✦ อนธการจิ้งจอก ✦ BL, YAOI [END]

  • 99% Rating

  • 11 Vote(s)

  • 506,729 Views

  • 8,275 Comments

  • 13,422 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    5,354

    Overall
    506,729

ตอนที่ 56 : สนามรบสุดท้าย (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13490
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 299 ครั้ง
    5 ก.ย. 59








บทที่ 51

สนามรบสุดท้าย (2)

 


 

                เงาสีดำวูบไหวสะท้อนอยู่บนผนังอันคับแคบ

                มันไร้ซึ่งสุ้มเสียง ทั้งยังเคลื่อนไหวรวดเร็วยิ่ง แต่ผู้ที่กำลังวิ่งสุดกำลัง...ลมปราณในร่างเผาผลาญดุจกำลังวิ่งหนีจากพญามัจจุราชกลับไม่ได้เหน็ดเหนื่อยทางกายแม้แต่น้อย แต่ที่เหน็ดเหนื่อยยิ่ง...เห็นจะเป็นเรื่องทางใจ

                จินวิ่งเร็วมาก ยามนี้เคล็ดวิชาเท้าบรรลุถึงระดับสูงสุดเป็นที่เรียบร้อย หนึ่งย่างก้าวรวดเร็ว...แต่ยังไม่เร็วเท่าจิตใจของคน สายลมที่พัดผ่านใบหน้าไร้ซึ่งตัวตน สายตาเรียวแหลมมองผ่านกำแพงหนาจิตใจทะยานไปสู่ด้านนอก ค่ายกลตระกูลเซกัลถูกทำลายไม่มีชิ้นดี

                วิ่งมาเกือบชั่วยามประตูบานหนาก็ปรากฏ

                มือขาวซีดผลักมันออกช้าๆ กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงคละคลุ้งในทันที จินเปิดประตูออกมาดวงตาสาดมองเบื้องหน้า ป่าทึบที่มนุษย์มิอาจเหยียบย่างกลับกลายเป็นสงครามสัตว์วิเศษอันน่าตื่นตะลึง ชาวแคว้นไตรนภากว่าจะได้พบสัตว์วิเศษมินับว่าลำบากแต่ก็มิใช่ง่ายดาย ยามนี้หากผู้ใดพบเจอเหตุการณ์ตรงหน้าเป็นต้องอ้าปากค้างเนิ่นนาน

                สัตว์วิเศษระดับสูงมากมายกลับปรากฏกายที่นี่ ต้นไม้ใหญ่หนาทึบปกคลุมแต่กลางคืนกลับมิได้เงียบสงัด มีแต่เสียงนกกรีดร้อง สัตว์อสูรคำราม บนฟากฟ้าเต็มไปด้วยประกายอัสนี นักพรตศพแล้วศพเล่ากระเด็นกระดอนดั่งกระดาษปลิว นับเป็นการสูญเสียของเหล่าสัตว์วิเศษครั้งยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่ง

                เสียงลั่นกองรบดังสนั่นหวั่นไหว สัตว์วิเศษสองเผ่ากระโจนเข้าหากัน นักบู๊สองพรรคต่างกวัดแกว่งศาสตราวุธ ผู้นำสองตระกูลเชือดเฉือนลับคมด้วยวาจา สายตาดุจศัตรูคู่แค้นมิอาจลืม

                ธงสองตระกูลถูกโบกขึ้นฟ้าปลิวไสว ศึกในอดีตสุดท้ายแล้วก็หวนกลับคืนมาอีกครา...

                ...วันที่ชนเผ่าราชสีห์จะแก้มือกับชนเผ่าวิหค

                ...วันที่ตระกูลแพจะแก้มือกับตระกูลเฟิ่ง

                ...วันที่พรรคตัดสุริยันจะแก้มือกับพรรควิสุทธิ์

                วันที่ชนเผ่าทุ่งหญ้าจะทวงคืนสิ่งที่ติดค้างเอาไว้!

                ครืนนนน ครืนนน ครืนนนนนนนนน! –

            ประกายแสงอัสนีวูบวาบเต็มท้องฟ้ามืดมิด กระถางธูปสีทองแต่งแต้มราวกับเป็นดวงดาว พวกมันวนเวียนอยู่รอบตัวหงส์สีแดงสดตัวหนึ่ง ร่างกายของมันปกคลุมไปด้วยลมหมุนกีดกันกระถางธูป มันแผ่สยายปีกอันใหญ่โตอ้าปากพ่นเอาพายุหมุนรุนแรงลูกใหญ่ออกมา

                กระถางธูปทองสั่นไหว พวกมันถูกดูดเข้าไปในสายลมรุนแรง แม้แต่สัตว์วิเศษระดับสูงมากมายยังโดนพัดพาขึ้นสู่ท้องฟ้า จากนั้นพวกมันก็ร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นดุจสิ่งของ ทะเลเลือดย้อมไปทั่วผืนดิน ...

                จินมองภาพตรงหน้า ดวงตาสีอำพันสุกสว่างเปล่งแสงดั่งต้องมนตร์

                เฟิ่งเจี๋ยประมุขพรรควิสุทธิ์และตระกูลเฟิ่งอยู่ตรงนั้น ยืนอยู่ท่ามกลางกองทัพสัตว์วิเศษนับร้อยของตระกูลเฟิ่ง ดวงตาจับจ้องไปยังอีกฟากฝั่งตรงข้าม ชายที่ถูกเรียกว่าจอมฟ้ายืนอยู่ที่นั่นเช่นเดียวกัน หน้ากากสีดำยิ่งทำให้มันดูมืดทะมึน รอบข้างเต็มไปด้วยนักพรตและคนของพรรคตัดสุริยัน ประกายตาพวกมันต่างเต็มไปด้วยความเคืองแค้น นี่เป็นเลือดแค้นที่หลั่งกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ

                หากผืนแผ่นดินสามารถกล่าววาจาได้ พวกมันย่อมต้องการด่าทอมนุษย์ที่เข่นฆ่ากันในเรื่องเดิมๆไม่จบสิ้น

                จอมฟ้าชูมือทั้งสองขึ้น ปรากฏกรงทองสีเลือดสองอัน พวกมันแผ่พลังพุ่งเข้าโอบล้อมหงส์สีแดงทันที!

                “หึ...

                ทว่า...ทางด้านเฟิ่งเจี๋ยกลับทำเพียงแค่ยกยิ้มเย้ยหยัน ชายหนุ่มสะบัดมือประกายตาเจิดจ้า หงส์สีแดงยิ่งเปล่งแสงสว่างนวล ครู่เดียวรอบข้างก็กลายเป็นทะเลลมหวน เพียงกล้ำกลายเข้าไปย่อมถูกกรีดเป็นชิ้นๆ...ท้องฟ้ามืดมิดกลับมีกลุ่มเมฆดำทะมึนซ้อนตัวเป็นชั้นๆ มากมาย ไอหมอกหนาทึบจนมิอาจเพ่งฝ่าความมืด ปีกใหญ่กว้างโบกสะบัดหนึ่งคราต้นไม้ใหญ่ต้องพัดปลิวไปถึงสิบต้น

            นี่คือพลังอำนาจของสัตว์วิเศษระดับบรรพกาล... วาโยล่องหงส์ผู้ปกครองท้องฟ้า

            จอมฟ้าอาจกักขังลูกสัตว์บรรพกาลอย่างอนธการจิ้งจอกได้ แต่ย่อมมิใช่กับมัน

            พวกเรามิใช่ลูกสัตว์บรรพกาลเพิ่งหัดเดิน... นี่มิใช่ว่าจะดูถูกกันเกินไปแล้วหรือ? เฟิ่งเจี๋ยกล่าวด้วยท่าทีสบาย น้ำเสียงนุ่มนวลแต่กลับดังก้องทั่วป่า ตระกูลเฟิ่งและตระกูลแพ...สองชนเผ่าโบราณต่อสู้กัน คนนอกมิอาจเอื้อมมือยุ่งเกี่ยว

                จินกวาดสายตามองรอบๆ ดวงตาสว่างในความมืดแม้พลังจะอ่อนแรงลงบ้าง แต่ก็ยังมองเห็นเงาจิ้งจอกสีเงินตัวใหญ่อันเรือนราง ทว่าเส้นทางกลับถูกปิดแน่นไปด้วยนักบู๊และสัตว์วิเศษของสองชนเผ่า...จินหรี่ตาลง พลันเบื้องหน้ากลับมีคนกระโจนเข้ามาใกล้!

            เคร้ง! –

            กระบี่เร็วจู่โจมทันที ผู้มาใหม่ถอยกรูดกระเด็นไปสี่ก้าว ก่อนจะค่อยลดกระบี่ลงช้าๆ ปรากฏเป็นโฉมสะคราญผู้หนึ่ง...โฉมสะคราญผู้นี้คือเฟิ่งหลินแห่งตระกูลเฟิ่ง พี่สาวของเฟิ่งเจี๋ยนั่นเอง

                นางจดจำจินได้ทันที แม้เห็นในระยะไกล บุรษผู้งดงามสง่าถึงเพียงนี้จะเป็นผู้ใดได้อีก?

                เหตุใดเจ้าจึงอยู่ที่นี่ได้!?

                เฟิ่งหลินตรงเข้ามาด้วยความรีบร้อน มือคว้าข้อแขนขึ้นมา พลางกล่าวต่อ เจ้ามิใช่ว่าอยู่กับแม่ทัพจางฮุ่ยเฟิงหรอกหรือ? ไฉนจึงได้มาอยู่ที่นี่...เสี่ยวผานเล่า?

