✦ อนธการจิ้งจอก ✦ BL, YAOI [END]

  • 99% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 515,962 Views

  • 8,337 Comments

  • 13,675 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    7,200

    Overall
    515,962

ตอนที่ 46 : สัญญาณสุดท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13057
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 334 ครั้ง
    13 เม.ย. 59


ความเดิมตอนที่แล้ว

ดวงตาดุจสัตว์ร้ายเบนกลับไปมองด้านหน้า จินมองเห็น... หนึ่งในกลุ่มคนที่เขาเดินสวนในงาน กลุ่มคนที่จ้องมองขบวนแห่วาโยล่องหงส์จากที่ไกลๆ

ยอดฝีมือผู้นั้นอยู่ในตึก คล้ายกำลังจ้องมองมาทางนี้เช่นเดียวกัน

 

ผู้ใดก็ไม่ควร...ไม่สมควรก้าวเข้ามาบนกระดาน

คุณชายจางผู้นี้ เรื่องที่มิควรไปเกี่ยวข้องด้วยที่สุดคือจิ้งจอกแสนรักของเขา 






 


บทที่ 42

สัญญาณสุดท้าย

 

 


เฮอะ สุดท้ายแล้วเจ้ามันก็แค่ดื้อดึงเท่านั้น

ปล่อยมันไว้ ดูว่ามันจะสามารถทานทนได้อีกเท่าใด

เจ้าไม่บอก สหายเจ้าไม่มา ก็ได้แต่จบชีวิตลงในมือพวกเราแล้ว ถุ้ย!”

เงาสูงใหญ่ปรากฏเลือนรางอยู่ในห้องขัง พวกมันมีกันสี่คน ร่างกายสวมชุดประจำพรรคตัดสุริยัน ถ่มน้ำลายใส่บางสิ่งบางอย่างบนพื้นห้องขังอันเย็นเฉียบ ขยับปลายเท้าเหยียบย่ำคล้ายต้องการให้ทรมานอย่างยิ่ง ทว่าเมื่อไร้การตอบโต้จากอีกฝ่ายพวกมันก็เบื่อหน่ายจนเลิกราไป

จนกระทั่งในห้องขังเหล็กกล้าเงียบสงัดอีกครา

เสี่ยวผานค่อยๆฝืนลืมตาที่หนักอึ้งขึ้น ร่างกายเจ็บปวดรวดร้าวไปทุกส่วน แพทย์หนุ่มวิเคราะห์คร่าวๆก็ทราบว่าตนเองกระดูกซี่โครงร้าวถึงอวัยวะภายใน เวลายาวนานที่ผ่านมามิอาจทราบว่ากี่วันคืนผ่านพ้น ล้วนถูกเคี่ยวกรำทั้งภายในและภายนอกร่างกายจนแม้แต่อ้าปากก็มิอาจเปล่งเสียง

สิ่งที่พวกมันต้องการมีเพียงอย่างเดียวเบาะแสของจิน

เขาจะหักหลังจินได้อย่างไร

แม้จะถูกเคี่ยวกรำจนตาย ไหนเลยจะทรยศสหายของตนเองได้? พรรคตัดสุริยันใช้ทัณฑ์ทรมานแก่เสี่ยวผานเพื่อให้สารภาพ บุญคุณจินต่อเสี่ยวผานหากมองในมุมของผู้ที่ถูกเก็บมาเลี้ยงแล้ว มิต่างอันใดไปจากคำกล่าวที่ว่ายิ่งใหญ่ดั่งขุนเขา น่าเสียดายที่ในสภาพถูกล่ามไว้ทั้งแขนขา แพทย์หนุ่มมิสามารถปลิดชีพตนเองเพื่อตัดไฟแต่ต้นลมได้

พรรคตัดสุริยันมิได้โง่เขลา พวกมันเชื่อว่าหากคุมขังเสี่ยวผานเอาไว้ คนที่พวกมันต้องการย่อมปรากฏตัวแน่นอน

แค่ก! แค่ก!”

เสี่ยวผานได้แต่แค่นยิ้มให้กับความประมาทของตนเอง แต่เพราะยิ้มขึ้นมาดั่งที่คิดเลือดบริเวณปากจึงติดขัด มือกับเท้าถูกล่ามด้วยโซ่เหล็กกล้า หอบไอหนึ่งคราปวดร้าวจนต้องหลับตาแน่น

อย่าเพิ่งถอดใจ

เสียงแหบพร่าเหนื่อยอ่อนดังขึ้นมาจากห้องขังด้านข้าง เสี่ยวผานอยากตอบคำแต่มิสามารถอ้าปากเปล่งเสียงได้ อวัยวะภายในบอบช้ำเกินกว่าจะสามารถกลืนน้ำลายลงคอเสียด้วยซ้ำ

เจ้ากับข้ามีวาสนาต่อกันเสียจริง เรื่องนี้ต้องโทษโองการสวรรค์แล้วเฮ้อ

ชายวัยกลางคนถอนหายใจ ถึงแม้ว่าจะสามารถพูดคุยได้แต่สุ้มเสียงนับว่าอ่อนแรงอย่างยิ่ง มือเท้าถูกจองจำด้วยโซ่เหล็ก ร่างกายยังไม่ได้บอบช้ำมากนัก เพียงแต่อ่อนล้าเพราะถูกกักขังจนอดอาหารเท่านั้น เสี่ยวผานรู้จักชายห้องขังด้านข้างดียิ่ง หากมิใช่เพราะลูกกลอนของคนผู้นี้ เขาไหนเลยจะถูกหลอกให้กลืนยาจนหมดสติได้?

สำหรับผู้ฉวยโอกาสวางยาในน้ำชา หากจะกล่าวว่าผิดหวังคงเป็นเช่นนั้น แต่กลับไม่รู้สึกโกรธเกรี้ยวแม้แต่น้อย

ชายผู้นี้คือบุรุษที่เขาเพิ่งรู้ฐานะหลังจากถูกจับมาร่วมชะตากรรมเดียวกัน ยาลูกกลอนที่หลอมสมบูรณ์แบบอย่างยิ่ง ไร้สี ไร้กลิ่น ไร้สัมผัสจนมิอาจทราบ ผู้ที่หลอมยาได้ระดับนี้ย่อมเป็นเทพเยียวยาหิมะหงส์ยอดโอสถแพทย์ลึกล้ำ แพทย์ลำดับหนึ่งในแคว้นผู้ที่มีวิชาแพทย์เลิศล้ำที่สุดและหาตัวจับยากที่สุด

            ข้าขออภัยเจ้าด้วย…”

                …นั่นเป็นคำกล่าวสุดท้ายที่เสี่ยวผานสามารถได้ยิน  ใบหน้าของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความจำเป็นและอดกลั้น สายตาที่มองมาครั้งสุดท้ายเจ็บปวดอย่างยิ่ง ราวกับนางได้ทรยศสิ่งที่นางเชื่อถือมากที่สุด

                สตรีผู้ที่วางยาในน้ำชาของเขาบุตรธิดาของเซวียนไป๋เฮ่อเทพเยียวยาหิมะหงส์แห่งแคว้นไตรนภา มีนามว่าเซวียนเจียงฉวี่ หรือก็คือท่านหมอน้อยแห่งจิงหย่วนนั่นเอง

นางเคยถูกจินช่วยเหลือเอาไว้หนึ่งครั้ง รอจนเมืองหลวงปลอดภัยจึงเดินทางกลับไปหาบิดา คาดไม่ถึงว่าเพื่อตามหายอดฝีมือลึกลับแล้ว พรรคตัดสุริยันถึงกับทุ่มแรงมิใช่น้อยเพื่อค้นหานางกระทั่งพบเจอเทพเยียวยาหิมะหงส์ด้วย

จับบิดาเป็นประกันขู่บังคับบุตรธิดา นับเป็นวิธีการของตัวชั่วช้าสามานย์

เซวียนเจียงฉวี่ไหนเลยจะรู้จักจินได้? แต่นางจดจำได้ นาเทียนตงเคยเล่าว่าตอนไปเรือนของผู้มีพระคุณนั้น มีแพทย์ชื่อเสี่ยวผานทำท่าทีเหมือนรู้จักนาง ดังนั้นจึงสามารถจดจำได้ทันทีท่านหมอน้อยอับจนหนทาง มิสามารถเห็นบิดาถูกเคี่ยวกรำเป็นเวลานานได้ จึงกลั้นใจพร้อมน้ำตาอ้าปากอาสาไปตามหาเสี่ยวผานในที่สุด

                มิว่าใครต่างก็คาดไม่ถึง เสี่ยวผานถูกทัณฑ์ทรมานมากมาย อีกทั้งยังถูกบังคับให้ดื่มยาพิษ ทุกๆวันจะออกฤทธิ์ทำให้ทุกทรมานดั่งร่างกายแตกเป็นผุยผงจนอวัยวะภายในบอบช้ำไปหมด แต่แพทย์หนุ่มน่านับถือกว่านางยิ่ง ยอมตายมิยอมทรยศ ไม่แม้แต่จะอ้าปากสักเพียงเล็กน้อย ดวงตาแข็งกร้าวไม่ย้อมแพ้

            บนโลกนี้เสี่ยวผานจะหักหลังผู้ใดก็ได้ แต่นั่นย่อมไม่ใช่จินเด็ดขาด!

