{- FIC GOT7} EMERGENCY+GUY (markbam)

ตอนที่ 10 : + case 09 + (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,268
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    10 มี.ค. 58

 


 

ไล้น์ ~

 

. swaggerz say:

-          ถึงบ้านยัง ?

 

ร่างเล็กที่กำลังก้มหน้าก้มตาเขียนจดหมายอย่างใจจดใจจ่อหันตามเสียงเสียงมือถือที่ดังขึ้นมาก่อนที่จะหยิบขึ้นมาอ่านและพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว

 

CYJ77 say:

-          ยังเลย :(

-          ยังนั่งอยู่ที่ทำงานอยู่เลยเถอะ

. swaggerz say:

-          ทำไมยังอยู่ นี่มันสองทุ่มแล้วไม่ใช่หรอ

CYJ77 say:

-          โดนโอทีวะ เซ็ง

. swaggerz say:

-          งานมากเยอะหรอ

CYJ77 say:

-          เปล่า... โดนทำโทษ

-          นี่กำลังเขียนจดหมายสำนึกผิดอยู่เนี้ย

-          ต้องเขียนตั้งสิบสามฉบับเพิ่งเขียนได้สี่ฉบับรู้สึกเหมือนมือจะหักละ

-          TT________TT

-          ช่วยเขียนหน่อยดิ้ 5555

. swaggerz say:

-          โดนเรื่องอะไร ?

-          ส่งมาดิเดี๋ยวช่วยเขียน 55555555

CYJ77 say:

-          แค่ไปทำงานสายสิบสามนาทีเองทำเหมือนไปฆ่าคนมาสิบสามศพ

-          โดนทั้งจดหมายแล้วก็โอทีเลย

. swaggerz say:

-          ก็เคยบอกแล้วว่าให้นอนเช้าๆ นี่ก็นอนดึกตื่นสายแล้วก็ต้องรีบปั่นจักรยานไปทำงานอีกไม่ใช่หรอ พอเพิ่งตื่นมาสติก็ไม่ค่อยมีเดี๋ยวก็โดนรถชนยิ่งออกมาสายรถก็ยิ่งเยอะเข้าไปอีก

 

ผมมองข้อความที่ถูกส่งมานี่ผมเคยบอกเข้าหรอว่าผมปั่นจักรยานไปทำงาน.... หรือว่าผมเคยบอกไปแล้วลืมวะยิ่งความจำสั้นๆอยู่ คงไม่มีไรหรอกมั้ง...

 

CYJ77 say:

-          พูดงี้เป็นห่วงอะดิ 55555555

-          ไม่เป็นไรละ อีกหน่อยกูไม่ต้องปั่นจักรยานไปทำงานแล้ววะ

-          เดี๋ยวจะย้ายเข้าไปอยู่หอของโรงบาลละ

-          กูไปทำงานก่อนนะ ~___~

. swaggerz say:

-          ห่วงดิเดี๋ยวตายไปจะไม่มีคนคุยด้วย

-          โอเค ต้องใจทำงานนะ

-          ถึงละบอกกูด้วย โอเค๊?

CYJ77 say:

-          โอเคครับพ่อ 5555555

 

ผมมองมือถือพร้อมกับยิ้มบางๆให้กับข้อความ คุณไม่เคยเป็นหรือไงที่มองมือถือแล้วก็ยิ้ม J
 


 

--------------------------------------------



Yugyeom.

 

“มึงเล่นไลน์ด้วยหรอแบม” ผมเหลือบตาไปเห็นหน้าจอมือถือที่สว่างขึ้นมาเป็นหน้าแอปที่ชื่อว่าไลน์มันก็ไม่ได้แปลกอะไรหรอกนะครับแอปนี่แต่คนที่เล่นนี่สิแปลกของจริง

 

“กูก็ตอบไปงั้นนั้นแหละ” มันล็อคหน้าจอแล้วก็หย่อนมือถือลงใส่สิ่งที่ผมเรียกว่า ย่าม ผมว่ามันเป็นกระเป๋าที่ดีไซท์แปลกดีนะไม่เคยเห็นคนที่นี่ใช้เลย มันคงจะเอามาจากไทยแน่ๆ ดูเหมาะกับมันดีนะ

 

“ใครวะแบม”

 

มันไม่พูอะไรแล้วก็หันมามองหน้าผมด้วยสายตานิ่งๆ อารมณ์ประมาณว่ามึงอย่าเสือกได้ป่ะ..

 

“เปล่า ไม่บอกกูก็ได้กูถามไปงั้นแหละ”

 

“กูตอบคนสำคัญ...”

 

คนสำคัญ? ...... ใครคือคนสำคัญของแบมวะ

 

ที่ผมไม่กล้าถามไม่ใช่ว่ากลัวแบมว่าอะไรหรอกแต่ผมกลัวคำตอบของแบมมากกว่ายิ่งมันยิ่งเป็นที่พูดตรงมากไม่เคยอ้อมค้อมเลย ถ้าเป็นสมมุติว่าคนสำคัญคนนั้นเป็นคนที่แบมชอบหล่ะ ? ผมคงจะยืนอยู่ไม่ไหวแน่ๆเลย... ไม่เอา ผมไม่อยากรู้แล้ว...

 

“โอเค ถึงหอละ จะขึ้นไปเลยหรือเปล่า?”

 

“อืม... จักรยานมึงไปไหน”

 

“จอดไว้ที่โรงบาลวันนี้ วันนี้มาเดินกับมึงก่อนไง”

 

“อืม”

 

“พรุ่งนี้กูจะโทรมาปลุกมึงต้องตื่นนะเว้ย เอามือถือไว้ข้างๆหัวเลยนะ”

 

“ได้...” เขาจะเชื่อคนเอาแน่เอานอนอย่างมันได้แค่ไหนกันเนี้ย ....

