(Yaoi) TITAN  ลำนำอสูรสีเงิน (จบแล้ว)

ตอนที่ 33 : TITAN 25

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,491
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    5 ส.ค. 57



TITAN 25

****

เพราะปรารถนาจึงสำคัญ
เพราะสำคัญ
จึงปรารถนา

-ฟารุค เทียร์ เอลมัลนาร์ด-

****

               
 

                หลังจากมืดครึ้มมาหลายวันลมทะเลก็หอบพัดเอาไอฝนเข้าสู่ตัวเมือง สายฝนก็ซัดสาดลงจากม่านฟ้าปกคลุมทั่วทั้งเกาะดาร์คเนส เสียงหยดน้ำที่กระหน่ำลงกระทบอาคารหินสะท้อนก้องราวกับท้องฟ้ากำลังร่ำไห้ เหล่าทหารและผู้ทำงานในปราสาทราชสีห์ดำยังคงดำเนินกิจวัตรตามปรกติแต่คนกลุ่มหนึ่งกลับสวมใส่อาภรณ์สีขาวสะอาดมุ่งตรงไปยังห้องโถงปราสาทกลางเพื่อเข้าร่วมพิธีศพของเหล่าทหารผู้พลีชีพในหน้าที่

                รวมไปถึง อลัน แมคคัลเลย์ ชาวทไวซ์ที่ร่วมรบเคียงข้างทหารยักษ์ดำจนสิ้นใจด้วยน้ำมือของศัตรู

                เซย์ในชุดสีขาวยาวกรอมเท้าห่มคลุมทั้งร่างเช่นเดียวกับผู้เข้าร่วมพิธีคนอื่นๆบรรจงวางดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ลงบนร่างที่นอนอยู่บนแท่นน้ำแข็ง มองดูเช่นนี้กลับคล้ายว่าอลันกำลังนอนหลับดังเช่นทุกวันที่เคยอยู่ด้วยกัน อีกไม่นานตาลุงก็คงจะตื่นขึ้นแล้วหาวหวอดพร้อมกับบ่นกระปอดกระแปดไปเรื่อย

แต่ครั้งนี้เขารู้ว่ามันจะไม่เป็นเช่นนั้น

                ...อย่างน้อยก็ในตอนนี้...

            เด็กหนุ่มเป็นคนสุดท้ายที่วางดอกไม้ไว้อาลัย ใช้เวลาไม่น้อยกว่าจะสามารถละสายตาจากร่างไร้วิญญาณตรงหน้า เมื่อยักษ์เงินถอยเท้ากลับเข้าไปยืนรวมกับผู้เข้าร่วมพิธีคนอื่นๆ นายทหารยักษ์ดำก็พร้อมใจร่วมทำความเคารพเหล่าผู้จากไปด้วยการกำมือขวาแนบเข้าที่อกซ้ายเป็นสัญลักษณ์พร้อมยืนสงบนิ่ง บรรยากาศโดยรอบไม่ได้เต็มไปด้วยความเศร้าโศกอย่างที่เขาคิดเพราะสายตาอันแน่วแน่ประดุจเปลวเพลิงของเหล่าทหารสร้างความฮึกเหิมคล้ายกับต้องการย้ำเตือนว่าชีวิตของผู้เสียสละจะต้องไม่สูญเปล่า

                หลังพิธีศพเสร็จสิ้น ร่างไร้วิญญาณทั้งหมดจะถูกจัดขบวนนำส่งวิญญาณไปยังเขตสุสานท้ายเกาะ เซย์ไม่ได้รออยู่จนถึงพิธีนั้น เมื่อพิธีการในเขตปราสาทเสร็จสิ้นพวกเขาจึงกลับมายังตำหนักราชสีห์ดำ

                “เจ้าแน่ใจหรือว่าจะไม่ไปร่วมพิธีที่สุสาน” เรวารี่ถามย้ำด้วยน้ำเสียงระมัดระวังด้วยไม่อยากให้เซย์กระทบกระเทือนจิตใจไปมากกว่าที่เป็นอยู่ เมื่อเห็นยักษ์เงินพยักหน้ารับทหารหญิงจึงตัดสินใจกลับมายังตำหนักท่านจ้าวยักษ์ดำพร้อมกัน

            สายฝนยังกระหน่ำตกจากฟากฟ้า พวกเขากลับมายังห้องโถงเล็กซึ่งองค์ราชาแห่งดาร์คเนสอนุญาตให้ใช้เป็นเขตส่วนตน ฟารุคปลีกตัวออกไปสนทนากับนายทัพชาวยักษ์ดำยืนด้านนอก โดรีฟวางถาดขนมง่ายๆที่ตระเตรียมจากโรงครัวลงบนโต๊ะหินอ่อนอย่างเอาอกเอาใจ แม้จะไม่รู้สึกอยากอาหารสักเท่าไหร่แต่ก็ต้องยอมแพ้ให้กับดวงตากลมโตของภูตแกะอย่างเสียงไม่ได้

เซย์ยิ้มจาง อย่างน้อยในช่วงเวลาแบบนี้เขาก็รู้ว่ามีใครอยู่เคียงข้างบ้าง

“รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ ตัวเจ้าชื้นฝน เดี๋ยวจะไม่สบายเอา” เรซิสมองเซย์ที่บางส่วนของชุดคลุมเปียกละอองฝน คนฟังพยักหน้ารับด้วยรู้สึกถึงไอเย็นจากเนื้อผ้าเช่นกัน เด็กหนุ่มส่งขนมชิ้นสุดท้ายเข้าปาก องค์ชายหนุ่มมองตามเซย์ โดรีฟและเรวารี่ที่ตามคุ้มกันจนลับสายตา

...อย่างน้อยเซย์ก็เข้มแข็งขึ้นมากแล้ว...

