(Yaoi) TITAN  ลำนำอสูรสีเงิน (จบแล้ว)

ตอนที่ 25 : TITAN 18

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,764
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    8 ก.ค. 57



TITAN 18

****


แม้ไม่อาจย้อนเวลาไปแก้ไขสิ่งใดได้

แต่ข้าจะซ่อมแซมมัน...ด้วยปัจจุบัน...

- ลาร์ค ลาซาเลียส -

****


                เสียงระเบิดดังขึ้นติดกันหลายครั้งแล้ว

                เซย์เก็บขลุ่ยไม้เข้าใต้อกเสื้อ เพียงได้ยินเสียงผิดปรกติจากด้านนอกก็เกิดความหวังว่าความวุ่นวายที่เกิดขึ้นอาจเป็นโอกาสให้เขาหนีรอด ไม่ว่าอย่างไร...ต้องรีบไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด

                เมื่อคำนึงให้ดีอาการประหลาดทั้งหลายล้วนหนักขึ้นนับตั้งแต่แยกจากทุกๆคน ตอนนี้เขาไม่รู้แล้วซ้ำว่าตัวเองเป็นใครกันแน่ เป็นแค่เซย์ ไอเซนเบิร์ก เด็กหนุ่มร้านขายเหล้าธรรมดาคนหนึ่ง เป็นยักษ์เงินที่หายสาบสูญจากไททัน...หรือเป็นอะไรที่มากกว่านั้น

                เสียงกรีดร้องนอกห้องพาลให้หัวใจเต้นระทึก เด็กหนุ่มหมอบตัวลงชิดผนังข้างประตู ยิ่งแนบตัวชิดกับผนังยิ่งได้ยินเสียงร้องที่ด้านนอกชัดเจน ถึงอย่างนั้นก็เขากลับไม่ได้ยินเสียงดาบกระทบกันอย่างที่ควร เมื่อเสียงร้องเงียบลงกลับกลายเป็นเสียงเขย่าโซ่ตรวนที่คล้องรัดประตูอย่างรุนแรงพร้อมเสียงกระพือของสัตว์ปีก

                เด็กหนุ่มลุกพรวด เมื่อได้ยินเสียงโซ่หล่นกระทบพื้นเขาก็ถีบประตูสุดแรง

                “ชีฮาค!!” กาดำตัวใหญ่บินวนอยู่เบื้องหน้า กรงเล็บเปื้อนเลือดแดงสีสด เมื่อเหลือบมองบนพื้นก็พบที่มาของรอยเลือดเหล่านั้น ลำคอของทหารยามสามนายถูกขย้ำจนไม่เหลือสภาพเดิม เขากลืนน้ำลายเอื้อก เหลือบมองเงาดำเหนือหัว

                ชีฮาคตัวใหญ่ขึ้นหรือเปล่า?

                แผงปีกสีดำกว้างบินโฉบเหนือหัว กรงเล็บใหญ่แหลมคมเปรอะเลือดชวนขนลุก แต่เดี๋ยว! นี่ไม่ใช่เวลามากลัวชีฮาคสักหน่อย ถ้าชีฮาคอยู่ที่นี่เจ้านายของกาดำก็ต้องอยู่ที่นี่เช่นเดียวกัน

                ฉับพลันหายตาเหลือบเห็นกลุ่มทหารชาวยักษ์ฟ้าวิ่งตรงมาจากอีกฝั่งของปีกอาคาร เซย์ถลึงตาพรวดเมื่อกาดำตัวใหญ่บินโผจากระเบียง ชีฮาคมีปีกบินหนีแต่เขาเล่า!

                “จับตัวไว้! ” ไม่มีเวลาแล้ว ยักษ์เงินเหลือบมองซ้ายขวา ระเบียงทางเดินนี้อยู่ห่างจากชั้นล่างราวหกเมตร หากเขากระโดดลงไปไม่ดีล่ะก็...ขณะที่กำลังคิดนั่นเองคอเสื้อก็ถูกกระชากยกลอยก่อนที่ทั้งร่างจะถูกเหวี่ยงอย่างแรง ในหัวหมุนเคว้งเห็นเพดานผนังสลับกับภาพท้องฟ้าก่อนที่ทั้งร่างจะหล่นกระแทกกับพื้นหญ้าจนเจ็บจุก เขาเหลือบตาขึ้นเห็นชีฮาคบินอยู่เหนือหัว กรงเล็บที่ดึงคอเสื้อเขาเมื่อครู่กระชากดึงผมเขาไม่กี่เส้นก่อนหดเก็บดังเดิม

                “มันเจ็บนะ!

                จากที่เคยคิดว่าชีฮาคไม่ชอบขี้หน้าเขาตอนนี้เซย์สรุปได้แล้วว่าสัตว์เลี้ยงของฟารุคต้องเกลียดเขามากแน่ ถึงแขนขาจะไม่หักแต่มั่นใจได้ว่าอีกไม่กี่วันต้องมีรอยเขียวๆม่วงๆตามตัวไม่น้อยเลย เด็กหนุ่มรีบลุกวิ่งตามทางที่กาดำบินนำ ทั้งใจเต้นระทึกด้วยยังไม่อาจคาดเดาสถานการณ์

                เซย์วูบหลบหลังเสาต้นใหญ่เมื่อเห็นกลุ่มทหารยักษ์ฟ้าปะทะกับใครคนหนึ่งอยู่เบื้องหน้า ฉับพลันมือข้างหนึ่งตะปบเข้าที่ริมฝีปากกลั้นเสียงร้อง

                “นี่ข้าเอง” เสียงกระซิบริมหูทำให้ร่างที่ดิ้นขลุกหยุดชะงัก

                ...ไม่จริงน่า...