 

 

 

 

 

 

 

 

เช้าวันต่อมา...

 

ปังๆๆๆ

 

“แบม ตื่นเว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย” ผมทุบประตูห้องมันพร้อมกับตะโกนไปด้วยถ้ามันไม่เปิดผมจะเอาหัวโขกประตูหัวมันจริงๆละนะ ให้ตายดิไม่น่าไว้ใจคนขี้เซาอย่างมันเลยโทรหาสามสิบกว่าสายไม่รับโทรศัพท์เขาซักสายเลย ผมก็กลัวว่ามันจะเป็นไรไปก็เลยขับรถมาหามันถึงหอนี่ขนาดทุบประตูตะโกนเรียกขนาดนี้มันยังไม่รู้เรื่องเลยผมจะเอาไงกับมันดีวะ.... เมื่อกี้ผมเห็นห้องข้างๆแง้มประตูมาแอบมองผมด้วยอะเขาจะด่าผมไหมเนี้ย.... ผมเกรงใจคนอื่นที่นอนอยู่นะ

 

ผมว่าผมไปขอคีย์การ์ดจากป้าข้างล่างดีกว่าทุบประตูห้องมันไปแบบนี้เรื่อยๆ ต้องมีคนเดินมาทุบหัวผมเข้าแน่ๆเลย ทำไมการปลุกไอ่แบมมันยากเย็นขนาดนี้วะอยู่กันมาหลายปีก็จริงแต่ไม่รู้ทำไมผมไม่ชินซักที

 

“สวัสดีครับ... ป้าครับผมขอคีย์การ์ดของห้องแบมแบมหน่อยครับ พอดีว่ามันปลุกแล้วไม่ตื่อีกแล้วอะครับ”

 

“อ้อ... ยูคยอมเองหรอลูก แบมไม่ตื่นอีกแล้วหรอ... เดี๋ยวป้าขอหาคีย์การ์ดของห้องแบมแปปนึงนะ” หญิงแก่หันมายิ้มให้กับผมแล้วก็เดินไปที่ชั้นห้อยคีย์การ์ดที่มีการด์ขาวๆเรียงกันนับร้อยอันสงสัยว่าป้าเขาจำได้ไงว่าอันไหนเป็นของห้องไหนดูยังไงก็เหมือนๆกันไปหมด

 

“อ่ะนี่จ้ะ เห็นว่าแบมแบมจะย้ายออกไปแล้วนี่หน่า ป้าคงจะเหงาแย่เลยนะ”ป้ายื่นคีย์การ์ดมาผม

 

“พอดีว่าเขาบังคับให้แพทย์ฝึกหัดไปอยู่ที่หอของโรงบาลหน่ะครับป้า ขนาดผมที่บ้านอยู่ใกล้ๆยังต้องย้ายไปอยู่เลย ฮ่าๆ ถ้าป้าเหงามากๆไว้ถ้าว่างผมจะแวะมาหานะครับ^^

 

“ขอบคุณมากเลยนะจ๊ะ.. เห็นยูคยอมตามไปรับไปส่งแบมแบมมันอย่างนี้ไม่เหนื่อยบ้างหรอลูก ป้านี่อย่าได้พ่อหนุ่มมาเป็นลูกเขยจริงๆเลยนะ”

 

“อ้อ.. ไม่เหนื่อยหรอกครับผมเต็มใจทำ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับนี่ก็สายมากแล้วไอ่แบมยังไม่ตื่นเลยเดี๋ยวจะไปไม่ทันพอดี สวัสดีครับ” ผมโค้งทำความเคารพก่อนที่จะวิ่งขึ้นไปที่ห้องแบมอีกครั้งแล้วก็เปิดเข้าไปก็เห็นเจ้าตัวนอนแบบใส่เสื้อกล้ามบ็อกเซอร์ท้าทายความหนาวแบบที่ชอบทำเป็นประจำอยู่ทีพื้นห้องข้างๆตัวมีแต่หนังสือการ์ตูนเรื่องชินจังเป็นสิบๆเล่มส่วนมือถือที่ผมสั่งให้เอาวางใกล้ตัวหน่ะหรอ อยู่บนไมโครเวฟอีกแล้ว ละมันจะไปได้ยินได้ไงวะไอ่แบมเอ้ยยยย

 

“ไอ่แบมตื่น” ผมเดินไปเขย่าเจ้าตัว ถึงจะรู้ว่าทำงี้ไปมันก็ตื่นหรอกแต่ก็เผื่อว่ามันจะฟรุตตื่นบ้างไง

 

ผมล้วงกระเป๋าเพื่อหามือถือของตัวเองก่อนที่จะสไลด์นิ้วโป้งปลดล็อคหน้าจออย่างชำนาญมือแล้วก็กดไปที่แอปเครื่องเล่นเพลงประจำเครื่องแล้วก็กดเลือกเพลงที่ตั้งเองไว้ในลิสต์พิเศษที่ชื่อว่าแบมแบม..

