(Yaoi) TITAN  ลำนำอสูรสีเงิน (จบแล้ว)

ตอนที่ 36 : TITAN 27

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,168
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    21 ส.ค. 57



TITAN 27

****

ความตายไม่น่าหวาดกลัว
เท่าความสูญเสีย

-อลัน แมคคัลเลย์-

****

 

                สีทองอร่ามปรากฏขึ้นเหนือขอบฟ้า แม้อากาศยามเช้าจะหนาวเย็นแต่ร่างสูงใหญ่ที่สวมใส่เพียงเสื้อหนังสัตว์กลับไม่มีทีท่าเหมือนหนาวเหน็บแม้แต่น้อยดวงตาจับจ้องร่างบนเตียงที่เริ่มขยับไหวกาย ทุกกิริยาอยู่ภายใต้การสังเกตด้วยหัวใจคาดหวัง

                “ท่าน” ลีอาเอ่ยเบายามเห็นเงาร่างบนเตียงลุกขึ้นนั่งผ่านม่านขาวบาง ชาวทไวซ์ขยับฝีเท้าเข้าใกล้

                “ปล่อยมือข้า” เสียงเรียบจากยักษ์เงินทำให้เขาต้องแหวกม่านขึ้น ดวงตาสีเงินยวงเหมือนแสงของดวงดาวบนฟากฟ้าฉายประกายลุ่มลึกแปลกประหลาดกว่าที่เคยเป็น แม้จะเป็นดวงหน้าที่เขาเฝ้าจับจ้องมาหลายวันทว่าวันนี้สีหน้านั้นกลับแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

                “ท่านเรเวน” สิ้นเสียงเรียกขาน หัวหน้าเผ่าทไวซ์คุกเข่าลงแทบเท้ายักษ์เงิน มือทั้งสองข้างสั่นเทายามแกะเชือกรัดที่มัดตรึงแขนขาวทั้งสองข้างไว้ด้วยกันจนเป็นรอยม่วงช้ำ

                ทันทีที่มองสบดวงตาสีเงินยวงก็คล้ายจะถูกมองทะลุถึงแก่นวิญญาณภายใน

                “กล้าจูบร่างของข้าอย่างนั้นหรือ ลีอา” เพียงเสียงที่เอ่ยเรียกนามแม้เพิ่งพบกันครั้งแรกก็ทำให้เขาหวั่นประหม่า ลีอาหมอบตัวลงด้วยรู้ดีว่าทุกสิ่งอย่างถูกอ่านออกแม้เพียงการสบตาในเสี้ยววินาที

                “ขออภัย เป็นเพราะท่านช่างงดงามยิ่งนัก” ท้ายเสียงเบาลงเมื่อคนพูดก้มตัวลงจุมพิตแทบเท้าขาวสะอาด ดวงตาเงินยวงมองตามศีรษะที่ค้อมต่ำด้วยใบหน้าเฉยชา

                “วิญญาณเด็กนี่ดื้อดึงใช่ย่อย หากไม่ได้เจ้าคงต้องใช้เวลาฝืนร่างนี้อีกนาน” ลีอาเงยหน้ามองผู้นำของตนด้วยความปลาบปลื้ม ทไวซ์หนุ่มมองเห็นรอยช้ำที่ข้อมือขาวโพลนค่อยๆจางหายอย่างน่าอัศจรรย์ ไม้ดอกในกระถางที่ถูกเรียงไว้ริมหน้าต่างกลับเหี่ยวแห้งตายในฉับพลัน

                ยักษ์เงินผู้ดูดกลืนพลังชีวิตของสิ่งอื่น

                ตำนานที่กล่าวถึงท่านเรเวนนั้นไม่ผิดเพี้ยน

                “พันปีเชียวหรือเหตุใดที่นี่ไม่ต่างจากในความทรงจำข้านัก” เสียงเรียบเรื่อยเอ่ย “คงเพราะกาลเวลาถูกหยุดไว้เพื่อกักขังพวกเจ้ากระมัง ทไวซ์ผู้น่าสงสาร” ดวงตาสีเงินเป็นประกายวาบ ร่างของเซย์ลุกขึ้นเต็มความสูง เรือนผมเหยียดตัวเรียงเป็นเส้นรอยยิ้มจางที่ประดับบนใบหน้ากลับแฝงกลิ่นอายอันตราย

                “เจ้าเชื่อในโลกที่ดีกว่าหรือไม่ลีอา ถึงเวลาออกไปจากดินแดนแห่งนี้แล้ว”



****

 

            ตำหนักราชสีห์ดำคราคร่ำไปด้วยเหล่าทหารทั้งชาวยักษ์ดำและยักษ์แดง หน่วยวิหครัตติกาลที่เคยเตรียมพร้อมเป็นกำลังเสริมอยู่ ณ ป้อมปราการเมืองท่าเคลื่อนพลเข้าโอบล้อมตัวตำหนักแม้จะเกิดการปทะต่อสู้กับทหารดาร์คเนสจนหลายนายได้รับบาดเจ็บแต่สุดท้ายองค์ราชาคีรอสกลับยินยอมให้หน่วยวิหครัตติกาลเข้าปักหลักโดยรอบตำหนักโดยไม่มีการตอบโต้

                แม้กำลังพลจะมากกว่าหลายเท่าจนสามารถบดขยี้หน่วยรบชาวยักษ์แดงให้สูญสิ้นได้ในเวลาไม่นานแต่ท่านจ้าวยักษ์ดำกลับเลือกที่จะประนีประนอม

