WIN : BLIND LOVE ___(NAMSONG)

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 9 : สิ่งที่เกิดขึ้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 740
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    13 ส.ค. 57

 

ตอนที่ 9

สิ่งที่เกิดขึ้น


   


          เข็มนาฬิกาเดินถอยหลังผ่านค่ำคืนเตรียมเข้าสู่วันใหม่ นัมแทฮยอนยังคงนั่งจมตัวเองอยู่กับกองหนังสือ นิ้วเรียวพลิกแผ่นกระดาษเข้าสู่หน้าถัดไป หากแต่จิตใจยังคงกระวนกระวายถึงใครบางคน

“ดึกขนาดนี้ทำไมยังไม่กลับมานะ”

            ริมฝีปากสีสดบ่นพึมพำ ความจริงมันก็ไม่ใช่ธุระโกงกางอะไรที่เขาจะเดือดร้อนว่าซงมินโฮจะไปไหนหรือทำอะไร หากแต่อีกคนอยู่ในสถานะพี่ชายมันก็อดไม่ได้ที่น้องชายอย่างเขาจะเป็นห่วง

            เสียงรหัสห้องดังพร้อมร่างของคนที่เพิ่งบ่นถึงเดินเข้ามาเรื่อยๆ ซงมินโฮจรดสายตาไปยังคนที่นั่ง
อ่านหนังสืออยู่กลางห้อง ใบหน้าสวยหันไปสบตาคนที่ยืนอยู่

“ทำไมยังไม่นอน
?” เป็นคำเอ่ยแรกที่พูดออกมา ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่นัมแทฮยอนออกมานั่งทำอะไรที่ห้องนั่งเล่น เพราะปกติเห็นชอบเก็บตัวอยู่ในห้องนอนเสมอ
“ก็..อ่านหนังสือน่ะ”

            พี่ชายพยักหน้าเบาๆก่อนจะเดินมาทิ้งตัวลงบนโซฟานุ่ม มือยื่นถุงพลาสติกที่มีข้าวต้มร้านดัง
ให้คนที่นั่งอยู่ข้างๆ

“เอาไว้อุ่นกินตอนเช้าซะ เห็นกินแต่ขนมปังแล้วสงสาร”

“ก็ใครบอกไม่ให้ทำอาหารกันล่ะ”

เสียงหวานค้อนใส่เล่นทำคนฟังอดที่จะยิ้มบางไม่ได้ ทั้งชีวิตนี้มีแต่น้องสาว
ไม่คิดว่าวันนึงจะมีน้องชายเพิ่มมาอีกคน ตอนแรกก็ต่อต้านรับไม่ได้ แต่เอาเข้าจริง
มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร กลับรู้สึกละอายใจที่เคยพูดไม่ดีกับอีกคนไว้

            ดวงตาไล่มองกองเอกสารและหนังสือที่ยังคงอยู่ข้างกายนัมแทฮยอนไม่ห่าง
มือหนาเอื้อมหยิบมา
1 เล่ม ข้างในต่างบรรยายลักษณะต่างๆทางกายวิภาคและพยาธิสภาพของโรค
เนื้อหาเป็นภาษาอังกฤษและคำศัพท์เฉพาะทางการแพทย์ ทั้งที่เขามีดีกรีจบจากต่างประเทศแต่ก็ไม่
สามารถทำความเข้าใจเนื้อหาตรงหน้าได้หมด น้องชายของเขาเก่งไม่เบาเหมือนกันนะ

“พี่...”

            ซงมินโฮครางรับในลำคอ นัมแทฮยอนหันมาสบสายตาอีกฝ่าย
“คือสงสัย..ตกลงพี่กับพี่จินอูเป็นอะไรกัน
?

            สิ่งที่ค้างคาใจถูกถามออกไปทั้งๆที่บอกกันว่าเป็นเพื่อนเมื่อเจอกันครั้งแรก แต่พอเห็นการกระทำหวานดื่มแบบนั้นกลับทำให้เขาสับสน มันก็น่าจะเป็นสิ่งที่น้องชายอย่างเขาน่าจะรู้ได้ว่าพี่ชายจะคบหาหรือดูใจกับใคร


“ก็..เป็นแฟนน่ะ “


            คำตอบเฉลยทุกอย่าง มือเรียววางปากกาในมือก่อนจะค่อยๆคลี่รอยยิ้มบาง
“อ่าวแล้วทำไมตอนนั้นยังบอกว่าเป็นเพื่อนกันอยู่เลย
?
“เรื่องมันยาวนิดหน่อย”

            คราวนี้นัมแทฮยอนขยับหันมาทั้งตัว กายนั่งติดกับพื้นพรมแขนเท้าโซฟาที่อีกคนนอน
เกยคางตัวเองไว้บนมือสายตาฉายแววความอยากรู้อย่างปิดไม่อยู่

