✦ อนธการจิ้งจอก ✦ BL, YAOI [END]

  • 99% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 504,986 Views

  • 8,262 Comments

  • 13,364 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    3,611

    Overall
    504,986

ตอนที่ 47 : สิ่งที่กลัวจะสูญเสีย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13886
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 360 ครั้ง
    15 เม.ย. 59

ความเดิมตอนที่แล้ว

สัตว์บรรพกาลเอ๋ยพวกเจ้าล้วนยิ่งใหญ่ในอดีต

ยามนี้มนุษย์ต้องการพาดบันไดขึ้นฟ้า สัตว์บรรพกาลต่อสู้กันเอง เมื่อทุกอย่างจบสิ้นผู้ใดจะกุมชัยชนะที่แท้จริง?

 

คุณชายจางขมวดคิ้วแน่น สังหรณ์ใจไม่ดีเลยแม้แต่น้อย



 



 


บทที่ 43

สิ่งที่กลัวจะสูญเสีย


 

 

                กองกำลังลับและเหล่าทหารกล้า

                หนึ่งแม่ทัพ สององครักษ์ซ้ายขวา

                บุรุษห้าวหาญในชุดเกราะสีดำควบอยู่บนอาชาพ่วงพี เกือกม้ากระทบพื้นแต่ไร้สุ้มเสียง ใบหน้าหล่อเหลายากที่จะคาดเดาอารมณ์ ดวงตาสีเทามองตรงไปเบื้องหน้า

                จางฮุ่ยเฟิงไม่ยอมเสียเวลาแม้เพียงเสี้ยวเดียว

                เซี่ยจวิ่นนั่งอยู่บนเสือขาวไล่ตามความเร็วม้าของเจ้านายด้วยความเร่งรีบ มู่ฟงและกองกำลังดอกรักมุ่งไปก่อนหน้าแล้ว พวกเขาเคลื่อนไหวสะดวกกว่า สามารถไปดูลาดเลาได้ก่อน เกิดสิ่งผิดปกติก็สามารถกลับมารายงานได้ทันท่วงที

                จางชิงฟงนั่งอยู่บนเสือขาวด้วยกันกับเซี่ยจวิ่น สองมือถูกมัดไพล่หลัง พาดอยู่บนหลังสัตว์วิเศษคล้ายเป็นสัมภาระใหญ่ชิ้นหนึ่ง สายตาหวาดระแวงมองไปที่น้องชาย ในใจขุดเอาบรรพบุรุษขึ้นมาก่นด่าสาปแช่ง ไฟความแค้นเพิ่มพูนในใจโหมกระพือ หากหลุดเป็นอิสระสิ่งแรกที่จะกระทำคือตัดหัวมันซะ!

                ราวกับได้ยินจางฮุ่ยเฟิงเบือนศีรษะกลับมา ใช้ดวงตาคมกริบมองพี่ชายของตนเอง

                จางชิงฟงพลันตัวสั่นสะท้าน ดวงตาเช่นนี้เขาเกลียดนัก ชิงชังยิ่งกว่าดวงตาคู่ใดๆ ดวงตาอันผิดแผกแต่กลับมีอำนาจ สืบทอดสายเลือดตระกูลจางได้อย่างมิขาดตกบกพร่อง ย้อนนึกไปถึงสมัยเยาว์วัย ตัวขยะผู้นี้เป็นเพียงเด็กโง่งมของหญิงโง่งม เรียนวรยุทธ์ก็เงอะงะ ไม่พัฒนา หัวทึบจนอาจารย์ต้องเอ่ยปากขอเลิกอบรมสั่งสอน โดนกลั่นแกล้งก็ได้แต่ขดตัวงออยู่บนพื้นให้ความเจ็บปวดลดลงเท่านั้น ฝึกซ้อมกรีฑาทัพก็มิยอมเข้าร่วมนอกจากครั้งแรก

                อีกทั้งเป็นถึงบุตรชายผู้นำตระกูลแต่สัตว์วิเศษกลับไม่แยแส

                บิดาต่อให้ชมชอบสตรีนอกแผ่นดินผู้นั้นเท่าใด ก็เบื่อหน่ายบุตรชายไร้ค่าได้เช่นกัน

                จางหลี่เป็นบุตรชายคนโต มีสำนึกหน้าที่ของบุตรชายคนโตและยึดถือตนอยู่ในกรอบว่าที่ผู้นำตระกูลคนต่อไปเฮอะ! จางชิงฟงเย้ยหยันในใจ พี่ใหญ่ของเขามีสายตาเย็นชาต่อพี่น้อง มิลงมาเกี่ยวข้องกับบ่อน้ำขุ่น เป็นอัจฉริยะแสนสำคัญของตระกูลจาง บิดา มารดา บรรดาอาจารย์อ้าปากหนึ่งคราก็ต้องกล่าวว่า ตอนจางหลี่อายุเท่านี้….’

                บรรดาพี่น้องกักเก็บความแค้นจากจางหลี่เนื่องไม่อาจตอแยด้วยได้ หันไปรุมรังแกคนอ่อนแอระบายความแค้น... เด็กนอกคอก นอกแผ่นดิน สายเลือดนักรบของตระกูลจางย่อมแปดเปื้อน แต่ผู้คนในตระกูลสามารถกล่าวโทษจางซีได้หรือ? พวกเขาเก็บความอดกลั้น ลงทุกอย่างใส่นางแพศยานอกแผ่นดิน

                จางหลี่อาจแค่มองพี่น้องของตนราวกับนายทหารสินค้า แต่กับจางฮุ่ยเฟิงผู้คนในตระกูลยิ่งมีความโกรธแค้นยิ่งกว่า ชั่วชีวิตของจางซีตบแต่งภรรยา มีเพียงคนเดียวที่อาจเรียกได้ว่าสนใจมากที่สุด เรือนฝ่ายในยังสามารถจดจำวันที่อิสตรีทุ่งหญ้ามาเหยียบจวนวันแรกได้ ฉากหน้ายิ้มแย้มต้อนรับ แต่หางด้านหลังลุกเป็นไฟ

                สองมารดาและบุตรเรียกได้ว่าเพียงแค่ขยับตัวก็มีคนวิ่งมาหาเรื่องถึงที่ ฉลาดเกินไปก็โดนรังแก โง่งมเกินไปก็โดนรังแก ช่วงชีวิตในจวนตระกูลจาง คำกล่าวที่ว่ามิเคยพบเจอความสุขเลยไม่เกินเลยไปแม้แต่น้อย

                เมื่อมารดาตายไปโดยมิทราบสาเหตุแน่ชัด ชีวิตอาภัพของขยะแห่งตระกูลจางก็มิได้ลดน้อยลง

                ถึงกระนั้นมิว่าผู้ใดก็ทราบดีหากเปลี่ยนจางฮุ่ยเฟิงเป็นบุตรคนอื่น จางซีคงขับไล่ออกจากตระกูลมิเก็บไว้ทนให้คนภายนอกด่าทอ มองดูมือหนึ่งแห่งตระกูลมู่และเซี่ยไปภักดีโดยไม่กระทำสิ่งใด จางฮุ่ยเฟิงมิเข้าร่วมกรีฑากองทัพก็วางเฉย ได้รับหนังสือสำคัญต่อจากจางหลี่ สายตาเย็นชาของพี่ใหญ่มักสนใจมากที่สุดโดยมิรู้ตัว

                เหตุใดมันจึงได้รับความรักจากบิดามากกว่าผู้ใด?

                เหตุใดมู่ฟงจึงเลือกมันเป็นนายเหตุใดเซี่ยจวิ่นจึงเลือกมันเป็นนาย?

                แม้กระทั่งจิ้งจอกอนธการก็เลือกมัน!

                จางชิงฟงใบหน้าบิดเบี้ยว มองดูแผ่นหลังอันองอาจใต้ชุดเกราะสีดำมองดูความสำเร็จของขยะที่เคยอยู่ใต้เท้ามาก่อน เขาดูแคลนมัน ชิงชังมัน จางชิงฟงปากเอ่ยเรียกพี่น้องร่วมบิดาว่าขยะ แต่ในใจลึกๆแล้วล้วนหวาดระแวงอย่างยิ่ง บางสิ่งบางอย่างในดวงตาสีเทาทำให้มิอาจไว้วางใจได้

                ใบหน้าและดวงตา ที่เหมือนบิดายิ่งกว่าบุตรคนใด

                พลั่ก! –

                เซี่ยจวิ่นเห็นตัวบัดซบมองเจ้านายของตนด้วยใบหน้าชิงชัง มือก็ลั่นไปฟาดศีรษะจางชิงฟงโดยแรง ใบหน้าบึ้งตึงข่มขู่ เสือขาวก็แยกเขี้ยวร้องคำรามราวกับรู้ใจนาย จางชิงฟงกัดฟันอย่างอดกลั้น ต้องมาถูกองครักษ์ผู้หนึ่งตบศีรษะโดยแรง ศักดิ์ศรีถูกเหยียบย่ำป่นปี้ โกรธเกรี้ยวจนดวงตาแดงก่ำจนเผลอด่าทอออกมาในที่สุด

                เฮอะ เจ้าขยะ! อย่าได้คิดว่ามีตำแหน่งแล้วจะกำแหงได้ ตัวโง่งมมันก็เป็นเช่นตัวโง่งมอยู่วันยันค่ำ!”  

