✦ อนธการจิ้งจอก ✦ BL, YAOI [END]

  • 99% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 506,453 Views

  • 8,274 Comments

  • 13,416 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    5,078

    Overall
    506,453

ตอนที่ 50 : คลุมเครือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13705
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 342 ครั้ง
    5 มิ.ย. 59








บทที่46

คลุมเครือ

           

            ประตูรั้วโออ่ายาวจรดท้ายเมือง หากเพียงเดินผ่านก็สามารถได้ยินเสียงสัตว์วิเศษร้องคำราม ลึกเข้าไปมีสวนดอกไม้อันร่มรื่น กลิ่นสมุนไพรอ่อนๆลอยจางมาตามสายลม ตึกเรือนใหญ่โตตั้งอยู่ภายใน รอบนอกถูกยืนไว้ด้วยทหารประจำการสองนาย ป้ายด้านหน้าประตูเป็นสีดำถูกเขียนชื่อไว้ด้วยลายมือพระหัตถ์จากจักรพรรดิสร้างความยำเกรง

            เดินผ่านประตูเข้าไปจะพบศิษย์ประจำมากมาย พวกเขาบ้างก็สวมชุดนักบู๊ บ้างก็สวมชุดบัณฑิต ท่าทางเร่งรีบอย่างยิ่ง สถานที่แห่งนี้ยังมีความลึกลับซ่อนอยู่อีกมากมายเกินกว่าผู้ใดจะคาดคิด ลึกลงไปในสุสานบรรพชน บุรุษสองคนกำลังจุดธูปกราบไหว้ป้ายวิญญาณและรูปปั้นด้านหน้า เสียงย้ำเท้าลั่นไปตามพื้นไม้ปรากฏร่างสตรีผู้หนึ่งขึ้นตรงประตู

            สตรีผู้นี้แต่งกายคล้ายชาวยุทธ์ ท่าทางแม้มิได้อ่อนหวานแต่ก็มิได้แข็งกร้าว นางก้มลงกราบไหว้บรรพบุรุษเช่นเดียวกับบุรุษทั้งสอง คนทั้งหมดกราบไหว้เสร็จสิ้นก็หันหน้ามาสนทนากัน

            ชายวัยกลางคนเอ่ยถามก่อน เป็นอย่างไรบ้าง

            สตรีโฉมงามยกมือขึ้นคำนับก่อนกล่าวตอบ พรรคตัดสุริยันพ่ายแพ้ในศึกหุบเขา จิ้งจอกอนธการและมังกรเคลื่อนวารีปลอดภัยดี ทว่าในเมืองหลวงเกิดเรื่องใหญ่โตขึ้น รัชทายาททำการกบฏยึดวังหลวง จับจักรพรรดิและขุนนางเป็นตัวประกัน ดูท่าแล้วพวกเขาต้องการสังหารองค์ชายรอง ฆ่าล้างตระกูลใหญ่ที่เหลือเพื่อขึ้นครองบัลลังก์ จารึกประวัติศาสตร์เป็นจักรพรรดิที่ดี เมื่อปิดปากคนที่รู้ความจริงหมดสิ้นจะแก้ต่างอย่างไรก็ได้

            นางขมวดคิ้วมีสีหน้าไม่พอใจ ก่อนกล่าวต่อ พวกมันมีของวิเศษอย่างกระถางธูปทอง เป็นของวิเศษพวกแคว้นทุ่งหญ้า มีนักพรตอาคมลักลอบปะปนเข้ามาเป็นจำนวนมาก ยามนี้พรรคตัดสุริยันปิดล้อมเมืองหลวงเอาไว้ ตระกูลจางที่เหลือนอกจากจางชิงฟงเข้าร่วมกับองค์ชายรอง ตระกูลลี่และตระกูลฮานาเช่นกัน

            อืม…”

            บุรุษหนุ่มครางในลำคอ ลูบปลายคางอย่างใช้ความคิด ใบหน้าโดดเด่นหล่อเหลาสะอาดสะอ้าน แม้กระทั่งชายวัยกลางคนที่มองมัน สายตายังมีความเกรงใจอยู่หลายส่วน

            จอมฟ้าที่มาของมันคงจะไม่ใช่แคว้นไตรนภาเสียแล้วมันกล่าวพลางถอนหายใจ สายตาทอดยาวเลยไปยังรูปปั้นยิ่งใหญ่ของบรรพบุรุษ

            สตรีโฉมงามพยักหน้าตอบรับ เรื่องคุณชายจางเราตรวจสอบมาแล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะมีอาจารย์สอนวิชาอยู่จริงๆเพียงแค่สองคน หนึ่งคือองครักษ์คู่กายตระกูลมู่ อีกคนหนึ่งเป็นบุรุษที่รูปโฉมอยู่เหนือผู้ใดมีนามว่าจิน เป็นเด็กที่เคยอาศัยอยู่ในจิงหย่วนมาก่อน ความเป็นมาของคนผู้นี้แปลกประหลาดมาก เดิมทีเป็นเด็กกำพร้าถูกชุบเลี้ยงโดยตระกูลหลิวทว่าความจริงกลับเป็นบุตรชายของแม่นางลี่ชิวหง

            ชายวัยกลางคนเหลือบมองบุรุษหนุ่มตรงกลาง พบว่าสีหน้ามีความพอใจก็ลอบถอนหายใจ

            พวกเราปลอมแปลงใช้ชื่อเพลงกระบี่ราชสีห์คำรามเพื่อล่อจอมฟ้า มิคาดว่าจะได้พบเพลงกระบี่อันลึกล้ำพิสดารเช่นนี้ สามารถต่อกรกับวิหคทลายภูผาของท่านประมุขได้ มิแน่ว่าอาจเป็นสิ่งที่พวกเราตามหามานาน…”

            คนทั้งสามมีใบหน้าเคร่งเครียดขึ้น พวกมันหันไปมองรอบๆห้องบรรพบุรุษชั่วครู่หนึ่งก็ผ่อนคลายลง เวลาผ่านไปสักพักบุรุษหนุ่มก็ตบเข่าพลางลุกขึ้น เรียกให้ผู้คนที่เหลือลุกขึ้นตามด้วย

ท่านแม่ทัพฮาเล่า?

