Tatsuyoshi No Takaramono (竜芳の宝物)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 51,462 Views

  • 805 Comments

  • 1,666 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    351

    Overall
    51,462

ตอนที่ 7 : บทที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2088
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    31 พ.ค. 60


บทที่ 6


            มีไม่กี่คนที่รู้ว่าในย่านฮิกาชิชินไซบาชิมีบาร์แจ๊ซชั้นดีซ่อนอยู่


            อิจิโจ ซาโตชิ เป็นหนึ่งในนั้น


            หนุ่มเจ้าสำราญว่าที่ผู้นำตระกูลอิจิโจผู้พัฒนารสนิยมของตัวเองอยู่เสมอ เขามีความเชี่ยวชาญอันน่าประหลาดในการตามหาร้านอาหาร ร้านเหล้า และรู้ดีกว่าใครในเรื่องแฟชั่น เก่งกาจเสียจนคุณนายใหญ่แห่งตระกูลฟุชิมิเปรยหลายครั้งว่าอยากให้เขาขึ้นเป็นผู้นำตระกูลควบทั้งอิจิโจและฟุชิมิ แทนที่ลูกสาวไม่เอาไหนที่มักจะหนีออกจากบ้านปีละครั้งโดยไม่ทราบสาเหตุ


            ทว่าชายหนุ่มมักจะปฏิเสธทางอ้อมทุกครั้งไป เขาบอกว่ารสนิยมของตัวเองเป็นของที่ต้องปรับเปลี่ยนตามกาลเวลา วันนี้ชอบอย่างหนึ่ง พรุ่งนี้อาจไม่ชอบ ดังนั้นจะให้มารับผิดชอบกิจการร้านอาหารที่ต้องควบคุมความสม่ำเสมออยู่ตลอดเห็นทีจะต้องขอลา


            สถานที่นัดหมายในวันนี้เองก็เป็นผลงานจากการเลือกของซาโตชิ บาร์แจ๊ซสุดหรูที่ต้อนรับเฉพาะลูกค้าที่แต่งกายสุภาพและพกพาเงินมาใช้จ่ายเต็มกระเป๋า บังเอิญว่าเขามีธุระกับซัพพลายเออร์ในโอซากะพอดี จึงนัดหมายญาติผู้สนิทสนมอย่างทัตซึยะซึ่งอยู่ในโอซากะเหมือนกันออกมาเจอ


ทำไมต้องนัดมาเจอที่นี่ด้วย


            ทัตซึยะขมวดคิ้ว ถอดเสื้อสูทตัวนอกออกแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ติดกับบาร์ เสียงดนตรีเล่นสดที่บรรเลงจากเวทียกระดับแทบจะกลบเสียงพูดจนมิด


เพราะที่นี่มีวงแจ๊ซที่เก่งที่สุดในโอซากะน่ะสิ


ซาโตชิที่นั่งจิบเบอร์เบิ้นวิสกี้รออยู่ก่อนแล้วขยิบตา ก่อนจะหันไปปรบมือให้วงดนตรีที่เพิ่งเล่นเพลง ‘The way you look tonight’ เวอร์ชั่นแฟรงก์ ซินาตร้าจบ


เสียงดังแบบนี้จะคุยรู้เรื่องได้ยังไง


            ทัตซึยะส่ายหน้า ถ้าให้เขาเป็นคนนัดก็คงเลือกร้านอาหารที่มีห้องส่วนตัวหรืออะไรแบบนั้นมากกว่า


อย่าบ่นไปหน่อยเลยน่า เดี๋ยววงก็พักแล้ว มีเวลาเหลือเฟือ


            คนเลือกร้านยักไหล่ และเป็นจริงอย่างที่เขาว่า เพราะหลังจากนั้นนักดนตรีก็ทยอยเดินลงไปพักหลังเวทีกัน เหลือเพียงเพลงจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่เปิดคลอเบาๆ สร้างบรรยากาศเท่านั้นที่ดังอยู่

 

ดื่มอะไรดีล่ะ วันนี้ฉันเลี้ยงเอง


            ซาโตชิดีดนิ้วเรียกบาร์เทนเดอร์ชายที่ยืนเช็ดแก้วมาหา


ไม่ดีกว่า พรุ่งนี้ฉันมีงาน


น่าเบื่อ สก๊อตช์วิสกี้แล้วกัน


            แล้วเจ้าตัวก็ถือวิสาสะหันไปสั่งตามใจชอบ ทัตซึยะจึงผ่อนลมหายใจ รู้ดีว่าพูดไปคนเอาแต่ใจก็คงไม่ฟังอยู่ดี เขาปลดกระดุมคอเม็ดบนสุดออกแล้วคลายเนกไทให้หายใจสะดวก เหลือบมองการตกแต่งอันหรูหราของร้านและขวดเหล้าที่เรียงรายอยู่บนชั้น สมแล้วที่เป็นร้านจากตัวเลือกของซาโตชิ เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่อยู่บนชั้นนั้นมีแต่เครื่องดื่มนำเข้าราคาแพง มีตั้งแต่เหล้าสากลนิยมไปจนถึงไวน์ราคาหลักล้านอย่างโรมาเน่กองติและชาโตเปตรุส


ครั้นเมื่อวิสกี้ที่สั่งไว้มาเสิร์ฟ ลูกชายบ้านอิจิโจก็เริ่มเปิดประเด็น


เป็นไงบ้าง วันนี้ไปเจอกับผู้เช่าบ้านมาไม่ใช่เหรอ


            ทัตซึยะพยักหน้า ยกวิสกี้ขึ้นจิบเล็กน้อย


อืม ไม่เหมือนกับที่คิดไว้เลยแหละ


เห? ไม่ใช่คุณยายแก่ๆ เหรอ


เปล่า อายุพอๆ กับพวกเรานี่แหละ


            คนฟังทำหน้ามีเลศนัย


สวยหรือเปล่า


            คำถามนั้นทำทัตซึยะนิ่งคิดไปชั่วขณะ ในที่สุดจึงตอบออกไป


ไม่ใช่แบบที่นายชอบหรอก


ไม่มีผู้หญิงแบบไหนที่ฉันไม่ชอบหรอก


            ทายาทบ้านอิวาคุระส่ายหน้าด้วยท่าทางเอือมระอา ประสานมือไว้บนโต๊ะยาวที่ล้อมบาร์ ครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ทั้งหมดที่ได้พบมาในวันนี้แล้วถอนหายใจ


