(Yaoi) TITAN  ลำนำอสูรสีเงิน (จบแล้ว)

ตอนที่ 34 : TITAN 26

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,232
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    10 ส.ค. 57


TITAN 26

****

เพื่อปลดปล่อยเจ้า
ข้ายินดี

-คีรอส เอียร์ ซาลันลูเซน-

****

 

            ดวงจันทร์ยังลอยตัวสูง

                เทียนที่ถูกจุดรอบกำแพงภายในห้องหินซึ่งซ่อนตัวอยู่ชั้นใต้ดินของตำหนักราชสีห์ดำไหววูบเมื่อบานประตูเคลื่อนตัวเปิด ทหารชาวยักษ์ดำสองนายซึ่งยืนขนาบใครบางคนถอยเท้าเพื่อให้ร่างใต้ผืนผ้าคลุมก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามาภายในห้องลับทรงกลมที่มีบุคคลเพียงผู้เดียวรออยู่ก่อนหน้า

            ราชาคีรอสมองคนที่ค่อยๆปลดผ้าคลุมกายออก ดวงตาสีดำสนิทฉายแววโหยหาล้ำลึกอย่างที่เขาไม่สามารถหาคำตอบได้ แววตานั้นชวนให้นึกถึงใครอีกคนที่ยังหลับใหลในห้องที่เขาเพิ่งลอบหนีออกมา

                “เจ้าเลือดออก” ท่านจ้าวยักษ์ดำทอดสายตามองใบหน้าที่ปรากฏรอยเลือดสีแดงสดที่ปลายจมูก คนฟังใช้หลังมือยกขึ้นเช็ดเลือดกำเดาอย่างลวกๆ

                “ไม่เป็นไรหรอก” เซย์ตอบห้วนๆ รอยเลือดเกิดขึ้นทันทีที่เขาตื่นขึ้นและวิงวอนให้ฟารุคยังคงหลับลึก ภาพใบหน้ายามหลับใหลด้วยมนต์อธิษฐานของยักษ์ดำที่มีเขาอยู่ในอ้อมกอดยังติดตรึง เขาจุมพิตแนบหน้าผากของคนที่ไม่ได้สติ ทิ้งขลุ่ยไม้ซึ่งเป็นของสำคัญสิ่งเดียวไว้ หนีจากคนที่เพิ่งบอกรักโดยไม่บอกกล่าว

                แม้จะยังนึกภาพความโกรธของฟารุคไม่ออกแต่เชื่อได้ว่าหากกลับมาอีกครั้งยักษ์ดำคงมีบทลงโทษที่ทำให้เขาต้องหลาบจำ

                หากเพียงแต่ได้กลับมาอีกครั้งพร้อมศิลาที่จะคืนวิญญาณให้กับอลัน

            “ขลุ่ยของเจ้าเล่า” ท่านจ้าวไม่ตอบสิ่งใดเมื่อเขาบอกว่าฝากสิ่งนั้นไว้กับฟารุค

            “พร้อมหรือไม่” สุรเสียงของราชายักษ์ดำทำให้เขาหลุดจากภวังค์ เซย์พยักหน้ารับสั้นๆ สายตาจับจ้องไปยังแท่นหินกลางห้องซึ่งเป็นแบบเดียวกับที่เกาะตะวันออก บนแท่นหินปรากฏศิลาพลังงานสีคล้ำเข้มขนาดใหญ่ส่องประกายสะท้อนแสงจากเปลวเทียน เซย์ยังจำความประหลาดใจของตนเองตอนที่รู้ว่าภายใต้ตำหนักราชสีห์ดำแห่งนี้เก็บซ่อนศิลาซึ่งมีพลังในการเคลื่อนย้ายมวลสารเอาไว้ได้

           ‘ทุกปราสาทย่อมมีทางลับเพื่อการลี้ภัยฉุกเฉิน เพียงแต่ ณ ดินแดนซึ่งเต็มไปด้วยศิลาพลังงานแห่งนี้ ที่ดาร์คเนสเราใช้ศิลา

            ยักษ์เงินก้าวตามราชาคีรอสไปยังแท่นหิน ท่านจ้าวยักษ์ดำลอบมองท่าเดินที่ฝืดฝืนของเซย์แวบหนึ่งแล้วขมวดคิ้ว สีหน้าเย็นชาดูคล้ายไม่พอใจเท่าไรนักเซย์กลืนน้ำลายอึกใหญ่ แน่นอนว่าเขารู้สึกเจ็บแต่ทุกอย่างกลับเริ่มบรรเทาลงอย่างรวดเร็ว

                ท่านจ้าวถอยห่างจากเขาครู่หนึ่งก่อนจะกลับมาพร้อมเสื้อผ้าและย่ามหนังสัตว์ องค์ราชาบังคับให้เขาสวมใส่เสื้อหนังสัตว์หนาอุ่นสำหรับเมืองหนาวและอธิบายว่าภายในย่ามได้จัดเตรียมเข็มทิศ อาหารแห้งและสิ่งจำเป็นอื่นๆเอาไว้

                “อาณาเขตของที่นั่นอยู่ใกล้โครนอส อากาศอาจหนาวเย็นกว่าที่เจ้าเคยชิน” เขาพยักหน้ารับ หยุดนิ่งเมื่อยืนอยู่ตรงหน้าศิลาสีคล้ำ มองใบหน้าของตนซึ่งสะท้อนเงาจากประกายวาววามของแร่หิน

                “มันจะใช้เวลาไม่นาน เจ้าเพียงแต่ประคองตนเองให้มีชีวิตรอดแล้วบีบลูกแก้วเพื่อกลับมาเท่านั้น” เซย์พยักหน้ารับ เมื่อมีเพียงเขาอยู่ในเขตวงเวทย์ของศิลาพลังงาน แร่หินก็เปล่งประกายแสงสว่างขึ้นก่อนจะสว่างจ้าจนทุกสิ่งอย่างกลายเป็นสีขาวโพลน

                ภาพทุกอย่างดับเลือนหายไป

                ………………………………..