รัชทายาทยักษ์แดงพรูลมหายใจ เขายังจดจำใบหน้ายามที่เซย์ไร้สติจากเหตุการณ์บนเรือได้แจ่มชัด ความเจ็บปวดทรมานจากดวงหน้านั้นบีบคั้นหัวใจเขาไม่แพ้กัน ทั้งที่อยากช่วยปลอบประโลมและเป็นที่พึ่งพิงแต่ก็รู้ดีว่าคนที่ยักษ์เงินต้องการคือผู้ใด

แม้กำหนดการจะบังคับให้ต้องเดินทางกลับไปยังเอลมัลล่วงหน้าไปก่อนแต่ในเวลานี้เขากลับอยากอยู่ที่นี่เพื่อปกป้องรอยยิ้มนั้นให้ยาวนานขึ้นแม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดีเรซิสเหลียวมองเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเข้ามาใกล้

“ข้าได้รับสารจากลาร์ค ดูเหมือนเอกสารการทูตจะมีปัญหาเพราะเขาไม่สามารถลงนามได้” บนไหล่กว้างปรากฏร่างภูตกาดำ ชีฮาคโผลบินจากผู้เป็นเจ้านายมาเกาะที่พนักเก้าอี้รับรอง ปีกสีดำขนาดใหญ่แผ่กว้างขณะกางสะบัดขน

“แปลว่าดวงตาของลาร์ค...” พูดยังไม่ทันจบฟารุคก็พยักหน้า สีหน้าเครียดขึง “ลาร์คยังมองไม่เห็น แม้แต่ตัวอักษรในจดหมายก็ยังเป็นลายมือของผู้อื่น”

เรซิสถอนหายใจเฮือก “แต่หากสัญญาสงบศึกเรียบร้อยดีเช่นนี้จากนี้ก็ไม่น่าเป็นปัญหา”

“ข้าก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น” ฟารุคตอบทั้งที่มีสีหน้ายุ่งยากใจ เรซิสจ้องมองยักษ์ดำเงียบๆพักหนึ่ง ตั้งแต่มีเซย์ ฟารุคก็เปิดเผยอารมณ์ทางสีหน้ามากขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้แม้จะถูกกล่าวหาว่าสมคบคิดกับยักษ์ฟ้าลอบวางคำสาปสิบสองราตรียักษ์ดำเองยังแสดงทีท่ากังวลต่อสิ่งใด ใบหน้าปานรูปสลักนั้นคล้ายจะเมินเฉยต่อโลกทั้งใบเสียด้วยซ้ำ

“ส่วนเรื่องอสูรกายพวกนั้น ทางดาร์คเนสรายงานว่ายังไม่พบที่มา หรือไม่ก็พบแต่จงใจไม่บอกเรา” ฟารุคลูบขนปีกของชีฮาคเบาๆ “เราไม่รู้ว่าพวกมันมีจำนวนที่แท้จริงมากเท่าไหร่และหากเป้าหมายอยู่ที่เซย์จริงๆอีกไม่นานพวกมันคงพยายามเข้าจู่โจมอีกครั้ง ดังนั้นขอให้ท่านระวังตัวให้มากด้วย”

“เจ้าเองก็เช่นกัน” เรซิสลุกขึ้นยืน “หากเจ้าเป็นอะไรไปอีกคน คงมีใครบางคนยากจะทำใจ”

สายฝนด้านนอกหยุดลง ประกายแดดค่อยๆส่องลอดเสี้ยวเมฆลงมายังปราสาทหิน แสงสะท้อนจางๆปรากฏบนดวงตาของรัชทายาทแห่งเอลมัล เรซิสตระหนักดีว่าตนยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องทำหลังจากนี้ ทั้งเรื่องการทูตกับบาแซนไดซ์และดาร์คเนส เขาในฐานะรัชทายาทควรต้องรีบกลับไปยังเอลมัลโดยเร็วที่สุด

ไม่มีเวลาสำหรับเฝ้ามองรอยยิ้มที่เป็นของผู้อื่นอีกแล้ว

“องค์ชายคาลิปโซ” ฟารุคเรียกอีกฝ่ายไว้ “หากไม่ใช่ข้า คงมีเพียงท่านเท่านั้นที่ข้าไว้ใจอยากให้อยู่เคียงข้างเขา” นัยน์ตายักษ์ดำไม่มีแววล้อเล่นสักนิด เรซิสหยุดฝีเท้าครู่หนึ่งก่อนจะก้าวออกจากห้องโถงไปโดยไม่ตอบรับสิ่งใด

ฝนหยุดตกแล้ว

เมฆฝนที่ครึ้มอยู่นานเบาบางลงจนแทบเลือนหายไป


****
 

เพียงสองวันหลังจากนั้น ขบวนเดินทางของเรซิสก็พร้อมเดินทางกลับไปยังเอลมัล ทหารหน่วยวิหครัตติกาลส่วนหนึ่งร่วมอารักขาพร้อมด้วยทัพเรือจากดาร์คเนสที่ให้ความร่วมมือนำส่งองค์ชายรัชทายาทจนถึงเขตแดนเอลมัล การเดินทางในครั้งนี้ไม่ได้ถูกจัดเป็นขบวนเล็กๆในคราบคาราวานพ่อค้าอัญมณีดังเช่นตอนมา

การเดินทางกลับของเรซิสในฐานะองค์ชายรัชทายาทนั้นถูกประกาศอย่างเป็นทางการ เมื่อถึงเขตแดนเอลมัลจะได้รับการสนับสนุนทัพจากทหารเอลมัลอารักขากลับไปยังเมืองหลวงเอรานอสทันที

