Tatsuyoshi No Takaramono (竜芳の宝物)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 51,440 Views

  • 805 Comments

  • 1,667 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    329

    Overall
    51,440

ตอนที่ 77 : บทที่ 58

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 666
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    7 มี.ค. 61


ว่าไงนะคะ? อวี่เหวินหยางเซิงเรียกโยริคาวะซังออกไปหางั้นเหรอ

               สึมิเระยิงคำถามเสียงสูง เธอเพิ่งได้รับข่าวล่าสุดผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ท่าทีตื่นตระหนกนั้นทำซาโตชิที่กำลังจะคีบซูชิเข้าปากชะงัก พวกเขาอยู่ในร้านอาหาร กำลังฉลองชัยชนะจากข้อมูลที่เพิ่งค้นพบ ทว่าเรื่องนี้ดูจะเป็นเรื่องใหญ่กว่า

 

ใช่ หมอนั่นสั่งให้โยริคาวะเอาสมบัติประจำตระกูลไปให้ เขาบอกว่าอิวาคุระ ทัตซึยะเจอมันแล้ว

 

               เลขาสาวนิ่วหน้าเครียด ลอบมองหน้าลูกชายบ้านอิจิโจที่ยื่นหน้ามาฟังเสียงจากโทรศัพท์ด้านข้างก่อนตอบกลับ

 

มันคืออะไรคะ อยู่ที่ไหน

 

ยังไม่รู้ โยริคาวะกำลังติดต่ออิวาคุระอยู่ แล้วเธอเจออะไรบ้างหรือเปล่า

 

               คิโยทากะถามสวน ตอนนี้การรวบรวมข้อมูลรอบด้านที่จำเป็นให้มากที่สุดกลายเป็นประเด็นสำคัญ

 

เจอค่ะ พวกเราเพิ่งตรวจบันทึกการเงินของพวกมุราโอกะแล้วก็พบเบาะแสบางอย่างที่สำคัญมาก

 

เบาะแส?”

 

ใช่ค่ะ ในอีก 3 วันจะมีบริษัทขนส่งเอกชนรายย่อยจากจีนมาเทียบท่าที่โกเบ ดูเหมือนอวี่เหวินหยางเซิงมีแผนจะขนบางอย่างเข้ามา หรือไม่ก็ขนอะไรออกไป

 

               คิโยทากะขมวดคิ้วครุ่นคิด สิ่งที่ได้ฟังสอดคล้องกับข้อมูลที่โยริคาวะ โยชิโกะได้รับมา ดูเหมือนภายใน 3 วันต่อจากนี้คนๆ นั้นมีแผนจะออกจากญี่ปุ่นจริงๆ

 

               ทำไมต้อง 3 วัน?

               ตอนนั้นจะมีอะไรงั้นเหรอ

 

             เป็นคำถามที่เขายังตอบไม่ได้ แต่ชายหนุ่มจะไม่หยุดค้นหาแน่นอน

 

อาเมมิยะ ฝากเธอตรวจสอบเรื่องนี้ให้หน่อยสิ ดูว่าช่วงนี้ธุรกิจของมุราโอกะในจีนประสบปัญหาอะไรหรือเปล่า ฉันคิดว่าคงมีไม่กี่เรื่องที่จะทำให้เขาตัดสินใจวางมือกลางคัน บางทีอาจเป็นเรื่องธุรกิจ

 

               คิโยทากะไหว้วาน จากนั้นก็รีบกดวางสายโดยไม่รอคำตอบรับแล้วโทรหาผู้ร่วมขบวนการอีกคนเพื่อแจ้งข่าวสำคัญ

 

               เช่นเดียวกับคู่สนทนา เมื่อโทรศัพท์ตัดสายไปสึมิเระก็ผ่อนลมหายใจ เธอเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ หันไปสบตากับผู้ร่วมชะตากรรมที่ดูท่าจะต้องอยู่ด้วยกันไปอีกพักใหญ่

 

ดูเหมือนข้อมูลของพวกเราจะไม่พอซะแล้ว วันนี้คุณกลับบ้านดึกได้ใช่มั้ย

 

 

 

 

 

นาเดชิโกะซัง

               โนบุกะสะกิดปลุกคนที่ม้วนตัวคลุมโปงอยู่ในผ้าห่มผืนหนา เป็นเวลาหลายชั่วโมงแล้วที่เธอไม่โผล่หน้าออกมาสูดอากาศ แน่นอนว่าคุณหนูบ้านฟุชิมิจะทำอะไรก็ไม่เกี่ยวกับเธอ ทว่าเสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังอยู่นานแล้วบังคับให้ต้องปลุกเจ้าตัวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

 

นาเดชิโกะซัง รับโทรศัพท์เถอะค่ะ

 

               เธอเรียกอีกครั้ง ถือวิสาสะเขย่าปลุกตัวอีกฝ่าย สายตาเหลือบมองไปยังหน้าจอโทรศัพท์ที่บันทึกชื่อไว้ว่าตัวอันตรายไม่รู้ว่าคนที่โทรเข้ามาคือใคร แต่ความพยายามของเขาช่างเหลือล้น เพราะโทรศัพท์เครื่องนั้นมีสายเรียกเข้าเกือบ 20 สายแล้ว

 

