✦ อนธการจิ้งจอก ✦ BL, YAOI [END]

  • 99% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 506,140 Views

  • 8,272 Comments

  • 13,410 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    4,765

    Overall
    506,140

ตอนที่ 42 : วาโยล่องหงส์(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18826
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 405 ครั้ง
    2 มี.ค. 59






     





บทที่ 38

วาโยล่องหงส์(2) 





รุ่งขึ้นจินก็ยังไม่ได้ความกระจ่างอยู่ดี ถูกหมาป่าเจ้าเล่ห์ขโมยจูบไปแท้ๆ พอตอบคำทิ้งท้ายให้งุนงงกว่าเดิมเสร็จก็แสร้งหลับไป เห็นแก่ร่างกายที่ต้องมาประมือในวันนี้จึงได้แค่ถอนหายใจแล้วหลับตาลง ปล่อยให้คู่สัญญาของตนเองกระทำตัวมีลับลมคมใน

ถึงกระนั้นการถูกปล่อยค้างคาใจมิทราบคำตอบ เป็นสาเหตุให้จิ้งจอกในร่างมนุษย์มีสีหน้าบึ้งตึงอยู่เช่นนี้ ดวงตาสีสว่างดุร้ายกว่าทุกครา จนอิสตรีโดยรอบที่นับวันรอคอยจากเมื่อวาน พากันมาจองที่ใกล้ๆคุณชายชุดขาวแต่เช้า ต้องนั่งนิ่งเงียบกริบ ไม่ว่าผู้ใดก็มิกล้าเอ่ยทักทายหรือทำผ้าผืนน้อยตกอย่างจงใจ

ในสนามมีชาวยุทธ์มากกว่าเดิม ผ่านการประลองกันไปแล้วหลายคู่ ใช้วิธีจับฉลากเลือกคน เพียงแค่ซักซ้อมชี้แนะกระบวนท่า จี้ถูกจุดก็หยุดมือ สามารถใช้กลอุบายได้แต่ห้ามใช้พิษหรือสัตว์วิเศษโดยเด็ดขาด

เจ้าทะเลาะกับนายน้อยอีกแล้วหรือ?มู่ฟงลองเสี่ยงดวงถามดู มิทราบว่าความหงุดหงิดเกิดจากสาเหตุนี้หรือไม่ ผลการประมือกับจินครั้งล่าสุดยังทำให้มู่ฟงหวาดผวา ยิ่งยามหงุดหงิดเพราะสั่งสอนแล้วมิได้ดั่งใจ นายน้อยแทบจะกระเด็นไปไกลในหนึ่งกระบี่ด้วยซ้ำ...

แต่สุดท้ายคุณชายจางผู้นี้ก็จะรีดเร้นแรงกาย พยายามอย่างไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความย่อท้อ จนผู้ฝึกสอนทุกท่านพอใจในที่สุด

คนผู้หนึ่งจะมีศักดิ์ศรีหรือไม่ล้วนขึ้นอยู่กับการกระทำตน เขาอาจเป็นบุรุษโง่เขลา อาจอ่อนแอ อาจมิได้ยิ่งใหญ่  แต่ตราบใดที่คนผู้นั้นยังต้องการเปลี่ยนแปลงตนเอง นับว่าเป็นผู้คนที่ใช้ได้ผู้หนึ่ง คนเช่นนี้ยังถือว่าไร้ซึ่งศักดิ์ศรีอยู่หรือ?

ไม่...จินปฏิเสธมู่ฟง ในใจครุ่นคิดไม่ตก ข่าวสารถือเป็นเรื่องสำคัญ เขาประมาทจนเกินไป คิดว่าชีวิตนี้เป็นจิ้งจอกคงมิมีทางไปเกี่ยวข้องกับสิ่งใดวุ่นวาย ปล่อยปละละเลยด้านการข่าวสาร  ยามนี้จึงค่อยมานึกเสียดาย มู่ฟงหากข้าต้องการข่าวสาร ทางยุทธภพแล้วสามารถสรรหาที่ใดได้บ้าง?

มู่ฟงมีสีหน้าแปลกใจและค่อนข้างลำบากใจเรื่องนี้...เหตุใดจึงไม่ใช้ข้าหรือถามนายน้อยเล่า?

เรื่องราวนี้เป็นธุระของข้า ผู้ใดก่อผู้นั้นสะสาง ใช้เจ้า...เจ้าก็วิ่งไปรายงานฮุ่ยเฟิง เช่นนั้นจะมีความหมายอันใด

องครักษ์หนุ่มนิ่งเงียบไปสักพัก ก่อนกล่าวเสียงแผ่วเบา อันที่จริงแล้วใช้ข้าก็สามารถถือว่าสะสางเองได้เช่นกัน...

จางฮุ่ยเฟิงและฉีหลังกง ออกมาด้านหน้า!”

พอชื่อจางฮุ่ยเฟิงถูกเรียก ทั้งจินและมู่ฟงต่างชะงัก หยุดสนทนากันต่อ ตามองไปทางบุรุษแสนองอาจผุดยืนขึ้นช้าๆ ร่างกายสูงใหญ่คลุมด้วยอาภรณ์สีดำกลับทำให้มีกลิ่นอายดุดัน บรรยากาศรอบกายเงียบสงัดราวกับผู้คนต่างกลั้นหายใจ ต้องการจับตามองนายน้อยผู้ห้าวหาญแห่งตระกูลจางให้ชัด แต่พวกเขาล้วนมิมีใครกล้าสบดวงตาที่ดุดัน

ย้อนไปสมัยที่จักรพรรดิหวงตี้เพิ่งกรีฑาทัพยุติสงครามกับชาวทุ่งหญ้าครั้งสุดท้าย แม่ทัพใหญ่ตระกูลจางอย่างจางซี ได้ยินข่าวคราวเล่าว่า เพียงแค่สบกับดวงตาแสนดุดัน ศัตรูต่างก็หวาดกลัวจนตัวสั่น กระบวนทัพเสียหาย โดนกดดันจนมิสามารถประมือได้คล่องแคล่ว จนเป็นฝ่ายปราชัย... ผู้ที่มิใช่ตระกูลใหญ่ไหนเลยจะกล้าท้าท้ายลองดูเล่า?

ขอคุณชายออมมือด้วยฉีหลังกงยกมือคารวะอย่างนอบน้อมตามกฏยุทธจักร ตระกูลฉีเป็นตระกูลพ่อค้า นับเป็นคราแรกที่มีลูกหลานเอาดีทางด้านบู๊และบุ๋น

ท่านฉีหลังกงถ่อมตนเกินไปแล้ว จางฮุ่ยเฟิงคลี่ยิ้มตามมารยาท มือดึงกระบี่มูยองออกจากฝักช้าๆ ความงดงามของตัวกระบี่และประกายสีเงินล้วนทำให้ผู้คนสายตาพร่าเลือน บรรดาผู้เข้าสอบคนอื่นต่างลอบกลืนน้ำลายลงอย่างยากเย็น มีคำกล่าวที่ว่าสุนัขเลือกนาย กระบี่ล้ำค่าย่อมเลือกเจ้าของ...เช่นนี้มิใช่ว่าคุณชายจางผู้นี้คือยอดฝีมือผู้หนึ่งหรอกหรือ?

ชาวยุทธกับแม่ทัพมีความเก่งกาจต่างกัน ผู้หนึ่งแบกศักดิ์ศรีต่อสู้กับหนึ่งศัตรู...อีกผู้หนึ่งแบกน้ำหนักชีวิตต่อสู้กับกองทัพทหารนับแสนนาย... จางฮุ่ยเฟิงนายน้อยแห่งตระกูลจาง ปราบกองโจรภูเขาจำนวนมากปกป้องเมืองเล็กๆ เพียงกำลังไม่กี่นายกลับขับไล่กองโจรแตกพ่าย ทหารล้วนเชื่อฟังอยู่ในวินัย หากกล่าวว่าเป็นแม่ทัพหนุ่มที่มีอนาคตไกล พวกเขาล้วนเชื่ออย่างสนิทใจ

แต่หากแม่ทัพผู้นี้ยังถือเป็นชนชั้นวรยุทธเก่งกาจอีก ก็นับว่าน่ากลัวอย่างยิ่งแล้ว...

