[KNB Akakuro] The Memories of Red and Blue [Yaoi]

ตอนที่ 6 : Chapter 04 You're Mine

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,837
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    30 ก.ย. 59



[Akashi’s POV]

          
          ผมจ้องมองคนตรงหน้าด้วยความตื่นเต้นและสนใจอย่างถึงที่สุด เพราะอะไรน่ะเหรอ?..ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีใครมองผมในคราบของโอเรชิออกเลยสักคน
 
​​          ...คุโรโกะ เท็ตสึยะ...ช่างเป็นบุคคลที่เหนือความคาดหมายจริงๆ มิน่าล่ะ โอเรชิถึงหวงอีกฝ่ายจนออกนอกหน้า ตัวผมเองก็เริ่มที่จะสนใจเขานิดหน่อยแล้วเหมือนกัน
 
​​          "รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันล่ะว่าเป็นผม"ผมเอียงคอถามด้วยรอยยิ้มเหยียด
 
​​          “ตั้งแต่ตอนเดินไปร้านอาหารครับงั้นก็ตั้งแต่แรกเลยสินะ..
 
​​          “หึ! การแสดงของผมมันผิดพลาดตรงไหนกันผมแค่นเสียงก่อนพูดอย่างน้อยใจ
 
​​          "เซย์ที่ผมรู้จักจะทำร้ายตัวเองก็ต่อเมื่อเขาอยู่ในสภาวะที่เครียดสูงสุด หลังจากนั้นพอได้สติเขาจะทำแผลและไม่มีทางซ้ำแผลของตัวเองครับอีกฝ่ายอธิบายก่อนจะคว้ามือขวาของผมที่ตอนนี้มีรอยเลือดที่แห้งแล้วอยู่เหนือผ้าพันแผลที่โอเรชิพันไว้
 
​​          “แต่คุณกลับจิกที่แผลแน่น เลือดนั่นคือหลักฐานครับ
 
​​          “นึกไม่ถึงเลยว่านายจะสังเกตเห็นนิสัยส่วนตัวของผมแล้วเอาไปวิเคราะห์กับโอเรชิได้ถึงขนาดนี้ ผมล่ะรู้สึกทึ่งในตัวนายจริงๆ คุโรโกะ เท็ตสึยะผมหัวเราะพลางโยกหัวของคนตรงหน้าที่มองมาอย่างไม่เชื่อสายตา ก่อนจะใช้จังหวะที่อีกฝ่ายเผลอ ผลักให้ล้มลงนอนหงายบนพื้นหญ้าแล้วขึ้นคร่อมทันที 
 
          ผมเชยคางของเขาขึ้นก่อนจะออกแรงบีบมันเบาๆวันนี้ผมแค่มาทักทายนิดๆหน่อยๆ โอเรชิคงใกล้ตื่นแล้ว ถ้าเขารู้ว่าผมทำอะไรลงไปคงจะหัวเสียไม่ใช่น้อยทันทีที่กล่าวจบผมก็บดจูบลงบนริมฝีปากนุ่มของอีกฝ่ายทันที คุโรโกะครางทักท้วงในลำคอหากแต่ผมก็เลือกที่จะไม่สนใจเสียงนั้น ซ้ำร้ายยังขบปากอีกฝ่ายจนเลือดออก รสเลือดคาวคลุ้งไปทั่วปากยิ่งทำให้ผมรู้สึกคลั่งจนต้องสอดลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นนุ่มของคนใต้ร่างหลายต่อหลายครั้ง จนในที่สุดก็ต้องผละออกมาด้วยความเสียดายเพราะท่าทางที่ใกล้ขาดอากาศหายใจของอีกฝ่ายบวกกับเวลาที่เหลือไม่มากของตัวเอง ผมมองเท็ตสึยะที่ตอนนี้หอบหายใจกระชั้นพยายามโกยอากาศเข้าปอดให้มากที่สุด
 
​​          ผมต้องไปแล้วล่ะกล่าวจบก่อนที่จะพลิกตัวไปนอนข้างอีกฝ่าย พร้อมเปลือกตาที่ค่อยๆปิดลง หากแต่เสียงเรียกปนหอบนั่นทำให้ผมชะงักก่อนจะลืมตาขึ้นมาใหม่ดะ..เดี๋ยวสิ...ฮ..แฮ่ก...
 
