(Yaoi) TITAN  ลำนำอสูรสีเงิน (จบแล้ว)

ตอนที่ 13 : TITAN 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,058
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    8 ก.ค. 57



TITAN 11

****

อย่าไว้ใจพวกมัน

มันแค่ต้องการหลอกใช้...เซย์



- อลัน แมคคัลเลย์-

****

 

                “...อลัน...

                เสียงกระซิบสั่นพร่าเอ่ยเรียก เขาแนบมือประทับข้างผิวแก้มที่เต็มไปด้วยลวดลายอักขระสีม่วงหม่น มือใหญ่แนบจับทับซ้อนหลังมือเซย์อย่างถนอมทว่าเด็กหนุ่มกลับผละออกด้วยความตกใจ

            ...ใช่อลันจริงหรือ...?

                “เซย์” น้ำเสียงอุ่นอ่อนเรียกพร้อมรั้งร่างเด็กหนุ่มชาวมนุษย์เข้ามาใกล้ “กลับบ้านกันเถอะ”

                “นี่มันอะไรกัน อลัน! เกิดอะไรขึ้น!” ดวงตาสีควันบุหรี่ไหวระริก มือสองข้างเขย่าท่อนแขนกำยำที่โอบล้อมทั้งร่างพร้อมมองสำรวจผิวกายที่โผล่พ้นเสื้อผ้าสีตุ่นด้วยความตกตะลึง ทั้งร่างของชายตรงหน้าเต็มไปด้วยลายฉวัดเฉวียนบนผิวเนื้อ รอยสีม่วงหม่นเหล่านั้นล้วนแต่ปรากฏขึ้นจากใต้ผิวหนัง ไม่ใช่การวาดเขียน

            อลันไม่ใช่มนุษย์

                เมื่อตระหนักได้ดังนั้นทั้งร่างจึงเซถอยอย่างไร้เรี่ยวแรง

            ...ไม่จริงใช่ไหม...

                “เซย์ ฉันอธิบายได้ทุกอย่าง แต่ตอนนี้เราต้องรีบไป” มือใหญ่คว้าจับร่างที่ซวนเซจะล้มไว้มั่น ในใจเจ็บร้าวเมื่อเห็นดวงตาสีควันบุหรี่วูบไหว ประกายตานั้นบ่งบอกความผิดหวังแน่ชัด

                “กลับบ้าน บ้านของเรา” สิ้นคำนั้นเซย์ก็ส่ายหน้าด้วยความสับสน คำถามมากมายประดังประเดเข้ามาเต็มห้วงคิด เขาเอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่ายครั้งแล้วครั้งเล่าราวกับไม่เชื่อว่าคนตรงหน้าคืออลันจริงๆ ฝ่ามือบางบีบกำชายเสื้อสีตุ่นของอลันจนขึ้นข้อขาว ยิ่งได้ยินคำเรียกกระซิบเรียกชื่อดังนั้นร่างสูงจึงโน้มกอดเด็กหนุ่มเอาไว้แนบอก ในยามนี้เองที่เซย์ได้รู้ว่าจากที่เขาเคยสูงประมาณคางอลัน ยามนี้ใบหน้าเขาอยู่เพียงอกอีกฝ่ายเท่านั้น

                แม้แต่อลันก็มีร่างกายสูงใหญ่ขึ้น

                ชาวมนุษย์เงยหน้ามองอีกฝ่ายทันที สังเกตเห็นรอยเลือดสีแดงเข้มเปรอะบนเสื้อเป็นรอยยาว

                “อลัน! นายบาดเจ็บ!

                “ฉันไม่เป็นไร เซย์...ฉันไม่เป็นไร...” ฝ่ามือใหญ่แนบจับข้างแก้มปลอบประโลม ดวงตาสีฟ้าดุจท้องทะเลลึกทอดมองคนสำคัญเพียงหนึ่งเดียวด้วยความห่วงหาทว่าในตอนนี้ไม่มีเวลามากพอจะสอบถามสิ่งใดแล้ว อลันจับมือเซย์ไว้มั่นก่อนเร่งฝีเท้ากึ่งลากกึ่งจูงเด็กหนุ่มให้ตามมาด้วยกัน

                “เดี๋ยว! เราจะไปไหน”

                “ไปจากที่นี่ยังไงเล่า เร็วเข้า!

                “พวกเจ้าไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น!” น้ำเสียงดุดันประกาศลั่นดังขึ้นจนต้องหยุดชะงักฝีเท้า เซย์หน้าเสียทันทีเมื่อเห็นผู้ที่เข้ามาขวางตรงหน้า ยักษ์ดำกำกระชับด้ามดาบสีดำสนิทในมือแน่น ดวงตาคมเข้มประดุจห้วงรัตติกาลจ้องเขม็งไปยังมือบางที่ถูกผู้บุกรุกกอบกุมไว้

                “ฟารุค...”

                “ถอยห่างออกมาเซย์!” ได้ยินคำสั่งจากยักษ์ดำประกอบกับทหารหน่วยวิหครัตติกาลที่เคลื่อนตัวล้อมรอบเขาและอลันไว้เซย์ก็รู้ทันทีว่าคนที่ฟารุคต้องการจับตัวคือผู้ใด เขาส่ายหน้าดิกและยิ่งแนบชิดกับผู้บุกรุกมากขึ้นทำเอาฟารุคหน้าขึ้นสี

                “ข้าสั่งให้ออกมา!

                “ไม่! อย่าทำร้ายอลัน”

                “ชายผู้นั้นเป็นทไวซ์ เป็นตัวอันตราย!” ได้ยินดังนั้นคนถูกกล่าวว่าเป็นตัวอันตรายก็ยิ้มเยาะทันที อลันดึงแนบเซย์ไว้ชิดร่าง

                “ขอเซย์คืนล่ะ...” ได้ยินแค่นั้นทั้งร่างก็ถูกอลันรวบอุ้ม เซย์ร้องอุทานแต่แล้วก็ต้องหลับตาปี๋เมื่ออีกฝ่ายพาเขากระโจนฝ่ากลุ่มทหารของฟารุค อลันเคลื่อนไหวเร็วเสียจนคนที่ถูกโอบอุ้มต้องกำคอเสื้ออีกฝ่ายแน่นด้วยความตกใจ ธนูดอกหนึ่งถูกยิงฝ่าอากาศปักปลายแหลมเขาที่สะบักไหล่กว้างของทไวซ์หนุ่ม อลันนิ่วหน้า แม้จะพยายามฝืนวิ่งหนีแต่แล้วดวงตากลับพร่าเลือน ในหัวมึนงง ทั้งร่างสั่นสะท้านไร้เรี่ยวแรง

                บัดซบ! ลูกธนูอาบยาพิษ

                มือแกร่งปล่อยทิ้งร่างในอ้อมแขนร่วงหล่นก่อนล้มลงชันเข่าข้างหนึ่งกับพื้น เหงื่อเม็ดโตผุดซึมชื้นจากข้างขมับ เขาเห็นใบหน้าตกตื่นของเซย์อยู่ตรงหน้ารางเลือน

            ...อลัน! อลัน!...

                ในหัวได้ยินเสียงอีกฝ่ายเอ่ยเรียกชื่อเขาครั้งแล้วครั้งเล่า มือหนาเอื้อมสัมผัสข้างแก้มชาวมนุษย์ ดวงตาพร่ามัวก่อนทุกอย่างจะดับวูบลง



****

                เขารู้สึกตัวอีกทีเมื่อถูกน้ำเย็นจัดสาดซัดเข้าเต็มหน้า

                ดวงตาสีฟ้าเข้มปรือขึ้น ในหัวยังมึนตึง ดูท่ายาพิษที่เขาได้รับคงออกฤทธิ์สลายเรี่ยวแรงจนหมดแขนขาจึงได้อ่อนเปลี้ยไม่มีแม้แต่แรงขยับเช่นนี้ อลันกัดฟันกรอด ยามนี้เขาอยู่ในห้องหินทึมทึบ แขนทั้งสองข้างถูกตรวนโซ่ยกสูงและคุกเข่าแนบพื้นหินเย็นเฉียบ

                พวกยักษ์เลว!