 

                ดวงตาดุจสัตว์ร้ายกวาดมองนักบู๊มากมายตรงหน้า จำนวนคนของพรรคตัดสุริยันมีมากกว่าที่คาดคิด เดิมทีจินคาดเดาว่าที่นี่ถูกสร้างไว้พักพิงชั่วคราว แต่จำนวนคนมากมายเช่นนี้เรื่องราวย่อมมีลับลมคมในมิอาจชี้ชัด

                หัวหน้าท่านรอที่นี่ ให้ข้าเป็นตัวล่อ

                กองกำลังลับกล่าวด้วยความมั่นใจ มือจับกระบี่เตรียมพร้อม ภายใต้หน้ากากจิ้งจอกนั้นมิอาจคาดเดาสีหน้าอารมณ์ได้ ชุดสีดำสนิทกับหยกรูปดอกรักแกว่งไกวทำให้ดูลึกลับและยิ่งใหญ่เพียงแค่มองผ่านคราแรก

                ตกลง

                สิ้นเสียงอนุญาต คนลึกลับในชุดสีดำสนิทก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหน้ากลุ่มคนทันที ย่ำฝีเท้าตรงเข้าไปทางด้านหน้าอย่างมั่นใจราวกับผึ้งแตกรัง บรรดาศิษย์มากมายของพรรคตัดสุริยันพุ่งเข้าหาคนเพียงคนเดียวอย่างรวดเร็ว พวกมันไม่มีแม้แต่ยางอาย ในใจหวังว่าจับผู้บุกรุกที่ผู้อาวุโสต้องการได้ อนาคตย่อมได้รับการส่งเสริมแน่นอน

พริบตาเดียวจินก็มิอาจมองเห็นอีกฝ่ายได้อีก คลื่นมนุษย์มากมายบดบังสายตา

จินขยับเคลื่อนไหวสวมหน้ากากสีเงินเข้าที่ใบหน้า มีคนเห็นใบหน้าเขามากเกินไป พรรคตัดสุริยันอาจโยงไปหาจางฮุ่ยเฟิงได้ มือเรียวค่อยๆดึงกระบี่เล่มงามออกมาอย่างเชื่องช้า แสงสีสว่างและไอเย็นที่ล้อมรอบส่งประกาย

บุรุษรูปงาม กระบี่สูงศักดิ์ ท่วงท่างดงามดั่งเทพสวรรค์ แต่กลิ่นอายกลับเยือกเย็นดั่งมัจจุราชคร่าชีวิต

เพียงครู่เดียวร่างกายก็สลายหายไปราวกับหมอกควัน จินผลุ่บโผล่เป็นระยะ เจอคนของพรรคตัดสุริยันทีก็ลงกระบี่คร่าชีวิตอีกฝ่ายที เขามองไม่เห็นกองกำลังลับผู้นั้นแล้ว ได้แต่ขอบคุณในความเสียสละของอีกฝ่าย การเข้าถึงตึกด้านในจึงได้เรียบง่ายเช่นนี้

ปากกล่าวว่าเรียบง่าย แต่กระบี่ซีอิ่งกลับชุ่มเลือดดุจอาบโลหิตแทนน้ำ

แม้เป็นเพียงชนชั้นปลายแถว แต่ก็นับว่าสามารถทำให้เหน็ดเหนื่อยเช่นกันในจำนวนคนที่มากกว่า จินสะบัดกระบี่สังหารกลุ่มหน้าประตูไปมากกว่าสิบชีวิต เขาเดินเข้าไปในตึกสูง บรรดาพรรคตัดสุริยันต่างมีมาไม่จบสิ้น เพียงสามชั้นก็สังหารไปมากมายจนมิอาจนับ

ใช่แล้วตั้งแต่ก้าวเท้าเหยียบเข้ามา เขามิมีช่วงที่สามารถวางกระบี่ได้เลย

ก้าวขึ้นชั้นที่สี่ก็มีผู้คนออกมาต้อนรับ ก้าวขึ้นชั้นที่ห้าก็มีกลุ่มคนมากมายออกมาต้อนรับ แต่ละชั้นล้วนเก่งกาจมากขึ้นเรื่อยๆ พลังปราณมิใช่อ่อนด้อยเลยแม้แต่น้อย จินรู้สึกราวกับตนเองกำลังไต่หอคอยที่มีผู้คุมประจำแต่ละชั้น

จิ้งจอกในร่างมนุษย์มิอาจคงสภาพคุณชายรูปงามใสสะอาดได้อีกต่อไป ตามร่างกายเปรอะเปื้อนรอยเลือดจนย้อมสีอาภรณ์แดงฉาน แม้แต่เส้นผมสีดำก็ยังมีคราบเลือดติดเช่นเดียว

และนั่นทำให้หงุดหงิดอย่างมาก เงินที่จ่ายออกให้บรรดาของบำรุงเส้นขนมากมายเท่าใด การที่เส้นผมเงางามต้องมีเปรอะเปื้อนเช่นนี้ ทำให้ใบหน้าดุขุ่นมั่วมากขึ้นกว่าเดิม รวมกับอาภรณ์ที่ชุ่มไปด้วยโลหิตมากมายแล้วเป็นดั่งมัจจุราชจากขุมนรกอย่างแท้จริง

บรรดาผู้คนที่ตาย พวกเขาต่างมิทราบหน้าตาผู้กระทำรวมถึงมิอาจทราบด้วยซ้ำว่าพวกเขาตกตาย

ลงมือแต่ละครั้งรวดเร็วรัดกุม เพลงกระบี่นางแอ่นหวนกลับเป็นยอดกระบี่ที่มองผิวเผินคล้ายเป็นเพลงกระบี่คอยตั้งรับ แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นยอดกระบี่มือสังหาร หลอกล่อ หยอกเย้า สวนกับด้วยความเฉียบขาด มอบความตายแก่ผู้คนดั่งชื่อนางแอ่นหวนกลับ

จินดึงกระบี่ออกจากร่างนักบู๊คนสุดท้าย เลือดข้นทะลักออกจากบาดแผล ใบหน้างามที่นิ่งเฉยเริ่มปรากฏเหงื่อซึมเล็กน้อย รองเท้าหรูเหยียบร่างไร้ชีวิตที่ล้มลงเดินต่อไป เขาได้ยินคนของอีกฝ่ายสนทนากันด้วยความรีบร้อน พวกมันต่างตะโกนเสียงดังบ้าง กระซิบเสียงเบาบ้าง

พวกมันกล่าวว่ามีนักโทษอยู่ด้านใน ให้รีบพาตัวไปที่อื่น

หรือไม่ก็สังหารทิ้งเสีย

ดวงตาสีสว่างหรี่ลง สะบัดมือใช้ออกท่วงท่าเพลงกระบี่นางแอ่นลวงตา ปรากฏเงากระบี่แยกเป็นหลายสาย พริบตาที่มันเคลื่อนไหวต้องปรากฏร่างไร้วิญญาณล้มลงไปทดแทน แหวกทางให้ผู้บุกรุกขึ้นตรงเข้าสู่ชั้นสูงสุดของตึก เลือดมากมายไหลเจิงนองพื้นจนคล้ายลำธาร ซากศพทอดยาวไร้การเหลียวแล ทุกเยื้องก้าวที่ผ่านดุจสนามรบ

กลิ่นอายมิต่างจากสงครามแม้แต่น้อยหากมิเด็ดขาดลงมือ ก็เป็นเราจบสิ้น

ในที่สุดจิ้งจอกมัจจุราชก็มาถึงห้องคุมขัง สถานที่เพียงแห่งเดียวที่ยังเหลือผู้รอดชีวิตภายในตึก กระบี่ซีอิ่งตัดแม่กุญแจแยกเป็นสองส่วน คนด้านในขยับตัวเล็กน้อย แขนค่อยๆดันร่างตนเองขึ้นจากพื้น หันใบหน้ามาอย่างเชื่องช้า

นาเทียนตง…”

เสียงที่หลุดรอดมาแผ่วเบายิ่ง อาจเรียกว่านาเทียนตงหรืออาจเรียกว่ามิใช่นาเทียนตงอีกต่อไป คุณชายเจ้าสำราญคนเดิมหายไปหมดสิ้น ถึงกระนั้นพอเห็นใบหน้าผู้มาเยือน รอยยิ้มเสเพลก็ยังยกขึ้น

จินขยับเข้าใกล้ เดินได้หรือไม่?