            “แม่ทัพฮาจีมินห์เดินทางใกล้ถึงชายแดนแล้ว จางหลี่มายังเมืองหลวงหากชาวทุ่งหญ้ารู้ พวกมันคงบุกโจมตีทันทีแน่

            เสียงทอดถอนหายใจดังขึ้น ท่านแม่ทัพจางหลี่ปกปักรักษาประชาชนบริเวณชายแดนมาช้านาน เรื่องกบฏความจริงแล้วเขาไม่ควรเข้ามายุ่งเกี่ยว

            “ท่านก็กล่าวเกินไป ผู้ก่อเหตุคือน้องชายร่วมบิดาของเขา เรื่องภายในตระกูลผู้ใดก่อ ผู้นั้นสะสาง

            บุรุษหนุ่มยกมือขึ้นช้าๆ หยุดมิให้คนทั้งคู่ทุ่มเถียงกันพลางกล่าว จะปล่อยให้จิ้งจอกอนธการและมังกรเคลื่อนวารีถูกรบกวนอีกไม่ได้ ในเมื่อพรรคตัดสุริยันเจอไปสองแล้วพวกเรามิอาจปล่อยให้พวกมันล่วงรู้เรื่องใดๆได้อีก…” บุรุษหนุ่มเว้นจังหวะชั่วครู่ โบกมือเรียกเด็กส่งสารมาใกล้ๆ

ถ่ายทอดคำสั่งไปทั่วตระกูลเฟิ่ง พรรควิสุทธิ์ของเราจะเข้าร่วมวงในแล้ว

            พอมันกล่าวจบคนส่งสารก็วิ่งไปตามทางตึกเรือนต่างๆ สัญญาณเช่นนี้จากท่านประมุขถือเป็นการเรียกประชุมและระดมพลครั้งใหญ่ คนทั้งสามยังยืนอยู่ในห้องวิญญาณบรรพบุรุษ สายตาของพวกมันจ้องมองไปยังรูปปั้นสลักเก่าแก่ แม้มิได้สวยงาม แต่กาลเวลาก็มิได้ทำให้ความยิ่งใหญ่ของมันลดลง

            รูปปั้นนี้เป็นสิ่งของหวงห้ามในตระกูลเฟิ่งแห่งจิงหย่วน ผู้ที่มีสิทธิ์ได้ก้าวล้ำเข้าห้องแห่งนี้มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น คนทั้งสามมองรูปปั้นเป็นครั้งสุดท้าย ม้วนกระดาษผืนใหญ่ถูกแขวนเอาไว้ด้านหลังรูปปั้น สะท้อนเป็นเงากับเทียนไขกราบไหว้ ภายนอกดูเก่าจนกระดาษเปลี่ยนสีทว่าข้อความของมันกลับชัดเจนยิ่ง พวกมันถูกเขียนด้วยเลือดจากวิญญูชนทั้งสามในห้อง ที่กาลเวลามิอาจลบล้าง

          หนึ่ง วาโยล่องหงส์ปกครองท้องฟ้า สอง พิภพบุบผาพญาของแผ่นดิน

สาม เพลิงอนธการควบคุมชีวิน สี่ มังกรเคลื่อนคล้อยรักษาวารี

สัตว์บรรพกาลเอ๋ย ผู้ใดครอบครองสัตว์วิเศษเหนือหล้า

          ผู้นั้นอาจหาญอำนาจท้าทายสวรรค์ ครองแผ่นดินและสามโลกอันทรงธรรม

          ทวงถามวิญญาณ เปิดประตูสู่อำนาจอันแท้จริง…’

 

            จางหลี่ตอบสนองด้วยการหรี่ดวงตาอันคมกริบราวกับสามารถมองทะลุทุกสิ่ง เขายกมืออีกข้างขึ้นปรากฏทหารม้ากรูมาด้านหน้าสองสามคน ดวงตาจับจ้องไปที่จางชิงฟงอย่างเย็นชา         

            ยังมีผู้อื่นทราบเรื่องนี้อีกหรือไม่?

            จางชิงฟงจิตใจขลาดกลัวโดยมิทราบสาเหตุ เหลือบตาเห็นว่าคุณชายเซกัลเชบียังอยู่ตรงนี้ก็ทำใจสู้เสือขึ้นมา ปั้นใบหน้าขุ่นเคืองกราดเกรี้ยว

            พี่ใหญ่ไหนว่าท่านเก่งกาจนัก เรื่องเล็กน้อยเยี่ยงนี้เหตุใดต้องมาสอบถามด้วยเล่า?

            เซกัลเชบีได้ยินก็ลอบเหยียดหยันจางชิงฟงในใจ หลังจากตนไปช่วยกลับมาจากหุบเขาด้านนอกเมือง คนผู้นี้ต่อหน้ารัชทายาททำเป็นห้าวหาญ แต่ยามนี้เพียงกระทบถูกความเย็นชาของจางหลี่ ปากก็เอ่ยเรียกคำว่าพี่ใหญ่เสียงอ่อน

            จางหลี่เพิกเฉยต่อเซกัลเชบีอัจฉริยะผู้ถูกยกย่องให้เป็นศัตรูลำดับแรกของตน ใบหน้าดุดันไม่ละออกจากน้องชายร่วมบิดาของตนเองแม้แต่น้อย มือรับเอาทวนสีดำจากทหารด้านข้าง เหวี่ยงสะบัดมันหนึ่งครั้งให้เหมาะมือก็เกิดคลื่นลมสั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณ แม้กระทั่งกรวดหินเล็กน้อยก็ถูกพัดกระเด็น

          ใช่แล้วนี่เป็นพลังของแม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกรอันดับหนึ่งของแคว้น

บุรุษผู้ซึ่งครอบครองสัตว์วิเศษระดับสูงถึงสามตัว

            ถือว่าเจ้าปิดโอกาสของตนเอง

            จางชิงฟงได้ยินถ้อยคำเย็นชา พลันโกรธเกรี้ยวขึ้นมาจากภายใน ใบหน้าเจือนไปด้วยความน้อยใจชัดเจนยิ่ง ตะคอกด้วยเสียงอันดัง เหตุใดท่านจึงไม่สอบถามข้าบ้างเล่า! ข้าทำไปเพื่อสิ่งใด? ไม่พอใจสิ่งใด?