“เล่าให้ฟังได้มั้ย ผมอยากฟัง”

            โดยปกติแล้วซงมินโฮไม่ชอบเล่าเรื่องส่วนตัวหรือพูดคุยอะไรกับใครมากนัก
แต่พอเห็นคนที่วางหนังสือพร้อมตั้งใจฟัง ครั้งนี้ถือจะยอมให้ก็ได้

            เรื่องทุกอย่างตั้งแต่เริ่มคบกันสมัยเรียนจนเลิกกันแล้วกลับมาเจอกันอีกครั้งถูกเรียบเรียง
ผ่านเสียงทุ้ม นัมแทฮยอนที่นั่งฟังนึกขันในบางตอนกับความโง่เขลาให้กับซงมินโฮที่จะไปเรียนต่อ
เมืองนอกก็ต้องบอกเลิกอีกฝ่าย เขาเชื่อว่าถ้าหันมาพูดคุยกันดีๆคิมจินอูเองน่าจะเข้าใจ

แต่อย่างน้อยอีกด้านเขาเองก็ยอมรับในการตัดสินใจที่เข้มแข็งยอมปล่อยคนรักให้มีโอกาสพบรักครั้งใหม่
แต่ตอนนี้คนที่น่าสงสารที่สุดคงจะเป็นอดีตคนรักของแฟนพี่ชายที่เพิ่งเลิกรากันไปในตอนนี้

            บางทีคนเราก็เลือกความรักไม่ได้

“เห็นพี่จินอูบอกว่าพี่มีแลมโบ”

“อ่อ..วีนัสน่ะหรอ
?

“ผมอยากนั่ง..”

เอ่ยขอกันตรงๆแบบนี้ ก็รอแต่พี่ชายจะใจดีอนุมัติ แต่เห็นท่าทีนิ่งๆแบบนั้นสงสัยจะไม่สมหวัง
ดูท่าซงมินโฮจะรักรถเกินกว่าให้คนอย่างเขาจับต้อง ลมหายใจพรูออกมา นัมแทฮยอนหันกลับไป
ตั้งท่าจะเก็บข้าวของที่เกลื่อนกลาดบนโต๊ะ

“เดี๋ยวว่างๆจะพากันไปนั่งละกัน”
คำตอบที่ทำคนฟังแปลกใจเลกน้อย แต่ก็เผลอปล่อยความสุขยิ้มกว้างโชว์ฟันสวย

 “ทำไมอยู่ๆถึงใจดีกับผมล่ะ แต่ก่อนยังเห็นบอกว่าผมจะแย่งสมบัติอยู่เลย”

“ก็แค่ขี้เกียจมีปัญหากับพ่อ ยังไงฉันคงหนีความจริงไม่พ้นที่นายเป็นน้องชาย”


            นัยน์ตาสีเข้มที่สะท้อนใบหน้าพี่ชายอ่อนลงหลบมองต่ำ ถึงแม้สงครามประสาทระหว่างเขาและอีกฝ่ายจะสงบลง แต่เขาทั้งสองคนไม่สามารถหลีกหนีพ้นความจริงของกันและกันได้ ซงมินโฮเองคงจะยอมรับอย่างไม่เต็มใจนัก

            ความน้อยใจก่อตัวเก็บซ่อนไว้อย่างเงียบๆ









            การฝึกงานวันนี้ดูเหมือนจะเยินกว่าทุกครั้ง โดนเรียกให้เจาะนู่นทำนี่จนเส้นผมสีน้ำตาลสวย
แทบจัดไม่เป็นทรง ในขณะที่จุนฮเวกำลังเขียนรายงานได้เหลือบมองนัมแทฮยอนที่กำลังวุ่นวายเป็นระยะ

            เสียงแผดร้องเครื่องช่วยหายใจดังขึ้น ขายาวดินเข้าไปดูผู้ป่วย ดวงตาเรียวมองหน้าจอมอร์นิเตอร์
ที่ยังปรากฏกราฟทั้งการหายใจและชีพจรที่ยังคงเป็นปกติดี นัมแทฮยอนตรวจดูกระเปาะลมที่ต่อเข้ากับท่อช่วยหายใจ

“ลมไม่ค่อยมีเลยแฮะ” ว่าพลางบีบเติมลมเข้าไป เสียงของเครื่องช่วยหายใจเงียบลง ชายหนุ่มเดินไปวางแฟ้มข้อมูลผู้ป่วยที่เคาน์เตอร์

            ตึ้ด ตึ๊ด ตึ้ด ตึ๊ด ตึ้ด ตึ๊ด

            เครื่องช่วยหายใจตัวเดิมร้องเสียงดังอีกครั้ง คิ้วเรียงตัวขมวดเข้าหากันอย่างแปลกใจ
นัมแทฮยอนหยิบหูฟังขึ้นมาวางทาบบริเวณทรวงอกฟังเสียงการหายใจ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง
รีบเดินไปหาแพทย์ประจำบ้านที่นั่งวุ่นวายกับหน้าคอมพิวเตอร์

