✦ อนธการจิ้งจอก ✦ BL, YAOI [END]

  • 99% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 505,877 Views

  • 8,270 Comments

  • 13,403 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    4,502

    Overall
    505,877

ตอนที่ 55 : สงครามสุดท้าย (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11588
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 291 ครั้ง
    24 ก.ค. 59



(วันนี้ไม่มีรูปค่ะ มีแต่เพลงให้ไปฟังประกอบ55)







บทที่ 51

สงครามสุดท้าย (1)



 

 

                ฮ่าห์!!!!!!!!!!!”

            เสียงแตรเขาสัตว์ดังไปทั่วสมรภูมิ จังหวะเดียวกับที่นายทหารม้านับพันสะบัดบังเหียนกู่ร้องพร้อมกัน ให้ความรู้สึกน่าเกรงขามยิ่ง พวกมันแปรขบวนรวดเร็ว เคลื่อนไหวเป็นระลอกคลื่น วงกระจายออกดุจคันศรเตรียมปล่อย กองทหารม้าตระกูลจางอาจด้อยกว่านักรบทุ่งหญ้าในเรื่องการขี่ม้า

                ...แต่เมื่อพวกมันจัดทัพ สถานการณ์ย่อมต่างออกไป

                นักรบอาจเก่งกาจในเรื่องรบเป็นกองขนาดย่อม...แต่นั่นมิได้หมายถึงกองทัพ กล่าวได้ว่าการศึกครานี้แพแทยอนจะชนะได้ก็เมื่อจางฮุ่ยเฟิงไม่มาหรือจางหลี่ถูกขังอยู่ในประตูเมือง

หรือเว้นแต่เพียงว่าจิ้งจอกสีเงินจะไร้คู่ต่อสู้เท่านั้น

จางฮุ่ยเฟิงสะบัดกระบี่ชี้ไปทางด้านหน้า ตวาดออกมาหนึ่งคราด้วยกำลังภายใน กองทหารเฟิงทั้งหมดล้วนพุ่งทะยานดุจอัสนี พวกมันฮึกเหิม โกรธแค้น มิว่าผู้ใดที่อยู่ใกล้แม่ทัพใหญ่ของตน ย่อมได้เห็นเหตุการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างจิ้งจอกอนธการและคู่สัญญา

จินทราบแก่ใจว่าการกลายเป็นจิ้งจอกอันตรายยิ่ง จางฮุ่ยเฟิงทราบดีแก่ใจว่าอันตรายยิ่งเช่นเดียวกัน... ในเหตุการณ์บางคราทุกอย่างมิสามารถเป็นดั่งใจที่ท่านหวัง บางเรื่องราวอาจทราบแต่มิอาจไม่กระทำได้ เหตุผลขัดแย้งแต่ในบางครามนุษย์ก็เลือกที่จะกระทำตามหัวใจ

แม่ทัพใหญ่ผู้ห้าวหาญ...แม่ทัพใหญ่ผู้อำมหิต ตระกูลจางไร้ใจ มาวันนี้จึงทราบว่าข่าวลือหาได้น่าเชื่อถือไม่

ที่มีสีหน้าเจ็บปวดรวดร้าวยิ่ง... เสียงคำรามที่สะท้อนความโศกเศร้ายิ่ง นั่นคือแม่ทัพจางฮุ่ยเฟิงมิใช่หรือ?

อันใดเรียกว่าอำมหิต อันใดเรียกว่าไร้ใจ...?

ท้องฟ้ายามราตรีมิได้มีแสงดาวอีกแล้ว มันขมุกขมัวไปด้วยกลุ่มควันไฟปกคลุมท้องฟ้า เช่นเดียวกับความมืดมิดในจิตใจของผู้คนหลากหลาย ใบไม้ตามฤดูร่วงหล่นหม่นหมอง แม้จางฮุ่ยเฟิงไร้ซึ่งวาจาตัดพ้อกล่าวออก แต่ผู้คนเวลาเจ็บปวดจนถึงที่สุดนั้น วาจาสักคำก็มิอาจเอ่ยออกมา

ฮ่าห์! ฮ่าห์! ฮ่าห์!”

กองทหารม้าสะบัดคมศาสตราวุธของพวกมันเข่นฆ่าศัตรูคนแล้วคนเล่า ธนูที่ควรรวดเร็วก็รวดเร็วแม่นยำ เสี่ยวผานไร้ซึ่งเสี้ยวความลังเล ธนูสีขาวบริสุทธิ์สังหารนายกองของอีกฝ่ายไปมิใช่น้อย... เซี่ยจวิ่นเองก็เช่นกัน ชายหนุ่มคล้ายกลายเป็นเสือขาวเสียเอง พละกำลังมากมายจนมิอาจต้านทาน นำขบวนทัพกล้าบุกตะลุยต่อเนื่อง ด้านมู่ฟงกระโจนออกไป สัญญาณเล็กแหลมดังขึ้นเงาสีดำติดตามไปเป็นจำนวนมาก

จิ้งจอกสีเงินมีดวงตาแดงก่ำ หันหลังให้กับนายขู่คำรามไปทางเมืองที่ถูกปิดตายก่อนหน้า มันชูขนฟูฟ่อง ตัวก้มลงต่ำ หางทั้งเก้าโบกสะบัดในอากาศ ดวงตาสัตว์ร้ายจับจ้องไปยังบางสิ่งที่มันต้องจัดการ

จางหลี่กำลังพุ่งทะยานตรงมา!

อาชากลืนหมอกเคลื่อนไหวเงียบกริบไร้สุ้มเสียง ไอควันระเหยออกมาจากหยาดเหงื่อ ด้านบนศีรษะแม่ทัพไร้พ่ายมีเงาดำอินทรีทองทาบทับ ด้านข้างวิ่งตามติดมาด้วยสิงโตสีดำตัวใหญ่...กองทัพตระกูลจางทั้งหมดกำลังพุ่งออกมาจากประตูที่หักโค่น ประตูเมืองถูกปิดตายด้วยฝีมือใครมิอาจทราบ แต่ใช้เวลาสักพักก็สามารถพังออกมา

แต่การพังประตูเมืองนั้นหมายความว่า...ศึกนี้มิอาจพ่ายแพ้

จางหลี่พ่ายแพ้แก่แพแทยอนมาหลายครา ทุกกลอุบายถูกขุดหลุมรอล่วงหน้า ถึงกระนั้นก็มิคิดว่าตนเองจะพ่ายแพ้อีก  แม่ทัพใหญ่ผู้นำทัพทหารนับพันนับหมื่นสิ่งใดคือสิ่งสำคัญ? คำตอบมิได้มีหนึ่งเดียว แต่สำหรับจางหลี่แล้วมิว่าคราใดที่ออกรบ ชายหนุ่มก็ไม่มีวันคิดว่าตนเองจะพ่ายแพ้

หนึ่งคนสามสัตว์วิเศษเข้าต่อสู้กับจิ้งจอกสีเงิน!

แม่ทัพใหญ่ของแคว้นตรึงศัตรูตัวฉกาจเอาไว้ ทหารที่เหลือกู่ร้อง นำความแค้นสะสมทั้งหมด ความอดอยาก ความสูญเสียผลักให้พวกมันพุ่งไปด้านหน้า เข้าเข่นฆ่าศัตรูร่วมกับพี่น้องอีกฟากฝั่งสมรภูมิ

จิ้งจอกสีน้ำตาลเคียงคู่นักรบทุ่งหญ้าร้องระงม มนตร์ลวงตาแผลงฤทธิ์ปั่นป่วน

เสียงศาสตราวุธห้ำหั่นกันดังปะทุขึ้นต่อเนื่อง สี่สัตว์วิเศษโรมรันกันจนเกิดหลุมบ่อพังทลาย กองทัพเฟิงแปรเปลี่ยนขบวน แม่ทัพเกราะดำสนิทนำหน้า บุกตะลุยด้วยความเร็วที่น่าหวาดกลัวยิ่ง นักรบทุ่งหญ้านอนทอดกายไร้วิญญาณ ทหารแคว้นไตรนภาเหยียบย่ำพวกมันในใจรู้สึกกล้าหาญกว่าเดิม

ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า!” นายทหารตวาดถ้อยคำออกมาพร้อมเพรียงกัน เกิดเป็นพลังขุมใหญ่

นักรบบนหลังม้าของชาวทุ่งหญ้ามองยังศัตรูด้วยสีหน้าหวาดหวั่น พวกมันเผลอกระตุ้นม้าถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ในใจเกิดความขาดเขลาที่ไม่สมควร

แม่ทัพไร้ใจย้อมสีโลหิต หนึ่งกระบี่งามเข่นฆ่าสังหาร ดั่งมัจจุราชพรากวิญญาณ

นักรบทุ่งหญ้าผู้ห้าวหาญบนหลังม้าพลันรู้จักความหวาดกลัวครั้งแรก มันเบิกตากว้างดั่งวิญญาณหลุดลอย... แม่ทัพชุดเกราะดำหยุดนิ่งกลางสมรภูมิ ดวงตาสีเทาใต้หมวกเกราะเย็นเฉียบทิ่มแทงราวกับกระบี่ที่มองไม่เห็น ไร้ซึ่งประกายในแววตา พวกมันยังมิทันได้ต่อสู้กลับรู้สึกร่างกายหนักอึ้ง ในหูอื้ออึงไปชั่วขณะ

...จากนั้นศีรษะพวกมันก็ร่วงหล่นลง

กองทหารม้าเฟิงแปรเปลี่ยนขบวนนับสิบรูปแบบ พวกมันสลับเคลื่อนที่โดยมีจางฮุ่ยเฟิงเป็นจุดกลาง ที่เข่นฆ่าไปได้ก็เข่นฆ่า เมื่อรู้สึกว่าตึงมือก็แปรเปลี่ยนขบวน ตรงไหนกล้าแข็งก็ใช้อ่อนสยบ การเคลื่อนไหวพร้อมเพรียงบ่งบอกถึงการซักซ้อมมาหนัก ความใส่ใจและความกระตือรือร้นของพวกมัน

ผู้ใดบังอาจก้าวถอยหลัง!!”

พลันเกิดเสียงตวาดดังจากลมปราณแผ่พุ่งออกมา แพแทยอนเป็นผู้เอ่ยวาจา ใบหน้าดุดันยิ่ง สายตามองไปยังนักรบที่หวาดหวั่น ทำให้พวกมันเกิดความฮึกเหิมหยิบดาบใหญ่ฟันโต้ตอบออกไปบ้าง

ฉึก!!