            “เพราะเช่นนี้ข้าถึงได้เกลียดชังท่าน!! เกลียดชังบิดานัก! เกลียดชังตระกูลจางทั้งหมด!!!”

            จางชิงฟงสะบัดบังเหียนม้าพุ่งทะยานไปด้านหน้า เป้าหมายอยู่ที่พี่ชายของตน!

            เคร้ง! –

            “คุณชายจางชิงฟงโปรดระงับความวู่วามปรากฏกระบี่ของเซกัลเชบีเข้ามาต้านทานไว้ก่อน ชายหนุ่มบนหลังม้ามีใบหน้าไม่ยินดียินร้าย ในใจลอบดูถูกว่าน้องชายคนนี้ช่างต่างจากคนพี่ราวหยินกับหยาง

            ท่านพุ่งเข้าหาแม่ทัพอันดับหนึ่งแห่งแว่นแคว้นโดยตรง เสียสติไปแล้วหรือ?

            จางหลี่กระตุ้นม้าให้เดินไปด้านหน้าเล็กน้อยตระกูลเซกัลมีเหตุผลอันใดต้องลดศักดิ์ศรีตนเองถึงเพียงนี้? ตระกูลเซกัลกับตระกูลจางล้วนมีรากฐานไม่ต่างกันนัก ต่อให้ไม่ต้องเข้าร่วมฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็สามารถเป็นเช่นดังเดิมได้

            อัจฉริยะตระกูลเซกัลได้ยินถ้อยคำดูแคลนจากศัตรูของตน ใบหน้าพลันแปรเปลี่ยนคับแค้นใจคล้ายต้องการระบายแต่จำต้องอดกลั้น เซกัลเชบีหายใจเข้าหนักหน่วงเพื่อสงบสติอารมณ์ของตน

            ไม่ใช่เรื่องของท่าน

            แม่ทัพใหญ่จางหลี่หรี่ดวงตาอันคมกริบลง ข้ารบกับฝั่งทุ่งหญ้ามาเนิ่นนาน ได้ยินมาว่ามีตระกูลหนึ่งในฝั่งทุกหญ้าแซ่เซกัลมิทราบว่าตระกูลของเจ้ารู้จักหรือไม่?

            สิ้นคำแม้กระทั่งจางชิงฟงก็ยังเบือนหน้าหันไปมอง เซกัลเชบีวางสีหน้านิ่งเฉย

            ตระกูลเซกัลหากมิได้ทำเพื่อรัชทายาท ก็ต้องชมเชยว่ารอคอยได้เนิ่นนานยิ่ง

            “ท่านแม่ทัพจางหลี่คงมิได้มาเพื่อไต่สวนข้าล่ะมั้ง?

            “ข้าไม่เสียเวลาไต่สวนเรื่องเท็จจริงจางหลี่ตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา เขาทำทีกล่าวเรื่องนี้ขึ้นเพื่อถ่วงเวลา ในใจสามารถยืนยันข้อสงสัยตนเองได้เนิ่นนานแล้ว

            เซกัลเชบีแค่นเสียงขึ้น ดวงตาแวววับรู้ทันเล่ห์กล ท่านไม่ยอมเสียเวลาจริงหรือ?

            จางหลี่เห็นว่าถูกจับได้แล้วจึงกระตุ้นบังเหียนพุ่งไปด้านหน้า เหล่าทหารม้าด้านหลังตะโกนร้องกู่ก้องแบกธงสีดำ จางตรงไปด้านหน้าเช่นกัน เคลื่อนขบวนทัพรวดเร็วยิ่งจนฝ่ายกบฏตกใจจนล่าถอย ทัพของจางหลี่ผ่านประตูหน้าเข้าไปแล้ว

            หวืดด

          เสียงกรีดอากาศดังลั่นในจังหวะเดียวกับที่เสียงร้องดังมาจากฟากฟ้า ทวนสีดำเปล่งประกายอำนาจของมันขีดสุดเมื่ออยู่ในมือแม่ทัพใหญ่ พัดเอาฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่วประตูใหญ่วังหลวง ใบหน้าคมเข้มดุดัน แม้เป็นเพียงการรบของกองทัพเล็กๆ แต่จางหลี่ก็มิคิดไว้หน้า ปล่อยกลิ่นอายเข่นฆ่าราวกับกำลังเหยียบย่ำอยู่บนแผ่นดินศัตรู บนอากาศปรากฏร่างนกอินทรีสีทอง

          มาดูกันว่าพวกเจ้าจะทำให้ข้าเสียเวลาได้เท่าใด

          จางชิงฟงยกกระบี่ขึ้น ฝ่ามือชื้นไปด้วยเหงื่อ คาดหวังอยู่ทุกคืนวันว่าจะได้เหยียบย่ำอันดับหนึ่งของตระกูลขึ้นไป ทว่าในใจมันย่อมรู้ดี พี่ชายของตนเองนั้นสูงเกินไป ยิ่งใหญ่เกินไป สิ้นเปลืองเรี่ยวแรงเท่าใดก็มิสามารถหาหนทางกุมชัยชนะได้เลย คนผู้นี้ครบครันทั้งบุ๋นและบู๊ ไม่มีจุดอ่อน ไม่มีเรื่องใดๆที่จะอ่อนไหว