                จางฮุ่ยเฟิงไม่ได้ตอบคำ เขาแค่ปรายตามองอีกฝ่ายด้วยแววตาเย็นชาคล้ายมองเหลือบไรฝุ่นเท่านั้น

                จางชิงฟงเห็นสายตาเช่นนั้น รู้สึกเดือดดาลยิ่งกว่าเก่า คิดว่ากองกำลังของแกจะคุ้มกะลาหัวได้ตลอดหรือไง? พวกแกไม่รู้หรอกว่ากำลังเผชิญหน้ากับสิ่งใด เฮอะ!สังหารข้ายามนี้รังแต่จะหาเรื่องเท่านั้น

                คุณชางจางยกยิ้มมุมปาก ท่านพี่กล่าวได้ถูกต้องรังแต่จะหาเรื่องเท่านั้น…” เอ่ยถึงตรงนี้ใบหน้าหล่อเหลาก็หุบยิ้มลง จ้องมองจางชิงฟงดั่งศรคมกริบข้ามิต้องลงมือ จางหลี่จะเป็นคนสังหารท่านเอง

                เจ้า!”

                จางฮุ่ยเฟิงเบือนหน้ากลับมา สะบัดบังเหียนให้ม้าวิ่งเร็วขึ้น เสียงนกร้องดังทั่วป่าได้สักพักแล้ว เป็นรหัสสัญญาณจากกองกำลังดอกรัก พวกเขาเดินทางถึงที่ตั้งศัตรู ทางเบื้องหน้ามิมีสิ่งกีดขวาง

                หลังจากถ่ายทอดคำสั่งให้เซี่ยจวิ่นอีกที กองทัพทหารม้าก็เร่งความเร็วขึ้น แปรขบวนดั่งงูฉกกัด เน้นความรวดเร็วยิ่งในการเคลื่อนที่ สีหน้าของเหล่าทหารมิได้ตื่นเต้น พวกเขาต่างเงียบขรึม มีวินัย ติดตามผู้ที่ตนยอมถวายตัวเข้ารับใช้ แม้คุณชายจางจะมิได้บอกรายละเอียดเท่าไหร่นัก บอกแต่เพียงว่าท่านหมอประจำจวนโดนจับตัวไปเท่านั้น

                นับว่าเพียงพอแล้ว

                เหล่าทหารในจวนต่างคุ้นเคยกับเสี่ยวผานยิ่ง เวลาบาดเจ็บจากการฝึกซ้อมหรือล้มป่วยอันใด ล้วนมีเสี่ยวผานช่วยรักษา แพทย์หนุ่มเป็นที่ชื่นชอบยิ่งในจวน นิสัยใจคอจริงใจนับเป็นคนดีอันหายาก ปรุงลูกกลอนที่เพิ่มพูนกำลังกายก็มักคะยั้นคะยอให้เหล่าทหารลองเสมอ

                ลักพาตัวคนของจวนก็เท่ากับตบหน้าเจ้าของ ตบหน้าท่านแม่ทัพก็เท่ากับตบหน้าพวกมันทั้งกองทัพ!

                เช่นนี้ต่อให้ภายนอกเงียบขรึมดุจทหารเก่งกล้า แต่ในใจพวกมันล้วนกระตือรือร้นต้องการล้างแค้นทั้งสิ้น

                จางฮุ่ยเฟิงหยุดม้าเมื่อพ้นขอบป่าออกมา ทั้งกองทัพเบิกตากว้าง มังกรลายครามตัวหนึ่งกำลังแวกว่ายอยู่เหนือซากปรักหักพัง บริเวณนั้นเปียกชุ่มราวกับเป็นแอ่งน้ำใหญ่ คนของพรรคตัดสุริยันกระจายอยู่โดยรอบจนมิอาจมองแน่ชัด เศษซากสิ่งก่อสร้างบดบังทัศนียภาพหมดสิ้น

                นายน้อยนั่นมัน…”

                “มันคือมังกรเคลื่อนวารี

                สัตว์บรรพกาล!” เสียงฮือฮาดังขึ้นเพียงชั่วครู่

                จางฮุ่ยเฟิงเคลื่อนขบวนมาสมทบกับกองกำลังดอกรัก ชายหนุ่มลงจากหลังม้า เกราะสีดำเปล่งประกายบางอย่างจนน่าขนลุก เซี่ยจวิ่นตรึงกำลังอยู่ด้านนอกก่อน ดูสถานการณ์ตามสมควร

                ทางศิษย์พรรคตัดสุริยันต่างยืนกระจัดกระจาย ดูท่าต้องหลบลูกหลงของการต่อสู้ นำทหารมากเข้าไปอาจเป็นการนำชีวิตไปทิ้งขว้างได้ นอกจากนี้คุณชายจางมิต้องการให้ผู้ใดเหลือรอด จะกล่าวว่าปิดล้อมคงไม่ผิดนัก คล้อยหลังจางฮุ่ยเฟิงกับกองกำลังดอกรักส่วนหนึ่งจากไป เซี่ยจวิ่นก็กระจายกำลังทหารโอบล้อมรอบบริเวณทันที ส่วนที่หลงเหลือก็แบ่งเป็นกลุ่มย่อย กระตุกบังเหียนม้าไล่เก็บกวาดพื้นที่

                กองกำลังลับมองผ่านคล้ายกลุ่มก้อนสีดำ ทันทีที่เข้าระยะสายตาผู้คน ต่างก็แยกตัวกระจัดกระจาย เสียงร้องของศิษย์พรรคตัดสุริยันดังระงม พวกมันร่ำร้องเตือนกันว่ามีมือสังหาร ทว่ามือสังหารเป็นเช่นไร? ใช่ว่าท่านรู้ความแล้วจะสามารถหลบเลี่ยงได้ตามใจหรือ?

            ท่านหมอน้อยอย่าได้ฟังมัน ถึงอย่างไรมันก็สังหารบิดาท่านอยู่ดี! ลมปากคนชั่วช้าสามานย์!”

                เสียงตะโกนแหบพร่าเรียกให้ผู้คนในบริเวณนั้นหันไปมอง บรรดาศิษย์ของพรรคตัดสุริยันได้ยินต่างก็ด่าทอกลับไปบ้าง ลงมือโจมตีเข้าสู่ใจกลาง มันผู้หนึ่งหัวเราะเยาะกับสหาย พลางกล่าววาจาดูแคลน

                ไฟไหนเลยจะสู้กับน้ำได้ จิ้งจอกตัวนั้นไม่นานก็ต้องโดนจับแล้ว

                นับว่าเอาชีวิตมาทิ้งโดยแท้ ร่างสถิตทิ้งสัตว์วิเศษไว้ตัวเดียวตัวมันมิใช่ว่าหนีหดหางไปแล้วหรือ?

                กล่าวจบพวกมันก็หัวร่อเสียงดัง ยิ้มเยาะในความยิ่งใหญ่ของพรรคตนเอง ทว่าโดยที่มันมิทันรู้ตัวกระบี่เล่มหนึ่งเสียบแทงทะลุอกมัน ดวงตาเบิกกว้าง เลือดยังมิทันหยดลงพื้นศีรษะของสหายด้านข้างกับตัวของมันก็แยกออกจากกันด้วยการสังหารเพียงหนึ่งครั้ง สหายอีกผู้หนึ่งกำลังจะชักกระบี่ น่าเสียดายยิ่งยกมือพลันต้องชะงักเพราะตัวของมันขาดแยกออกจากกันเสียแล้ว พวกมันยังมิทันมองเห็นตัวมือสังหารด้วยซ้ำ

                จางฮุ่ยเฟิงดึงกระบี่ออกปล่อยให้เลือดพุ่งเปรอะเปื้อน ดวงตาทอแววอำมหิต

                ฆ่าให้หมด!!”

                ผลุ่บ! –

            เสียงการเคลื่อนไหวของคนหลายคนเกิดขึ้นไล่กัน บรรดากองกำลังดอกรักแยกกระจายตัว ลงมือรวดเร็ว อาวุธลับสังหารโดยที่ศัตรูมิทันรู้ตัวด้วยซ้ำจางฮุ่ยเฟิงสั่งการเสร็จก็เดินตรงเข้าไป แต่ละก้าวหนักแน่นองอาจ เสียงกระทบของเกราะฟังดูน่าเกรงขามอย่างยิ่ง ดวงตาลึกล้ำเกิดจะคาดเดาความคิด

                ทุกฝีเท้าที่เยื้องย่างก้าวเดิน ด้านหลังจะต้องมีร่างไร้วิญญานล้มลงสู่พื้น

                ไม่สมควรตกตายสมควรนำไปเข้าทัณฑ์ทรมาน ต่อให้อยากตายก็ไม่ได้ตาย!

