WIN : BLIND LOVE ___(NAMSONG)

ตอนที่ 29 : ตอนทืี่ 28 : รอยยิ้ม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 726
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    17 ส.ค. 58


   


 

ตอนที่ 28

รอยยิ้ม

 



 


“มินโฮ”

            เสียงของซงมินอูพร้อมสายตาที่ทอดมองมายังร่างของทั้งคู่ นัมแทฮยอนกำลังอยู่ในห้วงนิทราหลับพริ้มใต้ผ้าผืนใหญ่โดยมีซงมินโฮที่นั่งข้างๆ ใบหน้าคมสบมองคนที่เดินเข้ามา

“อ่าวพ่อ ผมว่าจะเดินไปเปิดประตูให้เมื่อกี้เลย”

            เด็กน้อยที่อยู่บนเตียงพยายามหลับตาและบังคับลมหายใจให้ดูธรรมชาติและปกติที่สุด
แต่หัวใจกลับเต้นเร็วระรัวจนกลัวว่าพ่อจะได้ยินเข้า

“แกเข้ามาทำอะไร
?

“ก็.. ผมเห็นน้องไม่ค่อยสบาย เลยเข้ามาดู”

“น้องเป็นอะไรมากมั้ย
?ต้องพาไปโรงพยาบาลรึเปล่า?
คำถามเจือความห่วงใยเข้มข้นจนลูกชายต้องหาคำพูดให้อีกคนสบายใจ

“ไม่เป็นไรครับ น้องกินยาไปแล้วเดี๋ยวก็ดีขึ้น”

            เขาพยักหน้า ฝ่ามือหนาวางลงบนไหล่กว้างจนมินโฮสัมผัสได้ถึงน้ำหนักเบาที่กดลงมา
“ออกไปคุยข้างนอกกับพ่อหน่อย”

            เสียงประตูห้องปิดลง นัยน์ตาสีเข้มที่หลบซ่อนค่อยๆปรากฏขึ้นมาท่ามกลางความมืด
แม้จะทำใจยอมรับให้พี่ชายได้มีชีวิตปกติ แต่ทำไมรู้สึกเหมือนว่าต่อจากนี้เขาจะต้องเจอกับเรื่องที่หนักขึ้น

            ได้แต่ภาวนาให้ได้อยู่ข้างๆซงมินโฮแบบนี้ไปเรื่อยๆ
            ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงเงาที่ต้องคอยหลบซ่อนก็ตาม






 

            ร่างสูงก้าวเดินตามแผ่นหลังของผู้เป็นพ่อออกมานอกบ้าน ลมเย็นพัดผ่านผิวสบายไม่ได้หนาวอะไร ต่างจากหัวใจข้างในที่เย็นวาบและวูบโหวงไปหมด พยายามหลบซ่อนความกลัวที่วาดขึ้นด้วยใบหน้าเรียบเฉย ดวงตาสบมองดวงหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอย เพิ่งสังเกตว่าใบหน้าของพ่อดูซูบผอมและดูสูงอายุขึ้น ยิ่งผ่านไปในแต่ละวัน ตัวเลขอายุบนหน้าบัตรประชาชนของพ่อก็ผันเปลี่ยนเพิ่มตามไปเรื่อยๆ ถ้าตามทฤษฎีพัฒนาการตามวัยของมนุษย์ อายุอย่างพ่อกำลังอยู่ในช่วงที่ลูกต้องแต่งงานมีครอบครัว

            แต่คงผิดกับซงมินโฮที่พยายามฝืนกฎเกณฑ์ธรรมชาติ เขาไม่อยากแต่งงาน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะสามารถรั้งตัวนัมแทฮยอนไว้ได้นานขนาดไหน แค่เห็นภาพของเด็กน้อยที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา หัวใจก็แทบอ่อนยวบจนไร้เรี่ยวแรง

“แกยังไม่อยากแต่งงานรึไง
?
เสียงเข้มดังขึ้น ชายหนุ่มถอนหายใจพลางซุกมืออุ่นลงในกระเป๋ากางเกง

“ผมยังไม่พร้อม”

“แล้วแกจะพร้อมเมื่อไหร่
? รอให้พ่อนอนเฝ้าแกอยู่ในโลงคอยมองแกกับลูกๆอยู่ในนั้นหรอ?

“................”

