(Yaoi) TITAN  ลำนำอสูรสีเงิน (จบแล้ว)

ตอนที่ 20 : TITAN special I : Snow Firefly

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,344
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    8 ก.ค. 57



Snow Firefly

               

                ป่าทิศเหนือมีทะเลสาบต้องห้าม ผู้เฒ่าผู้แก่ในเผ่าต่างออกคำสั่งห้ามชาวทไวซ์ทุกคนออกนอกเขตป่าชั้นใน เพราะหากออกจากเขตป่ามืดไปไกลก็อาจพบกับเขตอาคมของยักษ์เงิน หากไปสัมผัสเข้าจะได้รับอันตรายถึงชีวิต

                ดังนั้นชาวทไวซ์จึงซ่อนเร้นตัวอยู่ในป่ามืดอย่างเงียบเชียบ

                ทุกคนต่างรอคอยวันที่จะได้กลับออกไป...และแก้แค้น

                ...แต่ข้าไม่เป็นเช่นนั้น...

                “แถวนี้รึเปล่านะ” ข้ากางกระดาษแผนที่ที่แอบคัดลอกอย่างลวกๆมาจากบันทึกการเดินทางในห้องหนังสือของหัวหน้าเผ่า อย่าได้ถามว่าเพราะเหตุใดข้าจึงแอบเข้าไปในห้องของหัวหน้าเผ่าได้ นั่นเพราะมันเป็นห้องของพี่ชายข้าเอง

                ข้ากวาดตามองสำรวจทิวทัศน์ที่ต่างจากแถบหมู่บ้านไม่น้อย เพราะบริเวณทิศเหนืออยู่ไม่ไกลจากโครนอสดินแดนหิมะนักอากาศจึงหนาวเย็น ต้นไม้ส่วนใหญ่เป็นพวกสนเมืองหนาวและไม่ได้รกชัดเท่าเขตป่าลึกที่ข้าอยู่ หลังจากผูกม้าไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งพร้อมกับคลุมผืนผ้าให้ความอบอุ่น ข้ากระชับเสื้อคลุมขนสัตว์ของตนเองให้แน่นขึ้นก่อนจะเริ่มเดินสำรวจ ไม่นานนักข้าก็พบเส้นทางเล็กๆที่ตัดสู่ทะเลสาบ ผืนน้ำสะอาดใสสงบนิ่งท่ามกลางป่าลึกช่างสงบเงียบและเป็นสถานที่ที่เหมาะอย่างยิ่งกับสิ่งที่ข้ารอคอย

                ตามแผนที่แล้วก็น่าจะเป็นแถวนี้ ถ้าข้าไม่ได้คัดลอกมาผิดล่ะก็นะ

                “ออกมาสิหิงห้อยเหมันต์ ข้าจะจับเจ้าให้ได้เลยคอยดู” ข้าหมายมั่นปั้นมือ หิงห้อยเหมันต์เป็นภูตหายากที่ว่ากันว่าหากมีไว้ในครอบครองจะได้รับโชคลาภและทรัพย์สิน ความจริงข้าไม่ได้สนใจเรื่องของมีค่านัก เพียงแต่เพราะคำดูหมิ่นของคนในหมู่บ้านที่ว่าข้าเป็นเพียงคนไร้แก่นสารและไม่เคยทำประโยชน์ใดให้ชาวทไวซ์นั้นตัดรอนกำลังใจข้าเสียจนไม่อาจอยู่เฉย

                ตั้งแต่จำความได้ถึงตอนนี้ สิบสี่ปีที่ผ่านมาทุกคนในเผ่าชื่นชมยินดีกับความเก่งกาจของพี่ชายข้า

                ข้าช่างต่างจากพี่ชายซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าเผ่าคนปัจจุบัน

                ลีอาพี่ชายต่างมารดาของข้าเป็นคนมีอุดมการณ์และถูกปลูกฝังจากบิดาข้าเพื่อให้เป็นผู้นำ เขามีความหวังที่จะนำพาพวกเราออกจากเขตป่ามืดและเป็นแรงผลักดันให้ชาวเผ่าคนอื่นๆฝึกฝนวิชารบ ผู้คนในเผ่ายอมรับในความสามารถของพี่ข้าตั้งแต่เขายังไม่อายุไม่ครบสิบห้าดี เมื่อบิดาข้าสละตำแหน่งด้วยความแก่ชรา ลีอาก็ขึ้นเป็นหัวหน้าชาวทไวซ์ด้วยวัยเพียงสิบแปดปีและเป็นหัวหน้าเผ่าทไวซ์ที่อายุน้อยที่สุดในขณะนั้น

                พี่ชายข้าหมกมุ่นอยู่กับเรื่องราวของศิลาแดงที่สืบทอดกันมาในหมู่หัวหน้าเผ่าเช่นเดียวกับพ่อ ศิลาสีโลหิตสิ่งที่สืบทอดกันมาในบรรดาหัวหน้าเผ่าทไวซ์ ว่ากันว่ามันคือความหวังเพียงหนึ่งเดียวของพวกเราและผู้ที่ได้รับตำแหน่งหัวหน้าเผ่าเท่านั้นที่มีสิทธิ์จะล่วงรู้ความลับของศิลาแดง