“พี่ซึงยูนมาดูให้หน่อยครับเหมือน
ET tube เตียง 3 จะหลุด”

            ร่างผอมรีบยืนขึ้นเดินไปยังที่เกิดเหตุ หูฟังสองข้างกำลังบอกสภาวะที่เกิดกับผู้ป่วยในขณะนี้
รุ่นพี่หันมามองรุ่นน้องที่มีสีหน้าตื่นตระหนก

“แทฮยอนไปเตรียมเซ็ท
off tube มา”

            ชายหนุ่มพยักหน้าก่อนจะรีบกลับมาพร้อมอุปกรณ์เพียงไม่เวลาถึงนาที
สายตามองคังซึงยูนที่กำลังเอาท่อช่วยหายใจออกให้ผู้ป่วย

“แล้วให้
oxygen cannula  3 liters/min คนไข้ยังหายใจเองได้ไม่เป็นไร
คอยจับดู
Oxygen sat ไว้ด้วย ว่าแต่นี่ใช่เคสเรารึเปล่า?

นัมแทฮยอนส่ายหัวแทนคำตอบ รู้สึกโล่งใจที่ผู้ป่วยไม่ได้เกิดเหตุอันตรายร้ายแรง
ใบหน้าขาวค่อยๆเปื้อนรอยยิ้มจนหางคิ้วสองข้างเฉียงตกลงมาในขณะที่อีกคนยังคงมีสีหน้าเรียบ

มือแข็งตบบ่าเล็กก่อนจะพูดด้วยประโยคที่ทำให้นัมแทฮยอนยิ้มกว้างมากที่สุด

“เก่งมาก พยายามเข้าล่ะ”












            บรรยากาศร้านเนื้อย่างที่เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะ วันนี้รุ่นพี่คังซึงยูนใจดีพาน้องๆนักศึกษาแพทย์มาเลี้ยงอาหาร ควันขาวลอยพ้นขึ้นบนเนื้อหอมกรุ่น ของเหลวมึนเมาสีใสถูกรินใส่แก้วเล็กก่อนจะถูกส่งเข้าปากสีสด แก้มทั้งสองของนัมแทฮยอนเปื้อนริ้วจางๆ

“นายดื่มเยอะแล้วนะ”

จุนฮเวเอ่ยออกมาด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นเพื่อนรักตั้งท่าหยิบขวดสีเขียวมาเพิ่ม นัมแทฮยอนส่ายหน้ายิ้มบางเป็นเชิงว่าไม่เป็นอะไร เพราะเขายังมีสติครบถ้วนอยู่ดีไม่ได้ดื่มเยอะถึงขนาดเมา นานๆได้ดื่มบ้างปล่อยให้สมองได้ผ่อนคลายไม่ต้องมีเรื่องกังวล

            เนื้อนุ่มปล่อยรสชาติเคล้าอยู่ในโพรงปาก อยู่ๆน้ำตาที่ซ่อนตัวไว้รื้นขึ้นมาพลางไหลอาบแก้ม
นิ้วเรียวรีบปาดมันออกเก็บซ่อนความอ่อนแอไว้ในใจ

            รสชาติเนื้อย่างนี้เหมือนที่พ่อเคยพาเขามากินไม่มีผิด

ชิ้นเนื้อถูกส่งเข้าไปในปากอีกครั้ง นัมแทฮยอนพยายามทำจิตใจให้สงบ
ปลายจมูกรั้นแดงขึ้นมาจนเขารู้สึกแสบไปหมด

            คังซึงยูนเหลือบมองคนที่นั่งปาดน้ำตาอยู่เงียบๆ ใบหน้าขาวที่แดงระเรื่อเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์
ไหนจะดวงตาฉ่ำหยาดน้ำที่ซ่อนตัวภายใต้เลนส์แว่น มันอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเป็นห่วง









 “พรุ่งนี้ห้ามมาสายกันล่ะ”

            งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา คังซึงยูนเอ่ยบอกนักศึกษาที่ขอแยกตัวไปสังสรรกันต่อที่ร้านคาราโอเกะ
คงยังมีเพียงคังซึงยูน จุนฮเวและนัมแทฮยอนที่อยากจะกลับไปพักผ่อนที่บ้านเสียมากกว่า

 “นายกลับบ้านเองได้ใช่มั้ย
?
จุนฮเวเอ่ยถามมองคนที่ยืนล้วงกระเป๋าเสื้อแขนยาว ไหล่เล็กห่อตัวเมื่ออากาศเย็นพัดผ่าน