น่าเสียดายอย่างยิ่งที่อีกฝ่ายส่ายหัว นาเทียนตงยังคงพยายามทำตัวเหมือนปกติ ถึงแม้ว่าสภาพภายนอกจะทรุดโทรมยิ่งกว่าขอทานข้างถนน ทว่าคุณชายเจ้าสำราญผู้นี้มีดวงตาแห่งความแค้น เขายังไม่ยอมจำนน อีกทั้งยังไม่คิดหวังว่าจะตาย ค่อยๆเผยอริมฝีปากออกอย่างยากลำบาก

                “…ทิ้ง

ถ้อยคำอ่อนแรงถูกส่งออกมาราวกับชีพจรเส้นสุดท้าย จินหรี่ตาไม่พอใจ เขามาถึงตรงนี้เพื่อมาช่วย มิได้จะมาทิ้งผู้ใดไว้ทั้งนั้น สภาพของอีกฝ่ายคาดว่าทิ้งไว้อีกเพียงหนึ่งวันก็จบสิ้นกันแล้ว

อ้าปาก

จิ้งจอกในร่างมนุษย์เอ่ยเสียงเรียบ มิรอให้ตอบคำ ปลายกระบี่คมเฉือนเข้าที่ปลายนิ้วตนเอง เลือดข้นหยดลงมาจากบาดแผลราบเรียบจินจัดการยัดนิ้วตนเองเข้าริมฝีปากที่อ่อนแรง เขารังเกียจแน่นอนแต่นี่ถือเป็นความจำเป็น เวลาลงภาคสนามก็มีเหตุการณ์จำพวกนี้อยู่บ้างเช่นกัน

นาเทียนตงมองอย่างตื่นตะลึง ดวงตาสะท้อนความสงสัย แต่พอถูกสายตาดุมองใส่ก็ยินยอมทำตามความต้องการแต่โดยดี หากเป็นเรื่องที่จินสั่งให้ทำ ต่อให้กระโดดหน้าผา เพื่อตอบแทนหนี้บุญคุณเกรงว่าสามารถกระทำทั้งสิ้น

รอจนเห็นสีหน้าอีกฝ่ายดีพอสมควรแล้วจึงได้ดึงนิ้วออกมา เศษผ้าเล็กๆแถวนั้นถูกนำมาพันนิ้วไว้ให้เลือดหยุดไหลชั่วคราว จินโยนลูกกลอนที่หยิบติดมาให้นาเทียนตง ลูกกลอนพวกนี้ก็คล้ายยาสมุนไพร มันช่วยฟื้นฟูได้แต่ช่วยชีวิตคนไม่ได้ อีกทั้งกว่าจะออกฤทธิ์ใช้เวลาพอสมควร เขาไม่ได้ใจเย็นถึงขนาดรอคอยในยามนี้

นาเทียนตงยังเป็นเช่นนี้ มิทราบว่าเสี่ยวผานเป็นอย่างไรบ้าง?

“…เสี่ยวผานน่าจะอยู่ที่ตึกหลักของพวกมันนาเทียนตงกล่าว ร่างกายฟื้นฟูขึ้นมามากจนน่าอัศจรรย์ ในใจเกิดคำถามมากมายเต็มไปหมด ดูเหมือนเลือดของจินจะให้ผลดีกว่าลูกกลอนเสียด้วยซ้ำ ถึงกระนั้นช่วงชีวิตที่โลดโผนอยู่ในวงการยุทธจักรมามาก นาเทียนตงรู้ว่าเมื่อใดที่ควรสงสัย เมื่อใดที่ควรหุบปาก

เดินไหวหรือไม่?

คุณชายเจ้าสำราญยกยิ้ม กวัดแกว่งกระบี่ได้แล้วด้วยซ้ำ

กล่าวจบมือก็ก้มลงหยิบกระบี่ของนักบู๊ที่นอนตายแถวนั้นมาถือไว้ นาเทียนตงอ้าปาก อ้ำๆอึ้งๆต้องการจะขอบคุณ แต่เพิ่งฟื้นฟูจากการโดนเคี่ยวกรำ ดังนั้นชั่วครู่ความคิดจึงนึกคำไม่ออก ลำคอคล้ายตีบตันกะทันหัน

เก็บไว้ขอบคุณหลังจากเรารอดจากที่นี่สบตาที่ท่วมท้นไปด้วยความจริงใจ มีหรือที่จะไม่ทราบความใน จินตัดบท เขาไม่ต้องการให้นาเทียนตงสิ้นเปลืองแรงโดยใช่เหตุ เลือดของสัตว์วิเศษระดับสูงเคยยื้อชีวิตจางฮุ่ยเฟิงมาแล้วครั้งหนึ่ง มิแปลกใจที่ครานี้จะฟื้นฟูรวดเร็วยิ่ง

คนทั้งคู่เดินลงจากตัวตึกสูง นาเทียนตงมองทะเลโลหิตรอบกาย กลิ่นคาวเลือดโชยรุนแรงจนต้องปิดจมูก ความสยดสยองเช่นนี้ผู้ลงมือกลับเป็นเพียงบุรุษผู้งามผู้เดียวเท่านั้น

น่าหวาดกลัวเหลือเกิน

เป็นถ้อยคำที่ผุดขึ้นมาในใจอย่างมิอาจต้านทาน ทว่าไม่ได้ผิดแผกอันใด ผู้คนในตึกล้วนมีความคิดเช่นนี้ พวกมันหวาดกลัวจนแม้แต่ขาสองข้าก็พาลไร้เรี่ยวแรง ชั่วชีวิตมิเคยพบเห็นการสังหารที่รวดเร็ว อำมหิตราวกับภูติผีเช่นนี้มาก่อน หากมิใช่สองตาของมันที่เห็น ย่อมมิมีทางเชื่อเด็ดขาด

มิใช่ว่าจินจะลงมือหนักหน่วงเช่นนี้ ที่ผ่านมาเขาอาศัยการพรางตัวจัดการมาตลอด เพียงแต่ว่าพรรคตัดสุริยันช่วงนี้นับว่ายื่นมือมาวุ่นวายมากเกินไปแล้ว หากมิเข่นฆ่าตัวบัดซบเช่นนี้ให้หมดสิ้น ดูท่าจะพัวพันเป็นวงกว้าง

โดยเฉพาะบทสนทนาที่เกี่ยวกับฮุ่ยเฟิงในโรงเตี๊ยมนั้น สัญชาติญาณร้องว่ามิอาจปล่อยให้ปลารอดแหได้เด็ดขาด

หยุดฝีเท้าของพวกเจ้า!!”

ลงมาถึงชั้นล่างสุดก็พบการต้อนรับอย่างอบอุ่น บรรดานักบู๊ของพรรคตัดสุริยันโอบวงล้อมเข้ามา จินและนาเทียนตงชักกระบี่ประมือ เนื่องเพราะอาการบาดเจ็บเพิ่งจะทุเลาลงประมุขพรรคบรรจบฟ้าจึงมิต่างอันใดไปจากตัวถ่วงชั้นดี

หากจวนตัวจงทิ้งข้าไปเสียนาเทียนตงกัดฟันกั้นความเจ็บปวด ยกกระบี่ขึ้นป้องกันตนเอง

มีเรี่ยวแรงแล้วก็หุบปากเสีย

จินมองตาขวางใส่ ปรี่เข้าไปด้านหน้านาเทียนตง ฟันหนึ่งกระบี่นักบู๊ที่รุมล้อมก็ล้มกันหมดสิ้น มือขาวซีดฉวยเอาคนบาดเจ็บวิ่งหนีไปทางที่จำนวนคนเบาบาง

หากดวงตามิมืดบอด ย่อมสังเกตเห็นว่าการล้อมจับนี้จงใจเว้นช่องทางเอาไว้

ถึงแม้รู้แก่ใจแต่สำหรับผู้อับจนหันทาง มิทราบต้องไปที่ตึกใด อีกทั้งยังมีตัวถ่วงติดมา เขาไม่กระโจนเข้าสู่โอกาสอันดีงามได้หรือ? เบื้องหน้าอาจมีกับดับ แต่ยามนี้ไหนเลยจะสามารถก้าวถอยหลังได้?

