(Yaoi) TITAN  ลำนำอสูรสีเงิน (จบแล้ว)

ตอนที่ 30 : TITAN 22

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3620
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    10 ก.ค. 57



TITAN 22

****


ใครจะยอมให้ความหวาดกลัว

ทำร้ายตัวเองจนไม่เหลือตัวตน



- เซย์ ไอเซนเบิร์ก -

****

          ภาพทิวเขาสลับซับซ้อนแทรกซ้อนด้วยบ้านเมืองเบื้องหน้าคือเกาะดาร์คเนส อาณาจักรยักษ์ดำอันเป็นจุดหมายของการเดินทาง

                น่าแปลกที่ดาร์คเนสยอมเปิดประตูเมืองให้แก่ผู้บุกรุกชาวยักษ์แดง แม้ทหารหน่วยวิหครัตติกาลกว่าสี่สิบชีวิตที่ติดตามมาจะถูกกักตัวไว้ยังป้อมปราการเมืองท่าแต่พวกเขากลับได้รับคำเชิญจากแม่ทัพชาวยักษ์ดำให้เดินทางไปยังวังหลวงในทันที เซย์รู้สึกงุนงงไม่น้อย แทนที่จะถูกกักตัวสอบสวนรวมกับพวกทหารแต่ทุกอย่างกลับตาลปัตร เมื่อไม่มีผู้ใดสามารถคาดเดาสถานการณ์ได้พวกเขาจึงทำตามที่ชาวยักษ์ดำเสนอ

หลังเรือเข้าเทียบท่าไม่นานรถม้าขนาดกลางก็เคลื่อนตัวเข้าเทียบ

“ทางดาร์คเนสคงเตรียมการอะไรบางอย่างไว้ ถึงอย่างไรเราก็ต้องระวังตัวให้มาก” น้ำเสียงกังวานเคร่งขรึมกว่าปกติ เรซิสจับมือเขาไว้แน่นในขณะถูกนำตัวแยกไปยังรถม้าคันหนึ่ง เรวารี่กับบาร์ซีคตามติดเขาและเรซิสไม่ยอมห่างท่ามกลางวงล้อมของทหารยักษ์ดำ

ส่วนฟารุคน่ะหรือกาดำแห่งเอลมัลถูกนายทัพของดาร์คเนสคุมตัวเข้มแยกตัวไปบนรถม้าอีกคันโดยที่เขาไม่ทราบเหตุผล

รถม้าเคลื่อนตัวด้วยความเร็ว หน้าต่างทั้งหมดถูกปิดทึบ เขาไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดแต่เมื่ออาชาหยุดฝีเท้าดวงอาทิตย์ก็พลบต่ำแล้ว หลังกำแพงหินสูงที่ทอดตัวยาวไม่รู้จุดสิ้นสุดคือหมู่อาคารหินสูงที่ก่อตัวสูงลิบคล้ายตึกอาคารแบบเดียวกับยุคสมัยที่เขาจากมาทว่าทั้งหมดถูกสร้างขึ้นจากหิน สถาปัตยกรรมของดาร์คเนสเรียบง่ายไม่ได้วิจิตรตระการตาเหมือนที่เอลมัลหากแต่รอบด้านล้วนเต็มไปด้วยพืชพรรณแปลกตาที่ถูกดูแลอย่างดีจนดูคล้ายกับว่าไม่ต้องการให้สิ่งปลูกสร้างของตนทำลายความเรียบง่ายของธรรมชาติโดยรอบ

“จากนี้จะมีผู้นำทางพวกท่านต่อ ขอให้โชคดี” หนึ่งในชาวยักษ์ดำที่ควบคุมตัวพวกเขามาจากท่าเรือส่งมอบหน้าที่ให้กับอีกกลุ่มทหารที่ยืนรออยู่หน้าอาคารหินตั้งแต่พวกเขาก้าวลงจากรถม้า เซย์เหลือบมองรถม้าอีกคันหนึ่งที่จอดเทียบไม่ห่าง ฟารุคหันมองเขา แม้เพียงชั่วครู่ที่มองสบแต่สายตากังวลของฟารุคกลับทำให้รู้สึกปั่นป่วนอย่างประหลาด

 “อย่างน้อยทหารของแดนศัตรูก็ยังอวยพรให้เราโชคดี” บาร์ซีคไม่ได้เห็นว่าคำอวยพรของพวกยักษ์ดำจะสำคัญอะไรเพียงแต่พูดขึ้นเพราะเห็นสีหน้าเจื่อนๆของยักษ์เงินเท่านั้น

“ต้องโชคดีแน่ เพราะอีกไม่นานคงจะได้พบท่านจ้าวยักษ์ดำ”

“หา?

