✦ อนธการจิ้งจอก ✦ BL, YAOI [END]

  • 99% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 507,049 Views

  • 8,277 Comments

  • 13,431 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    5,674

    Overall
    507,049

ตอนที่ 54 : หยดเลือดที่มิอาจรักษา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12629
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 294 ครั้ง
    3 ก.ค. 59







บทที่ 50

หยดเลือดที่มิอาจรักษา



 

                จางฮุ่ยเฟิงค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาในยามเช้า ดวงตาสีเทาสะท้อนเป็นเงากับแสงแดดที่ลอดเข้ามาในกระโจมค่ายทหาร ชายหนุ่มค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นนั่ง มือเสยผมสีดำเปียกชุ่ม อาภรณ์หลุดลุ่ยเผยกล้ามเนื้อแข็งแกร่ง ยิ่งมีร่องรอยบาดแผลเต็มตัวยิ่งทำให้ดูน่าเกรงขาม จางฮุ่ยเฟิงกำลังจะลุก ทันใดนั้นสายตาเหลือบไปเห็น ร่องรอยบางอย่างเข้าเสียก่อน

                มือหนาลูบรอยแดงบริเวณไหล่ตนเอง บนร่างกายมีรอยกัดเต็มตัวไปหมด

                พลันประตูกระโจมถูกเปิดออก แสงสว่างจากด้านนอกลอดเข้ามา ส่องกระทบกับใบหน้างามของคนร้าย เห็นได้ชัดว่าตัวการสร้างร่องรอยมากมายนี้ย่อมเป็นเจ้าจิ้งจอกที่ยืนกอดอกอยู่ ดวงตาสีสว่างหรี่ลงมองดูผลงานด้วยความพึงพอใจอย่างยิ่ง

                ดูท่า ความคาดหวังที่ต้องการถูกหึงหวงของคุณชายจางจะเป็นจริงเสียแล้ว

                จินเดินเข้ามาใกล้ ถูกจ้องด้วยสายตาระยิบระยับนานๆ เข้าก็เบือนหน้าหนี พลางกล่าว อีกหนึ่งชั่วยามพวกเราก็จะเดินทางกันแล้ว

                จางฮุ่ยเฟิงยกยิ้มอันร้ายกาจขึ้น แขนรวบเอวอีกฝ่ายให้ล้มลงมา จูบปิดริมฝีปากที่เตรียมจะด่าทออย่างอ้อนวอน มือหนาสอดเข้าไปใต้กลุ่มผมที่เจ้าของบำรุงมันอย่างดี เสียงแลกเปลี่ยนสายสัมพันธ์ดังแผ่วเบาระหว่างคนทั้งสอง...หยาดน้ำใสไหลรินออกมาจากข้างมุมปาก ชายหนุ่มถอนลิ้นออกมา จุมพิตเบาๆ ข้างริมฝีปากน่าหลงใหลอีกที

                “…ยังเหลือมากถึงหนึ่งชั่วยาม

                สิ้นคำพลันมีเสียงพลั่กปะทะกันของเนื้อดังขึ้น จินดีดนิ้วใส่หน้าผากด้วยแรงที่คิดว่าเบามือแล้ว เดี๋ยวต้องขี่ม้า

                จางฮุ่ยเฟิงยกยิ้มเจื่อนๆ หน้าผากเริ่มปรากฏรอยแดง เจ้าเป็นจิ้งจอกน้อยไปก็ได้

                ผู้คนได้สงสัยกันพอดีว่าข้าหายไปไหน

                กล่าวจบจิ้งจอกในร่างมนุษย์ก็ลุกขึ้นยืน จางฮุ่ยเฟิงมีสีหน้าเสียดายเล็กน้อย สุดท้ายแม่ทัพใหญ่ก็ยอมลุกไปอาบน้ำ เนื่องจากเป็นค่ายกระโจมจึงเป็นการแช่น้ำในถังต้มน้ำธรรมดา ร่างกำยำผุดลุกขึ้นเมื่อแช่น้ำมามากพอ หยาดน้ำมากมายเกาะไล่ไปตามกล้ามเนื้อสมบูรณ์แบบ

                แม่ทัพใหญ่ในชุดเกราะสีดำสนิทเดินออกมาจากกระโจม ทหารเรียงเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ

                พวกเขาออกกำลังกายตอนเช้ากันอีกพักหนึ่ง จึงลงมือเก็บข้าวของเดินทางต่อ

กองทัพทหารเดินทางออกจากจิงหย่วนมาได้สองวันแล้ว... พวกเขาตั้งกระโจมพักผ่อนกันเมื่อถึงจุดพักที่ตั้งใจไว้ วันถัดมาขอเพียงเร่งเดินทางอีกจะถึงจุดหมายค่ำคืนพอดี

นั่นเป็นแผนการที่ถูกวางไว้แต่แรก... ลอบโจมตียามค่ำคืน

นักรบทุ่งหญ้าล้อมปิดเมืองไว้ หากมีกองทัพเข้าโจมตีตลบหลังในยามค่ำคืน ย่อมง่ายต่อการเข่นฆ่าและพลิกสถานการณ์กลับ กองกำลังดอกรักผู้หนึ่งลอบไปส่งข่าวก่อนหน้า ขอเพียงจุดพลุให้สัญญาณประจำตระกูลจาง จางหลี่ที่อยู่ภายในเมืองจะกรีฑาทัพออกมาโจมตี ล้อมพวกทุ่งหญ้าไว้ตรงกลาง!

การเดินทางรวดเร็วกว่าขาไปจิงหย่วน...เนื่องจากคนส่วนหนึ่งถูกทิ้งไว้ยังจวนจิงหย่วน แม้ม้าบางตัวบรรทุกของหนักแต่พวกมันล้วนเป็นม้าชั้นดีจึงมิมีปัญหา ฮาซือซือถูกทิ้งไว้ที่จวน นางถูกวางยานอนหลับก่อนจะออกเดินทาง สตรีเพียงหนึ่งเดียวในค่ายจึงเป็นท่านหมอน้อย อย่างไรค่ายทหารก็ยังต้องการหมอและพวกเขาก็ต้องการพลังของสัตว์บรรพกาลอีกด้วย

ตามที่เฟิ่งเจี๋ยเล่า ตระกูลเฟิ่งเป็นผู้ปลุกสัตว์วิเศษขึ้นมาก่อนเวลาอันสมควรและหาคู่สัญญาพญาภพเจอก่อนพรรคจัดสุริยัน แต่พวกเขามิได้แจ้งว่าผู้ใดเป็นร่างสถิต สำหรับวาโยล่องหงส์คู่สัญญาของมันคือประมุขพรรควิสุทธิ์...ตัวเฟิ่งเจี๋ยเอง การเข้าร่วมสอบวาโยล่องหงส์เป็นเพียงข้ออ้าง เฟิ่งเจี๋ยเพียงต้องการสืบความเกี่ยวข้องกันกับพรรคสุริยันและชนเผ่าราชสีห์ ดังนั้นจึงประกาศกระบวนท่าชื่อราชสีห์ออกมาระหว่างปะทะกับจางฮุ่ยเฟิง แท้จริงแล้วกระบวนท่ากลับมิได้เกี่ยวข้องอันใดกันเลย

...ระหว่างการเดินทางเหล่าทหารต่างเหลือบมองพระอาทิตย์เป็นระยะ สีหน้าเป็นกังวล เซี่ยจวิ่นที่อยู่ด้านหน้าสุดก็เช่นกัน ชายหนุ่มมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างยิ่ง การเดินทางนี้ต้องไปถึงยามค่ำคืนพอดี มิสามารถตั้งกระโจมรอได้ บริเวณกว้างน้อยเกินไปที่จะหลบเลี่ยงพลสอดแนมศัตรู ทว่า...ปัญหาคือสถานที่ก่อนที่จะเข้าพื้นที่รบ

ใช่แล้ว...พวกเขาต้องล่วงล้ำเข้าเขตป่าแห่งสัตว์อสูร

หยุด!”

เซี่ยจวิ่นยกมือขึ้นบนหลังม้า กระบวนกองทหารทั้งหมดหยุดตามคำสั่ง จางฮุ่ยเฟิงสะบัดบังเหียนม้าให้มันเดินไปด้านหน้า แม่ทัพใหญ่ในชุดเกราะดำหันหน้าเข้าหาทหารหลายพันนายของตนเอง ใช้พลังลมปราณขยายเสียง

พวกเรากำลังจะล่วงล้ำเข้าเขตสัตว์อสูร! พ้นจากเขตสัตว์อสูรไปประมาณแปดลี้มีค่ายทหารของศัตรู อีกไม่กี่ยามท้องฟ้าจะมืดสนิท นับเป็นการเดินทางแข่งกับเวลา จำต้องเดินทางพ้นเขตป่าก่อนท้องฟ้ามืดสนิท!” จางฮุ่ยเฟิงเงียบลงชั่วครู่ ชายหนุ่มพูดปลุกใจผู้คนมิเก่งเท่าไหร่นัก จึงกล่าวสั้นๆ ส่งท้ายเราต่างอยู่ด้วยกันมานานคงมิต้องกล่าวให้มากความ ถิงถิงรออยู่ที่จวน! หากพวกท่านกล้าไม่กลับจิงหย่วนไปรับประทานอาหาร ต่อให้กลายเป็นศพนางก็จะตีท่านให้ตายอีก!”

