♥ ALIVE [ BL, YAOI ]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 4,958 Views

  • 112 Comments

  • 359 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    27

    Overall
    4,958

ตอนที่ 1 : 1 – เณอแตมแปลว่ารัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 309
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    1 ก.ค. 59




1 – เณอแตมแปลว่ารัก

 

          ท่ามกลางความวุ่นวายมากมาย...ผู้คนนับร้อยต่างพากันวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต พลังงานเบื้องลึกของร่างกายมนุษย์ถูกดึงนำมาใช้อย่างเต็มที่ เสียงกรีดร้อง...การเหยียบย่ำผู้ที่ล้ม...

          ถึงแม้ว่ารอบข้างจะมีคนมากมาย แต่สายตาผมก็ยังคงเห็นแต่...รองเท้าผ้าใบสุดประหยัดที่ซ่อมแซมมาหลายครั้งคู่เดิมคู่นั้น

         

          

  

                ครืนนนนนนนน

 

                ล้อหลายคู่บดละเอียดไปตามพื้นรันเวย์ เสียงแลนดิ้งลงจอดของนกเหล็กลำยักษ์ดังขึ้นในสนามบินแห่งหนึ่งของภาคเหนือ เพียงไม่นานก็ปรากฏภาพผู้โดยสารรีบร้อนหยิบกระเป๋าทยอยลงจากตัวเครื่อง ขบวนมนุษย์หลากหลายสัญชาติที่ไม่ค่อยจะเป็นระเบียบเท่าไหร่นัก เหล่าคุณลุงคุณป้าที่วิ่งรีบร้อนชนคนไปทั่วราวกับประตูจะปิดภายในห้านาทีนี้

                เด็กหนุ่มวัยยี่สิบปีแบกเป้ใบใหญ่ต่อขบวนมนุษย์ลงมาจากเครื่องบินด้วยสภาพทุลักทุเลพอสมควร มีแอร์แสนสวยด้านหลังส่งสายตาให้กำลังใจ นอกจากนี้สจ๊วตหนุ่มรูปหล่อยังขยิบตาให้อย่างมีเลศนัยอีกด้วย

                หลังจากเดินหลบฝูงชนจำนวนมากมายเข้าเทอร์มินอล ร่างกายสูงโปร่งสมส่วนก้าวตรงไปหยิบกระเป๋าบนสายพาน เพราะภายนอกดูสุภาพเรียบร้อยดี คุณป้าข้างๆจึงไม่เบียดแทรกเข้ามา จัดการสัมภาระเสร็จสิ้นเป้าหมายถัดไปคือมุ่งตรงไปยังทางออก

                 ผม หยุดชะงักชั่วครู่  มือควานหาของในกระเป๋าเป้ หยิบเอาแผนที่แคปเจอร์โดยดาวเทียมทางกูเกิ้ลแมพ...สถานที่ในอนาคตอีกสี่ปีต่อจากนี้ผมต้องไปใช้ชีวิตและซุกหัวนอน หลังกวาดสายตาไล่สำรวจอีกที ผมลากกระเป๋าไปหยุดอยู่ด้านหลังนักท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่มนึง

                ต่อคิวแท็กซี่มายืดยาว สุดท้ายแท็กซี่สีชมพูสวยก็มาหยุดเทียบข้างตัว

                “ไปที่นี่ครับ

                กระจกรถค่อยๆ ลดระดับลง น้าคนขับใส่แว่นดำสนิทดูตัดกับสภาพภายนอกรถอย่างสิ้นเชิง ผมส่งยิ้มให้กับคุณน้าแท็กซี่ที่จดจ้องแผนที่ในมือผมแล้วขมวดคิ้ว สลับกับส่งสายตามาสำรวจตัวทีนึงทะลุไปถึงกระเป๋าสตางค์ว่าจะมีเงินจ่ายค่าแท็กซี่น้าสู้ชาวต่างชาติได้ไหม

                น้าแท็กซี่วางแผนที่ลงบนหน้ารถ กวักมือ ขึ้นรถเลยน้อง!”

                ในที่สุดคุณน้าแท๊กซี่ก็ตัดสินใจรับเด็กหนุ่มชาวไทย แกเดินมาช่วยยกกระเป๋าหนักอึ้งสองใบตามมารยาท สภาพผู้ชายสองคนยกกระเป๋าก็ยังดูลำบากพอสมควร ทำเอารู้สึกผิดต่อน้าแกในใจจริงๆ ที่แบกของมาเยอะขนาดนี้

                ใช้เวลาเพียงครู่เดียวก็สามารถยัดกระเป๋าใบโตของผมลงท้ายรถสำเร็จ รถแท็กซี่สีชมพูก็เคลื่อนตัวออกจากด้านหน้าอาคารผู้โดยสารของสนามบินไปตามถนน เสียงล้อที่บดไปกับพื้นฟังดูแล้วยังไพเราะกว่าเสียงแลนดิ้งเครื่องบินอยู่มาก

                ผมเอนศีรษะพิงกระจกรถ ผลของการลดระดับจากสามหมื่นของเครื่องบินทำเอาปวดหัวอยู่บ้าง

                ขับรถออกไปจากสนามบินได้พักใหญ่ๆ คนขับก็เริ่มชวนคุยเริ่มประสาแท็กซี่

                น้องมาเที่ยวเหรอ?