“สำหรับแกมันอาจจะเร็วไป แต่พ่อเองอยากให้แกลองคิดดูดีๆ พ่อจะไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ได้เห็นใครสักคนเข้ามาอยู่ในชีวิตแก มาดูแลแกได้ พ่อคงนอนตายตาหลับ”

            ฝ่ามือตบเบาที่ไหล่กว้างทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเดินเข้าตัวบ้าน

“พ่อจะรอคำตอบของแกนะ”
           





            แสงอาทิตย์สาดส่องลงมากระทบผ่านมวลแมกไม้ หลังจากที่ใช้เวลาเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน วันนี้นัมแทฮยอนตัดสินใจเปลี่ยนบรรยากาศกลายมาเป็นหนอนหนังสือในร้านกาแฟ กลิ่นคาเฟอีนหอมกรุ่นชวนกระตุ้นระบบประสาท ดวงตาเรียวซ่อนตัวใต้กรอบแว่นไล่อ่านตัวหนังสือที่เรียงตัวเต็มผืนกระดาษ แต่เขายังคงเพลิดเพลินไม่เบื่อหน่ายเลยสักนิด อาจจะเป็นเพราะอากาศดีๆในเวลาดีๆ หรือแม้กระทั่ง..


“อ้าว แทฮยอนมาทำอะไร
?

            รอยยิ้มดีๆของคังซึงยูนที่ไม่ได้เห็นมานาน

“สวัสดีครับ”

รีบยืนโค้งตัวทักทายตามมารยาท คนอายุเยอะกว่าถือวิสาสะนั่งลงบนเก้าอี้ว่างด้านตรงข้าม
ก่อนจะมองโต๊ะที่ประดับประดาด้วยหนังสือ ปากกาหลากสี แก้วกาแฟ และเค้ก

“แขนพี่ไปโดนอะไรมาครับ
?
เด็กน้อยตาโตมองไปยังแขนข้างขวาของอีกฝ่ายที่ตอนนี้ซ่อนอยู่ใต้เฝือกสีขาว

“อ่อ พอดีเจอคนไข้อาละวาดผลักตัวแขนไปฟาดกับขอบโต๊ะพอดีเลยหักน่ะ โดนพักงานเดือนนึง”

ถึงแม้จะเป็นอุบัติเหตุที่ทำให้ตัวเองเดือดร้อน แต่คังซึงยูนยังคงเล่าด้วยรอยยิ้มราวกับว่าเป็นเรื่องสบายๆ
หัวคิ้วขมวดปมความกังวลฉายผ่านเรียวคิ้วที่กำลังตก ยิ่งเรียกเสียงหัวเราะให้กับชายหนุ่ม

“ไม่ต้องกังวลหรอก สบายมาก ดีซะอีกได้หยุดบ้าง
ตั้งแต่ทำงานมายังไม่เคยหยุดงานเลย แล้วนี่ทำอะไรนั่งอ่านหนังสือ
?

“ครับ ก็ไม่รู้จะทำอะไรว่างๆเลยอ่านหนังสือ”

“ไม่มีอะไรทำหรอ...งั้นไปดูหนังเป็นเพื่อนพี่หน่อยดิ ไม่ได้ดูนานแล้ว”

“ต..แต่ว่า ..”

ยังไม่ทันจะปฏิเสธ มือผอมจับเก็บหนังสือบนโต๊ะและเครื่องเขียนไว้อย่างเรียบร้อย
มืออีกข้างที่ยังใช้การได้ จับเข้าที่ข้อมืออีกคนก่อนจะออกแรงดึงให้คนที่นั่งอยู่ลุกตาม

“ตามใจคนป่วยหน่อยนะครับ”






            ดวงตาเรียวหันไปมองคนตัวขาวที่นั่งหยิบป็อปคอร์นเข้าปากแทบทุกนาที เสียงหัวเราะดังเป็นระยะอย่างปิดไม่อยู่ นานแล้วที่เขาไม่ได้เข้ามาดูหนังในโรงภาพยนตร์ แต่แทนที่จะได้ดูแนวแอคชั่นตามความชอบส่วนตัว แต่เด็กน้อยกลับงอแงอยากดูมินเนี่ยนซะงั้น เขาเองก็ไม่อยากขัดอะไรก็เลยตามใจ นี่ก็ตั้งชั่วโมงกว่าแล้วที่เห็นเจ้าตัวสีเหลืองส่งเสียงพูดในภาษาที่เขาไม่เข้าใจ ทำได้เพียงหัวเราะตามอีกฝ่ายไป