“ดูสัญลักษณ์เหนือกรอบประตูนั่น” เรซิสกระซิบขณะก้าวตามทหารนำทางเข้าไปในอาคาร “นั่นคือสัญลักษณ์สูงสุดของผู้นำราชวงศ์ซาลันลูเซน หมายความว่าเรากำลังอยู่ในเขตตำหนักขององค์ราชาคีรอส” เซย์มองตามคำกล่าวก็เห็นตราสัญลักษณ์ราชสีห์สีดำ กรงเล็บแหลมคมของราชสีห์เขี้ยวยาวเกาะเกี่ยวอยู่บนศิลาขาวพิสุทธิ์ เขาเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ มาถึงจะไม่ให้พักหายใจหายคอกันหน่อยหรือยังไง

“หากเป็นเช่นนี้ทางดาร์คเนสของเฝ้ารอที่จะพบเราอยู่เช่นกัน ข้าหวังว่าท่านจ้าวคงได้รับสารจากคณะฑูตที่หายสาบสูญของเอลมัลแล้ว”

“แปลว่าดาร์คเนสจะยอมช่วยเรา?” เรซิสยกมุมปากคล้ายจะแย้มยิ้มหากแต่ไม่อาจซ่อนความกังวลในแววตา

“ข้าเองก็หวังให้เป็นเช่นนั้น”


****

                ออโรราสลับสีโบกสะพัดคลี่คลุมดวงดาราเหนือผืนฟ้า ทหารยักษ์ดำนำทางเดินวนเข้ามาด้านในตำหนัก เซย์สังเกตว่าสถานที่แห่งนี้มีลักษณะเป็นอาคารวงกลม ตรงกลางระหว่างทางเดินโค้งเป็นสวนแมกไม้และลานน้ำพุ พวกเขาถูกนำมายังห้องรับรองหินอ่อน แม้ภายนอกอาคารดูคล้ายตึกหินธรรมดาแต่ภายในล้วนตกแต่งด้วยลักษณะการสลักเสาศิลาเป็นพรรณไม้ชดช้อยไปถึงเพดานโค้งทรงสูงซึ่งติดกระจกแก้วบานใหญ่รับแสงดาว บาร์ซีคและเรวารี่เดินขนาบเขาและเรซิส รอบด้านล้อมด้วยทหารชาวยักษ์ดำสีหน้าขึงขัง

ฟารุคถูกพาตัวตามเข้ามาทีหลังโดยยังมีนายทัพแห่งดาร์คเนสประกบตัวไม่ห่าง

เซย์กระชับผ้าคลุมศีรษะให้แน่นเข้า เบื้องหน้าคือโซฟาแพรที่หันหน้าเข้าหากัน พื้นหินส่วนหนึ่งถูกยกขึ้นสูงเพื่อเป็นที่ตั้งเก้าอี้บัลลังก์สีดำที่ถูกสลักอย่างประณีตจนคล้ายราชสีห์ตัวใหญ่ บนบัลลังก์ปรากฏร่างสง่างามราชายักษ์ดำในชุดคลุมตัวยาวประดับขนสัตว์ เขาชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นเขาข้างซ้ายของอีกฝ่ายหักบิ่นเหลือเพียงครึ่งเดียว ใบหน้าคมคร้ามล้อมกรอบด้วยเรือนผมสีดำสนิท ทันทีที่ถูกดวงตาสีดำคู่นั้นตวัดมองพลันเกิดความรู้สึกอึดอัดเหมือนลมหายใจขาดห้วงไปชั่วขณะ

...ราชาคีรอส ซาลันลูเอน ท่านจ้าวแห่งดาร์คเนส...

...เหมือนฟารุค...แต่ก็ไม่เหมือนฟารุค...

“องค์ชายคาลิปโซ เรซิส เอลมัลนาร์ด แห่งอาณาจักรเอลมัล ขอถวายความเคารพแด่องค์ราชา” เขาค้อมตัวลงตามเรซิสทันที องค์ราชาแห่งดาร์คเนสดูอ่อนเยาว์กว่าที่คิดไปหลายขุม ทั้งที่นึกว่าเกาะปิดตายแบบนี้จะมีท่านจ้าวเป็นตาแก่หงำเหงือกหรืออย่างมากก็คงเป็นหนุ่มใหญ่ผู้เคร่งขรึมแบบท่านจ้าวยักษ์แดง

แต่ยังไงก็ไม่ใช่คนหนุ่มที่ดูมีอายุไม่เกินสามสิบปีมนุษย์เช่นนี้

“ปลดผ้าคลุมของเจ้าออก” น้ำเสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยสั่งเป็นอย่างแรก เมื่อเห็นเซย์อึกอักสุรเสียงนั้นจึงย้ำอีกครั้ง “ข้าสั่งให้ปลดผ้าคลุม”