คนทั้งคู่วิ่งไปตามเส้นทาง เหล่าศิษย์พรรคตัดสุริยันแม้โอบล้อม แต่ถ้าเป้าหมายมิได้ออกนอกเส้นทางก็มิได้ลงมือ พวกมันรู้ดีว่าตนเองหาใช่คู่มือไม่ รังแต่จะเอาชีวิตไปโยนทิ้งเสียเปล่า

จนกระทั่งมาถึงตึกโออ่ายิ่งใหญ่

ด้านหลังมีบรรดาพรรคตัดสุริยันยืนโอบล้อมอย่างหนาแน่น ตั้งค่ายกลป้องกันการหลบหนี มองไปเบื้องหน้าเป็นเพียงประตูทางเข้าที่ถูกเปิดเอาไว้อย่างชักชวน มองลอดเข้าไปโดยผิวเผินคล้ายมิมีผู้คน ทว่าด้านในกลับซุกซ่อนผู้คนไว้มากกว่าด้านนอกเสียอีก

พรรคตัดสุริยันเหตุใดจึงมีจำนวนคนมากมายถึงเพียงนี้ในเมืองหลวง?

หากจางฮุ่ยเฟิงอยู่ด้วยจินเชื่อว่าตัวเขาจะได้รับคำตอบ ยามนี้คงได้แต่พึ่งพากำลังตนเองบุรุษรูปงามทั้งคู่มองหน้ากัน ตัดสินใจก้าวเท้าเดินเข้าไปในตึก

แม้จะเดินเข้ามาสักพักแล้วกลับไร้วี่แว่วผู้คนรอบข้าง เงียบสงัดจนมิอาจวางใจแม้แต่น้อย จินเร่งเร้าความระวังตัว ค่อยๆก้าวเดินนำหน้ากวาดตามองรอบข้างให้แน่ชัด

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า เมื่อเท้าเหยียบบนชั้นสาม บุรุษรูปงามผู้สวมหน้ากากเงินชะงักกึก ศีรษะพลันรู้สึกปวดขึ้นมากะทันหัน ราวกับมีเสียงดังผึ่งของเส้นด้ายขาดออกจากกัน ร่างกายที่เคลื่อนไหวหนักอึ้งกว่าทุกคราโดยไร้สาเหตุ

เกิดอันใดขึ้นจินเหลือบมองนาเทียนตง อีกฝ่ายยังคงเป็นปกติดียิ่ง เปิดประตูเข้าห้องโถงใหญ่ด้านหน้า

“…นี่มัน

ผู้บุกรุกชะงักเท้ากันอยู่ด้านหน้าห้องโถง มองบรรดาศิษย์ชั้นสูงของพรรคตัดสุริยันเบื้องหน้า พวกมันยืนเตรียมพร้อมต่อสู้ ดวงตาไม่มีแม้แต่เสี้ยวความลังเล ต่างจากชั้นปลายแถวลิบลับ

 เหตุใดจึงมีคนมากมายอยู่ในห้องโถงโดยที่เขามิอาจสัมผัสได้

จิ้งจอกในร่างมนุษย์ขมวดคิ้วอย่างเคร่งเครียด เป็นคราแรกได้สำหรับการต่อสู้ที่รู้สึกตึงเครียดถึงเพียงนี้ ริมฝีปากกัดเข้าหากันเนื่องเพราะอาการปวดตุ๊บๆในหัวรุนแรงขึ้นทุกที

เขารู้สึกสายตาพร่าเลือนไปหมดอ้าปากจะเตือนนาเทียนตงแต่กลับถูกขัดจังหวะเสียก่อน

ล้อม!!”

เสียงคำสั่งหนักแน่นดังขึ้นด้วยพลังลมปราณ นักบู๊ของพรรคตัดสุริยันเข้าล้อมรอบทันที ตำแหน่งที่ยืนสลับกันเป็นทางพิลึกพิลั่น พวกมันแหงนหน้ามองเพดาน เรียกให้ผู้บุกรุกทั้งคู่มองตามขึ้นไปเช่นกันเพดานของห้องโถงนี้นับว่าแปลกประหลาดอย่างยิ่ง ฝังไว้ด้วยหินหน้าตาประหลาดหลากสี ลวดลายคล้ายอักษรเขียนอยู่เต็มพื้นที่

ค่ายกล!!”

นาเทียนตงเป็นฝ่ายร้องตะโกนออกมา คนทั้งคู่หน้าซีดเผือดทันควัน

โฮ่ นับว่าชาญฉลาดเหมือนกันเสียงลึกลับโอหังดังขึ้นอีกครา มันแค่นหัวเราะในลำคอ แต่ก็นับว่าสายเอาการ ห้องโถงนี้เพิ่งจะสร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมานี่เอง มิคาดคิดว่าจะมีหนูลองยามาเสียได้

นาเทียนตงใจเต้นรัว ค่ายกลนี้ถูกเรียกว่าหมอกลวงดารา นับเป็นค่ายกลอันแยบยลที่มีชีวิตรอดยากที่สุด ภาพลวงตาที่จะดึงสิ่งหวาดกลัวในใจออกมา คุณชายจอมเสเพลรู้ว่าตนเองเป็นตัวถ่วงจินอย่างยิ่ง สัตว์วิเศษของเขาก็ยังมีไว้เพื่อการค้าตามแบบตระกูลนา เรียกมาก็มิสามารถต่อสู้อันใดได้

มีแต่ต้องทำลาย ก่อนมันจะเสร็จสมบูรณ์เท่านั้น!

คนเป็นตัวถ่วงตั้งใจจะปลิดชีวิตตนเองเมื่อคับขัน ทว่าเมื่อเขาหันหน้าไปทางจิน หัวใจพลันกระตุกขึ้น

เจ้า!!” นาเทียนตงอุทาน ดวงตาสั่นไหวระรัว เบิกค้างมองหยาดโลหิตที่ค่อยๆไหลลงมาจากมุมปากของอีกฝ่ายเจ้าถูกพิษ? พลังภายในย้อนกลับหรือ?

สิ้นเสียงนาเทียนตง เสียงลึกลับก็หัวเราะลั่นอีกครา

พวกเจ้าจะมาช่วยผู้อื่นหรือทิ้งชีวิตไว้กันแน่ ข้าหลงเฝ้ารอว่ายอดฝีมือผู้นั้นจะเก่งกาจเพียงใด ที่แท้ก็เป็นเพียงไก่อ่อนมีแค่ชื่อเสียงเรียงนามอันจอมปลอมเท่านั้น

จินข่มความเจ็บปวด มือปาดเลือดข้างมุมปากออก เขาตวัดตาดุใส่คนด้านข้าง ไม่ต้องสนใจ ทำลายค่ายกลเสียก่อน

มือขาวซีดล้วงมีดสั้นสิบสองเล่มออกมา ตวัดไปที่ผู้คนปิดหน้าด้านหลังนักบู๊ที่ตั้งค่ายกลอีกชั้นหนึ่งโอบล้อม เป้าหมายของมีดนี้ไม่พ้นเป็นนักพรต ใช่แล้วค่ายกลหากอ้างอิงจากตำราของตระกูลเซกัลมีเพียงสองประเภท หนึ่งคือค่ายกลเสริมกองทัพ สองคือค่ายกลที่ใช้นักพรต หยิบยืมพลังจากธรรมชาติ

ค่ายกลหมอกลวงดารา ค่ายกลที่หยิบยืมพลังจากดวงดาว อาศัยหินดาราผลึกธาตุหลอมจากหัวใจสัตว์วิเศษเก้าสิบเก้าชิ้น วาดอักษรโบราณเป็นจำนวนเก้าร้อยเก้าสิบเก้าคำ นับเป็นค่ายกลเก่าแก่ที่สาบสูญไปเนิ่นนานแล้ว ว่ากันว่ามันถูกใช้เมื่อสมัยที่ชนเผ่ายังสู้รบกัน มิได้เป็นแคว้นไตรนภาเช่นวันนี้

พรรคตัดสุริยันรู้วิธีก่อตั้งมันได้อย่างไร?

แต่ยามนี้ไหนเลยเป็นเวลาหาคำตอบ ค่ายกลของศิษย์ระดับสูงพรรคตัดสุริยันหนาแน่นยิ่ง พวกมันหมุนเวียนกันต่อต้านตกตายแต่มิยอมให้มีดโดนนักพรตเด็ดขาด ตำแหน่งประจำนักพรตเข้าที่ เสียงสวดมนตร์ดังระงมไปทั่วห้องโถงใหญ่ หมอกควันค่อยๆเคลื่อนลงต่ำ ไร้ที่มาที่ไป

อึกจินชะงักกึก กัดฟันแน่น ศีรษะเต้นตุ๊บๆราวกับมีบางสิ่งบีบมัน เขาล้มตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด นาเทียนตงอย่างมากก็สามารถรับมือได้ห้าคนเท่านั้น นักพรตด้านหลังยังต้องอาศัยตนเองจัดการ หากค่ายกลทำงานคงมิใช่ง่ายดาย ค่ายกลชนิดนี้ถูกจัดอยู่ในยอดค่ายกลดั่งเช่นที่ถ้ำครรภ์นางแอ่น ปล่อยให้มันเสร็จสมบูรณ์มิได้เด็ดขาด!