            จางฮุ่ยเฟิงยิ่งเข้าไปใกล้ยิ่งมองภาพเบื้องหน้าชัดเจน ดวงตาสีเทาสั่นระริก

                จิ้งจอกสีดำตัวหนึ่งร้องคำรามดังลั่น มันกำลังโบกสะบัดหางชุ่มเลือดตอบโต้กับมังกรเคลื่อนวารี อุ้งเท้าทั้งสี่ทั้งวิ่งกระโจนกระโดดตลอดเวลา สะบัดหัวไล่ความมึนงงเมื่อถูกสายฟ้าฟาดเข้าใส่ กระถางธูปสีทองมากมายล้อมรอบราวกับกรงขัง มันมิอาจฝ่าออกมาและยิ่งมิสามารถแบ่งสมาธิไปจัดการได้ พวกมันเป็นวิชาสะกดโจมตีไม่รุนแรง แต่สูบเอาเรี่ยวแรงลมปราณออกไปเรื่อยๆ

                หมาป่าสวมหนังแกะภายใต้หมวกเกราะมองภาพนั้นด้วยสายตาน่ากลัวยิ่ง

                สำหรับคู่สัญญาแล้วย่อมจดจำได้ดียิ่ง ว่าขนาดตัวที่แท้จริงเป็นอย่างไร

            จิ้งจอกอนธการ ตัวเล็กลงกว่าที่ควรจะเป็น

                ภายในใจสั่นไหววูบ คล้ายหัวใจด้านในถูกมีดกรีดดึงออกไป ชั่วขณะหนึ่งจางฮุ่ยเฟิงพบว่าต่อให้เอาสิ่งใดมาตบหน้าเขาก็ยังมิได้สติ ใบหน้าหล่อเหลาแปรเปลี่ยนเป็นดุดันจนน่าหวาดหวั่นยิ่ง มือหนาที่จับกระบี่แน่น สั่นไปด้วยความโกรธเกรี้ยว เสียงกรงขังบางอย่างใจของเขาแตกกระจาย ชายหนุ่มไม่กักเก็บตนเองอีกต่อไป ปล่อยให้ความมืดในจิตใจเบื้องลึกทะลักออกมา ลมปราณรอบกายแน่นจนหายใจลำบากแผ่กลิ่นอายโหดเหี้ยม อำมหิตเป็นอย่างยิ่ง

                ท่านหมอน้อยโปรดคิดให้ดี!”

                นาเทียนตงบนหลังเจ้าจิ้งจอกตะโกนเสียงแหบ ท่านหมอน้อยได้ยิน นางเอาแต่ส่ายหน้าดวงตาเหลือบมองตัวชั่วช้าสามานย์ด้านข้าง มือมารซู่หลิงสังเกตเห็นผู้มาเยือนในที่สุด มันลงแรงไปมิใช่น้อยสัมผัสทั้งหมดเลยทื่อด้านมิเฉียบคมเช่นเคย มันจับจ้องร่างสีดำราวกับเทพสงครามกำลังเยื้องย่างตรงมาหามัน  

                นี่มันคุณชายจางมิใช่หรือไร? ขออภัยจริงๆที่ยามนี้มิอาจต้อนรับได้มู่มารซู่หลิงแย้มยิ้ม ภายในใจร่ำร้องว่าแย่แล้ว จิ้งจอกอนธการเกือบจะสิ้นฤทธิ์ มันมิมีทางสู้มังกรเคลื่อนวารีได้ ทว่ายามนี้จางฮุ่ยเฟิงกลับอยู่ที่นี่

                มิทราบว่าท่านมาที่นี่ได้อย่างไร?

                “คุณชายท่านจะไม่พูดคุยกันก่อนหรือ?

                จางฮุ่ยเฟิงไม่ตอบคำ แม่ทัพสงครามในชุดเกราะดำสะบัดกระบี่ชุ่มเลือด กระบี่มู่ยองสั่นไหวรุนแรงราวกับต้องการเลือดมาหล่อเลี้ยงเพิ่มอีก ชายหนุ่มขยับเคลื่อนไหวมือออกเพลงดาบดุดันประจำตระกูลจางเปิดฉากจู่โจม!

                เค้รง! ซูมม!–

            ลมพัดหมุนวนรุนแรง พื้นดินในระยะถูกพัดกระจาย มือมารซู่หลิงถอยกระเด็นไปหลายก้าว ส่งผลให้หมอน้อยเสียสมาธิไปด้วย มังกรลายครามด้านบนถูกหางจิ้งจอกจับไว้ได้ในที่สุด ทว่าแทนที่จิ้งจอกตัวนั้นจะฝังคมเขี้ยวลงไป ดวงตาสีสว่างของมันสังเกตเห็นบางอย่างเข้าเสียก่อน

                ไม่ได้! เจ้าเด็กโง่งมเจ้ามิอาจสู้มันได้!

            กรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร!”

                จินคำรามใส่จางฮุ่ยเฟิง แน่นอนว่าคุณชายจางมิได้โง่ ทั้งยังชาญฉลาดด้วยซ้ำ ใบหน้าหล่อเหลาทวีความไม่พอใจมากกว่าเดิม ดวงตาสองดวงสบกันราวกับเวลาหยุดนิ่งชั่วครู่ ความอบอุ่นไหลเวียนหล่อเลี้ยงไปทั่วหัวใจ

                ตราประทับบนลำคอหนาเผาไหม้จนเป็นรอยแดง คอยเรียกสติที่ถูกกลืนกินไปกลับมา

                ย้อนไปเมื่อคราที่สอบวาโยล่องหงส์ พี่น้องตระกูลเฟิ่งมาเยือนถึงจวน ทั้งคู่ต่างมาบอกเล่าความลึกลับที่ซ่อนอยู่ภายในแคว้นแห่งนี้สัตว์บรรพกาล เฟิ่งหลินเล่าเรื่องนี้เพราะนึกเป็นห่วงจากใจจริง สัตว์บรรพกาลต่างจากสัตว์วิเศษ  ปกติแล้วสัตว์วิเศษย่อมให้ผลบางอย่างต่อนายของมัน เช่นมองเห็นในที่มืด เคลื่อนไหวได้รวดเร็ว พละกำลังเพิ่มพูนขึ้น

                ทว่าสัตว์บรรพกาลไม่เหมือนกัน

            พวกมันเป็นกลุ่มแรกที่แบ่งเลือดร่วมกับมนุษย์

                ทั้งพลังอำนาจ เลือดที่หล่อเลี้ยง ลมปราณ สัตว์บรรพกาลจะแบ่งครึ่งหนึ่งของพวกมันให้มนุษย์จะตอบแทนพวกมันด้วยครึ่งหนึ่งเช่นกัน อยู่ร่วมกันเป็นสองย่อมแข็งแกร่งหาอันใดเทียบเทียม ผู้คนเรียกขานมนุษย์ผู้ทำสัญญากับสัตว์บรรพกาลว่า ร่างสถิตมันมิใช่การเป็นคู่สัญญา แต่เป็นการสำแดงพลังอำนาจผ่านทางมนุษย์

                จินมีร่างสถิตแต่นั่นมิใช่เพียงคนเดียว นอกจากจางฮุ่ยเฟิงแล้ว มนุษย์อีกผู้หนึ่งซึ่งมีเลือดหลอมรวมอยู่ด้วยกันมากกว่า ร่างสถิตนั้นได้รับพลังอำนาจมากกว่าคุณชายจาง

                นั่นคือลี่เซวี่ยหลิน

            จิ้งจอกอนธการมีร่างสถิตสองร่างโดยมิได้ตั้งใจ นั่นทำให้พลังที่มอบให้แก่จางฮุ่ยเฟิงน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ถึงกระนั้นเมื่อร่างสถิตอีกร่างอยู่ไกลตัว การสำแดงพลังก็เรียกว่าถดถอยเช่นกัน

                วิ้งงงงงง –  เสียงแสบแก้วหูระงม เป็นกระบี่มูยองที่เปล่งแสงจนแสบตา

                ฮ่า!”

                เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! –

            มือมารซู่หลิงสะบัดฝ่ามือตั้งรับเป็นพัลวัน กระบี่ของอีกฝ่ายดุดันคุกคามจนล่าถอย ผู้อาวุโสอย่างมันหอบหายใจหน้าแดงคล้ำ เร่งเร้าใช้ออกซึ่งวิชาสูงสุดทันที ฝ่ามือของมันเปล่งสีโลหิตเข้มข้น เข้าปะทะกับกระบี่มูยองต่างฝ่ายต่างอยากดื่มเลือดมิต่างกัน ทันใดนั้นหางตามันเหลือบเห็นลูกธนูพลันกระโจนหลบวูบ

                กองทัพของเซี่ยจวิ่นรุกเข้ามาถึงด้านในแล้ว นายกองบนหลังเสือขาวยกมือขึ้นใหม่ มือธนูทั้งหมดจึงเบนเป้าไปที่จุดเดียวกัน แต่ชายหนุ่มมิได้สั่งยิง จับโยนเอาจางชิงฟงลงไปคลุกกับพื้นดินด้านล่าง คุณชายลำดับสี่ของตระกูลอดกลั้นต่อเสียงร้องความเจ็บ ถลึงตามองเซี่ยจวิ่นอย่างเคียดแค้น  

                เจ้านี่กับคนของเราจางฮุ่ยเฟิงต่อรอง

                จางชิงฟงมองหน้าผู้อาวุโสซู่หลิง ต่างฝ่ายต่างมิค่อยได้พบหน้ากันนัก นอกจากตอนมาขออาศัยด้วยชั่วคราวตามจดหมายที่รองประมุขเขียนมา ในใจหวาดหวั่นเป็นอย่างยิ่งว่าตนเองจะถูกทอดทิ้งจริงๆ

                เฮอะ! เจ้าจะฆ่าแกงอันใดก็เชิญ

และเป็นดั่งที่คาดคิดมือมารซู่หลิงทำสีหน้ารังเกียจอย่างไม่ปิดบัง

เจ้า!” จางชิงฟงถลึงตาใส่อีกฝ่าย ลองดูว่าไม่มีคนของข้า พวกเจ้าจะมาถึงตรงนี้ได้หรือไม่!”

มือมารซู่หลิงคลี่ยิ้ม เรื่องในอดีตนับว่าต้องเหนื่อยเจ้าจริงๆ

ส่วนเรื่องปัจจุบันนั่นหรือ?...เด็กหนุ่มผู้นี้มิคุ้มค่าต่อการเสียสัตว์บรรพกาลแม้แต่น้อย

            โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!”

                กรี๊ดดดด

                มังกรเคลื่อนวารีและท่านหมอน้อยร้องขึ้นพร้อมกัน พอจางฮุ่ยเฟิงมาถึงเจ้าจิ้งจอกอนธการก็รู้สึกจิตใจฮึกเหิมขึ้น สติแจ่มใส่ขึ้นบ้าง อ้าปากฝังเขี้ยวคมฉีกกระชากเนื้อมังกรออกมาพร้อมกับเลือดสดๆ มังกรเคลื่อนวารีสะบัดหางของมัน อ้าปากโจมตีด้วยคลื่นน้ำหลายสาย หลบหนีออกมาได้ในที่สุด

                ทารกหญิงโง่งม! เจ้าสู้แบบประชิดตัวกับจิ้งจอกไม่ได้…” ผู้อาวุโสคำรามอย่างเดือดดาล พลันหางตาเหลือบเห็นบางสิ่งเคลื่อนไหว เร่งเร้าลมปราณล้อมรอบฝ่ามือโลหิต

                เคร้ง! –

                มือมารซู่หลิงเสียสมาธิชั่วครู่กลับพลาดพลั้งถูกกลุ่มคนในหน้ากากจิ้งจอกล้อมเอาไว้ ยังมีกองทัพบนหลังม้าพร้อมคันธนูเล็งมาอีกนับสิบ แม่ทัพสงครามที่ประมือด้วยเพียงสบตาก็ทราบแล้วมันมิมีก้าวเท้าออกจากที่นี่ได้โดยมีชีวิต

                ทว่าอีกฝ่ายกลับมิสามารถลงมือได้ หนึ่งคือท่านหมอน้อยยืนอยู่ข้างกายมันสองคือยังค้นหาพรรคพวกตนเองไม่เจอ ไม่ทราบเป็นตายร้ายดีอย่างไร

                เฮอะ! ที่แท้เจ้าก็หลอกข้าประมือเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ มิได้กะจะเอาชนะแต่แรกผู้อาวุโสยิ้มเยาะ แสร้งกล่าววาจาต่อเพื่อถ่วงเวลา ท่านหมอน้อย บิดาท่านข้าขยับมือเพียงนิดเดียวคนของข้าก็จะปลิดชีวิตเขาทันที

                เซวียนเจียงฉวี่ตัวสั่น มังกรเคลื่อนวารีพลันหันหัวกลับ อ้าปากพ่นน้ำความดันสูงเข้าใส่จุดที่แม่ทัพชุดเกราะดำยืนอยู่ทันที!

            ครืนนนนนนน

            เสียงปะทะของพลังดังขึ้น อากาศสั่นไหวอย่างรุนแรง ลมพัดหมุนวนจนเศษฝุ่นปลิวคลุ้ง เศษหินเศษดินกระเด็นออกไปทิ้งรัศมีเป็นวงกว้างรอบๆตัวสัตว์สี่เท้า จิ้งจอกอนธการเห็นคู่สัญญาของตนจะโดนทำร้าย กระโจนเข้ามาขวางหน้า อ้าปากพ่นลูกไฟทมิฬสีดำสนิทเข้าปะทะ

                พลังสองชนิดกระทบกันรุนแรง จนผืนน้ำด้านล่างแห้งเหือด

                มือมารซู่หลิงเห็นไฟอนธการดวงตาแวววับราวกับมองสิ่งล้ำค่า มันอ้าปาก นักพรตผนึกจิ้งจอกได้แล้ว!”

                ทว่าพอเหลียวมอง มันกลับพบว่ามิหลงเหลือนักพรตแม้แต่เพียงผู้เดียว กระธางธูปเมื่อจุดแล้วจึงลอยอยู่ ด้านพลังนับว่าสิ้นฤทธิ์ไร้พิษสงไปแล้ว มือมารซู่หลิงสีหน้าเคร่งเครียดขึ้น ลูกศิษย์ของมันในพรรคตกตายหมดเรื่องนี้เป็นไปได้อย่างไร? กองทัพทหารมิอาจสู้ชาวยุทธในเหตุการณ์เช่นนี้ได้

                หรือจะเป็นพวกมัน? มือมารซู่หลิงเหลือบมองหน้ากากจิ้งจอกที่ยืนคุมเชิงอยู่รอบตัว

                พวกเจ้าทั้งหมดนี่ต่อให้ลงมือพร้อมกันก็มิอาจสังหารข้าได้

                เซี่ยจวิ่นร้องจิ๊จ๊ะในลำคอ มือไม้ที่ถืออาวุธรู้สึกคันไปหมด ปากด่าทอให้หายอยาก เจ้าเฒ่าอวดดี!”

                จางฮุ่ยเฟิงล่าถอยไม่ได้ หากเขาหายไปมือมารซู่หลิงจะลงมือสังหารคนของตนเองทันที ท่าทีผู้อาวุโสคล้ายอวดดี แต่มือเป็นสีดำคล้ำ มิได้ลดความระวังเลยแม้แต่น้อย อับจนขึ้นมาเกรงว่าจะเสียไพร่พลไปมากเช่นกัน

            สิ่งใดดีกับเขา เขาย่อมดีตอบ

                คุณชายจางตอบแทนคนของตนเองด้วยดีเสมอ ดวงตาสีเทามองสตรีข้างกายมือมารซู่หลิง นางถูกจับจ้องพลันหวาดหวั่นอย่างยิ่ง ขนลุกซู่ขึ้นมาโดยมิทราบสาเหตุบุรุษผู้นี้น่ากลัว ร่างสถิตเกิดความรู้สึกด้านลบ ส่งผลให้มังกรเคลื่อนวารีกระสับกระส่ายเช่นกัน เพลิงอนธการเผาไหม้รุนแรง จนแม้แต่น้ำก็ระเหยแห้งหมดสิ้น มังกรเคลื่อนวารีถูกไฟลวกไหม้ ส่วนพลังตกค้างที่เหลือติดพรึ่บลุกไหม้ดังเปรี๊ยะไปทั่วซากปรักหักพัง

                เพลิงสีดำเพลิงอนธการที่เผาไหม้ได้ทุกสิ่งทุกอย่าง

            ผู้ใดกล่าวว่าน้ำย่อมชนะไฟ? ร่างหมอน้อยหอบหายใจหนักพลังลมปราณในตัวนางถูกใช้จนหมดสิ้น ปราณแท้แห้งเหือดต้องใช้เวลาฟื้นฟูหลายวัน  มือมารซู่หลิงหน้าคล้ำดำสายตาแดงก่ำเดือดดาลเมื่อแผนการณ์ถูกทำลาย แค่กระถางธูปทอง การก่อสร้างตึกเพื่อดักจับสัตว์บรรพกาลแห่งนี้พรรคของมันล้วนเสียเงินเสียทองไปมิใช่น้อย  

หากล้มเหลวกลับไปก็มีแต่ความตายรออยู่เท่านั้น

นายน้อย!!” มู่ฟงเคลื่อนตัวมาด้วยความรวดเร็ว สายตาประเมินสถานการณ์ตรงหน้า ตัดสินใจรายงานเสียงดัง พวกเราช่วยเหลือเสี่ยวผานและท่านเซวียนไป๋เฮ่อออกมาได้แล้ว

กึก เสียงของมู่ฟงใช้ลมปราณขยาย ดังไปทั่วสนามรบ สิ้นคำรายงาน มีคนสองคนที่ขยับเคลื่อนไหวทันที

ฮ่า!!”