“ขอท่านจ้าวโปรดเมตตา ข้ามีความจำเป็นต้องหลบซ่อนลักษณะอันอัปลักษณ์” บางทีเขาน่าจะเปลี่ยนอาชีพจากบาร์เทนเดอร์เป็นนักต้มตุ๋น เซย์ใจเต้นระทึก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าถ้าปล่อยให้ทหารทั้งห้องเห็นว่าเขาเป็นยักษ์เงินจะเป็นเรื่องใหญ่ขนาดไหน
                สายตาของราชาแห่งดาร์คเนสมองจับจ้องอย่างสังเกตก่อนที่ประโยคถัดมากลายเป็นการเอ่ยไล่ทหารองครักษ์ทั้งหมดในห้องเหลือเพียงราชองครักษ์สองนายที่ทำหน้าอารักขาใกล้ชิดและนายทัพผู้จับกุมตัวพวกเขามาจากน่านน้ำ

“เอาล่ะ ครานี้ถอดผ้าคลุมของเจ้าได้หรือยัง”

เมื่อเห็นเรซิสพยักหน้าเขาจึงปลดผ้าคลุมพี่พันทับเรือนผมและปิดบังกระดูกเขาสีเงินยวงเหนือหน้าผากที่บัดนี้มีขนาดยาวเท่าครึ่งฝ่ามือ ราชายักษ์ดำชะงักนิ่งเมื่อเห็นใบหน้าใต้ผืนผ้าคลุมถนัดตา วรกายสูงโปร่งลุกขึ้นยืน ดวงเนตรสีดำไหวระริก

“...เจ้า...”

“หากท่านได้รับสาสน์จากราชทูตแห่งเอลมัลคงทราบว่าเราต้องการความช่วยเหลือในการถอนคำสาปสิบสองราตรี มนต์ร้ายนี้มีเพียงคำอธิษฐานของยักษ์เงินเท่านั้นที่สามารถรักษา เราได้พบยักษ์เงินแล้ว เหลือเพียงความเมตตาช่วยเหลือในการหยิบยืมศิลาพลังงานจากทางดาร์คเนส....”

เรซิสกล่าวไม่จบประโยคดีก็ต้องนิ่งเงียบเมื่อเห็นว่าองค์ราชาแห่งดาร์คเนสไม่ได้สนใจตนแม้แต่น้อยหากแต่จดจ้องเซย์ด้วยความตกตื่น ใบหน้าคร้ามคมเซียวซีดในฉับพลัน ริมโอษฐ์หนาขยับเอ่ยบางคำโดยไร้ซึ่งเสียง

เซย์ขมวดคิ้วมุ่น ท่านจ้าวเป็นคนแรกที่เห็นเขาแล้วตกใจขนาดนี้

“เจ้าเป็นใครกันแน่...ยักษ์เงิน...”

“เซย์ ไอเซนเบิร์ก ก่อนหน้านี้อาศัยอยู่โลกมนุษย์ขะ...ขอรับ เพิ่งโดนจับกลับมาที่นี่ประมาณหกเจ็ดเดือน เอ่อ...รึเปล่านะ” เซย์คลุมผ้าแพรปิดทับศีรษะไว้ดังเดิม สายตาคมกริบที่จ้องมาเหมือนจะมองให้ทะลุปรุโปร่งจนเผลอหลุบหน้าลงต่ำ เขารู้สึกอึดอัดอย่างที่ไม่เคยเป็น แม้จะเคยพบท่านจ้าวยักษ์แดงมาก่อนแต่ความรู้สึกประหม่าในตอนนั้นต่างกับการเผชิญหน้ากับองค์ราชาตรงหน้าโดยสิ้นเชิง

ทุกกิริยาอยู่ภายใต้สายตาของราชาแห่งดาร์คเนส

“ข้าได้รับสาสน์ดังท่านว่า องค์ชาย หากแต่เป็นสาสน์ที่คนของข้าเก็บได้จากซากศพของทหารเอลมัลเมื่อไม่นานนี้” ท่านจ้าวคีรอสเอ่ยเบาทั้งที่ยังจับจ้องยักษ์เงินไม่วางตา “การเดินทางของพวกท่านคงลำบากนัก คืนนี้จงพักให้สบาย พรุ่งนี้คงเหมาะที่จะเจรจากัน” ได้ยินคำตัดบทดังนั้นเรซิสจึงค้อมศีรษะตอบรับและทำความเคารพ เมื่อท่านจ้าวและเหล่าองค์รักษ์ออกจากห้องไป ฟารุคก็ตามนายทัพแห่งดาร์คเนสออกไปเช่นกัน ชั่วครู่หนึ่งที่สบสายตากันเขาคิดว่าตนเข้าใจว่าฟารุคไม่ต้องการให้เป็นห่วงหรือกังวลอะไร

ไม่นานนักก็ปรากฏภูตแคระตนหนึ่งซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ดูแลพวกเขาในระหว่างนี้ นางเป็นภูตกระต่ายนามว่ามินชา เซย์ยิ้มทักทาย เขามักรู้สึกดีกับเหล่าภูตเสมอ ไม่ว่าจะเป็นโดรีฟ จามิลของไคซาหรือแม้แต่ภูตกระต่ายตนนี้ มินชานำทางพวกเขาไปยังห้องพักที่จัดเตรียมไว้

                ………………………………..

                ………………….

