WIN : BLIND LOVE ___(NAMSONG)

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 : โชคร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 821
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    10 มิ.ย. 57


 

ตอนที่ 2 โชคร้าย







 

          ข้าวของเคลื่อนย้ายด้วยคนของมินฮยอก ซงมินโฮยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงระเบียง
โดยที่สายตายังจับจ้องที่ร่างบอบบางนั้นกำลังโค้งกล่าวขอบคุณชายชุดดำ ก็แค่ไม่มีอะไรมากนอกจากกระเป๋าเดินทางสองใบ และกล่องหนังสืออีกหนึ่งกล่อง แต่คนเป็นพ่อถึงขนาดต้องให้ลูกน้องมาขนให้



            ควันสีขาวถูกพ่นออกมาค่อยๆจางหายไปพร้อมใบหน้าสวยนั้นที่เข้ามาชัดเจนมากขึ้น
“มินโฮ จะให้ฉันนอนห้องไหน
?

            ชายหนุ่มไม่ตอบอะไร ไม่ใช่อยากจะกวน แค่ไม่มีอารมณ์ตอบ แต่พอยิ่งเห็นคิ้วที่ประดับบนใบหน้าขาวนั้นขมวดเข้าหากันไม่สบอารมณ์ บางครั้งหางคิ้วก็ตกลงมา ยิ่งเห็นอีกคนกระวนกระวายจิตใจไม่อยู่สุข นั่นทำให้ซงมินโฮชอบใจ


            นัมแทฮยอนถอนหายใจยาว ดูเหมือนการตัดสินใจมาอยู่ร่วมห้องกับพี่ชายต่างสายเลือดช่างเป็นสิ่งที่หาเรื่องใส่ตัวเสียเหลือเกิน แค่เจอกันไม่ถึง
5 นาที ความอึดอัดที่อีกฝ่ายส่งมาแทบอยากจะทำให้เขาเดินหนีหายออกไปไกลๆ แต่เพราะมีแม่แค่คนเดียว ถ้าไม่เห็นแก่แม่ที่ต้องมาคอยกังวลใจ เขาไม่มีทางมาฝืนทำอะไรแบบนี้แน่ๆ

“บอกไว้ก่อนเลยว่าฉันก็ไม่ได้อยากมาอยู่กับนาย แต่ฉันมีเหตุผลของฉัน
และหวังว่าเราจะอยู่กันแบบต่างคนต่างอยู่”

            คนน้องกล่าว ควันสีขาวพ่นออกมาตรงหน้าทำให้นัมแทฮยอนถึงกับสำลักไอออกมา มือเล็กโบกพัดให้ควันบุหรี่จางลง ซงมินโฮจุดยิ้มที่มุมปาก แท่งบุหรี่สีขาวถูกบดขยี้ที่รั้วระเบียงก่อนเจ้าตัวจะยืนล้วงกระเป๋า


“เหตุผลอะไรของนาย”


“ไม่ใช่เรื่องที่นายจะต้องรู้”


“อยากได้สมบัติของพ่อฉัน
?



“คนแบบนายมันโตมาเพราะเงินสินะ ถึงมีแต่ความคิดแบบนี้”




            น้ำเสียงราบเรียบแต่กลับเหมือนกรีดเข้ากลางหัวใจ ลิ้นดุนข้างกระพุ้งแก้ม
อยากจะเข้าจัดการสั่งสอนคนปากดีจริงๆ มือใหญ่กระชากต้นแขนกลมไว้ก่อนจะออกแรงบีบ
จนเกิดรอยแดง สายตาของนัมแทฮยอนไม่เคยมีสักครั้งที่จะอ่อนลงเมื่อเผชิญกับเขา
ทุกอย่างรอบตัวเหมือนมีเกราะแกร่งคอยป้องกันไว้ตลอด

“อย่าปากดีให้มาก นายมันก็แค่คนอาศัย”

“.................”


