WIN : BLIND LOVE ___(NAMSONG)

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3 : รักครั้งเก่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 778
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    14 มิ.ย. 57

 

ตอนที่ 3

รักครั้งเก่า










 

            นัมแทฮยอนคว้ากระเป๋าบนโต๊ะขึ้นสะพายหลัง สองขาพาตัวเองเดินออกมา ดวงตาเรียวมองนาฬิกาข้อมือที่บอกเวลา 1 ทุ่ม กว่าจะศึกษาแฟ้มข้อมูลผู้ป่วยและซักประวัติผู้ป่วย เล่นทำเอานักศึกษาอย่างเขาเหนื่อยเกินกว่าจะใช้บริการรถเมล์ ยอมเสียเงินค่าแท็กซี่เพิ่มขึ้นเพื่อแลกกับความสบาย


            แต่แล้วชายหนุ่มก็ต้องหยุดชะงักมาเห็นรถคันหรูคุ้นตาจอดอยู่ที่หน้าโรงพยาบาล ใบหน้าเข้มที่ประดับด้วยแว่นกันแดดสีดำ ซงมินโฮในชุดเสื้อยืดสีเทากางเกงยีนส์สีเข้มกำลังยืนพิงประตูรถยืนกอดอกมองมาที่นัมแทฮยอน


            มาทำอะไรของเขา



คิ้วเล็กเลิกขึ้นสูงอย่างแปลกใจ ก่อนจะเดินไปที่หน้าโรงพยาบาลพยายามเดินผ่านอีกคนอย่างไม่สนใจ
ไม่มีเหตุผลที่อีกฝ่ายจะมาหาเขาและคงไม่มีเหตุผลที่จะทักทาย ถึงจะอยู่บ้านหลังเดียวกัน มีศักดิ์เป็นพี่น้อง แต่ความรู้สึกจริงแล้วทั้งสองคนล้วนเป็แค่คนแปลกหน้าเพียงเท่านั้น


“แทฮยอน”




            เสียงทุ้มเอ่ยทักขึ้นเรียกแผ่นหลังบางที่เดินเลยออกไป รองเท้าผ้าใบหยุดชะงักหมุนไปตามเสียงเรียก นัมแทฮยอนทำแค่เพียงส่งเสียงขานรับในลำคอ

“อือ”


“พ่อให้มารับ มีนัดกินข้าวน่ะ”

“ที่ไหนล่ะ เดี๋ยวฉันไปเอง”




            คนเป็นพี่พรูลมออกมานี่อุตส่าห์ขับรถมารับและยืนรออยู่นาน ไม่ใช่เพื่อเพียงบอกแล้วต่างคนต่างไป อย่างนั้นแค่โทรหาไม่ดีกว่าหรือ และมินฮยอกเองก็กำชับหนักหนาว่าเขาต้องมารับนัมแทฮยอน ขืนไปไม่พร้อมกันคนที่ซวยจะมีใครล่ะ ถ้าไม่ใช่ซงมินโฮ

“อย่าเรื่องมาก ฉันอุตส่าห์มารับแล้ว เชิญ”


            ประตูหรูถูกเปิดออกทิ้งไว้อย่างนั้นก่อนที่เจ้าของจะเดินไปยังฝั่งคนขับ นัมแทฮยอนยังคงยืนนิ่งอยู่แบบนั้น คิ้วขมวดเข้าหากันอย่างหงุดหงิด แค่อยู่ในห้องพักกว้างขวางยังสร้างความอึดอัดใจได้มากมาย และถ้าต้องมานั่งในรถคับแคบนี่แทบจะไม่ต้องพูดถึง


















 
           ชุดอาหารถูกประดับสวยงามราวกับงานศิลป์ ไม่เพียงได้เสพความงดงามของมัน
หากรสชาติที่เสพยังคงหวานละมุนติดที่ปลายลิ้น

            นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นัมแทยอนได้ลิ้มลองเนื้อโกเบ แต่ก็พอจะครั้งที่นับได้ว่าเขาได้มาสัมผัสมันกี่ครั้ง
เขาไม่ได้มีเงินทองมากมายที่จะเสียเพื่ออาหารเหล่านี้ได้บ่อยๆ แค่พอมีอะไรอิ่มท้องได้ก็ดีมากพอแล้ว
อย่างน้อยความร่ำรวยของพ่อเลี้ยงคงจะเป็นข้อดีอย่างหนึ่งที่ทำให้นัมแทฮยอนได้ให้รางวัลกับตัวเอง
เหมือนกับครั้งนี้