ดวงตาแดงก่ำทอประกายอำมหิต มือมารซู่หลิงมันยกฝ่ามือขึ้นโจมตีหญิงสาวด้านข้างโดยฉับพลัน!

จ๋อม

ท่านหมอน้อยเบิกตากว้าง มองมือแดงก่ำจมหายไปในอากาศห่างจากใบหน้าของนางแค่คืบ มังกรเคลื่อนวารีบนอากาศหายตัวไปแล้ว มันใช้เกราะวารีคุ้มกาย ระเหยตนเองเป็นหมอกเพื่อเคลื่อนที่ฉุกเฉิน เกราะน้ำใสด้านหน้าท่านหมอน้อยค่อยๆสีเข้มขึ้นปรากฏกายต่อผู้คน

ราวกับได้ยินเสียงคำรามดังออกมา มือมารซู่หลิงหน้าซีดเผือด ร่ำร้องในใจว่าแย่แล้วมือของมันมิสามารถดึงออกได้ เสียงหมุนของคลื่นน้ำดังรุนแรง ผู้คนทราบทันทีว่าเกิดอันใดขึ้น

บะบัดซบบ!!”

ซู่หลิงแผดเสียงลั่น ใบหน้าบิดเบี้ยวเจ็บปวดอย่างรุนแรง กระแสน้ำวนในอากาศเบื้องหน้ากำลังดึงมันเข้าไปสู่ใจกลาง มันมิสามารถต่อต้านได้ คล้ายลมปราณบริเวณที่ถูกกลืนไปแล้วสลายหมดสิ้น

เมื่อมนุษย์หาญกล้าพาดบันไดขึ้นไตร่ถามฟ้า ตกลงมาย่อมจ่ายออกด้วยราคาแพง

ผู้คนโดยรอบมองสิ่งอัศจรรย์เบื้องหน้า อำนาจของสัตว์บรรพกาลในอดีตสุดท้ายแล้วไม่ว่าผู้ใดก็ยังมิสามารถเข้าใจมันได้ พลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่เกินไปนี้ มิได้มีเพื่อให้มนุษย์ล้ำเส้นมาหมายโลภครอบครองมัน

อ๊ากกกกก!!” มือมารซู่หลิงคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวด กลิ่นคาวเลือดโชยออกมาจากคลื่นน้ำที่หมุนวน มันถลึงดวงตาแดงก่ำใส่จางฮุ่ยเฟิง ตัวบัดซบที่ทำลายแผนการณ์ของมัน บัดซบ! บัดซบ! แคว้นไตรนภาอันโง่เขลา!ประมุขของเราคือจอมฟ้าที่แท้จริงพวกเจ้าคอย…”

สุ้มเสียงของมันเงียบไป นั่นเพราะตัวมันมิอยู่อีกต่อไปแล้ว

ท่านหมอน้อยทรุดลงกับพื้น ริมฝีปากขยับ บะบิดาข้า…”

เซวียนเจี่ยงฉวี่!!” เสียงแหบห้าวร้องเรียก ปรากฏเป็นร่างโทรมของบุรุษวัยกลางคนยืนอยู่ ถูกหิ้วปีกประคองด้วยทหารสองนาย ดวงตาฉายแววอ่อนใจและยินดีในทีเดียวกัน  

บิดา!” ท่านหมอน้อยที่หมดเรี่ยวแรงพลันลุกขึ้น นางวิ่งตรงไปโถมเข้ากอดเอวของบุพการี ร่ำร้องไห้เสียงดังมิสนใจสิ่งใดนอกเหนือจากนั้นอีก ข้าเหลือท่านคนเดียวอึกโฮฮฮ

ในขณะเดียวกันคุณชายจางก็มิได้อยู่ตรงนั้นแล้ว เขาวิ่งวิ่งจนสุดฝีเท้า วิ่งจนหลงลืมไปว่าตนเองได้ทำลายสถิติก้าวระยะเดิมไปแล้ว จิ้งจอกอนธการตัวใหญ่ค่อยๆลดขนาดเล็กลงจนมิอาจมองเห็นได้

จิน!!”

นาเทียนตงร้องเสียงดัง มือยื่นไปหมายจะจับเจ้าจิ้งจอกตัวเล็กที่นอนขดชุ่มเลือด

หลีก!” ดวงตาสีเทาทอประกายแข็งกร้าว มือหนาช้อนเอาร่างจิ้งจอกสีดำขึ้นแนบอก จิน จิน จิน…” เขาเอ่ยปากร้องเรียกซ้ำๆ จนได้แววตาดุตอบกลับมา

อย่าสงเสียงดัง มันเจ็บแผล!

จางฮุ่ยฟงคล้ายยกภูเขาออกจากอก มืออุ้มจิ้งจอกแสนรักอย่างทะนุถนอม ใช้วิชาตัวเบาวิ่งเข้าไปหาแพทย์ที่เลิศล้ำ เทพเยียวยาหิมะหงส์กำลังนั่งด้านข้างร่างของเสี่ยวผาน ดวงตาหรี่ลงวิเคราะห์              

ท่านหมอน้อยรู้สึกผิดจากก้นบึ้งหัวใจ บิดาเสี่ยวผานจะเป็นอันใดหรือไม่?

เทพเยียวยาหิมะหงส์กล่าวเสียงนุ่ม แม้ร่างกายสภาพโทรม แต่ความมีสง่าราศีแสดงออกทุกท่วงท่าที่เคลื่อนไหว ทุกอย่างเป็นธรรมชาติอันหนึ่งอันเดียวกัน เจ้าเป็นหมอก็ลองวิเคราะห์ด้วยสองตาดู

บิดา….” นางครางเสียงเบา สองตาร่ำไห้หยดใส่ใบหน้าที่หลับสนิท ด้วยเพราะรู้ว่าคนไข้รายนี้บาดเจ็บสาหัสยิ่งนักฝ่ามือเล็กลูบบาดแผลบนร่างกายที่หลับลึก

ทารกหญิงโง่เขลา บิดาเจ้าขึ้นชื่อเรื่องใดมากที่สุด อย่าได้ร่ำไห้ลงมือรักษาได้แล้วเทพเยียวยาหิมะหงส์ถอนหายใจ ผู้อาวุโสรับเอาอุปกรณ์การแพทย์จากหน่วยลับ มู่ฟงและเซี่ยจวิ่นทราบว่านายน้อยคงมิสนใจเรื่องอื่นอีกแล้ว ดังนั้นจึงสั่งการเก็บกวาดพื้นที่ยึดข้าวของแต่แรก

บุตรีที่รักบิดาจนละทิ้งมโนธรรมช่างโง่เขลาเสียจริง

แต่มิว่าผู้ใดที่มองดูต่างมิอาจตำหนิ พวกเขาสามารถพูดได้นั่นเพราะครอบครัวพวกเขายังอยู่รอดปลอดภัย พวกเขาสามารถเอ่ยวาจาสวยหรูได้นั่นเพราะพวกเขาเพียงแค่มองดูด้วยสองตา

หากเป็นตนเองเผชิญหน้ากับเหตุการเช่นนี้บ้างเล่า?

พวกเขาไตร่ถามจิตใจ แต่มิสามารถได้รับคำตอบ นั่นเพราะพวกเขายังไม่เคยเผชิญ เหตุการณ์เบื้องหน้ากับเหตุการณ์จริง ผู้คนไหนเลยจะคิดเหมือนกัน? นางเป็นเพียงดรุณีน้อยยังมิเติบโตดีด้วยซ้ำ

เทพเยียวยาหิมะหงส์ตรวจอาการเสี่ยวผาน ลงมือรักษาอย่างรวดเร็ว เขาชี้นิ้วไปทางจางฮุ่ยเฟิงที่กำลังเดินมา เซวียนเจียงฉวี่ไปรับผิดชอบการกระทำของเจ้า

ท่านหมอน้อยหยิบย่ามรีบร้อนลุกขึ้น ทว่านางหวาดกลัวแม่ทัพสงครามผู้นี้อย่างยิ่ง พอนางจะรับจิ้งจอกสีดำจากมืออีกฝ่ายก็ถูกมองด้วยสายตาคมกริบจนสั่นสะท้าน ดังนั้นนางจึงได้แต่ปล่อยให้จางฮุ่ยเฟิงเป็นคนอุ้มเช่นนั้น ค่อยๆลงมือรักษาอย่างระมัดระวังและแผ่วเบา

ท่านหมอน้อยใส่ยาให้ที่สุดท้าย นางกระซิบข้างหูเสียงเบาหวิว “…จิ้งจอกน้อยข้าขอโทษ

แน่นอนว่าจินเหนื่อยจนไม่คิดจะถือสาหาความเด็กรุ่นหลานตนเอง แต่กลับคุณชายจางผู้นี้ไหนเลยจะแยกแยะ? พอเป็นเรื่องจิ้งจอกแสนรักก็คล้ายโยนเหตุผลทิ้งจนหมดสิ้น ไม่จับกระบี่แยกร่างนางเป็นสองส่วนตรงนี้ก็นับว่าปราณีมากแล้ว