                จินไม่ตอบคำให้มากความ เขาถามสั้นๆ ให้ข้าผ่านไปทางไหนได้?

                เฟิ่งหลินอ้าปากจะกล่าวต่อ พลันเห็นสายตาอีกฝ่ายสะท้อนบางสิ่งภายใต้เปลือกนอกอันสุขุม จำต้องถอนหายใจเนิ่นนานออกมา นางชี้นิ้วไปทางอีกฟาก ไปทางนี้จึงจะถึงสนามรบ อีกพักหนึ่งเจ้าก็สามารถมองเห็นจิ้งจอกสีเงินได้แล้ว เพียงแต่หมอกของวาโยล่องหงส์อาจทำให้เจ้าหลงทาง

                ไม่มีปัญหา ขอบคุณท่านมาก

                สิ้นคำเพียงลมพัดผ่านบุรุษรูปงามในชุดขาวบริสุทธิ์ก็หายตัวไปจากตรงนั้น เฟิ่งหลินมองเห็นจินอีกคราก็ไกลออกไปสองลี้ โฉมสะคราญได้แต่ลอบถอนหายใจ หวนนึกถึงใบหน้านิ่งสงบ...เห็นมาเนิ่นนานแต่ครานี้กลับสั่นไหวได้จนน่าแปลกใจยิ่ง

            บุรุษเช่นนี้ก็สามารถมีความรักได้... เฟิ่งหลินลอบคิดในใจ มุมปากปรากฏรอยยิ้มยินดี

                แน่นอนว่าจินไม่ทราบสิ่งที่เฟิ่งหลินคิด นอกจากนี้ในใจยังร้อนรนจนมิคิดเรื่องอื่นอีก จิ้งจอกในร่างมนุษย์พุ่งทะยานเป็นเงาวูบไหวในป่าดุจภูติพราย หมอกจากวาโยล่องหงส์มิอาจสกัดกั้นการมองเห็น  สะกิดปลายเท้าหนึ่งคราร่างกายปรากฏห่างไปอีกสองลี้

                จินกระโดดบนต้นไม้ ข้ามศีรษะผู้คนเบื้องล่างไป สัตว์วิเศษระดับสูงสู้กันจนพวกมันมิได้สนใจรอบข้าง อัสนีสายใหญ่ฟาดลงมาบนพื้นสั่นสะเทือนครั้งแล้วครั้งเล่า ลมหวนพัดกระหน่ำรุนแรงราวกับทั้งหมดเป็นบทเพลง...บรรเลงจุดจบสงคราม

                 ในที่สุดบุรุษรูปงามก็โผล่พ้นชายป่าออกมา นัยน์ตาสะท้อนภาพสัตว์วิเศษสีเงินประกาย

                ไกลออกไปกลางสนามรบ...กุนซือซูตระโกน คนทั้งหมดรอบบริเวณต่างถอยห่าง จิ้งจอกสีเงินกระโจนลงพื้นด้านข้างแพแทยอน เกิดลมหวนรุนแรงพัดไปทั่ว ละอองฝุ่นสาดกระเด็นเป็นบริเวณกว้าง พื้นดินยุบลงไปถึงสองฝ่ามือ

แพแทยอนกระโดดขึ้นหลังจิ้งจอกเงิน สายตาเย็นชามองไปยังจางฮุ่ยเฟิง...

กรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

จิ้งจอกเงินคำรามลั่น พื้นดินสั่นสะเทือนไปถึงศึกสองเผ่าในป่าใหญ่...จินกระโดดลงจากต้นไม้ที่หักโค่น แรงสั่นสะเทือนทำให้ใบไม้ในป่าร่วงหล่นราวกับห่าฝน

โครมม! โครมม! โครมมมม!!! – 

จิ้งจอกสีเงินตบอุ้งเท้าของมันลงพื้นจนเกิดหลุมใหญ่ยักษ์ ทหารมนุษย์ฝ่ายแคว้นไตรนภาตกตายไปจำนวนมาก จางหลี่รีบสะบัดบังเหียนอาชากลืนหมอกพุ่งเข้าต่อสู้โรมรัน ทวนสีดำเปล่งกลิ่นอายอันตรายพุ่งโจมตีรุนแรงดั่งงูฉกกัด... สิงโตดำยักษ์และอินทรีทองเมื่อเห็นคู่ต่อสู้ของมันกระโจนไปอีกทางก็รีบติดตามมา

นกยักษ์ทั้งสองบินวนมายังบริเวณจิ้งจอกเงิน พวกมันพยายามจู่โจมไปที่แพแทยอนแต่ชายหนุ่มฝังตนเองลงไปในกลุ่มขนหนาของจิ้งจอกยากที่จะมองเห็น พวกมันบินวนจู่โจมอยู่เช่นนั้น

เซวียนไป๋เฮ่อกลืนลูกกลอนตนเองลงลำคอพลังลมปราณค่อยๆฟื้นฟู ผู้เฒ่าอาวุโสสะบัดมือเป็นรูปร่างประหลาดหมุนวนสี่รอบ ทันใดนั้นหงส์ขาวบริสุทธิ์กางปีกเปล่งแสงท่ามกลางความมืดมิด

เกิดละอองแสงฟุ้งกระจาย ฟื้นฟูบาดแผลให้แก่เหล่าทหารที่ถูกโจมตีจากจิ้งจอกเงินทั้งหมด

เทพเยียวยาหิมะหงส์หลังจากใช้พลังลมปราณรักษาผู้อื่นเป็นครั้งสุดท้ายก็กระอั่กโลหิตออกมา ทว่า...มุมปากกลับค่อยๆเหยียดรอยยิ้มขึ้น ดวงตาสั่นระริก มือหยิบเอายาลูกกลอนสีใสสว่างสุกสกาวออกมา

นี่เป็นลูกกลอนที่เทพสวรรค์ผู้หนึ่งเคยหลอมมัน นับเป็นยาที่ดีที่สุดที่ข้าเคยเห็น...ผู้เฒ่าเซวี่ยนไป๋เฮ่อประคองมันส่งให้เสี่ยวผาน ใช้มัน!”

เสี่ยวผานรับลูกกลอนมาด้วยความงุนงง อีกฝ่ายต้องการให้ตนเองใช้หรืออย่างไร?...ถัดมาจึงได้เข้าใจกระจ่าง นิ้วของแพทย์ผู้ล้ำเลิศชี้ไปทางป่าสัตว์อสูร...

ที่ตรงนั้นมีคนผู้หนึ่งมองภายนอกคาดว่าเป็นบุรุษกำลังพุ่งตรงมา ทั้งตัวสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ท่วงท่าราวกับเทพเซียน แม้ดูอ่อนล้าแต่ประกายตายังคงสว่างดุจมนตร์ฉาบแสง

เสี่ยวผานไม่รอช้าน้าวคันธนูออก ลูกธนูพุ่งตรงข้ามศีรษะผู้คนไป...อีกห้าลี้...สี่ลี้...สามลี้ พลันลูกธนูที่หนักกว่าปกติค่อยๆชะลอความเร็วลง ทั้งเซวียนไป๋เฮ่อ ท่านหมอน้อยต่างกลั้นลมหายใจ หัวใจเต้นถี่รัวเช่นเดียวกับกลองรบ ทว่า...จู่ๆบุรุษชุดขาวที่ว่าก็หายตัวไปจากครรลองสายตา

พลธนูทั้งหมดที่รู้เห็นลมหายใจชะงักขาดห้วงไปหนึ่งจังหวะ...ก่อนจะถอนหายใจเนิ่นนาน มุมปากปรากฏรอยยิ้มบางๆ สายตามองคุณชายผู้สง่างามกลืนลูกกลอนลงคอ ลูกธนูเสี่ยวผานอยู่ในมืออีกข้างเรียบร้อย

จิน...เสี่ยวผานเรียกด้วยเสียงอันเบา พอเห็นอีกฝ่ายก็รู้สึกราวกับหมดเรี่ยวแรงขึ้นมา คล้ายเรื่องทุกอย่างกำลังจะจบลง เป็นความรู้สึกอุ่นใจตั้งแต่ยามเด็กจนถึงปัจจุบัน

ไร้ซึ่งแสงจันทร์กระจ่างในค่ำคืนนี้ ไร้ซึ่งกลุ่มดาวบนท้องฟ้า กลุ่มเมฆหนาสีดำเรียงตัวซ้อนกันเป็นชั้นๆ ลมพัดรุนแรงยิ่ง อสนีบาตกระหน่ำดุจฝน ฤดูกาลแปรปรวนด้วยอำนาจแห่งสัตว์วิเศษ...

แต่มีสิ่งหนึ่งที่มืดสนิทยิ่งกว่ารัตติกาล หากแต่...ดวงตาสุกสกาวยิ่งกว่าแสงจันทร์

ไม่มีเสียงคำรามกึกก้อง จิ้งจอกอนธการสะบัดหางทั้งเก้า ขนสีดำสนิทลู่ไปตามลม...ความองอาจ ความสง่างาม ความน่าเกรงขามสะท้อนบุคลิกประจำตัวแจ่มชัด มันค่อยๆก้าวเดิน แต่ทุกอย่างก้าวล้วนชวนให้อึดอัดราวกับบีบคั้นพลังชีวิต ละอองเพลิงสีดำกระจายตัวออกมาทุกฝีก้าว

จิ้งจอกสีดำสนิทตัวนี้อาจมองเห็นมิชัดในความมืดอันไกล...แต่มีคนผู้หนึ่งสามารถเห็นได้ชัดเจนยิ่ง

มิว่าจิ้งจอกตัวนี้จะอยู่ที่แห่งใด จางฮุ่ยเฟิงก็จะสามารถมองเห็นได้ชัดเจน...