“อยู่ด้วยกันเป็นไงบ้าง ห้องสบายดีมั้ยแทฮยอน” ชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้น ริมฝีปากระบายยิ้มจาง ซงมินโฮเหลือบมองน้องชาย กลัวเสียเหลือเกินว่าจะตอบอะไรไม่เข้าท่าพาลทำให้เขาเดือดร้อน


            นัมแทฮยอนยิ้มกระหยิ่มในใจ รู้ดีว่าภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยของพี่ชายตอนนี้ในใจคงกำลังภาวนาขอให้เขาพูดแต่สิ่งดีๆ ทั้งที่ความจริงเขาอยากจะพูดถึงความใจร้ายของอีกคนให้พ่อเลี้ยงฟังก็ได้ แต่เขาไม่ใช่เด็กไม่รู้จักโต การฟ้องเพื่อเอาผิดไม่ได้ช่วยให้มีอะไรดีขึ้นมา และเขาไม่อยากจะกลืนน้ำลายตัวเองที่ว่าอีกฝ่ายเป็นเด็กไม่รู้จักโตด้วย



            ใบหน้าขาวเปื้อนรอยยิ้มที่กว้างขึ้น จนดวงตาเรียวหรี่เล็กเป็นเส้นโค้ง
“ก็ดีครับ”

“ซงมินโฮไม่ได้แกล้งอะไรหนูใช่มั้ย
?


            มินฮยอกพูดหยอกทีเล่นทีจริง เขาพอจะรู้จักนิสัยของลูกชายคนโตดี การแต่งงานใหม่ครั้งนี้คงไม่ได้รับการยอมรับง่ายๆจากอีกฝ่าย เพราะแม้แต่งานแต่งงานของเขากับซอนมีซงมินโฮยังไม่มาเลยด้วยซ้ำ แต่เขาก็อยากจะให้อีกคนได้เห็นถึงความน่ารักของแม่คนใหม่และน้องชายต่างสายเลือด ถึงมันอาจจะใช้เวลาแต่เขาเชื่อว่ามันไม่ได้นานเกินกว่าที่เขาจะต้องหมดลมหายใจไปเสียก่อน



            นัมแทฮยอนยิ้มส่ายหน้าปฏิเสธแทนคำตอบ มื้ออาหารดำเนินขึ้นอีกครั้งจนถึงเวลาที่จะต้องเอ่ยลา
ชายหนุ่มทั้งสองมองพ่อแม่และน้องสาวขึ้นรถหรูสีขาว กระจกเคลือบฟิล์มดำถูกลดลงเผยหน้าหญิงสาวสวยพร้อมมือเล็กๆที่โบกไปมา


“พี่มินโฮ พี่แทฮยอน ฝันดีนะคะ”


            นัมแทฮยอนได้แต่พยักหน้ายิ้มให้ ต่างจากอีกคนที่ยิ้มกว้างโบกไม้โบกมือกลับให้
เป็นครั้งแรกที่ความรู้สึกบางอย่างเข้ามาทั้งๆที่มันไม่น่าจะเกิดขึ้น ความรู้สึกที่นัมแทฮยอนรู้ดีว่ามันคืออะไร


            เขากำลังอิจฉาดาน่า


ถึงจะเป็นเพียงน้องชายต่างสายเลือด ไม่มีความสัมพันธ์หรือความผูกพันใดๆทั้งสิ้น แต่ถึงอย่างนั้น..
เขาก็เป็นเพียงคนหนึ่งที่อยากได้รอยยิ้มจริงๆของพี่ชายบ้าง


            แค่สักครั้ง...














            ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศค่อยๆทำให้บรรยากาศที่ดูอึดอัดผ่อนคลายลงไปบ้าง
ปราศจากบทสนทนาของทั้งคู่ มีเพียงเสียงเพลงฮิพฮอพดังออกมาเบาๆที่นัมแทฮยอนฟังไม่เข้าใจนัก
ทัศนียภาพตรงหน้าของกรุงโซลในยามค่ำคืนไม่ได้วุ่นวายเท่านิวยอร์ก ดวงไฟที่พากันเปล่งแสงนำพาให้ชายหนุ่มจมอยู่กับความคิดของตัวเองเงียบๆ



            รถยนต์ถูกจอดเทียบข้างทางทั้งที่ยังติดเครื่องไว้ คนขับปลดล็อคเข็มขัดนิรภัยออก
นัมแทฮยอนได้แต่มองข้างทางนี่ยังไม่ถึงคอนโดด้วยซ้ำ พอเห็นท่าซงมินโฮจะลงจากรถจึงทักขึ้น

“จะไปไหน
?

“แวะซื้อเบียร์แปปนึง”

 “อืม”





            ดวงตาเรียวภายใต้เลนส์แว่นกลมมองคนตัวสูงเดินหายเข้าไปในมินิมาร์ท
โทรศัพท์มือถือถูกหยิบขึ้นมาเพื่อฆ่าเวลา


















            เสียงกระดิ่งดังต้อนรับลูกค้าใหม่ ตู้เย็นถูกเปิดออกจนไอเย็นสัมผัสกับอุณหภูมิห้องที่สูงกว่าทำให้กระจกใสเกิดฝ้าสีขาวจางๆ กระป๋องสีเงินถูกหยิบออกมา ซงมินโฮเดินไปจ่ายเงินจนยังไม่ทันได้ออกจากร้านดี เขาก็ต้องพบกับใครบางคนที่แทบจะทำให้ลืมหายใจ



            คนที่เขา
รัก และ คิดถึง มากที่สุด











“จินอู”


            น้ำเสียงแหบพร่าราวกับว่ามีก้อนบางอย่างมาจุกที่ลำคอ ร่างเล็กถูกดึงรวบมากอดไว้ กระชับอ้อมแขนยาวให้แน่นขึ้นสมกับคำว่าคิดถึง คิมจินอูได้แต่ยืนนิ่งปล่อยให้คนเอาแต่ใจยืนกอดไว้อย่างนั้น ดวงตากลมประกายหยาดน้ำตาที่ค่อยๆไหลรินลงมาอย่างเงียบๆ ในหัวรู้สึกว่างเปล่าเกินกว่าจะเรียบเรียงคำพูดอะไรออกมา แขนทั้งสองข้างทิ้งไว้ข้างตัวอย่างไร้เรี่ยวแรง

            ทุกสัมผัส กลิ่นน้ำหอมและบุหรี่ของอีกคนยังเหมือนเดิม
ทุกคำพูดยังคงเหลือจางในความทรงจำถึงวันนั้น



            วันที่ซงมินโฮทิ้งเขาไป











            อีกครั้งที่นัมแทฮยอนสบถออกมา ไม่ว่าจะโทรหาซงมินโฮกี่ครั้ง อีกฝ่ายก็ไม่ได้รับสายของเขาเลย
นี่เวลาผ่านไปจนจะครึ่งชั่วโมง แค่ซื้อเบียร์ก็ไม่น่าจะหายไปนานขนาดนี้ แล้วดันทิ้งรถไว้ให้กับคนที่ขับรถไม่เป็นอีก ยิ่งคิดก็ยิ่งพาลหงุดหงิด


ชายหนุ่มตัดสินใจปิดเครื่องยนต์ถือกุญแจรถเดินเข้าไปมินิมาร์ท นี่ถ้าเจอหน้ากันเมื่อไหร่จะโวยวายชนิดที่ว่าใครก็มาห้ามทัพไม่ได้ แต่คนอารมณ์ไม่ดีดูเหมือนจะไม่ได้เริ่มก่อสงครามเสียแล้ว เมื่อไม่เห็นแม้แต่เงาของ
ซงมินโฮเลยด้วยซ้ำ นัมแทฮยอนได้แตถอนหายใจอย่างหมดแรง เหนื่อยทั้งกาย เหนื่อยทั้งใจ สุดท้ายก็ใช้บริการแท็กซี่จนได้

















            ชิงช้าเล็กในสนามเด็กเล่นกลายเป็นที่ที่ผู้ใหญ่สองคนนั่งอยู่กับความเงียบเพื่อปล่อยให้อะไรๆในอดีตที่ฝังลงไว้ในความทรงจำเสียเนิ่นนานได้ถูกรื้อฟื้นขึ้นมา