            นัมแทฮยอนค่อยๆบิดแขนตัวเองออกมา มือเล็กกำแน่นพยายามยามมากที่จะไม่ใช้อารมณ์ทำอะไรวู่วาม ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะคิดหรือเข้าใจผิดอย่างไร แต่เขารู้ดีว่าถ้าตัดสินใจทำอะไรก่อนคิด ผลที่ได้มันจะยิ่งทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลง











            นภาสีส้มค่อยๆมีสีครามมืดแต้มเอาไว้ เข็มนาฬิกาบนข้อมือค่อยๆเดินไปจนถึงเวลา
1 ทุ่ม
จากที่ฝังตัวอยู่แต่ในห้องมาหลายชั่วโมง นัมแทฮยอนตัดสินใจออกมาเดินเล่นและแวะมินิมาร์ท
เพื่อมาซื้อของไปตุนไว้ในตู้เย็น ซงมินโฮเองก็เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้องนอนไม่ได้สนใจอะไรเลยว่าจะมี
อาหารสำหรับมื้อเย็นหรือมื้อต่อๆไปหรือเปล่า


            จริงๆนัมแทฮยอนเองก็ไม่อยากใจร้ายอะไรกับอีกคน เขาพอจะเข้าใจดีว่าพี่ชายต่างสายเลือดของเขาต้องทำงานเมื่อตั้งแต่เด็ก ความรับผิดชอบหรือความคิดมักจะมีมากกว่าเขาเองด้วยซ้ำ แล้วอยู่ๆมีใครก็ไม่รู้มาเป็นสมาชิกในครอบครัวด้วย มันก็ไม่แปลกที่อีกฝ่ายจะคิดว่าเขาและแม่เข้ามาเพื่อที่จะครอบครองสมบัติ หลายครั้งที่คิดอยากจะทำดีด้วย แต่เพราะคำพูดที่ออกมาจากปากร้ายๆนั้น มันอดไม่ได้ที่เขาจะตอกกลับไป คนเราทุกคนก็มีศักดิ์ศรี











            สองเท้าเดินไปตามพื้นหินอ่อนก่อนจะหยุดอยู่หน้าห้อง เมื่อประตูห้องเปิดออกชายหนุ่มก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากห้องนั่งเล่น นัมแทฮยอนค่อยๆเดินไปจนพบกับซงมินโฮที่กำลังคลอเคลียหญิงสาวสวยบนโซฟาถึงแม้ว่าจะมีอาภรณ์ติดกายอยู่ครบก็ตาม เว้นเสียแต่ร่างหนาที่เสื้อหล่นลงไปกองกับพื้นเปลือยท่อนบนเผยกล้ามมัดสวย

            นัยน์ตาหวานฉ่ำเบิกกว้างเมื่อเจอกับบุคคลที่สามเข้าห้องมา ร่างอรชรพยายามผละออกจากคนข้างล่างแต่เป็นซงมินโฮเองที่กดท้ายทอยอีกฝ่ายมาจูบไว้




            นัมแทฮยอนได้แต่กรอกตาขึ้นข้างบนอย่างเบื่อหน่าย ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรโจ่งแจ้งทั้งๆที่เขายืนอยู่ตรงนี้ ชายหนุ่มเดินไปเปิดตู้เย็น จับข้าวของทุกอย่างเข้าไปโดยยังไม่ทันได้จัดแจงเอาออกจากถุงพลาสติกเลยด้วยซ้ำ ก่อนจะเดินเข้าห้องตัวเองปิดประตูเสียงดัง








            เปลือกตาสีน้ำนมหลับลงมือขาวตบแก้มตัวเองเบาๆเพื่อลบภาพเมื่อครู่ออก
ก็เข้าใจว่านี้เป็นคอนโดของตัวเอง แต่ทำอะไรก็เกรงใจกันบ้างสิ

“ฮึ่ยยย ไอบ้าเอ้ยย จะนอนหลับมั้ยเนี่ยย”











            แสงอรุณดิ์ทอแสงผ่านม่านสีอ่อนทำให้บรรยากาศในห้องช่างดูละมุน นัมแทฮยอนตื่นแต่เช้ามาไม่รู้ทำไมวันนี้ถึงได้อารมณ์ดีเป็นพิเศษ อาจจะเป็นเพราะไม่ได้เห็นซงมินโฮคนกวนประสาท บรรยากาศรอบข้างมันก็เลยสดชื่นไปหมด