                “ฟื้นแล้วหรือ...ทไวซ์...” ชายตรงหน้าโยนถังน้ำออกจากมือ ดวงตาเรียวรีดุจนกเหยี่ยวมองไล่สำรวจอักขระบนกายกำยำอย่างประเมิน ไฝใต้ตาซ้ายเม็ดเล็กประดับให้ดวงหน้าเคร่งขรึมเย็นชาดูมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก อลันเหยียดยิ้ม เขารู้ดีว่าคนผู้นี้แอบตามสังเกตตนตั้งแต่ยังอยู่บนโลกมนุษย์แล้ว

                คนของหน่วยวิหครัตติกาล

                “หากเจ้ายอมสารภาพเสียตอนนี้โทษลงทัณฑ์อาจน้อยลง จงพูดเสีย เจ้าทำงานให้ใคร”

                “ข้าไม่ได้ทำงานให้ใคร” คนฟังหรี่ตาวูบดวงตาคมจึงตวัดมองนักโทษผู้ถูกโซ่ตรวนก่อนเอ่ยสั่งเสียงนิ่ง

                “ลงทัณฑ์”

                สิ้นคำทั้งร่างก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงแส้แหวกอากาศก่อนจะเจ็บร้าวกลางหลัง แส้เถาวัลย์ตวัดลงบนแผ่นหลังเปลือยเปล่าสร้างรอยแตกยาวบนผิวเนื้อ เลือดสีสดไหลซิบ ฟันขาวกัดริมฝีปากหนาสะกดกลั้นเสียงร้องจนได้กลิ่นคาวเลือด

                “...อึก...” ไรฟันขบแน่นจนสันกรามนูนชัด เสียงแส้แหวกอากาศยังดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ...ทรมาน....แต่เขาจะไม่ยอมส่งเสียงอ้อนวอนเด็ดขาด ดวงตาสีฟ้าเข้มหรี่มองพื้นหินที่เริ่มเลือนราง ในใจนึกถึงคนเพียงผู้เดียว

            ...เซย์...



****

                โดรีฟเดินพล่านไปทั่วตำหนักด้วยความว้าวุ่นใจ ดวงตากลมโตเหลือบมองห้องชั้นบนก่อนถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่าจนเรวารี่ที่อยู่ไม่ไกลนักต้องเอ่ยถาม

                “เจ้าอยู่นิ่งไม่เป็นหรือ เดินไปเดินมาอยู่นั่น”

                “ข้าเป็นห่วงท่านเซย์ขอรับท่านเรวารี่ นายท่านพาท่านเซย์ขึ้นไปตั้งนานสองนานแล้วยังไม่กลับลงมา” ได้ยินดังนั้นหญิงสาวก็ต้องลอบมองขึ้นไปชั้นบนเช่นเดียวกัน ชาวทไวซ์ที่บุกรุกเข้ามาทำเอาสถานการณ์ภายในวังปั่นป่วนไปหมด กองกำลังทั้งหลายล้วนส่งพลทหารเข้าคุ้มกันรอบตำหนักสำคัญ แต่นางไม่อาจให้ความสนใจเรื่องที่โดรีฟพูดได้นานนักในเมื่อทหารหน่วยวิหครัตติกาลที่บาดเจ็บหลายนายยังรอคำสั่งอยู่ที่ด้านนอก

                “เซย์คงตกใจมาก ดูแลเขาด้วย” เมื่อเรวารี่ผละออกไปโดรีฟจึงทอดถอนใจ ใครจะไปคิดว่าจะมีผู้บุกรุกเข้ามาในเขตพระราชฐานได้แถมมันยังคิดจับตัวท่านเซย์อีกด้วย ภูตแกะตวัดตามองประตูห้องชั้นบนอีกครั้งหนึ่งแล้วได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ

                แต่ทำไมตอนท่านฟารุคพากลับมา ท่านเซย์จึงส่งเสียงโวยวายลั่นราวกับมีเรื่องขัดใจนักหนาเช่นนั้นหนอ

                ………………………………..

                ………………….

                ………

                ยักษ์ดำขมวดคิ้วขึ้ง สองแขนกำจับร่างเด็กหนุ่มชาวมนุษย์กดกับฟูกเตียง ตรึงไว้แน่นจนคนถูกบังคับต้องเบ้หน้า เซย์ดิ้นจนเหนื่อย ร้องจนลำคอเจ็บร้าว ทุบตีอีกฝ่ายเสียจนฟารุคต้องจับตรึงเขาไว้แน่นเช่นนี้

                “ปล่อย! ฉันบอกให้ปล่อย!” สองแขนยังคงพยายามสลัดฝ่ามือใหญ่ที่บังคับจับเขาราวคีมเหล็ก เสียงที่แหบแห้งยังโวยวายจนหอบเหนื่อยแต่เจ้าของดวงตาสีรัตติกาลกลับไม่ยอมให้เขาคลาดสายตาแม้เพียงนิด

                ยิ่งเห็นเซย์ดิ้นรนเท่าไหร่ ในใจกลับยิ่งรู้สึกประหลาดเท่านั้น

                ยามได้ยินทไวซ์ผู้นั้นเอ่ยว่าขอคนตรงหน้าคืน หัวใจที่เคยหนักแน่นกลับเบาหวิวราวกับจะหลุดร่วงออกจากอก

                “มันเป็นตัวอันตราย มันเป็นทไวซ์แห่งป่ามืด!

                “ทไวซ์บ้าอะไรเล่า! อลันก็คืออลัน คือคนสำคัญของฉัน โอ้ย!” ฝ่ามือแกร่งออกแรงบีบอย่างไม่รู้ตัวจนได้ยินเสียงเซย์ร้องอุทานด้วยความเจ็บฟารุคจึงผ่อนแรงบีบที่ต้นแขนอีกฝ่ายลงราวกับได้สติ ใบหน้าคมคายโน้มลงใกล้ เอ่ยย้ำอธิบายให้คนบนเตียงเข้าใจ

                “พวกทไวซ์คือเผ่าที่ถูกจองจำในป่ามืดมานับพันปี มันที่หนีออกมาเช่นนี้ย่อมไม่ธรรมดา”

                “อลันก็คืออลัน” น้ำเสียงสั่นเทาที่เอ่ยย้ำทำเอาหัวใจคนฟังไหววูบ ดวงตาสีควันบุหรี่รื้อด้วยหยดน้ำใสอย่างไม่อาจกลั้น เซย์เม้มปากแน่น ทั้งที่ไม่อยากร้องไห้ ไม่อยากทำตัวอ่อนแอ

                แต่อลันที่ถูกธนูยิงต่อหน้าต่อตาเขาจะเป็นยังไง ยิ่งถูกพวกทหารลากไปยังห้องขังแบบนั้น

                “ฟารุค...ปล่อยอลันเถอะ...”

                “นี่เจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือ!

                “จะเป็นทไวซ์หรืออะไรก็ช่าง เขาคือคนที่เลี้ยงฉันมา” พูดได้แค่นั้นน้ำเสียงแผ่วหวิวก็ขาดห้วง ในหัวปวดแปลบจนต้องนิ่วหน้า ฟันขาวขบกัดริมฝีปากสะกดกลั้นอาการปวดประหลาดจนยักษ์ดำต้องปล่อยมือที่บีบรัดมาประคองร่างอีกฝ่ายไว้ เซย์หลับตาแน่น ปวดหัวราวกับจะแตกเป็นเสี่ยงๆ

                ...ปวด...ราวกับความรู้สึกยามตื่นขึ้นจากฝันประหลาด

                ได้ยินเสียงฟารุคตะโกนเรียกชื่อเขาทว่าโสตประสาทกลับสดับเสียง ทุกอย่างแผ่วเบาลงเรื่อยๆ

            ...อย่าเป็นอะไรไป...อลัน...  

               

                ราตรีกาลเคลื่อนคลุมทั่วผืนฟ้า ดวงดาวนับร้อยพันแข่งทอแสงเป็นประกายผ่านม่านแสงออโรราหลากสี ร่างสูงใหญ่นั่งบนเก้าอี้ไม้ข้างเตียงแนบชิด ทั้งที่มีเรื่องอีกมากมายที่ต้องสะสางไม่ว่าจะเรื่องทไวซ์ผู้บุกรุก ทหารที่บาดเจ็บ การคุ้มกันท่านจ้าวและองค์รัชทายาท แต่ทุกสิ่งอย่างกลับถูกโยนทิ้งจากห้วงคิดเมื่อคนบนเตียงนอนนิ่งสนิทหลับลึกไม่รู้สึกตัวเช่นนี้

            เขาไม่อาจละสายตาจากเซย์ได้

                มือใหญ่ประคองมือไร้แรงของชาวมนุษย์กอบกุม ใต้แสงดารานอกกรอบหน้าต่าง ดวงตาสีรัตติกาลมืดมิดที่เคยดุดันอ่อนแสงลงอย่างที่น้อยครั้งจะได้เห็น

                ...ที่เขารู้สึกเช่นนี้เป็นเพราะไม่อาจปล่อยมือคู่นี้ได้แล้วใช่หรือไม่

                เพียงนึกถึงรอยยิ้มเจิดจ้าราวแสงตะวัน เสียงหัวเราะสดใสที่มักดังขึ้นรอบกาย รอยยิ้มบางก็ถูกจุดขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ ฟารุคลูบไล้มือขาวของคนที่หลับไม่ได้สติอย่างเบามือก่อนจะสังเกตถึงความผิดปรกติบางอย่างที่นิ้วกลางของอีกฝ่าย

                ...แหวนร้าว...