                “เรซิส! นายมาทำอะไรที่นี่” รัชทายาทแห่งเอลมัลไม่ตอบคำ ใช่! รัชทายาท! หมอนี่รู้ตัวหรือเปล่าว่าไม่ควรมาอยู่ที่นี่แม้แต่นิดเดียว “พวกมันตีวงล้อมรอบคฤหาสน์แล้ว เราจะไปที่ทางน้ำใต้ดิน” ร่างสูงดึงข้อมือเขาให้วิ่งตาม เซย์สังเกตเห็นดาบยาวในมือเรซิสอาบย้อมด้วยเลือดสีสด “ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะลอบออกมาได้”

                “ชีฮาคกระชากโซ่จนขาด ฆ่าทหารยามด้วย” จังหวะนั้นเรซิสดึงตัวเขาพิงแนบกับแผ่นอก ซ่อนตัวจากสายตาทหารบาแซนไดซ์หลังเสาต้นใหญ่ องค์ชายยักษ์แดงใช้มือซ้ายที่ไม่ได้จับอาวุธโอบคนตรงหน้าไว้แน่น

                “ชีฮาคเองก็ใกล้หมดแรงแล้ว นกนั่นใช้พลังจากศิลาพลังงาน” คนฟังร้องอ๋อในใจ “เซย์” เสียงกระซิบเรียกนั้นแผ่วหวิว “...ปลอดภัยดีใช่หรือไม่”

                เพราะไม่มีเวลามากนัก เรซิสที่ได้แต่มองสำรวจเพียงผิวเผินจึงอดถามด้วยความห่วงใยไม่ได้ เมื่อเห็นคนในอ้อมแขนพยักหน้ารับองค์ชายหนุ่มจึงมุ่งความสนใจไปยังเบื้องหน้าอีกครั้ง

                “ระหว่างที่ลาร์คถ่วงเวลาและดึงกำลัง อลันระเบิดห้องยาและคลังอาวุธ ฟารุคกับบาร์ซีคลอบเข้าไปในคฤหาสน์เพื่อตามหาเจ้า” เรซิสดึงเขาให้วิ่งตามอีกครั้ง “ข้ากับกำลังเสริมเตรียมพร้อมอยู่ด้านล่าง แต่ไคซารอบคอบเกินไป รอบคฤหาสน์เต็มไปด้วยกับดัก”

                “นายไม่ควรมาที่นี่เลย” ทหารที่เห็นพวกเขามุ่งตรงเข้ามา เรซิสกันเขาไว้ด้านหลังในตอนนั้นเองที่เขาสังเกตเห็นรอยเลือดที่หัวไหล่ซ้ายองค์รัชทายาท “นายบาดเจ็บนี่!

                “นั่นไม่ใช่เลือดข้า” อาวุธสีเงินวาววับกระแทกฟันทหารชาวยักษ์ฟ้า เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นการต่อสู้ในระยะประชิดเขาจึงเบือนหน้าหนีเมื่อเห็นปลายดาบแทงลงที่กลางหน้าอกศัตรู โลหิตสีแดงไหลทะลักเป็นวงกว้าง เซย์สูดลมหายใจเข้าลึกก่อนตัดสินใจก้มหยิบดาบของทหารผู้สิ้นชีพขึ้นกำจับ แม้ฝีมือจะไม่ดีนักแต่ที่เคยฝึกซ้อมกับลาร์คมาคงไม่เสียเปล่าแน่ เพียงครู่เดียวทั้งเขาและเรซิสก็อ้อมมายังด้านหลังคฤหาสน์ องค์ชายยักษ์แดงกล่าวว่าจุดนัดพบอยู่ไม่ไกลนัก

                “ชีฮาคคงจะแจ้งเรื่องเจ้าให้ฟารุคทราบแล้ว เราจะซุ่มรออยู่ที่นี่” เซย์นึกแย้งในใจ และเหมือนจะรู้ความคิดนั้น นัยน์ตาสีทับทิมอ่อนแสงลง “เจ้าเป็นห่วงเขา ข้ารู้ แต่พวกเรามีกำลังไม่มากนัก ทางรอดคือการหลบหนีไม่ใช่ปะทะ” พลันเกิดเสียงระเบิดดังลั่นพร้อมลูกไฟดวงยักษ์ที่ลุกโชนคฤหาสน์เบื้องหน้า แววตาสีทับทิมอาบย้อมประกายไฟในชั่วพริบตา

                “แต่หลังจากนี้ไคซาต้องชดใช้ให้เอลมัลอีกมาก...อย่างไม่มีวันลืม...”


****

                เสียงร้องด้วยความทรมานดังขึ้นติดต่อกันหลายครั้ง ฟารุคกระชากดาบดำซึ่งบัดนี้อาบย้อมด้วยโลหิตกลิ่นคาวคลุ้งออกจากร่างไร้วิญญาณ หางตาเหลือบเห็นอีกาสีดำบินวนเข้ามาใกล้ ชีฮาคร่อนลงเกาะที่ริมระเบียง นกเลี้ยงคาบเส้นไหมสีเงินยาวสองสามเส้นไว้ในปาก    

                ...เส้นผมสีเงิน...

                ยักษ์ดำร้องสั่งให้บาร์ซีคกลับไปที่จุดนัดพบในทันทีทว่าเมื่อหันหลังกลับกลับพบบุคคลที่เขาไม่คิดว่าจะเห็นเป็นครั้งสอง “เจ้าไม่เปลี่ยนเลย” แม้น้ำเสียงจะเรียบนิ่งแต่สิ่งที่สะท้อนอยู่ในดวงตาสีชากลับเป็นดวงไฟโชติช่วง

                “เคยไร้หัวใจอย่างไร...ก็ไร้หัวใจอย่างนั้น”

                “คนที่ใช้ทหารสังเวยกับดักนอกคฤหาสน์มีสิทธิ์พูดเช่นนี้หรือ” ฟารุคตอบกลับ “เจ้าสูญเสียคนไปเท่าไหร่แล้วรู้บ้างหรือไม่” คนฟังกระตุกยิ้มไม่ยินดียินร้าย

