✦ อนธการจิ้งจอก ✦ BL, YAOI [END]

  • 99% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 506,961 Views

  • 8,277 Comments

  • 13,426 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    5,586

    Overall
    506,961

ตอนที่ 53 : สี่สัตว์บรรพกาล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12408
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 291 ครั้ง
    27 มิ.ย. 59






บทที่ 49

สี่สัตว์บรรพกาล



 

                กองทัพทหารม้าขนาดใหญ่เคลื่อนผ่านพื้นที่แฉะชื้นจนเกิดหยดน้ำสาดกระเซ็น            ท่าทางคล้ายเร่งรีบเป็นอย่างยิ่ง ทั้งกองทัพสวมชุดสีดำสนิท ธงกองทัพที่โบกสไวก็มีสีดำสนิท แม่ทัพใหญ่ตรงกลางก็สวมชุดสีดำสนิทตั้งแต่หัวจรดเท้าเช่นกัน ทหารทั้งหมดล้วนเป็นทหารระดับสูง ร่างกายแกร่งกล้าดั่งภูผา เคลื่อนไหวรวดเร็วดั่งสายลม รวมกับกองกำลังดอกรักสามารถเดินทางได้นานโดยมิหยุดพัก

                แม้จะเร่งรีบเพียงใด พวกเขาก็มาถึงจิงหย่วนในเวลาเกือบสัปดาห์

                เหล่าทหารมาถึงกันในตอนเช้า กองทัพเฟิงหยุดพักหนึ่งคืนในจวนจิงหย่วน  หลังจากเร่งเดินทางทั้งคืนจึงหลับนอนพักผ่อนกันอย่างรวดเร็ว ยกเว้นแต่เพียงแม่ทัพนายกองระดับสูง บนโต๊ะยังกางแผนที่บริเวณชายแดนหัวเมืองชนกับเผ่าทุ่งหญ้ามีรูปปั้นวางทับอยู่ ด้านข้างโต๊ะมีมู่ฟงกับเซี่ยจวิ่นอยู่ด้วยเช่นกัน แม่ทัพนายกองเหล่านี้ล้วนอิดโรยเหน็ดเหนื่อยและหิวโหยอยู่บ้าง แต่สถานการณ์ตึงเครียดทำให้พวกเขามิอาจไว้วางใจ

                ก่อนนายทหารผู้แข็งแกร่งทั้งหมดจะแตกกระเจิง ด้วยหญิงสาวเพียงหนึ่งนาง

                พวกท่าน! หากมิอยากหลับนอนข้าก็จะโยนฟูกทิ้ง! หากมิอยากรับประทานอาหารข้าก็จะโยนสำรับทิ้ง! ยังมิรีบออกมารับประทานกันอีก จะให้ผู้อื่นรอท่านถึงเมื่อใดหา!”

                ถิงถิงด่าทออย่างเกรี้ยวกราด นางข่มขู่ชายวัยฉกรรจ์ราวกับเป็นบุตรหลาน นายทหารต่างวิ่งออกจากห้อง เซี่ยจวิ่นวิ่งนำไปคนแรก โต๊ะสำรับถูกตั้งยาวกว่าทุกครา มีหม้อใหญ่แยกสำหรับเหล่าทหารชั้นผู้น้อย แขกเพิ่มเติมประกอบไปด้วยเสี่ยวผานและสองพ่อลูกเซวียนเจี่ยงฉวี่ เซวียนไป๋เฮ่อ

                เป็นภาพที่แม้จะเอะอะวุ่นวาย แต่ก็ชวนให้รู้สึกอบอุ่นมีชีวิตชีวา



 

                ทางด้านจินกำลังเดินอยู่ในตลาดเมืองจิงหย่วน  คุณชายรูปงามในชุดสีขาวเดินเข้าออกร้านขนมไปทั่ว แต่ด้วยท่วงท่าการเดินและหน้าตาอันสมบูรณ์แบบจึงมิมีผู้ใดดูแคลนใส่ หากเป็นบุรุษย่อมลอบด่าทอในใจอยู่บ้างเจ้าเป็นชายชาตรีทานแต่ขนมหวานไม่เท่าไหร่ เหตุใดจึงต้องดึงดูดสายตาสตรีของผู้อื่นด้วยเล่า?

                ถึงกระนั้น ในมือของคุณชายรูปงามยังคงว่างเปล่า

                ไม่นานนักด้านหลังคุณชายชุดขาวก็มีคุณชายชุดสีดำผู้หนึ่งเดินตามติดมา ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย มุมปากประดับรอยยิ้มที่ชวนให้สตรีอ่อนระทวยยิ่ง ในมือของคุณชายชุดดำผู้นี้กลับเต็มไปด้วยขนมมากมาย

บุรุษสองคนนี้ย่อมไม่พ้นเป็นจินกับจางฮุ่ยเฟิง

                เดิมทีคนทั้งคู่มาเพื่อหาร้านของกองกำลังลับ หาข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลเฟิ่ง ไฉนเรื่องราวจึงกลายเป็นเช่นนี้มิอาจทราบได้ จางฮุ่ยเฟิงคร้านจะขัดความสุขสำราญของจิ้งจอกแสนรัก ดังนั้นตัดสินใจเดินเล่นในตลาดก่อนค่อยตรงไปร้าน แน่นอนว่าถุงเงินที่ใช้จ่ายย่อมเป็นถุงเงินของจางฮุ่ยเฟิง

                ฮุ่ยเฟิงมายืนตรงนี้

                คุณชายจางเดินตามเสียงเรียกไปอย่างว่าง่าย ในมือจินถือถุงสมุนไพรไว้สองอย่าง ท่าทางคล้ายเลือกเฟ้นมาเป็นเวลานานแล้ว ทั้งสองถุงต่างมีกลิ่นหอมโชยออกมาต่างกัน แต่สรรพคุณเสริมพลังยอดเยี่ยมทั้งคู่

                เจ้าชอบกลิ่นไหน?

                จางฮุ่ยเฟิงมองดวงตาเรียวสีสว่าง รู้สึกว่าภาระหน้าที่อันนี้ยิ่งใหญ่นัก เขาชอบกอดจินและอีกฝ่ายก็มอบหมายหน้าที่เลือกกลิ่นให้ นี่มิใช่ว่ามีความหมายในทางลึกซึ้งหรอกหรือ?

                ถุงสมุนไพรกลิ่นหอมสบายราวกับป่าฝนได้ถูกเลือก ราคาของมันนับว่าแพงยิ่งนัก เหตุเพราะมันเป็นสมุนไพรล้ำค่า ใช้ได้ไม่กี่ครั้งหมดไปแต่กลับเสริมพลังให้อย่างร้ายกาจ ทั้งร่างกายและลมปราณภายใน วิธีใช้แค่ต้มในน้ำอุ่นแล้วลงแช่

จินส่งถุงสมุนไพรให้จางฮุ่ยเฟิงและแม่ทัพใหญ่ก็เดินไปจ่ายเงินอย่างรู้หน้าที่

                นับว่าใช้ถุงเงินของผู้อื่นได้เป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง

                หลังเข้าออกร้านขนมมาหลายร้านจนเหล่าพ่อค้าหน้าบาน ในที่สุดทั้งคู่ก็เดินทางถึงเหลาอาหารขนาดกลางแห่งหนึ่ง แม้ขนาดไม่ใหญ่นักแต่คนครัวที่นี่ทำอาหารอร่อยรสชาติถูกปาก ลูกค้าจึงเยอะอยู่บ้าง ทั้งจินและจางฮุ่ยเฟิงต่างไม่รีบร้อน พวกเขานั่งลงรับประทานอาหารกันก่อน เสี่ยวเอ้อได้รับสัญญาณว่าให้บริการอย่างดีจากเถ้าแก่ ดังนั้นจึงรีบประจบประแจงพาลูกค้าทั้งสองขึ้นชั้นบนไป

