ตอนที่ 2 : บทที่ 1 เรื่องมันเริ่มจากการไปดูตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8456
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    26 ส.ค. 61



แต่งงาน?”

ฉันทวนคำพูดที่เพิ่งได้ยิน มองหน้ามนุษย์ชายหญิงสองคนที่หน้าตาเหมือนพ่อกับแม่ แต่พูดจาเหมือนเอเลี่ยนที่คุยกันคนละภาษา รู้สึกได้ว่าคิ้วตัวเองกระตุก

ฝ่ายโน้นเป็นผู้มีพระคุณของบ้านเรา พ่อกับแม่เลยเกรงใจไม่กล้าปฏิเสธ แถมเขายังยื่นเงื่อนไขมาว่าให้แต่งแค่ 3 ปีเอง ถ้าอยู่กันไม่รอดก็อนุญาตให้หย่ากันได้ทันที

ฉันถลึงตาใส่บุพการีตัวเอง ประโยคที่เพิ่งผ่านหูไม่ได้ทำให้รู้สึกสบายใจเพิ่มขึ้นแม้แต่นิดเดียว นึกสงสัยในใจว่าคนประเภทไหนกันที่จะคิดเงื่อนไขบ้าบอแบบนี้ออกมาได้

แต่ผู้มีพระคุณที่ว่าน่ะเป็นคุณปู่แก่ๆ ไม่ใช่เหรอคะ

ฉันถามตามที่เข้าใจ จำได้ว่าคนที่คอยช่วยอุปถัมภ์บ้านเรามาตลอดหลายปีเป็นเศรษฐีวัยชรา ที่ดันเป็นเพื่อนสนิทของคุณตาฉัน หลังจากคุณตาเสียไปเขาก็อุ้มชูเราจนแทบจะเหมือนเครือญาติเลยทีเดียว ถึงจะเป็นอย่างนั้นฉันก็ไม่เคยเจอหน้าเขาหรอก มีเพียงพ่อกับแม่เท่านั้นที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างเรากับบ้านนั้น

ใช่ แต่ไม่ใช่ว่าจะต้องไปแต่งงานกับเขาหรอกนะ คนที่แกจะแต่ง ด้วยน่ะหลานชายของเขา

คำอธิบายของพ่อทำฉันเลิกคิ้ว ไม่ยักรู้มาก่อนว่าคุณปู่หัวใจเปลี่ยวจะมีลูกมีหลาน สารภาพตามตรงคือฉันนึกว่าเขาเอ็นดูเราเพราะไม่มีครอบครัวของตัวเองเสียอีก

แต่เดี๋ยวก่อนนะแบบนี้อีกฝ่ายก็ถูกจับคลุมถุงชนเหมือนกันน่ะสิ

ทว่าแทนที่จะโล่งใจ ข้อเท็จจริงนั้นกลับเรียกคำถามประหลาดๆ ให้ผุดขึ้นมาในหัวอัตโนมัติ

แล้วหลานปู่คนนั้นไม่มีปัญญาหาคู่เองเหรอคะ ถึงต้องมาใช้วิธีแบบนี้น่ะดูเหมือนฉันจะถามตรงไป เพราะแม่รีบโน้มตัวจากโต๊ะอีกฝั่งมาตีแขนฉัน

ดูพูดจาเข้า เป็นสาวเป็นนางแท้ๆแม่ดุพร้อมทำสายตาค้อนขวาง

ที่โรงเรียนเขาไม่รู้เหรอ? ว่าตัวจริงแกมีนิสัยแบบนี้น่ะ

พ่อถามขึ้นบ้างพลางส่ายหน้าปลงๆ เป็นที่รู้กันดีในครอบครัวว่าภาพลักษณ์ของฉันที่โรงเรียนช่างตรงข้ามกับนิสัยที่แท้จริงโดยสิ้นเชิง

ก็มันจริงนี่ หนูว่าหลานปู่คนนั้นคงหน้าตาย่ำแย่ สุขภาพจิตไม่ดี หรือไม่ก็มีปัญหาอะไรบางอย่างนี่พ่อกับแม่อยากจะให้คนแบบนั้นมาแต่งเป็นเขยบ้านเราจริงเหรอ

ฉันพูดสิ่งที่คิดออกไป คงไม่มีผู้ชายปกติคนไหนยอมถูกจับคลุมถุงชน อีกแล้วในยุคสมัยนี้ นอกจากจะมีลักษณะผิดปกติตามกฎการคัดเลือกตามธรรมชาติ ถึงต้องยืมมือคนอื่นมาช่วยคัดให้แบบนี้

