✦ อนธการจิ้งจอก ✦ BL, YAOI [END]

  • 99% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 506,099 Views

  • 8,272 Comments

  • 13,409 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    4,724

    Overall
    506,099

ตอนที่ 51 : นายที่แท้จริงแห่งจวนแม่ทัพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16438
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 355 ครั้ง
    5 มิ.ย. 59


แอบย่องมา EDITED 5/6/2016






บทที่ 47

ฮูหยินแห่งจวนแม่ทัพ

 

 

             งูยักษ์โลหิตพ่นพิษกระจายตัวออกมาในอากาศ กลิ่นเลือดฉุนคละคลุ้ง โลหิตสีแดงกระทบพื้นก็เกิดเสียงฉ่าตามด้วยควันลอยขึ้นมา เมื่อคนของพรรคตัดสุริยันและทหารรัชทายาทโดนลูกหลงไปด้วย พวกมันเป็นอันต้องร้องครางด้วยความเจ็บปวดระงมพิษแล่นไปทั่วร่างกาย เมื่อกระทบถูกผิวเนื้อกองกำลังลับผู้หนึ่ง มันฉวยหยิบมีดสะบั้นแขนตนเองที่ถูกพิษออกโดนไร้ความลังเล

            ดวงตาสีเทามีประกายวูบไหว จางฮุ่ยเฟิงนับถือน้ำใจพี่น้องทหารกับคนของตนเอง ผู้ใดควรตอบแทน ผู้ใดควรใส่ใจ สถานการณ์ในตอนนี้กองกำลังลับได้เปรียบอย่างชัดเจน แม้มีจำนวนน้อยกว่าแต่วรยุทธ์สูงส่งเทียบเท่านายทหารธรรมดานับสิบคน หากจะล้มพวกเขาเกรงว่ากำลังพรรคตัดสุริยันที่อยู่ในวังหลวงคงไม่พอ

            รัชทายาทดวงตาแดงก่ำ ตะโกนอย่างกราดเกรี้ยว สังหารให้หมด!!!”

            องค์ชายซิ่นหลิงรัชทายาทผู้ก่อกบฏ การกบฏนี้ตระเตรียมมาเนิ่นนาน มันไม่ควรผิดพลาด ตั้งแต่ที่องครักษ์หน้าห้องของจักรพรรดิแจ้งข้อความที่ทรงสนทนากับองค์ชายจิวซาในวันนั้นให้ฟัง องค์ชายซิ่นหลิงก็ทราบดีว่าแม้ตนเองเป็นรัชทายาทแต่ตราบใดที่จักรพรรดิลำดับปัจจุบันยังอยู่ บิดาก็จะหาทางถอดถอนเขา

            รัชทายาทจัดการกับกำลังทหารในมือองค์ชายรองทีละคน เริ่มจากส่งแม่ทัพฮาจีมินห์ไปต่างแดน พรรคตัดสุริยันจัดการกักตัวจางฮุ่ยเฟิง ทหารองครักษ์ขอเพียงจับจักพรรดิเป็นตัวประกันพวกเขาก็มิกล้าเคลื่อนไหวแล้ว กระทำการในตอนกลางคืนเช้าถัดมาก็รอองค์ชายจิวซาและจางฮุ่ยเฟิงมาเข้าเฝ้าจักรพรรดิ สังหารพวกเขาได้เรื่องนี้ก็จะจบลง ตราหน้าคนทั้งคู่เป็นกบฏลอบสังหารจักพรรดิแทน บัลลังก์นี้นับเป็นความชอบธรรมโดยทันที

            คาดไม่ถึงว่าจางชิงฟงกลับโดนจางฮุ่ยเฟิงจับไป องค์ชายจิวซาก็หนีรอดไปได้ แม่ทัพจางซีคงไม่นิ่งเฉยแต่ทว่าก็มิน่าจะทราบเรื่องพรรคตัดสุริยันได้รวดเร็วเช่นนี้ พรรคตัดสุริยันโดนเล่นงานจนย่อยยับกำลังคนที่สมควรเข้าเมืองหลวงมาก่อนก็ไม่มี เรียกคนมาเพิ่มก็ถูกทหารจวนตระกูลจางปิดล้อม

            ยามนี้ต่อให้สงสัยพรรคตัดสุริยันตามที่จางฮุ่ยเฟิงกล่าว แต่เมื่อขี่หลังเสือแล้วก็ยากจะลง

            พรรคตัดสุริยันต้องการสิ่งใดหรือไม่ต้องการนับเป็นอย่างไรเล่า? จุดประสงค์เขาเพียงต้องการบัลลังก์เท่านั้น หากพรรคตัดสุริยันต้องการสิ่งใดหลังจากนั้นก็สามารถหามาได้หมดสิ้น

            ฉูดดด!! –

            พลันสิ่งที่มิมีผู้ใดคาดคิดก็เกิดขึ้น เดิมทีจางฮุ่ยเฟิงเป็นฝ่ายได้เปรียบมาตลอด พองูยักษ์โลหิตถูกเรียกออกมาก็ถูกดันร่นให้ถอยหลังไป ทว่าบัดนี้งูยักษ์โลหิตตัวใหญ่นั้นได้ถูกผ่าครึ่งอย่างโหดเหี้ยมรวดเร็ว เลือดที่กำลังทะลักเพราะความดันยังมิทันพุ่งออกมา ร่างกายขาดครึ่งของงูยักษ์ก็ถูกโยนไปทางตระกูลลี่ทั้งหมด

            หลีก! เลือดมันมีพิษ!!”

            ลี่เย่วเอ๋อร์ร่ำร้องเสียงดัง นางแทบร่ำไห้เมื่อพบว่าคนของนางถูกเลือดพิษเปรอะเปื้อนหมดสิ้น

            เสียงกรีดร้องดังลั่นห้องโถงทันที คนของตระกูลลี่ทรุดลงเกลือกกลิ้งไปบนพื้นพวกมันตัวขดงอ มือจิกลงไปในพื้นจนเล็บหลุดลอกออกมา ปากร่ำร้องเรียกให้ผู้นำช่วยเหลือ ลี่เย่วเอ๋อร์หลั่งน้ำตาลงนางวิ่งเข้าไปดูหญิงงามตระกูลลี่ทั้งหมดที่บัดนี้หน้าตาบิดเบี้ยวจนอัปลักษณ์

            ท่านผู้นำ…”

ลี่เย่วเอ๋อร์ตั้งท่าจะกุมมือหญิงสาวผู้หนึ่ง ทว่ากลับถูกผู้คุมกฏทัดท้านไว้ก่อน นางกล้ำกลืนน้ำตาหันหลังกลับไปจ้องมองผู้ที่สังหารงูยักษ์ด้วยความเคียดแค้น จินยืนอยู่ตรงนั้น เช็ดคราบเลือดบนกระบี่เข้ากับเสื้อผ้าของซากศพคนผู้หนึ่ง ผู้คนในห้องโถงทั้งหมดต่างนิ่งงันกันไปชั่วครู่

มนุษย์มิอาจสู้สัตว์วิเศษ

นี่มิใช่คำกล่าวที่แปลกใหม่ ทุกตระกูลเมื่อจะจับสัตว์วิเศษระดับสูงให้บุตรธิดาล้วนแต่ยกทัพกันไปหมดสิ้น คนเพียงสองสามคนมิอาจกระทำการใดได้ ทว่าบัดนี้พวกมันกลับได้เห็นภาพตรงหน้าด้วยสองตาของตนเอง

คุณชายรูปงามผู้นี้กลับแหวกร่างสัตว์วิเศษระดับสูงของรัชทายาทเพียงหนึ่งกระบี่

เสียงโห่ร้องของทหารฝั่งรัชทายาทดังขึ้น จางฮุ่ยเฟิงกวัดแกว่งกระบี่ขึ้นสูง ร้องเรียกให้คนฝ่ายตนเองบุกเข่นฆ่าเข้าไปเช่นกัน ศพแล้วศพเล่าถูกตัดหัวอย่างโหดเหี้ยม นี่คือการถูกเข่นฆ่าเพียงฝ่ายเดียวอย่างแท้จริง คนของกองกำลังลับสูญเสียไปไม่ถึงหนึ่งในสามด้วยซ้ำ ทว่าการสู้กับผู้คุมกฏและงูแห่งท้องฟ้าของตระกูลลี่มิใช่ง่ายดาย จางฮุ่ยเฟิงร่ายกระบี่ตระกูลจางพุ่งตรงเป็นแนวหน้าอย่างไม่ลังเล

นั่นคือสิ่งที่ทำให้ผู้คนในตระกูลจางบางคนติดตามเขา

มู่ฟงไม่ได้ตาบอด เซี่ยจวิ่นก็ไม่ได้ตาบอดเช่นกัน คนทั้งคู่ยอมเดินตามหลังเด็กชายผู้ต่ำต้อยที่สุดในตระกูลไร้ซึ่งมารดาค้ำจุน นั่นเพราะลักษณะนิสัยของเขา จางฮุ่ยเฟิงเกิดมาเพื่อเป็นนักรบอย่างแท้จริง เพราะเติบโตมาโดยการถูกเหยียบย่ำจึงกลายเป็นเฉียบขาดและมิยอมสนิทใจกับใคร ถึงกระนั้นไม่มีสักครั้งที่นายน้อยจะหลบอยู่ด้านหลังผู้บังคับบัญชา

จางฮุ่ยเฟิงจะสวมชุดเกราะสีดำเดินนำหน้าพวกเขาเสมอ

เซี่ยจวิ่นและมู่ฟงลอบส่งความนัยให้แก่กัน พวกเขากู่ร้องเหวี่ยงอาวุธในมือเคียงข้างนายน้อยเข้าไปต่อสู้กับศัตรูกองกำลังลับแม้ถูกเคร่งครัดให้ทำตามกฏ แต่พวกมันก็มิได้ไร้หัวใจยิ่งเห็นภาพก็ยิ่งฮึกเหิม พวกมันเดิมทีเป็นเด็กขอทานข้างถนนบ้าง เป็นผู้คนที่กำลังจะตกตายอย่างคับแค้นใจบ้าง คุณชายจางเป็นคนชุบเลี้ยงพวกมัน ทำให้พวกมันมีที่อยู่อาศัย มีพี่น้องสหายสนิทอยู่ข้างกาย หากกล่าวว่าพวกมันมิได้ขายวิญญาณแก่จางฮุ่ยเฟิงผู้นี้ พวกมันจะไปขายให้ผู้ใดเล่า?

สถานการณ์ยิ่งย่ำแย่ลงไปอีกเมื่อกองกำลังลับอีกส่วนกลับมาพร้อมกับเหล่าขุนนางและราชวงศ์ที่เหลือ พวกมันเดินเข้าไปรายงาน จินรับฟังเสร็จก็กล่าวด้วยเสียงอันดังว่าตัวประกันถูกช่วยเหลือหมดสิ้น

ปะเป็นไปไม่ได้!” รัชทายาทผุดลุกขึ้นจากบัลลังก์มังกร นิ้วชี้ไปที่ด้านหลังสั่นระริก เจ้าไปดูห้องลับด้านในเดี๋ยวนี้! ตัวประกันทั้งหมดจะถูกช่วยหมดได้อย่างไร…”

องค์ชายซิ่นหลิงท่านยังคิดดื้อดึงอยู่อีกหรือ?

จางฮุ่ยเฟิงยกยิ้ม พรรคตัดสุริยันถูกฆ่าตายจนหมดสิ้น แม่ทัพหนุ่มก้าวเดินไปด้านหน้า ผู้คนของรัชทายาทพลันต้องก้าวถอยหลังราวกับโดนกดดันด้วยบางสิ่งบางอย่าง

รัชทายาทชี้นิ้วเข้าใส่แม่ทัพชุดดำ ตะคอกเสียงดังเจ้าเล่นลูกไม้อันใดกันแน่! ทหาร! ทหารด้านนอกของข้าไปไหนหมด!!”

จางฮุ่ยเฟิงมองรัชทายาทด่าทอตรงหน้าอย่างสงบนิ่ง มุมปากมีเพียงรอยยิ้มบางๆ เขารอจนรัชทายาทเสียงแหบแห้งหลังจากด่าทอกระทั่งตระกูลลี่ ตระกูลเซกัล จึงค่อยเอ่ยปากขึ้นมา

องค์ชาย ทหารด้านนอกของท่านพวกเขามิอาจมาได้แล้ว

สิ้นคำรัชทายาทใบหน้าซีดเผือด ชี้นิ้วไปทางลี่เย่วเอ๋อร์ร่ำร้องด้วยเสียงอันดัง พวกเจ้าตระกูลลี่สังหารพวกมัน! สังหารพวกมันให้ข้า!!”

ลี่เย่วเอ๋อร์มองดูแต่นางมิได้ขยับ เพียงแค่ตอบคำด้วยเสียงอันเบา พวกเรามิอาจชนะคนของเราตายไปเกินครึ่งจากพิษงูยักษ์โลหิตเมื่อครู่…” นางเม้มปากแน่น ต่อให้ข้าอยากสังหารก็มิอาจกระทำ องค์ชายพวกเราควรเลิกดื้อดึงเช่นที่คุณชายจางบอกได้แล้ว

เจ้าพวกไร้ประโยชน์!!” รัชทายาทด่าทอด้วยโทสะ มือตบเข้าที่ใบหน้าคนลึกลับข้างกายผู้หนึ่ง พรรคตัดสุริยันของพวกเจ้าส่งแต่ตัวอันใดมา? จึงได้พ่ายแพ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพียงนี้!!”