 “กว่าจะได้พบกันอีกครั้งคงใช้เวลาไม่น้อย” เรซิสเอ่ยขึ้น วันนี้เรือนผมสีทองสว่างถูกรวบมัดด้วยเชือกรัดประดับอัญมณีซึ่งเป็นหนึ่งในของกำนัลที่ทางดาร์คเนสมอบให้ พวกเขายืนอยู่ ณ ป้อมปราการเมืองท่า เซย์ยิ้มบาง ไม่รู้คิดไปเองหรือไม่ว่าฟารุคจงใจปลีกตัวออกห่างให้เขาได้อยู่กับเรซิสตามลำพัง

“ระหว่างที่อยู่ที่นี่อย่าเผลอไปซุกซนที่ใด หากเข้าไปยังเขตหวงห้ามหรือตำหนักผู้อื่นอาจเป็นอันตรายได้ รู้หรือไม่” คนฟังถึงกับครางเสียงอ่อนแทบจะหลุดขำออกมา “สัญญาเลยว่านายจะเป็นคนเดียวที่ฉันกลิ้งหล่นลงไปในเขตตำหนัก” เซย์ยิงฟัน ยกมือขึ้นทำท่าวันทยหัตถ์ขึงขัง ริมโอษฐ์ขององค์ชายยกยิ้มขึ้นเมื่อเห็นท่าทางขี้เล่นนั่น

“ข้าเป็นห่วงเจ้ายิ่งนัก หวังว่าเจ้าจะพอรู้” ดวงตาสีทับทิมหม่นแสง เซย์พยักหน้า เขารับรู้ความรู้สึกของเรซิสและรู้สึกขอบคุณไม่น้อย ไม่นานนักเรวารี่ก็เข้ามารายงานว่าการเตรียมการทุกอย่างเรียบร้อย เขาและเรซิสตามทหารหญิงมาที่ท่าเรือ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยฟารุคจึงเข้ามาสมทบ

เรซิสกระซิบกล่าวอะไรบางอย่างกับฟารุค เซย์พยายามเงี่ยหูฟังจนตัวเอียงแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ยินแถมยังถูกยักษ์ดำเหล่มองดุๆ เรซิสกล่าวลาสั้นๆพร้อมยกยิ้มก่อนหันหลังให้ทว่าจู่ๆองค์ชายยักษ์แดงก็หันกลับมาอีกครั้งพร้อมดึงตัวยักษ์เงินเข้ามาในอ้อมกอด เซย์ตัวแข็งทื่อเป็นหินเมื่อริมฝีปากอุ่นแนบจรดจุมพิตลงบนหน้าผาก

“จงรีบตามข้ากลับมายังเอลมัลโดยปลอดภัย”เรซิสกล่าวก่อนจะรุดขึ้นเรือไปโดยไม่รอคำตอบรับ เซย์กระพริบตาปริบ ให้ตายเถอะ...เขาไม่กล้าหันไปมองสีหน้าฟารุคตอนนี้เลย

เมื่อขบวนเรือถอนสมอออกจากท่า พวกเขาก็ขึ้นรถม้ากลับไปยังปราสาทของท่านจ้าว ระหว่างที่อยู่บนรถม้าฟารุคยังจ้องเขาเขม็งแต่กลับไม่ยอมพูดอะไรออกมา ซึ่งนั่นทำให้รู้สึกอึดอัดแปลกๆจนต้องฝ่ายถามออกมาเอง

“นายกับเรซิสคุยอะไรกัน”

“ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าต้องรู้” นั่นประไร...แล้วมาทำกระซิบกันให้เกิดอยากรู้ขึ้นมาทำไมเล่า เซย์นิ่วหน้าแต่ไม่ต่อล้อต่อเถียงอะไรอีก ไม่นานรถม้าก็วนมาจอดด้านหน้าตำหนักราชสีห์ดำ เมื่อลงจากรถม้าได้เซย์ก็รุดเข้าไปยังด้านในปราสาททันที

“จะไปแล้วหรือ” ฟารุคตีหน้าขึงเรียกยักษ์เงินไว้เมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินมุ่งไปยังหอสมุดของตำหนัก

...ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขานัดพบกับองค์ราชาคีรอส...

เซย์พยักหน้า สองวันมานี้ท่านจ้าวยักษ์ดำเรียกตัวเขาพูดคุยที่หอสมุดตามข้อแลกเปลี่ยนที่เคยตกลงไว้ว่าหากทางดาร์คเนสให้หยิบยืมพลังจากศิลาดำเขาจะต้องอยู่ที่นี่ในฐานะยักษ์เงินเพื่อการศึกษาตำราโบราณ

“ฉันไปไม่นานหรอกน่า” เซย์อมยิ้ม อารมณ์ดีขึ้นมานิดหน่อยเมื่อเห็นฟารุคแสดงสีหน้าไม่พอใจ ถึงแม้จะยอมรับว่าสีหน้าแบบนี้ของฟารุคน่ากลัวใช่ย่อยแต่มันก็ยืนยันว่ายักษ์ดำเป็นห่วงและหึงหวงเขาอยู่บ้าง...ถ้าเขาไม่ได้คิดไปเองล่ะก็นะ

ฟารุคไม่ตอบสิ่งใด เพียงแต่มองส่งร่างนั้นจนลับสายตา เมื่อแน่ใจว่าเซย์ไม่อยู่แล้วจึงเอ่ยเรียกเรวารี่ซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลนัก “ภูตอารักษ์ว่าอย่างไรบ้าง” เรวารี่ได้ยินคำถามจึงยื่นจดหมายฉบับหนึ่งส่งให้ผู้เป็นนาย หัวหน้าหน่วยวิหครัตติกาลคลี่กระดาษสีเนื้อในมืออย่างระมัดระวัง ดวงตาคมกวาดสายตาผ่านตัวอักษรซึ่งถูกลงลักษณ์โดยภูตอารักษ์แห่งหอสมุดปราสาทเอรานอส ดวงหน้าปานรูปสลักยากจะคาดเดาความรู้สึก