                ………………….

                ………

             เสียงน้ำไหลแว่วให้ได้ยินเป็นสิ่งแรก

                เซย์ยกเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นเชื่องช้า ในหัววิงเวียนจนภาพเบื้องหน้าเบลอซ้อนทับกัน ลมเย็นที่ปะทะผิวหน้าทำให้ทั้งหน้าชาดิก เมื่อพยายามพยุงกายขึ้นกลับรู้สึกพะอืดพะอมจนแทบอาเจียน เด็กหนุ่มล้มพับลงอีกครั้งก่อนพยายามลุกขึ้นใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อภาพตรงหน้าปรากฏชัดขึ้นกว่าเดิม

                ทะเลสาบ

             เบื้องหน้าคือเวิ้งน้ำกว้างโอบล้อมด้วยภูเขาและต้นสนสูงโปร่ง เซย์นิ่งงันเพื่อตั้งสติอยู่พักใหญ่เมื่อพบว่าตนเองมาอยู่ในสถานที่ห่างไกลจากตำหนักท่านจ้าวแห่งดาร์คเนสแล้วจริงๆ

                “อาณาเขตป่ามืด” เขาพึมพำกับตัวเองอย่างไม่เชื่อสายตา เมื่อแสงอาทิตย์โผล่พ้นขึ้นเหนือขอบฟ้าเป็นทิวริ้วสีส้มตัดกับม่านแสงออโรราซึ่งสะท้อนภาพลงในผืนน้ำสะอาดใสจนแทบเห็นพื้นเบื้องล่าง บรรยากาศรอบด้านงามจับตาจนดึงสติเขาไปครู่ใหญ่ก่อนระลึกได้ว่าสิ่งที่ควรทำคืออะไร

                เซย์หลับตาลงแน่นภาพแผนที่จากหนังสือที่ท่านจ้าวสั่งให้เขาจดจำปรากฏชัดในความจำ

                ทะเลสาบต้องห้ามอยู่ทางทิศเหนือของชนเผ่าทไวซ์

                เซย์เปิดกระเป๋าใบเล็กควานหาเข็มทิศก่อนพบว่าเข็มทิศทรงกลมถูกห้อยติดกับสายสร้อยหนัง เขารู้สึกขอบคุณความใส่ใจของราชาอีรอสขึ้นมานิดๆเมื่อคิดว่าอีกฝ่ายคงจะเดาได้ไม่ยากว่าหากพกเข็มทิศโดยไม่มีสายห้อยรั้งเช่นนี้เขาคงทำหายได้ทุกเมื่อ เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก เขตป่าสนไม่ได้รกชัฏอย่างที่เขาจินตนาการไว้เพราะมีเพียงต้นสนสูงใหญ่แทงตัวจากผืนดินขึ้นสูงเสียดฟ้า

                เซย์กระชับผ้าคลุมผืนหนาเข้าแน่น หันหลังให้ทะเลสาบต้องห้าม ก้าวฝีเท้าเร่งไปยังทิศใต้ แสงแดดยามเช้าเริ่มแทงลอดกิ่งไม้ตกกระทบลงบนพื้นสว่างทำให้การมองเดินเท้าไม่ยากนัก มือข้างหนึ่งกำเข็มทิศไว้แน่นด้วยกลัวว่าจะพลัดหลงจากเส้นทาง

                นี่เป็นครั้งแรกที่เขาอยู่ในไททันเพียงลำพัง

                เมื่อเร่งเดินมาได้ระยะหนึ่งกลับเกิดความรู้สึกหวาดกลัวขึ้นในใจเมื่อรอบด้านดูคล้ายกันไปหมดจนเริ่มไม่แน่ใจว่าตนเริ่มหลงทางหรือไม่ เสียงนกยามเช้าร้องขับขานจากรอบด้านฟังดูวังเวงประหลาด แวบหนึ่งที่เผลอคิดว่าตนตัดสินใจผิดหรือไม่

                ทว่าเขาหยุดไม่ได้หากไม่เดินต่อไป สิ่งที่อลันทุ่มเททำไปก็คงต้องเสียเปล่า

            อลันสละชีวิตเพื่อเขา

                ความจริงตอกย้ำและเป็นแรงนำให้เขาก้าวเดินต่อแม้สองขาจะเริ่มอ่อนล้า ดวงตะวันสาดแสงสว่างไปทั่วฟ้า เซย์ค้อมตัวลงหยุดพักใต้ต้นสน ริมฝีปากอ้าหอบหายใจกว้าง ยักษ์เงินเดินมุ่งต่อไปยังทิศใต้ ลมหนาวตีปะทะจนผมที่มัดรวบไว้พันกันยุ่ง ไม่อยากเชื่อว่าไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้เขายังหลับอยู่บนเตียงนอนนุ่มสบายเคียงข้างใครบางคนที่เขาอยากอยู่ด้วยตลอดไป