เคร้ง!

กระบี่ซีอิ่งร้องครวญครางเสียงดัง จิ้งจอกในร่างมนุษย์เลือนหายราวหมอกควัน ฝืนข่มความเจ็บปวดเป้าหมายคือลำคอของนักพรตหนึ่งคนใกล้มือ นาเทียนตงรู้ความกวัดแกว่งกระบี่ดึงความสนใจจากนักบู๊ด้านหน้าทันที

คุ้มกันตำแหน่งค่ายน้ำ!” เสียงปริศนาราวกับอัสนีฟาด

ศิษย์ระดับสูงพรรคตัดสุริยันเลิกคล้อยไหวไปตามนาเทียนตง เคลื่อนตัวกลับมากวัดแกว่งกระบี่ใช้ออกซึ่งกระบวนท่าป้องกันทันทีแม้มิอาจมองเห็นตัว จินจำใจต้องหยุดร่างลงปะทะกระบี่ป้องกันตนเองที่แนวหน้าของค่ายกลในที่สุด

ตราบใดที่มีเสียงลึกลับนั่นอยู่เขาบุกเข้าไปไม่ได้

เฮอะ! ลูกเต่าเช่นเจ้าได้เพียงแต่ตะโกนอยู่วงนอกงั้นหรือ!” นาเทียนตงตะโกนด่าทอ ในใจเอาโทสะไประบายลงในคำพูด อึดอัดที่เป็นตัวถ่วงทำให้อึดอัดที่มิสามารถกระทำสิ่งใดได้

รอช้าไม่ได้อีก ความเจ็บปวดรุนแรงมากขึ้นทุกที จินก้าวถอยหลังท่าทีคล้ายทรุด ทว่ากระบี่ซีอิ่งในมือกลับทอประกายแวววาว เป็นดั่งคลื่นสงบก่อนเกิดพายุ รังสีกระบี่แผ่ออกมาเจ็ดชั้น สะบัดมือแยกออกเป็นสาย รวดเร็วดุดันดั่งพริบตา!

หลีก!”

ปรากฏคนผู้หนึ่งเหาะลงมา ฝ่ามือมันเปล่งแสงสีแดงข้นดั่งโลหิต มันอ้าปากร้องไฮ้ ฝ่ามือราวกับขยายใหญ่ขึ้น แยกออกเป็นหลายสายจนมองดูไม่ทัน รับการโจมตีไว้คนเดียวทั้งหมด

เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!

เสียงกระบี่ปะทะกับฝ่ามือกลับดังคล้ายโลหะปะทะกัน จินเหลือบมองดูเพียงชั่วครู่เห็นเพียงเครายาวกับดวงตาแดงก่ำ กระบวนท่าฝ่ามือนี้รุนแรงจนมิอาจแบ่งแยก เขาทุ่มเทกำลังฝีมือทั้งหมดที่มีในการล้มอีกฝ่าย ขอเพียงรังสีกระบี่เดียวปลิดชีพนักพรตด้านหลังได้นับว่าเพียงพอ

ผู้คนโดยรอบต่างมองดูยอดฝีมือปะทะกัน พวกมันอ้าปากค้างอย่างลืมตัว หากจะกล่าวว่ามิอาจพลาดสายตาก็สามารถ ทว่าแท้จริงแล้วสายตาพวกมันต่างมิอาจมองทันแม้เพียงหนึ่งกระบวนท่า

ฮ่า!” ชายปริศนาพลันร้องเสียงดัง ปะทะฝ่ามือรุนแรงจนคนทั้งคู่เซถอยหลังกันคนละก้าว มันยกฝ่ามือขึ้นมาดู เห็นเลือดซึมออกมา อดตื่นตระหนกมิได้ ในใจร่ำร้องว่าตัวอันร้ายกาจ ยอดฝีมือผู้นี้หากมิบาดเจ็บภายในนับว่ามิอาจต่อกรแล้ว นึกถึงตรงนี้มันก็เอ่ยถามขึ้น

เจ้าบาดเจ็บแล้วยังกล้ามาช่วยคนอีกหรือ?

จินด่าทอ เป็นพวกเจ้าที่เล่นสกปรก

ลูกผู้ชายกล้ากระทำกล้ารับ ข้าคือซู่หลิงผู้อาวุโสลำดับสองแห่งพรรคตัดสุริยันมือมารซู่หลิงเอ่ยแนะนำตัวด้วยเสียงโอหัง ในนี้มิได้วางยาพิษ แต่ตัวห้องสร้างจากหินชีพจรสมุทร นอกเสียจากเจ้าจะเป็นสัตว์วิเศษ

ในที่สุดจินก็ทราบคำตอบหินชีพจรสมุทรเป็นสิ่งที่พ่อค้าเถื่อนจากนอกแคว้นนิยมนำมาใช้จับสัตว์วิเศษออกไป มิสามารถหาได้ในแคว้นไตรนภาที่มีสัตว์อสูร สัตว์วิเศษกลาดเกลื่อน เกรงว่าหากเป็นสัตว์วิเศษระดับต่ำเขาคงล้มพับไปตั้งแต่ยามก้าวเท้าเข้าเขตมาแล้ว

จิน!!” นาเทียนตงเอ่ยเรียกเสียงดัง เมื่อพบว่าผู้มาช่วยเหลือกลับดูย่ำแย่ยิ่งโดยมิทราบสาเหตุ ก่อนหน้าจะเข้ามาห้องนี้อีกฝ่ายก็ยังปกติดีมิใช่หรือ? แถมยังมีเรี่ยวแรงเข่นฆ่าไม่ต่ำกว่าร้อยศพ

เสียงสวดมนตร์เงียบลง หมอกโรยตัวจนแน่นทึบ

ดวงตาสีสว่างชะงักกึก เขามองไม่เห็นสิ่งใดอีกนอกจากหมอกหนาแน่น ความทรมานจากอาการปวดหัวยังมิหายไป อีกทั้งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ มือขาวซีดจับกระบี่แน่นกว่าที่เคย

ดวงตาดุจสัตว์ร้ายกวาดไปโดยรอบเพื่อหารอยโหว่

หมอกสีเทาลอยเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า ซ้อนกันจนดวงตาพร่าเลือน

ทำไม…”

เสียงหนึ่งดังขึ้นในหมอกสีเทาดึงดูดให้หันไป ฟังแล้วรู้สึกคุ้นหูอย่างยิ่งทั้งเหน็ดเหนื่อย รวดร้าว ขมขื่นกับชีวิต

ทันใดนั้นดวงตาของสัตว์วิเศษก็เบิกกว้าง ท่ามกลางหมอกอันเจือจาง กาลเวลาคล้ายหมุนย้อนกลับไปเขาเห็นตนเองนอนราบอยู่บนเตียงอ้างว้างในคอนโดสูง ดวงตาเหม่อมองเพดาน

นั่นเป็นช่วงเวลาที่มิอาจลืม เพียงแค่พบเห็นพริบตาความรู้สึกก็ประดังกลับมา

ความเงียบเหงาโรยตัวอยู่ในห้องนอนกว้างใหญ่

เหตุใดทำไมเราถึงกลับมาได้…”

จินชะงักความคิด คล้ายบางสิ่งบางอย่างแปลกไปโดยสิ้นเชิง เขายกมือขยำเสื้อบริเวณหัวใจที่สั่นระรัว

ไม่มีอีกแล้วเสี่ยวผาน มู่ฟง เซี่ยจวิ่น…” คนบนเตียงกัดริมฝีปาก ฮุ่ยเฟิง…”

จิ้งจอกในร่างมนุษย์ตัวแข็งทื่อ มองใบหน้าที่คล้ายตนเองรำพึงรำพัน  ดวงตาดุจสัตว์ร้ายเบิกกว้าง ในขณะเดียวกันความกลัวก็ได้พาดผ่านเช่นกัน

ค่ายกลหมอกดารา ค่ายกลที่จะสะท้อน สิ่งที่หวาดกลัวที่สุด

ใช่แล้ว ถึงแม้ภายนอกจะคล้ายไม่แยแส แต่จินกลับหวาดกลัวสิ่งนี้อย่างยิ่ง

หวาดกลัวว่าที่ยืนของตนเองจะหายไป

ความสุขเล็กน้อยๆในชีวิตของเขา ความอบอุ่นที่ชั่วชีวิตแรกมิอาจสัมผัส ความรักที่เขามิเคยได้สมหวัง ความอ้างว้างโดดเดี่ยว หันหน้าไปไม่พบเจอผู้ใดนั่นจะกลับมาอีกคราหรือ?