แม่ทัพใหญ่หยุดปลายกระบี่ของตนเอง ดวงตาสีเทาคู่สวยสั่นไหวรุนแรง พลันรู้สึกอื้ออึงในใบหู แม้แต่จิ้งจอกเงินที่กำลังต่อสู้ด้วยก็คล้ายหยุดอยู่นิ่งค้าง ริมฝีปากอ้าออกแต่มิได้กล่าววาจา

...สายตาคนทั้งคู่ประสานกัน ล้วนชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใด

ในสงครามเมื่อหลายพันปีก่อน จิ้งจอกอนธการเป็นสัตว์บรรพกาลตัวเดียวที่ตาย มันสละชีวิตตนเองส่งสามสัตว์บรรพกาลเข้าสู่การหลับใหลในสงครามสามชนเผ่า ช่วงชีวิตอายุยามนี้เป็นเพียงจิ้งจอกหนุ่มเพิ่งโตเต็มวัย อำนาจของมันยังมิอาจเทียบเคียงวาโยล่องหงส์ มังกรเคลื่อนวารีหรือพญาพิภพบุปผา

ทว่า...ครานี้ผู้ที่อยู่ตรงข้ามมิใช่สามสัตว์บรรพกาล..

ถึงแม้ว่าจินจะไม่อยากทำร้ายเจ้าจิ้งจอกสีเงินที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสหายกัน แต่น่าเสียดายยิ่งที่มันมาทำร้ายคนที่ไม่สมควรทำร้ายเสียก่อน... จิ้งจอกอนธการวิ่งด้วยเท้าทั้งสี่กระโจนข้ามนายทหารแคว้นไตรนภา พุ่งตรงเข้าหาจิ้งจอกสีเงินทันที!

กรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร!!!”

จิ้งจอกสีเงินร้องคำราม มันสะบัดหางทั้งเก้าเข้าจู่โจม สัตว์วิเศษโดยรอบต่างถอยหลังป้องกันนายทหารและคู่สัญญาตนเอง มังกรเคลื่อนวารีฟื้นตัวแล้วแต่ยังไม่มากพอ ดังนั้นจึงนอนหลับอยู่ภายใต้อ้อมกอดของหมอน้อย

กรรรรรรรรรร!!!!!!”

ครานี้เป็นจิ้งจอกสีดำที่อ้าปาก เพลิงอนธการแผ่กระจายออกมา...จิ้งจอกสีเงินรีบเก็บหางของมันกระโดดหลบถอยไปด้านหลัง มันมองคู่ต่อสู้ที่มาอยู่ด้านหน้าด้วยดวงตาแดงก่ำ

จิ้งจอกทั้งสองพุ่งเข้าโรมรันกัน หางสิบแปดหางโบกสะบัดบนท้องฟ้ามืดมิด ยามกระแทกพื้นแผ่นดินก็สั่นไหว เกิดหลุมเป็นบริเวณกว้างใหญ่ ละอองฝุ่นควันหนาทึบจนบดบังสายตา

จางหลี่กับจางฮุ่ยเฟิงจับจ้องเหตุการณ์ตรงหน้า ดวงตาสะท้อนความคิดที่แตกต่างกันไป

แม่ทัพใหญ่ทั้งคู่รีบสั่งทหารของตนถอยห่าง จับกุมตัวทหารเผ่าทุ่งหญ้าทั้งหมดกลับเมือง ทั้งเสี่ยวผานและนายทหารทั้งหมดต่างค่อยๆล่าถอย จิ้งจอกสองตัวต่อสู้โรมรันกัน พวกมันอยู่ใกล้รังแต่จะตายเร็วเท่านั้น

ทว่า...จางฮุ่ยเฟิงกลับยกยิ้มบางๆ อันจอมปลอมขึ้นมา

ข้าจะอยู่ตรงนี้

ถ้อยคำสั้นๆ แต่หนักแน่น... จางหลี่มองน้องชายของตนนิ่งครู่หนึ่งจึงสะบัดบังเหียนจากไปไม่กล่าวสิ่งใดอีก ทหารของแคว้นไตรนภาแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มที่เหนื่อยล้าก็ให้คุมเชลยศึกเข้าเมือง กลุ่มที่ยังสามารถต่อสู้ก็เข้าไปในป่าสัตว์อสูร

โครมมม!!!! –

แผ่นดินโดยรอบสั่นไหวอย่างรุนแรง แผ่นดินชั้นนอกแตกกระจายออก จิ้งจอกสีเงินถูกกระแทกปลิวจนพ้นกลุ่มหมอกควันออกมา สะบัดศีรษอันใหญ่โต มันค่อยๆพยุงตัวลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

ทันใดนั้นเพลิงอนธการมืดมิดก็ครอบคลุมบริเวณที่มันยืนอยู่ แผดเผาจนมันต้องคำรามขึ้นฟ้ากึกก้อง

                หางสีดำสนิททั้งเก้าโผล่พรวดออกมาจากหมอกควัน คว้าจับจิ้งจอกสีเงินให้เข้าไปหาตัว อุ้งเท้าใหญ่ขย้ำลงบนลำตัวอย่างไร้ปรานี ดวงตาสัตว์ร้ายหรี่ลงปากใหญ่คาบเอาบางสิ่งบางอย่างออกมา

                เมื่อจิ้งจอกสีเงินเห็น พลันกู่ร้องคำรามคลุ้มคลั่ง ขย้ำเคี้ยวลงบนอุ้งเท้าสีดำสนิทบนตัวสุดแรง

                กรรรรรรรรรรรร!!!”

                เสียงสองจิ้งจอกดั่งทั่วสนามรบ จิ้งจอกอนธการสะบัดจิ้งจอกสีเงินออกไปไกล มันตกลงกระแทกพื้นดินแตกกระจายอีกครั้ง ดวงตาแดงก่ำมองคู่สัญญาของตนอยู่ในปากอันใหญ่โตของศัตรู...จิ้งจอกสีเงินไม่ได้โง่ดวงตาแวววับของมันมองไปยังจางฮุ่ยเฟิงที่อยู่ไม่ไกลทันที!

                จางฮุ่ยเฟิงไม่ได้หลบเลี่ยง ชายหนุ่มในชุดเกราะสีดำยังยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ที่เดิม กล่าววาจาด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง

                ...แพแทยอนท่านแพ้แล้ว

                ถ้อยคำนี้มิได้ตะโกน แต่กลับสามารถได้ยินชัดเจน แพแทยอนเหยียดยิ้มแม้ส่วนแขนจะถูกคาบอยู่ในปากอันใหญ่โต ร่างกายห้อยอยู่กลางอากาศน่าหวาดเสียว ดวงตาสีเทาเฉกเช่นเดียวกันกับน้องชายร่วมมารดาทอแววเจ็บปวดลึกล้ำ

                “ดูเหมือนข้าจะดูแคลนสายเลือดตระกูลจางผิดไปแพแทยอนแค่นเสียงหัวเราะเจือความเจ็บปวดรางๆ ข้าเพียงแต่อยากได้ความยุติธรรมกลับคืน พรรคตัดสุริยันหรือเผ่าราชสีห์อันใดมิได้ต้องการเสียด้วยซ้ำ

                จางฮุ่ยเฟิงมิได้ตอบคำ จิ้งจอกสีเงินคล้ายหยุดชะงักไป

                รับปากข้าอย่าได้สังหารจอมฟ้า...แล้วศึกนี้จะสิ้นสุดลงแพแทยอนกล่าววาจาคล้ายเหน็ดเหนื่อย หลับตาลงอย่างยาวนาน ชายหนุ่มผู้นำแห่งทุ่งหญ้าก็มีจิตใจด้านอ่อนโยนเช่นกัน

                ข้ารับปาก

                สิ้นคำจางฮุ่ยเฟิงจิ้งจอกสีเงินก็ค่อยๆ กลับกลายเป็นตัวเล็กลง รอยอักขระสีแดงหายไป มันนอนนิ่งอยู่บนพื้นดิน ร่างกายเล็กสั่นไหวน้อยๆตามจังหวะหายใจ... จิ้งจองอนธการหักแขนแพแทยอนข้างหนึ่งก่อนยอมปล่อยผู้นำทุ่งหญ้าลงสู่พื้น ชายหนุ่มวิ่งตรงไปอย่างทุลักทุเล ใช้มือข้างเดียวช้อนตัวจิ้งจอกสีเงินขึ้นมา

                แพแทยอนพ่ายแพ้...ทุ่งหญ้าก็พ่ายแพ้ นั่นเป็นความจริงที่ชายหนุ่มผู้ทรนงยอมรับ

                ผู้นำทุ่งหญ้าผู้นี้ต้องการทวงหนี้แค้นและความยุติธรรมคืนจากแคว้นไตรนภา เป็นอุดมการณ์อันเดียวที่สอดคล้องกับจอมฟ้า... ถึงกระนั้นมีคนอยู่ไม่กี่คนที่ผู้คนมิอาจขัดขืนความคิดได้

                เจ้ารู้หรือไม่ว่าจอมฟ้าเป็นผู้ใด?