                “เปล่าครับ ผมมาเรียนต่อ

                ...น้าแกพยักหน้ารับรู้และถือเป็นอันจบบทสนทนาของเรา

                ผมเบือนหน้ามองข้างทาง ชมวิวทิวทัศน์แปลกตา มองบ้านเรือนที่ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไปนัก เรียงตัวเป็นระเบียบถูกโอบล้อมด้วยภูเขาเขียวขจีสูง กลุ่มก้อนเมฆขาวสะอาด รถยนตร์ค่อนข้างบางตา ส่วนมากดูเหมือนประชากรจะนิยมขับมอเตอร์ไซด์หรือขี่จักรยานมากกว่า

             ระหว่างที่รถแท็กซี่กำลังวิ่งก็ถือเป็นโอกาสแนะนำตัว ผม เณอแตม ถึงชื่อจะออกฝรั่งเศสจ๋าแต่ความจริงแล้วพ่อหนุ่มตาตี่อย่างผมเป็นลูกครึ่งจีน เรื่องนี้ต้องโทษรสนิยมอันแปลกประหลาดของครอบครัว ชื่นชอบการตั้งชื่อแบบแปลกๆ ชนิดที่ว่านกแก้วในบ้านยังถูกตั้งเป็นชื่อนักเปียโนนิ้วทอง ผู้ล่วงลับไปแล้วเกือบร้อยปี

ตอนนี้ผมเป็นเฟรชชี่ของมหาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดทางภาคเหนือ คณะที่ผมสอบติดเรียนเกี่ยวกับด้านการเกษตร มหาลัยเอกชนที่ผมเรียนนั้นโด่งดังเรื่องการบิน เป็นที่รู้กันว่าพบผู้ชายแท้ๆได้น้อยแทบหยิบมือ ทางบ้านยังเป็นห่วงสภาพของผม พร้อมกับย้ำนักย้ำหนาด้วยสีหน้าไม่จริงจังว่าอย่าพาลูกเขยกลับมาก็แล้วกัน

ฟังแล้วรู้สึกหดหู่ต่อจินตนาการอันล้ำเลิศของทางบ้านตัวเองจริงๆ

จุดโฟกัสของผมยังคงอยู่กับวิวทิวทัศน์ข้างทาง เห็นแบบนั้นน้าแท็กซี่จึงกลายเป็นมัคคุเทศก์ที่ดี คอยแนะนำสถานที่ต่างๆ ไปด้วยอย่างกระตือรือร้น ผมพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มขอบคุณอย่างเป็นมิตร ก่อนจะนึกได้ว่ายังไม่ได้เปิดมือถือตั้งแต่ลงเครื่อง

มีสายที่ไม่ได้รับหนึ่งสาย นิ้วเลื่อนไปกดโทรกลับทันที

ฟังเสียงรอสายดังได้สองจังหวะ เสียงอันคุ้นเคยก็ดังมากจากปลายสาย สวัสดีครับ ผมถึงแล้วนะแม่กำลังนั่งแท๊กซี่ไปหาน้านวล

ผมกดโทรศัพท์โทรหาสาวใหญ่ที่เป็นห่วงผมมากมาย ลูกที่ดีควรรายงานผู้ปกครองครับ

          --- “โอเค แล้วอย่าลืมไปหานางในฝันของเธอนะแตม

           “ถ้าลูกสาวน้านวลชอบผมแม่ต้องไปสู่ขอจริงๆนะผมหัวเราะเบาๆ ให้แม่บังเกิดเกล้าของตัวเอง

             …ที่มาของนางในฝันของผมเนี่ยมาจากภาพถ่ายสมัยเด็กๆ น้านวลเพื่อนของแม่พาครอบครัวมาเยี่ยมทางบ้านผมพร้อมลูกสาวหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ชนิดที่ผมโตมาเห็นรูปถ่ายทุกวันก็ยังรู้สึกน่ารักน่าเอ็นดูอยู่ดี

ความทรงจำเกี่ยวกับชื่อของลูกน้านวลผมจำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำจำได้แต่เพียงว่าตอนสมัยเด็กๆผมเขินเธอมาก เฌอแตมจิ๋วในความทรงจำกระซิบบอกผมว่าเธอน่ารัก แม้กระทั่งตอนที่ผมอายุเพิ่มขึ้นแล้วนึกว่างๆผมก็ยังไปเปิดรูปถ่ายเด็กผมสีดำสั้นหน้าตาน่ารักถ่ายคู่กับมินิเฌอแตมดูอยู่เรื่อยๆ

แต่ทุกครั้งที่ผมถามชื่อทุกคนในบ้านผมจะหัวเราะคิกคัก บ่ายเบี่ยงกันหมดด้วยเหตุใดไม่รู้

---จ้า คุณชายยย มั่นใจในตัวเองเหลือเกิน

          ได้ป๊าม๊ามาเยอะครับ เดี๋ยวถ้าถึงบ้านน้านวลแล้วผมจะโทรหาอีกที

          --- “ขอให้สนุกนะแตม…..”

             หลังจากวางสายผมเก็บมือถือลงกระเป๋ากางเกง หยุดสายตาอ้อยอิ่งอยู่บริเวณกระเป๋ากางเกงอีกข้างนึงที่ใส่กระเป๋าสตางค์เอาไว้

หวังว่าที่บ้านจะไม่มีใครรู้นะว่ารูปที่รักของผมหายไป...