เพียงจี้ถูกก็ขอให้หยุดมือ เริ่มได้!” บัณฑิตหนุ่มร้องตะโกน ก่อนรีบถอยออกมา

ฉีหลังกงเป็นผู้เยาว์อันมีฝีมือของตระกูลฉี สำหรับตระกูลพ่อค้าแล้วนับว่ามาไกลพอสมควร เพียงแต่ประสบการณ์ยังเยาว์วัย ประมือกับผู้คนน้อยจนเกินไป รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมผู้คนน้อยจนเกินไป... เริ่มต้นก็ควงดาบใหญ่บุกเข้าจู่โจมอย่างรีบร้อน ฉีหลังกงเมื่อประมือกับโจรที่มาข่มเหงต้องการเงินก็มักกระทำเช่นนี้ มันมีความเชื่อว่าขอเพียงเริ่มต้นก่อน จะเป็นเยื้องก้าวที่อ่านยากอย่างยิ่ง

จางฮุ่ยเฟิงไม่ได้หลบหลีก วาดกระบี่เป็นวงช้าๆ ใช้ออกซึ่งเพลงกระบี่ตระกูลจางประยุกต์เข้ากับเพลงกระบี่นางแอ่นหวนกลับ ฉีหลังกงหลอกล่อวาดดาบไปอีกทางกลับย้อนกลับมาโจมตีด้านบนตรงๆ

เคร้ง! --

 จางฮุ่ยเฟิงประกระบี่หนึ่งท่าฉีหลังกงต้องถอยหลังวูบเนื่องด้วยเสียหลักไปถึงสามก้าว กระบี่มูยองยามอยู่ในมือจินอาจพริ้วไหวเฉียบคม ยามนี้มาอยู่ในมือจางฮุ่ยเฟิงกลับทอประกายแข็งกล้าเยือกเย็น มิได้ใช้ท่าเท้าอันใด เพียงรุกไล่เข้าไปใกล้ ตวัดโจมตีอีกหนึ่งครา ดาบในมือฉีหลังกงกลับกระเด็นหมุนควงขึ้นฟ้า ง่ามมือปริแตก

ฉีหลังกงเบิกตากว้างมองมือตนเอง ใบหน้าชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ

รวดเร็วถึงเพียงนี้ ตระกูลพ่อค้าธรรมดาย่อมมิอาจเทียบตระกูลนักรบฉีหลังกงยิ้มเจื่อน ใบหน้าดูอิดโรย เพียงแค่เผชิญหน้ากับความกดดันและกระบี่ล้ำค่าก็นับว่าฝืนใจมากพอดูแล้ว

                “จางฮุ่ยเฟิงเป็นฝ่ายชนะ! ขอให้ทั้งคู่กลับไปนั่งที่ได้บัณฑิตหนุ่มคนเดิมก้าวออกมาประกาศผล คนทั้งคู่ทำความเคาะรพซึ่งกันและกัน ใบหน้าฉีหลังกงมีแววเลื่อมใส ถอยกลับไปนั่งประจำเลขของตนเอง

                คล้อยหลังจางฮุ่ยเฟิงกับฉีหลังกงนั่งลงประจำที่ มู่ฟงก็หายเกร็ง องครักษ์หนุ่มใบหน้าดูเคร่งเครียดขึ้นหลายส่วน มือขยับไปทางอาวุธลับที่ซ่อนอยู่อย่างเผลอไผล สายตาจ้องเขม็งไปทางลานประลองแต่หางตาบ้างครากลับลอบมองไปทางอื่น อากัปกิริยาเช่นนี้ไหนเลยจะสามารถรอดสายตาจิ้งจอกแสนฉลาดไปได้?

                มีกองกำลังลับซุกซ่อนตัวอยู่ภายในบริเวณนี้สามคน  มู่ฟงมิได้ใจร้อนรุ่มแสดงว่ากองกำลังที่ว่านี้คงมิพ้นเป็นกองกำลังสีดำอันมีดอกรักเป็นสัญลักษณ์ของคุณชายจางจินลอบถอนหายใจ เขาแอบกังวลเรื่องการประลองของจางฮุ่ยเฟิงมิใช่น้อยเหมือนกัน ทว่าผู้ที่อุกอาจมั่นใจถึงขนาดนำกำลังลับปะปนซุกซ่อนเข้ามาในวังหลวง ใจกล้าเช่นนี้ไหนเลยยังมีเรื่องใดให้น่าเป็นห่วงอีกเล่า?

                ชัยชนะอันหมดจดนี้ทำให้จางฮุ่ยเฟิงได้รับความชื่นชมเพิ่มอีกหลายส่วน

                นายน้อยแห่งตระกูลจางฝีมือร้ายกาจอย่างยิ่ง

                นอกจากจะองอาจแล้ว ยังดูเป็นบุรุษที่น่าอบอุ่นพึ่งพิงนัก

                บรรดาสตรีโดยรอบกระซิบกระซาบกันเป็นระยะ มู่ฟงมีใบหน้าที่ดูเขินอายขึ้นเล็กน้อย นั่งหลังตรงคล้ายกำลังภูมิใจในตัวนายน้อยของตนเอง เหล่าอิสตรีหยอกล้อเอ่ยปากชมเชยไม่หยุด ส่วนใหญ่เป็นการใส่สีตีไข่เพิ่มเติมว่าตัวคุณชายจางต้องเป็นคนเช่นนี้ หัวร่อคิกคักเสียงเบา

                รอยยิ้มดูอบอุ่น อ่อนโยนอันใด?

                จิ้งจอกในร่างมนุษย์อดหมั่นไส้มิได้ ในฐานะที่ได้ปกป้องประชาชนผู้บริสุทธิ์นับไม่ถ้วน เขาอยากจะผุดลุกขึ้นแล้วสั่งสอนสตรีเหล่านี้ อย่าได้ปักใจเชื่อผู้คนแต่แรกเห็น หมาป่าสวมหนังแกะผู้นี้ไหนเลยจะเป็นคนดีได้? แม้ต่อหน้าจินแล้วจางฮุ่ยเฟิงจะเป็นบุรุษแสนดีผู้หนึ่ง แต่คุณชายจางผู้นี้กระทำสิ่งใดบ้างจึงเดินทางมาถึงจุดนี้

                แต่ข้าว่าคุณชายด้านหน้านี้ดูสง่างามมากกว่านักเสียงหวานของสตรีนางหนึ่งกล่าวขึ้นอย่างเอียงอาย แต่เป็นนางที่จงใจพูดเสียงดัง สหายของนางต่างรับคำเสียงดังช่วยกันสนับสนุนเพื่อนของตนเป็นอย่างดี ตัวนางมีใบหน้างดงามหมดจด คุณชายชุดขาวด้านหน้านี้มิได้อยู่ในตระกูลใหญ่ แขวนกระบี่ดูล้ำค่าคล้ายเป็นชาวยุทธ สตรีโดยรอบคนอื่นต่างมานั่งเพราะต้องการต้องตาคุณชายผู้นี้ทั้งนั้น

                มู่ฟงเหลือบสายตามองบุรุษผู้ที่กำลังตกอยู่ในบ่วงแย่งชิงของสตรี ร่างกายในชุดอาภรณ์สีขาวแสนสง่างามยังนั่งหลังตรง อากัปกิริยากับบรรยากาศรอบกายทำให้รู้สึกเกรงใจ ใบหน้ายังจับจ้องไปทางลานประลองมิมีเปลี่ยนแปลงสักนิด ราวกับเคยชินกับการเป็นจุดสนใจ

                แม้ท่าทางไม่แยแสของจินจะทำให้เหล่าอิสตรีผิดหวัง หลงคิดไปว่าคุณชายผู้นี้คงมีแม่นางตัวน้อยรออยู่ก่อนหน้าแล้ว แต่บางคนก็ยังไม่ถอดใจ คุณชายสูงศักดิ์พวกนางมิอาจเอื้อม สำหรับหญิงธรรมดาสามัญเพียงแค่ต้องตา ได้หลับนอนคืนหนึ่งก็พอให้โอ้อวด ดังนั้นจึงขยับกายกระมิดกระเมียนพยายามให้ตนเองดูโดดเด่น

