Tatsuyoshi No Takaramono (竜芳の宝物)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 51,578 Views

  • 805 Comments

  • 1,672 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    467

    Overall
    51,578

ตอนที่ 15 : บทที่ 13

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2008
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    5 มิ.ย. 60


บทที่ 13


            อิคุตะ โทยามะเป็นสารวัตรประจำการที่สถานีตำรวจเท็นโนจิมาเกือบ 8 ปีแล้ว


            กิจวัตรประจำวันในทุกเช้าของเขาคือตื่นนอนตั้งแต่ตี 5 ไปวิ่งออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้อที่สวนสาธารณะเท็นโนจิ สูดอากาศบริสุทธิ์และชื่นชมความเป็นไปของบ้านเมือง


วันนี้เป็นวันที่อากาศดีวันหนึ่ง ท้องฟ้าปลอดโปร่ง อุณหภูมิ 17 องศา เยือกเย็นแต่ไม่บาดผิว ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศก็อยู่ในเกณฑ์ที่ช่วยขับเหงื่อ เขาคิดว่านี่เป็นการเริ่มต้นเช้าที่ดีทีเดียว


จากนั้นก็กลับมาอาบน้ำแต่งตัวเวลา 5.45 . ครั้นเมื่อเข็มนาฬิกาบอกเวลา 6.15 เป๊ะ เขาจะออกมานั่งเตรียมพร้อมที่โต๊ะอาหาร ดื่มกาแฟดำและอ่านโยมิอุริชิมบุน[1]รอในขณะที่ภรรยาเตรียมอาหารเช้าให้


            วันนี้เป็นเมนูโปรดของเขา ข้าวสวยร้อนๆ ปลาหิมะย่างซีอิ๊วและซุปมิโสะ


            กระทั่งเมื่อถึงเวลา 7.00 . เขาก็ลุกจากโต๊ะอาหาร บอกลาภรรยา ขับรถยนต์ของครอบครัวออกไปทำงาน และไปถึงสถานีตำรวจเวลา 7.30 พอดิบพอดี


            อิคุตะ โทยามะยอมรับทีเดียวว่าวันนี้อารมณ์ของเขาปลอดโปร่งสดใส จะเป็นอากาศก็ดี อาหารก็ดี การจราจรก็ดี ทุกอย่างอยู่ในระดับดีพร้อมและน่าพึงพอใจ


            จวบจนเมื่อเขาย่างก้าวเข้าไปในสถานี ทักทายพนักงานจำนวน 8 คนที่เดินสวนเขา เปิดประตูห้องทำงานออกเท่านั้น ทุกอย่างก็เริ่มดิ่งลงเหว


โอฮาโย~ตรงเวลาเหมือนเดิมเลยนะคะ


            โยริคาวะ โยชิโกะนั่งยิ้มกว้างอยู่ตรงนั้น ตรงโซฟาหนังสีดำที่มีไว้รับรองแขกสำคัญ โบกมือทักทายเขา ดูไม่เจียมเนื้อเจียมตัว และทำตัวเหมือนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองโดนพักงานอยู่

           

 

 


มาทำอะไรที่นี่ โทษพักงานของเธอยังเหลืออยู่ไม่ใช่เหรอ


            อิคุตะ โทยามะขมวดคิ้วถาม มองผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาที่ถือวิสาสะเข้ามารอเข้าในห้องทำงานโดยไม่ขออนุญาต แถมยังทำตัวผ่อนคลายสุดๆ ด้วยการชงชาให้ตัวเองด้วย


ยังเหลืออยู่ค่ะ แต่คิดถึงสารวัตร ก็เลยแวะมาหา


            โยชิโกะยิ้มแป้น ส่งสายตาเป็นประกายเปี่ยมความรักไปให้คนฟัง แปลกใจพอสมควรที่เขาไม่หัวเสีย แถมยังแค่นยิ้มส่งกลับมาให้


โยริคาวะ


คะ?”


