเดิน คิ้วเรียวพลันขมวดขึ้น ดูท่าทางไม่ค่อยชอบใจนักมิผิดจากที่คาดไว้เป็นจางฮุ่ยเฟิงที่เปิดประตูเข้ามา

เจ้าไยเดินเพ่นพ่านไม่หลับนอนเสียทีเปิดปากคำแรกก็ว่ากล่าวติเตียน

จางฮุ่ยเฟิงถอนหายใจ เดินเข้ามานั่งบนเตียง เปิดปากเล่าพลางตบที่นอนข้างๆ ข้าไม่ได้นอนคนเดียวมานานแล้ว เมื่อก่อนยามนอนมักจะมีพี่ๆหรือ ท่านน้า ท่านอาของข้า เล่นสนุกกันส่งมือสังหาร มาไม่เว้นแต่ละวัน ข้าต้องรู้จักระแวดระวังนอนไม่หลับเต็มตาตั้งแต่เด็ก

                พอจิ้งจอกในร่างมนุษย์นอนลง มือหนาก็หมายจะรวบตัวมาใกล้ๆกลับถูกตีเอาเสียก่อน มองแววตาดุติเตียนแล้วคุณชายจางผู้นอนไม่หลับจึงได้แต่เล่าต่อ

                พอนอนกับเจ้าตอนเป็นจิ้งจอกข้าจึงได้หลับลง อย่างไรสัตว์บรรพกาลก็มีหูอันดีกว่ามนุษย์ สามารถสังหารนักฆ่าได้ดั่งผักปลา นอนกับเจ้าข้าหลับสบาย อย่างที่ข้าเคยกล่าวเมื่อก่อน ไม่มีเจ้าข้าจะนอนหลับได้อย่างไร?

                คำพูดนี้คล้ายดูหวานซึ้ง แต่พอฟังแล้วจิ้งจอกที่ว่ากลับรู้สึกตนเองกลายเป็นสุนัขเฝ้ายามขึ้นมา

                เหตุใดจางซีหรือจางหลี่จึงไม่จัดการจัดควบคุมบ้าง?

                หมายถึงมือสังหาร เจ้าอาจได้รับคำตอบว่า ลำพังเพียงแค่มือสังหารมิมีความสามารถจัดการได้หรือ? ส่วนการกระทำชั่วร้ายของฝ่ายในนั้น…” ตอบถึงตรงนี้ใบหน้าหล่อเหลาพลันเปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นมา ดวงตาสีเทาทอประกายความแค้นอย่างลึกล้ำ ต้องกล่าวว่าพวกเขายิ่งทรนงในศักดิ์ศรีของตระกูลใหญ่มากจนเกินไป มั่นใจมากเกินไปว่าบุตรหลานของตระกูลตนเองมีแต่นักรบ ขุนศึกห้าวหาญ ผู้กล้า รักแว่นแคว้น การกระทำเปิดเผย

                ดวงตาสีเทาหลับลงชั่วครู่ก็กลับมาเป็นปกติ จางฮุ่ยเฟิงคลี่ยิ้มบางๆ เจ้าไม่ใช่ตระกูลใหญ่ ชั่วชีวิตเจ้าคงมิมีทางเข้าใจความเชื่อมั่นที่จางซีกับจางหลี่มีมัน

                ต่อให้หลงมาเกิดในตระกูลใหญ่ จินก็ไม่คิดว่าตนเองจะสามารถเข้าใจได้อยู่ดี ไม่ว่าจะความดื้อดึงของบุรุษ ความเขินอายของอิสตรี ศักดิ์ศรีของตระกูล การรักษาน้ำมิตรน้ำใจ ชิงเหลี่ยมการเมือง ภรรยาและอนุภรรยาหึงหวง

                อันตรายมากสุดในชีวิตของเขาคือการเดินป่า ขับเครื่องบินรบ ชิงเหลี่ยมง่ายๆกับมาฟียาเท่านั้นเอง

                ผู้ใดให้เขาติดหนี้จางฮุ่ยเฟิงกันเล่า? อยู่มาอายุมากพอสมควร ช่วยเหลือผู้คนมามากมาย คล้ายติดนี้เด็กโง่งมผู้นี้มากที่สุด อุตส่าเกิดมาเป็นจิ้งจอกยังต้องมาชดใช้ครบทุกส่วนของร่างกายเลยจริงๆ