ฮู่วววว!!!!!!

โฮ่ววววว!!!!!!

เสียงโห่ร้องของกองทหารดังกึกก้องฮึกเหิม ธงทหารสีดำโบกไสว ที่ผ่านมาพวกเขามีจวนจางฮุ่ยเฟิงเป็นบ้าน มีกองทหารเฟิงเป็นครอบครัว มีพี่น้อง มีอาจารย์... เดิมพวกมันล้วนเป็นนายทหารที่ถูกทอดทิ้ง บ้างก็เป็นทหารชั้นเลว ชั้นผู้น้อย ต่ำกว่าก็เป็นเพียงชาวบ้านจนๆ มิมีอนาคตรุ่งโรจน์

การเป็นทหารตระกูลจางยังคงเป็นเกียรติสูงสุดของพวกมัน

...แต่นอกเหนือจากเกียรติ พวกมันได้รับสายสัมพันธ์ที่ตัดมิขาดจากกองทัพเฟิง จากกองกำลังดอกรัก พวกมันได้รับเงินมากมาย ได้รับเครื่องนุ่มห่ม สัตว์วิเศษ วรยุทธ์ ล้วนเป็นสิ่งที่นายทหารชั้นเลวมิเคยสัมผัสมาก่อน พวกมันล้วนถูกฝึกมาอย่างเข้มงวด ระเบียบวินัยในกองทัพทำให้พวกมันภูมิใจ

เหนือสิ่งอื่นใดพวกมันล้วนชมชอบอย่างยิ่ง ชมชอบการรับประทานอาหารร่วมกับพี่น้อง ชมชอบที่อาหารมิได้เป็นของสามัญดั่งชาวบ้าน...แต่กลับถูกปรุงด้วยแม่ครัวคนเดียวกับแม่ทัพใหญ่ ชมชอบการร่ำสุราร่วมกับเหล่าแม่ทัพนายกอง ชมชอบการถูกท่านแม่ทัพใหญ่ลงโทษให้วิ่ง พวกมันชมชอบทุกสิ่งทุกอย่าง

จางฮุ่ยเฟิงอาจเหี้ยมโหด อาจมิเคยเชื่อใจคนอื่น แต่ถึงกระนั้นผู้ใดซื่อสัตย์ ผู้ใดดีต่อเขา เขาก็ย่อมดีตอบ

นี่เป็นบุคลิกของแม่ทัพใหญ่โดยธรรมชาติ จางฮุ่ยเฟิงเพียงแค่ทำสิ่งที่เขาสมควรกระทำ เหล่าทหารมากมายกลับน้อมรับติดตาม มิต้องปั่นแต่งหรือเพิ่มเสริมอันใด

นางดุกว่าภรรยาของข้าเสียอีก!”

พวกเรายังมีข้าวที่ต้องกลับไปรับประทาน มีลูกมีภรรยารออยู่!!”

บิดาจะสังหารพวกมันให้หมดสิ้น!!”

เหล่าทหารผลัดกันตะโกนระบายความอัดอั้น ยิ่งฟังถ้อยคำของสหายยิ่งมีจิตใจฮึกเหิมปกปักษ์แผนดิน ไปๆมาๆ พวกเขาก็เอาแต่ตะโกนว่าจะพาท่านแม่ทัพใหญ่กลับไปหาฮูหยินน้อย สร้างความอับอายให้ไม่น้อยเมื่อตะโกนเสียงดัง จินแสร้งกระแอมใบหน้าแดงก่ำ หลบอยู่รวมกับกองกำลังดอกรักอย่างแนบเนียน

เสี่ยวผานทราบความจริง พลันเกิดทำสีหน้าไม่ถูกขึ้นมา ได้แต่กระตุ้นม้าไปรวมกับกองกำลังดอกรักด้วย

ไป!!!”

เซี่ยจวิ่นตะโกนให้สัญญาณ ม้าพ่วงพีจำนวนมากทะยานเข้าสู่ป่าใหญ่ กีบเท้าย่ำไปตามพื้นดินเกิดเสียงดักกึกก้อง เหล่าสัตว์อสูรยามกลางวันต่างหลบเลี่ยงหนีหาย ดวงตาเรืองแสงนับร้อยๆ คู่จ้องมองไปตามทาง

...ขอเพียงจันทรามาเยือน จะเป็นโอกาสของพวกมัน

หากเป็นมนุษย์เพียงไม่กี่คนหลงเข้ามา พวกมันย่อมถูกโจมตีทันที ทว่า...ทหารหนึ่งกองทัพแตกต่างออกไป สัตว์อสูรโดยรอบยังมิกล้าลงมือ พวกมันมีความหวาดกลัวอยู่บ้าง ขอเพียงค่ำจึงจะเป็นโอกาส พวกมันรู้ดีว่ามนุษย์มองมิเห็นในตอนกลางคืน

กองทหารม้าเรียงแถวเข้าไป เซี่ยจวิ่นอยู่ด้านหน้าสุดกับนาเทียนตง ตรงกลางเป็นสองพ่อลูกตระกูลเซวียน จินกับเสี่ยวผาน... ค่อนไปทางด้านหลังเป็นมู่ฟงและกองกำลังดอกรักส่วนหนึ่งล้อมจางฮุ่ยเฟิงอยู่ไว้กลาง กองกำลังดอกรักที่เหลือปิดอยู่ด้านท้าย เนื่องเพราะต่อให้โดนศัตรูโจมตีด้านหลังก็สามารถหลบเลี่ยงไปได้ไวกว่าทหาร อยู่รอดในป่าสัตว์อสูรได้มากกว่าเหล่าทหาร สามารถแจ้งข่าวได้ทันท่วงทีอีกด้วย

เสี่ยวผานกลืนยาลูกกลอนลงคอ เร่งเร้าร่างกายที่ยังไม่สมบูรณ์ให้แข็งแกร่ง... คันธนูสีขาวบริสุทธิ์ถูกยกขึ้น ยังมิทันมีผู้ใดมองว่าเกิดอันใด ลูกธนูอันรุนแรงก็พุ่งแหวกอากาศขึ้นไปบนฟ้า เสียบร่างนกเล็กหนึ่งตัวตกลงมา

นกสอดแนม!” คนผู้หนึ่งอุทานขึ้น

หลังจากนกเล็กฝ่ายศัตรูร่วงลงไป ก็ปรากฏร่างนกนางแอ่นคู่สองตัวบินวนไปมา พวกมันคอยตรวจสอบน่านฟ้าบริเวณกองทัพ นกสอดแนมทุกชนิดล้วนว่องไว พลธนูธรรมดามิมีทางยิงพวกมันได้ทัน ต้องกล่าวว่าการที่พวกมันมาพบกับเสี่ยวผานนับเป็นคราวเคราะห์อย่างแท้จริง

พลธนูรอบๆ เสี่ยวผานทั้งหมดต่างยกคันธนูขึ้น ยิงเตือนสัตว์อสูรบางชนิดที่เข้าใกล้มากเกินไป

มู่ฟงมีสีหน้าเคร่งเครียด ดวงตาสอดส่ายไปทั่ว สนทนาเรื่องแผนการรบกับจางฮุ่ยเฟิงตลอดเวลา แผนการนี้ต้องปกปิดอย่างยิ่งยวด กองกำลังลับผู้ไปส่งสารถูกกำชับว่าให้บอกจางหลี่โดยตรง หากเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นเช่นศัตรูตลบหลัง เรื่องราวจะสลับด้านทันที กลายเป็นพวกเขาที่ย่ำแย่เสียเอง

ท้องฟ้าแปรเปลี่ยนสีสัน กองทหารม้ายังเดินทางอย่างต่อเนื่อง บริเวณหญ้าสูงโดยรอบขยับเคลื่อนไหวตลอดเวลา สัตว์อสูรติดตามมาจนกระทั่งหญ้าเลิกขยับ...แปรเปลี่ยนเป็นนิ่งสนิท ป่าหนาทึบเงียบสงัดยิ่ง หลงเหลือเพียงเสียงกีบม้าย่ำไปกับพื้นดิน ฝุ่นควันลอยต่ำคละคลุ้ง

บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัด ไร้ซึ่งสุ้มเสียงใดๆ

เซี่ยจวิ่นที่นำอยู่ด้านหน้าสุดขมวดคิ้ว ดวงตามองตรงไปด้านหน้า สีหน้าเป็นกังวล

เงียบ...เงียบจนเกินไป...  

 “นี่มัน...

เมื่อเซี่ยจวิ่นหยุดม้าลง ผู้คนทั้งหมดจึงค่อยรู้สึกผิดปกติ... นายทหารแถวด้านหน้าหนึ่งคนรับคำสั่ง ควบม้าย้อนกลับไปด้านหลังเพื่อไปแจ้งข่าวแก่แม่ทัพใหญ่ เสียงของมันแม้มิได้ดังมาก แต่ในป่าที่เงียบสงัดย่อมดังมากพอ

ท่านแม่ทัพใหญ่พวกเราวนกลับมาที่เดิม

ประโยคนี้เป็นดั่งค้อนใหญ่ฟาดลงกลางใจ ผู้คนต่างมองไปรอบกายทันที

วื๊ดดด –

สิ้นคำของนายทหารปรากฏเสียงแหวกอากาศแหลมหู จางฮุ่ยเฟิงพลันชักกระบี่ออกปัดบางอย่างกระเด็น มันหมุนคว้างปักเข้ากับลำต้นไม้ใหญ่ลึกลงไปหนึ่งฝ่ามือ... นายทหารผู้เคราะห์ร้ายเหงื่อชุ่มใบหน้า มันไล่สายตาตามปลายกระบี่คุณชายจาง...เรื่อยไปยังอาวุธสังหารบนลำต้นไม้

กองกำลังลับผู้หนึ่งผลุบออกไป ...กลับมาพร้อมมีดบินเล่มหนึ่งในมือ!