หลังจากเหตุการณ์ถูกโจมตีในน่านน้ำดาร์คเนส เขาได้ส่งภูตกานำสารไปยังภูตอารักษ์ผู้ดูแลหอสมุดแห่งเอลมัลเพื่อให้ภูตหญิงชราซึ่งเคยระบุว่าเซย์คือยักษ์เงินค้นหาความจริงบางประการเกี่ยวกับสงครามครั้งสุดท้ายระหว่างชาวยักษ์และชาวทไวซ์ เรื่องราวที่ล่วงเลยมาเกือบพันปีทำให้เอกสารสำคัญแทบจะไม่หลงเหลืออยู่แต่นั่นก็ไม่เกินความสามารถของภูตอารักษ์

เมื่อภูตหญิงชราได้ระบุมาแน่ชัดว่าผู้นำทัพชาวทไวซ์ในสงครามครั้งสุดท้ายเป็นชาวยักษ์เงินซึ่งก่อนสิ้นสงครามได้ถูกราชายักษ์เงินองค์สุดท้ายสละชีพเพื่อใช้พลังทั้งหมดสะกดวิญญาณเอาไว้ ณ ที่ใดที่หนึ่ง

...เหตุใดจึงต้องสะกด...

คำถามที่ผุดขึ้นมาทำให้ยักษ์ดำต้องขมวดคิ้วแน่น ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่ถูกบันทึกเกี่ยวกับไททันมีเรื่องราวของสงครามครั้งสุดท้ายอยู่เพียงน้อยนิด ไม่ว่าเขาหรือผู้ใดย่อมไม่เคยได้รับรู้เรื่องราวของผู้นำชาวทไวซ์ดังที่ภูตอารักษ์กล่าวอ้าง สีหน้าเป็นกังวลอย่างปิดไม่มิดทำให้ผู้เปรียบเสมือนมือขวาต้องเอ่ยถาม เรวารี่กระแอมเรียกนายท่านของตน

“นายท่านจะส่งสารกลับไปยังเอลมัลอีกหรือไม่” ทหารหญิงถาม “ข้าจะให้ทหารเตรียมภูตกาอีกตน เราไม่อาจใช้ภูตกาตนเดิมเดินทางไกลไปยังเอลมัลซ้ำได้” ฟารุคพยักหน้าเข้าใจก่อนตอบปฏิเสธ ในตอนนี้เขาได้คำตอบของสิ่งที่ต้องการแล้ว

เหลือเพียงแต่ยืนยันให้แน่ใจเท่านั้น

“สั่งให้คนของเราเตรียมพร้อม” เสียงทุ้มสั่ง “หากเซย์เสร็จธุระจากราชาคีรอส เราจะเดินทางกลับเอลมัลในทันที”


****
 

ชั้นหนังสือไม้สูงตระหง่านตั้งเรียงเป็นแถวซ้อนกันอย่างเป็นระบบระเบียบ ห้องสมุดสองชั้นภายใต้เพดานโดมสูงเก็บรักษาหนังสือไว้มากมายเกินกว่าจะประมาณจำนวนได้ ที่นี่เองก็มีภูตอารักษ์เป็นชายชราเช่นเดียวกับภูตอารักษ์ ณ หอสมุดในวังหลวงแห่งเอลมัล เซย์จดจำได้ว่าในตอนแรกที่เขาเห็นภูตอารักษ์แล้วนึกว่าเป็นภูตผีนั้นยังตกใจจนถึงกับล้มกลิ้ง

นึกแล้วก็ตลกตัวเองไม่น้อย ตอนนั้นฟารุคคงนึกเหยียดหยามเขาพิลึก

“มาแล้วหรือ” สุรเสียงที่ดังขึ้นทำเอาถึงกับสะดุ้ง เซย์กลืนน้ำลายอึกใหญ่ รู้สึกไม่ชินเสียทีเมื่อต้องเผชิญหน้ากับท่านจ้าวยักษ์ดำ ราชาคีรอสประทับนั่งอยู่ ณ เก้าอี้สีขาวมุกตัวเดิมเช่นทุกครั้ง เมื่อมองผ่านๆร่างสูงโปร่งนั้นคล้ายคลึงกับฟารุคจนเขาแปลกใจ

แต่เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าฟารุคก็มีสายเลือดของราชวงศ์ซาลันลูเซนแห่งดาร์คเนสเขาก็เข้าใจในทันที

“องค์ชายคาลิปโซเดินทางเรียบร้อยดีใช่หรือไม่” สุรเสียงนั้นทำให้เขาหลุดจากภวังค์ เซย์ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม “น่าเสียดายที่ข้าไม่อาจไปส่งด้วยตนเอง”

เซย์พยักหน้า “หวังว่าทหารของท่านจะนำส่งองค์ชายโดยปลอดภัย”

“ย่อมเป็นเช่นนั้น” ฝ่ามือใหญ่วางแก้วชาลงบนจานรองดวงตาสีดำประหนึ่งความมืดอันไร้จุดสิ้นสุดดึงดูดเขาจนแทบไม่สามารถละสายตาไม่นานนักภูตอารักษ์ชราก็นำหนังสือเล่มใหญ่มาวางบนโต๊ะตรงหน้าก่อนที่ร่างเลือนรางนั้นจะลอยหายไปในช่องว่างระหว่างชั้นหนังสือ

“เมื่อวานนี้เราถึงไหนกันแล้วเล่า”  แม้จะฟังดูคล้ายคำถามแต่เซย์รู้ดีว่าราชาหนุ่มคงไม่ต้องการคำตอบเพราะอีกฝ่ายเปิดตำราเล่มใหญ่ถึงหน้าที่พวกเขาค้างไว้จากเมื่อวานรอก่อนแล้ว

“ว่าอย่างไร” เมื่อท่านจ้าวรับสั่งถามย้ำเขาจึงตอบอย่างเสียไม่ได้ “การเดินทางไปยังป่ามืด”

...ใช่...ป่ามืด...