ดูเหมือนเธอจะไม่รู้อะไรเลย เธอบอกว่าไม่เคยเจอหรือคุยกับคุณย่าด้วยซ้ำโยริคาวะซังน่ะ


            ชายหนุ่มยกแก้วขึ้นจิบอีกครั้ง ใช้นิ้วเคาะโต๊ะ ใจลอยไปถึงวัตถุโบราณปลอมแปลงที่ซุกซ่อนอยู่ในชั้นใต้ดินของบ้าน


ยังไม่หมดแค่นั้นนะ ฉันคิดว่าบางทีคุณย่าอาจมีเรื่องปิดบังเรามากกว่าที่คิด


            แล้วเขาก็เริ่มเล่าเรื่องในวันนี้ทั้งหมด ถ่ายทอดออกไปชนิดไม่ให้ตกหล่น ส่วนหนึ่งก็เพื่อย้ำเตือนและทบทวนความทรงจำของตัวเองไม่ให้หลงลืม รู้ตัวอีกทีวิสกี้ในมือก็พร่องไปกว่าครึ่งแก้วทั้งที่ออกปากไว้ในตอนต้นว่าไม่อยากดื่ม


อย่างนี้นี่เองน่าสนใจนะ


            ซาโตชิพึมพำ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยประกายที่อ่านไม่ออก ถึงจะอำพรางตัวเองไว้ด้วยภาพลักษณ์เสือผู้หญิง แต่เขาก็เป็นคนเจ้าแผนการและฉลาดเป็นลำดับต้นๆ ของตระกูลทีเดียว


ถ้าแบบนั้นก็พอเข้าเค้า


เข้าเค้า?


            ทัตซึยะทวนคำ ดูเหมือนลูกพี่ลูกน้องของเขาจะพบเบาะแสอะไรบางอย่าง


ใช่ ก่อนหน้านี้ฉันไปตะล่อมหลอกถามพวกเจ้าหน้าที่รัฐมา เจ้าพวกนั้นก็เหมือนโยริคาวะซังเลย คือดูเหมือนจะไม่รู้อะไรสักอย่าง


แน่ใจเหรอ


อืม ฉันคิดว่าบางทีงานลับที่คุณย่าพยายามปิดบังไว้อาจจะเป็นงานที่รับมาจากเอกชน


            คนฟังคิดตาม ปริศนาที่กระจัดกระจายไปทั่วดูเหมือนจะเริ่มเห็นเค้าลางปะติดปะต่อกัน เริ่มเห็นด้วยว่าอดีตผู้นำตระกูลของเขาอาจมีการติดต่ออย่างลับๆ จากหน่วยงานหรือใครบางคนที่ไม่ใช่คนของรัฐ 


อาจเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับของลอกเลียนแบบที่ถูกซ่อนไว้สินะ


            ซาโตชิพยักหน้ารับ ถอนหายใจแล้วเสริมต่อ


แต่ก็ยังฟันธงอะไรไม่ได้หรอกนะ ถ้าเป็นอย่างที่พวกเราคิดจริง คุณย่าอาจเอาตัวไปเกี่ยวข้องกับพวกที่อันตรายมากๆ อย่างพวกนักปลอมแปลงหรือพวกลักลอบค้าของเถื่อน เพราะฉะนั้นการสืบเรื่องนี้คงต้องทำอย่างระมัดระวังมากขึ้น


            ทัตซึยะนิ่วหน้าเครียด ส่วนลึกในใจไม่อยากจะเชื่อว่าญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งที่เขาเคารพรักและรู้จักเป็นอย่างดีจะไปเกี่ยวข้องกับกลุ่มแกงค์หรือกระบวนการผิดกฎหมาย นั่นเท่ากับว่าชื่อเสียงและความดีงามที่สั่งสมมาของอิวาคุระจะถูกบ่อนทำลายโดยสิ้นเชิง


            ชายหนุ่มจมอยู่ในห้วงความคิดอยู่นาน รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ซาโตชิเอื้อมมือมาตบบ่าเบาๆ


ฉันบอกแล้วไงว่ายังฟันธงอะไรไม่ได้ อย่าเพิ่งคิดมากเลย


            เขาให้กำลังใจ ค่อนข้างเข้าใจว่าข่าวนี้คงมีผลกระทบต่อหลานรักของคุณย่าไม่น้อย จากนั้นก็หันไปส่งสัญญาณให้บาร์เทนเดอร์นำวิสกี้มาให้อีกแก้ว


ยังไงก็ตาม ฉันคิดว่าเราคงต้องจับตาดูคุณโยริคาวะ โยชิโกะไปอีกสักพัก


            ซาโตชิใช้มือคลึงแก้วเหล้าไปมา


ถึงเธอจะทำท่าทางเหมือนไม่รู้อะไร แต่ก็คงเชื่อไม่ได้ทั้งหมด มันต้องมีเหตุผลที่คุณย่ายกบ้านให้เธอแน่ๆ ดีไม่ดีเธออาจจะเป็นคนที่พวกเอกชนส่งมาสอดแนมก็ได้


            พอถึงตรงนี้ทัตซึยะก็มุ่นหัวคิ้ว จริงอยู่ที่ซาโตชิมักจะเสนออะไรที่มีเหตุผลและดูเข้าท่า ทว่าเรื่องนี้เขาไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่


ฉันคิดว่าคงไม่ใช่หรอก


แน่ใจได้เหรอ นายบอกว่าผู้หญิงคนนั้นเอาของปลอมในห้องใต้ดินมาใช้งานนี่ ถ้าไม่รู้ว่าเป็นของปลอมจะกล้าหยิบมาใช้เหรอ คนปกติเขาไม่เอาสมบัติที่คนอื่นเก็บไว้มาทำแบบนั้นหรอก


            ก็ไม่ค่อยปกติไงล่ะ ผู้หญิงที่นายพูดถึงน่ะ


            ทัตซึยะแอบเถียงในใจ กระนั้นก็ยอมรับว่าคงตัด โยริคาวะ โยชิโกะออกไปจากสมการไม่ได้ อย่างน้อยก็ไม่ได้จนกว่าจะรู้ว่าทำไมคุณย่าถึงยกบ้านหลังนั้นให้เธอ


ยังไงก็จับตาดูไปก่อนแล้วกัน ถ้าเธอเป็นคนของพวกเอกชนจริงๆ เราคงได้เบาะแสเพิ่ม แต่ถ้าไม่ใช่ก็น่าเป็นห่วง


น่าเป็นห่วง?