วื๊ดด วื๊ดดด วื๊ดดดดด –

ยังมิทันได้กล่าววาจา เสียงแหลมหูจากอากาศดังขึ้นทั่วทิศ เงาสีดำเคลื่อนไหวรวดเร็วอยู่ด้านนอก  ดวงตาสีเทาทอประกาย จางฮุ่ยเฟิงจับกระบี่แน่น แบ่งขบวนเป็นสามส่วน! จัดแถวหกแปดเยื้องขวาไปทางขบวนหน้า!”

แตรเขาสัตว์ เป่าดังกึกก้องไปตามผืนป่า เงาสีดำเบื้องนอกเริ่มชัดเจนยิ่ง มันสะท้อนกับท้องฟ้ายามเย็นเป็นประกาย...ศาสตราวุธจำนวนมากกำลังลอยอยู่! พวกมันพลันพลิกด้าน หันคมดาบมุ่งร้ายมาโดยพร้อมเพรียง!

เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! –

อาวุธบินจำนวนมากถูกปัดกระเด็นไปด้านนอก ทันใดนั้น...อาวุธที่ถูกปัดกระเด็นออกไปคล้ายมิรู้สึกรู้สา มันลอยขึ้นมาดังเดิม ผู้คนต่างมองมันอย่างหวาดหวั่น ใบหน้าคุณชายจางเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นน่ากลัวยิ่ง

ค่ายกลอันแรก...ค่ายกลที่ทำให้ผู้คนวิ่งวนอยู่ที่เดิม โดยการเปลี่ยนสภาพป่าตามตำแหน่งอย่างแยบยล

ค่ายกลอันที่สอง...ค่ายกลบิดเบือนเวลา ตั้งหินหมอกตามหลักดวงดาวสามเวลา

ค่ายกลสุดท้าย... ค่ายกลพันศาสตรา ค่ายกลประจำตระกูลเซกัล!

ศัตรูรู้ตัวอยู่ก่อนแล้ว การมาของพวกเขามิได้เป็นความลับปกปิด...

มู่ฟงขมวดคิ้วแน่น แล้วคนของเราที่ส่งออกไปก่อนหน้าเล่า?

วื๊ดดด วื๊ดดดด วื๊ดดดดดด –

ค่ายกลไม่ยอมให้ผู้ที่ตกภายใต้อำนาจของมันว่างเท่าไหร่นัก ศาสตราวุธนับพันหมุนวนล้อมรอบกองทหาร พุ่งเข้าหาดั่งห่าฝนใหญ่ ประกายแสงมากมายดั่งดวงดาวบนท้องฟ้า มู่ฟงยังมิได้คำตอบก็ต้องชักกระบี่คอยรับมือ

เป็นดั่งเช่นเคย...ศาสตราวุธถูกปัดกระเด็น

วื๊ดดดดด วื๊ดดดดด วื๊ดดดดดดด –

บัดซบ! พวกมันคืนสภาพเร็วเกินไปแล้ว!” นายทหารคนหนึ่งสบถออกมา ยังมิทันได้ผสมโรงอีกหลายนาย ท้องฟ้ายามเย็นจู่ๆ พลันมืดลงกระทันหันคล้ายตะเกียงดับ ม้าบางตัวตกใจจนดีดทหารด้านหลังตก

ย่ำแย่แล้ว!”

บิดารอดออกไปได้ ย่อมไปตัดหัวลูกสุนัขตระกูลเซกัล!”

ใช่แล้ว...ทหารทั้งกองกำลังดวงตามืดบอด ต่อหน้าศาสตราวุธนับพันรอบตัวพวกมัน!

นายน้อย...มู่ฟงเอ่ยขึ้นเสียงเบา องครักษ์หนุ่มมิอยากโยนภาระให้มากเกินไป ทว่าสถานการณ์เช่นนี้นับว่าคับขันเกินไปจริงๆ มู่ฟงยกมือจรดริมฝีปาก ตัดสินใจแก้ปัญหาตรงหน้าไปก่อน

เสียงนกร้องดังขึ้นในป่าเงียบสงัด...ศาสตราวุธนับพันหันปลายคมเข้าหา

ผีเสื้อกองกำลังดอกรักส่องแสง ละอองคล้ายหยดน้ำรอบตัวพวกมันสะท้อนระยิบระยับ... พวกมันบินอยู่บริเวณบ่าของกองกำลังลับ ใบหน้าใต้หน้ากากจิ้งจอกของพวกมันทราบคิดเห็นอันใด พวกมันเคลื่อนไหวรวดเร็วกระจายตัวล้อมกองทหาร

...ทันทีที่ศาสตราวุธมากมายพุ่งเข้ามา ล้วนถูกปัดทิ้งกระเด็นหมดสิ้น

จางฮุ่ยเฟิงกวาดตามองไปโดยรอบ สมองชาญฉลาดกำลังถูกใช้งาน เขาขยับม้าออกไป

วื๊ดดดด วื๊ดดดด วื๊ดดดดดด –

นายน้อย!!” มู่ฟงร้องเสียงดัง

แม่ทัพใหญ่ในชุดเกราะสีดำเพียงยกยิ้มมุมปาก ไม่เป็นไร ตระกูลเซกัลมิได้ฉลาดที่สุดในแผ่นดินอีกต่อไปแล้ว

สิ้นคำของจางฮุ่ยเฟิงศาสตราวุธมากมายราวกับโกรธกริ้ว พวกมันพุ่งเข้ามาดุจฝนดาวตก

มีอาวุธสิบหกเล่มเป็นฐานค่ายกล ออกมาจากจุดสิบหกทิศเคลื่อนไหวเร็วกว่าอาวุธอันอื่นจางฮุ่ยเฟิงสั่งการด้วยลมปราณ ดวงตาสีเทาทอประกายลึกล้ำ หินหมอกย่อมต้องซ่อนอยู่ในปากนกฮูกสามตัว

...เซี่ยจวิ่นหลับตาลง กระแสลมรอบตัวหมุนวนรุนแรง ชายหนุ่มกู่ร้องออกมามือคว้าจับปลายกระบี่อันหนึ่งเอาไว้ กู่ร้องอีกคราก็หักมันออกเป็นสองส่วน สะบัดมือไล่เลือดที่หยดทิ้งไป

กองกำลังดอกรักมองเห็นในความมืด มือเก็บกระบี่ด้วยสุ้มเสียงเงียบกริบ กระบี่พวกมันมิอาจฟันศาสตราวุธของตระกูลเซกัลกันหัก ดังนั้นจึงยึดจับไว้ ใช้พลังฝีมือทำลายเช่นเดียวกับเซี่ยจวิ่น

เซวียนไป๋เฮ่อผู้เฒ่าขยับกายออกไปด้านหน้าเล็กน้อย สะบัดมือหนึ่งคราปรากฏลูกกวาดสองเม็ดอยู่ด้านหน้า พุ่งเข้าชนอาวุธเพียงหนึ่งคราก็หักทำลายมันลง

นาเทียนตงวาดท่วงท่ามากมายในการทำลายกระบี่หนึ่งเล่ม คุณชายเจ้าสำราญโอ้อวดเสร็จก็นึกได้ว่ากองทหารนี้มีสตรีเพียงคนเดียว อีกทั้งยังมาพร้อมบิดาของนาง ถอนหายใจอย่างเสียดาย

ฉึก! ฉึก! ฉึก! –

คันธนูสีขาวบริสุทธิ์สะท้อนแสงจันทรา... ใบหน้าสุภาพชนบนหลังม้าค่อยๆ ลืมตาขึ้น

ขอเพียงหูได้ยินเสี่ยวผานก็สามารถทราบได้ทันทีว่าเป็นการกระพือปีกของนกฮูก นี่มิใช่ต้องอาศัยหูหรือตา เพียงแต่ใช้ความคุ้นชินเท่านั้น เมื่อคนเราหลอมหลวมไปกับธรรมชาติ ย่อมสัมผัสได้ถึงธรรมชาติ

ผึ่ง!! – เสียงขาดกันคล้ายเส้นเอ็นดังขึ้น ทันทีที่อาวุธทั้งสิบหกชิ้นถูกทำลาย

ศาสตราวุธที่เหลือนอนนิ่งบนพื้น ท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นยามใกล้ค่ำ ค่ายกลถูกทำลายไปสองเหลือเพียงหนึ่ง

เพล้ง! –

ป่ารอบข้างถูกฉีกกระชาก บรรยากาศอึดอัดสลายหายไป เสียงคนเดินย่ำเท้าออกมาจากป่า... บุรุษรูปงามในชุดขาวล้วงผ้าเช็ดกระบี่จนสะอาดก่อนเก็บมัน ในใจผู้คนล้วนรู้สึกตื่นตกใจยิ่ง แต่พอนึกถึงความสามารถของคนผู้นี้ พวกเขาก็เลิกทำสีหน้าตกใจ คนผู้หนึ่งทำลายค่ายกลด้วยตัวคนเดียวแปลกอย่างไร?