                เซย์กำมือข้างที่สวมแหวนของฟารุคไว้แน่น

             เขาจะต้องกลับไปให้ได้ พร้อมกับศิลาคืนวิญญาณ


****   
           

                ไม่รู้ว่าเป็นเวลานานเท่าไหร่ที่เขาก้าวย้ำไปเบื้องหน้าเช่นนี้

                แสงแดดอบอุ่นยามกลางวันกลับกลายเป็นที่น่าปรารถนาเมื่อลมหนาวที่หวีดหวิวยามค่ำคืนกัดกร่อนสภาพร่างกายจนบอบช้ำก่อนที่อรุณรุ่งจะมาเยือนอีกครั้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า

                ในลำคอฝาดเฝื่อนเพราะขาดน้ำ หลังออกจากเขตป่าสนเบื้องหน้ากลับเป็นป่าลึกซึ่งซับซ้อนกว่าเดิมมากนัก

                กิ่งไม้กระหวัดเกี่ยวเสื้อผ้าจนบางจุดขาดวิ่นและเกี่ยวผิวเนื้อจนเป็นรอยแผล แม้จะสวมใส่เสื้อหนังสัตว์แต่ก็ไม่เพียงพอกับความเหน็บหนาวยามค่ำคืน ลมหนาวกรีดร้าวลึกไปถึงกระดูกจนหลายครั้งที่คิดจะบีบลูกแก้วเพื่อกลับไปยังดาร์คเนสทว่าสิ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจไม่ยอมแพ้กลับเป็นเพราะยิ่งหนาวเหน็บและโดดเดี่ยวมากเท่าไหร่ เขายิ่งจดจำได้ถึงความอบอุ่นของการมีทุกคนอยู่รอบข้างมากเท่านั้น

                เมื่อหลุดจากเขตป่า ทั้งใจก็เต้นโลดเมื่อมองเห็นสิ่งปลูกสร้างคล้ายอาคารบ้านเรือนอยู่ห่างจากเนินสูงลงไปไม่ไกลนัก แต่เมื่อจะก้าวต่อทั้งร่างกลับทรุดลงเมื่อขาข้างหนึ่งหมดแรงขึ้นมาเสียดื้อๆ เซย์กัดฟันกรอด รับรู้ถึงความปวดบวมที่ขาทั้งสองข้าง ฉับพลันกลับแว่วได้ยินเสียงผู้คนสนทนาพร้อมกับเสียงฝีเท้า ยักษ์เงินหมอบตัวลงชิดพื้นดินเย็นชื้น หัวใจเต้นระทึกด้วยความตกตื่นเมื่อเห็นชาวทไวซ์จับกลุ่มอยู่ไม่ไกลนัก

                ร่างกายสูงใหญ่ที่มีรอยอักขระมนตราสีม่วงพาดพันทั่วร่างนั้นคือชาวทไวซ์ไม่ผิดแน่ เซย์กลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อยินบทสนทนาว่าอีกฝ่ายกำลังตามหาอะไรบางอย่าง

                หรือไม่ก็ใครบางคน

            “ท่านลีอาแน่ใจหรือว่าร่างสถิตวิญญาณมายังที่นี่แล้วจริงๆ” เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้น

                “พวกเราตามหามาสองวัน ไม่เห็นจะมีร่องรอยใด”อีกเสียงหนึ่งสนับสนุน

                “อย่างไรก็คงไม่ผิด พวกหน่วยสองบอกว่าพบรอยเท้าที่แถวทะเลสาบต้องห้ามมุ่งหน้ามาทางนี้”

                “คำกล่าวของท่านลีอาย่อมไม่มีผิดพลาด”

                “

                เซย์ชะงัก หัวใจเต้นรัวเร็วจนแทบไม่เป็นจังหวะ รอยเท้าที่มุ่งหน้ามาจากทะเลสาบงั้นหรือย่อมเป็นเขาไม่ผิดแน่

            จะให้ถูกจับไม่ได้!

            ทันทีที่อธิษฐานให้เหล่าทไวซ์มองเลยผ่านในโพรงปากก็รู้สึกถึงรสชาติฝาดเฝื่อนคาวคลุ้งของโลหิตที่พุ่งทะลัก เซย์เบิกตาโพลง ในช่องอกเจ็บวาบราวกับถูกแทงกระแทกอย่างรุนแรง มือสั่นเทาบีบกำอกเสื้อและผืนหญ้าแน่นด้วยหวังจะบรรเทาความเจ็บปวด

                เหล่าชาวทไวซ์ต้องอยู่ภวังค์ นัยน์ตาเลื่อนลอย สองขาก้าวห่างจากพุ่มไม้ที่ยักษ์เงินอธิษฐานซุกซ่อนตน เซย์ฝืนร่างกาย แม้เสียงฝีเท้าจะห่างออกไปแต่เขาก็สิ้นไร้เรี่ยวแรงที่จะลุกขึ้นยืนต่อเช่นกัน