            แม้ฟารุคจะดูเหมือนไม่อยากใช้วิธีการสนทนากับองค์ราชาผู้อีกแล้วก็ตาม

                “ให้ข้าตามเซย์ไป” น้ำเซย์กรอดต่ำของกาดำแห่งเอลมัลเคร่งเครียดนับตั้งแต่วินาทีแรกที่รู้ว่ายักษ์เงินหายไป ไม่มีทางที่เซย์จะหนีหายไปจากดาร์คเนสได้เพียงลำพังโดยรอดพ้นสายตาของทหารหากไม่ใช่ว่ามีใครบางคนจงใจปิดตา

            ร่างสูงสง่าบนบัลลังก์ราชสีห์ดำเมินเฉย ดวงตาสีดำลึกล้ำทอดมองอาคันตุกะต่างแดนผู้มีสายเลือดเดียวกัน เพียงยามสายของวันที่ส่งเซย์ไปยังดินแดนแสนไกลฟารุคก็บุกเข้ามายังเขตตำหนักชั้นในของตนดังที่คาดการณ์และองค์ราชาก็ไม่ได้ปิดบังสิ่งที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อย

                เมื่อตอบรับว่าเป็นผู้ใช้พลังศิลาส่งเซย์ไปยังเขตแดนป่ามืด ฟารุคก็เรียกรวมกำลังหน่วยวิหครัตติกาลเข้าล้อมเขตปราสาท เกิดการปะทะกันระหว่างทหารดาร์คเนสและทหารเอลมัล ถึงแม้วิหครัตติกาลไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะต่อกรกับทหารยักษ์ดำได้แต่ด้วยเป็นยอดฝีมือแห่งเอลมัลจึงทำให้เกิดความสูญเสียขึ้นไม่น้อย สุดท้ายสถานการณ์จึงกลับมาอยู่ที่การตกลงเจรจาอีกครั้ง

                “ข้าได้บอกเจ้าแล้วว่าชาวยักษ์ที่สามารถล่วงล้ำเข้าไปในเขตป่ามืดได้มีเพียงยักษ์เงินเท่านั้น” ราชาคีรอสกล่าวเรียบเรื่อย “เจ้าเองก็รู้ไม่ใช่หรือ เรื่องดวงวิญญาณอีกดวงในร่างนั้น”

                ฟารุคไม่อาจเก็บสีหน้าโกรธเกรี้ยวได้อีกต่อไป “ท่านก็รู้

                “เพราะแบบนี้เขาจึงต้องไปยังป่ามืด สถานที่ซึ่งชาวทไวซ์จะปลดปล่อยวิญญาณของคนผู้นั้นอีกครั้ง” ราชายักษ์ดำตอบ “ข้าไม่สนใจว่าเซย์ของเจ้าจะเป็นจะตาย หากแต่เรเวนต้องยึดชิงร่างสถิตวิญญาณได้เป็นอย่างแรก”

                “ราชาคีรอส!” ฟารุคคำรามลั่น กระชากดาบดำพุ่งเข้าหาผู้ที่ประทับบนบังลังก์ในทันที แต่ก่อนที่จะเข้าถึงตัวองค์ราชาเหล่าทหารกลับกรูเข้าล้อม การจู่โจมที่เกิดขึ้นไม่ทำให้ท่านจ้าวยักษ์ดำสะทกสะท้าน

                “ใจเย็นลงบ้างหรือไม่” ฟารุคไม่ตอบคำถาม เรวารี่ที่เตรียมพร้อมอยู่เบื้องหลังก็ไม่กล้าขยับเข้าใกล้เช่นกัน ราชาคีรอสมองสบผู้มีสายเลือดเดียวกันใช้สายตาคมปราบราวกับใบมีดมองทิ่มแทงตน เมื่อเห็นว่าไม่อาจเอาชนะด้วยกำลังฟารุคจึงสงบลง

            “ทั้งที่ท่านก็รู้เรื่องอีกวิญญาณนั้น แต่ท่านกลับปล่อยให้เซย์ไปยังดินแดนของศัตรู!

                “เพราะหากต้องการหยุดยั้งเรเวน ต้องทำให้เขาได้ยึดครองร่างอย่างสมบูรณ์ก่อนอย่างไรเล่า” ราชายักษ์ดำกล่าว “ผู้นำเผ่าทไวซ์ในสงครามครั้งสุดท้ายคือฝาแฝดของราชายักษ์เงินผู้ถูกจองจำไว้เพราะพลังอธิษฐานซึ่งดูดกลืนแลกเปลี่ยนพลังชีวิตของสิ่งอื่นแทนตนเอง สามารถเนรมิตและทำลายล้างทุกสิ่งอย่างให้สูญสิ้นเพียงชั่วพริบตา วิญญาณซึ่งถูกสะกดมานับพันปีนับแต่สงครามครั้งสุดท้ายและตอนนี้เขาอยู่ในร่างของเด็กคนนั้น”

                เสียงกระซิบพูดคุยระหว่างเหล่าทหารดังขึ้นทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น ราชาคีรอสตวัดตามองรอบด้านเพียงครู่เดียวทุกอย่างก็กลับคืนสู่ความเงียบอีกครั้ง

                “ยกเว้นฟารุค ผู้อื่นจงออกไปให้หมด” ฟารุคกัดฟัน เมื่อหัวหน้าหน่วยวิหครัตติกาลยินยอมตอบรับก็ถูกปลดอาวุธจนหมด

                “นายท่านโปรดระวังตัวด้วย” เรวารี่กระซิบเมื่อต้องออกไปจากห้องโถงเช่นเดียวกับทหารนายอื่น แม้แต่ทหารองครักษ์ขององค์ราชาก็ไม่ได้รับอนุญาตเช่นกันฟารุคมองร่างที่บนบังลังก์ แม้จะไม่เคยได้ยินยลฝีมือการต่อสู้ของท่านจ้าวยักษ์ดำแต่ในเมื่ออีกฝ่ายมั่นใจที่จะเจรจากับเขาเพียงลำพังย่อมแน่ใจแล้วว่าเขาไม่สามารถทำอะไรตนได้

                ฟารุคมองสบดวงเนตรวาววามของราชาแห่งดาร์คเนส

                ….เขาจะไม่ยอมสูญเสียเซย์ไปเช่นนี้แน่นอน

                ………………………………..

