✦ อนธการจิ้งจอก ✦ BL, YAOI [END]

  • 99% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 515,962 Views

  • 8,337 Comments

  • 13,675 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    7,200

    Overall
    515,962

ตอนที่ 49 : บุกวังหลวง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15165
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 351 ครั้ง
    5 พ.ค. 59







บทที่ 45

บุกวังหลวง



 

 

ทารกเอ๋ย…’

อีกแล้วเหรอ... เรียกขานผู้อื่นเป็นทารก ผู้อาวุโสอายุเท่าไหร่กันแน่?

อย่างต่ำก็พันปีได้ข้าคงพูดคุยได้ไม่นาน แค่มาเตือนเจ้า

จุดประสงค์ของท่านต่อข้าคือสิ่งใดกันแน่?

เจ้ามีความคิดเลวร้ายมากเกินไปแล้ว ข้าเพียงแต่ต้องการพูดคุยเท่านั้น

น่าสงสัยยิ่ง ท่านมีสิ่งใดต้องการกล่าวก็ว่ามาเถอะ

                เดิมทีสมควรไม่มีจิ้งจอกอนธการเกิดมา เพราะจิตวิญญาณของข้ายังไม่ถึงรอบเกิดในครานี้ จิ้งจอกอนธการมีกำหนดอายุขัยไม่นานนัก ทว่าโองการสวรรค์ยากที่จะทราบ ในเมื่อเจ้าเกิดมาแล้วระวังอย่าให้ถูกจับ จงระวังของวิเศษเหล่ามนุษย์ให้ดี

            ‘นี่คงเป็นครั้งสุดท้ายพบกันอีกทีเมื่อเจ้าเติบโต

 


            สถานการณ์ภายในเมืองหลวงนับตั้งแต่รัชทายาท ตระกูลลี่และตระกูลเซกัล ชูธงกบฏก็ผ่านมากว่าห้าชั่วยามแล้ว จักรพรรดิตี้เหินโดนควบคุมตัวอยู่ด้านในตำหนัก มิทราบเป็นตายร้ายดี เมืองหลวงโดนปิดล้อม ชาวบ้านต่างหลบอยู่ในเรือนตนเองกันอย่างหวาดหวั่น บรรดาจอมยุทธประจำเมืองหลวงหรือขาจรก็มาขอเข้าร่วมกองทหารบ้างก็ดื่มกินมิสนใจเหตุการณ์แก่งแย่งบัลลังก์ของบ้านเมือง แม้กระทั่งบรรดาสัตว์วิเศษภายในเมืองหลวงเองพวกมันก็สามารถสัมผัสถึงความตึงเครียดได้

                เรื่องที่น่าขบขันจนถูกเอาไปเล่าปากต่อปากอย่างรวดเร็วนั้น คงมิพ้นตัวการกบฏแต่ละคน จักรพรรดิตี้เหินมิใช่ตัวอันเลวร้ายในสายตาชาวบ้าน บรรดากบฏจึงโดนด่าทอเลวทรามด้วยโทสะสนุกปากอย่างยิ่ง

                อีกเรื่องหนึ่งค้นมิพ้นเรื่องขบขันที่ว่า จางชิงฟง บุตรชายลำดับที่สี่แห่งตระกูลจาง ดันเป็นผู้ที่ชูธงกบฏเคียงข้างรัชทายาท กลายเป็นทัพหน้าปิดล้อมวังหลวง  แต่แม่ทัพใหญ่จางซีกลับเป็นผู้ที่กรีฑาทัพทหารตระกูลจางทั้งหมดออกมาปิดล้อมเมืองหลวงต้านทานพรรคตัดสุริยัน

                เพ้ย! ข้าว่าแล้วเจ้าพวกพรรคตัดสุริยันนี่ต้องมิใช่ตัวดี!” ชายคนหนึ่งตบโต๊ะดังปั้งในเหลาสุรา ที่ด้านข้างนั่งไว้ด้วยจอมยุทธหลายท่าน ใบหน้าหนุ่มแน่นจึงเลือดร้อนอยู่บ้าง

                อาเหลาเบาเสียงของเจ้าลงหน่อย

                “พวกเรามาเยี่ยมพี่น้อง คิดไม่ถึงว่าช่วงชีวิตหนึ่งจะได้เป็นสักขีพยานในเรื่องชั่วช้าเช่นนี้

                ชายวัยกลางคนทั้งสามนั่งสนทนากันเสียงดังยิ่ง แต่พวกมันเหล่านี้สวมเครื่องแบบทหารตระกูลจาง ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดกล้าออกมาต่อว่า ตระกูลจางแต่ไหนแต่ไรก็ยิ่งใหญ่เทียมฟ้าในสายตาพวกเขาอยู่แล้ว

                คนเหล่านี้คือเยี่ยกง อาเหลาและไซมิ้ง พวกเขาคืออดีตเหล่าผู้คุ้มกันสินค้า เดินทางมาส่งสินค้าในเมืองระแวกนี้ ดังนั้นเมื่อสองวันก่อนจึงแวะมาเมืองหลวงเพื่อมาเยี่ยมจิน คาดไม่ถึงว่าเข้ามาแล้วจะมิได้ออกไป แต่พวกเขายังนับเป็นชาวแค้วนไตรนภาผู้หนึ่ง อยู่ในวงการต่อยตีทราบข่าวฉาวเรื่องราวบัดซบของพรรคตัดสุริยัน เห็นเรื่องเกิดจึงมิอาจนิ่งนอนใจ ชวนกันไปสมัครเป็นกองทหารเข้าต่อสู้ป้องกันเมือง

                ทหารยามป้องกันเมืองสามารถเรียกได้ว่าเป็นดั่งป้อมปราการเหล็กกล้า ยิ่งเป็นทหารของตระกูลจางแล้วมิใช่ว่าท่านอยากผ่านก็สามารถผ่านได้ พรรตัดสุริยันเลิกบุกจู่โจมเข้ามาในเมืองหลวง พวกมันต่อให้เป็นชาวยุทธเหาะเหินก็มิอาจหลบลูกธนูกลางอากาศได้ ยิ่งมิต้องกล่าวถึงสัตว์วิเศษที่โรมรันกันจนตกตายทิ้งซากเอาไว้รอบเมือง

