✦ อนธการจิ้งจอก ✦ BL, YAOI [END]

  • 99% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 506,984 Views

  • 8,277 Comments

  • 13,427 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    5,609

    Overall
    506,984

ตอนที่ 52 : สามชนเผ่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13174
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 278 ครั้ง
    13 มิ.ย. 59







บทที่ 48

สามชนเผ่า


 


                มุสิกตัวหนึ่งกำลังวิ่งอยู่ในป่าทึบ มันมิใช่สัตว์วิเศษ จัดเป็นสัตว์อสูรชั้นต่ำธรรมดา เท้าสี่เท้าวิ่งไปตามผืนป่ารกชันอย่างเร่งรีบ เนื่องจากมันพูดไม่ได้ ดังนั้นจึงมิอาจหอบหายใจ เพียงแค่วิ่งไปเรื่อยๆไม่หยุดเท่านั้น มุสิกมิได้กำลังหาอาหารหรือล่าเหยื่อแต่มันกำลังวิ่งหนี

                วิ่งหนีเท้าคู่ยักษ์หลายคู่ที่ไล่เหยียบมันทางด้านหลัง

                คนกลุ่มหนึ่งวิ่งลัดเลาะไปตามป่าอย่างไม่คิดชีวิต พวกมันคลุมหน้า ทั้งกายแต่งตัวมิดชิดสีดำมืดทะมึนเข้ากับผืนป่า พวกมันมิใช่มือสังหารก็ต้องเป็นสายลับ น่าเศร้าที่พวกมันมิได้กำลังไล่ฆ่ามุสิกหรือฆ่าตัวอันใด แต่กำลังวิ่งหนีโดยเดิมพันด้วยชีวิต

                อ๊ากกกกก!!!”

                คนผู้หนึ่งร้องลั่น มีดสั้นปาปักเข้าที่หลังของมันจนมิดด้าม คาดว่าคงทะลุไปถึงอวัยวะภายใน หรือไม่ผู้ซัดมีดเล่มนี้ต้องมีวรยุทธ์สูงส่งพอที่จะแผ่พุ่งกำลังภายในทำร้ายคนได้ กลุ่มคนทั้งหมดหยุดชะงักชั่วครู่ มือไม้สั่นราวกับต้องการสู้ปกป้องสหาย ทว่าแววตากลับมีความลังเล ก่อนเบือนหน้าหนีออกมาจากนั้นก็วิ่งต่อ

                อ๊ากก!!”

สี่คน

                “อ็อกก!!”

                สามคน

                พวกมันวิ่งหนีผลัดกับการโดนฆ่าตายทีละคน ราวกับผู้ล่ากำลังสนุกสนานกับการกระทำ จนพวกมันเหลือกันเพียงแค่สองคน มือช่วยกันประคับประคอง พวกมันล้วนแต่กำลังภายในแห้งเหือดวิ่งได้ไม่ถึงอีกครึ่งชั่วยาม เดิมทีครานี้มีภารกิจลอบเข้าไปสืบค้นข้อมูลฝ่ายศัตรู คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะรู้ตัวอยู่แต่แรก หลอกล่อให้พวกมันเข้าไปจึงตลบหลังอย่างร้ายกาจ

                พวกเราไม่รอดแน่แฮ่กเจ้ารีบไปข้าจะตรึงมันไว้หนึ่งในพวกมันเอ่ยกระซิบ มือผลักสหายดันไปด้านหน้าโดยมิรอคำตอบ

                วันนี้บิดาจะขอสู้ตายกับเจ้า!!!” มันคำราม วาดดาบโค้งเป็นวงทุ่มเทพลังกายทั้งหมด ทว่ายังมิทันไรมันก็กระอั่กโลหิตออกมา เนื่องเพรามีดบินอันร้ายกาจปักบนร่างของมัน สหายอีกคนหนึ่งเห็นดังนั้นจึงหยุดรีรออย่างลำบากใจ

                ไป!! เจ้าไปซะ!! ไปแจ้งท่านแม่ทัพใหญ่ อ๊ากก!!”

                เสียงร้องโหยหวนดังลั่นป่าจนมุสิกหนีหาย คนชุดดำที่เหลือเพียงผู้เดียวกันฟันแน่นด้วยความคับแค้นใจ มันรีบวิ่งด้วยสองเท้าของมันสุดชีวิต เหล่าสหายต่างทิ้งชีวิตไว้ที่นี่เพื่อข่าวสาร

                “อั๊กกก!!”

                มันคิดอย่างฮึกเหิม ทว่าเรื่องราวกลับไม่เป็นดั่งใจ มีดบินสองเล่มเสียบเข้าที่ขาของมันจนล้มกลิ้งไปกับพื้น คนผู้หนึ่งก้าวเท้าออกมาจากเงามืด ดวงตาวาววับ หากจินอยู่ที่นี่จะสามารถกล่าวได้ทันทีว่าคนผู้นี้เป็นใคร เนื่องเพราะชุดที่มันสวมใส่เป็นชุดแบบเดียวกับผู้อาวุโสพรรคตัดสุริยัน

                น่าเสียดาย…”

                ผู้ไล่ล่าแสร้งถอนหายใจ มันซัดมีดอีกคราสายลับในชุดดำก็สิ้นชีวิตดวงตาเบิกโพลง หากกู่ร้องเรื่องในใจได้เกรงว่าคงดังจนสวรรค์สั่นสะเทือน มันเบิกตาค้างอย่างนั้น ตาขาวเต็มไปด้วยเส้นเลือดและความอัดอั้น

            ท่านแม่ทัพใหญ่จางหลี่ ท่านจะหลงเชื่อมิได้เด็ดขาด



 

            ในปีรัชกาลของจักรพรรดิตี้เหินลำดับที่สี่สิบ เพียงแค่ทรงขึ้นนั่งบัลลังก์เป็นจักรพรรดิ เรื่องราวต่างๆก็เต็มไปด้วยความปิติยินดี แม่ทัพใหญ่ผู้หนึ่งตบแต่งภรรยาหลวง แม่ทัพใหญ่ชายแดนก็ส่งรายงานมาว่าสงครามราบรื่นเป็นอย่างยิ่ง ทหารของทางแคว้นเก่งกล้ากว่ามาก เพียงอีกหนึ่งเดือนคงบุกเข้าทุกหญ้าขับไล่ได้สำเร็จ

                รายงานพวกนี้ก็คือจดหมายฉบับหนึ่ง

                มันมีที่มาจากไหน?