            มื้อเช้านี้เป็นอย่างเรียบง่าย มีเพียงไข่ดาวเบคอนธรรมดา ถึงแม้จะเคยคิดว่าผู้ชายที่ทำอาหารเป็นนี่เท่ดีแต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย บางทีเขาอาจจะไม่มีพรสวรรค์ในด้านนี้ แค่หยิบจับพอกินได้ก็ถือว่าดีถมไปแล้ว


            อารมณ์ที่เคยดีอยู่ก็ต้องมาหม่นหมองไปเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นใครบางคนที่เพิ่งเข้าห้องมา ซงมินโฮในชุดเสื้อยืดกางเกงวอร์มดูสบายๆ เม็ดเหงื่อเกาะพราวไล้ผิวเข้มจึงเดาไม่ยากว่าอีกฝ่ายเพิ่งกลับมาจากออกกำลังกาย



            ภาพเมื่อวานไหลย้อนเข้ามาราวกับปรากฏการณ์เดจาวู นัมแทฮยอนนึกอยากจะสบถออกมาอย่างหงุดหงิด ซงมินโฮยืนมองคนที่ทำอะไรสักอย่างอยู่หน้าเตาก็ทักขึ้น


“ทำอะไรน่ะ
?


“ก็..ข้าวเช้าน่ะ...... กินด้วยกันมั้ย
?



            นัมแทฮยอนลองเอาน้ำเย็นเริ่มเข้าหาก่อน ไม่รู้ว่าจะต้องอยู่ด้วยกันอีกนานเท่าไหร่
ถ้าขืนเจอหน้ากันมีแต่หาเรื่องกันอะไรมันก็ไม่ดีขึ้นมา


            คำเชิญชวนของอีกคนเล่นทำซงมินโฮถึงกับแปลกใจขึ้นมา นี่นัมแทฮยอนจะมาไม้ไหน
คิดอยากจะทำอะไรให้มันง่ายขึ้นสินะ มันคงเป็นไปได้ยากเพราะเขาไม่มีทางเดินตามเกมของอีกฝ่ายแน่ๆ ร่างสูงเดินเข้าไปยังเคาน์เตอร์ในครัวก่อนจะกดปิดไฟที่อีกฝ่ายกำลังทำอาหารอยู่ คิ้วสีน้ำตาลของคนตัวเล็กขมวดเข้าหากันอย่างไม่พอใจ


“อย่าทำอาหารอีก ฉันไม่ชอบเวลามีกลิ่นอาหารติดในห้องหรือว่าตัวฉัน”


            ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันจนแทบจะเป็นเส้นตรง นัมแทฮยอนเดินออกมาจากตรงนั้น
โดยไม่สนใจคำพูดของซงมินโฮที่เรียกให้มาเก็บของในครัว ประตูห้องนอนปิดเสียงดัง
ร่างบางทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง จับหูฟังเปิดเพลงยัดใส่หูทั้งสองข้างพร้อมหนังสือในมือ


            ซงมินโฮเสยผมที่ปรกหน้าให้ขึ้นไป นัมแทฮยอนนี่ดื้อกว่าที่เขาคิดไว้ ยิ่งมีคนขัดใจก็ยิ่งพาลอารมณ์ให้ยิ่งหงุดหงิด ชายหนุ่มเดินไปเปิดประตูที่มีอีกคนนั่งอยู่ ถึงแม้จะพยายามเรียกชื่อแล้วแต่ไม่มีทีท่าตอบสนองของนัมแทฮยอนกลับมา เขาจึงตัดสินใจเดินไปดึงหูฟังออก


“ที่เรียกนี่ไม่ได้ยินรึไง ฉันบอกว่าให้ไปเก็บของ”


            หน้าหนังสือปิดลงก่อนจะถูกวางไว้ข้างตัว ดวงตาเรียวมองคนที่เข้ามานิ่งๆ
ความรู้สึกมันเสียไปแล้ว คิดผิดจริงที่เผลอไปพูดดีๆด้วย และคงไม่มีเหตุผลที่จะต้องไปพูดดีด้วยอีก


“ได้ยิน แล้วยังไง”

“นายก็ควรจะเก็บ”