            นัมแทฮยอนพยักหน้าพลางสูดน้ำมูก เหมือนความชื้นในชั้นบรรยากาศจะมีมากเกิน
จนทำให้คนที่เป็นภูมิแพ้แบบเขาเริ่มที่จะปวดจมูก

“เดี๋ยวพี่ไปส่งเองก็ได้ จุนฮเวรีบกลับไปพักผ่อนเถอะ”

            คำพูดของรุ่นพี่ทำให้คนฟังรู้สึกแปลกใจไม่น้อย ปีศาจคังซึงยูนเนี่ยนะจะไปส่งเพื่อนเขาที่บ้าน
พูดเหมือนกับว่าเคยไปส่ง แต่ดูท่านัมแทฮยอนเองก็ไม่ได้เอ่ยปากปฏิเสธอะไร ชายหนุ่มหรี่ตามองเพื่อนพลางพยักหน้าเบาๆก่อนที่จะเอ่ยลาทั้งสองคน






 “ลำบากพี่แย่เลยมาส่งผมตลอด” นัมแทฮยอนกล่าวขณะที่นั่งอยูในรถ ลูกอมที่เขาเคยให้อีกฝ่ายไปเมื่อครั้งที่แล้วยังคงวางอยู่ข้างๆที่นั่งคนขับเหมือนเดิม

“ไม่เป็นไร มาทางเดียวกันไม่ได้เดือดร้อนอะไร”

ตอบไปทั้งๆที่ไม่ได้หันมามองด้วยซ้ำ ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันจนแทบจะเป็นเส้นตรง หวนนึกถึงภาพที่อีกฝ่ายร้องไห้ขึ้นมา ความรู้สึกเป็นห่วงค่อยชัดขึ้นมาอยากจะเอ่ยปากถามว่ามีเรื่องทุกข์ร้อนหรือไม่สบายใจอะไร แต่ในใจอีกด้านก็กลัวจะไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว

            เสียงไฟเลี้ยวดังขึ้นฝ่าความเงียบ คังซึงยูนค่อยๆหักพวงมาลัยเลี้ยว
“ช่วงนี้..มีอะไรไม่สบายใจรึเปล่า
? พี่เห็นนายร้องไห้ที่ร้าน”

นัมแทฮยอนได้แต่นั่งนิ่งเหมือนโดนจับได้ ไม่คิดว่าจะมีใครเห็นน้ำตา แต่ความจริงเขาเองก็ไม่ได้มีเรื่อง
ไม่สบายใจอะไรคงจะเว้นแต่เรื่องของพี่ชายตัวเองที่จะออกไปทางน้อยใจมากกว่า แต่เรื่องที่ทำให้เสียน้ำตาก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไรแค่คิดถึงพ่อเฉยๆ

“ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมคิดถึงพ่อเฉยๆ”

“งานหนักหน่อยนะคงคิดถึงที่บ้านว่างๆก็ไปเยี่ยมท่านซะ”

            ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มหันไปมองคนขับ
“คงไม่ได้ไปเยี่ยมแล้วล่ะครับ พ่อผมอยู่ไกลเกินไปบนสวรรค์นู่น”

            น้ำเสียงหวานเอ่ยอย่างไม่เป็นอะไรเรื่องผ่านมาตั้งนานตอนนี้เขาโตพอที่จะเข้มแข็งไม่ร้องไห้ฟูมฟายหาพ่อเหมือนตอนเด็กๆอีกแล้ว ไม่มีคำพูดใดๆออกมาจากปากของคังซึงยูนนอกจากฝ่ามืออบอุ่นที่เอื้อมไปลูบหัวอีกคนเบาๆ


            ล้อรถบดถนนค่อยๆชะลอความเร็วก่อนจะเข้าจอดข้างทางเหมือนเคย
แต่ครั้งนี้นัมแทฮยอนกลั บเอ่ยปากเชิญชวนอีกฝ่าย

“ผมเห็นพี่หาวตั้งหลายรอบขึ้นไปดื่มกาแฟหน่อยมั้ยครับจะได้ตาสว่างหน่อย”

 “ไม่เป็นไร”

คังซึงยูนปฏิเสธและนั่นทำให้คนฟังรู้สึกขัดใจ คงปล่อยให้อีกคนกลับบ้านอย่างนี้ไม่ได้ ถ้าเกิดอุบัติเหตุระหว่างทางขึ้นมาเขาคงจะรู้สึกผิดเอามากๆ ชายหนุ่มเอื้อมตัวไปฝั่งคนขับเล่นทำเอาคังซึงยูนที่นั่งอยู่แทบจะหยุดหายใจ กลิ่นหอมหวานชัดขึ้นเมื่อต้นคอของอีกคนอยู่ใกล้ มือบางเอื้อมไปปิดเครื่องยนต์ก่อนจะยึดกุญแจรถมาถือไว้เอง