                อย่างแรกมาจากนกส่งสาร พวกมันจะบินมาที่กรมข่าวสารของวังหลวง จากนั้นจะนำความขึ้นทูลจักรพรรดิ อย่างที่สองคือส่งนายทหารขี่ม้าเร็วมาแจ้งข่าวส่งรายงาน ขึ้นถวายด้วยตนเอง

                ส่วนเรื่องราวจะเป็นเช่นในจดหมายหรือไม่เรื่องราวพวกนั้นมิอาจทราบได้

                …ดั่งเช่นจดหมายที่กำลังถูกเขียนอย่างเร่งรีบในค่ายทหารแห่งหนึ่ง

                บรรยากาศอึมครึมโศกเศร้าและรุนแรง ควันไฟโหมกระพือขึ้นราวกับฝ่ามือเทพสวรรค์

                เสียงเอะอะดังลั่นไปทั่วเมืองเล็กๆ มีเสียงนายทหารตะโกนให้ยิงธนูสลับกับทิ้งหินอย่างเคร่งเครียด ด้านในห้องหับของป้อมหน้าเมือง ชายหนุ่มในชุดเกราะแม่ทัพเต็มยศกำลังขีดเขียนจดหมายด้วยลายมือตนเองอย่างเร่งรีบ ตวัดปลายพู่กันดั่งวาดกระบี่คมกริบและหนักแน่นดั่งขุนเขาของแผ่นดินบุรุษผู้นี้คือท่านแม่ทัพใหญ่จางหลี่

                เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญจึงจำเป็นต้องเขียนด้วยตนเอง จางหลี่เขียนจดหมายเสร็จก็ส่งให้นายทหารข้างกาย หลังจากนายทหารคนแรกออกไปก็เรียกคนที่สองเข้ามาพร้อมจดหมายเช่นเดียวกัน คล้อยหลังคนที่สองออกไปคนที่สามก็เข้ามา จางหลี่ยื่นจดหมายข้อความเช่นเดิมให้ พร้อมสั่งให้ไปส่งที่เดียวกัน

                เพราะแม่ทัพจางหลี่ก็เป็นเช่นนี้ หากส่งจดหมายด้วยตนเองเขาจะใช้คนส่งสามคน เพื่อให้แน่ใจว่าพวกมันจะไปถึงผู้รับ แม้ว่าจะเป็นเพียงการใช้ไปส่งจดหมายทางนกส่งสารก็ตาม หลายสัปดาห์มานี้จดหมายพวกนี้ถูกส่งไปหลายครา แต่ไร้ซึ่งการตอบกลับจากเมืองหลวง

                จางหลี่วางพู่กันลง เสียงเรียกดังขึ้นจากหน้าห้อง

ท่านแม่ทัพจางหลี่

เป็นฮาจีมินห์ในชุดเกราะเต็มยศเดินเข้ามา ใบหน้ามิสู้ดีเท่าไหร่นักคล้ายเหน็ดเหนื่อยและอิดโรยมาหลายวันติดต่อกัน แววตาค่อนข้างเศร้าหมอง มีเรื่องรบกวนจิตใจแต่มิสามารถกล่าวออกมาได้

ท่านกุนซือให้ข้ามาตามท่าน

จางหลี่ได้ยินดังนั้นจึงสวมหมวกเกราะพลางกล่าวตักเตือน เขาใช้เจ้า คราหลังเจ้าก็ให้ทหารมาแทน

ฮาจีมินห์มีใบหน้าเจื่อน เอ่ยอย่างจนใจ ท่านกุนซือกล่าวว่า...ใช้ทหารท่านจะหาว่าเขาไม่มีขามาเอง ใช้ข้าท่านจะกล่าวตำหนิเพียงแค่เหตุใดจึงไม่ใช้ทหารชั้นผู้น้อยมา

ท่านแม่ทัพใหญ่ได้ยินดังนั้นจึงไม่ตอบอันใดอีก เพียงแต่สาวเท้าเร็วขึ้นไปหาตัวการบนกำแพงเมือง ดวงตาคมกริบกวาดมองสมรภูมิตรงหน้า เสียงมอดไหม้ของเชื้อเพลิงและเนื้อมนุษย์ ศาสตราวุธเข้าห้ำหั่นกัน ธนูมากมายแหวกว่ายข้ามหัวขึ้นไปบนท้องฟ้า ผ่านกำแพงไปอีกด้านหนึ่ง เหล่าทหารบนกำแพงพอเห็นผู้บังคับบัญชาก็จิตใจฮึกเหิม ควงหอกดาบทิ่มแทงใส่ศัตรูที่พาดบันไดหมายจะปีนขึ้นมา

ด้านหลังประตูเมืองมีทหารม้ากลุ่มใหญ่รอคอยอย่างสงบนิ่ง พวกมันเป็นฝ่ายตั้งรับ แต่หากประตูเมืองถูกตีแตกขึ้นมาก็จำต้องเป็นฝ่ายรุกเพื่อป้องกันเช่นกัน ทว่าทหารของแคว้นประจำชายแดนเดิมทีมีกำลังพลเกือบหนึ่งหมื่นนาย กองกำลังทหารประจำชายแดนตั้งค่ายกระโจมอยู่บริเวณเขตแบ่งแคว้น

เพียงไม่กี่วันที่แม่ทัพใหญ่จางหลี่เดินทางเข้าเมืองหลวงไป ศัตรูก็ทุ่มเทกำลังบุกมา

คิดถึงเรื่องราวที่เสียท่าไปแล้วดวงตาคมกริบมีประกายอำมหิต เป็นกลิ่นอายของสงครามที่เต็มไปด้วยคาวของโลหิต จางหลี่กลับมาถึงค่ายด้วยอินทรีทอง บินวนมาถึงบริเวณกลับถูกต้อนรับด้วยลูกธนูแทน กลายเป็นว่าค่ายถูกโจมตียามวิกาล ศัตรูมีกำลังกล้าแข็งทั้งทหารและสัตว์วิเศษ เนื่องจากไม่ทันได้ตั้งตัวโดนไล่เข่นฆ่าอยู่ฝ่ายเดียว กุนซือของกองทัพจึงสั่งถอยมาตั้งรับที่เมืองใกล้ๆ