อืม ก็ผู้หญิงคนเดียวอยู่ในบ้านที่เต็มไปด้วยของผิดกฎหมายแบบนั้น นายไม่คิดว่าอันตรายเหรอ เกิดเจ้าของที่แท้จริงวกกลับมาตามของคืนคงแย่น่าดู

            คนฟังชะงัก พอได้ยินแบบนี้ก็ชักรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมาประสาคนใช้มรดกร่วมกัน ถึงจะยืนยันว่า ไม่สนิทแต่ถ้าเธอได้รับผลกระทบหรือประสบความลำบากด้วยเรื่องของอดีตผู้นำตระกูลเขา ในฐานะว่าที่ทายาทในอนาคตก็คิดว่าเป็นความรับผิดชอบที่เลี่ยงไม่ได้อยู่เหมือนกัน


            แต่มาคิดดูอีกที ผู้หญิงที่ขู่ว่าจะทุ่มผู้ชายด้วยมือเปล่าอาจจะไม่น่าเป็นห่วงขนาดนั้น


เอาล่ะ หมดชั่วโมงข่าวกรองแล้ว ฉันต้องขอตัวก่อนละ


            จู่ๆ ซาโตชิก็ตัดบทสนทนาเอาดื้อๆ


หืม? จะไปไหนล่ะ


            ชายหนุ่มยิงคำถาม มองญาติสนิทที่กำลังจัดปกเสื้อเชิ้ตและทรงผมอย่างพิถีพิถัน แม้ว่ามันจะเนี้ยบอยู่แล้วตั้งแต่เขาเดินเข้าร้านมาก็เถอะ


จะแวะไปคุยกับสุภาพสตรีชุดดำที่ 3 นาฬิกาน่ะ เธอมองมาทางนี้นานแล้ว เราทุกคนต่างก็มีหน้าที่นะ


            ซาโตชิขยิบตา ก่อนหันไปส่งสัญญาณเรียกบาร์เทนเดอร์อีกครั้ง


วอดก้ามาร์ตินี่กับมาการิต้า


ดื่มเยอะไปแล้วมั้ง นายขับรถมาไม่ใช่เหรอ


            ทัตซึยะทักท้วงด้วยความหวังดี แต่คนถูกถามกลับส่ายหน้าใส่ แถมยังมองเขาด้วยสายตาเอ็นดูประหนึ่งลุงแก่ๆ กำลังมองหลานชาย


ไร้เดียงสาจังทัตคุง


            หนุ่มเจ้าสำราญหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เหลือบมองไปยังสาวสวยในชุดรัดรูปสีดำคว้านคอลึกที่ลอบมองมาทางนี้เป็นระยะแล้วหันกลับมามองเขา


มาการิต้าน่ะของคุณผู้หญิงคนนั้น สุภาพบุรุษจะเดินเข้าไปทักทายสาวๆ ด้วยมือเปล่าไม่ได้หรอกนะ


            เขายิ้มพราย รับแก้วเหล้าทั้งสองมาจากบาร์เทนเดอร์แล้วชูวอดก้ามาร์ตินี่ขึ้นกลางอากาศ


ส่วนแก้วนี้ของฉัน แต่ไม่ได้มีไว้ดื่ม นอกจากรถที่ขับ เสื้อผ้ากับนาฬิกาที่สวมแล้วก็กลิ่นน้ำหอม ก็มีเหล้านี่แหละที่ช่วยบ่งบอกรสนิยมของคนๆ นั้น ดูไว้แล้วเรียนรู้ซะ


            จากนั้นทายาทบ้านอิจิโจก็หมุนตัว เดินไปหาเป้าหมายที่นั่งรออยู่แต่ทำทีเป็นไม่ได้รอ ฉวยโอกาสใช้เสียงเพลงที่ดังจนเกือบกลบเสียงพูดเป็นข้ออ้างในการโน้มตัวไปกระซิบข้างๆ หูเธอ แม้ไม่รู้ว่าพูดเรื่องอะไร แต่ตอนนี้ทั้งคู่กำลังเสแสร้งหัวเราะคิกคักใส่กัน


            ทัตซึยะกลอกตา ตัดสินใจหันกลับมาสนใจเรื่องของตัวเอง ไม่คิดจะ ดูและเรียนรู้ อะไรจากลูกชายบ้านอิจิโจทั้งสิ้น เขาพยายามไตร่ตรอง ปะติดปะต่อจิ๊กซอว์ปริศนาแต่ละชิ้นเข้าด้วยกัน กระนั้นบรรยากาศของที่นี่ก็ไม่เอื้ออำนวยแก่การใช้ความคิดสักนิด ถ้าให้เลือกอยากกลับไปอาบน้ำ นอนนิ่งๆ จ้องเพดานในแมนชั่นตัวเองยังจะดีเสียกว่า


ชายหนุ่มจึงยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ จิบวิสกี้ของตัวเองเป็นรอบสุดท้าย ล้วงมือหยิบกระเป๋าตังค์พร้อมธนบัตรจำนวนหนึ่งขึ้นมายื่นส่งให้พนักงานก่อนคว้าเสื้อสูทตัวนอกแล้วเดินออกจากร้านไป

 

 ✽ ✽ ✽  ✽ ✽ ✽ ✽  ✽ ✽ ✽ ✽  ✽ ✽ ✽ ✽  ✽ ✽ ✽ ✽  ✽ ✽ ✽ ✽  ✽ ✽ ✽ ✽  ✽ ✽ 

 

           

            เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นตอนเวลา 10.43 .