รอจนเสี่ยวผานอาการดีขึ้นก็ถูกนำขึ้นหลังเสือขาว รวมถึงจิ้งจอกน้อยที่นอนหมอบซุกไซ้เข้ากับขนสีขาวอยู่ด้วย เสือขาวเป็นพาหนะที่สามารถเคลื่อนไหวได้นิ่มนวลที่สุดสำหรับยามนี้  เซี่ยจวิ่นระมัดระวังมาก

เทพเยียวยาหิมะหงส์ นาเทียนตงและท่านหมอน้อย อาศัยโดยสารร่วมกับม้าของเหล่าทหาร พวกเขาแบ่งขบวนเป็นสอง แถวหน้าเร่งเดินทางไปก่อน ทรัพย์สินที่ยึดมาค่อยๆติดตามมาทีหลัง จางฮุ่ยเฟิงขี่อาชาพ่วงพีนำขบวนกองทัพแรก มู่ฟงดูแลขบวนกองทัพที่สอง กองกำลังดอกรักก็แบ่งเป็นสองกลุ่มเช่นกัน

สำหรับจางชิงฟง แม่ทัพสงครามไว้ชีวิตเขาดังที่ลั่นวาจา

ทว่ากลับถูกทอดทิ้งเอาไว้ในหุบเขาลึกของพรรคตัดสุริยันเพียงลำพังแทน

 

เมื่อขบวนการเดินทางกลับมาถึงจวนก็วุ่นวายเอาการ บรรดาบ่าวไพร่ต่างวิ่งตึกตักไปทั่ว เข้าออกห้องนั่นนี่วิ่งไปตามหมอรอบข้างมาหมด ถือกะละมังใส่น้ำ ผ้าเช็ด อาหารบ้างผลัดเปลี่ยนกันไป

เหล่าทหารนั่งรวมตัวกันในสนามซ้อมใหญ่ หลังออกรบเสร็จพวกเขาย่อมรักษาบาดแผลและเลี้ยงฉลองตามธรรมเนียม ส่วนกองกำลังดอกรักมิได้พัก ต้องออกไปเก็บกวาดหลักฐาน ปิดบังเรื่องนี้ให้เงียบที่สุดทันที 

เสี่ยวผานพ้นขีดอันตรายแล้ว เขานอนหลับลึกอยู่ภายใต้การรักษาของแพทย์เลิศล้ำที่สุดในแว่นแคว้น ท่านหมอน้อยกำลังใช้แรงตนเองชดเชยความผิดในใจ ไล่รักษาเหล่าทหารในกองรวมถึงกองกำลังลับด้วยมิรู้จักเหน็ดเหนื่อย ทางด้านนาเทียนตงหลังจากอาการดีขึ้นมาเขาก็เปลี่ยนเป็นคุณชายเจ้าสำราญเหมือนเคย อีกทั้งยังไม่เอ่ยถามเรื่องใดๆ ดื่มกินสังสรรร่วมกับเหล่าทหารดั่งพี่น้อง

แม่ทัพของจวนหายไป แต่ก็มิมีผู้ใดคิดถามหา

จางฮุ่ยเฟิงเปลี่ยนมาสวมอาภรณ์ปกติ นั่งลงมองเจ้าจิ้งจอกนอนขดตัวอยู่บนพรมนุ่ม สายตาเย็นชาอย่างยิ่ง

เขาจะมิให้อภัยง่ายดายและวางเฉยอีกต่อไป เสี่ยวผานมิทราบเป็นตายร้ายดีเป็นข้ออ้างที่ดีสำหรับรับผิดชอบการกระทำตามอำเภอใจและวู่วามครานี้ แต่การที่อีกฝ่ายไม่ลอบเข้าไปชิงตัวเฉยๆนั้น เหตุมิพ้นต้องการจำกัดพรรคตัดสุริยันให้หมดสิ้น เพื่อผู้อื่นอีกแน่นอน แม้จะทราบว่าจินแต่เดิมทำตามใจอยู่แล้วก็ตาม

ทว่าเขาที่เป็นคนรักเล่า? ยังมีความหมายอยู่บ้างหรือไม่

หากจะว่าโกรธก็สามารถเรียกได้ว่าโกรธ นอกจากนี้ยังเสียใจและผิดหวังในตนเองร่วมอยู่ด้วย

เจ้าจิ้งจอกลืมตาขึ้นมาก็เจอสายตาคาดโทษจนร้อนๆหนาวๆ หวนนึกถึงเหตุการณ์และความรู้สึกยามอยู่ในค่ายกลหมอกดารา พลันใจอ่อนขึ้นมาคล้ายความโหยหาอันเลือนรางมาเคาะประตูที่ลั่นดาลปิดตายไว้สุดท้ายเท้าทั้งสี่ก็ลุกขึ้น เดินเตาะแตะไปหาคุณชายผู้กำลังทำสีหน้าอึมครึม

จางฮุ่ยเฟิงเลิกคิ้ว มองจิ้งจอกตัวเล็กขึ้นมาเหยียบบนหน้าตัก อุ้งเท้าหน้าทั้งสองยกขึ้นมาเกาะอก นำศีรษะที่ฟูฟ่องไปด้วยขนดุนเข้ากับใบหน้าหล่อเหลา ถูไถคล้ายกำลังออดอ้อน

นี่ใช่กำลังง้อคืนดีอยู่หรือไม่?

หมาป่าหนุ่มร่ำร้องในใจว่ากระบวนท่าอันร้ายกาจ วิธีนี้ทำให้จิ้งจอกอนธการสามารถครอบครองความเอ็นดูของสาวน้อยใหญ่ในเมืองจิงหย่วนมาแล้ว ไหนเลยคุณชายจางจะสามารถทานทน?

ใจอ่อนยวบ ความโกรธละลายหายหมดสิ้นทันที

จางฮุ่ยเฟิงอดคิดไม่ได้ว่าร่างเล็กแบบนี้ดูน่ารักน่าเอ็นดูเสียจริง อีกทั้งยังโกงในด้านความรู้สึกอีกด้วย

กลายร่างแล้วบาดแผลจะหายหรือไม่?มือหนาจับตัวสัตว์ขนฟูเอาไว้ เอ่ยถาม

จินนึกอยู่ชั่วครู่แล้วใช้ฟันกัดดึงผ้าพันแผลออกอย่างรวดเร็วไม่ฟังเสียงห้ามปราม หลังจากถอยออกมาก็กลายร่างเป็นบุรุษรูปงามผู้หนึ่ง อาภรณ์สีขาวถูกสวมใส่ด้วยมนตร์ ร่างกายยังหลงเหลือบาดแผลอย่างเห็นได้ชัด

จางฮุ่ยเฟิงถอนหายใจ ยายังอยู่ก็นับว่าดี

จินมองใบหน้าคมเข้มนึกเปรียบเทียบคุณชายผู้นี้กับในค่ายกลหมอกดารา ลอบสำรวจตั้งแต่คิ้วไล่ไปจนถึงริมฝีปาก สัมผัสความรู้สึกตนเองที่กระจ่างชัดเจน เผลอระบายรอยยิ้มบางๆออกมาโดยมิได้ตั้งใจ

เขาอยากกอดอีกฝ่ายเหลือเกิน

เจ้า…”

จางฮุ่ยเฟิงคล้ายต้องการเอ่ยสิ่งใด พลันชะงักค้าง

จินเลิกคิ้วเมื่อพบว่าอีกฝ่ายไม่เอ่ยปากต่อเสียที ดวงตาสีสว่างไล่มองใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงไปจนถึงใบหูชนิดที่หาได้ยากยิ่ง ถึงกระนั้นตาทั้งคู่ก็ยังมองมาไม่หลบราวกับกำลังสลักภาพที่เห็นลงในจิตใจ

หมาป่าผู้นี้กำลังเขินอาย? จิ้งจอกในร่างมนุษย์ขมวดคิ้ว ลองคาดเดาเหตุผล

เจ้าเขินเพียงเพราะว่าข้ายิ้ม?