   


 หลังจากผลอยหลับไปพักใหญ่

             “ถึงแล้วน้อง ต่อจากนี้น้องต้องเดินขึ้นเขาไปเอง ส่วนบ้านหลังไหนช่วยตัวเองนะ

ผมมองไปทางที่น้าแท็กซี่ชี้ แทบจะอุทานเป็นภาษาฝรั่งเศสตามชื่อ ทางลาดยาวขึ้นไปบนเขาที่ว่ายาวแล้วยังแถมเลี้ยวหักโค้งที่ยังไม่รู้อีกว่าทางไปไกลขนาดไหน ตามทางมีบ้านหลังเล็กๆที่สร้างด้วยปูน หลังคาเป็นสังกะสีธรรมดา บางบ้านสร้างด้วยไม้ ข้างถนนดินมีต้นไม้ใหญ่สลับกับเสาไฟฟ้าไปตลอดทาง

                นี่มันสนามแข่งจักรยานชัดๆ มีทางลาดแล้วยังมีเนินอีกอยากจะจับแฮนด์จักรยานเสือหมอบแล้วปั่นขึ้นไปร้องเพลงเจ้าหญิงอะไรซักอย่างเหมือนในการ์ตูนที่ฉายทางทีวีบ่อยๆ

                ผมยื่นเงินให้น้าแท๊กซี่พร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะลงจากรถสีชมพูหวานแหวว

กระเป๋าสองใบถูกยกลงมาวางที่พื้น ส่วนน้าแท๊กซี่แกอวยพรให้ผมโชคดีแล้วก็ทิ้งผมไว้ผจญภัยบนภูเขาต่อกับแผนที่….เดี๋ยว แผนที่ ผมลืมเอาแผนที่คืนมาจากน้าแก!

บรื๊นนนนนนนนนนน…”

นั่นคือ... เสียงรถแท๊กซี่เคลื่อนตัวออกไปไกลแล้ว

ชิบหายแค่เริ่มก็หลงแล้วครับ

ผมยืนมองทางข้างหน้า มือจับแฮนด์กระเป๋าสองใบ แต่ไม่รู้จะเริ่มเดินไปทางไหนดี

 “ขอทางหน่อยค่ะสติผมกลับคืนมาด้วยมอเตอร์ไซด์ที่จ่ออยู่ด้านหลัง ผมยิ้มแห้งๆ ให้คนขับก่อนจะหลบมาทางด้านข้าง มอเตอร์ไซด์คันนั้นก็แล่นผ่านตัวไป บนท้ายมีของกองใหญ่ซ้อนกันถูกมัดไว้ด้วยเชือก สำรวจของกองพะเนินที่เบียดกันแย่งพื้นที่ผิวบนเบาะของมอเตอร์ไซด์ที่เหลืออยู่พบว่ามีแต่ใบชา

อ้า! ผมจำได้แล้วบนแผนที่มันเขียนว่า ไร่ชาวิทรากุล

                ต้นเหตุที่ทำให้ผมต้องมาตามหาไร่ชา เกิดจากทางบ้านของผมที่มีจินตานาการล้ำเลิศ(อีกแล้ว)คัดค้านการใช้ชีวิตเด็กหอในฝันของผมอย่างสุดพลัง จิตนาการร้อยแปดถูกขุดออกมาปัดประเด็นอยู่หอของผมทิ้งไปอย่างไม่ใยดี... กลัวผมติดเพื่อน กลัวผมโดดเรียน กลัวโดนทำร้าย ต่างๆนาๆ สุดท้ายคุณนายวีรกิจจานนท์ก็โทรศัพท์ทำการฝากฝังผมไปอยู่กับเพื่อนรักของเธอ

เสียงรองเท้ากระทบพื้นเรียกสติผมกลับมา ผมรีบหันไปตามเสียง นี่เป็นโอกาสอันดีที่ผมจะได้ถามทาง!

                ดะ...เดี๋ยวครับ! พอดีว่า…..”

                บทสนทนาถูกกลืนเข้าลำคอหายไปเมื่อได้มองสภาพอีกฝ่ายชัดเจน...

                ผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งยืนค้ำหัวผมประกอบกับรูปร่างสูงใหญ่ทำให้เขาเหมือนหมีกริซลี่ที่ดุร้าย ผมสีดำสนิทตัดสั้นเข้ากับองค์เครื่องต่างๆบทใบหน้าเขามาก คิ้วดำหนา...ใบหน้าแสนคมเข้มเข้ากับผิวที่แทนออกไปทางคล้ำแดดเซ็กซี่ได้เป็นอย่างดี ผู้ชายคนนี้หล่อกว่าผมจนน่าอิจฉาประมาณสามเท่าได้!

              มีอะไรเสียงห้วนถามผมกลับมาพร้อมขมวดคิ้วบนใบหน้าดุๆนั่น ใช่แล้วครับที่ทำให้ผมอึ้งไปสักพักคือความหล่อของผู้ชายตรงหน้าผมนี้ไม่ได้ช่วยให้อยากสนทนาด้วยเลยเมื่อสบตากับดวงตาที่แสนดุติดกับรำคาญ

 “เอ่อไร่ชาวิทรากุลไปทางไหนครับอีกฝ่ายเลิกคิ้วตอบกับคำถาม

 “ไปทำไม?

ดี...คนเราควรทราบเหตุผลก่อนตอบคำถาม

เดี๋ยวนะครับ...? ปกติถามทางนี่เขาไม่ต้องบอกเหตุผลประกอบกัน ทำไมดวง(และความโง่)ทำให้ผมลืมแผนที่ไม่พอ ยังสุ่มคนมารยาทแย่แบบนี้มาให้ผมถามทางอีกต่างหาก

 “คนกรุงเทพถามแล้วไม่ตอบเหรอ

โอเคคนหน้าตาดีไม่ได้มารยาทดีเสมอไป

 “ผมมีธุระส่วนตัวครับผมยิ้มตอบอีกฝ่ายถึงแม้จะแอบด่าเขาในใจไปแล้วก็ตาม

 “...แล้วไปทำไม?