                ………………….

                ………

            



                ดวงตะวันเคลื่อนคล้อยลอยต่ำ

                เรวารี่เอนกายพิงเสาหินต้นใหญ่นอกลานระเบียง สายตาสังเกตเหล่าทหารหน่วยวิหครัตติกาลและทหารดาร์คเนสที่ยืนคุมเชิงกันและกันโดยรอบปราสาท เป็นเวลาพักใหญ่กว่าฟารุคจะกลับออกมาจากห้องเจรจา สีหน้าของยักษ์ดำที่เคยโกรธขึ้งกลับดูสงบลงอย่างน่าประหลาด

                ฟารุคสั่งให้ทหารหญิงส่งภูตกานำสาสน์กลับไปยังเอลมัลเพื่อรายงานเรื่องที่เกิดขึ้น

                “ถึงเขาจะหลอกเซย์ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด” หัวหน้าหน่วยวิหครัตติกาลเอ่ยสิ่งสำคัญที่ต้องการให้มือขวาของตนรับรู้  “การคืนวิญญาณให้อลันเป็นเรื่องจริง แม้จะไม่ต้องใช้ศิลาคืนวิญญาณดังที่เขากล่าวอ้างต่อเซย์”

                เมื่อรู้สาเหตุที่เซย์หนีไปเพียงลำพังทำให้ฟารุคโกรธเสียจนแทบควบคุมตนเองไม่ได้

                เพราะรู้ว่าหากเขารู้ก่อนหน้าก็จะรั้งตัวเซย์ไว้ ไม่ยินยอมให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น

                เพราะแบบนี้เซย์จึงต้องไปโดยไม่บอกกล่าว

                “วิญญาณของอลันถูกสะกดอยู่ในศิลาแดงที่มอบให้เซย์ไว้ แม้จะคืนวิญญาณให้ได้แต่ร่างของเขาบอบช้ำมากเกินไปถึงได้รับวิญญาณคืนก็คงจะสิ้นใจอีกอย่างแน่นอน” เสียงทุ้มเอ่ยเล่า “ตอนนี้ราชาคีรอสถือครองศิลาแดงเอาไว้ เขาสัญญาที่จะคืนวิญญาณของอลันให้ในร่างที่เหมาะสม”

                “เช่นนั้นศิลาแดงนั่นคือศิลาสะกดวิญญาณใช่หรือไม่” เรวารี่ถาม “เหตุใดอลันจึงมีของเช่นนั้นได้”

                “ช่วงเวลาที่เขาหายไป อลันคงทำเพื่อตามหาสิ่งนี้กลับมา”

                “เพื่อสะกดวิญญาณ” ทหารหญิงทวนคำ ปลายเสียงเบาหายเมื่อเห็นสีหน้าเครียดขรึมของผู้เป็นนาย

                จะเป็นวิญญาณของใครไปได้เล่า

            …ถ้าไม่ใช่เพื่อสะกดดวงวิญญาณของเรเวนในร่างของเซย์

                ฟารุคกัดฟันกรอด แม้ในยามนี้จะรู้แน่ชัดแล้วว่าสิ่งที่อลันปกปิดมาตลอดคืออะไรทว่ากลับสายเกินไปเมื่อเรเวนกำลังจะได้ยึดครองร่างของยักษ์เงิน หลายวันที่ผ่านมาไม่รู้ว่าคนที่เขาแสนห่วงจะเป็นเช่นไร

                สิ่งที่ได้ล่วงรู้จากจ้าวยักษ์ดำเหนือความคาดคิดของเขาไปมากนัก ในยามนี้ไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมเป็นหมากตัวหนึ่งให้องค์ราชาวาดแผนการให้เท่านั้น แต่คนเช่นราชาคีรอสไม่อาจไว้ใจได้ หากเคยหลอกลวงเซย์ครั้งหนึ่ง คำพูดที่ได้เจรจากันเมื่อครู่นั้นย่อมไม่อาจเชื่อได้ทั้งหมด

                “คืนนี้ท่านจ้าวจะทำพิธีคืนวิญญาณให้อลันที่ปราสาทกลาง ข้าอยากให้เจ้าเข้าร่วมและเฝ้าจับตาไว้ หากร่างที่ฟื้นขึ้นมาไม่ใช่อลัน จงกำจัดทิ้งเสีย” เรวารี่พยักหน้ารับคำสั่ง

                “แต่หากเป็นอลัน เขาคงเป็นผู้เดียวที่เราสามารถไว้วางใจให้นำทางไปยังป่ามืด”



****

 

            สถานการณ์ตึงเครียดรอบปราสาทบรรเทาลงเมื่อฟารุคสั่งถอนกำลัง ทหารหน่วยวิหครัตติกาลได้รับคำสั่งให้เตรียมการอยู่ ณ เขตเรือนรับรอง หลังการเจรจาของผู้นำทั้งสองฝ่ายท่านจ้าวยักษ์ดำก็ตกลงจะเร่งพิธีคืนวิญญาณให้แก่อลันภายในคืนนี้