            นักศึกษาสองคนที่ชีวิตเรียกได้ว่าแตกต่างกัน ซงมินโฮที่เรียนบริหาร ใครๆก็รู้ว่าเขารวยขนาดไหน
กับคิมจินอูที่เรียนครู ฐานะไม่ได้ถึงกับดีหรือแย่

คนหนึ่งมั่นใจในตัวเอง ใจร้อนง่าย อีกคนหนึ่งที่ไม่มั่นใจอะไรในชีวิตนัก และเป็นเหมือนสายน้ำเย็น
แตกต่างกันเหมือนด้านมืดและสว่าง แต่สิ่งเหล่านั้นก็ได้ทำให้ชีวิตรักดูสมดุล

คนหนึ่งขาด อีกคนจะคอยเติม
เมื่อคนหนึ่งเกิน อีกคนจะคอยแบ่งเบามาให้




            มันไม่แปลกที่ไฟอย่างซงมินโฮจะอาศัยน้ำเย็นจากคิมจินอู รอยยิ้มจริงใจและดวงตาเปล่งประกายราวกับดวงดาวส่องระยิบระยับอย่างที่เขาไม่เคยได้รับจากใครมาก่อนหลังจากที่ชีวิตต้องเจอแต่ภาระที่คอยกดดัน เป็นเรื่องไม่ยากที่หัวใจชายหนุ่มจะอ่อนไหว และตกหลุมรักใครสักคน จนความรักของทั้งสองคนก่อร่างสร้างกันมานานได้
2 ปีก่อนที่ทุกอย่างจะจบลงพร้อมกับน้ำตา



“ไม่เจอกันนานเท่าไหร่แล้วนะ”

3 ปี” ซงมินโฮตอบโดยไม่ต้องใช้เวลาคิดด้วยซ้ำ เขานับวันเวลาที่ทำให้อีกฝ่ายต้องเจ็บปวด ทั้งที่เขาก็
เจ็บปวดไม่ต่างกัน


            มีคนเคยกล่าวไว้ว่า ถ้ารักมาก ก็อย่ารั้งเขาไว้




เมื่อรู้ว่าตัวเองเรียนจบเมื่อไหร่ ซงมินโฮก็ต้องบินไปฝึกงานหาประสบการณ์ที่อเมริกา ซึ่งไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ ทุกอย่างไม่ชัดเจน และเขาไม่อยากให้คำว่าไม่ชัดเจนต้องมาทำให้คนที่รักมานั่งรอ

            คิมจินอูเป็นคนดี เขาควรพร้อมที่จะเจอคนดีๆ







สายโซ่แกว่งไปมาเบาๆ พื้นรองเท้าเกลี่ยเม็ดทรายไปมา ช่วงเวลาที่จากกันไป ถึงแม้จะเคยสนิท
เคยรักกันมากเท่าไหน แต่เอาจริงๆพอมาเจอกัน มันก็เหมือนมีกำแพงมากั้นระหว่างพวกเขาไว้



“นาย.. มีใครรึยัง
?



            ซงมินโฮถามคำถามที่แม้ว่าจะไม่อยากฟังคำตอบของมันด้วยซ้ำ แต่เพราะความอยากรู้ที่ทำให้
ความอดทนของเขาหมดลง ใบหน้าเรียวเปื้อนรอยยิ้ม คิมจินอูยังยิ้มสวยเหมือนเดิม






“อืม มีแล้วล่ะ”

            คำตอบที่เหมือนเหล็กหนักถ่วงหัวใจให้กระตุกหล่นไป ทั้งๆที่คิดว่าตัวเองเข้มแข็ง เขาเป็นคนปล่อยไปเอง แต่สุดท้ายก็อดไม่ได้ที่จะใจหาย



“เขาดูแลนายดีมั้ย
?