                แน่นอนว่าข้าไม่มีสิทธิ์นั้น

                ตัวข้าที่ไม่ได้มีความสลักสำคัญอะไรตั้งแต่ต้นเคยเห็นของสิ่งนั้นผ่านตาเพียงครั้งเดียวในพิธีรับมอบตำแหน่งของลีอา ข้าไม่ได้สนใจตำนานศิลาแดงนั่น ช่างน่าขำ ชาวทไวซ์ยังหลงเหลือความหวังสิ่งใดอยู่อีกหรือ พวกเราที่ถูกสะกดอยู่ในป่ามืดนับพันปีไม่ต่างอะไรกับชนเผ่าที่ไร้ตัวตน ข้าเลิกหวังและไม่คิดจะว่าตนเองจะสามารถออกไปจากป่ามืด

                ชีวิตของข้า...ไร้ซึ่งความหวังสิ้นดี...

                คนอื่นมองข้าเป็นเพียงตัวตลกผู้ไม่เคยทำประโยชน์ให้ชาวทไวซ์ แม้จะมีสายเลือดของหัวหน้าเผ่าไหลเวียนอยู่ในร่างกายนี้ครึ่งหนึ่ง...แต่ข้า...ไม่เคยเป็นที่ยอมรับ...

                แต่คอยดูเถิด หากจับหิงห้อยเหมันต์กลับไปได้ล่ะก็ เจ้าพวกโง่เง่านั่นต้องเปลี่ยนความคิดแน่!

                ข้าซุ่มรอจนกระทั่งฟ้ามืด โชคร้ายที่นอกจากจะไม่ได้เตรียมอาหารเย็นมา ข้ายังลืมแม้กระทั่งถุงมือหนังสัตว์ที่ให้ความอบอุ่น ข้าพยายามหลอกตัวเองว่าไม่หิวขณะที่สายตาจับจ้องเหนือผืนน้ำจากพุ่มไม้ที่ซ่อนตัว หลังจากรออยู่นานสองนานก็ไม่เห็นวี่แววของภูตนำโชคลาภที่หมายตาอยู่แม้แต่น้อย ข้าหาวหวอด ชักรู้สึกง่วงงุน ความหวังที่จะได้พบภูตนำโชครางเลือนเต็มที

                หากตื่นขึ้นมาอีกครั้งยังไม่พบวี่แววของหิงห้อยเหมันต์ พรุ่งนี้ข้าอาจต้องยอมกลับไปที่เผ่าด้วยความอดสู

                ข้าหลับตาลง ซุกตัวลงในพุ่มไม้ขณะรอเวลา


****

                ห้วงนิทราของข้าจบลงเพราะเสียงประหลาด

                ข้าลืมตาขึ้นเชื่องช้า แว่วได้ยินเสียงกรีดแหลมของเครื่องเป่า ท่วงทำนองอ้อยอิ่งผสานกับเสียงลมไพเราะราวกับอยู่ในห้วงฝัน ข้ากวาดสายตามองหาต้นเสียงก่อนจะต้องตะลึงค้างเมื่อเหนือทะเลสาบต้องห้ามปรากฏหิงห้อยสีขาวปานหิมะนับร้อยพันลอยฟุ้งในอากาศ แสงจันทร์ตกกระทบเหนือผืนน้ำสะท้อนภาพร่างปริศนาที่ร่างกายโผล่พ้นน้ำเพียงครึ่ง แผ่นอกเปลือยเปล่าถูกบดบังด้วยเรือนผมสีเงินยวง ในมือฝ่ายนั้นถือขลุ่ยไม้ ต้นเสียงที่ปลุกข้าจากภวังค์ฝัน และในวินาทีนั้น

            ...ข้าก็ตกหลุมรัก...

                แทนที่จะรีบจับหิงห้อยเหมันต์ใส่ผลึกแก้วที่เตรียมมา ดวงตาของข้ากับจับจ้องอยู่ที่สิ่งอื่น กว่าจะรู้ตัว...ฝีเท้าก็ย่ำเหยียบลงในผืนน้ำ ภูตนำโชคพากันแตกตื่นสะบัดปีกบินหนีกระจัดกระจายไปทั่วฟ้า เสียงขลุ่ยไพเราะหยุดชะงัก

                เสี้ยวหน้าด้านข้างหันกลับมา นัยน์ตาคู่นั้นมองสบโดยมีจันทรากลมโตฉายแสงอยู่เบื้องหลัง

                “เจ้าทำให้เพื่อนข้าเสียขวัญ” เสียงทุ้มนั้นลากยาว “...ทไวซ์”

                “ขะ..ข้า..”

                ในท้องปั่นป่วนจนพูดไม่ออก หัวใจเต้นแรงคล้ายจะปะทุ ร่างตรงหน้าย่างกรายแหวกกระแสน้ำเข้ามาใกล้ ราวกับจะถูกสะกดให้ตรึงอยู่กับที่เมื่อถูกนัยน์ตาสีควันบุหรี่คู่นั้นจับจ้อง ข้าผงะค้างเมื่อสังเกตเห็นบางอย่างที่อยู่เหนือหน้าผากนั่น

                “นะ...นี่เจ้าเป็น!