แพแทยอนยังมิทันถอนสายตากลับมา ผู้อาวุโสคนหนึ่งบริเวณหน้ากระโจมถูกลูกศรยิงปักลำคอทะลุ ร่างแก่ชราล้มลงบนพื้น แพแทยอนมีใบหน้าเรียบสนิท ไม่ปรายตามองศพ แต่กลับมองย้อนไปยังที่ห่างไกลออกไป...อีกฟากฝั่งสนามรบ

คันธนูสีขาวบริสุทธิ์สว่างกระจ่างในความมืด ใบหน้าสุภาพชนแปรเปลี่ยนเป็นจริงจัง... คนผู้หนึ่งสามารถยิงธนูได้ไกลมาถึงกระโจม อีกทั้งยังแม่นยำเป็นอย่างยิ่ง ไม่พ้นต้องเป็นเสี่ยวผาน แพทย์หนุ่มมิได้มีหน้าตาสุภาพอีกต่อไป ในที่สุดก็รู้จักความโกรธแค้นขึ้นมาบ้าง

แพแทยอนโบกมือหนึ่งครา ปรากฏร่างผู้อาวุโสในชุดนักพรตออกมาจากกระโจมหกคน พวกมันท่องบทสวดงึมงำ ที่ลอยขึ้นมามิใช่กระถางธูปแต่เป็นกรงทองสำริดจำนวนมาก เรียงตัวถักทอกันเป็นปราการขนาดใหญ่ครอบคลุมกระโจม เสี่ยวผานยิงธนูใส่ดังเดิมไม่เกิดผลแม้แต่น้อย

เฮอะ!” เทพเยียวยาหิมะหงส์เห็นภาพตรงหน้าอดแค่นเสียงออกมามิได้ ผู้อาวุโสจับจ้องสมรภูมิเลือดตรงหน้า มือข้างหนึ่งลูบศีรษะปลอบบุตรสาวของตน

เซวียนไป๋เฮ่อเลี้ยงบุตรสาวมาต้องการให้อ่อนโยนดั่งภรรยาที่ตกตายไป พอเห็นน้ำตาอาบหน้าบุตรสาว จิตใจจึงเกิดความขุ่นมัว ประกอบกับเห็นภาพตรงหน้าบังเกิดให้อารมณ์เสียอย่างยิ่ง... ผู้อาวุโสล้วงมือเข้าไปในสาบเสื้อ หยิบของสิ่งหนึ่งโยนกระจายตกลงสู่พื้น

เสี่ยวผานเห็นภาพนั้นหยุดมองอย่างสงสัย พลธนูโดยรอบก็สงสัย มือน้าวคันสรไม่หยุดแต่เหล่มองด้วยหางตา

เทพเยียวยาหิมะหงส์หลับตาพึมพำบทสวดชั่วครู่ พริบตาที่ลืมตาขึ้นมา มีไข่มุกเก้าลูกลอยขึ้นจากพื้น

นึกว่ามีแค่ตนเองที่ใช้วิชานอกรีตเป็นหรือ?เซวียนไป๋เฮ่อกล่าววาจานุ่มนวลดั่งสุภาพชน แต่มุมปากกลับยิ้มเยาะ ลิขิตสวรรค์ยากฝ่าฝืน แต่นี่ล้วนเป็นเรื่องบุตรสาวของข้า!”

พลันผู้เฒ่าชรามีสีหน้าดุร้าย ไข่มุกทั้งเก้าหมุนวน รอบๆพวกมันมีไอประหลาดแผ่ซ่าน พุ่งชนกรงทองสำริดดังตึง ส่งเสียงกังวานไปทั่วสนามรบ สั่นสะเทือนในอากาศ กรงทองแกว่งไกวสองคราก่อนหยุดนิ่งดังเดิม

กรรรรรรรรรรรร!!!”

ทันใดนั้นจิ้งจอกเงินคำรามขึ้น มันถูกรุมกลุ้มด้วยสองสัตว์เศษ หางทั้งเก้าไล่จู่โจมอินทรีทอง ด้านหน้ามันยังมีสิงโตดำ จางหลี่บนอาชาหมอกค่อยปั่นป่วน แต่สถานการณ์กลับไม่สู้ดีนัก แม้ชายหนุ่มจะดึงจิ้งจอกเงินไว้ได้ แต่จิ้งจอกตัวอื่นจับคู่กับนักรบทุ่งหญ้ายังนับว่าร้ายกาจสำหรับนายทหารอยู่ดี

ผู้เฒ่าเซวียนไป๋เฮ่อล้วงสร้อยออกมา เป็นขลุ่ยหนึ่งด้ามที่เป่าแล้วไร้ซึ่งสุ้มเสียง

ทว่า...เพียงไม่นานก็ปรากฏเงาร่างสีขาวทะยานลงมาจากฟากฟ้า หงส์ขาวบริสุทธ์ส่งเสียงเล็กแหลม มันร่อนลงไปโฉบหางเส้นหนึ่งของจิ้งจอกเงินขึ้นสูง ก่อนปล่อยออกเนื่องจากหางเรียวอีกอันด้านหลังฟาดลงมา... หงส์ขาวม้วนตัวขึ้น บินวนอยู่ด้านบน มันเป็นสัตว์วิเศษประเภทรักษา ดังนั้นจึงบินวนฟื้นฟูกำลังให้แก่สัตว์วิเศษตัวอื่น

ดวงตาดุดันหรี่ลงประเมินภาพตรงหน้า จางหลี่ไม่ชักช้าสะบัดบังเหียนม้าวกกลับหลัง มือควงทวนอันใหญ่พุ่งทะยานเข้าสู่กองทัพจิ้งจอกของนักรบทุ่งหญ้าทันที ด้านหลังติดตามมาด้วยทหารม้าเร็วคนสนิท... เห็นดังนั้นจางฮุ่ยเฟิงจึงฉีกกองทหารม้าเร็วออกไปทางปีกขวา พุ่งตรงไปยังกองทัพนักรบจิ้งจอกเช่นเดียวกัน สายตาเห็นจิ้งจอกสีน้ำตาลพลันอดเห็นภาพสะท้อนขึ้นมามิได้

จิน...

ดวงตาสีเทาหลับลงชั่วครู่ ก่อนลืมตาขึ้นมากลายเป็นความเย็นชาเคลือบไว้

สองพี่น้องตระกูลจางราวกับกำลังแข่งขันกันเข่นฆ่าจิ้งจอก นอกจากนักล่าทั้งคู่จะไม่มีรอยยิ้มแล้ว นัยน์ตายังเรียบสนิทคล้ายไม่แยแสอีกด้วย แม้จะมาจากคนละทิศละทางแต่กองทหารของจางหลี่และจางฮุ่ยเฟิงเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว จิ้งจอกสีน้ำตาลมิสามารถใช้มนตร์ลวงตากับผู้ที่เหนือกว่ามากได้

เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!

เสียงแตกกระจายของกรงทองสำริดดังขึ้น พวกมันกลายเป็นสิ่งของเปล่าร่วงหล่นสู่พื้น ทันทีที่กรงทองสำริดหายไปเงาดำจำนวนมากพริ้วตัวเข้าหากระโจม เช่นเดียวกับเสี่ยวผานที่ยกคันธนูขึ้น เซวียนไป๋เฮ่อเรียกไข่มุกกลับ ใบหน้าชราผุดพรายไปด้วยเหงื่อ มุมปากปรากฏโลหิตหนึ่งสาย

ฟิ้ววว –

แพแทยอนยกมือจับลูกธนูที่พุ่งใส่ตนเองเอาไว้ ดวงตาสาดประกายไปทางเสี่ยวผาน มือหักลูกธนูทิ้งเป็นสองท่อน... ชายหนุ่มค่อยๆ ชักกระบี่ออกจากฝักเชื่องช้า นักพรตด้านในกระโจมบางส่วน นายทหารทั้งหมดบริเวณค่ายกระโจมแปรขบวนทหารตั้งรับทันที

เคร้ง! เคร้ง!

กลุ่มที่พุ่งทะยานบุกเข้ามาในกระโจมฝ่ายศัตรูเป็นกลุ่มแรกคือกองกำลังลับจิ้งจอก เงาสีดำมากมายเคลื่อนไหวราวกับภูติพราย พวกมันประเดี๋ยวก็ปรากฏตรงโน้นตรงนี้ ทุกคราต้องมีร่างไร้วิญญาณล้มลง

มู่ฟงพุ่งเข้าหาแพแทยอน อีกฝ่ายกลับไม่หลบเลี่ยง ร่ายเพลงกระบี่ดุดันสายหนึ่งเข้าจู่โจม!

มู่ฟงมีท่าร่างรวดเร็ว ดูออกทันทีว่าเพลงกระบี่นี้มิอาจรับได้ พลันหลบหลีกไปด้านข้าง หลงนึกว่าหลุดพ้น ด้านหลังกลับรู้สึกเย็นยะเยือกขึ้นมา

ฉูดดด! โลหิตเข้มข้นทะลักออกมาจากบาดแผลด้านหลัง มู่ฟงมิได้ล้มลงทันทีกองกำลังลับผู้นึงเข้ามาประคองไว้ แพแทยอนสะบัดปลายกระบี่ไล่คราบโลหิต เห็นได้ชัดว่าคนผู้นี้มีฝีมือสูงล้ำ หากใจอำมหิตแค่เพียงกระบวนท่าแรกก็สามารถเรียกชีวิตมู่ฟงไปได้แล้ว

แพแทยอนคล้ายมิอยากสนทนาต่อ ได้แต่มองมู่ฟงด้วยสีหน้าเวทนา  

แย่แล้ว!”