            มีความสุขเวลาได้ยินเสียงหัวเราะของนัมแทฮยอน
            แต่ก็คงจะมีความสุขที่สุด ถ้าได้เขาเองได้เป็นส่วนหนึ่งของเสียงหัวเราะนั้น

ชอบ

เป็นความรู้สึกที่ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นตอนไหน เมื่อไหร่ อย่างไร
รู้แค่ว่าตอนนี้ เขาชอบนัมแทฮยอน
และคงชอบมากขึ้นเรื่อยๆ


            ตอนแรกก็ว่าจะใจเย็น แอบไปรักษาหัวใจตัวเองเงียบๆเมื่อรู้ว่าเจ้าตัวดันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว ทำได้แต่ติดตามไปเรื่อยๆ ก็ไม่เห็นทีท่าว่านัมแทฮยอนจะมีแฟน คังซึงยูนเลยตัดสินใจลุกขึ้นมายืนใหม่ แล้วเดินหน้าให้เร็วที่สุด ถึงแม้จะเสียใจทีหลัง แต่อย่างน้อยก็ได้ลงมือทำอะไรสักอย่างบ้าง

“พี่.. พี่ซึงยูน”

เสียงหวานเอ่ยเรียกไม่ไกล เจ้าของชื่อค่อยๆขยี้ตาลืมมองดวงหน้าขาวตรงหน้าก่อนจะรีบถอยหลังออก
ใกล้ขนาดนั้นหัวใจเขาเกิดวายตายขึ้นมาตรงนี้จะทำยังไง มือขยับให้เข้าที่ก่อนจะมองไปรอบๆเมื่อผู้คน
ต่างเริ่มถยอยเดินกันที่ทางออก

            บ้าจริง นี่เขาดูการ์ตูนจนหลับ ช่างเป็นความอับอายใน
เดทแรกจริงๆ

พอเห็นอีกคนตื่น นัมแทฮยอนก็พยายามเม้มปากกลั้นเสียงหัวเราะ คนที่ดูน่าเกรงขามกลับกลายเป็นคนขี้เซา
หลับได้แม้กระทั่งการ์ตูน ถ้าไปเล่าให้คนอื่นฟังคงไม่มีใครเชื่อ


            วันๆยิ้มซะที่ไหน ทำหน้านิ่งเหมือนจะดุใส่ตลอดเวลา






“ผมแพ้อาหารทะเล”

อีกหนึ่งเรื่องในตัวของนัมแทฮยอนที่คังซึงยูนรู้เพิ่มเติม คนบาดเจ็บมองเด็กน้อยคิ้วตกยิ้มร่า
สองมือถือจานที่เต็มไปด้วยชิ้นเนื้อสีสวย

“พี่แขนเจ็บนั่งนิ่งๆไปเลย เดี๋ยวผมไปหยิบอาหารให้” ว่าที่คุณหมอสั่งกำชับเสียงแน่น คนป่วยได้แต่นั่งนิ่งพร้อมรอยยิ้มบางที่ปรากฏ แขนอีกข้างที่ยังใช้การได้ดีจัดการคีบเนื้อเข้าปาก

“ปิดเทอมเป็นไงบ้าง
?

“ก็ดีครับ แต่ไม่ค่อยมีอะไรทำเบื่อๆไปหน่อย”

“ช่วงนี้พี่ก็เขียนหนังสืออยู่ กำลังมองหาคนช่วยพิมพ์ นายสนใจมาช่วยพี่มั้ย
?

คนคิ้วตก ชั่งใจอยู่ชั่วครู่ ความจริงนี่ถือเป็นโอกาสที่พิเศษที่จะได้ทำอะไรแบบนี้ คนเก่งแบบคังซึงยูนคงสามารถสร้างประสบการณ์ให้เขาได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง แต่ติดอย่างเดียวที่ทำให้ดึงความตั้งใจแต่แรกไว้ ไม่ใช่ว่าเขาติดซงมินโฮเกินไป แต่เพราะกลัวว่าอีกคนจะยืนกรานไม่ยอมให้เขาไป ยิ่งถ้ารู้ว่าไปกับคังซึงยูนรุ่นพี่ในโรงพยาบาลด้วยแล้ว โอกาสความเป็นไปได้ที่จะสมหวังแทบเป็นศูนย์หรือติดลบด้วยซ้ำ

            ช้อนดวงตาเรียวขึ้นสบมองคนตรงหน้า

“ได้เลยครับ เดี๋ยวผมไปช่วย”







            “บ้านนายมันคนละทางกับพี่ พอจะสะดวกมาค้างที่บ้านพี่สักสามสี่วันมั้ย
?