                “ยักษ์เงิน” อีกฝ่ายตอบอย่างไม่ทุกข์ร้อน ยักษ์เงินงั้นหรือ! ข้าได้ยินว่าเผ่ายักษ์เงินสาบสูญไปจากไททันนานมาแล้ว แล้วเหตุใดคนผู้นี้ถึงได้...

                กรอบตาคมชัดจับจ้องข้าอย่างสังเกตก่อนอีกฝ่ายจะเดินผ่านข้าไปเสียเฉยๆ เรือนร่างเปลือยเปล่าค่อยๆโผล่พ้นเหนือผืนน้ำ ข้ากลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอขณะมองยักษ์เงินบรรจงสวมเสื้อผ้าอย่างไม่เร่งร้อน ทว่าเมื่ออีกฝ่ายเหลือบตามองกลับมาข้าก็รีบหันหลบอย่างไม่มีเหตุผล

                “มะ...ไม่กลัวข้าจะล่าเจ้าหรือ”

                “เจ้าคงไม่ฉลาดพอ ดูท่าที่มาที่นี่ก็คงเพราะอยากจับหิงห้อยเหมันต์” ยักษ์เงินตอบกลับ ถึงจะถูกปรามาสเช่นนั้นแต่ข้ากลับไม่รู้สึกโกรธเกรี้ยว ข้ามองผลึกแก้วที่เตรียมมาจับภูตนำโชคในมือซึ่งดูท่าจะไม่สามารถจับสิ่งใดกลับหมู่บ้านได้อีกแล้ว กว่าหิงห้อยเหมันต์จะปรากฏตัวอีกครั้งย่อมเป็นวันพระจันทร์เต็มดวงในเดือนหน้า แต่จะสำคัญอะไรอีกเล่า

                ในเมื่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้าข้า...วิเศษกว่าหิงห้อยเหมันต์ไม่รู้กี่เท่า

                “เจ้า...เจ้าอยู่ตัวคนเดียวหรือยักษ์เงิน ข้าชื่ออลัน เป็นชาวทไวซ์แห่งป่ามืด ข้า...” ไม่ทันได้พูดต่อขาที่ก้าวสั่นเทาก็พลันอ่อนแรงทรุบฮวบ ใบหน้าล้มฟาดลงในผืนน้ำจนแตกกระเซ็น

                ...เวร...ข้าหิวจนไม่มีแรงเหลือแล้ว...


****

                โง่เง่า! โง่เง่าเหลือเกิน!

                ข้าสำนึกในใจขณะกัดผลไม้สีแดงกร่ำในมือด้วยความหิว ทั้งที่ตั้งใจจะสร้างความประทับใจแรกพบให้ยักษ์เงินด้วยการหยิบยื่นมิตรภาพแต่กลับกลายเป็นว่าข้าต้องพึ่งพาเสบียงอาหารของเขาบรรเทาท้อง

                น่าอับอายเหลือเกิน...อลัน...เจ้ามันงี่เง่าอย่างที่พวกคนในเผ่าว่ากันจริงๆด้วย!

                “หากเจ้าไม่เป็นไรแล้วข้าคงต้องขอตัว ทั้งหมดนี่ถือว่าข้าให้”

                “ดะ..เดี๋ยวก่อน” ไม่รู้ทำไมข้าถึงได้พูดจาตะกุกตะกักนัก “ชื่อของเจ้า แค่ชื่อของเจ้าช่วยบอกข้าได้หรือไม่” เมื่อเห็นอีกฝ่ายนิ่งไปข้าจึงรีบเอ่ยย้ำ “เจ้าเป็นผู้มีพระคุณของข้าแล้ว ยักษ์เงิน ช่วยบอกชื่อของเจ้าแก่ข้าด้วยเถอะ” อีกฝ่ายชะงักไป นัยน์ตาสีควันวูบหลบครู่หนึ่งอย่างครุ่นคิด สุดท้ายยักษ์เงินก็เอ่ยปาก

                “เซซาเรย์”

            ...เซซาเรย์... นามนั้นสลักลึกลงกลางใจ ข้าลอบมองเสี้ยวหน้ายักษ์เงิน ใบหน้าเป็นคมสันอย่างบุรุษเต็มวัยได้รูปสวย เขาคงอายุมากกว่าข้าราวๆห้าปี เรือนผมสีเงินยวงทิ้งตัวยาวแม้จะถูกมัดรวบ ข้าพยายามรั้งให้เขาอยู่รอแสงตะวันยามรุ่งสางด้วยการสนทนา ไม่รู้เพราะเหตุใด...เพียงพบกันไม่นานกลับรู้สึกสนิทใจ ข้าเล่าเรื่องของตัวเองอย่างที่ไม่เคยทำกับผู้ใด เรื่องราวของข้าตั้งแต่เด็กจนโต ซึ่งล้วนแต่ไม่มีความน่าประทับใจทั้งสิ้น

                ทว่าเซซาเรย์กลับยิ้มบางยามเอ่ยลา และเมื่อข้าตัดสินใจขอพบเขาอีกครั้งกลับได้คำตอบเพียงสิ่งเดียว

                “ข้าชอบเรื่องที่เจ้าเล่า อลัน...ชอบพอๆกับหิงห้อยเหมันต์เลยทีเดียว”

                ………………………………..