                “ไม่

                แพแทยอนฟังคำตอบโดยมิมองคู่สนทนา ชายหนุ่มลูบขนสีเงินของเจ้าจิ้งจอกเขาคือเหยื่อผู้เจ็บปวดที่สุดของสงคราม...ภรรยาถูกแย่งชิง ชนเผ่าและตระกูลถูกเหยียบย่ำ แบกรับความรู้สึกผิดไว้บนหลัง...ผิดต่อทั้งภรรยาที่มิอาจช่วยเหลือ ผิดต่อทั้งชนเผ่าที่นำเคราะห์ภัยมาให้

...ย้อนกลับไปเมื่อสงครามแคว้นไตรนภาและเผ่าทุ่งหญ้า

ยามที่จางซีแสร้งทำเป็นถูกลอบทำร้าย ผู้ที่พบเจอจางซีนอกชนเผ่าและพากลับมารักษาคือ...แพซึงยอล สามีของแพกรียอนโซ คู่บ่าวสาวผู้นำชนเผ่าทุ่งหญ้า คู่สามีภรรยาถูกที่พรากให้แยกจากกัน...

ใช่แล้ว...จอมฟ้าผู้นี้ก็คือแพซึงยอล

พวกเจ้า...แพแทยอนกล่าววาจาเสียงเบา ต้องห้ามทำร้ายเขาอีก...พวกเราวางแผนกันมายาวนาน ทั้งพรรคตัดสุริยัน ทั้งแฝงตัวเข้าไปในแคว้นไตรนภาก่อความวุ่นวาย ก่อกวนคลื่นลมในวังหลวง รวบรวมสี่สัตว์บรรพกาล...มิได้เพื่อต้องการยิ่งใหญ่หรืออันใดเลย

แพแทยอนหลับตาลง สุดท้ายแล้วเขาก็แค่เพียงต้องการพาชีวิตสตรีอันเป็นที่รักยิ่งกลับมาเท่านั้น...

มิว่าผู้ใดต่างก็หวงแหนสิ่งสำคัญของตนเองเสมอ...

                สำหรับแพแทยอนสิ่งสำคัญคือเผ่าทุ่งหญ้า ในฐานะผู้นำเขาย่อมมิต้องการให้นักรบในเผ่าบาดเจ็บล้มตายหรือเกิดสงครามยืดเยื้อ แต่ความเจ็บปวด...บาดแผลที่กรีดฝังลึก ผู้ใดจะเป็นฝ่ายชดใช้? บิดาตนเองต้องการช่วยเหลือมารดาล้วนเป็นการพยายามทวงคืนความยุติธรรม

                วันนั้นชนเผ่าทุ่งหญ้าต้องหลั่งทั้งเลือด...และน้ำตา

จิ้งจอกอนธการกลับกลายเป็นชายหนุ่มรูปงาม... จินเลื่อนสายตาหนี มองเห็นเงาด้านหลังผู้คนในสนามรบ เขาสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวด พื้นดินที่ฉาบไปด้วยเลือด ท้องฟ้าที่ฉาบด้วยหยาดน้ำตา เปลวไฟลุกไหม้แห่งการสูญเสียแม้ดับลงแล้ว แต่ผลร้ายของมันยังทิ้งไว้ มิทราบอีกกี่ปีจะสามารถลบล้าง

จินย้อนนึกถึงหนังสือเล่มหนึ่งที่เคยอ่าน...กล่าวว่าบนโลกนี้ไม่มีความเท่าเทียมอย่างแท้จริง

จางซีตายไปแล้ว จางฮุ่ยเฟิงเป็นเหยื่อ จางหลี่ก็เป็นเหยื่อ แพแทยอนก็เป็นเหยื่อ...ตนเองก็เช่นกัน

 เมื่อเกิดเป็นมนุษย์ มิว่าผู้ใดต่างเคยทำผิดพลาดด้วยกันทั้งนั้น...

ความผิดพลาดบางอย่างยังสามารถนำกลับมาได้ แต่บางสิ่งมิสามารถแก้ไขได้และยังคงฝังรากลึกต่อไป...

ความสงบค่อยๆกลับคืนสู่สนามรบ ผู้นำแห่งทุ่งหญ้าล้มตัวลงนอนบนพื้น พึมพำขอโทษกับเจ้าจิ้งจอกสีเงินในอ้อมแขน ทางด้านจางฮุ่ยเฟิงวิ่งไปคว้าคนรักตนเองมาแนบอก ให้รู้ว่าหัวใจที่เต้นอยู่ยังมีชีวิตอยู่ข้างๆกัน

สงครามครั้งสุดท้ายจบลง

แต่เรื่องทั้งหมดมิได้จบลงอย่างแท้จริง

 

          ...ดวงจันทร์กลับมาแล้ว มันส่องแสงดำทะมึนราวกับกำลังร่ำร้องหาความยุติธรรม และร่ำไห้ให้กับสิ่งที่ไม่สามารถเรียกร้องกลับมาได้อีก



 


 


           เฮ้อ....

            เสียงถอนหายใจโล่งอกถูกปล่อยออกมา เซี่ยจวิ่นทรุดตัวลงนั่งพิงเก้าอี้ ร่างกายยังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินและเลือด นายทหารผู้นำทัพเพิ่งจัดการส่งเชลยทั้งหมดจากไปเสร็จสิ้น ในที่สุดจะได้พักผ่อนเสียที

            เซี่ยจวิ่นกำลังจะหลับตาลง พลันถูกเสียงรบกวนเสียก่อน

เจ้าจะมานั่งพักผ่อนตรงนี้ได้อย่างไร?จินเดินเข้ามาใกล้ทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ในห้องรับรองข้างๆ ใบหน้าดูซีดขาวกว่าปกติ ท่าทางเบื่อหน่ายมองปราดเดียวก็ทราบว่าหนีการประชุมมา

คนทั้งคู่เงียบลงอยู่ในภวังค์เนิ่นนาน สุดท้ายเซี่ยจวิ่นก็ถอนหายใจ พึมพำเสียงเบา

เป็นเช่นนี้จะดีแล้วจริงๆหรือ...?

จินไม่ตอบคำถาม...นั่นเพราะเขาตอบไม่ได้ สุดท้ายด้วยความสงสารจิ้งจอกสีเงินและนักรบชนเผ่าทุ่งหญ้าที่ล้มตายแพแทยอนจึงยอมแพ้ในที่สุด ทางด้านจอมฟ้าสามารถหนีรอดไปได้ ที่เหลือต่างถูกตระกูลเฟิ่งจับตัวมาทั้งหมด

เหล่าผู้นำประชุมกันเนิ่นนานกินเวลาเกือบสองชั่วยาม ในที่สุดก็ได้ข้อตกลงออกมา แพแทยอนขอให้ปล่อยจอมฟ้าไป ผู้นำทุ่งหญ้ารับปากว่าพวกเขาจะไม่เข้ามาวุ่นวายเกี่ยวกับสัตว์บรรพกาลอีก นอกจากนี้จะสลายพรรคตัดสุริยัน หลงเหลือเพียงเผ่าทุ่งหญ้าเก็บตัวเงียบสงบฟื้นฟูตนเอง

ในการประชุม จางหลี่ตกลงปล่อยเชลยเผ่าทุ่งหญ้าทั้งหมด แลกกับการสร้างสัญญาพันธมิตรขึ้นใหม่ ต่างฝ่ายต่างไม่รุกรานกันเป็นเวลาสิบปี นอกจากนี้เพื่อชดเชยสิ่งที่จางซีกระทำ ขอเพียงคำร้องไปถึงมือจักรพรรดิสองแคว้นจะกลายเป็นเมืองพี่เมืองน้องช่วยเหลือเกื้อกูลกันทันที

หลังจากผลสงครามปรากฏ ปรึกษาหารือเสร็จสิ้นผู้ใดต่างก็มิได้หยุดพัก

แพแทยอนจากไปแล้ว ชายหนุ่มจากไปพร้อมกับชนเผ่าทุ่งหญ้าทั้งหมด

ตระกูลเฟิ่งเองก็เช่นกัน พวกเขาคล้ายมิอยากสอดมือยุ่งเกี่ยวหากไม่จำเป็นจริงๆ ยังทิ้งท้ายด้วยการเน้นย้ำให้จางฮุ่ยเฟิงนำผลึกธาตุหรือของบำรุงสัตว์บรรพกาลมาให้จิ้งจอกกินบ้าง แวะเวียนไปร่ำเรียนการใช้พลังที่ถูกต้อง จิ้งจอกอนธการนับว่าอ่อนแอกว่าสัตว์บรรพกาลตัวอื่น หากร่างสถิตยังไม่รู้จักใช้พลังที่ถูกต้องอีกก็นับว่าย่ำแย่แล้ว

ทั้งสามชนเผ่าต่างมีมานับพันๆปี สัตว์วิเศษตัวไหนก็หลีกเลี่ยงมิได้หากพวกเขาต้องการจับมัน

...แน่นอนว่าเจ้าจิ้งจอกติดหรูส่ายหัวเบื่อหน่ายทันทีที่ได้ยิน 

เฟิ่งเจี๋ยกล่าวว่าชนเผ่าวิหคและชนเผ่าราชสีห์จะไม่มีอีกต่อไปแล้วนับจากนี้ ที่หลงเหลือจะมีเพียงตระกูลเฟิ่งและตระกูลแพเท่านั้น นอกจากนี้ชายหนุ่มยังทิ้งคำพูดลึกลับไว้ส่งท้ายอีกด้วย

พวกเราทั้งสองตระกูลเป็นเช่นเดียวกัน นอกเหนือจากเรื่องสัตว์วิเศษ...พวกเราก็มิได้เก่งกาจเท่าไหร่เลย...