                ดวงตาคมเป็นประกายวาบ จำได้ว่านี่คือสิ่งที่เด็กหนุ่มชาวมนุษย์สวมติดตัวตลอดเวลา หรือที่เซย์หมดสติไปเช่นนี้จะเป็นเพราะเผลอตัวอธิษฐานช่วยทไวซ์ผู้นั้นไปเสียแล้ว ยักษ์หนุ่มมองจ้องแหวนสีเงินเกลี้ยงสลับกับใบหน้าเซียวซีดของชาวมนุษย์อย่างครุ่นคิด

                “ขออภัยนายท่าน” เสียงเรวารี่ดังขึ้นจากด้านนอกก่อนที่จะค่อยๆเปิดประตูไม้สลัก หญิงสาวเหลือบมองคนบนเตียงที่ยังหลับไม่ได้สติครู่หนึ่งก่อนเอ่ยรายงานที่ทำให้ฟารุคต้องขมวดคิ้วมุ่น

                ทไวซ์ผู้นั้น ยืนยันว่าไม่ได้ทำงานให้ใคร

                แล้วเหตุใดจึงคิดลักพาตัวเซย์เล่า คนผู้นั้นรู้ได้อย่างไรว่าเซย์คือยักษ์เงิน มิหนำซ้ำยังมีฝีมือมากเสียจนทำยอดฝีมือของเขาบาดเจ็บไปหลายนาย

                “เขาคือผู้ที่เลี้ยงดูเซย์ในโลกมนุษย์ แต่การที่ทไวซ์ออกจากป่ามืดได้อาจมีเบื้องหลังบางอย่าง  ลาร์คกำลังสอบสวนเขาอยู่ที่ห้องลงทัณฑ์” ยักษ์ดำพยักหน้ารับคำก่อนเอ่ยสั่งให้อย่าลงโทษผู้บุกรุกหนักเกินไปนัก “ยิ่งทำร้ายเขา เซย์อาจยิ่งอาการแย่ลง” ได้ยินดังนั้นเรวารี่ก็พยักหน้ารับทันที หญิงสาวยิ้มจางเมื่อรับรู้ว่ายักษ์ดำผู้เย็นชานึกถึงความรู้สึกของเซย์มากถึงเพียงนี้

                บางอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว

                แม้ไม่รู้ว่านายท่านฟารุคและเซย์จะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม



****

                “ชาวทไวซ์แห่งป่ามืด” เซย์พึมพำหลังโดรีฟปิดหนังสือว่าด้วยเผ่าพันธุ์ในมือลง ภูตแกะพยักหน้ายืนยำซ้ำ

                “ขอรับท่านเซย์ ชาวทไวซ์มีรูปร่างคล้ายคลึงชาวยักษ์หากแต่ผิวเนื้อมีอักขระมนตราอยู่ทั่วร่าง อาศัยอยู่ในส่วนลึกของเขตป่ามืดไม่สามารถออกมาใช้ชีวิตนอกเขตป่าได้ ตามตำนานเล่าว่าเพราะความสามารถในการสะกดจิตและอ่านใจได้ของพวกทไวซ์นั้นอันตรายเกินไปหลังสงครามครั้งสุดท้ายจึงถูกผลักไสเข้าสู่เขตป่ามืดและไม่สามารถกลับออกมาได้อีก”

                “ทำไมถึงกลับออกมาไม่ได้ล่ะ” หัวคิ้วเรียวขมวดมุ่นก่อนเจ้าของคำถามจะไอโขลก เมื่อวานอยู่ๆเขาก็ปวดหัวจนหมดสติไปแถมเมื่อฟื้นขึ้นมาอีกครั้งประตูห้องก็ถูกล็อคขังจนได้หงุดหงิดแบบนี้

                ไม่รู้ว่าป่านนี้อลันจะเป็นยังไงบ้าง

                “ตามบันทึกกล่าวไว้ว่าเป็นเพราะคำอธิษฐานของราชายักษ์เงินองค์สุดท้าย หลังการอธิษฐานเพื่อสะกดทไวซ์ไว้ในเขตป่ามืดพระองค์ก็สิ้นพระชนม์แล้วชาวยักษ์เงินที่มีอยู่น้อยนิดก็เริ่มถูกล่าตั้งแต่ตอนนั้น” โดรีฟถอนหายใจแผ่ว ดวงตากลมมองสบนายท่านชาวมนุษย์ด้วยความสงสาร

                “แม้จะมีกฎหมายคุ้มครองยักษ์เงินมากแค่ไหนก็ไม่อาจควบคุมสถานการณ์นี้ได้ ยักษ์เงินถูกล่าจับเพื่อบังคับอธิษฐาน บ้างก็ถูกพวกเศรษฐีคหบดีขังไว้ในเคหาสน์ สุดท้ายยักษ์เงินก็สาบสูญไปจากไททันและชาวทไวซ์ก็ยังคงเป็นตำนานลึกลับแห่งป่ามืดอยู่เช่นนั้น” เซย์หลับตาลงนิ่ง ในหัวยังรู้สึกมึนจนแม้แต่เรื่องที่โดรีฟเล่าให้ฟังตลอดช่วงเช้าก็ยังจับความไม่ค่อยได้ มือข้างหนึ่งเอื้อมจับสัมผัสแหวนที่นิ้วกลางด้วยความเคยชินก่อนต้องถอนใจนิ่งเมื่อเห็นว่ามันร้าวขึ้นกว่าเดิม

                ร้าวแทบจะรอบแหวนอยู่แล้ว

                แหวนของแม่ เป็นแค่เครื่องรางธรรมดาจริงหรือ?

                “ฉันอยากเจออลัน เขาอยู่ที่ไหน”

                “แต่คนผู้นั้นเป็นทไวซ์” น้ำเสียงขึงขังของผู้เข้ามาใหม่ทำเอาคนบนเตียงลุกพรวดทันที เมื่อเห็นหัวหน้าหน่วยวิหครัตติกาลโดรีฟจึงค่อยๆขยับตัวออกห่างข้างเตียงมายืนด้านหลังนายท่านชาวยักษ์ เซย์เม้มปากแน่น จ้องมองฟารุคด้วยความขุ่นเคือง

                “ต่อให้เป็นปีศาจร้าย เขาก็คืออลัน”

                “แล้วมันสำคัญกับเจ้านักหรือ!” มือใหญ่คว้ากระชากคอเสื้อเด็กหนุ่มชาวมนุษย์อย่างเผลอตัว

                ...โมโห...เสียจนไม่อาจยั้งคิดสิ่งใด

                ...เป็นห่วงมันนักหรือ...เซย์...

                เซย์ผงะเมื่อถูกกระชากอย่างกะทันหัน เขาไม่เข้าใจว่าทำไมฟารุคต้องโกรธขนาดนี้ ดวงตาสีควันบุหรี่มองสบสายตาดุดันของหัวหน้าหน่วยวิหครัตติกาล ฟารุคถอนหายใจหนักหน่วงก่อนหลับตาแน่นเพื่อสงบสติอารมณ์ ยักษ์ดำคลายมือที่กำรอบคอเสื้อชาวมนุษย์ก่อนเอ่ยถามย้ำ

                “มันผู้นั้นสำคัญกับเจ้าจริงหรือ” เซย์พยักหน้ารับทันที ในเมื่อคำตอบนั้นมีเพียงหนึ่งเดียว

                ...จะไม่สำคัญได้อย่างไร อลันมีเพียงคนเดียวในโลก

                ...คนที่อุ้มเขาวิ่งฝ่ากองเพลิง คนที่เป็นครอบครัวเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ของเขา...