เปล่าเลย…” จางฮุ่ยเฟิงสะบัดกระบี่หนึ่งครา ก้าวตรงไปด้านหน้าอย่างต่อเนื่อง ท่านแพ้เพราะปิดหูปิดตาจนเกินไป ตระกูลใหญ่และวังหลวงต่างทรนงตนว่ายิ่งใหญ่ ที่แท้แล้วบนแคว้นนี้ยังมีขุมอำนาจอื่นที่ผลักดันท่านสู่ความตายอย่างเงียบงัน

แม่ทัพในชุดสีดำยกยิ้ม ผายมือไปทางคนลึกลับที่โดนรัชทายาทตบใบหน้า อย่างเช่นคนผู้นี้ที่เป็นคนรับสารของท่าน

รัชทายาทเบิกตากว้าง หันศีรษะไปมองคนด้านข้างโดยพลัน แม้แต่จักรพรรดิที่ได้สติแล้วก็จับจ้องอย่างเหนื่อยอ่อน ยิ่งจางฮุ่ยเฟิงกล่าว รัชทายาทก็ยิ่งมีสีหน้าย่ำแย่ขึ้นอีก

การที่กองทหารตระกูลจางออกมาล้อมเมืองได้ทันเขาก็เป็นผู้แจ้งข่าวเช่นกัน องค์ชายศึกนี้ท่านถูกใช้เป็นเบี้ยตั้งแต่แรก เหตุใดเมื่อมาสุดทางไปต่อแล้วจึงไม่ยอมแพ้เสียเล่า?

รัชทายาทเซถอยหลัง ก่อนจะสะดุดบางสิ่งจนล้มกลิ้งไปบนพื้น มือชี้ด่าทอไปยังบุคคลลึกลับ เจ้า! เจ้าเป็นผู้ใดกันแน่! เจ้ามิใช่คนของพรรคตัดสุริยันจริงๆ!” ราวกับสติเหลือน้อยเต็มทีรัชทายาทมิต้องการรอคอยคำตอบ สาดประกายตาโกรธเกรี้ยวไปยังจางฮุ่ยเฟิง จางฮุ่ยเฟิง! ที่แท้ท่านรู้เรื่องการเมืองมากมายเพียงนี้ ท่านมิใช่ต้องการล้างแค้นตระกูลจางหรอกหรือ? เหตุใดจึงมาช่วยจิวซาได้เล่า!”

บุคคลลึกลับมิได้ตอบอันใด เพียงแต่ยืนนิ่งอย่างเงียบงันอยู่ด้านหน้าจักรพรรดิตี้เหินเท่านั้น

จางฮุ่ยเฟิงไม่ตอบเช่นกัน เขามิคิดจะบอกกล่าวความคิดตนเองให้คนมากมายฟัง กองกำลังลับควบคุมสถานการณ์ได้หมดจด หลังจากส่งคนออกไปแจ้งว่าช่วยเหลือตัวประกันและจักรพรรดิได้ ทหารองครักษ์จำนวนมากต่างกรูเข้ามาในห้อง ล้อมคนของรัชทายาทไว้ รอจนทหารเจ้าหน้าที่ชั้นต่างๆมาถึงก็ถูกจับใส่โซ่เหล็กคล้องคอทีละคน ขุนนางจำนวนไม่น้อยที่ถูกกักไว้เป็นตัวประกันต่างเข้ามาช่วยคลี่คลายสถานการณ์

คนของตระกูลลี่ค่อยๆทยอยถูกนำตัวออกไปจากห้องโถง ทางพรรคตัดสุริยันที่เหลือกองกำลังลับเป็นคนจัดการตามกฏยุทธภพ จางฮุ่ยเฟิงมองดูสถานการณ์ในห้องอย่างเงียบงันจนพอใจ หมุนปลายเท้าเดินไปหาจักรพรรดิที่กำลังถูกหมอรุมล้อมอยู่

เจ้า…”

จักรพรรดิตี้เหินลืมตาขึ้นมาอย่างเหนื่อยอ่อน เอ่ยเรียกเสียงเบา ขุนนางข้างกายเห็นจางฮุ่ยเฟิงยืนคำนับรออยู่ก็รีบกุลีกุจอเข้าไปห้ามปราม คุณชายจาง วันนี้จักรพรรดิทรงเหนื่อยมากแล้ว อย่างไรท่านก็มารบกวนวันอื่น

ไม่เป็นไร ให้เขาพูดสุรเสียงเบาดังขึ้นอย่างแหบแห้ง พระเนตรมองดูแม่ทัพหนุ่มน้อยรุ่นลูกตรงหน้าด้วยความใจดี จางฮุ่ยเฟิงได้ยินดังนั้นจึงขยับเข้าใกล้ ยกมือคำนับ  

เมื่อประมาณยี่สิบปีก่อน ทรงมีรับส่งเรื่องสังหารเผ่าในทุ่งหญ้าหรือไม่?

จักรพรรดิตี้เหินมีแววตาแปลกใจ สุดท้ายก็ตอบด้วยสุรเสียงเบา เราไม่เคย…”

หลังจากได้รับคำตอบจางฮุ่ยเฟิงก็ชะงักไปชั่วครู่ ยกมือคำนับก่อนเดินกลับมา เขาหลับดวงตาสีเทาเหมือนมารดาลงก้าวเดินไปทางคนสนิทที่ยืนสนทนากันอยู่อย่างออกรสราวกับบาดแผลทั่วกายไม่มีผลอะไร มู่ฟงที่กำลังตั้งใจฟังหางตาเหลือบเห็นเจ้านายในชุดสีดำเดินเข้ามาเสียก่อนจึงหยุดรายงาน

นายน้อยทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้ว คุณชายจางหลี่และกองกำลังทหารล้อมจับได้หมดสิ้นรวมทั้งคนของตระกูลเซกัลที่เหลือ ทางด้านองค์ชายรองพวกเขาต้านทานกันเนิ่นนาน จนสุดท้ายพรรคตัดสุริยันก็จากไป

ดีจางฮุ่ยเฟิงพยักหน้า จับตัวระดับหัวหน้ามาได้บ้างหรือไม่?

เซี่ยจวิ่นเป็นฝ่ายกล่าวตอบ ทหารของเราปะปนเข้าไปในกองกำลังทหารที่ป้องกันเมือง สุดท้ายแล้วล้อมจับระดับหัวหน้าของพวกมันมาได้หนึ่งคน เพียงแต่นายน้อย…”

จางฮุ่ยเฟิงกล่าวเสียงเรียบเลิกคิ้วขึ้น เพียงแต่อะไร?

เพียงแต่คนลึกลับที่ท่านกล่าวเป็นผู้ใดกันแน่? ข้าคาดเดาจนสับสนไปหมดแล้ว

เจ้านี่มีดีแต่กำลังจริงๆมู่ฟงแสร้งถอนหายใจเหน็บแนม สะดุ้งขึ้นมาเพราะเจ็บบาดแผลเล็กน้อย

คุณชายจางได้ยินจึงยกยิ้มก่อนตอบ เมื่อตระกูลใหญ่ออกหน้ากันหมดแล้ว ตระกูลสุดท้ายใช่ว่าจะนิ่งเฉย แต่ไหนแต่ไรพวกเขาก็กระทำการเงียบเชียบ ทว่ากลับมีผลต่อการเมืองมากที่สุด

เซี่ยจวิ่นดวงตาเบิกกว้างหันไปมองหาบุคคลลึกลับที่ว่า แต่กลับหายไปไร้ร่องรอย ตระกูลซินหรือ?

มู่ฟงถอนหายใจอีกครา เป็นซินมู่

อ้า ข้าจำได้แล้ว ซินมู่ที่เป็นห้าคุณชายแห่งเมืองหลวงเช่นเดียวกับนายน้อยเซี่ยจวิ่นร้องด้วยเสียงอันดัง จนผู้คนรอบข้างหันมามอง องครักษ์หนุ่มจึงค่อยแสร้งตะคอกไล่กลบเกลื่อน ปล่อยเขาไปเช่นนี้ไม่เป็นไรหรือ?

ตระกูลซินแต่ไหนแต่ไรพวกเขาก็เคลื่อนไหวลึกลับ เรื่องแก่งแย่งอำนาจไม่ยุ่งเกี่ยวยามใดที่พวกเขาลงมือนั่นคงหมายถึงการผลัดเปลี่ยนเจ้าของบัลลังก์ โชคดีที่ครานี้ตระกูลซินไม่ได้เลือกเป็นศัตรูกับเรา

หลังจากเรื่องทั้งหมดคลี่คลายองค์ชายรองก็เดินทางเข้ามาในวังหลวง จักรพรรดิตี้เหินถูกหมอหลวงรุมล้อมในที่บรรทม ราชกิจทิ้งไว้ให้องค์ชายจิวซาสะสางแทน ส่งตัวประกันทั้งหมดกลับบ้าน คุมขังหัวหน้า นายทหารชั้นผู้น้อยเพียงแค่ลงโทษสถานเบา องค์ชายจิวซามาพร้อมกับการแจ้งข่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

แม่ทัพใหญ่จางซีไม่ค่อยดีนัก หมอที่เรือนข้ากล่าวว่าเขาถูกพิษชนิดหนึ่งแทรกซึมมานาน

จางฮุ่ยเฟิงได้ยินก็หยุดชะงัก ดวงตาสีเทาหลุบลงชั่วครู่ ลับหลังองค์ชายจิวซาหายไปชายหนุ่มก็เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ดวงไฟบางอย่างกำลังมอดไหม้อยู่ภายใน

ข้ารอเวลานี้มายาวนานแล้ว…”

 

 

แม่ทัพใหญ่จางหลี่ยามนี้ใต้ตามีรอยคล้ำอย่างชัดเจน ใบหน้าอิดโรยเป็นอย่างยิ่ง รีบนำม้าพ่วงพีเข้าจอดในคอก เดินอย่างเร่งรีบเข้าไปในตำหนักนอกวังขององค์ชายจิวซา มือเลื่อนผลักบานประตูอย่างรุนแรง ขุนนางและเหล่าทหารหยุดคำนับกลับไม่ได้รับการชายตามองแม้แต่น้อย

จางหลี่ผลักประตูบานสุดท้ายเข้าไปด้านใน เห็นบิดาตนเองในชุดเกราะเต็มยศนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยสีหน้านิ่งสงบ ด้านข้างมีหมอหลวงประจำตำหนักสามคนยืนถอนหายใจอยู่

จางหลี่สาดสายตาไปทางหมอหลวง พวกเจ้ารายงานมา

ท่านแม่ทัพใหญ่…” เหล่าหมอหลวงรีบคำนับ กล่าววาจาอึกอัก พิษชนิดนี้ร้ายกาจมาก นับว่าเป็นพิษที่หายากยังไม่มีการรักษาหายขาด เนื่องจากมันออกฤทธิ์ช้าจึงทำให้มิสามารถตรวจพบ ยกเว้นแต่ว่า…”

จางหลี่หรี่ดวงตาคมกริบลง หมอหลวงก็สะดุ้งโหยงเสียงสั่น ยกเว้นเพียงแต่ว่าจะมีการเดินลมปราณหรือใช้กำลังภายใน นั่นจะทำให้ออกฤทธิ์อย่างรุนแรง ยิ่งใช้ก็ยิ่งบั่นทอนพลังชีวิตลง

จางซีไอขัดจังหวะขึ้นมา เลือดมากมายพุ่งออกจากปากเป็นหยดลงบนพื้น ใบหน้ายามชรายังคงทรนงแม้กระทั่งรู้ว่าตนเองจะใกล้ตาย แม่ทัพแกร่งกล้ายกมือขึ้นให้หยุดพูดก่อนกล่าว

พวกเจ้าออกไปให้หมด

เหล่าหมอหลวงและบ่าวรับใช้มองหน้ากัน พวกเขาเร่งรีบเดินออกจากห้อง จางหลี่มองไล่หลังบ่าวรับใช้ออกไป บรรยากาศในห้องเงียบงันขึ้นทันที ผู้เป็นบุตรมองบิดาของตนด้วยแววตาซับซ้อน

ที่แท้ท่านทราบอยู่ก่อนแล้ว…”

เจ้าไปตามฮุ่ยเฟิงมาแล้วจะได้คำตอบทุกสิ่งจางซีกล่าวด้วยเสียงแหบแห้งแต่ยังคงหนักแน่น ผู้ชราหลับตาลง ทว่าได้ไม่นานจางฮุ่ยเฟิงก็ผลักประตูเข้ามา ตามหลังด้วยจิ้งจอกสีดำน่าเกรงขาม

จางฮุ่ยเฟิงหยุดลงตรงหน้า มองจางซีผู้บิดาใบหน้าแก่ชราแต่กลับมิได้ลดความองอาจถือตัวลง ผิวกายเหลืองเด่นจนเห็นได้ชัด นี่เป็นอาการขั้นสุดท้ายของพิษหญ้าหยาดน้ำค้าง เขารู้ดีนี่เป็นพิษที่ร้ายแรงที่สุดสำหรับผู้ฝึกวิชา เป็นพิษที่พบเฉพาะนอกแคว้น ผู้ที่สามารถกลั่นมันได้มีเพียงคนเดียวในเผ่าทุ่งหญ้า

จางซีลืมตาขึ้นมา สมใจเจ้าแล้วหรือไม่?