                ดวงตารางเลือนมองก้อนเมฆที่ลอยผ่าน ในใจนึกถึงลูกแก้วสีดำปรอทที่ราชาคีรอสมอบให้ไว้

            …หรือการช่วงชิงศิลาคืนวิญญาณกลับไปเพียงลำพังจะเป็นเรื่องเกินตัวของเขาจริงๆ

           เซย์ล้วงมือเข้าในอกเสื้อ สัมผัสได้ถึงลูกแก้วเย็นเฉียบทว่าในวินาทีที่จะบีบกำนั้นกลับตัดสินใจปล่อยมือจากลูกแก้วอีกครั้ง หากเขากลับไปตอนนี้ก็อาจไม่มีวันได้พบอลันอีกตลอดกาล ร่างของอลันที่ถูกเก็บรักษาไว้ไม่อาจทนทานกาลเวลาได้ยาวนานรวมถึงวิญญาณของอลันในศิลาแดงที่อ่อนแอลงทุกเมื่อ

                ไม่มีเวลามากพอให้เขาย้อนกลับไปอีกครั้ง

                เด็กหนุ่มหลับตาลงแน่นิ่ง เมื่อความเจ็บร้าวทุเลาลงจึงค่อยๆพยุงกายขึ้น สิ่งแรกที่เห็นเป็นรองเท้าหนังคู่หนึ่งที่ปรากฏตรงหน้า เซย์เงยหน้าไล้มองขึ้นเชื่องช้า ทั้งร่างชาวาบเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ยืนตระหง่านเหนือศีรษะ ด้านหลังเต็มไปด้วยกลุ่มชาวทไวซ์ที่เขาไม่ได้สนใจแม้แต่น้อยเพราะสายตาจับจ้องอยู่ที่คนตรงหน้าที่ดูคุ้นเคย

                เป็นไปได้ยังไง

            “คิดถึงเหลือเกิน” เสียงห้าวกล่าว “คิดถึงเหล้าฝีมือนายชะมัด” ชายร่างใหญ่ย่อตัวลงให้เขามองหน้าได้เห็นชัด แม้จะสวมใส่เสื้อผ้าผิดจากที่เขาเคยเห็น เส้นผมยาวกว่าที่เขาเคยรู้จัก ใบหน้าของหนุ่มใหญ่ที่เคยยิ้มให้เขาอย่างใจดีก็ยังเป็นเช่นนั้นเสมอแม้ในยามนี้แววตานั้นกลับดูน่ากลัวยิ่งนัก

                “คุณเคิร์ฟ” เซย์เบิกตากว้าง เอ่ยชื่อลูกค้าคนสนิทเมื่อครั้งที่เขากับอลันอาศัยอยู่ในไอร์แลนด์ เคิร์ฟ ดาโนลอฟลูกค้าหนุ่มใหญ่ซึ่งสนิทสนมกับเขาและอลันมาโดยตลอด

                ริมฝีปากหนาฉีกยิ้มเมื่อได้ยินคำกล่าวเรียกชื่อของตน มือใหญ่เอื้อมแตะใบหน้าซึ่งเปรอะรอยเลือดเลอะมาถึงปลายคาง

                “ในที่สุดก็มาถึงวันนี้จนได้เซย์”        

                ………………………………..

                ………………….

                ………

                เขาได้สติอีกครั้งเมื่อสัมผัสถึงความเย็นเฉียบที่ข้างแก้ม

                เมื่อภาพตรงหน้าปรากฏชัดจึงเห็นว่าใครบางคนกำลังใช้ผ้าชุบน้ำอ่อนนุ่มเช็ดใบหน้าให้เขาอย่างระมัดระวัง ดวงตาสีฟ้ากระจ่างมองเขาลืมตาขึ้นด้วยความยินดี

                “อลัน” ทันทีที่ครางเรียกชื่ออีกฝ่ายเช่นนั้นมุมปากของคนตรงหน้ากลับยกขึ้นแสยะยิ้มคล้ายจะเยาะหยัน

                “อลันหรือ ข้าไม่ได้ยินชื่อนี้มานานแค่ไหนกัน” แม้แต่สุ้มเสียงก็ยังฟังดูคล้ายอลันจนเขาแปลกใจ เมื่อเพ่งมองให้ชัดกลับเห็นว่าชาวทไวซ์ตรงหน้ามีแววตาที่ลุ่มลึกกว่า ผิวคล้ำกว่า เซย์พยายามขยับกายแต่กลับพบว่าข้อมือทั้งสองข้างถูกมัดรั้งไว้เบื้องหลัง

             เขานอนอยู่บนฟูก ดูเหมือนจะอยู่ในที่พักของใครบางคน ตัวเรือนถูกสร้างจากไม้ส่งกลิ่นหอมประหลาดคล้ายคลึงกับกลิ่นที่เขาเคยสัมผัสยามถูกดึงดูดเข้าสู่ห้วงนิทรา

            …หอมหอมจนปวดหัว

                มือใหญ่ที่ปรากฏรอยริ้วอักขระสีม่วงของชาวทไวซ์แตะสัมผัสใบหน้าแผ่วเบาโดยที่เขาไม่ได้หลีกหนี “ในที่สุดท่านก็กลับมา ช่างเติบโตงดงามเช่นเดียวกับที่ตำนานได้บันทึกไว้ ลีอาผู้นี้ปลาบปลื้มใจยิ่งนัก” ชาวทไวซ์ย่อกายลงคุกเข่าเบื้องหน้าเขาอย่างนบนอบ เซย์ไม่เข้าใจอะไรแม้แต่อย่างเดียว