​​          มีอะไรผมเหลือบตามองเขาเล็กน้อย
 
​​          ไม่ใช่ว่า..คุณกับ..เซย์...ไม่ถูกกัน...หรอกเหรอ..ครับเมื่อผมได้ฟังคำถามดังกล่าวก็ไม่รู้จะแสดงสีหน้ายังไงให้อีกฝ่ายเห็นดีมันทั้งอยากหัวเราะและร้องไห้ในเวลาเดียวกัน ทั้งๆที่เขาควรจะห่วงตัวเองเพราะเพิ่งจะถูกผมขโมยจูบไปแท้ๆ แต่เขากลับถามและแสดงความเป็นห่วงถึงโอเรชิที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเสียอย่างนั้น
 
 
​​          ...’บางทีผมก็อิจฉานายเหมือนกันนะ โอเรชิ...
 
 
​​          ผมคิดในใจก่อนจะยอมตอบคำถามคนอื่นอาจจะคิดแบบนั้นแต่ไม่ว่าใครก็ต้องรักตัวเองทั้งนั้นจริงไหม ผมมองโลกใบนี้ทำร้ายโอเรชิมามากพอแล้ว ถึงเวลาที่ผมต้องสนองคืนกลับไปบ้าง แม้จะถูกมองว่าวิปลาสยังไงก็ตาม..เอาล่ะตอนนี้หมดเวลาของผมแล้ว เจอกันคราวหน้า ผมจะมารับฟังเหตุการณ์ทั้งหมดของเมื่อสิบปีก่อน หวังว่าจะมีน้ำหนักมากพอกับจำนวนคนที่ผมกำจัดไปนะ แล้วถ้ามันฟังไม่ขึ้นผมจะลงโทษนายอย่างหนักจนนายเองก็คาดไม่ถึงเลยล่ะเมื่อเห็นเท็ตสึยะพยักหน้ารับด้วยใบหน้าถอดสี ผมจึงยกยิ้มบางๆก่อนจะหลับตาลงพร้อมกับสติที่เริ่มจางหายไป ความคิดหนึ่งเลือนขึ้นมาในหัวก่อนจะเจือจางไปพร้อมกับสติที่ดับวูบลงอย่างสมบูรณ์
​​          ....'ผมเองก็อยากจะมีตัวตนอยู่ในสายตาของนายเหมือนกับโอเรชิบ้าง..คุโรโกะ เท็ตสึยะ'.....
 
[Akashi’s POV Ended]
 
​          คุโรโกะจ้องมองใบหน้ายามหลับสนิทของอาคาชิก่อนจะถอนหายใจออกมา เขาควรจะบอกอีกฝ่ายเรื่องที่ความทรงจำของเขากลับคืนมาดีหรือไม่ ถ้าบอกไปอาคาชิจะต้องถามถึงเรื่องเมื่อสิบปีก่อนอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งตัวเขาก็ไม่แน่ใจเสียด้วยว่าถ้าอาคาชิรู้ความจริงจะเกิดอะไรขึ้นกับคนๆนั้นบ้าง แต่ถ้าไม่บอกก็เท่ากับว่าตัวเขากำลังปิดบังอาคาชิและทรยศต่อความเชื่อใจของอีกฝ่ายเป็นครั้งที่สอง ซึ่งเขาสาบานกับตัวเองไว้แล้วว่าจะไม่ทำอีก เขาคงต้องหาจังหวะสารภาพกับอีกฝ่าย ไม่ว่าอะไรจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามเขาจะขอรับผิดชอบการกระทำทุกอย่างของอีกฝ่าย เพื่อใช้คืนให้กับเรื่องในอดีต ถึงเขาจะคิดว่ามันสายไปแล้วก็ตาม ว่าแล้วก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาอีกครั้งเฮ้อ~”
 