จินสะกิดปลายเท้ากระโดดขึ้นหลังม้า หลังจากค้นหาตำแหน่งวางค่ายกลไปทั่วบริเวณเขาก็พบมัน

แตรเขาสัตว์ดังอีกครา ขบวนทหารม้าปรับเปลี่ยนรวดเร็วกระฉับกระเฉง แม้เพิ่งจะเผชิญหน้ากับค่ายกลของตระกูลเซกัลมาก็ตาม เซี่ยจวิ่นโบกธงสีดำ กู่ร้องหนึ่งคราม้าตัวแรกก็ทะยานพุ่งไปด้านหน้า กองทัพทหารจิตใจมิได้ท้อแท้หรือหวาดหวั่น กลับกันยิ่งทำให้พวกมันฮึกเหิมมากขึ้น

ค่ายกลตระกูลเซกัล...

มาวันนี้พวกมันกลับอยู่ในเหตุการณ์ที่ว่า... กวาดสายตาหนึ่งคราทราบวิถีทำลายค่ายกล

ค้นหาศาสตราวุธสิบหกชิ้นในนับพัน ยิงนกฮูกทั้งสามตัวในความมืดด้วยระยะที่มิอาจประเมินได้ เรื่องพรรค์นี้หากมิใช่สุดยอดฝีมือแล้วไหนเลยจะกระทำได้ง่ายดาย? มีสุดยอดกระบี่อย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีสุดยอดพลธนูและปัญญาสูงล้ำอีกด้วย  

เร็ว! เร็วอีก!”

เซี่ยจวิ่นตะโกนเช่นนี้ไปตลอดทาง ระหว่างทางกองทหารก็หยุดลงกระทันหัน พวกเขาพบกองกำลังดอกรักสองคนนอนทอดกายเป็นศพ บริเวณร่างกายมีร่องรอยบาดเฉือนของอาวุธมีคม หน้ากากจิ้งจอกแตกละเอียด ดูท่าคนทั้งคู่คงเสียท่าให้ค่ายกลแล้วถูกสัตว์อสูรลากมาไกล... มู่ฟงมีใบหน้าเศร้าจางๆ ชายหนุ่มก้มลงหยิบป้ายหยกประจำตัวและหน้ากากขึ้นมาจากศพ เก็บพวกมันเอาไว้ในอกเสื้อตนเอง

จินมองภาพนั้น... สูญเสียผู้ที่ตนเองสั่งสอนมา นับว่ามิอาจหักห้ามใจให้เศร้าได้เช่นกัน การสงครามไม่มีเวลานานให้เศร้าเสียใจ หยุดเพียงครู่เดียวหาที่ฝังซ่อนศพเรียบร้อยก็จากไป

ในที่สุดม้าตัวแรกก็กระโจนออกมาพ้นเขตป่า เลยธงอาณาเขตสัตว์อสูร ท้องฟ้ามืดครึ้มแต่ในที่สุดกองทหารก็ออกจากป่าทันเวลา จากนี้ไปอีกแปดลี้จะเข้าเขตศัตรูและระยะแปดลี้เพียงพอที่จะมีพลสอดแนม

...ศัตรูรู้ตัวอยู่ก่อนแล้ว ค่ายกลตระกูลเซกัลอาจหวังสังหารหรืออาจเพื่อหวังถ่วงเวลาไม่ทราบแน่ชัด

ทหารกล้าทั้งหมดมองสนามรบเบื้องหน้า สูดหายใจเข้าออกกันเสียงดัง ดวงตาทอประกายมีไฟโทสะลุกโชน เลือดแว่นแคว้นเดือดพล่าน พวกมันคือทหารตระกูลจาง! สิ่งที่พวกมันแบกรับคือแว่นแคว้น สิ่งที่พวกมันแบกรับคือพี่น้อง สิ่งที่พวกมันแบกรับคือเลือดเนื้อของไพร่ฟ้าประชาชน!

ทหารใหม่หลายนายเพิ่งเข้าใจ ความรู้สึกในกายพลุ่งพล่าน เมื่อมันได้เห็นสนามรบ

 บุก!!” จางฮุ่ยเฟิงออกคำสั่ง นายทหารทั้งหมดกู่ร้องเสียงดังสะเทือน สะบัดบังเหียนม้าเกิดเสียงกึกก้องน่าเกรงขาม ดุจสัตว์อสูรคำราม ม้านับพันตัวพุ่งทะยานไปด้านหน้า ทุกแถวเป็นระเบียบพร้อมเพรียง ดวงตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้หมวกเกราะแหลมคมและมุ่งร้าย

ลิบสายตาออกไป ค่ายกระโจมสีขาวค่อยๆ ปรากฏ...สี่ลี้...สามลี้...สองลี้...หนึ่งลี้!

พรึ่บ! พรึ่บ! พรึ่บ! –

กระโจมสีขาวทั้งหมดถูกแหวกออก ทหารเกราะฝ่ายศัตรูแอบซ่อนอยู่ภายใน นักรบทุ่งหญ้ากู่ร้องบ้าง พวกมันควบม้าติดตามอยู่ด้านหลังทหารเกราะ มือถือดาบใหญ่เตรียมตัดหัวฝ่ายตรงข้าม... เซี่ยจวิ่นทะยานไปด้านหน้า นายทัพกล้าหาญคนแรกคำรามดุจพยัคฆ์ ท่าทางคล้ายสนุกสนานอย่างยิ่ง มือควงหอกทิ่มแทงทหารเกราะสองนายกระเด็นไปทับทหารม้าด้านหลัง

...กองทหารขบวนแรกปะทะกับศัตรูในที่สุด

โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ

นักรบทุ่งหญ้ากู่ร้อง เสียงการเคลื่อนไหวม้ากลุ่มใหญ่ตรงมา นักรบบนหลังม้าอีกจำนวนมากพุ่งขนาบข้างสองข้างกับกองทัพเก่า ลูกธนูติดขนสัตว์ของชาวทุ่งหญ้ายิงขึ้นสู่ท้องฟ้า...ลูกธนูกลายเป็นคลื่นลูกใหญ่ตกลงมา

เกราะคุ้มกัน!” นายทหารชุดเกราะเหล็กเตรียมเกราะไว้ก่อนจะพ้นป่า พวกมันตบเท้ากับพื้นพร้อมกันดังลั่น โล่สีดำแผ่นใหญ่ถูกกางเหนือศีรษะ ปกคลุมทหารเดินเท้าทั้งหมด ลูกธนูขนสัตว์ปักได้แค่เกราะกำบังมิอาจทำอันตรายถึงภายใน

เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! ทหารม้าปัดลูกธนูลงพื้น เงาสีดำจำนวนมากพุ่งสวนทางกับลูกธนูออกไป จินสวมหน้ากากจิ้งจอกปิดบังใบหน้าที่ไม่สู้ดีนัก นำกองกำลังดอกรักพุ่งเข้าใส่พลธนู กองกำลังลับทั้งหมดเคลื่อนไหวรวดเร็วยิ่ง จุดธูปยังมิทันไหม้ดีก็เดินทางไปถึงกองหน้า

ไปเลย!” เซี่ยจวิ่นตะโกนบอก กระโดดลงจากม้าชั่วคราว ชายหนุ่มส่งเสียงฮึดหมุนหอกกระแทกทหารฝ่ายศัตรู ตบเท้าลึกลงไปหนึ่งฝ่ามือ เท้าทั้งสองข้างยันพื้นออกแรงวิ่งกระแทกไปด้านหน้า ทหารเกราะฝ่ายศัตรูกระเด็นชนต่อๆกันแหวกเป็นทางยาว  ข้าเอาตัวรอดได้ พวกเจ้ารีบจัดการ!”

...กองกำลังดอกรักพุ่งเข้าไปในทาง ผลุบหายไปดั่งหมอกควัน

 เซี่ยจวิ่นทิ้งหอก ชายหนุ่มชักกระบี่ฟาดฟันกับทหารที่กรูเข้ามา ล่าถอยไปกระโดดขึ้นมา คล้อยหลังเซี่ยจวิ่นออกไป เสี่ยวผานคุมกองธนู แพทย์หนุ่มยกมือขึ้นเป็นสัญญาณ ลูกธนูจำนวนมากพุ่งขึ้นสู่อากาศ ร่วงหล่นเข้าใส่นักรบบนหลังม้าของชาวทุ่งหญ้า

อ๊อก!”

เฮื้ออ!”

                นายทหารบนหลังม้าร่วงลงสู่พื้นคนแล้วคนเล่า ผู้ที่ยังอยู่ต่างโกรธแค้น ทหารทั้งสองฝ่ายจับอาวุธเข้าห้ำหั่นกันด้วยความเกลียดชัง

เลือดมากมายเจิ่งนองไปทั่วสมรภูมิ...

ยิงพลุจางฮุ่ยเฟิงอยู่ด้านหลังเอ่ยเสียงเรียบ

ควันไฟพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า...ส่งสัญญาณแก่คนในเมือง

 

ได้เวลาแล้ว...แม่ทัพใหญ่จางหลี่หยิบทวนจากองครักษ์มาถือในมือ  กองทหารทั้งหมดในเมืองรออยู่ที่ประตูหน้า รอให้ประตูไม้หนาค่อยๆ ยกตัวขึ้นจากพื้น...