                ………

                คืนนั้นเขาฝัน

ความฝันนั้นคล้ายคลึงกับความฝันในอดีต ร่างสีขาวโพลนที่หันหลังให้ถูกตรวนโซ่จองจำในสถานที่มืดมิด เขาสั่นสะท้านทั้งกาย ไม่ใช่เพราะหนาวเหน็บแต่เป็นเพราะความประหวั่นพรั่นพรึงในตัวบุคคลตรงหน้า สิ่งที่ต่างไปคือคล้ายกับว่าอีกฝ่ายไม่รับรู้ถึงตัวตนของเขาแม้แต่น้อย

เสียงขลุ่ยแว่วหวานกังวานสะท้อนในความมืดมิดที่ไม่มีจุดสิ้นสุด

            ในหัวปวดตุบ ความรู้สึกเจ็บหน่วงจากศีรษะปรากฏขึ้นอย่างที่ไม่ได้เป็นมานาน เซย์เฝ้ามองร่างนั้นก่อนเข้าใจว่าความปวดนั้นไม่ได้เป็นของเขาแต่เป็นของคนผู้นี้ เสียงตรวนโซ่ขยับเคลื่อนเมื่อร่างนั้นลดขลุ่ยในมือลง

                บุคคลปริศนายังคงไม่รับรู้ถึงตัวตนเขา

จนกระทั่งลืมตาตื่น

“ฝันอีกแล้วหรือ” เสียงคุ้นหูกระซิบ นิ้วเรียวยาวไล้ข้างแก้มแผ่วเบาคล้ายจะช่วยเรียกสติ รอบข้างเงียบสงัด ยังเป็นเวลาห่างไกลจากคำว่าเช้ามากนัก

“...ฟารุค”

“หลับอีกหน่อยเถิด ยังมีเวลากว่าจะเช้า” อุณหภูมิร่างกายที่แนบชิดทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ใกล้ตนมากเพียงใด เมื่อดวงตาคุ้นชินกับความมืดก็มองเห็นดวงตาคู่ตรงหน้าชัดเสียยิ่งกว่าชัด “นายหายไปไหนมา”

“ข้าอยู่นี่แล้วอย่างไรเล่า” เขาซุกตัวเข้าหายักษ์ดำ นึกสงสัยว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขาเสพติดความรู้สึกปลอดภัยจากการอยู่ใกล้ฟารุค “ฉันฝัน ฝันเห็นคนคนนั้นมาตลอด” เซย์ไม่แน่ใจว่านี่เป็นครั้งแรกที่พูดเรื่องนี้กับฟารุคหรือไม่

“เขาบอกว่าเขาคือฉัน” ท่อนแขนแข็งแรงที่โอบรอบตัวกระชับร่างในอ้อมกอดแน่นขึ้นเมื่อเสียงที่เอ่ยเล่าขาดห้วง

“เขาย่อมไม่ใช่เจ้า ไม่มีวันเป็น” ฟารุคกดจูบลงบนกระหม่อมก่อนไล้จุมพิตบนกระดูกเขาสีเงินยวง เด็กหนุ่มหลับตาลง ความรู้สึกประหลาดแล่นปราดทั่วร่าง เซย์กำอกเสื้อของอีกฝ่ายไว้ยามถูกแนบจูบบนริมฝีปาก ความร้อนที่ส่งผ่านคล้ายจะพาความกังวลเลือนหาย ลมหายใจระอุร้อนที่แนบชิดเป็นสิ่งยืนยันว่ายักษ์ดำก็รู้สึกไม่ต่างกัน

“วันนี้เจ้าเหนื่อยมากแล้ว” ฟารุคกระซิบ “นอนเสีย” คนฟังคลี่ยิ้มเมื่อกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น เซย์หลับลงในอ้อมกอดของยักษ์ดำ

โดยไม่เห็นเลยว่าดวงตาสีรัตติกาลที่ยังลืมตื่นเฝ้ามองเสี้ยวหน้าของเขาด้วยความหวั่นใจเพียงใด

                                                                                         

****


เมื่อตื่นขึ้นอีกครั้งก็เป็นเวลาสายมากแล้ว เรวารี่กล่าวว่าผู้ที่ท่านจ้าวอนุญาตให้เข้าเฝ้ามีเพียงเรซิสกับฟารุคพวกเขาจึงทำได้เพียงเฝ้ารอ โดรีฟซึ่งได้รับการพาตัวตามมาจากเมืองท่าในเช้าวันนี้เกาะติดเขาไม่ห่าง เจ้าแกะทำเหมือนคิดถึงเขาเสียเต็มประดาทั้งที่เพิ่งห่างกันไม่ถึงวัน

“ท่านเซย์จะไปรู้อะไร อยู่ดีๆชีฮาคก็กลับมาที่ท่าเรือ ข้าไม่รู้ว่านายท่านสั่งให้เจ้านั่นไปทำอะไรที่ไหนมาแต่พอเจ้ากานั่นเห็นข้าเข้า” ภูตแกะทำหน้าเบ้ “อย่างที่ท่านเซย์ก็รู้ เจ้านั่นชอบรังแกข้า”

“ฮ่าๆ เจ้าก็ทำตัวให้มันแข็งแกร่งหน่อยสิโดรีฟ เจ้าก็ลูกผู้ชาย สู้ชีฮาคได้สบายอยู่แล้ว” บาร์ซีคหัวเราะร่า เห็นแบบนั้นโดรีฟเลยยิ่งมุ่ยหน้าเข้าไปอีก “แค่เกิดมาในเผ่าภูตแกะกับภูตอีกามันก็ต่างกันแล้วขอรับ ท่านบาร์ซีค!