“ดูแลดีมากเลย”



            ซงมินโฮเหยียดยิ้มบาง ไม่รู้ว่าจะยิ้มเพราะสมน้ำหน้าตัวเองหรือเพราะดีใจที่อีกฝ่ายมีคนดีๆคอยดูแล ร่างเล็กยืนเต็มความสูง คิมจินอูหันมามองซงมินโฮที่ยังจดจ้องมาที่เขานิ่ง เสี้ยวหนึ่งที่หัวใจกำลังหวั่นไหวกับดวงตาคู่นั้น แม้สถานะจะไม่ใช่คนรักกันแล้ว แต่ความรู้สึกกลับซื่อสัตย์ปล่อยให้หัวใจเต้นแรงกับคนที่เคยเป็นเจ้าของมัน



“ดึกแล้ว ฉันกลับก่อนนะ”

“ให้ไปส่งมั้ย
?

“ไม่เป็นไรหรอก ฉันย้ายบ้านใหม่แล้ว รบวนนายเปล่าๆ” หัวกลมส่ายไปมา

“แล้วยังใช้เบอร์เดิมมั้ย โทรหาได้รึเปล่า
?

“โทรมาได้สิ เรายังเป็นเพื่อนกันได้หน่า”



คิมจินอูหัวเราะเบาๆ แต่แล้วเสียงนั้นกลับถูกกลืนหายไปกับจูบที่อีกคนมอบให้
ซงมินโฮยืนขึ้นมือใหญ่ดึงท้ายทอยอีกคนเข้ามาแนบชิด เพียงแค่ริมฝีปากประกบกัน

สัมผัสร้อนที่กดมาเบาๆอย่างไม่รีบร้อนมันทำให้หัวใจของคิมจินอูช่างเบาหวิวเสียเหลือเกิน
เปลือกตาสีน้ำนมปรือปิดลงช้าๆรับสิ่งดีๆที่ซงมินโฮมอบให้มา ถึงแม้จะรู้สึกผิดมากมายกับคนรักที่เขาคบด้วยตอนนี้มากมายเท่าไหร่ แต่ขอแค่ครั้งนี้ ที่เขาจะนิสัยไม่ดีและเห็นแก่ตัว
           ใบหน้าเข้มค่อยๆละออกมา ริมฝีปากยังกดจูบเบาๆที่ปลายจมูกรั้น





“เราเป็นเพื่อนกันไม่ได้หรอก”

















            หลังจากที่แยกย้ายกันไปซงมินโฮเดินกลับมาที่รถยนต์ เหลือบมองนาฬิกาบนข้อมือ
ความรู้สึกที่อยู่กับคิมจินอูช่างแสนสั้น แต่จริงๆแล้วเขาหายไปเกือบชั่วโมง สองขาเร่งฝีเท้าขึ้น
พนันได้ถ้านัมแทฮยอนเจอหน้านี่ต้องโดนเหวี่ยงแน่ๆ


“ไปไหนของเขา”



            ซงมินโฮถอนหายใจเมื่อปรากฏว่ารถของตัวเองถูกจอดไว้ที่เดิมโดยที่ปราศจากร่างของน้องชาย
มือหยาบล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา




            สายที่ไม่ได้รับ
11 สาย
                  นัมแทฮยอน





เป็นความผิดของเขาเองที่ดันเผลอกดปิดเสียงเอาไว้ ตอนนี้เลยโดนลงโทษให้กลับบ้านเอง
เห็นทีคงต้องให้คิมฮันบินมาเอารถตอนเช้า

ท้องฟ้ายิ่งมืด อากาศก็ยิ่งหนาว ลมเย็นสัมผัสบาดผิวหนังจนทำให้คนที่อยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ถูมือเสียดสีกันไปมาเพื่อให้ร่างกายอุ่นขึ้น อยู่ๆภาพอีกคนก็เข้ามาในห้วงความคิด นัมแทฮยอนที่สวมเพียงเสื้อเชิ้ตบางๆแค่นั้น

ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน หนาวมั้ย ถึงคอนโดรึยัง


ความเป็นห่วงแล่นเข้ามาอย่างน่ารำคาญจนเจ้าตัวต้องสบถออกมา หัวกลมสะบัดซ้ายขวาพยายามขจัดความรู้สึกที่เขาไม่ควรจะมี


            นิ้วเรียวเลื่อนกดเบอร์ของน้องชาย ก็แค่ให้แน่ใจว่ายังมีชีวิตอยู่ดี ก็แค่ถ้าอีกฝ่ายเป็นอะไรคนที่ซวยคือเขา ใช่ เขาแค่ห่วงตัวเอง













            เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้















หรือบางที...อาจจะกำลังห่วงเด็กคิ้วตกนั่นจริงๆ
















TBC




มาแล้ว แว้ว แว้ว ตอนที่ 3 ภาวนาอยู่ว่าขอให้อัพได้ แบบเน็ตกากมาก
ตอนนี้มาเบาๆเนอะ :) ใครว่างๆแท็กกันได้ที่ #ฟิคไบลนด นะคะ
ยังไงฝากฟิค OS THIS LOVE ด้วย ใครว่างๆยังไม่เคยอ่านไปอ่านกันเพลินๆก่อนได้
แล้วเจอกันใหม่ตอนหน้า ช่วงนี้ฝนตก ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ
รักคนอ่าน :3

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

622 ความคิดเห็น

  1. #474 aoyaanya (@aoya-anya) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2558 / 16:50
    มิโนลืมนัมเลยนะ
    #474
    0
  2. #320 Ff_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2558 / 16:18
    เจริญ เจอคนรักเก่าแล้วก็ทิ้งน้องเลย คุณซงนิสัยไม่ดีเลยนะ!!

    น้องนัมโทรหา11สายไม่รับ ตัวเองโทรกลับแล้วไม่ติดก็สมควร เหอะๆๆ แต่ในใจลึกๆคุณซงคงเป็นห่วงน้องนัมอยู่ล่ะมั้งงงงงงงงง

    #320
    0
  3. #220 Miss19 (@noonnry) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2557 / 18:02
    ก็ดีนะ ตอนนั้นอ่ะ 55555
    #220
    0
  4. #149 Pipitch (@pipitch) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2557 / 15:29
    จินอูอีกแล้ววววววววววววววววว อย่านะมิโน จินอูไม่สวยเท่านัมหรอกนะ #ผิด อะไรก็ได้ แต่ขออย่าใจร้ายกับน้องเลยย น้องแค่ดื้อนิดเดียวเอง
    #149
    0
  5. #46 ImmaToey (@inhyung_boy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2557 / 20:24
    ง่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาา เจอคนรักเก่าแบบนั้น อย่าแอบไปเป็นชู้เขานะคุณซง ถ้าจะหวั่นไหวกับนัมแท ก็เชิญเลย คนนี้เราไม่หวง ตามสบาย แต่ทิ้งให้นัมรอเป็นชั่วโมงแบบนี้ เป็นเรา เราก็เคื่องอ่ะ
    #46
    0
  6. #34 maohed (@maohed) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2557 / 02:54
    คือมิโนกับพี่แป๋วทำแบบนี้มันผิดต่อแฟนพี่แป๋วนะ ง่าสงสารคนนั้นชะมัด มิโนเลิกปากแข็งเหอะแก ก็ห่วงนัม มันเหมือนกันแหละ ส่วน นัมเริ่มรู้สึกกับมิโนแล้วสินะ
    #34
    0
  7. #23 ottoke (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2557 / 23:43
    ยอมรับซะเถอะ เบี่ยงประเด็น ทำเป็นลูกเจ้าคิดเจ้าแค้นไปได้ 555+



    โทรไปก็ไม่ติด คิๆๆ อกแตกตายแน่ ซงมินโฮ หึๆๆ
    #23
    0
  8. #20 aum5120 (@a-u-m5120) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2557 / 20:17
    เหยยยยยย ทิ้งแทฮยอนไว้ได้ไง
    เดี๋ยวเหอะๆๆๆ เป็นไงล่ะ ไม่มีกุญแจรถกลับคอนโดเหมือนกันแหละ
    เป็นห่วงแทฮยอนอ่าดิๆๆๆๆๆ 
    เหยยย จินอูก็บอกแล้วป่ะว่ามีแฟนใหม่ละ ไปจูบอีกทำไม ซงมินโฮ
    #20
    0
  9. #19 Y A И I K A . (@winkle9495) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2557 / 12:19
    ห่วงเค้าล่ะสิ ห่วงเค้าล่ะสิ ห่วงเค้าล่ะสิอิดรรรรรรรรรรรม
    #19
    0
  10. #18 Annie Phuangjan (@annie146) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2557 / 00:13
    นัมเหวี่ยงได้เลยนะมิโสมควรโดน
    #18
    0