          คิดอะไรอยู่งั้นเหรอ เท็ตสึยะ
 
          อ่ะ..อาคาชิคุง อย่าทำให้ตกใจสิครับผมพูดหน้าตาย
 
          นายต่างหากที่ทำให้ฉันตกใจ เรียกเท่าไหร่ก็ไม่รู้ตัวเลยสักนิด แล้วนั่น..ปากไปโดนอะไรมา หืมเขาเห็นอีกฝ่ายยื่นหน้าเข้ามาใกล้จึงรีบดันกลับไปทันที ก่อนจะพูดแก้ตัว
 
          ไม่มีอะไรครับ ผมเผลอกัดปากตัวเอง อาคาชิกรอกตาทันทีที่ได้ยินประโยคดังกล่าว เขาถอนหายใจก่อนจะเปลี่ยนเรื่องแล้วฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง
 
          คุณชวนผมออกไปเดินเล่นก่อนอาหารไงครับ จำไม่ได้เหรอคุโรโกะสร้างเรื่องอย่างแนบเนียน
 
​          อาคาชิขมวดคิ้วมุ่นไม่เห็นจะจำได้แต่ก็เอาเถอะ กลับกันได้แล้วเท็ตสึยะคุโรโกะรับคำสั้นๆ ทั้งสองคนเดินออกจากสวนสาธารณะพร้อมสีหน้าที่ผ่อนคลาย เป้าหมายคือร้านหมูกระทะที่เพื่อนๆของพวกเขาในขณะนี้กำลังทำสงครามรอกันอยู่นั่นเอง

60%


          อาโอมิเนจจิ อย่าแย่งสิฮะ ชิ้นนั้นผมเล็งมานานแล้วนะ

 
          พูดมากน่า คิเสะ! เรื่องแบบนี้มันวัดกันที่ความไว อ่อนแอก็แพ้ไปซะอาโอมิเนะกล่าวจบก็คีบเนื้อหมูเข้าปากเคี้ยวตุ่ยๆ
 
          ใจร้าย~ “คิเสะหันไปมองจานของมุราซากิบาระที่เต็มไปด้วยเนื้อหมูที่ปิ้งจนสุกแล้วเน่~ มุราซากิบารัจจิ-ไม่ทันที่คิเสะจะเอ่ยจบ มุราซากิบาระก็เปิดโหมดสมรภูมิรบ ยกมือกั้นเป็นค่ายกักกันระหว่างชายแดน(อาหาร)ของตนกับคิเสะทันที พร้อมพูดประโยคที่ทำให้คนฟังถึงกับคิ้วกระตุกไม่เว้นแม้แต่มิโดริมะ ถึงคิเสะจินจะเป็นคนเลี้ยง แต่ถ้าคีบไปแม้แต่เศษเนื้อล่ะก็จะขยี้ซะ..คิดว่าที่ฉันฝึกซ้อมตำแหน่งเซ็นเตอร์อย่างหนักทุกวันเพื่ออะไรกัน
          ….’มันต้องเป็นเพื่อบาสไม่ใช่เหรอไงวะ!'… ทั้งสามคนแก้ในใจอย่างพร้อมเพรียง
 
          เฮ้อ~ ส่วนที่เหลือบนเตานั่นก็มีแต่ของคุโรโกะกับอาคาชิ ช่วยไม่ได้ นาโนะดาโยะมิโดริมะเหลือบตามองก่อนจะถอนหายใจ เขาตัดสินใจแบ่งส่วนของตัวเองให้กับอีกฝ่ายที่ตอนนี้สภาพไม่ต่างกับลูกสุนัขหิวโซเลยสักนิด..น่าสมเพชจริงๆ นาโนะดาโยะ
 