            ทางด้านเซกัลเชบีนั้นนี่ถือเป็นโอกาสสุดท้าย หากจางหลี่ก้าวเข้าสู่สนามรบ...มีเพียงสองเส้นทางคือต่อสู้หรือโดนฆ่าตายเท่านั้น ไม่มีคำว่าหลบหนี คนผู้นี้คาดเดาดูก็ทราบว่ามิได้มาเพื่อข่มขู่เฉยๆแน่นอน อัจฉริยะตระกูลเซกัลชักกระบี่ ตนเองถูกเทียบเป็นอันดับสองของแคว้นมาเนิ่นนาน นี่คงเป็นโอกาสสุดท้ายสำหรับการขึ้นอันดับหนึ่งของเขา

            ทว่าเซกัลเชบีไม่ได้มีหน้าที่ต่อสู้กับจางหลี่

            อัจฉริยะตระกูลเซกัลไม่คิดจะนำชีวิตตนเองมาทิ้งไว้ที่นี่

            อุปนิสัยของจางหลี่เกิดมาเพื่อเป็นแม่ทัพโดยแท้จริง ไม่ยึดติดกับสิ่งใด ไม่ปล่อยให้เรื่องใดมาเป็นจุดอ่อน ยิ่งมิมีทางทรยศไพร่ฟ้าประชาชนที่ยึดมั่นในตัวเขา ศักดิ์ศรีของคนผู้นี้ห้าวหาญจนเกินไป เย็นชากับทุกสิ่งจนเกินไป

            รับมือ!”

            “ไป!”

            กองทหารทั้งสองฝั่งตะโกนขึ้นพร้อมกัน จางชิงฟงและเซกัลเชบีบุกเข้าหาจางหลี่โดยไม่ลังเล มือร่ายออกซึ่งวิชากระบี่ประจำตัว จางหลี่มองกระบี่สองเล่มที่พุ่งเข้ามาอย่างเย็นชา ขยับเคลื่อนไหวทวนสีดำอันทรงพลังฟาดฟันไปด้านหน้าปะทะจนกระบี่ทั้งเล่มสูญเสียแรง

            เซกัลเชบีถูกแรงผลักจนเซเล็กน้อย มือสะบัดบังเหียนม้าพุ่งเข้าด้านข้างใช้ออกซึ่งวิชากระบี่ของตระกูลเซกัล ร่างเงากระบี่แยกเป็นหลายสายรวมกับรังสีกระบี่ยิ่งเจิดจ้าพร่ามัว ทั้งหมดพุ่งเข้าจู่โจมแม่ทัพใหญ่!

            บรรดาทหารเห็นดังนั้นก็ฮึกเหิม มือฟาดฟันศัตรูตามท่านแม่ทัพโดยมิหวาดหวั่น ทว่าจางหลี่ชูทวนสีดำขึ้นเหนือศีรษะหมุนมันเป็นวงกลมสร้างแรงส่งอันรุนแรง ทวนสีดำเรืองรองคล้ายร้องคำราม พลันเคลื่อนลงด้านล่างด้วยระยะอันไกลคมมีดลงที่ศีรษะของเซกัลเชบี!

            เคร้ง! –

            เซกัลเชบีสัมผัสได้ถึงรังสีพลังอันหนาแน่นบนศีรษะลอบร้องในใจว่าย่ำแย่แล้ว จางหลี่ผู้นี้ว่องไวจนเกินไปหรือไม่มันเพียงร่ายท่วงท่ากระบี่ที่รวดเร็วที่สุดของตระกูล จางหลี่มิเพียงป้องกันจางชิงฟงกลับสามารถใช้ทวนอันรุนแรงจู่โจมมันได้ว่องไวกว่า คาดคิดได้เช่นนี้จิตใจพลันเย็บเฉียบ

            ในขณะที่จางหลี่ออกรบ เซกัลเชบีทำเพียงแค่ซักซ้อมและเปิดตำรา

            หนึ่งหน้ากระดาษไฉนเลยจึงจะบันทึกโลกกว้างได้หมดสิ้น

            จางชิงฟงแค่นเสียงเฮอะ ร่ายกระบี่ตระกูลจางเข้าปะทะทวนสีดำป้องกันศีรษะเซกัลเชบีจนเกิดเสียงดังก้อง มือของชายหนุ่มสั่นจนแทบฉีกขาด มายามนี้ผู้คนจึงได้เข้าใจว่าพลังอันยิ่งใหญ่ของบุรุษอันดับหนึ่งของแคว้นเป็นเช่นไร

            แม่ทัพใหญ่ปกป้องชายแดนอย่างเหน็ดเหนื่อย พวกท่านอยู่ภายในกำแพงใช่ว่าสุขสบายเกินไปหรือไม่?

            จางชิงฟงกัดฟันแน่นดันทวนสีดำให้กระเด็นออกไป บังคับมือที่เลือดไหลซึมร่ายเพลงกระบี่ของพรรคตัดสุริยันเข้าจู่โจม จางหลี่เห็นดังนั้นดวงตาคมกริบก็วาวโรจน์มือกระตุกบังเหียนม้าพ่วงพี มือสะบัดทวนด้วยพละกำลังอันมากล้น เคลื่อนไหวด้วยความเร็วอันมากขึ้น ใช้กระบวนท่าแรกของทวนเข้าจู่โจมอย่างหนักหน่วง

            เซกัลเชบีเห็นท่าไม่ดี พวกมันเพียงลำพังมิสามารถต้านทานได้แน่นอน กระตุกม้าไปเทียบข้างจางชิงฟง ใช้กระบี่ตระกูลเซกัลต่อกรกับทวนสีดำทันที

            เคร้ง เคร้ง เคร้ง เคร้ง! –

          เสียงห้ำหั่นของศาสตราวุธดังขึ้นต่อเนื่อง กระบวนท่าแล้วกระบวนท่าเล่าปะทะกันจนละลานตา ม้าเคลื่อนไหวกุบกับจนฝุ่นควันลอยหนาแน่น แม้กระบี่ทั้งสองจะเร็วไวแต่ทวนสีดำก็มิได้เชื่องช้าแม้แต่น้อย มันทรงพลังและเอ่อล้นไปด้วยลมปราณหนาแน่น ปะทะแต่ละคราฝ่ายกบฏมีสีหน้าย่ำแย่ลงขึ้นเรื่อยๆ