ว่าไปเรื่อย แม่ไปเห็นมาแล้ว หลานชายคุณปู่เขาหล่อมากเลยนะ การศึกษาก็ดี มารยาทก็ดีบางทีก็คิดว่าดีเกินไปสำหรับแกด้วยซ้ำ

ฉันเลิกคิ้วขึ้น ทำหน้าไม่เชื่อสุดฤทธิ์โดยเฉพาะประโยคสุดท้าย เพราะถึงนิสัยส่วนตัวจะไม่น่าดึงดูดนัก แต่ภาพลักษณ์ที่ฉันสร้างไว้ก็เป็นอุดมคติของหลายๆ คนเลยนะ

เป็นไปไม่ได้หรอก หนูว่าต้องพิการหรือเป็นโรคอะไรบางอย่างแน่ๆฉันยังเถียงต่อ

พิกงพิการอะไร มาโคโตะคุงน่ะครบ 32 แบบสมบูรณ์ทุกประการ แล้วก็ดูไม่เหมือนคนป่วยด้วย

ตอนนี้ฉันได้ชื่อคู่กรณีมาแล้ว เหมือนจะชื่อมาโคโตะสินะ

ใครจะไปรู้ อาจป่วยเป็นโรคที่มองเห็นไม่ได้ด้วยตาเปล่าก็ได้

 ฉันสันนิษฐาน ทำท่ายกนิ้วเคาะริมฝีปาก

โรคอะไรของแกพ่อถามขึ้นบ้าง

ไม่รู้สิอาจจะเป็นหมันหรืออะไรแบบโอ๊ย!”

เป็นอีกครั้งที่แม่โน้มตัวมาฟาดแขนฉัน แถมรอบนี้แรงกว่าเดิมจนต้องยกมือขึ้นมาลูบป้อยๆ ด้วยสีหน้าหงุดหงิด

ปากเสีย

คุณนายชิรายูกิบ่น ดูเหมือนจะเทใจให้คนบ้านโน้นไปเรียบร้อยแล้ว

ถ้ายังไงลองไปดูตัวกันก่อนมั้ยล่ะ ฝ่ายนั้นเองก็บอกมาว่าอยากเปิดกว้างให้แกได้ตัดสินใจเหมือนกัน

พ่อเอ่ยข้อเสนอ แต่ฉันส่ายหน้าปฏิเสธทันที

ไม่ดูอะไรทั้งนั้น หนูไม่แต่งเด็ดขาด

นี่แกเคยคิดจะรักษาหน้าพ่อกับแม่บ้างมั้ยซาโฮะ?”

เอาอีกแล้วมาแบบนี้อีกแล้ว

ทุกครั้งที่ไม่ได้ดั่งใจพ่อมักจะงัดไม้แข็ง ทำน้ำเสียงจริงจังแล้วมองฉันด้วยสายตากดดันจนทำให้รู้สึกผิด

แต่บอกไว้เลยว่าครั้งนี้ไม่ได้ผลหรอก

พ่อกับแม่นั่นแหละ ได้ยินที่ตัวเองพูดออกมาบ้างรึเปล่า หนูยังเป็นเด็กนักเรียนอยู่แท้ๆ จะให้ไปแต่งงานอยู่กินกับผู้ชายได้ไง

ฉันต่อต้าน เชิดหน้าชูคอทำเสียงแข็ง ส่งผลให้คนฟังนิ่งไปเลย ทั้งคู่เหลือบมองหน้ากัน ก่อนจะหันมามองหน้าฉันอีกรอบแล้วเอ่ยเสียงแผ่ว

ก็ได้ถ้าพูดถึงขนาดนั้นแกไม่ต้องไปดูตัวก็ได้

นี่สิ ถึงจะพอพูดกันรู้เรื่องหน่อย

ฉันรีบพยักหน้ารับก่อนพ่อจะเปลี่ยนใจ หากก็ต้องชะงักไปอีกรอบเมื่อได้ยินประโยคถัดมา

แต่ต่อไปนี้แกจะไม่ได้ค่าขนมจากฉันสักเยน

บ้าจริง! ฉันคิดว่าพวกเราโอเคกันแล้วซะอีก

ไปเถอะซาโฮะ ถ้าไม่พอใจอะไรค่อยลองคุยกับฝั่งโน้นดูอีกทีก็ได้

แม่เริ่มเกลี้ยกล่อม มันเป็นกลยุทธ์การเลี้ยงลูกของบ้านนี้เขาละ ถ้าพ่อเล่นบทโหดใส่ฉัน แม่ก็จะทำตัวเป็นแม่พระทันที แต่ก็มีจุดประสงค์เดียวกันทั้งคู่นั่นแหละ