                เรวารี่ซึ่งได้รับมอบหมายให้เข้าร่วมพิธีขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นร่างศพของเด็กชายชาวยักษ์ดำผู้หนึ่งถูกวางบนแท่นหินที่ใช้ในพิธี ใบหน้าไร้เดียงสาดูคล้ายกำลังหลับสนิท

                “อย่าห่วงเลย เด็กคนนี้สิ้นใจด้วยสาเหตุธรรมชาติ นี่เป็นร่างที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เราหาได้” ท่านจ้าวปรายตามองทหารหญิงชาวยักษ์แดงซึ่งมีสีหน้ากังวล “วิญญาณในศิลาแดงนี่บอบช้ำมิใช่น้อย หากเป็นร่างที่แข็งแกร่งเกินไปเกรงว่าพลังของเขาจะไม่พอที่จะสถิตร่าง”

                อัญมณีสีแดงเลือดที่ถูกกล่าวถึงถูกวางอยู่บนแท่นหินสูงไม่ห่างจากร่างเด็กชาย ภายในห้องพิธีมีเพียงท่านจ้าวยักษ์ดำ ทหารองครักษ์และเรวารี่ เมื่อราชาคีรอสเดินเข้าใกล้ร่างบนแท่นพิธีแสงเทียนบนกำแพงก็ไหววูบฉายเงาราชายักษ์ดำทอดลงบนผนัง เงาดำขนาดใหญ่เกินจริงขององค์ราชาดูน่าเกรงขามจนทหารหญิงเผลอกลั้นหายใจ

                จ้าวยักษ์ดำวางสองมือประสานลงบนอกร่างไร้วิญญาณ กระซิบเอ่ยถ้อยคำบางอย่างคล้ายมนตรา ฉับพลันศิลาพลังงานสีเลือดก็ส่องประกายวูบ ไอควันสีขาวด้านในเคลื่อนตัวรวดเร็วก่อนพวยพุ่งทะลุออกจากศิลาหินตรงเข้าสู่กลางดวงใจของเด็กชาย

                สิ่งมหัศจรรย์ที่เห็นตรงหน้าทำให้เรวารี่ต้องบังคับมือที่กุมจับดาบไม่ให้สั่นเทา แม้จะอยู่ในการสู้รบหลายต่อหลายครั้งแต่นางไม่เคยเห็นปรากฏการณ์เช่นนี้ ยิ่งรับรู้ถึงพลังขององค์ราชาแห่งดาร์คเนสยิ่งตระหนักได้ว่าคนตรงหน้าอันตรายเพียงใดไม่รู้ว่าพันปีที่ดาร์คเนสปิดกั้นตนเองเป็นเกาะปิดตายไม่คบค้าสมาคมกับดินแดนใดเป็นเพราะเหตุนี้หรือไม่

            …ราชายักษ์ดำไม่ใช่เพียงชาวยักษ์ธรรมดา

                ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบอีกพักใหญ่หลังไอวิญญาณสีขาวถูกดูดกลืนลงในร่างบนแท่นพิธีจนหมด เมื่อราชาอีรอสถอยห่างจากร่างบนแท่นหินเรวารี่จึงมองเห็นร่างนั้นชัดเจน

            เด็กชายที่เป็นเพียงร่างไร้วิญญาณเมื่อครู่สำลักลมหายใจเฮือกประหนึ่งมีชีวิตอีกครั้ง

                ………………………………..

                ………………….

                ………

            



                เปลือกตาหนักอึ้ง

                เขาพยายามลืมตาขึ้น ทั้งที่ร่างกายเมื่อยขบแต่กลับรู้สึกคล้ายตัวเบาหวิว เมื่อยกมือขยี้เปลือกตาจึงสัมผัสได้ว่าผิวมือของตนเนียนละเอียดและอ่อนนุ่มกว่าที่เคยเป็น

                “หืม” เมื่อส่งเสียงครางออกไปด้วยความสงสัยก็ต้องชะงักเมื่อพบว่าเสียงนั้นเล็กแหลมราวกับเสียงเด็ก ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อสังเกตเห็นลักษณะร่างกายตนผิดปรกติไปไกลโข มือที่เคยหยาบใหญ่กลับเนียนนุ่มเล็กละเอียดแขน และขาก็กลับดูเล็กสั้นไปถนัดตาผิวพรรณขาวนวลไร้ริ้วรอยอักขระมนตราสีม่วงที่เคยพาดพันไปทั่วร่าง

                อะไรกันล่ะเนี่ย

            ความทรงจำสุดทายพลันผุดพราย เหงื่อกาฬเย็นเฉียบไหลซึมในทันที

            เขาถูกแทง

                ภาพสุดท้ายที่เห็นคือใบหน้าเจ็บปวดของยักษ์เงินที่ตนปกป้อง มือเล็กเปิดเสื้อขึ้นมองหน้าท้องตนในทันทีแต่กลับไม่พบรอยแผลใดๆนอกจากผิวหน้าท้องเหมือนผิวเด็ก เขาลุกพรวดขึ้นจากเตียงแต่กลับล้มตึงหลังเพียงก้าวขาไม่กี่ก้าว ข้อเท้าข้างหนึ่งถูกล่ามติดกับเสาเตียงด้วยโซ่เส้นเล็ก พริบตาเดียวหลังเสียงล้มกระแทกประตูก็เปิดออกปัง

                ทหารหญิงยืนจ้องเขม็ง ดวงตาสีอมส้มมองร่างเล็กที่ล้มกลิ้งอยู่บนพื้นแทบไม่กระพริบตา

                “เรวารี่นี่มันอะไร” ทันทีที่เอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่ายเรวารี่ก็ยกมือขึ้นปิดปากทำสีหน้าเหมือนเกิดเรื่องเหลือเชื่อขึ้นเต็มประดา ทหารหญิงพุ่งเข้ามาใกล้แล้วโอบกอดเขาไว้ในทันที

                เดี๋ยวสิ! ปรกติยัยนี่เป็นมิตรแบบนี้เสียที่ไหนกันเล่า!?