 

~ ฮั้นโล่ สวัสดี๋ กระผมนี่จะบอก ว่าวันนี้ผมมีความสุขผมนั้นมีความสุขไม่เคยจะทุกข์ มันสนุกกว่าเขาเพื่อน โอ โอะโอ้ โอ ผมนั้นยังเป็นเด็กและตัวก็เล็กและยังประหม่าเดินก็ช้า ได้เป็นที่โหล่อาจจะพุงโลกินแตงโมมาเยอะแยะ แต่ไม่จ๋อย~ (เพลงชินโนะซุเกะ)

 

เพลงนี้... ผมอุตส่าห์โหลดเวอร์ชั่นภาษาไทยเอาไว้ใส่มือถือไว้เลยนะ เดี๋ยวคอยดูเลยเพราะอานุภาพมันแกร่งกล้ามาก

 

เจ้าตัวค่อยๆลูกขึ้นมานั่งก่อนที่จะหันมามองหน้าผมด้วยสีหน้าแบบนิ่งๆก็ไม่ตกใจอะไรมากเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมมาโพล่ในห้องนอนมันแบบนี่

 

“กี่โมงละ?”

 

“เจ็ดโมงครึ่ง”

 

“มึงนัดกูกี่โมงนะ”

 

“... หกโมง”

 

“สายแล้วดิ” มันลุกขึ้นแล้วก็ไปหยิบผ้าเช็ดตัวที่พาดอยู่ที่เก้าอี้และเดินเข้าห้องน้ำไปเงียบๆ ไม่นานมันก็ออกมาในสภาพออกไปข้างนอก

 

“มึงแพคของแล้วใช่ป่ะ ? อยู่ไหนเดี๋ยวกูช่วยขนลงไปข้างล่างให้.....”

 

“มึงไม่ได้บอกกูนิ...” คนที่ตัวเล็กกว่าที่กำลังเช็ดผมตัวเองหันไปมองหน้าคนที่ถามช้าๆ ราวกับเป็นภาพสโลโมชั่น

 

 

 

แบมแบมยังไม่ได้แม้แต่จัดกระเป๋าเลยครับ....

 

 

ผมไปกระโดดตึกตอนนี้ทันไหม ผมว่าพวกผมสองคนคนได้ไปนอนที่ทางเดินหอแน่ๆ

 

“.... มึงไปจัดกระเป๋าก่อนไหมแบม เราไปอยู่ประมาณปีหนึ่งนะเว้ยไม่ได้ไปเที่ยวเอา เสื้อผ้าไปเยอะๆหน่อยให้กูช่วยจัดไหมจะได้เร็วๆ”

 

“มึงไปรอข้างล่างเลยเดี๋ยวกูตามไป”

 

“มึงแน่ใจนะ”

 

“อืม มึงไปสตาร์ทรถรอกูเลย” เขาพูดพร้อมมองไปรอบๆห้องของตัวเอง ส่วนตัวผมก็เดินไปที่รถตามที่อีกคนสั่งยังไม่ทันที่ผมจะคาดเข็มขัดเสร็จเลยมันก็เดินดุ่มๆ มาพร้อมกับกระเป๋าเป้ไม่เล็กไม่ใหญ่เพียงใบเดียว

 

“อยู่ทั้งปีนะเว้ย ?”

 

“แค่นี่ก็พอละจะเอาไปทำไมเยอะ ออกรถได้ละเดี๋ยวก็ไปสายหรอก” มันโยนเป้ไปไว้ข้างหลังรถก่อนจะนั่งขัดตะมาดบนเบาะรถแล้วก็หันมาสั่งผม

 

ครับๆเจ้านาย...

 

 

 

ในสุดพวกเราก็มาถึงโรงบาลซักที เมื่อกี้รถติดอีกต่างหากผมไม่หวังเรื่องห้องพักแล้วหล่ะอยู่ห้องไหนก็ได้ขอให้มีที่นอนพอสำหรับเราสองคนก็พอละ ทำไมหอโรงพยาบาลมันสูงจังเลยครับ มีลิฟท์สามตัวก็เสียทังสามตัว ผมกับแบมเลยต้องใช้บันไดขึ้นมา อีกอย่างห้องของแผนกอีอาร์อยู่ตั้งชั้นเจ็ดแหน่ะแน่นอนว่าอีกคนเขาเดินตัวลอยเลยเพราะเอาของมานิดเดียว ส่วนผมนี่ดิเอามาสองกระเป๋าใหญ่ๆเลยเป็นกระเป๋าลากซะด้วยชีวิตผมทำไมมันลำบากจริงๆ นี่ขึ้นมาถึงชั้นสามก็เริ่มหอบละ

 

“ส่งมาอันหนึ่ง” แบมหยุดเดินแล้วก็หันมาหาผม

 

“ไม่เป็นไรมันหนัก... เดี๋ยวกูค่อยๆเอาขึ้นไปก็ได้มึงเดินขึ้นไปก่อนก็ได้” มันไม่พูดอะไรแล้วก็เดินมาแย่งกระเป๋าใบที่ใหญ่กว่าจากมือผมไปใบหนึ่ง จากนั้นมันก็เดินขึ้นบันได้ไปเหมือนไม่มีอะไรขึ้นทั้งทีกระเป๋ามันหนักกว่าใบที่ผมกำลังถืออยู่มากเหมือนกัน ไม่หนักเลยหรอวะแบม ??