                ………………….

                ………

                ถึงข้าจะไม่ค่อยฉลาดแต่ก็พอจะรู้ว่าเซซาเรย์หมายความถึงสิ่งใด

                เขาชอบหิงห้อยเหมันต์ ดังนั้นเมื่อครบรอบวันพระจันทร์เต็มดวงอีกครั้งเซซาเรย์จะต้องมาที่ทะเลสาบเป็นแน่
ข้ากุลีกุจอเตรียมอาหารและเหล้าเลิศรสที่ขนมาจากหมู่บ้านจัดวางลงเหนือผ้าพรมผืนบาง ฉีกยิ้มให้เงาตัวเองที่สะท้อนเหนือผืนน้ำเพื่อตรวจสอบว่าใบหน้ายังดูดีอยู่หรือไม่ ข้าเฝ้ารอจนกระทั่งอาทิตย์ลับขอบฟ้า

                และเมื่อผืนฟ้ายามราตรีปรากฏหิงห้อยสีขาวบินวนเหนือผืนน้ำ

                เสียงขลุ่ยที่ข้ารอคอยมาร่วมเดือนก็แว่วดังขึ้น

                ราวกับตกอยู่ในภวังค์ ข้าจ้องมองเรือนผมสีเงินยวงพัดพลิ้วตามสายลม หิงห้อยเหมันต์ร่ายรำเหนือทะเลสาบคลอเสียงเครื่องเป่า พระจันทร์ดวงโตฉายแสงพราวระยับสะท้อนเหนือผืนน้ำสงบนิ่ง ข้าซึมซับความงามของภาพตรงหน้าอย่างไม่อาจห้ามใจ

                ช่างงดงามเหลือเกิน

                งดงามกว่าออโรลาบนม่านฟ้า ทอประกายกว่าจันทราและมวลดาราใด

                ...เซซาเรย์...

                ...ต้องทำเช่นไรจึงจะได้อยู่เคียงข้างเจ้า...


****

                “รสชาติดีนี่” ข้าฉีกยิ้มรับคำชม รีบเอ่ยอ้างสรรพคุณโดยพลัน “แน่นอน เพราะข้าเป็นคนหมักนี่ หากเป็นเรื่องการหมักเหล้าไม่ว่าใครก็ต้องยอมพ่ายแก่ข้าทั้งนั้น” ข้ายืดอกอย่างภาคภูมิ ถึงแม้ด้วยวัยเช่นข้าการมีดีแค่หมักเหล้าจะทำให้ข้าถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกขี้เมา แต่ข้าก็ไม่ปฏิเสธ บางครั้งสุราทำให้ข้าเป็นสุขเสียยิ่งกว่าความจริงที่เป็นอยู่

                เซซาเรย์ยกกระบอกหนังสัตว์ซึ่งบรรจุน้ำเมาอยู่ขึ้นดื่มรวดเดียวหมดจนข้ายังแอบแปลกใจไม่ได้ เหล้าของข้าไม่ได้รสอ่อนนัก แต่เหตุใดยักษ์เงินจึงไม่มีทีท่ามึนเมาสักนิดเลยเล่า

                “เจ้าคอแข็งเหลือเกิน” อีกฝ่ายหัวเราะ

                “คิดจะมอมเหล้าข้าหรืออย่างไร” ข้าปฏิเสธพัลวัน ยักษ์เงินยกยิ้ม ดวงตาของเขาอ่อนโยนยิ่งนัก “เจ้ามันคนซื่อ อลัน...แค่มองตาข้าก็รู้ว่าเจ้าไม่คิดร้าย” ใบหน้าคมคายโน้มลงใกล้ “ไม่กี่คนนักหรอกที่เมื่อพบยักษ์เงินจะไม่คิดร้องขอคำอธิษฐาน” เขาขยับเข้าใกล้ข้า...ใกล้เกินไป...

                “...ข้าริษยาความซื่อตรงของเจ้านัก...”

                ข้าไม่ได้ซื่อตรงเลย เซซาเรย์

                ยามนี้ข้าอยากจูบเจ้า...แทบขาดใจ...

                ………………………………..

                ………………….

                ………

                มิตรภาพของข้าและเซซาเรย์ค่อยๆก่อตัวขึ้น ท่ามกลางหิงห้อยเหมันต์ รอยยิ้ม เรื่องเล่า น้ำเมาและเสียงหัวเราะ แม้จะมีเวลาเพียงชั่วราตรีเดียวในหนึ่งเดือน ทว่าในคืนพระจันทร์เต็มดวงกลับเป็นดั่งห้วงเวลาที่ข้าปรารถนาและเฝ้ารอทุกห้วงลมหายใจ เดือนแล้วเดือนเล่าผ่านพ้นเป็นปี เสียงขลุ่ยแว่วหวานยังกังวานในห้วงความทรงจำอย่างที่ไม่อาจมีสิ่งใดลบเลือนได้ ข้าพบแล้ว...ความหวังเดียวในการมีชีวิตอยู่ของข้า...