                พรรคตัดสุริยันมิอาจบุกฝ่า ผู้อาวุโสประจำพรรคปรึกษากัน พวกมันส่งคนมาเพียงเท่านั้น ผู้อาวุโสสูงสุดสองในสามรั้งอยู่ข้างกายจอมฟ้า ในที่สุดพวกมันก็ตัดสินใจตั้งค่ายด้านนอกตั้งใจจะใช้วิธีของชาวยุทธบุกฝ่าในยามวิกาล

                สถานการณ์ในเมืองหลวงตอนนี้ นับว่าต่างฝ่ายต่างเล่นสงครามเงียบซึ่งกันและกัน

                พรรคตัดสุริยันเก็บตัวเงียบรอจังหวะเวลา รัชทายาทที่ยึดวังหลวงนอกจากตั้งกองทัพป้องกันโดยรอบแล้วก็ยังมิได้ออกมาเรียกร้องอันใดอีกกองทัพฝ่ายองค์ชายรองจิวซา กำลังหลักประกอบไปด้วยแม่ทัพใหญ่จางซี กองกำลังของตระกูลนาและฮา จางฮุ่ยเฟิง ทางด้านตระกูลซินท่าทียังไม่ชัดเจน

                นอกจากนี้ยังมีตระกูลลี่ส่วนหนึ่งที่แยกตัวออกมา

                จินพบว่าพลังของหญิงสาวที่เป็นมารดาจะดูถูกไม่ได้เด็ดขาด ลี่ชิวหงผู้งดงามหมดจด หากมิได้อยู่กับบุตรชายเพียงลำพังแล้ว นางนับเป็นพญาหงส์แสนเย่อหยิ่งอยู่เหนือสตรีทั้งปวง เรื่องราวของนางและลี่โหลวฟางมีคนในตระกูลลี่ไม่ชอบใจอยู่แล้ว อีกทั้งลี่ชิวหงยังนับเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งตระกูลลี่

                พอลี่เย่วเอ๋อร์พาผู้คุมกฏและงูแห่งท้องฟ้าเข้าเมืองหลวงไปหมด หญิงงามเหนือใต้หล้าผู้นี้ทราบข่าวกบฏ ในใจรวดร้าวเป็นห่วงบุตรชายของตนเองอย่างยิ่ง นางเคยพรากจากและจะมิยอมพรากจากอีกเป็นอันขาด ลี่ชิวหงต่อต้านตระกูลลี่ นางเคยมีองครักษ์เป็นของตนเอง พอพวกเขาทราบข่าวว่านางพยายามหลบหนีจึงไม่รีรอ

                ลี่ชิวหงพากองกำลังของตระกูลลี่ที่ภักดีต่อนางทั้งหมดออกมาด้วย กองกำลังของสาวงาม ใบหน้าหมดจดแต่ในมือกลับถือควงไปด้วยหอกดาบ อาวุธร้ายกาจ นับว่าผู้คนมิอาจดูถูกดูแคลนได้ ถึงแม้พวกนางจะมิมีงูแห่งท้องฟ้าของตระลี่ติดออกมา ทว่าบุรุษทั้งหมดในตระกูลลี่ก็พากันตามออกมาด้วย กองทัพตระกูลลี่ที่แยกตัวนี้มาเข้าร่วมกับองค์ชายรอง สร้างความตื่นตะลึงเป็นอย่างยิ่ง

                มิใช่ว่าบุรุษและคนตระกูลลี่จะชื่นชอบลี่ชิวหง สำหรับสตรีพวกนางชิงชังลี่ชิวหงยิ่งนักที่ทำเกียรติหญิงงามตระกูลนี่ต้องด่างพร้อย หลังจากเหตุการณ์นั้นบางครั้งบุรุษในตระกูลก็จะมองพวกนางเหมือนเป็นสิ่งของที่จับต้องได้ ทว่าบางครั้งพวกนางก็ชื่นชอบลี่ชิวหงเป็นอย่างยิ่ง นางถือเป็นแบบอย่างของสตรีสูงศักดิ์อันน่าชื่นชนมิใช่หรือ?

                สำหรับเหล่าบุรุษตระกูลลี่ ถึงแม้พวกมันจะเห็นใจแก่ความรักอันรันทดของลี่โหลวฟางและลี่ชิวหงอยู่บ้าง แต่ก็มิได้มากพอทำให้พวกมันหลบหนีมา แต่เป็นเพราะพวกมันเหลืออดกับการถูกข่มเหงรังแกคนทั้งหมดมิได้ชื่นชอบลี่ชิวหง แต่พวกมันมิได้อยากเป็นกบฏ สู้หนีมาเข้าร่วมธงตระกูลจางดีกว่า

                ลี่ชิวหงพักอยู่ในจวนของจางฮุ่ยเฟิง ส่วนค่ายหลักทหารเพื่อความเป็นส่วนกลางจึงถือเอาจวนนอกเมืองขององค์ชายรองจิวซาเป็นที่ตั้ง ทั้งหมดยามนี้กำลังล้อมวงประชุมอยู่รอบโต๊ะตัวใหญ่ ใบหน้าเคร่งเครียดเหนือสิ่งอื่นใดคือสองพ่อลูกตระกูลจางนี้ แม้มิได้โต้เถียงกัน แต่กลับสร้างแรงกดดันประหลาดหนักอึ้ง

                องค์ชายจิวซาหัวโต๊ะเกิดลังเลใจเป็นอย่างมาก ตามปกติแล้วย่อมสมควรแต่งตั้งจางซีเป็นผู้ชูธงแม่ทัพใหญ่ให้ตนเอง ทว่าจางฮุ่ยเฟิงก็ทำงานกับตนเองมานานเช่นกัน สถานการณ์เช่นนี้สร้างความลำบากใจแก่ผู้คนอย่างยิ่ง บีบคั้นจนกล่าวเรื่องอื่นหมดสิ้นก็ยังมิสามารถแก้ไขปัญหาได้

                ผู้อาวุโสอย่างจางซีไฉนจะคาดเดาความคิดเด็กน้อยผู้หนึ่งไม่ออก?