               ผ่านไปครู่หนึ่ง ในที่สุดคนที่หลับอยู่ก็งัวเงียขึ้นมา

 

อือว่าไง พวกซาโตชิกลับมาแล้วเหรอ

 

               นาเดชิโกะพึมพำถาม เส้นผมสีดำสนิทยุ่งเหยิงเล็กน้อย

 

เปล่าค่ะ โทรศัพท์คุณดังนานแล้ว กรุณารับเถอะค่ะ

 

               โนบุกะพูดแค่นั้น แล้วเธอก็เดินกลับไปนั่งที่เตียงของตัวเอง หยิบหนังสือที่อ่านค้างไว้ขึ้นมาอ่านต่อ ไม่มีอะไรให้ทำมากมายนักในห้องสี่เหลี่ยมแห่งนี้

 

               เมื่อได้ยินดังนั้น นาเดชิโกะก็ใช้มือนวดขมับ สางผมเล็กน้อย ก่อนคลานไปหยิบเครื่องมือสื่อสารที่หัวเตียง ใบหน้าเฉยชายามเห็นบันทึกสายที่ไม่ได้รับ ใช่ว่าเหตุการณ์นี้จะไม่เคยเกิดขึ้นเสียเมื่อไหร่ ตอนไหนที่เธอไม่กดรับสายตัวอันตรายที่ว่าก็จะโทรย้ำอยู่ตลอดเฉกเช่นครั้งนี้

 

นอนอยู่

 

               แพทย์หญิงกรอกเสียงลงไปสั้นๆ

 

ตื่นได้แล้ว พวกเราเจอปัญหาใหญ่

 

               คิโยทากะทำเสียงเครียด ส่งให้คนฟังยืดตัวขึ้นเล็กน้อย สัมผัสได้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว

 

ว่าไง?”

 

เธออยู่คนเดียวหรือเปล่า

 

เปล่า

 

งั้นก็ออกมา เรื่องนี้เกี่ยวกับอิวาคุระ ยตสึโยะ

 

               นาเดชิโกะเลิกคิ้วขึ้น เหลือบมองไปยังหญิงรับใช้ประจำบ้านอิวาคุระ ที่แม้จะทำท่าเหมือนอ่านหนังสือแต่ก็พอจะบอกได้ว่าแอบฟังบทสนทนาอยู่ทุกถ้อยคำ

 

“…เข้าใจแล้ว แป๊บนึง

 

               เธอบอกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ จากนั้นก็คว้ากุญแจห้องแล้วเดินออกไปด้านนอก ทิ้งให้คนที่เหลืออยู่ในห้องมองตามเล็กน้อย กระทั่งเมื่อเสียงประตูปิดลง โนบุกะก็วางหนังสือในมือที่ยังค้างอยู่หน้าเดิม

 

               หญิงสาวนิ่วหน้า ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ จากนั้นก็เดินไปเปิดกระเป๋าเดินทางของตัวเอง ควานหาของสิ่งหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในกองเสื้อผ้า ไม่นานนักเธอก็หยิบโทรศัพท์มือถือหนึ่งเครื่องขึ้นมา

 

               โนบุกะเม้มริมฝีปาก กดโทรออก รอคอยชั่วขณะกระทั่งปลายสายกดรับ

 

เป็นไปตามที่คิดไว้ค่ะ พวกเขาเริ่มเคลื่อนไหวกันแล้ว

 

               เธอกระซิบบอก ลอบมองประตูห้องเป็นระยะเผื่อคุณหนูบ้านฟุชิมิวกกลับมา

 

งั้นเหรอแล้วพวกเขาระแคะระคายเรื่องเธอมั้ย

 

               คนจากอีกฝั่งยิงคำถาม น้ำเสียงของเขาดูใจเย็นและสุขุม

 

ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่ะ แต่ฉันคิดว่านาเดชิโกะซังเริ่มสงสัยแล้ว โชคดีที่ดูเหมือนเธอจะยังไม่ได้บอกคนอื่น

 

               โนบุกะหรี่ตาลง ถึงจะดูเฉื่อยชาและไม่สนโลก แต่ฟุชิมิ นาเดชิโกะคนนั้นมีสายตาที่แหลมคมกว่าใคร การถูกขังไว้กับเธอเพียงลำพังหลายวันเริ่มทำให้หวาดระแวงขึ้นมา

 

นาเดชิโกะลูกสาวของพวกฟุชิมิสินะ?”

 

ใช่ค่ะ

 

เป็นเด็กที่แปลกดีเอาเถอะ ถ้าเธอยังไม่บอกใครเราก็ยังพอมีเวลา

 

               ปลายสายพึมพำบอก

 

ทำทุกอย่างตามแผนที่วางไว้ไปก่อน เราต้องการแค่ 3 วันเท่านั้น เอาของชิ้นนั้นมาให้ได้

 

               เมื่อได้ยินคำสั่งนั้น หญิงสาวก็พยักหน้ารับ เป็นจังหวะเดียวกับที่โทรศัพท์ตัดสายไป

 

 

 

 

ทัตซึยะใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมงกว่าจะมาถึงกองกำกับการเกียวโต