                ...เซซาเรย์...

                ต่อให้ต้องถูกกักขังอยู่ในป่ามืดไปชั่วกาล...แต่ขอเพียงมีเจ้าอยู่ ณ ที่นี้เท่านั้น

                “เล่าเรื่องของเจ้าให้ฟังบ้างสิ” ข้ายกกระบอกเหล้าขึ้นดื่ม ใบหน้าหล่อเหลาของยักษ์เงินมักจะประดับรอยยิ้มบางๆอยู่เสมอ ทว่าบางครั้งข้ากลับรู้สึกว่าช่างเป็นรอยยิ้มแห่งการเหยาะหยัน ราวกับจะดูถูกโลกใบนี้ ราวกับยิ้มเยาะให้กับโชคชะตา 

                ช่างเป็นรอยยิ้มที่หม่นหมองนัก

                “จะมีสิ่งใดน่าฟังกันเล่า ถูกล่า ถูกฆ่า ครอบครัวที่มีอยู่น้อยนิดล้มหายตายจาก” คำตอบนั้นทำเอาชะงักงัน รู้สึกผิดเหลือเกินที่เอ่ยถาม แต่ทั้งหมดนั้นล้วนเป็นเพราะข้าอยากรู้จักเซซาเรย์ให้มากกว่านี้

                อยากรู้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะสุขหรือเศร้า

                อยากเข้าใกล้เขามากกว่านี้

                “คราวที่แล้วเจ้ายังเล่าเรื่องศิลาแดงของชาวทไวซ์ไม่จบเลยไม่ใช่หรือ” ยักษ์เงินเปลี่ยนเรื่อง ข้าไหวไหล่ “ข้าเองก็ไม่ได้รู้อะไรมากไปกว่านั้นนักหรอก ผู้ที่สืบทอดตำแหน่งหัวหน้าเผ่าเท่านั้นที่มีสิทธิ์ล่วงรู้ความลับของศิลาแดง” ข้าถอนหายใจ

                “ข้าไม่รู้หรอกว่าเป็นเพราะอะไร แต่ชาวทไวซ์ต่างหวังว่าจะได้ออกไปจากป่ามืด”

                “แล้วเจ้าล่ะ ไม่อยากออกไปจากที่นี่หรือ” ข้ามองเซซาเรย์ด้วยคิดว่านี่ไม่ใช่คำถามที่ยักษ์เงินเช่นเขาควรถามแม้แต่นิดเดียว ราชายักษ์เงินองค์สุดท้ายเป็นผู้สะกดพวกเราเอาไว้ที่นี่ ข้ารู้เพียงว่าพวกเราแพ้สงคราม และสิ่งที่เหลือรอดจากสงครามครั้งนั้นมีเพียงศิลาแดง

                ศิลาแดงลึกลับที่ผนึกบางอย่างเอาไว้ บางอย่างที่ชาวทไวซ์เชื่อว่าจะนำมาซึ่งอิสรภาพ

                “อลัน...ในใจเจ้านึกโกรธเกลียดยักษ์เงินบ้างหรือไม่ เจ้าแค้น...นึกอยากฆ่าข้าบ้างหรือเปล่า”

                “เจ้าพูดอะไรน่ะ! ข้าน่ะหรือจะโกรธเกลียดเจ้า” ดวงตาคมมองสบข้า เซซาเรย์เอ่ยเสียงแผ่ว “ชาวยักษ์เงินกับชาวทไวซ์เป็นมิตรกัน เจ้าไม่คิดว่ามันน่าตลกหรือ”

                ความแค้น เป็นเหมือนหยดน้ำที่กระทบลงบนผิวน้ำ

                สะท้อนเป็นวงกว้างออกไป วงแล้ว วงเล่า

                คนแล้ว คนเล่า ได้รับผลกระทบ เจ็บปวดไม่มีที่สิ้นสุด

                โกรธแค้นไปแล้วได้รับสิ่งใดกัน

ความเจ็บปวดมิใช่หรือ

                “ในใจเจ้าไม่เคยมีความแค้นหรือ” เสียงทุ้มกระซิบถาม “ถ้าเป็นเจ้า...จะฆ่าข้าตอนนี้ก็ได้”

                “เซซาเรย์!” ข้าร้องเสียงหลง “อย่าพูดแบบนี้อีก ข้าไม่มีวันหักหลังเจ้า” ยักษ์เงินมองสบตาข้าก่อนจะหัวเราะ เขาหัวเราะดังขึ้นเรื่อยๆทั้งที่ข้าไม่เข้าใจ “เจ้ามันโง่เหลือเกิน อลัน...เหตุใดไม่ลองบังคับให้ข้าอธิษฐานให้เจ้าออกไปจากที่นี่ดูเล่า” เขาจับจ้องข้า นัยน์ตาสีควันบุหรี่วาววับเป็นประกายราวกับกำลังหลอกล่อให้คล้อยตาม