ผมสูดอากาศหายใจลึกๆ เฮือกใหญ่

 “ขอโทษที่รบกวนครับในที่สุดเส้นความอดทนผมก็ทนไม่ไหว คนแบบนี้ก็มีด้วยถ้าไม่เต็มใจตอบคำถามก็ไม่ต้องตอบแต่แรกสิ ทำไมต้องมาพูดจาวกวนกวนบาทากันขนาดนี้

ผมจับกระเป๋าจะลากเดินหนีเขาไปถามทางคนอื่นแทน แต่ข้อมือกลับถูกคว้าไว้ซะก่อน

 “ตามมาอีกฝ่ายพูดสั้นๆก่อนปล่อยมือผมให้เป็นอิสระ

ผมยืนงงอยู่ที่เดิมสักพัก จนกระทั่งชายแปลกหน้าเดินออกไประยะนึง เขาหันหลังกลับมามองด้วยสายตาดุ

ยังไม่รีบตามมาอีก

หนอย...จะบอกก็บอกแต่แรกสิจะมาทำให้ผมอารมณ์เสียทำไม ไหนๆก็นำทางให้แล้วผมจะยกโทษให้กับความไร้มารยาทของเขาในทีแรกก็ได้

ผมแบกและลากกระเป๋าเดินตามเขาไปเรื่อยๆ ที่นี่อากาศดีมากถึงแม้ว่าผมกำลังเดินขึ้นเขาอยู่ก็ตาม อากาศเย็นที่นี่ทำให้ไม่มีเหงื่อมากวนใจซักนิดเดียวแถมอากาศก็สดชื่น ว่าแต่หมอนี่ก็เดินตัวเปล่าแท้ๆ ไร้น้ำใจมาช่วยผมยกกระเป๋าไม่พอยังเดินลิ่วๆ ไม่เห็นใจมวลรวมของตัวผมเล้ย!

ฮึ่ม...หนักนิดหน่อยช่างเถอะ ท่องไว้เฌอแตมลูกสาวน้านวลรออยู่!

 


เดินขึ้นเขาไปสักพักอากาศที่ว่าดีก็กลายเป็นร้อน...เหงื่อที่ว่าไม่มีก็ผุดขึ้นมา กระเป๋าที่หนักมากก็รู้สึกหนักมากขึ้นไปอีก คนตรงหน้าที่ว่าเดินเร็วแล้วก็เหมือนจะแกล้งผมเดินทิ้งระยะห่างไปเรื่อยๆ ผมกัดฟันวิ่งเพื่อไล่ตามให้ทัน ชีวิตอีกสี่ปีของผมต้องมาเดินขึ้นเขาแบบนี้ทั้งวันเนี่ยนะ? วันแพคที่ว่ารักผมขนาดไหนก็ต้องมีกล้ามเนื้องอกเงยขึ้นมาเป็นซิกแพคแน่ๆ

พลั่ก!

            ชิท!”

                ร่างกายที่ไปกระแทกกับสิ่งกีดขวางอย่างแรงของผม โดนแรงต้านส่งกลับมานั่งจ้ำเบ้าเจ็บก้นบนพื้น พร้อมกับกระเป๋าลากลูกรักสองใบที่ล้มอยู่ข้างๆด้วย ผมรีบส่งสายตาเคืองไปให้คนหยุดไม่บอกทันที

 “ลุกเองได้ไหม?ผิดคาดหมอนี่นอกจากจะไม่รู้สึกผิดที่ชนผมล้มแล้วยังไม่ช่วยเหลือผมด้วย

แน่นอน...ในเมื่อเขาไม่อยากช่วยผมก็จะไม่ขอหรอก! ผมกัดฟันลุกขึ้นหยิบกระเป๋าให้มาอยู่ในมือผมเหมือนเดิม ไม่ยอมตอบคำถามเขาและไม่มองด้วย

ด้านหน้าผมเป็นป้ายอันใหญ่โตเขียนว่าไร่ชาวิทรากุล

ผมไม่ตอบเขาเพราะสายตาผมเห็นที่หมายแล้ว ผมมาถึงไร่ชาวิทรากุลก็ทำการสำรวจทันที ที่นี่พูดได้คำเดียวว่าใหญ่มาก! รั้วไม้แกะสลักลายเถาวัลย์เลื้อยสูงกว่าผมขึ้นไปอีก...รั้วยาวไปจนสุดท้ายซอย ไร่ชาหรือบ้านหรือรีสอร์ทย่อมๆ นี้เป็นหลังสุดท้ายของท้ายซอย

ผมหันไปส่งสายตาลาขาดให้คนนำทางที่ไม่คิดจะพบเจออีกแน่นอน

 “ขอบคุณที่พามาครับ

ป๊าม๊ารอบรมมาเป็นอย่างดี ผมจึงอดขอบคุณเขาไปไม่ได้

แอ๊ดดด –

ประตูรั้วถูกเปิดเข้าไปด้านใน ผมลากกระเป๋าผ่านทางด้านหน้า มีต้นไม้และอ่างปลาธรรมชาติ...ด้านในอ่างปลามีน้ำตกขนาดย่อมไหลมาตามร่องหินที่ถูกจัดวาง ผมเดินไปหยุดอยู่หน้าประตูบ้าน ยกมือขึ้นเคาะประตู

ไม่นานนัก ผู้หญิงวัยกลางคนดูใจดีคนนึงก็เปิดประตูออกมามองหน้า คุณน้าที่น่าจะเป็นเจ้าของบ้านจ้องผมอยู่สักพัก ก่อนจะพูดเสียงตื่นเต้นดีใจปนตกใจออกมา

 “อ้าว! เธอนั่นเองเณอแตมใช่ไหม จำน้าได้หรือเปล่านี่น้านวลนะ

 “ครับ จำได้น้านวลเคยไปเยี่ยมบ้านผมที่กรุงเทพผมยิ้มที่คิดว่าดูดีที่สุดตอบน้านวลไป

 “เข้ามาก่อนสิ เดินทางมาเหนื่อยๆ มาคุยกันก่อนนะแล้วนี่เจอลูกชายน้าไหม น้าสั่งให้ภูมิไปรับเฌอแตมที่ข้างล่าง...หรือนี่เดินขึ้นมาเอง? น้านวลพูดด้วยน้ำเสียงใจดี มือจับตัวผมให้เดินเข้าบ้าน