พลันมีกองกำลังลับผู้หนึ่งวิ่งเข้ามา กระซิบข้างหูมู่ฟง รองหัวหน้ากองกำลังได้ยินก็มีสีหน้าซีดเผือด สายตามองไปรอบตัว จากที่เป็นฝ่ายได้เปรียบในคราแรก กองกำลังจิ้งจอกกลับเริ่มบาดเจ็บ มีบ้างที่ทิ้งชีวิตไป

เกิดเรื่องอันใดขึ้น...มู่ฟงพึมพำในลำคอ ด้านนอกมิทราบเมื่อไหร่กลับถูกล้อมด้วยนักบู๊ฝีมือดีและเหล่านักพรต กองกำลังลับจู่โจมแต่ถูกตอบโต้รุนแรง มิอาจเข้าใกล้ เกิดเป็นกำแพงมนุษย์แข็งแกร่งยากทำลาย ที่แท้เป็นค่ายกลประเภทหนึ่ง

ค่ายกลหมื่นธารวิญญาณ

สองพี่น้องตระกูลจางเอ่ยออกมาพร้อมกัน เพียงแต่จางหลี่ยังหยุดอยู่ที่เดิม ส่วนจางฮุ่ยเฟิงพอเห็นกองกำลังดอกรักของตนเองตกอยู่ในค่ายกลก็สะบัดบังเหียนม้า นำหน้ากองม้าเร็วพุ่งตรงไป

มู่ฟงเบิกตากว้าง มองไปยังแพแทยอน เหตุใดค่ายกลแคว้นไตรนภาถึงได้... กล่าวยังมิทันจบคำปรากฏคนผู้หนึ่งเดินออกมาจากกระโจม ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาสง่างามอิดโรยซูบผอม ด้านหลังติดตามด้วยคนอีกหนึ่งคน

...คนผู้นี้คือเซกัลเชบี อัจฉริยะตระกูลเซกัลผู้หนีรอดออกมา

มู่ฟงกัดฟันกรอด ต่อให้สังหารพวกเราได้หมดสิ้น พวกท่านก็มิอาจมีชีวิตรอดอยู่ดี

แพแทยอนยกมือห้ามมิให้สองพี่น้องตระกูลเซกัลตอบคำ ทอดสายตามองไปยังท้องฟ้าสีดำขุ่น กล่าววาจาคล้ายเลื่อนลอย “…แพ้ชนะไหนเลยจะมีความหมายอีกต่อไป

มู่ฟงมองภาพนั้นอ้าปากถามต่อ ท่านมิได้คิดครอบครองแคว้นไตรนภาแล้ว?

แพแทยอนได้ยินคำถามพลันหันมาเผชิญหน้า แม้คำตอบน้ำเสียงราบเรียบ แต่ดวงตากลับมอดไหม้ด้วยความชิงชังบางอย่าง

ครอบครองแล้วเป็นอย่างไร ไม่ครอบครองแล้วเป็นอย่างไร?

ผู้หวังครอบครองสิ่งที่มิใช่ของตน ล้วนมีจุดจบที่ไม่ดีนัก

เสียงตอบคำนี้ดังมาจากด้านนอก แม่ทัพใหญ่ทั้งสองแห่งแคว้นไตรนภาทุ่มกำลังบุกเข้ามากลางค่ายกล... แพแทยอนสบตากับแม่ทัพใหญ่จางหลี่ ชั่วขณะคล้ายคนทั้งคู่ต่อสู้ห้ำหั่นกันด้วยสายตา

จางหลี่พอเห็นเซกัลเชบีปรากฏตัวก็ติดตามหลังจางฮุ่ยเฟิงมาทันที คนทั้งคู่ยืนอยู่ด้านนอกค่ายกลหมื่นธารวิญญาณ เหล่านักบู๊มิอาจมีชัย จึงผลัดกันหมุนวนเวียนตามตำแหน่งแปดทิศเข้าจู่โจม หวังเพิ่มพูนความเหนื่อยล้า

ให้นักพรตคุ้มกันลูกธนูเซกัลเชบีกล่าวด้วยเสียงเหนื่อยอ่อน มองไปทางพลธนูเสี่ยวผานครู่นึงก็ไม่มองอีก

แพแทยอนไม่ตอบคำ ยกมือขึ้นนักพรตในกระโจมก็ออกมาอีกจำนวนหนึ่ง พวกที่เหนื่อยแรงก็กลับเข้าไปพัก นักพรตที่ออกมาสวดท่องคาถางึมงำปรากฏกรงทองสำริดลอยขึ้นมาอีก ครานี้มิได้มีจำนวนมากเพียงพอป้องกันลูกธนูเท่านั้น... เสี่ยวผานเห็นไม่ได้ผลดังนั้นจึงหยุดจู่โจมกระโจม หันสั่งกองทัพให้เคลื่อนตามทัพหน้าของเซี่ยจวิ่นต่อสู้กับศัตรูแทน

เซกัลยอนกีมองพี่ชายผู้เหนื่อยล้าของตน ในใจรู้สึกหนักอึ้งตาม เหลือบมองเงาอันโดดเดี่ยวของผู้นำทุ่งหญ้าอย่างแพแทยอนในใจยิ่งรู้สึกขมขื่นอีก ศึกนี้ต่อให้มันผู้นั้นไร้สมองเพียงใดก็สามารถทราบได้ว่าจะต้องพ่ายแพ้

ใช่แล้ว...พวกมันถูกส่งมาเพื่อพ่ายแพ้แต่แรก...

มีชีวิตรอดนับว่าเป็นชัยชนะ ตกตายนับว่าเป็นผลของสงคราม ไม่ว่าจะมันเองหรือพี่ชายของมัน แพแทยอนผู้แข็งแกร่งยังคงเป็นแค่เพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดานเท่านั้น

นึกถึงตรงนี้เซกัลยอนกีพลันสะท้านกายหนาวเหน็บ แพแทยอนผู้นี้มีความคิดความอ่านลึกซึ้ง เมื่อถูกสั่งให้มาดำเนินแผนการกลับรับคำโดยไม่แปรเปลี่ยนสีหน้าสักเล็กน้อย... แผนการเดิมของพวกมันนั้นคือทำลายกองทัพจางหลี่ให้ย่อยยับก่อน เมื่อนั้นค่อยปล่อยให้ข่าวไปถึงจักรพรรดิ จางฮุ่ยเฟิงค่อยเป็นลำดับถัดไป

น่าเสียดายที่แผนการแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่นี่กลับกระทบถึงชีวิตของพวกมัน

ต้องโทษแพแทยอนส่วนหนึ่ง คนผู้นี้มิทำตามแผนการของเซกัลเชบี กลับพยายามแยกตัวจิ้งจอกอนธการมาต่างหาก แต่ครานี้มิว่าเป็นเช่นไรพวกมันก็ต้องตกตายอยู่ดี เหตุการดำเนินมาถึงก่อสงครามก็เพราะพวกมันดำเนินแผนการผิดพลาดหลายครั้งหลายครา

ฉูดดด!!!!!

เซกัลเชบีหลับตาลง... ในที่สุดนักบู๊ค่ายกลธารหมื่นวิญญาณก็มิสามารถต้านทานสองพี่น้องตระกูลจางได้อีก ค่ายกลทางด้านหนึ่งถูกทำลาย เปิดโอกาสให้กองกำลังจิ้งจอกภายในสามารถทำลายส่วนที่เหลือได้รวดเร็ว

แพแทยอน

จางฮุ่ยเฟิงในชุดเกราะสีดำสนิทเหยียบย่างผ่านซากไร้วิญญาณตรงเข้ามา ชายหนุ่มเพียงเอ่ยชื่อด้วยเสียงทุ้มต่ำยิ่ง ดวงตาสีเทาของคนทั้งคู่จับจ้องกัน เกิดขุมพลังสายหนึ่ง

ถือว่าเจ้ามาถึงก่อนจางหลี่แพแทยอนกล่าวตอบ มือตั้งกระบี่เคลื่อนไหวเป็นท่วงท่า เกิดเป็นกระบวนท่าอันรุนแรงสายหนึ่งจู่โจมจางฮุ่ยเฟิงทันที!

มู่ฟงโดนกระบวนท่าอันร้ายกาจนี้จู่โจมมาก่อนแล้ว ยังมิทันอ้าปากเอ่ยเตือน จางฮุ่ยเฟิงกลับตวัดกระบี่มูยองร่ายออกด้วยกระบวนท่าพิสดารของตนเองตอบโต้

เคร้ง!! –

กระบี่คนทั้งคู่ปะทะกันดังลั่น เกิดเป็นลมหวนสายหนึ่งพัดกระพือเป็นวงกลม ฝุ่นดินลอยตัวคละคลุ้ง

เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! –

ปลายคมสัมผัสได้ชั่วครู่คนทั้งคู่ก็ร่ายกระบวนท่าต่อเนื่องด้วยความรวดเร็ว ท่าร่างว่องไวปราดเปรียว เพียงชั่วพริบตากลับแลกกระบวนท่ากันไปแล้วนับสิบ ผลัดกันรุกรับต่อเนื่องมิมีฝ่ายใดเพลี่ยงพล้ำ นับเป็นการต่อสู้ของยอดฝีมือกระบี่แห่งยุค

จางหลี่โยนทวนสีดำลงบนพื้น ในที่สุดก็ใช้มือข้างหนึ่งชักกระบี่ตนเองออกมา

เซกัลเชบีเห็นดังนั้นจึงยิ้มขมขื่น เดินออกไปด้านหน้าบ้าง พลันชายเสื้อถูกฉุดรั้งไว้...เป็นเซกัลยอนกีกระตุกเสื้อพี่ชาย สายตามองอย่างอาลัยอาวรณ์ อัจฉริยะตระกูลเซกัลยกยิ้มขึ้นมาดึงมือน้องชายของตนเองออกพลางกล่าว

เจ้ามิต้องกลับไปหาบิดาแล้ว หากยังรอดชีวิตก็จงหนีไปเถิด

เซกัลเชบีเผชิญหน้ากับกำแพงสูงใหญ่ของตนเอง...แม่ทัพใหญ่จางหลี่ ยามพบหน้ากลับมิสามารถกล่าววาจา ในใจคาดคิดว่าบุรุษผู้นี้จะรู้สึกผิดหวังต่อตระกูลเซกัลเช่นไร พลันนึกได้ว่าเรื่องของตนเองคงมิมีทางรบกวนอีกฝ่ายได้แม้แต่น้อย ดวงตาก็สะท้อนความโศกเศร้าทุกข์ระทมถึงที่สุด

โอกาสของเจ้าหมดไปแล้ว

จางหลี่ลงจากหลังม้า ยืนหลังตรงสูงสง่าใบหน้าดุดันแม้ยามมืดมิด มือจับกระบี่มิมีทีท่าจะลงมือ ราวกับภูผาสูงใหญ่รอคอยให้สัตว์เล็กน้อยเข้าหาตัวมันเอง