...เขตหวงห้ามลึกลับซึ่งกักขังชาวเผ่าทไวซ์ให้ตัดขาดจากแผ่นดินไททันนานนับชั่วกัปกัลป์

ริมฝีปากหนาคลี่ยิ้มเมื่อได้ยินคำตอบที่ต้องการ “เขตหวงห้ามกว่าพันปีนั้นซุกซ่อนอยู่ที่ใดไม่ว่าใครก็ไม่อาจล่วงรู้ เขตอาคมของราชายักษ์เงินองค์สุดท้ายปิดกั้นชาวทไวซ์ออกจากชาวยักษ์ รวมถึงชาวยักษ์ก็ไม่อาจเข้าถึงเขตแดนนั้นได้เช่นกัน”

“ยกเว้นยักษ์เงิน” เซย์พูดต่อ “หากเข้าไปถึงที่นั่นได้ จะตามหาศิลาคืนวิญญาณได้ยังไง” เซย์ถามสีหน้าจริงจัง ตลอดหลายวันที่ผ่านมาแม้จะบอกกับฟารุคว่าสิ่งที่องค์ราชาสนทนากับเขาเป็นเพียงเรื่องทั่วไปแต่ความจริงแล้วนับแต่วันที่ได้รู้ว่าภายในศิลาแดงคือวิญญาณของอลัน เขาและราชาคีรอสก็เตรียมการสำหรับเรื่องนี้มาโดยตลอด

...เมื่อเก็บวิญญาณไว้ได้ ก็สามารถคืนร่างได้...

สิ่งที่ท่านจ้าวยักษ์ดำเอ่ยในคำคืนนั้นทำให้เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะยอมทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้คืนมาซึ่งครอบครัวเพียงคนเดียวของตน แม้ว่านั่นจะหมายถึงการเสี่ยงอันตรายก็ตาม

ในเมื่อแม้แต่อลันยังยอมตายเพื่อเขาได้

“ศิลาคืนวิญญาณถูกเก็บรักษาไว้โดยหัวหน้าเผ่าทไวซ์ หากเจ้าไปถึงเขตป่ามืดได้แล้วคงไม่ยากนักที่จะเข้าไปยังดินแดนของชาวอักขระมนตรา” ราชาคีรอสกล่าวถึงชาวทไวซ์ผู้มีอักขระเวทย์สีม่วงพาดพันบนร่างเช่นเดียวกับอลัน เซย์ผงะถอยเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายขยับมือเข้าใกล้แต่เมื่อเห็นสิ่งที่องค์ราชายื่นให้คือแหวนวงหนึ่งและลูกแก้วสีดำเล็กๆ ยักษ์เงินก็เลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

“เจ้าต้องใช้สิ่งนี้” สุรเสียงทรงอำนาจกระซิบสั่งคล้ายบังคับ “สวมมันไว้ข้างที่เจ้าไม่ได้สวมแหวนจากกระดูกเขานั่นก็ได้” ท่านจ้าวปราดมองมือซ้ายของเซย์ซึ่งสวมแหวนจากกระดูกเขาท่านแม่ของฟารุค ดวงตาสีดำวาววาบชั่วขณะก่อนมองสบตาเขา เซย์รู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมา เขาไม่สามารถเดาความรู้สึกใดของท่านจ้าวได้เลย

“แหวนนี่จะทำให้ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังอยู่ที่ใดและจงบีบลูกแก้วนั่นให้แตกเมื่อเจ้าต้องการกลับมายังดาร์คเนส” เซย์รับวงแหวนและลูกแก้วสีดำสนิทไว้ในมือทั้งที่ยังไม่เข้าใจนัก ทันทีที่แตะสัมผัสกับเกิดความรู้สึกอึดอัดแปลกประหลาดบางอย่างขึ้นในใจ ดูเหมือนท่านจ้าวจะสังเกตเห็นเพราะอีกฝ่ายจับจ้องเขาไม่วางตา

“หวังว่าเจ้าคงรู้ว่าการตัดสินใจเช่นนี้เสี่ยงที่จะต้องแลกด้วยชีวิต เจ้าคือยักษ์เงินที่ชาวทไวซ์ชิงชัง อาจตายตั้งแต่เมื่อแรกที่ไปถึงด้วยซ้ำ แต่หากยังแน่วแน่รุ่งสางของวันพรุ่งจงมาพบข้าที่นี่หรือจะเปลี่ยนใจก็รีบเสีย” เซย์สูดหายใจเข้าลึก ถึงรู้เช่นนี้แต่เขาก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจ

“ถ้าทุกอย่างสามารถเป็นไปตามที่ท่านว่า ศิลาแดงจะเป็นของท่าน รวมถึงศิลาคืนวิญญาณด้วย” ราชาแห่งดาร์คเนสพยักหน้ารับ ยักษ์เงินตอบรับข้อตกลงที่ท่านจ้าวยักษ์ดำยื่นเสนออย่างไม่ลังเล ไม่ว่าศิลาพวกนั้นจะมีค่ามากมายขนาดไหนเขาก็ยอมแลกทั้งนั้น เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนค้อมกายทำความเคารพราชายักษ์ดำตามธรรมเนียมดังเช่นทุกครั้ง 