ถือเป็นเมืองหน้าด่านชนแห่งแรกกับชาวทุ่งหญ้า

จางเหลียนบุตรชายลำดับสองของตระกูลจางที่เปลี่ยนตัวมาก็ตกตายไปแล้วในช่วงเวลาวุ่นวายมิอาจแยกแยะผู้ใด ไฟเผากระโจมลุกลามขึ้นสูง ธนูดอกหนึ่งได้ปลิดชีวิตมัน ปิดบทของตระกูลจางผู้มิเคยพ่ายแพ้ในสนามรบ

เพียงแค่นี้จางหลี่ก็ทราบว่าตนเองกำลังถูกหลอก ที่แท้พรรคตัดสุริยันเป็นพรรคของชาวทุ่งหญ้าปะปนเข้าแคว้นไตรนภา ทำการช่วยเหลือรัชทายาทก่อกบฏยุยงก็เพื่อให้แคว้นแตกแยกภายใน ฉวยโอกาสตอนก่อกบฏเพื่อทำการใหญ่ แท้จริงแล้วหากรัชทายาทได้บัลลังก์ย่อมเป็นหุ่นเชิดของพวกมันหากมิได้พวกมันก็ได้พื้นที่ชายแดน

กวาดล้างทหารของแคว้นไตรนภาในศึกเขตแบ่งตกตายไปร่วมสี่พันคน

จางหลี่ส่งจดหมายไปขอกำลังเสริมหลายฉบับ คราแรกล้วนให้คนส่งไปวังหลวงหมดสิ้น พอไร้ซึ่งคนตอบกลับเขาก็ส่งไปยังจวนของน้องชายตนเองทุกคน แต่ก็ไร้ซึ่งการตอบกลับเช่นกัน ทุกเช้าในแต่ละวันจางหลี่จะถามกุนซือข้างกายว่ามีจดหมายมาบ้างหรือไม่ อีกฝ่ายก็จะส่ายหัวทำสีหน้าเบื่อหน่ายเช่นเคย

น่าเสียดายที่จดหมายสามารถส่งทางนกส่งสารได้อย่างเดียว นั่นเพราะว่าตอนนี้เมืองกำลังถูกล้อม ชาวทุ่งหญ้าบุกทุกวันทั้งกลางวันและกลางคืน คล้ายต้องการให้ทหารของแคว้นเหน็ดเหนื่อยขาดเสบียงจนทนไม่ไหวกันเอง 

ใช่แล้วกองทัพอันเกรียงไกรกำลังจนมุม จนต้องเป็นฝ่ายตั้งรับ

ส่งไปอีกแล้วหรือ?

บุรุษผู้หนึ่งเดินตรงมาหาท่านแม่ทัพใหญ่ทั้งสอง ใบหน้ามีแววเจ้าเล่ห์โบกพัดด้วยท่าทางอารมณ์ดี คล้ายดวงตามืดบอดมิเห็นว่าด้านหน้ากำลังรบสงครามกันอยู่คนผู้นี้มีนามที่ตั้งขึ้นเองว่า ซู บ้างก็เรียกว่าท่านซู บ้างก็เรียกว่าท่านกุนซือซู พฤติกรรมล้วนแปลกประหลาด เนื่องจากยอดคนมักทำตัวแปลกประหลาด ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดคิดสงสัยว่าชื่อแซ่อะไร มาจากเมืองใดกันแน่ให้มากมายนัก

เพราะคนนี้ๆคือกุนซือเพียงหนึ่งเดียวแห่งค่ายทหาร กุนซือเพียงหนึ่งเดียวและตลอดมาของท่านแม่ทัพใหญ่จางหลี่

ครานี้ส่งเองกับมือท่านแม่ทัพใหญ่ พวกเขาคงมิกล้าเพิกเฉยแล้ว

ท่านซูแสร้งถอนหายใจ ดวงตามองการรบตรงหน้าอย่างเงียบงัน พลางกล่าวขึ้น คนทุ่งหญ้าพวกนี้มิได้เป็นนักรบป่าเถื่อนอีกต่อไปแล้ว พวกเขาเก่งกาจมีระเบียบ มีแบบแผนน่าชื่นชมจริงๆ

จางหลี่พยักหน้ารับอย่างมิคิดอับอาย ผู้ใดเก่งแม้จะเป็นศัตรูเขาก็ชมว่าเก่งกาจ

เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ไม่สู้ดีฮาจีมินห์จึงหันไปสักถามกุนซือหนุ่มสองสามคำ จากนั้นก็ตะโกนถ่ายทอดคำสั่ง ราดน้ำมัน!!”

ราดน้ำมัน!!”

ราดน้ำมัน!!”

เหล่าทหารตะโกนต่อกันเป็นทอดๆ ไหใส่น้ำมันถูกโยนลงไปด้านล่างเพื่อให้ท่วมตัวทหารฝ่ายศัตรู แม้อยากจะวิ่งหนีแต่พวกมันกำลังปีนบันไดอยู่กลางอากาศ ไหบางอันถูกยิงออกไปไกลตกใส่ทหารม้าที่รอเชิงอยู่รอบๆ

ในขณะเดียวกันเสียงร้องแหลมสูงก็ดังขึ้น ลมพายุถูกพัดวนอย่างรุนแรง อินทรีทองระดับเก้าแหวกลงมาจากฟากฟ้า พุ่งตรงเข้าหาทหารฝ่ายศัตรูดุจประกายแสงปราดเปรียว รอจนมันพ้นระยะฮาจีมินห์ก็ค่อยๆยกมือขึ้น

ยิงธนูเพลิง!!”

ยิงธนูเพลิง!!”