คุณชายจางนอกจากต้องมาคอยตามใจจิ้งจอกจนเสียนิสัยแล้ว จินยังได้รับความรักอันมากมายอีกด้วย ในชีวิตเดิมไม่ค่อยมีสิ่งใดน่าจดจำนัก แม้กระทั่งความรักยังแตกละเอียด ครานี้ตนเองกลับกลายเป็นแสงสว่างท่ามกลางความมืดไปเสียได้ จางฮุ่ยเฟิงเคยกล่าวว่าถ้าบนแคว้นนี้มิมีเขา คงไม่มีสิ่งดีงามแล้วจริงๆ  น่ากลัวว่าบุรุษผู้นี้จะแตกละเอียดไปมิใช่แก้วร้าวที่เปราะบาง แต่เป็นความบริสุทธิ์ที่แตกจมลงสู่ไฟแห่งความแค้น ความมืดมนในจิตใจอย่างแท้จริง

หากคิดดูแล้วเด็กที่อายุเพียงเจ็ดแปดปี กลับมิสามารถพูดคำว่าเจ็บออกมาได้ เพียงเท่านี้ก็สามารถบ่งบอกได้ว่าชีวิตหาได้มีความสุขไม่ ทั้งยังทนทุกข์ทรมาณบีบคั้นแสนสาหัส เด็กที่เกิดมาท้องอิ่ม นอนหลับสนิทคงมิสามารถเข้าใจ

จางฮุ่ยเฟิงเอ่ยปากขอบคุณหลายครั้งหลายครา แท้จริงแล้วจินกลับรู้สึกขอบคุณมิต่างกัน

            เขาจะสามารถหาทาสผู้ซื่อสัตย์ มอบความรักมากถึงเพียงนี้ได้ที่ใดอีกกันเล่า?

                ปกติแล้วจินมักกระทำตัวเรียบง่ายกับผู้คน มีเส้นกำแพงขีดเขียนเอาไว้ มิแยแสใส่ใจสิ่งใดอย่างจริงจัง ยื่นมือช่วยเหลือยุ่งเกี่ยวตามอารมณ์ทว่าแท้จริงแล้วเขาเห็นแก่ตัว ใจแคบและหลีกเลี่ยงการถูกหักหลังเท่านั้น ทำเหมือนเด็กที่อยากเลี้ยงสัตว์แต่กลับละเลยพวกมัน แต่คุณชายจางผู้นี้กลับยอมทานทนการถูกเมินเฉย มิว่าเรื่องราวใดๆล้วนมิถือโทษโกรธเคือง

            ไม่นับรวมการเสแสร้งแกล้งโกรธเคือง

                นึกได้ถึงตรงนี้แล้วจินจับจ้องใบหน้าของบุรุษจอมเสแสร้งอีกที ก่อนกล่าว สารภาพมา แท้จริงแล้วเจ้ามิได้อดนอนอย่างที่พูดใช่หรือไม่?

                จางฮุ่ยเฟิงหัวเราะเบาๆ รวบตัวจิ้งจอกแสนรักก่อนถูกประท้วง ข้าตื่นตอนเจ้ากลับมา

                เจ้าหมาป่าเจ้าเล่ห์! ที่แท้การออดอ้อนก่อนหน้านี้ก็เป็นกลลวง

                เจ้ามิสนใจเรื่องตระกูลจางต่อแล้วหรือ?ยังมิทันจะด่าทอจางฮุ่ยเฟิงก็กลบเกลื่อนพร้อมรอยยิ้ม หันเหความสนใจไปทางเดิม

                เจ้าเล่าให้จิ้งจอกฝั่งฝ่ายเดียวมาหลายปี ครานี้กับถามก่อนแล้ว?

                จินเหน็บแนม ก่อนหน้าที่จางฮุ่ยเฟิงจะรู้ว่าจิ้งจอกอนธการที่ว่านั่นคือเขา คุณชายผู้นี้ก็มักจะเล่าเรื่องราวต่างๆฝ่ายเดียวเป็นประจำ เป็นบุรุษที่สามารถปั้นสีหน้า พูดคนเดียวได้เก่งยิ่งนัก... พอย้อนนึกดูแล้วตอนนี้ จินก็เพิ่งเอะใจความผิดปกติช่วงพ้นปีแรก จางฮุ่ยเฟิงมักพูดเรื่องของ จินให้เจ้าจิ้งจอกฟังเป็นพิเศษ