                ชั้นสองตกแต่งแตกต่างชั้นล่างโดยสิ้นเชิง มีสวนหย่อมจากกระบอกไม้ไผ่ ภาพเขียนราคาแพง ผู้รับประทานส่วนใหญ่มักเป็นบุตรหลานของตระกูลมั่งคั่ง บางโต๊ะมีมารยาทอย่างยิ่ง ท่วงทายามรับประทานอาหารได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดี บางโต๊ะกลับส่งเสียงโอ้อวดหนวกหูคล้ายเป็นคุณชายยังไม่โตเต็มที่

                จางฮุ่ยเฟิงค่อยๆอธิบายรายละเอียดอาหารแปลกตาให้จินทีละอย่าง สุดท้ายรายการอาหารก็ยาวเหยียดจนเสี่ยวเอ้อต้องกล่าวถามทวนซ้ำ ปริมาณเกินที่บุรุษสองคนจะรับประทานไหวไม่นานนัก สุราของดีประจำจิงหย่วนถูกนำมาวาง จิ้งจอกแสนสบายก็ยังคงไม่ขยับตัว มีทาสรินสุราให้ทั้งคน ที่กระทำคือจรดริมฝีปากลิ้มรสเท่านั้น

                สุราดี

                เอ่ยชมเบาๆ หลังจากดื่มหมดไป จินวางแก้วลงแล้วพบว่าแม่ทัพใหญ่ที่นั่งฝั่งตรงข้ามกำลังจ้องมองอยู่ รู้สึกเขินอายขึ้นมาเล็กน้อย ตนเองดื่มอย่างสบายใจมิได้ชนสุราด้วยตามมารยาทแล้วยังให้จางฮุ่ยเฟิงรินให้อีก ในใจรู้สึกผิดขึ้นมาบ้าง นับว่าดูแย่จริงๆ ดังนั้นจึงรีบรินสุราใหม่เตรียมจะชน

                จางฮุ่ยเฟิงส่ายหัวพร้อมยกรอยยิ้มมุมปาก ข้าชอบดูเจ้าดื่มมากกว่า

                กล่าวจบพลันเลื่อนสุราตนเองมาให้ จินมองการกระทำนั้นแล้วดวงตาสีสว่างก็หรี่ลงอย่างจับผิด เจ้าเด็กนี่คงมิได้วางแผนจะมอมสุราผู้อื่นกระมั้ง?

สิ่งที่จินไม่ทราบคือยามที่ตนเองจรดริมฝีปากจิบสุรานั้นงดงามราวกับเซียนผู้สูงส่ง มิใช่แค่จางฮุ่ยเฟิง บรรดาสตรีโดยรอบต่างจ้องมองด้วยความเผลอไผลเช่นเดียวกัน จนกระทั่งเสี่ยวเอ้อนำอาหารมาวางสายตาโดยรอบจึงได้ละออกไป คุณชายจางยังคงทำหน้าที่ต่อเนื่อง คีบอาหารให้ราวกับกำลังเลี้ยงขุนจิ้งจอกมิมีผิด ในใจกำลังหวังให้ขนฟูเงางามมากขึ้นและหวังให้บั้นท้ายมีเนื้อมากขึ้นด้วย

ศิษย์น้องเล็กเจ้าอยากทานอะไรสั่งได้เลย ศิษย์พี่จะเลี้ยงเจ้าเองไม่นานนัก มีเสียงดังขึ้นบริเวณบันไดขึ้นชั้นบน บุรุษชาวยุทธ์กลุ่มหนึ่งเดินขึ้นมา พวกมันต่างแย่งกันประจบประแจงดรุณีรูปงามหมดจดตรงกลาง นางสวมชุดสีดำรัดรูปคล้ายต้องการยั่วยวนบุรุษอย่างยิ่ง ดวงตากลมโตและขนตาหนาเป็นแพ ทุกย่างก้าวล้วนถูกปั้นแต่ง จงใจบิดทรวดทรงองค์เอว

มิว่าผู้ใดต่างก็จ้องมองนางทั้งสิ้น

จางฮุ่ยเฟิงหันไปมองเหตุการณ์ พลันรู้สึกเท้าตนเองใต้โต๊ะถูกเหยียบอย่างแรง

หันกลับมาเสียงขู่ลอดออกมาจากริมฝีปากที่บึ้งตึงเล็กน้อย คิ้วเรียวขมวดอย่างไม่ค่อยพอใจนัก ถึงกระนั้นคุณชายจางก็คิดว่ามันน่าดูอยู่ดี ในใจลอบคิดภาพเจ้าจิ้งจอกสีดำขนฟูไปทั้งตัว กางกรงเล็บข่มขู่แต่นั่นทำให้แม่ทัพใหญ่ผู้นี้อารมณ์ดีเป็นอย่างยิ่ง ต้องขอบใจสตรีนางนี้เขาได้สัมผัสการถูกหึงหวงบ้างเสียที

ทว่าจางฮุ่ยเฟิงที่เบือนหน้าหนีกลับไปกระตุ้นความสนใจของดรุณีน้อยขึ้นมาแทน นางรูปโฉมงาม อีกทั้งยังมีพรสวรรค์ ศิษย์พี่และอาจารย์ต่างตามใจมาโดยตลอด จึงทำให้นิสัยค่อนข้างจะถือดีอยู่บ้าง ดรุณีผู้นี้พอเห็นบุรุษจ้องมองนางแต่กลับเบือนหน้าหลบราวกับมิเห็นความงดงาม ในใจขุ่นเคืองขึ้นมา แสร้งเดินไปจับจองโต๊ะตัวใกล้ๆ

ศิษย์บุรุษที่หลงใหลความงามของนาง ดูสีหน้าเข้าใจว่านางมิพอใจบุรุษสองคนที่มานั่งใกล้ อีกทั้งคุณชายชุดขาว ชุดดำทั้งสองนี้มีใบหน้าหล่อเหลากว่ามัน กลัวศิษย์น้องของมันต้องตาเข้า จึงเดินหน้าบูดเบี้ยวเข้าไปหา จุดประสงค์ต้องการไล่ออกไปให้พ้นสายตา

คุณชายสองท่านนี้ ศิษย์น้องทั้งหลายของข้าออกจะเสียงดังเอะอะอยู่บ้าง หากท่านทนไม่ไหวก็ลุกไปโต๊ะอื่น

พวกมันล้วนไม่ทราบว่าตรงหน้าของมันคือแม่ทัพใหญ่คนหนึ่งของแว่นแคว้น ผู้ละเลงธารโลหิตในจวนตระกูลจางอย่างโหดเหี้ยม หากมันทราบเกรงว่ายามนี้คงได้นั่งคุกเข่าโขกคำนับจนหน้าผากแตก

ศิษย์คนโตเพิ่งตามมาสมทบ ในใจพลันร่ำร้องว่าแย่แล้ว รีบไปดึงตัวศิษย์น้องของตนออกมา คุณชายทั้งสองท่านต้องขออภัยด้วย ศิษย์น้องของข้ายังเยาว์วัยนักขอท่านอย่าได้ถือสามัน

กล่าวจบก็ลากตัวศิษย์น้องโง่งมของตนเองไปที่โต๊ะ ตบหน้ามันหนึ่งฉาด พร้อมกับสั่งสอนไปอีกหลายประโยค ศิษย์น้องของมันล้วนยังไม่เติบโตหลงความงามศิษย์น้องเล็กจนเลอะเลือน คุณชายทั้งสองนั่นสามารถตอแยได้หรือ? ตอแยพวกมันเข้าตนเองดูท่าจะเป็นฝ่ายโดนซ้อมเสียมากกว่า

ทางด้านจินหลังจากจบเหตุการณ์ไป แม้ไม่ได้ถูกคุกคามแล้วแต่ดรุณีชุดขาวยังคงลอบมองจางฮุ่ยเฟิงเป็นระยะๆ อารมณ์อยากอาหารลดลงไปมาก กลายเป็นความหงุดหงิดใจแทน ดังนั้นรับประทานต่ออีกพักนึงจึงวางตะเกียบลง กวักมือเรียกเสี่ยวเอ้อมา

เลือกกับข้าวที่อร่อยที่สุดในร้านมาหนึ่งอย่าง ชาร้อนและเป็ดตุ๋นน้ำแดงใส่หน่อไม้

เสี่ยวเอ้อได้ยินดวงตามีประกายวาดผ่าน ของทั้งหมดพวกเราเตรียมตัวไว้อยู่แล้ว ท่านยังต้องการอย่างอื่นหรือไม่?