                “เรามีกันแค่สองคนเท่านั้น” คนฟังหงุดหงิดเสียจนต้องกำมือแน่น “ถึงจะเป็นทไวซ์อะไรนั่น แต่เขาไม่ใช่คนไม่ดี” ยิ่งได้ยินเซย์อธิบายเข้าข้างคนผู้นั้นฟารุคกลับยิ่งหัวเสีย น้ำเสียงที่ตอบกลับจึงเย็นเยียบและห้วนนัก

                “แล้วที่มันหลอกลวงเจ้าว่าเป็นมนุษย์อยู่เนิ่นนานเช่นนี้ยังคิดว่าไม่มีเบื้องหลังอะไรอีกหรือ” เซย์เงยหน้ามองฟารุค ถึงแม้ตลอดมาอลันจะหลอกลวงเขา ถึงอลันจะไม่ใช่มนุษย์ แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็อยากได้ยินจากปากอลันเอง

                “ให้ฉันพบอลัน เรื่องทั้งหมดฉันจะถามเขาด้วยตัวเอง”



****

                เสียงโซ่ตรวนครูดกับพื้นเมื่อร่างสูงขยับขาเพื่อให้อยู่ในท่าที่สบายขึ้น คราบเลือดเลอะเกรอะกรังบนกางเกงสีตุ่น ผมสีบลอนด์ชื้นเหงื่อเปียกลู่ใบหน้าคมคร้าม อลันมองไล่ช่วงแขนของตนที่ต้องคมดาบแต่กลับไม่หลงเหลือรอยแผล แม้แต่แผ่นหลังที่ถูกแส้เถาวัลย์เฆี่ยนตีก็ไม่เหลือความรู้สึกเจ็บปวดแม้แต่น้อย

                แปลก อยู่ๆรอยแผลบนร่างกายเขาจะหายไปได้อย่างไร

                หรือว่า

                นัยน์ตาสีฟ้าเข้มหรี่วูบ ร่างสูงกำมือแน่นเมื่อคิดว่าในยามนี้เซย์อาจกำลังเจ็บปวดแทนเขาอยู่ก็เป็นได้ เสียงครูดของประตูลูกกรงเหล็กดังขึ้นเป็นสัญญาณว่ามีคนเข้ามา หนุ่มใหญ่ฟุบหน้าลงแนบพื้นแสร้งทำเหมือนไร้สติทั้งที่ร่างกายแทบจะเป็นปรกติทุกประการ

                เพียงแค่เห็นคนที่ฟุบแนบพื้นทั้งหัวใจก็เต้นแผ่วหวิวด้วยความหวาดกลัว เซย์เอ่ยบอกคนข้างกายด้วยเสียงสั่นเทา

                “ขอฉันคุยกับเขาแค่สองคน”

                “ไม่ได้”

                “เขาบาดเจ็บขนาดนี้ยังคิดว่าจะทำอะไรได้อีกงั้นหรอ!” แม้จะอยากปฏิเสธแต่เมื่อเห็นคนหัวรั้นยังยืนยันเช่นนั้นยักษ์ดำจึงถอนหายใจ หากปฏิเสธก็เกรงว่าเซย์จะเผลอตัวอธิษฐานเพื่อคนผู้นั้นอีกครั้ง ฟารุคเหลือบมองร่างบนพื้นหินที่ดูเหมือนยังเจ็บหนักก่อนตัดสินใจตอบรับ

                “ข้าให้เวลาเจ้าเพียงครู่เดียวเท่านั้น” เซย์พยักหน้ารับ เมื่อฟารุคนำทหารยามลงบันไดไปเด็กหนุ่มก็พุ่งเข้าหาผู้ที่ถูกตรวนโซ่อย่างรวดเร็ว “อลัน!” น้ำเสียงร้องดังพร้อมกับอ้อมแขนที่เข้าประคองกอดทำเอาทั้งหัวใจอุ่นซ่าน ทไวซ์หนุ่มเงยหน้าขึ้นสบนัยน์ตาสีควันบุหรี่แสนคุ้น

                “เซย์... เป็นนายจริงหรือ” ได้ยินคำกระซิบแผ่วเบาดังนั้นเด็กหนุ่มชาวมนุษย์ก็โผเข้ากอดร่างสูงใหญ่ไว้ก่อนจะรีบผละออก กรอบตาคมมองไล่สำรวจคนตรงหน้า ดูเหมือนอลันจะไม่ได้เป็นอะไรมาก สิ่งที่ผิดปรกติไปก็มีแต่ผิวเนื้อที่ปรากฏริ้วสีม่วงขดพันไล่ทั่วร่าง แม้แต่บนใบหน้าก็ยังปรากฏรอยเช่นนี้บางส่วน

                “นายไม่เป็นไรใช่ไหม นาย....เป็นทไวซ์จริงๆงั้นหรอ” แม้จะรู้คำตอบดีแต่ก็ยังอดถามไม่ได้ เซย์สูดหายใจเข้าลึกเมื่อทไวซ์หนุ่มพยักหน้ารับ

                “ฉันไม่ได้คิดหลอกนายเลย เพียงแต่อยากให้เราเป็นแค่คนธรรมดาเท่านั้น” ทไวซ์หนุ่มใหญ่ถอนหายใจแผ่วเบา

                “ถ้าไม่มีพวกยักษ์ชั่ว ถ้ามันไม่จับตัวนายมา...พวกเราก็คง...”

                “เราก็คงยังเป็นมนุษย์ใช่ไหม ถามจริงๆ ฉันเคยเป็นมนุษย์จริงหรือเปล่า” อลันชะงักเมื่อมองลึกลงไปในดวงตาสีควัน เป็นเพราะสิ่งที่เขาปิดบังมาตลอด เซย์จึงต้องเจ็บปวดแบบนี้

            ฟารุคให้เวลาเพียงครู่เดียวดังว่า ไม่ทันพูดคุยอะไรมากนักเสียงเรียกจากนอกกรงเหล็กก็ทำเอาบทสนทนาชะงัก เซย์หันมองต้นเสียงด้านนอกก่อนตะโกนขานรับ “อีกเดี๋ยวฉันจะออกไปเอง” เด็กหนุ่มชาวมนุษย์รีบกระซิบแนบหูอลัน

                “นายต้องหนีไป เดี๋ยวนี้!” ไม่ว่าเปล่ามือขาวยังหยิบเหล็กแหลมที่แอบซ่อนอยู่ด้านในเสื้อออกมา เขาแทงสลักลงไปในรูกุญแจมือทั้งที่ไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือไม่ รู้เพียงแต่ต้องช่วยอลันให้หนีไปได้เท่านั้น!

                “ฉันไม่ไปไหนถ้าไม่มีนาย!” ฝ่ามือใหญ่คว้าจับมือเซย์ที่กำลังพยายามทำลายกุญแจมือ เซย์ชะงักก่อนจะเม้มริมฝีปากด้วยความว้าวุ่นใจ

                “ฉันยังไปไม่ได้” อลันขมวดคิ้วขึ้งทันทีเพราะไม่คิดว่าจะได้ยินคำปฏิเสธ “ทำไม...”

                “เรซิสดีกับฉันมาก เขา...เขาต้องการยักษ์เงิน”

                “แล้วนายเป็นยักษ์เงินหรือไง!” อลันกระชากมือข้างที่สวมแหวนของเซย์ขึ้นมองก่อนต้องผงะค้างเมื่อเห็นวัตถุสีเงินปรากฏรอยแตกร้าวยาวทั่วแหวน

                “อลัน... นายต้องรีบหนีไป พวกชาวยักษ์ต้องไม่ยอมปล่อยนายแน่” แม้จะไม่รู้เรื่องทไวซ์แน่ชัด แต่ถ้าเป็นจริงตามที่โดรีฟพูดก็แปลว่าอลันกำลังตกอยู่ในอันตราย เซย์ใช้เหล็กแหลมแทงที่สลักโซ่ตรวนครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อทำลายสลักกุญแจมือ เมื่อเห็นว่ายังไม่สำเร็จเสียทีอลันจึงต้องเป็นฝ่ายใช้มืออีกข้างหนึ่งช่วยทิ่มเล็กแหลมลงในรูกุญแจเก่อนเสียง เป๊าะจะดังขึ้นพร้อมกับข้อมือเหล็กที่หลุดออกจากมือใหญ่ข้างหนึ่ง ทไวซ์หนุ่มคว้าจับแท่งเหล็กในมือเซย์แล้วปลดสลักอีกข้างลง

                “นายต้องออกไปทางประตูตะวันตก ที่นั่นมีประตูทางเข้าออกของพวกขุนนางที่เข้ามาทำงาน....” ไม่ทันได้พูดจบร่างสูงใหญ่ก็คว้าจับข้อมือเซย์แน่น ดวงตาสีฟ้าเข้มดุจท้องทะเลเป็นประกายเฉียบก่อนเอ่ยย้ำ

                “ฉันจะไป...ก็ต่อเมื่อได้ตัวนาย”



****

                ม่านออโรราครึ้มฝน เมฆดำที่ตั้งเค้าอยู่ไกลๆบดบังดวงอาทิตย์จนฟ้าเบื้องบนมืดมนหม่นแสง สองร่างแฝงตัวตามเงาไม้วิ่งไปตามเส้นทางหมายออกสู่ประตูวัง

                ใครจะไปคิดว่าอลันจะพาเขากระโดดหน้าต่างหอคอย!