 “ไม่มีใครไปรับผมนะครับ ผมถามทางขึ้นมาเองผมส่ายหัวตอบน้านวลไปด้วย

 “น้าขอโทษแทนด้วยนะน้านวลถอนหายใจ ทันใดนั้นก็มองผ่านผมไปที่ด้านหลัง หน้าตางุนงง เอ้ะอ้าว? ก็มาด้วยกันนี่นา ภูมิมานี่สิลูก

ผมรีบหันควับไปดูลูกน้านวลที่เดินเข้ามา จ้องเขาตาค้าง ใบหน้าผมตอนนี้คงดูแปลกพิลึกพิลั่น

หมอนั่น! คนนำทางมารยาทแย่! ผู้ชายที่มีนิสัยไม่เหมาะกับความหล่อสักนิด! 

                ...รู้สึกว่าตัวเองพูดไม่เป็นภาษาก็คราวนี้ล่ะครับ

                “พามาแล้วนี่ไงภูมิที่ผมเพิ่งรู้ว่าเป็นลูกน้านวลเหลือบมองผมครู่นึง ก่อนจะตอบน้านวลแล้วเดินหนีเข้าบ้านไปปล่อยผมให้ยืนกับน้านวลสองคน

                “มาๆ เข้ามาคุยกันก่อนลูกน้านวลพูดพลางช่วยผมลากกระเป๋าสองใบเข้าบ้าน

                ผมยังคงพูดไม่ออกอยู่สักพัก แบกกระเป๋าเดินตามน้านวลไปงงๆ ผมวางกระเป๋าทิ้งไว้ห้องรับแขกก่อน เดินตามคุณน้าผู้ใจดีไปที่โต๊ะทานรับประทานอาหาร

                ภูมินั่งอยู่ตรงนั้นเด่นเป็นสง่า

                ผมส่งยิ้มเจื่อนๆ เลื่อนเก้าอี้นั่งลง

                “เดี๋ยวน้าไปยกขนมมานะลูก อยู่คุยกับภูมิไปก่อนน้านวลยิ้มแล้วทิ้งผมไว้กับหมีร้าย

                บรรยากาศเดดแอร์เกิดขึ้นระหว่างเรา ทำไมน้านวลต้องทิ้งผมไว้กับหมอนี่ด้วย? น้าไม่รู้หรือไงว่าลูกชายน้าน่าสนทนาด้วยที่ไหนกันครับ

เอ้ะ...? น้านวลบอกว่าสั่งให้หมอนี่ไปรับผม ถ้างั้นเขามากวนบาทาผมทำไมตอนแรก!

                “นาย...เอ่อ นาย...

                “ภูมิเสียงดุตอบตัดรำคาญผมที่อึกอักไม่รู้จะเรียกเขาว่าอะไร

                “เอ่อ...ภูมินั่นละ น้านวลให้ไปรับแล้ว...ทำไมถึงถามละตอนแรกว่าไปทำไม

                เขามองหน้าผม ก่อนจะเลื่อนสายตาไปทางอื่น แค่ถามดู

                “แล้วทำไมไม่บอกแต่แรกละว่าไปรับ ผมยิ้มแห้งๆเป็นมิตรให้เขาแต่กลับได้สายตารำคาญกลับมาแทน (โว้ย)ผูกมิตรกับคนหล่อนี่ยากจริงๆ

                “ก็พามาแล้วอย่าถามมาก

ไอ้!...

คนแบบนี้นี่มัน! ในชีวิตไม่เคยเจอใครไม่น่าคบเท่านี้มาก่อนเลย ตอนนี้ผมพูดได้กี่ภาษาพร้อมจะด่าเขาทุกภาษา ผมส่งสายตาพร้อมสาปแช่งในใจไปที่เขา โชคดีที่น้านวลยกขนมเข้ามาห้ามศึกไว้ก่อน

ท่องไว้เฌอแตมคนตรงหน้าเป็นพี่เขยของนายพี่เขย...พี่เขย...

ทานขนมภาคเหนือก่อนนะเณอแตม เดี๋ยวน้าให้ภูมิยกกระเป๋าไปไว้ที่ห้องให้ ตัวเล็กๆอย่างเรายกคงหนักแย่เลยล่ะสิ น้าจัดห้องไว้ข้างๆภูมิเลยนะอยู่ปีหนึ่งเหมือนกันจะได้สนิทกัน

น้านวลยิ้มให้ผม แต่พอพูดคำว่าจัดห้องไว้ข้างๆกัน มันเหมือนรอยยิ้มของแม่มดมากกว่า

                ทำไมผมต้องยกกระเป๋าให้…” เสียงหมีร้ายดังขึ้นมาทำลายฟีลลิ่งระหว่างผมที่กำลังซึ้งกับน้านวล คุณน้าใจดีเปลี่ยนสีหน้าฉับพลัน หันไปทำตาขวางใส่ลูกชาย

                “ภูมิ

                หึ เห็นหมอนั่นโดนดุแล้วผมสะใจจริงๆ น้านวลพูดผิดแล้วใครจะอยากสนิทกับเจ้าปีศาจหมีกริซลี่นี่กัน!