​          ครืด..!! ~
 
​          เสียงประตูเลื่อนดังขึ้นเผยให้เห็นผู้มาเยือน คุโรโกะกับอาคาชิก้าวเข้ามาในร้านก่อนจะเดินไปนั่งที่ของตนเอง มิโดริมะเห็นดังนั้นจึงดันแว่นก่อนเริ่มบทสนทนาอีกครั้งนี่คือส่วนของพวกนายฉันแบ่งเอาไว้ให้แล้ว นาโนะดาโยะ
 
​          อาคาชิพยักหน้าก่อนกล่าวขอบคุณหากแต่คุโรโกะกลับขมวดคิ้วมุ่น
 
          มีอะไรอย่างนั้นเหรอ คุโรโกะ?” มิโดริมะถาม
          ผมเผลอกัดปากตัวเองเป็นแผลครับ คงทานมากไม่ได้คุโรโกะตอบพร้อมกล่าวขอโทษ
 
          ไม่ต้องคิดมากนะฮะ คุโรโกจจิ! เดี๋ยวฉันจัดการเองคิเสะพูดหน้าระรื่น เขากำลังหิวและพระเจ้าก็ใจดีส่งคุโรโกะมาในเวลาคับขัน..โอ้ คุโรโกจจิช่างน่ารักกับเขาจริงๆเลยน้า..
          ..ชิ้ง~...ฉึก!..
 
          ...เฮือก!!..
 
​          ความเงียบปกคลุมทั่วโต๊ะทันทีที่มีกรรไกรสีแดงคุ้นตาปักคาโต๊ะ ทุกคนหันไปมองทางอาคาชิช้าๆพร้อมใบหน้าที่โชกไปด้วยเหงื่อ มีเพียงคุโรโกะและมุราซากิบาระเท่านั้นที่ยังคงนั่งกินต่ออย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว
 
          อะ..อาคาชิมิโดริมะกลั้นใจเรียก
 
          โทษที..พอดีมือลื่นนิดหน่อยน่ะอาคาชิยกยิ้มบาง ก่อนจะดึงกรรไกรออกจากโต๊ะจนเป็นรูแล้วเก็บเข้ากระเป๋าไป
 
          ...’ไม่หน่อยแล้งมั้ง โต๊ะทะลุเป็นรูโหว่ขนาดนี้’...ทั้งสามคนลงความเห็นในใจพร้อมกันเป็นครั้งที่สอง รู้สึกหนาวสันหลังอย่างน่าประหลาด ทั้งๆที่วันนี้อากาศอบอ้าวแท้ๆ ทำไมกันนะ...
 
          ระวังหน่อยสิครับ อาคาชิคุง นั่นมันของมีคมนะครับคุโรโกะเงยหน้าทักด้วยสีหน้าปกติ ก่อนจะก้มลงไปกินต่อดื้อๆ
 
          ...’มันจะสงบเยือกเย็นเกินไปแล้วนะ คุโรโกะ/เท็ตสึ/คุโรโกจจิ !!’... ทั้งสามคนร้องเสียงหลงในใจเป็นครั้งที่สาม....
​          น่าแปลกยิ่งกว่าคือบรรยากาศกดดันรอบตัวอาคาชิในตอนแรกกลับสลายหายไปเฉยๆเหมือนมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย...เป็นไปได้ยังไง คิดได้ดังนั้นทุกคนจึงเปลี่ยนองศาการมองไปที่คุโรโกะ...นายคือบุคคลแห่งปาฎิหาริย์ชัดๆ...
 