เสียงตะโกนของกองทัพดังควบคู่ไปกับเพลิงมอดไหม้ ลูกธนูติดไฟแหวกลมพุ่งข้ามกำแพงไปยังฝ่ายศัตรู ทันทีที่มันสัมผัสน้ำมันก็ลุกติดพรึบ เผาไหม้ทหารทุ่งหญ้าแห้งเกรียมคาบันได ไม้บางส่วนหักโค่นทำให้บันไดเอนล้มงายหลัง ทหารมากมายตกตายไปตามๆกัน

สถานการณ์คล้ายจะดีขึ้น จนกระทั่งทหารชุดหนึ่งถูกหนุนเข้ามาเปลี่ยน

กุนซือซูเอ่ยเสียงเรียบ ดวงตาเป็นประกาย พวกมันมาแล้ว

ดวงตาดุดันของแม่ทัพใหญ่น่ากลัวมากยิ่งขึ้น จับจ้องไปยังทหารเดนตายกลุ่มพิเศษของชาวทุ่งหญ้า ข้างกายทหารเหล่านั้นยืนไว้ด้วยจิ้งจอกสีน้ำตาลทั้งฝูง เสียงร้องแหลมของพวกมันดังระงม ทันใดนั้นภาพมนตร์ลวงตาก็แผลงฤทธิ์ พวกมันมีอำนาจไม่มากดังนั้นจึงใช้ได้กับทหารไม่กี่คน ทว่าเมื่อมีหลายตัวจับคู่กับทหารเดนตายย่อมมีพลังมากพอที่จะทำลายกองทหารเข้มแข็ง

การใช้จิ้งจอกในทางทหารมิใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่ไม่เคยมีกองทัพไหนใช้จิ้งจอกมากมายเยี่ยงนี้มาก่อน

ราวกับว่าจิ้งจอกทุกตัวบนแคว้นได้มารวมกันอยู่ที่แห่งนี้

อินทรีทองบินโฉบลงบนกลุ่มทหารศัตรู หลบลูกธนูและขย้ำจิ้งจอกตายภายในคราเดียว มันกำลังบินวนรอศัตรูคู่แค้น อินทรีทองถูกฝากรอยแผลเอาไว้ตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ก่อนสัตว์วิเศษที่สามารถกัดมันจนมิดเขี้ยว

กรรรรรรรรรรรรรร!!!! –

เสียงคำรามสะเทือนลั่นผืนแผ่นดิน กำแพงเมืองสั่นจนเกิดฝุ่นคละคลุ้ง เหล่าจิ้งจอกส่งเสียงร้องระงมต้อนรับการมาของสัตว์วิเศษระดับสูง กลางสนามรบภายนอกกำแพงปรากฏร่างกายใหญ่ ขนสีเงินสะท้อนเป็นเงาท่ามกลางแสงอาทิตย์ หางทั้งเก้าโบกสะบัดดูองอาจสง่างาม

มันคือจิ้งจอกสีเงิน

จิ้งจอกหัวหน้าฝูงกระโจนขึ้นฟ้าปากขย้ำตัวอินทรีทองลงมา อินทรีทองร้องเสียงดังลั่นเลือดพุ่งกระจายไปทั้งสี่ทิศ ยามอุ้งเท้าทั้งสี่แตะพื้นเกิดเป็นเสียงสะเทือนทั่วสมรภูมิ ฝุ่นผงกระจายจนเหล่าทหารต้องปิดตา จางหลี่บนกำแพงมีสีหน้าเคร่งเครียดทันที สายตามองดูนกอินทรีทองต่อสู้ดิ้นรนใช้ กรงเล็บและจงอยปากข่วนฝากรอยแผลเอาไว้

นกอินทรีทองและจิ้งจอกสีเงิน เป็นสัตว์วิเศษคนละระดับ ต่อให้จางหลี่เรียกสิงโตดำมาสุดท้ายมิพ้นต้องพ่ายแพ้อยู่ดี จิ้งจอกสีเงินเป็นอีกหนึ่งกำแพงสูงใหญ่ของชาวทุ่งหญ้า มันทรงพลัง แข็งแกร็งและว่องไว

แม่ทัพใหญ่จางหลี่เขียนจดหมายหาจางฮุ่ยเฟิงหลายฉบับ ทว่ากลับมิมีผู้ใดตอบรับ

เขาอยู่นั่นกุนซือหนุ่มเอ่ยขึ้น พลางรวบพัดชี้ไปทางทิศตรงข้าม

คนทั้งหมดมองตามพัดไปที่กระโจมอันห่างไกล ด้านหลังจิ้งจอกสีเงินมีทหารม้าหุ้มเกราะกลุ่มใหญ่อยู่ ธงสีแดงชาติพัดโบกเด่นสง่า บุรุษผู้หนึ่งถูกล้อมอยู่ตรงกลางองครักษ์ซ้ายขวาโดยรอบต่างมีสีหน้าดุดันผ่านการฝึกฝนมาอย่างดียิ่ง กลิ่นอายและบรรยากาศกดดันผิดแผกจากทหารทั่วไป บุรุษตรงกลางแต่งกายทั้งตัวด้วยสีดำสนิท

จางหลี่มองตรงไปด้วยใบหน้าเย็นชา ดวงตาคมกริบทวีความดุดันเมื่อนึกถึงกองทัพที่ตายไปโดยเปล่าประโยชน์

ชั่วพริบตาคนทั้งคู่ดวงตาประสานกัน คล้ายมีลมพายุพัดโหมกระหน่ำรุนแรง

คนทั้งคู่ต่างมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าจะมิเคยสนทนากัน แต่เรื่องนี้เป็นดั่งภาษิตพยัคฆ์ร้ายสองตัวมิอาจอยู่ถ้ำเดียวกันได้ ใบหน้าเย็นชาและท่วงท่าที่บ่งบอกลักษณะของแม่ทัพองอาจ

นั่นน่ะหรือแพแทยอน

นั่นล่ะคือแพแทยอนท่านซูกล่าวตอบคล้ายรับรู้คำถามในใจ

แพแทยอนผู้นี้มิใช่ชื่อแปลกใหม่สำหรับแคว้นไตรนภา แต่เดิมชาวทุ่งหญ้าได้แตกเป็นชนเผ่านับสิบชนเผ่า มีลักษณะแตกต่างกันไป ชาวทุ่งหญ้าเชี่ยวชาญการขี่ม้า ล่าสัตว์ พวกเขาเป็นคนโฮกฮากไร้เล่ห์เหลี่ยม ทว่าทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปเมื่อแพแทยอนผู้นี้ก้าวเข้ามา

อายุเพียงสิบหกปี แพแทยอนชื่อนี้ก็กลายเป็นผู้นำชนเผ่า

อายุเพียงสิบเก้าปี ใช้เวลาทั้งสิ้นสามปี แพแทยอนกรีฑาทัพรวมรวบเผ่าทุ่งหญ้าให้เป็นปึกแผ่น เขากลายเป็นผู้นำสูงสุดแห่งแคว้นทุ่งหญ้า จากนั้นเคลื่อนนักรบมาประชิดเขตแดนแคว้นไตรนภา สถานการณ์การตึงเครียดเป็นเวลาหลายปีจนกระทั่งถึงยามปัจจุบัน

สำหรับแคว้นไตรนภาจางหลี่คือแม่ทัพอันดับหนึ่งในใจไพร่ฟ้าประชาชน สำหรับชาวทุ่งหญ้าแพแทยอนเป็นนักรบอันดับหนึ่ง ผู้สร้างปาฏิหาริย์ให้เป็นจริงแก่ไพร่ฟ้าประชาชน

แพแทยอนบนหลังม้าขยับกายเคลื่อนไหว กล่าวถามบุรุษวัยกลางคนด้านข้าง คนผู้นั้นคือแม่ทัพใหญ่จางหลี่ของแคว้นไตรนภาไม่ผิดแน่?