            ปลุกให้โยชิโกะที่นั่งฟุบหน้าอยู่บนโต๊ะต้องงัวเงียขึ้นมารับสาย เธอควานมือออกไปหาวัตถุเจ้าปัญหาทั้งๆ ที่ตาปิดอยู่ ที่อยู่ใกล้กันคือแล็ปท็อปที่เปิดค้างไว้ เพราะไม่มีเงินซื้อไอเทมเร่งเวลาเลยต้องนั่งเฝ้าหน้าคอมทั้งคืนเพื่อรอทำภารกิจถัดไปในเกมจีบหนุ่ม ถึงอย่างนั้นก็ดันฟุบหลับไปก่อนตอนเช้าตรู่เพราะทนแรงต้านทานของหนังตาไม่ไหว


อืมโยริคาวะค่ะ


            หญิงสาวงึมงำกรอกเสียงลงไป กึ่งหลับกึ่งตื่นจนแทบไม่แน่ใจว่ากำลังฝันอยู่หรือเป็นเรื่องจริง


อะไรกัน ป่านนี้ยังนอนอยู่อีก รุ่นพี่นี่ใช้เวลาช่วงพักงานคุ้มค่าจริงๆ เลยนะคะ


หืม? ซายากะเหรอ


            โยชิโกะผงกหัวขึ้นมา โคจิมะ ซายากะเป็นรุ่นน้องตำรวจที่สำนักงานเดียวกัน เธอประจำการอยู่ที่ห้องเก็บหลักฐาน และเป็นตำรวจหญิงเพียงไม่กี่คนในโรงพักจึงค่อนข้างสนิทกัน


วันนี้ว่างมั้ยคะ ตอนบ่ายมาเจอกันหน่อยสิ รุ่นพี่ไม่อยู่ฉันไม่มีเพื่อนคุยเลย


            ปลายสายอ้อนวอน แถมยังทำเป็นถอนหายใจเพิ่มแรงสนับสนุนให้คำพูดของตัวเอง


ไม่ต้องมาทำเป็นถาม เธอก็รู้ว่าฉันถูกพักงานอยู่ จะมีอะไรให้ทำล่ะ


            โยชิโกะทำเสียงฮึดฮัดในลำคอ เหลือบมองนาฬิกาบนผนังแล้วทิ้งตัวนอนแผ่ลงบนพื้น


แต่ช่วงนี้ไม่มีเงินหรอกนะ ถ้าเรียกไปที่แพงๆ ต้องเลี้ยงด้วยล่ะ


พูดอะไรอย่างนั้นล่ะคะ ฉันต้องเลี้ยงอยู่แล้ว กินข้าวกันทีไรรุ่นพี่เคยออกเงินซะที่ไหน


อย่าพูดให้ฉันดูแย่สิ ก็เธอชอบนัดตอนฉันถังแตกทุกที


เอาเถอะค่ะ วันนี้ฉันเลี้ยงเอง มีเรื่องสำคัญจะปรึกษาด้วย


งั้นเหรอ? จะให้ไปเจอที่ไหนล่ะ


อืมมตอนนี้ฉันออกมาทำธุระให้สารวัตรแถวนัมบะ มาเจอกันแถวนี้ได้มั้ยคะ สักบ่ายโมง เดี๋ยวฉันจะส่งชื่อร้านกับโลเคชั่นไปให้


เข้าใจแล้ว ซายากะจะเลี้ยงข้าวตอนบ่ายโมงที่นัมบะ โน้ตเรียบร้อย


            โยชิโกะพยักหน้าหงึกหงัก กดตัดสาย จากนั้นก็นอนหลับตารับพลังงานจากพื้นดินต่ออีกครู่ใหญ่ จนเมื่อเวลาผ่านไปจวนเจียนจะสิบเอ็ดโมงครึ่ง เธอก็ยันตัวลุกขึ้น อาบน้ำแต่งตัวเตรียมออกไปข้างนอกในรอบหนึ่งสัปดาห์


หญิงสาวเปิดตู้เสื้อผ้า มองหาชุดที่เหมาะสมกับการออกไปกินข้าวตอนกลางวันแสกๆ แน่นอนว่าชุดปลอมตัวยามค่ำคืนกับบรรดาชุดวอร์มสำหรับใส่นอนต้องถูกตัดทิ้งไป โชคร้ายที่นั่นเป็นถึงเสื้อผ้า 3 ใน 4 ส่วนที่มีอยู่


            กระทั่งในที่สุดหลังใช้เวลาคิดอยู่เกือบ 10 นาที เธอก็เลือกเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงขายาวสีครีมออกมา เป็นชุดที่ดูปกติธรรมดาที่สุดในบรรดาเสื้อผ้าทั้งหมด


            หลังจดกระดุมเม็ดสุดท้ายเรียบร้อย เธอก็เดินไปนั่งหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ฉาบหน้าลวกๆ ด้วยครีมบำรุงและรองพื้น เน้นปกปิดเป็นพิเศษใต้ตาที่ดำคล้ำ เผื่อบังเอิญเจอพวกเพื่อนๆ ที่ทำงานจะได้ไม่ดูอนาถาจนเกินไป ลำพังแค่โดนพักงานก็น่าอับอายพออยู่แล้ว


            ครั้นเมื่อลงแป้งบางๆ เขียนคิ้ว ทาลิปสีพีชและปัดบลัชออนสีเดียวกันเสร็จเรียบร้อย หญิงสาวก็ลุกขึ้นบิดขี้เกียจ รวบผมสีดำที่ยาวถึงกลางหลังเป็นหางม้า สำรวจสภาพตัวเองหน้ากระจกเป็นครั้งสุดท้ายแล้วคว้าเสื้อโค้ทสีน้ำตาลอ่อนเดินออกจากห้องไป