ตระกูลเซกัลตายทั้งหมด ที่หลงเหลืออยู่มีเพียงเซกัลยอนกีที่จางหลี่ปล่อยไปแต่คราแรก ศพของพวกเขาถูกบรรจุใส่โลงนำกลับแคว้นไตรนภา อย่างน้อยตระกูลเซกัลก็เป็นเสาหลักค้ำจุนแคว้นไตรนภามานาน ถึงแม้ที่จริงแล้วพวกเขาจะถือตนเองเป็นสายเลือดชนเผ่าราชสีห์ผู้ครองความเป็นหนึ่งก็ตาม

...หลังจากสงครามที่ยืดเยื้อมาเนิ่นนานจบลง เมืองหน้าด่านก็ถูกใช้เป็นที่พักผ่อน ประตูหน้าที่หักพังเร่งซ่อมแซมกันข้ามคืน จางหลี่ส่งม้าเร็วไปแจ้งข่าวในวังหลวง ตนเองสั่งเปิดเสบียงอาหารในคลังเหลือทั้งหมดนำมาแจกจ่าย พวกทหารแม้อยากร่ำสุราให้สาแก่ใจแต่พวกมันไร้เรี่ยวแรงที่จะกระทำ สงครามครานี้ยาวนานและกินแรงมากนัก

ข้าไปพักผ่อนก่อนละ

คนผู้หนึ่งเดินออกมาทางจินกับเซี่ยจวิ่น กล่าวด้วยน้ำเสียงขบขัน เสียงโบกพัดเป็นจังหวะคุ้นเคย กุนซือซูตะโกนส่งท้ายเข้าไปในห้องประชุม ก่อนตนเองจะขอตัวไปนอนหลับพักผ่อน... คล้อยหลังกุนซือซูยังมีนายทหารแม่ทัพนายกองที่เหลือทยอยเดินออกมา พวกเขาทำความเคารพก่อนแยกย้ายกันไปพักผ่อนเช่นเดียวกัน

หลังจากผู้คนในห้องรับรองจากไปหมดสิ้น จินก็ผุดลุกขึ้นยืนเดินตรงไปในทิศทางตรงข้ามผู้คน แหวกม่านหน้าประตูออกเดินอย่างสง่างามเข้าไปในห้องประชุม

ในห้องประชุมหลงเหลือผู้คนเพียงสามคน...สองพี่น้องตระกูลจางและฮาจีมินห์

สามแม่ทัพใหญ่แห่งแว่นแคว้นยืนอยู่รวมกัน จินมองสบตากับจางฮุ่ยเฟิง...ตั้งแต่สงครามจบลง คนทั้งคู่ยังมิมีโอกาสได้สนทนาหรือสัมผัสกัน สายตาเห็นว่าอีกฝ่ายยังปลอดภัยดีก็มิจำเป็นต้องเร่งรีบอันใด

จางฮุ่ยเฟิงถอนสายตากลับมา ตอนข้ายกทัพมาช่วย พวกเราส่งจดหมายลับให้ท่านเรื่องแผนการ แต่กลับโดนศัตรูขุดหลุมรอ เรื่องหนอนบ่อนไส้ในกองทัพของท่านพี่ใหญ่...

ตึงง!!!!! –

ยังมิทันกล่าวจบ จางหลี่ก็ตบโต๊ะเสียงดังลั่น แม่ทัพใหญ่ผู้มีใบหน้าดุดันตลอดเวลากลับเผยสีหน้าเหนื่อยล้า ชายหนุ่มพิงหลังเข้ากับเก้าอี้ มือใหญ่เสยผมที่เปียกชุ่ม เลือดเปรอะเปื้อนจากสงครามยังมิได้เช็ดออกแม้แต่น้อย

เรื่องนี้ไม่ต้องพูดแล้ว...

“…”

...ข้าไม่เคยแพ้ในสนามรบคำพูดนี้คล้ายกล่าวกับตนเอง... ผ่านไปครู่นึงแม่ทัพใหญ่จางหลี่จึงได้เปลี่ยนสีหน้าเป็นเย็นชาเช่นเดิม สายตามองไปทางฮาจีมินห์ คราแรกข้าหลงนึงว่าท่านเป็นไส้ศึก สุดท้ายท่านกลับเป็นคนของตระกูลเฟิ่ง

ฮาจีมินห์กลับส่ายศีรษะ ข้าเป็นคนของพรรควิสุทธิ์มิใช่ตระกูลเฟิ่ง

จางหลี่มิได้ตอบคำ แต่หันไปเอ่ยปากเรียกนายทหารหน้าห้อง

เจ้าไปตาม...

ท่านแม่ทัพแย่แล้ว! ท่านแม่ทัพ!”

แม่ทัพใหญ่จางหลี่ยังกล่าวไม่จบคำ ปรากฏร่างนายทหารคนหนึ่งวิ่งพรวดเข้ามา มันเลิกลั่กเหงื่อผุดพรายทั่ว ใบหน้าซีดขาวปากสั่นยามพูดจา หลงลืมกระทั่งระเบียบวินัย

ทะ...ท่านกุนซือ ท่านกุนซือ!...”

ไป!”

จางหลี่ผุดลุกขึ้นยืนทันที รีบก้าวเดินผ่านนายทหารไปยังห้องพักในจวน คนในห้องประชุมทั้งหมดติดตามออกมา แม่ทัพใหญ่จางหลี่เร่งรีบอย่างยิ่ง เพียงเดินไปไม่ไกล ในความรู้สึกกลับไกลเหลือเกิน

ท่านแม่ทัพ!”

ท่านแม่ทัพ!”

กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งปรากฏสู่สายตา นายทหารที่อยู่ล้อมอยู่หน้าห้องเอ่ยปากเรียกเสียงสั่นเครือ เสี่ยวผานและท่านหมอน้อยก็มาแล้วเช่นกัน สงครามครานี้แพทย์ทั้งสามล้วนใช้ลูกกลอนและสมุนไพรหมดสิ้น เซวียนไป๋เฮ่อนำโอสถล้ำค่าที่สุดในชีวิตออกมาใช้ เฒ่าชราหลับพักผ่อนไปด้วยความเหนื่อยล้า

จางหลี่เดินตรงเข้ามา สายตาเย็นเฉียบมองไปยังหมอทั้งสองก่อน

เสี่ยวผานชะงักไปครู่หนึ่ง...ก่อนจะส่ายศีรษะ ท่านหมอน้อยเองก็เช่นกัน

เทพเยียวยาหิมะหงส์เล่า?

ต่อให้บิดามาก็มิอาจช่วยเหลือ ท่านใช้ลมปราณไปหมดสิ้น อีกทั้งยาพิษชนิดนี้ยังเป็นยาพิษร้ายแรงเกินรักษา ซ้ำยังผ่านมาเป็นเวลาสักพักแล้วด้วย

เกิดความเงียบปกคลุมโดยรอบทันที แม่ทัพใหญ่มิเอ่ยปากอันใด นายทหารชั้นผู้น้อยก็มิกล้าแม้แต่จะขยับตัว ผู้ที่อยู่ข้างในเป็นคนสำคัญของกองทัพตระกูลจาง กุนซือผู้ชื่อเสียงเลื่องรือนามขจรไกล จางหลี่เดินทางนับพันลี้เชิญมาจากกระท่อมในป่า เพื่อให้มาเป็นกุนซือของตน

คนผู้นี้เป็นคนแปลกประหลาด เรียกขานตนเองว่า...ท่านซู

กุนซือเพียงหนึ่งเดียวของจางหลี่ ผู้ที่ช่วยขีดเขียนตำนานแม่ทัพตระกูลจางไร้พ่าย...

จางหลี่เดินแหวกผู้คนตรงเข้าไป แม่ทัพเย็นชาไร้ใจคุกเข่าลงกับพื้น...สองมือประคองศีรษะผู้ที่เป็นสหายเพียงหนึ่งเดียวขึ้นมา พัดคู่ใจที่มักโบกไปมาจนน่ารำคาญนอนนิ่งอยู่ในมือมิได้ขยับเขยื้อนอีกแล้ว

จางฮุ่ยเฟิงเบือนหน้าหนี...ทุกอย่างเป็นดั่งที่คาดเดาเอาไว้ กุนซือซูผู้นี้กลืนยาพิษชนิดเดียวกับแพกรียอนโซ

ท่านซูยังไม่ตาย เขายกยิ้มมุมปากที่มีเลือดไหลกล่าวด้วยเสียงแหบแห้ง “…ในที่สุดเจ้าก็มา

จางหลี่ไม่ตอบคำ จากด้านหลังมิสามารถมองเห็นได้ว่าแม่ทัพใหญ่ผู้ไร้ใจผู้นี้มีสีหน้าเช่นไรยามมองสหายสนิทของตนเอง ตลอดมาเจ้า...

กุนซือซูหลับตาลง ร่างกายอ่อนแรงนอนอยู่บนพื้นเย็นเยียบ แต่ไหนเลยจะน่าหวาดหวั่นเท่ายามที่กำลังสูญเสียความไว้ใจที่มี แต่ชายหนุ่มยังคงแสร้งยิ้มบางๆ

ข้าเป็นคนเห็นแก่ตัว...ทั้งทรยศเจ้าตลอดมาแต่ก็ยังเห็นแก่ตัว...

กุนซือหนุ่มเหยียดยิ้ม พยายามหัวร่อแต่กลับกลายเป็นไอจนเหนื่อยหอบ จนสุดท้ายข้าก็ยังเดินหมากชนะเจ้าจากนี้ต่อให้เจ้ามีกุนซือใหม่เจ้าก็ยังนึกถึงข้า เจ้าตบแต่งภรรยาช่วยไม่ได้ที่ต้องนึกถึงข้าเช่นเดียวกัน ยามเจ้ามีสีหน้าดุดันโกรธเกรี้ยวไม่มีคนระบายเจ้าก็จะยังนึกถึงข้า

จางหลี่เงียบงัน ชายหนุ่มนิ่งสนิทจนน่าหวาดหวั่น... มือสั่นระริกใกล้หมดลมหายใจลูบใบหน้าเย็นชานั่นราวกับสั่งลา กุนซือซูยัดพัดคู่ใจตนเองใส่ในมือแม่ทัพใหญ่ของตนเอง ก่อนจะค่อยๆปิดเปลือกตาที่อ่อนล้าลง...