กระเป๋าเป้ใบใหญ่ที่ใส่ของใช้อยู่เต็มพื้นที่กำลังถ่ายน้ำหนักลงบนแผ่นหลังโปร่ง
มือนิ่มจับมือของแม่ไว้ก่อนจะดึงเข้ามากอดให้หายคิดถึง

“ผมไปค้างไม่กี่วันเดี๋ยวก็กลับแล้ว ยังไงรบกวนแม่ไม่ให้บอกพี่มินโฮด้วยนะครับว่าผมไปค้างบ้านพี่ซึงยูน”

            หญิงวัยกลางคนพยักหน้าเป็นเชิงรับปากก่อนที่มุมริมฝีปากสองข้างจะวาดขยายเต็มใบหน้าสวย เธอมองลูกชายที่เดินออกจากบ้านจนลับสายตา แม้ก่อนหน้านี้นัมแทฮยอนจะอธิบายคร่าวๆว่ารุ่นพี่หมอกับลูกชายต่างสายเลือดไม่ถูกกัน แต่ก็ไม่รู้รายละเอียดอะไรมากนัก แต่นัมซอนมีเองก็เห็นดีเห็นงามด้วยว่าอีกฝ่ายควรออกจากบ้านไปสักพัก เธอไม่อยากให้ทั้งซงมินโฮและนัมแทฮยอนใกล้ชิดกันไปมากกว่านี้

            ยิ่งปล่อยให้เปลวเพลิงลุกมอดไหม้นานเท่าไหร่ หายนะก็ยิ่งใหญ่ตามขึ้นไปมากเท่านั้น






“ตามสบายเลยนะ”

            เจ้าบ้านเอ่ยกับแขกที่กำลังเอียงใบหน้ามองไปรอบๆห้องที่จัดด้วยไม้สีอ่อนเป็นส่วนใหญ่ โดยทั่วไปก็ดูสะอาดดี คังซึงยูนบอกว่าไม่ค่อยได้กลับบ้านเลยไม่ได้ใช้สิ่งของอะไรมากนัก คงมีเพียงโต๊ะรับแขกที่เต็มไปด้วยกองหนังสือและแลปท็อปราคาแพงที่เป็นหลักฐานบอกว่าเขาเพิ่งใช้เวลากับมัน

“ไม่ต้องลำบาก็ได้ครับ”


ยิ้มกว้างพลางยื่นมือรับแก้วน้ำที่อีกฝ่ายนำมาให้ ลำคอที่แห้งผากถูกดับกระหายด้วยของเหลวเย็น กระเป๋ากางเกงสัมผัสได้ถึงโทรศัพท์ที่กำลังสั่น หน้าจอกำลังแสดงชื่อและใบหน้าของคนที่อยู่ในวงจรแห่งความคิดถึงแทบตลอดเวลา

            นัมแทฮยอนเหลือบมองคังซึงยูนที่สนใจกับหนังสือบนโต๊ะ รอยยิ้มกว้างประดับชัดเจนอย่างห้ามไม่อยู่
ก่อนจะขอปลีกตัวออกไปนอกระเบียงห้องพร้อมกดรับสาย

“อยู่ไหน
?

            น้ำเสียงเข้มเอ่ยดังอย่างที่คาดไว้ เดาไม่ยากว่าปลายสายกำลังโกรธมากที่เขาถือวิสาสะออกมาจากบ้านแบบนั้น เผลอกัดริมฝีปากตัวเองเบาพยายามตั้งสติจะให้ซงมินโฮรู้ไม่ได้ว่าอยู่กับคังซึงยูน มีหวังพี่ชายต้องรีบบึ่งรถมารับเขาตอนนี้แน่

“อยู่บ้านเพื่อน”

“เพื่อนคนไหน
? แล้วไปทำอะไรที่นั่น?