 

 ✽ ✽ ✽  ✽ ✽ ✽ ✽  ✽ ✽ ✽ ✽  ✽ ✽ ✽ ✽  ✽ ✽ ✽ ✽  ✽ ✽ ✽ ✽  ✽ ✽ ✽ ✽  ✽ ✽ 

 


            สถานที่นัดหมายที่ซายากะส่งมาคือร้านอาหารอิตาเลี่ยนแถวนัมบะวอล์ค เป็นร้านเล็กๆ ที่ตกแต่งด้วยโทนสีขาวสบายตา เฟอร์นิเจอร์ทำจากไม้โอ๊คสีอ่อน บางตัวก็เพ้นท์ด้วยสีเอิร์ธโทนที่ดูไม่ตัดกันจนเกินไป


เท่าที่สังเกตลูกค้าส่วนใหญ่เป็นหญิงสาววัยทำงาน ทุกคนแต่งกายด้วยชุดสาวออฟฟิศทันสมัย และนั่นทำให้ซายากะที่นั่งรออยู่ในชุดยูนิฟอร์มตำรวจเต็มยศดูโดดเด่นกว่าใคร


ทางนี้ค่ะรุ่นพี่


            เธอโบกมือทักทายผ่านกระจกใสหน้าร้าน เห็นดังนั้นโยชิโกะจึงพยักหน้าแล้วเร่งฝีเท้า ต้องรีบก่อนอีกฝ่ายจะทำตัวเรียกร้องความสนใจจนทุกคนหันมามอง


โอ้ แต่งหน้ามาด้วย เมื่อเช้าโต้รุ่งสินะคะ


            ซายากะเปิดฉากทักทายอย่างคนรู้จักกันดี เธอเป็นตำรวจสาวบรรจุใหม่วัย 26 ปีที่มีอุปนิสัยร่าเริงขยันขันแข็ง ผมสั้นระต้นคอถูกตัดแต่งอย่างเป็นระเบียบและย้อมด้วยสีน้ำตาลอ่อนประกายทอง


อย่าเพิ่งคุยเลย สั่งอาหารก่อน ฉันหิวจะแย่แล้ว


            โยชิโกะอวดครวญ เอามือกุมท้องแล้วส่งสัญญาณเรียกพนักงานมารับออเดอร์ หญิงสาวสั่งสปาเก็ตตี้คาโบนาร่ากับลาซานญ่าซอสเนื้อไป แม้จะเป็นร้านเปิดใหม่ ดูทันสมัยและเน้นการตกแต่งแบบโมเดิร์น ทว่าราคาอาหารไม่ได้แพงอย่างที่คิด


ส่วนของฉันขอเป็นรีซอตโต้เห็ดกับมิเนสโตรเน่แล้วก็สลัดค่ะ


            ซายากะหันไปสั่งก่อนยื่นเมนูคืนให้พนักงาน เป็นเมนูมังสวิรัตที่เหมาะสำหรับคนอยู่ในช่วงไดเอท จากนั้นจึงหันมาหาคู่สนทนาที่เป็นรุ่นพี่ของเธอ


เป็นไงบ้างคะช่วงนี้ อยู่บ้านสบายเลยสิ ฉันละอิจฉาจริงๆ


            คนพูดเบ้ปาก แต่คนฟังส่ายหน้าปฏิเสธ เท้าคางกับโต๊ะด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย


“จะว่าสบายมันก็สบายอยู่หรอก แต่ดันมีผลต่อช่วงจ่ายเงินเดือนด้วยนี่สิ ฉันจะบ้าตาย


โอ้ ลำบากน่าดูเลยสิคะ


ลำบากสิ เบียร์ก็ดื่มได้แค่วันละกระป๋อง ออกกำลังกายก็ไม่ได้เพราะกลัวหิวบ่อย ไว้ฉันกลับไปเมื่อไหร่จะเอาคืนสารวัตรให้สาสมเลย


            ซายากะยิ้มขบขัน การทะเลาะวิวาทระหว่างรุ่นพี่ของเธอกับเจ้านายก็เป็นอีกสิ่งที่ช่วยแก้เบื่อได้เป็นอย่างดี น่าเสียดายที่ช่วงนี้จะไม่เห็นไปอีกสักพัก


แล้วความรักเป็นไงบ้างคะ ไปถึงไหนแล้ว


            เธอเปลี่ยนประเด็น ทำตาเป็นประกายแล้วเท้าคางในท่าสองมือประคองหน้า รอฟังด้วยใจจดจ่อ


ก็ไม่เลวนะ พอมีเวลามากขึ้นก็จีบได้มากขึ้น ตอนนี้ฉันจบรูทแฮปปี้เอนด์ของเคนตะคุงได้แล้ว เหลือวาตารุนี่แหละที่กำลังลุ้นซีจีคิสซีนอยู่


โอ้ เยี่ยมไปเลยค่ะ ฉันเพิ่งเริ่มจีบเคนตะคุงเอง เล่นยากเหมือนกันนะคะ มีกับดักเยอะเลย


            ซายากะถอนหายใจ นอกจากจะเป็นตำรวจหญิงส่วนน้อยเหมือนกันแล้ว ทั้งคู่ยังเป็นโอตาคุเกมจีบหนุ่มเหมือนกันด้วย หรือเรียกให้ถูกก็คือซายากะเป็นศิษย์เอก เพราะเธอเพิ่งมาติดเกมพวกนี้จริงจังก็ตอนเริ่มคบหากับรุ่นพี่ของเธอเมื่อไม่นานมานี้


ไม่ยากหรอก เคนตะคุงเป็นพวกหลงตัวเอง ป้อนคำชมเข้าไปเยอะๆ เดี๋ยวก็ดีเอง


            โยชิโกะให้คำแนะนำอย่างคนอาบน้ำร้อนมาก่อนด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ


อย่างนี้นี่เอง ขอบคุณมากค่ะ


            ซายากะทำหน้าปลื้มปริ่ม หยิบสมุดบันทึกประจำตัวสำหรับลาดตระเวนขึ้นมาจดกันลืม ไม่กี่นาทีต่อมาอาหารของทั้งคู่ก็ถูกยกมาเสิร์ฟที่โต๊ะ ช่วงเวลาต่อจากนั้นจึงเป็นช่วงเคลียร์ภารกิจในจานกระเบื้อง


จริงสิ เธอมีเรื่องจะปรึกษาไม่ใช่เหรอ เรื่องอะไรล่ะ”  


            โยชิโกะเปิดประเด็นอีกครั้งหลังจัดการสปาเก็ตตี้และลาซานญ่าของตัวเองเสร็จ อิ่มจนต้องเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ด้วยสีหน้ามีความสุข


อ๋อ เรื่องรายละเอียดของคดีเก่าๆ น่ะค่ะ พอดีฉันถูกดึงตัวไปช่วยงานฝ่ายเอกสาร ช่วงนี้ที่สำนักงานวุ่นมากเลยล่ะ


หืม? มีคดีเยอะหรือไง


ไม่เชิงค่ะ จำนวนก็พอๆ กับเดือนก่อนแหละ แต่มีคดีใหญ่เข้ามา


คดีใหญ่?


ใช่ค่ะ เป็นคดีบุกรุกพิพิธภัณฑ์ ช่วงนี้โดนกันหลายที่ทั่วแถบคันไซเลย เป็นงานช้างที่ต้องประสานงานร่วมกับพวกเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ จากเกียวโต พวกรุ่นพี่ก็เลยไม่ค่อยได้อยู่ประจำในสำนักงานกัน


เห? ฟังดูน่าสนุกนี่นา ถ้าคนไม่พอก็ไม่น่าจะพักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีประสิทธิภาพอย่างฉันเลยนะ สารวัตรนี่งี่เง่าจริงๆ


            โยชิโกะเบ้ปากทำหน้าบึ้ง


เอาน่า เหลืออีกแค่อาทิตย์เดียวเองไม่ใช่เหรอคะ ช่วงนี้ก็จีบหนุ่มๆ ไปก่อนแล้วกัน


            ซายากะพยักหน้าให้กำลังใจ หยิบแก้วน้ำส่งให้รุ่นพี่ที่เคารพหมายจะประจบประแจง ลอบสังเกตท่าทางอีกฝ่ายเป็นระยะ ครั้นเมื่อเห็นเธอใจเย็นก็เริ่มตะล่อมเข้าประเด็น


จริงสิคะ รุ่นพี่รู้จักโอโตเมะเกมที่ออกใหม่สัปดาห์ที่แล้วหรือเปล่า


เจ้าสาวแวมไพร์น่ะเหรอ


ใช่ค่ะ ฉันซื้อมาแล้วนะคะ


            โยชิโกะทำตาโต ใช้มือตบโต๊ะจนสาวออฟฟิศกลุ่มข้างๆ หันมามอง แต่หญิงสาวไม่สนใจ เพราะสติย้ายไปจดจ่ออยู่กับข้อมูลที่ได้รับ


เป็นไงบ้าง ยากมั้ย ซีจีสวยรึเปล่า อาฉันคิดถึงชีวิตที่มีเงินจริงๆ เลย


            คนพูดทำหน้าเหมือนอยากร้องไห้ ยิ่งเมื่อเห็นคนฟังประสานมือกลางอากาศ ทำหน้าพริ้มแล้วบรรยายกิตติคุณของโอโตเมะเกมออกใหม่ก็ยิ่งอยากไปวางบอมบ์บ้านสารวัตร


เยี่ยม มาก ค่ะ


            ซายากะเน้นย้ำทีละพยางค์ ให้แน่ใจว่าคู่สนทนาได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ


ตอนที่พวกหนุ่มๆ ต่อสู้จนเลือดเกือบหมดตัว เขาก็จะมาขอดูดเลือดเราค่ะ


            โยชิโกะตบโต๊ะอีกรอบจนจานชามสั่นสะเทือน


แบบนี้ก็มีซีจีดีๆ เยอะเลยน่ะสิ


ใช่ค่ะ ทุกๆ วันก่อนปิดเซิร์ฟเขาจะให้ยื่นประมูลราคาด้วย ใครบิดได้สูงสุดก็จะได้โปสเตอร์ภาพซีจีคาแรกเตอร์คนโปรด อย่างฉันก็สู้จนเกือบหมดตัวเพื่อภาพของคุโรซากะซามะมาแล้ว


            ไม่ว่าเปล่า ซายากะยังหยิบโทรศัพท์มือถือมาเปิดรูปภาพที่เซฟไว้ เป็นภาพของเธอยืนถือโปสเตอร์แวมไพร์หนุ่มผมยาว แต่งกายด้วยชุดกิโมโนหรูหรา ที่มุมปากมีเลือดเปื้อนนิดๆ จนคนมองต้องกำมือข่มอารมณ์พลุ่งพล่าน


ดีงาม ดีงามอะไรแบบนี้


            โยชิโกะกัดฟัน หลุบตาลงต่ำเพราะถ้าขืนมองนานกว่านี้เธอต้องวิ่งไปธนาคารเพื่อกู้เงินมาใช้จ่ายในเกมแน่ๆ


ยอดไปเลยใช่มั้ยคะ แล้วเสียงแต่ละคนนะคะ…”


พอแล้ว เธอคิดจะฆ่าฉันหรือไง


            ตำรวจสาวทำหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้อีกครั้ง เห็นดังนั้นซายากะจึงยิ้มเจ้าเล่ห์ ทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทางตามที่เธอวางไว้


อยากเล่นใช่มั้ยคะ


ยังต้องถามอีกเหรอ


ฉันให้ยืมแอ๊คเคาท์เอามั้ยคะ ในนั้นมีไอเท็มที่ซื้อไว้เพียบเลยล่ะ


            เสียงทุบโต๊ะดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดังจนพนักงานต้องหันมาปราม