                การสอบดำเนินต่อไปอีกหลายสิบคู่ จนกระทั่งพระอาทิตย์เปลี่ยนทิศ จางฮุ่ยเฟิงหลังจากประมือกับฉีหลังกงก็ยังถูกเรียกขึ้นมาประมืออีกหนึ่งครั้ง สามารถชนะได้โดยง่ายดายเช่นเดิม

                เดิมทีแค่ผู้คนได้ยินว่าต้องประมือกับตระกูลจาง กำลังใจก็หดหายไปกว่าครึ่งแล้ว

บุตรหลานของตระกูลใหญ่มีจำนวนน้อยนิดที่มาสอบตำแหน่งวาโยล่องหงส์ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นบุตรหลานที่ทำตัวนอกคอกเช่นเดียวกับเซกัลซินจู เนื่องเพราะพวกเขามีอำนาจอยู่ในมืออยู่แล้ว เพียงแค่วิ่งเต้นก็สามารถดำรงตำแหน่งขุนนาง แม่ทัพนายกองได้อย่างง่ายดาย ไหนเลยจะต้องมาสอบชิงตำแหน่งอีก

เมื่อก่อนจางฮุ่ยเฟิงเป็นขยะแห่งตระกูลจาง ยามนี้เขากลับกลายเป็นขุนพลหนุ่มคนใหม่แห่งตระกูลจาง

จางฮุ่ยเฟิงเหยียดยิ้มในใจ แม้ภายนอกเขาจะแสร้งรับคำชมตามมารยาท ชายหนุ่มจะเป็นดาวดวงใหม่หรือขยะแห่งตระกูลจางมีอันใดสำคัญเล่า? สุดท้ายแล้วตระกูลจางก็จะต้องล้มด้วยฝีมือเขาสักทางอยู่ดี

ต่อไปเป็นรอบสุดท้าย มีทั้งหมดห้าคู่ แยกย้ายกันไปตามลำดับ

                การประลองของการสอบวาโยล่องหงส์นั้นเป็นการเก็บคะแนน มิใช่การคัดออก ผู้ใดแพ้ผู้ใดชนะจะได้คะแนนแตกต่างกันไป อาจมีทั้งคะแนนจากกลอุบาย คะแนนจากการวางแผนอันชาญฉลาด จัดสรรแบ่งส่วนแล้วจะได้ประลองกันคนละสามรอบเป็นอย่างต่ำ จับฉลากหน้างานแยกชายหญิงเพื่อแสดงความเท่าเทียมและมิได้คดโกง

            เฟิ่งเจี๋ยและจางฮุ่ยเฟิง!” บัณฑิตหนุ่มประกาศก้อง การประลองที่มีชื่อของคุณชายจางกลายเป็นที่สนใจของผู้คนไปแล้ว บรรดาพรรคน้อยใหญ่ต่างก็ส่งตัวแทนมาในการสอบ แม้มิอาจทาบทามนายน้อยของตระกูลใหญ่เข้าพรรค แต่มีเรื่องกลับไปรายงานได้ก็นับว่าไม่เสียมือเปล่า

                จางฮุ่ยเฟิงลุกขึ้นไปยืนบนลานประลองก่อน แขนสองข้างไพล่หลังท่าทางดูปลอดโปร่งสบายอย่างยิ่ง ทางด้านเฟิ่งเจี๋ยพอลุกขึ้นมาเสียอุทานก็ดังขึ้นโดยรอบเช่นกัน เฟิ่งเจี๋ยผู้นี้มิได้เป็นตัวประหลาดอันใหม่ เพียงแต่มีใบหน้าคมคายหล่อเหลา แต่งกายสูงศักดิ์ก้าวเท้าออกไปยืนเผชิญหน้ากับคุณชายจางก็มิได้ด้อยกว่าเลยแม้แต่น้อย

                มู่ฟงจินจับจ้องเฟิ่งเจี๋ยอย่างไม่กระพริบตา เอ่ยเสียงราบเรียบ

                ข้าเตรียมพร้อมกับสถานการณ์ฉุกเฉินไว้แล้วมู่ฟงมีสีหน้าเคร่งเครียด ร่างกายอยู่ในท่าเตรียมพร้อม ดวงตาที่มองไปยังเฟิ่งเจี๋ยมีแววหวาดระแวง

                เฟิ่งเจี๋ยผู้นี้จะต้องเป็นน้องชายของเฟิ่งหลินไม่ผิดแน่ ใบหน้าคนทั้งคู่มีองค์ประกอบคล้ายกันหลายส่วน แต่สิ่งที่ทำให้จิจินหนักใจมากกว่าก็คือท่วงท่าการเดินของเฟิ่งเจี๋ยที่บ่งบอกฝีมือมิใช่ธรรมดาสามัญ กระบี่ข้างกายล้ำค่ามิแพ้กระบี่มูยองเลย แม้กระทั่งเขาที่นั่งไกลพอสมควร กระบี่ซีอิ่งยังสั่นไหวตอบสนอง

                ยามที่คนทั้งคู่ต่างยกกระบี่ล้ำค่าขึ้นมาเตรียมพร้อม มิว่าผู้ใดหากมีตาย่อมดูออกว่าฝีมือมิได้แตกต่างกันมากนัก

                การสอบวาโยล่องหงส์นี้ เป็นไปได้ว่ารัชทายาทอาจส่งคนมาขัดขวางเล่นงานจางฮุ่ยเฟิงที่เป็นคนโดดเด่นขององค์ชายรอง ทว่าก้างขวางคอชิ้นสำคัญกลับกลายเป็นตระกูลเฟิ่งไปเสีย จินรู้ความสามารถของจางฮุ่ยเฟิง แต่กระบวนท่าของตระกูลจางบางอย่างเป็นที่ล่วงรู้กันทั้งแผ่นดิน เฟิ่งเจี๋ยจะอ่านเพลงกระบี่ออกก็มิแปลก เขามิได้สนใจเรื่องการท่องตำราด้านอื่นของจางฮุ่ยเฟิงมาก ได้แต่หวังว่าอีกฝ่ายจะอ่านเพลงกระบี่ของตระกูลเฟิ่งติดมา

                ...แม้จะเลยประกาศคำว่าเริ่มไปนานแล้ว แต่ทั้งจางฮุ่ยเฟิงและเฟิ่งเจี๋ยก็ยังคงยืนจ้องกันอยู่เช่นเดิม มิมีทีท่าว่าจะขยับตัว กล่าวกันว่าผู้มีฝีมือประทะกันย่อมไม่ผลีผลาม วัดกันเพียงพริบตามิอาจประมาท

                ผ่านไปเกือบหนึ่งเค่อเฟิ่งเจี๋ยจึงเป็นฝ่ายขยับเท้าก่อน กระบี่สีทองสว่างวาดผ่านอากาศคล้ายเสียงคำราม เสียงตบเท้าลงกับพื้นกึกก้อง จางฮุ่ยเฟิงเพิ่งจะปรับเปลี่ยนกระบวนท่าเฟิ่งเจี๋ยก็มาปรากฏกายอยู่ด้านหน้าแล้ว

                ครืนนน! ---

            กระบี่สีทองเปล่งประกายดุดัน รังสีกระบี่แผ่ออกมาถึงห้าชั้น!