            “ไม่อยากเชื่อเลย” เรวารี่เสียงสั่น “เป็นเจ้าจริงๆหรือ” เด็กชายลืมตาโพลงเมื่อรู้สึกถึงความต่างของขนาดร่างกายที่ไม่คุ้นเคย ทั้งร่างแทบจมหายไปในอ้อมกอดของเรวารี่ ใบหน้าเขาอยู่แค่ระดับหน้าอกของทหารหญิงด้วยซ้ำ เพียงครู่เดียวเรวารี่ก็ผละห่าง

                “เจ้าฟื้นขึ้นมาก็ดีแล้ว” ทหารหญิงกล่าว “มีเรื่องมากมายที่ต้องสะสางกับเจ้า” ฉับพลันแววตานั้นก็สงบลงดังเดิม น้ำเสียงจริงจังกลับมาเป็นปรกติอีกครั้ง อลันนิ่วหน้า เขาต่างหากที่เป็นฝ่ายมีเรื่องอยากถามมากมาย

                อย่างน้อยคำถามแรก ทำไมสภาพเขาถึงกลายเป็นแบบนี้!?

                เหมือนเรวารี่จะเข้าใจใบหน้าฉงนที่ติดจะดูน่าเอ็นดูนั่น ทหารหญิงออกคำสั่งเรียกทหารยามหน้าประตูด้านนอกเข้ามาภายในอลันจึงรู้ว่าหน่วยวิหครัตติกาลเองก็อยู่ที่นี่ด้วย ทหารสองนายเข็นกระจกบานสูงออกจากด้านหลังฉากกั้นห้อง ในตอนนั้นเองที่เขาได้เห็นชัดเจนว่าอะไรเป็นอะไร

                ร่างกายของเขากลายเป็นเพียงเด็กชายที่ไม่ว่าดูอย่างไรก็มีอายุไม่เกินสิบขวบปี

                “บ้าน่า” ขาที่ยังถูกล่ามโซ่ทรุดฮวบลง อลันมองเงาสะท้อนในกระจกอย่างไม่เชื่อสายตา ภาพเด็กชายชาวยักษ์ดำผมสีน้ำตาลเข้มกับดวงตาสีเขียวมะกอกปรากฏในท่าทางเดียวกับที่เขาทำทุกอย่าง

                “เจ้าสิ้นใจแล้ว แต่วิญญาณกลับถูกดูดกลืนไว้ในศิลาแดงสะกดวิญญาณจนกระทั่งท่านจ้าวยักษ์ดำหาทางให้สถิตในร่างใหม่อีกครั้ง” เรวารี่อธิบายรวบรัด “ในยามนี้ทุกอย่างวิกฤตกลับตาลปัตร เป็นเพราะเจ้าเก็บงำความลับเรื่องของเซย์” ทหารหญิงกล่าวโทษ

                “เซย์ล่ะ!” อลันตาวาววาบ “เขาอยู่ที่ไหน”

                เมื่อเห็นเรวารี่เม้มปากแน่น อดีตชาวทไวซ์จึงย้ำถามอีกครั้ง “เซย์อยู่ที่ไหน เรวารี่!

                “ป่ามืด”

                คำตอบที่ได้ยินทำให้ทั้งร่างชาดิก อลันอ้าปากค้าง เรื่องที่ตนกลายเป็นเด็กอีกครั้งยังไม่น่าตกใจเท่าสิ่งฟังจากปากเรวารี่ มือทั้งสองข้างสั่นเทาอย่างห้ามไม่อยู่

                “สะกดไว้ไม่ได้อีกแล้ว” ทันทีที่พึมพำเช่นนั้นเรวารี่ก็พุ่งพรวดเข้ากระชากตัวเขาลุกขึ้น ด้วยขนาดที่แตกต่างกันมากนักเขาจึงไม่มีทางสู้ได้ยามทหารหญิงตบฉาดเข้าที่ใบหน้า เรวารี่เม้มปากแน่น ชะงักมือค้างกลางอากาศเมื่อเห็นรอยแดงเป็นแถบปรากฏปื้นบนใบหน้าเด็กชาย

                “เหตุใดจึงเก็บงำเรื่องสำคัญเช่นนี้เอาไว้! เจ้าทำให้เรเวนกำลังจะกลับคืนสู่ไททัน!