ชีวิตที่มีเงินทองมากมาย สุขสบายจนมิอาจบรรยายได้...แต่ชีวิตนั้นไม่มีตาคู่สวยอันผิดแผก ไม่มีรอยยิ้มนุ่มนวล ไม่มีเสียงกระซิบข้างหูแสนอ่อนโยน ไม่มีฝ่ามือที่คอยรองรับ บุรุษผู้ที่ใส่ใจถึงเพียงนี้จะสามารถหาได้อีกหรือไม่?

กล้าเอาหัวใจตนเองมาไว้บนกำมือ ให้เขาบีบเล่นจนแหลกละเอียดครั้งแล้วครั้งเล่า

ภาพเบื้องหน้าเลือนหายไป ค่ายกลดึงสิ่งที่ซ่อนปกปิดไว้ลึกที่สุดในใจมนุษย์ออกมา พวกมันเป็นค่ายกลจากดวงดารา ค่ายกลตามวิถีธรรมชาติที่มิอาจโกหกหลบเลี่ยง  

กล่าวกันว่า คนผู้หนึ่งจะเห็นค่าบางสิ่งเมื่อสูญเสียมันไป

คิก คิก

หมอกกลับมาหนาแน่นดังเดิม จินมองดูคู่รักสองคนหยอกล้อกัน ดวงตาที่เคยราบเรียบมิอาจนิ่งสงบอีกต่อไป หน้ากากที่สวมใจเพื่อปกป้องตนเองนั้นแตกกระจาย

ข้ารักเจ้า

ไม่นั่นสมควรเป็นของเขา

คำบอกรักที่เดิมทีมีเพียงผู้เดียวเท่านั้นครอบครอง

จางฮุ่ยเฟิงในภาพหมอกใช้สายตาอ่อนโยนมองดูหญิงสาวนางหนึ่ง ฝ่ามือที่โอบกอดทุกคืนวันลูบศีรษะผู้อื่นอย่างรักใคร่ ดวงตาสีเทามองอย่างลึกซึ้งเก็บใส่ใจทุกรายละเอียด แม้กระทั่งสัตว์วิเศษข้างกายของอีกฝ่ายก็เปลี่ยนไป

ค่ายกลกำลังแสดงช่วงชีวิตช่วงชีวิตที่ไม่มีเขา

ดูจากภาพสะท้อนของค่ายกลก่อนหน้ากับปัจจุบัน แท้จริงแล้วผู้ใดเป็นฝ่ายช่วยเหลือจิตใจของกันและกัน? จินหวาดกลัวความรักดังนั้นเขาจึงแสร้งทำเป็นเก่งกาจไม่สนใจความสัมพันธ์ทางร่างกาย

แท้จริงแล้วก็แค่หวาดกลัวจะเจ็บเท่านั้น

มายามนี้รสขมที่ได้พบเจอ เขาไม่แม้แต่เพียงจะย้อนกลับไปไร้ที่ยืน เคว้งคว้างอยู่ผู้เดียว ชั่วชีวิตของฮุ่ยเฟิงยังมีความสุขดี หมุนเวียนไปตามปกติไร้ซึ่งจิ้งจอกแสนรักตัวเดิม เขามิใช่ตัวหลักอีกต่อไป ไม่ใช่แม้แต่คนที่ถูกทิ้งไว้นอกกระดาน เป็นเพียงผู้ผ่านมาที่มิเกี่ยวข้องกันแม้แต่น้อย  

ราวกับโดนค้อนขนาดใหญ่ทุบเข้าที่ศีรษะ แต่ความหวาดกลัวกลับทำให้เข้าใจตนเองดียิ่งขึ้น

มือขาวซีดเลื่อนไปลูบลำคออย่างเผลอไผล ดวงตาสีสว่างของสัตว์ร้ายทอประกายวาบ

ถึงกระนั้นค่ายกลนี่ก็เริ่มทำให้เขาหงุดหงิดขึ้นมาแล้ว!

เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!

เสียงแตกกระจายดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้อาวุโสมือมารซู่หลิงเบิกตากว้าง มองหินหลากสีบนเพดานระเบิดทีละก้อน ตัวอักษรเลือนลาง ทันใดนั้นกำแพงห้องโดยรอบก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

ครึกกก

เสียงเพดานปริแตกเป็นรอยร้าว ฉีกเป็นแนวยาว มือมารซู่หลิงตะโกนให้เหล่านักบู๊คุ้มครองนักพรตหลบไป ในใจร่ำร้องว่าเกิดอันใดขึ้นกันแน่? เดิมทีพอหมอกจางลง สมควรหลงเหลือเพียงร่างผู้บุกรุกนอนอยู่แนบพื้น ดวงตาเลื่อนลอยตกอยู่ในภวังค์ความหวาดกลัวจึงจะถูกต้อง

กรรรรรรรรรรรรร!!!!”

เสียงคำรามดังก้อง แผดเสียงทำลายจนศิษย์อ่อนด้อยที่สุดถึงกับล้มลงไป เพดานปริออกร้าวรุนแรงจนเศษหินค่อยๆตกลงมา มือมารซู่หลิงถอยหลังให้พ้นจากระยะ ดวงตาจับจ้องวัตถุชิ้นหนึ่งค่อยๆปรากฏอย่างเลือนลางในหมอกหนาทึบ

อ๊ากก!”

อั่ก!”

มิต้องรอให้มองชัด กรงเล็บแหลมคมตวัดกวาดเอานักพรตกลุ่มหนึ่งกระเด็นไปติดกำแพง เสียงคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวจนเหล่าสัตว์โดยรอบต่างหลบหนี ผู้อาวุโสซู่หลิงตั้งท่าเตรียมพร้อม เหงื่อมันแตกพลั่กเต็มใบหน้า พลันเบิกตากว้างอุทานเสียงดังเมื่อเห็นชัดตา

จิ้งจอกอนธการ!”

กรรรรรร!!!”

ครืนน!! –

มือมารซู่หลิงกระโดดหลบทันควัน ใบหน้าเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ พื้นที่มันเคยอยู่แตกละเอียดยุบลงไปเป็นหลุมกว้างทะลุไปถึงด้านล่าง จิ้งจอกอนธการสะบัดหางทั้งเจ็ด ทำลายกำแพงที่บีบศีรษะมันจนเจ็บปวด

โครม! โครม! โครม!

ตึกใหญ่โออ่าสั่นไปทั้งหลัง บรรดาศิษย์ด้านนอกต่างถอยออกจากตัวตึก กำแพงชั้นสามถูกเหวี่ยงหลุดจากตัวตึก ตกหล่นลงไปด้านล่าง ทับนักบู๊มากมายตกตาย

กรรรร!!!!!”

จิ้งจอกอนธการคำรามอีกครา หางสีดำทำลายกำแพงจนแหลกยับเยิน ตัวตึกค่อยๆพังทลาย เศษฝุ่นควันคละคลุ้งไปทั่ว ก้อนหินกระเด็นกระดอนสร้างความบาดเจ็บให้ผู้คนโดยรอบ

ถอยออกจากตึก!” มือมารซู่หลิงตะโกนเสียงเข้ม มันกระโดดออกทางกำแพงที่ถูกทำลาย พร้อมๆกับศิษย์ชั้นสูงและนักพรตทั้งหมด ดวงตาแดงก่ำของมันแม้ตกใจในคราแรก แต่ก็เปลี่ยนเป็นสุขุม สั่งการเด็ดเดี่ยวถึงแผนการรับมือ

เหตุใดจินจึงกลายเป็นจิ้งจอกอนธการได้?... นาเทียนตงที่อยู่บนหลังจิ้งจอกตัวใหญ่คิดอย่างหวาดหวั่น เมื่อครู่เขาหลุดออกมาจากค่ายกลก่อนอีกฝ่าย เห็นกับตาว่าคุณชายในชุดขาวนั้นค่อยๆแปรเปลี่ยน จอมคนเจ้าสำราญก้าวเท้าไม่ออก ทั่วร่างแข็งทื่อ ได้สติอีกทีก็โดนเหวี่ยงให้มานั่งด้านบนแล้ว

จิ้งจอกสีดำทำลายค่ายกลพลังทลาย เท้าเหยียบย่ำศิษย์พรรคตัดสุริยันราวกับมดปลวก หางทั้งเจ็ดทั้งจู่โจมทั้งปัดป้องการรุมล้อมโจมตี ศิษย์พรรคตัดสุริยันมิอาจก้มหน้ารอความตาย สัตว์ระดับบรรพกาลอยู่ที่นี่ แม้เป็นเพียงมดปลวกแต่พวกมันก็ขอควงอาวุธเข้าสู่สนามรบสู่ตายจนกว่าชีวิตจะหาไม่