                จางฮุ่ยเฟิงมองปราดเดียวก็รู้ว่ากระบี่นี้รับมิได้เด็ดขาด แต่เฟิ่งเจี๋ยนับว่ารวดเร็วเกินไปเพลงเท้าตระกูลจางที่แข็งแกร่งยามอยู่สมรภูมิมิอาจต้านทาน รีบสลับปรับเปลี่ยนกลเท้าพริ้วไหวหลบหลีก กระบี่ทรงพลังของเฟิ่งเจี๋ยที่กรีดผ่านอากาศเป็นรังสีกระบี่ยามกระทบถึงพื้นก็กรีดเป็นรอยลึกจมลงไป

                มิว่าผู้ใดก็สมควรดูออก เฟิ่งเจี๋ยมิได้ตั้งใจยั้งมือแม้แต่น้อย

                เฟิ่งเจี๋ยรีบดึงกระบี่กลับคืนอย่างลื่นไหล ปลายกระบี่หมุนวนคล้ายมีรังสีกระบี่ต่อเนื่อง ไล่ตามจางฮุ่ยเฟิงที่หลบหลีก กระบี่คล้ายร้องคำรามดังก้องดั่งราชสีห์อสูรอีกครา นับเป็นเพลงกระบี่ที่แปลกประหลาดอย่างยิ่ง พลังทำลายรุนแรงจนกระทั่งอากาศยังมิอาจต้าน ชาวยุทธด้านข้างล้วนอ้าปากค้าง พวกเขาเกิดมามิเคยพบเจอเพลงกระบี่ที่รุนแรงเช่นนี้มาก่อน หากให้ยอดฝีมือเป็นคนใช้ออกมิแน่ว่าจะสะเทือนฟ้าดิน แม้แต่สัตว์วิเศษระดับสูงก็ปราชัย

                ครานี้จางฮุ่ยเฟิงมิได้หลบหนี ปลายเท้าเคลื่อนไหวสลับจนละลานตา กระบี่มูยองทอแสงประกายต่อต้านอย่างมิยินยอมใช้ออกซึ่งเพลงกระบี่อันดุดันของตระกูลจางตอบโต้

                เคร้งง!! – เสียงประทะกระบี่ดังลั่นสนาม คนทั้งคู่แยกกันอย่างมีชั้นเชิง ก่อนจะผลัดกันรุกรับอย่างสูสี เสียงประทะกระบี่ดังไปทั่วบริเวณ ทางด้านเพลงกระบี่หากเป็นการประลองเดี่ยวเช่นนี้จางฮุ่ยเฟิงมิอาจต้านทาน ความชำนาญของเขาคือบนหลังม้า ที่ใช้ออกส่วนใหญ่จึงเป็นวิชานางแอ่นหวนกลับคอยสนับสนุนชดเชย

                เฟิ่งเจี๋ยมิได้ตั้งใจไว้ไมตรีจี้ถูกจุดก็หยุดมือดั่งกฏเลยแม้แต่น้อย ดวงตาเป็นประกายตื่นเต้นสนุกสนาน ดูท่าแล้วคงเป็นชนชาวยุทธผู้รักการต่อสู้ผู้หนึ่ง เมื่อเจอคนที่มีฝีมือทัดเทียมจึงลงมืออย่างหนักหน่วง เฟิ่งเจี๋ยเป็นน้องชายของเฟิ่งหลินดั่งที่จินคาดการณ์ไม่มีผิด มาสอบวาโยล่องหงส์เพียงเพราะต้องการวัดฝีมือตนเอง มิได้อยากได้ตำแหน่งยศถาบรรดาศักดิ์ ตระกูลเฟิ่งเป็นใหญ่ในจิงหย่วนสุขสงบดีอยู่แล้ว

                ยามนี้เฟิ่งเจี๋ยได้ประมือกับนายน้อยของตระกูลจางนับว่าตนเองได้กำไรแล้ว กระบี่ล้ำค่าย่อมเลือกผู้ถือครอง นอกจากเพลงกระบี่ของตระกูลจาง ยังมีเพลงกระบี่อันลึกล้ำพิสดารซ่อนอยู่อีก รวมทั้งท่าเท้าอันแปลกประหลาดแต่กลับจับตัวยากยิ่ง บัดนี้ต้องการเพียงแค่ต่อสู้ให้นานสาสมใจเท่านั้น

                คนทั้งคู่ยังประมือกันอย่างสูสี เพลี่ยงพล้ำกันบ้างผลัดไป ชุดอาภรณ์ต่างเริ่มขาดหวิ่นปลายกระบี่กรีดสร้างบาดแผลเป็นร่องรอย กระบี่มูยองกับกระบี่สีทองอันแปลกตาของเฟิ่งเจี๋ยมิได้ยิ่งหย่อนกว่ากัน ตระกูลเฟิ่งอยู่นอกสายตาผู้คน นอกจากเรื่องสัตว์วิเศษกลับมีกระบี่ล้ำค่าไว้ในครอบครอง แม้แต่มู่ฟงก็ยังแปลกใจในเรื่องนี้

                องครักษ์หนุ่มมิได้แปลกใจเรื่องกระบี่ของจิน อย่างไรยอดฝีมือล้วนมีที่มาไม่สามัญทั้งสิ้น

                มู่ฟงและจินต่างก็มีความในใจต่างกัน แม้ภายนอกจะปรากฏภาพคุณชายชุดขาวแสนสง่างามสายตาทอดมองไปยังการประลองอย่างสงบ แต่จินกลับรู้ดีว่าเลือดในกายกำลังร้อนรุ่ม แม้กระทั่งตอนจางฮุ่ยเฟิงรบที่เมืองย่อยของจิงหย่วนยังไม่เป็นเช่นนี้

...ร่างกายฝั่งจิ้งจอกอนธการกำลังร้อนใจ

กระวนกระวาย จิตใจไม่สงบ รู้สึกกังวลเป็นห่วงเป็นใย... ยิ่งมองภาพเบื้องหน้าจินก็รู้สึกคล้ายอยากจะกระโดดออกไป อ้าปากกัดเฟิ่งเจี๋ยให้จมเขี้ยว จนต้องหลับตาลงตั้งสติชั่วครู่

อา!”

โอ้!”

เสียงร้องตื่นตระหนกดังขึ้น มู่ฟงข้างกายก็เคลื่อนไหวอย่างรุนแรง จินลืมตาขึ้นมามองภาพเบื้องหน้าคล้ายตนเองหยุดหายใจไปชั่วครู่ มือที่วางอยู่บนขาบีบเข้าหากันแน่น เลือดในกายเดือดพล่านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

...ปลายกระบี่สีทองกำลังตวัดเข้าหาลำคอของคุณชายจาง

ไป...ไปเดี๋ยวนี้...!

จินข่มความคิดที่แล่นอยู่ในหัว เขาร้อนจนเหงื่อเริ่มออกตามไรผม... หากไปช่วยจางฮุ่ยเฟิงจะยินดีงั้นหรือ? คำตอบย่อมเป็นไม่ สำหรับจินแล้วเขามิได้รู้สึกอันใดกับการที่มีใครสักคนมาคอยปกป้อง เว้นเสียแต่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นเด็กหรือสตรีอันบอบบาง จางฮุ่ยเฟิงมีศักดิ์ศรีของบุรุษอันเข้มข้น ชายหนุ่มมีความพยายามในแบบของตนเอง การยื่นมือเข้ายุ่งถือเป็นการย่ำยีศักดิ์ศรี  จินที่ใช้หนึ่งชีวิตในโลกวัฒนธรรมอันแตกต่างย่อมไม่ใส่ใจเรื่องนี้ แต่ใช่ว่าเขาจะไม่เข้าใจ

จินนั่งสงบนิ่งอยู่กับที่ มู่ฟงก็เช่นกัน อีกเหตุผลที่คนทั้งคู่ยังไม่ลุกไปนั้น...คงเป็นเพราะจางฮุ่ยเฟิงมิได้ทำสีหน้าจริงจัง สำหรับคนคุ้นเคยแล้ว มองผ่านปราดเดียวก็ทราบว่าบุรุษผู้นี้กำลังแสร้งสวมหน้ากากเข้าตาจน

ฝีมืออาจทัดเทียม แต่เล่ห์เหลี่ยมกลอุบายมิอาจทัดเทียม...