​          ฝ่ายคุโรโกะเมื่อรู้สึกเหมือนกำลังถูกจ้องมองจึงเงยหน้าขึ้นก่อนเลิกคิ้วถามอิ่มกันแล้วเหรอครับนั่นทำให้ทุกคนได้สติก่อนจะพยายามทำเมินสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้แล้วก้มหน้าก้มตากินกันอย่างปกติสุข


 .

.

.


          งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา..ฉะนั้นเมื่ออิ่มหนำสำราญกันแล้วย่อมถึงเวลาจ่ายเงิน คิเสะแทบจะโห่ร้องออกมาด้วยความดีใจ เมื่ออาคาชิเป็นคนอาสาออกใช้จ่ายทั้งหมดให้ หลังจากนั้นพวกเขาต่างโบกมือลาแล้วแยกย้ายกันกลับ คุโรโกะกำลังจะเดินไป แต่ก็ต้องชะงักเมื่อถูกอาคาชิเรียกไว้
 
          เท็ตสึยะเขาหันมามองหน้าอาคาชิเชิงมีคำถาม​ครับ?”
 
          มากับฉันสิ"

          "เอ่อ..แต่ว่าบ้านของผม-"คุโรโกะกำลังจะเอ่ยคำปฏิเสธแต่อาคาชิขัดขึ้น

          "มาสิ"ดูจากน้ำเสียงก็เดาได้ไม่ยากว่าอีกฝ่ายยังคงไม่สบอารมณ์จากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้แหงๆ


          "..ครับ"คุโรโกะพยักหน้ารับอย่างยอมจำนน 

          อาคาชิเดินไปสักพักก็หยิบมือถือขึ้นมากดโทรออก เขาคุยกับปลายสายเพียงไม่กี่ประโยคก่อนจะเดินเลี้ยวเข้าโรงเก็บรถไป แวบแรกคุโรโกะรู้สึกข้องใจเป็นอย่างมาก หากแต่พอเขาเดินตามอาคาชิเข้าไปด้านในเรื่อยๆ ก็พบกับปอร์เช่สีแดงคันงามราคาเหยียบสิบล้านจอดโชว์อยู่ เขารู้สึกหมดคำพูดทันทีเมื่อจำได้ว่ามันเป็นรุ่นเดียวกับที่ประกาศจะออกมาตีตลาดโลกในต้นปีหน้า แต่คนตรงหน้ากลับมีใช้ก่อนใครเพื่อนซะงั้น...

          ...คุณคิดจะอยู่เหนือกฎเกณฑ์โลกไปถึงเมื่อไหร่กันครับ อาคาชิคุง!!...

To be continued         

____________________________________________________________________________

[Behind the scene] 

..ในระหว่างที่อาคาชิกำลังขับรถกลับไปยังที่พักของตนนั้น คุโรโกะก็ได้เริ่มบทสนทนาขึ้น

คุโรโกะ: อาคาชิคุง

อาคาชิ: มีอะไรงั้นเหรอ เท็ตสึยะ

คุโรโกะ: อาคาชิคุงไปเอารถมาจอดตอนไหนครับ ตอนแรกพวกเราเดินมากันไม่ใช่เหรอ

อาคาชิ: เป็นคำถามที่ดี ผมส่งเมจเสจบอกคนขับรถให้เอามาจอดไว้ก่อนกลับน่ะ

คุโรโกะ: ตอนไหนเหรอครับ

อาคาชิ: ก่อนทำกรรไกรหลุดมือ

คุโรโกะ: แล้วคนขับรถล่ะครับ

อาคาชิ: ให้เขาหาทางกลับเอง” *ยิ้มสว่างไสว*

คุโรโกะ: “….”

หลังจากนั้นบนรถก็ไร้ซึ่งเสียงใดๆตลอดทาง...

____________________________________________________________________________

My notes:

[I] Ps.โบคุชิไม่โหดร้ายขนาดนั้น ท่านออกจะเป็นคนให้เกียรติ (?)คนอื่น-

คุโรโกะ: แถวบ้านผมเรียกฉวยโอกาสครับ *หรี่ตาตอบ*

...อ้าวเหรอ สงสัยใช้ผิดคำ โทษๆ...