อยากโดนไล่ออกเหรอ


            คำขู่นั้นทำคนที่นั่งเอนหลังพิงโซฟาอยู่ลุกขึ้นพรวด ยกมือเกาท้ายทอยเบาๆ แล้วกระแอมคอปรับท่าทางให้ดูขึงขังอัตโนมัติ


ฉันมีข้อมูลสำคัญมาให้สารวัตรค่ะ


            เธอปรับตัวเองเข้าสู่โหมดเป็นการเป็นงาน หันไปหยิบแฟ้มเอกสารเกี่ยวกับคดีบุกรุกพิพิธภัณฑ์ที่เอาติดตัวมาด้วยไปส่งมอบให้อีกฝ่าย


นี่มันเธอไปเอามาได้ยังไง


            สารวัตรอิคุตะหรี่ตา จำได้ว่าเขาไม่เคยมอบหมายให้หล่อนรับผิดชอบคดีนี้ อันที่จริงโยริคาวะ โยชิโกะไม่ควรจะรู้ถึงการมีอยู่ของคดีนี้ด้วยซ้ำ เพราะเป็นเรื่องภายในและเธอก็โดนพักงานอยู่


มีคนคาบข่าวมาบอกฉันน่ะค่ะ


            หญิงสาวตอบแบบขอไปที แต่มีหรือคนสูงวัยกว่าจะไม่รู้


โคจิมะใช่มั้ย? ฉันจะได้ไล่ออกพร้อมเธอ


            คนฟังทำตาโต รีบส่ายหน้าคัดค้าน แสดงความรักต่อรุ่นน้องโดยไม่เสียเวลาคิด        


ไล่ออกทั้งคู่ไม่ได้นะคะ เรื่องนี้ซายากะผิดคนเดียว ฉันไม่เกี่ยวเลยค่ะ


            โยชิโกะยืนยันหนักแน่น ส่วนสารวัตรก็กลอกตาเบาๆ เหนื่อยหน่ายในพฤติกรรมของลูกน้องไม่ว่าจะคนที่ยืนอยู่ตรงนี้หรือคนที่ประจำอยู่ในห้องเอกสาร เขาถอนหายใจปลดปลง ถือแฟ้มในมือแล้วก้าวเท้าไปยังโต๊ะทำงาน ทรุดตัวลงนั่งแล้วยกมือนวดขมับ


ไปได้ยินอะไรมาล่ะ ถ้าทำฉันเสียเวลาเปล่าเธอโดนพักงานต่อแน่


            เขาส่งคำขู่ ปั้นหน้าเครียดขรึมจริงจัง กระนั้นก็รู้ดีว่าผู้หมวดสาวคนนี้ไม่เคยทำให้เขาผิดหวัง ถึงเวลาลงภาคสนามจะควบคุมได้ยากไปบ้าง แต่เรื่องสืบสวนก็เก่งไม่แพ้ใครหน้าไหน


            ทางด้านโยชิโกะเมื่อได้ยินสัญญาณอนุญาตก็ใจชื้นขึ้น เริ่มมีแรงกลับมายิ้มร่าแล้วอธิบายข้อมูลที่เธอมีอยู่


ในแฟ้มระบุว่าไม่มีสมบัติชิ้นไหนหายไปจากพิพิธภัณฑ์เลยใช่มั้ยคะ


อืม


ผิดแล้วละค่ะ ความจริงคือสมบัติทุกชิ้นหายไปแล้ว ที่เหลืออยู่คือของปลอมต่างหาก


ว่าไงนะ?


            สารวัตรอิคุตะขมวดคิ้ว รีบเปิดแฟ้มที่อยู่ในมือขึ้นมาดูรูปถ่ายในที่เกิดเหตุทันที กระนั้นก็ไม่มีความรู้พอจะบอกได้ว่าสิ่งที่หญิงสาวพูดเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ


เธอไปเอาข้อมูลนี้มาจากไหน รู้ได้ยังไงว่าของพวกนี้เป็นของปลอม


            เขาถามเสียงเครียด ตอนเข้าตรวจพื้นที่ก็ได้รับการยืนยันจากผู้จัดการพิพิธภัณฑ์เองว่าของทุกอย่างอยู่ครบ เลยไม่ทันเฉลียวใจว่าอาจมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น


จากผู้ช่วยฉันเองค่ะ เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้โดยเฉพาะเลย


            ตำรวจสาวยืดอกขึ้น ถึงจะเป็นข้อมูลที่ได้มาแบบฟลุ๊คๆ ไม่ได้ใช้ความสามารถของตัวเองเท่าไหร่ เธอก็อยากจะได้เครดิตเผื่อคนตรงหน้าจะเห็นความดีความชอบในตัวเธอบ้าง