คุณชายจางทำให้จินเข้าใจคำกล่าวที่ว่าซ่อนดาบบนรอยยิ้มอย่างแท้จริง แม้กระทั่งยามที่ปลายดาบของเฟิ่งเจี๋ยกำลังจะพาดผ่านลำคอ จางฮุ่ยเฟิงกลับยกยิ้มมุมปากขึ้นจางๆคล้ายยอมรับชะตากรรม พลันผิดคาดกลับขยับตัวยกแขนกันคมดาบอย่างไม่ลังเล จนผู้ชมโดยรอบต่างร้องอุทานอย่างหวาดหวั่น เหล่าสตรีกรีดร้องยกมือบังใบหน้า

เฟิ่งเจี๋ยหางตาเหลือบไปเห็นคมดาบจากมืออีกข้างกำลังเข้าใกล้ฉุกคิดว่าผิดท่า ผู้ใดจะใจกล้าเสียแขนเพื่อแลกกับโอกาสเพียงพริบตากัน ทว่าเฟิ่งเจี๋ยกลับถูกทำให้ตายใจ คุณชายจางมีท่าทางราวกับกำลังยอมรับความพ่ายแพ้ กระบวนท่าที่ใช้ออกไปแล้วมิสามารถรั้งกับคืน

เสียงฉีกขาดของผ้าอาภรณ์ตัวนอกดังขึ้น เฟิ่งเจี๋ยรู้ตัวว่าการกระทำเช่นนี้มิชอบมาพากล ดั่งที่คาดกระบี่สีทองกลับหยุดอยู่แค่ปลายผิวเผิน บริเวณอาภรณ์ที่ฉีกขาดมีผ้าขนสีดำปกคลุมอยู่ เฟิ่งเจี๋ยไม่จำต้องรอดูสิ่งใด มือรั้งกระบี่ที่โดนสลายพลังหมดสิ้นกลับคืน ตบเท้าหมุนวนใช้ออกซึ่งเพลงกระบี่ราชสีห์คำรามตอบโต้รังสีรุนแรงที่พุ่งตรงมาด้านหน้า

เคร้ง!

จินถึงกับแปลกใจ ดวงตาขยายขึ้นเล็กน้อย เมื่อครู่จางฮุ่ยเฟิ่งได้โอกาสสวนจึงใช้ออกด้วยท่านางแอ่นย้อนคืน ซึ่งเป็นยอดกระบวนท่าตอบโต้รวดเร็วฉับพลันปลายกระบี่พุ่งตรงไปด้านหน้า แต่กลับถูกเฟิ่งเจี๋ยรับไว้ได้หวุดหวิด

เพลงกระบี่ของเฟิ่งเจี๋ยกลับสามารถตอบโต้เพลงกระบี่ของชนเผ่าโบราณอย่างชนเผ่าวิหคได้ นับว่าเพลงกระบี่ของตระกูลเฟิ่งย่อมไม่ธรรมดาสามัญแล้ว เป็นยอดเพลงกระบี่อย่างแท้จริง!

คนทั้งคู่ไม่มีแม้แต่ช่องว่าง ทันทีที่ประทะก็โต้ตอบกันด้วยกระบวนท่ารุนแรงต่อเนื่องทันที ประมือกันไปรวมแล้วมากกว่าห้าสิบกระบวนท่า เฟิ่งเจี๋ยยิ่งต่อสู้ยิ่งมีสีหน้าคึกคักแจ่มใส ส่วนทางด้านคุณชายจางคล้ายหนังแกะกำลังเริ่มหลุดออกทีละน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าเหตุใดไม่ทราบจึงดูน่ากลัวลึกลับ ดวงตาสีเทาคมกริบดุดันขึ้นทุกคราที่เคลื่อนไหว 

...เขาคือบุตรชายที่มีใบหน้าสืบทอดจากผู้เป็นบิดามามากที่สุด

บรรดาขุนนางที่มาชมดูล้วนยืนงงงัน สายตาคล้ายเห็นแม่ทัพใหญ่จางซีสมัยยังหนุ่มอีกครา ผิดแผกตรงที่ว่านายน้อยผู้นี้ดูลึกลับมากกว่านัก ทั้งเหมือนตระกูลจาง...และไม่เหมือนตระกูลจาง

เฟิ่งเจี๋ยเหน็ดเหนื่อยเพิ่มขึ้น การใช้เพลงกระบี่ต่อเนื่องเช่นนี้นับว่าเป็นครั้งแรก เพลงกระบี่ราชสีห์คำรามกินเรี่ยวแรงเป็นอย่างมาก ยังมีอาภรณ์ประหลาดที่ฟันไม่เข้าบริเวณแขนอีก ตั้งแต่เกิดมาตระกูลเฟิ่งก็มิคิดโด่งดัง เก็บงำความสามารถ มิสนใจราชสำนักหรือยุทธภพ นับเป็นคราแรกที่พบเจอเพลงกระบี่สามารถรับมือกับวิชาบรรพบุรุษได้

รับมือ

เสียงทุ้มของจางฮุ่ยเฟิงเอ่ยขึ้น ดวงตาสีเทาคมกริบ ตัวกระบี่มูยองมีพลังหนาแน่นปกคลุมให้ความรู้สึกกดดันจนหายใจติดขัด นี่สมควรเป็นเพลงกระบี่ตัดสินของคนทั้งคู่แล้ว เฟิ่งเจี๋ยใช้กระบวนท่าสุดท้ายอันรุนแรงที่สุดแม้ว่าจะยังใช้ได้ไม่สมบูรณ์นัก ตอบโต้เพลงกระบี่ที่ดุดันทรงพลังยิ่งของคุณชายจาง

อา!” มู่ฟงผุดลุกยืนขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตา นัยน์ตาสั่นระริก นายน้อยสามารถใช้เพลงกระบี่บทสุดท้ายของตระกูลจางได้ตั้งแต่เมื่อใด อยู่ที่ขั้นใดแล้ว...นี่นับว่าก้าวกระโดดจนเกินไป ไม่ถูกต้อง...

นี่สิจึงนับว่าถูกต้อง...! ทำสัญญากับจิ้งจอกอนธการ ประมือกับยอดฝีมือมิเว้นวัน หากมิสามารถสำเร็จสูงสุดจนเป็นที่น่าพอใจแล้ว ก็นับว่าจางฮุ่ยเฟิงเป็นตัวโง่งมดั่งที่ผู้คนว่าอย่างแท้จริง

เฟิ่งเจี๋ยทุ่มเทกำลังวัดกระบวนท่าสุดท้ายก้าวเท้าไปด้านหน้า ดวงตาจับจ้องกระบวนท่าอันทรงพลังอย่างมิให้คลาด ทว่าสัมผัสอันเฉียบคมร้องดัง แต่เรื่องราวกลับชักช้าจนเกินไป เสียงประทะกระบวนท่าตอบโต้ที่ควรมีกลับเหลือเพียงความว่างเปล่า หลงเหลือบเพียงเสียงกรีดอากาศ พลันลำคอก็สัมผัสได้ถึงคมกระบี่ที่พาดเอาไว้แล้ว

ท่าเท้าอันพิสดาร การหลอกล่ออันร้ายกาจ ข้าถือว่ายอมจำนนแล้วเฟิ่งเจี๋ยยกยิ้ม เสียบกระบี่กลับเข้าฝัก หากใช้ออกยามปกติยังสามารถไล่ตามได้ทัน ประสาทสัมผัสกลับถูกเคี่ยวกรำมาเนิ่นนานด้วยแผนอันแยบยล ซ้ำยังมีรังสีกระบี่อันรุนแรงจนหลงนึกว่าอีกฝ่ายทุ่มเทเรี่ยวแรงสุดท้ายเพื่อวัดกันแล้ว

ตระกูลเฟิ่งนับว่าดี เพียงแต่เก็บงำจนอาจหลงกลผู้คนง่ายจนเกินไป

จางฮุ่ยเฟิงเก็บกระบี่เช่นกัน ใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มตามมารยาท คนทั้งคู่ทำความเคารพซึ่งกันและกันอย่างนับถือ ติดใจในเพลงกระบี่ของกันและกันมิใช่น้อย

ใครเป็นอาจารย์ของท่าน?เฟิ่งเจี๋ยกล่าวขึ้น แน่นอนว่ามิได้หมายถึงเพลงกระบี่ตระกูลจาง

จางฮุ่ยเฟิงเพียงยิ้มมิได้ตอบคำ แต่นับเป็นคำตอบในตัวมันเอง... เฟิ่งเจี๋ยถอนหายใจอย่างเสียดายบ อาจารย์ของอีกฝ่ายสมควรเป็นยอดฝีมืออันลึกลับผู้หนึ่ง จึงไม่ประสงค์ออกนาม

หากผู้อาวุโสต้องการพักผ่อน ขอเชิญไปเยี่ยมตระกูลเฟิ่งแห่งจิงหย่วนสักคราเฟิ่งเจี๋ยยกมือประสานด้วยท่าทีนอบน้อม ในใจนึกอยากสู้กับจางฮุ่ยเฟิงแบบไม่สนกติกาอีกรอบเช่นกัน