กึก!

จู่ๆ โซ่ที่กำลังหมุนก็หยุดกึก บานประตูยังมิได้ยกตัวแม้แต่น้อย

จางหลี่เบนสายตาที่คมกริบไปยังนายทวาร มันรีบคุกเข่าลงทันที ทะ...ท่านแม่ทัพ ประตูไม่ยอมขยับ!”

นายทหารบริเวณนั้นมองหน้ากัน แม่ทัพใหญ่จางหลี่เหลือบมองกุนซือข้างกาย ท่านซูเห็นสายตาจึงขยับกายเดินเข้าไปบริเวณประตู มือหมุนกลไกอย่างคล่องแคล่ว สีหน้าเคร่งเครียดขึ้น กุนซือซูปัดมือสองสามคราเดินกลับมายังข้างม้า

มีคนตัดกลไก โซ่ตัวนั้นน่าจะถูกตัดขาดไปแล้ว สิ้นคำทั่วบริเวณก็คล้ายมีเมฆหมอกหนักอึ้ง เหล่าทหารมองหน้ากันไปมา แต่พวกมันมิได้เอะอะมากนัก ทั้งหมดเชื่อมั่นว่าจางหลี่จะต้องมีทางแก้เสมอ

ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! –

ทันใดนั้น เสียงระเบิดดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้คนผู้หนึ่งเอ่ยคำถามขึ้น มารดาเถอะ พวกมันทำอะไรกัน

ยังมิทันได้คำตอบ พ้นกำแพงสูงขึ้นไปกลับปรากฏควันไฟมากมายพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า กุนซือหนุ่มขมวดคิ้ว กล่าวพึมพำ เพียงพอที่คนด้านข้างจะได้ยิน “…ด้านนอกเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่

เอ๊ะ...หรือว่าพวกเขากำลังฉลองกันไม่ชวนข้า?กุนซือซูแสร้งทำสีหน้าเคร่งเครียด พลันถูกตบหลังจนหน้าคะมำไปหลายก้าว จางหลี่มองกุนซือตนเองด้วยสายตาเย็นชา...

หุบปาก

 

พ้นกำแพงเลยออกมานั้นไฟกำลังลุกโชนขึ้นสูง...

มันมิได้ไหม้อย่างสะเปะสะปะหรือไหม้เพราะความบังเอิญ ไฟสีแดงโหมกระพือราวกับคลื่นยักษ์ใหญ่ บริเวณพื้นเป็นหลุมกว้าง ขอบหญ้าไหม้เป็นสีดำสนิท ไหใส่น้ำมันแตกกระจายไปตามทาง

เพียงหนึ่งหมาก...กลับสังหารทหารฝ่ายแคว้นไตรนภาไปนับร้อย

แต่นั่นมิใช่จุดประสงค์หลัก...

เจ้าไม่ควรมาที่นี่... แพแทยอนในกลุ่มทหารนั่งนิ่งอยู่บนม้า ค่อยๆลดมือที่สั่งการลง ดวงตาจับจ้องไปยังไฟกลุ่มใหญ่เป็นทะเลเพลิง แบ่งทหารหนึ่งขบวนให้แยกออกมาจากทั้งหมดราวกับอีกฟากฝั่งของหุบเขาลึก ทะเลเพลิงกำลังจะเผาไหม้ทั้งเป็น!

 “นายน้อย!!”

เซี่ยจวิ่นหน้าซีดเผือดเมื่อหันหน้าไปดูด้านหลัง เสียจังหวะไปหนึ่งคราจนถูกแทงกระอั่กเลือดออกมา ในกลุ่มทหารด้านหลังสุดที่ตกอยู่ในวงล้อมทะเลเพลิง... จางฮุ่ยเฟิง มู่ฟงและทหารอีกไม่กี่นาย!

ราวกับหัวใจของผู้คนกำลังจะหยุดเต้น...

จินหันหลังกลับไป ใบหน้างามขมวดคิ้ว ดวงตาสีสว่างเบิกกว้าง... เขากัดฟันข่มอาการปวดศีรษะ สะบัดกระบี่สังหารทหารด้านหน้า ร่างกายเซเล็กน้อย เขวี้ยงหน้ากากจิ้งจอกทิ้งไม่ไยดีแล้ววิ่งย้อนกลับไปหากองเพลิง

...มองลึกเข้าไปในกองเพลิงท่วมสูง จางฮุ่ยเฟิงมิได้ตื่นตระหนก ดวงตาเย็นชาสาดไปทางแพแทยอนที่สวมเครื่องแบบแม่ทัพ ก่อนจะเบนกลับมา...เห็นเหล่าทหารที่พยายามจะเข้ามาถูกไฟคลอกตาย มู่ฟงที่มีสีหน้าเคร่งเครียดพยายามหาทางรอดออกไปด้านนอก

ทันใดนั้นจินที่วิ่งมาก็หยุดลงหน้ากองเพลิงห่างออกไป

ไป! ไปซะ ไม่ต้องเข้ามา!” คุณชายจางตะโกนไล่ ชายหนุ่มหมายถึงทหารที่พยายามช่วย...และยังหมายถึงเจ้าจิ้งจอกแสนรักด้วย ใบหน้าสง่างามผิวขาวซีดกว่าทุกคราย่อมมิรอดสายตาคนเลี้ยงไปได้

เพลิงไฟยักษ์โหมกระหน่ำ มันดูดกลืนทุกสิ่งอย่างละโมบ

เหวออ!!” กองเพลิงบีบแคบเข้ามา นายทหารที่อยู่ในวงล้อมถูกทะเลเพลิงกลืนเข้าไป ใบหน้าแห้งเกรียม ดวงตายามถูกเผาไหม้ไม่ยิมยอมจนถึงที่สุด... ในเมื่อมาเป็นทหารพวกมันย่อมอยากตายด้วยอาวุธมากกว่ากองเพลิง

จิ้งจอกในร่างมนุษย์สะบัดกระบี่ใช้ออก แต่ก็ทำให้เพียงสร้างช่องว่างเล็กๆ ชั่วครู่เท่านั้น

ไฟนี่มันร้อนเกินไป...

บัดซบ!!” จินสบถ เขาไม่อยากกลายร่างเป็นจิ้งจอก...เพราะตั้งแต่เหยียบเข้ามา อาการปวดศีรษะรุนแรงก็จู่โจมทันที เหตุการณ์เช่นนี้ตนเองเคยพบเจอมาก่อนแล้ว มิพ้นต้องเป็นบางสิ่งที่ไว้จัดการกับสัตว์วิเศษของพรรคตัดสุริยัน

กลับไป!” จางฮุ่ยเฟิงร้อนรนขึ้นมาแล้ว คุณชายจางคาดว่าคงมีทางแก้ไขแม้จะริบหรี่ก็ตาม ทว่า...ที่น่าเป็นห่วงคือคนรักตนเองจะวิ่งเข้ามาช่วยในกองเพลิงเสียก่อน แม้แต่มู่ฟงยังปรารถนาให้จินไม่เดินเข้ามา

งี่เง่า! เจ้ามันเด็กโง่งม!” จินด่าทอเสียงดัง เขาถอยหลังไปหลายก้าว ก่อนจะหันหลังกลับมา...สบตากับความห่วงใยแม้ตนเองใกล้จะโดนไฟคลอก หากข้าถอยหลังกลับไป นั่นก็ไม่ใช่จินพรตแล้ว!!”

บุรุษรูปงามในชุดขาวสะกิดปลายเท้า วิ่งตรงเข้าไปในกองเพลิง!

จิน!!!!”

เซี่ยจวิ่นและนาเทียนตงต่อสู้อยู่ คนทั้งคู่และคนอีกจำนวนมากมิสามารถหันหลังกลับไปได้ ดังนั้นจึงได้แต่ข่มใจ กัดฟันกรอดฟาดกระบี่ด้วยโทสะใส่ทหารตรงหน้าแทน เสียงที่เรียกชื่อสหายบาดลึกเข้าไปในจิตวิญญาณ

ท่านหมอน้อยปาดน้ำตามากมายที่มีอยู่แต่เดิม เสี่ยวผานอยู่รวมกับสองพ่อลูกตระกูลเซวียนมีสีหน้าซีดเผือด ลูกธนูหลุดจากมือร่วงหล่นสู่พื้น ปากคล้ายไร้เรี่ยวแรงจะสั่งพลธนูอีก

โครมม!!! –

กรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร!!!!”