                หลังจากถอดสลักกุญแจมือได้เขาก็ถูกอลันกึ่งลากกึ่งจูงไปที่หน้าต่าง รู้ตัวอีกทีก็เมื่อถูกทไวซ์ร่างใหญ่รวบอุ้มแล้วความรู้สึกเหมือนหล่นวูบก็ปะทะเสียจนต้องร้องลั่น มือใหญ่ข้างหนึ่งเอื้อมปิดปากเขา อลันจุ๊ปาก “อย่าเอะอะไป”

                บ้าเอ๊ย! พาคนอื่นกระโดดหน้าต่างยังมีหน้ามาบอกว่าห้ามร้องเนี่ยนะ!

                เซย์ได้แต่อ้าปากค้างเมื่อเห็นว่าบริเวณที่อลันพาเขาร่วงลงมาไม่ใช่พื้นดินแต่เป็นระเบียงที่ยืนออกจากชั้นใดชั้นหนึ่งของหอคอย เขาถอนหายใจเฮือกที่รู้ว่าอย่างน้อยทไวซ์ก็ไม่ได้ประหลาดถึงขนาดกระโดดวูบเดียวจากบนหอคอยลงถึงพื้นดินได้

                แต่แค่นี้ก็นับว่าไม่ธรรมดาแล้ว

                “เกาะให้แน่นล่ะ” สิ้นคำร่างกำยำซึ่งท่อนบนยังคงเปลือยเปล่าก็กระโจนลงจากระเบียงวูบเดียวถึงพื้นดิน เซย์หลับตาปี๋ ให้ตายเถอะ! ตาลุงนี่ทั้งแรงเยอะแถมยังวิ่งปร๋อได้ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ สมัยอยู่กับเขาที่ไอร์แลนด์แค่ไปทิ้งขยะตอนเช้ามืดยังทำไม่ไหวเลยด้วยซ้ำ เมื่อเหยียบย่ำบนพื้นดินก็เผชิญหน้ากับทหารยามด้านล่างหอคอย ในขณะที่เขาตกใจจนทำอะไรไม่ถูกนั่นเองจู่ๆทหารยามก็ยืนนิ่งราวกับแข็งเป็นหิน นัยน์ตาเลื่อนลอยราวกับมองพวกเขาเป็นธาตุอากาศ

                ทไวซ์สะกดจิตได้...อย่างที่โดรีฟกล่าวเอาไว้

                เซย์ชะงักฝีเท้า อลันไม่เหมือนอลันที่เขาเคยรู้จักสักนิด ตาลุงไม่เอาไหนนั่นทำได้ถึงขนาดนี้

                แล้วตัวเขาเล่า...เขาที่ไม่มีความสามารถอะไรเลย...

                “เราต้องรีบไปเดี๋ยวนี้” ไม่รอคำตอบรับหรือปฏิเสธ มือใหญ่คว้าแขนคนในปกครองให้ออกวิ่งตาม เขาถูกอลันกึ่งลากกึ่งจูงให้วิ่งไปตามแนวสวน แอบซ่อนตัวหลังพุ่มไม้ก่อนที่ชาวทไวซ์จะปาลูกดอกยาสลบที่หยิบมาจากทหารคนก่อนหน้าใส่ทหารยามอีกนายจนสลบล้มลง ร่างกำยำลอบชิงมีดสั้นจากทหารที่หมดสติซ่อนไว้หลังเอว

                “ไม่ได้” เซย์ขืนตัว ยิ่งเขาไปด้วยกลับยิ่งเป็นตัวถ่วง แบบนี้ก็มีแต่จะหนีไม่พ้น หากอลันต้องถูกจับอีกครั้งเขาคงไม่รู้จะต้องทำเช่นไร

                “นายต้องรีบไป อลัน...นายอยู่ที่นี่ไม่ได้”

                “แล้วนายอยู่ได้หรือ! เซย์...นี่ไม่ใช่ที่ของเรา” มือใหญ่ออกแรงบังคับ ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากกลับบ้าน ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากไปกับอลัน

                ...เพียงแต่...

                “...ฉันมีเพียงนายเท่านั้น...” ถ้อยคำสลักลึกในความรู้สึก ดวงตาสีฟ้าเข้มมองสบเด็กหนุ่มชาวมนุษย์ ใช่...ตั้งแต่จำความได้ เขาก็มีเพียงอลันเช่นกัน

                ...แต่เพราะเหตุใดจึงลังเลเช่นนี้...

.               ...เขาจะกลับไปโลกมนุษย์ทั้งๆแบบนี้จริงหรือ...

                “ต่อให้ต้องตาย ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไรฉันก็จะพานายกลับไป...บ้านของเรา” น้ำฝนหยดแรกหล่นกระทบผิวแก้ม แว่วเสียงท้องฟ้าคำรามครืนพร้อมกับหยาดฝนที่ร่วงหล่น ใต้เมฆดำครึ้มสองร่างวิ่งฝ่าฝนไปยังโรงม้า แม้จะทั้งลังเลและหวาดกลัวแต่เขาก็ไม่สามารถปล่อยมือจากอลันได้เช่นกัน

                ………………………………..

                ………………….

                ………

.               ฝนตกแล้ว

                หยาดฝนโปรยตัวลงจากหมู่เมฆดำมืด สายลมกรรโชกพัดหอบไอชื้นผ่านม่านอากาศ ทไวซ์แห่งป่ามืดประคองร่างเปียกปอนของเด็กหนุ่มมนุษย์นั่งลงในถ้ำหินเล็กๆใต้ชะง่อนผาพร้อมผูกม้าไว้ไม่ไกลนัก ทิศเหนือของปราสาทเอรานอสอยู่ไม่ไกลจากผืนป่า เมื่อออกจากเขตวังมาได้อลันจึงพาเซย์มุ่งเข้าซ่อนตัวในป่าเพื่อหาทางหนีต่อไป

                เขาออกจากเขตปราสาทเอรานอสแล้ว

                เซย์ปรือตามองสายฝนที่เริ่มตกหนักเบื้องหน้า ทั้งที่ควรจะดีใจที่จะได้กลับบ้านแต่ทั้งหัวใจกลับสับสนอย่างหนัก มันถูกต้องแล้วจริงหรือที่หนีมาแบบนี้ ทิ้งเรซิสไว้กับคำสาปร้าย ทิ้งโดรีฟกับเรวารี่ที่คอยช่วยเหลือเขาในไททันมาตลอด

                ...ทิ้งฟารุค...และม้าตัวที่เขาได้รับจากอีกฝ่ายไว้เช่นนั้น

                เพียงนึกถึงยามที่เขาได้ใกล้ชิดกับยักษ์ดำในอกก็ปวดหนึบอย่างยากที่จะเข้าใจ

                เปลือกตาที่หนักอึ้งทิ้งตัวลงปิดลูกแก้วสีหมอก อาจเพราะเพิ่งฟื้นตัวจากอาการป่วยเขาถึงได้รู้สึกมึนหัวแบบนี้ เซย์แค่นเสียงในลำคอด้วยความหงุดหงิดพลางปลดผ้าคลุมผมที่เปียกชุ่มลง นึกสมเพชตัวเองที่ขยันเจ็บป่วยนัก