            แต่ดูเหมือนสารวัตรจะไม่เห็นด้วยเท่าไหร่


ไร้สาระ สมบัติตั้งมากมายจะเอาของปลอมมาเปลี่ยนโดยไม่มีใครรู้ได้ยังไง อีกอย่างผู้จัดการพิพิธภัณฑ์ก็เป็นคนยืนยันเรื่องนี้ด้วยตัวเอง เธอคิดว่าคนที่ทำงานในนั้นทุกวันจะบอกไม่ได้เลยเหรอว่าสมบัติที่ดูแลอยู่ถูกสลับ


            ได้ยินดังนั้นโยชิโกะก็ถอนหายใจ เรื่องนี้คงต้องพูดกันยาว เธอเลยเดินไปยืนที่หน้าโต๊ะของผู้บังคับบัญชา ปั้นหน้าขึงขังแล้วตอบเสียงเรียบ


คำตอบของคำถามก็อยู่ในคำถามแล้วไงคะ


            แรกเริ่มสารวัตรอิคุตะไม่เข้าใจ เขาหรี่ตา กระทั่งเมื่อย้อนกลับไปทบทวนคำถามของตัวเอง จึงรู้ว่าสิ่งที่หญิงสาวต้องการจะสื่อคืออะไร


ผู้จัดการ?


            ตำรวจสาวพยักหน้ารับ


เป็นไปไม่ได้เลยที่จะสับเปลี่ยนสมบัติพวกนั้นโดยไม่มีคนในคอยช่วย ดังนั้นคนที่น่าสงสัยที่สุดก็คือคนที่ยืนยันหนักแน่นว่าสมบัติทุกชิ้นยังอยู่ในพิพิธภัณฑ์


            เธอยิ้มมุมปาก ลอกเลียนแบบท่าทางของนักสืบในหนังเวลาเพิ่งไขคดีสำคัญๆ ได้ ตั้งท่าจะจิ้มนิ้วลงไปที่ภาพของผู้จัดการพิพิธภัณฑ์บนแฟ้มแล้วเชิดหน้าขึ้น แต่ก็ถูกสกัดดาวรุ่งเมื่อคนอายุมากกว่าตีมือเบาๆ


อย่าให้มันเยอะ


ขอโทษค่ะ


            โยชิโกะงอมือหดคอทันใดเพื่อความปลอดภัยของหน้าที่การงาน


            สารวัตรอิคุตะส่ายหน้าเอือมระอา หยิบแฟ้มคดีไปพิจารณาอีกรอบแล้วเงยหน้ายิงคำถามต่อ


ถ้าพวกผู้จัดการพิพิธภัณฑ์มีเอี่ยวจริง ตอนเกิดการบุกรุกครั้งแรกก็ไม่น่าจะปล่อยให้มีภาพติดมาในกล้องวงจรปิดสิ


            เขาขมวดคิ้ว มีความไม่สมเหตุสมผลบางอย่างในเรื่องนี้


ก็จริงอยู่ค่ะ ถ้าแอบบอกตำแหน่งของกล้องก็คงจะลักลอบทำกันเงียบๆ โดยไม่มีใครรู้ได้แล้วนอกเสียจากว่าอยากจะให้คนอื่นรู้


หมายความว่าไงคนฟังนิ่วหน้า


แปลว่าโดนสับขาหลอกยังไงล่ะคะ


            โยชิโกะสูดลมหายใจเข้า เรียบเรียงทฤษฎีในหัวแล้วบอกเล่ามันออกมา


ภาพในกล้องวงจรปิดจากพิพิธภัณฑ์แรกที่โดนบุกรุกทำให้พวกเราเข้าใจเรื่องเวลาลงมือรวมถึงวิธีการคลาดเคลื่อนไป จากภาพพวกนั้นดูเหมือนคนร้ายจะก่อเหตุในช่วงกลางดึก ทำร้ายยามรักษาการณ์แล้วแอบงัดประตู แต่หลังจากนั้นก็กลับออกมามือเปล่า ทำให้ดูเหมือนไม่ได้ขโมยอะไรออกไป ทั้งที่ความจริงของในนั้นถูกสับเปลี่ยนหมดแล้วในช่วงเวลาอื่น


ช่วงเวลาอื่น?