จังหวะเดียวกับที่ประตูเมืองถูกทำลาย กลางสนามรบปรากฏร่างจิ้งจอกสีดำสนิท ขนของมันเป็นประกายยามค่ำคืน หางทั้งเจ็ดสะบัดไปมา เพลิงมากมายท่วมตัวของมัน แต่มิอาจทำอันตราย...เพราะจิ้งจอกอนธการเป็นเจ้าของเหนืออำนาจแห่งมัน

มู่ฟงตาเบิกกว้าง ปากอ้าค้างคล้ายเห็นภูติผี ชายหนุ่มเห็นชัดเจนเต็มสองว่าสหายที่คบกันมาเนิ่นนานกระโจนเข้าใส่กองเพลิง ก่อนจะกลายร่างเป็นจิ้งจอก

จิ้งจอกอนธการสะบัดศีรษะอันใหญ่โตของมัน หางรวบเอาตัวคนในกองเพลิงออกมาวางไว้ที่ปลอดภัยด้านหลังตัวมัน มันยืนอยู่ด้านหน้า สร้างตนเองเป็นเกราะคุ้มภัย

หางทั้งเจ็ดแผ่กระจาย ก่อนจะพุ่งลงสู่พื้น มันจู่โจมบางสิ่งลึกลงใต้ดิน

ตึง! ตึง! ตึง! ตึง! –

จางฮุ่ยเฟิงกำมือแน่น ซ้ายเป็นกองทัพ ขวาเป็นจิ้งจอก...ในที่สุดคุณชายจางก็หันไปทางซ้ายก่อน เปาแตรสั่งการทหารที่เสียรูปขบวน กองทหารเท้าตระกูลจางแทบจะกุมชัยชนะ ทว่า...กองทหารม้า พวกเขายังมิอาจสู้นักรบทุ่งหญ้า ทวนของแคว้นไตรนภายังเสียเปรียบดาบใหญ่ประจำชนเผ่ามากนัก

ถึงกระนั้น...แคว้นไตรนภาก็ยังมีพลธนูที่แม่นยำหักลบข้อเสียเปรียบ

ท่านหมอน้อยกลั้นน้ำตา นางเงยหน้ามองท้องฟ้าคล้ายตัดพ้อต่อว่า พลันจู่ๆ รู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่ปิดกั้นหายไป จึงปาดน้ำตาขอร้องต่อท้องฟ้าอีกครั้ง ตราประทับบนหน้าผากเผาไหม้ คราวนี้ออกมาทีเถอะ...ข้าขอร้องท่าน...

...พลันจันทราถูกบดบัง... เงาสีดำสะท้อนลงมายังสมรภูมิ

หยาดน้ำฝนจำนวนมากก่อตัวตกลงสู่กองเพลิง ควันสีขาวอ่อนตัวลง อากาศที่ระอุแปรเปลี่ยนเป็นเย็น... มังกรเคลื่อนวารีแหวกว่ายอยู่บนท้องฟ้า ปลอบประโลมผืนแผ่นดินที่ถูกเผาไหม้

สองสัตว์บรรพกาลปรากฏตัวในสนามรบ...

เช่นนี้ชาวทุ่งหญ้ายังมีความหวังอีกหรือ?

แพแทยอนยังคงอยู่ที่เดิม ตั้งแต่ที่ศัตรูปรากฏตัวชายหนุ่มก็ยังอยู่ที่เดิมมาตลอด...หลังสุดของกองทัพ กระโจมสีขาวหลังสุดท้าย... ครานี้กระโจมเปิดออก นักพรตจำนวนมากนั่งอยู่ภายใน ผู้อาวุโสของพรรคตัดสุริยันจำนวนหนึ่งคอยดูพวกมัน กระถางธูปสีทองนับไม่ถ้วนลอยออกมาจากช่องว่าง พุ่งตรงเข้าสู่สองสัตว์บรรพกาล!

นายทหารเดินเท้าที่กำลังฟาดฟันกันด้วยอาวุธรู้สึกขนลุกชูชัน กระถางธูปสีทองลอยข้ามหัวพวกมันไปดุจฝูงผีเสื้อมหาศาล เซี่ยจวิ่นตวัดกระบี่บั่นคอทหารสองนาย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า... ท่านหมอน้อยมองกระถางธูปในใจรู้สึกไม่ดียิ่ง พวกมันวนรอบตัวมังกรเคลื่อนวารีพลันปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมา!

กรรรรรรรรรรร!!” มังกรเคลื่อนวารีขู่คำราม มันบินวนหนีแต่ฝูงกระถางธูปก็ล้อมรอบมันเป็นแห กระแสไฟฟ้ามากมายฟาดโจมตีใส่ตัวมัน เซวียนเจียงฉวี่น้ำตาคลอนางสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดรวดร้าว ใจคล้ายถูกฉีกกระชาก

ยังมีคนอีกผู้หนึ่งเข้าใจความรู้สึกนี้ ตราประทับเริ่มปรากฏร่องรอยเด่นชัด

 จิน... เป็นการเรียกชื่อธรรมดา...แต่น้ำเสียงกลับเจ็บปวดใจแสนสาหัส จางฮุ่ยเฟิงมองจิ้งจอกอนธการสะบัดหางของมันโจมตีกระถางธูป แต่พวกมันมีมากเกินไป สายฟ้ามากมายโจมตีไปทั่วตัวเช่นเดียวกันกับมังกรเคลื่อนวารี

นี่มันเกิดอันใดขึ้น...

                เหล่าทหารแคว้นไตรนภาต่างตกอกตกใจ พวกมันอยู่ในแคว้นที่กล่าวว่าสัตว์บรรพกาลแข็งแกร่งที่สุด พวกมันมิได้ปรากฏตัวมานับพันปีว่าเหลือเชื่อแล้ว แต่ยามนี้การที่พวกมันถูกโจมตีกลับเหลือเชื่อยิ่งกว่า!

                “วื๊ดดดด –

                เสียงร้องแหลมสูงดังขึ้น อินทรีทองบินโฉบกระโจมลงมาจากฟากฟ้า ผู้อาวุโสพรรคตัดสุยันคนหนึ่งกระเด็นออกไป อินทรีสีทองบินไปหานายของมัน...แม่ทัพใหญ่จางหลี่ขี่ม้าอาชากลืนหมอกนำอยู่ด้านหน้า ควันสีโลหิตพวยพุ่งออกมาจากม้าพ่วงพี บนศีรษะมีนกอินทรีสีทองกางปีกอันใหญ่โต ข้างกายมีสิงโตสีดำตัวใหญ่เป็นสองเท่าของมนุษย์เดินเคียงคู่มา

                ที่ด้านหลังจางหลี่ติดตามมาด้วยกองทัพทหาร ประตูเมืองด้านหลังถูกพังเป็นโพรงกว้าง

 แพแทยอนกลับหันมามอง พริบตาคล้ายมีสายฟ้ามากมายพวยพุ่งระหว่างคนทั้งคู่

                ตาเจ้าแล้วแพแทยอนเอ่ยเสียงไม่ดังไม่เบา ชายหนุ่มรูปงามผู้หนึ่งเดินออกมาจากกระโจม ผมสีเงินลากยาวไปจรดพื้น ดวงตาที่มองไปยังสมรภูมิเบื้องหน้าไม่พอใจยิ่ง

                ไปได้แล้วแพแทยอนหรี่ดวงตาลง เมื่อเห็นชายหนุ่มปริศนาส่ายหน้ารัวๆ

นั่นคือคู่หู! คู่หูของมัน!...เหตุใดท่านจึงต้องทำร้ายคู่หูด้วย!

เจ้าบังคับข้าเองแพแทยอนปรบมือ ผู้อาวุโสข้างกายสวดคาถาหนึ่งบริบท ลายวาดสีรอบตัวชายหนุ่มปริศนาพลันเปล่งแสง ดวงตาจิ้งจอกสีเงินวาวแทนที่ด้วยสีแดงก่ำ มนตร์ลวงตาสูญสลาย...

จิ้งจอกเงินสะบัดกายอย่างบ้าคลั่งคล้ายขัดขืนอำนาจบางอย่าง สุดท้ายมันก็หยุดลง

กรรรรรรรรรรร!!!!! – จิ้งจอกสีเงินคำรามขึ้นสู่ท้องฟ้า หางทั้งเก้าแกว่งไปมากดูดุดันยิ่ง ดวงตาของมันแดงก่ำดุจโลหิต มันมองตามนิ้วที่แพแทยอนชี้ กระโจนเข้าหากองทัพจางหลี่

แต่เรื่องทั้งหมดยังไม่จบลง...

นักพรตในจวนสวดคาถากันระงมรวดเร็วยิ่งขึ้น ผู้อาวุโสทั้งหมดขยับเคลื่อนไหวมาอยู่ด้านนอกกระโจม พวกมันหันหน้าเข้าหากันเป็นวงกลม มือตั้งขึ้นชนกัน ใบหน้าของพวกมันแดงก่ำคล้ายรีดเร้นพลังลมปราณอย่างยิ่ง

แพแทยอนยังจ้องมองสมรภูมิไม่วางตา กล่าวเสียงเรียบ เริ่มได้แล้ว

เหล่าผู้อาวุโสสวดคาถาขึ้น... เลยไปยังบริเวณกองทัพฝั่งจางฮุ่ยเฟิง ลวดลายบนพื้นเปล่งแสงสว่างจ้า อักษรแปลกประหลาดถูกเขียนไว้บนหินสีนิล พวกมันถูกวางรวมอย่างแนบเนียน แสงกระจายทั่วพื้นค่อยๆหดลง...มันไปรวมตัวกระจุกกันบริเวณจิ้งจอกอนธการและมังกรเคลื่อนวารี

พลันพวกมันส่องแสงจ้าจนแสบตา! กระถางธูปสีทองปล่อยอัสนีเส้นใหญ่ออกมา

กรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร!!!”