                “ท่านลีอา ให้ข้าเข้าไปได้หรือไม่” เสียงหนึ่งร้องถามจากด้านนอกม่าน เมื่อชาวทไวซ์ผู้อยู่ด้านในตอบรับ เคิร์ฟ ดาโนลอฟ ก็ปรากฏกายตรงหน้าเขาอีกครั้ง ใบหน้าเปื้อนยิ้มมองยักษ์เงินซึ่งลืมตาได้สติแล้วด้วยความพอใจ

                “คุณเคิร์ฟ ทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี่” ใครจะไปคิดเล่าว่าลูกค้าร้านเหล้าธรรมดาๆคนหนึ่งที่เคยสนิทสนมกันจะกลายเป็นชาวไททันขึ้นมาเช่นเดียวกับเขาและอลัน เคิร์ฟยิ้มกว้างขึ้นคล้ายรอคอยที่จะตอบคำถามนี้มานานแสนนานร่างสูงใหญ่ไม่ปรากฏริ้วอักขระมนตราเฉกเช่นเดียวกับชาวทไวซ์แต่ก็ไม่มีกระดูกเขาเช่นชาวยักษ์เช่นกัน

                “ขอแนะนำตัวอีกทีละกัน ข้ามีนามว่า เคิร์ฟ ดาโนลอฟ อ้อก็นามเดียวกับที่เจ้ารู้จักนี่นะ เพียงแต่ไม่ได้มีครอบครัวกับลูกชายหน้าตาน่ารักอยู่ที่ไอร์แลนด์อย่างที่เจ้าเข้าใจ” เคิร์ฟสาวเท้าเข้าใกล้ “ไม่ใช่ทไวซ์ ไม่ใช่ยักษ์” ริมฝีปากนั่นคลี่ยิ้มกว้าง เซย์ตะลึงงันเมื่อเห็นฟันซี่ขาวที่ค่อยๆเปลี่ยนเป็นเขี้ยวแหลมคม ดวงตาคู่นั้นขยับกลอกก่อนเปลี่ยนเป็นแววตาสัตว์ร้ายสีอำพันชวนขนลุก

                “พอเถอะ เคิร์ฟ เจ้ากำลังทำให้ท่านกลัว” ลีอาปรามเสียงดุ “เขาคือภูตหมาป่าที่ทำงานให้เรามายาวนาน เพื่อให้ท่านได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง”

                “หมายความว่ายังไง

                “เด็กเอ๋ยเด็กน้อย” เคิร์ฟส่งเสียงกลั้วหัวเราะ “กว่าลีอาจะเจอร่างที่เหมาะสมจะเป็นร่างสถิตวิญญาณให้แก่ดวงวิญญาณของท่านเรเวนนั้นไม่ง่ายเลยรู้หรือไม่ แต่พ่อแม่เจ้ากลับพาเจ้าหนีไปยังดินแดนมนุษย์สกปรกแห่งนั้น ฮึเจ้าอลันคนชั่วนั่นก็เข้าข้างศัตรูไปเสียอีก ช่างน่าโมโหนัก”

                ยิ่งฟังยิ่งสับสน เซย์แสดงความรู้สึกออกทางสีหน้าจนหมดจนลีอาทอดถอนใจ “นับแต่สงครามครั้งสุดท้าย ชาวทไวซ์ถูกกักขังอยูในอาณาเขตป่ามืดนับพันปี ถึงอย่างนั้นพวกเราก็ยังมีความหวังเพราะยังคงได้ครอบครอบศิลาแดงซึ่งสะกดวิญญาณนายท่านไว้ นายท่านเรเวนชาวยักษ์เงินผู้เป็นผู้นำของพวกเราในสงครามครั้งนั้น” ใบหน้าซึ่งคล้ายคลึงกับอลันเคลื่อนตัวเข้าใกล้

                “ทว่าวิญญาณนั้นต้องการร่างสถิตที่เหมาะสม ผู้ที่จะสามารถรองรับความยิ่งใหญ่ของพลังของนายท่านได้นั้นไม่ใช่แค่เพียงต้องเป็นชาวยักษ์เงินแต่ย่อมต้องมีพลังจิตอันแกร่งกล้าพอที่จะรับพลังนั้น พันปีที่ผ่านพ้น ยักษ์เงินที่เราจับกุมได้ล้วนตายลงด้วยไม่อาจทานทนพลังของนายท่านได้

                “และเมื่อยี่สิบปีก่อนข้าก็ได้จับกุมหญิงยักษ์เงินผู้หนึ่งไว้ได้ ช่างเป็นเรื่องน่ายินดีของชาวทไวซ์นักที่เด็กในครรภ์ของนางดูดซึมไอวิญญาณของนายท่านไว้ได้จนหมด” ทั้งร่างชาวาบ เซย์หน้าซีดเผือดจนอีกฝ่ายรู้สึกสงสารไม่น้อย ลีอาเอื้อมมือคล้ายอยากไล้ดวงหน้านั้นปลอบประโลมแต่เซย์กลับสะบัดตัวหนีอย่างรุนแรง

                “แต่เจ้าอลันคนทรยศกลับพานางหนีไปยังมิติเวลาโสโครกนั่น!” ลีอากัดฟันกรอด ใบหน้าที่เคยเปื้อนยิ้มแปรเปลี่ยนเป็นดุดันในเสี้ยววินาที “ทั้งที่ท่านเรเวนคือความหวังเดียวของชาวทไวซ์ มันกลับพาท่านหนีพร้อมกับพวกยักษ์เงิน!