ท่านกล่าวได้ถูกต้องแล้ว

ผู้ที่กล่าวตอบคำถามนี้หากคนในแคว้นไตรนภาพบเห็นใบหน้ามัน ย่อมตอบได้ทันทีว่ามันผู้นี้คือ เซกัลทันบี ผู้นำตระกูลเซกัลคนปัจจุบัน ถัดจากด้านหลังของมันไปนั้นคือเซกัลเชบีและเซกัลยอนกี สองพี่น้องตระกูลเซกัล

สำหรับเซกัลเชบีแล้วราศีคุณชายหายไปโดนสิ้นเชิง ใบหน้าหมองคล้ำคล้ายมีเรื่องทุกข์ใจอย่างยิ่ง อัจฉริยะตระกูลเซกัลเพิ่งจะถูกตบหน้าจนกระจ่างมาไม่นานนัก เซกัลเชบีเดิมที่ภูมิใจในความอัจฉริยะของตนเองเป็นอย่างมาก ตอนพบเจอจิ้งจอกอนธการคราแรก บิดาของตนกลับทุ่มเทกองกำลังลับมาคาดคิดว่าเพียงเพราะต้องการให้ตนเองก้าวหน้า เรื่องแปลกประหลาดยิ่งคือต่อให้กาลเวลาผ่านมานานเป้าหมายของตระกูลยังคงเป็นจิ้งจอกอนธการเช่นเดิม

ตระกูลเซกัลเข้าร่วมกับรัชทายาทสร้างความสับสนให้เซกัลเชบี ด้วยมันสมองของตระกูลเซกัลเป็นอย่างที่จางหลี่เคยกล่าว เพียงอยู่เป็นกลางก็สามารถคงอยู่เพราะรากฐานได้ต่อไป ทว่าเรื่องราวที่ผู้นำตระกูลตัดสินใจไปแล้วสุดที่จะเอื้อมมือไปเปลี่ยนแปลง จนกระทั่งตระกูลเซกัลชูธงกบฏเซกัลเชบีใช้เวลาทั้งคืนในการถามหาเหตุผลกับบิดาของตนเอง จนกระทั่งตาสว่าง

ตระกูลเซกัลเป็นตระกูลของทุ่งหญ้าพวกมันมิเคยเป็นคนของแคว้นไตรนภา

เซกัลเชบีนิ่งงันไปชั่วขณะ ราวกับตนเองตกไปในหลุมลึก มันใช้ความสามารถทุกอย่าง ทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อกลายเป็นอัจฉริยะมิให้ตระกูลเซกัลน้อยหน้า เหน็ดเหนื่อยเพื่อแคว้นอีกทั้งวาดหวังว่าจะกลายเป็นขุนนางเสาหลักของแคว้นไตรนภาผู้ใดจะคาดคิดว่า ล้วนเป็นเรื่องเหลวไหลทั้งสิ้น

บิดาและปู่อาวุโสตบใบหน้าของมัน

เจ้าจะละทิ้งตระกูลเซกัลเพื่อแคว้นไตรนภาหรอกหรือ!”

เซกัลเชบีทำตามคำสั่ง แต่ในใจกลับอัดอั้นยิ่งนัก ดังนั้นใบหน้าจึงหมองคล้ำมีความไม่สบายใจหนักอึ้ง ตระกูลเซกัลมาตั้งรากฐานที่แคว้นไตรนภาเนิ่นนานเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง นั่นคือค้นหาสัตว์วิเศษบรรพกาลทั้งสี่และไขความลับที่ถูกซุกซ่อนไว้ลึกที่สุดของแคว้นไตรนภา

เรื่องราวของหมู่บ้านสามชนเผ่า

เซกัลเชบีไม่ทราบเรื่องราว แต่แพแทยอนทราบ บิดาและปู่ของมันทราบ

ที่สร้างความตกใจแก่อัจฉริยะตระกูลเซกัลมากที่สุดก็คือพรรคตัดสุริยันแม้แต่พวกมันก็ทราบ

 


หลังจากแต่งงาน จางฮุ่ยเฟิงก็พบว่ารอยยิ้มจากใจจริงก็มิได้ยิ้มยากมากนัก โดยเฉพาะยามเช้าที่ได้ประทับจุมผิดลงบนร่างกายน่าหลงใหล โอบกอดความอบอุ่น ทำงานไปมองดูคนรักตนเองเดินไปมาอยู่ในจวน วุ่นวายกับเรื่องที่ตนเองไม่เคยกระทำ แหย่เจ้าจิ้งจอกนับเป็นความสุขอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ถึงกระนั้นจางฮุ่ยเฟิงที่เคยดูแลเมืองจิงหย่วนมาสองปี ก็ยังมีความคิดต้องการกลับจิงหย่วน

นั่นเป็นเมืองที่ชายหนุ่มพบกับจิน 

เรื่องราวที่อยากทำก็กระทำไปหมดแล้ว คุณชายจางจึงเข้าวังไป หลังจากนั้นจักรพรรดิตี้เหินจึงมีราชโองการให้แม่ทัพใหญ่จางฮุ่ยเฟิงปกป้องชายแดนประจำหัวเมืองจิงหย่วน คนในจวนที่มาจากจิงหย่วนล้วนดีใจกันอย่างยิ่ง