“ก็..มันมีงานกลุ่มตอนปิดเทอม เลยจะมาค้างบ้านเพื่อนสักสามสี่วัน”

“ทำไมต้องไปค้างให้พี่ไปรับไปส่งก็ได้”

“พี่จะลำบากทำไม ไม่เป็นไรผมดูแลตัวเองได้ อย่าทำเหมือนผมเป็นเด็กน้อยสิฮะ”



            ดวงตาเรียวของแพทย์หนุ่มมองร่างโปร่งที่ยืนคุยโทรศัพท์อยู่นอกระเบียง ถึงแม้จะไม่ได้ยินว่ากำลังสนทนากับใครเรื่องอะไร แต่ดูจากรอยยิ้มที่วาดบนใบหน้า แก้มสองข้างที่แดงระเรื่อ คนปลายสายคงเป็นคนที่พิเศษมาก ได้แต่ยกมือขึ้นนวดที่หน้าอกข้างซ้ายตัวเองเบาๆพร้อมถอนหายใจยาวออกมา

            ทำไมรู้สึกหน่วงๆที่ตรงนี้จังเลยวะ






“โอเค เดี๋ยวผมจะโทรหาทุกวันเลยพี่ห้ามงอแงคิดถึงผมนะ”

            วางสายลงก่อนจะยิ้มกว้างให้กับตัวเอง อยู่กับซงมินโฮทีไรไม่ร้องไห้จนตาบวมก็ยิ้มจนปวดแก้มทุกที แต่ทำยังไงได้ต่อให้มีความสุขหรือทุกข์มากขนาดไหน เขาก็ยินดีที่จะรับผิดชอบความรู้สึกของตัวเอง เลือกที่จะรักไปแล้ว ใช่ว่าจะตัดใจได้ง่าย

            มือเลื่อนบานประตูมองรุ่นพี่ที่ถือกองหนังสือมาอย่างทุลักทุเล
นัมแทฮยอนรีบวางโทรศัพท์บนโต๊ะก่อนจะเข้าไปช่วย

“พี่ใช้ผมก็ได้ครับ”

“ไม่เป็นไร เห็นคุยโทรศัพท์อยู่ไม่อยากรบกวน”

            แขนกลมซ้ายขวากระชับกองหนังสือในอ้อมกอดให้แน่นขึ้น หนังสือเล่มโตขนาดนี้จะไม่ให้ไม่เป็นไรได้อย่างไร แขนดีๆที่เหลืออยู่อีกข้างเดี๋ยวก็ได้หักเพิ่มพอดี ชายหนุ่มค่อยๆวางลงบนโต๊ะหน้าโซฟา

“มีให้ผมยกอีกมั้ย
?

“ก็เหลืออีกกองนึงในห้องเก็บของน่ะ พี่วางไว้บนกล่องสีแดง”

“โอเค พี่ไปนั่งรอผมที่โซฟาเลยเดี๋ยวผมยกไปให้”

            คนพูดเดินหายลับเข้าไปในห้อง ร่างผอมหย่อนกายลงนั่งบนเบาะนุ่ม เมื่อกี้ไม่น่าฝืนตัวเองยกของหนักเลยดูเหมือนแขนข้างที่บาดเจ็บจะเริ่มปวดมากกว่าเดิม นิ้วเรียวเปิดไล่มองตัวอักษรบนเนื้อกระดาษ ก่อนจะค่อยๆพลิกหาหน้าที่ต้องการแต่แล้วโทรศัพท์ของนัมแทฮยอนที่วางอยู่บนโต๊ะก็สั่นขึ้น

คังซึงยูนเหลือบมองหน้าจอที่ปรากฏชื่อของซงมินโฮก่อนจะหยิบขึ้นมาพิจารณาใบหน้าคมที่ปรากฏ ถึงแม้จะเป็นพี่ชายของนัมแทฮยอนก็เถอะ แต่ทำไมไม่รู้เขาถึงได้รู้สึกไม่ถูกชะตาอย่างบอกไม่ถูก โทรมาแบบนี้ไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรสำคัญหรือไม่ แต่กลัวเหลือเกินว่าอีกฝ่ายจะเรียกให้คนตัวเล็กกลับบ้าน ช่วยให้เวลาเปิดโอกาสให้เขาได้อยู่กับคนที่ชอบบ้างเถอะ

            เจ้าเครื่องสี่เหลี่ยมยังคงทำงานสั่นตัวเองไปเรื่อยๆ ปลายนิ้วชั่งใจจะกดเลื่อนตัดสาย
แต่สุดท้ายก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วปล่อยให้อีกคนละความพยายามไปเอง

            นัมแทฮยอนเดินออกมาพร้อมกองหนังสือก่อนจะวางไว้บนโต๊ะเช่นเดิม
ก่อนจะมองโทรศัพท์ของตนที่คังซึงยูนยื่นมาให้ตรงหน้า

“เมื่อกี้พี่นายโทรมา นายมาอยู่นี่พี่ชายนายจะไม่ว่าอะไรใช่มั้ย
?