                “ใจเย็นน่าลีอา” เคิร์ฟคล้ายจะช่วยเตือนสติ “ข้าถึงได้ตามติดพวกเจ้าและเฝ้าคอยจนกว่าวิญญาณของนายท่านเรเวนจะเริ่มคลายจากมนต์สะกด นั่นก็ราวๆยี่สิบปี อ้อ” ภูตหมาป่าคล้ายจะนึกถึงบางเรื่องขึ้นมาได้ “จริงๆตอนแรกก็ตั้งใจจะพาตัวเจ้ากลับมาทันทีตั้งแต่หาตัวพบหรอกนะ แต่พอเผาบ้านหลังนั้นพร้อมฆ่าพวกยักษ์เงินทิ้ง อลันก็พาเจ้าหนีไปได้อีก ใช้เวลาหลายปีไม่น้อยกว่าจะตามตัวเจออีกครั้ง”

                ฆ่าพวกยักษ์เงิน

            …เผาบ้าน

                ภาพกองเพลิงที่ลุกโชนแผดเผาทุกสิ่งอย่างฉายวนซ้ำ ในหัวปวดแปลบขึ้นมาทันที เซย์กรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง พยายามพุ่งตัวเข้าหาภูตหมาป่าทั้งที่สภาพร่างบอบช้ำเกินเยียวยา ภาพตรงหน้าเลือนพร่าอาจเพราะหยดน้ำตาที่ล้นทะลัก เพียงครู่เดียวก็ถูกโอบรัด ลีอารั้งตัวเขาไว้จากด้านหลัง กอดรัดแน่นจนเจ็บแขนทั้งสองข้างที่ถูกผูกมัดเอาไว้ ความโกรธเกลียดและเสียใจท่วมท้นจนเขาแทบไม่รับรู้ว่าอีกฝ่ายพูดสิ่งใด

                “เจ้าควรพอใจที่ได้รับเกียรติให้เป็นร่างสถิตวิญญาณของท่าน ฮึ! ลำพังสภาพเช่นเจ้าต่อให้มีชีวิตในฐานะยักษ์เงินทั่วไปก็คงไม่พ้นต้องถูกจับขายทอดสู่ตลาดมืดอยู่ดี” เคิร์ฟยิ้มเยาะ “ช่างน่าขำ ทั้งที่เราส่งอสูรกายไปมากมายเพื่อจับตัวเจ้า แต่สุดท้ายเจ้ากลับเป็นฝ่ายมาหาเราถึงที่นี่เพียงลำพัง” ภูตหมาป่าหัวเราะลั่น สติที่ขาดสะบั้นทำให้เขาไม่สามารถใช้ความคิดได้เลย เหตุใดเขาจึงมาอยู่ที่นี่ เหตุใดเขาถึงดั้นด้นมาถึงป่ามืดแห่งนี้

                เขาถูกท่านจ้าวยักษ์ดำส่งมา

                ราชาคีรอส!

            “หุบปากเสีย! เคิร์ฟเจ้าจะทำให้ท่านคลุ้มคลั่งหรืออย่างไร” ลีอาตวาดคนที่ระเบิดเสียงหัวเราะด้วยความยินดี เคิร์ฟยังคงแค่นหัวเราะ “ข้าแค่ประหลาดใจในโชคชะตานัก” มือใหญ่เชยคางมนของคนที่ถูกกอดรัดเอาไว้ เซย์คำรามลั่น พยายามสะบัดตัวหนีแต่ท่อนแขนของลีอาที่ควบคุมไว้กลับแข็งแกร่งราวกับคีมเหล็ก

                “พวกยักษ์ข่มเหงเผ่าภูตและชาวทไวซ์มานานเกินไปแล้ว หวังว่าความอยุติธรรมนี้ท่านเรเวนจะชดใช้คืนให้อย่างสาสม” ภูตหมาป่าถอยเท้าออกห่างเมื่อเห็นแววตาไม่พอใจของลีอา “รีบทำให้นายท่านคืนร่างเข้าเถิด ลีอา ข้าอยากหมอบกราบท่านแทบขาดใจ”

                “เจ้าออกไปได้แล้ว” ลีอาเอ่ยไล่ ยิ่งเคิร์ฟอยู่ใกล้เท่าไหร่ยักษ์เงินก็ยิ่งคลุ้มคลั่งมากขึ้นเท่านั้น แม้เคิร์ฟจะออกจากห้องไปแต่อารมณ์ที่ปะทุในอกกลับไม่ได้ทุเลาลงแม้แต่น้อย

            …เคิร์ฟฆ่าพ่อแม่ของเขาอสูรกายพวกนั้น ก็ล้วนแต่เป็นพวกของชาวทไวซ์ทั้งหมด

            …อลันตายเพราะเขาเช่นกัน

                “อ๊ากกกกกกก” เซย์กรีดร้องลั่น หยดน้ำตาที่ล้นทะลักจนดวงตาทั้งสองข้างปวดหนึบไม่ช่วยให้ความเจ็บปวดบรรเทาลง กลับมีแต่ทรมานเขามากขึ้นเมื่อทั้งร่างยังถูกจับรั้ง ลีอารัดตัวเขาไว้แน่นก่อนผลักให้ล้มลงบนเตียงอีกครั้ง ข้อเท้าทั้งสองข้างถูกเชือกมัดรัดไว้อย่างรวดเร็ว