“ถ้าไม่ขึ้นไปกับผมนี่ไม่คืนกุญแจให้จริงๆนะ”

            แก้มอิ่มอมยิ้มกับการกระทำของคนดื้อ แบบนี้คงปฏิเสธไม่ได้สินะ









            แก้วกาแฟถูกวางเสิร์ฟไว้ตรงหน้า คังซึงยุนยกขึ้นมาจิบของเหลวสีเข้มพลางมองไปรอบๆห้องที่ทั้งกว้างและถูกจัดไว้อย่างสวยงาม ดูเหมือนนัมแทฮยอนจะมาจากครอบครัวที่มีพื้นฐานทางการเงินที่ดีถึงขั้นดีมาก เก้าอี้นวมยวบลงตามน้ำหนักของร่างบาง

“แทฮยอนอยู่คนเดียวหรอ
?

“อ่อผมอยู่กับพี่ชายน่ะ คนที่มารับผมวันนั้นแหละ แต่ตอนนี้ไปไหนไม่รู้บ้านยังไม่กลับ”
   
            พูดยังไม่ทันขาดคำ ประตูสีอ่อนถูกเปิดออกพร้อมร่างสูงที่เดินเข้ามาข้างในห้อง

              ตายยากจริงๆเลย

ดวงตาคมจรดจ้องไปยังแขกที่ไม่ได้รับเชิญมานั่งอยู่บนโซฟา สมองประมวลผลก่อนจะจำได้ว่าไอ้หน้าตี๋นี่คือคนที่เคยเห็นในโรงพยาบาล ซงมินโฮเดินไปเก็บกระป๋องเบียร์ที่เพิ่งซื้อมาในตู้เย็นเลือกมาหนึ่งกระป๋องติดมือก่อนจะยืนจิบของเหลวสีทองเข้าปาก

“เดี๋ยวนี้พาขึ้นห้องแล้วหรอ อยากจะทำอะไรก็ตามสบายไม่ต้องเกรงใจนะ”

            นัมแทฮยอนถอนหายใจยาวพี่ชายของเขามีปัญหาเรื่องคำพูดจริงๆ ถนัดนักทำเรื่องที่ให้คนอื่นเขาหงุดหงิด ชายหนุ่มหันไปเอ่ยขอโทษรุ่นพี่ รอยยิ้มบางที่ตอบรับกลับมาของอีกฝ่ายราวกับว่าไม่เป็นอะไรยิ่งทำให้เขารู้สึกผิด คังซึงยูนดูสถานการณ์แล้วถ้าขืนอยู่ต่ออาจจะเลวร้ายมากกว่านี้

            เมื่อแผ่นหลังของรุ่นพี่เดินพ้นสายตาออกจากประตูไป คนอายุน้อยกว่ารีบตวัดสายตา
มองคนที่ยืนจิบเบียร์ด้วยท่าทีสบายใจไม่ได้เดือดร้อนอะไรเลยแม้แต่น้อย

“พี่ทำบ้าอะไร” เสียงหวานแข็งกร้าว

ไหล่หนายกขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ เคลื่อนตัวเองมานั่งลงบนโซฟาพร้อมกระป๋องสีเทาขายาวยกขึ้นนั่งไขว่ห้างจุดยิ้มที่มุมปาก ตนแรกที่กลับมาบ้านซงมินโฮยังไม่เห็นคนน้องกลับมาถึงห้องเลยด้วยซ้ำ เข็มนาฬิกาก็ล่วงเลยมาจนดึก นอนไม่หลับเลยออกไปแวะซื้อเบียร์มาจิบให้สบายใจ แต่พอกลับมาที่ห้องคราวนี้เขาตกใจอยู่ไม่น้อยที่เจอแขกไม่ได้รับเชิญ พวงแก้มใสซับสีเลือดส่งรอยยิ้มหวานให้คนหน้าตี๋ที่เขารู้สึกไม่ถูกชะตาตั้งแต่อยู่ที่โรงพยาบาล ปากก็เลยพาลพูดออกไปไม่ทันได้คิด

“ก็แค่แกล้งนิดแกล้งหน่อยจริงจังไปได้”

“มันไม่ตลก”

            ซงมินโฮเพิ่งสังเกตเวลาน้องชายตัวเองโกรธ แก้มสองข้างนั้นจะดูพองกว่าทุกทีเห็นแล้วทำให้พาลคิดถึงดาน่า ใบหน้าเข้มเลื่อนเข้าไปใกล้อีกคนจะนัมแทฮยอนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เจือด้วยกลิ่นนิโคตินจางๆ เสียงทุ้มเอ่ยเบา

“มีกลิ่นเหล้าด้วยหนิ ถ้าเมาแล้วคนอื่นเข้ามาทำอะไรจะว่ายังไง”