“ไม่ว่าหรอกครับ เพราะผมบอกว่าอยู่บ้านเพื่อน”

            พูดไปพลางหัวเราะราวกับไม่ใช่เรื่องใหญ่ ดูเหมือนหัวคิ้วที่ขดจนจะเป็นปมของคังซึงยูนจะค่อยๆคลายกังวลอย่างเห็นได้ชัด นัมแทฮยอนค่อยๆทิ้งตัวลงนั่งพื้นที่ว่างด้านข้าง

“พี่ซึงยูนห้ามไปฟ้องพี่มินโฮนะ ไม่งั้นผมตายแน่ๆ”






            หลายชั่วโมงผ่านไปจากดวงตะวันที่คล้อยต่ำค่อยๆลับหายไปเหลือไว้เพียงจันทรา นัมแทฮยอนยังคงจมตัวเองนั่งกับพื้นที่รองด้วยพรมมือสองข้างยังคงนั่งกดแป้นพิมพ์ตามสมุดที่เต็มไปด้วยลายมือของคังซึงยูน ส่วนคนป่วยก็นอนอยู่บนโซฟาข้างๆสายตาจดจ้องไปยังทีวีบ้างหรือคนในห้องบ้าง

            ถุงขนมกรุบกรอบห่อที่สามถูกเปิดออก คังซึงยูนหยิบมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบยื่นไว้ตรงปากคนที่ตั้งหน้าตั้งตาสนใจกับหน้าจอ นัมแทฮยอนอ้าปากรับมากินอย่างทุกที มือผอมหยิบขนมยื่นให้อีกครั้งแต่พอริมฝีปากสีสดนั้นจะงับเจ้าตัวดันลดมือกลับจัดการกินขนมนั้นเสียเอง ดวงตาเรียวละสายตามามองคนขี้แกล้งก่อนจะตีเบาๆเข้าที่ขาคนหัวเราะไปหนึ่งที

“พี่นี่โคตรขี้แกล้งเลย”

“ก็นายเอาแต่มองหน้าจอ พอได้แล้วหน่าพักสายตาบ้าง”

            สองแขนเหยียดยืดขจัดความเมื่อยล้าที่เกาะตามกล้ามเนื้อก่อนจะเอนหลังลงกับโซฟา ตอนนี้ก็เริ่มปวดตาบ้างแล้วคงถึงเวลาที่ควรจะพักสายตาจริงๆ หันไปมองคนที่นอนยังคงมีรอยยิ้มประดับไว้เล่นเคย ดูเหมือนวันนี้ถือเป็นวันที่เห็นคังซึงยูนยิ้มมากที่สุดเลยก็ว่าได้

“วันนี้พี่ดูอารมณ์ดีจังเลยนะครับ ผมไม่เคยเห็นพี่ยิ้มบ่อยขนาดนี้เลย”

“หรอ
? ฉันว่าก็ยิ้มให้นายบ่อยอยู่นะ”

            คนฟังทำใบหน้าครุ่นคิดสักพักก่อนจะพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
ตั้งแต่เจอกันมาแทบทุกครั้งที่อีกฝ่ายจะมีรอยยิ้มให้เขาเสมอ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเห็นใบหน้านิ่งๆมากกว่าอยู่ดี

“พี่ต้องยิ้มเยอะๆนะ แบบนี้ดูดีกว่าเยอะเลย”

            นัมแทฮยอนหยิบขนมถุงใหม่ขึ้นมา ระดับมุมปากที่ยกขึ้นบนใบหน้าของคนอายุเยอะกว่าค่อยๆลดลง
ก่อนจะถอนหายใจออกมาอยากให้ความหนักที่ทับถมค่อยๆเบาบางลงแทรกกลืนหายไปกับชั้นบรรยากาศ
แต่ยิ่งเหมือนเขาสูดหายใจเข้าไปใหม่ สิ่งเดินก็ย้อนวนกลับเข้ามาอีกครั้งจนรู้สึกหน่วงไปหมด

            จะให้บอกยังไงว่าที่ยิ้มเยอะแบบนี้เป็นเพราะใคร

            ปกติเขาไม่ใช่คนขี้ขลาด
            แต่กับเรื่องความรักยอมรับว่ากลัว

            เคยอ่านในทฤษฎีเขาบอกว่าเวลาคนเราอกหัก มักจะมีบาดแผลลึกมากในช่วงแรก บางคนทนพิษไหวก็เจ็บน้อย บางคนทนไม่ไหวก็ตายอยู่ตรงนั้น คังซึงยูนยังไม่รู้หรอกว่าจะทนได้มากขนาดไหน ถ้าอ้างอิงจากทฤษฎีบางทีในทางปฏิบัติอาจจะไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น แต่เขาเรียนวิทยาศาสตร์มา จงเชื่อในสิ่งที่สามารถพิสูจน์ได้

“แทฮยอน”

“ครับ
?