                “ก็เพราะพวกเจ้าไม่ใช่หรือที่จับตัวเขามายังที่นี่! ทั้งที่พวกเราหนีไปไกลถึงโลกมนุษย์แล้ว!” อลันตะโกนสวนกลับแต่เสียงที่เปล่งดังกลับเล็กแหลมจนหงุดหงิดตัวเองยิ่งนัก ดวงตาสีมะกอกถลึงมองหญิงสาวชาวยักษ์แดงที่มีโทสะอารมณ์ไม่ต่างกัน เรวารี่สะบัดมือที่ดึงทึ้งคอเสื้อเด็กชายทิ้งร่างนั้นลงบนเตียง

                “ทั้งที่พวกเราไม่คิดจะกลับมาที่นี่ ไม่คิดจะยุ่งเกี่ยวกับไททันอีก”

                “นี่คือเหตุผลที่เจ้าดึงดันจะพาเซย์กลับไปยังโลกมนุษย์ให้ได้มาตลอดงั้นหรือ” อลันนิ่งเงียบ

                “แล้วฟารุคอยู่ที่ไหน”

                เรวารี่ถอนหายใจแรง “นายท่านจะมาสอบสวนเจ้าแน่ ไม่ต้องห่วง เพียงแต่ตอนนี้ทุกอย่างสับสนวุ่นวายไปหมด ข้าจะเล่าให้เจ้าฟัง เหตุการณ์หลังจากเรื่องบนเรือนั่นเรือที่พวกอสูรกายบุกทำร้ายจนเจ้าถึงแก่ความตาย



****

 

                เพียงไม่ถึงครึ่งค่อนวันที่ฟื้นตื่นทุกอย่างก็ประดังประเดเข้ามาจนถึงแม้สภาพร่างกายจะไม่สมบูรณ์นักก็ไม่อาจข่มตาพักผ่อนได้ หลังจากเรวารี่เล่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องศิลาแดงที่บัดนี้อยู่ในมือท่านจ้าวยักษ์ดำหรือเรื่องที่เซย์ลอบหนีไปยังป่ามืด ทุกอย่างล้วนดูดกลืนห้วงคิดจมดิ่งสู่ก้นบึ้งความมืดมิดอีกครั้ง

                จะทำเช่นไรเซซาเรย์ข้าควรจะทำเช่นไร

            ทั้งที่รูปกายภายนอกปรากฏคล้ายเด็กชายเล็กๆแต่สีหน้าและแววตากลับเจนโลกเกินกว่าผู้ที่ไม่รู้ว่าวิญญาณในร่างนี้อายุเท่าใดจะจินตนาการถึง เรวารี่ไม่ได้ปล่อยโซ่ที่ล่ามขาเด็กชายไว้กับเตียงแม้เขาจะไม่ได้คิดหนีไปไหนแต่ทหารหญิงก็ยืนยันว่าจำเป็นต้องทำเช่นนี้

                เพราะผู้เดียวที่จะนำทางไปยังเขตป่ามืดได้มีเพียงอดีตชาวทไวซ์ผู้นี้เท่านั้น

                “มาแล้วหรือ” อลันเอ่ยทักเมื่อบานประตูห้องที่คุมขังเปิดออกอีกครั้งแต่คราวนี้เป็นยักษ์ดำหัวหน้าหน่วยวิหครัตติกาล ถึงใบหน้าคมสันจะจ้องถมึงทึงราวกับจะกินเลือดกินเนื้อแต่สำหรับคนที่ตายไปแล้วครั้งหนึ่งอย่างเขาคงไม่มีอะไรต้องหวาดกลัวอีก

                ฟารุคสาวเท้าเข้าใกล้ มองร่างที่เล็กกว่าตนหลายเท่าด้วยความขุ่นเคือง “คงไม่มีประโยชน์ที่จะต่อว่าเจ้าอีก จากนี้คงต้องร่วมมือกันอีกมาก” อลันเลิกคิ้ว ปฏิกิริยาของฟารุคผิดจากที่คาดการณ์มากนัก อย่างน้อยก็คิดว่าตนจะถูกทำร้ายให้เจ็บตัวบ้าง

                แม้ดวงตาดุจท้องฟ้ายามราตรีจะมองตอบอย่างเย็นชาไร้ความรู้สึกแต่นั่นก็ดีกว่าการถูกเรวารี่ตบหน้าเป็นไหนๆ

                 “เช่นเดียวกับที่เคยสัญญา ฉันย่อมทำทุกอย่างเพื่อเซย์” ฟารุคพยักหน้าได้ยินแค่นี้ก็มากเกินพอ “อธิบายเรื่องก่อนที่เจ้าจะพาเซย์หนีไปยังโลกมนุษย์ได้หรือไม่” หัวหน้าหน่วยวิหครัตติกาลถาม

                “เหตุใดวิญญาณที่ถูกสะกดอยู่ในศิลาแดงมานับพันปีจึงสิงสู่อยู่ในร่างของเซย์”

                อลันสูดลมหายใจเข้าลึกเมื่อนึกย้อนความ แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นยี่สิบกว่าปีที่แล้วแต่สำหรับคนที่จดจำทุกช่วงเวลาที่ได้อยู่ร่วมกับชาวยักษ์เงินนั้นกลับเสมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ริมฝีปากเล็กของเด็กชายเริ่มเอ่ยเล่าเรื่องราวระหว่างที่ตนอาศัยอยู่ในเผ่าทไวซ์

                เขาได้รู้จักกับเซซาเรย์ที่ทะเลสาบต้องห้าม ความหลงใหลในตัวเซซาเรย์ไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อยเมื่ออีกฝ่ายต้องแต่งงานกับเอลเม่เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ยักษ์เงินที่เหลือน้อยเต็มที พ่อและแม่ของเซย์เป็นคู่สามีภรรยาที่มีความสุข แม้เขาจะเป็นชาวทไวซ์ที่ถือเป็นศัตรูแต่เมื่อได้รู้จักคบหาพวกเขาทั้งสามกลับสนิทสนมราวกับเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน

                เอลเม่เป็นหญิงชาวยักษ์เงินที่เฉลียวฉลาด ชาวยักษ์เงินซ่อนเร้นกายในคราบเผ่าภูตเผ่าอื่นด้วยน้ำยาปลอมแปลงกระดูกเขาซึ่งสกัดได้ยากยิ่งและต้องใช้มนต์อธิษฐานเพื่อให้มีชีวิตรอดท่ามกลางวิกฤติการล่าถึงแม้จะมีกฎห้ามจากทุกอาณาจักรก็ยังไม่อาจหยุดยั้ง บางคนตาย บางคนหนีหายไปยังมิติเวลาอื่น และบางคนใช้ชีวิตอย่างซ่อนเร้นในเขตป่าลึกลับ

                เซซาเรย์และเอลเม่เลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายใกล้กับเขตทะเลสาบต้องห้ามของชาวทไวซ์ แม้จะอยู่ใกล้เขตแดนของศัตรูแต่ด้วยภูมิอากาศที่เหมาะสมทำให้มียักษ์เงินจำนวนไม่น้อยเคยเลือกสถานที่แห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยหลังจากอาณาจักรยักษ์เงินแห่งโครนอสล่มสลาย

                แม้จะยังอยู่ในเขตป่ามืดแต่ก็เป็นอาณาเขตที่ชาวทไวซ์ไม่กล้าย่างกรายมาเพราะใกล้กับเขตอาคมของราชายักษ์เงินองค์สุดท้าย ทะเลสาบต้องห้ามจึงเป็นสถานที่อันตรายสำหรับชาวทไวซ์ แต่ไม่ใช่สำหรับอลัน เขาที่รู้จักเส้นทางละแวกนั้นดียังคงไปพบเซซาเรย์และเอลเม่บ่อยครั้งด้วยความเคยชิน

                จนกระทั่งถูกติดตามในวันหนึ่ง

                อลันกัดฟันเมื่อเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “แม้จะอยู่ในฐานะน้องชายของหัวหน้าเผ่าแต่ฉันไม่เคยมีความสลักสำคัญใด ไม่มีผู้สนใจและก็ไม่สนใจผู้ใดจนไม่รู้เลยว่าถูกลอบติดตามจากหน่วยลาดตระเวน กว่าจะรู้อีกทีเอลเม่ก็ถูกลีอาพี่ชายของฉันจับตัวไว้ได้” แม้กาลเวลาจะล่วงผ่านแต่เมื่อเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นความเจ็บปวดก็ยังคงฉายชัดผ่านดวงตาของเด็กน้อย

                “เอลเม่แม่ของเซย์ถูกทรมานสาหัส ในตอนนั้นฉันเองถูกจับตัวกักขังจนกระทั่งเซซาเรย์เข้ามาช่วยให้หลบหนี แม้เราจะช่วยเอลเม่ออกมาได้แต่ก็สายเกินไป วิญญาณในศิลาแดงถูกดูดกลืนเข้าสู่ร่างของเอลเม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ฉันไม่ลังเลที่จะช่วยให้ทั้งสองคนปลอดภัยแม้จะกลายเป็นคนทรยศ แต่เซซาเรย์ก็ไม่ทิ้งฉันไว้ เขาสละพลังชีวิตส่วนหนึ่งของตนเพื่อทำลายเขตอาคมให้สามารถออกจากป่ามืดหลบหนีไปด้วยกันยังโลกมนุษย์”

                “พอจะคาดเดาเรื่องต่อจากนั้นได้หรือไม่” นัยน์ตาสีมะกอกหม่นแสง “ไม่กี่ปีหลังจากนั้นเรากลับถูกจับได้อีกครั้ง เซซาเรย์และเอลเม่ตาย เหลือเพียงฉันกับเซย์เท่านั้น” อลันกำมือแน่น “ทั้งที่เราเหลือกันเพียงเท่านี้”

                ฝ่ามือใหญ่วางลงบนไหล่เล็กที่สั่นเทา อลันสะดุ้งตกใจด้วยไม่คิดว่าฟารุคจะคิดปลอบใจเขาจนกระทั่งสัมผัสได้ถึงหยดน้ำตาที่ร่วงหล่นลงข้ามแก้มตน

                เขาร้องไห้

                อลันยิ้มขื่น น่าสมเพชเหลือเกิน ต้องตกอยู่ในร่างกายเช่นเด็กเล็กไม่พอ นี่เขายังร้องไห้เป็นเด็กเช่นนี้ด้วยหรือ

                “เจ้าทำดีแล้ว” แม้จะรู้ว่าเป็นเพียงคำปลอบใจแต่เขาก็อดรู้สึกขอบคุณยักษ์ดำไม่ได้ เด็กชายปาดน้ำตาลวกๆ บัดซบจริง ขนาดของร่างกายเล็กๆนี่ทำให้เขารู้สึกอึดอัดนัก

                “ก่อนออกจากป่ามืดฉันและพ่อแม่ของเซย์ซ่อนศิลาแดงเอาไว้ ณ สถานที่หนึ่งเพราะมีเพียงสิ่งนี้เท่านั้นที่สามารถสะกดวิญญาณเรเวนได้ นอกจากใช้สิ่งนี้สะกดเรเวนไว้อีกครั้งฉันเองก็ไม่รู้จะทำเช่นไร”

                “ท่านจ้าวยักษ์ดำได้บอกเรื่องนี้กับข้าแล้วเช่นกัน”

                “เขารู้?” ฟารุคพยักหน้ารับสีหน้าเคร่งเครียด

                “ย่อมรู้ เพราะราชาคีรอสผู้นั้นมีชีวิตอยู่มาตั้งแต่สงครามครั้งสุดท้าย” อลันเบิกตากว้าง