ลูกผู้ชายตกตายในสงครามย่อมดีกว่าตายอย่างไร้ค่า

เจ้าทุ่มเทสมองมากมายเพื่อตระกูล สุดท้ายก็นำมาทิ้งอย่างไร้ค่า

เซกัลเชบีได้ยินถ้อยคำในใจพลันรู้สึกรุนแรงยิ่ง ตวาดเสียงกร้าว มิต้องกล่าววาจาแล้ว!” อัจฉริยะตระกูลเซกัลสะบัดกระบี่พริ้วไหวดั่งคลื่นลม แต่กลับเกรี้ยวกราดเข้าจู่โจม

 ทว่า...อีกฝ่ายก็เป็นดั่งปราการสูงใหญ่ คลื่นลมพัดเท่าใดก็มิขยับเขยื้อน

จางหลี่ทราบว่าเซกัลเชบีฝีมือก็มิใช่อ่อนด้อย หากต่อสู้ห้ำหั่นถึงตายกันจริงตามแบบคนในยุทธภพ ต่อให้เป็นฝ่ายชนะก็มิอาจชนะอย่างสวยงามหมดจด ถึงกระนั้นจางหลี่ก็ยังก้าวออกไป...ใช้ออกซึ่งกระบวนท่าดุดันประจำตัว

...นับว่าเป็นเกียรติสุดท้ายที่ตระกูลใหญ่ จะมีให้แก่ตระกูลใหญ่ด้วยกัน

...เกียรติสุดท้าย ที่แม่ทัพใหญ่จางหลี่จะมีให้แก่บุรุษผู้ไล่ตามตนเองตลอดมา

ยอดฝีมือสองคู่ต่อสู้กันผู้อื่นมิอาจเกี่ยวข้อง หากเข้าไปขัดจังหวะผู้เข้าไปย่อมตกตาย ผู้ที่ต่อสู้ย่อมพลาดพลั้งบาดเจ็บ มู่ฟงกัดฟันประคับประคองตน ส่งสัญญาณให้กองกำลังจิ้งจอกสังหารนักพรต... ทางด้านทหารม้ากองกำลังเฟิง เมื่อค่ายกลถูกทำลายพวกมันก็พากันบุกเข้ามา

นักรบทหารม้าของทุ่งหญ้าล้วนตกตายหมดสิ้น ทางด้านกองทัพจิ้งจอกสีน้ำตาล พอมีพลธนูมาร่วมด้วยพวกมันก็กลายเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ มินานนักก็เริ่มปรากฏผลแพ้ชนะ กองกำลังทหารของตระกูลจางสองฝ่ายบุกขยี้พวกมันจนหมดสิ้น

เสี่ยวผานน้าวสายธนูอีกครา ธงสูงสง่าแห่งทุ่งหญ้าก็ร่วงหล่นสู่พื้น ย้อมสีโลหิตพวกเดียวกันจนแดงฉาน

ธงแห่งเผ่าทุ่งหญ้าถูกเหยียบย่ำอย่างไม่มีชิ้นดี

ราวกับย้อนไปยังเมื่อสิบปีก่อน... วันที่ชาวเผ่าทุ่งหญ้าได้เคยถูกเหยียบย่ำ ท้องฟ้ามืดมิดดั่งเช่นวันนี้ นักรบเก่าแก่ของพวกมันต่อสู้กันจนเฮือกสุดท้ายของลมหายใจ ในใจด่าทอต่อฟ้าไร้ดวงตา ความยุติธรรมอยู่ที่ใดกันหรือ? อันใดที่เรียกว่าความยุติธรรม ขอเพียงท่านแข็งแกร่งก็สามารถกระทำสิ่งใดต่อผู้อ่อนแอก็ได้

พวกมันล้วนพ่ายแพ้ หยาดน้ำตาไหลรินอย่างเจ็บปวดรวดร้าว...

ขึ้นชื่อว่าสงคราม...มิว่าผู้ใดต่างก็ต้องสูญเสีย...

ฉูดดดด!! –

เวลาผ่านไปชั่วน้ำเดือดเซกัลเชบีร่างกายปรากฏแผลใหญ่ โลหิตกระอั่กออกจากปาก สร้างความตื่นตระหนกให้น้องชายร่วมสายเลือดอย่างยิ่ง เซกัลเชบีแค่นเสียงหัวเราะ

ท่านรับปากข้า ตระกูลเซกัลมีเพียงสองคนที่ขอให้ละเว้น หนึ่งคือเซกัลซินจูญาติผู้พี่ของข้า สองคือเซกัลยอนกี พวกมันทั้งสองล้วนไม่เกี่ยวข้อง

ดวงตาดุดันหรี่ลง จางหลี่มิยอมรับปาก กลับเสือกกระบี่เกรี้ยวกราดออก

เคร้ง! –

เซกัลเชบีกัดฟันข่มอาการบาดเจ็บตอบโต้ มันรู้ว่าจางหลี่จะต้องมิรับปาก แต่กลับขอร้องเพื่อหวังว่าแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่อาจเห็นแก่หน้ามันบ้าง ในใจเกิดความผิดหวังท้อแท้รุนแรง คนผู้หนึ่งเมื่อใจมิอาจสงบ ลมปราณย่อมแปรปรวน... เหตุการณ์ที่ผ่านมานี้สำหรับผู้ที่ได้ชื่อว่าอัจฉริยะแล้ว นับว่าเป็นการตบหน้ามันฉาดใหญ่

ความพยายามทั้งหมดของมันล้วนสูญเปล่า...

เซกัลเชบีกลัดกลุ้ม มิอาจกินดื่ม...แม้กระทั่งนอนหลับ พริบตากลับหวนนึกถึงความหลัง มันเจอจิ้งจอกอนธการเป็นคนแรกแต่กลับมิได้ครอบครอง ขึ้นชื่อว่าอัจฉริยะทางบู๊แต่กลับไล่ตามเงาของจางหลี่ตลอดมา ทางบุ๋นก็มิอาจทัดเทียมเซกัลซินจู ผู้คนกล่าวว่าย่อมเป็นผู้นำตระกูลคนถัดไป แต่การที่มันถูกผลักไสมาอยู่ตรงนี้ก็นับว่ามิถูกต้อง ค่ายกลก็มิอาจกักกั้นจางฮุ่ยเฟิงได้แม้แต่ครึ่งชั่วยาม เช่นนี้น่ะหรืออัจฉริยะตระกูลเซกัล?

ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

อัจฉริยะอันใดกัน...? เซกัลเชบียิ้มเย้ยหยันตนเอง เงยหน้าหัวร่อเสียงดังแต่น้ำเสียงกลับแห้งเหือด

ชายหนุ่มผู้เคยสง่างามกลายเป็นหัวร่ออย่างบ้าคลั่ง มันไม่ได้หัวร่อผู้ใด แต่กลับกำลังหัวเราะเยาะตนเอง

เคร้ง! –

ครานี้มิใช่เสียงโลหะกระทบกันอีกต่อไป...แต่เป็นเสียงของกระบี่เล่มนึงตกลงสู่พื้น

ราวกับห้วงเวลาหยุดนิ่ง ลมหยุดพัดโพย ท้องฟ้าดวงดาวหยุดเคลื่อนไหว ใบไม้หม่นสีหมองลง บางสิ่งในโลกเมื่อก้าวผิดไปแล้วมิอาจหวนกลับ เช่นเดียวกับช่วงชีวิตรุ่งโรจน์ของคนผู้หนึ่ง...

เซกัลยอนกีทรุดลงกับพื้น แม้สองมือถูกจับกุมไพล่หลังมันก็หาได้สนใจไม่...

ร่างที่เคยเป็นคุณชายแสนสง่างามล้มลง โลหิตแดงฉาน เซกัลเชบีเบิกตาค้าง แม้ตกตายก็มิอาจหลุดพ้น...ปิดฉากอัจฉริยะตระกูลเซกัล หลงเหลือเพียงแต่นามในใจผู้คน

เซกัลยอนกีจ้องมองจางหลี่ด้วยสายตาเกลียดชังแค้นเคือง แม้ในใจรู้ว่าโทษนี้พวกมันสมควรได้รับ

จางหลี่กระโดดขึ้นหลังม้า สั่งคนเป่าแตรสัญญาณ ทหารแคว้นไตรนภาล้วนตะโกนคำว่า แม่ทัพพวกเจ้าจบสิ้นแล้วสายตามิเหลือบแลมองสองพี่น้องตระกูลเซกัลอีก กระซิบถ้อยคำแผ่วเบาแก่ทหารสนิทนายหนึ่ง

นำพาคนผู้นี้ไปปล่อยชายแดนอีกฟาก มิให้กลับมาเหยียบเมืองหลวงอีก

นายทหารรับคำก่อนคุมตัวเซกัลยอนกีจากไป จางหลี่เรียกทหารม้าเร็วอีกหนึ่งนายเข้ามา ไปรับตัวกุนซือซูมา กล่าวจบทหารม้าเร็วก็รับคำจากไปทางประตูเมือง

กรรรรรรรรรรรรรรรรร!!”

สถานการณ์ราวกับกำลังคลี่คลาย พลันจิ้งจอกสีเงินคำรามลั่น ร่างกายมีไอบางอย่างแผ่พุ่ง มันเห็นคู่สัญญาตนตกอยู่ในวงล้อมศัตรู ดวงตาสีแดงก่ำก็กลายเป็นโกรธเกรี้ยว อ้าปากฉีกกระชากสิงโตดำขาดเป็นสองท่อน หางทั้งเก้าพุ่งโจมตีหงส์ขาวจนต้องบินหลบหนีออกไปไกล

จางหลี่มีใบหน้าเคร่งขรึมลง ตราบใดที่จิ้งจอกเงินยังไม่พ่ายแพ้ แคว้นไตรนภาก็ยังมิอาจนับเป็นผู้ชนะ

เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! –

ทางด้านจางฮุ่ยเฟิงกับแพแทยอนร่ายกายคนทั้งคู่เกิดร่องรอยบาดแผลมากมาย โลหิตชุ่มไปทั่วอาภรณ์ บริเวณโดยรอบเกิดเป็นหลุมลึกประมาณหนึ่งฝ่ามือ เหงื่อผุดพรายบนใบหน้าหล่อเหลา

จิน... จิน...

จางฮุ่ยเฟิงกลับมิได้สนใจเซกัลเชบี มิได้สนใจจางหลี่ ดวงตาสีเทายิ่งนานยิ่งเย็นชาห่างเหิน ภายในคล้ายร่ำร้องเป็นอยู่เพียงหนึ่งคำ ความคิดจดจ่ออยู่กับการโค่นล้มศัตรู เขาอยากจะจับเจ้าจิ้งจอกไว้ให้มั่น ให้รู้ว่ายังอยู่กับตน...ความรู้สึกเต้นตุบๆราวกับมีหัวใจขึ้นมา แต่กลับทรมานจนเหมือนไม่มีหัวใจ

ครืดดดด –

รังสีกระบี่รุนแรงสายหนึ่งแผ่พุ่งจนแพแทยอนต้องถอยหลังไปหลายก้าว มุมปากมีโลหิตไหลซึม

บอกที่อยู่จิ้งจอกอนธการมา!”