ถ้าให้ฉันยืมจริง จะให้ทำอะไรฉันก็ยอม


จริงเหรอคะ


สาบานต่อหน้าอาหารอิตาเลี่ยนที่กินหมดไปแล้วพวกนี้เลย


            ซายากะแสร้งทำเป็นคิด


ให้ทำอะไรก็ยอมจริงๆ เหรอคะ


แน่นอน


งั้นช่วยเอาเอกสารที่ฉันต้องรับผิดชอบกลับไปจัดการให้หน่อยสิคะ ไม่มีอะไรมากหรอก แค่สรุปสำนวนคดีเก่าๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นคดีของรุ่นพี่ทั้งนั้น


            คราวนี้เป็นคนฟังที่ชะงักไปบ้าง ถึงจะบอกว่าให้ทำอะไรก็ยอม แต่งานเอกสารเป็นสิ่งที่เธอเกลียดที่สุด ให้ออกไปเตะต่อยกับแกงค์อันธพาลแบบสิบรุมหนึ่งยังดีกว่าต้องมานั่งสรุปงานบนกระดาษแผ่นเดียว


            ถึงอย่างนั้นรูปในโทรศัพท์ของซายากะที่เจ้าตัวถือยั่วยวนอยู่ก็ทำให้ไม่อาจทนแรงต้านทาน จึงต้องจำใจพยักหน้ารับในที่สุด


“…เข้าใจแล้ว จะทำให้ก็ได้


            โยชิโกะตอบเสียงอ่อย ก็คิดเอาไว้อยู่แล้วว่ามันแปลกๆ ที่อยู่ดีๆ จะโดนเรียกตัวมาเลี้ยงอาหารอิตาเลี่ยน ชีวิตเธอไม่ได้เต็มไปด้วยโชคลาภขนาดนั้น


            เมื่อเหยื่อตกหลุมพราง ซายากะก็ทำหน้าพออกพอใจ ส่งสัญญาณเรียกให้พนักงานเดินมาคิดเงิน

 

 ✽ ✽ ✽  ✽ ✽ ✽ ✽  ✽ ✽ ✽ ✽  ✽ ✽ ✽ ✽  ✽ ✽ ✽ ✽  ✽ ✽ ✽ ✽  ✽ ✽ ✽ ✽  ✽ ✽ 

           

           

            ทัตซึยะไม่คิดมาก่อนว่าเจอกันครั้งที่สองของพวกเขาจะออกมาในลักษณะนี้

            

            ชายหนุ่มเพิ่งกลับจากจัดการธุระที่เขตซุมิโนเอะ เพราะขับรถออกไปตั้งแต่เช้าตรู่จึงคิดว่าจะกลับไปพักที่แมนชั่นสักหน่อย แต่ระหว่างแวะซื้อของในซุปเปอร์มาร์เก็ตก็ดันไปเห็นอะไรบางอย่างที่ชวนชะงักเข้า

            

            ในตอนแรกเขาไม่ทันสังเกตว่านั่นคือโยริคาวะ โยชิโกะ เป็นเพราะวันนี้เธอแต่งตัวเรียบร้อยเหมือนคนธรรมดาทั่วไปและแต่งหน้าบางๆ พวกเขาเพิ่งพบกันแค่ครั้งเดียว ดังนั้นถ้ามองผ่านๆ คงจำไม่ได้ กระนั้นตำรวจสาวในชุดยูนิฟอร์มเต็มยศที่อยู่ด้านข้างกลับกลายเป็นจุดดึงดูดสายตาจนเขาสังเกตเห็นเธอ

            

          โยริคาวะซังงั้นเหรอ

          ทำไมอยู่กับตำรวจล่ะ


            ทัตซึยะขมวดคิ้ว เขามองเห็นพวกเธอผ่านกระจกหน้าร้านอาหารอิตาเลี่ยน จากหน้าที่การงานแล้วคนทั้งคู่ไม่น่าจะมาอยู่ด้วยกันได้เลย แม้จะรู้ว่าเป็นการเสียมารยาท แต่เขาก็อยากจะสังเกตการณ์ต่ออีกสักนิด


            กระทั่งเมื่อสถานการณ์เริ่มไม่สู้ดี ผู้หญิงที่เขารู้จักทำหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้ตลอดเวลา บางครั้งก็ตบโต๊ะข่มอารมณ์ ทำให้เขาอดกังวลไม่ได้ว่าบางทีเธออาจกำลังประสบปัญหา


            หรือว่าโยริคาวะซังจะโดนตำรวจแบล็คเมล์?


            เป็นไปได้ทีเดียว เขาเคยได้ยินมาว่านอกจากพวกยากูซ่าที่คอยคุมย่านโทบิตะชินจิอยู่ เหล่าตำรวจเองก็เป็นศัตรูตัวฉกาจของสาวๆ ที่ทำอาชีพอย่างผู้เช่าบ้านคนปัจจุบัน


            เอาไงดีนะ จะทำเป็นไม่เห็นแล้วปล่อยไปดีมั้ย


            ทัตซึยะครุ่นคิด ไม่ใช่กิจธุระของเขาเท่าไหร่ที่จะยื่นมือเข้าไปยุ่ง เขาไม่ใช่คนประเภทชอบเอาตัวไปข้องเกี่ยวกับเรื่องของชาวบ้านโดยไม่จำเป็น ยิ่งมีตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยยิ่งเหมือนการหาเหาใส่หัวให้ตัวเอง


            ถึงอย่างนั้นก็ทำใจเดินหนีไปเฉยๆ ไม่ได้


            อย่างไรเสียก็คนรู้จักกัน แล้วเธอก็เป็นผู้รับมรดกของคุณย่าที่เขาเคารพ ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาก็ไม่วายต้องเรียกทนายประจำตระกูลมาช่วยไกล่เกลี่ยอยู่ดี


            คิดได้ดังนั้นชายหนุ่มจึงสูดลมหายใจเข้า ตัดสินใจรอให้คนทั้งคู่เดินออกจากร้าน กระทั่งเมื่อจังหวะประจวบเหมาะ เขาก็ทำใจกล้าแล้วเดินเข้าไปหา