                “ขอแค่ได้สิ่งที่ข้าต้องการเท่านั้น” ยักษ์ดำกระชับดาบในมือ เมื่อคาดคะเนกำลังแล้วไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็เสียเปรียบ ริมฝีปากสีเซียวเหยียดยิ้ม ไคซายกมือขึ้นปรามเมื่อทหารด้านหลังเตรียมพุ่งเข้าล้อมจับผู้บุกรุก องค์ชายสามแห่งบาแซนไดซ์ชักดาบข้างกาย ประกายสีเงินบนตัวดาบวาววับด้วยเป็นอาวุธชั้นเลิศ

                “ประลองกับข้า” เสียงนั้นเจือความมั่นใจอยู่ในที “หากเจ้าชนะข้าจะลองฟังคำเจรจา แต่หากแพ้...” กลิ่นอายอันตรายแผ่กำจาย “ย่อมหมายถึงความตาย” ชีฮาคที่เกาะอยู่ข้างๆส่งเสียงร้องดังคล้ายจะข่มขู่

                “ตอนนี้ทั้งเอลมัลและบาแซนไดซ์ยังสูญเสียไม่พออีกหรือ” ฟารุคกดเสียงต่ำ “เรื่องที่รัชทายาทแห่งเอลมัลต้องคำสาปสิบสองราตรี เจ้าเองคงรู้มาบ้างแล้วเช่นกัน”

                “ข้าไม่สนใจเรื่องของเอลมัลหรือใครทั้งนั้น!” ไคซาคำรามลั่น “ที่เอลมัล...คนชั่วช้าสามานย์ที่ใช้ยาพิษลอบสังหารอย่างเจ้าคงอยู่อย่างสงบสุข ไม่ติดอยู่ในตำแหน่งเชื้อพระวงศ์ มีอำนาจในมือ...”  ไคซากลืนประโยคสุดท้ายลงในลำคอ

                ...และมีคนที่ข้าต้องการอยู่ข้างกาย....

                “เรื่องที่เจ้าถูกลอบสังหาร ไม่เกี่ยวข้องกับเอลมัลหรือวิหครัตติกาล”

                “โกหก!” ยิ่งคิดถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในใจยิ่งร้อนรนเป็นเท่าทวี “หากจะมีใครสักคนที่ทำสิ่งผิดพลาดที่สุดย่อมเป็นเจ้า เจ้าผิดตั้งแต่ถือกำเนิดมาบนโลกนี้แล้ว ฟารุค!” ฟารุคนิ่งงัน ถ้อยคำนั้นราวกับใบมีดกรีดลึกลงบนรอยแผลเป็นซ้ำๆตอกย้ำความจริงอันเจ็บปวดจนทั้งร่างชาแข็ง นัยน์ตาสีรัตติกาลกระด้างแข็ง “เช่นนั้นจงจับดาบของเจ้าขึ้นมา”

                “...ข้าจะประลอง จนกว่าเจ้าจะสาแก่ใจ...”
                ………………………………..

                ………………….

                ………

                อาทิตย์ยามเย็นทอแสงลอดผ่านม่านฟ้า แว่วเสียงวิหคกู่ร้องเป็นสัญญาณถึงยามโพล้เพล้ที่ใกล้เข้ามา มือที่จับดาบอาบย้อมด้วยสีเลือดสั่นเทา เซย์สูดลมหายใจเข้าลึกอย่างพยายามควบคุมสติ

                ...ฟันคนเข้าแล้ว...

                แม้ลมหายใจสุดท้ายของศัตรูจะถูกปลิดด้วยคมดาบของทหารยักษ์แดงคนอื่นแต่เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาตกอยู่สถานการณ์เช่นนี้ ความเป็นความตายตัดสินกันในเสี้ยววินาที มือข้างที่เปื้อนเลือดจึงสั่นสะท้านอย่างหยุดไม่ได้ เด็กหนุ่มสะดุ้งเฮือกเมื่อถูกฝ่ามือข้างหนึ่งแตะสัมผัส “ไหวหรือไม่” น้ำเสียงเจือความห่วงใยกระซิบถาม “เราควรรอที่จุดนัดพบ”

                “เรารอนานเกินไปแล้ว”

                “หากเจ้าดึงดัน พวกเราทั้งหมดจะเป็นอันตราย” เซย์เม้มริมฝีปากแน่น ตอนนี้นอกจากทหารติดตามและเรซิสแล้ว แม้แต่ลาร์คกับอลันเขาก็ยังไม่เห็นแม้เพียงเงา ทันทีที่เห็นชีฮาคบินโผกลับมาเพียงลำพัง ความพะวงที่กัดกินใจกลับยิ่งรุนแรง กาดำโฉบวนรอบรัชทายาทแห่งเอลมัล ริมฝีปากขู่ร้องด้วยท่าทีผิดปรกติ เรซิสมองเขาสลับกับกาดำ

                ในที่สุดองค์ชายยักษ์แดงก็ตัดสินใจกลับเข้ามาในคฤหาสน์เมื่อเห็นว่าทุกคนช้าเกินไปทั้งที่ควรจะใช้เวลาไม่เกินหนึ่งชั่วยาม ชีฮาคเร่งร้อนบินวนนำทางไปยังชั้นบนของคฤหาสน์ ถึงจะยังมีทหารวิ่งตระเวนอยู่โดยรอบแต่ก็สังเกตได้ว่าจำนวนลดลงไปมาก รัชทายาทแห่งเอลมัลประคองเขาวูบหลบทหารบาแซนไดซ์ จะนับว่าโชคดีได้หรือไม่ที่ตลอดการหลบหนีเขาปะทะกับชาวยักษ์ฟ้าเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ส่วนนอกเหนือจากนั้นมักอยู่ในวิถีดาบของเรซิสและคนอื่นๆ

                กาดำโฉบวูบขึ้นไปที่ระเบียงหินชั้นบน เขาเงยหน้ามองตาม ในตอนนั้นเองที่ภาพตรงหน้าปรากฏชัด

                ...ฟารุค...