จินส่ายหัว มองไล่หลังเสี่ยวเอ้อที่รีบร้อนจากไป ไม่นานนักเสี่ยวเอ้อคนเดิมก็กลับมาพร้อมถาดใส่อาหาร จางฮุ่ยเฟิงโยนเงินให้เสี่ยวเอ้อ มันนำใส่กระเป๋าทันทีเดินจากไปพร้อมรอยยิ้ม

ถาดใส่อาหารหนากว่าปกติ ร่องตรงกลางเป็นช่องวางกลวง จินสอดนิ้วล้วงเข้าไปคีบจดหมายออกมาได้ฉบับนึง ก่อนนำไปซุกซ่อนไว้ในตัว เรื่องราวเรียบร้อยหมดจดเขาก็ลุกยืนขึ้น ฉวยขนมมากมายทั้งหมดมาถือไว้เอง

กลับได้แล้ว

สิ้นคำบุรุษรูปงามในชุดขาวก็เดินล่วงหน้าลงไป จางฮุ่ยเฟิงมีรอยยิ้มบางประดับบนใบหน้า ดวงตาสีเทาเป็นประกายระริก เดินลงตามไปช้าๆคล้ายต้องการเสพสุขกับช่วงเวลาดีเช่นนี้ คุณชายจางเดินลงไปไม่แยแสหรือสนใจผู้ใดอีก นั่นไปกระตุ้นโทสะดรุณีน้อยเข้า

คนผู้นี้มันเสื่อมสายตาหรืออย่างไร? เหตุใดมันจึงได้มิสนใจเรา ทั้งที่เรามองมันตั้งนาน

นางคิดอย่างหมกมุ่น อาหารตรงหน้ามิรับรู้รสแม้แต่น้อย

หลังจากคีบอาหารทานอีกสองสามคำนางก็ผุดลุกขึ้น มือจับกระบี่วิ่งออกไป เหล่าศิษย์บุรุษสำนักเดียวกันต่างติดตามนางไปอย่างรีบร้อน ดรุณีน้อยร้ายกาจดวงตาวาววับเมื่อเห็นแผ่นหลังบุรุษชุดขาวกับชุดดำ นางอ้าปากกล่าวเสียงดัง

เจ้าหยุดให้แก่เรา!”

จางฮุ่ยเฟิงหยุดเดิน เบือนหน้ากลับมาดวงตาเย็นชาอย่างยิ่งจนนางเกิดความขลาดกลัว นางทำใจดีสู้เสือสูดหายใจแย้มยิ้มด้วยท่าทางที่คิดว่างดงามล่อลวงบุรุษมานักต่อนัก

เจ้ามีนามว่าอันใด?

ยังมิทันมีผู้ใดตอบคำ พลันเสียงร้อนรนดังขึ้น ศิษย์น้องเล็กเจ้ามาด้านหลังเดี๋ยวนี้!”

เสียงดังมาจากศิษย์คนโตของสำนัก ใบหน้ามันบูดเบี้ยวยิ่ง เหงื่อมากมายผุดพราย ดวงตาสีเทาชอบสวมชุดสีดำ มิผิดแน่คนผู้นี้มีเพียงคนเดียวในแคว้น เมื่อคิดได้ใบหน้ามันก็ซีดเซียวกว่าเดิม กลัวศิษย์น้องเล็กของมันจะถูกตัดศีรษะด้วยไม่รู้ความดีนัก คุกเข่าโขกคำนับพลางตวาด

ยังไม่รีบคุกเข่าตามเราอีก! พวกเจ้ายังถือว่าเราเป็นศิษย์พี่ใหญ่หรือไม่!?

พวกมันค่อยๆทยอยคุกเข่าโขกคำนับตามศิษย์พี่ใหญ่แม้จะยังไม่ทราบความ จางฮุ่ยเฟิงมองด้วยสายตาเย็นชาจนพวกมันหวาดหวั่น สักพักจึงก้าวเดินต่อ...เบือนหน้ากลับไป ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาแทน เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มละมุนแก่จิ้งจอกแสนรักของตน

ไม่มีอันใดแล้ว...กลับกันเถิด




แม่ทัพใหญ่เจ้าของจวนกับฮูหยินที่เพิ่งตบแต่งก้าวเพิ่งจะผ่านพ้นประตูหน้ามา นายทหารผู้หนึ่งก็รีบร้อนตรงมาหาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก น้ำเสียงร้อนรน ท่านแม่ทัพเกิดเรื่องขึ้นแล้ว!”

คนทั้งคู่ติดตามนายทหารไป พ่อบ้านรีบมานำทางต่อพวกเขาเข้าไปในเรือน เบื้องหน้ามีอิสตรีผู้หนึ่งนั่งทับขาอยู่บนพื้น ใบหน้างอง้ำ บนร่ายกายสวมชุดเกราะทหาร เห็นได้ชัดว่านางปลอมตัวเป็นบุรุษมา เซี่ยจวิ่นกับมู่ฟงยืนกอดอกอยู่ด้านข้างกำลังอบรมนางชุดใหญ่

เซี่ยจวิ่นถอนหายใจ คุณหนูฮาซือซือ รีบขอโทษเร็วเข้า

นางผุดลุกขึ้นยืน กล่าวเสียงแง่งอนคล้ายกำลังขอร้องพี่ชาย ให้ข้าไปด้วย พี่ชายข้าก็อยู่ชายแดนไม่ทราบเป็นตายร้ายดี ข้าสามารถเป็นหอกดาบให้ท่านได้ดีกว่าทหารทั่วไปเสียอีก

คุณหนูฮาซือซือ เรื่องนี้อย่างไรก็ไม่ค่อยถูกต้องนักเซี่ยจวิ่นเป็นผู้คุมค่ายทหาร หากมีสตรีเพิ่มเข้ามาในกองนับว่ายุ่งยากเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นใจจริงอยากปฏิเสธอย่างมาก ทว่า...เรื่องราวยังไม่ทันสรุป กองกำลังลับผู้หนึ่งกระโจนเข้ามาด้วยฝีเท้าแผ่วเบา ใบหน้าใต้หน้ากากจิ้งจอกหันไปทางซ้ายขวาด้วยไม่ทราบว่าต้องรายงานผู้ใดดี

จินกระดิกนิ้วเรียก ดังนั้นกองกำลังลับจึงเดินไปกระซิบข้างหู จบถ้อยความหายตัวไปไม่เหลือแม้แต่เงา