นี่ไอดีกับพาสเวิร์ดฉันนะคะ ส่วนเอกสารเดี๋ยวฉันไปรวบรวมมาแล้วจะแวะเอาไปให้ที่บ้าน


วางแผนมาดีเลยนะเธอ


แหม ยังไงรุ่นพี่ก็ว่างอยู่แล้วนี่นา…”


สวัสดีครับ


            ทัตซึยะโพล่งขึ้นกลางบทสนทนา เพราะเพิ่งเดินมาถึงจึงไม่ทันได้ฟังว่าพวกเธอพูดเรื่องอะไรกัน การกระทำของเขาดึงความสนใจหญิงสาวทั้งสองให้หันมามองโดยพลัน


อ้าว คุณทัตซึยะ


            โยชิโกะเลิกคิ้วขึ้น แปลกใจที่เจอชายหนุ่มที่นี่พอสมควร และยิ่งแปลกใจเข้าไปอีกเมื่อเขาทำสีหน้าเคร่งเครียด มองเธอสลับกับซายากะคล้ายกำลังวิตกกังวล


มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่าครับ


            ชายหนุ่มยิงคำถาม มองกระดาษไม่น่าไว้วางใจที่ตำรวจสาวกำลังจะยื่นส่งให้คนรู้จักของเขา


หืม? ไม่ได้มีปัญหาอะไรนี่คะ


            โยชิโกะส่ายหน้า จังหวะนั้นซายากะก็ยื่นมือมาดึงแขนเสื้อเชิ้ตเธอเบาๆ


ใครคะเนี่ย รู้จักคนแบบนี้ด้วยเหรอ ไม่เห็นแนะนำให้ฉันรู้จักเลย


            ตำรวจสาวในชุดยูนิฟอร์มยิ้มกริ่ม มองชายหนุ่มปริศนาที่ดูเหมือนจะรู้จักกับรุ่นพี่ของเธอด้วยสายตาชื่นชม นึกว่าคนหน้าตาดีแบบนี้จะมีอยู่แต่ในโตเกียวซะอีก


ทำไมฉันต้องแนะนำด้วย ไปๆ กลับไปทำงาน หมดเวลาพักของเธอแล้ว


            โยชิโกะโบกไม้โบกมือไล่ ซายากะจึงเบ้หน้า แต่ก็ยอมจากไปแต่โดยดีเพราะภารกิจในวันนี้สำเร็จลุล่วงแล้ว

            ครั้นเมื่อเหลือกันอยู่ 2 คน หญิงสาวก็หันมาหาชายหนุ่มที่ยืนทำท่าสับสนอยู่


สนิทกันเหรอครับ


            เขาถามในที่สุด หลายอย่างค่อนข้างผิดไปจากที่คาดไว้ แม้จะยังไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ แต่ที่รู้แน่ๆ คือตำรวจคนนั้นดูไม่มีพิษมีภัยหรือมาเพื่อคุกคามใคร


ค่ะ รุ่นน้องที่ทำงานน่ะ


รุ่นน้องที่ทำงาน?


            เดี๋ยวนี้ตำรวจก็ทำงานแบบนั้นด้วยเหรอ?


ใช่ค่ะ ยัยนั่นเห็นฉันว่างอยู่เลยหางานมาโยนให้ทำ เป็นเด็กที่แย่จริงๆ


            หญิงสาวบ่นอุบ ทำท่าประหนึ่งตัวเองเป็นคนถูกเอารัดเอาเปรียบเต็มประดา ไม่ทันได้สังเกตเลยว่าคู่สนทนากำลังขมวดคิ้วด้วยความสับสน


เอางานมาให้ทำหรือครับ


ค่ะ พวกงานเอกสารน่ะ น่าเบื่อสุดๆ


            ทัตซึยะกะพริบตา สังหรณ์ในตัวเริ่มกระซิบบอกเขาว่าบางทีอาจมีเมฆหมอกแห่งความเข้าใจผิดขนาดมโหฬารโรยตัวปกคลุมอยู่


โยริคาวะซังทำงานอะไรครับเนี่ย


            ตัดสินใจถาม รอคอยคำตอบอย่างตั้งใจ แม้ลึกๆ จะเริ่มเดาได้จากหลักฐานแวดล้อมก็ตาม


หืม? คุณทัตซึยะก็รู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ


            โยชิโกะเอียงคอ ยกมือขึ้นเกาหางคิ้วเบาๆ แล้วเอ่ยต่อ


ฉันเป็นตำรวจไงคะ

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. #95 โอริฮิเมะ (@2451995) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2560 / 17:14
    ในที่สุดก็รู้ตัวสักที ขำพระเอก5555
    #95
    0
  2. #44 rename-re (@rissara-me) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 14:52
    555 กำลังคิดอยู่ว่าจะรู้เรื่องนี้เมื้อไร....
    #44
    0
  3. #40 TaleStory (@kavisara097) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 14:59
    #พระเอกขี้มโน
    #40
    0
  4. #39 Xiujing (@xiu-jing) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 14:22
    เพิ่งรู้นะเนี่ย ผู้ชายมาดจริงจังก็ขี้มโนเหมือนกัน ฮา
    #39
    0
  5. #38 kpmsi (@kpmsi) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 23:59
    หายเข้าใจผิดซักทีนะทัตคุง55555
    #38
    0
  6. #37 Ampchom Chomphoonut (@ampchom) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 21:25
    55555555 ดีนะคะได้รู้ก่อนจะเข้าใจผิดมโหฬารไปกว่านี้น่ะ ทัตคุง
    #37
    0
  7. #36 -JUJU- (@-Peachessss-) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 21:12
    พระเอกกว่าจะรู้ความจริง55555
    #36
    0
  8. #35 punny-choco (@punny-choco) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 20:33
    ในที่สุดพระเอกก็ได้รู้ความจริง555
    #35
    0
  9. #34 BeakTae (@BeakTae) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 20:28
    ตลกดีค่ะ 5555
    #34
    0