“รวยไม่ใช่หรอ
? ไปจ้างคนมาเก็บก็ได้หนิ ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก”



            การกระทำไวกว่าความคิด ซงมินโฮคนเจ้าอารมณ์ที่อยู่เหนือเหตุผล
อีกครั้งที่ดึงแขนบางนั้นขึ้นมาบีบแน่น ชายหนุ่มขบกรามแน่น


“อย่ามาอวดดี ลืมไปแล้วรึไงว่านายเป็นแค่คนอาศัย”


“หึ..หรือว่าต้องให้ฉันบอกพ่อให้ซื้อคอนโดเพิ่ม
?


“นายไม่มีทางได้อะไรไปหรอกนัมแทฮยอน”



            เสียงต่ำออกคำขู่ แต่มันไม่ได้ทำให้นัมแทฮยอนกลัวเลยแม้แต่น้อย แค่รำคาญคนที่ไร้เหตุผล
ความเจ็บปวดที่ต้นแขนริ้วขึ้นมาจนเผลอขมวดคิ้วเข้าหากัน ชายหนุ่มได้แต่บอกตัวเองว่าให้อดทน
เพราะถ้าอีกฝ่ายเห็นความอ่อนแอของเขาเมื่อไหร่ ผลสุดท้ายเป็นนัมแทฮยอนเองที่จะต้องเดือดร้อน


“นายมันก็แค่เด็กที่ยังคิดว่าตัวเองโตแล้ว เด็กที่คอยเอาแต่หวงของเล่น กลัวจะไม่ได้มรดกไปเต็มๆรึไง”

“......................”


“ยังไงนายก็ไม่เคยเห็นว่าฉันเป็นน้องอยู่แล้ว ก็ดีเหมือนกัน ของๆนายฉันจะแย่งมาให้หมดเลย”

“นัมแทฮยอน
!!




            ซงมินโฮตะโกนเสียงดัง ระดับของความโกรธพุ่งขึ้นมาโดยเฉพาะรอยยิ้มนั้นมีปรากฏอยู่บนใบหน้าขาว มือหยาบบีบคางอีกคนไว้ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่เห็นแม้แต่ความอ่อนแอมาปรากฏให้เห็น นัมแทฮยอนเองก็ไม่ได้ทำอะไรหรือแม้แต่จะผลักไสขอร้องให้เขาปล่อย และนั้นยิ่งทำให้เขาเองโทสะมากขึ้น


            เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ซงมินโฮเหลือไปมองเจ้าสี่เหลี่ยมสีดำส่งเสียงร้องอยู่บนโต๊ะหนังสือ เขาปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นอิสระก่อนจะออกจากห้องไป นัมแทฮยอนมองชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอกว้าง นึกอยากขอบคุณจริงๆที่ช่วยชีวิตเขาไว้


“ว่าไงจุนฮเว”















            วันนี้เป็นวันแรกที่ได้เริ่มฝึกงานในฐานะนักศึกษาแพทย์ปีที่
5 และเหมือนทุกครั้งที่นัมแทยอนจะต้องมาคอยปลุกคนเคยชินอย่างเพื่อนรักที่ชื่อ กูจุนฮเว


            จุนฮเวชอบมีนิสัยเคยชิน ปิดเทอมพักผ่อนไปเลยติดนิสัยนอนตื่นสาย เดือดร้อนนัมแทฮยอนที่เมื่อคืนต้องมานอนค้างที่บ้านด้วย ทั้งสองคนเดินเข้ามาในตัวโรงพยาบาล บรรยากาศเดิมๆที่รายล้อมไปด้วยผู้ป่วย กลิ่นเฉพาะของสถานที่อันเป็นเอกลักษณ์ ยิ่งคิดก็แทบจะลงไปทรุดกับพื้นการฝึกงานครั้งนี้คงจะเยินกว่าครั้งไหนๆ เนื่องด้วยประสบการณ์และการศึกษาที่เพิ่มขึ้น หน้าที่และความรับผิดชอบก็ต้องเพิ่มตาม



“เออแทฮยอน ฉันลืมของในรถว่ะนายเดินเข้าไปก่อนเลย”