                มนุษย์อย่างผมคุยด้วยที เหมือนจะโดนตะปบหนึ่งที

                น้านวลยิ้มให้ผมก่อนจะขอตัวไปสั่งงานกับคนงาน คล้อยหลังน้านวลหายไปจากห้องอาหารเท่านั้นละ ใบหน้าที่หล่อเหลากว่าผมสามเท่าก็หันหน้ามาทางผมทันที ดวงตาดุเหมือนจะพ่นแสงออกมาได้

                “เดี๋ยวฉันยกเองก็ได้ไม่เป็นไร

              ...นี่ผมไม่ได้กลัวเขานะครับ แค่ปลอดภัยไว้ก่อน เรียกว่าเซฟตี้เฟิร์ส

                “ก็ดี มาอาศัยอย่าคิดว่าจะสบาย

                ใบหน้าที่ยิ้มค้างของผมหุบบึ้งทันที คุยกับเขาเกินสามประโยคผมต้องสำลักความโมโหตายแน่นอน อยากจะประเคนหมัดลงใบหน้าหล่อๆนั่นเหลือเกิน ติดที่ว่าเขาตัวใหญ่กว่าผม(ย้ำว่าไม่ได้กลัว) หมอนี่น่าโมโหจริงๆผมไปทำอะไรให้กันวะทำไมจู่ๆถึงมาไม่ชอบหน้ากัน! ฮึ่ย!

                “นายเป็นอะไร? ฉันไปทำอะไรให้หรือไงทำไมถึงมาไม่ชอบหน้ากัน?” ผมพูดไปด้วยน้ำเสียงปกติ พยายามกักเก็บอารมณ์โมโห หรือนายไม่อยากให้ฉันมาเบียดเบียนบ้านอยู่ด้วย

                “นายคิดไปเองภูมิเลิกคิ้วใส่ผมแล้วลุกทำท่าจะเดินหนี

                “อย่ามาตอบปัดๆ แล้วคิดหนีนะเว้ย

                ผมลุกขึ้นทันที เดินไปดักหน้าเขา กลัวก็ส่วนกลัวครับแต่ตอนนี้ผมโมโห!

                “ไม่ได้หนี จะพาไปดูห้องหรือไม่ไป?มันตอบนิ่งๆ แบบไม่เดือดร้อนกับอารมณ์โมโหของผมสักนิด แถมยังถือวิสาสะเดินไปหยิบกระเป๋าสองใบของผม ทั้งที่ตอนแรกทำเป็นอิดออด ตอนนี้กลับเดินลิ่วๆไปเฉย

                ...ผมจะทำอะไรได้อีกละครับนอกจากเดินตามมันขึ้นไป

                ภูมิพาผมมาหยุดที่ห้องๆ นึงก่อนจะโยนกระเป๋าเข้าไป….เดี๋ยวนะมันโยน!

                “เฮ้ย มาโยนของกันได้ไง ด้วยอารามตกใจ ผมรีบเดินไปดูกระเป๋า เป็นห่วงโน๊ตบุ๊คที่แบกมาราคาเกือบแสนก่อนจะถอนหายใจโล่งอกเมื่อพบว่ามันอยู่บนเตียง หมอนี่โยนใส่เตียงก็ไม่บอกกันก่อน

                “ดูให้ดีก่อน

                ...ผมกำลังจะหันไปขอบคุณที่อย่างน้อยมันก็ช่วยยกกระเป๋ามาแทน ถึงกับชะงักกึกทันที ไฟโกรธมอดไหม้ดับไปแล้วก็ถูกเสียงถอนหายใจหน่ายๆ ของมันจุดขึ้นมาอีกรอบ

                “เออ ขอโทษที่ไม่ดูให้ดีนายก็ผิดที่ไม่พูดดีๆเหมือนกัน

                อีกฝ่ายเลิกคิ้วเข้มขึ้น แบบไหนที่เรียกว่าพูดดี?

                “แบบที่นายไม่ได้พูด!”

                “จำเป็นไหมที่ต้องพูดดีๆกับนาย

                โว้ย!

                ไฟโกรธของผมพุ่งพรึ่บทันทีที่ได้ยิน

                “ตกลงนายจะเอายังไงกันแน่?

                ภูมิมองนิ่งสักพัก ท่าทางไม่ใส่ใจ ไม่มีอะไรนี่

                ได้ยินคำตอบง่ายๆของมันผมก็ยิ่งโมโห ผมนับเลขในใจรัวๆ สลับกับคำว่าพี่เขย ทำทุกอย่างให้ตัวเองไม่กระโดดไปตั้นหน้าลูกชายเจ้าของบ้าน จนถูกไล่ออกตั้งแต่วันแรก

                ภูมิมองหน้าผมนิ่งแบบที่ผมไม่รู้จริงๆ ว่ามันคิดอะไรอยู่ ผมสบตากับมันก็รู้สึกกลัวขึ้นมา มันเริ่มทำตาดุๆอีกแล้ว ตกลงพี่เขยของผมชอบหาเรื่องคนอื่นหรือแค่เป็นคนประเภทจิตใจปิดกั้นคนแปลกหน้ากันแน่

                แย่ละหรือพี่เขยจะรู้ว่าผมจะมาจีบน้องสาวเขา

                “ภูมิ เฌอแตมมากินข้าวก่อนลูก!!” เสียงน้านวลตะโกนขึ้นมาจากชั้นล่าง เรียกให้ลูกชายเจ้าของบ้านและชายหนุ่มผู้เห็นแก่กินอีกคนลงไปทันที

                ข้าวซอย น้ำพริกอ่อง ข้าวเกรียบ

                อานี่สินะที่เขาเรียกว่ามากินอาหารถึงถิ่นอร่อยกว่ากินร้านที่กรุงเทพเป็นไหนๆ ผมกินซะเยอะเลย ลองชิมทุกอย่างสักพักก็ตักเลยคำว่าชิมไปมาก แอบเกรงใจน้านวลนิดหน่อย

                ว่าแล้วเดินไปตักเพิ่มอีกดีกว่า

                “แตมค่อยๆ กินก็ได้นะลูก น้าเห็นกินแล้วอิ่มแทนเลย

                “ก็น้านวลทำอาหารอร่อยนี่ครับผมหันไปยิ้มหวานให้น้านวล เท้าก็เดินหลบไก่ไปตักข้าวเพื่อมาปฏิบัติภารกิจเด็กสร้างพุงต่อที่โต๊ะ

                จะว่าไปเมื่อกี้ผมเดินหลบไก่...