แพแทยอนไม่ตอบคำ มือควงกระบี่ตวาดคำรามดั่งราชสีห์หนึ่งครา กระบวนสุดลึกล้ำจู่โจมดั่งกระบี่นับร้อยเล่ม แม้บาดเจ็บแต่ท่ารางกลับยิ่งปราดเปรียว แสดงว่ากำลังภายในต้องมากมายยิ่ง

จางฮุ่ยเฟิงยิ่งเวลาล่วงเลยยิ่งใส่พละกำลังลงไปมาก คนทั้งคู่ต่างรู้ว่าเล่ห์เหลี่ยมมิอาจใช้ออกผล ดังนั้นจึงประลองกระบี่ตรงไปตรงมาเฉกเช่นชาวยุทธ์

อย่างไรก็มิอาจหนีรอด

ผู้เอ่ยคำนี้มิใช่จางฮุ่ยเฟิง แต่กลับเป็นกุนซือซูบนหลังม้าเคียงคู่กับจางหลี่ กองทัพทหารต่างโอบล้อมบริเวณกระโจมไว้หมดแล้ว นักพรตถูกจับกุมหมดสิ้น ทั้งหมดรอแค่เพียงแพแทยอนพ่ายแพ้เท่านั้น

แพแทยอนดวงตาทอประกายจับจ้องกุนซือหนุ่ม นั่นก็มิแน่นัก

ท่านซูยกยิ้ม หุบพัดลงจิ้งจอกเงินสามารถสังหารพวกเราได้หมด แต่นั่นย่อมมิว่องไวเท่าหัวท่านหลุดจากบ่า

แพแทยอนมิตอบคำอีก พอทราบว่าโดนล้อมจึงหยุดมือกล่าวถามคู่ประลอง

 เจ้าใช้เพลงกระบี่ของชนเผ่านางแอ่นหรือ?

จางฮุ่ยเฟิงตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา ท่านอยากทราบไยไม่ตอบคำถามก่อนหน้า

เอาละกุนซือซูบปรบมือแปะๆ เรียกร้องความสนใจ เหตุใดเราจึงไม่เจรจากันโดยดี พวกเราจะปล่อยให้ท่านมีชีวิตรอด แลกกับที่อยู่ของสัตว์บรรพกาลเป็นอย่างไร?

เฮอะ ข้าไม่สนทนากับเจ้า

แพแทยอนแค่นเสียง ไม่มองกุนซือหนุ่มผู้ยิ้มระรื่นอีก... ท่านซูเห็นก็มิคิดนำพา กลับยิ้มกว้าง

ท่านไม่คิดช่วยน้องชายหรือไร? เขาท่าทางเจ็บปวดปานนั้น

สิ้นคำแพแทยอนกลับชะงักไปชั่วครู่ ก่อนแค่นเสียงหัวเราะในลำคอยาวนาน พวกเจ้าจะชดเชยสิ่งใด? แคว้นไตรนภามีสิ่งใดจะชดเชยเราได้ หลายสิบปีก่อนเหยียบย่ำเราชนเผ่าทุ่งหญ้า ต่อให้อยากชดเชยก็มิสามารถชดเชยได้หมด!”

ก็ดีกว่าเอาชีวิตท่านมาทิ้งเปล่า เหตุใดจึงไม่ยอมสยบเสียเล่า

ดวงตาสีเทาของแพแทยอนยิ่งนานยิ่งขุ่นมัว เลิกพูดคุยให้เสียเวลา อย่างไรเสียพวกเจ้าก็ช่วยสัตว์บรรพกาลไม่ทัน อีกทั้งยังต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ด้วย

เจ้าหมายความว่าอย่างไร!” จางฮุ่ยเฟิงคำรามเสียงต่ำ กระบี่ชักออกรวดเร็ว เพียงพริบตาคนทั้งคู่ก็ปะทะกันอีกสิบกระบวนท่าก่อนหยุดลง แพแทยอนมองดูด้วยสีหน้าหลากหลาย

ชนเผ่าวิหครอบรู้เรื่องสัตว์วิเศษมากเท่าใด พวกเราชนเผ่าราชสีห์ก็มิด้อยไปกว่ากัน

ท่านซูมองจางหลี่ได้รับอนุญาตจึงกล่าววาจาแทรก ใช่แล้ว ท่านแม่ทัพจางฮุ่ยเฟิง คนผู้นี้คือแพแทยอนพี่ชายร่วมมารดาเดียวกับท่าน ชาวทุ่งหญ้ามักแต่งงานหลังมีบุตร เมื่อยามที่มารดาของท่านถูกจับตัวไปยังแคว้นไตรนภา นางก็มีบุตรชายอยู่ก่อนแล้ว

นับว่าเป็นการเปิดเผยอันน่าตื่นตะลึงยิ่ง...

ดวงตาสองคู่สบตากัน ถึงกระนั้นกลับมิให้ความอบอุ่นดั่งพี่น้องแม้แต่น้อย แพแทยอนขยับกายจับกระบี่แน่น ท่วงท่าเตรียมพร้อมตั้งรับ สำหรับแพแทยอนผู้นี้เรื่องราวของจางฮุ่ยเฟิงย่อมทราบมาก่อนเนิ่นนานแล้ว

หากจางฮุ่ยเฟิงเป็นดั่งตระกูลจาง ผู้นำแห่งทุ่งหญ้าคงตัดสินใจได้ง่ายดายกว่านี้

หากมิใช่เป็นขยะไร้ประโยชน์แห่งตระกูลจาง หากมิได้ชื่อว่าเป็นขยะนอกแผ่นดิน...

แพแทยอนเบือนดวงตาสีเทาคู่สวยไปทางอื่น กล่าววาจาเสียงแข็ง

ตระกูลเฟิ่งสมควรบอกเจ้าแล้วถึงการรวมสี่สัตว์บรรพกาล เมื่อรู้แล้วว่าเราเป็นพี่น้องก็สมควรส่งเสริมตระกูลแพหรือว่าใจเจ้าเป็นของตระกูลจาง?

            แพแทยอนมิรีรออีก ชูกระบี่ขึ้นสูง เป็นจังหวะเดียวกับที่จิ้งจอกเงินคำราม ทั่วตัวมันปรากฏลายอักขระสีแดงแสบตา กระโดดหนึ่งคราข้ามทหารนับพัน เกิดเสียงตึงดังแผ่นดินเกิดเป็นรูใหญ่

                หลบ!!”

                กุนซือซูตระโกน คนทั้งหมดรอบบริเวณต่างถอยห่าง จิ้งจอกสีเงินกระโจนลงพื้นด้านข้างแพแทยอน เกิดลมหวนรุนแรงพัดไปทั่ว พื้นดินยุบลงไปถึงสองฝ่ามือ... แพแทยอนกระโดดขึ้นหลังจิ้งจอกเงิน สายตาเย็นชามองไปยังจางฮุ่ยเฟิง

                แม้แต่มารดาเจ้าก็มิอาจดูแล ยามนี้มีโอกาสให้เจ้าชดใช้ เจ้าก็เลือกเอาระหว่างมารดากับจิ้งจอก เจ้าจะเลือกชีวิตของผู้ใด!!”

                คำพูดนี้คล้ายสายฟ้าขนาดใหญ่ฟาดลงกลางใจจางฮุ่ยเฟิง ชายหนุ่มหยุดชะงักไปทันที          

 

หนึ่ง วาโยล่องหงส์ปกครองท้องฟ้า สอง พิภพบุบผาพญาของแผ่นดิน

สาม เพลิงอนธการควบคุมชีวิน สี่ มังกรเคลื่อนคล้อยรักษาวารี

สัตว์บรรพกาลเอ๋ย ผู้ใดครอบครองสัตว์วิเศษเหนือหล้า

            ผู้นั้นอาจหาญอำนาจท้าทายสวรรค์ ครองแผ่นดินและสามโลกอันทรงธรรม

            ทวงถามวิญญาณ เปิดประตูสู่อำนาจอันแท้จริง…”

 

                กลอนท่อนสุดท้ายที่เคยได้ยินคล้ายดังสะท้อนในจิตใจ รวมสี่สัตว์วิเศษเปิดสามโลก สามารถชุบชีวิตคนตายได้จริงหรือ? พริบตาสิ่งที่มารดาเคยกระทำทั้งหมดหวนคืนมาในความคิด...ทั้งเรื่องที่มารดาร้องไห้ทุกค่ำคืนทำแผลให้ตน มารดาผู้งดงามยอมคุกเข่าขอร้องคนในตระกูลจาง มารดาผู้อดทนอดกลั้น

จางฮุ่ยเฟิงหลับตาลงชั่วครู่...

เรื่องนี้ไยต้องใช้เวลาในการตัดสินใจ?... คนที่ตายไปแล้วก็สมควรตายไปแล้ว เขามิใช่บุรุษประเภทสละคนรักเพื่อความถูกต้องหรือเพื่อความกตัญญูอันใด สิ่งที่แคว้นไตรนภาติดค้างทุ่งหญ้าก็เป็นเรื่องของแคว้นไตรนภา แต่สิ่งที่ทุ่งหญ้าติดค้างเขา พวกมันต้องนำมาคืน!

จางฮุ่ยเฟิงลืมตาขึ้นมาอย่างเกรี้ยวกราด เกิดบรรยากาศเย็นยะเยือกกดดันรอบตัว

 “จิ้งจอกอนธการอยู่ที่ใด...

เฮอะ…” แพแทยอนมองด้วยสายตาเช่นเดียวกัน ดูท่าเจ้าคงเป็นบุตรอกตัญญู ชั่วช้าเช่นเดียวกับจางซี

กรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร –

จิ้งจอกเงินคำรามลั่น พื้นดินสั่นสะเทือน

แพแทยอนผู้นี้คงคิดตกตายร่วมกันไปอย่างแท้จริง...

 



                                                                

 


เด็กเอ๋ย

ลืมตาได้แล้ว...

ท่านอีกแล้วหรือ ไหนว่าจะไม่พบกันแล้ว?