            หญิงสาวพยักหน้ารับ


ฉันยังไม่ได้ไปดูที่เกิดเหตุ เลยฟันธงไม่ได้ว่าของถูกสับเปลี่ยนตอนไหน หรือใช้วิธีอะไร แล้วก็ยังมีอีกหลายๆ จุดที่น่าสงสัย ตอนนี้ในหัวมีสมมติฐานมากมายเลยแหละค่ะ


            คนพูดแสร้งถอนหายใจ ยกมือนวดขมับ ขณะเดียวกันก็เหลือบมองคู่สนทนาผ่านช่องว่างของนิ้ว เงียบรอจนกระทั่งฝ่ายนั้นทนไม่ไหว


สมมติฐานที่ว่านี่เช่นอะไรบ้าง


          คำถามนั้นทำให้ตำรวจสาวลอบยิ้ม แต่ต้องแกล้งทำเป็นตีหน้านิ่งเพื่อไม่ให้เสียงาน


สารวัตรอยากรู้ใช่มั้ยคะ เรื่องนั้นน่ะ…”


            เว้นวรรคไปหนึ่งอึดใจแล้วจบประโยค


ไม่บอกค่ะ


            ปฏิกิริยาตอบรับเป็นดังคาด เพราะผู้บังคับบัญชาทำหน้าถมึงทึงขึ้นมาทันใด


จะทำอะไรกันแน่ คิดดีแล้วเหรอที่มากวนประสาทฉันถึงที่นี่


            เขาทำเสียงกร้าว ทว่าคนฟังไม่สะทกสะท้าน และยังคงตั้งหน้าตั้งตาต่อปากต่อคำ


อยากรู้ก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนกันหน่อยสิคะ


เพ้อเจ้ออะไร เธอรู้ใช่มั้ยว่าฉันมีสิทธิ์ออกคำสั่งเธอ


ไม่รู้สิคะ โยริคาวะ โยชิโกะโดนพักงานอยู่นี่


ว่าไงนะ?


อีก 2 วันฉันจะมาบอกนะคะ ต้องรอให้โทษพักงานหมดก่อน ถึงตอนนั้นสารวัตรค่อยออกคำสั่งก็แล้วกัน


            อิคุตะ โทยามะรู้สึกได้ว่ากล้ามเนื้อบนหน้ากระตุกอย่างหนัก


“…จะเอาอะไร


            เขากัดฟัน เค้นคำถามออกมาอย่างยากลำบาก รู้เลยว่าแม่คนนี้กำลังหาทางเอาคืนที่เขาสั่งพักงานเธอ ไม่งั้นคงไม่ยืนทำหน้าระรื่นแบบนี้แน่นอน


ก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ…”


            โยชิโกะเอ่ยเกริ่น ยิ้มกว้างแล้วพูดต่อ


ให้ฉันรับผิดชอบคดีนี้นะคะ


            คนฟังขมวดคิ้ว เป็นข้อเสนอที่เรียบง่ายกว่าที่คิดไว้เยอะ นึกว่าจะขอขึ้นเงินเดือน ขอโต๊ะทำงานใหม่ หรือขออะไรแปลกๆ ชวนปวดหัวเสียอีก


แค่นี้เหรอ?


            ถามย้ำเพื่อความมั่นใจ ไม่อยากโดนรุ่นน้องถอนหงอกตอนแก่ ถึงจะดูเหมือนไม่กินเส้นกัน แต่เธอก็คงรู้ว่าเขาค่อนข้างคาดหวังในตัวเธอมากกว่าคนอื่นๆ ถึงได้กล้าใช้ความได้เปรียบนั้นมาพูดจาต่อกรในแบบที่หลายคนไม่กล้าทำ


แค่นี้แหละค่ะ เรื่องอื่นไว้ค่อยว่ากันต่อหลังจบงาน


            โยชิโกะไหวไหล่ ตอนนี้ความตื่นเต้นของเธอไปกองรวมกันอยู่ที่ภารกิจนี้จนการกวนประสาทสารวัตรกลายเป็นเรื่องรองไปแล้ว ถึงจะไม่ชอบงานละเอียดอย่างการศึกษางานในพิพิธภัณฑ์ แต่การเล่นบทตำรวจจับโจรที่พัวพันถึงสมบัติมูลค่ามหาศาลก็กระตุ้นสัญชาติญาณตำรวจได้ดีทีเดียว