อัญเชิญกระถางธูปสะกดมามือมารซู่หลิงมิได้ตื่นตระหนก มันกล่าวเสียงเรียบ นักพรตทั้งหมดตกใจเมื่อได้ยินชื่อ เอ่ยปากทัดท้านทันที

ผะผู้อาวุโสแต่เป้าหมายของเราไม่ได้เริ่มที่จิ้งจอก

จะก่อนหลังก็ต้องจับ! หรือพวกเจ้าอยากจะทิ้งชีวิตอยู่ที่นี่กัน!” ผู้อาวุโสเพียงหนึ่งเดียวคำรามเสียงดัง นักพรตทั้งหมดได้แต่ร้อนรนหยิบกระถางสีทองใบหนึ่งออกมา พวกมันเว้นระยะการโจมตีออกจากจิ้งจอกไปไกล ทิ้งตัวนั่งลงกับพื้น วางกระถางธูปไว้ด้านหน้า ปากขมุบขมิบสวดมนตร์โบราณ

กลิ่นธูปโชยไปทั่วสนามรบ มนตร์ขลังของนักพรตกำลังสำแดง

ดวงตาสีสว่างหรี่ลง หลังจากปัดมือปัดไม้ไปหนึ่งครา สติก็ค่อยๆแจ่มใสขึ้นทีละน้อย จินเห็นการเคลื่อนไหวอันผิดแปลกไป แม้กระทั่งนาเทียนตงยังกระซิบบอกที่ข้างหู

ครืนนน! –

กระถางธูปสีทองมากมายค่อยๆลอยขึ้นเหนือพื้น สูงจนเลยหัวเจ้าจิ้งจอกขึ้นไป มันตวัดหางเข้าโจมตีแต่ก็ติดกำแพงที่มองไม่เห็น สายฟ้าพลันผ่าลงมาใจกลางกลุ่มกระถางธูปก่อนจะค่อยๆขยายออก เชื่อมทุกอันไว้ด้วยกัน

ทันใดนั้นกระถางธูปสั่นไหว ปลดปล่อยสายฟ้าเข้าโจมตีจิ้งจอกสีดำในทันที!

กรรรรรร!!!!”

จินคำราม เขากระโดดหลบมัน แต่ที่ด้านหลังก็มีสายฟ้าอีกกลุ่มโจมตีเข้าเต็มแผ่นหลัง ดวงตาสีสว่างหลับลงครู่หนึ่งด้วยความเจ็บปวด เขี้ยวคมอ้าขึ้นกัดลงไปบนกระถางธูปโดยแรง

เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! –

กระถางธูปสีทองสั่นระรัวก่อนร้าวแตก ใบอื่นพุ่งเข้ามาทดแทนทันที ดูภายนอกคล้ายมีดวงดาวสีทองกำลังล้อมจับจิ้งจอกตัวใหญ่ไว้ สายฟ้าทั้งหมดถักทอเข้าด้วยกันเป็นกรงขัง

แต่จิ้งจอกอนธการหาใช่สัตว์วิเศษระดับธรรมดาไม่

หางทั้งเจ็ดพุ่งโจมตีไปที่จุดๆเดียว กระถางธูปพลันแตกร้าวอย่างง่ายดาย ในขณะที่จินกำลังตั้งท่าเตรียมปัดกระถางสีทองที่น่ารำคาญทิ้งทั้งหมด สายน้ำเส้นหนึ่งก็พุ่งโจมตีเข้าใส่หางด้านหลัง

กรรรรรร!!!”

จิ้งจอกอนธการคำรามด้วยความเจ็บปวด มันแหงนหน้าขึ้น มองหาที่มาของสิ่งที่สามารถฝ่าขนของสัตว์บรรพกาล ทำลายถึงเนื้อด้านในของมันได้ ดวงตาสว่างสะท้อนเข้ากับเงาสีดำบนท้องนภา

โฮกกกกกกกกกกกกกก!!!”

เสียงคำรามลั่นดังมาจากฟากฟ้า มังกรสีครามตัวหนึ่งค่อยๆเคลื่อนตัวแหวกกลุ่มเมฆลงมา

งดงามยิ่งใหญ่แสงสว่างไล้ทั่วร่างสัตว์วิเศษทั้งสองตัวในสนามจนเปล่งประกาย

มือมารซู่หลิงมองภาพนั้นอย่างพอใจ หันไปใช้ดวงตาแดงก่ำขมขู่หัวหน้านักพรต รอจนพวกมันสู้กันอ่อนแรง จัดการจับจิ้งจอกให้เรียบร้อย

มันลูบเคราตนเองช้าๆ จิตนาการถึงความสำเร็จหลังจากนี้ มันสามารถครอบครองสัตว์บรรพกาลสองตัว มือมารซู่หลิงเผยรอยยิ้มน่าขนลุก หันไปมองหญิงสาวหน้าตาหมดจดด้านข้าง ผมสีดำรอบตัวนางเหมือนมีแรงดึงให้ลอยขึ้น ดวงตาแม้มีหยาดน้ำตาไหลช้าๆยังทอสีฟ้าสว่างออกมาจนเห็นได้ชัด

ผมหน้าม้าพัดออกเผยหน้าผากกว้างที่มีรอยปานประทับอยู่

นางคือท่านหมอน้อยแห่งจิงหย่วน

และเป็นร่างสถิตของสัตว์วิเศษที่มีนามว่า มังกรเคลื่อนวารี

ทำให้ดีแล้วเจ้าจะได้พบหน้าบิดา

แท้จริงแล้วหลังจากจับสตรีนางนี้มามันจึงได้ทราบ มือมารซู่หลิงสั่งให้นักพรตทั้งหมดสั่งสอนนาง ระดมพลตามหามังกรเคลื่อนวารีไปทั่วทุกแหล่งน้ำ จนกระทั่งทั้งคู่ทำสัญญากันในที่สุด

สัตว์บรรพกาลเอ๋ยพวกเจ้าล้วนยิ่งใหญ่ในอดีต

ยามนี้มนุษย์ต้องการพาดบันไดขึ้นฟ้า สัตว์บรรพกาลต่อสู้กันเอง เมื่อทุกอย่างจบสิ้นผู้ใดจะกุมชัยชนะที่แท้จริง?

จิ้งจอกอนธการและมังกรเคลื่อนวารี

 นี่เป็นการต่อสู้ระหว่างสัตว์ระดับบรรพกาล!

 

จะเจ้ากล้าหรือ!!”

คนผู้หนึ่งถูกเหวี่ยงกระแทกกำแพงเสียงดังลั่น ชี้มือไปทางแม่ทัพในชุดเกราะสีดำ อีกฝ่ายยืนมือไพล่หลังท่าทีไม่แยแส ทว่าดวงตาคมกริบนั้นราวกับกำลังมองแทงทะลุไปทุกส่วนของร่ายกาย ทั่วร่างขนลุกชูชัน

รอยยิ้มนุ่มนวลค่อยๆยกขึ้น

จางชิงฟง เจ้าไม่พูดข้าก็สามารถหาเองได้คุณชายจางกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแก่พี่ชาย เขากวาดตามองแผนที่ตรงไปสู่หุบเขาลับของพรรคตัดสุริยัน เปลี่ยนไปเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นกับองครักษ์ทั้งสอง

เราไปกันได้แล้ว

มู่ฟงขยับ พลันหยุดชะงัก จางชิงฟงเล่านายน้อย?