 

เจ้ารู้หรือไม่? คนตายต่างหากจึงจะเป็นฝ่ายชนะตลอดกาล...

 





 

ยามสงครามจบสิ้น...ก็ยังหลงเหลือผู้ที่เจ็บปวด เช้าวันใหม่มาเยือน แต่น่าแปลกอย่างยิ่งที่แสงอาทิตย์กลับหมองหม่นกว่าทุกครา อากาศแห้งชวนให้หดหู่ แม้แต่ละอองน้ำยามเช้าเมื่อสัมผัสก็รู้สึกเย็บเยียบไปถึงขั้วหัวใจ

สงครามจบลง...แต่ไร้ซึ่งเสียงยินดี

แม่ทัพใหญ่จางหลี่ในเมื่อคืนที่ผ่านมาทำเพียงแต่เก็บพัดคู่ใจไว้ในอกเสื้อ แบกร่างกุนซือหนุ่มไปใส่โลงกลับเมืองหลวงด้วยตนเอง สุดท้ายพวกเขาก็มิได้รู้จักท่านซูยอดคนประหลาดนี้มากขึ้นเลย รู้เพียงชายหนุ่มทรยศ...เป็นหมากที่ทางชนเผ่าราชสีห์วางไว้มาเนิ่นนาน นอกจากนี้ทั้งชื่อเสียงเรียงนามแท้จริงหรืออื่นๆก็ไม่ทราบ

แพแทยอนมิได้กล่าวเปิดโปง แต่กุนซือหนุ่มก็มิสามารถแบกความผิดทนอยู่ได้

กองทัพของสองพี่น้องตระกูลจางเดินทางกลับมาพร้อมกัน จางฮุ่ยเฟิงแยกตัวมาเดินทางกลับเมืองจิงหย่วน แม้แต่รางวัลก็มิสนใจเข้าไปรับ ส่งเพียงทหารบางส่วนไปขนของที่เหลือจากจวนในเมืองมาเท่านั้น

สองพ่อลูกตระกูลเซวียนพอร่างกายฟื้นตัวได้ก็จากไป เสี่ยวผานได้กราบเทพเยียวยาหิมะหงส์เป็นอาจารย์ในที่สุด คนทั้งสามนัดหมายกันว่าในหนึ่งสัปดาห์จะลงมาเยี่ยมจวนเฟิงในจิงหย่วนเพื่อสอนวิชาให้เสี่ยวผาน

ทั้งมู่ฟงและเซี่ยจวิ่นต่างเหนื่อยล้า อ้าปากหาวทุกๆครึ่งชั่วยาม

จางฮุ่ยเฟิงขี่ม้านำหน้าสุด ในอกเสื้อมีจิ้งจอกอนธการหลับอยู่ หลังจากเรื่องวุ่นวายจบลงเจ้าจิ้งจอกแสนรักก็ไม่พูดไม่จา ลากเข้าห้องพักผ่อน...กระโจนขึ้นมานั่งทับบนตัว ด่าทอเขาหลายทีเรื่องจะตายในกองไฟ ทว่า...ยังมิทันจะได้แม้แต่จูบอีกฝ่ายก็ชิงกลับเป็นจิ้งจอก หลับสนิทเสียก่อน

หมาป่าหนุ่มกัดฟันอย่างเสียดาย ตั้งใจว่าหลังจากกลับถึงจวนจะไม่ยอมให้ลุกจากเตียง

...ยามที่กองทัพเดินทางมาถึงจวนในจิงหย่วน ภาพแรกที่ปรากฏสู่สายตาคือถิงถิงที่มายืนรอด้านหน้า นางซับน้ำตาสำรวจว่านายน้อยผ่ายผอมไปบ้างหรือไม่ ทิ้งให้เซี่ยจวิ่นน้อยอกน้อยใจบ่นพึมพำอยู่คนเดียว

พ่อบ้านประจำจวนก็เช่นกัน เหล่าครอบครัวของนายทหารก็เช่นกัน พวกเขาต่างโผเข้ากอดกัน น้ำตาคลอเต็มสองเบ้าตา นับเป็นภาพที่ชาวบ้านบนท้องถนนเห็นแล้วรู้สึกยินดียิ่งนัก ปลื้มใจจนอดน้ำตาคลอมิได้

เหล่ากองกำลังดอกรักมองหน้ากัน พวกมันรีบสวมหน้ากากเพื่อปิดบังความรู้สึกตนเอง

ความรู้สึกได้กลับบ้าน...เรื่องราวเหน็ดเหนื่อยทั้งหมดจบสิ้น ล้วนเป็นความรู้สึกที่น่ายินดีอย่างยิ่ง

จิ้งจอกสีดำตื่นแล้ว มันกระโดดออกมาจากอกเสื้อ...กลายร่างเป็นบุรุษรูปงามอย่างมิสนใจผู้ใดอีก อย่างไรเสียผู้คนก็รู้กันเกือบหมดแล้วในสนามรบ ดวงตาสัตว์ร้ายสะท้อนภาพน่ายินดีมุมปากมีรอยยิ้มบางๆ

จางฮุ่ยเฟิงขยับเข้าใกล้มือกอบกุมมือคนรักตนเองเอาไว้

จินเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน เจ้าเติบโตมาโดยไม่มีบ้านที่แท้จริงครานี้สามารถสัมผัสถึงมันได้หรือยัง?

เจ้าเป็นคนสอนข้าทั้งหมด ทั้งความรักและเรื่องอื่นๆ...

เจ้าจิ้งจอกร้ายกาจกลับหัวเราะเบาๆ ส่ายศีรษะดวงตาสีอำพันแหลมคมมองอย่างจริงใจ

เด็กโง่งม เรื่องทั้งหมดล้วนเป็นเจ้าสร้างมันมาด้วยสองมือของเจ้าเอง หากเจ้าเป็นตัวการที่ใช้ไม่ได้จริงผู้ใดจะยุ่งเกี่ยวกับเจ้าอีก? เหล่าทหารมิได้โง่พวกเขามิยอมติดตามแม่ทัพไร้ประโยชน์เด็ดขาด

เหล่าทหารและครอบครัวพอกอดกันเสร็จสิ้น กอดสหายตนเองด้วยความดีใจเสร็จสิ้น กอดพ่อบ้านประจำจวนจนน้ำตาเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าอาภรณ์ บางคนก้มลงจูบพื้นดิน บ้างก็จูบป้ายจวนกองทหารเฟิง พอกระทำทุกอย่างเสร็จสิ้นพวกเขาก็นึกได้ว่าแม่ทัพใหญ่ของตนยังมิได้เจอฮูหยินน้อยเลย

พลันอ้าปากขึ้นกำลังจะกล่าววาจา แต่เพียงหันหน้าไปร่างกายกับต้องชะงักค้าง

แม่ทัพใหญ่ของพวกเขายืนอยู่ด้านหลัง หลบแอบอยู่ในมุมมืดของม้าแต่กำลังจูบอย่างดูดดื่มหวานชื่นกับคนผู้หนึ่ง คล้อยหลังม้าราวกับรู้ใจเดินขยับไปสองก้าว พวกมันจึงได้ทราบว่าผู้ที่กำลังจูบอยู่เป็นผู้ใด

จางฮุ่ยเฟิงไม่สนใจ มือใหญ่ข้างนึงโอบเอวคนที่แสนคิดถึง อีกข้างสอดเข้าไปในเรือนผมนุ่ม

จินก็เลิกสนใจเช่นกัน ผ่านสนามรบและความเป็นความตายมานาน...แต่ครานี้เป็นครั้งแรกที่พบว่าตนเองมิอยากตาย และอยากกลับมาหาใครสักคน ดังนั้นจึงทิ้งตนเองลงบนไออุ่นอันคุ้นเคย

สุดท้ายแล้วคนทั้งหมดในจวนก็มิต้องเสียเวลาไปตามหาฮูหยินน้อยอีกต่อไป สามารถคาดเดากันได้เองว่าที่แท้แล้วคนที่เข้าพิธีวิวาห์เป็นผู้ใดกันแน่ เซี่ยจวิ่นและมู่ฟงมีสีหน้าปั้นยาก...ตนเองโง่งมจนดูไม่ออก

คนทั้งคู่จูบกันเนิ่นนานโดยมิสนใจสิ่งรอบข้าง...หรืออาจเรียกได้ว่าตั้งใจเพิกเฉย

หลังจากริมฝีปากถูกปล่อยให้เป็นอิสระ จินลืมตามองก็พบว่ารอบข้างไม่มีคนสนใจอีกแล้ว นายทหารที่คราแรกเหนื่อยล้าต่างแหกปากโวยวายครึกครื้น ตั้งโต๊ะร่ำสุรารับประทานอาหารของถิงถิง

จางฮุ่ยเฟิงจุมพิตเบาๆข้างแก้มเจ้าจิ้งจอก ดวงตาสีเทามองภาพตรงหน้า ก่อนคลี่ยิ้มบางๆออกมา

ครานี้เขาไม่ได้สวมหน้ากากอีกแล้ว...