ตระกูลเฟิ่ง พวกเขามาแล้ว

จางฮุ่ยเฟิงส่งขนมมากมายให้บ่าวไพร่ กำชับให้จัดใส่จานมา เรื่องฮาซือซือนางถูกโยนไปให้อยู่กับท่านหมอน้อยก่อน หากติดตามไปด้วยในฐานะแพทย์ย่อมมีความปลอดภัยมากกว่า จางฮุ่ยเฟิงมิใช่พี่ชายนาง มิคิดจะคุ้มครองดูแล ทว่าหากนางเกิดเรื่องขึ้นคำอธิบายต้องมีให้แก่ตระกูลฮา นับว่าเป็นเรื่องยุ่งยาก

...พ่อบ้านเดินนำตระกูลเฟิ่งสี่คนไปยังห้องรับรองแขก ประกอบไปด้วยเฟิ่งหลิน เฟิ่งเจี๋ย เฟิ่งเทียนที่แก่ชราลงไปมาก มีแม่ชีหญิงชราอีกหนึ่งคน ไม้เท้าของนางกระทบพื้นเสียงดังเป็นจังหวะ คนสองตระกูลนั่งเรียงเป็นแถวเผชิญหน้ากันและกัน มีโต๊ะยาวหนึ่งตัวคั่นกลาง วางไว้ด้วยจานใส่ขนมหลากสี

ทางฝั่งจวนตระกูลจางมีแม่ทัพใหญ่เจ้าของจวนในชุดสีดำนั่งอยู่ลำดับแรก ถัดมาเป็นจิน มู่ฟง เซี่ยจวิ่น เสี่ยวผานและเทพเยียวยาหิมะหงส์ที่ขอติดตามมาด้วย... เฟิ่งเจี๋ยเป็นคนเอ่ยปากก่อน ชายหนุ่มเคาะพัดในมือสองสามที ก่อนคลี่ยิ้ม

วันนี้พวกเราพรรควิสุทธ์มีความลับมากมายจะกล่าวกับพวกท่าน ข้าขอแนะนำผู้อาวุโสของเราก่อนเฟิ่งเจี๋ยผายมือไปทางแม่ชีชรา ท่านหญิงผีเสื้อสวรรค์ ผู้อาวุโสอันดับหนึ่งของพรรคเราหรืออาจเรียกได้ว่าผู้อาวุโสตระกูลเฟิ่งเช่นกัน

หลังจากผู้คนในห้องยกมือคำนับผู้อาวุโสหมด เฟิ่งหลินเริ่มขยับตัว นางคีบม้วนกระดาษออกมาจากสาบเสื้อ คลี่วางบนโต๊ะ ปรากฏเป็นภาพแผ่นดินไตรนภา เพียงแต่รูปร่างแปลกตาไปบ้าง กระดาษส่งกลิ่นเก่าตามกาลเวลา

ท่านจะเล่าเรื่องสามชนเผ่า? เสี่ยวผานกล่าวขึ้นมาทันที เวลาสิบสองปีกับห้องสมุดของชนเผ่านางแอ่น แผนที่นี้ย่อมพบเห็นมานับไม่ถ้วน สภาพกระดาษเก่าแก่มิต่างกัน เห็นเพียงแวบแรกก็จดจำได้... แพทย์หนุ่มเหลือบมองจินเล็กน้อย

เฟิ่งเจี๋ยมองเสี่ยวผาน ยิ้มให้พลางกล่าว นึกไม่ถึงว่ายังมีคนรู้จักสามชนเผ่าอยู่บ้าง

เฮอะ!”

จู่ๆเฒ่าเทพเยียวยาหิมะหงส์ก็พ่นลมออกมา ตระกูลเฟิ่งไฉนจึงชอบอมพะนำ มีเรื่องอันใดก็รีบกล่าว อย่าให้ผู้เฒ่าต้องรอนาน

ต้องขออภัยทุกท่านแล้วเฟิ่งเจี๋ยยกมือคำนับรอบวง เอ่ยปากเล่าขึ้นพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะเกิดแผ่นดินไตรนภาขึ้นเมื่อก่อนนั้นมีชนเผ่าต่างๆมากมาย ทว่าชนเผ่าที่แข็งแกร่งที่สุดมีสามชนเผ่าพวกเขารวบรวมอาณาเขต ทำสัญญาต่อกัน ก่อให้เกิดแคว้นไตรนภาขึ้นมา ประกอบไปด้วย ชนเผ่านางแอ่น ชนเผ่าวิหคและชนเผ่าราชสีห์

สามชนเผ่านี้เป็นพวกแรกที่ได้ทำสัญญากับสัตว์บรรพกาล ครอบครองพลังอำนาจยิ่งใหญ่เหนือสิ่งใด นั่นทำให้บรรพบุรุษเราสามารถปราบปรามเผ่าอื่นได้ ทว่า...ครานั้นผู้นำชนเผ่าราชสีห์มิสนใจบ้านเมือง ต้องการรวบรวมสัตว์บรรพกาลทั้งสี่ไว้กับตนเอง เกิดสงครามระหว่างชนเผ่าขึ้นแต่ละฝ่ายต่างล้มตายไปจำนวนมากเฟิ่งเจี๋ยล้วงมือเข้าไปในสาบเสื้อ  หยิบตัวหมากสีขาวออกมาวางหนึ่งตัว กาลเวลาผ่านไปพวกเราตระกูลเฟิ่งคือชนเผ่าวิหคที่ยังหลงเหลืออยู่ พวกเราก่อตั้งพรรควิสุทธิ์เผื่อควบคุมยุทธภพ คอยจับตาดูสิ่งผิดปกติในแคว้น สอดมืออยู่ด้านนอก ตามคำสั่งเสียของบรรพบุรุษและเป้าหมายของตระกูล

 “ทางด้านสัตว์บรรพกาล วาโยล่องหงส์ พญาพิภพ จิ้งจอกอนธการ มังกรเคลื่อนวารี พวกมันต่างมีอำนาจแตกต่างชนิดกันไป แต่ล้วนเป็นอำนาจสำคัญทั้งสิ้น วาโยล่องหงส์เป็นของชนเผ่าวิหค...มังกรเคลื่อนวารีเป็นของชนเผ่านางแอ่นและพญาพิภพเป็นของชนเผ่าราชสีห์ สัตว์บรรพกาลทั้งสามชนิดนี้...พวกมันมิเคยตาย อายุขัยยาวนานเป็นหลายพันๆปี เมื่อคู่สัญญาเสียชีวิตลงไปพวกมันจะจำศีลเพื่อรอคนใหม่ ผู้คนมิเคยพบเจอนั่นเพราะกว่ามันจะตื่นจำศีลก็ล่วงเลยเป็นนับพันปีเช่นเดียวกัน

จิ้งจอกอนธการแตกต่างออกไป...รอจนเฟิ่งหลินวางภาพวาดของเหล่าสัตว์ทั้งสี่เสร็จสิ้น เฟิ่งเจี๋ยจึงกล่าวต่อ ยามที่เกิดสงครามไปทั้งแผ่นดินระหว่างสามชนเผ่า มีชายหนุ่มผู้หนึ่งเดินเข้ามากลางสนามรบ...กับจิ้งจอกตัวเล็กหนึ่งตัว จิ้งจอกอนธการมีอำนาจเกี่ยวกับชีวิตแต่มันมิสามารถกำหนดชีวิตของสัตว์บรรพกาลเช่นเดียวกันได้ จึงได้แต่ทำให้สัตว์ทั้งสามจำศีลไป

เฟิ่งเจี๋ยนำหมากสีดำทั้งสี่มาวาง ขยับตัวสุดท้ายไปไว้ด้านหลังสามตัวแรก ค่าตอบแทนคือชีวิตของตัวมันเอง ดังนั้นจิ้งจอกอนธการจึงเป็นสัตว์บรรพกาลตัวเดียวที่เกิดใหม่ บรรพบุรุษชนเผ่าวิหคสั่งไว้ทุกรุ่นให้พวกเราตามหาดูในฝูงจิ้งจอกอยู่เสมอ ต่อให้เป็นสัตว์บรรพกาลแต่หากเป็นแค่ลูกสัตว์ก็มีอันตรายได้เช่นกัน มิน่าเชื่อว่าช่วงชีวิตข้าจะมีโอกาสได้เห็น...ยามที่ท่านอาเฟิ่งเทียนหาพบ จิ้งจอกตัวนี้ก็อยู่กับคุณชายเสี่ยวผานเสียแล้ว พวกเราตระกูลเฟิ่งยึดถือกฏไม่คิดแยกมันออกมา

อาเรื่องราวมันเป็นเช่นนี้นี่เอง...