                ร่างสูงใหญ่ตวัดคมดาบสีดำอันเป็นสัญลักษณ์ประจำกายเข้าปะทะกับปลายดาบของไคซารุนแรงจนเกิดประกายไฟ ท่ามกลางวงล้อมของชาวยักษ์ฟ้ามีเพียงบาร์ซีคที่ถูกจับกุมอยู่ด้านหลังเท่านั้น เขาวิ่งกระโจนไปเบื้องหน้าทันทีแต่กลับถูกทหารยักษ์ฟ้านายหนึ่งขวางหน้า อีกฝ่ายชักดาบคู่ขวางกั้นทว่ายังไม่ทันลงมือสองดาบกลับร่วงลงพื้น นัยน์ตาของชาวยักษ์ฟ้าเลื่อนลอยไม่ปรากฏแววใด

                ถูกสะกดจิต

                “อึก...เซย์!....” เสียงแหบแห้งจากด้านข้างทำให้เขาตาเบิกโพลง ร่างสูงใหญ่ปรากฏรอยริ้วสีม่วงเข้มพาดไปทั่วร่าง เรือนผมสีบลอนด์ทองชุ่มเหงื่อประตกบนใบหน้าอ่อนล้าที่ยังฝืนยิ้ม

                “อลัน!” ทันที่ที่ถลาเข้าประคองถึงได้รู้ว่าอีกฝ่ายอ่อนแรงจนแทบทรุด ถึงอย่างนั้นอลันกลับกอดเขาไว้แน่น ใบหน้าคมสันซุกลงแนบเรือนผมและคล้ายจะได้ยินเสียงสูดจมูก

                “...ไอ้เด็กบ้าเอ้ย!” เพราะถูกกอดแน่นอยู่แบบนั้นเขาจึงไม่เห็นหยดน้ำที่เอ่อคลอในดวงตาสีฟ้าเข้ม เมื่อเห็นอลันปลอดภัยเขาจึงถอนหายใจอย่างโล่งอกแต่ทันทีที่เตรียมวิ่งกระโจนไปยังชั้นบนกลับถูกทหารบาแซนไดซ์เข้าล้อมอย่างรวดเร็ว พวกเขาถอยไปรวมกับเรซิสและวิหครัตติกาลอีกสามนายที่เหลือ เรซิสเหลือบมองอลัน

                “คุ้มกันเซย์”

                “ไม่ต้องบอกก็ทำอยู่แล้วล่ะน่า!” ดาบคู่สองมือถูกชักออก ชาวทไวซ์คำรามเสียงก่อนพุ่งเข้าหาศัตรู ปลายดาบวาดฟันเข้าที่เหล่าทหารใกล้มือก่อนย่อตัวลงใช้เท้าเตะกวาดจนอีกฝ่ายเสียหลัก คนที่เหลือที่ตีล้อมรอบด้าน เสียงดาบกระทบกันอึงอื้อ ชั่วครู่หนึ่งเซย์เงยหน้ามองที่ชั้นบนและพบว่าฟารุคเองก็เห็นเขาแล้วเช่นกัน

                ยักษ์ดำมองสบเขาเพียงเสี้ยววินาทีก่อนต้องละความสนใจไปยังไคซา

                ...เท่านั้นก็พอแล้ว...

                เด็กหนุ่มกำดาบในมือแน่น ดวงตาสีควันเป็นประกายเข้มแข็ง ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาปกป้องเขาหรอกน่า!

                ลูกเตะลุ่นๆถูกปล่อยใส่กลางลำตัวชาวยักษ์ฟ้า แม้ฝีมือการใช้อาวุธจะไม่เท่าไหร่แต่รับรองว่าเรื่องเตะต่อยเขาไม่แพ้ใครแน่นอน เซย์ก้มตัววูบหลบเมื่ออีกฝ่ายใช้เกราะทรงกลมเหวี่ยงเข้าหาก่อนจะกระทุ้งศอกใส่อีกคนที่พยายามล้อมจับจากทางด้านหลัง ถึงจะไม่ค่อยเอาไหน แต่ตอนอยู่ไอร์แลนด์เขาเคยคุมร้านเหล้าเชียวนะ!

                “นายเป็นบาร์เทนเดอร์ต่างหาก!” เสียงที่ตะโกนจากด้านข้างทำเอาเผลอผุดรอยยิ้ม

                “ห้ามอ่านใจฉัน! ไอ้ลุงบ้า!

                แม้ในตอนแรกพวกเขาจะเป็นฝ่ายได้เปรียบเพราะดูเหมือนพวกทหารยักษ์ฟ้าจะไม่กล้าลงดาบตรงๆ ฝ่ายตรงข้ามทำเพียงใช้แรงจากการรุมปะทะในการโจมตีเพื่อพยายามจับตัว แต่ด้วยจำนวนที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดไม่นานนักแขนทั้งสองข้างก็ถูกล็อคจับจากด้านหลัง กลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างสมบูรณ์

                “เซย์!” เรซิสที่ถูกกดตรึงไว้กับพื้นกัดฟันกรอดเมื่อเห็นเขาถูกจับแยกขึ้นไปชั้นบน ตอนนี้แม้แต่อลันก็อยู่ในสภาพคุกเข่าอย่างอ่อนแรงด้วยใช้พลังของชาวทไวซ์มากเกินไป เซย์ดิ้นสุดแรงก่อนจะรู้สึกถึงของมีคมที่แทงประชิดหลัง “ถึงจะฆ่าไม่ได้ ไม่ได้แปลว่าพวกข้าจะแทงเจ้าสักแผลสองแผลไม่ได้หรอกนะ” เสียงทหารยักษ์ฟ้ากล่าวกรอดลอดผ่านไรฟัน เซย์ชะงักนิ่ง ไม่ใช่เพราะหวาดกลัวคำขู่

                แต่เพราะภาพเบื้องหน้าคือสองร่างที่กำลังประดาบกันอย่างดุเดือด

           “ฟารุค!