                “ฝนตกหนักขนาดนี้เราคงต้องพักที่นี่ก่อน สีหน้านายดูไม่ดีเลย” อลันแนบมือเข้าที่หน้าผากเขาก่อนที่คิ้วเข้มจะขมวดเข้าหากัน ทไวซ์หนุ่มใช้หลังมือเกลี่ยหยาดฝนที่ข้างแก้มเซย์อย่างเบามือ

                “ถึงตอนนี้นายจะบอกฉันได้หรือยัง...ฉัน...ไม่ใช่มนุษย์ใช่ไหม”

                “เราจะกลับไปเป็นแค่มนุษย์ธรรมดา” คนฟังเม้มปากแน่น จนป่านนี้อลันก็ยังไม่ยอมบอกอะไรเขาแม้แต่อย่างเดียว ถ้ากลับไปโลกมนุษย์ได้จริงแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่แน่ใจว่าจะใช้ชีวิตแบบเดิมได้

                “พวกเรามาไกลเกินกว่าจะกลับไปเป็นคนธรรมดาแล้ว” นี่คือความจริงที่น่าเจ็บปวด ทั้งเขาและอลัน...ต่างก็ไม่ใช่มนุษย์

                “อากาศของไททันเป็นพิษต่อมนุษย์ ถ้าฉันเป็นแค่คนธรรมดาจริงคงตายไปนานแล้ว อลัน...ฉันเป็นใครกันแน่ เป็นทไวซ์ เป็นชาวยักษ์ เป็นเผ่าภูตหรือตัวอะไร...” พูดไม่ทันจบคำเขาก็ต้องชะงักเมื่อจู่ๆก็ถูกโผเข้ากอดแน่น น้ำเสียงสั่นเทาเอ่ยแผ่วข้างหู

                “ขอโทษ...ขอโทษ...” แม้จะกอดเขาไว้แน่นแต่สองแขนกลับสั่นเทา สันจมูกโด่งกดลงจรดเรือนผมนุ่มที่ชุ่มฝน อลันไม่เคยมีท่าทีแบบนี้

                ...คนที่เคยยิ้มกว้างอยู่ตลอด...คนที่ใช้ชีวิตรื่นเริงไปวันๆคนนั้น...

                “ขอโทษที่ฉันทำให้นายมีชีวิตที่ดีไม่ได้ ทั้งที่สัญญาไว้แล้ว ทั้งที่สัญญากับเซซาเรย์ไว้...” คำพูดนั้นทำให้เขาต้องมองสบนัยน์ตาสีท้องทะเลลึก ราวกับรับรู้ถึงความสงสัยของเขา ถ้อยคำกระซิบแผ่วเบาถูกเอ่ยขึ้นริมหูแต่กลับดังกึกก้องในความรู้สึก

                “เซย์...พ่อแม่ของนาย...เป็นยักษ์เงิน...”

 


****

                อาชาชาญนับสิบควบวิ่งกลางสายฝนที่เทกระหน่ำจากม่านฟ้า เศษดินโคลนย้อมชุดเครื่องแบบทหารสีดำกลายเป็นสีน้ำตาลเปรอะเปื้อน ภายใต้เมฆฝนและลมกรรโชกแรง หัวหน้าหน่วยวิหครัตติกาลควบม้าเข้าสู่เขตป่าสนทางทิศเหนือด้วยหัวใจร้อนรน น้ำเสียงที่เคยเรียบนิ่งตะโกนสั่งการดังก้อง

                “หาให้เจอ! ไม่ว่ายังไงต้องจับเป็นเท่านั้น!

                เรือนผมดำยาวเปียกลู่กรอบหน้าคมคร้าม ฝ่ามือใหญ่กำบังเหียนม้าแน่น นับแต่วินาทีที่รู้ว่าเซย์หายตัวไปในหัวก็ว่างเปล่า ทั้งที่ไม่เคยหวาดกลัวสิ่งใด ไม่ว่าจะเป็นการรบ สงครามหรือความตาย แต่ยามที่รู้ว่าเจ้าเด็กมนุษย์นั่นถูกลักพาไปทั้งหัวใจกลับมีความรู้สึกอย่างที่ไม่เคยเป็น

                ไม่สำคัญว่าเจ้าจะเป็นยักษ์เงินหรือไม่ ไม่สำคัญว่าเจ้าจะถอนมนต์สิบสองราตรีได้หรือไม่

                เพียงแต่เจ้า....คิดจะจากไปอย่างนี้จริงๆน่ะหรือ!

                “พบรอยเท้าม้ามุ่งสู่ป่าชั้นในแต่ฝนตกหนักมากเสียจนรอยโคลนเลือนหาย หากไม่รีบคงตามรอยพวกเขาไม่ทันแน่” เรวารี่วนม้าเข้ามาใกล้พร้อมรายงาน ทหารหญิงเองก็ร้อนใจเป็นห่วงเซย์ไม่แพ้กัน

                “พาข้าไปตามรอยนั่น เรียกกำลังเสริมให้ล้อมเขตป่าไว้ สั่งห้ามไม่ให้ทำร้ายพวกเขาเด็ดขาด” เรวารี่ค้อมศีรษะรับคำสั่งก่อนรีบนำทางผู้เป็นนายไปยังรอยฝีเท้าบนดินโคลนที่คาดว่าจะเป็นของอาชาตัวที่ถูกขโมยจากโรงม้า ท่ามกลางพายุฝนที่สาดซัดลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด หัวหน้าหน่วยวิหครัตติกาลเร่งฝีเท้าม้าเข้าสู่เขตป่าชั้นใน

                ………………………………..

                ………………….

                ………

                เซย์หลับไปแล้ว

                มือใหญ่ลูบสัมผัสเรือนผมชื้นฝนของคนที่หลับหนุนตักเขาอยู่ ดูเหมือนพวกยักษ์แดงจะไม่ได้โหดร้ายกับเซย์นัก ดวงตาสีฟ้าเข้มมองไล่สำรวจเสื้อผ้าที่เด็กหนุ่มสวมใส่ ทั้งหมดล้วนทำจากเนื้อผ้าชั้นดีประดับอัญมณีเม็ดเล็กพร้อมกุ๊นด้วยไหมทอง ผ้าแพรสลับลายที่โพกติดศีรษะมานั่นเพียงมองก็รู้ว่าต้องมีราคาสูงมากแน่

                แต่ถึงแม้พวกยักษ์แดงจะปฏิบัติต่อเซย์ดีเพียงใดนั่นก็เทียบไม่ได้กับสิ่งที่พวกมันคาดหวังจะใช้จากการที่เซย์เป็นยักษ์เงิน

                “...พวกยักษ์เลว...” น้ำเสียงทุ้มต่ำพึมพำ ทั้งที่เขาสัญญากับเซซาเรย์ไว้ว่าจะดูแลคนสำคัญตรงหน้าให้ดี ทั้งที่ตั้งใจจะไม่ให้เซย์ต้องพบเรื่องโหดร้ายในไททันแบบที่พวกเขาเคยพบเจอ

                แต่ในเวลานี้ แหวนวงนั้นเป็นรอยร้าวเต็มทน

                หากมันแตกล่ะก็...

                อลันถอนหายใจหนักหน่วง ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องพาเซย์กลับไปโลกมนุษย์ให้เร็วที่สุด ร่างสูงหันมองสายฝนด้านนอกที่ยังคงตกกระหน่ำพร้อมกับเขย่าปลุกคนที่หลับใหลเบาๆ

                “เซย์ ตื่นเถอะ...พวกเราต้องรีบไป” หากยังคงรอฝนหยุดอยู่เช่นนี้พวกทหารชาวยักษ์อาจตามมาทันเสียก่อน ดวงตาสีควันบุหรี่ปรือขึ้นก่อนจะหลับลงใหม่ เซย์กระพริบตาถี่ๆก่อนพยุงตัวเองขึ้นนั่งพิงผนังถ้ำ

                ...ปวดหัว...