                ค่ำคืนนี้อย่างไรพวกมันต้องบุกเข้ามาแน่ ฉวยโอกาสนี้แยกเป็นสองทางทางหนึ่งบุกฝ่าวังหลวง อีกทางตั้งรับกับพรรคตัดสุริยันชุดเกราะหนักเสียดสีกันไปตามการเคลื่อนไหว ตัวหมากสองตัวถูกวางลงบนโต๊ะ

                สมเป็นตระกูลจางโดยแท้ลงมือรวดเร็วยิ่งผู้คนในห้องลอบคิดเช่นนี้ พวกมันคาดว่าอาจรอดูท่าทีรัชทายาทเสียก่อน มิคาดคิดว่าผ่านมาไม่ถึงสองวันตนเองก็ต้องบุกวังหลวงเสียแล้ว

                ขุนนางด้านในวังหลวงเล่า ยังมีเหล่าองค์หญิง พระญาติ พวกเขาทั้งหมดโดนจับเป็นตัวประกันจะทำอย่างไร?ฮาจงกู่ผู้นำตระกูลฮาถามขึ้น เขาเป็นบิดาของแม่ทัพฮาจีมินห์และฮาซือซือ

                เป็นไปได้มากว่าพวกเขาอาจโดนล้อมขังไว้ในตำหนักใดตำหนักหนึ่ง องค์ชายรองลูบปลายคาง ครุ่นคิดนิสัยส่วนตัวพี่ชายแล้วเป็นฝ่ายตอบออกมา ท่านแม่ทัพใหญ่จางซีเห็นว่าอย่างไร?

                จางซียืนกอดอกหนวดเคราครึ้มทำให้ใบหน้าดูน่ากลัวเสียหลายส่วน ร่างกายในชุดเกราะขยับเคลื่อนไหว ชายดุดันในวัยแก่ชราเหลือบมองบุตรชายคนสุดท้องของตนเองก่อนกล่าวตอบ จางหลี่กับจางฮุ่ยเฟิงจะเป็นฝ่ายบุกเข้าวังหลวง

                องค์ชายรองพยักหน้าเห็นด้วย ส่วนคนที่เหลือพวกเขามิใช่ตระกูลเซกัล ไหนเลยจะกล้าคัดค้านเล่า?

                เช่นนั้นยามนี้สมควรพักผ่อนเอาแรงเสียก่อน รอจนแม่ทัพจางหลี่กลับมาถึงเราค่อยประชุมกันอีกครา พอองค์ชายรองกล่าวเช่นนี้จึงไม่มีผู้ใดกล้าคัดค้าน ทั้งหมดลุกขึ้นพร้อมเพรียง ทยอยเดินออกจากห้องไป

 

                จินรออยู่ด้านนอก นอนขดอยู่บนเก้าอี้นุ่มขององค์ชายรอง แน่นอนว่าโดยปกติแล้วเก้าอี้นี้ต่อให้มีเก้าชีวิตก็มิสามารถแตะต้อง ทว่าพอจิ้งจอกอนธการตัวนี้มาถึงพร้อมคุณชายจางก็กระโดดจับจองทันที สัตว์บรรพกาลเป็นเช่นไร? แม้แต่องค์ชายจิวซาก็มิอาจกล้าโกรธเคือง

                ดวงตาสีสว่างลืมขึ้น ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ตามจางฮุ่ยเฟิงเข้าไปด้านใน หูจิ้งจอกก็ยังคงทำงานดีไม่ผิดพลาด เช่นนี้หมายความว่ายังมิสามารถกลับจวนได้ พ่อบ้านขององค์ชายรองทำงานเป็นอย่างดี เพียงได้รับคำสั่งก็จัดการพาแขกไปยังห้องพักรับรอง ไต่ถามอาหารว่าจะยกไปเวลาใด

                ตัวแทนจากตระกูลต่างๆแยกย้ายกันไปหมดแล้ว จางฮุ่ยเฟิงยังมิมีทีท่าจะเดินออกมา ดูท่าคงกำลังสนทนาเพิ่มเติมกับองค์ชายรองเป็นการส่วนตัว สัตว์สี่เท้าเพียงหนึ่งเดียวในห้องกวัดแกว่งหาง ตั้งใจเตรียมจะลอบฟังบทสนทนา พลันต้องรู้สึกร่างกายสั่นสะท้าน

                ชายชราผู้มีใบหน้าดุดันผู้หนึ่งกำลังใช้ดวงตาคมกริบจ้องมองมา

                เจ้าจิ้งจอกอนธการสบตากับจางซี ในใจลอบหวั่นวิตกคล้ายตนเองเจอผู้บังคับบัญชาสูงสุด

            ถึงแม้ว่าจางฮุ่ยเฟิงอาจขุ่นเคือง แต่ปฏิเสธมิได้ว่าบิดาและบุตรคู่นี้มีใบหน้าคล้ายคลึงกันยิ่ง

                “ท่านมีเรื่องอันใดกับจิ้งจอกของข้า?เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นด้านหลัง จางซีมิได้แปลกใจอันใดชายชรามิได้ทำแม้แต่เหลือบมอง ดวงตายังจับจ้องจิ้งจอกตรงหน้าจนอดขนลุกมิได้

                จนกระทั่งจางฮุ่ยเฟิงเดินมาช้อนตัวเจ้าจิ้งจอกที่ว่าง่ายขึ้น ผู้นำตระกูลจางจึงได้เอ่ยปากคราแรกตั้งแต่พบหน้ากัน

                บุกวังหลวงครั้งนี้สำคัญ เจ้ารู้สิ่งที่ควรกระทำดี จางซีมองบุตรชายตนเองด้วยสายตาคมกริบราวกับผู้ที่จ้องมองเป็นศัตรู จางฮุ่ยเฟิงลูบขนจิ้งจอกในอ้อมแขนเบาๆ ใบหน้ามิได้แปรเปลี่ยน แต่ดวงตาทอประกายเกลียดชังอย่างชัดเจน

                ใช่แล้วผู้นำตระกูลจางก็เป็นเช่นนี้ มิว่าผู้ใดจางซีก็จะมองด้วยสายตาเช่นนี้

            จางซีหรี่ดวงตาคมกริบ กล่าวด้วยสุ้มเสียงหนักแน่นแม้จะชราภาพ หากเจ้าเกลียดชังก็จงลงมือ อย่าได้ใช้เพียงแค่สายตาจับจ้อง

                สิ้นคำดวงตาของจางฮุ่ยเฟิงวาวโรจน์ทันที!

                กรรรรร!!

เจ้าเป็นบิดาประสาอะไร!