                เสียงแสนคุ้นที่เรียกขึ้นอย่างกะทันหันทำให้ยักษ์ดำหันกลับแทบจะทันที ฟารุคละสายตามายังเซย์ที่ถูกจับกุม และในวินาทีนั้น...ดาบของไคซาก็ตวัดฟันพาดเฉียงบนร่างของยักษ์ดำ ร่างสูงใหญ่ทรุดลงเชื่องช้า เลือดสีแดงสดไหลทะลักจากบาดแผล

                ฟารุคจ้องมองยักษ์ฟ้า แม้จะใช้มือข้างหนึ่งปิดบาดแผลไว้แต่ก็ไม่อาจกลั้นโลหิตคาวคลุ้ง ริมฝีปากสีเซียวคลี่ยิ้มน่าขยะแขยง “อ่า...เจ้ามาได้เวลาพอดี” หันพูดกับเซย์เพียงนิดไคซาก็ขยับเข้าใกล้ฟารุคอีกครั้ง

                “รู้สึกถึงฤทธิ์ยาหรือไม่  ฟารุค” ปลายนิ้วยาวไล้ตามความยาวดาบอย่างไม่เร่งร้อน แม้รอยเลือดที่เปรอะอยู่ชุดคลุมขนสัตว์แสดงให้เห็นว่าอีกฝ่ายก็บาดเจ็บเช่นกันแต่ยามนี้ไคซากลับแทบลืมความเจ็บปวดไปสิ้น

                ...ดาบอาบยาพิษ...

                ยิ่งเห็นยักษ์ดำที่พยายามทรงตัวโงนเงนทั้งร่างก็ชาวาบ เซย์ดิ้นสุดแรงแต่ไม่อาจหลุดจากการจับกุม ฟารุคกันดาบไว้เบื้องหน้าตามสัญชาตญาณเสียงอาวุธกระทบกันดังขึ้นอีกครั้งแต่คราวนี้กลับเป็นไคซาที่ผงะถอยเมื่ออีกฝ่ายชันตัวลุกขึ้น ริมฝีปากเซียวซีดคลี่ยิ้มคล้ายพึงใจ

                “ดี ข้าเองก็ไม่อยากให้เจ้าตายง่ายดายนัก” สองร่างพุ่งเข้าปะทะ ปลายดาบกระทบเสียดสีจนเกิดประกายไฟ ฟารุคนิ่วหน้า แม้จะมีสติอยู่แต่เรี่ยวแรงกับลดลงแทบสิ้นด้วยฤทธิ์ยา มือที่กำอาวุธมั่นคงสั่นสะท้าน ทั้งร่างเซถอย ของเหลวสีแดงไหลทะลักจากปากแผลที่ถูกฟันจนชุดสีดำเปียกชุ่มด้วยเลือด

                เซย์กรีดร้องเสียงดังเมื่อยักษ์ดำทรุดลง จังหวะในอกเต้นแรงจนปวดหนึบ ไคซาคลี่ยิ้ม เงื้อดาบขึ้นสูง

                “ไม่!!

                 ปลายดาบคมจ้วงแทงเข้าที่ร่างตรงหน้า ทว่าองค์ชายยักษ์ฟ้ากลับต้องเบิกตาค้าง

                ...เมื่อร่างๆหนึ่ง ใช้ตนเองขวางกั้นปลายดาบเอาไว้...

                “นียาร์ฟ!!!

                “อ๊ากกกกกกก” พลันเสียงกรีดร้องประสานดังขึ้นจากทหารเหล่าด้านหลัง ทหารผู้จับกุมยักษ์เงินล้มลงบนพื้นหิน ดวงตาเบิกค้าง เลือดสีสดไหลทะลักจากทวารทั้งเก้า เซย์ที่ยืนอยู่หนึ่งเดียวนิ่งงัน ดวงตาสีควันเลื่อนลอยราวกับไม่มีสติ

                ฟารุคพยายามเพ่งมองยักษ์เงินอธิษฐานแม้ภาพตรงหน้าจะพร่าเลือนเต็มที

                ...ฉับพลันคฤหาสน์ก็เริ่มลุกไหม้ด้วยเปลวไฟ...


****

                ความมืดรายล้อม

                สีดำสนิททอดยาวรอบด้านไม่มีจุดสิ้นสุด ความฝันซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่กัดกินจิตใจจนอ่อนล้า รู้ว่าไม่มีทางหนี...ไม่มีทางหนีพ้น เขาทรุดกายลงในความมืด ปล่อยให้เวลาไหลผ่านเนิ่นนาน ทั้งร่างกายและหัวใจเย็นเฉียบราวกับใกล้หมดลมหายใจเต็มที

                ความหวาดกลัวนั้นช่างทรมาน....ทรมานเสียจนคิดว่าตายไปยังดีเสียกว่า

                แต่แม้แต่ความตายก็ไม่อาจต้อนรับ

                เขายังคงตื่นขึ้นมาเพื่อพบดวงตาสีฟ้าเข้มที่จ้องมองในระยะประชิด เมื่อภาพที่พร่าเลือนปรับชัดจึงเห็นว่าสายตานั้นเต็มไปด้วยความกังวลระคนหวาดระแวง

                “นี่มันเกิดอะไรขึ้น...อลัน...” ฉับพลันทั้งร่างถูกกระชากกอดแน่น เขานิ่งงันเมื่อเห็นแผ่นหลังที่สั่นเทิ้มของชาวทไวซ์ เพียงครู่เดียวความทรงจำก็ไหลย้อนกลับจนต้องข่มความรู้สึกไว้ ภาพสุดท้ายที่เห็นคือไคซาที่เงื้อดาบขึ้นสูง เขารู้สึกเหมือนขาดสติกะทันหัน จากนั้นก็ตื่นขึ้นที่ห้องนี้เสียแล้ว

                “ฟารุคล่ะ!” เสียงที่เอ่ยสั่นพร่าจนต้องเม้มปาก หนุ่มใหญ่ผละออกเชื่องช้าแต่ยังคงจับจ้องดวงหน้าเขาไม่ห่าง “เซย์...เซย์...เป็นนายจริงๆใช่ไหม”