“นี่ก็เลยเป็นเหตุผลให้นายยอมใช้ป้ายผู้ติดตามของหัวหน้าหน่วยวิหครัตติกาลมาที่นี่สินะ” โดรีฟพยักหน้าพลางถอนหายใจ “แต่ชีฮาคก็มีป้ายนั่นสลักติดอยู่ที่ข้อเท้าเหมือนกัน เจ้านั่นก็เลยมาด้วย” คราวนี้ทั้งเซย์และบาร์ซีคต่างพากันขำ เรวารี่ส่ายหน้าพลางอมยิ้ม

“เอาเถอะ หากทุกอย่างราบรื่นดังที่คิดอีกไม่นานพวกเจ้าก็คงได้วันหยุดยาวกลับไปยังดินแดนภูต ถึงตอนนั้นก็ผูกมิตรกันไว้ด้วยแล้วกัน” ยิ่งฟังเรวารี่พูดโดรีฟยิ่งทำหน้าหงอจนตัวที่เตี้ยแคระอยู่แล้วดูหดเล็กลงเหลือนิดเดียว เซย์ขยี้ขนฟูนุ่มของภูตรับใช้ด้วยความหมั่นเขี้ยว

“เสร็จภารกิจแล้วจะได้วันหยุดยาวด้วยสินะโดรีฟ น่าอิจฉาชะมัด” เด็กหนุ่มยักษ์เงินพยายามปลอบใจทั้งที่นึกขำหน้าตาบูดเบี้ยวของภูตแกะ “จะว่าไปนายเจอมินชาหรือยัง ภูตกระต่ายที่ทำหน้าที่ดูและพวกเราที่นี่ หน้าตาน่ารักสุดๆ”

“เจอแล้วขอรับ นางน่ารักอย่างที่ท่านว่า”

“ให้มันได้อย่างนี้สิ” เซย์ตบเข่าฉาด “จีบมินชากันไหม เดี๋ยวฉันช่วยเอง”

“พอเลยเจ้าน่ะ คิดจะทำเรื่องป่วนมันทุกดินแดนหรืออย่างไร” เรวารี่ปรามเสียงดุทั้งที่มุมปากยังยกยิ้ม เซย์นึกขึ้นมาได้เรื่องที่ฟารุคถูกนายทัพชาวยักษ์ดำคุมตัวตลอดเวลาจึงเอ่ยถาม

“หากเป็นไปตามที่ข้าคาดเดา คงไม่พ้นเรื่องสายสัมพันธ์ระหว่างนายท่านและดาร์คเนส อย่างที่เจ้ารู้ว่าท่านย่าของนายท่านเป็นชาวยักษ์ดำ เสี้ยวหนึ่งในสายเลือดย่อมเกี่ยวข้องกับราชวงศ์ชาวยักษ์ดำอย่างไม่ต้องสงสัย” ทหารหญิงสันนิษฐาน

“แต่นี่คงไม่ใช่เรื่องที่เจ้าต้องเป็นกังวล สิ่งที่เจ้าต้องทำหลังจากนี้ต่างหากเล่าที่ข้านึกห่วง เรื่องพลังอธิษฐานนั่น หวังว่ามันจะสำเร็จ” สีหน้าของเรวารี่เต็มไปด้วยความกังวล เซย์ไม่ได้ตอบกลับ ดวงตาสีควันเหม่อมองสิ่งอื่นเมื่อเรวารี่และบาร์ซีคเปลี่ยนเรื่องสนทนาเป็นแผนการเดินทางกลับเอลมัล

 หลังจากที่ครุ่นคิดเรื่องพลังอธิษฐานของตนมาเป็นระยะเวลานาน ทุกอย่างที่เกิดขึ้นบอกให้รู้ว่าสิ่งที่เขาเป็นอยู่ไม่ใช่เรื่องปรกติ แม้จะศึกษาเรื่องของยักษ์เงินไม่มากนักขณะอยู่ที่เอลมัลแต่หากเป็นไปตามที่โดรีฟและภูตอารักษ์เคยให้เขาศึกษาเกี่ยวกับเรื่องพลังของยักษ์เงิน พลังนั้นย่อมต้องแลกด้วยพลัง หากไม่แลกจากศิลาพลังงานก็ต้องเป็นพลังชีวิตของยักษ์เงินเอง