            จางชิงฟงมิได้กล้าแข็งเท่าเซกัลเชบี ภายในบอบช้ำปะทะกันไปห้าสิบกระบวนท่าหรืออาจเรียกได้ว่าพวกเขาเพียงรักษาชีวิตจากการรุกไล่ของแม่ทัพใหญ่ ปากก็กระอั่กเลือดพ่นโลหิตออกมาเป็นฟอง

            อินทรีสีทองหวีดเสียงร้องแหลมทะยานขึ้นสู่ฟ้า ปล่อยร่างเสือขาวตัวใหญ่ตกลงมากระแทกพื้นด้านในวังหลวง ทับฝ่ายทหารของตระกูลเซกัลตกตายเกลื่อนกลาด มันจู่โจมด้วยการโฉบลงมาอีกคราเล่นงานเสือขาวของตระกูลเซกัลจนย่อยยับ แม้ตัวเลขระดับของสัตว์วิเศษต่างกันเพียงหนึ่งขั้น แต่กลับมีพลังต่างกันมหาศาล

            เซกัลเชบีเห็นท่าไม่ดีอย่างยิ่ง เผลอเสียสมาธิครู่เดียวจางหลี่ก็มิพลาดโอกาส ทวนสีดำพุ่งเป็นแนวตรงกระแทกตัวเซกัลเชบีอย่างรุนแรงจนตัวลอยขึ้นจากหลังม้า กระเด็นไปไกลถึงแนวกลางกองทหารเซกัลเชบีมือกำกระบี่แน่นทรงตัวลงพื้นแม่นยำ ทว่าทันทีที่ปลายเท้าแตะพื้นต้องกระอั่กโลหิตออกมาคำโต

            จางชิงฟงและเซกัลเชบีภายในใจคล้ายถูกกดทับด้วยภูผาสูงใหญ่

            พวกมันมิมีหนทางเอาชนะคนผู้นี้ได้เลย

            จางชิงฟงสีหน้ากลับยิ่งย่ำแย่เสียงกว่า บุตรชายคนโตของตระกูลจางใช้ทวนสีดำลงสนามรบ แต่สิ่งที่ถนัดที่สุดคือกระบี่ จางหลี่คิดว่าพวกเขามิมีค่าพอให้ชักกระบี่เสียด้วยซ้ำ

            พริบตาที่โดยปลายทวนคมกริบทาบลำคอจางชิงฟงพลันหลับตาลง มือปล่อยกระบี่ลงกระทบพื้นเสียงดังกังวาน

            บุตรชายลำดับที่สี่ของตระกูลลืมตามองพี่ชายด้วยสีหน้าหลากหลาย จางชิงฟงมิใช่คนดีนัก แต่ก็มีความคับแค้นใจของตนเองเช่นกัน ทหารของตระกูลจางฝ่ายกบฏมีสีหน้าหลากหลายเช่นเดียวกับนาย พวกมันใช่ว่าจิตใจจะเย็นชาแข็งกระด้างหากพี่น้องต้องเข่นฆ่าตรงหน้า พวกมันจะสามารถทนดูได้อย่างไร?

            ท่านแม่ทัพจางหลี่ได้โปรดหยุดมือ!”

            “ท่านแม่ทัพใหญ่อย่า!”

            “เขาคือน้องชายของท่านนะ!”

            เกิดความโกลาหลขึ้นในกองทัพ บรรดาทหารนับพันของฝ่ายกบฏตระกูลจางทั้งหมดละทิ้งอาวุธ พวกมันพากันคุกเข่าลงกับพื้นก้มตัวขอร้องเสียงดังลั่นวังหลวง ละทิ้งซึ่งศัตรู ละทิ้งทหารตระกูลเซกัล ผลัดกันตะโกนขอร้องออกหน้าแทนนายของตน

            ดวงตาคมกริบของจางหลี่มิได้สั่นไหวแม้แต่น้อย ชายหนุ่มไม่แม้แต่จะเอ่ยปากพูดสิ่งใด

            พี่ใหญ่…” จางชิงฟงหลับตาลงรอรับความตายตรงหน้า พริบตาเรื่องที่ได้กระทำมาก็หวนกลับคืนสู่สามัญสำนึกทั้งหมด ถึงกระนั้นจางชิงฟงก็คิดว่าตนเองไม่เสียใจ ท่านรู้สึกโกรธเคืองข้าบ้างหรือไม่?

            แม่ทัพใหญ่จางหลี่ขยับทวนสีดำเล็กน้อย ดวงตามองน้องชายร่วมบิดาลึกล้ำจนสุดจะหยั่ง

            ไม่ข้าเพียงแค่ผิดหวังเท่านั้น

แม้จางชิงฟงจะเกลียดชังจางฮุ่ยเฟิงเพียงใด เกลียดชังบิดาเช่นจางซี เกลียดชังมารดาของตน เกลียดสังคมตระกูลจาง ทว่าสิ่งสุดท้ายที่ทั้งชิงชัง ทั้งเคารพชื่นชมในใจก็คือพี่ใหญ่ของเขา

            จางชิงฟงนิ่งงันไปชั่วครู่หนึ่ง เอ่ยคำพูดที่คล้ายจะเป็นคำสุดท้ายของชีวิตแผ่วเบา

“…ข้าขอโทษ

            จางหลี่เคลื่อนไหวทวนสีดำเปล่งประกายไอเย็นน่าขนลุกอีกครา ปลายทวนคมกริบถูกเลื่อนออกไปปลายด้ามถูกกระแทกลงอย่างรุนแรงจนกระดูกร้าว จางชิงฟงสลบไปในทันที แม่ทัพใหญ่โยนร่างส่งไปด้านให้นายทหารคนหนึ่ง

            พาไปขังคุกตระกูลจาง ทำลายจุดตันเถียรและข้อมือ มิอาจรวบรวมลมปราณได้อีกชั่วชีวิต!”