               เขาหยุดยืนหน้าตึก นิ่วหน้าเคร่งเครียด ครั้งล่าสุดที่ต้องมาที่นี่ยอมรับว่ามีความทรงจำที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ พ่อของเขาก็ยังไม่หลุดจากข้อกล่าวหา แม้จะประกันตัวออกมาได้ แต่เขาก็ไม่คิดว่าการมาที่นี่เพื่อพบปะตำรวจในช่วงนี้ เป็นเรื่องเหมาะสม

 

               แล้วทำไมคุณโยชิโกะต้องนัดมาที่นี่ด้วยนะ

               เกิดอะไรขึ้นกันแน่

 

               ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น สัมผัสได้ว่าสถานการณ์กำลังเปลี่ยนแปลงไป มีบางอย่างที่เธอยังไม่ได้บอกเขา บางอย่างที่ส่งผลกระทบต่อเรื่องราวทั้งหมดอย่างมีนัยยะสำคัญ

 

               ทว่าดูเหมือนจะไม่ต้องรอคำตอบนาน เพราะทันใดนั้น คนที่นัดเขาออกมาก็ปรากฏตัวที่ด้านหลัง เธอสะกิดบ่าเขาแล้วส่งยิ้มบางๆ มาให้ ดูเหมือนเธอเองก็เพิ่งมาถึงที่นี่ในเวลาไล่เลี่ยกัน

 

เจอกันอีกแล้วนะคะ ทั้งที่เมื่อเช้าคิดว่าจะต้องแยกกันแล้วเชียว

 

               โยชิโกะพูดทีเล่นทีจริง ตามกำหนดการเดิมป่านนี้เธอต้องขึ้นรถไฟกลับโอซาก้าไปรายงานตัวต่อสารวัตรแล้ว

 

ทำไมยังอยู่ที่นี่ล่ะครับ มีเรื่องอะไรงั้นเหรอ

 

               ทัตซึยะหันไปถาม สงสัยและกังวลมากกว่าจะดีใจที่ได้เจอกัน

 

มีสิคะ เรื่องใหญ่เลยแหละ

 

               หญิงสาวผ่อนลมหายใจ

 

เอาเป็นว่าเข้าไปด้านในกันก่อนเถอะค่ะ ถึงคุณทัตซึยะจะไม่ชอบที่นี่เท่าไหร่ แต่ครั้งนี้จำเป็น อย่างที่ฉันบอกไปว่าเรื่องนี้ใหญ่เกินกำลังของพวกเราไปแล้ว

 

               โยชิโกะตบบ่าให้กำลังใจ ทำคนฟังเลิกคิ้วขึ้น เป็นครั้งเท่าไหร่ก็ไม่รู้ที่เธอพูดจาเหมือนอ่านเขาออกทะลุปรุโปร่ง

 

นี่มันเรื่องอะไรกันครับ แล้วคุณโยชิโกะรู้ได้ยังไงว่าผมเจอสมบัติของพวกมุราโอกะแล้ว

 

               ทัตซึยะยังคงถามต่อ การสนทนาทางโทรศัพท์ก่อนหน้านี้ไม่ให้ความกระจ่างเท่าไหร่ ตอนนี้ก็เช่นกัน ทว่าหญิงสาวไม่ตอบ เธอทำเพียงถอนหายใจแล้วส่ายหน้า

 

ฉันรู้ได้ยังไงไม่สำคัญหรอกค่ะ สำคัญว่าอวี่เหวินหยางเซิงรู้ได้ยังไงต่างหาก

 

               เธอบอกเสียงเครียด จากนั้นก็ล้วงหยิบวัตถุขนาดเล็กเท่ากระดุมออกมา ครั้นเมื่อเพ่งมองดีๆ จึงเห็นว่ามันเป็นกล้องจิ๋วสำหรับพกพา

 

เชื่อฉันเถอะ ทั้งคุณทัตซึยะ ทั้งตำรวจเกียวโต ทุกคนจะต้องอยากเห็นภาพที่เจ้านี่บันทึกไว้แน่

 

 

 

 

ทันทีที่โยชิโกะและทัตซึยะย่างเท้าเข้ามาในตึกของกองกำกับการ รุ่นพี่มิยามุระจากแผนกอาชญากรรมพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิเศษจากทีมสืบสวนที่รับผิดชอบคดีนี้รวมถึงสารวัตรฟุรุยะก็ยืนรออยู่แล้ว พวกเขาดูประหลาดใจทีเดียวเมื่อพบว่าตำรวจสาวจากสถานีเท็นโนจิเดินเข้ามาพร้อมลูกชายของผู้ต้องหาในคดีใหญ่ที่ตามสืบอยู่

 

               ย้อนกลับไปราวครึ่งชั่วโมงที่แล้ว จู่ๆ โยริคาวะ โยชิโกะก็ต่อสายตรงมาหาพวกเขา บอกว่าเธอมีหลักฐานบางอย่างที่จะส่งผลต่อรูปคดีโดยสิ้นเชิง เป็นหลักฐานที่จะช่วยชี้ตัวคนร้ายที่แท้จริงของคดีนี้ และเป็นหลักฐานที่จะใช้อธิบายได้ว่าทำไมคำให้การของผู้จัดการพิพิธภัณฑ์กับอิวาคุระ มาเอดะถึงไม่ตรงกัน

 

นี่มันเรื่องอะไรกันโยริคาวะ

 