จินหลับตาลง เขานึกถึงความทรงคราแรกที่ลืมตามาเห็นห่อผ้าขาว เปล่าเลย...หัวกระโหลกพวกนั้นมิได้ทำงานพลาด พวกมันมิได้ใส่วิญญาณผิด ลี่เสวี่ยหลินยามเป็นทารกแม้จะถูกเจ้าจิ้งจอกคาบหนีแต่ก็ได้ตายไปแล้วจริงๆ

จิ้งจอกอนธการเด็กตนนั้นช่วยเหลือลี่เสวี่ยหลิน...

ยมทูตหัวกระโหลกมิทราบความมากมาย พวกมันงงงวย...ทารกนี้วิญญาณเดิมมิได้ดึงออกเพราะเกิดมาไม่ถึงเดือนก็ต้องหมดอายุขัย คร้านจะไปเปลี่ยนให้เสียเวลา แต่จู่ๆกลับมีอายุไขขึ้นมา คาดเดาว่าบัญชีอาจผิดพลาด มันจึงนำวิญญาณใหม่มา...ยังมิทันใส่ร่าง วิญญาณของจินพรตก็พุ่งเข้าใส่ร่างจิ้งจอกที่ว่างเปล่าเสียก่อน

ยมทูตหัวกระโหลกตื่นตระหนกอย่างยิ่ง วิญญาณทารกนี้กำลังจะดับแต่อายุขัยชีวิตยังไม่หมด พวกมันปล่อยไว้เช่นนี้วิญญาณย่อมถูกขังอยู่ในร่างจนกว่าจะหมดอายุขัย แต่พวกมันเพิ่งเรียกวิญญาณที่ตายใหม่มา หากเรียกอีกจำนวนวิญญาณก็จะไม่สมดุล อีกทั้งยังโดนหักเงินด้วย

พวกมันติดต่อไปยังหัวหน้า... ยมทูตหัวหน้ามองความสับสนตรงหน้าแม้ปากดุด่า แต่ในใจลอบคิดว่านี่คงถือเป็นลิขิตสวรรค์แล้ว มิทราบว่าเทพลิขิตองค์ใดขีดเขียนเช่นนี้... วิญญาณดวงใหม่ที่ถูกเรียกมาคงเป็นที่ถูกใจน่าดู

ในเมื่อเป็นลิขิตสวรรค์มันถือว่าตนเองไม่ผิด จับสองกายหนึ่งวิญญาณรวมเข้าด้วยกัน

...จินลอบถอนหายใจ มือขาวซีดที่วางใต้โต๊ะอุ่นขึ้นสัมผัสได้ถึงฝ่ามือหนา...ผิวล้วนเต็มไปด้วยรอยบาดแผล ถูกลูบอย่างแผ่วเบาคล้ายเป็นกังวล คนทั้งคู่มิได้มองกันแต่รับรู้ถึงอีกฝ่าย ...แค่คำอธิษฐานธรรมดา ไยจึงได้เกิดเรื่องพิลึกพิลั่นมากมายเช่นนี้

เฟิ่งเจี๋ยนำหมากรูปนกและราชสีห์ออกมาวางไว้ด้านหลังหมากตัวแรก จิบชาหนึ่งอึก ชนเผ่านางแอ่นนั้น...พวกเราไม่เคยพบเจอมาหลายร้อยปีแล้วจากบันทึกของบรรพบุรุษ ทางเผ่าราชสีห์ก็เช่นเดียวกันดังนั้นจึงยึดถือมาตลอดว่าทั้งสองเผ่าล่มสลายหมดสิ้น ทว่า...

ตึก!

ป้ายไม้เขียนว่าพรรคตัดสุริยันถูกนำมาวางระหว่างหมากชนเผ่าราชสีห์กับวิหค พรรคตัดสุริยันเดิมทีความเคลื่อนไหวไม่แน่ชัด เพียงส่งคนกระจายไปทั่วแคว้น จับมือกับรัชทายาทแผ่นไม้ป้ายที่สองเขียนว่าทุ่งหญ้าถูกวางลงข้างๆ กัน แต่พวกเราสืบทราบว่าพวกมันเกี่ยวข้องกับฝั่งทุ่งหญ้า ยามที่สถานการณ์ชายแดนตึงเครียดกันอยู่ ปะทะกันบ่อยครั้ง พรรคตัดสุริยันนับว่ามิน่าไว้ใจ...สรุปว่าทั้งสองน่าจะเป็นฝ่ายเดียวกัน จุดหมายคือสร้างความปั่นป่วนภายในและยึดแคว้นไตรนภา นอกจากนี้พวกมันยังมีจุดประสงค์เร้นลับคือการตามจับสัตว์วิเศษบรรพกาลและถ้ำสมบัติของชนเผ่าอื่นๆ

ป้ายไม้ทั้งสองอย่างถูกเลื่อนอีกครั้ง หยุดอยู่เบื้องหน้ารูปปั้นชนเผ่าราชสีห์ ดังนั้นจึงคาดเดากันว่าชนเผ่าราชสีห์อาจมิได้ล่มสลาย พวกเราตระกูลเฟิ่งจำต้องปลุกสัตว์บรรพกาลก่อนเวลาให้ทำสัญญากับร่างสถิตเพื่อความปลอดภัย น่าเสียดายยิ่งที่แม้พวกเราทราบที่อยู่ของสัตว์วิเศษแต่กลับมิทราบตัวคู่สัญญาของพวกมัน มังกรเคลื่อนวารีนั้นเป็นความผิดพลาดของทางเราที่ตามหาไม่ทันการณ์...เพราะว่าท่านผู้เฒ่าเก็บงำบุตรสาวไว้ดีเกินไป...

เฟิ่งเจี๋ยส่งสายตาใส่เทพเยียวยาหิมะหงส์ แสร้งยกชาขึ้นจิบ

มีคนผู้หนึ่งถูกเรียกว่าจอมฟ้า คนผู้นี้คล้ายจะเป็นหัวหน้าพรรคตัดสุริยัน ทางเราเองข้อมูลเกี่ยวกับมันก็ไม่แน่ชัด แม่ทัพใหญ่จางท่านได้สอบสวนคนของพรรคตัดสุริยันบ้างหรือไม่?