            จางหลี่มิรอฟังนายทหารจางไป ชายหนุ่มเคลื่อนตรงไปด้านหน้า รุกคืบเข้าไปในวังหลวงมากขึ้นทวนสีดำถูกพาดเฉียงลงกลิ่นอายฆ่าฟันรุนแรงยิ่ง เหล่าทหารของตระกูลเซกัลตรงเข้ามาปกป้องนายน้อย เหล่าทหารของตระกูลจางก็เข้ามาปะทะทหารชั้นผู้น้อยด้วยกัน

            เซกัลเชบีรีบเตะเท้ากระโจนขึ้นม้าทันที เขามิอาจบุกได้อีกในสถานการณ์เช่นนี้

            แปรขบวนตั้งรับ!”

            “แปรขบวนตั้งรับ!”

            เสียงสั่งการถูกตะโกนซ้ำเป็นทอดๆ แม่ทัพใหญ่หรี่ดวงตาลงเมื่อเห็นทหารเบื้องหน้าหนาแน่นโอบล้อมเซกัลเชบีไว้ด้านหลังสุด ส่งสายตาให้นายทหารด้านข้างตามสัญญาณของตระกูลจาง นายทหารเห็นดังนั้นก็เอ่ยปากร้องตะโกน

            แปะขบวนบุกเต็มกำลัง!”

            “บุกเต็มกำลัง!!”

            เซกัลเชบีมีสีหน้าซีดเผือด เดิมทีมารับหน้าพร้อมจางชิงฟงคราแรก มิได้คาดคิดแม้แต่น้อยว่าอีกคนที่ยืนอยู่ฟากของประตูจะเป็นจางหลี่ หมัดตานี้นับว่าทางองค์ชายรองมิปราณีกันจริงๆ

            ชายหนุ่มกระชับกระบี่ในมือแน่น เรียกทหารม้าเร็วเข้ามา

            แจ้งแก่รัชทายาท พวกเราถูกตรึงกำลังไว้ด้านหน้า คาดว่าอีกฝ่ายคงแบ่งกำลังเป็นสองมุ่งตรงไปช่วยจักรพรรดิ

            ม้าเร็ววิ่งวิ่งออกไปทันที ทว่าเงาที่วิ่งออกไปนั้นแยกเป็นสองสาย

 

            จางฮุ่ยเฟิงและกองกำลังลับยืนประจันหน้าอยู่กับลี่เย่วเอ๋อร์ผู้นำตระกูลลี่ ด้านหลังของนางคือผู้คุมกฏประจำตระกูลและพรรคตัดสุริยันอีกจำนวนมาก งูแห่งท้องฟ้าแหวกว่ายไปทั่วเพดานในห้องโถงสูงใหญ่ จางฮุ่ยเฟิงใช้เวลาครุ่นคิดเพียงไม่นานก็ทราบรัชทายาทคงเก็บตัวจักรพรรดิไว้ที่ตำหนักใหญ่

            รอคอยผลลัพธ์และนั่งอยู่บนบัลลังก์ที่เฝ้าฝันตลอดมา

            คุณชายจางมิยอมให้จิ้งจอกที่บาดเจ็บออกกำลังมาก แต่ก็ยินยอมให้จิ้งจอกในร่างมนุษย์ติดตามมาเพียงดูเฉยๆ จินหวนนึกถึงใบหน้าที่ยกยิ้มมุมปากกล่าวด้วยคำน่าหมั่นไส้ว่า เจ้าติดตามมาเพียงมองดูข้าก็พอ

            ดังนั้นเขาจึงแค่ยืนกอดอกพิงเสาอย่างเบื่อหน่าย มองดูบรรดาคนทั้งหมดต่อสู้ห้ำหั่นกันจนมาถึงด้านใน จักรพรรดิถูกคุมตัวอยู่ด้านหลัง หลับตามิได้สติแต่จินได้กลิ่นความตายอย่างชัดเจน

            จักรพรรดิตี้เหินกำลังจะสิ้นพระชนม์

            รัชทายาทอย่างไรก็คงพ่ายแพ้ในคืนนี้ บัลลังก์ย่อมตกเป็นขององค์ชายรองจิวซา ทว่าลางสังหรณ์ของเขาคล้ายเรื่องทั้งหมดมันยังไม่สิ้นสุดลง สำหรับชีวิตใหม่แล้วทั้งหมดนี้ย่อมเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่าย แต่อย่างไรมันก็ต้องถึงวันสิ้นสุดลง เขาจะได้กลับไปนอนบนเบาะนุ่มอย่างสงบสุข ซุกตัวอยู่กับเด็กโง่งมหนึ่งคน เดินเที่ยวสุขสำราญ

            สิ่งที่น่าทึ่งก็คือมิมีผู้ใดคาดเดาว่าจางหลี่จะพ่ายแพ้หรือตรึงกำลังพลาด จินลอบถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายเอนตัวพิงเสามองดูเซี่ยจวิ่นที่กำลังกวัดแกว่งกระบี่อย่างสนุกสนาน มู่ฟงผู้พกพาสัตว์วิเศษสายพิษแสนน่ากลัวกำลังจู่โจมเข้าสู่กับผู้คุมกฏ จางฮุ่ยเฟิงโดดเด่นที่สุดแม้ผู้คนในห้องโถงจะมากมาย

            ยามลงสนามรบ แม่ทัพที่แท้จริงย่อมโดดเด่นเสมอ ใบหน้าหล่อเหลานั้นมีรอยยิ้มประดับเช่นเคย

            เพลงกระบี่ตระกูลจางมิใช่เรื่องที่ตระกูลทั่วไปจะสามารถต่อกร ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงจางฮุ่ยเฟิงที่ผสมผสานเพลงกระบี่หลายแขนงด้วยตนเองอย่างลงตัว ประกอบกับความชาญฉลาด พรสวรรค์และพรแสวงย่อมส่งผลให้คนผู้หนึ่งเก่งกาจเหนือล้ำคนธรรมดา