               รุ่นพี่มิยามุระขมวดคิ้วถาม ทั้งที่ใส่ให้นั่งรอหน้าห้องจนกว่าจะประชุมเสร็จ แต่ดันพบว่าเธอหายออกไปข้างนอกโดยไม่บอกกล่าว แถมยังเที่ยวหยิบยืมอุปกรณ์ของพวกตำรวจเกียวโตหลายชิ้นออกไปด้วย

 

ใจเย็นก่อนค่ะ คุยกันตรงนี้ไม่ได้หรอก เข้าไปในห้องกันเถอะ

 

               โยชิโกะกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง หยิบกล้องขนาดเท่ากระดุมส่งให้คนอายุมากกว่าพลางพยักเพยิดไปทางห้องประชุมที่มีจอโปรเจ็กเตอร์ จากนั้นก็หันไปค้อมตัวทำความเคารพสารวัตรฟุรุยะแห่งกองกำกับการตำรวจเกียวโตที่ยืนอยู่ไม่ไกล

 

ขอโทษที่เอากลับมาคืนได้แค่นี้นะคะ ของอย่างอื่นโดนสอยไปหมดแล้ว

 

               หญิงสาวยิ้มแห้งๆ ยกมือขึ้นเกาท้ายทอยด้วยความรู้สึกผิด ภาวนาให้เขาไม่รายงานเรื่องนี้ต่อไปยังสารวัตรของเธอ เพราะถ้าโดนหักเงินเดือนมาชดใช้ค่าอุปกรณ์พวกนั้นมีหวังต้องกลับไปถังแตกอีกรอบ

 

               โชคดีที่สารวัตรฟุรุยะดูเหมือนจะไม่ติดใจอะไร หรืออันที่จริงคือเขาสนใจอย่างอื่นมากกว่าอุปกรณ์ที่หายไป ดวงตาใคร่รู้หันมองตำรวจสาวสลับกับลูกชายของเพื่อนแล้วยิงคำถามสวน

 

เธอเป็นคนที่ถูกส่งมาจากโอซาก้างั้นเหรอ

 

ค่ะ โยริคาวะค่ะ

 

               คนฟังขมวดคิ้วเล็กน้อย

 

รู้จักกับทัตซึยะคุงด้วยเหรอ

 

               เขาถามต่อ เข้าใจว่าเธอเพิ่งมาถึงที่นี่เมื่อเช้านี้ ไม่ยักรู้ว่าบังเอิญสนิทสนมกับคนของอิวาคุระด้วย

 

ยิ่งกว่ารู้จักอีกค่ะ แต่เรื่องนั้นผ่านไปก่อนเถอะ สำคัญสุดตอนนี้คือหลักฐานที่อยู่ในกล้องนั่น ฉันอยากให้ทุกคนได้ดู แล้วก็อาจจะต้องรีบหน่อยเพราะพวกเรามีเวลาแค่ 3 วันเท่านั้น

 

               โยชิโกะทำหน้าเครียด ขณะที่คุยกันอยู่นี้เวลาก็บีบกระชั้นเข้ามาเรื่อยๆ เธอไม่แน่ใจว่าภาพของอวี่เหวินหยางเซิงที่แอบบันทึกมาจะช่วยคืนความได้เปรียบของสถานการณ์ได้มากแค่ไหน บทสนทนาระหว่างเธอกับเขาเบาบางเกินไปจะใช้เป็นหลักฐานเอาผิดได้ แต่อย่างน้อยการมีมันอยู่ก็น่าจะช่วยอะไรได้บ้าง เช่นว่าอาจใช้บีบให้ผู้จัดการพิพิธภัณฑ์รับสารภาพและทำให้อิวาคุระ มาเอดะหลุดพ้นจากข้อกล่าวหา

 

               สำคัญไปกว่านั้นคือเธอต้องการกำลังเสริมมาช่วยในเรื่องนี้

 

               หญิงสาวไม่แน่ใจว่าภายใน 3 วันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น ทว่าที่แน่ใจได้คือหลังจากนี้โอกาสในการคว้าตัวอวี่เหวินหยางเซิงของพวกเขาจะยิ่งริบหรี่ หากคนๆ นั้นชิงกลับประเทศจีนในขณะที่ตำรวจญี่ปุ่นไม่สามารถเอาผิดกับการกระทำที่ผ่านมาของเขาได้ ก็เท่ากับว่าสิ่งที่พยายามมาตลอดเป็นเรื่องสูญเปล่า

 

ในกล้องนี่มีอะไรกันแน่ เธอไปเจออะไรมา

 

               รุ่นพี่มิยามุระขมวดคิ้วถาม สัมผัสได้ว่ารุ่นน้องของเขาปิดบังอะไรบางอย่างเกี่ยวกับคดีนี้เอาไว้ พลันก็รู้สึกว่าเรื่องนี้เริ่มอยู่นอกเหนือจากที่สารวัตรอิคุตะสั่งการมา และถ้อยคำที่บอกว่าจะให้เขาเข้ามาช่วยสืบคดีนี้โดยมี โยริคาวะ โยชิโกะเป็นผู้ช่วยดูเหมือนจะเป็นเรื่องเท็จ

 