ดูมั่นใจเหลือเกินนะว่าจะปิดคดีได้


            คำปรามาสนั้นเรียกคิ้วเรียวให้เลิกขึ้นเล็กน้อย ก่อนตำรวจสาวจะตอบกลับด้วยการกอดอกวางมาด


แน่นอนค่ะ ก็บอกแล้วว่ามีผู้ช่วย


เธอยิ้มมุมปาก ในใจคิดไปถึงชายหนุ่มที่รออยู่ที่บ้าน ถึงจะรับมือยากและอันตรายจนอาจทำให้เกิดอาการหัวใจวายไปบ้าง แต่ก็นับว่าเขามีประโยชน์ต่อหน้าที่การงานของเธอทีเดียว


            สารวัตรอิคุตะถอนหายใจ ลอบมองสีหน้ามุ่งมั่นของคนอายุน้อยกว่าที่พาลให้นึกถึงตัวเขาสมัยจบจากโรงเรียนตำรวจใหม่ๆ ส่ายหน้าเบาๆ แล้วหันไปอ่านแฟ้มคดีต่ออีกรอบ

 

 

            


           โกเบแทบจะเรียกได้ว่าเป็นบ้านหลังที่สองของตระกูลอิจิโจ


            ถึงจะแตกรากมาจากอิวาคุระที่ตั้งรกรากในเกียวโต ทว่าสิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยสำหรับธุรกิจนำเข้าและส่งออกก็คือพันธมิตรทางด้านการคมนาคมและโลจิสติกส์ นั่นเป็นสาเหตุให้เมืองท่าเรือที่สำคัญของเขตคันไซอย่างโกเบกลายเป็นที่ตั้งมั่นของคนในตระกูลอิจิโจมาหลายต่อหลายยุค


            อิจิโจ ซาโตชิเองก็แทบจะเรียกได้ว่าเกิดและเติบโตมาในโกเบ


            เขาถือครองอสังหาริมทรัพย์หลายอย่างในเมืองนี้ ไม่ว่าจะเป็นแมนชั่นราคาแพงย่านซันโนะมิยะ ไปจนถึงอพาร์ทเม้นต์ระดับกลางที่เอาไปดำเนินธุรกิจปล่อยเช่าเป็นงานอดิเรก ยังไม่นับบ้านไม้แบบโบราณในย่านอิโซเบะโดริที่ได้รับตกทอดเป็นมรดกจากผู้เป็นย่า ดังนั้นท่ามกลางอุปนิสัยชอบเที่ยวไปเรื่อยไม่อยู่เป็นหลักเป็นแหล่งของเขา โกเบก็น่าจะเป็นที่ๆ ใกล้เคียงกับคำว่า ลงหลักปักฐานที่สุดแล้ว


            กระนั้นช่วงนี้การใช้ชีวิตของเขามักจะวนเวียนอยู่แถวๆ โอซากะและเกียวโต สืบเนื่องมาจากความวุ่นวายของตระกูลใหญ่ที่ต้องพึ่งพาความสามารถของเขา และวันนี้ที่ชายหนุ่มแวะกลับมาโกเบก็ไม่ใช่เพื่อกลับบ้าน แต่มาเพื่อทำภารกิจบางอย่างที่ได้รับมอบหมายมาเมื่อไม่นานมานี้


            แต่ไม่ว่าจะทำงานอะไร เขาก็ไม่อาจละทิ้งรสนิยมของตัวเองไปได้แม้แต่วินาทีเดียว


            ดังนั้นตามตรอกซอกซอยแคบๆ ตามร้านอาหารท้องถิ่นราคาถูก ตามสถานที่อโคจร หรือแม้แต่ห้องประชุมจืดๆ ที่เต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ธรรมดาจะไม่มีวันเป็นตัวเลือกในการนัดพบแขกของเขาเด็ดขาด มันจะต้องเป็นบาร์แจ๊ซสุดหรู ร้านอาหารญี่ปุ่นระดับ 5 ดาว หรือไม่ก็สถานที่ที่มีทิวทัศน์หรือการตกแต่งแบบมีสไตล์      