“เอากาแฟมั้ย
? ว่าจะแวะซื้อ”

“อือๆ เอาเหมือนเดิมนะ”





            ของเหลวสีน้ำตาลเข้มหอมกรุ่นสองแก้วถูกถือไว้ในมือขาว
ไอร้อนพากลิ่นของกาแฟทำให้สมองตื่นตัวจนนัมแทฮยอนรู้สึกสดชื่นขึ้นมา


            สองขาพาตัวเองเดินมา ดวงตาเรียวภายใต้กรอบแว่นกลมจดจ้องที่แก้วกาแฟ
จนไม่ทันได้สังเกตใครบางคนที่เดินเข้ามาใกล้

“โอ๊ะ
! ขอโทษครับๆ”



            นัมแทฮยอนเผลอไปชนเข้ากับคนที่เดินสวนมา ของเหลวร้อนเลอะเข้าที่เสื้อแจ๊คเก็ตของอีกฝ่ายแต่โชคดีว่าความร้อนไม่ได้สัมผัสถึงผิวหนังของคนโชคร้ายเข้า แต่หากเป็นนัมแทฮยอนที่เป็นฝ่ายโชคร้ายแทน

“ขอโทษครับผมไม่ได้ตั้งใจ”

ชายหนุ่มโค้งกล่าวอย่างรู้สึกผิดทั้งๆที่มือของตัวเองมีรอยแดงจางๆจากกาแฟที่หกมาใส่

“มือนาย...”

“อ่อ ไม่เป็นไรครับแค่นี้เองไม่ได้ร้อนอะไรมาก”
เมื่อเห็นรอยยิ้มกว้างประดับที่ใบหน้าขาว คู่กรณีก็สบายใจขึ้นในระดับนึง

“ทีหลังก็เดินระวังหน่อยละกัน”

“ครับ ผมขอโทษนะครับ”

นัมแทฮยอนมองแผ่นหลังกว้างนั้นเข้าลิฟต์ไปก่อนจะถอนหายใจยาว มาเจอเรื่องซวยแต่เช้า







            การปฐมนิเทศสำหรับการฝึกงานในครั้งนี้เป็นอะไรที่เริ่มน่าเบื่อสำหรับนักศึกษาแพทย์
อย่างนัมแทฮยอนและจุนฮเว อากาศในห้องเย็นขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับน้ำเสียงราบเรียบที่บรรยายไปพร้อมกับภาพสไลด์ที่ฉายบนจอกว้าง


            จุนฮเวหาวอ้าปากกว้างเรียกน้ำใสปริ่มที่หางตา มือเท้าโต๊ะวางคางตัวเองไว้
ดวงตาหรี่มองคนที่กำลังนั่งทำตาปรือพยายามฝืนสังขารตัวเองฟังเสียงของอาจารย์
ชายหนุ่มเหลือบมองรอยแดงบนมือขาวของอีกคน


“มือนายที่โดนกาแฟยังไม่หายแดงเลย”

“อือ เดี๋ยวก็หายล่ะหน่า”

“เบ๊อะ ซุ่มซ่ามตลอด ขึ้นวอร์ดเมดไปห้ามไปซุ่มซ่ามแบบนี้นะ ไม่งั้นโดนกินหัวแน่”

“ใครจะกินหัว”

“ถ้าอาจารย์ไม่อยู่ก็มีพี่เด้นท์คนนึง จำชื่อไม่ค่อยได้ว่ะเคยได้ยินรุ่นพี่บอกกันมาว่าแกโหด”



            นัมแทฮยอนยิ้มที่มุมปากไม่ได้แสดงท่าทางเกรงกลัวต่อคำพูดของเพื่อนรักแต่อย่างใด
หน้าจอฉายมืดลงก่อนที่คนรอบข้างจะลุกออกจากเก้าอี้






            หลังจากการปฐมนิเทศนักศึกษาต่างแยกย้ายไปตามแผนกที่ตนได้รับมอบหมายให้ฝึกงาน
ซึ่งทั้งคู่ได้เข้าไปฝึกในตึกอายุรกรรมที่จัดได้ว่าหนักเอาการ แค่เห็นป้ายที่เขียนต้อนรับไม่ได้ช่วยให้
เชิญชวนอยากจะเข้าไปเลยแม้แต่น้อย