...เฮอะ เจ้ามันจิ้งจอกน้อยจอมขี้เกียจ ข้าเป็นเพียงความทรงจำที่หลงเหลืออยู่ คาดว่าครานี้ฝืนออกมา คงใช้พลังที่เหลือหมดสิ้น นับว่าเป็นครั้งสุดท้ายของเราอย่างแท้จริง

จริงหรือที่ท่านเคยตายมาก่อน ท่านช่วยชีวิตลี่เสวี่ยหลิน

ครั้งหนึ่งข้าเคยทำเช่นนั้น เป็นความปราถนาของคู่สัญญาของข้า ส่วนเรื่องช่วยเหลือทารกน้อยเป็นเรื่องที่สมควรกระทำ ข้าตายอีกหนก็มิเดือดร้อน

แล้วครั้งนี้ท่านมาเพื่อพูดคุยกับข้าแค่นี้หรือ?

เจ้าจิ้งจอกโง่! ครานี้ข้ามาเพื่อช่วยชีวิตเจ้า หากยังไม่ยอมลืมตาก็ไม่ต้องมีชีวิตสืบต่อไปแล้ว!

 

กรรร...

เสียงครวญครางเบาๆ ดังออกมาจากสัตว์ขนฟู ดวงตาสีสว่างลืมขึ้นช้าๆ จินรู้สึกว่าร่างกายหนักอึ้งไร้เรี่ยวแรง ตนเองถูกขังอยู่ในกรงสีทองอันหนึ่ง มองไปด้านข้างยังมีกรงอีกสามอัน หนึ่งในนั้นมีมังกรเคลื่อนวารีหลับอยู่

อุ้งเท้าเล็กฟาดเข้าที่กรงเหล็ก มันสั่นสะเทือนเล็กน้อย

จินมองสำรวจไปด้านหลังพบว่ากรงสี่อันตั้งอยู่ด้านหน้าบัลลังก์ ด้านหลังยังมีเสาสี่ต้น กำแพงโดยรอยมีอักขระแปลกตาเขียนไว้ทั่ว ตรงพื้นห้องเป็นรูปแกะสลักราชสีห์ มองเลยไปยังข้างบัลลังก์มีรูปปั้นบุรุษหน้าตาดีผู้หนึ่งยืนอยู่ หน้าประตูทางเข้าถูกเฝ้ายามไว้ด้วยพรรคตัดสุริยันสองคน

หูจิ้งจอกกระดิกเงี่ยฟังพวกมันทั้งคู่สนทนากัน

จอมฟ้าจะกลับมาเมื่อใด เกิดสัตว์สองตัวนี้ตื่นขึ้นมาเรามิแย่เอาหรือ

เพ้ย! เหลวไหลกรงพวกนี้จอมฟ้าเป็นผู้ทำ ไหนเลยจะออกมาง่ายดายปานนั้น

แพแทยอนมิใช่จอมฟ้าหรอกหรือ? จิ้งจอกตัวน้อยแสร้งหลับลง หางทั้งเจ็ดม้วนโอบรอบลำตัวหูฟังมิให้ผิดพลาด

ห้องโถงนี้น่าขนลุกยิ่ง

ทั้งหมดล้วนเป็นค่ายกลชนเผ่าเรา ผู้อาวุโสตระกูลเซกัลใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการสร้าง เจ้าจะรู้สึกปกติธรรมดาได้อย่างไรนักบู๊พรรคตัดสุริยันคนนึงตอบอย่างอวดภูมิ ชนเผ่าเราใช้เวลาเนิ่นนานในการทวงพื้นที่ของเราคืนมา ครานี้ของเพียงจับสัตว์บรรพกาลอีกสอง หนึ่งฝ่ามือของจอมฟ้าสามารถกระทำสิ่งใดก็ได้

เช่นนั้นพวกมันยิ่งไม่จับยากกว่าเดิมหรือ?

เจ้าจะรู้ไร จอมฟ้าเคยกล่าวว่าขอเพียงสัตว์สองตัวอยู่ที่นี่ ชนเผ่าวิหคย่อมแจ้นมาพร้อมอีกสอง

ไฉนจึงเป็นเช่นนั้น?

ชนเผ่าวิหคทราบว่าหากมิใช่สัตว์บรรพกาล ย่อมมิอาจสู้กับชนเผ่าเราได้ แน่นอนว่าการจะทวงคืนต้องนำสัตว์บรรพกาลอีกสองมาต่อสู้ นักบู๊พรรคตัดสุริยันเอ่ยอย่างภาคภูมิ มันมีสีหน้ายิ้มแย้ม พลันได้ยินเสียงนาฬิกาตีบอกเวลา

ได้เวลาตรวจสอบแล้ว

พวกมันทั้งสองมองหน้ากัน พลางเดินเข้ามาอย่างกล้าๆกลัวๆ พวกมันหยุดลงที่กรงของมังกรเคลื่อนวารีก่อน ยื่นของสิ่งหนึ่งเข้าไปพอพบว่ามังกรเคลื่อนวารีไม่มีปฏิกิริยาก็หายใจโล่งอก

                “ตาเจ้าแล้ว

                “เพ้ย เหตุใดข้าจึงเป็นคนตรวจสอบจิ้งจอกนี่เล่า?

                “ข้าทำไปแล้วก็ถึงตาเจ้าไม่ถูกหรือไร?

                นักบู๊ผู้ถูกสั่งไม่เถียงต่อ มือยื่นของสิ่งหนึ่งเข้ามา ขณะกำลังจะสัมผัสตัวเจ้าจิ้งจอกอนธการ เกิดเสียงฝีเท้าดังเสียก่อน พวกมันทั้งคู่หันควับ มือชักกระบี่ออกมาอย่างรวดเร็ว

                จินลอบลืมตาขึ้น เห็นคนผู้หนึ่งปรากฏตัว สวมใส่ชุดพรรคตัดสุริยัน

                เจ้านี่เองนักบู๊ทั้งคู่ลอบถอนหายใจ แต่ก็ยังมิลดความหวาดระแวงลง ทว่า...ยังมิทันที่พวกมันจะกล่าวสิ่งใดสืบต่อ ร่างกายของพวกมันก็ล้มลง เนื้อหนังค่อยๆแห้งเหี่ยวราวกับเลือดเนื้อในกายถูกสูบ บริเวณขาของพวกมันรัดไว้ด้วยเถาหนามแหลม

            ...นี่มันแม่ทัพฮาจีมินห์ เหตุใดจึงอยู่ที่นี่?

            จิ้งจอกสีดำหรี่ดวงตาของมัน แต่แสร้งหลับลงเมื่ออีกฝ่ายเข้ามาใกล้

                เจ้าอยากจะกลับไปหาจางฮุ่ยเฟิงหรือไม่ฮาจีมินห์กล่าวกระซิบ ชายหนุ่มหยิบของสิ่งหนึ่งออกมาจากสาบเสื้อ เพียงครู่เดียวก็ได้ยินเสียงดังเปราะของโลหะฉีกขาด มือจับเจ้าจิ้งจอกที่แกล้งหลับออกมาจากกรง ก่อนมุ่งตรงไปยังอีกกรงหนึ่ง

                ฮาจีมินห์ทำเช่นเดียวกัน สักพักก็จับเอาตัวมังกรเคลื่อนวารีออกมาอย่างเงียบกริบ ชายหนุ่มหิ้วสัตว์ทั้งสองตัว ค่อยๆเดินไปทางหน้าประตูเสียงเบา หลบอยู่สักพักจึงก้าวเดินต่อ

                จินลืมตา ร่างกายตนเองลอยอยู่ในอากาศ ถูกมือผู้อื่นสัมผัสรู้สึกไม่คุ้นเคยยิ่ง ในใจรู้สึกเป็นกังวลว่าตนเองจากมาจางฮุ่ยเฟิงยังปลอดภัยอยู่หรือไม่? แต่เขาต้องการเป็นร่างมนุษย์เสียก่อน อยู่ในถิ่นชนเผ่าราชสีห์ยิ่งเป็นสัตว์วิเศษยิ่งอันตราย ดังนั้นจึงหลับตาลงโคจรลมปราณฟื้นฟู

                ฮาจีมินห์ผลักประตูบานหนึ่ง ปรากฏเป็นทางคับแคบสายยาวมืดสนิท ชายหนุ่มก้าวเข้าไปโดยไม่ลังเล

                ทางเดินมืดแคบเงียบสนิทยิ่ง มีแต่เพียงเสียงก้าวเดินดังก้อง ฮาจีมินห์ก้าวเดินเป็นเวลาเกือบหนึ่งชั่วยาม ในที่สุดก็ถึงสุดปลายทาง ชายหนุ่มเลื่อนผลักบานประตูออก ก้าวพ้นออกมาเป็นห้องโถงที่มีราชสีห์อยู่บนพื้น เสาสี่ต้นและบัลลังก์

                ใช่แล้ว...มันคือห้องเดิมที่จากมาคราแรก

พลันสายตาเหลือบเห็นร่างนักบู๊สองคนหายไปจากพื้นก็พบว่าผิดท่า

                ฮาจีมินห์มีสีหน้าเคร่งเครียด พึมพำเสียงต่ำ ค่ายกลบัดซบ

                ทันใดนั้นเสียงปรบมือดังขึ้นก้องห้องโถง มีชายสามคนปรากฏตัว ด้านหลังยังมีนักบู๊พรรคตัดสุริยันอีกจำนวนมาก ชายสองคนด้านข้างผู้หนึ่งฮาจีมินห์รู้จักดี มันคือเซกัลทันบี ผู้นำตระกูลเซกัลคนปัจจุบัน มันทั้งคู่ต่างมีท่าทีเกรงอกเกรงใจบุรุษตรงกลาง คนลึกลับตรงกลางมีพลังแผ่พุ่ง เพียงแค่กวาดตามองก็ทราบว่าแข็งแกร่ง ลำตัวหนาบึกบึน หน้าตาถูกปิดไว้ด้วยหน้ากากสีดำอันใหญ่

                ก่อนจะถามว่าเจ้าเป็นผู้ใด ขอให้วางสัตว์ในมือลงด้วย

                เซกัลทันบีเป็นคนเอ่ยปาก มันทั้งสามเดินเข้าใกล้มากขึ้น ทว่ากลับเดินผ่านตัวฮาจีมินห์ไป ชายที่สวมหน้ากากสีดำหย่อนตัวนั่งบนบัลลังก์ เซกัลเชบียืนอยู่ด้านข้าง สายตายังจับจ้องผู้บุกรุก หน้าประตูเต็มไปด้วยนักบู๊พรรคตัดสุริยัน

                ฮาจีมินห์มิได้กระทำตาม ชายหนุ่มจับสัตว์ทั้งสองแน่นขึ้น มนุษย์อย่าได้หวังอำนาจที่ไม่ควรเอื้อม

                สิ้นคำชายหน้ากากดำพลันแค่นเสียงหัวร่อขึ้น

                อำนาจหรือ? ข้ารู้แค่เพียงหากวันไหนข้าแข็งแกร่งก็จะเป็นฝ่ายเหยียบย่ำ เมื่ออ่อนแอก็เป็นฝ่ายถูกเหยียบย่ำ ผู้ที่เอ่ยคำสวยหรูเช่นเจ้าคงเติบโตมาสุขสบาย

                “ท่านคือจอมฟ้า?ฮาจีมินห์ยืดตัวตรงค่อยๆ ก้าวถอยหลัง

                ชายหน้ากากเหยียดยิ้ม ก่อนโบกมือหนึ่งครา เซกัลทันบีพยักหน้าเข้าใจก่อนออกคำสั่ง

จับมัน!”