                “จะเป็นไปได้ยังไง” สงครามครั้งสุดท้ายนั่นยาวนานกว่าพันปีแล้ว

                “พลังอธิษฐานของเรเวนก่อให้เกิดคำสาปอมตะต่อองค์ราชา ตอนที่ได้ยินครั้งแรกข้าเองก็แทบไม่เชื่อเช่นกัน” ฟารุคเอ่ยเบา “ข้าเชื่อว่าเขาคงเก็บงำความลับไว้อีกมาก” ไม่ทันได้พูดให้จบประโยคเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เมื่อได้รับอนุญาตเรวารี่ก็ผลีผลามเข้ามาทันที

                “นายท่าน เราได้รับสารด่วนจากลาร์ค” ทหารหญิงหน้าซีดเผือด “เขตแดนของชาวทไวซ์บริเวณรอยเชื่อมต่อระหว่างเอลมัลและบาแซนไดซ์กลายเป็นซากสถานแห้งแล้งภายในชั่วพริบตา ซากศพจากสุสานนักรบของชาวยักษ์ฟ้าถูกปลุกชีพขึ้นให้กลายเป็นอสูรกาย ทัพอสูรร้ายกำลังเคลื่อนพลเข้าสู่บาแซนไดซ์”

                เรเวนคลายมนต์สะกดดินแดนต้องห้ามแห่งป่ามืดแล้ว








****************************************************

มาถึงตอนที่ 27 แล้ววววววว :D 
กำลังเข้มข้นเหมือนสตูตุ๋นค้างปีสุดๆ (คือดองมานานว่างั้น 5555555)
สำหรับเรื่องนี้จะลงให้อ่านจนจบแน่นอนค่ะ แต่สำหรับใครที่สั่งซื้อรวมเล่มจะได้อ่านตอนพิเศษที่ไม่ลงที่ไหนแบบยาวจุใจแน่นอน (ออดอ้อนสุดๆ ฮาาา <3) แถมภาพประกอบในเล่มยังงามหยดย้อยชวนลูบคลำด้วยนะเออ 

เนื้อเรื่องในตอนนี้ ตาลุงอลันคัมแบคในร่างเด็กน้อย! (กระต่ายดำรอฉากนี้มานานมาก ฟินกับร่างเด็กที่ดูอ่อนเยาว์แต่ภายในเป็นตาลุงขี้บ่นจริงๆค่ะ ฮือออ)

และสำหรับเรื่องการเปิดจองเราได้บอกรายละเอียดไว้ที่ตอนที่แล้วค่ะ สามารถลองอ่านดูได้เลย >> http://writer.dek-d.com/sigel/writer/viewlongc.php?id=819584&chapter=35


แวะไปพูดคุย คอมเม้น ล่ากระต่าย ย่างเนื้อ ต้มผัดแกงทอดกันได้ที่โพรงเดิมจ้ะ จุ้บ >> https://www.facebook.com/nandafroundblackbunny

ขอบคุณทุกคอมเม้นที่ยังเป็นกำลังใจให้กันนะคะ /กอดดดดด


Blackbunny

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

1,542 ความคิดเห็น

  1. #1500 61imyoko (@yoko-sirikorn) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 22:02
    ตื่นเต้นมากๆ ลุ้นสุดๆขอให้ทุกคนปลอดภัย
    #1500
    0
  2. #1470 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 20:26
    ลุงอลันไม่เหมือนเดิมเพิ่มเติมคือเป็นน้องงง
    #1470
    0
  3. #1358 Kanyavee (@kanyavee1) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 7 กันยายน 2558 / 00:12
    ที่มาของเฒ่าทารก
    #1358
    0
  4. #1314 Lookpear_KeepH. (@lookpearjusty) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:06
    อลันเป็นเด็ก!!! มันคงจะมุ้งมิ้ง ฟรุ้งฟริ้ง น่าดูสินะ ><
    #1314
    0
  5. #1243 wimwin (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 02:22
    งงที่บอกว่า พังอธิษฐานของเรเวนก่อให้เกิดคำสาปอมตะต่อองค์ราชา

    คือองค์ราชายักษ์ดำมาเกี่ยวไรกับแฝดยักษ์ขาวหว่า /งงต่อไป
    #1243
    0
  6. #1152 kizz (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2557 / 03:50
    ราชาคีรอสกับเรเวนต้องเคยกิ๊กกันแน่เบยยยยยยย ลางสังหรณ์มันบอก 555+
    #1152
    0
  7. วันที่ 21 สิงหาคม 2557 / 19:39
    สงสารอลันมาก 55555555 อยู่ดีไม่ว่าดี กลายเป็นเด็กน้อยซะงั้นอลันนนนนนน~ แล้วคือแบบเรเวน โอ้ยจะบ้าตายยยยยยยยย!!! เรเวนเอาร่างเซย์คืนมานะว้อยยยยยยยยยยยย
    #1150
    0
  8. #1149 kelovelove (@kekailove) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2557 / 17:25
    อลันร่างเด็ก O_o เฮือก น่ารักมาก ทำดาเมจกระจาย><
    #1149
    0
  9. #1148 sakura17 (@thelufy) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2557 / 00:42
    กำลังเข้มข้น!
    #1148
    0
  10. #1147 นักอ่าน...lnwcool (@lnwcool) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2557 / 22:43
    ....จะทำยังไงต่อละเนี่ยยยยยยยยยยยยย


    ฟารุคคคคคคค
    #1147
    0
  11. #1146 nutty (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2557 / 21:32
    เซย์แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

    เข้มข้นมากกกกกติดตามๆๆๆๆๆ
    #1146
    0