                “เจ้าต้องสูญเสียพลังชีวิตแลกกับคำอธิษฐาน มีชีวิตอยู่นอกเขตป่ามืดได้แล้วอย่างไรเล่า” ข้ามองสบดวงตาคู่นั้น  “...หากไม่มีเจ้าเคียงข้าง”

                ทุกถ้อยคำ...ไม่ได้โป้ปดแม้แต่นิดเดียว

                ยักษ์เงินผินหน้ากลับเชื่องช้า ดวงตาที่ทอประกายยิ่งกว่าดวงดาราเหม่อมองทะเลสาบเบื้องหน้าอย่างไม่รู้ว่ากำลังครุ่นคิดสิ่งใด “เจ้าช่างดีต่อข้านัก น่าเสียดายที่เจ้าไม่สามารถออกจากเขตป่ามืดได้” เซซาเรย์หันกลับมองสบสายตา นัยน์ตาโศกคู่นั้นซ่อนความรวดร้าวได้ไม่มิด

                “มิเช่นนั้น...ข้าคงให้เจ้าเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวในวันพรุ่งนี้”

                ...ราวกับบางอย่างแตกปะทุออกเป็นเสี่ยงๆ...

                “พรุ่งนี้ข้าจะเข้าพิธีแต่งงาน นี่อาจเป็นราตรีสุดท้ายที่จะมาที่นี่ ขอบใจสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง” นัยน์ตาคู่นั้นเหม่อมองผืนน้ำสงบนิ่งเบื้องหน้า เขาไม่ได้มองข้า

                ...ไม่ได้มองข้า...แม้แต่นิดเดียว....

            ลาก่อน... ถ้อยคำสั้นง่ายกระชากทั้งดวงใจลงบดขยี้ หัวใจข้าบีบตัวหดเกร็งราวกับจะแตกสลายลงในวินาทีนั้น เสมือนถูกเข็มแหลมนับพันเล่มทิ่มแทง เจ็บปวด ทั้งที่ร่างกายไร้ซึ่งรอยแผลใดๆ

                ร่างสูงโปร่งลุกยืนขึ้น นัยน์ตาสีควันบุหรี่ไหววูบจับจ้องข้าจนสะท้านไปทั้งใจ ทันทีที่เห็นสายตาเช่นนั้น...

                ...ข้าก็รู้ว่าเซซาเรย์จะไม่กลับมาอีกแล้ว...

                ...จะไม่ได้พบเขาอีกแล้ว...

                ยักษ์เงินหันหลังให้ ฝีเท้าที่ก้าวอย่างมั่นคงพาคนที่ข้าห่วงหาห่างไกลออกไปเรื่อยๆ ไวเท่าความคิด ขาทั้งสองข้างก็ก้าวตาม ทั้งที่รู้ว่าเขาจะไม่หันกลับมา ทั้งที่รู้ว่าเขาไม่ได้เลือกข้า

                ทว่ายิ่งไล่ตามเท่าไหร่กลับยิ่งห่างไกลเท่านั้น

                “เซซาเรย์!” ข้าร้องเรียกชื่อนั้นเพียงครั้ง ทั้งที่หัวใจกรีดร้องชื่อเขานับครั้งไม่ถ้วน ทุกราตรีที่ข้าเฝ้ารอสุดท้ายจะจบลงเช่นนี้อย่างนั้นหรือ จบลงทั้งที่ข้ายังไม่ได้เอ่ยความรู้สึกของตัวเองไปอย่างนั้นหรือ

            ...ข้ารักเจ้า...

            ...รักจนไม่รู้จะทำเช่นไร...

                “อย่าตามมา!” เสียงทุ้มร้องสั่ง “หลังจากนี้จะเป็นเขตอาคม หากต้องเขตอาคมของยักษ์เงินเจ้าจะตาย” แผ่นหลังที่ข้าไล่ตามหยุดลงเบื้องหน้า ทิ้งระยะห่างไว้เพียงเอื้อมมือเท่านั้น

                ระยะห่างที่ข้าไม่สามารถก้าวข้ามไปได้

                เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของข้าและเซซาเรย์ถูกรักษาไว้เพราะความกลัว...กลัวว่าจะทำมันพังทลายลงในวันใดวันหนึ่ง ทว่าเวลานี้ต่อให้อยากก้าวข้ามไปแค่ไหน ข้าก็ไม่อาจทำได้อีกแล้ว

                หากก้าวข้ามไป ก็มีแต่ข้า...ที่ต้องตายอย่างทรมาน

                “เซซาเรย์...มองข้าสิ...” นึกชื่นชมตัวเองนักที่บังคับไม่ให้เสียงสั่นพร่าได้ “ข้า...จะอวยพรให้เจ้า...” ร่างสูงหยุดนิ่ง นิ่งเสียจนข้าหวั่นใจ

                “คนที่กำลังร้องไห้ ไม่สามารถอวยพรได้หรอก...อลัน...” แผ่นหลังตรงตระหง่านไม่แม้แต่จะหันกลับ ใต้แสงจันทร์สีเงินยวง ยักษ์เงินเดินจากข้าไปเชื่องช้า ทิ้งไว้เพียงสองสิ่งคือลมป่าที่หอบพัดหิงห้อยเหมันต์สีขาวบินพลิ้วเช่นในคราแรกที่ได้พบกัน

                และอีกสิ่งหนึ่ง...