นักบู๊พรรคตัดสุริยันรับคำ กรูกันเข้ามาทางด้านหน้าประตู ก่อนที่พวกมันจะลงมือปรากฏคนผู้หนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบตรงมา มันแหวกกลุ่มนักบู๊พลางร่ำร้องเสียงดัง

ท่านจอมฟ้าแย่แล้ว แย่แล้ว!”

เกิดเรื่องอันใดขึ้น?เซกัลทันบีตวาด สีหน้าไม่พอใจ

นักบู๊ส่งสารคุกเข่าลงกับพื้นเอ่ยเสียงสั่น

พะ...พรรควิสุทธิ์บุกมา พวกชนเผ่าวิหครู้ที่ซ่อนของพวกเราแล้ว!”

ชายหน้ากากดำผุดลุกขึ้น ยกยิ้ม เฟิ่งเจี๋ยอยู่ที่ใด ขอเพียงมันมาก็เท่ากับว่าพาสัตว์บรรพกาลมาให้เราอีกตัวมันเดินลงมาจากบัลลังก์ตรงไปประตูทางออก เร่งรีบอย่างยิ่ง ครั้นนึกได้จึงสั่งให้ผู้อาวุโสสองคนเฝ้าอยู่ในห้องกับนักบู๊อีกห้าสิบนาย เพียงพริบตานักบู๊พรรคตัดสุริยันก็จากไป หลงเหลือเพียงห้าสิบคน

ราวกับพวกมันไม่สนใจมุสิกตัวหนึ่ง...

ฮาจีมินห์คล้ายเป็นเพียงมุสิกที่พวกมันจะบีบตายเมื่อใดก็ได้

เจ้าเป็นคนของตระกูลเฟิ่งเรอะ? ผู้อาวุโสที่ถูกทิ้งไว้ก้าวเดินมาพร้อมอาวุธในมือ สั่งให้คนทั้งหมดโอบล้อม

ข้าเป็นคนของตระกูลฮา มีนามว่าฮาจีมินห์

ฮาจีมินห์กล่าวตอบเสียงดัง ดึงดาบข้างกายออกมา ขณะมองหาที่หลบซ่อน จิ้งจอกสีดำพลันกระโดดออกจากมือ สัตว์ขนฟูยืนอยู่บนพื้น เดินไปทางผู้อาวุโส ดวงตาเรียวมองราวกับมิทราบความใด

เจ้ามาทางนี้ฮาจีมินห์พยายามเรียก แต่เจ้าจิ้งจอกน้อยก็ยังเดินต่อไป

ผู้อาวุโสพรรคตัดสุริยันเหยียดยิ้มขึ้น มันหัวร่อพลางเดินเข้าหาจิ้งจอก ตัดสินใจว่าจิ้งจอกตัวนี้ของมิรู้ความ จับได้ก็นับเป็นผลงานใหญ่ ชั่วขณะความโลภบังตา

ฉูดดดด! –

พลันโลหิตมากมายพวยพุ่งออกมากจากลำคอของมัน จิ้งจอกสีดำคายลำคอออกจากปาก กระโดดถอยหลังมาข้างกายฮาจีมินห์ หางเกี่ยวเอากระบี่ข้างตัวผู้อาวุโสมาด้วย ท่ามกลางสายตาตกตะลึงในห้องโถง เลือดไหลนองย้อมราชสีห์บนพื้นแดงฉาน

แต่กลับมีเรื่องที่ทำให้พวกมันตกตะลึงมากขึ้นไปอีก...

เมื่อจิ้งจอกอนธการกลับกลายเป็นบุรุษหนุ่มรูปงามต่อหน้าต่อตาพวกมัน บุรุษหนุ่มในชุดสีขาวคว้าตัวมังกรเคลื่อนวารีมา ควงกระบี่ตัดศีรษะผู้อาวุโสผู้บาดเจ็บหลุดออกจากบ่า ปิดงานเรียบร้อยหมดจด

จะ...เจ้า เจ้า!” ฮาจีมินห์ชี้นิ้วสั่นสะริกใส่ กล่าววาจาไม่ออก ชายหนุ่มจดจำจินได้ดียิ่ง  

พาข้าไปทางเมื่อครู่ ข้าแก้ค่ายกลได้!”

ฮาจีมินห์พอได้ยินเสียงตวาดมิรอช้า ทางหนึ่งชักดาบ ต่อสู้โรมรันแหวกศัตรูไปโดยทันที

จินสะบัดกระบี่เข้าต่อสู้กับผู้อาวุโสอีกหนึ่ง ในใจครุ่นคิดว่าตนเองกับพรรคตัดสุริยันไม่จบไม่สิ้นกันเสียที มือซีดขาวสะบัดกระบี่ออกรุนแรง เฒ่าอาวุโสอาวุธหลุดกระเด็นออกจากมือ จากนั้นลำคอของมันก็ถูกกอบกุม ออกแรงดั่งฆ่าไก่กระดูกคอของมันก็แตกหัก หลอดลมถูกทำลายไม่เหลือชิ้นดี

จินหงุดหงิด โกรธเกรี้ยวจนถึงที่สุด เขาระบายโทสะทั้งหมดลงกับนักบู๊พรรคตัดสุริยัน ใช้ออกด้วยกระบวนท่ารุนแรงยิ่ง สะบัดกระบี่หนึ่งครากลับสังหารคนไปสามคน ยกเท้าถีบพวกมันกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว นักบู๊พรรคตัดสุริยันคนหนึ่งยิงพลุสัญญาณ ไม่นานนักก็มีเสียงคนจำนวนมากแห่มา

เร็ว! พาข้ากลับไปสนามรบ!!”

ฮาจีมินห์พยักหน้า เดินนำทางไปยังประตูก่อนหยุดยืนอยู่ด้านหน้า

เจ้าเข้าไปในนี้ หากแก้ค่ายกลได้ขอเพียงเดินไปทางตะวันตกเรื่อยๆ ก็พบสนามรบ ที่หลบซ่อนของพวกมันอยู่ในป่าสัตว์อสูร พามังกรเคลื่อนวารีไปด้วย ไปหาแม่ทัพใหญ่ ไปเร็ว!!!”

ฮาจีมินห์กล่าวพลางดันหลังอีกฝ่ายเข้าประตูไป ตนเองยืนขวางอยู่ด้านหน้าประตูกับนักบู๊พรรคตัดสุริยันจำนวนมาก ผู้อาวุโสของพวกมันกลับปรากฏกายมาเพิ่มถึงสองคน

ชายหนุ่มถอนหายใจ ในที่สุดก็หยิบของสิ่งหนึ่งออกมาจากสาบเสื้อ

นักบู๊พรรคตัดสุริยันพลันหัวร่อขึ้นเสียงดัง ในมือของฮาจีมินห์กลับเป็นเต่าตัวหนึ่ง มันตัวเท่าฝ่ามือขยับแขนขาเดินอย่างเชื่องช้า สัตว์วิเศษเป็นเต่าน้อยตัวหนึ่ง?...ยามนี้กลับหยิบมันออกมาทำอะไร?

ในใจของนักบู๊พรรคตัดสุริยันต่างเหยียดหยามดูถูก

ฮาจีมินห์โยนมันขึ้นฟ้า เจ้าเต่าตัวน้อยลอยอยู่บนศีรษะนักบู๊จำนวนมาก ชั่วขณะนึงที่พวกมันกำลังจะหัวร่อ เงาสีดำที่ทาบทับพวกมันกลับขยายขนาดใหญ่ขึ้น กลายเป็นเต่ายักษ์มหึมาหน้าตาดุร้ายตัวหนึ่ง

ตึงงงงง!!!! –

เต่ายักษ์ล่วงลงมาบนพื้น ทับนักบู๊ตกตายไปร่วมสามสิบคน บนพื้นเกิดหลุมลึกลงไปถึงห้าฝ่ามือ รอบกายเต่ายักษ์พลันมีเถาวัลย์หนามเลื้อยออกมาจำนวนมาก ทั้งๆที่เป็นเถาวัลย์หนามแต่กลับมีดอกบุปผาเบ่งบาน

ผู้อาวุโสที่รอดพ้นชะตากรรมชี้นิ้วที่สั่นระริกมา มันอ้าปากแล้วก็หุบลง เป็นเช่นนี้สองครั้งก่อนกล่าววาจาได้

พะ...พะ...พญาพิภพบุปผา สัตว์บรรพกาลอยู่ที่นี่!! จอมฟ้าผู้อาวุโสสติค่อยๆกลับคืนตวาดเสียงดัง ไปเรียกจอมฟ้าพญาพิภพบุปผาอยู่ที่นี่!!”

นักบู๊คนหนึ่งวิ่งหันหลังไป ปรากฏเถาวัลย์หนามลากตัวมันกลับมา เถาวัลย์แทงเข้าไปให้ตัวมันพริบตาร่างมันก็กลายเป็นแห้งเหี่ยว บุปผาบนเถายิ่งเบ่งบาน

ฮาจีมินห์นั่งพักลงหอบหายใจ กล่าววาจา ข้าจำต้องฆ่าหมด เรื่องนี้จะไม่แพร่งพราย พวกเจ้าเลือกเอาเถิด ว่าจะเชือดคอตนเองตายหรือจะแห้งเหี่ยวตาย

ชายหนุ่มถามเช่นนั้น แต่มิได้ใส่ใจฟังคำตอบของมัน

 

เพียงครุ่นคิดว่า จิ้งจอกอนธการจะกลับไปทันเวลาหรือไม่...