จางฮุ่ยเฟิงส่งสายตาให้เซี่ยจวิ่น องครักษ์หนุ่มรู้งานดี จึงยกมือประสานกันกล่าววาจาเสียงเข้ม เราจับตัวผู้อาวุโสของมันมาได้ เรื่องแปลกก็คือพวกมันล้วนไม่เคยพบเจอจอมฟ้าเช่นกัน มีเพียงผู้อาวุโสสูงสุดเท่านั้นที่ได้พบเจอจอมฟ้า นอกจากตัวมันเป็นคนของทุ่งหญ้า มันก็มิทราบเรื่องอันใดที่มีประโยชน์อีก

แล้วเกี่ยวกับตระกูลเซกัลเล่า?เสี่ยวผานเป็นผู้เอ่ยคำถามนี้

ทางตระกูลเซกัลทุกเรื่องล้วนเป็นปริศนา แต่เมื่อสิบกว่าปีก่อนพวกมันส่งคนตามล่าจิ้งจอกอนธการ แน่ชัดว่าพวกมันต้องเป็นคนของทุ่งหญ้า แต่พวกเราก็มิทราบว่ามันเกี่ยวข้องอันใดกับชนเผ่าราชสีห์หรือไม่…” เฟิ่งเจี๋ยวางแผ่นป้ายตระกูลเซกัลลงเลื่อนไปไว้รวมกับแผ่นป้ายทั้งสาม เรื่องนี้ทางตระกูลเฟิ่งสรุปไว้ว่า จอมฟ้าผู้นี้สมควรเป็นคนของชนเผ่าราชสีห์จุดประสงค์ต้องการบุกเข้าแคว้นไตรนภา ค้นหาถ้ำลับชนเผ่าและไล่ล่าสัตว์บรรพกาล คนผู้นี้ต้องเป็นหนึ่งในคนระดับสูงของฝั่งทุ่งหญ้า ใช้พวกมันบุกยึดแคว้นไตรนภาและก่อตั้งพรรคตัดสุริยันจอมฟ้าผู้นี้ทางเราคาดว่ามันคือแพแทยอน

จินฟังเรื่องราวทุกอย่าง ในใจรู้สึกแปลกประหลาดอยู่บ้าง เขาพัวพันกับหลายอย่างมากกว่าที่คิด การเมืองที่จางฮุ่ยเฟิงอยู่เป็นเพียงหมากของเหล่าชนเผ่า...และแน่นอนว่าผู้สืบต่อชนเผ่านางแอ่นคือเขาเอง จิ้งจอกอนธการก็เช่นกัน

พวกเราแค่เพียงจะไปช่วยจางหลี่ เรื่องพรรค์นี้หากพวกเจ้าอยากจะทะเลาะกันก็เชิญ ขอเพียงไม่มายุ่งวุ่นวายก็พอหลังจากฟังจนจบ จางฮุ่ยเฟิงคลี่ยิ้มกล่าวถ้อยคำเย็นชาออกมาราวกับเรื่องราวเดือดร้อนบนแคว้นมิเกี่ยวอันใดกับเขาสักนิด...แท้จริงแล้วแม่ทัพใหญ่ของแคว้นย่อมสนเรื่องแคว้นอยู่บ้าง

ทว่า...บทสรุปของสงครามชนเผ่าคราก่อนคือจิ้งจอกอนธการตายมิใช่หรือ?

ดวงตาสีเทาสั่นไหวอยู่เพียงครู่เดียว เขามิอยากจะคิดถึงเรื่องนี้ ขอเพียงกันตนเองและจินไม่ได้พัวพันให้ได้มากที่สุดก็พอ จางฮุ่ยเฟิงมิคิดจะสูญเสียสิ่งใดอีกแล้ว...แม้โอกาสจะเพียงน้อยนิด เขาก็จะหลีกเลี่ยงมัน

จับสัตว์บรรพกาลทั้งสี่ไปแล้วจะได้สิ่งใด?จินถามขึ้นอย่างสงสัย คำถามนี้ตรงใจของผู้คนเข้าพอดี

มีคำพูดอยู่ประโยคหนึ่ง สืบต่อกันมาชนเผ่าทั้งสาม สาเหตุของสงครามครั้งก่อนแม่ชีชราเป็นผู้ตอบคำถามนี้ นางเริ่มเอ่ยประโยคด้วยเสียงแหบแห้ง

หนึ่ง วาโยล่องหงส์ปกครองท้องฟ้า สอง พิภพบุบผาพญาของแผ่นดิน

สาม เพลิงอนธการควบคุมชีวิน สี่ มังกรเคลื่อนคล้อยรักษาวารี

สัตว์บรรพกาลเอ๋ย ผู้ใดครอบครองสัตว์วิเศษเหนือหล้า

            ผู้นั้นอาจหาญอำนาจท้าทายสวรรค์ ครองแผ่นดินและสามโลกอันทรงธรรม

            ทวงถามวิญญาณ เปิดประตูสู่อำนาจอันแท้จริง…”

                แม่ชีชรากระแอมไอ น้ำเสียงทุ้มต่ำน่าขนลุกยิ่ง ดวงตาที่ปิดอยู่เบิกโพลง! เมื่อรวมสี่สัตว์บรรพกาลมันผู้นั้นจะมีอำนาจถึงขั้นเปิดประตูสวรรค์ ประตูนรก อันเรียกว่าสามโลก สามารถชุบชีวิตคนตายทวงถามวิญญาณหรือไต่ขึ้นสวรรค์บรรลุเป็นเทพเซียน!”

                อำนาจล้วนหอมหวานอยู่เสมอ...

            พวกมันเย้ายวน เอ่ยเสียงกระซิบข้างหูทุกคราที่ท่านหลับนอน ฝัน ยืนโกรธเพราะโดนผู้อื่นดูถูก

                บรรยากาศในห้องเงียบกริบราวกับเมฆหมอกสีดำปกคลุมไปทั่ว คนในห้องมิมีบทสนทนาใดๆ ต่ออีก พวกเขาเพียงแค่จิบชาทานขนม ทางตระกูลเฟิ่งมิได้หวังให้จางฮุ่ยเฟิงร่วมมือด้วย ครานี้พวกเขามาแค่เล่าให้ฟังและเตือนให้ระวังจิ้งจอกอนธการให้ดี... ทางจางฮุ่ยเฟิ่งก็มิได้คิดจะช่วยตระกูลเฟิ่ง

                ผู้คนในห้องย่อมรู้จุดประสงค์ของวันนี้ดี พวกเขาเพียงแค่มาเล่า มาฟัง...แล้วก็แยกย้ายกันไป

                ดังนั้นไม่นานนักทางตระกูลเฟิ่งก็ขอตัวกลับไป

                ผู้คนที่เหลือต่างรับประทานอาหารเย็นด้วยความเงียบกริบ สำหรับมู่ฟงและเซี่ยจวิ่นแล้ว เมื่อนายน้อยดูอารมณ์ไม่ดียิ่ง พวกเขาก็เพียงแต่เงียบเพื่อรักษาชีวิตตนเอง กองกำลังลับผู้หนึ่งถูกส่งไปยังชายแดนล่วงหน้าเพื่อแจ้งข่าวและแผนการ เรื่องนี้มิได้กระทบกระเทือนพวกเขานัก นอกจากต้องรักษาจิ้งจอกอนธการให้ดีแล้ว ขอเพียงรบชนะชาวทุ่งหญ้า เรื่องทั้งหมดย่อมจบสิ้นไปเอง

                เก็บสำรับจางฮุ่ยเฟิงกล่าวเสียงเรียบ ผุดลุกขึ้นเดินไปทางห้องหนังสือ

                ...จินรู้ว่าเด็กโง่งมผู้นี้กังวลเรื่องอันใด คนอย่างจินพรตถึงแม้จะทำเพื่อผู้อื่นมาทั้งชีวิต...แต่เรื่องเอาชีวิตตนเองไปทิ้งขว้างเขามิคิดจะกระทำ และเพื่อคนรักที่ใบหน้าน่ากลัวทั้งวันด้วย

                อืม...สมควรปลอบใจเสียหน่อย

             จิ้งจอกในร่างมนุษย์โยนสมุนไพรลงในอ่างอาบน้ำกว้างใหญ่ล่วงหน้า กลิ่นหอมอ่อนๆกระจายไปทั่ว เขาเดินออกมายืนพิงประตูปล่อยให้การแต่งกายดูหมิ่นเหม่ ผมสีดำยาวเงางามทิ้งตัวลงตัดกับสีผิวขาวซีด กลายเป็นภาพที่ชวนให้กลืนน้ำลายอย่างยากลำบากยิ่ง รอจนกระทั่งคุณชายจางที่สงบสติลงแล้วเดินมาห้องอาบน้ำตามหน้าที่ประจำ

                ไม่นานนัก ชายหนุ่มในชุดสีดำสนิทเดินมาตามที่คาด ใบหน้าหล่อเหลาแปรเปลี่ยนอยู่ครู่เดียว

                จางฮุ่ยเฟิงมีรอยยิ้มบางๆที่ดูขบขันเล็กน้อย ดวงตามองสำรวจเรือนร่างอย่างมิคิดปิดบัง ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้มือข้างหนึ่งวางบนบานประตู อีกข้างเชยคางมองใบหน้างามให้เต็มตา  ริมฝีปากประทับลงบนตำหนิใต้ตาแผ่วเบา

                จะอาบน้ำแล้วหรือ?