 

“เหม่อเชี้ยอะไรไอ่หมี ขึ้นมาดิ... เดินง่ายขึ้นแล้วไม่ใช่หรอ”

 

“เออกูตามไปละ” ไม่มีบทสนทนาใดระหว่างเดินขึ้นไปยังชั้นที่เจ็ดของหอพัก คนที่เดินนำหน้าผมไปไม่มีท่าทีว่าจะหนักหรือเหนื่อยเลยครับ แบมมันเป็นคนที่แรงเยอะมากถ้าเทียบกับคนตัวเท่าๆมัน มีอยู่ครั้งหนึ่งตอนที่แบมแบมมันกำลังนั่งดูชินจังที่บ้านผม มันไปทำทีซีสกลุ่ม ผมก็กลัวครับว่างานมันจะไม่เสร็จเพราะตอนนั้นมันก็ดึกมากแล้วงานก็ยังไม่ค่อยเดิน งานก็ต้องวันต่อมาด้วย ผมก็เลยตัดสินใจไปดึงปลั๊กทีวีออกทีนี้แหละครับเจ้าตัวหันมามองผมตาขว้างเลยมันเป็นแววตาที่น่ากลัวมากเลยเวลายั้นผมร็สึกเหมือนตัวเองกำลังจะโดนปาดคอเลย แบมเดินเข้ามานิ่งแล้วก็ชกเข้าที่แขนผมเต็มๆเลย เจ็บจี๊ดเลยครับ ดูเหมือนออกแรงไม่มาก แต่เจ็บแบบมหาประลัย ผมเปิดมานี่แดงช้ำเลยวันต่อมาก็เขียวๆม่วงๆตามสเต็ปการห้อเลือด แบมไม่คุยกับผมเป็นสัปดาห์เลยครับกว่าจะกลับมาคุยได้ ผมแทบจะน้ำตาตกเลย

 

“อ้าวพี่ยองแจ ?” ผมเห็นคนที่คุ้นๆหน้า เดินลากกระเป๋าด้วยสองมืออย่างยากลำบากดูจากสีหน้าพี่เขาผมก็รู้ละครับว่ากระเป๋ามันหนักแค่ไหนหน่ะ อยากจะเข้าไปช่วยนะครับแต่ของผมก็หนักเหมือนกัน

 

 

 

Youngjae.

 

“ห๊า ??”เขาหันหน้ามาตามเสียงเรียกของอีกคนแต่เสียงฟังดูคุ้นหูมากๆเลย.. ที่ไหนได้ก็เป็นแพทย์ฝึกหัดในแผนกเดียวกันนี่เองกูก็คิดว่าเป็นใคร

 

“อ้าวสวัสดี.. หมอยูคยอมอีกคนนั้นหมอแบมใช่ไหม”ผมหรี่ตามองสีผมหมอแบมเจ็บมาแต่ไกลเลย..

 

“ใช่ครับ ฮ่าๆ คนที่ทำผมแบบนั้นคนมีคนเดียวนั้นแหละ แล้วพี่มาทำอะไรที่หรอครับ?”หมอยูคยิ้มไปพูดไปโดยมีหมอแบมหันไปมองหน้าเล็กน้อยเล่นเอาหมอยูคหยุดหัวเราะเลยหล่ะครับ.. หน้าเจื่อนเลย สายตาแบบนี้มันดูคุ้นๆเนอะแต่ของหมอแบมมันเหมือนมองแต่ไม่ได้สนใจอะไรแบบนี้มากกว่า แต่ของอีกคนนี่สิ..

 

“พี่ก็โดนส่งย้ายมานอนที่หอเหมือนกับพวกนายนั้นแหละ” ผมถอนหน้าใจ

 

“ห๊ะ? พี่ก็โดนหรอครับ ผมก็นึกว่าเขาสั่งแต่พวกแพทย์ฝึกหัดซะอีกใช่ไหมแบม”

 

“อืม”

 

“มันก็น่าจะเป็นอย่างนั้นแหละ.... ”

 

“แล้วทำไมพี่ต้องย้ายมาอยู่หรอครับ?”

 

“.... พี่ตื่นสายวะหัวหน้าแจ็คสันเลยสั่งให้พี่ย้ายมาอยู่ที่นี่ พี่ว่าเรารีบๆเดินไปเก็บของเถอะเดี๋ยวก็ต้องไปทำงานต่อละ...”หัวหน้าแจ็คสันอะไรไม่รู้แค่มาทำงานสายไปสิบสามนาที ย้ำแค่สิบสามนาทีเองไม่ใช่สิบสามวันหรืออะไรทั้งนั้น ผมต้องลงทุนย้ายของทั้งหมดของผมมาอยู่ที่หอคณะแพทย์ นี่บ้าเกินไปละตอนเช้ายังส่งข้อความเสียงมาขู่อีกว่าถ้ามาสายแล้วก็หัวเราะหึๆ ไม่รู้ว่าเอาเบอร์ผมมาจากที่ไหนผมว่าต้องเป็นฝ่ายทะเบียนแน่ๆให้ตายเถอะผมอยากจะบ้าตาย อยากจะย้ายแผนกหนี ไม่อยากจะไปเจออะไรแบบหัวหน้าแจ็คสันอีกแล้วคิดแล้วก็ขนลุกถ้าไม่มาเป็นผมก็ไม่รู้หรอกว่าว่ามันน่ากลัวขนาดไห นต่อหน้าหัวหน้าผมรู้สึกว่าผมทำอะไรก็ผิดหมดเลย เรียกว่าผิดมาทั้งชีวิตต่างหาก

 

 ผมเองที่กำลังจะเดินขึ้นบันไดต่อแต่ก็ต้องหยุดชะงักแล้วก็เดินถอยหลังมาทางน้องที่กำลังเดินตามมา

 

“อ้าวพี่เดินกลับมาทำไม”ยูคยอมเอ่ยถาม

 

“ไม่ต้องเดินขึ้นไปชั้นบนแล้วหล่ะห้องมันเต็มหมดตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อนแล้ว....”

 

คนเชี้ยอะไรแม่งตายยากจริง.... งานเศร้ามันต้องมาแล้วหล่ะ

 

“หัวหน้าแจ๊คสัน !?”