#LLwuda

            หายไปนานเลย วุ่นวายกับการรับน้องอยู่ค่ะ เรียนด้วยอีกอะไรอีก ประเด็นคือบทนี้เขียนยากมากกกกก (ก ไก่อีกล้านตัว) จนมันกระเตื้องช้าสุดๆ อารมณ์ขาดก็ไปย้อนอ่านเอานะคะ ฮา ใครจะดองไว้หลายๆตอนกลัวค้างไม่ว่ากัน

            สุดท้ายก็ทราบแล้วนะคะ แพแทยอน ที่โผล่ชื่อมาบ่อยๆนี่เป็นใคร แต่เขาต้องการอะไรก็ยังไม่แน่ชัด แต่การที่พรรคตัดสุริยันลงมือวกวนไปมาก็เพราะคุณชายคนนี้ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเกลียดน้องชายร่วมมารดาตนเองดีหรือไม่

            ส่วนทางเซกัลเชบี(ก็ตามนั้นค่ะ) พ่อหนุ่มผู้นึกว่าตนเองอยู่บนหัวคนอื่น ไปๆมาๆกลับรู้ตัวว่าอยู่ล่างคนอื่น

            ตอนคิดใช้เวลาคิดนานมากเลยว่าจะหาทางออกให้ชาวทุ่งหญ้ายังไง ความอยุติธรรมที่ได้รับจากจางซี มาครานี้ก็ถูกพ่อหนุ่มสองพี่น้องแซ่จางเหมือนเดิมทำร้ายอีก พวกเขาจะได้รับหนี้ที่ติดค้างคืนยังไง จางฮุ่ยเฟิงก็กลายเป็นเหยื่อสงครามทั้งสองอีกคนหนึ่ง ทั้งทางจิตใจ ร่างกาย โดนเคี่ยวกรำแบบลำเอียงจากฟ้า ฮา

 

            สุดท้ายแล้วมารอชมบทสรุปเรื่องราวไปด้วยกันค่ะ ใครติดหนี้ไว้คนนั้นก็ต้องชดใช้คืน


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 291 ครั้ง

120 ความคิดเห็น

  1. #8256 angrymuse (@angrydada) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 15:42
    อ่านถึงตอนน้องจิ้งจอกเงินโดนรุมแล้วสงสารน้อง โอ้ย กอดๆๆ
    #8256
    0
  2. #8219 PaulaPum (@yukiko12) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 04:44
    พี่ฮานี่เซอร์ไพรส์มาก เงียบๆแบบนี้ก็มีของดีนี่นาาา
    #8219
    0
  3. #8100 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 09:23

    อ้าวคุณชายฮา เก็บงำความลับซะเนียนกริ๊บเลยน้า

    #8100
    0
  4. #8040 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 17:53
    ฮาจีมินห์เราว่าเค้าน่ารักอ่ะ ก่อนหน้านี้ออน้อยไปหน่อยแต่อ่านแล้วรู้ว่ามีความสำคัญมาก แอบคิดอยู่ในใจเหมือนว่าสัตว์บรรพกาลอีกตัวคืออะไร มันคือเต่านี่เอง มาอย่างน่ารักอ่ะ เต่าน้อยทับคน อิอิ ตอนแรกนึกอยู่กับตระกูลเฟิ่งเสียอีก แต่แพแทยอนเราว่าเค้าก็น่าสงสารพอๆกับฮุ่ยเฟิงนั่นแหละ ไม่รู้ตอนจบที่ดีหรือร้าย แต่เอาเถอะ ฮุ่ยเฟิงเลือกจินอยู่แล้ว! ถึงแม้จะชะงักคิดอยู่แว๊บนึงก็เถอะ 555
    #8040
    0
  5. #8030 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 08:30
    คนนี้ม้ามืดมาก
    #8030
    0
  6. #7964 chalillxx_ (@chalillxx_) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 18:16
    เก็บกันเงียบเลยแต่ละคน
    #7964
    0
  7. #7752 Jolly CCP (@c1chonlana) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 13:20
    คุณฮา เห็นเงียบๆมีอาวุธซุกเพียบเลยนะคะ อยู่ๆพี่เต่าก็โผล่มาเฉย
    #7752
    0
  8. #7712 Hazel_9502 (@pookiejj) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 04:45
    เต่าทับมันลูก ฆ่าม้านนน
    #7712
    0
  9. #7609 ヨンヨン (@winfinite) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 03:37
    เอ็นดูตอนน้องตกลงมาทับคน น้อนเต่าาา ฮาจีมินห์นี่ไม่ธรรมดาจริงๆ จริงๆก็สัมผัาได้นานแล้วว่าคงไม่ได้มีบทธรรมดาแน่ๆ
    #7609
    0
  10. #7501 DKdabble (@dkdabble) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 04:28
    godในเกมที่แท้ ฮาจีมินห์ ขนลุกเลยจ้า
    #7501
    1
    • #7501-1 DKdabble (@dkdabble) (จากตอนที่ 55)
      10 พฤษภาคม 2561 / 04:35
      ตอนแรกก็แอบแปลกใจอยู่ฮาจีมินห์จะเข้ามาฐานของพรรคตัดสุริยัน บังลังก์ของจอมฟ้ามาช่วยจินได้ไง หายข้องกันเลยทีเดียว ที่อยากรู้คือมีใครรู้บ้างว่าฮาจีมินครอบครองน้องเต่า ให้น้องเดาก็คงตระกูลเฟิ่งonlyใช่มั้ยคะ55555
      #7501-1
  11. #7496 Noey_y (@Noey_y) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 01:11
    ฮาจิมินห์เป็นบุคคลที่เกือบจะลืมไปแล้ว
    #7496
    0
  12. #7425 MønZ (@maizii_np) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 02:59
    เจ้าของสัตว์บรรพกาลเเต่ละคนนี้พีคๆทั้งนั้น เเต่พีคสุดเหมือนจะเป็นฮาจีมินห์ โอ้
    #7425
    0
  13. #7384 sgmj (@maji13) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 19:25
    ฮาจีมินลาสบอสสส
    #7384
    0
  14. #7351 khajeepan06 (@khajeepan06) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:08
    เข้มข้นมาก
    #7351
    0
  15. #7173 mmaijii (@mmaijii) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 12:14
    คือแบบเอาคนไปตายเป็นร้อยเป็รพันเพื่อนจะชุบชีวิตแม่อ่ะนะ แทยอนก็คิดได้แค่นี้เหรอ
    #7173
    0
  16. #7134 'mamba ♥ (@Ujiwa-Madara) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 19:50
    ฮาจิมินห์มาแวบๆแต่มีความสำคัญเฉย555555
    #7134
    0
  17. #7096 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 23:41
    เรื่องมันเป็นแบบนี้เพราะจางซีชัดๆ
    #7096
    0
  18. #6878 KuppaKP (@KuppaKP) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 14:23
    เซกัลเซบี ไม่น่าเลย ถึงจะไม่ชอบตอนแรกๆที่พยายามมาจับตัวจิน แต่ตอนนี้คือไม่อยากให้ตายเลย ส่วนฮาจิมินนี่คืออะไร มาเงียบๆแต่มีของแรร์ ช็อคไปอีก
    #6878
    0
  19. #6844 GottomonEye (@gottomon03) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 16:06
      มันส์มากค่ะ แต่เราสงสารเซกัลเชบี กับเซกัลยอนกีมาก ตอนน้องดึงเสื้อพี่คืออยากร้องมาก รู้อล้วว่าจะเป็นไงต่อไป ละดูแล้วคือสองคนนี้ไม่อยากทำ ไม่รู้อะไร แต่ด้วยเชื้อชาติ ด้วยหน้าที่ ด้วยชื่อตระกูล ทำให้ต้องเป็นแบบนี้ จบแบบนี้ โคตรสงสารเลยบอกตรงๆ กับคนที่ไม่ตั้งใจ ไม่น่าต้องเป็นแบบนี้เลยจริงๆ T^T เศร้า

       แม่ทัพฮาจิมินผู้อยู่เงียบๆก็ปังขึ้นมาทันใดด้วยเต่าน้อย? น่ารักทุกคนเวลาเห็นจินแปลงร่าง 555 อึ้งหนักเลยทีเดียว คราวนี้จินจะออกไปเจอแฟน อุ่ยย เจอ คู่สัญญาแล้ว และคงจะเจอจิ้งจอกเงินคู่หูเก่าด้วย จะเป็นไงนะ อ่านต่ออ

       ปล. ความสับสันของแพแทยอนและจางฮุ่ยเฟิงก็น่าปวดหัวนะ คือ ไงล่ะ แม่เดียวกัน ถือว่าเป็นพี่น้อง ความขัดแย้งในอดีตทำให้ต้องมาเป็นแบบนี้ รอลุ้นไปด้วยยกัน
    #6844
    0
  20. #6761 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 15:19
    โอ๊ะ ไหงเห็นเงียบๆแต่กลับครอบครองสัตร์บรรพกาลไว้เลยล่ะนี่ สุดยอดอ่ะ

    ทั้งมันส์ ทั้งลุ้นเลยจริงๆ

    อยากให้จิ้งจอกเงินไม่ตาย อยากให้ได้มาคอยตามกวนจินอีกครั้ง
    #6761
    0
  21. #6741 AjummA. (@praewwa99) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 00:24
    บอกเลย3โคตร โคตรมันส์ โคตรพีค โคตรหนุก
    #6741
    0
  22. #6728 -Shawty- (@tumbmong) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 16:41
    คนที่ควรจะชดใช้ดันชิงตายไปง่ายๆก่อนละ คนที่เหลือก็ต้องรับเคราะห์ไปแทน ฮุ่ยเฟิงเนี่ยไม่เท่าไหร่ แต่จางหลี่นี่สิ จะแก้ยังไง
    #6728
    0
  23. #6671 1234_DuncAn (@1234_DuncAn) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 21:57
    โอยยยยมาแล้ว 3 อีก 1 ที่มากับพรรควิหกกำลังจะเผยโฉม
    #6671
    0
  24. #6562 •-MaMaI-• (@mai032671597) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 23:25
    สนุกมาก
    #6562
    0
  25. #6464 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 21:36
    ไม่อยากให้แค้น ให้ฆ่ากันแบบนี้เลย เฮ้อ
    #6464
    0