            จิ้งจอกสีดำแยกเขี้ยวขู่เบาๆขึ้นเสียก่อน มันขยับตัวยุกยิกในอ้อมแขนที่รัดไว้ คล้ายต้องการกระโจนไปขย้ำฝังเขี้ยวลงบนหนังหนาของชายชรา ดวงตาสีทองสว่างดุร้ายอย่างชัดเจน

เด็กโง่งมผู้นี้หากตระกูลจางมิต้องการ เขาก็จะรับไว้เอง!

ต่อไปหากตระกูลจางต้องการทวงคืน เกรงว่าต่อให้เผาตึกวอดวายหมดทุกหลังเขาก็มิมีทางคืนให้

จางซีมองจิ้งจอกที่ขู่คำราม น้ำเสียงคล้ายพอใจอย่างยิ่ง

สัตว์วิเศษที่ดี

ป่านนี้แล้วท่านต้องการสิ่งใดอีก?จางฮุ่ยเฟิงเอ่ยถามด้วยสุ้มเสียงเย็นชา ชายหนุ่มมิได้แม้แต่จะห้ามปรามสัตว์บรรพกาลของตนเองบรรดาบ่าวไพร่รีบเดินผ่านถือว่าตนเองไร้ตัวตนเป็นเพียงธาตุอากาศ แม้กระทั่งองค์ชายรองจิวซาก็ได้แต่มองอยู่ห่างๆ เรื่องภายในตระกูลสุดที่คนนอกจะยุ่งเกี่ยว  

เจ้ามีสิ่งที่ข้าต้องการ?จางซีตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชาไม่แพ้กัน การสนทนาของบิดาและบุตรผู้นี้มิใช่ว่าแปลกประหลาดเกินไปแล้วหรือ?

หลงคิดว่าชีวิตของเจ้าลำบากที่สุด นั่นถือเป็นความอวดดี

แม่ทัพใหญ่จางซีเอ่ยทับอีกครา จินรู้สึกว่าอ้อมแขนเริ่มรัดแน่นจนรู้สึกเจ็บ เสียงหัวใจที่ได้ยินเต้นรัวอย่างบ้าคลั่งยิ่ง ใบหน้าของจางฮุ่ยเฟิงเริ่มเหมือนบิดามิมีผิดเพี้ยน คนทั้งคู่ราวกับเป็นเพียงแม่ทัพไร้หัวใจ

ท่านมันก็แค่คนที่ไร้ความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตนเองก่อ

“…”

จางซีมิได้โต้ตอบสิ่งใดอีก ชายชราขยับเท้าหันหลังกลับ ผ้าคลุมสะบัดไปตามจังหวะกล่าวเดินโดยมีสายตาคู่หนึ่งมองตามไป ประกายไฟแห่งความแค้นกำลังถูกสะกิดให้เริ่มเผาไหม้

พลั่ก! –

จินใช้อุ้งเท้าหน้าตบเข้าไปที่ใบหน้าหล่อเหลาจนหันไปอีกด้าน เป็นการเรียกสติที่แม้แต่องค์ชายจิวซายังอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง เด็กโง่งมผู้นี้อาจเรียกได้ว่าพยายามหนีมาทั้งชีวิต สุดท้ายเพียงหนึ่งประโยคของจางซีสามารถฉุดดึงรั้งกลับมาเป็นจางฮุ่ยเฟิงคนเดิมได้โดยมิต้องพยายาม

กรรรรเจ้าจิ้งจอกขู่เบาๆ

คุณชายจางผู้ตกอยู่ภายในภวังค์ความแค้นมิได้กล่าวสิ่งใด จางฮุ่ยเฟิงเพียงหันหน้าไปหาพ่อบ้านกล่าวสั้นๆให้นำทางไปห้องพักผ่อน ไม่ต้องการให้ผู้ใดเข้ามารบกวนเท่านั้น

จางฮุ่ยเฟิงคลี่ยิ้มทักทายผู้คนระหว่างทางบ้าง แต่เป็นรอยยิ้มที่จินเห็นแล้วพบว่ามันดูนุ่มนวลอ่อนโยนกว่าทุกครา สำหรับคุณชายจางผู้นี้แล้วหากเขายิ้มเช่นนี้ให้กับจิ้งจอกแสนรักก็นับว่าอาจเป็นเรื่องปกติ หากรอยยิ้มนี้มอบแด่ท่าน นั่นหมายความว่าสมควรหลีกหนีไปให้ไกล

สิ้นเสียงประตูบานเลื่อนที่ปิดลง จินกระโดดออกจากพาหนะเคลื่อนที่ทิ้งตัวลงบนเตียง ยังไม่ทันแผ่หลาเกลือกกลิ้งม้วนตัวสักสามรอบอย่างที่ฝัน เตียงด้านข้างยุบลง ร่างกายสัตว์ขนฟูก็ถูกดึงเข้าไปกอด สัมผัสได้ถึงใบหน้าที่ฝังเข้ามาหาไออุ่นในกลุ่มขนนุ่มฟู

อีกร่างได้ไหม…”

น้ำเสียงอ้อนวอนกระซิบ

                จินลอบถอนหายใจจิ้งจอกสีดำแปรเปลี่ยนเป็นบุรุษหนุ่มรูปงาม เขาพลิกตัวกลับไป สองแขนต้องการโอบกอดบุรุษผู้จมอยู่ในห้วงแห่งความแค้นไม่จบไม่สิ้น

                มือขาวซีดเอื้อมไปสัมผัสเส้นผมสีดำ ลูบมันอย่างเบามือราวกับกำลังปลอบหลานชาย(ถึงแม้ว่าเมื่อครู่เขาเพิ่งจะใช้อุ้งเท้าตบหน้าอย่างแรงก็ตาม) จางฮุ่ยเฟิงสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนขยับเคลื่อนไหวแนบชิด ใบหน้าหล่อเหลาฝังลงบนไหล่ลาด จุมพิตเบาๆ มือสางผมสีดำลื่นของคนรักกลับ

                ดวงตาสีเทาหลับชั่วครู่ เขารู้สึกว่าไฟแค้นในตัวกำลังค่อยๆสงบลง

                หากในอดีตมิได้พบเจอจินจะเป็นอย่างไรชีวิตเขาจะเป็นเช่นไรในยามนี้?