            ...คือรอยน้ำตา...





************************************************************************************




สวัสดีค่า >__<  ยังมีชีวิตรันทดอยู่ใต้กองงานเช่นเดิม คิดถึงคนอ่านและเจ้าเซย์มากๆ แต่ที่คิดถึงที่สุดก็คือชายหนุ่มในตอนนี้ ลุงอลันวัย 14 ปีช่างโมเอ้มากๆ >_< ลุงค๊าาา ตอนเด็กๆลุงใสได้ขนาดนี้เชียวหรอ (ฮาาาา) ส่วนเซซาเรย์คุณพ่อของเจ้าเซย์นั้น ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคุณพ่อจะมีลูกได้ปัญญาอ่อนแบบสุดโต่ง  เชื่อแล้วว่าเด็กจะเป็นยังไงนั้นขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูจริงๆ เจ้าเซย์ที่โตมากับป๋าอลันจึงได้เพี้ยนๆบ๊องๆบวมๆ แบบนั้น


ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นและโหวตน้า ต่ายดำอ่านทุกอัน(แถมอันละหลายๆรอบด้วย) เลิฟๆคอมเม้นมาก มันคือถังพลังงานในการเขียน แฮ่ ดังนั้นรักใครชอบใครอยากด่าใคร (ยกเว้นคนเขียน) เชิญเต็มที่นะค้า : ))

ปล. ใครที่รอหนุ่มลาร์ค เจอกัน TITAN 15 นะคะ : ))


Blackbunny 
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

1,542 ความคิดเห็น

  1. #1496 61imyoko (@yoko-sirikorn) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 23:00
    ว่าแล้วเชียววว
    #1496
    0
  2. #1457 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 14:43
    แงงงงงคุมแม่
    #1457
    0
  3. #1430 Mammy Sentereza (@mam3714) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 01:24
    แงงงวงวววงวงวงอาลัน แงวงวงว
    #1430
    0
  4. #1369 Radtida เธ612557 (@songkhamlue) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 มกราคม 2559 / 11:50
    สงสารมากกT^T ชีวิตชั่งมีอุปสรรคเยอะจริง
    #1369
    0
  5. #1347 Kanyavee (@kanyavee1) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 กันยายน 2558 / 18:01
    T-T อลัน
    #1347
    0
  6. #1336 shiori:D (@gg9exo12) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2558 / 17:00
    ตอนแรกกะว่าจะอ่านให้หมดละค่อยเม้นยาวๆทีเดียว แต่ตอนนี้ประทับใจจนต้องเม้นเลย ฮือออ น้ำตาคลอเลยอะไรท์ คือแบบ จินตนาการภาพเซซาเรย์ที่เดินผ่านเขตอาคมออกไป แต่อลันกลับทำได้แค่มองตามแล้วก็ร้องไห้ อะไรจะเศร้าปานนั้น โอยไม่ไหว หนูเศร้า แง้
    #1336
    0
  7. #1307 loocbomb (@loocbomb) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 มกราคม 2558 / 22:18
    สงสารอลัน T.T แต่ป๊าป๋าเซย์ก็ดูหล่อเข้มไม่เบา55555
    #1307
    0
  8. #1229 wimwin (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2557 / 12:28
    สงสารอลัน อยากรู้ว่าเซซาเรย์มีใจให้อลันบ้างมั้ยนะ น้ำตาจะไหล 
    #1229
    0
  9. #1095 akapee (@akapee) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2557 / 08:33
    ตอนต่อไปรัวๆ
    #1095
    0
  10. #1036 noon (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 เมษายน 2557 / 20:01
    ฮือ ฮิอ อลันสามีค่าาาาาาาาาาาา(รึเปล่านะ) ฮ่า รักที่แสนเศร้า

    "คนที่กำลังร้องห้ไม่สามารถอวยพรได้หรอก...อลัน"

    ฮือ!!! มันเจ็บ มันเศร้า!!
    #1036
    0
  11. #1014 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 มกราคม 2557 / 19:56
    จริงซะด้วย ,,,,  แหม ,, น่าสงสารลุงออก
    #1014
    0
  12. #977 Blood_Festival (@blood_fastival) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2556 / 23:01
    ผมว่าแล้ว!!!! เป็นจริงๆด้วย แต่พ่อเซก็ไปแล้ว งั้นก็....หึหึหึหึ
    ลาร์ค x อลันล่ะกัน เห็นเขม่นกันอยู่
    #977
    0
  13. #943 Delaluna (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2556 / 00:25
    โอนเนอร์แอบรักพ่อเซย์หรอกเหรอ เพราะงั้นเลยดูแลเซย์มาดีมากๆสินะ =m=
    #943
    0
  14. วันที่ 18 มีนาคม 2556 / 21:40
    มันเศร้ามากๆเลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