                จินเลิกคิ้วข้าง เจ้าเลิกทำหน้าตาบูดบึ้งแล้ว?

                คุณชายจางยิ่งยิ้มกว้างใหญ่แทนคำตอบ...แต่ไม่นานนักจางฮุ่ยเฟิงก็เกิดความเสียใจ

                ข้าจะแช่น้ำในร่างมนุษย์ นึกว่าเจ้ายังอารมณ์ไม่ดี...นับว่าน่าเสียดายเดิมทีว่าจะชวนเจ้าด้วย มือขาวซีดดันตัวคนที่กักขังออก กล่าวกระซิบพลางเดินหนีเข้าห้องอาบน้ำ ปิดบังใบหน้าที่ขึ้นสีอยู่บ้าง ผมสีดำยาวแกว่งไกวคล้ายหางยามปกติ

                ถึงแม้จะกล่าวไปเช่นนั้น แต่ประตูห้องอาบน้ำก็ยังเปิดอยู่


                จางฮุ่ยเฟิงหุบยิ้มทันที ถอดเสื้อผ้าอาภรณ์ออก พยายามเสกหน้ากากที่ไม่มีรอยยิ้มดูบ้าง





         #LLwuda’s TALK

          สวัสดีค่ะ (ปาดเหงื่อเข้ามาอย่างเหน็ดเหนื่อย) สองอาทิตย์ที่ผ่านมาเราไปดูงานหัวหิน เชียงใหม่มาค่ะเลยหายไปเลย u-u คราวดีคือหยุดอีกประมาณหนึ่งสัปดาห์ คาดว่าคงได้อัพถี่ขึ้นค่ะ

          ตอนนี้เฉลยอะไรหลายๆอย่าง เขียนอยู่สามวันค่ะ กลัวหลุดนู่นนี่ตกหล่นอะไร คิดว่าคงเดากันได้อยู่บ้าง (ยกเว้นพระเอก...ถ้าไม่เขียนชื่อไว้เดาพระเอกไม่ถูกสักคน ฮา)

          เสี่ยวผานไม่ได้เปิดฮาเร็มนะคะ เพียงแต่ระหว่างท่านหมอน้อยและฮาซือซือ พวกนางยังมิมีใครมุดเข้าผ้าห่มคุณหมอผู้แสนดีค่ะ แค่กๆ ทางคุณชายเฟิงนี่ตอนโดนไล่ล่าเขายังเทียวไล้เทียวขื่อจินได้ ตอนมีสงคราม...(กรอกตา) คาดว่าเขาก็สามารถเปลี่ยนสนามรบให้เป็นสนามรักได้เช่นกันค่ะ!

          แล้วพบกันตอนหน้าน้า ^ ^


        PS. ขอทิ้งแบบสอบถามไว้สักอัน ชอบตัวละครเรื่องนี้คนไหนกันบ้างคะ? 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 291 ครั้ง

128 ความคิดเห็น

  1. #8106 exofan_xoxo94 (@exofan_xoxo94) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 22:23
    ขอแสดงความยินดีกับคุณชายจางด้วย ในที่สุดก็ได้แช่น้ำพร้อมจินในร่างมนุษย์เสียที 5555555
    #8106
    0
  2. #8098 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 00:10

    พัวพันกับตัวเอกของเราเสียจริง แต่ขอกรี๊ดกับซีนชวนอาบน้ำหน่อยค่ะ กรี๊ดดดดดด

    #8098
    0
  3. #8035 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 13:18
    ชอบฮุ่ยเฟิงที่สุดค่ะ !!! เราชอบที่เค้าเก็บกด โหลดร้ายกับทุกคนยกเว้นจิน 5555 ตอนนี้ได้อาบน้ำในร่างมนุษย์สักทีหลังจากฮุ่ยเฟิงเคยถอดใจมาแล้ว ยินดีด้วยนะคะะ
    #8035
    0
  4. #7962 chalillxx_ (@chalillxx_) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 16:39
    ให้จิ้งจอกเซเลปกินธาตุเร็วๆๆๆๆ
    #7962
    0
  5. #7961 Ladda Aew (@ladda2523) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 06:33
    แทนที่จะเพิ่มหาง
    #7961
    0
  6. #7330 แมววววววววววว (@magic2352) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 13:38
    รีบๆกินธาตุที่จักรพรรคให้ได้แล้ว
    #7330
    0
  7. #7299 pure-spcn (@pure-spcn) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 19:33
    จางหลี่ อยากรู้ว่าชีวิตนี้จะไม่มีคู่จริงเหรอ ฮ่าๆๆๆ ของเรา
    #7299
    0
  8. #7290 Plankton J (@jthida) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 19:31
    เห็นจินแสดงท่าทางหึงหวงก็นับว่ามีโชคแล้ว
    #7290
    0
  9. #7214 MmNn__ (@niknik0935170568) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 18:30
    ชอบกองกำลังลับคนที่วิ่งไปเป็นตัวล่อให้จินอะค่ะ
    #7214
    0
  10. #7091 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 13:01
    วุ่นวายใหญ่แล้ววว สู้ๆทุกคน
    #7091
    0
  11. #6891 aumaum (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:02
    ชอบเสี่ยวผานค่ะ อยากให้มีคู่ หมอน้อยขนาบซ้าย ฮาซือซือ ขนาบขวา เดินตรวจคนไข้อย่างเบิกบานใจ 555
    #6891
    0
  12. #6841 GottomonEye (@gottomon03) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 01:32
    จินต้องโอเค ต้องไม่เป็นไร

    ชอบใครที่สุด แรกสุดต้เงบอกว่าเสี่ยวผาน น่ารักมาก

    เริ่มโตมาชักชอบจิน ชอบที่เสพติดการแปรงขน เฟ้นหาขนมอร่อยๆ กินจัดหนักตลอดหนักเจอลูกกลอน12ปี 😂

    แม่ทัพจางหลี่ นางดูอ่านยาก แบบดูไร้หัวใจ แต่ก็ดูมีอะไรมากกว่านั้น เหมือนคนที่คิดแต่ไม่พูดออกมา

    นาเทียนตง นี่ก็ชอบ เพราะสำราญได้ไม่ดูตาม้าตาเรือดี และ ด้าน ขี้ตื๊อ มากก 555

    ตัวละครยิบย่อยอื่น แอบจิ้นองค์ชายจิวซา กะนายน้อยลำดับที่ห้า 555

    มู่ฟง ก็ชอบ เพราะดูเป็นผู้ชายมากๆ แบบ เถื่อนๆ เก่งเรื่องแบบผู้ชาย ดูท่าเรื่องรักจะต้องให้แม่ทัพใหญ่จางฮุ่ยเหิงติวเข้มให้