            เป็นคำถามที่จางฮุ่ยเฟิงมิกล้าคิดถึงคำตอบของมันแม้แต่น้อย

เวลากว่าสิบปีที่ผ่านพ้นเขาเป็นฝ่ายไล่ตามมาโดยตลอดและเขาพอใจที่จะกระทำเช่นนั้น ไม่ว่าจิ้งจอกแสนใจร้ายจะหันกลับมามองบ้างหรือไม่มองบ้าง สนใจผู้อื่นอย่างเท่าเทียม จางฮุ่ยเฟิงก็ยินดีที่จะกระทำเช่นเดิม

ทว่าในหัวใจลึกๆแล้ว ผู้ใดบ้างจะไม่ต้องการความรักกลับคืนบ้างเล่า? เดิมทีขอเพียงได้รับกลับมาหนึ่งส่วนก็นับว่าคุ้มค่า แต่ความปราถนาที่มีจากใจจริงแล้วหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เขาต้องการทั้งหมดทั้งตัวและหัวใจชนิดที่ว่าไม่แบ่งปันให้ผู้อื่นแม้แต่น้อย

ชายหนุ่มผู้ขาดความรักกระชับอ้อมแขนขึ้นอีก กล่าวกระซิบด้วยน้ำเสียงเว้าวอน

                จินรักข้าเถอะนะ หากเจ้า…”

            หากเจ้าไม่รักข้าแล้วก็จะไม่มีผู้ใดรักข้าอีก

                เป็นถ้อยคำที่มิต้องกล่าวจบก็สามารถคาดเดาออกได้ เด็กโง่งมผู้นี้ รู้ตัวบ้างหรือไม่ว่ากำลังทำน้ำเสียงแบบใดอยู่? จางฮุ่ยเฟิงมิใช่ตัวโง่งมตามที่ด่าทอ ที่ผ่านมาถึงแม้ชายหนุ่มจะมิได้กล่าวถึง ทว่าในใจย่อมรู้ดีว่าจินมิได้รักเขามากเท่าที่เขาทุ่มเทให้เลย  

                “…ตกลง

สองคำสั้นๆเอ่ยตอบอย่างเขินอาย จิ้งจอกในร่างมนุษย์คิดว่าให้เขาขึ้นคร่อมอีกฝ่ายยังง่ายดายกว่าการบอกรักนัก ดวงตาสีสว่างสั่นไหวแสร้งถามกลบเกลื่อน เจ้ายังอยากได้สิ่งใดอีกไหม?

                “จบเรื่องนี้เราไปกราบไหว้ฟ้าดินแต่งงานกันหมาป่าหนุ่มฟื้นคืนชีพอย่างว่องไวยิ่ง เมื่อครู่เขาจิตตกหรือเสแสร้งก็มิอาจทราบได้ ทว่ายามนี้กลับพลิกขึ้นมาเป็นฝ่ายด้านบนเสียแล้ว จงใจเสียดสีด้วยเข่ากลั่นแกล้ง

                จินรู้สึกคันเขี้ยวอยากกัดอย่างหมั่นไส้ เมื่อครู่เจ้ามิใช่ว่ากำลังเศร้าซึมอยู่หรือไร

                “เมื่อครู่ข้าก็เป็นเช่นนั้นจริงๆนี่ จางฮุ่ยเฟิงคลี่ยิ้มจอมปลอม ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมา ริมฝีปากได้รูปจุมพิตลงกลางหน้าผากอย่างแผ่วเบาไล่ไปยังข้างแก้ม ปลายคาง ลำคอขาว ทุกสัมผัสที่ลากผ่านชวนให้ร่างกายร้อนรุ่ม

                บุรุษรูปงามด้านล่างเริ่มหายใจติดขัด นี่มิใช่ว่าพวกเขากำลังอยู่ในเรือนผู้อื่นหรอกหรือ?

                มือขาวซีดสอดเข้าไปใต้กลุ่มผม จินต้องการกล่าวเรื่องนี้ให้ชัดเจน ฮุ่ยเฟิง ในเมื่อตระกูลจางไม่ต้องการเจ้าหรือต่อไปมีที่ใดไม่ต้องการเจ้า เจ้าก็มาอยู่ข้างกายข้าเข้าใจหรือไม่?

                ประกายในดวงตาสีเทาสั่นระริกชั่วครู่ จางฮุ่ยเฟิงหัวเราะเบาๆ ยกยิ้มอย่างพึงพอใจ

                “จิ้งจอกของข้านับว่าร้ายกาจยิ่ง

                ถ้าทราบแล้วก็ลงไป เจ้าคิดว่าพวกเราอยู่ที่ใดกัน? จินตวัดมือคล้ายต้องการผลักร่างกายสูงใหญ่ที่ทับอยู่ให้ลงไป ทว่ามันถูกฉวยจับเอาไว้ก่อนอย่างรู้ทัน จางฮุ่ยเฟิงดึงไปแนบปากอย่างยั่วเย้าผิวสัมผัสร้อนวาบเมื่อริมฝีปากได้รูปจุมพิตลงมา

                ฮุ่ยเฟิงอืมม…”

                ดวงตาสีเทาคู่สวยจับจ้องอย่างมีความใน ผู้ถูกทำร้ายร่างกายเป็นประจำลากลิ้นร้อนไปตามนิ้วเรียว รู้จังหวะที่ควรหยุดควรเน้นเป็นอย่างดี นับว่าปลุกปั่นอารมณ์ผู้คนได้อย่างชั่วร้ายยิ่ง

                เจ้าลงกลอนประตูห้องแล้ว?

พอถามคำนี้ออกไปจินพบว่าสายตาคล้ายเห็นหางหมาป่าด้านหลังคนตรงหน้าสะบัด สรุปว่าที่แล้วมาตนเองนึกว่าช่วยเหลือลูกสัตว์ที่ยังไม่โตไว้ตัวหนึ่ง ปรากฏว่าลูกสัตว์ตัวนั้นเป็นสัตว์ชั่วร้ายเจ้าเล่ห์อยู่แล้วเพียงแต่ห่มหนังแกะเอาไว้ เพียงแต่คาดไม่ถึงว่าสุดท้ายแล้วเขากับลูกสัตว์ตัวนั้นจะกลายเป็นความสัมพันธ์เช่นนี้

จินคาดโทษในใจว่าปลุกเร้ามาขนาดนี้แล้ว หากโง่งมลุกขึ้นไปล็อคประตูก่อนจริง คืนนี้คุณชายคงต้องนอนพิงกับเก้าอี้หลับมากกว่าเตียงเสียแล้ว