“พรุ่งนี้ข้าจะไม่ให้ท่านต้องรอ”


****
 

ดวงตะวันลับขอบฟ้าไปนานแล้ว แสงออโรราพลิ้วไหวเหนือม่านฟ้ายามราตรี เมื่อสายฝนที่ตกหนักตลอดช่วงเช้าผ่านพ้นท้องฟ้าจึงกระจ่างใสจนสามารถมองเห็นหมู่ดาวนับร้อยพันแข่งแสงเปล่งประกาย

เซย์ท้าวแขนกับขอบระเบียงซึ่งยื่นล้ำออกจากตัวอาคาร มือข้างหนึ่งวางทับขลุ่ยไม้สีอ่อนขณะแหงนหน้ามองฟ้ากว้างไร้จุดสิ้นสุด  เพราะตำหนักราชสีห์ดำอยู่ห่างจากเขตตำหนักอื่นมากนักเบื้องล่างจึงเป็นสวนหย่อมและเหล่าแมกไม้ สายลมโชยอ่อนพัดพากลิ่นชื้นฝนจากผืนดินลอยสู่อากาศ ยักษ์เงินสูดลมหายใจเข้าลึก

...สิ่งที่เขาจะทำ...มันถูกต้องแล้วใช่หรือไม่...

เซย์ถามย้ำกับตนเองอีกครั้ง แม้ในใจจะมีคำตอบแน่ชัดแต่ความกังวลยังคงเกาะกุมจิตใจ เขารู้ดียิ่งกว่าใครว่าการตัดสินใจในครั้งนี้ไม่ว่าใครก็คงไม่ยอมรับ เมื่อการเข้าสู่เขตป่ามืดของชาวทไวซ์นั้นไม่ต่างอะไรกับเอาชีวิตไปแขวนไว้บนปลายดาบของเหล่าศัตรู

โดยเฉพาะฟารุค

หากอีกฝ่ายรู้ คงไม่มีวันยอมให้เขาทำเช่นนี้อย่างแน่นอน

“คิดสิ่งใดอยู่หรือ”  น้ำเสียงแสนคุ้นเรียกให้เขาหันกลับ ฟารุคกล่าวพลางขยับกายยืนซ้อนด้านหลัง ยักษ์ดำกางวงแขนท้าวระเบียงโดยคร่อมร่างเซย์ไว้ในอ้อมแขน

“อย่าเบียดสิ” เซย์ตีหน้ายุ่ง นึกตกใจไม่ได้ที่อีกฝ่ายมาได้จังหวะคล้ายจะล่วงรู้ว่าเขากำลังคิดเรื่องใด ฟารุคหัวเราะในลำคอ“กลัวแต่เจ้าจะคิดถึงผู้อื่นอยู่” เสียงทุ้มกระซิบต่ำ แน่นอนว่าด้วยส่วนสูงที่ไม่ต่างกันมากนักทำให้การอยู่ในท่าทางน่าอายเช่นนี้ชวนอึดอัดไม่น้อย

“ก็กำลังคิดถึงเจ้าของแหวนนี่” เซย์ยิ้ม ยกมือซ้ายขึ้นสูง “โดรีฟบอกว่านายถูกแม่ทัพยักษ์ดำนั่นเรียกตัวอีกแล้ว”

“เจ้าแกะเป็นสายลับของเจ้าไปแล้วหรือ” ไม่ว่าเปล่ายักษ์ดำประกบมือซ้อนหลังมือของเซย์ไว้ก่อนแนบนิ้วสอดประสาน “มีหลายสิ่งที่ข้าต้องจัดการ” ความอบอุ่นคล้ายจะถูกส่งผ่านจากปลายนิ้วที่แนบซ้อนไหลวนเข้าสู่ร่างกายจนโอบล้อมหัวใจไว้ทั้งหมดฟารุคกดจูบลงบนกระหม่อมเซย์แผ่วเบา

 “ฟารุค” เซย์กระซิบเรียก “เราจะกลับไปอยู่ด้วยกันที่ปราสาทมืดเมืองวูสเลคใช่ไหม”คนฟังนิ่งเงียบแต่วงแขนที่โอบล้อมขยับกอดแนบยักษ์เงินไว้แน่น แผ่นหลังที่แนบสนิทกับอกกว้างทำให้เขารับรู้ถึงจังหวะชีพจรของคนที่ไม่ค่อยแสดงความรู้สึกเท่าไรนัก

...หัวใจของฟารุค...กำลังเต้นตุบ...

 “เจ้ายังไม่แน่ใจหรือ”

เซย์ขยับมือที่ยังแนบกำประสานวางทาบบนหน้าอกของตน เพื่อให้ยักษ์ดำได้รับรู้เช่นกันว่าหัวใจของเขา กำลังเต้นในจังหวะที่ไม่ต่างกัน

ฟารุคกอดคนในวงแขนไว้จากด้านหลัง ใบหน้าคมสันวางบนไหล่แนบแอบอิง “คำถามของเจ้าทำให้ข้าหวั่นใจนัก เจ้าเด็กมนุษย์” คำเรียกขานนั้นมาพร้อมมุมปากที่ยกสูงขึ้น “ข้าคือกาดำแห่งเอลมัลผู้ไร้ซึ่งจุดอ่อน รู้หรือไม่”เซย์หัวเราะในลำคอ

“นายเคยบอกว่าฉันได้รับเกียรติให้เป็นจุดอ่อนของนาย”