            เขาจำไม่ได้ว่าตนกรีดร้องไปมากเท่าไหร่ ต่อต้านทุกการจับกุมทั้งที่ทั้งร่างกายและจิตใจถูกทำร้ายจนบอบช้ำ

                ในหัวมีเพียงความมืดดำว่างเปล่า

                จนกระทั่งทุกสัมปชัญญะถูกช่วงชิงไปอีกครั้ง


****
 

                เปลวเทียนที่ถูกจุดรอบห้องไม่ได้ช่วยให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นขึ้นแม้แต่น้อย ดวงตาสีเงินยวงลืมมองเพดานไม้เหนือหัวอย่างเลื่อนลอย ทั้งร่างถูกมัดตรึงไม่อาจขยับ รอยภาพวาดจางๆที่ปรากฏบนผนังแสดงเรื่องราวของชาวทไวซ์ แต้มสีสันจางซึมลงในเนื้อไม้ตามกาลเวลา

                เมื่อแรกเขาคาดการณ์จากข้าวของเครื่องใช้และความเคารพที่เคิร์ฟมีให้ ลีอาคงเป็นคนสำคัญของเผ่าทไวซ์ไม่น้อย ต่อมาจึงได้รู้ว่าลีอาคือหัวหน้าเผ่าทไวซ์คนปัจจุบัน

                ที่น่าประหลาดใจกว่านั้นคือการได้รู้ว่าลีอาคือพี่ชายต่างมารดาของอลัน

                ลีอามักเล่าเรื่องราวของเผ่าทไวซ์ให้ฟังแม้สิ่งที่ได้รับกลับไปคือถ้อยคำสบถหยาบคายจากเขา ไม่ว่าลีอาจะพูดดีกับเขาเท่าไหร่ความโกรธแค้นในใจก็ไม่ได้ลดลง คนเหล่านี้ทำลายครอบครัวของเขา ทำลายตัวเขา ช่วงชิงทุกอย่างที่เขารักในชีวิต

                เขาได้พบเคิร์ฟอีกครั้งในไม่กี่วันหลังจากนั้น อีกฝ่ายยังคงพูดพล่ามเหมือนที่เคยเป็นเมื่อสมัยรู้จักกันในไอร์แลนด์ เพียงแต่ทุกเรื่องราวที่ออกจากปากภูตหมาป่านั้นทำร้ายเขาจนเจียนคลั่ง ในที่สุดเคิร์ฟก็เอ่ยปากเล่าเรื่องที่พวกตนทำเพื่อให้เกิดสงครามระหว่างดินแดนบาแซนไดซ์และเอลมัล ศิลาพลังงานที่จะถูกส่งไปเป็นของขวัญแด่องค์รัชทายาทแห่งเอลมัลถูกสับเปลี่ยนเป็นศิลาคำสาป เอลมัลและบาเซนไดซ์เปิดศึกดังที่พวกทไวซ์ต้องการ นอกจากนั้นเอลมัลยังส่งทหารหน่วยวิหครัตติกาลตามล่ายักษ์เงินอธิษฐานกลับมายังไททัน

                พวกเราตัดสินใจจะให้อสูรกายฆ่าเจ้าทิ้งเพื่อหวังให้วิญญาณท่านเรเวนยึดครองร่างเสียแต่ก็ผิดพลาดเมื่อกาดำแห่งเอลมัลสอดมือเข้ามายุ่ง ถึงอย่างนั้นเจ้าก็ถูกพาตัวกลับมายังไททันอยู่ดี

           ‘เราจึงเปลี่ยนเป็นรอรอให้วิญญาณของท่านเรเวนพร้อมฟื้นคืน และหาทางชิงตัวเจ้ากลับมา

                เซย์ไม่แน่ใจว่าเวลาผ่านมาเนิ่นน่านเท่าไหร่ที่ตนหลับๆตื่นๆเช่นนี้ บางครั้งเขาก็ลืมตามาพบลีอา บางครั้งก็ถูกทิ้งไว้เพียงลำพังในห้องปิดตาย

                “ท่านเรเวนยาของท่านพร้อมแล้ว”

            ใช่ยา

                ลีอาเคี่ยวเข็ญให้เขาดื่มของเหลวเข้มขมทุกครั้งที่ได้สติ ความพยายามต่อต้านเป็นไปได้ยากยิ่งเมื่อไม่สามารถขยับหนี และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ดวงหน้าที่คล้ายคลึงกับอลันโน้มลงใกล้

                “ฉันชื่อเซย์” เขาไม่ใช่เรเวนและจะไม่มีทางเป็น

                หัวหน้าเผ่าทไวซ์ยิ้มละมุน ริ้วอักขระมนตราที่พาดทั่วร่างเป็นสีม่วงเข้มคล้ายเวลาใช้มนต์สะกดจิต “ท่านย่อมเป็นเซย์ได้อีกไม่นาน”