                ...นับว่าแก่จนเลอะเลือนไปแล้วจริงๆ เพิ่งมาเอะใจเอาป่านนี้

                จางฮุ่ยเฟิงรู้ตัวว่าโดนเหน็บแนมใบหน้าก็เผยรอยยิ้มขึ้นหลายส่วน ในใจเปี่ยมไปด้วยความสุข นับนิ้วดูแล้วบนแคว้นนี้จะมีผู้ใดกล้าด่าทอนายน้อยแห่งตระกูลจางอีกบ้าง? หลงนึกเสียดายที่ยามอายุยังน้อยกลับเกรงใจอีกฝ่ายมากเกินไป แต่จิ้งจอกตัวนี้นับว่าคุ้มค่ากับการรอคอย

                เจ้ามีจุดประสงค์จะทำสิ่งใด? คนเราเมื่อเติบโตแล้วสมควรมีเส้นทางอย่างละเอียด

                บุรุษผู้เติบโตแล้วมองอีกฝ่ายที่พูดจาสั่งสอนราวกับผู้เฒ่าอบรมบุตรหลาน  เช่นนี้จะมาว่ากล่าวเขาได้อย่างไร? จินมิใช่คนพูดจาเยอะแยะ ทุกคำที่ออกมาล้วนไตร่ตรองอย่างดีไม่เป็นคำด่าทอบ้าง ก็เป็นบทเรียนอบรมเช่นนี้

                ไยจิ้งจอกแสนรักผู้นี้จึงไม่เอ่ยคำหวานให้รื่นหูบ้าง?

            ถึงกระนั้นจางฮุ่ยเฟิงก็ตั้งใจจะรอ เขามีความอดทน เรื่องพรรค์นี้เก็บเกี่ยวคราหลังย่อมหอมหวานกว่า

จบเรื่องความแค้น เร้นกายเป็นคนของยุทธจักร... แล้วก็อยู่กับเจ้าไปชั่วชีวิต เจ้าจะทำสัญญาล่วงหน้าโดยการกัดข้าเพิ่มอีกสักรอยก็ย่อมได้

มือของจิ้งจอกข้างตัวฟาดดังผัวะ แฝงเร้นไปด้วยลมปราณอัดแน่นจนขึ้นรอยแดงสมใจคุณชายจาง

เจ้าคุยกับผู้อื่นล้วนจริงจัง เหตุใดคุยกับข้าประโยคนึงต้องวกเข้าเรื่องพรรค์นี้คำหนึ่งกล่าวจบจินก็ขยับหนี หันตัวไปอีกด้าน ดึกแล้ว...ในเมื่อมานอนก็หลับนอน รุ่งเช้ายังต้องไปสอบอีก

จางฮุ่ยเฟิงสอดมือผ่านด้านหลัง ดึงตัวอีกฝ่ายเข้ามารับไออุ่น จุมพิตลงบนต้นคอขาวแผ่วเบา

วันรุ่งขึ้นเพียงแค่ประลองกระบวนท่านิดหน่อยเท่านั้น มิใช่การต่อสู้จริงจังถึงขั้นใช้สัตว์วิเศษ

จินที่ปิดตาไปชั่วครู่ต้องสะดุ้งเมื่อสัมผัสความร้อนวาบด้านหลังคอ แต่ยามนี้มีเรื่องสะกิดความสงสัยมากกว่า ดังนั้นจึงแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น เจ้าเคยโดนรังเกียจเพราะเรื่องสัตว์วิเศษ เหตุใดการสอบสำคัญเช่นนี้จึงเป็นเพียงการประมือ?

สัตว์วิเศษมีหลากหลาย มิใช่แค่ไว้ต่อสู้เพียงอย่างเดียว จักรพรรดิตี้เหินประกาศไว้เช่นนี้

จินพลิกตัวหันกลับไป หรี่ตาใส่อย่างคาดคั้น ท่าทางคล้ายกำลังสอบสวนผู้ต้องหา เจ้าจะบอกว่าจักรพรรดิตี้เหินผู้นี้แตกต่างหรือตระกูลจางแตกต่างกันแน่อื้อ

จางฮุ่ยเฟิงไม่ตอบในทันที ริมฝีปากกำลังวุ่นวายอยู่กับการปิดปากจิ้งจอกแสนรัก รสจูบอันแสนโหยหาคล้ายบุรุษที่กำลังร้องขอความรัก กับเทพสวรรค์ที่อยู่สูงจนมิอาจเอื้อม ยิ่งได้ยินเสียงพร่าก็ยิ่งเพลิดเพลิน