               ซึ่งมิยามุระก็ไม่ใช่คนเดียวที่สงสัย เพราะตำรวจคนอื่นๆ รวมถึงสารวัตรฟุรุยะเองก็กอดอกมองจ้องมาด้วยสายตาคาดคั้น นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เจอโยริคาวะ โยชิโกะ แต่ท่าทางของเธอทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าเธอเกี่ยวพันกับคดีมานานกว่าที่เห็น

 

               เห็นดังนั้นคนถูกกดดันจึงถอนหายใจ เหลือบมองคุณชายบ้านอิวาคุระ ที่ยืนนิ่งไม่ปริปากแล้วหันไปตอบคำถามทุกคน

 

ที่อยู่ในกล้องนั่นคือคนร้ายตัวจริงของคดีนี้ค่ะ

 

               เธอเม้มริมฝีปาก

 

ตำรวจสากลติดตามเขามานานแล้ว สารวัตรอิคุตะเองก็รู้เรื่องนี้ แต่เรายังไม่มีหลักฐานเอาผิดเขา และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาเรียกฉันไปพบ

 

ว่าไงนะครับ?”

 

               ทัตซึยะแทรกขึ้นมา ในตอนแรกเขายังสับสนกับสถานการณ์ เลยตัดสินใจยืนรอเงียบๆ ให้ตำรวจสาวเป็นคนนำเกม ทว่าสิ่งที่ได้ยินทำให้สุดจะนิ่งเฉย

 

อวี่เหวินหยางเซิงเรียกคุณโยชิโกะออกไปหางั้นเหรอ

 

               ชายหนุ่มนิ่วหน้า ความรู้สึกผสมปนเปกันไปหมด ทั้งตกใจ วิตกกังวล และออกจะขัดเคืองอยู่เล็กน้อยด้วย

 

ค่ะ ฉันเองก็ประหลาดใจเหมือนกันที่เขาติดต่อมา พอไปเจอถึงได้รู้ว่าเขาต้องการอะไร

 

               โยชิโกะถอนหายใจ เอื้อมมือไปคว้ากล้องขนาดเล็กที่รุ่นพี่มิยามุระถืออยู่แล้วเดินไปหยุดหน้าประตูห้องประชุมท่ามกลางสายตาของทุกคน

 

มาเถอะค่ะ เรื่องมันยาว ฉันบอกแล้วไงว่าเราจะยืนคุยกันตรงนี้ไม่ได้ อย่างน้อยก็เข้าไปนั่งในห้องที่มีเก้าอี้เถอะ

 

               พูดจบเธอก็หมุนตัวเดินเข้าไปในห้อง ทำตัวเป็นตำรวจเจ้าถิ่นทั้งที่เพิ่งมาเยือนที่นี่เป็นครั้งแรก เล่นเอาคนอยู่มาก่อนถึงกับงุนงง แต่ในเมื่อคนอธิบายไม่อยู่แล้ว สิ่งเดียวที่ทุกคนทำได้จึงเป็นการเดินตามเธอเข้าไป

 

 

 

 

เข้าใจแล้วแสดงว่าตอนนี้อาจต้องหาที่อยู่ใหม่ให้คุณย่าก่อนสินะ

               นาเดชิโกะถอนหายใจ เธอหลบออกมาคุยโทรศัพท์ที่สวนของโรงแรมซึ่งอยู่ชั้นล่างสุด เป็นสถานที่ปลอดคนและเงียบงันพอให้ใช้สมาธิ เรื่องที่ได้ยินทำให้ความเครียดก่อตัวขึ้นในอกเล็กน้อย เธอไม่ชอบใจความจริงที่ว่าอวี่เหวินหยางเซิงก้าวทันแผนการของพวกเขาทุกย่างก้าวจริงๆ

 

อืม ระวังตัวด้วย บางทีนี่อาจเป็นแผนการอีกชั้นของคนๆ นั้นก็ได้

 

               คิโยทากะกล่าวเตือน เขาเคยเห็นกับดักรูปแบบนี้มาบ้างพอสมควร บางครั้งศัตรูก็ไม่ได้รู้จริง แต่แสร้งให้ข้อมูลเท็จเพื่อกระตุ้นให้อีกฝ่ายรีบเคลื่อนไหว ความรีบร้อนจะนำช่องโหว่มาสู่ตัวผู้ที่ไม่รอบคอบ ดังนั้นถ้าไม่ระวังให้ดีนี่อาจนำพาพวกเขาไปสู่กับดักอีกชั้นของพ่อค้าชาวจีน

 

ไม่ต้องเป็นห่วง เท่าที่ฟังดูเหมือนคนๆ นั้นไม่ได้คิดจะทำร้ายคุณย่าจริงๆ ฉันคิดว่าเรื่องนี้เชื่อถือได้ แต่เราจะประมาทไม่ได้เหมือนกัน

 

               แพทย์หญิงพึมพำบอก ก้มลงมองนาฬิกาข้อมือเป็นระยะ ตอนนี้เธอออกจากห้องมาเกือบ 20 นาทีแล้ว เป็นเวลาที่นานเกินกว่าจะปล่อยให้โนบุกะอยู่ในห้องเพียงลำพัง ถึงฝ่ายนั้นมีทีท่าว่าจะไม่หนีไปไหนจนกว่าจะได้เงิน แต่เธอก็ไม่อยากชะล่าใจ ยังมีเบื้องหลังบางอย่างเกี่ยวกับสาวใช้คนนั้นที่น่าสงสัย