 

“ผมเอง”

 

“แล้วพวกผมจะไปนอนไหนหล่ะครับ ห้องก็เต็มหมดแล้ว”ขอบคุณนะยูคยอมที่ทำลายความเงียบครั้งนี้พี่จะไม่ลืมพระคุณเลย

 

“มันจะพอมีห้องที่เจ้าของห้องเขาไปเรียนต่อสองปีที่ต่างประเทศ อยู่มุมอับๆใกล้บันไดหนีไฟข้างห้องผมเองให้พวกคุณย้ายเข้าไปอยู่ในห้องนั่นก่อนก็แล้วกัน แต่มันคงจุคนได้แค่สองคนถ้าดูจากของที่พวกคุณขนกันมา หนึ่งคนในพวกคุณสามคนต้องมาอยู่ห้องผมหนึ่งคน” เขามองหน้าพวกผมสามคน

 

โอ้ย... กูโดนเนรเทศไปอยู่กับหมอแจ็คแน่ๆ ไม่บอกก็รู้หมอสองคนนั่นก็เป็นเพื่อนสนิทกันด้วยไปไหนตัวก็ติดกันตลอดตอนมาก็มาพร้อมกัน กูตายแน่เลยครับท่านผู้อ่าน เวรกรรมทำไมกูไม่ตื่นให้เช้ากว่านี้วะ ไอ่ยองแจ ไอ่โง่ ...

 

 

“แพทย์ฝึกหัดกันต์พิมุกต์มากับผมก็แล้วกัน...”

 

 

 

ฮือ พ่อครับแม่ครับยองแจจะตามไปอยู่ด้วยแล้วนะครับ...

 

 

 

เห้ย... เดี๋ยวนะชื่อนี้แม่งไม่ใช่ชื่อผมนิ..

 

 

 

 

 

 

กันต์พิมุกต์ ไม่ใช่ชื่อกูววววววววววววววววววววววววววว

 

 

“คุณมีปัญหาอะไรบุรุษพยาบาลชเวยองแจ...”

 

“อ่อ... เปล่าครับ”สงสัยผมจะแสดงอากาศสีหน้ามากไปหน่อย ผมหันไปมองหน้าหมอแบมผู้โชคร้ายไม่เป็นไรนะเดี๋ยวพี่จะอธิฐานเผื่อทุกวันเลย หมอแบมก็แค่ทำหน้างงๆแล้วก็ก็ชี้หน้าตัวเองประมาณว่าเลือกกู?

 

“นี่กระเป๋าของคุณใช่ไหมเดี๋ยวผมจะช่วยคุณถือก็แล้วกัน...ขอบคุณผมซะละที่อุตส่าห์มาช่วยแพทย์ฝึกหัดย้ายของไปที่ห้องทีหลังก็หัดทำตัวดีๆกับผมไว้บ้างก็ดีนะ”หัวหน้าเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าจากมือหมอแบมและจะทำท่าเหมือนจะเดินนำไปก่อน

 

“ไม่”

 

“???”เขาหันมาทำหน้าสงสัย

 

“นั่นมันเป็นของยูคยอม ของผมมีแค่นี้” หมอแบมชี้เป้ขนาดกลางที่ตัวเองสะพายมาข้างหน้า

 

ทุกคนเงียบลงโดยมีเจ้าของกระเป๋าหัวเราะเป็นแบคกราวน์เบาๆเพื่อไม่ให้บรรยากาศมันดูเครียดเกินไป

 

เมื่อกี้ผมได้ยินเหมือนเสียงแก้วแตกเลย....... ห้องไหนทำแก้วแตกวะ ?

 

“งั้นก็ดี... ผมจะได้ไม่ต้องเหนื่อย รีบเดินตามมาได้แล้วเดี๋ยวเราต้องไปทำงานกันอีก ส่วนพวกคุณสองคนก็จัดการตัวเองเร็วๆก็แล้วกัน”

 

“ครับ/ครับผม”

 

แล้วหมอแจ็คสันกับหมอแบมก็เดินนำพวกเราที่เหลือสองคนไปก่อน ส่วนผมก็มองหน้าหมอยูคยอม หมอยูคยอมก็มองหน้าผม

 

“ฝากตัวด้วยนะหมอยูค”

 

“เหมือนกันนะครับพี่ยองแจ^^

 

 

 

Mark.

 

สวัสดีครับทุกคน ผมมาร์คต้วนคนไข้ที่หน้าดีที่สุดในเรื่อง เป็นตัวเอกแต่มีบทน้อยกว่าตัวประกอบมาแล้วครับ พูดไปชีวิตผมดูเศร้าจังครับแต่คงเศร้าไม่เท่าเมื่อวานหรอก มันอารมณ์ประมาณเรื่องแม่งเศร้าพอเล่าแล้วเสือกขำอ่ะครับ คุณรู้ไหมว่าหลังจากที่ไอ่หมอเตี้ยปิดประตูดังปังและเดินทิ้งผมแบบไม่ใยดี มันทิ้งให้ผมต้องคลานกลับเตียงเองอย่างเดียวดาย กว่าผมจะขึ้นไปนอนแบบคนปกติข้าวเย็นก็มาพอดีเลย คนส่งข้าวคงเห็นแล้วเวทนาเลยต้องช่วยพยุงผมขึ้นเตียงแต่ที่ว่ามามันไม่ใช่ประเด็นเลยที่สำคัญจริงๆแล้วคือมันไม่ง้อผมด้วยบอกเลยว่าผมงอนมัน  งอนมากด้วย.... ผมจะไม่คุยกับมัน มาร์คต้วนสัญญาสามนิ้วเลยครับ !!

 

แอ็ดดด..