ไม่ผู้เป็นบุตรตอบทันที ท่านนับว่าตายอย่างสงบจนเกินไป ง่ายดายจนเกินไปและทุกข์ทรมานน้อยจนเกินไป

จางฮุ่ยเฟิงตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ามันกลับแฝงไว้ด้วยความเกลียดชังอย่างชัดเจน กลิ่นอายฝังลึกจนเข้ากระดูก ชายหนุ่มก้มตัวลงเอื้อมมือสัมผัสศีรษะที่เต็มไปด้วยขนนุ่มฟูแผ่วเบา อีกเพียงนิดเดียวเขาก็จะได้กระทำแผนการสุดท้าย ตระเตรียมมาเนิ่นนานจากนี้จะก้าวพลาดมิได้อีก  

เจ้าเป็นคนกระทำหรือ?จางหลี่เอ่ยปากถามขึ้น

แพกรียอนโซมารดาของข้าเป็นคนวางยาพิษท่าน

จางซีมิได้ตกใจแม้แต่น้อย แม่ทัพผู้แก่ชราทำเพียงเบือนสายตาไปทางอื่น เกือบสิบปีก่อนข้าได้เก็บตัวฝึกวิชา ทิ้งภาระหน้าที่ทางตระกูลให้จางหลี่ แท้จริงแล้วคือการไปค้นหาการรักษาพิษนี้ เมื่อทราบว่ามันมาจากทุ่งหญ้าดังนั้นจึงไม่น่าแปลกอันใดนักที่เป็นแม่ของเจ้า

มันเป็นพิษที่รักษาไม่ได้และหาคนที่รู้เรื่องเกี่ยวกับมันได้น้อยมากจางฮุ่ยเฟิงกล่าวขึ้น บุคคลทั้งสองในห้องก็เงียบงัน ท่านคงแปลกใจอาหารของท่านถูกตรวจสอบอย่างดี ท่านแม่ของข้ามิมีทางเข้าใกล้ตัวท่านได้ นางไร้วรยุทธ์หากจะวางยาพิษคนอย่างแม่ทัพใหญ่จางซีนับเป็นเรื่องเหลวไหล

ใบหน้าหล่อเหลายกยิ้ม แต่นางก็กระทำไปแล้ว พวกท่านหลอกลวงมารดาข้า บีบบังคับนางให้สิ้นหวังโดดเดี่ยวดังนั้นสุดท้ายแล้วนางจึงเขียนจดหมายฉบับหนึ่งขึ้นก่อนตาย มารดาข้าถูกท่านบีบให้จากทุ่งหญ้ามา ด้วยความต้องการสังหารท่านนางจึงนำยาพิษนี้ติดตัวมาด้วยและสิ่งที่นำมาก็ไม่เสียเปล่า

จางฮุ่ยเฟิงหยุดชั่วครู่ พ่นลมหายใจหนักหน่วง มันเป็นยาพิษรุนแรงดังนั้นเพียงสัมผัสนานพอสมควรพิษก็จะเข้าสู่เส้นลมปราณท่านแม่ทาพวกมันไว้บนใบหน้าของตนเองก่อนตาย เขียนจดหมายบอกข้า ในตระกูลจางนอกจากข้าแล้วคงมีแต่ท่านที่สัมผัสตัวหญิงแพศยานอกแผ่นดิน!”

คำว่า หญิงแพศยานอกแผ่นดินเป็นคำที่จางฮุ่ยเฟิงเจ็บปวดกับมันมาตลอด เขาเอ่ยมันด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด มองหน้าจางซีดวงแววตาชิงชังดั่งเพลิงที่ลุกไหม้ หายใจคล้ายติดขัดขึ้นมา ท่านใช้ชีวิตอยู่ดีๆก็มีคนมาเหยียบหัวท่าน ตบตีท่าน เข่นฆ่าทำร้าย กรีดหัวใจของท่านด้วยคำพูดทุกวันโดยที่มิทราบสาเหตุ สุดท้ายแล้วพวกมันก็ยังพรากมารดาของท่านเช่นนั้นผู้ใดจะทานทนได้?

ต่อให้มีคุณธรรมเป็นนักปราชญ์เพียงใด มันผู้นั้นก็ต้องกลายเป็นปีศาจ หัวใจยิ่งเย็นเฉียบกระด้างลงทุกวี่ทุกวัน

ใช่แล้วเขามีความดำมืดในจิตใจมากมาย แม้กระทั่งมารดาตายยังใช้ศพของผู้เป็นมารดาฆ่าบิดาของตน

เพราะรู้ว่าจางซีอย่างไรก็ต้องตาย ดังนั้นที่ผ่านมาแม้ล้างแค้นตระกูลจางฮุ่ยเฟิงก็จะละมือ ลงมือกับพี่น้องมากกว่า หลังจากกรีฑาทัพปกป้องเมืองหลวงในครานี้ เขาทราบดีไม่เกินสองวันจางซีต้องตายแน่นอน

เมื่อยี่สิบสองปีก่อนชนเผ่าที่แข็งแกร่งที่สุดของทุ่งหญ้าเป็นพี่น้องกับแคว้นของเรา งานสมรสระหว่างบุตรสาวของหัวหน้าเผ่าจึงเชิญผู้คนจากหลากหลายถิ่นไปร่วมงาน เนื่องจากนักรบของพวกเขานับวันจะยิ่งแข็งแกร่ง จักรพรรดิตี้เหินจึงส่งท่านไปหยั่งเชิงและแสดงความยินดี

ท่านไปเจอมารดาของข้าแพกรียอนโซที่กำลังจะเข้าพิธีสมรส นางงดงามจนต้องตาท่าน ดังนั้นท่านจึงจัดฉาก แสร้งจากไปแล้วย้อนกลับมาเพราะโดนผู้อื่นลอบโจมตี กล่อมคนในเผ่าให้เชื่อว่าท่านเป็นคนดียิ่งโดยการมิคิดนำความทูลจักรพรรดิ ท่านเคยชักชวนนางแต่นางปฏิเสธท่านจึงจากไป

ทว่าสุดท้ายแล้วท่านก็กลับไปเหยียบที่นั่นอีกครั้ง ประกาศราชโองการปลอม ใส่ความว่าชนเผ่าทุ่งหญ้าคิดกล้าแข็งต่อเรา ท่านกรีฑาทัพตระกูลจางเหยียบย่ำทุ่งหญ้า! เข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ที่ไร้ความผิด ทำลายเผ่าหนึ่งให้หายไปจากบนผืนแผ่นดินนี้! ทุ่งหญ้าลุกโชนด้วยไฟสงครามเพราะพวกท่าน กระโจมทุกหลัง สัตว์เลี้ยงม้าพืชผักวิถีชีวิตของพวกเขาต้องสาปสูญ! พวกเขามิมีทางสู้ทหารตระกูลจางได้ ท่านพรากสตรีของผู้อื่นบีบบังคับให้นางต้องจากมาทั้งน้ำตา! เช่นนี้แล้วท่านยังคิดว่าตนเองสูงส่งอยู่อีกหรือ? เรื่องเพียงแค่นี้ท่านถึงกลับเหยียบย่ำทำลายเผ่าหนึ่งให้หายไป!”

จางฮุ่ยเฟิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาอย่างยากลำบาก เขาคล้ายคนที่กำลังพยายามกักเก็บความคลุ้มคลั่งเอาไว้ในใจมิให้บั่นคอบิดาตนเองตรงนี้ จนกระทั่งขาสัมผัสได้ถึงความนุ่ม จิ้งจอกอนธการกำลังถูตัวเข้ากับขาของคุณชายจาง หางทั้งเจ็ดแกว่งไกวดวงตาสีสว่างคู่สวยมองมาต้องการบอกว่าให้ใจเย็นลง

สัตว์วิเศษที่ดี หึจางซีแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ หลับตาลงคล้ายเหนื่อยล้า จางหลี่เจ้ารู้อยู่แล้วสินะ?

ข้าทราบเพราะฮุ่ยเฟิงแลกเปลี่ยนเงื่อนไขออกจากตระกูลจางหลี่เอ่ยเสียงเบา แม้เขาจะทราบเรื่องนี้จากเอกสารที่จางฮุ่ยเฟิงนำมาแลกเปลี่ยน แต่การฟังเรื่องจากปากผู้เกี่ยวข้อง ฟังความคับแค้นใจก็เป็นเรื่องน่าอดสูอีกเรื่องหนึ่ง

ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชายิ่ง ดวงตาสีเทายิ่งตอกย้ำถึงความเกลียดชัง ท่านบีบบังคับมารดาของข้าจากเผ่ามา แต่กลับไม่เคยดูแลนาง นางถูกกระทำเช่นไรท่านรู้หรือไม่? ท่านเคยสนใจ เคยปกป้องนางจากเรือนหลังของท่านหรือไม่?จางฮุ่ยเฟิงเว้นจังหวะ หลับตาลงแน่นน้ำเสียงคล้ายกล่าวโทษจางซีแต่ก็คล้ายกำลังกล่าวโทษตนเองด้วย

“…สุดท้ายแล้วก็ปล่อยให้นางตายอย่างโดดเดี่ยว

ช่วยเหลือพวกเจ้าแล้วเป็นอย่างไร?จางซีลืมตาขึ้นมา สุ้มเสียงอ่อนแรง ช่วยแล้วพวกเจ้าก็ดีเพียงแค่นั้นหรือ? เมื่อข้าจากไปเรื่องราวก็เป็นเช่นเดิม เจ้ายังคงโดนรังแก ข้าช่วยก็แค่ครั้งที่ช่วย พอข้าไม่อยู่เจ้าก็โดนรังแกยิ่งกว่าเดิม อีกทั้งพวกเจ้าต้องการให้ข้าช่วยเหลือหรือ? มารดาของเจ้าเกลียดชิงชังข้าแม้กระทั่งใบหน้ายังไม่ต้องการพบเห็นด้วยซ้ำ

ท่านเข่นฆ่าคนบริสุทธิ์นับพัน ทำลายเผ่านาง แค่วางยาพิษท่านก็นับว่าเมตตามากแล้วจางฮุ่ยเฟิงหัวเราะเบาๆอย่างคับแค้นใจ เขายกยิ้มมุมปากขึ้น ท่านกำลังกล่าวโทษข้า? ต้องขอบคุณท่านสำหรับการเป็นบิดาที่ดี ท่านทำให้ข้าเป็นคนเช่นนี้ในวันนี้! สุดท้ายแล้วตระกูลจางของท่านเป็นอย่างไร เหตุใดจึงไม่ยอมลืมตาที่มีแต่สงครามของท่านมองดูผลลัพธ์ที่พวกท่านก่อกันบ้างเล่า!”

การอธิบายเรื่องที่คนผู้หนึ่งสมควรกระทำกับจางซีไปก็มิมีประโยชน์ คนของตระกูลจางก็เช่นกัน พวกเขาหากจะกล่าวว่าเน่าเฟะก็อาจเรียกได้ว่าเน่าเฟะ แต่ก็สามารถกล่าวได้ว่าผิดแผกเช่นเดียวกัน พวกเขาคล้ายไม่เข้าใจเรื่องละเอียดอ่อนที่ควรกระทำ แต่กลับเข้าใจในการทหารและแผ่นดินเป็นอย่างดี

แคว้นไตรนภาคานอำนาจด้วยตระกูลใหญ่ทั้งห้าแบ่งแยกหน้าที่กันอย่างชัดเจนแต่มันก็ง่ายดายกับการกวนน้ำในให้ขุ่นเช่นกัน หากมีบางตระกูลอยากรวบอำนาจมากกว่านั้น ทั้งจางชิงฟง ทั้งอดีตรัชทายาท พวกเขาล้วนตกเป็นเหยื่อของวงจรอุบาทว์ในตระกูลใหญ่เกือบทั้งสิ้น

จางหลี่มองผู้เป็นน้องชายด้วยสายตาลึกล้ำ เจ้าต้องการสิ่งใด?

แม่ทัพใหญ่จางซีท่านแก่ชรามากแล้วจริงๆ ถึงเวลาที่ท่านควรลงจากอำนาจเสียทีจางฮุ่ยเฟิงมิคิดปรายตามองผู้แก่ชราอีกต่อไป จับจ้องไปยังพี่ชายของตน ตระกูลจางแม้กรีฑาทัพออกมาช่วยล้อมเมือง แต่สิ่งที่จางชิงฟงทำมิใช่ว่าสามารถกระทำได้คนเดียว พวกท่านย่อมแน่นอนว่าต้องถูกตั้งข้อหากบฏและตกเป็นผู้ต้องสงสัยกันทุกคน ผู้ที่องค์ชายรองจะแต่งให้สอบสวนเรื่องนี้ย่อมมิพ้นข้า…”

ตระกูลจางผู้ตกบ่วงข้อหากบฏตัวแข็งทื่อ ตั้งแต่จางฮุ่ยเฟิงเกริ่นขึ้นมา พวกเขาล้วนรู้อยู่แก่ใจว่าเรื่องนี้ต้องมาถึง

ไม่ต้องห่วง ข้าจะละเว้นมารดาของท่านและทหารชั้นผู้น้อยของกองทัพเรา ยามนี้พวกเขาออกมารบด้านนอก กองทัพของพี่ใหญ่ก็อยู่ชายแดน จวนตระกูลจางคงหลงเหลือแต่คนที่มิน่าคงอยู่ทั้งนั้น การต่อสู้ให้พวกมันตกตายเยี่ยงนักรบมากกว่าจะนำขึ้นศาลถือว่าข้าตอบแทนท่านในทุกเรื่องที่ผ่านมา สองพี่น้องจ้องหน้ากันอย่างไม่ลดละ จางฮุ่ยเฟิงละสายตาออกไปก่อน ท่านจะได้เป็นผู้นำตระกูลเหมือนเดิม ข้าต้องการเพียงแค่นี้ ต่อไปเราถือว่าไม่ติดค้างอันใดกันอีก

จางหลี่หลับตาลง แม่ทัพใหญ่มิสามารถปฏิเสธเรื่องเลวร้ายที่บิดากระทำได้ ตระกูลจางก่อเรื่องราวใหญ่โตมากเกินไปติดค้างแพกรียอนโซและลูกชายมากเกินไป หากวันนี้พวกเนื้อเน่าในตระกูลมิถูกเข่นฆ่า ตนเองก็จะกระทำอยู่ดี