จิ้งจอกอนธการกับมังกรเคลื่อนวารีร้องคำรามด้วยความเจ็บปวดพร้อมกัน ตัวของพวกมันค่อยๆหดเล็กลง... สายฟ้าที่ถักทอล้อมขังพวกมันเป็นวงกลม กระถางธูปบินว่อนไปทั่ว ตราประทับบนร่างกายคู่สัญญาของพวกมันกำลังเผาไหม้รุนแรง

จิน!!” จางฮุ่ยเฟิงกระโดดลงจากม้าท่ามกลางเสียงเรียกขององครักษ์ แม่ทัพในชุดเกราะสีดำวิ่งเข้าไปหาจิ้งจอกแสนรักของตน พอเหยียบเข้าไปในอาณาเขตแสงกลับชนบางสิ่ง มิสามารถผ่านไปได้... ท่านหมอน้อยก็เช่นกันนางร่ำไห้น้ำตานองหน้า แต่บิดาของนางจับตัวเอาไว้มิให้วิ่งไป

จิน! จิน!”

จางฮุ่ยเฟิงรู้สึกปวดร้าว มือทุบกำแพงที่มองไม่เห็นอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาสีเทาเบิกกว้างมองจิ้งจอกอนธการที่ค่อยๆตัวเล็กลง...เล็กลงเรื่อยๆ... คุณชายจางจับกระบี่ฟาดฟันใส่กำแพง พลันร่างกายกลับเด้งสะท้อนออกมา ง่ามมือมีหยดเลือดหลั่งริน

จิน! เจ้ารอข้าก่อน!” จางฮุ่ยเฟิงเก็บกระบี่มูยอง ใช้กระบวนท่ารุนแรงโจมตีเข้าไปอีกครา ร่างกายกระเด็นสะท้อนไปด้านหลังอย่างรุนแรง กลิ้งไถลหลายตลบไปกับพื้นหญ้า มู่ฟงวิ่งตรงมาพยุงขึ้น

จางฮุ่ยเฟิงผลักออก ชุดเกราะสีดำกระทบกันเกิดเสียง ชายหนุ่มลุกขึ้นก้าวเดินไปยังอาณาเขตแสงอีกครา

นายน้อย!!” องครักษ์หนุ่มมองกองเลือดอย่างร้อนใจ หากแม่ทัพใหญ่ล้มถึงสองคน สงครามครานี้แคว้นไตรนภาต้องย่อยยับแน่นอน นายน้อย...สิ่งที่แม้กระทั่งสัตว์วิเศษยังจัดการมิได้ มนุษย์อย่างเราทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว!”

ปึก! ปึก! ปึก! –

เขาอยู่ไม่ได้...เขาทนสูญเสียไม่ได้อีกต่อไป...

จางฮุ่ยเฟิงทุบกำแพงที่มองไม่เห็นจนเลือดเต็มมือ...แต่คุณชายจางผู้นี้ก็ยังทุบต่อไป ทุบต่อไปดุจคนเสียสติ

ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! –

จิน! จิน! จิน!”

จางฮุ่ยสะบัดกระบี่อีกครา...อีกครา...และอีกครา... ร่างกายกระเด็นออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า มุมปากมีรอยเลือดเปรอะเปื้อน โลหิตสาดกระเซ็นไปทั่วเกราะสีดำ ถึงกระนั้น...ชายหนุ่มก็ยังลุกขึ้นก้าวเดิน

มู่ฟงยืนขึ้นช้าๆ... หลับตาลงด้วยมิอาจทนดู

เจ้าจิ้งจอกสีดำตัวน้อยถูกขังอยู่ในแสงวงกลม มันลืมตามองไปยังชายหนุ่มผู้ที่ปกติมีใบหน้าแย้มยิ้ม

...ครานี้กลับไม่ใช่รอยยิ้ม ไม่ใช่สีหน้าเย็นชา

ไม่ใช่แม้แต่สีหน้าที่เคยปรากฏทั้งหมด

มันเป็นเพียงสีหน้าของบุรุษผู้หวาดกลัวผู้หนึ่ง...หวาดกลัวจะสูญเสียสุดหัวใจ...

จิ้งจอกอนธการหลับตาลง ปากขมุบขมิบคล้ายกล่าววาจาพึมพำ... ด้านบนท้องฟ้ามีวงกลมแสงอีกลูกหนึ่ง ด้านในเป็นมังกรตัวเล็กกำลังหลับสนิท จากนั้นพวกมันทั้งคู่ต่างหายวับไป

หายไปเฉยๆ กลางสนามรบ พร้อมอาณาเขตแสง

จางฮุ่ยเฟิงลูบบริเวณที่จิ้งจอกแสนรักของตนเองนอนอยู่เมื่อครู่ กำแพงที่มองไม่เห็นหายไปแล้ว...ดวงตาสีเทาหลับลง มู่ฟงเห็นภาพนั้นพลันอยากกู่ร้องสาปแช่งต่อโชคชะตาขึ้นมา องครักษ์หนุ่มกัดฟันดึงเจ้านายตนเองลุกขึ้น

นายน้อย...ท่านต้องไปนำทัพ ท่านจะปล่อยไว้เช่นนี้ไม่ได้ รองแม่ทัพกำลังรอท่าน

จางฮุ่ยเฟิงไม่ตอบคำ แม่ทัพใหญ่ลืมตาขึ้น...ค่อยๆก้าวเท้าเดินไปทางที่จากมา

มู่ฟงติดตามไป รู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ คล้ายบรรยากาศดำมืดขมุกขมัวขยายตัวไปทั่วบริเวณ

จางฮุ่ยเฟิงกระโดดขึ้นหลังม้า ดวงตาสีเทาทอประกายอำมหิตเข้มข้นจนทหารฝ่ายศัตรูที่อ่อนแอล้มลง ใบหน้าใต้หมวกเกราะดุดันและเย็นยะเยือก แม้พวกเขาสวมเกราะหลายชั้นแต่ก็ยังรู้สึกเหน็บหนาวไร้ต้นสายปลายเหตุ

เหล่าทหารเก่าแก่ต่างกลืนน้ำลายลงคอ...นึกถึงเรื่องเล่าที่กล่าวขานเกี่ยวกับจางซีในศึกสงครามใหญ่ ผู้ทำให้ศัตรูถอยทัพโดยใช้เพียงแค่สายตา แม่ทัพใหญ่ทั้งสองคล้ายเป็นภาพทัพซ้อนกัน

เขารู้ว่าจินยังอยู่... ตราประทับสงบลงไปแล้วแสดงว่ายังปลอดภัย

ฆ่า!!!!!”

เนื่องจากใช้พลังลมปราณ คำพูดนี้จึงดังก้องไปทั่วสนามรบ... แพแทยอนมองเทพสงครามตรงหน้า สัมผัสได้ถึงการถูกคุกคาม ดังนั้นชายหนุ่มจึงกอดอกรอคอย ระหว่างพี่น้องตระกูลจางใครจะมาเป็นคู่ต่อสู้ก่อนกัน

แม่ทัพใหญ่ในชุดเกราะสีดำสะบัดบังเหียนม้า ถึงเขามิทราบว่าจินอยู่ที่ใด...แต่ว่ามีคนผู้หนึ่งต้องทราบ

 

และต้องรับผิดชอบเรื่องทั้งหมด...แพแทยอน!


 


 



#LLWUDA’s TALK

        ห้าสิบแตกแล้วค่ะ ไม่ใช่ห้าสิบอีกต่อไป555 แต่ก็ใกล้จบจริงๆแล้ว(ใจหายละซี่) เรื่องใหม่ที่จะเขียนถัดไปมีสองเรื่องค่ะ อันแรกเขียนว่าแนวมุ้งมิ้งแต่ที่จริงเป็นเซอไวเวิลนะคะ ฮา สั้นๆไม่กี่ตอนก็จบ อันที่สองเขียนพีเรียดกำลังภายในเหมือนเดิมค่ะ   

        มาดูกันว่าจินหายไปไหน จางหลี่กับจางฮุ่ยเฟิงใครจะได้หัวแพแทยอน

        แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ ^ ^ 




 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 294 ครั้ง

126 ความคิดเห็น

  1. #8255 angrymuse (@angrydada) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 15:34
    ทำร้ายจิน ทำร้ายน้องจิ้งจอกเงิน ให้อภัยไม่ได้จริงๆ
    #8255
    0
  2. #8218 PaulaPum (@yukiko12) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 03:48
    สงสารรร อย่าทำน้องง
    #8218
    0
  3. #8099 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 09:03