            มีคนผู้หนึ่งในพรรคตัดสุริยันสังเกตเห็นคุณชายรูปงามผู้สวมหน้ากากสีเงินเข้า พู่ห้อยข้างตัวสีดำต่างจากกองกำลังลับคนอื่นๆก็คาดเดาว่าคงเป็นหัวหน้า ควงดาบใหญ่พุ่งโจมตีเข้ามา เพียงพริบตากองกำลังลับหนึ่งคนก็เข้ามาขวางประมือให้อีกฝ่ายเลิกรบกวนหัวหน้าของตน

            หลังจากมองดูกองกำลังลับสังหารคนด้านหน้าเสร็จ จินก็ชี้นิ้วไปอีกด้านหนึ่ง พาคนไปอีกสี่คน ตัวประกันที่เหลือคงอยู่ทางด้านนั้นแสร้งทำเป็นวางกำลังเบาบางต้องเป็นเล่ห์กลของตระกูลเซกัล ดูจากค่ายกลที่วางซับท้อนไว้พวกเจ้าน่าจะผ่านเข้าไปได้

          แค่เด็กสองคนแย่งบัลลังก์กัน เหตุใดต้องรบกวนคนแก่ให้เหนื่อยถึงเพียงนี้!

          จิ้งจอกในร่างมนุษย์ถอนหายใจเบื่อหน่ายอีกครา มือกวัดแกว่งกระบี่ตัดสินใจเดินไปหาลี่เย่วเอ๋อร์ที่ต่อสู้โรมรันกับจางฮุ่ยเฟิงอยู่ กอดอกพิงเสาใกล้ๆคาดว่าหากมีขนมมันคงถูกหยิบใส่ปากแล้ว

            มารดาข้าฝากข้อความมาถึงท่าน

            ลี่เย่วเอ๋อร์ได้ยิน แต่นางจะเสียสมาธิไม่ได้จึงแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน

            ขอบคุณท่านที่เลี้ยงดูนางมาตลอด ค่าตอบแทนทั้งหมดจะถูกส่งไปยังตระกูลลลี่ทีหลัง นับจากนี้ถือว่าลี่ชิวหงและตระกูลลี่มิเกี่ยวข้องใดๆกันอีก

            ลี่เย่วเอ๋อร์เสียสมาธิจนได้ นางพลาดท่ากระบี่จางฮุ่ยเฟิงแฉลบด้านข้างกรีดเนื้อเป็นรอยแผลทางยาว คุณชายจางยิ้มบางๆยามนึกถึงลี่ชิวหง เกิดความรู้สึกอยากกลับจวนเต็มที

            เลิกเล่นเสียที สังหารให้หมด!!”

            จางฮุ่ยเฟิงกล่าวเสียงดัง ใบหน้าหล่อเหลาดุดันขึ้นภายในพริบตา รัชทายาทท่านสมคบคิดกับพรรคตัดสุริยัน คิดหรือว่าท่านมิใช่หมากตัวหนึ่ง? ยามนี้ต่อให้ท่านยอมแพ้พวกเราก็ต้องสังหารพรรคตัดสุริยันอยู่ดี

            คุณชายจางระบายความหงุดหงิดทั้งหมดด้วยการแย้มยิ้มเอ่ยคำพูดเยาะเย้ยรัชทายาท จนในที่สุดสัตว์วิเศษระดับสูงก็ปรากฏกายมันคืองูยักษ์โลหิต สัตว์วิเศษคู่กายองค์รัชทายาท จางฮุ่ยเฟิงมีใบหน้ามิพอใจ คิ้วเข้มดุดันขึ้นจนกดดันผู้คนรอบข้าง เช่นนี้เขาก็นับว่าเสียเวลามากกว่าเดิม

            คุณชายจางในชุดสีดำสะบัดกระบี่มู่ยองด้วยความอำมหิตมากกว่าเดิม ในใจร่ำร้องด่าทออย่างโกรธแค้น ล้วนน่าตาย! หลังจากสังหารหมดสิ้นเขาก็จะรีบกลับ! ส่งมอบบัลลังก์ให้องค์ชายจิวซาก็ย้ายกลับไปจิงหย่วนเร่งด่วน

            เขาจะกลับไปกราบไหว้ฟ้าดิน


 


 


 #TALK 

          เป็นคนหนุ่มใจร้อน ฮา  ไหนใครทีมคุณพี่จางหลี่บ้างคะ ^^ 

          สัปดาห์นี้คาดว่าก็คงอัพแค่วันนี้ค่ะ ช่างหนักหน่วงเหลือเกินแม้กระทั่งวันอาทิตย์ก็ยังถูกพรากไป เจอคำผิดทักได้ค่ะ เดี๋ยวว่างแล้วจะเข้ามาไล่แก้ เจออะไรมึนๆเบลอๆบอกกันได้นะคะ 

          แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ 


 PS. #ทาสจิ้งจอก เหมือนเดิมนะคะ แม้ว่าท่านจะเข้าทีมคุณชาย หรือ ทีมคุณพี่ก็ตาม (แน่นอนว่าคุณพี่เป็นตัวละครสีเทาขุ่นอันดับแรกๆของเรื่องนี้) 

PS2. ทั้งหมดเสี่ยวผานเป็นตัวละครสีขาวตัวเดียว เฮ้อ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 342 ครั้ง

150 ความคิดเห็น

  1. #8253 angrymuse (@angrydada) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 14:18
    นางแค่อยากแต่งงาน ช่วยทำให้มันจบเร็วๆทีส์
    #8253
    0
  2. #8152 SudaratYo (@SudaratYo) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 22:50
    เบ้ปากรัวๆ 55
    #8152
    0
  3. #8095 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 22:52

    ถ้าคนอื่นรู้ความคิดของคุณชายห้าต้องมีเสียหลักกันบ้างล่ะ เค้าฟาดฟันแย่งอำนาจกันจะเป็นจะตาย ผชคนแค่อยากแต่งเมียรักเมียหลงเมียใจจะขาด 5555 เฟิ่งออกโรงก็ครบละ ยังเหลือขุมกำลังไหนอีกมั้ย มา ออกมาให้หมด