                “พูดอะไรแบบนั้น” ในยามนี้เองที่เขาเห็นว่าด้านหลังของอลันคือเรซิสและบาร์ซีค แม้จะอยู่ในสภาพไม่สู้ดีนักแต่ทั้งสองก็ปลอดภัย เมื่อสบตากันองค์รัชทายาทแห่งเอลมัลจึงยกยิ้มจาง

                “ฟารุคอยู่ที่ไหน” ในอกเจ็บปลาบเมื่อเห็นทุกคนเงียบงัน

                “เขายังไม่ฟื้น ระหว่างนี้เจ้าต้องพักผ่อนให้มาก” เรซิสเสียงแผ่ว เมื่อเขาดึงดันจะไปหายักษ์ดำให้ได้อลันจึงเสียงเข้มขึ้น “พวกยักษ์ฟ้าจับตาดูเราอยู่ทุกฝีก้าว แม้ตอนนี้กำลังเสริมของเราจะมาถึงแล้วก็ตาม”

                “กำลังเสริม?” อลันพยักหน้ารับ

                “หน่วยของเรวารี่บุกเข้าล้อมคฤหาสน์ไว้อีกชั้นทำให้การปะทะหยุดลง ถึงอย่างนั้นคฤหาสน์นี้ก็ได้รับความเสียหายมากทั้งจากระเบิดและเพลิงไหม้ที่ลุกโหมขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ” ประโยคสุดท้ายแผ่วลงหากแต่เขาไม่ได้สังเกตสักนิดว่าอลันกำลังจ้องมองตนด้วยสายตาแบบใด

                “พรุ่งนี้ข้าจะเป็นตัวแทนในการเจรจากับองค์ชายไคซา แม้จะอยู่ในอาณาเขตบาแซนไดซ์แต่เขากลับไม่เรียกกำลังเสริม บางทีการเจรจาอาจเป็นสิ่งที่เขาต้องการแต่แรก ถึงอย่างนั้นหากข้อตกลงไม่เป็นที่น่าพอใจ คงไม่อาจหลีกเลี่ยงการปะทะกันอีกครั้ง” เขาพยักหน้ารับคำเรซิส บาร์ซีคกล่าวว่าแผลถูกฟันของฟารุคได้รับการรักษาโดยแพทย์ชาวยักษ์ฟ้าและในตอนนี้เรวารี่ทำหน้าทีอารักขาในห้องที่ฟารุคพักอยู่

                “เขาปลอดภัยจริงๆใช่ไหม” อลันถอนหายใจ แม้จะเสียเลือดไปมากแต่เมื่อเทียบอาการกับอีกคนหนึ่งแล้วฟารุคย่อมน่าเป็นห่วงน้อยกว่า “อย่าห่วงเลย เมื่อทุกคนหายดีเราจะไปจากที่นี่ทันที” เซย์ชะงักไปครู่หนึ่ง “ทุกคนหายดี?” ชาว
ทไวซ์พยักหน้า

                  “ลาร์คถูกแทงด้วยดาบอาบยาพิษ อาการเป็นตายเท่ากัน...”


****  
            

                จันเสี้ยวลอยจางคล้ายจะห่างหายจากม่านฟ้า แสงสีทองที่ขอบฟ้าเริ่มพราวระยับเป็นสัญญาณหลังผ่านคืนวันอันแสนยาวนาน ไคซาไม่แม้แต่จะเช็ดเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผาก เสื้อผ้าเปรอะเลือดของร่างตรงหน้าจนเปียกชุ่มทว่าองค์ชายหนุ่มกลับไม่มีทีท่าจะหยุดสิ่งที่ทำอยู่แม้แต่น้อย

                “ถ้วยยาสมานแผล บดหญ้าเกลียวหิมะลงไปเพิ่ม” ริมฝีปากเอ่ยสั่งหมอหลวง สองมือสัมผัสปากแผลที่ชุ่มเลือด แม้ดาบจะไม่ได้ถูกอวัยวะสำคัญภายในหากแต่ถ้าไม่รีบรักษาย่อมเกิดการอักเสบและติดเชื้อ ประกอบกับยาพิษที่อาบบนคมดาบทำให้ร่างกายยิ่งทรุดหนักอย่างรวดเร็ว ร่างบนเตียงหายใจรวยริน ผิวเนื้อเย็นเฉียบ ใบหน้าขาวซีดราวกับกระดาษ

                “ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าตาย นียาร์ฟ” เสียงพร่ากระซิบสั่ง “เจ้าจะตายทั้งๆแบบนี้ไม่ได้!

           ยิ่งได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งมากเท่าไหร่หัวใจกลับคล้ายจะเต้นแผ่วหวิว ไคซาไม่ละห่างจากคนเจ็บกระทั่งแสงที่จับขอบฟ้าสว่างขึ้น แม้ยังไม่อาจรับรองได้ว่าทหารแห่งเอลมัลจะพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราชทว่าเขาได้ทำทุกอย่างที่ทำได้แล้ว

                ...ไม่ว่าตอนนี้หรือแปดปีก่อนก็ไม่เปลี่ยนไปเลย...

                ...เจ้ายังคงเลือกฟารุค...ไม่ใช่ข้า...