“ข้าเคยคิดเช่นนั้น แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่” เสียงต่ำกระซิบ “เจ้าเสียอีกที่ทำให้ข้าอยากแข็งแกร่งขึ้น เพราะเจ้าคือสิ่งสำคัญ และการมีสิ่งสำคัญคือเรื่องน่ายินดีของชีวิต” เซย์พลิกตัวหันกลับ มองสบดวงตาที่เคยจ้องมองเขาอย่างแข็งกร้าวและพบว่าในยามนี้มันอ่อนโยนยิ่งนัก เด็กหนุ่มพริ้มตาลงเมื่อดวงหน้าคมสันโน้มลงชิด ลมหายใจร้อนผ่าวปะทะผิวหน้าก่อนที่ริมฝีปากจะรับรู้ถึงสัมผัสอุ่นนุ่มที่แนบประกบ มือข้างหนึ่งของฟารุคยังคงสอดประสานมือเขาไว้ขณะที่มืออีกข้างสอดเข้าใต้กลุ่มผมสีเงินยวงจับบังคับยักษ์เงินให้แหงนรับจูบได้ถนัดถนี่ ริมฝีปากหนาบดคลึงก่อนที่เรียวลิ้นอุ่นนุ่มจะล่วงล้ำกระหวัดเกี่ยว

ฟารุคเลื่อนมือลงโอบประคองเซย์ที่ใช้มือข้างหนึ่งกำทึ้งเสื้อคลุมเขาไว้ แม้จะผละจูบให้อีกฝ่ายได้สูดอากาศหายใจแต่ริมฝีปากก็ยังเฝ้าจุมพิตที่ผิวแก้มและปลายจมูกไล้เรื่อยไปถึงเปลือกตา ลมหายใจร้อนผ่าวของกันและกันผสานผสมปนเปอย่างไม่อาจแยกออก

“...เทียร์...” ทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกกระซิบเรียกชื่อของตนฟารุคก็แทบจะจูบริมฝีปากนั่นอีกครั้งทันทีถ้าไม่ติดว่ายักษ์เงินเบี่ยงใบหน้าหนีจนจุมพิตนั้นแนบประทับบนผิวแก้มแทน

“น..นี่มันระเบียง...” ท้ายเสียงเบาหวิว ดวงตาสีเงินเมินหนีไม่ยอมมองสบ และนั่นยิ่งทำให้ฟารุครู้สึกอยากไล่ต้อนนัก

“แปลว่าถ้าเป็นที่อื่นได้หรือ” เซย์หันกลับมาถลึงตาใส่ทันที เมื่อเห็นสีหน้าของฟารุคจากที่คิดว่าจะทุบแรงๆสักทีมือไม้ก็อ่อนลงปล่อยให้อีกฝ่ายกุมจับไว้ได้หน้าตาเฉย

...ฟารุคไม่ได้ล้อเล่น...

“อย่าห่วงเลย ข้าไม่เร่งรัดเจ้า” เสียงที่กระซิบพูดแหบพร่ากว่าที่เคยเป็น และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเมื่อได้ยินประกอบกับนัยน์ตาวาววับคู่นั้น ใบหน้าที่เคยเฉยชาของฟารุคกลับดู...เซ็กซี่เป็นบ้า...

เซย์กลืนน้ำลายอึกใหญ่ รู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่ผิวหน้าเมื่ออีกฝ่ายรั้งเอวเขาแนบชิดแล้วโน้มตัวลงขบเม้มติ่งหูกลมนิ่มอย่างเอาแต่ใจ ขาที่เคยทรงตัวได้ดีก็แทบจะหมดแรงเอาเสียดื้อๆ

...และไม่ใช่ว่าเขาไม่ต้องการฟารุค...

...พรุ่งนี้...เพียงวันพรุ่งนี้มาถึง เขาเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะได้พบยักษ์ดำอีกเมื่อไหร่...

...จะได้พบอีกหรือไม่ ก็ยังไม่อาจแน่ใจเช่นกัน...

“...ข้างใน” เซย์ก้มหน้างุด กำอกเสื้ออีกฝ่ายไว้แน่น “เข้าไปข้างใน” ไม่ต้องรอให้พูดซ้ำ ยักษ์ดำหันตัวกลับทั้งที่ยังโอบเขาไว้ เพียงครู่เดียวก็ถูกฟารุคจับจูงกลับเข้ามาด้านในห้องพัก เซย์ใจเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อร่างสูงใหญ่ที่เพิ่งลงกลอนประตูหันกลับมาจ้องเขาเขม็ง

ยิ่งฟารุคขยับเข้าใกล้มากเท่าไหร่ ลมหายใจก็เหมือนจะติดขัดมากขึ้นเข้าไปทุกที

เขาหลับตาลงเมื่อฝ่ามืออุ่นร้อนแนบประคองใบหน้าให้แหงนขึ้นรับจุมพิตอ่อนหวานที่บดเบียดไม่เว้นที่ว่างให้ร่างกายห่างกันแม้แต่น้อย มือใหญ่ที่โอบกอดลูบไล้แผ่นหลังเลื่อนลงถึงสะโพก เด็กหนุ่มครางฮือเมื่ออีกฝ่ายสอดมือเข้าในเนื้อผ้าไล้สัมผัสแผ่นหลังเนียนละเอียดในขณะที่ริมฝีปากยังคงเฝ้าบรรจงจูบรู้ตัวอีกทีก็พบว่าตนถูกประคองมาถึงเตียงนอนหลังใหญ่ ฟารุคตลบม่านผืนบางขึ้นยามดันร่างยักษ์เงินให้ทิ้งตัวลงบนฟูกนุ่ม

                
::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

(ตัดฉากมุ้งมิ้งนะจ๊ะ )

            ::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

จังหวะชีพจรที่รับรู้นั้นไม่แน่ใจว่าเป็นของหรือเป็นของฟารุคทิ้งตัวลงกอดแนบไว้ ใบหน้าคมคายกดจูบยามโอบกอดเขาเข้าสู่บทรักอีกครั้ง แม้ไม่ได้ยินว่าเสียงทุ้มที่กระซิบแผ่วคล้ายคำปลอบโยนนั้นเอ่ยคำใดแต่ก็รับรู้ว่าทั้งใจได้ฝากฝังไว้ที่ยักษ์ดำจนหมดสิ้นแล้ว

และจากนี้ ความรักของเขาก็จะยังคงเป็นของฟารุคตลอดไป

...ไม่ว่าหลังจากวันพรุ่งนี้ เขาจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ก็ตาม...