คุณชายจางลูบใบหน้า “…เจ้ายิ้มแล้วดูดียิ่ง

เสียงหัวเราะเบาๆดังขึ้น จินพบว่าเขากำลังอารมณ์ดีมาก ในชีวิตมิได้หัวเราะอย่างเบิกบานใจมาเนิ่นนานเท่าใด แกล้งแหย่เอาคืนสำหรับการถูกฉวยโอกาสที่ผ่านมานับว่าดีเช่นกัน

พลันร่างกายกลับด้านกะทันหัน แผ่นหลังเอนลงไปติดเตียงเมื่อใดไม่ทราบ หมาป่าผู้เขินอายในทีแรกทับอยู่ด้านบน ใบหน้าขุ่นเคือง มือขาวซีดเอื้อมไปดีดหน้าผาก แต่โดนข้อมือกลับโดนฉกฉวย

ดวงดุจสัตว์ร้ายสั่นเล็กน้อยเมื่อนิ้วตนเองถูกงับเบาๆ

เจ้าหัวเราะเรื่องใด

ข้าถือเป็นคนเจ็บนะ

จางฮุ่ยเฟิงมองใบหน้างามที่หรี่ตาใส่ ก้มลงกระซิบข้างหู แกล้งจุมพิตเบาๆชวนให้ร้อนวาบ ลงโทษ

หมาป่าหนุ่มประทับริมฝีปากตนเองลง กดแนบแน่นฉกฉวยเอาความหวานตามต้องการ ลิ้นร้อนไล้ตั้งแต่บริเวณริมฝีปากได้รูปจรดทั่วทุกแห่งราวกับกำลังทายาลงบนบาดแผล แน่นอนว่านี่คือการลงโทษจางฮุ่ยเฟิงจูบเอาคืนจนกว่าจะพอใจ ทำให้ใบหน้าคนรักเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำชนิดที่ว่าหากหัวเราะล้อเลียนอีกคราก็จะถูกปิดปากเช่นนี้อีก

คนบาดเจ็บที่ถูกไล่ต้อนจนร่างกายเบาหวิวขมวดคิ้ว ถูกเด็กผู้หนึ่งจับกินยังไม่พอ มายามนี้ยังถูกข่มขู่ด้วยคำว่าลงโทษ จินรู้สึกตนเองกำลังถูกลูบคมอย่างยิ่ง ในสมองเค้นหาวิธีเอาคืน พลันสะดุ้งเฮือกขึ้นมา

อื้อ!”

เจ้าเด็กแก่แดด! ฝ่ามือตีพลั่กลงไปเมื่อพบว่าอีกฝ่ายกำลังเล่นซุกซนมากกว่าเดิม

น่าเสียดายยิ่งที่ด่าทอมิได้มิทราบว่าคุณชายจางผู้นี้ไปหัดจนเก่งกาจมาจากที่ใด จูบมิเคยหยุดเพียงแค่หนึ่งครั้ง กว่าเขาจะได้อ้าปากด่าทอกลายเป็นว่าผ้าทุกชิ้นหลุดไปหมดสิ้นเรียบร้อยทุกครา

จางฮุ่ยเฟิงผละออก มองดูสีหน้าและริมฝีปากเย้ายวนด้วยความพอใจ

ข้าเป็นคนเจ็บทำดีๆหน่อยอื้อลงไป!”

จินถลึงตาใส่ เมื่อพบว่าฝ่ามืออีกฝ่ายกำลังลูบไล้ผ่านท้องน้อย ค่อยๆเคลื่อนตัวต่ำลงไปอย่างแนบเนียนลื่นไหลยิ่ง ผิวที่ถูกผ่านสัมผัสร้อนวาบราวกับโดนไฟลวก

ใบหน้าหล่อเหลาคลี่ยิ้ม ดวงตาแทบจะปิดเข้าหากัน กระซิบเสียงเบาแหบพร่า

ข้าจะทายาให้…”

เขาไม่ได้เป็นแผลที่ข้างล่าง!

              สุดท้ายแล้วค่ำคืนนั้นก็จบลงที่การทายาจริงๆ จางฮุ่ยเฟิงเพียงแต่ต้องการสำรวจบาดแผลด้วยตา ทายาซ้ำอีกจนกระทั่งไว้วางใจ ทว่าเมื่อมีโอกาสผู้ใดจะไม่ฉกฉวย? ยังมินับว่าได้ลูบไล้ เช่นนี้จะสามารถทานทนได้อย่างไร?

เป็นประสบการณ์ทายาที่ชวนให้ร้อนรุ่มหวิวๆจนผู้ทายาที่แต่เดิมไร้รอยบาดเจ็บ ปรากฏร่องรอยการถูกทำร้ายจางๆ แน่นอนว่าผู้บาดเจ็บแต่เดิมก็มี ร่องรอยเพิ่มทั่วตัวด้วยความรักใคร่เช่นกัน

                จินเลี่ยงที่จะไม่เล่าถึงเหตุการณ์ในค่ายกลหมอกดารา เกิดปล่อยให้อีกฝ่ายรู้เข้าดูท่าจะได้ใจยิ่งกว่าเก่า อีกทั้งเขายังหน้าบางเกินไปที่จะแสร้งทำเป็นไม่เขินอายด้วย

                คล้อยหลังเรื่องราวคลี่คลายในวันนั้น ดึกดื่นยามค่ำคืนจิ้งจอกในร่างมนุษย์ก็ขยับตัวเข้าหาไออุ่นมากกว่าเคย ซุกใบหน้าลงบนร่างกายอีกฝ่าย ลอบขบกัดเบาๆบริเวณตราประทับ

                ความรู้สึกย่ำแย่จากค่ายกลหมอกดารา ทำให้เขาต้องการข่มเหงและทำให้ตนเองอุ่นใจ

                อยากทายาอีกหรือไม่?

                จิ้งจอกหน้าบางสะดุ้งเฮือก ใบหน้าร้อนทันที เจ้าแกล้งหลับ

                เสียงทุ้มหัวเราะเบาๆ กอดคนในอ้อมแขนให้แน่นขึ้นสมใจ

                ข้าจะแกล้งทำเป็นไม่ทราบเช่นกัน

 

            ยามนี้จึงได้รู้ว่ากลัวสูญเสียสิ่งใดมากที่สุด 


               

                                                


#LET’s TALK

          เกือบเปิดระบบแพลนกล้องเข้าโคมไฟไม่ทันเลยค่ะ ฮา ส่วนทางด้านเนื้อหาในเล่ม(ยิ้มอ่อนแบบนางฟ้า) ในที่สุดผู้ใหญ่จอมดื้อ(แน่นอนว่าจินคิดเอาเอง แม้ภายนอกเขาจะอ่อนเยาว์ก็ตาม) ก็ถูกค้อนอันใหญ่ฟาดเข้าจนตาสว่างสักที จินชอบกล่าวว่าคุณชายไม่ชัดเจน อันที่จริงเป็นตัวเขาเนี่ยล่ะที่ไม่ชัดเจนมากที่สุดหรือจะว่าขี้ขลาดก็ไม่มีผิด หยวนๆกันถือว่าเป็นบาดแผลทางจิตใจอันเก่า

          หลังจากนี้จะเรียกร้อง จะข่มเหงรังแกอะไรก็ทำไปค่ะ! เอาที่คุณท่านจะสบายใจเลย 

          เป็นตอนที่เขียนยากจริงๆสำหรับเรา อ่านกี่รอบก็มีแก้ สุดท้ายก็หยุดอ่านดีกว่า ทิ้งไว้ใกล้จะส่งต้นฉบับเล่มสองค่อยมาแก้ใหม่อีกที (แย่มาก)

          แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ ^^

 

PS. จินคนเดิม เพิ่มเติมคือเพิ่งรู้ว่ารักเขามาก

PS2. และรู้ว่าที่จริงแล้วคุณชายน่าเคี้ยวมาก 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 360 ครั้ง

134 ความคิดเห็น

  1. #8252 angrymuse (@angrydada) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 13:35
    ถึงจะมีเหตุผลกำกับว่าไม่เกิดกับใครคงไม่รู้ ก็ไม่ได้ทำให้หมอน้อยดูดีขึ้นหรือช่วยให้รู้สึกไปในทางที่บวกเลย เข้าใจว่า-ังเด็กในส่วนนี้เนอะ แต่เราล้มเหลวมากันมากแค่ไหนแล้วกับคำว่ายังเด็ก5555

    เอาเถอะ แค่อยากบอกว่าแอนตี้แฟนหมออยุ่นี่คนนึงนะ แค่นั้น
    #8252
    0
  2. #8240 ขอเวลาซุ่ม (@tomoyo001) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 02:50
    สำหรับเราเสี่ยวผานกับหมอน้อยไม่เหมือนกันทั้งๆที่เคยทรยศเหมือนกันอะ เสี่ยวผานไม่เคยถูกจินช่วยถึงกล้าที่จะส่งคนไปจับ แต่พอจินให้ชีวิตอีกครั้งน้องก็ไม่เคยทรยศแต่รักมากๆอะ แต่หมอน้อยคือนางได้จินช่วยชีวิตก็ยังทรยศ รู้จักกับเสี่ยวผานก็ยังทรยศ ถึงนางจะสำนึกผิดก็เถอะ แต่มันไม่สาสมกับสิ่งที่นางทำอะ อาจจะไม่ถึงกับต้องตายแต่ควรโดนลงโทษหน่อยมั้ย ตอนเสี่ยวผานออกตอนแรกเราก็เกลียดน้องนะ แต่พอน้องเสียพ่อแม่ แล้วมาตามจินต้อยๆมันเลยเปลี่ยนเกลียดเป็นรักได้ไง แต่สำหรับหมอน้อยคือนางมาแบบตัวประกอบ มีบทเพื่อปูมาทางทรยศเลยไม่ได้เห็นใจนางเท่าไหร่
    #8240
    0
  3. #8239 ขอเวลาซุ่ม (@tomoyo001) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 02:30
    ไม่รู้ทำไมถึงโกรธหมอน้อยขนาดนี้ นางทำไปเพราะพ่อเพียงคนเดียวก็จริง แต่สมควรตายเพราะนางก็จำเป็นต้องฆ่าอะ ไม่ฆ่าก็ต้องถูกฆ่า
    #8239
    0
  4. #8214 Iris (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 06:15