 

นั่นไงมันมาแล้วๆกูไม่สนหรอก กูจะไม่หันไปมอง

 

“คนไข้กินข้าวกินยาแล้วใช่ไหม...”

 

“....” หึ กูไม่พูดหรอกร่างสูงมองออกไปทางนอกหน้าต่างที่จริงมันก็ไม่มีอะไรให้ดูหรอกกูเก๊กไปนั้นแหละเดี๋ยวมองหน้าละกูจะหลุด

 

“วันนี้ปวดหรือเจ็บตรงไหนเป็นพิเศษไหม หรือว่ามีอาการอื่นๆหรือเปล่า” อีกคนเดินอ้อมมายืนข้างหน้าผม

 

“...”บอกเลยว่ากูไม่ใช่คนง่าย คำพูดที่ดูเป็นห่วงของมึงที่ใช้มาง้อ มันไม่ทำให้มาร์คต้วนคนนี้ใจอ่อนหรอก เชอะเชอะเชอะ ! ผมสะบัดหน้าหนีอีกครั้ง

 

“เออ ... งั้นคงไม่เป็นอะไรมากสินะ..” อีกคนก็จดอาการของคนไข้ในวันนี้ว่าในชาร์ทแบบย่อๆให้ตัวเองเข้าใจคนเดียว

 

“...” กูเป็นมากๆเลยเนี้ย... กูมองจิกมึงจนลูกตากูจะกระเด็นออกมาข้างนอกได้อยู่แล้วยังไม่รู้อีกหรอว่ากูเป็นอะไร!!? กูงอนมึงอยู่ มึงเห็นไหม ดูหน้าแล้วดูปากมาร์คต้วนนะครับว่า กู! งอน! มึง!

 

อยู่ๆหมอเตี้ยมันก็เอาชาร์ทวางลงที่เคาท์เตอร์เล็กๆข้างเตียง แล้วก็เอื้อมมาจับมือผมและดึงมือผมเข้าหาตัวเองนี่มันจะกำลังจะง้อผมใช่ไหมเนี้ย หึ ...อย่าฝันเลยชีวิตหมอไม่ง่ายอย่างงั้นหรอก จะได้รู้ว่าถ้าทำให้มาร์คต้วนโกรธแล้วจะเป็นยังไง ร่างสูงสะบัดมือที่กำลังกุมอยู่และดึงกลับมากุมไว้ที่หน้าอกของตัวเองแล้วทำหน้าผวาราวกับสาวน้อยที่อยู่ในฉากที่มีโจรป่ากำลังจะขืนใจ

 

“หมอเตี้ย อย่ามาแตะต้องตัวกันนะ!

 

ความเงียบกริบในห้องมันช่างเป็นเรื่องที่โหดร้ายยิ่ง.....

 





 

Bambam.

 

“เป็นอะไร?”ผมพูดออกไป คือผมไม่รู้ว่าคนไข้ต้องการอะไร เป็นประสาท สมองเป็นด้อย หรือหัวกระแทกพื้นแรงเกินไป?

 

“แล้วเมื่อวานทำอะไรไว้หล่ะ” เขาสะบัดหน้าหนีผม เขาคิดว่าน่ารักใช่ไหม...

 

“...” รู้นะว่าคนข้างหน้าเป็นอะไร แต่ขี้เกียจพูดปล่อยๆไว้เดี๋ยวเบื่อก็หายเอง... พูดไปก็งั้นแหละก็ทำตัวเหมือนเดิมอยู่ดี

 

 

Mark.

 

 

 

นี่นิ่งเพราะไม่รู้จริงหรือกวนประสาทกันแน่วะ ?

 

นอกจากที่หมอนั้นก็ยังไม่พูดอะไรแล้วก็เดินไปนั่งโซฟาอีก นี่คิดจะเล่นสงครามประสาทกับกูจริงๆใช่ไหม จะไม่ง้อกูจริงๆหรอวะ? นี่กูอุตส่าห์ใบ้ทุกอย่างแล้วนะเว้ยว่ากูงอนเนี้ย ทั้งส่งสายตาจนลูกตากูจะอักเสบอยู่ละ ทั้งสะบัดหน้าหนี สะบัดแขน ตัดพ้อ ตะโกนไล่ มันไม่รู้ซักอย่างเลยหรอวะ ยังจะไม่มาง้อกูหรอวะไอ่หมอเตี้ย ...

 

 

 

ได้ถ้าอยากเล่นสงครามประสาทเดี๋ยวพี่มาร์คจัดให้เว้ย.....

 

 

ห้านาทีผ่านไป

 

มาร์คต้วนยังทนไหว....

 

สิบนาทีผ่านไป

 

มาร์คต้วนยังไหวอยู่....

 

ยี่สิบนาทีผ่านไป

 

กูไม่ไหวแล้วว้อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

 

“นี่หมอจะไม่ทำอะไรซักอย่างอะไรเลยหรือไงวะ ?”

 

กูงอนจนหายงอนแล้วนะเว้ยนี่ยังไม่ง้อกูเลยมัวแต่ทำหน้านิ่งๆเหมือนเหม่อมองหรือคิดคนเดียวนี่กูลุกลี้ลุกลนคนเดี๋ยวจนแทบจะเป็นประสาทล ะมึงยังไม่สนใจกูเล่นซักนิด ไม่สนใจกูเลยทั้งปกติมีแต่แต่คนวิ่งเขามาหากูแท้ๆ แต่มึง..... หมอเตี้ย มึงกลับไม่แคร์กูเลยซักนิด คนอย่างมึง เกิดมากูเพิ่งเจอครั้งแรกนี่แหละ....