ฉันถอนหายใจ ไม่ได้รู้สึกผิดหรือต้องรับผิดชอบกับเรื่องนี้เลยสักนิด แต่ค่าขนมที่มันค้ำคอก็ทำให้ต้องยอมอ่อนข้อ

หนูไปก็ได้แต่บอกไว้เลยนะว่าไม่แต่ง




 


และแล้วก็มาจนได้

ฉันคิดพลางเหลือบมองร้านอาหารตรงหน้า มันเป็นร้านสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม ตัวอาคารสร้างจากไม้ อาณาบริเวณกว้างขวางโอ่อ่าจนเหลือที่ไว้ทำสระน้ำ รอบด้านประดับประดาด้วยต้นไผ่จนชักแยกไม่ออกว่ามากินข้าวหรือมาเที่ยวป่า ถึงกระนั้นก็ต้องยอมรับทีเดียวว่าบรรยากาศค่อนข้างเป็นส่วนตัวและสวยงาม ดูเหมาะสมที่จะคุยเรื่องยัดเยียดความเป็นฝั่งเป็นฝาให้ลูกสาวอย่างฉันเป็นที่สุด

พ่อในวันนี้สวมชุดสูทที่ลงทุนไปขุดค้นมาจากก้นตู้เสื้อผ้า ส่วนแม่สวมเดรสสีเหลืองอ่อนที่ตัดเย็บอย่างประณีต ตัวฉันเองก็ถูกจับแต่งองค์ทรงเครื่องชนิดที่แทบจะเดินเข้าพิธีแต่งงานได้เลย

ครอบครัวชิรายูกิใช่มั้ยคะ เชิญด้านในเลยค่ะ โต๊ะพร้อมแล้วพนักงานในชุดกิโมโนเดินออกมาเรียกพวกเรา ได้ยินดังนั้นฉันจึงเริ่มก้าวเท้าเยื้องกราย พยายามสงบเสงี่ยมเจียมตัวเพื่อรักษาหน้าพ่อกับแม่

หรือถ้าพูดให้ถูกก็คือรักษาค่าขนมรายเดือนของตัวเอง

กระทั่งในที่สุดพนักงานของร้านก็พาเรามาถึงห้องๆ หนึ่ง มันใหญ่โตกว้างขวางและค่อนข้างเป็นส่วนตัว กระทั่งลวดลายของประตูกั้นก็ดูไฮโซแปลกแยกอย่างเห็นได้ชัด

เชิญค่ะ

สาวในชุดกิโมโนเลื่อนประตูแล้วผายมือให้พวกเราเดินเข้าไป

ทันทีที่สภาพภายในห้องปรากฏสู่สายตา ฉันก็เผลอใจเต้นตึกตักขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ ตื่นเต้นชนิดที่ถ้าไม่ติดว่าต้องรักษากริยามารยาทคงซู้ดปากแล้วยกมือขึ้นมาถูกันกลางอากาศไปแล้ว

เพราะสิ่งที่เห็นคือโต๊ะอาหารขนาดใหญ่ซึ่งเปี่ยมไปด้วยสำรับมากมาย พวกมันจัดเรียงตัวกันอย่างสวยงามตระการตา ขนาดยืนอยู่ห่างหลายเมตรยังบอกได้ว่ามีแต่วัตถุดิบชั้นดี เฉพาะค่าอาหารมื้อนี้คงพอจ่ายค่าเทอมฉันได้ทีเดียว

หากความตะกละในแววตาก็ต้องรีบสลายตัวไปเมื่อดันไปสบตาเข้ากับชายชราท่าทางใจดี ข้างๆ ผู้อาวุโสคนนั้นมีชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคงเป็นว่าที่เจ้าบ่าวในอนาคตของฉัน

ฉันจึงต้องรีบเก็บอาการ ก้มหน้าก้มตาทำความเคารพอีกฝ่ายก่อนเดินไปทรุดตัวลงนั่งยังเบาะที่ว่างอยู่

ทันทีที่ประจำที่เรียบร้อย ฉันก็ลอบมองคู่กรณีที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ถึงจะไม่รู้ว่าเขาเป็นหมันหรือป่วยเป็นโรคอะไรหรือเปล่า แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่าหมอนี่หน้าตาดีเข้าขั้นวิกฤติทีเดียว