            เช่นเดียวกับวันนี้ที่เขาเลือก โทเทนคาคุฮอนเต็น เป็นจุดนัดพบ


            โทเทนคาคุฮอนเต็นเป็นภัตตาคารอาหารจีนที่ตั้งอยู่ในย่านยามาโมโตะโดริ ห่างจากศาลเจ้าอิคุตะไปไม่ไกล ตัวตึกสร้างโดยอิงสถาปัตยกรรมแบบจีนผสมยุโรป คล้ายภัตตาคารในเซี่ยงไฮ้ที่แขกจะต้องแต่งกายสุภาพสมฐานะ ด้านในร้านปูด้วยพรมแดง ตั้งแต่หน้าร้านตลอดจนบันไดไม้ขัดเงาที่นำขึ้นไปยังห้องส่วนตัวบนชั้นสองล้วนประดับประดาด้วยเครื่องเรือนที่บ่งบอกถึงรสนิยมอันหรูหรา เขาจึงชื่นชอบที่นี่มาก มากจนถึงขั้นเคยอยากเสนอซื้อ แต่คิดไปคิดมาก็เปลี่ยนใจ เขาคิดว่าตัวเองน่าจะชอบเป็นลูกค้ากิตติมศักดิ์มากกว่าเป็นผู้บริหาร


สวัสดีค่ะ ของที่สั่งไว้เตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้ว และแขกของอิจิโจซังก็มาแล้วค่ะ


            หนิงเอ๋อ หรือชื่อญี่ปุ่นคือมาเอดะ นัตสึกะกล่าวต้อนรับเขา เธอยิ้มแย้ม ชายตา และพยายามโชว์สัดส่วนได้รูปของตัวเองผ่านชุดกี่เพ้าที่เป็นยูนิฟอร์มของร้านได้อย่างงดงาม เป็นผู้หญิงประเภทที่รู้จักวิธีบริหารเสน่ห์ตัวเองอย่างไม่ต้องสงสัย


            ซาโตชิยอมรับว่าเขาเองก็เคยคิดจะควงเธออยู่หลายรอบ เขาชอบคนเอาอกเอาใจ แต่ไม่ยุ่มย่ามน่ารำคาญ ซึ่งหนิงเอ๋อหรือนัตสึกะก็ดูจะตอบโจทย์ไม่น้อย แต่โกเบไม่ใช่เมืองที่กว้างขวางนัก และเขาเองก็ติดใจรสมือของกุ๊กร้านนี้เกินกว่าจะยอมทำแบบนั้น เกิดเลิกกันขึ้นมาคงกระอักกระอ่วนน่าดู สุดท้ายก็เลยล้มเลิกความคิดนั้นแล้ววางตัวเองเป็นแค่ลูกค้าปกติ


            กระนั้นก็ยังอดมองสะโพกกลมกลึงได้รูปของเธอตอนเดินนำเขาไปยังห้องรับรองไม่ได้ บางทีอาจจะต้องลองเกลี้ยกล่อมให้เธอย้ายไปทำงานที่อื่นดู ถ้าเป็นแบบนั้นต่อให้เลิกเกี่ยวข้องกันเขาก็ยังมาอุดหนุนร้านนี้ได้ ฟังดูเป็นไอเดียที่ดีทีเดียว


ฉันไม่ย้ายที่ทำงานหรอกนะคะ ร้านนี้จ่ายดีจะตาย แล้วชุดก็สวยสุดๆ


            จู่ๆ เธอก็หมุนตัวมาบอกด้วยท่วงท่างดงามแล้วขยิบตาให้เขา พูดจาเหมือนรู้อกรู้ใจกันดีประสาคนชอบหว่านเสน่ห์เหมือนกัน คนฟังเลยได้แต่แค่นยิ้มมุมปาก แสร้งทำท่าถอนหายใจด้วยความเสียดาย


แย่จัง โดนนัตสึกะจังดักทางอีกแล้ว


หนิงเอ๋อค่ะ อยู่ในร้านนี้ฉันมีชื่อนะคะ


            เธอแก้ไข ผุดรอยยิ้มเยาะแล้วออกเดินอีกรอบ กระทั่งในที่สุดก็พาแขกผู้ทรงเกียรติมาถึงห้องรับรองที่ตระเตรียมไว้