แน่นอนว่าจางฮุ่ยเฟิงเป็นคนฉลาด ชายหนุ่มลงกลอนประตูปิดแน่นตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว

ข้าลงกลอนแล้ว ไล่บ่าวไพร่ก็ไล่ไปหมด กล่าวกับพ่อบ้านแล้วว่ามิต้องยกอาหารมา

จินมองหมาป่าเจ้าเล่ห์ที่อธิบายเรื่องราวไป มือสอดเข้าไปใต้ผ้าอย่างคล่องแคล่ว ลูบไล้ผ่านหน้าท้องได้รูปกล้ามเนื้อเรียงสวย ทิ้งรอยสัมผัสร้อนวาบเอาไว้อย่างลื่นไหล

ฮุ่ยเฟิง…”

คำสั่งแผ่วเบาเต็มไปด้วยความต้องการเรียกอารมณ์ให้จางฮุ่ยเฟิงต้องคำรามในลำคอ เขาก้มลงกดจูบแนบชิดลงบนริมฝีปาก มือเลื่อนเข้าไปลูบสัมผัสส่วนอ่อนไหว ร่างกายร้อนรุ่มด้านล่างสะท้านเล็กน้อย

จินชอบให้จูบ

ทุกคราที่ร่วมรักกัน มักมีท่าทีร้องขอเช่นนี้เสมอต่อให้มิได้เอ่ยปาก แต่เขาเก่งกาจเรื่องเลี้ยงจิ้งจอกยิ่งนัก เหตุใดจะคาดเดาไม่ได้เล่า? เพียงแต่ว่าตามประวัติของอีกฝ่ายแล้วจางฮุ่ยเฟิงได้แต่เก็บงำความสงสัยที่ว่า จิ้งจอกของเขาจูบตอบได้เก่งกาจ นอกจากนี้เรื่องนั้นก็ยังเก่งมากเกินกว่าที่ควรจะเป็นด้วย

สัมผัสจากนิ้วเรียวที่สอดเข้าใต้ผมทำให้รู้สึกดี จางฮุ่ยเฟิงชอบให้จินทำเช่นนี้ แน่นอนว่าอีกฝ่ายชาญฉลาดพอจะรู้ว่ามันเพิ่มพูนอารมณ์ครุกกรุ่นได้เช่นกัน ดวงตาสีเทาทอประกาย กดริมฝีปากลงให้แนบชิดขึ้นอีก

อืมม…”

คนทั้งคู่จูบกันเนิ่นนาน ลิ้นพัวพันเติมเต็มความปรารถนาซึ่งกันและกัน ทว่าส่วนอ่อนไหวที่ถูกควบคุมอยู่ทำให้มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพี่ยงพล้ำ จินอยากจะด่าทอว่าอีกฝ่ายโกง น่าเสียดายที่เสียท่าครู่หนึ่งเขาก็ถูกจูบจนไม่มีโอกาสให้พูด ลิ้นร้อนที่ลากต่ำลงไปจากมุมปาก กดจูบหนักลงมาอีกครา



----------------------------------------------------- ตัดเข้าโคมไฟ 



จางหลี่จะมาถึงเวลาใด

จากชายแดนจิงหย่วน มาโดยอินทรีทองคาดว่าอีกครึ่งชั่วยามคงมาถึงที่นี่จางฮุ่ยเฟิงเหลือบมองจิ้งจอกร้ายกาจ มือซุกซนเริ่มลูบบาดแผลบนร่างกายกำยำราวกับเป็นของเล่น มุมปากยกยิ้มขึ้น อยากอาบน้ำหรือไม่ ? ห้องอาบน้ำแขกตำหนักนอกเมืององค์ชายรองคงสวยงามฟุ่มเฟือยอยู่

จินพยักหน้าน้อยๆ มองดูมือหนาเลือนผ้าทำความสะอาดไปทั่วตัว

“…ใจจริงเจ้าชิงชังจางหลี่เช่นเดียวกับจางซีหรือไม่?

เจอคำถามเช่นนี้ จางฮุ่ยเฟิงชะงักไปชั่วครู่ ข้าชิงชังชิงชังความคิดของเขา ความคิดที่ว่าคนในตระกูลจางทั้งหมดล้วนเห็นแก่แผ่นดินเห็นแก่ตระกูลมาเป็นอันดับหนึ่ง จางหลี่และจางซีมีสายตาที่เหมือนกัน คือประเมินว่าสิ่งนี้เป็นทหารที่ใช้ได้หรือใช้ไม่ได้

ชายหนุ่มอุ้มจิ้งจอกในร่างมนุษย์ขึ้น เดินไปห้องอาบน้ำด้านในพลางกล่าวต่อเสียงกระซิบ

สมเป็นความคิดแสนโง่เขลาของเหล่าตระกูลใหญ่…”

 

แม่ทัพสงครามในชุดเกราะสีดำสนิทเดินออกมาจากห้อง ที่ข้างกายมีจิ้งจอกสีดำขนาดกลางเดินคู่อยู่ด้วย หางทั้งเจ็ดกวัดแกว่งไปมา ไม่ว่าผู้ใดพบเห็นย่อมคิดว่าคู่สัญญาคู่นี้สนิทชิดเชื้อกันมากนัก ในหมู่ชาวบ้านหาได้ยากยิ่งที่จะมีสัตว์วิเศษระดับถึงขั้นมีความคิดอ่านลึกซึ้ง ดังนั้นพอพวกเขาเกิดมีสัตว์วิเศษระดับสูงขึ้นมาย่อมทะนุถนอมเป็นอย่างดี

สำหรับตระกูลจางที่เลี้ยงสัตว์วิเศษดังเช่นนักรบแล้ว นับเป็นภาพอันแปลกตายิ่ง

หนึ่งคนหนึ่งสัตว์วิเศษเดินเข้าห้องที่นัดหมายไป แม่ทัพจางหลี่มีสภาพค่อนข้างอิดโรยอยู่มาก ท่าทางสงครามชายแดนจะเคี่ยวกรำพละกำลังเขาไปมิใช่น้อย ใบหน้าคมเข้มขมวดคิ้วยืนสนทนากับคนอื่นๆ จางซีเรียกจางหลี่กลับมาเมืองหลวงโดยส่งจางเหลียนบุตรชายลำดับสองของตนไปแทนชายแดนชั่วคราว