เพราะไม่มีความสามารถในการควบคุมพลังนั้น หลายครั้งเขาจึงใช้พลังอธิษฐานไปโดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นเมื่อครั้งที่เกิดพายุทรายที่เมืองบาร์คหรือตอนที่พบกับอลัน เมื่อใช้พลังอธิษฐานพลังชีวิตของเขาถูกลิดรอนอย่างไม่ต้องสงสัย ร่างกายอ่อนแอ ผลกระทบที่เกิดจากการร้องขอสร้างความเจ็บป่วยแก่ตนเอง ทว่าหลังจากที่กระดูกเขาสีเงินเหนือหน้าผากเริ่มปรากฏยาวขึ้น เมื่อบุคคลในห้วงฝันกล่าวถึงการรวมเป็นหนึ่ง พลังอธิษฐานของเขาก็เปลี่ยนไป

เซย์นึกถึงครั้งที่ถูกจับอยู่ ณ คฤหาสน์ของไคซา เขาสามารถร้องขอได้โดยไม่ต้องเสียพลังชีวิตของตนเองแม้แต่น้อย แต่คนที่แลกพลังชีวิตแทนคือจามิล ภูตรับใช้ที่อยู่ที่นั่น และเมื่อตอนที่ขาดสติเขากลับสร้างไฟไหม้ลุกท่วมคฤหาสน์หลังงามนั่นพร้อมกับที่เหล่าทหารยักษ์ฟ้ากระอักเลือดสิ้นใจอย่างไม่มีสาเหตุ

ครั้งล่าสุดที่เกิดเหตุการณ์แบบนั้น สภาพศพอาบเลือดของเหล่าศัตรูยังฝังติดแน่นทุกครั้งที่หลับตา เขาฆ่าผู้อื่นทั้งที่ไม่รู้ตัวได้อย่างไร

หากไม่ใช่เพราะใครอีกคน ใครที่ยืนยันว่าตนอยู่ในร่างเดียวกับเขาคนนั้น

...ข้าก็คือเจ้า...


                “เซย์ ไม่ได้ยินหรือ?” เสียงเรวารี่ดังขัดความคิด “เจ้าต้องไปที่ห้องโถงใหญ่ ท่านจ้าวต้องการพบ” เมื่อมองตามสายตาเรวารี่ก็พบมินชาซึ่งมาแจ้งข่าวยืนอยู่ที่ประตู ถึงมินชาจะแจ้งว่าผู้ที่ท่านจ้าวต้องการตามตัวมีเพียงเขาแต่เรวารี่และบาร์ซีคก็ยังตามอารักขาไปส่งถึงยังหน้าประตูห้องโถงและยืนยันว่าจะยืนเฝ้าอยู่ด้านนอกไม่ห่าง

ภายในห้องโถงใหญ่ นอกจากองครักษ์และราชายักษ์ดำซึ่งนั่งอยู่บนลังก์ราชสีห์ ฟารุคและเรซิสก็อยู่ที่นั่นด้วยเช่นกัน เซย์นั่งลงข้างฟารุค ไม่รู้ทำไมสายตาของท่านจ้าวถึงทำให้เขาอึดอัดนัก

“ท่านจ้าวยินดีที่จะให้เราใช้ศิลาดำ ศิลาพลังงานที่แข็งแกร่งที่สุดของดาร์คเนสในการถอนคำสาป” เรซิสสรุป “อีกสองวันเราจะเดินเรือไปยังเกาะเล็กทางตะวันออก สถานที่ซึ่งเก็บรักษาศิลาดำไว้” เขาจึงพยักหน้ารับ เรซิสอธิบายคร่าวๆถึงการเดินทางไปยังเกาะตะวันออก เขาจับใจความได้เพียงว่าทหารชาวยักษ์ดำจะทำหน้าที่อารักขาแทนหน่วยวิหครัตติกาลที่ถูกกักตัวไว้ยังเมืองท่าและใช้เวลาในการเดินทางเพียงวันเดียวเท่านั้น หากการอธิษฐานแก้คำสาปสำเร็จก็จะเดินทางกลับมายังดาร์คเนสในทันที

ตลอดการสนทนากับเรซิส เขารับรู้ได้ถึงประกายตาคมปราบที่จับจ้องอยู่ตลอดเวลาจนอึดอัดใจ เซย์เผลอมองสบดวงเนตรขององค์ราชาแห่งดาร์คเนสโดยไม่ได้ตั้งใจและพบแววตาแปลกประหลาดมากมายในสายตานั้น แปลกเสียจนเขาไม่สามารถคาดเดาว่าท่านจ้าวผู้สูงศักดิ์กำลังรู้สึกเช่นใด

“มินชาบอกว่าท่านจ้าวต้องการพบฉัน” ฟารุคได้ยินคำกระซิบก็ตีหน้าขรึมทันที “ดังที่มินชาว่า องค์ราชาคีรอสเรียกตัวเจ้า ท่านจ้าวประสงค์จะให้เจ้าพำนักอยู่ที่นี่อีกร่วมเดือนหลังการถอนคำสาป” น้ำเสียงของฟารุคฟังดูก็รู้ว่าไม่ชอบใจ คำกล่าวนั้นทำให้เขาต้องเหลือบมองคนที่นั่งบนบังลังก์ราชสีห์ดำทันที

“ทำไม...”