            เหมือนระยะที่ห่างกันของทั้งคู่จะทำให้คนที่นั่งใบหน้าขึ้นสีรู้สึกอึดอัดจึงพยายามถอยหลังห่าง
พิงเบาะนุ่มเพิ่มอากาศอัดเข้าไปในปอดให้มากขึ้น

“ใครจะมาทำอะไรผมแล้วยังไง กลัวผมไปทำให้พี่เดือดร้อนอีกอ่ะดิ”

            นัมแทฮยอนกล่าวอย่างรู้ทันเพราะยังไงพี่ชายของเขาก็คงกลัวพ่ออย่างกับอะไรดี
ถ้าเขาเป็นอะไรไปคนที่จะเดือดร้อนไปเต็มๆก็คงจะเป็นผู้ที่ดูแลเขาในตอนนี้

            หากแต่คำบางคำที่ฟังอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวกลับทำให้หัวใจที่เต้นอยู่ดีๆกลายเป็นผิดจังหวะขึ้นมา นัยน์ตาสีเข้มของซงมินโฮที่กำลังสะท้อนดวงหน้าสวยไว้เพียงคนเดียว




“พี่เป็นห่วงนะ”


            ประโยคสั้นๆกลับสะท้อนดังอยู่ในโสตประสาท ธารโลหิตในร่างกายต่างไหลเวียนพล่าน
ไปทั่วเรือนร่าง ความร้อนผ่าวแผ่กระจายไปรอบๆใบหน้าลามเลียไปถึงใบหูทั้งสองข้างที่ซ่อนตัว
อยู่ภายใต้ผมนุ่ม

            นัมแทฮยอน คนที่รู้จักตัวเองมากที่สุด คนที่เข้าใจว่าตัวเองต้องการอะไรและไม่ต้องการอะไร
แต่ตอนนี้มันกลับเกิดเรื่องที่เขาไม่อยากจะให้มันเกิด ความรู้สึกบางอย่างแล่นริ้วเข้ามาอย่างห้ามไม่อยู่


            เกิดขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล
            เกิดขึ้นโดยไม่สามารถกำหนดตัวบุคคลได้
            เกิดขึ้น ทั้งๆที่มันไม่ควรจะเกิดขึ้น








เขากำลังรู้สึกดีกับพี่ชายตัวเอง





TBC


อันยองงงงทุกคนค่ะ

 วันนี้วันดีนอกจากเป็นวันแม่แล้วก็เป็นวันที่ YG ได้ปล่อยเพลงของวินเนอร์และเอ็มวีทั้งสองตัวกันด้วย
เป็นไงคะยังมีชีวิตกันดีอยู่มั้ย 5555 นี่สารภาพว่ายังไม่ได้นอนตั้งแต่เมื่อคืนเลยมัวแต่ปั่นวิวและฟังเพลงของเด็กๆ
ว่างๆก็เข้าๆไปดูเอ็มวีเนอะ แชร์แจกเพื่อนๆให้นั่งดูนั่งเปิดกันเล่นๆกันไป ครั้งนี้จะได้คว้าชัยให้กับวินเนอร์

INNER CIRCLE ไฟติ้งงง
งานดีผลงานเยี่ยมเด็กๆทำงานกันมาอย่างหนัก ก็อุดหนุนผลงานของแท้ตามกำลังของเราไปนะคะ
^ ^


ในตอนนี้อาจจะมีคำศัพท์บางคำที่มาเข้าใจกันนิดนึง

พยาธิสภาพของโรค – ในที่นี้อ่านว่า พะ-ยา-ทิ นะคะ ไม่ได้อ่านว่า พะ-ยาด หมายถึง สาเหตุการเกิดของโรค เช่น โรคความดันโลหิตสูงในผู้สูงอายุ เกิดจากความยืดหยุ่นของหลอดเลือดที่น้อยลงจากทฤษฎีอะไรก็ว่าไป


ET tubeอ่านว่า อีทีทิวบ์ ซึ่งย่อมาจาก Endotracheal Tube จะเป็นท่อช่วยหายใจที่ใส่ทางปาก ใครสนใจไปหารูปได้ ถ้าไม่ก็ปล่อยผ่านไปไม่ต้องสนใจค่ะ 5555555

Off tube – คือการเอาท่อออกนั่นเอง

กระเปาะลม – จริงๆมันมีคำเรียกว่า
Blow cuff เป็นกระเปาะเล็กๆเวลาเราสอดท่อเข้าไปเราจะอัดลมให้มันพองข้างในเพื่อป้องกันการเลื่อนหลุดของท่อ

Oxygen Cannulaเป็นสายเล็กที่ใส่ทางรูจมูกทั้งสองข้างเพื่อให้ออกซิเจนค่ะ หลายๆคนอาจจะพอเคยเห็นตามโรงพยาบาลหรือละครทั่วไป