    #750
    0
  15. #727 The Sins (@n_a_n-jang) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 มีนาคม 2556 / 17:53
    TT ซึ้งมาก
    #727
    0
  16. #715 Marshmallow KinG (@bookachook) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2556 / 20:33
    อ่านแล้ว... ว่าแล้ว! ว่าต้องมีอะไรในกอไผ่! แหม ตอนอ่านปกติ อลันเมะจัด แต่พอตอนนี้... เคะได้อีก!
    #715
    0
  17. #680 +-Black_White_God_Devil+- (@hibari-san) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 มกราคม 2556 / 21:25
    น้ำตาไหล T_T ซึ้งมากเลยอ่ะ แงงงง
    #680
    0
  18. #678 ♀Lucky Devil♂ (@chocolit) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มกราคม 2556 / 05:42
    ตอนแรกคิดว่าอลันเคะหรือเมะก็ได้ทั้งนั้น! 
    แต่พออ่านตอนนี้จบ...อลัน ลุงเคะอะเหมาะสุดๆแล้ว
    โมเอะได้อีก แอร๊ยยยยย~~

    เห้นของเซย์แล้วแบบ...เฮ้ย!!นี้พ่อเซย์จริงๆรึ??
    มันคงอยู่ที่คนเลี้ยงดูจริงๆ สินะ = ="
    #678
    0
  19. #671 เนอเวย์ (@hot-oil) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2555 / 20:11
    เซย์ พ่อแกหว่านเสน่ห์ไปทั้ว ??
    เชียร์อลันเคะ ลาร์คเมะ
    #671
    0
  20. #654 มาริสา (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2555 / 22:01
    ลุงค๊าาาาาาาาา !!! ทำไมยามละอ่อน ลุงน่ารักเช่นนี้



    (หลายปีผ่านไปจากการ อดทดเลี้ยงเจ้าเซย์ใช่หรือไม่ที่ทำให้ลุงเปี้ยนไป๋ ?)



    ปล. ลาร์ค...อลันชอบผู้ชายเย็นชา รู้ทัน และพูดน้อย ลึกลับแน่ะนาย...ทำแต้มหน่อยนะ



    me โบกป้ายไฟเชียร์เงียบ ๆ
    #654
    0
  21. #653 num1801 (@num1801) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2555 / 23:41
    อู๊บ
    ซึ่งมากกกกกกก
    อลัน นาย นาย นายน่ารักอ่ะ >////<

    ดูซื่อๆผิดกับปัจจุบันแฮะ(?)
    #653
    0
  22. #652 sunshadow (@sunshadow) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2555 / 09:11



       O_O"    *0*    >_<"
       โอ๊ะ นายอลันหลงรักคุณพ่ออย่างนั้นเหรอเนี่ย
       มิน่าล่ะ. . .
       



    #652
    0
  23. #650 Princess of Castle (@lodestar) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2555 / 17:27
    แอร๊ยยยย!! ลุงจ๋าลุงเอาเพลงด้านล่างไปเปิดฟังนะ T_T !! http://www.youtube.com/watch?v=kAcIupIdmZI // โดนฆ่า

    สงสารลุงมากอ่ะ แต่ถ้าพ่อของเซย์ไม่ได้แต่งงานก็ไม่มีเซย์สินะ !! T_T !!

    ร้องไห้มันทุกประโยคสิบทนี้ แง !! ลุงแกจะได้มีคู่กับเขาหรือเปล่าเนี่ย // เช็ดน้ำตา 

    ปล. ถ้าลุงจะมีให้ลุงเป็นเคะนะ โฮะๆๆๆ # ไรท์เตอร์กุมขมับ


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 26 พฤศจิกายน 2555 / 17:30
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 26 พฤศจิกายน 2555 / 17:34
    แก้ไขครั้งที่ 3 เมื่อ 26 พฤศจิกายน 2555 / 17:31
    #650
    0
  24. #649 อาม่า (@nagoro) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2555 / 00:07
    ชอบเซซาเรย์มาาาาาาาาาากกกกกกกกกกกกกกกกคร่ะ

    อ๊า><น่ารักอะดูมาดขรึมอ๊ะมีเสน่ห์เหลือล้น

    กริ๊ดๆๆๆ

    โธ๋เห็นใจอลัน...เบาๆ แต่ปล่อยเขาไปเถอะนะ..ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

    #649
    0
  25. #605 karmdodcom (@karmdodcom) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2555 / 18:02
    //โบกป้ายเชียร์อลันสุดใจ

    ..คุณพ่อเป็นแบบนี้..ไหงเซย์ถึงเป็นแบบนี้ได้ล่ะ..=_=...
    (//หมั่นไส้เซย์ซาเรย์ แย๊กกกกก)
    อลันนนนน!!...หาคู่ให้อลันเถอะ =_=!!!
    #605
    0