“มาเป็นรอยยิ้มให้พี่ตลอดไปได้มั้ย
?

 

 

 

TBC

มาแล้วๆ ตื่นเต้นจังเลยกลับมาเจอรีดเดอร์ทุกๆคน คิดถึงจะตายอยู่แล้ว
ตอนนี้ในชีวิตเรื่องสอบต่างๆก็จบไปหมดแล้ว โล่งสบายใจมาก
แม้ว่าจะยังทำงานหนักเหมือนเดิม
แต่ถ้ามีเวลาว่างก็จะพยายามพิมพ์ฟิคให้ ไม่ต้องคอยอ่านหนังสือเรียนอีกแล้ว
TvT
ขอบคุณทุกคนมากเลยนะคะที่ยังอยู่ตรงนี้เป็นกำลังใจให้เรา
รักนะ
<3

#ฟิคไบลนด
ปล. มีคนแนะนำให้รวมฟิคเรื่องนี้ ซึ่งเรายังไม่ทันได้เตรียมคิดเอาไว้ก่อน
เพราะผลตอบรับค่อนข้างดีกว่าที่คิดไว้ ไม่รู้ว่าจะมีคนสนใจมั้ย ถ้าฟีดแบ็คดีเราอาจจะไปนั่งรีไรท์ตอนเก่าๆ
และคิดสเปเชียลเพิ่มเติมสำหรับใส่ไว้ในเล่ม ถ้าสนใจหรือคิดเห็นยังไงบอกกันได้นะคะ

 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

622 ความคิดเห็น

  1. #620 iceqqs (@ice-sqq) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 20:02
    เพิ่งได้มาอ่าน สนุกมากเลยยย ถ้าเป็นไปได้อยากให้ไรท์มาต่อจริงๆนะคะ อยากให้พี่มินโฮกะน้องนัมเค้าสมหวัง :)))
    #620
    0
  2. #619 iceqqs (@ice-sqq) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 20:02
    เพิ่งได้มาอ่าน สนุกมากเลยยย ถ้าเป็นไปได้อยากให้ไรท์มาต่อจริงๆนะคะ อยากให้พี่มินโฮกะน้องนัมเค้าสมหวัง :)))
    #619
    0
  3. #618 Gamairu (@Gamairu) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 / 02:21
    ไรท์ทีมอ่านวันเดียวรวดและบอกเลยว่ายังรออยุนะค่ะ ขอรอต่อไป ไม่อยากมโนเรื่องเอง กลับมานะค่ะไรท์ ขอร้องเลยนะค่ะ
    #618
    0
  4. #615 kkangggggg (@kkangggggg) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 08:25
    ยังรออยู่นะคะ อยากให้มินโฮคุยไปเลย ผลจะออกมายังไงก็ได้ทำแล้วดีกว่าปล่อยไปสงสารนัมมากรักมากยอมทุกอย่าง แม้จะเป็นแค่เงา แต่ก็ยินดี อยากให้มีความสุขบ้าง เก็บซ่อนเหลือเกินสงสาร
    #615
    0
  5. #611 doubleNN (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 19:49
    ยังรออยู่นะคะะะะ T^T
    #611
    0
  6. #608 iibnz (@iibnz) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 03:19
    ไม่รู้ว่าไรท์ลืมไปรึยัง แต่เรายังรอนะคะะ แงงง คิดถึงน้า
    #608
    0
  7. #583 chou is my alias (@inhyung_boy) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 02:33
    ฮือออออ สงสารคุณหมอคังจังเลยคะ อยากเชียร์ให้นัมเอียงใจมาหาคุณหมอคังบ้าง จะได้เลิกเจ็บจากพี่มินโฮซะที ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ :')
    #583
    0
  8. วันที่ 8 ตุลาคม 2558 / 01:37
    ไรท์มาอัพต่อเถอะน้าาา พลีสสสสส
    #580
    0
  9. #577 Life'sDARK (@praezrattanun) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 กันยายน 2558 / 12:36
    ขอย้ายทีมชั่วคราวได้มะ? 55555 #ทีมหลีดยุน
    #577
    0
  10. #576 Ash (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 00:13
    กรี๊ดดดดดด #ทีมซึงยุน อ้าวผิดๆ 555555