เชิญค่ะ อิจิโจซัง


            หญิงสาวผายมือ จงใจเรียกนามสกุลของเขาเพื่อแสดงความห่างเหิน


ขอบคุณครับ มาเอดะซัง


            ซาโตชิตอกกลับด้วยการเรียกนามสกุลของเธอเช่นกัน กระนั้นก่อนจะเดินสวนไป เขาก็อดไม่ได้ที่จะโน้มตัวไปกระซิบข้างหูของหญิงสาว


แต่ถ้าไม่อยากโดนเกลี้ยกล่อมให้ย้ายที่ทำงาน คุณหนิงเอ๋อก็พลาดแล้วที่เลือกชุดนี้มาใส่


            เขาขยิบตา ทำหน้าเหมือนผู้ชนะ ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อเธอแตะนิ้วเบาๆ ลงบนปลายจมูกของเขา


ใครว่าพลาดล่ะคะ ฉันเลือกชุดนี้มาใส่เพราะรู้ว่าคุณจะมาต่างหาก


            นัตสึกะกระซิบตอบ เลื่อนนิ้วจากปลายจมูกของชายหนุ่มลงมาแตะริมฝีปาก ก่อนจะผละออกไปด้วยการหมุนตัวเบาๆ อย่างผู้ชนะที่แท้จริง


            ซาโตชิมองตาม ส่ายหน้าพร้อมหัวเราะเบาๆ ตัดสินใจจัดแจงเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อยแล้วเดินเข้าห้องอาหารไป


            จริงอย่างที่หญิงสาวบอก แขกของเขามาถึงก่อนแล้ว


            ที่นั่งรออยู่ตรงโต๊ะจีนวงกลมคือชายหนุ่มคนหนึ่ง ไม่ทราบอายุแต่กะๆ เอาได้ว่าน่าจะประมาณ 30-35 ปี เป็นคนที่เขาไม่ทราบชื่อ ไม่ทราบที่มา มีเพียงเบอร์โทรศัพท์มือถือสำหรับติดต่อที่ใช้ได้เฉพาะช่วงเวลา 11.11-12.12 . ของวันที่หารด้วย 13 ลงตัว ซึ่งก็ได้แก่วันที่ 13 และ 26 ของทุกเดือนเท่านั้น และการพบกันในแต่ละครั้งนับตั้งแต่เจอหน้าจะต้องไม่เกิน 14 นาที


            เป็นกฎที่ซับซ้อนจุกจิกมาก ชนิดที่ทายาทหนุ่มบ้านอิจิโจฟังครั้งแรกยังต้องนิ่วหน้า


กระนั้นแม้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาจะซับซ้อน และแม้ซาโตชิจะไม่รู้จักเขา แต่คนๆ นี้ก็เป็นสายข่าวให้กับครอบครัวเขามานาน ก็ไม่รู้ว่าทำไมตระกูลอิจิโจของเขาถึงเชื่อมั่นในคนที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าแบบนี้ แต่สมมติฐานของเขาคืออาจเป็นระบบตระกูลอุปถัมภ์ เหมือนนินจาที่รับใช้โชกุน บรรพบุรุษของหมอนี่อาจเกี่ยวข้องหรือมีพันธะสัญญากับตระกูลเขาหรืออิวาคุระมาก่อนก็เป็นได้


ซึ่งโดยส่วนมากแล้วอิจิโจมักจะใช้สายข่าวในการสืบหาว่าคู่แข่งทางการค้ามีแผนจะทำอะไร ก็ไม่รู้ว่าทำได้อย่างไร แต่ด้วยความสามารถอันแปลกประหลาดของบุคคลลึกลับผู้นี้ ต่อให้คู่แข่งพยายามปิดเป็นความลับแค่ไหน มันก็มักจะเล็ดรอดมาถึงเขาได้เสมอ


กระนั้นวันนี้จุดประสงค์ในการเรียกพบค่อนข้างแตกต่างออกไป


ทานอะไรมาหรือยังครับ อาหารร้านนี้อร่อยมากเลยนะ


            ชายหนุ่มเริ่มต้นด้วยการยิ้มแย้มทักทาย ผายมือไปยังอาหารเลิศรสบนโต๊ะที่มีราคาแพงเท่าเงินเดือนของพนักงานในบริษัทเอกชน ทว่าคู่สนทนาของเขาไม่มีอารมณ์ร่วมแม้แต่น้อย