                ถึงจะรู้สึกแบบนั้น แต่เมื่อเห็นอลันเตรียมม้าเขาก็จำเป็นต้องลุกขึ้น แม้ฝนจะยังคงตกหนักแต่ทไวซ์หนุ่มกลับยืนยันว่าพวกเขาต้องเร่งเดินทาง ป่าสนแห่งนี้อยู่ใกล้กับปราสาทเอรานอสซึ่งอันตรายเกินไปต่อการซ่อนตัวจากทหารเอลมัล

                “หากเราไม่รีบไปอีกไม่นานพวกยักษ์แดงต้องล้อมป่านี้ไว้หมดแน่” เสียงของอลันถูกสายฝนบดบังพร่าเลือน  อาชาสูงใหญ่ควบห้อเหยียบย่ำโคลนดินมุ่งลึกเข้าไปในป่าเรื่อยๆ เซย์ไอโขลก เขาเหนื่อย ปวดหัว รู้สึกแย่จนต้องพิงหลังเข้ากับแผ่นอกกว้างของคนที่บังคับม้าอยู่ด้านหลัง

                ฉับพลันได้ยินเสียงสัตว์ร้องดังขึ้นจากเบื้องบนต้นสนสูง เด็กหนุ่มปรือตาขึ้นมองไม้ใหญ่ไหวเอนตามแรงลมพายุ เงาดำหนึ่งโฉบผ่านม่านฝนบินวนบนอากาศ เขาเพ่งมองเงาปริศนานั่นทันที

                ...อีกาดำ...

                “ชีฮาค!” เซย์อุทานเสียงดัง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก เขาไม่เคยเห็นอีกาตัวใหญ่เท่าชีฮาคมาก่อน เพราะฉะนั้นเจ้าตัวที่บินวนอยู่เหนือหัวพวกเขาต้องเป็นนกของหัวหน้าหน่วยวิหครัตติกาลแน่

                ฟารุคกำลังมา

                อลันเร่งห้อม้าเร็วขึ้นเมื่อรู้สึกถึงบางสิ่งที่อันตราย ทันใดนั้นม้าใหญ่ก็ยกสองขาหน้าขึ้นพร้อมกับร้องเสียงดัง เขาและอลันร่วงจากหลังม้าลงสู่พื้นโคลนอย่างไม่ทันตั้งตัว

                ม้าถูกลูกธนูยิง!

                “วิ่ง!” สิ้นคำทั้งร่างก็ถูกกระชาก ในหัวหมุนติ้วเหมือนถูกจับเหวี่ยง สองขาจมลงในดินโคลนหนักอึ้งจนแทบยกไม่ขึ้นยังคงฝืนวิ่งตามแรงดึง ได้ยินเสียงฝีเท้าม้าไล่กวดเข้ามา อลันกัดฟันกรอด...พวกยักษ์กำลังต้อนให้เขาจนมุม

                แต่ต่อให้ต้องตายเขาก็จะไม่ยอมปล่อยมือจากเซย์เด็ดขาด!

                กิ่งไม้แหลมคมกระหวัดเกี่ยวผิวเนื้อ ยิ่งวิ่งก็ราวกับยิ่งพาตนเองไปจนมุม ร่างสูงชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นเส้นทางที่ขาดลงตรงหน้า บัดซบ! พวกมันต้อนเขามายังหน้าผา!

                “ยอมจำนนเสีย ทไวซ์!” อาชาสีดำสนิทเช่นเดียวกับร่างสูงใหญ่ของยักษ์ดำปรากฏขึ้นที่ด้านหลัง เซย์เบิกตากว้าง มองสบนัยน์ตาคมที่มองตรงมายังเขาก่อนที่คนบนหลังม้าจะชักดาบสีเดียวกับเรือนผมของเจ้าตัวออกจากฝัก

                “อย่าให้ข้าต้องใช้กำลัง”

                “แน่ใจหรือว่าจะได้ใช้” ทันทีที่เผลอสบเข้ากับดวงตาสีฟ้าเข้มห้วงคิดก็สะดุดกึก ฟารุคชะงักค้าง ทั้งร่างชาวาบไม่อาจคิดสิ่งใด มือใหญ่ปล่อยดาบที่กำแน่นร่วงลงกระทบพื้นก่อนทั้งร่างจะร่วงจากหลังม้าในทันที

                “ฟารุค!” เซย์อุทานด้วยความตระหนก สองขาเผลอก้าววิ่งเข้าหาคนตรงหน้าหากแต่ถูกอลันจับรั้งไว้เสียก่อน “ข้าสะกดจิตเขา รีบหาทางหนี...อึก...” อลันย่อตัวลง ใบหน้าบิดเบี้ยวคล้ายเจ็บปวด เซย์มองสังเกตริ้วสีม่วงที่พาดพันบนร่างชาวทไวซ์และพบว่ามันขึ้นสีจัดกว่าเดิมเพราะใช้พลังสะกดจิต

                “...ไม่ยอมให้หนีหรอก...” น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่า ร่างในชุดดำชันตัวจากพื้นแฉะชุ่ม

                ...อันตราย...หากเพียงเผลอสบตากับทไวซ์ก็อาจถูกสะกดจิตเช่นนี้ ราวกับเรี่ยวแรงที่เคยมีหายไปเกือบครึ่ง เมื่อเห็นฟารุคคว้าดาบขึ้นกำทั้งที่มือยังสั่นเทาอลันจึงแสยะยิ้มทันที

                ไม่เลวนี่ยักษ์ดำ

                “สู้กับข้า” ฟารุคคว้าดาบอีกเล่มที่สะพายติดอยู่กับบังเหียนม้าโยนส่งให้ทไวซ์แห่งป่ามืด ใต้พายุฝนกระหน่ำ สองร่างพุ่งเข้าหากันริมหุบเหว ยักษ์ดำตวัดดาบดำเล่มใหญ่ในมือฟาดกระแทกเสียจนคนตั้งรับเซถอย

                เซย์ตะโกนร้องห้ามเสียงลั่นก่อนจะพุ่งเข้าหาชาวไททันทั้งที่ไร้อาวุธ ดวงตาดำขลับเป็นประกายวาบเมื่อเห็นอลันเสียสมาธิ ดาบดำตวัดฟันใส่ทไวซ์หนุ่มที่เคลื่อนตัวหลบ วิถีดาบจึงฟันเข้าที่ต้นแขนอลันเป็นรอยยาวก่อนที่เลือดสีสดจะไหลซึมจากปากแผลอาบย้อมผิวเนื้อเปลือยเปล่าให้กลายเป็นสีแดงฉาน

                “อลัน!

                “ถอยออกไปเซย์!” ทไวซ์หนุ่มใหญ่หรี่ตาลง รอยสลักบนตัวขึ้นสีม่วงจัด ร่างสูงพุ่งเข้าหายักษ์ดำทั้งที่แขนขวาสูญเสียการบังคับ ฟารุคนิ่วหน้า ทั้งที่ถูกต้องดาบจนเป็นแผลขนาดนั้นแต่เหตุใดกลับดูเหมือนมีกำลังมากกว่าเดิมอีกเล่า!

                ยักษ์ดำชะงักค้างเมื่อใช้ดาบป้องกันการโจมตีจากอีกฝ่ายแต่อลันกลับใช้มือข้างที่บาดเจ็บคว้ามีดสั้นที่หลังเอวขึ้นมา สองร่างยื้อยุดกันใกล้ริมผาจนเซย์ผวา เด็กหนุ่มชาวมนุษย์มองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจบีบเกร็ง แว่วได้ยินเสียงทหารม้าใกล้เข้ามา หากเป็นแบบนี้อลันต้องถูกจับคุมขังอีกครั้งแน่

                สองขาก้าวเร็วเท่าความคิด เขาฝืนวิ่งไปข้างหน้าทั้งที่ในหัวปวดแปลบ ภาพตรงหน้าไหวโยกราวกับหินกำลังทรุดตัว ฉับพลันดวงตาที่พร่าเลือนกลับดับวูบ สติที่หลงเหลืออยู่น้อยนิดถูกความมืดมิดกลืนกินจนหมดสิ้น

                “เซย์!!!

                อลันอุทานลั่นเมื่อเห็นเด็กหนุ่มชาวมนุษย์วิ่งเข้ามาที่ริมผาก่อนที่ทั้งร่างจะซวนเซหมดสติ ฟารุคเบิกตากว้าง ฝีเท้ายาวก้าวคว้าจับร่างโปร่งไว้ในอ้อมแขน ยักษ์ดำคว้ารัดร่างเล็กกว่าที่จวนพลัดหล่นจากผาหินตามสัญชาติญาณก่อนที่ทั้งร่างจะวูบหล่น

                ร่วงหล่นลงหุบเหวไปด้วยกัน!