น่าเสียดายที่ตอนบ่ายแก่ๆวันนั้น ผู้มาเยือนก็ทำให้เหตุการณ์ทั้งหมดเปลี่ยนไป

นายน้อย ท่านเฟิ่งหลินกับคุณชายเฟิ่งเจี๋ยมาขอพบพ่อบ้านประจำจวนตรงเข้ามารายงาน จางฮุ่ยเฟิงละมือจากการป้อนขนมจิ้งจอก ใบหน้าไม่พอใจนักที่ถูกขัดจังหวะนัก

พาพวกเขาไปที่ห้องรับแขก

คุณชายจางอุ้มจิ้งจอกสีดำขึ้น เรียกให้มู่ฟงตามตนไปด้วย ในขณะเดียวกันก็ใช้คนไปบอกเซี่ยจวิ่นให้ปิดทางเข้าออกเอาไว้ก่อน ตระกูลเฟิ่งอาจมาเยี่ยมจินแต่ไม่มีทางที่พวกเขาจะมาเยี่ยมแม่ทัพใหญ่โดยไร้เหตุผล

                จางฮุ่ยเฟิงนั่งลงพร้อมวางเจ้าจิ้งจอกไว้บนตัก มู่ฟงยืนอยู่ใกล้ๆ เพียงไม่นานพ่อบ้านก็นำเฟิ่งหลินและเฟิ่งเจี๋ยเข้ามา สองพี่น้องตระกูลเฟิ่งยกมือคำนับพลางกล่าว

                แม่ทัพใหญ่จาง มิได้มายินดีกับงานแต่งงานของท่าน แต่ก็คงมิได้ช้านักสำหรับของขวัญกระมั้ง?

                จางฮุ่ยเฟิงยกยิ้มบางๆ มิได้ช้าไปแน่นอน

                เฟิ่งเจี๋ยได้ยินดังนั้นจึงยกยิ้มขึ้นบ้าง พวกเรามีเรื่องอย่างคิดบอกกล่าวท่านสักสองสามคำ เดิมทีต้องการบอกกล่าวแค่เรื่องจิ้งจอกอนธการ ทว่าครานี้กลับไปไกลกว่าที่คิดแล้ว

                จินขยับหูอย่างสนใจ ใช้สองขาหน้าปีนขึ้นมานอนดูบนโต๊ะแทน

                เชิญนั่ง

                เฟิ่งหลินกับเฟิ่งเจี๋ยนั่งลง โฉมสะคราญเป็นผู้เอ่ยปากก่อน จิ้งจอกอนธการสมควรมีเก้าหางให้เร็วที่สุด

                จางฮุ่ยเฟิงได้ยินพลันขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่มิได้เอ่ยขัดอะไร เพียงแค่ลูบจิ้งจอกขี้เกียจตัวเป็นขนที่นอนบนโต๊ะเบาๆ จินสบตากับเฟิ่งเจี๋ย อีกฝ่ายมองมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มดูมีเลศนัย

                ขอถามท่าน จิ้งจอกอนธการมิได้กินผลึกธาตุหรือสมุนไพรล้ำค่าบ้างเลยหรือ?

                มู่ฟงได้ยินอดเหลือบมองมิได้ จิ้งจอกอนธการตัวนี้น่ะหรือ? เกรงว่าผลึกธาตุคงหน้าตาไม่น่ารับประทานมากเกินไป สมุนไพรก็รสชาติแย่จนไม่ถูกลิ้น ผู้ใดให้นายน้อยซื้อแต่ขนมมาเลี้ยงมันเล่า?

                ไม่ต้องรอให้ผู้ใดเอ่ยปาก ใบหน้าของผู้คนทั้งห้องสามารถตอบแทนได้ทั้งหมด

                เฟิ่งหลินถอนหายใจ ท่านอาข้าเคยเสนอให้มอบหยกเข้าห้องสมุดแก่เสี่ยวผาน หวังจะให้จิ้งจอกอนธการเติบโตอย่างถูกต้อง สุดท้ายแล้วเรื่องราวกลับกลายเป็นเช่นนี้

                เฟิ่งเจี๋ยคิดว่าคำพูดของพี่สาวต้องสร้างไม่พอใจ ดังนั้นจึงขัดขึ้นด้วยการขยับกายเคลื่อนไหว ชายหนุ่มล้วงเข้าไปในสาบเสื้อ นิ้วคีบจดหมายซองสีขาวด้วยสองนิ้วออกมา มุมปากมีรอยยิ้มประดับ เมื่อคืนมีจดหมายมาถึงท่านแม่ทัพใหญ่ ทว่าผู้ส่งสารกลับถูกฆ่าตายก่อนถึงจวน พวกเราบังเอิญอยู่บริเวณนั้นดังนั้นจึงนำจดหมายนี้มามอบให้เป็นของขวัญ

                จางฮุ่ยเฟิงมีรอยยิ้มเช่นกัน ดูภายนอกแล้วคล้ายคนทั้งคู่สวมหน้ากากเข้าหากันอย่างยิ่ง ภายในใจกลับไม่พอใจแล้วหลายส่วน มือรับของหยิบจดหมายสีขาวคลี่ออก ดวงตาสีเทากวาดไล่ไปตามเนื้อความ

            กองทัพถูกล้อมในเมืองตั้งรับ สถานการณ์ย่ำแย่ อีกฝ่ายมีสัตว์วิเศษระดับสูงมาก รีบมาด่วน

            ‘ลงชื่อจางหลี่

            คุณชายจางนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะใช้มู่ฟงให้ไปหยิบของขวัญจากจางหลี่และกุนซือมา

จางฮุ่ยเฟิงอ่านจบใบหน้าแม้เป็นปกติ แต่แววตาสั่นไหว ดวงตาสีเทามองใบหน้าของเฟิ่งเจี๋ย ผู้ที่เคยปะมือกับตนในงานวาโยล่องหงส์อย่างลึกล้ำ ท่านเป็นผู้ใดกันแน่?