จางฮุ่ยเฟิงแสร้งหัวเราะเบาๆกล่าวหากอาจารย์ข้าได้ยินเข้าเกรงว่าจะไม่พอใจนัก อย่าได้เรียกผู้อาวุโสเลย

ข้าเข้าใจแล้ว อย่างไรถ้าว่างก็ขอเชิญท่านไปประมือกันอีก

คราหน้าเปลี่ยนเป็นบนหลังม้านับว่าเสมอกัน

คนทั้งคู่แยกย้ายกลับไปนั่งประจำที่ พวกเขาต่อสู้กันกินเวลาจึงเหลือเป็นคู่สุดท้าย บัณฑิตหนุ่มจะขานชื่อผู้ที่ผ่านเข้ารอบเพียงห้าคนเข้าไปสอบปากเปล่ากับขุนนางตำแหน่งสูงต่อ ล้วนเป็นผู้ที่ต้องตาในคำตอบข้อเขียนและมีฝีมือการต่อสู้เยี่ยมยอด

จางฮุ่ยเฟิงและเฟิ่งเจี๋ยรวมเป็นหนึ่งในนั้น บรรดาผู้เข้าสอบที่เหลือจึงพากันเดินคอตกกลับบ้านกลับเรือน ห้าคนสุดท้ายเดินตามบัณฑิตหนุ่มเข้าไปในตึกที่ชมการสอบของจักรพรรดิ บรรดาครอบครัวที่บุตรหลานตกรอบหรือผู้ชมต่างก็ทยอยกลับกันประปราย พรรคต่างๆเดินไปชักชวนผู้คนที่หมายตา ส่วนตำแหน่งจะประกาศวันรุ่งขึ้น

จางฮุ่ยเฟิงเดินตามบัณฑิตหนุ่มเข้าไป ทว่าทั้งห้าคนที่เหลือกลับถูกแยกกัน เขาเดินตามหลังบัณฑิตผู้หนึ่งมาหยุดอยู่หน้าห้องหับแสนธรรมดาสามัญ มีทหารยืนอยู่ด้านหน้าห้อง นายทหารทั้งสองต่างพยักหน้าให้เป็นการอนุญาต มือจึงเปิดบานประตูเข้าไป

มีคนผู้หนึ่งนั่งอยู่ก่อน ที่ด้านหน้ามีสำรับน้ำชาวางอยู่สองสำรับ ใบหน้าที่ประดับไปด้วยเครื่องแต่งกายสูงศักดิ์ค่อยๆยิ้มอย่างเป็นกันเอ่ย สุรเสียงนุ่มสบาย

เราพบกันอีกแล้ว

จางฮุ่ยเฟิงย่อตัวลงทำความเคารพทันที แม้จะแสร้งทำเฉยแต่ในใจกับตื่นตะลึงอย่างยิ่ง ผู้ใดจะคาดว่าตนเองจะเปิดประตูแล้วพบจักรพรรดิตี้เหินในที่แห่งนี้

จักรพรรดิตี้เหินเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงจริงจัง นั่งสิ

จางฮุ่ยเฟิงนั่งลง ภายในหวาดระแวงดวงตาสีเทาจึงทอประกายคมกริบอย่างมิได้ตั้งใจ จักรพรรดิตี้เหินก็ปั้นสีหน้าสงบไม่แพ้กัน รับสั่งเสียงดังให้ผู้คนใกล้เคียงถอยออกไปให้หมด

...พระเนตรมองประเมินบุตรชายของจางซีคนนี้อยู่ครู่หนึ่ง

เราได้ยินมาว่าเจ้าไม่ถูกกับตระกูลจางหรือ?

แม้แต่บุรุษจอมเสแสร้งยังชะงักกึก จางฮุ่ยเฟิงปรับเปลี่ยนท่าทีคลี่ยิ้มบางๆ มีเรื่องไม่ลงรอยกันบ้าง

พระพักตร์บ่งบอกว่าเข้าใจ ผู้สูงศักดิ์เงียบไปอีกครู่หนึ่งราวกับต้องการประเมิน

 “เราถามเจ้าจางฮุ่ยเฟิง เจ้าเป็นคนของรัชทายาทหรือองค์ชายจิวซาน้ำเสียงจักรพรรดิตี้เหินเรียบเฉยคล้ายมิใส่ใจ พระพักตร์ไม่เปลี่ยนคล้ายกำลังเล่าเรื่องธรรมดาสามัญ

...กลบเกลื่อนได้ แต่อย่าได้ริอาจเอามือปกปิดความจริงจากจักรพรรดิ

องค์ชายรอง

ดี!” จักรพรรดิตี้เหินตอบคำทันที รัชทายาทใจคอคิดคดคับแคบ หากให้ปกครองบ้านเมืองย่อมล่มจมเป็นแน่

นี่มันเรื่องอันใด?

แม้กระทั่งคุณชายจางก็ยังคาดเดาสถานการณ์เช่นนี้ไม่ออก เหตุใดจักรพรรดิจึงถามเรื่องเช่นนี้? เอ่ยปากด้วยเรื่องราวน่าเหลือเชื่อเช่นนี้? สมองอันชาญฉลาดคล้ายหยุดนิ่งชั่วขณะ

จักรพรรดิตี้เหินคาดเดาว่าคู่สนทนาต้องนิ่งเงียบอยู่แล้ว พระเนตรทอดมองอย่างสงบนิ่ง

เราอ่านคำตอบเจ้า เขียนได้ดี... เจ้าตอบเราอีกสักข้อหนึ่ง

โปรดถามได้เลย จางฮุ่ยเฟิงยกยิ้ม

เจ้าตอบ จักรพรรดิมีอันใดที่เรียกว่าดี มีหน้าที่ใดกันแน่?

สิ้นสุรเสียงหนักแน่น จางฮุ่ยเฟิงนิ่งไปครู่ใหญ่ คำถามเช่นนี้คล้ายออกมาจากผู้คนที่คับแค้นใจยิ่ง น้ำเสียงคับแค้นใจแน่นอนว่าชายหนุ่มย่อมรู้จักดีนัก

ท่านต้องการสิ่งใดกันแน่? นี่มิใช่การตอบคำถามสอบวาโยล่องหงส์หรอกหรือ

เจ้ารู้ได้อย่างไรว่านี่มิใช่คำถามของเจ้า

ขุนนางไหนเลยจะอาจเอื้อมวิจารณ์จักรพรรดิ จางฮุ่ยเฟิงเงยหน้าสบสายตากับพระเนตรอันอบอุ่นของจักรพรรดิตี้เหิน จนกระทั่งมีทีท่าอ่อนลง

จักรพรรดิตี้เหินผายมือไปรอบๆ เจ้าดู อันว่าจักรพรรดิครอบครองแผ่นดิน...วลีนี้ล้วนแต่เลื่อนลอย แผ่นดินเป็นของตระกูลจางปกปักษ์ เงินตราเป็นของตระกูลฮาถือครอง ปากท้องของประชาเป็นตระกูลเซกัลกำหนด ชะตากรรมของขุนนางภักดีเป็นตระกูลซินขีดเส้น แม้กระทั่งพระชายา...เรายังต้องตบแต่งคนของตระกูลลี่

อันว่าจักรพรรดิครอบครองแผ่นดินจริงหรือ?