                “กะต๊ากกกกกกกก

                เหมือนจะรู้ว่าถูกเรียกเจ้าไก่สีขาวบินด้วยความสูง กระพือปีกพั่บๆ ก้อนขนสีขาวส่วนสูงที่ไม่น่าจะเกินหม้อข้าวสองอันมานั่งเรียบร้อยบนตักภูมิทันที

                “เฌอแตมยังไม่เคยเจอสินะน้านวลยิ้มเอ็นดู ชี้มือไปทางไก่สีขาว นี่สมาชิกอีกตัวในบ้านเรา ภูมิเขาไปเก็บมาเลี้ยง

                …ภาพลูกเจี๊ยบท่ามกลางสายฝนโดดเดี่ยวเดียวดายอยู่ในกล่องข้างเสาไฟฟ้า แล้วพี่เขยแสนใจดีก็ไปเก็บมาเลี้ยงผุดขึ้นมาในความคิดผมทันที

                “เหรอครับแล้วชื่ออะไรได้ตั้งชื่อหรือเปล่า?

                “สตีเฟอร์เสียงทุ้มตอบกลับมาจากอีกฟากโต๊ะ

                “ห้ะ…….อ้อ...สวัสดีนะสตีเฟอร์

             ไก่ไทยของนายกำลังร้องไห้อยู่นะภูมิ

                จะว่าไปจุดประสงค์แอบแฝงของผมที่มาที่นี่ยังไม่สำเร็จเลย ที่รักของผมไงละครับ ตอนแรกผมนึกไปว่าเธอไปเรียนอะไรหรือเปล่า แต่นี่ค่ำแล้วยังไม่กลับมา ผมกังวลว่าสุดท้ายแล้วเธออาจจะอยู่หอพักหรือเปล่า?

                “...แล้วลูกสาวน้านวลไม่มาทานข้าวเหรอครับผมยิ้มตามมารยาทแถมไปไม่ให้ดูน่าสงสัย

                “คิก อะไรละนั่นเฌอแตมน้ามีลูกคนเดียวคือภูมิเนี่ยล่ะจ้ะ

                เคร้ง!

             เสียงตะเกียบหล่นกระทบจานข้าวดังก้องไปทั่วห้อง เหมือนหัวผมที่กำลังรีเพลย์คำพูดของน้านวลซ้ำๆ ตะเกียบกระเด้งกับจานข้าวเหมือนความคาดหวังที่แตกกระจาย

              เอื้อออ.... ภาพตนเองกระอั่กโลหิตเหมือนหนังจีนอยู่ในมโนภาพแจ่มชัด

             ดะเดี๋ยวครับ คนนี้นะครับ

              ผมรีบควานหารูปที่รักของผมในกางเกงมาจากบ้าน กางให้น้านวลดูทันที

                “อ้อรูปนี้…”

                น้านวลลากเสียงอย่างอ้อยอิ่ง เหล่ตาไปอีกฟากของโต๊ะ

                ผมรีบพยักหน้าตอบรับคำพูดน้านวล ใช่ครับน้านวลนี่ผมไงครับ ส่วนคนนี้ก็ลูกสาวน้า…”

                “นั่นฉันเอง

                เสียงห้วนตัดฉับประโยคของผมทันที

                “ภูมิสมัยเด็กๆ เขาก็หน้าเหมือนผู้หญิงแบบนี้ล่ะจ้ะ ไม่คิดว่าเฌอแตมจะเข้าใจผิดด้วยนะน้านวล

หัวเราะล้อผม พลางเก็บจานบนโต๊ะไปล้างทิ้งผมที่นั่งตัวแข็งอยู่บนเก้าอี้เหม่อมองตาม วิญญาณหลุดลอยออกจากร่างเหมือนในการ์ตูน

                นะ..นางในฝันของผม ดวงตากลมโตแสนกระจ่าง แก้มยุ้ยๆ และริมฝีปากน้อยที่น่ารัก สายตาผมไล่ไปตามใบหน้าของภูมิอย่างเจ็บปวด ทำไมคนเราถึงแตกต่างจากตอนเป็นเด็กขนาดนี้!

                หลอกลวง! นี่มันเข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภคแล้ว!

                ภูมิยิ้มมุมปากน้อยๆ แบบที่ยากจะเห็น เขามองผมด้วยสายตาประเมินราวกับเป็นหมีจ้องจับเหยื่อ

                “ที่แท้นายเก็บข้าวของตามสาวมา

                ...สายตาผมมองตามอีกฝ่ายที่ลุกมายืนข้างๆอย่างเหม่อลอย

                ภูมิค่อยๆว่างสตีเฟอร์ลงบนหัวผมอย่างแผ่วเบา ไก่สีขาวใช้เท้าจิ้มหัวผมอย่างรู้หน้าที่

                “สตีเฟอร์เป็นตัวเมียพรุ่งนี้แม่ให้ฉันพานายไปซื้อของ ห้ามสายภูมิเน้นคำสุดท้ายพร้อมส่งสายตาแบบหมีกริซลี่มาให้ เขาตบสตีเฟอร์บนหัวผมเบาๆ แล้วเดินขึ้นบันไดไป

                นี่ภูมิกำลังปลอบใจผมอยู่หรือเปล่า...?