จางฮุ่ยเฟิงเหลือบมองด้วยหางตา เอาไปแลกเปลี่ยนตัวประกัน

จางชิงฟงถูกดึงขึ้นจากพื้น ร่างกายถูกหิ้วด้วยคนขนาบสองข้าง ดวงตามององครักษ์ตนเองที่ทอดกายเป็นศพ มองกองกำลังสวมหน้ากากจิ้งจอกที่ดูน่าหวาดหวั่นข้างหลังน้องชาย

จางฮุ่ยเฟิงและกองกำลังลับทั้งหมดมุ่งตรงไปทิศทางเดียวกัน คนทั้งหมดข้ามกำแพงเมืองอย่างเงียบกริบ

ใบหน้าหล่อเหลานิ่งสงบ แต่ในใจกลับร้อนดั่งถูกไฟแผดเผา

เขารู้สึกไม่ดีเลยแม้แต่น้อย ลึกลงไปคล้ายกำลังถูกมีดกรีดแหวกอก ตราประทับตรงคอปรากฏรอยชัดเจนร้อนจนแทบเผาไหม้ราวกับกำลังส่งเสียงร้องเรียก สัญญาณเตือนถึงบางสิ่ง

บันทึกตระกูลเฟิ่งกล่าวว่าคู่สัญญาย่อมมีความรู้สึกเชื่อมถึงกัน


คุณชายจางขมวดคิ้วแน่น สังหรณ์ใจไม่ดีเลยแม้แต่น้อย






#LET’s TALK

            สวัสดีค่ะ ไม่ได้พบกันนาน ฮา สุขสันต์วันปีใหม่ไทยค่ะ

            อย่าเพิ่งตกใจกันนะคะ ช่วงนี้เราอัพถี่ค่ะเพราะหยุด ไม่ค้างนานแน่นอน หลายตอนที่ผ่านมาถือว่าเนื้อเรื่องเนิ่บนาบเป็นคลื่นสงบหลอกให้ตายใจ หลังจากนี้(หัวเราะ) ล้อเล่นค่ะ เราเขียนดราม่าหรือฉากผ้าหลุดไม่เก่งหรอก……

            หนังสือทางสนพ.ตอบเราไม่เกินกลางปีค่ะ ใครอยากถามแยกก็ไปถามทางสนพ.ได้

            แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ ^^

 

PS. ติได้ มีคำผิดบอกได้ วิจารณ์เชิงสร้างสรรค์ได้ค่ะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 334 ครั้ง

127 ความคิดเห็น

  1. #8273 supawee6371 (@supawee6371) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:25
    โง่หรือโง่ เป็นหมอซะเปล่าสมองคิดได้แค่นี้รึไง แทนที่จะช่วยกันสู้แล้วค่อยช่วยพ่อออกมา ไม่รู้จะสรรหาคำอะไรมาด่าดี
    #8273
    0
  2. #8217 PaulaPum (@yukiko12) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 20:09
    อย่าทำน้อง TT
    #8217
    0
  3. #8182 junhoemoody (@junhoemoody) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 16:28
    เฟิงต้องโกรธแน่ๆเลยอ่ะ​ ทำไมจินชอบใจอ่อนแค่ช่วยชีวิตก็พอแล้วทำไมต้องให้เลือดอีก​
    #8182
    0
  4. #8091 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 21:16

    เสี่ยวผานนนนน ร้องไห้แล้ว น้องงงงง เผามัน เผามันทั้งเป็น เผามันให้ราบ ป่นกระดูกให้มันทรมาณ มันบังอาจทำเสี่ยวผาน แล้วยังทำร้ายจิน โมโหจนไม่รู้จะโมโหยังไงแล้ว!!!

    #8091
    0
  5. #8016 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 21:58
    ไม่ๆ เราเชื่อใจจิ้งจอกอนธการ นี่เก่งสุดแล้ว จินจะต้องชนะ แต่ก็ใจหวิวอ่ะ เพราะจินไม่เคยโดนทำให้เจ็บขนาดนี้ ฮืออออ หัวใจเราจะขาดวิ่น ไม่ต้องพูดถึงฮุ่ยเฟิง ภูเขาไฟระเบิดแน่ๆ ไม่ได้ตายดีแน่ๆ-พวกที่ทำร้ายจิน เสี่ยวผ่นกันนาเทียนตงต้องรอดนะ!!!
    #8016
    0
  6. #7954 chalillxx_ (@chalillxx_) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 19:14
    ผู้เฒ่าก็สมควรอยู่แบบผู้เฒ่า ระวังจะไม่ได้ตายดี
    #7954
    0
  7. #7822 LuckyStar1006 (@AinSuchada) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 22:09
    อย่าให้หมอน้อยเป็นคู่กับเสี่ยวผายเลยจีงๆ ให้เสี่ยวผานคู่กับคนอื่นเถอะ! ขอให้ทุกคนปลอดภัยด้วยเถอะ ฮรื่อออ
    #7822
    0
  8. #7746 Jolly CCP (@c1chonlana) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 21:52
    คือเข้าใจหมอน้อยนะ
    ถ้าเราเป็นจินเราว่าเราคงเข้าใจแหละ แต่ว่าคงไม่ขอเห็นหน้าอีกตลอดชีวิตอ่ะ คือไม่ฆ่าอ่ะ แต่ไม่ขอยุ่งเกี่ยวตลอดชีวิตอ่ะ จริงๆ อ่านไปแล้วใจนึงเข้าใจ อีกใจนึงก็...นะ
    #7746
    0
  9. #7674 KanyarttaThir (@KanyarttaThir) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 09:04
    โคตรเดือดด จินอย่าเป็นไรมากนะลูก
    #7674
    0
  10. #7598 _Daonuea_ (@_Daonuea_) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 17:45

    นางหมอน้อยนี่เลวจริงๆ ไม่สำนึกบุญคุณเลย จินช่วยไว้แท้ๆ อีหมอ-มันเลววว

    #7598
    0
  11. #7497 Dewi (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 20:07
    ตัวละครที่ไม่ชอบที่สุดในเรื่นี้คือหมอน้อยอ่านมากี่รอบๆก็หมอน้อย
    #7497
    0
  12. #7449 Tasmeaw_13 (@TUS_69) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 22:16
    นึกว่ากลัวเสื้อเลอะ เปล่าเลย กงเสียดายเงินที่จ่ายค่าบำรุงเส้นขน 555
    #7449
    0
  13. #7286 Plankton J (@jthida) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 15:32
    จินได้เล่นใหญ่ก็คราวนี้
    #7286
    0
  14. #7200 ----NA---- (@----NA----) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 14:18
     
    #7200
    0
  15. #7170 mmaijii (@mmaijii) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 20:00
    เกลียดไอเด็กนั้น จินอุตสาห์ช่วยแท้ๆ
    #7170
    0
  16. #7083 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 16:18
    กรี๊ดดดดด หนูจินT^T เฟิงรีบไปช่วยเร็ววววฮืออออ
    #7083
    0
  17. #6832 GottomonEye (@gottomon03) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 15:27
    สุดยอดค่ะสนุกมากก ลุ้นมาก ตอนที่รู้ความในใจของจินก็สงสารจินอะ แต่ถือว่าจะได้รู้ใจตัวเองแบบชัดๆไปเลยเนอะ
    ณ จุดนี้ นาเทียนตงถือว่ามีความสัมพันธ์อันดีกับจินเลยอะ ให้ดื่มเลือดเป็นคนที่สองเลยทีเดียว ดีนะว่านางทีสัตว์วิเศษแระ

    มาถึงตอนนี้จะโกรธหมอน้อยก็พูดยาก พ่อทั้งคน เอาใจช่วยให้ฮุ่ยเฟิงไปช่วยจินไวๆ จินจะเป็นไงบ้าง หนอ เสี่ยวผานอีก ใจเย็นๆอดทนไว้นะทุกคนนน
    #6832
    0
  18. #6720 -Shawty- (@tumbmong) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 09:57
    ช่วยจินจินเร็วฮุ่ยเฟิงงงงง
    #6720
    0
  19. #6055 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 17:00
    จินอย่าเป็นอะไรน่ะ   เคืองท่านหมอน้อยที่ทำแบบนี้    ถึงท่านพ่อจะถูกจับ    และถูกบังคับให้ทำแบบนี้ก็เถอะ     ทำผิดครั้งแล้วครั้งเล่า
    #6055
    0
  20. #5822 ✥Gryf.findor✥ (@malimanie) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2559 / 10:03
    หมอน้อยแย่อ่ะ เนรคุณเท่านั้นที่คู่ควร ทำร้ายคนที่เคยช่วยชีวิต หมดคำพูดเลยที่เดียว เธอเป็นตัวร้ายที่สุดของเรื่องนี้ ทำตัวแอ๊บแบ้วแต่หักหลังคนอื่นอย่างเลือดเย็น!!!
    #5822
    0
  21. #5708 Butterfly DN. (@babyll) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 06:38
    ชิบหายละ จินจะเป็นไรมั้ยเนี่ย นั่นก็ระดับบรรพการเหมือนกัน จินยิ่งบาดเจ็บอยู่ด้วย เฟิงเฟิงรีบมาไวๆ น้าาา
    #5708
    0
  22. #5506 •-MaMaI-• (@mai032671597) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 13:01
    สนุกมาก หวังว่าจินคงไม่เปนไรนะ
    #5506
    0
  23. #5481 ขนมหวานนมสด (@mikilovesj) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 11:22
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านค่ะ
    #5481
    0
  24. #5334 sydi13 (@sydi13) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 23:28
    เกลียดอีหมอน้อย- - คือพ่อมึงถูกจับ แต่หลังจากนั้น มันก็ได้สัตว์คู่กายดีแล้ว ทำไมไม่ช่วยพระเอก- - จินควรปล่อยให้นางตายนะ!
    #5334
    0
  25. #5272 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 21:26
    โอ๊ยยยยยยยย บีบหัวใจเกินไปแล้วววววววว
    #5272
    0