สุดท้ายแล้วก็มิมีผู้ใดห้ามปราม จางฮุ่ยเฟิงเดินออกจากห้องพร้อมกับจิ้งจอกสีดำ ชายหนุ่มตรงไปยังคอกแกะเชือกผูกม้า รังสีสังหารแผ่กระจายรอบตัวจนบ่าวรับใช้รอบที่พบเห็นยังหวาดหวั่น ใบหน้าหล่อเหลาและแววตาโหดเหี้ยมจนมิอาจควบคุม จางฮุ่ยเฟิงมิอยากให้มันถูกทำลาย ไม่ต้องการให้จินได้สัมผัสกับด้านอันมืดมิด ตอนนี้เขาไม่มั่นใจว่าสามารถควบคุมตนเองได้อีกต่อไป

จางฮุ่ยเฟิงหันหลังให้ ใช้ความพยายามอย่างมากในการกล่าววาจาออกมา หลังจากนี้ขอเพียงเหยียบเข้าไปในจวนตระกูลจาง คาดว่าบุคคลแรกที่พบหน้าคงจะโดนเขาฆ่าตายในกระบี่เดียว

เจ้าอย่าตามมาจะดีกว่า…”

ชายหนุ่มผู้ถูกเพลิงแห่งความแค้นครอบงำหลับตาแน่น ทว่าพลันร่างกายต้องสั่นสะท้าน จางฮุ่ยเฟิงถูกกอดรัดจากด้านหลัง จิ้งจอกในร่างมนุษย์ทิ้งศีรษะลงให้สัมผัสกับแผ่นหลังองอาจ

คนเราย่อมมีเรื่องที่อยากปกปิด ข้าจะรอเจ้าที่จวน…”

จางฮุ่ยเฟิงหันหลังกลับไป มือสัมผัสใบหน้าจิ้งจอกแสนรัก ดึงอีกฝ่ายเข้ามาจูบ แนบริมฝีปากบดเบียดความรู้สึกและความคับแค้นใจลงไปแนบแน่น สอดลิ้นล่วงล้ำเร่งรีบจนผู้รู้สึกดีหายใจแทบไม่ทัน แม่ทัพจางจูบอย่างดุเดือดและเร่าร้อนกับบุรุษรูปงามที่หน้าคอกม้าท่ามกลางสายตาของบ่าวไพร่และทหารตำหนักองค์ชายรองหลายคน

ผู้พบเห็นต่างกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ใบหน้าแดงก่ำ เร่งรีบหายตัวไปจากบริเวณอย่างรวดเร็ว

สุดท้ายแล้วคนทั้งคู่ก็ผละออกจากกัน ไร้ซึ่งเสียงและคำพูดใดๆ มือหนาที่เต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผลลูบข้างแก้มอย่างแผ่วเบา จับผมส่วนหนึ่งทัดเข้าที่ใบหู

จากนั้นแม่ทัพในชุดเกราะสีดำก็ควบม้าหายไปในความมืดมิด

 

 

เช้าวันใหม่เรื่องราวก็แพร่สะพัดไปสู่ทุกหย่อมหญ้า ชาวบ้านเมื่อเรื่องราวจบลงก็เปิดการค้ากันตามปกติ พากันจับวงสนทนาพูดคุยการเปลี่ยนแปลงถึงเพียงพริบตาในชั่วค่ำคืนที่ผ่านมา บรรดาชาวยุทธที่มาสมัครเป็นทหารหลังเรื่องจบลงประตูเมืองเปิด ต่างพากันทยอยกลับบ้านเกิด หลังจากนั้นมักได้ยินข่าวพรรคตัดสุริยันที่หลบซ่อนถูกตามฆ่าเป็นระยะๆ

เรื่องใหญ่ที่สุดมิพ้นเป็นตระกูลจางถูกเข่นฆ่าตายนับพันคนในคืนเดียว แม่ทัพจางฮุ่ยเฟิงนำทหารเข้าไปล้อมจับกบฏที่หลงเหลือและหลบซ่อนในตระกูลตนเอง เหล่ากบฏต่างลุกขึ้นสู้อย่างไม่ยินยอมดังนั้นพวกเขาจึงสู้รบเข่นฆ่ากัน

บ้านข้าอยู่ติดกับด้านหลังจวนตระกูลจาง เมื่อคืนเสียงร้องดังตลอดถึงเช้า เลือดเจิ่งนองย้อมไปทุกพื้นที่ในจวนนับเป็นการสังหารหมู่ที่โหดเหี้ยมอำมหิตยิ่ง ฮ่า! ท่านแม่ทัพจางฮุ่ยเฟิงก็ใจเด็ดจริงๆข้าได้ยินเสียงพวกเขาขอร้องอ้อนวอนอยู่บ้าง แต่รุ่งเช้าทั้งหมดกลับถูกฆ่าตายเกลี้ยง

เจ้าก็กล่าวเกินไป กบฏอย่างไรก็มีโทษประหารอยู่แล้ว สังหารไปก็นับว่าตายสบายกว่า

ในขณะที่มีคำวิจารณ์ก็ต้องมีคำยกยอเช่นเดียวกัน เพียงคืนเดียวผลงานจางฮุ่ยเฟิงที่บุกเข้าเมืองหลวงและช่วยเหลือจักรพรรดิก็ถูกสรรเสริญ ในสายตาประชาชนนับเป็นแม่ทัพผู้กล้าหาญและสมควรฝากชีวิตไว้ยิ่ง เนื่องจากเรื่องที่จางหลี่จากชายแดนมาเมืองหลวงเป็นความลับ นอกจากตระกูลใหญ่เมื่อคืนแล้วมิมีผู้ใดล่วงรู้ ผลงานการจับตระกูลเซกัลและกวาดล้างทหารกบฏในวังหลวงจึงตกเป็นของจางฮุ่ยเฟิงไปโดยปริยาย

ทว่าบุรุษที่ถูกกล่าวขานมากที่สุดในเวลานี้กลับกำลังนอนกอดเอวบุรุษอีกผู้หนึ่งแน่นอยู่บนเตียง

จางฮุ่ยเฟิงกลับมาในตอนรุ่งเช้ามืด มิคิดถอดชุดเกราะที่เปื้อนเลือดออก ชายหนุ่มเดินอย่างมุ่งมั่นและเร่งรีบตรงไปยังห้องแห่งหนึ่งในจวน ทั้งจิน มู่ฟงและเซี่ยจวิ่น บ่าวรับใช้อีกหลายคนต่างเดินตามด้วยความเป็นห่วงกันเป็นพรวน

บานประตูแห่งหนึ่งในจวนถูกเปิดออก ในนั้นมืดสนิทมีแสงเทียนวูบไหวริบหรี่อยู่ไม่กี่แท่ง ดอกไม้งดงามถูกวางไว้บนโต๊ะหมู่ กระถางธูปว่างเปล่าราวกับมิมีผู้ใดเคยจุดธูป ด้านหลังของมันมีสิ่งของอย่างหนึ่งถูกคลุมไว้ด้วยผ้าสีขาวอยู่จางฮุ่ยเฟิงเอื้อมมือเปื้อนเลือดของตนเอง สัมผัสแผ่วเบาปลดผ้าออกช้าๆ

มันคือป้ายวิญญาณ

แด่สตรีผู้ขี่ม้าท่องไปในทุ่งหญ้าแพกรียอนโซ

จางฮุ่ยเฟิงคุกเข่าลงกับพื้นเสียงดัง เมื่อผู้คนด้านหลังได้เห็นเหตุการณ์นี้ ในใจต่างก็มีความคิดหลากหลายขึ้นมา เสียงสะอึกสะอื้นดังมาจากถิงถิง นางมองนายน้อยของตนเองด้วยน้ำตานองหน้า มู่ฟงและเซี่ยจวิ่นต่างก้มสายตาลงต่ำ พ่อบ้านและบ่าวไพร่บางคนที่ติดตามมาเนิ่นนานพวกมันสะเทือนใจเลือกที่จะเบือนหน้าหนี

ผู้เป็นบุตรจุดธูป ควันลอยคละคลุ้งในอากาศ

ท่านแม่บุตรอกตัญญูมิเคยได้กราบไหว้ป้ายวิญญาณท่าน นั่นเพราะบุตรได้สัญญากับตนเอง ตราบใดที่ยังมิได้แก้แค้นตระกูลจางให้กับท่าน บุตรก็จะไม่มาให้ท่านเห็นหน้าจางฮุ่ยเฟิงมิได้เศร้า ใบหน้าฉายแววเด็ดเดี่ยว จากนี้ท่านไม่ต้องห่วงอันใดอีกแล้ว มิมีผู้ใดติดค้างเราอีก

หลังจากกราบไหว้และก้มลงกราบเคารพเสร็จสิ้นคุณชายจางก็ลุกยืนขึ้นมา กล่าวสั้นๆให้ทุกคนแยกย้ายก่อนจะคว้าข้อมือคนเพียงหนึ่งคนให้ตามมา จางฮุ่ยเฟิงมิได้ทำสิ่งใดหรือกล่าวสิ่งใด เขาเพียงแต่กอดจิ้งจอกแสนรักไว้ในอ้อมแขน หลับตาลง

และปลดปล่อยความแค้นที่เคยมีให้ละลายหายไป

หลังจากผ่านเหตุการณ์กบฏได้เพียงสองสัปดาห์ จักรพรรดิตี้เหินที่สามสิบเก้าก็สิ้นพระชนม์ลงเป็นอันสิ้นสุดการปกครองและในวันเดียวกันก็ประกาศราชโองการสุดท้ายแต่งตั้งให้องค์ชายรองจิวซา ขึ้นเป็นจักรพรรดิตี้เหินลำดับที่สี่สิบ

จักพรรดิตี้เหินลำดับที่สี่สิบคนใหม่มิรีรอพิธีแต่งตั้ง จัดการปฏิรูปการปกครองดั่งที่รับปากขุนนางหลายคนไว้ทันที ทรงยกเลิกระบบตระกูลใหญ่อย่างช้าๆ ค่อยริดรอนอำนาจทุกฝ่ายให้เท่าเทียมและคละกัน ตระกูลเซกัลถูกสั่งประหารทั้งตระกูล ยกเว้นแต่เพียงเซกัลซินจู ทว่าในเพียงหนึ่งคืนก่อนประหาร ครอบครัวของเซกัลทันบีผู้นำตระกูลเซกัลกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย แม้กระทั่งเซกัลเชบีที่ถูกจางหลี่คุมตัวมา  

จวนของตระกูลเซกัลวางค่ายกลหนาแน่น กว่าทหารกองทัพหลวงจะเข้าไปตรวจสอบได้ข้าวของในเรือนแต่ล่ะหลังก็อันตธานหายไปอย่างไร้ร่อยรอย ปริศนาเรื่องตระกูลเซกัลจึงค้างคาเช่นนี้

ตระกูลลี่ถูกประหารทั้งตระกูล ลี่ชิวหงและบรรดาหญิงสาวที่ออกจากตระกูลลี่มาต่างเข้าร่วมกองทหารของจางฮุ่ยเฟิง ดังนั้นจึงถือว่าตัดสัมพันธ์กับตระกูลลี่เด็ดขาด ตระกูลนา ฮา และตระกูลซิน ยังคงอยู่แต่อำนาจในมือไม่เหมือนเดิม นาเทียนตงและพรรคตาข่ายฟ้าแขวนกระบี่ในยุทธภพและเข้าร่วมเป็นกองกำลังลับจิ้งจอก

ก่อนที่จักรพรรดิจะสิ้นพระชนม์ แม่ทัพใหญ่จางซีก็ล่วงหน้าไปก่อนพิธีศพถูกจัดอย่างยิ่งใหญ่ในตระกูลจาง นับเป็นการกวาดล้างที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ฮูหยินใหญ่ยังอยู่รอดปลอดภัยตอนนี้ทุกอย่างในตระกูลตกอยู่ในมือนางโดยสมบูรณ์ จางหลี่มิกล้าอยู่นาน หลังจากจัดการเรื่องในตระกูลเสร็จสิ้นก็เข้าเฝ้าจักรพรรดิองค์ใหม่และกลับไปยังชายแดน

สุดท้ายถึงแม้จางหลี่จะละเว้นชีวิตจางชิงฟงแต่จางฮุ่ยเฟิงไม่ละเว้น

เรื่องครานี้จางฮุ่ยเฟิงได้รับการปูนบำเหน็จมากที่สุด จักรพรรดิตี้เหินลำดับที่สี่สิบอวยยศให้ขึ้นเป็นแม่ทัพใหญ่ ดูแลกองทัพทหารส่วนตัวได้ อีกทั้งยังตั้งแม่ทัพใหญ่ขึ้นมาอีกสองคนคือฮาจีมินห์และซินมู่ ดูแลทหารองครักษ์ในวังหลวงและทหารลาดประจำเมืองหลวงเมื่อกลับมา เซกัลซินจูเป็นที่ปรึกษาคนสนิทเหมือนราชกาลที่ผ่านมา

ที่สำคัญคือเสี่ยวผานฟื้นขึ้นมาเดินเหินได้แล้ว หลังจากสองพ่อลูกเซวียนเจี่ยงฉวี่และเซวียนไป๋เฮ่อ ทุ่มเทแรงกายและขนสมุนไพรหายากทั้งหมดมาทุ่มเทรักษา ท่านผู้เฒ่าเทพเยียวยาหิมะหงส์ลอบช้ำใจเล็กน้อยเมื่อมองสมุนไพรหายากที่เก็บไว้เนิ่นนานถูกบดละเอียด เสี่ยวผานที่แท้อาการหนักหนาสาหัสมาก พิษร้ายแทรกซึมไปทั่วรูขุมขน สุดท้ายก็สามารถฟื้นขึ้นมามองดูคนในจวนทั้งหมดโห่ร้องอย่างยินดี

เทพเยียวยาหิมะหงส์ปาดเหงื่อ ก่อนยืดอกอย่างภาคภูมิ ข้าอยู่ตรงนี้ ไม่มีคนป่วยที่ตกตายต่อหน้าข้า!”