Oxygen satเต็มๆก็คือ Oxygen Saturation คือค่าเปอร์เซ็นความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด ซึ่งเราจะใช่ตัวหนีบที่หนีบตามนิ้ว บางคนอาจจะพอเคยเห็น

 

เราผ่านวิชาการกันไปแล้ว ยังไงก็เตรียมพบกับ #ฟิคไบลนด ในตอนหน้าเนอะ ติชมตามสบายถ้าแท็กให้จะขอบพระคุณมาก *กราบตักงามๆ* ใครฟอลไรท์มาก็คุยกันได้นะคะ ไรท์ไม่กัด -..- แล้วเจอกันค่ะ จู๊บบบบบบ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

622 ความคิดเห็น

  1. #480 aoyaanya (@aoya-anya) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2558 / 00:17
    นัมชอบมิโนแล้วใช่มั้ย
    #480
    0
  2. #326 Ff_ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:33
    แหมตาไมโน ที่ตัวเองจูบกับจินอู น้องนัมยังไม่ว่าไรเลย

    ที่บอกว่าเป็นห่วงน้องนัมนี่พูดเล่นหรือพูดจริงยะ
    #326
    0
  3. #155 Pipitch (@pipitch) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2557 / 16:26
    เปลี่ยนไปจิ้นคังนัมแล้วเหอะ !! ไม่ไหวกับนิสัยมิโนละค่ะ :( อย่าหวั่นไหวนะนัมมมม ให้มิโนมันบ้าไปคนเดียว
    #155
    0
  4. #89 Mampbah (@mampbah) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2557 / 18:06
    เมื่อไหร่ไรท์เตอร์จะกลับมาต่อล่ะคะ นานมากๆแล้วน้าาา เราเพิ่งเข้ามาอ่านล่ะ อ่านรวดเดียวหมดเลย เรื่องนี้มันสนุกล่ะ น่าย๊ากกด้วย ตอนแรกคิดว่าจะต้องทะเลาะกันไปตลอดซะแล้ว แต่มินโฮก็ยอมใจดี ยอมลงให้น้อง ยอมรับน้องในระดับหนึ่ง ทีแรกถ้ายังต้องลับฝีปากกันตลอดก็คงแอบท้อนิดๆเหมือนกัน แต่ตอนนี้พี่น้องเขาก็อยู่ด้วยกันอย่างสงบแล้ว แต่ความวุ่นวายคงกำลังจะเกิดสินะ ไม่เข้าใจว่าพี่จินอูทำไมต้องขอกลับมาคบกันด้วย พอนึกถึงหน้าตาบ้องแบ๊ว ตาใสแป๋วขนาดนั้นแล้วมันโกรธไม่ลง โทษจินอูก็ไม่ได้ เพราะถ้ามินโฮไม่รักแล้วก็คงไม่รีเทิร์น แต่นี่มินโฮยังรักอยู่  ก็เลยกลับมาคบกันได้ง่ายขนาดนั้นไง

    ตอนนี้น้องนัมก็เกิดหวั่นไหวกับพี่ชาย แต่พี่ชายมีคนรักอยู่แล้ว มันจี๊ดดดดดดดดที่ตรงนี้ จะต้องทำยังไงดี กลับมาห้องแล้วเจอพี่กับแฟนอยู่ด้วยกัน อีกอย่างทุกวันนี้น้องก็ซ่อนความน้อยใจเอาไว้ลึกๆอยู่แล้วด้วย เรากลัวว่าถ้าวันนึง ความเสียใจ น้อยใจ ต่างๆถาโถมเข้ามา จนน้องเกิดระเบิด มินโฮกับน้องจะเป็นยังไง  ไม่อยากให้ทั้งคู่เกลียดกัน ทะเลาะกัน อยากให้มินโฮหวั่นไหว ไปจนกระทั่งหวงน้องบ้าง ไม่ใช่หวงแบบน้องชาย อยากให้มินโฮหวงน้องแบบที่คนรักเขา(หึง)หวงกัน ถ้าเป็นแบบนั้นเมื่อไหร่ เราจะดีใจมากกๆๆๆ เพราะนั้นถือว่ามินโฮหวั่นไหวกับน้องบ้างแล้ว ฮิ____ฮิ