...อันว่าจักรพรรดิหรือเสาหลักอย่างตระกูลใหญ่

จางฮุ่ยเฟิงนิ่งไปด้วยมิอาจตอบคำ เรื่องราวเช่นนี้ไหนเลยจะรู้มาก่อน ต่อให้กองกำลังดอกรักมีกำลังนับพัน สายข่าวนับแสนก็มิอาจรู้เรื่องภายในใจจักรพรรดิได้

จักรพรรดิตี้เหินถอนหายใจ เรามีเรื่องไหว้เจ้า จงเป็นกำลังให้จิวซา มิอาจให้รัชทายาทครองบัลลังก์โดยเด็ดขาด

จางฮุ่ยเฟิงยอมรับปาก อย่างไรหากปล่อยให้รัชทายาททำแคว้นไตรนภาล่มจมก็มิถือเป็นเรื่องดีเช่นกัน ใบหน้าหล่อเหลาลังเลเล็กน้อย แต่ก็เอ่ยออกมา

ตำแหน่งรัชทายาทท่านเป็นคนแต่งตั้ง

ใช่ เราเป็นคนแต่งตั้งผู้สูงศักดิ์ตอบทันที แต่เรามิใช่คนเลือก ตระกูลเซกัล ตระกูลจาง ตระกูลลี่... สามในห้าแห่งตระกูลใหญ่เลือกรัชทายาทคนนี้ เราสามารถแต่งตั้งจิวซาได้หรือ? ยังมิกล่าวว่าแม้กระทั่งผู้เป็นมารดายังเลือกซิ่นหลิง

จักรพรรดิตี้เหินทอดพระเนตรเอ็นดู เขาคล้ายกับเจ้ายิ่ง

เดิมทีไม่ว่าผู้ใดต่างก็คาดเดาว่าเป็นเหตุผลนี้

สำหรับสามตระกูลใหญ่ย่อมเป็นเหตุผลนี้ รัชทายาทมีสัตว์วิเศษระดับสูง ส่วนทางจิวซาคล้ายกับเจ้า พวกเจ้าต่างเพิ่งมีสัตว์วิเศษตัวแรกตอนอายุไล่เลี่ยกันไม่กี่ปี…”

 

จินยืนอยู่กับมู่ฟงมาได้ครึ่งชั่วยามแล้ว แม้กระทั่งเฟิ่งเจี๋ยยังออกมาก่อน...เดินมาพร้อมกับเฟิ่งหลินร่ำลากันเป็นที่เรียบร้อย ถึงกระนั้นคนที่พวกเขาเฝ้ารอคอยก็ยังไม่ออกมา

คนทั้งคู่ยืนอยู่อีกสักพักใหญ่ ก่อนจินจะเหลือบสายตาไปมองที่ด้านหนึ่ง เอ่ยกระซิบเสียงเบากับมู่ฟง

เจ้ารู้จักยอดฝีมือทางด้านนั้นหรือไม่

มู่ฟงมองไปตามทางที่จินบอก พบว่าอีกฝ่ายกำลังมองมาเช่นกัน... ดวงตาดุจสัตว์ร้ายจับจ้องไม่วางตา พวกเขาต่างรู้กันเองได้ในใจ มือเคลื่อนเข้าใกล้อาวุธอย่างเผลอไผล

...ในบรรดาคนทั้งหมดทีนี้ ต่างฝ่ายนับว่ามีฝีมือกล้าแข็งที่สุด

คนของพรรคตัดสุริยันมู่ฟงเอ่ยเสียงเคร่งเครียด น่าจะเป็นผู้อาวุโสอันใดของมันสักคน

จินและบุรุษลึกลับต่างมิมีใครกล้าวางใจ สายตาจับจ้องกันตลอด มือจับด้ามกระบี่แน่น มู่ฟงส่งสัญญาณให้กองกำลังลับเตรียมพร้อม พลันมีเสียงก้าวเดินและน้ำเสียงอันคุ้นเคยดังมาเสียก่อน

อย่าได้ตอแย มิแน่พวกมันอาจมาหารัชทายาท

จางฮุ่ยเฟิงเดินออกมาด้วยท่าทีปลอดโปร่ง มือฉวยดึงให้จินเดินตามไป มู่ฟงยามนี้จางชิงฟงคงมิได้อยู่ในตึกตระกูล เจ้าไปดักรอเป้าหมายที่เดิม

มู่ฟงรับคำแต่ยังไม่จากไปในทันที องครักษ์หนุ่มเดินไปส่งคนทั้งคู่ที่คอกม้าเสียก่อน รอคนจินกับจางฮุ่ยเฟิงออกจากบริเวณวังหลวง รับฟังรายงานลับจนวางใจจึงได้เร้นกายจากไป

...โดยที่คล้อยหลังเพียงไม่ถึงครึ่งก้านธูปก็ปรากฏร่างระหงของอิสตรีผู้งดงาม ใบหน้าอ่อนหวานราวกับมวลดอกไม้ผลิบาน เกสรส่งกลิ่นหอมอ่อนๆยั่วเย้าผู้เฝ้ามอง ทว่ากลับมีความดุร้ายของหนามประดับอยู่เช่นเดียวกัน... นางก้าวเดินตรงมาอย่างรีบร้อนพร้อมผู้ติดตามอีกสองสามคน ใบหน้ามองซ้ายขวาราวกับต้องการหาสิ่งใด

คล้ายกัน...คล้ายกันอย่างยิ่ง พวกเจ้าเห็นหรือไม่?

ผู้ติดตามทั้งหลายมองหน้ากันพลางส่ายศีรษะ ข้ามีตาหาได้มีแววไม่ มิสามารถเห็นดั่งท่าน

แม่นางผู้สูงศักดิ์มีสีหน้าขุ่นเคือง นางมองหาอีกสักพักหนึ่งจึงถอดใจ ขยับหันหลังกลับไปทางเดิม อาภรณ์สีฉูดฉาดสวยงามลากยาวเกือบจรดพื้น ดึงดูดตนเองให้เป็นเป้าสายตา

หากไม่พบเจออีกก็แล้วกันไป กลับไปทำธุระของเราต่อเถิด

บรรดาผู้ติดตามรีบคำนับ รับคำเสียงหนักแน่น แล้วแต่ท่านผู้นำตระกูลต้องการ

 

คุณชายจางผู้ผ่านพ้นการสอบมาอย่างเหน็ดเหนื่อยกลับมาถึงจวนก็นั่งให้แพทย์อย่างเสี่ยวผานจัดการบาดแผลให้ พลางเล่าเรื่องสนทนากับจักรพรรดิตี้เหินในวันนี้ ที่ด้านข้างยังมีจิ้งจอกแสนซุกซนมือจับอาภรณ์ที่ติดใจสงสัยขึ้นมอง

เหตุใดยอดกระบี่กับยอดเพลงกระบี่จึงฟันสิ่งนี้ไม่เข้า?

จางฮุ่ยเฟิงอยากจะขยับตัวแต่มิสามารถกระทำ จึงได้แต่หัวเราะเบาๆ มันเป็นเกราะขนที่ทำจากวัตถุดิบชั้นดี

พอได้ยินเช่นนี้แม้กระทั่งเสี่ยวผานก็ยังสนใจ แพทย์หนุ่มวางยาในมือลง ก่อนก้มลงมามองเกราะอ่อนด้านในที่พันแขนคุณชายจางเอาไว้ นิ้วเรียวลูบจับดูจึงพบว่าคุ้นสัมผัสอย่างยิ่ง... ผิดกับจินที่นิ่งงันไปครู่หนึ่ง

นี่มันขน...

ขนของเจ้าจางฮุ่ยเฟิงตอบที่เหลือให้ทันที

เสี่ยวผานมองอย่างแปลกใจ ขนของจิ้งจอกอนธการย่อมมิสามารถฟันเข้าได้อย่างง่ายดาย

นี่ไม่ถือว่าเจ้าโกงหรอกหรือจินขมวดคิ้ว รู้สึกแปลกเล็กน้อยที่ถูกเก็บขนเอามารวมเป็นเกราะอ่อน

จางฮุ่ยเฟิงคลี่ยิ้ม กลโกงนับเป็นอุบายอย่างหนึ่ง

เจ้าหมาป่าโง่งมตัวนี้! ปกติแล้วบนแคว้นเช่นนี้สมควรสู้อย่างมีศักดิ์ศรีนักรบมิใช่หรือ? ...จินยังไม่ทันเอ่ยปากติเตียนการประมือเหลวไหลในวันนี้ของลูกศิษย์ ขวดยาของเสี่ยวผานกลับถูกคว้าเก็บไปเสียก่อน จางฮุ่ยเฟิงดึงมือเขาให้ตามไปกล่าวไล่หลังให้แพทย์หนุ่มที่ยืนงุนงงอยู่

ขอบใจเจ้าเสี่ยวผาน ข้าขอตัวไปพักผ่อนก่อน

เสี่ยวผานนิ่งอยู่สักครู่หนึ่ง พลันนึกเรื่องราวไปไกล เอ่ยด้วยน้ำเสียงเขินอายตอบ

“…พวกเจ้าอย่าลืมใช้ของขวัญจากข้านะ

...ถึงแม้จะเป็นประโยคแผ่วเบาแต่คนทั้งคู่ก็ได้ยิน แน่นอนว่าเรื่องราวมิได้ไปไกลดั่งที่เสี่ยวผานคาดคิด

                มีเพียงการถูกรั้งดึงไปกอด ผลักลงบนเตียงนอนนุ่ม

                ช้าก่อน ข้ามีเรื่องข้องใจจะถามตั้งหลายอย่าง...อื้มม... จินอ้าปากต้องการที่จะถาม แต่ก็ถูกฉวยโอกาสปิดปากด้วยรสจูบอันเคลิบเคลิ้ม ฝ่ายหนึ่งพยายามหนี ส่วนอีกฝ่ายไล่ต้อนพัวพันกลายเป็นความร้อนที่พวยพุ่งขึ้น

                จางฮุ่ยเฟิงจูบเบาๆ บนลำคอของจิ้งจอกแสนรัก ตำแหน่งเดียวกับตราประทับอันชื่นชอบ

                เรื่องราวอื่นไว้ยามข้าตื่น...