เสี่ยวผานร่างกายแข็งแรงเส้นลมปราณก็ดี ถูกขุนและบำรุงไม่กี่วันก็สามารถเดินเหินได้ปกติ

 

ถึงแม้จุดประสงค์การแก้แค้นของจางฮุ่ยเฟิงจะหมดไปแล้ว แต่กองกำลังลับและสายข่าวก็ยังอยู่ คุณชายจางอยากปิดมันให้รู้แล้วรู้รอดเมื่อคนรักที่เขาแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าเองกลับไม่อยู่จวนนิ่งๆสักวัน… ‘ไปตรวจงานเป็นข้ออ้างอันดี ทว่าแท้จริงแล้วจินก็แค่ออกไปเดินเที่ยวและรับประทานอาหารอร่อยมิใช่หรือ? ตรวจงานนั่นมู่ฟงทำมากกว่าเสียด้วยซ้ำ

แน่นอนว่าหลังจากเหตุการณ์ทั้งหมด บรรดาขุนนางก็ส่งของขวัญมาไม่เคยขาด บ้างก็มาเยี่ยมพร้อมบุตรสาว จดหมายถวายตัวบุตรสาวมากมายถูกส่งมาไม่เว้นแต่ละวัน จนพ่อบ้านต้องปวดหัวในการจัดระเบียบ ถิงถิงฉีกจดหมายพวกนั้นทิ้งอย่างเกรี้ยวกราด

ยามนายน้อยตกต่ำมิมีผู้ใดเหลียวแล ครานี้พวกนางคนใดก็ไม่เหมาะสมทั้งสิ้น!!”

เช่นนั้นก็เท่ากับนายน้อยมิต้องแต่งงานไปชั่วชีวิตเลยหรือ?

มู่ฟงและเซี่ยจวิ่นที่เห็นเหตุการณ์นั้นลอบส่งสายตาให้กัน

จางฮุ่ยเฟิงมิได้สั่งให้นำของพวกนั้นไปทิ้ง กลับบอกให้พ่อบ้านวางมันไว้อย่างนั้น เขามีจุดประสงค์แอบแฝงคือต้องการให้จินเห็น ทว่าผลลัพธ์กลับกลายเป็นอีกฝ่ายไปฟังการพิจารณาดูรูปภาพหญิงสาวของเซี่ยจวิ่นกับถิงถิงแทน ห่อผลไม้อาหารก็ถูกแกะรับประทานจนเกลี้ยง

คุณชายจางหัวเสีย เขาต้องการถูกหึงหวงบ้าง ที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ก็เคยดำเนินแผนการบางอย่าง

แผนการอาศัยตอนได้เปรียบ

 

อ๊ะอ๊า!” เสียงร้องครวญครางดังเป็นจังหวะตามการเคลื่อนไหวในห้องนอน ขณะที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มถึงจุดที่กำลังจะปลดปล่อยนั้นผู้กระทำกลับหยุดกลางคัน มือกอบกุมความอึดอัดที่จะปลดปล่อยเอาไว้ ลิ้นไล่เลียลงแผ่นหลัง ประทับริมฝีปากร้อนให้อีกฝ่ายทุกข์ทรมาน

จินตอบตกลงแต่งงานกับข้า…”

ขณะที่คุณชายจางกำลังจะใช้วาทศิลป์กล่อมอย่างนุ่มนวลนั่นเอง ใบหน้ารูปงามที่แดงก่ำ พร่าไปด้วยหยาดน้ำและอารมณ์สุขสมก็หันมา แขนคล้องคอให้โน้มต่ำ ประทับจูบลงบนตราประทับ

ฮุ่ยเฟิง…”

 

จางฮุ่ยเฟิงหน้ามืดตามัว เขาพ่ายแพ้ต่อกิเลสตนเองไม่สามารถทานทนความทรมานได้เสียเอง

สุดท้ายคือพ่ายแพ้และล้มเหลว

คุณชายจางยืนหน้าเคร่งเครียดคล้ายมีเมฆทะมึนบนศีรษะ มองจิ้งจอกร่างมนุษย์ที่ดูรูปภาพอย่างสนอกสนใจกับเซี่ยจวิ่น ข้างกายยังแขวนกระบี่และข้าวของมากมายที่ได้รับมาจากคนในเมือง ในเมื่อแผนการใช้กับอีกฝ่ายไม่ได้ผลก็บอกตรงๆไปเลยแล้วกัน!

จิน

คนถูกเรียกหยุดชะงัก จางฮุ่ยเฟิงปั้นยิ้มบางๆเข้ามาแล้วก็อุ้มตัวคนรักตนเองขึ้น เดินหน้าด้านต่อสายตาของคนในจวนตรงไปยังห้องนอน จินตกใจจนชั่วขณะนึงกล่าววาจาไม่ออก เขาถูกอุ้มในร่างจิ้งจอกบ่อย แต่กระทั่งร่างมนุษย์เด็กผู้นี้จะอุ้มไปเพราะเหตุใด?

หากเจ้าหลบหนีข้าจะจูบเจ้า ตรงนี้เลย

จิ้งจอกในร่างมนุษย์ด่าทอในใจอย่างโกรธเคือง ถูกเด็กผู้หนึ่งข่มขู่จนเสียที

แน่นอนว่าสุดท้ายจินก็ถูกหย่อนลงบนเตียง ประตูลงกลอนเรียบร้อย

และท่านแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นก็ปลดอาภรณ์ออกอย่างรวดเร็ว

จินมองด้วยความงุนงง ช่วงนี้ฮุ่ยเฟิงทำตัวแปลกประหลาดมากขึ้นทุกครา มิใช่ว่าโมโหของขวัญจนหัวเสียไปแล้วหรือ? ถึงกระนั้นเมื่อถูกจูบด้วยความต้องการ สัมผัสร้อนของมือสอดเข้ามาลูบใต้ร่มผ้าเขาก็รู้สึกวูบวาบขึ้นมาอยู่ดี

เจ้าจะทำอันใด?

หมาป่าหนุ่มยกยิ้ม เจ้าอยากให้ข้าบรรยายออกมาหรือว่าจะทำอันใด?

คนหน้าบางขึ้นสีอย่างรวดเร็ว อ้าปากหมายจะด่าทอการถูกอุ้มมาทำมิดีมิร้ายโดยไร้เหตุผลและกลางวันแสกๆ

จางฮุ่ยเฟิงเปลื้องผ้าเจ้าจิ้งจอกออกโดยไม่รอช้า รุกไล้จนอีกฝ่ายอ่อนแรง ความเชี่ยวชาญทางด้านนี้นับว่าโดดเด่นยิ่งกว่าการจัดทัพรบศึกเสียอีก กัดลงบนซอกคอพร้อมกับประกาศจุดประสงค์

ข้าไปขอให้จักรพรรดิประทานราชโองการสมรสแล้ว อีกหนึ่งเดือนเจ้ามีสองทาง หนึ่งคือแต่งในฐานะลี่เสวี่ยหลินบุตรชายของลี่ชิวหง อีกทางคือแต่งในฐานะของลี่เสวี่ยถิง บุตรสาวของลี่ชิวหง ทรงมีราชโองการแล้วถ้าเจ้าไม่แต่ง ข้าก็ถูกประหาร! เจ้าจะทนให้คนทั้งแคว้นมาสู่ขอข้าจนหมดหรือไร?

จะเจ้า!”

ชั่วขณะหนึ่งคล้ายมียาขมอยู่ในลำคอ จินมองแววตามุ่งมั่นกลืนน้ำลายลงอย่างยากลำบาก

แม่ทัพใหญ่ของแคว้นกำลังเอาชีวิตตนเองข่มขู่ เพื่อขอบุรุษผู้หนึ่งแต่งงาน?

เรื่องเหลวไหลพรรค์นี้หากกล่าวไปก็เป็นที่ขบขันแล้ว! จินหมั่นเขี้ยว ยกเท้าเหยียบลงไปบนมังกรของอีกฝ่ายจนใบหน้าหล่อเหลาเหงื่อตกจางๆ ดวงตาสีสว่างหรี่ลง

ช่วงนี้เจ้าทำตัวแปลกประหลาดก็เพราะเหตุนี้?

จางฮุ่ยเฟิงยังไม่กล้าขยับ นั่นเพราะจุดอ่อนไหวกำลังถูกจับเป็นตัวประกันอยู่

ข้าแต่งก็ได้ เอาในฐานะลี่เสวี่ยถิงผู้คนจะได้ไม่แตกตื่นมาก อย่างไรเจ้าสาวก็ต้องคลุมหน้าอยู่แล้วคนถูกขอแต่งงานพูดอย่างราบเรียบคล้ายมิใส่ใจ ในขณะที่หัวใจของคุณชายจางเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมา

จิน…”

เด็กโง่งมจิ้งจอกร้ายกาจหัวเราะเบาๆ ข้าร่วมหัวจมท้ายกับเจ้ามาสิบกว่าปี ห้องหอก็เข้าไปแล้วสุดท้ายจะแต่งหรือไม่แต่งในความคิดข้าก็ไม่ต่างกันอยู่ดี

สุดท้ายแล้วก็นับว่าตนเองได้ทาสตลอดกาลมาหนึ่งคน

และแน่นอนว่าเมื่อจินเก่งกาจเชิงกระบี่ จางฮุ่ยเฟิงก็ต้องเก่งกาจเป็นที่สอง หลังแต่งงานคาดว่าคุณชายจางอาจโดนลากมาเคี่ยวเข็ญจนหมดเรี่ยวแรง มู่ฟงย่อมบ่นที่ต้องมาทำงานราชสำนักแทน

 

 

วันถัดมาราชโองการก็มาประกาศถึงหน้าจวนจริงๆ แม่ทัพใหญ่จางฮุ่ยเฟิงที่ปฏิเสธคำเชิญมาตลอดกลับประกาศแต่งงาน จวนแม่ทัพเฟิงคึกคักเป็นอย่างมาก ช่วงนี้ทุกคนในจวนต่างยินดี ใบหน้าเบิกบาน ในเมืองคึกคักและร่วมยินดีอย่างยิ่ง ชาวบ้านพากันแต่งกายด้วยชุดสีสด แขวนโคมและของประดับเป็นมงคลต่อบ่าวสาว

ถิงถิงปลื้มใจเป็นอย่างมาก สุดท้ายนายน้อยก็เลือกใครสักคนมาอยู่เคียงข้าง

นายทหารของกองทัพต่างโห่ร้อง กองกำลังลับพวกเขาก็ดีใจเช่นกัน พวกเขาไม่ต้องฝึกหนักเพราะแม่ทัพอารมณ์เสียจนมากลั่นแกล้งอีกแล้ว ในจวนบรรยากาศเต็มไปด้วยความสุขสันต์ วิ่งหาของขวัญให้ผู้บังคับบัญชากันวุ่นวาย บางคนถึงกลับสละเบี้ยหวัดสามเดือนเพื่องานนี้ คุณชายจางอารมณ์ดีเป็นอย่างมาก มุมปากมีรอยยิ้มประดับอยู่ทั้งวัน

ทว่า ผู้คนในจวนต่างสงสัย ลี่เสวี่ยถิง ที่ว่านี้เป็นผู้ใดกัน?

ลี่ชิวหงอาศัยอยู่ในจวน หญิงงามอันดับหนึ่งมีใบหน้ายิ้มแย้มยิ่งทำให้จวนดูสดใสมากยิ่งขึ้น นางมิได้ขัดขวางการแต่งงานของบุรุษกับบุรุษด้วยกันนี้ สำหรับลี่ชิวหงผู้นึกว่าตนเองสูญเสียเลือดเนื้อเชื้อไขไปแล้ว ขอเพียงบุตรชายของนางมีความสุขก็นับว่าเพียงพอ

แต่ในเมื่อแต่งงานในฐานะลี่เสวี่ยถิง ก็จะต้องงามมิให้น้อยหน้าเด็ดขาด!

ลี่ชิวหงประกาศกร้าว นางเกณฑ์หญิงสาวจากตระกูลลี่ทั้งหมดมาเตรียมงานแต่งโดยจับมือร่วมกับถิงถิง ชุดเจ้าสาวถูกปักเองกับมือ แม้กระทั่งผ้าคลุมหน้า งานยิบย่อยถูกจัดเตรียมอย่างละเอียดใส่ใจ จางฮุ่ยเฟิงเชิญเฉพาะคนไม่กี่คน กล่าวได้ว่าเป็นการกินเลี้ยงหมู่ของกองทัพมากกว่า

ในขณะที่ทุกคนวุ่นวาย หนึ่งในเจ้าของงานยังคงเอาแต่เที่ยวเล่นด้วยซ้ำ

ตระกูลลี่ของลี่ชิวหงก็คล้ายมิใช่ตระกูลลี่ ขนาดจักรพรรดิตี้เหินองค์ใหม่ยังปิดตาข้างหนึ่งปล่อยให้พวกเขารอดชีวิต ทั้งที่มีราชโองการสั่งประหารทั้งตระกูล ต่อให้เป็นหญิงงามแต่ในเมื่อเข้าร่วมกับกองทัพแล้วก็ต้องทำตามกฏกองทัพเช่นกัน ทว่าหญิงงามตระกูลลี่ถือเป็นกองทัพพิเศษ พวกเขาได้รับเรือนแยกเป็นของตนเอง

ลี่ชิวหงก้าวเข้ามาแม้มิได้ประกาศ แต่ด้วยใบหน้าเสกสรรราวกับเพชรเจียระไนเช่นเดียวกัน ผู้ที่พบเห็นจะคาดเดาความสัมพันธ์กับจินได้ก็ไม่ถือว่าแปลก ที่พวกเขาครุ่นคิดกันทั้งวันก็คือทั้งคู่ยังมีน้องสาวอีกคนหนึ่งด้วยหรือ?