                เฟิ่งเจี๋ยยังคงมีรอยยิ้มขบขัน ข้ามีนามว่าเฟิ่งเจี๋ย ประมุขพรรควิสุทธิ์คนปัจจุบัน ลูกหลานชนเผ่าวิหค ร่างสถิตของสัตว์วิเศษบรรพกาลวาโยล่องหงส์

                ดวงตาสัตว์ร้ายเบิกกว้าง เจ้าจิ้งจอกบนโต๊ะถูกทำให้แปลกใจยิ่ง คุณชายจางนิ่งไปครู่ใหญ่นิ้วเรียวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะอย่างใช้ความคิด ดวงตาสีเทามองสองพี่น้องตระกูลเฟิ่งอย่างจับผิดทุกการกระทำ

                นายน้อยมู่ฟงเดินเข้ามาขัดจังหวะ พร้อมยื่นของขวัญที่ส่งมาแสดงความยินดีจางหลี่และกุนซือให้ ก่อนจะถอยไปยืนอยู่ด้านข้างอย่างรู้หน้าที่

                จางฮุ่ยเฟิงพลิกเปิดตำราพิชัยสงครามที่จางหลี่ส่งมา ผ่านไปครู่เดียวคิ้วเข้มก็ขมวดเข้าหากัน ไม่ถูกต้อง แม้พยายามจะเลียนแบบพฤติกรรมของจางหลี่ ทว่าเวลาพี่ใหญ่ส่งหนังสือให้ข้านั้น จะขีดเขียนที่ต้องสมควรอ่านเรียบร้อย

                สิ้นคำคุณชายจาง ผู้คนในห้องก็มีสีหน้าไม่ดีนัก เฟิ่งหลินเม้มริมฝีปาก

                เช่นนั้นชายแดนยามนี้เป็นอย่างไรบ้าง?

                ผู้ใดเป็นคนดักจดหมายของจางหลี่?

                ข้าจะเข้าวัง ก่อนจะกลับมาคิดบัญชีกับพวกท่านจางฮุ่ยเฟิงผุดลุกขึ้นยืน ดวงตาสีเทามองสองพี่น้องตระกูลเฟิ่งแม้มิได้กดดันดั่งเช่นในสงครามแต่ก็สร้างความกดดันมิใช่น้อย

                พวกเราจะรอท่านที่เมืองจิงหย่วนเฟิ่งเจี๋ยกล่าวด้วยรอยยิ้ม มือยกคำนับกล่าวอำลา

                คุณชายจางชะงักฝีเท้าไปครู่หนึ่ง

                “ได้ หวังว่าที่เมืองจิงหย่วนจะมีคำตอบดีๆให้ข้า

                สองพี่น้องตระกูลเฟิ่งมองจิ้งจอกอนธการ ใบหน้ามีรอยยิ้มยินดี เฟิ่งเจี๋ยกล่าวอย่างนุ่มนวล จิงหย่วนกับนันหลิงไม่ไกลกันมาก โปรดหยุดรอเราสักหนึ่งวัน

                กล่าวจบคนทั้งคู่ก็คำนับเจ้าของจวน เดินตามมู่ฟงออกไป

คล้อยหลังคนทั้งคู่แม่ทัพใหญ่ลูบหัวเจ้าจิ้งจอกอีกหนึ่งที สั่งงานเกี่ยวกับกองกำลังดอกรัก  คุณชายจางเดินต่อไปยังค่ายทหารสั่งงานกับเซี่ยจวิ่น บ่าวไพร่ออกไปซื้อม้าพ่วงพีอย่างเร่งด่วน นายทหารต่างเตรียมตัวเข้าสู่สภาวะพร้อมรบ

สั่งงานเสร็จสิ้นจางฮุ่ยเฟิงก็ตรงไปยังคอกม้า ม้าใหญ่ประจำตัวแม่ทัพใหญ่วิ่งออกจากจวน มุ่งตรงไปวังหลวง

หลังม้าวิ่งออกไปไกลได้ครึ่งธูป จินและกองกำลังจิ้งจอกกระโจนออกมาจากจวน จัดการเก็บกวาดผู้คนที่ซุกซ่อนอยู่ทั่วเมือง คนพวกนี้เป็นมือสังหารอาชีพจึงเปลืองแรงไปมิใช่น้อย

 

                หลังจากนั้นเพียงแค่หนึ่งวัน จักรพรรดิตี้เหินทรงมีราชโองการ ราชโองการมีว่าให้แม่ทัพใหญ่จางฮุ่ยเฟิง เดินทางไปยังชายแดนพร้อมกำลังทหารเฟิง สมทบกับแม่ทัพใหญ่จางหลี่และฮาจีมินห์  


 


#TALK

          ช่วงนี้เรามาฝึกงานค่ะ เลยอัพช้าอยู่บ้างทัวร์ต่อเนื่องจาก กรุงเทพ-หัวหิน-กรุงเทพ-เชียงใหม่ มาค่ะTT

          หลายคนอาจจะเห็นปกเล่มต้นกันแล้ว เรื่องนี้ไม่ได้มีเล่มเดียวนะคะ(หนาเกิ๊นน) ยังคงคิดจะออกสองเล่มพร้อมบ็อกซ์อยู่ ยังไม่จบแต่ใกล้จะจบแล้วค่ะ ฮา

          เอ้า ไหนใครเรียกหาจิ้งจอกเงิน

          มาแล้วนะคะแต่อยู่คนล่ะฝ่ายแค่นั้นเองง แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ ^^


 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 278 ครั้ง

98 ความคิดเห็น

  1. #8254 angrymuse (@angrydada) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 15:02
    รักน้องจิ้งจอกเงินด้วยอะ ไม่ิยากให้สุ้กันเลย
    #8254
    0
  2. #8097 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 23:56

    อ้าว จิ้งจอกเงินนำหน้าไปเฉย

    #8097
    0
  3. #8034 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 12:43
    จิ้งจอกเงินเก้าหางแล้ว!! จิน จิ้งจอกเงินเด็กของเธอไง 55555 ไปกินผลึกธาตุแล้วมีเก้าหางซะดีๆ ช่วยพี่จางหลี่ด่วนเลยค่ะ
    #8034
    0
  4. #8019 SeowooPark (@the01yunosama) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 23:23