                มือใหญ่ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดรอยเลือดที่เปื้อนบนดวงหน้าเซียวของคนที่ยังไม่ได้สติ

                “นายท่าน” ทหารยามที่อารักขาหน้าประตูห้องแจ้งขึ้น “ชาวยักษ์แดงในคฤหาสน์แจ้งว่าต้องการเจรจาภายในยามเที่ยงวันนี้” ไคซาพยักหน้ารับ เมื่อกำลังเสริมของหน่วยวิหครัตติกาลเข้าล้อมรอบคฤหาสน์เขาจึงสั่งหยุดการโจมตีด้วยไม่อยากให้เกิดการนองเลือดไปมากกว่านี้

                ไคซาปรายตามองใบหน้าเซียวซีดของคนหลับใหล สาเหตุที่เขาหยุดอาจเพราะคนผู้นี้ด้วยเช่นกัน

                “เฝ้าเขาไว้อย่าให้คลาดสายตา หากเกิดอะไรผิดปรกติให้รายงานข้าทันที” เอ่ยสั่งหมอหลวงเช่นนั้น นัยน์ตาเรียวเชิดจับจ้องชาวยักษ์แดงเพียงชั่วครู่ก่อนผละห่าง ไคซานึกถึงยักษ์เงินอธิษฐานและทหารนับสิบที่ล้มตายราวกับถูกคำสาปร้าย เลือดไหลจากทวารทั้งเก้าเสียชีวิตในทันทีที่ไฟไหม้ลุกโหม เขารู้เพียงว่าพลังของยักษ์เงินนั้นสามารถอธิษฐานขอพรโดยแลกเปลี่ยนกับพลังในศิลาที่มีพลังงานเท่าเทียม หากไม่มีศิลาพลังงาน...หมายถึงยักษ์เงินต้องแลกด้วยพลังชีวิตของตนเอง

                แต่คนคนนั้นไม่ใช่

                ไม่ต้องแลกเปลี่ยนด้วยพลังชีวิตของตนเอง ไม่ต้องใช้ศิลาพลังงาน

                และพลังที่สามารถแลกเปลี่ยนพลังชีวิตของผู้อื่นกับคำอธิษฐานได้นั้น..ไม่ใช่ของปลอม...





---------------------------------------------------------------------



สำหรับตอนนี้เรียกว่าวิ่งสู้ฟัดกันทั้งตอน ฮาาา อย่างที่เคยบอกไปในตอนก่อนๆแล้วว่าม่มีความถนัดในฉากต่อสู้เท่าไหร่นักแต่ก็หวังว่าจะพอกล้อมแกล้มไปได้เนาะ (แฮ่...)
เห็นตาลุงอลันเพี้ยนๆแต่พอได้พลังชาวทไวซ์คืนก็ใช่ย่อยเหมือนกัน (เอาจริงๆชาวทไวซ์แห่งป่ามืดแข็งแกร่งกว่าชาวยักษ์เสียอีก แต่เป็นเผ่าที่มีจำนวนน้อยมากเช่นกัน*) 


 ป้องกันการสับสน นียาร์ฟในเรื่องก็คือลาร์คนะคะ แต่เป็นชื่อที่ใช้ตอนปลอมตัวเข้ามาเมื่อแปดปีก่อนค่ะ ไคซาจึงรู้จักเขาในชื่อนี้ : )

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์น้า บางอันก็เมนต์ซะกระต่ายดำฮาก๊ากเลย ขอบคุณมากจริงๆค่ะ : ) เวลาอ่านแล้วมีกำลังใจปั่นต่อฝุดๆ ตอนหน้าใครที่รอท่านฟารุคอยู่บอกได้เลยว่า นายท่านยักษ์ดำจะได้ทำหน้าที่ “พระเอก” แล้ว (คึคึ/ยิ้มชั่วราย) ก็เค้าห่างกันมาตั้งหลายตอนนี่นา...

สุดท้ายนี้อย่าลืมแวะมาเยี่ยมกันบ่อยๆน้า คิดว่าปิดเทอมอัตราเร็วในการอัพถี่ขึ้นเยอะเลยจ้า
: D
แวะมาคุยเล่นกันได้ตลอดที่นี่ (เต็มไปด้วยเรื่องวายป่วงและสัพเพเหระมาก ฮา) >> 
https://www.facebook.com/nandafroundblackbunny?fref=ts




ปล. ใครไปงานสัปดาห์หนังสืออย่าลืมแวะไปเยี่ยมเยียนสนพ.นาบูแล้วหยิบ Help me! ร้านนี้มีผีครับ ติดมือกลับบ้านกันนะคะ (โฆษณาแฝง 5555)

พบกันตอนหน้าจ้า 

Blackbunny

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

1,542 ความคิดเห็น

  1. #1532 Present (@hiiro-kwan) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 06:48
    เห็นด้วยกับความเห็น 1233
    #1532
    0
  2. #1523 NJChokdee (@NJChokdee) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 01:09
    สงสัยที่พ่อแม่เซย์ตาย เพราะเซย์รึป่าวในกองเพลิน
    #1523
    0
  3. #1461 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 17:09
    เซย์ไม่ใช่ยักเงินทำดา เพราะเป็นยักเงินบาเทนเด้อ
    #1461
    0
  4. #1233 wimwin (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2557 / 17:41
    เห็นด้วยกับ คห781
    #1233
    0
  5. #1131 •-MaMaI-• (@mai032671597) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2557 / 23:10
    พลังของเซย์นี่สุดยอดจริงๆ
    #1131
    0
  6. #1021 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 มกราคม 2557 / 23:48
    พลังชีวิตใครล่ะนั้น -[]-''
    #1021
    0
  7. #993 sawhaชาลิตี้* (@eingkung) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 มกราคม 2557 / 19:14
    หรือว่าเซย์เป็นพระเจ้า #บ้า 
    #993
    0
  8. #947 Delaluna (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2556 / 00:29
    เป็นเรื่องไปกันใหญ่แล้ว
    #947
    0
  9. #853 tohana (@tohana) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 เมษายน 2556 / 16:16
    นี่จะหมายความว่าเซย์มีพลังแปลกๆหรอ
    ใช้พลังอธิษฐานแลกเปลี่ยนกับชีวิตคนอื่นใช่มั้ย?! โอ้ววว เซย์...เธอคือใคร??
    #853
    0
  10. #816 Romeo sane ★ . (@sanyorizta) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 เมษายน 2556 / 10:55
    พลังที่แลกเปลี่ยนชีวิตผู้อื่น กับคำอธิษฐาน ??
    ชักจะเริ่มเข้มข้น บทพระเอก!? ... / นั่งนึก
    เอ้ะ หรือว่าๆ คึคึคึคึคึคึคึ รออยู่นะค่ะรีบมาอัพไวๆน้าาา > <
    #816
    0
  11. #801 Daughter of devil (@natsu-nari) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 เมษายน 2556 / 13:55
    กรี๊ดดดดดดดดด มาอัพต่อเร็วๆนะะคะไรเตอร์