    อยากให้ไรท์เตอร์มาต่อเร็วๆค่ะ เรากด Fav เรื่องนี้ไปแล้ว อยากอ่านต่อแล้วล่ะค่ะ เราชอบฟิคประมาณแบบนี้ ภาษาดี ดราม่าหน่อยๆ อ่านแล้วมันจี๊ดดดที่หัวใจดีค่ะ ไม่ได้ซาดิสต์นะคะ แต่ฟิคของไรท์เตอร์สนุกค่ะ มาต่อเร็วๆนะคะ เราจะรอค่ะ 
    #89
    0
  5. #86 ImmaToey (@inhyung_boy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2557 / 00:42
    โงยยยยยยยยยยย นิถ้ามินโฮไม่บอกว่าเป็นห่วงนัมนิ เรากะอวยคังนัมแล้วนะ ฮึยยยยยยยย มินโฮทำไมเป็นคนแบบนี้ ทำให้นัมหวั่นไหวทำไม ไม่ยอมอ่ะ นัมเอาคืนเลย ไปเอาใจมินโฮมาให้ได้เลยยยยยยยยย
    #86
    0
  6. #85 maohed (@maohed) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2557 / 03:42
    พี่เป็นห่วงคำเดียวเท่านั้นแหละ ลืมไอ่คำพูดไม่ดีๆเลย
    มิโนอย่าทำให้นัมสับสนสิ แกมีพี่แป๋วอยู่แล้ว ไม่รู้หรอพูดแบบนี้
    มันทำให้คนสับสน
    #85
    0
  7. #82 Chicken.Stupid (@apsnboonkerd) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2557 / 21:16
    ง่อออ ความรู้สึกดีดี
    #82
    0
  8. #81 aum5120 (@a-u-m5120) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2557 / 20:49
    เชิญคุณซงมินโฮเป็นแฟนกับจินอูให้มีความสุขไปเลยยยยยยย
    ฉันไม่ยกน้องนัมให้หรอกกกกก หมั่นไส้ เป็นพี่ชายไปเลยยยยยยย
    หวงหรออออออ ที่น้องนัมพาผชขึ้นห้อง ฮ่าาาาาาาาาาาาาา
    เออออออออ ทำตัวเป็นพี่ชายไปเลยยยยยยยย
    แต่น้องนัมของฉันนี่สิ ใจเต้นกับมินโฮแล้วววววววววววว
    #81
    0
  9. #80 choisungmeen (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2557 / 20:16
    นัมนัมใจเต้นนนนนนนนนนน อ้ากกกกกกก
    เขินๆ พี่เล่นพูดซะ
    #80
    0
  10. #79 Vitaminz (@vitaminz) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2557 / 12:09
    น้องนัมใจเต้นกับพี่ชายแล้ววววววว
    ละถ้าสองคนรักกัน จินูก็เจ็บรึปล่าว 55555555555555555 (จินของแม่นี่เจ็บทุกเรื่องเลยลูก)

    แต่แบบเห็นถึงความใจอ่อนของมิโนจริงๆ
    ยิ่งทำดี น้องนัมยิ่งรักนะ
    "เดี๋ยวว่างๆพาไปนั่งเล่น"
    "พี่เป็นห่วง"
    มีพี่ชายหน้าตาแบบมิโน มาพูดงี้ใส่ โฮกกกก ฟินนนนนนนนนนนนน
    #79
    0
  11. #78 -.sandria (@blackbeex) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2557 / 11:25
    แอร้ยยยยยยย พูดอะไรไม่ออกบอกไม่ถูก555555555555 ศัพท์แพทย์มาจัดเต็มมากกกก ชอบค่ะชอบ รอตอนต่อไปนะคะ
    #78
    0
  12. #77 mame (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2557 / 02:11
    อร๊ายยยยยยยย พี่มิโนห่วงน้องด้วย น้องน่ารักล่ะซี๊ๆๆๆๆๆๆๆ55555555555 เขินนนน >///
    #77
    0
  13. #76 Majolicamimi (@bbbenjy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2557 / 01:30
    แหนะ ผลัดกันนอนไม่หลับ

    ห่วงกันอย่างนี้ แต่ก็ยังรักกันไม่ได้

    เมื่อไหร่จะรู้ตัว เมื่อไหร่จะรักกัน

    แล้วแฟนจินวูคือใคร????
    #76
    0
  14. #75 Annie Phuangjan (@annie146) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2557 / 00:37
    ย่าส์มิโนทีพูดว่าห่วงนีัแกไม่ได้คิดอารายกับนัมช่ายมั้ย
    #75
    0
  15. #74 Oumyim Naruk (@oumyimnaruk) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2557 / 00:29
    แอร๊ยยยยย  หนูนัมตกหลุมรัก​มิโนเข้าแล้วล่ะซิ​ วี้ววิ้ววว​ แต่แอบอยากให้เป็นคังนัมกับมินอูอ่ะเรื่องนี้​ จะได้ไม่มีคนเสียใจ​ >_<
    #74
    0
  16. #73 Y A И I K A . (@winkle9495) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2557 / 20:08
    นัมชอบพี่มิโนใช่มั้ยลูก ชอบพี่เค้าใช่มั้ย หวั่นไหวใช่มั้ยหืออ จับปล้ำเลยลูกแม่ไม่ว่า -,.-
    #73
    0