*****************************************************


สวัสดีค่า....ว๊ากกก อย่าเพิ่งปาข้าของใส่>__< ถึงแม้จะหายหน้าหายตาไปนานแถมยังกลับมาพร้อมความหวานอมขมกลืน แต่กว่าจะเข็นตอนนี้มาจนจบนี่ขอบอกว่ายากลำบากจริงๆเพราะต่ายดำไม่ถนัดในการเขียนซีนต่อสู้อย่างแรง (ได้ข่าวว่าจับน้องเซย์บุกป่าฝ่าดงตลอดเรื่อง -*-) 

ในที่สุดตาลุงอลันก็โผล่กลับมาแล้ว ฮูเรย์!!! ขอทุกท่านจงเริ่มทำป้ายไฟ รักใครชอบใครรีบโหวตคะแนนเข้าได้ แอบบอกว่าถึงตอนนี้เนื้อหาจะซีเรียสแต่รับรองว่าตอนหน้าจะพาเซอร์วิสมาชาบูๆค่า (จะเป็นอะไรนั้นอย่าลืมมาอ่านน้า) ^___^ 

ต่ายดำเพิ่งเห็นว่ามีคนตามไปอ่าน Help me! ร้านนี้มีผีครับด้วย ขอบคุณมากๆเลยนะคะ เลยอยากแอบบอกว่ายังสามารถสั่งซ์้อกับทางสำนักพิมพ์นาบูได้จ้า(ไม่ค่อยขายของเล้ยยยย ฮาาาา)   แถมช่วงนี้ทางสำนักพิมพ์มีเปิดจองนิยายเรื่องใหม่ด้วย ไปดูรายละเอียดได้ตามลิงค์เลยยยย  

https://www.facebook.com/Nabupublishing/app_251458316228

ส่วนนี่ช่องทางติดต่อ สนพ.นาบูจ้า เอาไว้อัพเดทข่าวนิยายออกใหม่กันเนาะ : D  https://www.facebook.com/Nabupublishing



พบกันตอนหน้าจ้า

Blackbunny 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

1,542 ความคิดเห็น

  1. #1530 Present (@hiiro-kwan) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 22:40
    โอ้ย ลุ้นน
    #1530
    0
  2. #1453 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 10:43
    ลุงกับลูกเขยตีกัน
    #1453
    0
  3. #1413 manabi kaminaga (@manabu_sensei) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 03:49
    จะมีคู่ที่สองไหมเนี่ยย>< สัญชาตญาณมันบอกว่าจะมีคู่ที่สองงง
    #1413
    0
  4. #1290 loocbomb (@loocbomb) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มกราคม 2558 / 23:47
    อลุนลุคใหม่ =.,= ไม่ลุงแล้วนะ 5555
    #1290
    0
  5. #1225 wimwin (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2557 / 08:38
    ตกลงเหว ใครจะอธิฐานให้รอดล่ะทีนี้
    #1225
    0
  6. #1198 ` ท่านเอิร์ล ♡. (@rachini-aomam) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2557 / 23:12
    เป็นอะไรท่โรแมนติกมากตกเหวเนี้ย -_-
    #1198
    0
  7. #1126 •-MaMaI-• (@mai032671597) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2557 / 21:06
    แง่ววว
    #1126
    0
  8. #1026 Monster (@maco) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มกราคม 2557 / 20:18
    อย่าเป็นอะไรนะทั้งสองคน

    #1026
    0
  9. #1007 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มกราคม 2557 / 23:47
    อลัยยย   นายมีบทซักที -,,-''
    #1007
    0
  10. #971 miss C (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2556 / 10:56
    ช่างน่าเศร้า...

    เรซิสลูกแม่หายไปไหน?
    #971
    0
  11. #939 Delaluna (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2556 / 00:19
    หึงงงงงงงงงง! นี่พูดเลย สนุกเวอร์อ่าาาาาาาาา



    เรื่องราวมันชักจะวุ่นวายไปใหญ่แล้ววววว >
    #939
    0
  12. #867 โน๊ะเน๊ะ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 เมษายน 2556 / 15:35
    เซย์!!ฟารุค!

    อย่าเป็นอะไรไปนะ ฮือออ



    อย่าอธิษฐานให้มันย้อนกลับมาหาตัวอีกเลย
    #867
    0
  13. #845 tohana (@tohana) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 เมษายน 2556 / 21:57
    เห้ยย!!! เซย์!!! OoO!
    ฟารุค....นี่นายคงจะชอบเซย์จริงๆแล้วสินะ ถ้าไม่อย่างนั้นคงจะไม่วิ่งเข้าไปหาเซย์ทั้งอย่างนั้น
    แล้วตกลงไปด้วยกันหรอก....จริงมั้ย
    ลุ้นตอนต่อจัง ตกลงไปจะไปพลัดอยู่ไหนกันละนี่
    #845
    0
  14. #667 เนอเวย์ (@hot-oil) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2555 / 20:28
    เซย์ต้องไม่เป็นไรนะ อลันไม่น่าเลย น่าจะคุยกันดีๆ
    #667
    0
  15. #624 sunshadow (@sunshadow) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2555 / 06:36



        เซย์จะหนีฟารุคไปกับอลันจริงๆน่ะเหรอ
       


    #624
    0
  16. #557 mybookworm (@onlymybookworm) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2555 / 12:24
    อร๊าย หนุ่มๆจ๋า อย่าทะเลาะกันเลย>W< ยังไงเซย์ก็เลือกทุกคนอยู่แล้ว อาโฮะๆ>//[]//<
    #557
    0
  17. วันที่ 7 กันยายน 2555 / 15:58
    T^T ทำไมถึงมีชะตาชีวิตที่เคร้าขนาดนี้!!!!!
    #504
    0
  18. #479 บังเอิญอ่าน (@rithio) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 กันยายน 2555 / 10:44
    แหวนจะแตกแล้ววววว

    เซย์ เป็นยักษ์เงิน   ฮ่าาาาาาาาา

    ตกหน้าผาอ่ะ
    #479
    0
  19. #423 Kagerou-คาเงโร่ (@takky62) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2555 / 17:41
    ค้างงงงง!!!!ไรเตอร์โหดร้ายจบแบบค้างๆอ่า
    รีบมาอัพอีกไวๆนะครับค้างสุดๆน้ำตาจำไหลแล้วเนี่ย
    อลันนนน!!อลันจะเป็นไรมั๊ย เย้ๆ 4Pไปเลย ฮ่าๆๆ(อลันxฟารุคxเซริสxเซย์)โฮะๆ4P  :D//โดดถีบ
    อุโฮะ!อัพไวๆนะไรท์
    #423
    0
  20. #411 ♀Lucky Devil♂ (@chocolit) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2555 / 03:33
    ตอนนี้สนุกสุดๆไปเลย >< 
    ฉากต่อสู้ดีมากกกกกเลยคะ!
    แต่ฟารุคกับเซย์จะเป็นอะไรหรือป่าว?
    แล้วอลันละ?? มีแต่เรื่องให้ลุ้นทั้งนั้นเลย!!!!!
    #411
    0
  21. #403 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2555 / 00:30
    ุสนุกมากค่ะ ตอนนี้ตื่นเต้นสุดๆ มีแต่หนุ่มน่าสงสาร เลือกไม่ถูกเลย เฮ้ออออ
    #403
    0
  22. #399 +-Black_White_God_Devil+- (@hibari-san) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2555 / 23:52
    ไรท์เตอร์ใจร้ายยยยยย รังแกกันอีกแล้วนะคะ!
    ตกเหว! ทั้งคู่ตกเหวอ่ะะะะะะะะะะะะะะ จะเป็นอะไรมั้ยเนี่ย! T^T
    #399
    0
  23. #398 Zombies (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2555 / 23:44
    ไรต์เตอร์โหดร้ายยยยยยย TOT

    ตัดจบซะค้างเลย เริ่มคุกกรุ่นด้วยอารมณ์ดราม่าเบาๆ กระซิกๆ

    ไรต์ต้องรีบมาลงตอนต่อไปนะ รออ่านไม่ไหวแล้วววววว (มาทวงๆ)
    #398
    0
  24. #396 num1801 (@num1801) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2555 / 21:47
    อั๊ยยะ

    ม่ายน้าาาาา

    สองคน(?)นั้นจะไม่เป็นอะไรใช่ไหมอ่ะ

    เป็นห่วงเซย์จังเลย - -
    #396
    0
  25. #1 andear (@andear) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2555 / 11:15
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ตัดตรงนี้ได้ไง ม่ายยยยยยยยย
    ค้างมว๊ากกกกกกก ชูป้ายไฟ ฟารุค ถึงตัวเองจะซึน เค้าก็เชียร์น๊า
    #1
    0