    ติดงอมแงมเลยค่ะ หลังจากไล่ตามอ่านตั้งแต่ตอนที่ 1 

    ฟารุครีบรุกเซย์สักทีเถอะะะะะะะ เดี๋ยวโดนแย่งหรอกกกก อย่าลืมสิว่ามีเรซิสอยู่ 5555

    สู้ๆนะคะไรเตอร์
    #801
    0
  12. #798 Mochiiichan (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 เมษายน 2556 / 00:12
    ท่านฟารุครีบหายเร็วๆน้า หนูเซย์ไปช่วยดูแลด่วนเลย อิอิ (รอท่านฟารุคทำหน้าที่"พระเอก"อยู่) แล้วลาร์คจะเป็นอะไรมั้ยเนี่ย!!!อย่าเพิ่งตายนะ เค้ายังอยากอ่าน ไคซาxลาร์คอยู่
    #798
    0
  13. #796 Psychophilia (@psychophilia) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 เมษายน 2556 / 11:21
    เยี่ยมมากครับ สู้ๆนะครับ ยังติดตามอยู่เสมอ
    #796
    0
  14. #795 SodaMemE (@nutree) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 เมษายน 2556 / 00:17
    ตอนแรกนึกว่าลุงคือเมะ ที่ไหนได้ เสร็จพ่อนายเอกไป 555 อันนี้คือช็อกละ

    มาเจอลาร์ค เห็นเก่งๆเมพๆกัดเจ็บแบบนี้ เป็นเคะไปอีกคน

    อุส่าห์จิ้น ลาร์คxลุง สรุปกลายเป็นคู่เคะเคะซะงั้น ฮา
    #795
    0
  15. #794 Zombies (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 เมษายน 2556 / 04:57
    ตอนหน้ากับหน้าที่พระเอกของฟารุค

    > < ไม่รู้คนแต่งคิดอะไรรึเปล่า แต่คนอ่านคิดไปไกลละ 55555555555

    ตอนนี้ก็สนุกมากเลย ไคซาเป็นพวกซึนสินะ อืมมมมมมม

    เอาจริงๆฟารุคก็ซึน เจ้าพวกยักษ์ซึนทั้งหลายไปตามต่ายดำมาแต่งต่อเร็ว~

    #794
    0
  16. #793 ลัคกี้ป็อป (@tammyoyo) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 เมษายน 2556 / 22:12
    เซย์กะอีกวินยานไนตัวจะเป้นไงต่อเนี้ยะ?!
    #793
    0
  17. #792 blanchet (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 เมษายน 2556 / 20:16
    ลาร์คคค ไม่เป็นไรนะ ตื่นมาปรับความเข้าใจกับไคซาด่วน

    เลิฟคู่นี้จริงจัง ขอมีสเปแยกได้มั้ย อิอิ

    เซย์พลังชักจะแปลกขึ้นทุกวัน รอฟารุคทำหน้าที่พระเอก555

    สู้ๆนะจร้ะะะ โอมมมม ตอนต่อไปมาไวๆ



    #792
    0
  18. #791 Oa-Lunla (@Oa-Lunla) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 เมษายน 2556 / 23:45
    ลุ้นมากกกกกก ฟารุคจ้าฟื้นมาหาเซย์เถอะนะ เซย์จะแย่แล้ว กลัวยักษ์เงินจะยืดร่าง ไม่กลับมาเป็นเซย์เหมือนเดิมอ่าาาาา

    รอตอนหน้าอย่างใจจดใจจ่อ มาเร็วๆนะคะ

    รักฟารุคกะเซย์มว๊ากกกก
    #791
    0
  19. #790 iiceds (@icezanaruk) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 เมษายน 2556 / 19:48
    ไคซากับลาร์คคู่กันเหอะ
    #790
    0
  20. #789 นักอ่าน...lnwcool (@lnwcool) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 เมษายน 2556 / 12:15
    โธ่....

    เสียดายจัง

    อีกกี่ตอนนะถึงจะได้เดินทางต่อหรือจะได้ถอนคำสาป
    #789
    0
  21. #788 TUKKIE (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 เมษายน 2556 / 03:27
    ว๊ากกกก พลังมันชักจะน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆแล้วน๊ะ

    เซย์จะเป็นไรไหมเนี่ย ไคซาลาร์คขอให้ลงเอยกันซักทีเถ๊อะ
    #788
    0
  22. #787 Zodass (@joddy) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 เมษายน 2556 / 00:35
    คำอธิษฐานที่ต้องแลกกับชีวิตของคนอื่นเหรอเนี่ย แล้วลาร์คจะตายไหมเนี่ย
    #787
    0
  23. #785 munichblack (@munichblack) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 เมษายน 2556 / 21:57
    ขออย่าให้ลาร์คเป็นอะไรไปเลยเหอะ

    สงสารไคซาด้วยอ่ะ คงคิดว่าลาร์คเลือกฟารุคมากกว่า

    แต่ก็เข้าใจลาร์คนะ หัวใจกับหน้าที่ มันเลือกลำบาก

    ยังไงก็อยากให้สองคนนี้คู่กันนะคะ
    #785
    0
  24. #784 Rabbit blood (@love-ya) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 เมษายน 2556 / 21:57
    แงๆ T^T
    #784
    0
  25. #783 BrownBun (@teappi) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 เมษายน 2556 / 21:08
    ตกลงว่าเจ้าเซย์เป็นตัวอะไร ... หรือจะเป็นยักษ์เงินอธิษฐานเวอร์ชั่นใหม่ 

    ไม่ใช้พลังชีวิตตัวเองแต่ใช้ของชาวบ้านเนี่ยยยย ร้ายกาจ!!!!!!!

    ปล.เฝ้ารอท่านฟาทำหน้าที่"พระเอก" คึคึคึ
    #783
    0