 

“อ้าว... คนไข้พูดได้แล้วหรอ” อีกคนพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งฟังแล้วดูกวนอวัยวะเบื้องล่าง

 

จึก... แทงใจดำ

 

แอ็ด...

 

 

 

 

"แบม มึง'กายภาพบำบัด'ตอนเช้าเสร็จยังวะ"

 

ที่เขาจับมือผมเพราะว่าเขาจะกายภาพบำบัดผมหรอ ??? ไม่ใช่กำลังง้ออยู่หรอวะ ??

 

"คนไข้เขาไม่ยอมสะบัดมือกูตลอดเลย ... คิดอะไรอยู่ก็ไม่รู้.."เขาหยุดพูดแล้วเหลือบตามามองหน้าผมแว็บนึงแล้วหันไปพูดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายที่ดูเป็นเอกลักษณ์

 

จึก อีกดอก

 

"ทำไมวะ ? มึงจับเขาแรงไปหรือเปล่าวะแบม"

 

"จับตัวคนไข้กูยังไม่ได้จับเลย"

 

"นึกว่ามึงทำเสร็จแล้วนะเนี้ยเห็นมึงอุตส่าห์รีบออกมา อะไรยังไม่ได้กินเลยนิ ไปหาไรกินกันก่อนไหมแล้วค่อยทำทีเดียวเลยไง"

 

 

จึก จึก จึก ตองเลยครับ...

 

 

ตอนแรกเหมือนกูถูกทำไมตอนนี้เหมือนกูผิดวะ ละทำไมกูต้องรู้สึกผิด  ทำไมทำไมทำไม หรือว่ากูอาจจะเป็นคนดีเกินไปสินะ ถึงมีเมตตาธรรมค้ำจุนโลกขนาดนี้  กูนี่มันเทพบุตรจุติลงมาเกิดโดยแท้เพราะว่ากูหล่อหรอกนะ ยกโทษให้มึงแม่งก็ได้

 

“อ..เอ้า  จะกายภาพบำบัดไม่ใช่หรอก็รีบมาทำสิ” ผมยืนแขนหล่อๆข้างหนึ่งข้างหนึ่งออกไปทางหมอเตี้ยส่วนมืออีกข้างผมก็เสยผมของตัวเองขึ้นเพื่อเพิ่มออร่าเวลามอง คนอะไรนอกจะหล่อแล้วอย่าใจกว้างดั่งมหาสมุทรทำไมพระเจ้าถึงพลั่งมือสร้างคนที่สมบูรณ์แบบอย่างผม ก็นะโลกมนุษย์มักจะลำเอียงอย่างนี้นี่เอง

 

“ไม่ละ ขี้เกียจ... ไปไอ่ยูค ไปแดกหนมกัน” อีกคนยกเท้าขึ้นมายันเพื่อนออกจากประตูแล้วก็เดินตามออกไปโดยไม่สนว่าอีกหนึ่งคนในบทสนทนาจะเป็นตายร้ายดีทำไม .......ก็ไม่รู้ว่าจะต้องแคร์ไปทำไมเหมือนกัน

 

ปัง

 

พอกูงอนก็ไม่ง้อกู พอกูหายก็เมินกูอีกแล้วจะงอนต่อแม่งก็คงไม่ง้อกูเดี๋ยวกูก็ได้งอนจนหายอีก พูดแล้วน้ำตามาเลย ชีวิตมาร์คต้วนช่างบัดซบกะโหลกกะลาอะไรขนาดนี้  ร่างสูงทิ้งตัวลงนอน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โป้ก

 

ฮือ หัวกูโขกหัวเตียงอีกแล้ว ม๊ะมี๊ครับมาร์คเจ็บหัว หัวจะร้าวไหมวะ....

 

 

 

© themy  butter

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

698 ความคิดเห็น

  1. #663 ปีศาจสีเงิน (@aaron-anael-abel) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 กันยายน 2558 / 08:09
    มาร์คดูไร้ตัวตนมากกกกก5555
    #663
    0
  2. #653 ReNg_Ai (@ReNg_Ai) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 เมษายน 2558 / 01:54
    เรื่องนี้มาร์คยังเป็นพระเอกอยู่มั้ย สงสารแรง
    #653
    0
  3. #646 มัคมัคคึ (@baronest) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 16:13
    ไม่ต้องร้องไห้นะมาร์ค ถถถถถถถถถถถถถถถถถ
    #646
    0
  4. #628 lalissa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มีนาคม 2558 / 17:48
    พี่มาร์คนไข้ผู้น่าสงสาร