            ภาพของคนไข้หลายเตียงเรียงกัน บ้างก็มีญาติบ้างก็ไม่มี นัมแทฮยอนมองพยาบาลที่เดินกัน
ไปมาตามล็อคต่างๆ ก่อนที่กลุ่มนักศึกษาจะมารวมตัวกันที่ห้องประชุม



            มือเย็นเฉียบของจุนฮเวจับเข้าที่มือบางของคนข้างตัวไว้ นัมแทฮยอนอยากจะหัวเราะใส่เพื่อนที่ยืนเหงื่อตกหน้าซีด ก็เข้าใจว่าตื่นเต้น แต่ไม่เข้าใจว่าจะกลัวอะไรนักหนากับแพทย์ประจำบ้านที่อีกฝ่ายบอกว่าดุนักดุหนา คำพูดก็เป็นเพียงแค่ลมปาก ถ้ายังไม่เจอกับตัวเขาไม่มีทางเชื่อหรอก


            ประตูห้องเปิดขึ้นพร้อมร่างของใครบางคนที่เดินเข้ามา ดวงตาภายใต้แว่นกลมหรี่มองคนที่เข้ามาใหม่อย่างคุ้นตาราวกกับว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน คิ้วเข้มเลิกมองคนที่ยืนมองพวกเขามาด้วยสีหน้าเรียบนิ่งก่อนเจ้าตัวจะนึกขึ้นได้ว่าเคยพบกับคนๆนี้





            เฮ้ยยยย นี่มันคนที่ทำกาแฟหกใส่เมื่อเช้านี่
!!






“สวัสดีน้องๆทุกคน พี่ชื่อคังซึงยูนเป็นพี่เด้นท์ที่นี่คอยมีหน้าที่ดูแลน้องๆ มีอะไรไม่เข้าใจตรงไหนก็มาถามพี่ได้ แต่ปี 5 กันแล้วเตรียมความรู้กันด้วย”

“.......................”

“และที่สำคัญ....”

ช่วงวินาทีที่เผลอไปสบตากับคู่กรณีเข้า นัมแทฮยอนหลุบสายตามองเท้าตัวเองอัตโนมัติ



“พี่ไม่ชอบให้เกิดข้อผิดพลาดโดยเฉพาะกับคนไข้ จะทำอะไรระมัดระวังมีสติกันด้วย”







            สิ้นเสียงนั้นทุกคนต่างขานรับคำก่อนจะแยกย้าย นัมแทฮยอนนั่งลงบนเก้าอี้ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทำไมโลกมันต้องเหวี่ยงหมุนแต่สิ่งร้ายๆมาให้เขาด้วย

            แค่คิดสภาพว่าต้องเจองานหนักก็เหนื่อยแล้ว แถมต้องระวังตัวมากๆเพราะคังซึงยูนคงจะหมายหัวเขาไว้แล้ว แค่เพียงเสี้ยวเดียวที่มองดวงตานิ่งๆนั้นทำให้ทั้งตัวเย็นวาบขึ้นมา


“จุนฮเว..ที่นายบอกว่าพี่เด้นท์ที่ดุๆคนนี้เปล่าวะ”


“เออนั่นแหละปีศาจซึงยูน”






            แทฮยอนนนน งานนี้ตายแน่ๆ











TBC
ตอน 2 มาแล้ววว อย่าเพิ่งหมั่นไส้มิโน่วววกันนนน เอาจริงๆแต่งไปก็หมั่นไส้ไป 555555
ไมโน่วต้องเข้มตามผิวค่ะ #ท่ดๆ มีตัวละครใหม่มาเพิ่มบ้างแล้ว