                เพื่อไม่ให้ผมที่อกหักจากเขาเศร้าจนเกินไป เขาจึงเอาแม่ไก่สาวสตีเฟอร์มาวางปลอบใจผมแทน ผมรู้แต่ว่าภาพในฝันต่างๆของผมพังทลายไม่พอ เหมือนถูกดูดเข้าหลุมดำแบบไม่มีวันหวนกลับมาได้อีก

              ทำไมฟ้าต้องแกล้งผม! ทำไมที่บ้านต้องแกล้งผม! ทุกคนในบ้านที่ปิดบังชื่อมาตลอดถามเท่าไหร่ก็ไม่ยอมหลุด ที่แท้พวกเขาต้องรู้อยู่แล้วแน่ๆ ว่าชื่อภูมิเป็นชื่อผู้ชาย

             โอเค รูปนางในฝันที่ผมเฝ้าดูและคิดถึงอยู่บ่อยๆ เปิดดูทุกครั้งที่ท้อ...คือหมีถึกหนึ่งคนแถมยังเป็นผู้ชาย

             ฮืออยากจะร้องไห้เป็นภาษาฝรั่งเศส

             อุ้ยตายแล้ว! สตีเฟอร์อย่าจิกผมเฌอแตมไปทำรังสิจ้ะ!”

             สตีเฟอร์! บ้าจริงแม้แต่ไก่ก็ยังแกล้งผม!


-------------------------------------------------------------------------------------------


#LLwuda's TALK

          ลงใหม่แล้วนะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

10 ความคิดเห็น

  1. #109 xiaoly (@xiaoly) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 16:49
    เฌอแตมมมม สาวในฝันกลับไม่ใช่สาวทั้งยังอวตารร่างหมีมาอีก มิน่าแม่ถึงแซ็วว่าอย่าพาลูกเขยกลับบ้านซะก่อน 55555 
    #109
    0
  2. #107 AnutsaraPanthong (@AnutsaraPanthong) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 14:42
    เฌอแตม5555555 ฉันล่ะฮาา
    #107
    0
  3. #104 ทั่วหล้า (@Twins_511) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2560 / 17:28
    เฌอแตม แปลว่า ”รัก”
    #104
    0
  4. #95 THE DEERY . (@oing_oing) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 19:56
    เพิ่งตามมาอ่านจากบทความแนะนำนิยาย โอ้ยตลกง่า55555555555  อ่านแล้วชอบจัง 
    #95
    0
  5. #91 TheJ_J (@prunes) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กันยายน 2559 / 21:44
    ทำไมตลก5555555
    #91
    0
  6. วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 01:55
    ทำไมรู้สึกว่าภูมินิ่งแต่กวนทีน -3- สงสารเฌอแตมเบาๆ 5555 เป็นไงล่ะนางในฝัน หุหุ
    #87
    0
  7. #83 Javis (@evefiww) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 08:40
    ผิดหวังเลย น้องแตม
    #83
    0
  8. #78 kavasarew (@narinnakin) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 23:06
    ฮือออออออ ร้องไห้ คิดถึงเรื่องนี้มากเลย คิดถึงคุณแม่ไก่สตีเฟอร์มากกกกกก (ชื่อนี้ใช่มะ) เป็นนางเอกที่น่ารักที่สุดเลยหล่ะ
    #78
    0
  9. #77 CcCm (@cholpan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 08:49
    กละบมาอัพแล้ว ฮืออ ขอบคุณค่ะ
    #77
    0
  10. วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 07:42
    แค่ตอนแรกก็น่าสนใจแล้ว อิตาภูมินี่กวน teen จริงๆ รอติดตามจ้าาาาา

    ปล. แอบสะดุดตรงรถแท็กซี่สีชมพูที่สนามบินนิดนึง คือปกติจะเห็นแค่สีเหลืองน้ำเงิน กับสีออกบรอนซ์เทาอ่ะค่ะ แต่เราอาจจะไม่เคยเจอเองก็ได้ แหะๆ ^^
    #76
    0
  11. #61 Koribara (@Koribara) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 22:36
    สตีฟเฟอออออออออร์ .น่ารักกกกกกกกกก >/////<
    ???
    #61
    0
  12. #36 Q ํ (@lonely-pooly) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2558 / 01:10
    น่ารักมากรุยยยยยยยยยยย >.,<
    #36
    0
  13. #30 BeMoreFriend (@mystory-gig) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2558 / 23:51
    คนแต่งแอบมาเปิดเรื่องใหม่อีกล้าววววววววววว

    เห็นอัพเรื่องจิ้งจอกบทแรกๆเลยเลื่อนลงไปอ่านtalkเห้นแนะนำให้อ่านเรื่องอื่น จิ้มไปเจอเรื่องนี้กับคีตา......อีนี้ก้ลืมว่าอ่านคีตาไปแล้ว 55555 เป้นคนไม่จำชื่อคนแต่งจ้า เลือกตามสัญชาตญาณ แล้วก้จะเจอสำเนียงการเขียนคุ้นๆ ก้จะเลื่อนไปดูชื่อนักเขียน แล้วก้อ่าว ของคนนี้นี่เอง 5555

    ส่งสตีเฟอร์ไปจิกให้มาอัพทุกเรื่องเลย
    #30
    0
  14. #3 MooK_KunG_Zaa (@letsdance12) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2558 / 13:13
    โอ้ยยยยย น่าร้ากกกกกกกก ปีกรัวๆ รอทั้งสองเรื่องเลยค่าาาาาา
    #3
    0
  15. #1 ลีลีข้าวสาร- (@ponnapa123-) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2558 / 09:45
    สนุกมากเลยค่า สงสารนางมากนางในฝันกลายเป็นหมีถึง กร๊ากกกกกกก ??? ไรเตอร์มาต่อเร็วๆนะคะเป็นกำลังใจให้ไรเตอร์สู้ๆค่ะ
    #1
    0