มารดาก็งดงาม พี่ชายก็รูปงาม น้องสาวย่อมเป็นโฉมสะคราญเป็นแน่!

เมื่อเหล่าทหารคาดเดากันได้ทางนี้แล้วจึงรีบต่อขันพนันกันยกใหญ่ นางจะเป็นคนเช่นไร? นุ่มนวลอ่อนหวานหรือแข็งแกร่ง? ใบหน้าจะงดงามปานล่มเมืองหรือไม่? เซี่ยจวิ่นและถิงถิงใช้ความพยายามอย่างมากในการจับตามองนายน้อยของตนเอง ทว่าจางฮุ่ยเฟิงเป็นคนเช่นไร? ทันทีที่จับได้มุมปากที่มีรอยยิ้มก็เรียบสนิท ใช้สายตาดุดันทิ่มแทงใส่จนเลิกรากันไปเอง

จนสุดท้ายพวกเขาก็มิเห็นว่าเจ้าบ่าวจะกระทำตัวผิดแผกจากเดิมตรงไหน

อันใดที่เรียกว่าใกล้แต่งงานบ่าวสาวตัวติดกัน?

ภาพแม่ทัพใหญ่ผู้ห้าวหาญหอบหิ้วจิ้งจอกตนเองไปทั่วจวน ทั้งเอาอกเอาใจดูแลหวีขนป้อนขนมกลับพบเห็นได้มากขึ้นแทน มู่ฟงถอนหายใจทหารในกองเลื่องลือไปหมดแล้วว่าแม่ทัพใหญ่ของพวกเขานั้นอาจแต่งงานกับจิ้งจอกก็เป็นได้

ผู้ที่สบายและลำบากไปพร้อมกันคงมิพ้นเจ้าสาวในงานครานี้ ถึงแม้บางวันจินจะออกไปเดินเล่นกินลม แลกเปลี่ยนฝีมือกับเหล่าจอมยุทธ์...สุดท้ายแล้วเมื่อกลับมาก็ต้องมายืนนิ่งแต่โดยดี คุณชายรูปงามผู้หนึ่งยืนนิ่งอยู่ในห้อง ร่างกายถูกลูบๆคลำๆโดยเหล่าหญิงงาม พวกนางหยิบเสื้อผ้าเครื่องประดับมาวางเรียงจะกี่วันผ่านไปก็มิถูกใจเสียทีจนน่าปวดหัว

จินมิได้รู้สึกแย่กับลี่ชิวหง นางมองเขาด้วยสายตาลึกซึ้งนี่กลับทำให้ยิ่งน่าสงสารมากกว่า โชคดีที่ลี่ชิวหงรู้จักยืดหยุ่นนางรู้ว่าสำหรับบุตรชายที่เพิ่งพบหน้าถือเป็นคนแปลกหน้า ดังนั้นจึงไม่ได้เร่งรัดหรือล้ำเส้นมากเกินไป

ผ่านศึกจากลี่ชิวหงไปเขาก็โดนลากไปสั่งสอนชี้แนะให้เหล่ากองกำลังดอกรักอีก

เรื่องทุกอย่างจบสิ้นก็รู้สึกเหนื่อยขึ้นมาแม้ว่าร่างกายจะยังหนุ่มแน่นก็ตาม จินลงแช่น้ำด้วยร่างมนุษย์อย่างผ่อนคลาย รอจนจางฮุ่ยเฟิงเข้ามาก็กลายร่างเป็นจิ้งจอกสีดำ ชำระล้างร่างกายเสร็จสิ้นก็สะบัดขนรอให้ท่านแม่ทัพใหญ่มาหวีเส้นขนอันนุ่มฟูให้...ช่างเป็นจิ้งจอกที่เสพติดการถูกเอาใจอย่างแท้จริง

            ถึงกระนั้นคุณชายจางก็ยกยิ้มราวกับตนเองมิได้กำลังถูกเอาเปรียบอยู่...ผู้ที่เห็นเพียงชั่วครู่ย่อมคิดเช่นนี้ หากมองให้ลึกลงไปโดยนิสัยแล้วรอยยิ้มนี้กลับดูลึกลับขึ้นมา เพราะเวลาบนเตียงหมาบ้านจะกลายเป็นหมาป่า กว่าคนแก่ผู้ไม่เคยกินเด็กหนุ่มลงท้องมาก่อนจะรู้ตัว ร่างกายก็เต็มไปด้วยร่องรอยฟันมากมายแล้ว

            จางฮุ่ยเฟิงมอบให้ไม่เคยขาดไม่ว่าจะการดูแลเอาใจใส่ทั้งเรื่องชีวิตหรือเรื่องบนเตียงก็ตาม เขาไม่เคยต้องเรียกร้องง้องอนเหมือนสตรีในเรือนหรือแฟนหนุ่มคนที่ผ่านมา จางฮุ่ยเฟิงรู้ดีว่าตนเองมีแต่ความจริงใจ แม้จะมีแผนการปะปนบ้างแต่การจับจิ้งจอกนับว่าชายหนุ่มใช้ความจริงใจแลกมา

จินมองใบหน้าหล่อเหลาที่หลับสนิทข้างกาย ในใจคิดว่าตนเองนั้นช่างโชคดีจริงๆ ทว่าในแคว้นไตรนภาคุณชายจางผู้นี้ต้องการแต่งงานกับบุรุษผู้หนึ่ง มิทราบว่าคิดอันใดอยู่บ้าง?

          แต่ก็ช่างเถอะ... หากมีความคิดเช่นคนสามัญ เช่นนั้นคงมิใช่จางฮุ่ยเฟิงแล้ว

 

จนกระทั่งถึงวันแต่งงาน

เซี่ยจวิ่นยืนอยู่หน้าเกี้ยวเจ้าสาวอย่างเบิกบานยิ่ง พวกเขาเตรียมจะไปรับเจ้าสาว แต่ติดที่ว่าเจ้าสาวผู้นี้นายน้อยกับลี่ชิวหงมิเคยปริปากบอกว่าอยู่ที่ใด อีกทั้งหน้าตาก็ยังมิมีให้เห็น ก่อนเตรียมงานหลายวันก็มิเคยโผล่หน้ามาจนผู้คนในเรือนแอบซุบซิบนินทากัน

ลี่ชิวหงมองดูเซี่ยจวิ่นเหมือนมองตัวโง่งมตัวหนึ่ง ไม่ต้องใช้เกี้ยวเจ้าสาว นางอยู่ในจวน

สิ้นคำผู้คนในจวนตรงนั้นใบหน้าพลันตื่นตระหนก นางมาถึงเมื่อใด? เป็นผู้ใด? พวกเขารีบคาดคะเนในใจ ทหารในกองทัพมีลงพนันมูลค่าสินสอดในวันนี้ด้วย บุตรสาวของหญิงงามอันดับหนึ่ง มิทราบว่าท่านแม่ทัพใหญ่ต้องเสียทรัพย์สินเงินทองไปมากมายกี่หีบ

            จนสุดท้ายงานเริ่มขึ้น แม้ไม่เห็นใบหน้าเพราะคลุมผ้าไว้ แต่มองผมดำสนิทด้านหลัง รูปร่างกิริยาท่าทางการเดินล้วนสูงส่งสง่างดงามน่าประทับใจยิ่งนัก ถิงถิงมองชมแล้วยกผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตา เสี่ยวผานมองภาพนั้นได้คิดว่าตนเองรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก? ผู้เฒ่าหิมะหงส์ก็มาเช่นกัน ซ้ำยังหัวเราะตบเข่าฉาดอย่างถูกใจ

            “สวรรค์ลิขิต สวรรค์ล้วนลิขิตไว้แล้วจริงๆ!”

            เสี่ยวผานได้ยินพลันก็คิดว่าเรื่องราวบางอย่างไม่ถูกต้อง คราก่อนแพทย์หนุ่มนำของขวัญพิเศษไปฝากเพราะคาดเดาว่าความสัมพันธ์ของสหายทั้งคู่มิใช่ธรรมดา ยามนี้จางฮุ่ยเฟิงตบแต่งลี่เสวี่ยถิงที่โผล่ขึ้นมากลางอากาศนึกถึงตรงนี้เสี่ยวผานก็มีสีหน้าดั่งบรรลุสัจธรรมขั้นสูงสุด อยากจะแสดงความยินดีแต่ติดที่ว่าขยับตัวหนึ่งคราสองพ่อลูกตระกูลเซวียนก็จับจ้อง ราวกับดวงตามีแสงงอกเงย

            แพทย์หนุ่มถอนหายใจ... สุดท้ายเสี่ยวผานก็คิดว่าตนเองคาดเดาไม่มีผิด เขาเสียจินให้ผู้อื่นไปแล้วจริงๆ

          เสียงโห่ร้องของทหารดังขึ้นแทนเสียงบรรเลง ในงานมงคลก็ยังสวมชุดเกราะนี่เป็นงานวิวาห์ประเภทไหนกัน?

            จวนแม่ทัพเฟิงนั้นแม้จะถือว่าแปลกแยกต่อตระกูลจาง ในสายตาเหล่าขุนนางแล้วแม้พวกเขาเคารพเทิดทูนตระกูลจางเพียงใด แต่หากจะให้ท่านทำใจดีสู้เสือเดินเข้าไปแล้วย่อมปฏิเสธกันเสียสองในสาม ยิ่งมีข่าวตระกูลจางถูกสังหารตายหมู่ก็ยิ่งขลาดเขลา พวกมันเป็นแค่บัณฑิตไก่อ่อน เกิดไปขัดหูขัดตายั่วยุโทสะผู้ใดขึ้นมาก็ย่ำแย่แล้ว ทว่ายามนี้องค์ชายจิวซาขึ้นเป็นจักรพรรดิ ตระกูลใหญ่ทั้งห้ารากฐานถูกโค่น จางฮุ่ยเฟิงย่อมเป็นผู้กุมอำนาจทางทหารสูงสุดในเมืองหลวง เหล่าขุนนางใจเสาะแม้ขาดเขลายิ่งแต่จำใจแบกหน้ามามอบของขวัญถึงจวน

            หากจะเรียกงานแต่งงานนี้ว่าการชุมนุมของเหล่าจอมยุทธ์คงมิผิดนัก

            แม้กระทั่งจอมยุทธ์ที่มาก็ยังเป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตา ขุนนางคนอื่นๆมาเพียงมอบของขวัญต่อหน้าก่อนล่ำลาอย่างนอบน้อม นายทหารเฝ้าประตูถึงกับสนุกสนานในการคาดเดาข้ออ้างหลบหนีของขุนนางแต่ละคน มีทั้งมารดาป่วย บุตรสาวป่วย บุตรชายป่วย ที่ขบขันที่สุดแม้แต่ม้าป่วยก็ยังมี

            จักรพรรดิให้เซกัลซินจูนำของมาร่วมแสดงความยินดีด้วยตนเอง บรรดานายกองของกองทัพเฟิงต่างอวดของขวัญกัน เบี้ยหวัดของพวกมันมีไว้เพื่อตัดสินว่าจางฮุ่ยเฟิงจะชมชอบของขวัญชิ้นใดมากที่สุด นาเทียนตงยิ้มกริ่มเขาชูขวดยาเพิ่มสรรพคุณทางด้านตรงนั้นอย่างภาคภูมิใจ แม้กระทั่งจางหลี่ก็ยังให้คนส่งของมาให้ พร้อมเขียนจดหมายรายงานเรื่องการรบชายแดนมาให้จักรพรรดิอีกทอด

เซี่ยจวิ่นตื่นเต้นที่จะแกะของขวัญจากแม่ทัพจางหลี่ สุดท้ายพอพ่อบ้านอนุญาตจึงลงมือแกะมัน

            ตำราพิชัยสงคราม

            เซี่ยจวิ่นถอนหายใจ ท่านแม่ทัพใหญ่ท่านช่างน่าเบื่อหน่ายจริงๆ

            เทียบกันแล้วกุนซือของจางหลี่ส่งพัดสวยงามมาอันนึง พวกเขาดูท่าจะไม่ได้คุยกันตอนส่งของขวัญหรืออย่างไร?