[II] Ps. อิมเมจด้านล่างคือรถที่นายน้อยขับค่ะ แม้แต่รถก็ยังคงเป็นสีแดง (ราคาอยู่ที่$200,000 +ค่ะ)...จะพิเศษก็ตรงรอบนี้มีตุ๊กตาหน้ารถนี่แหละนี่ละ #ดูดีเนอะ #อยากได้คนขับมากกว่า



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

363 ความคิดเห็น

  1. #353 RitaRockZa (@RitaRockZa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 09:56
    แถวบ้านผมเรียกฉวยโอกาส555555
    #353
    0
  2. #334 โลลิค่อน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 23:49
    สนุกค่ะ
    #334
    0
  3. #307 Nutsu_Nutsu (@Nutsu_Nutsu) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 03:27
    แต่เอาจริงๆ เราว่าร่าวไหนของท่านก็ยังคงดูแลน้องและห่วงน้องอิงจาก เมะ และ มังงะ แต่ป้าก็ชอบทั้ง 2 เลย
    #307
    0
  4. #49 Emerald 33 (@pimpa-rucknakorn) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 03:02
    นายน้อยคะ ก็รู้นะคะว่ารวยแต่ช่วยสนใจกฎของโลกใบนี้บ่างเถอะคะ = =
    #49
    0
  5. #47 Sei-chan (@sofeeyanee) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 19:20
    หาทางกลับเอาเอง.... ช่างเป็นคนดีอะไรเยี่ยงนี้
    #47
    0
  6. #42 017841014 (@017841014) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 16:34
    นายน้อยยยยยยยยยยหน้อยยยยยยยยยยยย-*-
    #42
    0
  7. #41 Mirage Milin (@MirageDiavolo) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 10:47
    ตอนแรกก็เฉยๆกับโบคุชินะ แต่พอมาเห็นข้อความภาพด้านล่างแล้ว รู้สึกอยากทีบอ่ะ
    ฉันชอบแกในแบบวิปลาสไม่ใช่กวนตีน!
    #41
    0
  8. #40 neovenesia (@neovenesia) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 07:19
    ปกติจะไม่ค่อยชอบลุคโบคุชิเท่าไรแต่เรื่องนี้แอบเห็นใจโบคุนะเนี่ย เพราะถึงจะยันแต่ก้อยังคอยดูแลโอเรชิอยู่ ดังนั้นเราขอสนับสนุนสามพีไปเลย 5555
    #40
    0
  9. #39 Emerald 33 (@pimpa-rucknakorn) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 02:41
    2 in 1 ทั้งหล่อ รวย หาแบบนี้ไม่ได้อีกแล้วววว
    โบคุชิจริงๆ แล้วอาจจะน่าสงสารที่สุดเลยก็ว่าได้ _ _
    #39
    0
  10. #36 Ry0-$aIII (@sayaka17) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 23:20
    โบคุชินี้น่าจะนุ่มเถื่อนๆแต่อ่อนโยน ส่วนโอเรชินี้หนุ่มเพรียบพร้อม อ่อนโยน น้องหรอ.. ใสๆมึนๆ55555😂
    #36
    0
  11. #35 drAngeaHy (@drAngeaHy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 22:54
    รออยู่งับ
    #35
    0
  12. #34 KA-IN Darkness (@katekatterrint) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 22:51
    ต่อเถอะค่ะ! รออยู่น้าาา
    #34
    0
  13. #33 _JING_ (@_JING_) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 22:40
    รอค้าาาาา
    #33
    0
  14. วันที่ 28 กันยายน 2559 / 21:42
    รอมานานแล้ว!!!!!!มาต่อสักทีเถอะค่ะ อยากอ่าน
    #32
    0