    นี่พี่แกมาพักฟื้นแต่ทำไมรู้สึกว่าพี่แกโดดเดี่ยวน่าสงสาร

    งอนแต่ไม่โดนง้อ พี่มาร์คร้องไห้หนักมากนะจุดนี้55555
    #628
    0
  5. #612 Babbitt... (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มีนาคม 2558 / 22:09
    ทำไมชีวิตมาร์คต้วนน่าสงสสารงี้อะ คือเเบบไม่มีคนสนใจ เพื่อนก็หายไปไหนไม่รู้ TWT
    #612
    0
  6. #596 แม่มดน้อย"ลียา" (@magic2352) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มีนาคม 2558 / 19:50
    แบมมารคงอนเล่าง้อสิ55555555555ขำอะ
    #596
    0
  7. #527 yuayuan (@minzmint) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 กันยายน 2557 / 10:39
    หมอหวังคิดไรกับแมมหรือเปล่า
    #527
    0
  8. #515 Maichibi (@ginkr) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 กันยายน 2557 / 22:57
    พี่่มาร์คคคคคคคค .....ถถถถถถถถถถถถถถถ
    #515
    0
  9. #473 mmylism (@qisterex) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2557 / 13:05
    ขอมอบแท็ก #มาร์คต้วนร้องไห้ทำไม เล่นกับใครไม่เล่นมาเล่นกับหมอแบมอินดี้สไตล์
    #473
    0
  10. #470 ploy_pat ^^ (@pat-arin) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2557 / 22:00
    โอ๊ยชีวิตมาร์ค ต้วน นั้นช่างน่าสงสาร 55555
    หือ สมองเพิ่งปะติดปะต่อได้ว่าคนในไลน์คนนั้นคือแบม omg! คนสำคัญ
    หมอแจ็คคิดไรกะแบมป่ะคะ? 555555
    #470
    0
  11. #439 khao-chae (@khao-chae) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2557 / 08:42
    สงสารมาร์คคึวะ ก็บอกแล้วอย่าไปเอาดีกับหมออินดี้แบมแบมเค้า
    #439
    0
  12. #432 Respire (@25772019) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2557 / 22:28
    55555555 สงสารมาร์คดีไหมเนี่ย ทำตัวเองล้วนๆ เล่นกับใครไม่เล่น มาทำเล่นตัวกับหมอแบม เป็นไงละ หงอยเลย 5555555 
    #432
    0
  13. #429 Mezzo Filldon (@baekexo) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2557 / 07:43
    แบมแบมอินดี้มากค่ะลูก
    555 สงสารอิพี่มาร์ค
    พี่มาร์คแม่งเรียกร้องความสนใจ
    แต่แบมนี้แบบไม่สนเลยอ่ะ น่าเวทนามาร์คต้วน
    #429
    0
  14. #427 oseben (@benbunbun) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2557 / 22:46
    สงสารพี่ต้วนคนหล่อมากณจุดๆนี้
    #427
    0
  15. #425 B_O_M_G (@kik230738) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2557 / 01:37
    ชีวิตพี่มาร์คนางเศร้ามาก 5555555555555555 แต่หนูฮาอ่ะพี่
    #425
    0
  16. #424 Lan la Lan (@imwawa) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 23:45
    คือแบมคุยกะยองแจ ? รึจะซับซ้อนกว่านี้ สรุปมาร์คต้วนสติไปแระ
    #424
    0
  17. #423 ตัวเล็ก (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 22:46
    แบม นาย. . . .

    หมดคำจะพูดเลย ขนายแลดูจะชิลกับชีวิตเกินไปนะ

    เป้ใบเดียวอยู่เป็นปี? วันเดียวก็เหลือเฟือและ

    แต่. . . อะไรก็เป็ยไปได้ แบมซะอย่าง
    #423
    0
  18. #421 o 、g r a y (@0898764204) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 20:52
    พี่มาร์คร้องไห้ทำไมค่ะ 55555555
    #421
    0
  19. #416 Starry Midnight (@modoki) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 19:16
    มาร์ค ต้วน คือพระเอกใช่ไหมคะ ? 5555555 ชีวิตนางฮาได้ใจ
    #416
    0
  20. #415 *..Rose Apple..* (@phikulthong) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 18:14
    ไม่มีอะไรจะพูดสำหรับพี่มาร์คนอกจาก 'น่าสงสารเขานะคะ' 55555555555
    #415
    0
  21. #409 B-Rabbit~* (@nejungza) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 16:13
    โห่ววว ชีวิตมาร์ต ต้วนบัดซบสิ้นดี 555555
    #409
    0
  22. #406 pinch (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 14:48
    พี่มาร์คร้องไห้ทำไม55555555555 น่าสงสารเขานะครับ... พี่มาร์คเป็นตัวประกอบจริงๆสินะ55555554
    #406
    0
  23. วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 13:35
    คือ สรุป อิพี่ต้วนเคะช่ะ 555555 กะแล้วว่าอิหัวหน้าหวัง มันปิ๊งยองแจแน่ๆ เพราะจับทางจากไลน์ตั้งแต่ครั้งนู้นละ 555555555 ฟินเฟ่อ มาร์คด้วยผู้น่าสงสาร นี่คิดว่าฟิคเรื่องนี้ JackJae นะ 5555555 อิพี่มาร์คบทน้อยไม่พอว่าที่เมีย ยังเมินอีก อิพี่มาร์คจะปิ๊งก็ตรงนี้ล่ะ 55555
    #405
    0
  24. #403 Mymildz (@m-mild) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 12:26
    แจ็คสันหน้าแตก 555555555555555555 ทำไมหมอแบมทำแบบนี้คะ 55555555555555555555
    วิธีปลุกหมอแบมแม่งโคตรแปลก มีแปลกกว่านี้อีกปะ โอ๊ย 5555555555555555555555555
    สงสัยวันนี้ยองแจบุญยังเหลือนะที่หัวหน้าแจ็คไม่เลือกนาย ไม่งั้นประสาทแดกไปปีหนึ่งแน่ๆ
    อีพี่มาร์คนี่เคะใช่มั้ย ทำไมสะดิ้งแบบนี้วะ เอะอะงอนเอะอะสะบัดมือ โอ๊ย แมนๆหน่อยดิพี่ 5555555555555
    #403
    0
  25. #400 i_yuya (@yuyazaa) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 04:37
    ต้วนขี้มโนอ้ะ ไหวป่ะต้วน? เราว่าเราไม่ไหว.. เราขำนายมากกกกกกกกก 5555555 แบมคะ พี่ขอฟิลลิ่งนิดนึงได้ไหม ... พี่ลุ้นเหนื่อยค่ะ ขำก็เหนื่อย คึคึ...
    #400
    0