“นอกจากศิลาพลังงานล้ำค่าที่ซุกซ่อนอยู่ใต้ผืนดินแห่งดาร์คเนสแล้ว หลังจากสงครามครั้งสุดท้าย ตำราเวทย์มากมายจากอักขระโบราณก็ถูกเก็บรักษาไว้ที่นี่เช่นกัน” องค์ราชากล่าวเรียบเรื่อย “ในจำนวนนั้นไม่น้อยที่บันทึกถึงยักษ์เงินผู้มีพลังอธิษฐาน ข้ามีเรื่องอีกมากมายที่อยากสนทนากับเจ้า แต่ย่อมไม่ใช่ตอนที่องค์รัชทายาทแห่งเอลมัลต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนเช่นนี้แน่”

“ดังนั้นเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น โปรดอยู่ที่นี่อีกครู่หนึ่งเพื่อข้าด้วย”

เซย์ชะงักนิ่ง หันมองฟารุคในทันที

“แล้วแต่เจ้าตัดสินใจเถิด ไม่ว่าอย่างไรข้าก็จะไม่ปล่อยเจ้าไว้เพียงลำพัง” ฟารุคมองสบสายตาองค์ราชาคีรอส ในตอนนี้เองที่เซย์นึกออกว่าความเหมือนเมื่อแรกที่เขาเห็นในตัวท่านจ้าวยักษ์ดำกับฟารุคคงเป็นความหนักแน่นเฉียบดุในดวงตาสีรัตติกาลนั่นเอง เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนเหลือบมองเรซิสที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยหวังว่าจะช่วยให้คำตอบ

หากเมื่อองค์ชายรัชทายาทแห่งเอลมัลวาดยิ้มจางขึ้นที่ดวงหน้า เขาก็รู้ทันทีว่าต้องตอบตกลงอย่างไม่มีเงื่อนไข

“หากจะเป็นประโยชน์ต่อท่านจ้าวได้บ้าง ข้าก็ยินดี” ตอนนี้ชีวิตของเรซิสไม่ต่างกับอยู่ในกำมือของราชายักษ์ดำ หากเขาปฏิเสธคงไม่ดีนัก และคำขอนั้นก็ไม่ได้หนักหนาเกินไป

ไม่มีสิ่งใดต้องกังวล...เมื่อฟารุคยืนยันจะอยู่ข้างกายเขาเช่นนี้

เขาแตะสัมผัสหลังมือของฟารุคแผ่วเบา ผลคืออีกฝ่ายค่อยๆรวบมือเขากอบกุมไว้ คงเป็นเพราะความอบอุ่นภายใต้ฝ่ามือนี้ที่ช่วยประคับประคองให้เขากล้าก้าวไปข้างหน้า

องค์ราชาคีรอสพยักหน้ารับคำตอบด้วยความพึงใจ แม้จะสัมผัสได้ว่าสิ่งที่ท่านจ้าวต้องการคงไม่ใช่เพื่อนสนทนาเรื่องตำราเวทย์ทั่วไปแต่เซย์ก็ตั้งใจไว้แล้วว่าหน้าที่ที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ย่อมเป็นการช่วยเรซิสจากคำสาปสิบสองราตรี ซึ่งหากทุกอย่างเสร็จสิ้นดังที่คาดการณ์

...เขาจะตามหาอลัน...







========================================




กรี๊ดดดด ยอมรับผิดทุกประการค่ะที่หายไปนานมากๆ แต่ข่าวดีคือต้นฉบับเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วค่า ฮูเรย์~~~~ (หมุนตัวติ้วๆ)

ดังนั้นหลังจากนี้จะมาอัพสัปดาห์ล่ะครั้งค่ะ และถ้าไม่มีอะไรคลาดเคลื่อน รับรองว่าจะได้เห็นเซย์และฟารุคฉบับรวมเล่มในเร็วๆนี้ค่ะ 

ส่วนหนึ่งต้องขอบคุณคนที่ยังรอมากๆเลย ตอนที่รู้ว่าเขียนจบแล้วยังแอบใจหายเองเพราะผูกพันธ์กับทุกๆตัวละครในเรื่องนี้มากเหมือนกัน (ก็ดองอยู่ด้วยกันมาตั้งสองปี 555555) แต่เชื่อขนมกินได้ว่าหลายคนคงลืมเนื้อเรื่องไปมากแล้ว วิธีแก้คือย้อนอ่านใหม่เนาะ ฮาาา ขนาดคนเขียนไม่ได้เขียนนานๆยังแอบลืมเลย ซึ่งถ้าย้อนอ่านใหม่ได้ก็อาจเห็นความเปลี่ยนแปลงในหลายๆจุดที่กระต่ายดำได้ปรับแก้ใหม่จากฉบับเดิม (แต่อ่านต่อไปเลยก็ได้ค่ะ รู้เรื่องแน่นอน ) ^___^