    เซี่ยจวิ่นพ่อบ้านใจกล้าและถิงถิง แม่กวางน้อย 5555 เอาว่ายๆชอบแทบทุกตัวค่ะ มีขาว มีดำ สลับกันไป ทุกตัวละครล้วนมีเหตุผล
    #6841
    0
  13. #6726 -Shawty- (@tumbmong) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 15:36
    ในที่สุด ความฝันเรื่องการอาบน้ำกับจินในร่างมนุษย์ของฮุ่ยเฟิงก็เป็นจริงนะคะ
    ยินดีด้วยค่าาาาาาา ท่านหัวหน้า *โปรยขนม*
    #6726
    0
  14. #6670 1234_DuncAn (@1234_DuncAn) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 19:54
    แหน่ะมีปลอบใจด้วยการอาบน้ำด้วยกัน อิอิอิ
    #6670
    0
  15. #6663 sosozee (@sosozee) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 17:30
    ชอบทุกคนเลย โดยเฉพาะจิ้กจอกน้อยผู้ชื่นชอบขนมหวาน
    #6663
    0
  16. #6093 noname (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2559 / 01:25
    คนที่ชอบที่สุด...คงจะเป็นคนที่วิ่งเข้าเสียสละตัวเองวิ่งเข้าไปเป็นตัวล่อให้จินล่ะมั้ง นับถือมากจริงๆค่ะ อ่านแล้วอยู่ๆก็สะดุดตรงนี้ขึ้นมาอ่ะ ไม่รู้สิอะธิบายไม่ถูกรู้สึกจุกขึ้นมาแปลกๆ
    #6093
    0
  17. #6086 •-MaMaI-• (@mai032671597) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2559 / 21:35
    ชอบทุกตัวละครเลยย สนุกมากๆๆๆ ไรท์แต่งคาแรกเตอร์ชัดเจนดีมากกกกก ดีมากเลย แต่งเก่งมากๆ ถ้าทำเป็นหนังสือจะซื้อเลยน้าา ติดตามม รักที่สุดเรื่องนี้
    #6086
    0
  18. #6077 คาริน> (@jojokyu) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 23:53
    หูยไรท์ถามมางี้ ชอบหมดเลยได้มั้ย จริงๆทุกตัวละครมีคาแลคเตอร์ที่ชัดเจนมากๆเลย ทุกบทบาทล้วนมีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง เวลาเราอ่านเรารู้สึกว่าเราเข้าใจในเหตุผลของแต่ละคนนะ ทุกตัวมีเหตุผล ดื้อดึงแต่ก็รู้จักผ่อนปรน เหมือนว่าไรท์รู้ว่าจะจู่โจม(ความรู้สึก)คนอ่านอย่างเราตอนไหนจังหวะไหน ตอนนี้เลยโดนมนต์เสน่ห์ของคู่พระนางจิ้งจอกน้อยกับหมาป่าจอมเจ้าเล่ห์จางฮุ่ยฟงจนติดงอมแงม และแอบเก็บไปนอนฝันทุกค่ำคืน ถึงขั้นว่าเข้าห้องน้ำยังเอาตามไปอ่านด้วยอ่ะ ฮือๆ รักไรท์นะ ขอบคุณมากจริงๆ
    #6077
    0
  19. #6069 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 13:29
    ฮืออออออ รู้สึกแบบหายใจไม่ทั่วท้อง
    จินอ่า จินๆๆๆๆ อย่าทำร้ายจินนะ
    สงสารทั้งจินทั้งฮุ่ยเฟิง
    ฮุ่ยเฟิงเวลาโกรธเป็นอะไรที่น่ากลัวมาก ยิ่งถ้าเป็นเรื่องของจิ้งจอกแสนรักแล้วยิ่งแล้วใหญ่
    แล้วก็จิ้งจอกขาว ยังจำจินได้ใช่ไหม จริงๆแล้วไม่ได้อยากต่อสู้กัยจินเลยใช่ไหม ฮืออออ เหล่าจิ้งจอกเราน่าสงสาร
    แล้วคนที่จะได้หัวแพแทยอนไป คืออยากเห็นฉากสองพี่ร้องสู้รบร่วมกันมากๆ สองแม่ทัพผู้เก่งกาจน่าเกรงขาม เพราะดูท่าแพแทยอนไม่ใช่คนที่จะชนะได้ง่ายๆเลย แต่คิดว่าคงจะต้องมีใครสักคนปลีกตัวไปรับมือกับพวกที่เหลือที่ฝีมือใช่ย่อยอีกเหมือนกัน
    #6069
    0
  20. #6068 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 11:47
    มันเหมือนมีการเหน็บแนมเรื่องการใช้จ่ายเงินในถุงคนอื่นของจิน 5555

    ตอนนี้เรียกได้ว่าสถานการณ์ยังไม่ตึงเครียด แต่เครียดเรื่องที่บอกว่าจิ้งจอกต้องแลกชีวิตเพื่อการจำศีลของสัตว์ทั้งสาม ไม่นะ จินต้องไม่ตายสิ ก็ในตอนนี้อย่างน้อยก็มีมังกรมาเป็นพวกแล้วไม่ใช่หรือ น่าจะช่วยอะไรได้บ้างสิ

    แต่เรื่องที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือเรื่องของจิ้งจอกขาว จินต้องเก่งขึ้นสินะ แต่หากได้เจอกันแล้วจิ้งจอกขาวตัวนั้นจะยังคงจำเพื่อนในวัยเด็กได้อีกหรือไม่ จะโกรธแค้นจินหรือเปล่าที่จินทิ้งเขาไป
    #6068
    0
  21. #5952 Gin (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 / 16:29
    ได้รู้สัตว์วิเศษบรรพกาลครบสักที สนุกมากเลยอ่ะ แต่ตอนจบจินต้องตายจริงดิ ม่ายยยย ถึงเราจะชอบเรื่องที่ให้ตัวละครตาย แต่ว่าจินยกเว้น ฮืออออ นายเพอร์เฟคเกินไปที่จะต้องตาย แถมถ้าตายสงสารฮุ่เฟิงอ่ะ อย่าเลยนะ ชอบฉากปลอบใจ555++ ชอบเวลาคู่นี้หยอกล้อกัน555++ น่ารักดี อยากอ่านฉากตัดเข้าโคมไฟบ้างจัง ถ้าทำเป็นเล่มจะมีให้อ่านบ้างป่าวน้า นี่เคยอ่านไปแค่ 1 ครั้งเอง แง่มๆ สนุกมากเลยจ้า



    ปล.ตอนแบบสอบถามค่ะ เราชอบทั้งจินกับฮุ่ยเฟิงเลย แต่ชอบจินสุด เป็นตัวของตัวเองดี มีเหตุผลด้วย น่าร๊ากกกก ยิ่งตอนเป็นร่างจิ้งจอกนี่ โอ๊ยยย อยากเข้าไปอุ้มบ้าง ฮุ่ยเฟิงก็ไม่กลัว ขอหน่อยเหอะ น่ารักสุดๆ

    ปลล.ยังลุ้นฉากที่จินจะได้เจอจิ้งจอกขาวอยู่ อยากรู้ว่าจะทำยังไงกัน
    #5952
    0
  22. #5951 Crazy You (@poppy-fang) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 / 06:55
    อัพแล้ววววววว >\\\\\\<

    จืนอ่อยแรง ฮุ่ยเฟิงตามรัวๆนะคะ 5555555
    #5951
    0
  23. #5950 นกฮูก (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 23:31
    เราอ่านมา 3 วัน ติดงอมเเงม ต่อๆ
    #5950
    0
  24. #5948 หมูน้อยจอมขี้เกียจ (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 18:10
    ตายละ ความหวานขึ้นตาเบย *0*
    #5948
    0
  25. #5947 noomiwmiw (@miw_jutamas) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 10:35
    เย้! จินอัพแล้ว //น้ำตาไหลพราก
    #5947
    0