                กล่าวถึงเท่านั้นคุณชายจางก็นอนลง มือกอดอุณภูมิร่างกายอันคุ้นเคยที่นอนเคียงข้างมาหลายปี ดวงตาสีเทาหลับลงต้องการพักผ่อน ครุ่นคิดเรื่องราวในวันนี้ให้ถี่ถ้วนมากขึ้น...

...ที่แท้พักผ่อนก็ต้องการพักผ่อนจริงๆ



                                             


#TALK WITH LLwuda

          สุดท้ายเวลาใกล้ๆเดิมค่ะ เลยวันอังคารมาจนได้55555 ตอนนี้อาจพบเจออะไรแปลกๆเช่นคำผิด บอกได้นะคะ พิมพ์กลางคืนแล้วเบลอๆ อ่านทวนแล้วแต่เผื่อหลุดรอดสายตา มีอะไรติได้เสมอค่ะ 

 

          แล้วพบกันค่ะ ^^

 

PS. ตัวเรายังไม่ได้ความคืบหน้าอะไรเพิ่มเติมจากสนพ.นะคะ ถ้าได้แล้วจะมาแจ้งค่ะ สนพ.โลโก้คล้ายๆรูปหัวใจ(เสียงกระซิบจากสายลม) 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 405 ครั้ง

134 ความคิดเห็น

  1. #8216 PaulaPum (@yukiko12) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 13:58
    เอาเวลาไหนไปนั่งเก็บขนอะ ถามจริง55555 มันต้องเยอะขนาดไหนถึงเอาไปทำเป็นเกาะได้
    #8216
    0
  2. #8147 SudaratYo (@SudaratYo) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 22:21
    จองเสี่ยวผานนะคะ อิอิ
    #8147
    0
  3. #8087 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 16:43

    สงสัยเหมือนกันว่าจะมีลาสบอสที่ฝีมือทัดเทียมกับจินโผล่มามั้ย ผู้หญิงคนนั้นคือผู้นำตระกูลหนิ น่าจะไม่ใช่ลี่ชิวหงมะ เพราะพูดว่าคล้าย คงหมายถึงคล้ายกับชิวหง

    #8087
    0
  4. #7994 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 21:35
    เก็บขนเจ้าจิ้งจอกมานานเท่าไหร่แล้วหืมมม มีอารมณ์ขันดีอ่ะ เสี่ยวผานนับวันยิ่งน่ารักน่าเอ็นดู 5555
    #7994
    0
  5. #7951 chalillxx_ (@chalillxx_) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 18:02
    ครั้งแรกที่พักผ่อนจริง
    #7951
    0
  6. #7817 LuckyStar1006 (@AinSuchada) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 21:01
    สู้กันมันมากกกก ถ้าจางฮุ่ยเฟิงได้เรียนรู้วิชากระบี่จากตระกูลเฟิ่งเพิ่มไปอีกจะเก่งขนาดไหนน้อออ
    #7817
    0
  7. #7770 lapis (@cirrus) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 18:56
    ไปแอบตัดขนมาตอนไหนนนน
    #7770
    0
  8. #7704 Hazel_9502 (@pookiejj) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 13:55
    โอ้ยย ไม่ไหวเลี้ยววเขินๆๆๆ เสี่ยวผานก็นะ ขำโว้ยย
    #7704
    0
  9. #7682 Peachz. (@BowSK) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 17:07

    เอ็นดูเสี่ยวผานนน นายยังมีนิสัยเก่าอยู่สักนิดสินะ เอ็นดู้๊
    #7682
    0
  10. #7657 SPDDP Dayn (@pernar) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 22:55
    เสี่ยวผานรู้กกกกกกกกก
    #7657
    0
  11. #7322 CieloCielo (@CieloCielo) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 20:26
    องค์ชายเพิ่งมีสัตว์วิเศษ คงไม่ใช่ว่าจิ้งจอกเงินเพื่อนรัก(?)ของจินนะ
    #7322
    0
  12. #7284 Plankton J (@jthida) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 12:54
    เสี่ยวผานลูกแม่55555555
    #7284
    0
  13. #7191 pick-17 (@pick-17) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 08:38
    เจ้ากลายเป็นคนลามกตั้งแต่เมื่อใด เสี่ยวผาน
    #7191
    0
  14. #7077 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 03:47
    เสี่ยวผานน้อย555555
    #7077
    0
  15. #6081 junjou (@junjou) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 05:16
    เดาว่า everY นะคะ
    ไม่ว่าจะสนพ.ไหนก็จะรอซื้อนะคะ *0*
    #6081
    0
  16. #5949 นกฮูก (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 18:13
    เมื่อไหร่จะเห็นจินบู้แบบเลือดสาดในงานนี้มั่งอะ คิดถึงจิ้งจอกเงินอยากมีโมเมนท์จิ้งจอกเงินอ้อนจินแล้วจางฮุ่ยเฟิงหึง
    #5949
    0
  17. #5704 Butterfly DN. (@babyll) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 04:43
    แม่นางผู้นำตระกูล ใครอ่ะ? ตระกูลลี่หรอ ที่บอกว่าคล้ายนี่คือแม่นางลี่ชิวหงกับจินใช่ป่าวอ่ะ // สัตว์วิเศษขององค์ชายรองนี่ทำไมเราสังหรณ์ใจว่าจะเป็นหมาป่าเงิน 555
    #5704
    0
  18. #5477 ขนมหวานนมสด (@mikilovesj) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 09:21
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านค่ะ
    #5477
    0
  19. #4896 นุงแมว ^^ (@nuiland) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 11 เมษายน 2559 / 10:09
    รู้สึงสงสารจักรรพรรดิแฮะตำแหน่งใหญ่โตแต่ทำไรไม่ได้เบยยยยยT^T
    #4896
    0
  20. #4449 KERO (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 9 มีนาคม 2559 / 13:49
    หมาป่าหุ้มหนังแกะ จิ้งจอกหน้าหยก อิอิ โดนหมออวยพรให้ของขวัญแต่งงาน อะไรน๊าของขวัญ
    #4449
    0
  21. #4448 manat34602 (@manat34602) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 9 มีนาคม 2559 / 04:09
    ยังคงรอฉากจินโมโห แปลงร่างไล่ตบพวกมัน ไม่ค่อยเห็นจินแปลงร่างสู้เลย
    #4448
    0
  22. #4445 นางฟ้าดาวตก (@paninnon) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 21:31
    นักอ่านใหม่ค่ะ สนุกมาเลยค่ะ ขอบคุณนะค่ะ
    #4445
    0
  23. #4444 Zorasan (@Zorasan) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 20:59
    ชอบมากเลยค่ะ แม่นางลี่เป็นแม่ของจินใช่ม่อยยยยยย~(เดา -.,-) มาต่อไวๆน่า รอรอรอรอ
    #4444
    0
  24. #4441 ..miran.. (@miranti) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 18:40
    เขาหวานกันบ่อยจริงๆ

    /ยังคงรอเจ้าจิ้งจอกสีเงิน เมื่อไรจะโผล่มาาา >.<
    #4441
    0
  25. #4440 ..miran.. (@miranti) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 18:38
    สนุกค่ะ ติดตามๆ ><~
    #4440
    0