    น้องต้องสู้กันมั้ย อย่าสู้กันนะ
    #8019
    0
  5. #7750 Jolly CCP (@c1chonlana) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 12:04
    ตลกตรงไม่กินเพราะผลึกคงหยาบเกินไป สมุนไพรรสชาติก็คงถูกลิ้น 555555555 โดนเลี้ยงจนเสียจิ้งจอกแล้ว
    #7750
    0
  6. #7184 RhongTood (@marklmsg7) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 15:47
    จินน เพื่อนเก่าจินอ่าาา ไปหยุดเดี๋ยวนี้เลยยยยย
    รีบกินผลึกอะไรนั้นด้วยยยย
    #7184
    0
  7. #7090 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 12:36
    ในที่สุดก็มีคนไปช่วยจางหลี่แล้ววว
    ฮืออออ จินไปเคลียร์กับเพื่อนให้รู้เรื่องด้วย
    #7090
    0
  8. #6840 GottomonEye (@gottomon03) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 00:29
    มาแล้วแต่ดันอยู่ฝ่ายตรงข้ามแฮะ จิน ใช้ภาษาจิ้งจอกเคลียร์เร้ววว
    #6840
    0
  9. #6725 -Shawty- (@tumbmong) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 15:07
    จินต้องรีบมีให้ถึงเก้าหางแล้ววววว ละจะสู้กับสหายเก่าจริงๆน่ะหรอ เง้อ
    #6725
    0
  10. #6668 1234_DuncAn (@1234_DuncAn) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 19:24
    ทำไมจ้งจอกเงินถึงไปอยู่คนละฝั่ง

    แล้วพอมันเจอจิ้งจอกดำมันจะทำไงเพราะมันคงเก่งไม่น้อยมีเก้าหางแล้วด้วย แต่จินยังมีแค่ 7 หางเองงง
    #6668
    0
  11. #6425 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 18:02
    รีบไปช่วยด่วนเลย
    #6425
    0
  12. #5835 เคเองผู้กลืนกินจิ้งจอก (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2559 / 20:58
    จินรีบฟาร์มเร็ว55555

    กำลังนึกถึงจิ้งจอกเงินอยู่เลย555
    #5835
    0
  13. #5833 DADDY F. (@babyll) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 19:04
    คิดถึงจินมากกกกกก เฝ้าแต่รอ รอ รอ รอ รอออออออออออ ~
    #5833
    0
  14. #5830 kray khunkhun (@zelo-3-khunnai) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2559 / 20:29
    รอ~ฉันรอเธออยู่ แต่ไม่รู้เธออยู่หนใด 55555 เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ รีบมาต่อไวๆน้า
    #5830
    0
  15. #5825 unjiza (@unjiza) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 20:13
    จินรีบมีเก้าหางซักทีสิ นายน้อยนี่เลี้ยงไม่ดีเลย ส่งกลับไปให้เสี่ยวผานทาสหมายเลขหนึ่งด่วนๆเลย งึ่ย
    #5825
    0
  16. #5819 =3= N A E I C =3= (@shinhwa) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 01:09
    งือออ ตามอ่านมาเป็นอาทิตย์ในที่สุดก็ตามทันแล้วว ขอบคุณไรท์มากที่แต่งเรื่องสนุกๆ ดีๆ แบบนี้ให้ได้อ่าน ชอบการใช้ภาษาของไรท์มาก อ่านแล้วไหลลื่นสุดๆ ขอเป็นกำลังใจให้สร้างสรรค์ผลงานดีๆ แบบนี้ต่อไปนะคะ ^^ ปล. ตอนนี้รักน้องจิน หลงน้องจินมาก งื้อออ~~ ตั้ลล้าคคค
    #5819
    0
  17. #5818 Gin (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 23:03
    ในที่สุดจิ้งจอกเงืนก็โผล่แล้ว เกือบลืมแล้ว5555++ แต่หวายยยย อยู่คนละฝ่ายซะงั้น ฮือออ จิ้งจอกต้องมาฆ่ากันเองเรอะ สนุกๆๆ อยากอ่านต่อเร็วๆ รีบมาอัพน้า
    #5818
    0
  18. #5817 Sense.Serene (@sense143) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 23:01
    จิ้งจอกเงินไหงไปอยู่ฝั่งนั้นอะ
    ไม่ตามจินต้อยๆแล้วหรอ
    เอานางกลับมาคู่จางหลี่ด่วนๆ>.,<
    #5817
    0
  19. #5816 Monalisa (@chompoo-1998) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 13:46
    จินรีบโดปสมุนไพรเร็ว หางเขาน้อยกว่าเขาตั้ง2หางแหนะ
    #5816
    0
  20. #5815 หมูน้อยจอมขี้เกียจ (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 01:17
    ในที่สุดสีเงินก็มา นึกว่าจะพลัดพรากจากกันซะแล้ว อยากให้สีเงินคิดถึงจินอยู่เสมอ ฮุ่ยเฟิงหึงจิน ฟิน~
    #5815
    0
  21. #5813 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 02:32
    อุ๊ตะ ฝั่งนู้นมีเก้าหางแล้วอะลูก แล้วนี่อยู่คนละฝั่งกันอีก ว่าแต่ใครกันที่แทรกซึมอยู่นะ คอยกำจัดคนส่งจดหมายหมดเลย ในเมืองไม่รู้เรื่องกันเลย งานงอกครั้งใหญ่จริง ๆ แค่ต้องการรู้เรื่องสามชนเผ่าแค่นั้นน่ะหรือ เราว่ามันต้องมีเงื่อนงำมากกว่านั้น ย้าาาาาาา จินต้องเปลืองแรงอีกแน่เลย
    #5813
    0
  22. #5808 Helena Potter (@fern55-helen66) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 18:22
    ม้ายยยยนะ
    เมื่อก่อนพวกเรายังเล่นกันอยู่เลย สนุกด้วย(น้องเงินเล่นอยู่คงเดียว)
    แต่จินคงขี้เกียจไปสินะ ฝั่งนู้นตั้งเก้าหาง แกเท่าไหร่แล้วเนี้ย กินเยอะๆนะจิน พวกของมีประโยชน์นะ
    อย่าปล่อยให้ค้างกว่านี้เลยยยยยย อยากรู้ต่อแย้ววว แต่ แต่ แต่ จะรอค่ะ สู้ๆ (ไม่เราไม่ได้กดดันนะ)
    #5808
    0
  23. วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 13:08
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #5806
    0
  24. #5801 Devil's ZaZaMo [Rose] (@zheza-moo) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 20:15
    จะได้เจอกับเพื่อนเก่าสินะ -0-
    #5801
    0
  25. #5798 kurojin2 (@Kurojin) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 18:19
    จิ้งจอกสีเงินมีหางครบเก้าหาง? แล้วอย่างนี้จินจะทำยังไงดีล่ะเนี่ยยย
    #5798
    0