 

พอแค่นี้ก่อนแล้วกัน ฉันต้องไปแล้ว

 

               นาเดชิโกะออกตัว ตั้งท่าจะกดวางสาย ทว่าอีกฝ่ายรั้งตัวเอาไว้เสียก่อน

 

เดี๋ยวสิ ไม่คิดจะถามหน่อยเหรอว่าฉันเป็นไงบ้าง ไม่เจอกันมา 25 ชั่วโมงแล้วนะ

 

               คำประท้วงถูกส่งมาพร้อมน้ำเสียงหงุดหงิด

 

ไม่ถามหรอกค่ะ ฉันรู้ว่ารุ่นพี่สบายดี แล้วตอนนี้ก็มีเรื่องอื่นสำคัญกว่าด้วย

 

               คำตอบนั้นทำคิโยทากะนิ่วหน้าหนักกว่าเดิม ถึงจะเป็นเรื่องจริง แต่เขาไม่ชอบใจเลย

 

รู้ได้ยังไง ฉันอาจจะป่วยอยู่ก็ได้

 

เหรอ? แล้วป่วยหรือเปล่า

 

เปล่า

 

งั้นก็ดี เพราะถ้าป่วยมาฉันคงไม่ว่างรักษาให้หรอกนะ

 

               นาเดชิโกะตอบเสียงเรียบ เหลือบมองนาฬิกาข้อมืออีกครั้ง ถึงเวลาที่เธอต้องไปจริงๆ แล้ว

 

แค่นี้นะคะ ฉันออกจากห้องมานานเกินไปแล้ว ไม่อยากทิ้งให้โนบุกะซังอยู่คนเดียว

 

อะไรกัน เธอห่วงผู้หญิงคนนั้นมากกว่าฉันอีกเหรอ

 

ไม่ได้เป็นห่วงค่ะ ฉันแค่ไม่ไว้ใจเธอ

 

               หญิงสาวถอนหายใจเหนื่อยหน่าย

 

เลิกโวยวายได้แล้วค่ะ พออายุพ้นเลขสามไปแล้วมันไม่ได้ดูน่ารักหรอกนะ

 

               เดชิโกะตัดบท จากนั้นเธอก็รีบกดวางสาย ไม่ยอมเปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามถ่วงเวลาอีกต่อไป

 

               นาทีถัดมาหญิงสาวก็เดินกลับเข้ามาในตัวอาคาร กดเรียกลิฟท์เพื่อกลับขึ้นไปยังห้องพัก ใช้เวลาไม่นานก็มาหยุดอยู่หน้าห้อง มือเรียวหยิบกุญแจขึ้นมาไข ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อพบว่ามันไม่ได้ล็อกเอาไว้เหมือนตอนที่เธอลงไป

 

               นัยน์ตาสีดำหรี่ลงอย่างมาดหมาย บางทีคนที่ควรจะอยู่ในห้องอาจไม่อยู่แล้ว

 

               หากขณะที่คิดนั้น ประตูที่เปิดค้างไว้ก็ถูกดึงเข้าไปด้านใน เผยให้เห็นใบหน้าของสาวใช้ที่กำลังยืนซับผมเปียกหมาด โนบุกะเพิ่งอาบน้ำเสร็จ

 

ฉันได้ยินเสียงพอดีเลยออกมาเปิดประตูให้น่ะค่ะ

 

               เธอเอ่ยบอกราบเรียบ จากนั้นก็เดินกลับไปนั่งที่เตียงนอน หยิบหนังสือเล่มเดิมที่วางไว้ขึ้นมาอ่านต่อแล้วทำท่าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เห็นดังนั้นคุณหนูบ้านฟุชิมิจึงผ่อนลมหายใจเบาๆ อย่างน้อยวันนี้เรื่องที่เธอต้องกังวลก็ยังไม่เพิ่มขึ้น ก่อนเดินกลับเข้าไปในห้องแล้วปิดประตูลง

 

 

 

 

เรื่องทั้งหมดก็มีเท่านี้ค่ะ

               โยชิโกะบอกหลังเสียงสุดท้ายในคลิปที่แอบอัดมาจบลง ตอนนี้เธอยืนอยู่หน้าห้อง มีฉากหลังเป็นโปรเจกเตอร์ที่ฉายภาพของอวี่เหวินหยางเซิงในร้านอาหาร เบื้องหน้าคือบรรดาผู้เข้าร่วมประชุมที่มีสีหน้าแตกต่างกันไป แต่อย่างหนึ่งที่บอกได้คือพวกเขาล้วนตระหนกกับข้อมูลใหม่ที่ได้รับ

 

เธอจะบอกว่าที่ผ่านมา คนๆ นี้อยู่เบื้องหลังคดีนี้ตลอดงั้นเหรอ

 

รุ่นพี่มิยามุระถามเสียงเครียด

 

ใช่ค่ะ

 

แล้วที่เขาทำไปทั้งหมดก็เพราะจะแก้แค้นพวกอิวาคุระ?”