เขาเป็นเด็กที่มิได้เติบโตมากับความรัก ถึงกระนั้นก็มิใช่ว่าจะรักผู้ใดไม่ได้

คนทั้งคู่ต่างมีสิ่งที่ขาดในตัวมาทดแทนกันและกัน ราวกับถูกส่งมาเพื่อช่วยเหลือ...เกื้อกูล...และเคียงคู่ เรื่องราวที่เชื่อมโยงและผูกพันกันมากมายนานัปการ ไม่ว่าเบื้องหน้าจะเป็นอย่างไรขอเพียงยังรักษาคนสำคัญ ยังรักษาบ้านอันอบอุ่นของตนเองเอาไว้ก็เป็นพอ

ลมหนาวเย็นพัดผ่านพ้นไป ในที่สุดดวงอาทิตย์ก็ฉายแสงเจิดจรัส ฤดูใบไม้ผลิใกล้มาเยือน ดอกไม้ทั่วจวนแบ่งบานสวยงามแม้จะไม่ใช่ฤดูกาลของมัน คล้อยหลังจึงเห็นเงาคนสองคนและเต่าหนึ่งตัวหายไป

 

ป้ายจวนกองทหารเฟิงยังคงตั้งสง่าอย่างที่เป็นอยู่ เรื่องราวของสี่สัตว์บรรพกาลก็ยังถูกเล่าขานตลอดไป...

 



                                    


 #LLwuda

ยังเหลือบทส่งท้ายอีก1ตอนค่ะ ตอนนี้ถือโอกาสเปิด FAQ ซะเลย ตอบให้ในตอนหน้านะคะ ใครยังอยากถามอะไรไม่เคลียร์ถามมาได้เลยค่ะ ตอนหน้าไม่นานค่ะรับรอง

แล้วก็ในเพจเปิดแจกพวงกุญแจขวดโหลน่ารักๆ จิ้มตรงนี้ หรือหน้าบทความก็ได้ค่ะ หมดเขตวันที่15นี้แล้ว

 

แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ ^^ เดินทางมาจบแล้วใจหายเหมือนกัน 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 299 ครั้ง

109 ความคิดเห็น

  1. #8223 Russadakorn (@poad) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 19:13
    เป็นนิยายจีนแต่งที่ดีมาก ๆ เลย อ่านในหนังสือแล้วเข้ามาเมนต์ในนี้อีกที เดาได้นะว่ากุนซือทรยศ แต่ที่ไม่รู้เลยว่าเขารักกัน (ใช่มั้ย?) คิดว่าแค่สนิทกันมากกกกก ท่านซูถึงพูดจาล้อเล่นได้ตลอด น่าสงสารทั้งคู่เลย

    แล้วมู่ฟงไม่มีคู่บ้างเหรอ เสี่ยวผานด้วยย 555555555
    #8223
    0
  2. #8220 PaulaPum (@yukiko12) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 05:32
    สนุกมากกกก แต่งดีมากจริงๆค่ะ ไม่อยากให้จบเลย
    #8220
    0
  3. #8185 เฉินกงกง (@AVA-PLANET) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 05:16

    บุคลิคของตัวเอกทั้งสองนั้นไม่ชัดเจนเกินไป ทำให้เนื้อเรื่องค่อนข้างไร้ความดึงดูด อ่านเเล้วรู้สึกว่านิยายมันไม่สมบูรณ์

    #8185
    0
  4. #8101 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 09:44

    ตบเข่าฉาดเลยท่านซู ทั้งเรื่องทรยศและความสัมพันธ์ เอะใจอยู่เหมือนกัน แต่แบบนี้เรื่องทั้งหมดก็คือเกิดจางซีน่ะสิ เฮ้อ ไม่น่าเลย ว่าแต่ต่อให้อ่อนแอยังไงจิ้งจอกน้อยก็ยังไม่คิดจะกินของไม่อร่อยอยู่ดีสินะ 55555

    #8101
    0
  5. #8041 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 19:08
    เฮ้ออออ ท่านซู ทำไมน๊าาาา กับจางหลี่ ปวดใจเลย ตระกูลจางไม่ได้ไร้หัวใจหรอก เค้าแค่แสดงออกแบบของเค้า แต่ทำให้อีกคนรับรู้ได้ จางหลี่กับกุนซือก็คงเป็นแบบนั้น เรื่องนี้คนที่ผิดที่สุดก็คือจางซีสินะ น่าจะตายทรมานกว่านี้จริงๆอย่างที่ฮุ่ยเฟิงบอก ตายดีเดินไปอ่ะ ส่วนฮุ่ยเฟิงกับจิน ชอบจัง แค่เห็นอีกฝ่ายในสายตาเค้าไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว การที่มีความคิดว่าไม่อยากตายเพื่อจะกลับมาอยู่ข้างอีกฝ่าย มันโรแมนติกมากๆอ่ะ เรื่องนี้จะจบแล้ว รู้สึกใจหายมากๆค่ะ
    #8041
    0
  6. #8024 ตุ๊กตาต้องสาป (@12022543) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 21:39
    น้องเต่าถึงออกมาน้อยแต่ก็มาส่งท้ายน้าาาาาา
    #8024
    0
  7. #7965 chalillxx_ (@chalillxx_) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 18:40
    กรี๊สสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส คือเรื่องช็อกที่สุดคือพี่ซูอะ จริงๆที่เคยบอกไว้ว่าแท่ทัพหลี่ไม่คิดจะแต่งงานแล้วก็เป็นคนจริงจังกับสงครามก็แอบคิดแหละว่าคนแบบนี้จะยอมให้พี่ซูล้อเล่นเแลฉยๆหรอ มันต้องมีครสแอบแฝงแหละ แล้วก็แบบใช่ด้วย แต่จางหลี่นสสมากอะ ตอนนี้พี่เหลือใครบ้าง กับที่ชอบคือฉากจิ้งจอกสีเงินอะฟีลที่คิดคืออาจจะมีแบบพูดคุยกันบ้างงี้
    #7965
    0
  8. #7921 Suphaphit13403 (@Suphaphit13403) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 03:03
    ซึ้งมากกกก อือท่านซูไม่น่าเลยสงสารพี่หลี่คิดว่าจบจะได้คู่กันอ่าาา แง้ ชอบมากเลยค่าชอบหลายคู่เลยยย ชอบทุกตัวละครเลยค่าชอบมากกกก(ก.ไก่ล้านตัวววว)