    คุณหมอประจำบ้านรุกแล้วค่ะ มีขอให้เป็นรอยยิ้มให้ด้วย เขินเลย 5555 รู้สึกจะหวีดผิดคู่ ก็มิทำให้นัมปวดใจเราเลยจะเชียร์ยุนแล้ว

    เราเพิ่งอ่านรวดเดียวจบเลยค่ะ อาจไม่ได้เม้นให้ทุกตอน ฟิคสนุกมากเลยอ่านเพลิน
    #576
    0
  11. #571 Endless_P (@Endless_P) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 กันยายน 2558 / 16:21
    ซึงยูนสู้ๆๆ 55 ไรท์มาอัพต่อไวไวนร้าา 
    รอ รอ รอ อยู่นะ 
    #571
    0
  12. #568 Ange7 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 22:13
    รีบจีบเถอะค่ะพี่ยุน อย่าปล่อยคนน้องเจ็บปวดอีกเลย เชียร์คังนัมไปแล้วเนี่ย คุณซงไม่ได้ดั่งใจเลยค่ะ โกรธแล่ว!!
    #568
    0
  13. #567 january21 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 14:02
    โอเอมจี ชอบซึงยุนจังเลยยยยยยย แต่เราว่านัมมีมินโฮอยู่ในใจอยู่แล้ว คนที่ใช่อยู่เฉยๆก็สำคัญค่ะ ซึงยุนไม่ร้องนะ
    #567
    0
  14. #564 แม่ยก (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2558 / 01:05
    ซึงยุนก็ละมุนจังเลย แต่นัมรักพี่มินโฮไปแล้ว โถ่วววว สงสารมาก อึดอัดแทนพี่มินโฮจริงๆ บอกพ่อก็ไม่ได้แถมโดนบังคับแต่งงานอีก T^T
    #564
    0
  15. #563 mazipo (@mazipo) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2558 / 10:21
    ซึงยูนนนนนนนนนนนนน TOT
    คือไม่เคยจิ้นใครกับคู่นัมซงได้อีกนะคะ แต่เรื่องนี้เชียร์ซึงยูนจริงๆ 555
    คือดีอ้า อ่อนโยน น่ารัก ดูแล
    แต่ยังไงก็นัมซงล่ะค่ะ ก็ได้แต่ภาวนาไม่อยากให้ซึงยูนปวดใจมาก สู้ๆ นะซึงยูน สู้ๆ นะคะไรท์
    รอฟิคนี้มาตลอดเลย เป็นหนึ่งในห้าฟิคในดวงใจเราเลยค่ะ
    รอติดตามผลงานอยู่เสมอนะคะ
    #563
    0
  16. #562 Creammm R. (@kimjinwoo) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2558 / 11:43
    พี่ยุนนนนนนนนนนนนนน อันเดวววววววว
    #562
    0
  17. #561 annie2011 (@beebamboo) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2558 / 21:14
    พึยุนมาขอน้องแบบนี้ได้ยังั้ยน้องเค้ามีคนรักอยู่แล้วนะ
    #561
    0
  18. วันที่ 19 สิงหาคม 2558 / 01:26
    รุสึกค้างคามากกกกกก มาต่อไวไวนะคะไรต์ สู้ๆค้าาาาาา
    #560
    0
  19. #559 iibnz (@iibnz) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2558 / 06:43
    คิดถึงงงงงงไรท์จังเลยค่าาาา~ ฮือออ นยัมต้องเลือกนะ เอาไงดี แต่เราชอบคำพูดพี่ยุนจัง "มาเป็นรอยยิ้มให้พี่ตลอดไปได้ไหม?" เง้แ มันน่ารักมากๆเลยค่ะะ T v T (ทำไมอยู่ๆทีมพี่ยุนฟ้ะ) ส่วนเรื่องรวมเล่ม เราสนใจนะคะ แต่ว่าเราแกลบอ่ะ น้ำตาจะไหล ,__, แต่ตอนนี้ เราขอขอบคุณที่ไรท์กลับมาเขียนงานเขียนดีๆให้เราอ่านอีกนะคะ ขอบคุณจริงๆค่ะ
    #559
    0
  20. #558 aoyaanya (@aoya-anya) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2558 / 01:26
    นัมจะตัดสินใจยังไง
    #558
    0
  21. #557 come-style (@ct-comehere) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2558 / 19:20
    คิดถึงมากก
    #557
    0