 

               พอถึงคำถามนี้ตำรวจสาวก็เหลือบมองหน้าคนถูกพาดพิง ครั้นเมื่อเห็นชายหนุ่มพยักหน้าให้เธอก็ตอบกลับ

 

ใช่ค่ะ นั่นเป็นแผนการเบื้องต้นของเขา อีกอย่างหนึ่งคือเขามา ทวงสมบัติประจำตระกูลที่คุณปู่บ้านอิวาคุระลักลอบนำออกมา

 

แล้วสมบัติชิ้นนั้นอยู่ที่ไหน

 

               โยชิโกะเงียบอีกครั้ง เรื่องนี้เธอเองก็อยากรู้

 

อันนี้คงต้องถามคุณทัตซึยะแล้วค่ะ

 

               สิ้นประโยคนั้น ทุกสายตาในห้องก็ย้ายไปจับจ้องยังลูกชายบ้าน อิวาคุระที่นั่งอยู่หลังสุด

 

               เห็นดังนั้นทัตซึยะจึงสูดลมหายใจเข้า ก้มลงไปหยิบกระเป๋าที่บรรจุแฟ้มข้อมูลซึ่งนำออกมาจากพิพิธภัณฑ์ขึ้นมาตั้งบนโต๊ะก่อนแจกจ่ายให้ตำรวจที่อยู่ในห้อง

 

นี่เป็นภาพสมบัติที่สันนิษฐานว่าอวี่เหวินหยางเซิงกำลังตามหาอยู่ครับ

 

               เขาชี้ไปยังภาพกล่องไม้สลักทองคำ

 

แต่ว่าตอนนี้เหมือนจะมีปัญหาบางอย่าง

 

ปัญหา?”

 

               สารวัตรฟุรุยะถามแทรกขึ้น เขากำลังสับสน แต่สิ่งหนึ่งที่ค่อนข้างมั่นใจคืออิวาคุระ มาเอดะเพื่อนของเขากำลังจะหลุดพ้นข้อกล่าวหา และนั่นทำให้เขาโล่งใจไม่น้อยทีเดียว

 

ใช่ครับ ตามบันทึกกล่องไม้นี่จะต้องถูกเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์เกียวโต แต่เท่าที่ตรวจสอบดูตอนนี้กล่องไม้ที่อยู่ที่นั่นเป็นของปลอม

 

ของปลอมเหรอคะ

 

               โยชิโกะขมวดคิ้วมุ่น ทันใดนั้นบทสนทนาระหว่างเธอกับอวี่เหวินหยางเซิงก็ลอยกลับเข้ามาในหัว

 

ถ้าคุณหาเจอแล้ว ทำไมยังอยู่ที่ญี่ปุ่น ทำไมจะต้องเรียกฉันออกมา

 

เรื่องนั้นเดี๋ยวเธอก็จะรู้เอง

 

ฉันจะรู้ได้ยังไง

 

เพราะอิวาคุระ ทัตซึยะจะบอกเธอเอง

 

               ดวงตามกลมโตเบิกกว้างขึ้น ในที่สุดเธอก็เข้าใจนัยยะของเขา

 

แล้วตอนนี้ของจริงอยู่ที่ไหนคะ คุณทัตซึยะเจอมันหรือยัง

 

               เธอรีบยิงคำถาม มองสีหน้าครุ่นคิดของอีกฝ่ายด้วยความคาดหวัง ทว่าคำตอบที่ได้รับทำให้ใจฝ่อลงอย่างรวดเร็ว

 

ยังไม่เจอครับ เบื้องต้นตอนนี้ที่รู้คือกล่องไม้นั่นมีแบบจำลองของปลอมอย่างน้อย 3 ชิ้น และมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นด้วย ช่วงที่มันถูกเวียนไปจัดแสดงมีมูลนิธิยื่นมือเข้ามาออกเงินสนับสนุนการจัดทำของปลอมขึ้นมา อ้างว่าใช้เพื่อการศึกษา แต่คิดว่าที่จริงแล้วน่าจะต้องการสลับสับเปลี่ยนไม่ให้ใครรู้ว่าของจริงอยู่ที่ไหนมากกว่า

 

               ทัตซึยะตอบคำถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด และถ้าเขาเดาไม่ผิด คนก่อตั้งมูลนิธิที่ว่าอาจเกี่ยวข้องกับคุณปู่ นี่อาจเป็นแผนการที่มีมาตั้งแต่แรกเพื่อซ่อนของชิ้นนั้นให้พ้นสายตาพวกมุราโอกะ

 

อย่างนี้นี่เองเข้าใจแล้ว

 

               โยชิโกะพึมพำเสียงแผ่วคล้ายจะพูดกับตัวเอง แต่เนื่องจากห้องนี้ไม่ได้กว้างมากและเธอเป็นคนเดียวที่พูดขึ้นมา ทุกสายตาจึงหันไปจับจ้องเธอ

 

               ดังนั้นหญิงสาวก็เงยหน้าขึ้น เม้มริมฝีปากแล้วเอ่ยข้อสรุปในหัวที่เพิ่งคิดได้

 

ตอนที่อวี่เหวินหยางเซิงเรียกฉันไปพบ เขาพูดจาแปลกๆ ค่ะ

 

               เธอเกริ่น รีดเค้นความทรงจำเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนออกมา

 