สำหรับใครที่อาจจะงงๆเมื่อเจอบางคำอย่างเช่น วอร์ดเมด 
วอร์ด ก็คือ แผนกในโรงพยาบาลค่ะ วอร์ด ER (แผนกฉุกเฉิน) เป็นต้น แต่บางที่ก็จะเรียกเป็นตึกเอา
เมด ในที่นี้มาจาก medicine คือ อายุรกรรม ซึ่งเป็นเกี่ยวโรคทั่วไป เกี่ยวข้องกับหลายๆระบบในร่างกาย
เช่น โรคหัวใจ หรือเกี่ยวรับโรคปอด 
และเด้นท์ มาจาก resident ที่แปลว่าแพทย์ประจำบ้าน เป็นแพทย์ที่มาเรียนเฉพาะทาง อยู่ภายใต้
การดูแลของอาจารย์แพทย์อีกที และก็จะคอยสอนและดูแลน้องๆนักศึกษาแพทย์

ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้า
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ
อันยองงงงงงง ^ ^ /

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

622 ความคิดเห็น

  1. #589 Deffiex (@Deffiex) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 02:09
    คังซึงยูนนนนนนน ฮี่ๆ
    #589
    0
  2. #473 aoyaanya (@aoya-anya) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2558 / 01:19
    นัมเจอแต่เรื่องตลอดเลย
    #473
    0
  3. #319 Ff_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2558 / 16:00
    คุณซงนิสัยไม่ดี ไม่มีเหตุผลเลยอ่ะ

    ดีแล้วค่ะน้องนัม อยากไปกลัวคนดำนิสัยไม่ดี ต่อปากต่อคำให้คุณซงปรี๊ดแตกไปเลย!! น้องนัมสู้เค้าลูก555555555555
    #319
    0
  4. #301 wizer. (@battlewater) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 / 08:33
    หมั่นไส้มิโนกันถ้วนหน้าเลยค่ะ 55555555
    #301
    0
  5. #148 Pipitch (@pipitch) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2557 / 14:49
    น้องพูดดีด้วยก็ไปโมโหใส่ ใจร้ายจังซงมินโฮ !!! ซึงยุนจะต้องเต๊าะน้องแน่เลยยยยย !!!
    #148
    0
  6. #45 ImmaToey (@inhyung_boy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2557 / 20:11
    คุณซงงงงงงงงง ใจร้ายกับนัมไปป่ะ นัมเป็นคนดีนะเว้ย เปิดใจแมนๆกันหน่อยเด่ เจอมินโฮโหด แล้วยังต้องมาเจอซึงยุนอีกอ่ะ เอิ่มนะ สู้ๆเขานะนัมแท ฮึ๊บบบบบบบบ
    #45
    0
  7. #33 maohed (@maohed) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2557 / 02:47
    พี่ยูนอย่าโหดได้ไหม๊ แต่ว๊มิโน นิสัยไม่ดีเหมือนเด็กจริงๆแหละ
    #33
    0
  8. #17 ottoke (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2557 / 20:46
    โว๊ะ เข้มหนักกว่าสีผิวละเนี่ย มิโน 555+



    ขยันใส่ความน้องจริง



    คังซึงยุนมาละ แอบเพ่งเล็ง หรือแอบเล็ง คิๆๆ
    #17
    0
  9. #16 mame (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2557 / 01:30
    มิโนคนโหดดดดดด น้องนัมแทฮยอนอย่ายอมค่ะ 5555555555
    #16
    0
  10. #15 aum5120 (@a-u-m5120) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2557 / 20:23
    เชอะ !!!!!!!!!!! งอนคุณซงมินโฮ 
    ซงมินโฮ ร้ายใส่นัมแทฮยอนก็สู้เหมือนกันนะเว้ยยยยย
    จุนฮเวเพื่อนสนิทแทฮยอนหราาาาาาาาา 
    คังซึงยูนมาโหมดโหดหรออออออออ
    รู้สึกว่าน้องนัมจะโชคไม่ดีนะช่วงนี้้้ ฮ่าาาาาาาาาาาาาาา
    #15
    0
  11. #14 Annie Phuangjan (@annie146) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2557 / 20:11
    มิโนจะร้าไปถึงไหนเนี่ย นัมสู้ๆๆๆๆ
    #14
    0
  12. #12 Y A И I K A . (@winkle9495) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2557 / 17:39
    เชียร์จุนฮเวแทฮยอนจะผิดมั้ย ไม่เอามิโนเล่าาา ไปไกลๆนัมของเค้าเลยนะ /ตบมิโนซ้ายขวา
    #12
    0