...จนกระทั่งพอใจ คุณชายจางจุมพิตอีกคราอย่างแผ่วเบา

รัชทายาทเหตุใดจึงเป็นรัชทายาท เจ้ารู้หรือไม่







#TALK with LLwuda

            อย่าเพิ่งลืมกันนะคะ หายไปนานเลย ใกล้เปิดเทอมแล้ว(ปิดสั้นเหลือเกิน)เลยต้องปั่นงานอยู่หลายวันค่ะ จริงๆแล้วผู้เขียนประสบปัญหาอยู่ขั้นหนึ่ง คิดว่าความสัมพันธ์ที่จินแสดงออกจะเป็นอย่างไรต่อ เขาก็มีมุมที่เป็นเด็กบ้าง แต่โดยอายุ(ภายใน)ก็ไม่ใช่เด็กแล้ว อาจถือว่าไม่คุ้นชินเรื่องความรัก ตอนไม่รู้อาจซึนแสดงออกอยู่บ้าง แต่พอรู้ว่ารักแล้วก็คงปล่อยเบลอแสร้งไม่รู้ไม่เห็นความอายไปเลย(เป็นการซึนอย่างนึงเช่นกัน55)


            แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ ^ ^

 

ปล. ขอบคุณFAที่ทุกท่านวาดมา(กดดัน)กันด้วยนะคะ

ปล2.ล้อเล่นนะคะ ซึ้งใจและขอบคุณมากจริงๆ J


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 435 ครั้ง

131 ความคิดเห็น

  1. #8337 mivibi (@mivibi) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 21:58
    ไม่รู้ทำไมแต่ไม่ชอบพระเอกอ่ะ
    #8337
    0
  2. #8331 นอสระอุนไม้เอก (@nnjtmmq) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 20:56
    ไม่มีใครน่าสงสารเท่าเสี่ยวผ่านอีกแล้ว แงงง
    #8331
    0
  3. #8277 endfeel (@princesssong) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:31
    เสี่ยวผานคือน่าสงสารมาก555555555
    #8277
    0
  4. #8146 SudaratYo (@SudaratYo) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 22:16
    หวานมากกกกก
    #8146
    0
  5. #8086 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 16:21

    เสี่ยวผานนน 555555 โอ๊ยยย สงสารก็สงสาร แต่ขอขำก่อนนะ น้องเอ๊ยยย ???????????????? หมันไส้พระเอกค่ะ หวานจนสำลักแล้ว รักมากกกก กลืนลงท้องได้คงทำไปละ