ผมสีดำสนิทถูกจัดแต่งอย่างเป็นระเบียบ ผิวขาวใสสุขภาพดีจนฉันยังอาย ใบหน้าได้รูปมีแว่นตากรอบเงินราคาแพงประดับอยู่ แลดูภูมิฐานน่าเชื่อถือประหนึ่งนักธุรกิจหนุ่มที่มีรายได้หลักล้านต่อเดือน ถ้าเดินควงคนแบบนี้ในเมืองมีหวังสาวๆ จิกฉันตาถลนแน่นอน

ดูเหมือนอีกฝ่ายก็รู้ตัวว่าฉันมองอยู่ เขาหันมาขยับรอยยิ้มอ่อนโยนให้ ขับให้หน้าตาที่ดูดีอยู่แล้วกลายเป็นดูดีโคตรๆ แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นมันกลับทำให้รู้สึกปั่นป่วนในอกอย่างบอกไม่ถูก

เพราะรอยยิ้มนั้นเหมือนเวลาฉันยิ้มให้เพื่อนที่โรงเรียนไม่มีผิด

มันคือรอยยิ้มของคนสองบุคลิก รอยยิ้มของคนที่ซ่อนอะไรบางอย่างไว้ใต้หน้ากาก

ซาโฮะจังใช่มั้ย?” คุณปู่จากอีกบ้านเอ่ยถาม ฉันเลยต้องละสายตาจากว่าที่เจ้าบ่าวเพื่อหันไปส่งยิ้มทักทาย

ค่ะ ขอบคุณที่ดูแลครอบครัวเรามาตลอดนะคะ

ฉันเอ่ยเสียงหวานพร้อมค้อมตัวทำความเคารพ

พ่อจะเห็นมั้ยนะว่าฉันมีมารยาท

จะเห็นมั้ยว่าฉันรอความเมตตาจากค่าขนมในเดือนถัดไปอยู่

นี่หลานชายฉันเองสึบุรายะ มาโคโตะ

ฉันทำสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย แน่นอนว่าแกล้งทำ ก่อนจะก้มหัวทักทายเขาเช่นกันชิรายูกิ ซาโฮะค่ะแนะนำตัวบ้าง ไหนๆ จะเจอกันเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว บอกชื่อไว้คงไม่เสียหาย

เป็นเด็กที่สวยเหมือนคุณน้าจริงๆ ด้วยนะครับ

ว่าที่เจ้าบ่าวของฉันพูดขึ้น เป็นครั้งแรกที่ฉันได้ยินเสียงเขา แม้จะเป็นเสียงที่สุภาพอ่อนน้อมรื่นหูเพียงใด แต่คำพูดกลับน้ำเน่าจนทำให้คันยิบๆ ทว่าแม่ของฉันไม่รับรู้ ซ้ำยังขยับตัวพร้อมกับบิดตัวเขินอาย

ก็พยายามเลี้ยงดูให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้นั่นแหละจ้ะ

อี๋ น่าขนลุกชะมัด

ฉันเหลือบมองคุณนายชิรายูกิ อดสยองไม่ได้เมื่อได้ฟังประโยคชวนอ้วกแบบนั้น นี่แม่ไม่รู้ตัวเลยเหรอว่าหมอนี่มันแกล้งชมไปอย่างนั้นแหละ

หลังจากนั้นพวกผู้ใหญ่ก็เริ่มคุยกันอย่างออกรส ส่วนฉันก็จ้วงอาหารมูลค่าเท่าค่าเทอมเข้าปากเงียบๆ ลอบมองว่าที่เจ้าบ่าวสุดหล่อที่ส่งยิ้มมาให้เป็นระยะไปด้วย แม้เขาจะมีท่าทางเป็นมิตร แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ชอบพออะไรฉันเท่าไหร่ ที่สำคัญฉันสัมผัสได้ว่าเขาเองก็ค่อยไม่พอใจที่ถูกจับคลุมถุงชนเหมือนกัน

แบบนี้ก็คงไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงสินะ? ฉันคงไม่ต้องผันตัวจากนักเรียนดีเด่นไปเป็นแม่บ้านเร็วๆ นี้หรอก นั่นเป็นสิ่งที่ฉันคิดในตอนนั้น

เอาละ มาเข้าเรื่องกันดีกว่า

ผ่านไปเกือบชั่วโมงพวกผู้ใหญ่ก็เริ่มหันกลับมาสนใจพวกเรา ฉันยืดตัวตรงเล็กน้อย นึกดีใจที่จะได้กลับบ้านไปนอนพักผ่อนเสียที มาดูตัวบางทีก็ไม่ได้เลวร้ายเสมอไป เพราะอาหารที่นี่อร่อยเป็นบ้าเลย