ดูท่าพวกเขาคงวางแผนไประดับหนึ่งแล้ว เห็นจางฮุ่ยเฟิงและจิ้งจอกอนธการเดินเข้ามา พวกเขาก็หยุดพูดคุยกัน องค์ชายรองเป็นฝ่ายหันมาอธิบาย

เราตกลงกันว่าแม่ทัพใหญ่จางหลี่และเจ้าจะเป็นฝ่ายบุกเข้าไปช่วยตัวประกันในวังหลวง

จางหลี่เดินแยกออกมา แม่ทัพหนุ่มหรี่ตามองน้องชายตนเองก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ

ตามมา

จางฮุ่ยเฟิงรู้จุดประสงค์เดินตามไปอย่างว่าง่าย คนทั้งคู่เดินเข้าไปในห้องถัดไปเพียงห้องเดียว จางหลี่ไม่กล่าวสิ่งใด เขานำแผนที่วังหลวงมากางบนโต๊ะสี่เหลี่ยม มือล้วงเอามีดสั่นปักยึดตำแหน่งเอาไว้

จางฮุ่ยเฟิง จางหลี่กล่าวเสียงเน้นทีล่ะคำ ข้าจะไม่มาเสียเวลาอยู่ที่นี่ เวลาอีกหนึ่งชั่วยามบอกแผนของเจ้ามา

ได้ยินเช่นนี้ จางฮุ่ยเฟิงก็ยกยิ้มขึ้น ไม่จำเป็นต้องรออีกหนึ่งชั่วยาม หน้าที่ของท่านคือการเป็นทัพหน้าชนกับตระกูลเซกัลและตระกูลลี่ หน้าที่ของข้าคือการช่วยเหลือจักรพรรดิ

แม่ทัพใหญ่จางหลี่หรี่ดวงตาคมกริบลงอย่างประเมิน สุดท้ายก็เอ่ยตอบห้วนๆ ได้

ทัพหน้าชนกับตระกูลลี่และตระกูลเซกัลเป็นคำพูดที่ฟังดูน่าขบขันยิ่ง ทว่าคนกล่าวเป็นบุรุษเพียงผู้เดียวในแคว้นที่มีสัตว์วิเศษถึงสามตัว จางฮุ่ยเฟิงทราบดี หากจางหลี่กล่าวว่าตนเองทำได้ นั่นหมายความว่าทำได้

อีกหนึ่งสองชั่วยามเราจะเดินทัพและมันต้องสำเร็จเท่านั้น

จางหลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา ในขณะที่หรี่ดวงตามองน้องชายตนเอง แม่ทัพหนุ่มจะไม่ยินยอมให้เกิดความผิดพลาด สถานการณ์ชายแดนย่ำแย่กว่านี้มาก เขาไม่ไว้ใจจางเหลียนแม้แต่น้อย ได้แต่ขุ่นเคืองที่ต้องมาเสียเวลาอยู่ที่นี่ และที่น่าโกรธเกรี้ยวมากกว่านั้นก็คือการกระทำของจางชิงฟง

แม่ทัพผู้ดุดันกำลังทำการประเมินบางสิ่งบางอย่าง

จางฮุ่ยเฟิงนัดหมายกับจางหลี่อีกสองชั่วยามถัดมา แผนกระบวนทัพหน้าเป็นเรื่องของพี่ใหญ่ตระกูลจาง ส่วนเรื่องแผนลอบชิงตัวประกันเป็นหน้าที่ของบุตรคนสุดท้ายแห่งตระกูลจางจางหลี่มิคิดสอบถาม จางฮุ่ยเฟิงก็มิคิดสอบถาม แม่ทัพใหญ่เพียงแค่เน้นย้ำว่าอย่าได้ผิดพลาดเท่านั้น

จินมองการสนทนาของทั้งคู่ ได้แต่คร่ำครวญในใจว่าคนตระกูลนี้แปลกประหลาดยิ่งนัก

 

                ค่ำคืนอันเงียบกริบ มีเพียงเสียงกระซิบแผ่วเบาก่อนการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่และแสงจากคบไฟเจือจาง เสียงกระทบกันของกีบม้าจำนวนมากมุ่งตรงไปตามถนนอย่างรวดเร็ว เป็นกองทหารม้าที่เคลื่อนไหวได้รวดเร็วยิ่ง ผู้นำหน้าสุดคือบุรุษในชุดเกราะสีดำ ใบหน้าคมเข้มดุดันผ่านศึกมานับไม่ถ้วน

                ธงสีดำปักลายว่า จางโบกสะบัดไปทั่วถนนทุกแห่งในเมืองหลวง

                จางหลี่หยุดม้าตนเอง ยกมือข้างหนึ่งขึ้นปรากฏเสียงเป่าแตรดังก้อง กองทัพทหารม้าอันยิ่งใหญ่หยุดลงด้านหน้าประตูวังหลวงประตูวังค่อยๆเปิดออกอย่างเชื่องช้า

                เซกัลเชบีและจางชิงฟงคือผู้มารับหน้าในครานี้ คนทั้งคู่กระตุ้นให้ม้าเดินนำหน้าออกมา พอแสงไฟสาดส่องเห็นใบหน้าผู้มาเยือนชัดเจน ดวงตาเบิกกว้างขึ้น อุทานเสียงดัง

                จางหลี่!!”

                  จางหลี่ตอบสนองด้วยการหรี่ดวงตาอันคมกริบราวกับสามารถมองทะลุทุกสิ่ง เขายกมืออีกข้างขึ้นปรากฏทหารม้ากรูมาด้านหน้าสองสามคน ดวงตาจับจ้องไปที่จางชิงฟงอย่างเย็นชา            

                ยังมีผู้อื่นทราบเรื่องนี้อีกหรือไม่?