    #อยากให้มีภาคต่อมากเลยอ่าาาา
    #ขอบคุณนะค่าที่แต่งสนุกๆให้ ค่า
    #7921
    0
  9. #7874 Padazzaaar (@papandaazz) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 08:14
    ฮือออ ซึ้งมากกก กะไว้อยู่แล้วว่าพี่หลี่กับซูต้องมีซัมติง แต่มันก็ช่วยไม่ได้อ่า ฮือออ ส่วนคู่ท่านเฟิงกับจินนี่ ในที่สุดก็ได้อยู่อย่างสงบซักที ฮือออ
    #7874
    0
  10. #7798 lapis (@cirrus) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 00:00
    โถ่!!! เรือล่ม คือก็เดาถูกแหละว่าคนทรยศคือซู แต่ก็ชิปอยู่ดี ไม่คิดว่าจะตายอ่ะ คิดว่าจับได้แล้วเป็นคู่รักคู่แค้นกับพี่หลี่ งือออ เรือหลี่ซูของน้องงงงงง
    #7798
    0
  11. #7713 Hazel_9502 (@pookiejj) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 05:12
    ฮื่ออ ประทับใจหลายคู่มาก รักมากค่ะ เลิฟเลย พอทุกอย่างสงบลงก็ดีใจแต่ก็ใจหายเช่นกัน เฮ้อ..
    #7713
    0
  12. #7656 Thanaddamakmuang (@Thanaddamakmuang) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 23:06
    อยากให้มีภาคต่อมากอ่ะ ส่งสารจางหลี่ ???????????? อยากให้มีคู่ อยากให้มีภาค2 มากๆๆๆๆๆๆ เป็นนิยายที่ดีมากถึงมากที่สุด ติดงอมแง่มเลย เป็นการแต่งที่ทำให้เห็นภาพและจิตนาการได้ดีมาก ปกติไม่ค่อยชอบอ่านแบบนี้เพราะไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่นิยายเรื่องนี้สุดยอดมาก ตัวละครมีบทบาท และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไรท์แต่ได้สนุกมาก นับถือและขอคาราวะ ???????????????? ถึงจะเสียดายและสงสารจางหลี่ก็ตาม(มากด้วย) แต่ก็ยอมรับว่าแต่งถึงตอนจบได้มาก สุดท้ายนี้แค่อยากเป็นกำลังใจให้ และ ขอบอกว่าเป็นนิยายที่ดีมากขอบมากๆเลย สนุกและอยากให้มีภาคต่อสุดๆ ขอบคุณมากนะไรท์
    #7656
    0
  13. #7502 DKdabble (@dkdabble) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 04:56
    พี่จางหลี่ของน้องงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงว ฮรึก นี่อุตส่าห์ชอบบุคลิกของท่านซู ชอบที่เค้าใจเย็นระหว่างสงครามม้ากมาก เศร้าเลย
    #7502
    1
    • #7502-1 DKdabble (@dkdabble) (จากตอนที่ 56)
      10 พฤษภาคม 2561 / 04:58
      5555555 ไล่อ่านคอมเมนต์ก่อนๆมีแต่คนถามไถ่ถึงคู่ของมู่ฟง ไม่อยากจะบอกว่าเราเองงง คิคิคิคิ
      #7502-1
  14. #7192 pick-17 (@pick-17) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 19:30
    ขอภพหน้า แม่ทัพ กุนซือ กะน้องชายท่านแม่ทัพได้มีความสุขกันนะ
    #7192
    0
  15. #7174 mmaijii (@mmaijii) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 12:52
    สงสารจางหลี่อ่ะ พอจะเดาออกนะว่ารักกับกุนซือตัวเอง แต่กุนซือกลับกลายเป็นคนที่ทรยศมาตลอด ต่อไปคงรักใครไม่ได้อีก ทำไมต้องเขียนให้พี่ใหญ่มีชีวิตน่าสงสารขนาดนี้คะ ให้เค้าได้รับความรักบ้างไม่ได้เหรอ นี่รู้สึกว่านางน่าสงสารกว่าเฟิงอีก
    #7174
    1
    • #7174-1 senkou.pd (@senkou) (จากตอนที่ 56)
      24 มิถุนายน 2560 / 21:17
      จริงๆ แล้วจางหลี่ไม่ได้รักในแง่ที่ว่าค่ะ เนื่องจากอุทิศตนให้กับกองทัพมากเกินไปเรื่องพวกนั้นจึงไม่ได้คิด ที่หยอดๆ นั่นคือแค่พูดตรงๆ ตามที่คิด ในชีวิตเขามีสหายคนเดียว ประโยชน์ที่จางหลี่พูดแต่พูดไม่จบก็คือ "ตลอดมาที่แท้เจ้า... รักข้าอย่างลึกซึ้งมาตลอดงั้นหรือ" ส่วนซูกีนั้นไม่แน่ว่าให้เขามีชีวิตอยู่คงข่มขื่นมากกว่าตายไปแล้ว ต้องเข้าใจว่าซูกีก็มีความทรนงของเขา จางหลี่ก็มีศักดิ์ศรีของเขา เขาอภัยไม่ได้ชั่วชีวิตแน่นอนค่ะ เราไม่ได้เขียนเอาสะใจแต่อย่างไร แต่คิดในความจริงที่ว่าเมื่อเป็นสงคราม สายลับฆ่าตัวตายเมื่อโดนจับได้เป็นเรื่องปรกติ ด้วยนิสัยซูกีแล้วเขาไม่ยอมมีชีวิตอยู่อย่างอัปยศแน่นอน เมื่อทำก็ต้องรับ
      #7174-1
  16. #7097 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 00:17
    สงสารจางหลี่ เรื่องนี้จะมีรักกับผีมั้ย--//โดนตบ
    ไม่รู้จะพิมพ์อะไร นอกจากคำว่าชอบมากและประทับใจมากกก รักเรื่องนี้ รักตัวละคร รักไรท์ ฮื่อออ จะจบแล้วใจหาย เลิฟยูจุ๊บๆ
    #7097
    0
  17. #6845 GottomonEye (@gottomon03) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 18:37
    จะพูดว่าไงดี เรื่องนี้สนุกมากๆ ฉากอารมณ์ ฉากจิกกัด ชิงไหวชิงพริบ ฉากบู๊ ฉากบุ๋น ความโดเด่นจองตัวละคร ชอบมากจริงๆ แต่มีบางจุดที่แอบเสียใจเบาๆ ซึ่งคนเขียนเก่งมากที่กล้าทำ เช่นตอนกุนซือตาย แล้วทิ้งคำพูดแบบนั้นไว้ จะว่าไงดี สองคนนี้ตองมีซัมติงแน่ๆ แต่คุณทรยศ คุณแบกรับความลับนี้ไม่ได้ คุณยอมตาย ตัวละครเด็ดขาดมาก และบอกเลยสงสารจางหลี่มาก น่าสงสารสุดละมั้งท่าน มาซบอกข้าเถิด>< คือกุนซือดูกวนๆมาก ละแม่ทัพก็จริงจังมาก ถ้าเป็นคู่รักค้องน่ารักมากๆ แต่เรื่องราวมันคงไกลกว่านั้นแล้ว แต่ในส่วนที่บอกว่าถึงท่านแต่ภรรยาไปช่วยไม่ได้ที่ต้องนึกถึงข้า ไม่ต้องจิ้นเลยทีเดียว >< ไม่อยากให้แม่ทัพจางหลี่แต่งเมียเลยบ่องตง 555 

       ในส่วนของจิ้งจอกเงินกับแพแทยอน เราดูแล้วค่อนข้างน่ารักเลย จิ้งจอกเงินที่ไม่ยอมทำร้ายจินจนโดนใช้เวทย์มนต์ แพแทยอนเองก็คงไม่อยากทำ แต่เพื่อทวงคืนความยุติธรรม ก็เจ็บกันไป แต่ชอบตอนที่ตัวเองแขนหักแล้วยังไปอุ้ม ไปกอดจิ้งจอกเงิน ชอบมากๆ จิ้นแพแทยอนกะจิ้งจอกเงินแทนละกัน 55

       อ่านมาจนจบจะแล้ว อยากร้องตะโกนถามว่าา คู่ของมู่ฟงรอง  

    หัวหน้ากองกำลังดอกรักอยู่หนใด เจ้าช่างอับโชคนัก ถถถ 55555

       อีกอย่างชอบความไม่แคร์โลกของพระ-นายจัง จูจุ๊บกันไม่เกรงใจกองทหารที่ดีใจที่นายน้อยแต่งฮูหยินน้อยเลยทีเดียว 555 โคตรฮา เซี่ยจวิ่น กะ มู่ฟง ที่เพิ่งรู้ ละด่าตัวเองว่า โง่ 55555 ><

       ก่อนฮาจีมินกะน้องสาวไป ยังให้พญาพิภพบุปผา ทำให้ดอกไม้บานใช่มั้ย จากไปอย่างสวยงาม

      ปลล. สงสาร เซกัลเชบี กะ เซกันยอนกี 
    #6845
    0
  18. #6762 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 16:18
    เสียดายคู่ของแม่ทัพจางหลี่อ่ะ
    ดูเข้ากันได้ดีมากๆ กุนซือซูต้องน่ารักน่าหมั่นไส้มากแน่ๆ
    #6762
    0
  19. #6729 -Shawty- (@tumbmong) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 17:15
    เดี๋ยว คู่มู่ฟงล่ะะะ คู่เขามีไหนนนน
    #6729
    0
  20. #6563 •-MaMaI-• (@mai032671597) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 00:00
    สนุกมากเลย ไม่อยากให้จบเลย
    รอทำเป็นหนังสือน้า
    #6563
    0
  21. #6472 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 22:33
    สงครามมีแต่ความสูญเสีย รวมทั้งความแค้น เฮ้อ ทั้งจอมฟ้าและเซกัลยอนกีจะกลับมาแก้แค้นรึเปล่า กังวลจัง
    #6472
    0
  22. วันที่ 4 กันยายน 2559 / 04:55
    เอ่อ...ไรต์ค่ะ เราเป็นนักอ่านเงามานานแล้วพึ่งมาเจอเรื่องนี้และอ่าจนจบ เราขอถามอะไรหน่อยนะคะ
    คือว่าระหว่างท่านแม่ทัพจางกับกุนซือซูเนี่ย.....มีความสัมพันธ์อะไรกันเหรอค่ะ ทำไมถึงขั้นที่แม้กุนซือซูสำนึกผิดยอมตายก็ไม่ยอมให้ท่านแม่ทัพจางลืมเลือนตนเองไปล่ะ แบบว่าเรารู้สึกเหมือนพวกเขาสนิทกันมากเลยอดเศร้าและอดสงสัยไม่ได้นะคะ

    ปล.ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆแบบนี้นะคะ รักจิ้งจอกหลงจิ้งจอกตามใจจิ้งจอกต้องคุณชายจางนี่เอง 555
    #6322
    1
    • #6322-1 MooK_KunG_Zaa (@letsdance12) (จากตอนที่ 56)
      5 กันยายน 2559 / 12:30
      ตอบแทน ส่วนตัวคิดว่าคิดเกินเลยกันค่ะ แต่ฐานะเป็นศัตรูกันกุนซือเลยกล้ำกลืนความรู้สึก ส่วนท่านพี่จางพอให้คิดว่ากุนซือทรยศก็ทำเป็นไม่เห็น เพราะความลำเอียงในใจ แต่สุดท้านกุนซือเป็นฝ่ายทนความสัมพันธ์แบบนี้ไม่ไหว เลยฆ่าตัวตายเอง
      #6322-1
  23. #6321 ana julia (@anajulianovela) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 2 กันยายน 2559 / 07:15
    แง ดีงามมากเลยค่ะ โตมาด้วยกัน อยู่เพื่อกันและกัน~
    #6321
    0
  24. #6320 Marshmallow KinG (@bookachook) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 19:50
    ฮือออ จะจบแล้วเหรอออ ยังดื่มด่ำกับจินและทาส(?)ไม่สุดเลยย ;____; #ผิช
    สงครามจบดีมากก แต่สงสารพ่อแพยอนอ่ะะ เป็นคนที่เจ็บช้ำจนถึงที่สุดจริงๆ..
    จิ้งจอกเงินด้วยยย เราอุตส่าห์รอนายตั้งนาน! ทำไมโผล่มาแต่เนี้ย5555 แถมไร้ซึ่งความก๊าวอีก..
    ยังไงก็รอบทส่งท้ายนะคะ <333
     
    ปล. FAQเหรอคะ.. ถามว่า จะมีตอนพิเศษเกี่ยวกับความข้องของฮุ่ยเฟิงที่จิน-ปี๊บ-เก่งกว่าที่ควรจะเป็นไหมคะ ได้ไหมนะ55555 #โดนตี
    #6320
    0
  25. #6316 ตูน (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 22:18
    คนสองคนและเต่าหนึ่งตัว ฮาจีมินห์และมู่ฟง ใช่หรือป่าวที่บอกว่ามู่ฟงจะมีคู่และจะออกมาตอนท้ายๆ
    #6316
    0