    จินนน แงงงง ขอให้ปลอดภัยนะ แล้วจะหลุดมายังไงล่ะทีนี้ ฮือออ

    #8099
    0
  4. #8037 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 17:12
    โหยยยย เจ็บปวด แงงงงง
    #8037
    0
  5. #7963 chalillxx_ (@chalillxx_) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 17:42
    เสียดายตรงที่จิ้งจอกเซเลปยังไม่เก้าหางเนี้ยแหละ อย่าตีหน้าแพแทยอนมากนังตัวดีนี้คือจอมฟ้าแน่เลย บังอาจทำจิ้งจอกเซเลปที่น้องเฟิงดูแลไม่ตายดีแน่!!!!
    #7963
    0
  6. #7751 Jolly CCP (@c1chonlana) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 12:52
    เฮ้ออออ ตระกูลเฟิ่งก็อุตส่าห์บอกแล้วไงว่าจิ้งจอกน้อยโดนเล็งอยู่ แทนที่จะระวังแทนที่จะทำให้แข็งแกร่งขึ้น ทำให้หางเพิ่มขึ้นก็ไม่ทำอะไรสักอย่าง
    รู้ว่าไม่ให้จินมาเกี่ยว แต่เค้าก็บอกอยู่ว่าให้ระวัง อย่างนี้ไม่ช้าก็เร็วเรื่องก็ต้องมาถึง คราวนี้ต่อให้ไม่อยากเกี่ยวมันก็ต้องเกี่ยวแล้ว แทนที่จะเตรียมตัวไว้ดันไม่ฟังอีก เดี๋ยวไปลากถิงถิงมาเทศน์ใส่จนกว่าจะสำนึกเลย
    #7751
    0
  7. #7711 Hazel_9502 (@pookiejj) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 04:22
    มันส์มากกก จินอย่าเป็นอะไรเน้ออ
    #7711
    0
  8. #7500 DKdabble (@dkdabble) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 04:04
    ลุ้นจะเป็นลม กลั้นหายใจไม่รู้ตัวไปอี้กกกก
    #7500
    0
  9. #7202 CandyDong (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 14 กันยายน 2560 / 00:17
    สนุกมากกกก บีบหัวใจสุด จินนนนนนกลับมานะ TT
    #7202
    0
  10. #7195 vareww (@vareww) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 8 กันยายน 2560 / 00:15
    อ่านตอนนี้แล้วน้ำตาไหลเลยอะ คือบีบมาก เจ็บปวดมาก รู้ถึงความเจ็บปวดของการกลัวจะสูญเสียเลย สำนวนอารมณ์ดีมากเลยค่ะ ฮืออ
    #7195
    0
  11. #7172 mmaijii (@mmaijii) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 11:48
    อิแพแทยอนนี้มันเป็นใครว่ะ จู่ๆแม่งก็มาแบบเก่งๆละใครก็สู้ไม่ได้ เกลียดมัน
    #7172
    0
  12. #7092 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 17:09
    ฮือออออออออ แงงงงงงงง เอาจินคืนมาาาาาา
    #7092
    0
  13. #6984 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 16:37
    ตอนนี้ถึงกับหลั่งน้ำตาฮืออ จะร้องมันเจ็บไปหมดเลยอ่ะ
    #6984
    0
  14. #6877 KuppaKP (@KuppaKP) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 13:57
    อ้ากกกกกกกก อ่านตอนนี้แล้วอยากจะกรี๊ดออกมาดังๆ รู้สึกเครียดหนักมาก ปวดตับปวดไตปวดไส้ปวดพุง ปวดไปหมด ปวดใจเว้ยยย แต่คนเขีบนยรรยายดีมากอะ ทำซะอินเลย
    #6877
    0
  15. #6843 GottomonEye (@gottomon03) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 13:41
       ไม่ได้มาอ่านหลายวันมากๆ ดันไม่สบาย แถมเป็นตอนที่มันส์มากๆซะด้วย รู้สึกรักและผูกพันธ์กับความรักและสามัคคีของทุกคนมากๆ ชอบมากที่นายน้อยบอกทหารว่าถิงถิงรอทำอาหารให้กินที่จวน ถ้าไม่กลับไป ถึงจะตายแล้ว ถิงถิงก็จะตีให้ตายอีก มันดีกว่าคำหวานเลิศหรูซะอีก มันเหมือนบอกว่าไม่ว่ายังไงก็ยังมีคนที่รอให้เรากลับไป นั่นคือกำลังใจจริงๆ แอบน้ำตาไหลไปหลายช่วงเลยค่ะ  

       ตอนนี้รู้สึกสงสารหมอน้อย ด้วยความที่เป็นผู้หญิงด้วย พอคู่สัญญาเจ็บใจก็เหมือนจะขาด ไม่ต่างกับ จินและฮุ่ยเฟิงเลย จินเองรู้อยู่แล้วว่ามันคืออะไร แต่รักและเป็นห่วงฮุ่ยเฟิง ถึงเข้าไปแบบนั้น สงสารฮุ่ยเฟิงมาก บอกเลยค่ะ น้ำตาไหลตอนที่เฟิงพยายามจะเข้าไปช่วยจิน แล้วทำไม่ได้ แล้วทั้งมังกรฟ้าและจิ้งจอกน้อยก็หายไป แต่อย่างน้อยรู้ว่ายังปลอดภัยนั่นก็คือแรงผลักดันและกำลังใจให้ไปช่วยให้ทั้งคู่คืนกลับมาสู่คู่สัญญาละค่ะ 



    อีกนิดๆ ว่าแต่จิ้งจอกเงิน แปลงร่างได้ด้วย โอ้ยย ไม่รู้ไปอ่านสปอยล์มาอิท่าไหน เค้าว่ากันว่า (เค้านี่ใคร??) มู่ฟง คู่จิ้งจอกเงิน >< จิ้นหนักมากกกกเลยค่ะงานนี้ ก็ไม่รู้เอาอะไรมาจิ้นนะคะ แต่จิ๊นนจิ้นนน 555  พอเห็นจิ้งจอกน้อยแปลงเป็นคน หู้ยยย>< ละเห็นแพลนงานต่อ จะมีจีนโบราณอีก ขอคำตอบให้ชื่นใจว่าเป็นมู่ฟง กับจิ้งจอกเงินเถอะค่ะ! 55 เพราะรู้สึกเรื่องรักๆมู่ฟงน่าจะได้เกรด 0 เนาะ 55 ไปหัดลงสนามรักบ้างสิท่าน!!



    ปล. อีกที อยากเห็นจิ้งจอกเงินกับจินคุยกันจัง ชอบตอนจิ้งจอกเงินจะไม่ยอมเข้าไปสู้เพราะจำจินที่เป็นคู่หูได้ นางน่ารักจริงๆ อยากอ่านเรื่องจองจิ้งจอกเงินมากๆค่ะ ได้ข่าวว่ามีในตอนพิเศษเนาะ ><



    เราเม้นยาวไปมั้ย ไม่หรอกนา ไม่มาหลายวัน ตอนนี้จะรีบอ่านให้จบ เพราะร่างกายเหมือนจะดีขึ้นมานิดนึงแล้วว(ใจจริงคือคิดถึงมากค่ะ 5555 พักหลังฝันแนวบู๊บ่อยๆด้วย)
    #6843
    0
  16. #6760 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 14:29
    ฮืออออออออ กลับมาแล้วววววว ในที่สุดก็ได้กลับมาอ่านต่อ แต่ดันต่อยากเหลือเกิน ดันลืมว่าอ่านถึงตอนไหนแล้ว 5555 ที่จริงรู้สึกเหมือนอ่านได้ถึงตอนนี้แหละ ถือว่าอ่านทวนความจำ

    แต่ถึงจะอ่านรอบสองแล้วแต่ก็แทบจะร้องไห้อยู่ดี
    #6760
    0
  17. #6727 -Shawty- (@tumbmong) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 16:06
    เลือกแตะได้ถูกสิ่งมากกกก เล่นกะใครไม่เล่น มาเล่นกับจิ้งจอกแสนรัก
    ใครมาจี้ท่านหัวหน้าในจุดนี้ ย่อมไม่ตายดีนาาจาา
    #6727
    0
  18. #6207 มินมิน (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 16:27
    จำได้ไรท์เคยบอกว่ามู่ฟงมีคู่ จะจบแล้วคู่ยังไม่มาเลยหรือจะเป็นจิ้งจอกเงินคะ

    หรือจะจบที่ไร้คู่กันล่ะนี่
    #6207
    0
  19. #6201 Par_dao (@Par_dao) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 15:29
    มีความเครียด.....หนักมากก !!!!

    นี่นึกว่านั่งอ่านนิยายสงครามแบบเดอะลอร์ด ออฟเดอะริง
    #6201
    0
  20. #6105 fafadammadee (@fafadammadee) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 15:44
    มาต่อไวน้า ลุ้นมากอ่ะ เป็นห่วงจินด้วย ชอบภาษาเรื่องนี้มาก สวยสุดๆ ได้คำศัพท์เก่าๆเยอะด้วย
    #6105
    0
  21. #6104 DESTINY (@tepwaree) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 15:34
    จิ๊นนนนนนนน รำคาญไอ่นักพรตกระถางธูปมาก รีบๆจัดการรร
    #6104
    0
  22. #6103 tazhao (@jtazhao) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 14:49
    สัมผัสได้ถึงซัมติงระหว่างกุนซือกับจางหลี่ง่าาาา หม่ามี้หนูจะให้จิ้งจอกเงินตีก้นแพแทยอนนน แง้งๆๆ อย่ามาทำร้ายหนูจินนะๆๆๆ
    #6103
    0
  23. #6097 nice_KBNT (@nice_KBNT) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 21:56
    ฮื่อออ จินนนนนนนนนน TT
    #6097
    0
  24. #6094 Pop nomsod (@pop-_-) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2559 / 19:39
    ใจหายโคตรๆ
    ต่างฝ่ายต่างสื่อออกมา ว่าขาดกันไม่ได้
    #6094
    0
  25. #6092 Xiao Qian (@khunyingyii33) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2559 / 21:14
    รอนานแล้วน้าาาาา หายไปไหนเอ๋ย
    #6092
    0