            งานพิธีมีเรียบง่ายอย่างยิ่ง เริ่มจากการเลี้ยงฉลองร่ำสุราแทนอาหารหรู ประลองฝีมือแทนการร่ายรำ พิธียกน้ำชากระทำกันในจวนอย่างรวดเร็ว ลี่ชิวหงมิได้ร่ำไห้หรือปลาบปลื้ม นางเพียงแค่ส่งสายตามุ่งร้าย ทว่ากลับงดงามใส่เจ้าบ่าวเท่านั้น ทางด้านเจ้าสาวยังสวมผ้าคลุมหน้ามิดชิด พวกทหารชะเง้อคอมองดู ขั้นแรกต้องตรวจตรารูปร่างทรวดทรงองค์เอว ทว่าชุดแต่งงานนี้กลับรุ่มร่ามยิ่ง ใหญ่โตจนมิอาจสังเกตเห็น

            จ้องมองสักพักร่างกายก็ขนลุกซู่ ท่านแม่ทัพใหญ่ที่ดวงตาสีเทาคมกริบดุดันกำลังข่มขู่ทางสายตา รอบกายคล้ายมีก้อนเมฆดำทะมึน บ่งบอกความต้องไล่ผู้คนให้หลีกไปห่างนับร้อยลี้ จนเป็นเรื่องสนุกปากเล่าในภายหลังว่ายังไม่ทันเข้าห้องหอหรือกราบไหว้ฟ้าดิน ท่านแม่ทัพใหญ่ก็รับประทานน้ำส้มสายชูเสียแล้ว

            จางฮุ่ยเฟิงมีรอยยิ้มประดับอยู่ทั้งวัน สายตาวนเวียนอยู่บนร่างกายเจ้าสาว

            จินเหลือบมองจากภายใต้ผ้าคลุมหน้า อดไม่ได้ที่จะเหยียบเท้าลงไปอย่างหมั่นไส้ คนผู้นี้ย่อมต้องกำลังคิดอะไรมิดีงามอยู่แน่ ดูจากสายตาแล้วคล้ายกำลังสำรวจว่าจะปลดชุดเจ้าสาวจากทางไหน

            แม่ทัพใหญ่มิยอมให้เจ้าสาวเฉียดเข้าใกล้เหล่าทหาร การดื่มสุรามงคลเจ้าสาวผู้ปกปิดใบหน้าก็ยังนั่งอยู่นิ่งเฉย เหล่าทหารมองดูแม้อยากยกจอกมอมเมาสุราเพียงใด ติดที่ว่าเห็นรอยยิ้มบางๆของเจ้าบ่าวแล้วต้องนั่งลงอย่างสุขุมในใจลอบนินทาผู้บังคับบัญชาขึ้นมาสารพัด

            ครานี้นอกจากจะเลี้ยงจิ้งจอกแล้ว ท่านยังคิดเลี้ยงภรรยาเป็นสัตว์วิเศษอีกด้วย!?

          กฏเกณฑ์นี้ใช้มิได้ผลกับเทพเยียวยาหิมะหงส์ แพทย์อาวุโสผุดลุกขึ้นยืนมือถือจอกสุราสองใบตรงดิ่งไปยังคู่บ่าวสาว วางจอกหนึ่งลงตรงหน้า จอกนี้ข้าดื่มให้เจ้าแทนสวรรค์

            ภายใต้ผ้าคลุมหน้าที่ปกปิดผู้เฒ่าคล้ายถูกสายตาด่าทอ คนทั้งคู่ยกจอกสุราดื่มพร้อมกัน

จนสุดท้ายทั้งหมดก็ร่ำสุราจนดึกดื่น บ่าวสาวก็เข้าห้องหอไป แขกที่เหลือก็ทยอยกลับกันไปจนเหลือแต่คนในจวนเท่านั้น นายทหารมากมายเหนื่อยล้าจิตใจจากสงครามต่างก็ร่ายรำเอะอะ วาจาที่กล่าวก็หยาบโลนบ้างพากันไปเทียวไล้เทียวขื่อหญิงงามตระกูลลี่ ปะทะศาสตราวุธโอ้อวดกันอย่างครึกครื้น แม้กระทั่งกองกำลังดอกรักยังได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมงานนี้เพื่อสนุกได้เช่นกัน

 

ทางด้านแม่ทัพใหญ่กำลังยืนตัวแข็งทื่อ ดวงตาพร่าเลือนคล้ายถูกพิษ แต่หากถูกพิษจริงจางฮุ่ยเฟิงคิดว่าเขาคงถูกวางยาตั้งแต่เมื่อสิบกว่าปีก่อน ในมือถือผ้าคลุมหน้าค้างไว้อยู่เช่นนั้นจนเจ้าสาวเป็นคนถอดมันออกมาเอง ใบหน้างามถูกแต่งเติมให้น่าหลงใหลมากยิ่งขึ้น รวมกับชุดผ้าเนื้อดีที่สวมใส่แล้วนับเป็นความงามที่เย้ายวนยิ่งกว่าจิ้งจอกปลอมตัวมาหลอกผู้คนเสียอีก มิว่าบุรุษหรือสตรีหากพบเห็นย่อมต้องการกระโดดขึ้นจับจองที่ว่างบนเตียงทั้งนั้น

จางฮุ่ยเฟิงพบว่าหัวใจของเขาเต้นแรงเสียจนแทบจะบ้าคลั่ง วันนี้นับเป็นวันที่ตนเองมีความสุขตลอดทั้งวัน นอกจากจะลดบรรดาข้าวของหน้าจวนได้แล้วยังได้กระทำตามใจอีกด้วย จิตใจของเขามิได้ปกตินับว่าเป็นเรื่องที่รู้ดี คุณชายจางผู้นี้นับเป็นบุรุษคนหนึ่ง...ต้องการตีตราผูกมัดทุกอย่างกับผู้ที่ตนเองรักอย่างรุนแรง ด้วยทุกอย่างที่เขาสามารถกระทำได้

จางฮุ่ยเฟิงต่างจากจางหลี่ ต่างจากจางซี...ตรงที่โลกทั้งใบของเขามิได้มีแต่สงคราม

ดวงตาสีเทาทอประกายแวววับ ครู่หนึ่งคล้ายเรื่องราวที่ผ่านมาหมุนวนเป็นเมฆหมอกจางๆอยู่ในศีรษะ จินเลื่อนสายตาไปมองทางอื่น การถูกมองด้วยสายตาลึกซึ้งก็ชวนให้เขินอายขึ้นมาเช่นกัน

คุณชายจางเด็กน้อยเคยสูญเสียทุกสิ่งบนโลกตนเองและในวันนี้เขาได้ทุกสิ่งที่ต้องการ นึกแล้วก็ยิ่งสงสัยตนเองเมื่อก่อนว่าสามารถทานทนมิให้ประทับจูบลงบนริมฝีปากนั่นได้อย่างไร? จางฮุ่ยเฟิงลูบใบหน้างามอย่างแผ่วเบา เพียงพริบตาก็กลับเป็นตรงกันข้ามเขาจู่โจมอย่างรวดเร็วและรุนแรง ความปรารถนาโหมกระพือจนลุกไหม้

ผู้เป็นเจ้าบ่าวจูบอย่างร้อนแรงตั้งแต่เริ่ม จินจูบตอบ มือปัดป่ายไปทั่วแผ่นหลังอีกฝ่าย อุณภูมิร่างกายส่วนล่างพุ่งสูงถูกดันให้นอนลงบนเตียงอย่างช่ำชอง ไร้ซึ่งเสียงและคำพูด...ทว่าคิ้วเรียวต้องกระตุกขึ้นมาเสียก่อนเมื่อหูจิ้งจอกได้ยินเสียงตะโกนด้านนอก ได้พักหายใจก็อ้าปากกล่าววาจา

ช้าหน่อย...ฮุ่…อื้อ

 ยังไม่ทันกล่าวสิ่งใดก็ถูกลิ้นร้อนฉกฉวยเช่นเดิม จินผลักใบหน้าอีกฝ่ายออก เสียงตะโกนบางอย่างใกล้ห้องมากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้วาจายังมิน่าฟังอีกด้วย บางคราหูจิ้งจอกก็ทำให้ได้ยินเรื่องน่าหงุดหงิดมากจนเกินไป

การก่อกวนห้องหออันไร้สาระ!

สักพักพวกเขาก็หุบปากกันเอง…”

หมาป่าหนุ่มกล่าวเสียงนุ่ม จุมพิตลงข้างแก้มก่อนเปลี่ยนเป้าหมายไปยังใบหูแทน

ทหารของเจ้าเมามายจนไร้วินัย...ดวงตาสีสว่างหลับลง จะสั่งสอนเสียหน่อยก็ถูกปลุกเร้าไม่หยุด คอถูกคมเขี้ยวและสัมผัสจนร้อนวูบวาบไปหมด หากพวกเขากล้าท้าทายข้าอีกครา...

ยังไม่ทันจบคำเสียงเซี่ยจวิ่นตะโกนก็ดังขึ้น

ตามมาด้วยมู่ฟง

และตาเฒ่าหิมะหงส์เซวียนไป๋เฮ่อ

จิ้งจอกในร่างมนุษย์มีสีหน้าหงุดหงิด คำพูดหยาบโลนพวกนี้หากผู้แต่งงานเป็นหญิงสาว ย่อมแน่นอนว่าเจ้าสาวจะต้องเขินอายหน้าแดง บิดกายในห้องหออย่างอับอายแต่ก็มิสามารถกระทำสิ่งใดได้ การก่อกวนห้องหอเช่นนี้หากเจ้าสาวหัวอ่อนก็แล้วไป ตรงกันข้ามกลับน่ารำคาญถึงที่สุดด้วย

นอน!” หมดอารมณ์จะทำแล้ว จินทิ้งร่างกายลงซุกหน้ากับหมอนและเลิกสนใจเจ้าบ่าวผู้เริ่มมีใบหน้าทะมึน

เสียงกระทบกันของทวนกับพื้นดังขึ้น ทหารด้านนอกผลัดกันตะโกนดังลั่น ของหล่นกระแทกกันวุ่นวายดูท่าพวกเขาจะต่อสู้กันอย่างดุเดือด พ่อบ้านประจำจวนและถิงถิงด่าทออย่างโกรธเกรี้ยว

ท่านแม่ทัพใหญ่ท่านพาฮูหยินมาให้พวกเราชมดูบ้าง!”

...นายทหารทั้งกองต่างเมามายจริงๆ

โฉมสะคราญก่อนถูกเด็ดสมควรโอ้อวด!”

ท่านแม่ทัพใหญ่ฮูหยินของท่านเป็นสุดยอดโฉมสะคราญหรือสุดยอดฝีมือกันแน่!?

            “ต่อไปเป็นฮูหยินของจวนนี้ ในเมื่ออยู่กองทหารย่อมต้องเหมาะสมกับท่านแม่ทัพ นางสมควรมาแสดงฝีมือ! ท่านแม่ทัพต้องตบแต่งกับนางเพราะวรยุทธ์โดยแน่ เขามัวแต่เลี้ยงจิ้งจอกจะไปต้องตาหญิงสาวนุ่มนวลอ่อนหวานที่ไหนกัน?

            ดังนั้นกองทหารที่เมามายรวมถึงองครักษ์ทั้งสองต่างตะโกนเรียกร้องอยู่หน้าห้องหอเพื่อก่อกวนหนึ่งอย่าง ต้องการเห็นใบหน้าเจ้าสาวหนึ่งอย่าง สุดท้ายเพราะตั้งความหวังแก่ฮูหยินแม่ทัพ ต้องเก่งกาจไม่แพ้ผู้ใดอีกหนึ่งอย่าง

            ท่านแม่ทัพเมื่อเปิดผ้าคลุมหน้านางแล้วท่านจะร่วมหอเมื่อไหร่ก็ได้ ให้นางมารื่นรมย์กับพวกเราเถิด!”

            ปัง!!!! –

          ประตูห้องหอถูกเปิดผัวะออกมา พร้อมๆกับร่างแม่ทัพใหญ่ที่ถูกโยนปลิวออกมาด้วย เหล่าผู้คนในจวนมองตาค้าง พวกเขาเลื่อนสายตาไปยังร่างสูงระหงในชุดเจ้าสาว เป็นใบหน้าคุ้นเคยและหงุดหงิดที่ถูกรบกวนการนอนอย่างยิ่ง

            หากพวกเขาไม่หุบปาก เจ้าก็ไม่ต้องกลับมา!”

            จินประกาศกร้าวอย่างหงุดหงิด สุดท้ายเขาก็เดินกลับไปซุกตัวลงในผ้าห่มผืนนุ่ม

            ลี่ชิวหงลุกขึ้นยืน แม้ตบแต่งให้บุรุษแต่บุตรชายของนางสามารถวางท่าใหญ่โตได้มากกว่าก็นับว่าพอใจแล้ว ดังนั้นหญิงงามอันดับหนึ่งจึงกลับเรือนแยกของตนเองอย่างพึงพอใจ

            แม่ทัพใหญ่ผู้ถูกโยนออกมาลุกขึ้นยืนช้าๆ สาดดวงตาคมกริบไปทางเหล่าทหารที่เมามายจนสร่างสุรา

            วิ่งพร้อมยกตราชั่ง! วิ่งจนกว่าข้าจะสั่งให้หยุด!”

            เหล่าทหารตัวแข็งทื่อดวงตาเบิกกว้าง มู่ฟง เซี่ยจวิ่นและถิงถิงทำสิ่งของในมือหล่นลงพื้น จนกระทั่งจางฮุ่ยเฟิงสั่งให้วิ่งซ้ำสองพวกเขาจึงออกวิ่งไปพร้อมๆกับทหารโดยมิทราบเหตุผล วิญญาณคล้ายหลุดออกจากร่างไปแล้ว

            เหลือเพียงเสี่ยวผานที่ถอนหายใจช้าๆ ด้านข้างมีสองพ่อลูกตระกูลเซวียน แพทย์ทั้งสามชนจอกสุรากัน ท่านหมอน้อยแม้ยังเยาว์วัยแต่สุราบางประเภทใช้เป็นตัวยาดังนั้นจึงรู้จักดื่มอยู่บ้าง อีกทั้งบิดาของนางนอกจากจะไม่ห้ามปรามแล้วยังสนับสนุนอีกด้วย ดื่มไปได้สองจอกก็ล้มตัวนอน

            …และจวนแม่ทัพเฟิงในวันนั้นก็คึกคักตลอดทั้งคืน จางฮุ่ยเฟิงตั้งใจทิ้งให้วิ่งจนถึงเช้าตรู่หมดเรี่ยวแรงกันไปเอง ชายหนุ่มกลับเข้าห้องหอ อดเสียดายกับการปลดเปลื้องชุดเจ้าสาวไม่ได้ สุดท้ายชายหนุ่มก็ทิ้งตัวลง กอดจิ้งจอกแสนรักของตนที่หลับอย่างพึงพอใจ  

            มูลค่าของสินสอดน่ะหรือ?