    #8095
    0
  4. #8081 นัทมิมิ (@nutpeeraya) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 00:33
    เรื่องนี้สำคัญสุดสินะ55555 เซกัลนี่คือกะยึดบัลลังก์เลยป้ะ รว้ายๆอ่ะ
    #8081
    0
  5. #8023 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 21:39
    พี่ใหญ่จางหลี่ ออกเต็มสตรีมฉากนี้เอาใจเราไปเลย เหมือนภูเขามากๆ ชนไปก็เจ็บตัวเปล่าๆ ส่วนจางฮุ่ยเฟิง ทำไมตอนนี้เราหมั่นไส้เค้าจัง 5555 ตั้งปณิธานแรงกล้าเรื่องกราบไหว้ฟ้าดิน ฮืมมม หน้าม่านนักรบ หลังม่ายนั้นมีแต่ใฝ่หาจิ้งจอกแสนรัก แล้วมาให้จินดูตัวเองเฉยๆ มั่นใจมากกกกก
    #8023
    0
  6. #7958 chalillxx_ (@chalillxx_) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 22:37
    ความกราบไหว้ฟ้าดินนี้ไม่ว่าอะไรก็ยิ่งใหญ่ไม่เท่าอะ55555
    #7958
    0
  7. #7883 YohloveHao (@YohloveHao) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 21:53
    เกลียดดด5555 นี่สงครานะคะคุณจางฮุ่ยเฟิง โปรดสนใจหน่อย มิใช่ใจไปยุกับการจับเมียแต่งเช่นนี้ โอ้ยหน๋อ5555
    #7883
    0
  8. #7773 DOUBT. (@saraaaaearth) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 17:21
    บนหน้าผากฮุ่ยเฟิงมีคำว่า 'อย่ายืดเยื้อได้เปล่า จะแต่งเมีย' แปะอยู่555555
    #7773
    0
  9. #7772 lapis (@cirrus) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 15:01
    รีบๆตายไปซะ คุณชายจะแต่งเมีย!!!
    #7772
    0
  10. #7748 Jolly CCP (@c1chonlana) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 23:43
    คนอื่นเค้าเครียดเรื่องสงครามกันแทบตาย พระเอกของเรานั้นดันคิดอยู่เรื่องเดียว5555555
    #7748
    0
  11. #7685 yaoi-yaoi- (@yaoi-yaoi-) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 15 กันยายน 2561 / 21:06
    แหม่มมม//เบะปาก
    #7685
    0
  12. #7669 FaWhale_xx (@FaWhale_xx) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2561 / 22:28
    จิงฟงงง แงงงน้อนมากกก ทำไมๆๆ
    #7669
    0
  13. #7608 ヨンヨン (@winfinite) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 01:40
    คุณชายอย่างเกรี้ยวกราด 55555555555 งอแงอ่ะ ในหัวคงแบบ รีบๆตายกันได้แล้ว! อยากกลับไปแต่งงาน! ฮื่อ บรรยากาศตึงเครียดกลายเป็นตลก คุณชายจางลำดับที่ห้านี้ช่างมีอารมณ์ขันยิ่ง 55555555555555 จินนี่ร่างกายก็เพิ่งจะยี่สิบ ทำไมจิตใจที่เป็นคนแก่ต้องพาลทำให้ร่างกายดูแก่ไปด้วย ไม่ดีเด้อ เช่นนี้แล้วคนอื่นจะไม่กล่าวว่าเป็นคนชราได้เยี่ยงไร ในเมื่อทำตัวเป็นผู้อาวุโส ด่าคนแก่กว่าว่าเด็กโง่ ฮื่อ5555555
    #7608
    0
  14. #7605 Konrafah (@Konrafah) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 01:54
    โอ๊ยยยยย ได้แต่งแน่จ๊ะ ได้แต่งแน่ๆ
    #7605
    0
  15. #7600 _Daonuea_ (@_Daonuea_) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 00:08

    55555555555555 โอเคค่ะ

    #7600
    0
  16. #7571 แหวน (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 20:57

    โถๆๆๆๆๆๆ คุณน้องเฟิงหยวน ขนาดสู้ก็ยังจะไปคิดเรื่องกราบไหว้ฟ้าดินอีกน้าาาาาาาา

    #7571
    0
  17. #7505 II PP II (@namerangsiropat) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 23:35
    กราบไหว้ฟ้าดิน555555555
    #7505
    0
  18. #7498 DKdabble (@dkdabble) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 02:42
    เกลียดในการโมโหที่โดนดึงเวลาเพราะต้องรีบกลับไปกราบไหว้ฟ้าดินสู่ขอจิ้งจอก5555555555555
    #7498
    0
  19. #7495 dewi (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 19:41
    <p>แม้มมมมม กลัวแต่งงานช้าเหรอค่าา</p>
    #7495
    0
  20. #7416 Eching (@Eching) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 10:30
    พ่อคุณจะใจร้อนไปไหนคะ แหม่!
    #7416
    0
  21. #7381 sgmj (@maji13) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 05:57
    ฮึกเหิมทันทีที่เมียพูดถึงคนอื่น5555555
    #7381
    0
  22. #7289 Plankton J (@jthida) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 17:12
    เรื่องใหญ่แค่ไหนก็ไม่เท่าตบแต่งสู่ขอเมีย!
    #7289
    0
  23. #7207 HygeiaCruz (@NukNikNyx) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 07:26
    เรื่องใหญ่เนอะท่าน!!
    #7207
    0
  24. #7183 RhongTood (@marklmsg7) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 14:51
    รีบกลับไปแต่งเมีย!! ปั๊ดโธ่ 5555555
    ให้จางหลี่กับจางชิงฟง คู่กันก็ได้นะค่ะ อิอิ
    #7183
    0
  25. #7139 sKad (@saowapakk) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 23:15
    ถลุยยย อยากกลับไปแต่งเมียแล้วใจไหมลูกก555
    #7139
    0