    ถ้าเป็นเราหมอน้อยนี่โดนแยกร่างแน่ๆ แม้ดรุณีน้อยจะมีเหตุผลในกระทำ แต่เราก็มีเหตุผลในการฆ่านางเหมือนกัน

    #8214
    0
  5. #8150 SudaratYo (@SudaratYo) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 22:41
    หวานมากกกก
    #8150
    0
  6. #8092 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 21:39

    เรื่องหมอน้อยเราพูดได้แค่ถ้าเราเป็นอาเฟิงเราจะฆ่าหมอน้อย เราไม่โทษสิ่งที่หมอน้อยทำ แต่ก็โทษเราไม่ได้เหมือนกัน คุณปกป้องคนของคุณ เราก็ต้องปกป้องคนของเรา ฆ่าได้ฆ่า ใครแข็งแกร่งกว่าก็สามารถรักษาของสำคัญของตัวเองไว้ได้ นั่นแหละ แต่จินเป็นคนดีไง เฮ้อออออ เรื่องมันติดอยู่ตรงนี้ ว่าแต่ จิ้งจอกน้อยยย ทำไมอ้อนเก่งขนาดนี้ แพพพพ้ แงงงงงง ขี้โกงงง น่ารักขนาดนี้ขี้โกงนี่นา จินก็ขี้โกงงง แล้วใครจะไปโกรธลง ฮืออออ

    #8092
    0
  7. #8017 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 22:46
    เป็นตอนที่ยาวมากกกกกกๆๆ และรู้สึกดีมากๆ ใช่เลยความกลัวของจินส่งผลให้จินทำตัวเย็นชา กั้นการแสดงความรู้สึกจริงๆออกมา ค่ายกลก็มีข้อดีอยู่ตรงนี้หน่อยนึง แต่ทำจินเจ็บเราโคตรโกรธอ่ะ ตอนบรรยายความโกรธของฮุ่ยเฟิงนี่แบบฮืออออโคตรไฟลุกท่วมตัว กระแสความน่สกลคแผ่ออกมาขนาดเป็นตัวหนังสือเรายังสัมผัสได้เลยอ่ะ แบบจิ้งจอกที่รักที่เฝ้าถนุถนอม ขนาดพื้นดินยังไม่อยากให้เดิน แต่พวกจัรไรกล้าทำร้ายจิ้งจอกของเขา มันไม่ได้ตายดีแน่ๆ หมอน้อยเอ๋ย เราอยากให้ฮุ่ยเฟิงแบกร่างเธอเป็นสองท่อนจัง ส่วนตอนที่ไปอุ้มเข้าแล้วเค้าตวัดสายดุเพราะเจ็บแผล เราโล่งใจมากๆ น้ำตาจะไหล 555555555 ส่วนตอนที่จินง้อ ฮือออ นึกภาพตามแล้วสุดยอดความโมเอ้!! ความโกรธหายวับไปในพริบตา บางทีก็สงสารฮุ่ยเฟิง ทาสจิ้งจอกตลอกกาล แต่น่ารักมากๆคู่นี้ คือรักกันก็แสดงออกหวานๆสิเนอะ กรี๊ดดดด จินยิ้มแล้วฮุ่ยเฟิงเขิน เอ็นดูอ่ะ แงงง
    #8017
    0
  8. #7823 LuckyStar1006 (@AinSuchada) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 22:27
    รักในความรู้ใจตัวเองของจิน น่ารักมากกก สัมผัสได้ถึงคำว่าฟ้าหลังฝนย่อมงดงามเลยยย~
    #7823
    0
  9. #7747 Jolly CCP (@c1chonlana) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 22:20
    ในที่สุดจิ้งจอกน้อยของเราก็เลิกหนีซะที
    #7747
    0
  10. #7708 Hazel_9502 (@pookiejj) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 21 กันยายน 2561 / 18:46
    เขินเขามายาให้กันฮื่อออ
    #7708
    1
    • #7708-1 Hazel_9502 (@pookiejj) (จากตอนที่ 47)
      21 กันยายน 2561 / 18:46
      ทามั้ยล่ะทา 55
      #7708-1
  11. #7599 _Daonuea_ (@_Daonuea_) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 18:20

    นังหมอน้อยสมควรตาย

    #7599
    0
  12. #7570 แหวน (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 14:01

    หึึหึหึ ถูกหลอกกินอีกแล้วจิ้งจอกน้อยของเรา

    #7570
    0
  13. #7494 DKdabble (@dkdabble) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 17:40
    โอ้ย พอจินรู้ตัวว่ารักเจ้าหมาป่ามากเพียงใดนี่รู้สึกอบอุ่นหัวใจม้ากมาก วนอ่านฉากที่เดินเตาะแตะในร่างหมาป่าเข้าไปออดอ้อนถูไถเจ้าหมาป่า น่ารัก น่ารัก
    #7494
    0
  14. #7392 sayupung (@saayuripung) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 13:44
    โอ๊ยยย ชั้นเป็นพ่อเธอ ชั้นจะตบหน้าเธอสักล้านทียัยหมอบ้า ไม่ภูมิใจหรอกเหอะ ทำไมเนรคุณกับผู้เคยช่วยชีวิตได้
    #7392
    0
  15. #7287 Plankton J (@jthida) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 15:50
    ทิ้งจางชิงฟงไว้กับพรรคแบบนั้น เกิดมาล้างแค้นอีกทำไงอ่ะะ
    #7287
    0
  16. #7171 mmaijii (@mmaijii) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 20:21
    ถ้านี่เป็นเฟิงจะตบหมอน้อยสักครั้งนึง5555555
    #7171
    0
  17. #7133 'mamba ♥ (@Ujiwa-Madara) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 17:24
    รู้สึกแอบเคืองหมอน้อยอยู่นิดนึงบ้างเอาจริง
    #7133
    0
  18. #7084 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 16:56
    ฮื่อออ-//////-
    #7084
    0
  19. #6833 GottomonEye (@gottomon03) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 21:19
    นั่งอ่านตอนนี้บนรถเมล์ อยากจะร้องไห้มากก็กลั้นไว้ 

    วูบนึงโมโหหมอน้อย ใจคิดว่าถ้าทำสัญญากับสัตว์บรรพกาลได้. ทำไมดูแลตัวเองไม่ได้

    สงสัยตอนนั้นโกรธที่จินกำลังตกอยู่ในอันตราย แต่พอฮุ่ยเฟิยมาเหมือนน้ำหล่อเลี้ยงใจจินเลย

    สร้างกำลังใจขึ้นมาอย่างมาก เหตุการณ์นี้ทำให้รู้ชัดเจนมากว่าสองคนนี้รักกันจริง รักแบบกล้า

    ที่จะบอกให้อีกคนรู้แล้ว ชอบมาก สงสารจินสุดเลยตอนเข้าตาจน 

    เสี่ยวผานล่ะ จะเป็นไงบ้าง พ่อหมอของป้าา
    #6833
    0
  20. #6721 -Shawty- (@tumbmong) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 10:30
    โอ้ยย กว่าจะรู้ใจลึกๆของตัวเองจริง ก็เกือบละ
    แต่จินก็ยังโชคดีที่ยังมีโอกาสได้รู้ก่อนสายเกินไปล่ะนะ
    #6721
    0
  21. #6664 1234_DuncAn (@1234_DuncAn) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 09:00
    ดูแลกันดีมากกก คุณชายจางจะช่วยทายาสินะ -.,-
    #6664
    0
  22. #6193 Par_dao (@Par_dao) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 11:24
    ทีแรกแอบกลัวนิดๆว่าจินจะเป็นอะไรรึป่าว ลุ้นหนักมาก แต่ท้ายบทจบด้วยความฟินซะงั้น 5555
    #6193
    0
  23. #5823 ✥Gryf.findor✥ (@malimanie) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2559 / 10:19
    เสียดายมังกร มาอยู่ในร่างคนเลวๆ ซะได้ สนใจย้ายร่างสถิตมาอยู่กับเสี่ยวผานไหมค่ะ อยู่ในร่างหมอน้อยนานๆจะแปดเปื้อนเอา หล่อนสกปรก!
    #5823
    0
  24. #5709 Butterfly DN. (@babyll) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 07:10
    รู้ตัวสักทีนะจิน คึคึ
    #5709
    0
  25. #5482 ขนมหวานนมสด (@mikilovesj) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 13:06
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านค่ะ
    #5482
    0