ขอบคุณทุกคอมเม้น ข้อความอินบ็อก และทุกคนที่แวะมาพูดคุยกันที่เพจน้า แวะมาเม้ามอยกันได้ที่เก่าที่เดิมจ้า 
https://www.facebook.com/nandafroundblackbunny


Blackbunny <3 <3 <3

(ผู้เพิ่งฟื้นคืนจากหลุมและทุบไหดอง)


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

1,542 ความคิดเห็น

  1. #1465 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 18:23
    อ่ะคำขอของท่านเจ้าดำทีดูมีเงี่ยมงำ
    #1465
    0
  2. #1354 Kanyavee (@kanyavee1) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 6 กันยายน 2558 / 21:36
    รู้สึกไม่ไว้ใจราชายังงัยก็ไม่รู้
    เค้าแอบจิ้นโดรีฟกับชีฮาคอะ
    #1354
    0
  3. #1297 loocbomb (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 มกราคม 2558 / 13:28
    ราชายัก์ดำไม่น่าไว้ใจเลย =^=
    #1297
    0
  4. #1296 loocbomb (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 มกราคม 2558 / 13:28
    ราชายัก์ดำไม่น่าไว้ใจเลย =^=
    #1296
    0
  5. #1237 wimwin (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2557 / 21:16
    จะแก้คำสาปได้รึเแล่า ตามลุ้นต่อไปปป
    #1237
    0
  6. #1177 Shayou (@deejang007) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 กันยายน 2557 / 19:04
    0.0 !! มาเมื่อไหร่หนออ พึ่งเปิดมาเจอ =w= !!
    #1177
    0
  7. #1174 Tem_เเง้บๆ . 3 . (@thetempter) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 กันยายน 2557 / 10:25
    นี้ถ้าชีฮาค มีร่างมนุษย์คงไม่เเคล้วคู่กับโดรีฟสินะ ฮาาา // โดนชีฮาคไล่จิก
    #1174
    0
  8. #1120 กุ๊ฟ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2557 / 00:14
    หาไปนานๆๆนานเเสนนาน



    คิดถึงจังเลย :-)



    ขอยคุณที่ยังกลับมาลงเพิ่มน้า

    #1120
    0
  9. #1058 Luna (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2557 / 22:27
    คิดถึงไรเตอร์จ๊นนนนนนนนนนนน จุ๊บที! ดีใจที่ได้มาอ่าน 55555
    #1058
    0
  10. #1053 ►thou₩an¿¡◄ (@chocola-snow) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2557 / 20:04
    คิดถึง ม๊วฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
    รอเก็บรวมเล่มแน่นอน เฮ้!!!
    #1053
    0
  11. #1052 P a я m ' m (@pear2222) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2557 / 10:18
    ถ้ามีรวมเล่มก็เปิดจองเลย เย่ๆๆๆๆ
    #1052
    0
  12. #1051 Fronztear (@ffangarine) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2557 / 08:39
    กลับมาแล้ว เย้ ดีใจม๊ากมาก อ่านตอนไหนก็สนุก รักเรื่องนี้มากเลย
    #1051
    0
  13. #1050 May (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2557 / 18:08
    ตั้งหน้าตั้งตารอค่ะ
    #1050
    0
  14. #1048 Wrath E.K.S (@pear18206) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2557 / 02:53
    ตอนแรกที่เปิดขึ้นมาคือ 

    "โอ๋ ยานแม่ ข้าไม่ได้มองผิดไปใช่มั้ย มาอัพจริงๆใช่มั้ย GOD!!!"
    #1048
    0
  15. #1047 จันทราสูญสลาย (@b22925) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2557 / 00:34
    โฮ่ โฮ่ โฮ่ -_-+ 

    //นั่งรอตอนต่อไปอย่างเงียบงันในมุมมืด
    #1047
    0
  16. #1046 ` l ♔ ßrietta™ (@nanaya) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2557 / 20:47
    กรี๊ดดดดไม่ได้ตาฝาดดดด อัพแล้ววววว555555

    รวมเล่มแล้วสอยแน่ค่าอ้ากฟฟฟฟฟฟฟ
    #1046
    0
  17. #1045 pus tee (@ptee) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2557 / 20:47
    มาแล้วๆๆ ลืมอะ ต้องย้อนไปอ่านใหม่
    ไหใบเดิมแตก ไม่ต้องไปหาไหใบใหม่มาอีกน้าาา
    #1045
    0
  18. #1044 fFfFrailty_zZ (@-christin-) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2557 / 18:31
    ไม่ได้เจอนานจนเกือบลืมสภาพอึดอัดภายในเรื่องไปแล้ว 

    ดีใจด้วยคน จะเข้ามาอ่านทุกอาทิตย์เลยค่ะ
    #1044
    0