ย่อมเป็นของทุกอย่างที่เจ้าสาวต้องการมัน



            ที่ด้านนอกของจวนแม่ทัพ บรรยากาศภายในกำลังคึกคักครื้นเครง มีผู้คนสองคนหยุดยืนอยู่ด้านหน้าในยามวิกาล มือขยับหมวกฟางบนศีรษะ มองงานแต่งงานด้านหน้าอย่างเงียบงัน

คนทั้งคู่นี้คือสองพี่น้องตระกูลเฟิ่งเฟิ่งหลินและเฟิ่งเจี๋ยนั่นเอง

                เฟิ่งหลินมองป้ายด้านหน้าด้วยสีหน้าหนักใจ เสียงหวานเอ่ยขึ้น พวกเขาเพิ่งจะจัดงานแต่งงาน เรามาคราวนี้นับว่าไม่มีอะไรติดมือมาเลย

                บุรุษหนุ่มหัวเราะเสียงเบา สายตามองป้ายด้านหน้าอย่างพิจารณา  

                พวกเขากำลังมีความสุข สักสองสามวันค่อยมารบกวนพวกเขาใหม่

                เฟิ่งหลินพยักหน้า คนทั้งคู่ขยับหมวกปิดบังใบหน้าอีกคราก็จากไป

               


 

               

 #LLwuda’s TALK

            สวัสดีค่ะ บทสรุปเรื่องราววังหลวงก็ออกผลมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทุกคนต่างได้รับผลแตกต่างกันไป สุดท้ายคุณชายของเราคือผู้โชคดีที่สุดและโชคร้ายที่สุดค่ะ ฮา

            มาเดาเส้นทางหลังจากนี้กันค่ะ โครงการท่องเที่ยวของจินจะถูกพับเก็บอีกหรือไม่ สำหรับเราในตอนนี้ประทับใจลี่ชิวหงมากที่สุดแล้วค่ะ ทุกคนมีช่วงเวลาที่อ่อนแอและมีช่วงเวลาที่แข็งแกร่ง การได้เขียนบทคุณแม่ส่งลูก(ชาย)ออกเรือน คิดเลยว่าอย่างลี่ชิวหงจะต้องคอยจับตาคุณชายเราแน่ๆ สำหรับตระกูลลี่นางเป็นคนดีจริงๆ

            จางหลี่สีเทา จางฮุ่ยเฟิงสี….(โปรดเติมคำในช่องว่างเอาเอง)

            แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ ^^ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 355 ครั้ง

152 ความคิดเห็น

  1. #8153 SudaratYo (@SudaratYo) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 23:18
    ยาวจุใจมากตอนนี้
    #8153
    0
  2. #8096 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 23:29

    ตอนที่ฮุ่ยเฟิงพูดกับพ่อนี่มันบีบคั้นมากจริงๆ มันเกินกว่าที่คนๆนึงจะรับไหวแล้ว แถมเกิดเรื่องตั้งแต่ตอนที่ยังเด็กมากๆและไม่มีแม้แต่แม่คอยอยู่เคียงข้างแล้วด้วย ใจร้าวไปหมด

    ความหน้ามึนของอาเฟิงนี่สุดจะรับไหวจริงๆ อายบ้างเหอะโว้ย ขอร้องล่ะ ถถถถถถถถ แล้วการใช้พระราชโองการขู่ฆ่าตัวตายถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมแต่งงานคืออะร๊ายยย สุดจะทนกับคนอย่างเธอ

    แต่จินเด็ดสุดดด โยนเจ้าบ่าวออกจากห้องหอไปเรยจ้า 55555555 อยากเดินเข้าไปตบบ่าเสี่ยวผาน 55

    #8096
    0
  3. #8033 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 10:21
    เป็นตอนที่ยาวมากๆ สนุกมากๆ เราน้ำตาคลอเลยตอนที่ฮุ่ยเฟิงคุกเข่าหน้าป้ายวิญญาณ คือเด็กคนนี้โตมาด้วยความรู้โกรธแค้นมาตลอด ก่อนหน้านี้ก็พอรู้สึกบ้าง แต่พอมาตอนนี้ฮุ่ยเฟิงระบายออกมาทั้งหมด เรารู้สึกหดหู่มากๆ ฮืออออ เสียใจอ่ะ ทำไมความแค้นต้องโหดร้ายกับเค้าถึงเพียงนี้ ต้องขอบคุณคนที่อยู่ข้างๆเค้ามาตลอด โดยเฉพาะจิน คนที่ทำให้ฮุ่ยเฟิงมีความสุข ดีใจจริงๆที่ฮุ่ยเฟิงได้เจอจิน ได้ดื่มเลือดจินตอนเด็ก สวรรคลิขิตจริงๆอ่ะ ฮือออออ ขำจางหลี่พี่คะ คาแรคเตอร์พี่ได้อ่ะ ชอบมากๆของขวัญแต่งงาน สุดๆไปเลย ต้องมีซัมติงกับท่านกุนซือมั้ยเอ่ย ดูจะประฝีปากกันดีนะ แล้วก็ชอบตอนที่อยากให้หึงเพราะมีสาวมาให้เลือก แต่จินกลับไปนั่งดูรูปกินขนมของสาวหน้าเฉย ตลกมากๆ เอ็นดูฮุ่ยเฟิงในความพยายามที่ไม่เห็นผล ส่วนเรื่องแต่งงาน ตอนจินตอบตกลง หัวใจเราก็พองฟูเลย ประโยคเหมือนพูดธรรมดาไม่ได้ตื่นเต้น แต่กับคนฟัง จิตหลุดเพราะความดีใจไปมากโข ยินดีกับฮุ่ยเฟิงจริงๆอ่ะ คุณชายยยยยย ยินดีด้วยนะคะ อยากจะตะโกนไปให้ถึงหน้าปากซอย
    #8033
    0
  4. #8018 SeowooPark (@the01yunosama) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 23:00
    เข้าสมาคมพ่อบ้านเต็มตัวแร้วจริงๆ
    #8018
    0
  5. #7749 Jolly CCP (@c1chonlana) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 00:27
    เสี่ยวผานเสียคู่หูนักเดินทางไปเรียบร้อยแล้ว
    ท่านพี่จางหลี่ให้ตำราพิชัยสงครามเป็นของขวัญแต่งงาน...พี่คะ...
    #7749
    0
  6. #7710 Hazel_9502 (@pookiejj) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 21 กันยายน 2561 / 21:09
    โห้ยย มีความสุขกันจริงจริ๊งง
    #7710
    0
  7. #7572 แหวน (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 22:05

    555555คนจะเข้าหอก็ยังไปขัดอีกน้อไอพวกนี้เป็นไงล่ะ โดนทำโทษกันเป็นแถวเลย

    #7572
    0
  8. #7499 DKdabble (@dkdabble) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 03:13
    ตลกตอนคุณชายเฟิ่งโดนโยนออกมา ฮือ นอกจวนเป็นแม่ทัพยิ่งใหญ่แค่ไหนก็แพ้เจ้าสาวจิ้งจอกอยู่ดี55555555555555555
    #7499
    0
  9. #7383 sgmj (@maji13) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 15:09
    สงสารรรร5555555555555555555555 อย่าหือกับเมีย
    #7383
    0
  10. #7089 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 12:11
    5555555555555555555555555
    ให้มันรู้ซะบ้างใครใหญ่ที่สุด(เมียท่านแม่ทัพไง55555555)
    #7089
    0
  11. #6839 GottomonEye (@gottomon03) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 / 23:20
    แต่งหญิงไปทำม้ายยยให้คุณชายเฟิงถอดชุดยากเปล่าๆ ในเมื่อสุดท้ายก็รู้กันหมด 55555
    ตอนนี้ยาวสุดใจดีจริมๆค่ะ แอบสงสารจางชิงฟงนิดนึง พี่ใหญ่ให้อภัยแต่น้องเล็กมีแต่ความแค้น 
    เท่ากับตายกันหมด เหลือกันสามคน จะว่าไปน้ำตาไหลอยู่2ช่วง ช่วงที่เฟิงพูดเรื่องแม่กับจางซี กับช่วง
    ที่คุกเข่าไหว้ป้ายวิญญาณ สงสารมาก เหมือรอมานานเป็น10 ปี เพื่อนวันนี้
    เสี่ยวผานนี่ค่าตัวคงแพง ออกแบบกระมิดกระเมี้ยนมาก พระ-นาย รวยกันไป บทเด่น บทโคมไฟก็มา><
    สองพี่น้องตระกูลเฟิ่งล่ะ มาทำอะไรกัน ทุกอย่างเหมือนจะคลี่คลายหมดแล้ว แต่คงยังเหลืออีกสินะ
    ไปอ่านต่อแพร๊พ ขอบคุณค่า สนุกมากก
    #6839
    0
  12. #6724 -Shawty- (@tumbmong) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 12:52
    555555555555555555555555555555555555555
    เป็นหมาป่าที่กลายเป็กนกในคืนเข้าหอล่ะแก
    #6724
    0
  13. #6667 1234_DuncAn (@1234_DuncAn) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 14:10
    แบบนี้สรุปว่าทุกคนในจวนก็รู้ว่าฮูหยินของแม่ทัพจางคือใคร

    ขำที่เจ้าบ่าวโดนโยนออกจากห้องหอนี่แหล่ะ 5555555
    #6667
    0
  14. #6204 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 19:42
    สนุกมากจ้า
    #6204
    0
  15. #6198 Par_dao (@Par_dao) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 12:57
    แต่งงานกันแล้ว เย่ๆ
    แอบขัดใจตรงจินแต่งเข้ามาในฐานะผู้หญิงนี่ล่ะ ที่แรกนึกว่าจะใส่ชุดแดงแมนๆเข้ามากราบไหว้ฟ้าดินด้วยกัน แต่เอาเถอะ ถ้าทำอย่างนั้นจริงกลัวคนอื่นจะรับไม่ได้อีก แต่งเป็นฮูหยินมาแล้วสามารถวางท่าใหญ่กว่าแม่ทัพได้นับว่าพอใจแล้ว
    #6198
    0
  16. #6062 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 / 11:13
    555+สนุกมากมาย     ชอบลี่ชิวหงมากๆ    ทำหน้าที่แม่ได้ดีมากๆ     ลี่ชิวหงไม่ต้องห่วง     จินใหญ่ที่สุดในจวนอยู่แล้ว



    เป็นห่วงจินและหมาป่าเรื่องจอมฟ้าและตระกูลเซกัลที่หนีได้มากๆ    
    #6062
    0
  17. #5721 Pop nomsod (@pop-_-) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 15:50
    เป็นการเข้าหอที่วุ่นวายมากอ่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆ
    #5721
    0
  18. #5720 19301930 (@19301930) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 00:01
    ไร รายงานตัวด้วยค่ะ
    มาต่อเถอะ ขอร้อง นะ
    #5720
    0
  19. #5715 ญ่าหรัญ (@YaRun) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 09:38
    สุดยอดมากเลยค่าาา   สนุกมากๆค่ะ
     อืมมนะ จินก็ยังเป็นจิน แม้จะแต่งงานแล้วก็ตาม 5555
    #5715
    0
  20. #5713 Butterfly DN. (@babyll) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 09:53
    ขำของขวัญที่ท่านพี่จางหลี่ส่งมาอ่ะ 55555555 คาดว่าจินคงไม่ได้ไปท่องเที่ยวชิมอาหารอย่างที่คิดแน่ เหมือนจะมีพายุมาอีกเลยอ่ะ
    #5713
    0
  21. #5702 มู มิน (@prince-night1) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 00:02
    สนับสนุนให้จินท้องได้ '?'
    #5702
    0
  22. #5701 dada (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 23:07
    ถามจริงนี่ไม่ได้เป็นนักเขียนนิยายมืออาชีพใช่มั๊ย? อ่านไปนึกว่ากำลังดูซีรี่ย์เรื่องนึงอยู่ซะอีก เขียนดีมากกกกกก ความคิดสร้างสรรค์เป็นเลิศ นับถืออ่ะ เป็นนิยายที่อ่านแล้วมันถลำลึก เอาอะไรมาฉุดก็หยุดไม่อยู่ มีความต้องการอยากอ่านต่อเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด (ไม่ได้เว่อร์นะรู้สึกงี้จริงๆ555) เป็นกำลังใจให้นักเขียนสำหรับผลงานดีๆค่ะ จะติดตามต่อไปเรื่อยๆนะคะ ^^

    #5701
    0
  23. #5698 DsnoopyD (@linmin) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 22:01
    ยังคงรอตอนต่อไปค่ะ-.-
    #5698
    0
  24. #5658 Prizde (@bemoremeaning) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 22:31
    พี่ใหญ่จางหลี่สีเทา ส่วนคุณชายจางของเราสีพาสเทลค่ะ นางจะซอฟต์ลงทุกครั้งเมื่อเห็นจิ้งจอกแสนรักในระยะสายตา555555555
    #5658
    0
  25. #5657 Zaru_San (@gifuto546fc) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 22:21
    [[เสี่ยวผานถูกปลดออกจากสกิล 'ผู้ปกครองระยะสุดท้าย' ผลคือบุคลิก 'พี่ใหญ่' ที่เคยใช้กับจินเมื่อตอนเด็ก จึงได้ถูกปลดตาม]]
    //ถ้าเกิดเป็นโลกในเกม เสี่ยวผานต้องเป็นแบบนี้แน่ๆ (ฮา)
    #5657
    0