เขาพูดจาเหมือนไม่มั่นใจ มีบางอย่างที่เขากังวลเกี่ยวกับสมบัติชิ้นนั้น ตอนนั้นฉันยังไม่เข้าใจ แต่พอฟังคุณทัตซึยะพูดก็พอจะรู้แล้วค่ะว่าอุปสรรคของเขาคืออะไร

 

               เธอก้าวเท้าเข้าไปหยิบแฟ้มข้อมูลที่ตั้งอยู่ด้านหน้า จ้องมองภาพกล่องไม้สลักทองคำที่เป็นผู้ต้องสงสัยของวันนี้

 

ฉันคิดว่าอวี่เหวินหยางเซิงแยกแยะของจริงกับของปลอมไม่ออกค่ะ

 

               ประโยคนั้นทำตำรวจหลายนายขยับตัวทันที

 

จะเป็นไปได้ยังไง เธอบอกว่าสมบัติชิ้นนั้นเป็นสมบัติของตระกูลเขา ถ้าเป็นแบบนั้นจริงเขาก็ต้องแยกออกสิ

 

               รุ่นพี่มิยามุระค้าน เขาคิดว่าเรื่องนี้ไม่สมเหตุสมผล ทว่าตำรวจสาวไม่เห็นด้วย เพราะเธอส่ายหน้าทันที

 

ไม่แน่หรอกค่ะ สมบัติชิ้นนั้นถูกนำออกมาจากบ้านของพวกมุราโอกะตั้งแต่อวี่เหวินหยางเซิงเพิ่งเกิด นั่นแปลว่าเขาไม่เคยเห็นสมบัติของจริงมาก่อน และที่มาตามหานี่ก็อาจจะมีแค่รูปภาพเป็นสิ่งอ้างอิงก็ได้ ดังนั้นพอมาเจอว่ากล่องไม้นี่มีแบบจำลองปะปนอยู่เต็มไปหมดและกระจายอยู่ทั่ว เขาก็เลยไม่สามารถนำมันกลับประเทศจีนได้จนกว่าจะแน่ใจว่าได้ของที่เป็นของจริงกลับไป

 

               โยชิโกะอธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง เธอคิดว่าเธอเข้าใจไม่ผิด คำว่าสับขาหลอกของเขาดูมีเหตุผลขึ้นมาทันทีเมื่อนำมาประกอบเข้ากับบริบทนี้ คนๆ นั้นกลัวว่าเธอจะนำของปลอมไปส่งมอบ ถึงได้พูดจาดักทางเอาไว้อย่างนั้น

 

ถ้าเป็นอย่างที่เธอพูดงั้นถ้าเราส่งมอบสมบัติของปลอมให้เขาก็คงไม่รู้งั้นสิ?”

 

               สารวัตรฟุรุยะถามขึ้นบ้าง ทว่าเป็นอีกครั้งที่หญิงสาวส่ายหน้า

 

ไม่ได้หรอกค่ะ ถึงจะแยกแยะด้วยตัวเองไม่ได้ แต่ถ้าได้สมบัติชิ้นนั้นกลับไปเขาน่าจะมีคนช่วยตรวจสอบอีกรอบ อาจเป็นผู้เชี่ยวชาญในประเทศจีน ถ้าเป็นแบบนั้นไม่นานเขาก็จะรู้แน่ และก็คงกลับมาตามรังควานตระกูลอิวาคุระไม่จบไม่สิ้น

 

               โยชิโกะถอนหายใจ การยืดเรื่องนี้ออกไปมีแต่จะทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลงกว่าเดิม เธออยากให้ทุกอย่างจบลงโดยไม่ติดค้างกันอีก คำขู่ของเขาที่ว่าจะหาเรื่องเดือดร้อนมาให้หนุ่มกินพืชของเธอกับบรรดาญาติของเขารวมถึงคุณย่าทำให้เธอไม่สบายใจเอาเสียเลย

 

แล้วยังไง? จะส่งของจริงคืนให้เขาไปง่ายๆ เลยงั้นเหรอ นั่นเป็นสมบัติของประเทศญี่ปุ่นนะ

 

               รุ่นพี่มิยามุระนิ่วหน้า ถ้าสารวัตรอิคุตะรู้เข้าก็คงไม่ชอบใจเหมือนกัน กับเขา

 

ใช่ที่ไหนล่ะคะ

 

               คำตอบของรุ่นน้องทำเขาเลิกคิ้วขึ้น

 

ส่งให้จริงก็บ้าแล้ว แบบนั้นมาตรฐานตำรวจญี่ปุ่นพังพินาศพอดีถ้าต้องทำตามคำขู่ของคนร้ายไปเสียทุกครั้ง

 

               ดวงตากลมโตเปล่งประกายเล็กน้อยก่อนเธอจะกล่าวต่อ

 

ฉันคิดว่าเราต้องตามหาของจริงให้เจอ แกล้งนำมันไปส่งมอบให้เขา แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องวางแผนรวบหัวรวบหางคนๆ นั้นต่างหาก

 

               โยชิโกะผุดรอยยิ้มบาง ในที่สุดโอกาสที่พวกเธอจะได้เป็นฝ่ายนำหน้าศัตรูก็มาถึง

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #795 kwkanyakon (@kwkanyakon) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 15:42
    ขอบคุณค่าา
    #795
    0
  2. #794 #Amnessia (@run421) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 06:32
    รักกกกกกก
    #794
    0