                ในหัวหมุนติ้วเมื่อลีอายกถ้วยยาขึ้นดื่มก่อนแนบประกบริมฝีปากดังเช่นทุกครั้ง ริมฝีปากอ้าออกรับอย่างไม่อาจฝืน ของเหลวสีเข้มรสเฝื่อนไหลผ่านลำคอเข้าสู่ภายในร่างกาย ริมฝีปากที่แนบจูบยังไม่ยอมถอนออกแม้เขาจะดื่มยานั่นจนหมด เซย์กำมือแน่น แรงกดจากแหวนที่สัมผัสแนบฝ่ามืออาจเป็นสิ่งเดียวที่เหนี่ยวรั้งสติของเขาเอาไว้

                ขอโทษฟารุค

            ขอโทษที่คงไม่อาจอยู่ที่ปราสาทมืดด้วยได้แล้ว

            เซย์ปรือตาลง แว่วได้ยินเสียงทำนองขลุ่ยเคยคุ้นอีกครั้ง กลิ่นหอมประหลาดส่งกลิ่นอวนไปทั่ว ในหัวหมุนวนพร้อมกับสติที่รางเลือน

                รับรู้ว่าตนเองกำลังจะหลับไปตลอดกาล… 








*******************************





คนอ่านไปไหนกันหมดน้า เรื่องมาถึงโค้งสุดท้ายแล้วจริงๆเนาะ ฮาาา ใครที่ตามลุ้นกันมานานแอบบอกว่าใกล้ถึงบทสรุปแล้วค่ะ สำหรับตอนนี้หลายๆคนคงงงว่าอีตาคุณเคิร์ฟนี่เป็นใครอีก (ฮือออ ลองไปแอบดูตอนแรกๆ ลุงนี่เค้าโผล่อยู่แว๊บนึงนะ ตัวละครห้าบาทจริงๆ 5555) 

หลายคนถามว่าฉากมุ้งมิ้งที่หายไปเมื่อตอนที่แล้วจะได้อ่านม๊ายยย กร๊ากก ได้อ่านในเล่มแน่นอนค่า รับรองว่าท่านฟารุคจัดเต็ม(หืมมม -///-) แถมในเล่มจะมีตอนพิเศษยาวๆด้วย เฮ.... ถ้ามีข่าวเปิดจองเมื่อไหร่จะรีบมาแจ้งทันทีเลย :))

แวะไปคุยกันได้ที่เพจเช่นเคย นี่ออนไลน์(เกือบ) 24 ชั่วโมง 555 >> https://www.facebook.com/nandafroundblackbunny


แล้วพบกันตอนหน้าจ้า
Blackbunny











 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

1,542 ความคิดเห็น

  1. #1536 Present (@hiiro-kwan) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 19:17
    โว้ยยยย ล้มโต๊ะ
    #1536
    0
  2. #1469 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 20:11
    ท่านเจ้าดำมีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับท่านเรเวนอะคะ แฟน??
    #1469
    0
  3. #1357 Kanyavee (@kanyavee1) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 6 กันยายน 2558 / 23:33
    ข่อยสิไฮเเล้ว
    ถึงจะเดาถูก....แต่เรื่องมันบีกคั้นเกินไปแล้ว
    #1357
    0
  4. #1241 wimwin (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 01:15
    เดาไว้แต่แรกแล้วว่าแผนทั้งหมดต้องเป็นเพาระทไวซ์ สรุป...โป๊ะเช๊ะ!
    #1241
    0
  5. #1141 kizz (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2557 / 06:23
    โอ๊ยยยสรุปที่คือทไวซ์เป็นคนคืดทั้งหมดว่างั้นนนนน ใกล้จบแล้วซิน๊าาาาา





    ชอบเรื่องนี้มากค่าาา อัพไวๆน้าาา
    #1141
    0
  6. #1139 kaokorn (@kaokorn) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2557 / 15:44
    มายกมือบอกว่ารออ่านอยู่นะฮะ
    ซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากๆ ถ้าเซย์ยังคงอยู่แล้วท่านเรเวนจะทำไง
    รอ ร้อ รอ ว่าเรื่องราวจะออกมาเช่นไร
    มาเร็วๆนะฮะ
    #1139
    0
  7. #1119 Khaosan P. (@liming) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2557 / 22:21
    เอ๋~~ ใกล้จะจบแล้วหรอค๊าา  กำลังสนุกเลยเนื้อเรื่องเหมือนจะยาวกว่านี้อีกนะคะ  แอบเสียใจที่จบเร็ว  เอาเป็นว่าจะขอติดตามผลงานอื่นๆนะคะ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 11 สิงหาคม 2557 / 22:26
    #1119
    0
  8. #1118 บลา 11! (@Mox20) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2557 / 21:38
    เป็นกำลังใจให้ค่าา :))
    #1118
    0
  9. วันที่ 11 สิงหาคม 2557 / 17:56
    อ๊ากกกกกกกกกกกก ทำไมทำงี้อะราชาบ้า!!! ฟารุคอยู่ไหนมาช่วยเซย์เร็วๆ QAQ!!!!!
    #1116
    0
  10. #1115 kavasarew (@narinnakin) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2557 / 11:52
    ไรเตอร์ ~~~~ goodend หรือbad endเนี่ย TT
    #1115
    0
  11. #1114 จันทราสูญสลาย (@b22925) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2557 / 00:48
    ไม่น้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา เชย์!!!!!!!!!!!!!!!

    #1114
    0
  12. #1113 Rabbit blood (@love-ya) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2557 / 23:20
    ไม่น้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา TOT 
    #1113
    0