********************************************************************




คาดว่าหลังจากจบตอนคงมีคนเตรียมขย้ำคอกระต่ายดำเต็มที่ 5555 เค้าจำเป็นต้องตัดออก XYZ เพื่อกันโดนแบนเนาะ จริงๆอาจจะเป็นฉากที่รอคอยอีกฉากนึงเลยก็ว่าได้นะเนี่ย ฮาา  แต่ถึงจะไม่มีฉากนี้เราก็รู้กันอยู่แล้วว่าท่านฟารุคกับเจ้าเซย์เค้าเลิฟๆกันขนาดไหน 

สัปดาห์นี้มาอัพช้าหน่อย ติดธุระหลายๆอย่างค่ะ

มาลุ้นกันต่อตอนหน้านะ :D

Blackbunny


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

1,542 ความคิดเห็น

  1. #1468 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 19:56
    หนีไปไม่บอกเด๋วสามีโกดน้าาา
    #1468
    0
  2. #1356 Kanyavee (@kanyavee1) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 6 กันยายน 2558 / 22:56
    ลุ้นมาตั้งนาน.....โดนตัดเฉยเลย
    #1356
    0
  3. #1332 art wing (@snow_wing) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2558 / 10:11
    อยากอ่านncอะ
    #1332
    0
  4. #1300 loocbomc (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 มกราคม 2558 / 15:22
    หายไปหมดเบย =.,=ก็อยากอ่านนะ555
    #1300
    0
  5. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  6. #1240 wimwin (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 00:28
    น่ารัก

    (แอบไม่ไว้ใจราชายักดำ)
    #1240
    0
  7. #1138 •-MaMaI-• (@mai032671597) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2557 / 14:48
    เขินจังงง -///-
    #1138
    0
  8. #1112 กองฟางข้าวk-f-k (@k-f-k) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2557 / 23:38
    ในที่สุดเซย์ก็ยอม แพ้ฟารุค ตื้นตันในที่สุดก็มีวันนี้ 555
    #1112
    0
  9. #1109 Oa-Lunla (@Oa-Lunla) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2557 / 20:52
    รอฉากมุ้งมิ้งอ่าาาาาา

    เวอร์ชั่นหนังสือจะมีให้อ่านมั๊ยอ่าค่ะ พรีสสสสส
    #1109
    0
  10. #1107 PraNE' (@nagoro) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2557 / 21:15
    คุณพระ>/////<ก็อะจึยๆป่าวอะ เขินจุงเบยไรเตอร์ค๊า

    เห็นด้วยกับเชย์เลยนะ เซ็กซี่เป็นบ้า!!  อ๊าย!




    #1107
    0
  11. #1106 Lapasrada Komalabutr (@minibeautiful) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2557 / 20:57
    แงงงงงงงงงงงงงงงงง!!! ฉากมุ้งมิ้งอ่าาาาาาาาาาาา!!!!!!!
    #1106
    0
  12. วันที่ 4 สิงหาคม 2557 / 19:21
    กรี๊ดดดดดดดดดด งื้ออออออ *ดิ้นๆๆๆ* แต่ตอนหน้านี่ดิ จะไปก็กลับมาให้ได้นะรู้มั้ยเซย์ แล้วก็นะ สงสารเรซิสอ่า รักเซย์มากสินะ แล้วอะไรคือเทียร์บอกว่าถ้าตัวเองไม่อยู่คนที่จะให้ดูแลเซย์ต่อคือเรซิส?!! พูดอะไรบ้า!!
    #1104
    0
  13. #1103 แว่น โย คุง (@yolove48) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2557 / 10:32
    อยากอ่านฉากมุ้งมิ้ง เชอะ -3-
    #1103
    0
  14. #1102 kizz (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2557 / 03:28
    งืออออ ฟารุคคคคคคคคคคคคค ชอบบบบบบบบบ
    #1102
    0
  15. #1101 จันทราสูญสลาย (@b22925) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2557 / 02:32
    มะ...มีนอกรอบไหมค่ะ//คลานออกมาจากมุมมืด T{}T/

    ว่าแต่เซย์จะไปจริงๆเหรอ จริงๆเหรอ รู้สึกว่าไม่ค่อยไว้ใจยักษ์ดำเลยอ่ะ มันพิกลๆยังไงๆอยู่
    #1101
    0
  16. #1100 จักรพรรดิโพดำ (@kakakii) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2557 / 01:18
    ลุ้นแทบตาย กว่าจะถึงวันนี้ ชอบตอนอยู่ที่ระเบียงมากครับ ที่ฟารุคมายืนซ้อนด้านหลัง มันอบอุ่นมากๆ. //ว่าแต่ฉากมุ้งมิ้งนี้ มีให้อ่านนอกรอบไหมเอ่ย หรือตัดแล้วตัดเลย
    #1100
    0
  17. #1099 นักอ่าน...lnwcool (@lnwcool) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2557 / 00:34
    ถึงโดนตัดก็อยากอ่านนะ....ถ้ามีให้อ่านนะน่ะ
    #1099
    0
  18. #1098 Mela( ̄^ ̄)ゞ (@zebza) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2557 / 22:18
    งือออออออออ เขินๆๆๆๆ >~< หวานมากอ่ะ
    #1098
    0