                แม้เอ่ยปากถามไปเช่นนั้น ทว่าจางหลี่ก็ตั้งใจจะกวาดล้างตระกูลก่อนกลับไปชายแดนอยู่ดี

                ทั้งหมดเป็นเพียงแผนการถ่วงเวลาเท่านั้น  







#LET’s TALK

            สวัสดีและมีเรื่องมาชี้แจงสองเรื่องค่ะ หนึ่งคือช่วงนี้เราอาจอัพช้า เพราะยุ่งวุ่นวายมาก แทบจะสลบทุกที่ถ้าได้นั่งอยู่นิ่งๆ TT จะดองๆไว้ก่อนค่อยอ่านรวดเดียวก็ได้นะคะ

            เรื่องที่สอง  เนื่องจากเล่ม2จะจบแล้ว ดังนั้นเรื่องอนธการจิ้งจอก จึงจะออก2เล่มจบพร้อมกัน+BOXSET ค่ะ ระยะเวลาคงเลื่อนออกไปอีก งานวาดเป็นของอจ.Leila ถ้ารักกันก็รอหน่อยน้า <3

            คิดว่าฉากนี้คงไม่ถือว่าเรทมากล่ะมั้งคะ แต่หมดโบนัสไทม์แล้ว โบนัสไทม์คือเมื่อคืนเราง่วงและเบลอสุดเลยลงไปแบบ raw มาก ตื่นเช้ามาได้สติมาเอาฉากเรทออกค่ะ ฮาา (แต่ตามไปหาได้ใน worldpress นะคะ)

            แล้วพบกันจ้า ^^   





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 351 ครั้ง

86 ความคิดเห็น

  1. #8241 โมยาชิ (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 17:40

    สสนุกอะ

    #8241
    0
  2. #8094 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 22:05

    ขอพูดอีกครั้ง ตาเฟิงนี่มันร้ายจริงๆ!

    #8094
    0
  3. #8022 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 21:00
    แปลกจริงๆนั่นแหละ ทำตัวเหมือนไม่ใช่ครอบครัว แต่ตอนจินโมโหขู่ ชอบมาก ปดป้องค่ะๆๆๆ แต่ที่ขอความรัก คือได้ไปตั้งนานแล้วมั้ยฮุ่ยเฟิงเอ๋ย แต่ก็คงอยากได้ยินจากปากล่ะมั้ง แค่คำว่า ตกลง ก็พลิกอารมณ์ได้ดีสุดๆอ่ะ แต่อยากได้ยินประโคบอกรักของทั้งคู่จังเลย แงงงงง
    #8022
    0
  4. #7956 chalillxx_ (@chalillxx_) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 22:24
    ชิงฟงคือสมควรตายสุดนอกจากจะมักใหญ่ใฝ่สูงแต่ไม่มีสมองแล้วก็ยังชอบเหยียดน้องเฟิงอีก น่าตายนัก!

    จริงๆนี้แอบคิดว่าสุดท้ายตระกูลจางก็น่าจะเข้าใจกันนะ เพราะที่จางซีพูดคือดูมีอะไรที่มากกว่านั้นอะ เอาดีๆคือหมายว่าไง นี้แอบสงสัยนะ อีกอย่างจางหลี่ก็ไม่ได้ร้ายขนาดนั้นอะ ไม่ใช่ไม่ดูดำดูดีแต่แค่ไม่อยู่คุมตอนเกิดเรื่องเฉยๆอะ พวกนั้นเลยฮึกเหิม
    #7956
    0
  5. #7709 Hazel_9502 (@pookiejj) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 21 กันยายน 2561 / 20:14
    ว้าา สรุปจางหลี่คือยังไง แต่ฉากหมาป่ากะจิ้งจอกในห้องคือฮอตอย่างกะไฟร์เออร์เลยข่าา กรี๊ดด
    #7709
    0
  6. #7684 yaoi-yaoi- (@yaoi-yaoi-) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 15 กันยายน 2561 / 20:33
    อ่าาาา
    #7684
    0
  7. #7422 MønZ (@maizii_np) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 13:00
    ตกลงจางหลี่รวมมือกับรัชทายาทหรอ โว๊ยยยย
    #7422
    0
  8. #7288 Plankton J (@jthida) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 16:41
    แม้แต่เก้าอี้ขององค์ชายรองก็ยังถูกยึดโดยจิ้งจอกเอาแต่ใจ
    #7288
    0
  9. #7118 Verdee (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 21:56
    เราหาฉากตัดไม่เจออะ
    #7118
    1
  10. #7117 Verdee (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 21:56
    เราหาฉากตัดไม่เจออะ
    #7117
    0
  11. #7087 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 10:45
    โหดร้ายT_T
    #7087
    0
  12. #6848 phet1324 (@phet1324) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 18:51
    ตัดได้อย่างโหดร้ายมาก
    #6848
    0
  13. #6842 ayanaki0004 (@ayanaki0004) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2559 / 11:58
    ลั่นเลย ตัดเข้าโคมไฟ... 
    #6842
    0
  14. #6837 GottomonEye (@gottomon03) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 / 17:17
    เขียนสนุกมากๆเลยค่ะ หาแบบสนุกมากกกกกกๆยากจริมๆ
    ขอบคุณน้า
    #6837
    0
  15. #6665 1234_DuncAn (@1234_DuncAn) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 13:00
    เราหลุดขำตอนอ่านเจอว่า ตัดเข้าโคมไฟ 55555555
    #6665
    0
  16. #6195 Par_dao (@Par_dao) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 11:56
    ตะ ตะ ตัด เข้าโคมไฟ หูย ใจร้าย//แหม เห็นคนรักเค้าวางแผนจะอยู่ด้วยกันก็อิจฉา 
    #6195
    0
  17. #6090 Pop nomsod (@pop-_-) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2559 / 20:07
    อือหือออ ร้อนแรงไปอีกกกก
    #6090
    0
  18. #6058 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 22:20
    ลุ้นมากๆ     และเป็นห่วงจินสุดๆ   กลัวจะโดนจับ    เพราะของวิเศษจากมนุษย์      คนที่น่ากลัวที่สุดน่าจะเป็นจอมฟ้าน่ะ
    #6058
    0
  19. วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 04:19
    ชอบบบบบบบบบ
    #5714
    0
  20. #5711 Butterfly DN. (@babyll) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 08:11
    อยากได้หนังสือง่าาา
    #5711
    0
  21. วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 10:45
    ขอบคุณค่ะ
    #5653
    0
  22. #5603 •-MaMaI-• (@mai032671597) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 16:53
    สนุกกกก
    #5603
    0
  23. #5484 ขนมหวานนมสด (@mikilovesj) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 13:54
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านค่ะ
    #5484
    0
  24. #5337 inspirer (@inspirer_bear) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 18:06
    อ่านเพลินมากจ้าาาาลุ้นมาจินจะโดนของวิเศษของมนุษยอีกไหม
    #5337
    0
  25. #5332 pimdokyungsoo (@pimdajong) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2559 / 20:56
    รีบมาอัพนะคะ รอค่ะ สู้ๆนะคะ
    #5332
    0