เหลืออีก 12 นาที


            เขากล่าวราบเรียบ ใช้นิ้วเคาะนาฬิกาบนข้อมือด้วยสีหน้าซังกะตาย เห็นดังนั้นซาโตชิจึงทำท่ายกมือขึ้นคล้ายยอมแพ้ จากนั้นก็เริ่มตรงเข้าประเด็นทันที


มีของที่อยากให้สืบหาเจ้าของน่ะครับ


            ชายหนุ่มล้วงมือหยิบถุงพลาสติกบรรจุมีดที่ห่อพันด้วยผ้ากำมะหยี่สีดำอีกชั้นออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท มองสายลับของเขารับมันไปเปิดดูเงียบๆ ทันใดนั้นก็ได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน


            บนใบหน้าราบเรียบปราศจากความรู้สึกนั้นปรากฏความเคร่งเครียด


“…เป็นเรื่องส่วนตัว หรือเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอิจิโจ


            บุคคลปริศนาผุดคำถามด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก เป็นครั้งแรกที่ซาโตชิเห็นเขาทำท่าเหมือนไม่อยากรับงานแบบนี้


ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทั้งอิจิโจ ฟุชิมิและอิวาคุระ


            ชายหนุ่มเลือกตอบสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสถานการณ์ที่สุด ได้ยินดังนั้นสายลับของเขาจึงทำท่าครุ่นคิด ในที่สุดก็พยักหน้ารับเบาๆ


ต้องการแค่ชื่อใช่มั้ย


ต้องการทุกอย่างครับ ทั้งชื่อ อาชีพ ประวัติ…”


ไม่ ให้ได้แค่ชื่อเท่านั้น


            คู่สนทนาแทรกขึ้น ท่ามกลางความสับสนมึนงงของทายาทบ้านอิจิโจ จู่ๆ อีกฝ่ายก็หยิบกระดาษกับปากกาขึ้นมา ตวัดมือเขียนบางอย่างสั้นๆ ลงไปแล้วยื่นส่งให้


งานนี้คงช่วยได้แค่เท่านี้ และถ้ามีอะไรที่เกี่ยวข้องกับมีดเล่มนี้อีก กรุณาอย่าติดต่อผม


            พลันเขาก็ลุกขึ้นยืน ก้มหน้าก้มตาเดินออกจากห้องไปด้วยความเร่งรีบ ทิ้งให้ซาโตชินั่งขมวดคิ้วนิ่วหน้า ไม่เข้าใจเรื่องราวตรงหน้าสักนิด กระทั่งเมื่อเหลือเขาเพียงลำพังในห้อง ชายหนุ่มจึงเอื้อมมือไปหยิบกระดาษแผ่นเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะ คลี่มันออกเพื่อดูข้อความที่อยู่บนนั้น


            ทันใดนั้นดวงตาก็เบิกกว้างขึ้น เป็นชื่อที่เขารู้จัก และเป็นชื่อที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน


            นี่มัน

เป็นไปไม่ได้หมายความว่าไงกันแน่!?

 

 


[1] โยมิอุริชิมบุน (読売新聞) หนังสือพิมพ์รายวัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #122 wheew-hewww (@wheew-hewww) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 23:20
    โอ๊ยค้างงงงง
    #122
    0
  2. #120 xiangyan (@xiangyan) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 20:43
    อะไรล่ะ ชื่อว่าอะไรคะเนี่ย โห ไรท์คะ มันค้างคามากนะคะ
    #120
    0
  3. #119 Xiujing (@xiu-jing) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 20:14
    โอ๊ย ค้างคา
    #119
    0
  4. #118 Sachitae (@Sachitae) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 13:22
    เป็น 12 นาที ที่คุ้มค่ามาก55555
    #118
    0
  5. #117 แว่นพลาสติก (@pimpabb) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 10:02
    ใครรรรรร คุณสายลับโผล่มาก้โหดเลยนะเนี่ยยย
    #117
    0
  6. #116 vongolaice (@--i-c-e--) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 09:16
    โอ้ยยยยยใครรรรรรรร
    #116
    0
  7. #114 cinqième (@odysseus) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 08:05
    อยากอ่านต่อแล้ววง
    #114
    0