เป็นยังไง เจอกันแล้วคิดว่ายังไงบ้าง

คุณปู่บ้านสึบุรายะถามขึ้น จงใจหันมามองฉันเป็นพิเศษ

วันนี้หนูสนุกมากค่ะ อาหารอร่อยมาก มาโคโตะซังก็ดูเป็นคนดี แต่หนูคิดว่าพวกเรา…”

พวกเราอยากแต่งงานกันครับ

ฉันยิ้มค้าง คำพูดปฏิเสธที่อุตส่าห์เรียบเรียงในหัวกลายเป็นม่ายทันที

อะไรนะ? เมื่อกี้หมอนี่ว่าไงนะ??

ดีมาก!…เป็นผู้ชายก็ต้องหนักแน่นแบบนี้

ผู้อาวุโสที่สุดในห้องเอ่ยชมหลานชายพร้อมตบหลังเขาอย่าง ภาคภูมิใจ โดยมีพ่อกับแม่ของฉันหัวเราะผสมโรงไปด้วย ไม่ได้สนใจฉันที่อ้าปากค้างจนรถไฟทั้งขบวนลอดได้แม้แต่นิดเดียว

ครู่ถัดมาฉันจึงหุบปาก กวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหมูที่กำลังจะถูกนำเข้าโรงฆ่าสัตว์ ทุกคนที่นี่เป็นบ้ากันไปหมดแล้วหรือไง

พูดอะไรของคุณน่ะ

ฉันกัดฟันถาม เหลือบมองพ่อแม่และคุณปู่ที่ยังหัวเราะเหมือนคนเสียสติ พยายามรักษามารยาทโดยการเรียกว่าที่เจ้าบ่าวตัวเองว่าคุณเผื่อเขาจะปราณี ยอมรับว่าดื่มกินของมีพิษเข้าไปเลยละเมอพูดจาเพ้อเจ้อแบบเมื่อสักครู่ออกมา

ก็ได้ยินชัดแล้วไม่ใช่เหรอครับ

หากคนหน้าหล่อกลับทำเป็นถามกลับ ฉีกยิ้มที่ฉันมั่นใจว่าเป็นยิ้มเพชฌฆาต เป็นรอยยิ้มของนักแสดงที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี

แต่งงานกันเถอะชิรายูกิ ซาโฮะ

ฉันในวัย 17 ปีที่ถูกขอแต่งงานกะทันหันอ้าปากค้างทันที

บ้าไปแล้ว! นี่ฉันถูกหลอกมาที่นี่ชัดๆ ทุกคนวางแผนกันไว้หมดแล้ว กระทั่งหมอนี่ที่ดูเหมือนจะไม่เห็นด้วยกลับเป็นฝ่ายเดินตามเกมโดยไม่ปริปากบ่น

หรือเขาจะผิดปกติเหมือนที่ฉันเคยเดาไว้

สึบุรายะ มาโคโตะนายเป็นหมันจริงๆ ใช่มั้ย!?

 

 

 

 

 


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://goo.gl/forms/rTx8PHvQm85RaVID3


หรือสอบถามได้ที่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

3,304 ความคิดเห็น

  1. #3292 KIMDHA.I (@supapornexo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 23:59

    รอนะคะะ
    #3292
    0
  2. #3290 แมงจิซอน (@daowie) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 02:12
    งื้ออ อัพอีกไหมคะไรท์
    #3290
    0
  3. #74 Ampchom Chomphoonut (@ampchom) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กันยายน 2558 / 21:27
    เอิ่ม ว่าเขาเป็นนักตีสองหน้าคุณหนูประธานสุดเนี้ยบก็มีตัวจริงซ่อนไว้เหมือนกันมิใช่รึคะนั่น
    #74
    0
  4. วันที่ 29 พฤษภาคม 2558 / 00:40
    อ่านละยิ้มกับนิสัยนางเอกเลย55555  สู้ๆนะคะ
    #3
    1
    • #3-1 senorita-p (@senorita-p) (จากตอนที่ 2)
      29 พฤษภาคม 2558 / 01:13
      555 น่าจะเขียนๆ ดองๆ แหละค่ะ เพราะต้องแต่งเรื่องหลัก แต่ก็คลายเครียดได้ดีเลย เพราะเรื่องนี้ไม่ต้องคิดวางปมซับซ้อนอะไรมาก เบาๆ ดี 555
      #3-1