    #8086
    0
  6. #8025 Torii_sp (@Torii_sp) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 12:49
    เสี่ยวผาน 555555555
    #8025
    0
  7. #7993 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 20:47
    ตอนหลังๆมีแต่ฉากหวานๆอ่านแล้วชุ่มชื้นหัวใจจัง พอเรื่องจบก็อยู่ด้วยกัน มีเป้าหมายเดียวเลย อยู่ในยุธจักรเป็นอิสระ อยู่กันยืดชัวร์ ฮุ่ยเฟิงเป็นทาสของเจ้าจิ้งจอกอย่างเต็มใจอ่ะ 55555 ขอสงสารเสี่ยวผานอีกตอน เอ็นดูน้องอ่ะ ชอบเจอเค้าสวีทกันอยู่เรื่อย คนอื่นก็ไม่เอ๊ะใจเลย แงงงง
    #7993
    0
  8. #7816 LuckyStar1006 (@AinSuchada) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 20:42
    ได้ที่แล้วเอาใหญ่เลยเด้อคุณชายเฟิงง ขำเสี่ยวผานสุด 5555 มีการให้ของขวัญด้วย
    #7816
    0
  9. #7703 Hazel_9502 (@pookiejj) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 05:48
    เขาหวานกันมากๆเลยโง้ยย
    #7703
    0
  10. #7493 dewi (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 12:44
    <p>เสี่ยวผาคนดี 555</p>
    #7493
    0
  11. #7492 DKdabble (@dkdabble) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 11:27
    เอ็นดูเสี่ยวผาน อุตส่าห์ไปหาของมาให้แก่คู่รัก5555555555
    #7492
    0
  12. #7349 khajeepan06 (@khajeepan06) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:35
    คือแบบอยากฟินมากกว่านี้
    #7349
    0
  13. #7283 Plankton J (@jthida) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 12:29
    เสี่ยวผานเด็กดี5555555555
    #7283
    0
  14. #7076 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 03:07
    เสี่ยวผานผู้น่าสงสาร55555
    #7076
    0
  15. #6999 ิbabychick (@nuttanara2545) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 22:37
    ตาจะบอดแล่ววว ( ' ? ' ) โดนความรักเข้าตา5555
    #6999
    0
  16. #6715 -Shawty- (@tumbmong) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 10:58
    ถ้าหมาป่าจะหิวโหยขนาดนี้นะ คงจะเก็บกดอดทนมานานเพื่อวันนี้จริงๆ 555
    #6715
    0
  17. #6638 sosozee (@sosozee) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 16 กันยายน 2559 / 23:08
    หมาป่าเจ้าเล่ห์นะ
    #6638
    0
  18. #5703 Butterfly DN. (@babyll) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 04:02
    เอะอะจับจูบลูบคลำ เป็นเอามากนะเฟิง 555555555
    #5703
    0
  19. #5476 ขนมหวานนมสด (@mikilovesj) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 08:42
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านค่ะ
    #5476
    0
  20. #4895 นุงแมว ^^ (@nuiland) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 11 เมษายน 2559 / 00:45
    สนุกมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆเลยค่ะ????????????????????????????????????????????????
    #4895
    0
  21. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 10:58
    สนุกมากเลยค่ะ
    อ่านติดต่อกันมาสามวัน
    ตามทันแล้วว
    เป็นอะไรที่เริส ไม่คิดว่าจะเจอนิยายแบบนี้ในที่นี่
    คือปกติอ่านเจอแต่เรื่องที่ไม่โอเคเท่าไหร่สำหรับแฟนตาซีวายใน เด็กดี
    อ่านเรื่องนี้ตอนแรกนึกว่าเป็นนิยายแปลซะอีก เขียนได้ดีมากค่ะ
    มีความเป็นเอกลักษณ์ของตัวละคร
    ตัวเอกไม่หลงนิสัยตัวเอง สมเหตุสมผล มีที่มาที่ไปชัดเจน แต่ดันเดาเนื้อเรื่องไม่ออกซะนี่ 5555
    รอตอนต่อไปนะคะ
    #4308
    0
  22. #4307 kray khunkhun (@zelo-3-khunnai) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:15
    อ่านรัวมากกกกกกก ชอบๆๆๆแบบสุดๆ ต้องขอโทษไรท์นะคะที่ไม่เม้นท์เลย มันหยุดไม่ได้จริงๆ เราอ่านนิยายแนวนี้มาก็เยอะ เรื่องนี้เป็นอะไรที่ต้องอดทนมาก เมื่อไหร่เค้าจะร่วมหอกันซักที 555555 หลังจากรอคอยมายาวนาน บทจะหื่น พี่ท่านพระเอกก็เก็บทุกเม็ดจริงๆค่ะ ยอมใจ ต้องบอกเลยว่าเรื่องนี้สนุก เข้มข้นทุกตอน เนื้อหายาวแบบยาวมาก แต่ก็น่าสนใจมากเหมือนกัน คือไม่รู้จะพิมพ์ยังไง มันดีอะ ชอบแบบรัวๆๆๆๆๆ สุดท้ายก็เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ รอตอนต่อไปอยู่นะ สู้ๆค่ะ ????
    #4307
    0
  23. #4300 Hunhan-love4ever (@secery-8018) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:43
    ค้างงงงง เฟิงนี่เอะอะลวนลามตลอด
    #4300
    0
  24. #4299 ( . * M o O Y o N g * . ) (@seraph) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:50
    กลังจากโดนกินไปรอบนึง... ที่เหลือก็ตามมาอย่างเป็นธรรมชาติ 555+
    #4299
    1
    • #4299-1 senkou.pd (@senkou) (จากตอนที่ 41)
      25 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:57
      อยู่ในช่วงคูลดาวน์หลังระเบิดค่ะ หลังจากนี้คงเริ่มเก็บธาตุแท้เข้าตัวเหมือนที่ผ่านมา แทะโลมแต่พอดี (แต่ก็แทะโลมอยู่ดีนี่นา55)
      #4299-1
  25. #4295 ยิ้มอยู่รู้ยัง (@superkiew) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559 / 05:13
    ไม่ลืมค่ะ มาต่อไวไวน้าาาาา
    #4295
    0