(Yaoi) TITAN  ลำนำอสูรสีเงิน (จบแล้ว)

ตอนที่ 42 : TITAN 33

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,512
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    1 พ.ย. 57


TITAN 33

****

เพราะความทรงจำ
ผูกพันธ์ความรักเอาไว้

-เซย์ ไอเซนเบิร์ก-

****


         …เซย์เซย์        

                ...รัก

                ในความมืดมิด น้ำเสียงแสนคุ้นกลับกลายเป็นสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวเขาเอาไว้ สัมผัสอบอุ่นจากใครบางคนดึงเขาออกจากจากดินแดนสีดำล้ำลึกไร้จุดสิ้นสุดที่วนหลงอยู่เนิ่นนาน แต่เมื่อเปลือกตาที่หนักอึ้งลืมขึ้นเชื่องช้ากลับพบว่าตนเองอยู่เพียงลำพัง

                เซย์หลับตาลงอีกครั้งเมื่อไม่สามารถปรับสายตาในที่สว่างจ้า สองตากระพริบถี่จนกระทั่งภาพเบื้องหน้าปรากฏชัด ผ้าม่านวูบไหวตามกระแสลมที่พัดเข้ามาเมื่อหน้าต่างบานไม้เปิดกว้างรับแสง เขาจ้องมองหน้าต่างบานนั้นอยู่อีกพักใหญ่จนเมื่อพยายามขยับลุกจึงพบว่าทั้งร่างอ่อนเปลี้ยแทบไม่มีแรง ใช้เวลาครู่ใหญ่กว่าจะพยุงตัวนั่งพิงหัวเตียงได้

                ที่ไหน?

         แม้รอบด้านจะดูคุ้นเคยแต่กลับต้องใช้เวลานึก ทันใดนั้นประตูก็เปิดออก เด็กชายแปลกหน้าคนหนึ่งถือถาดอาหารเข้ามาแต่ทันทีที่สบตากันสิ่งของในมือฝ่ายนั้นก็ร่วงหล่นกระจัดกระจาย

                “เซย์นาย” นัยน์ตาสีมะกอกไหวระริก คนแปลกหน้าพุ่งพรวดเข้ากระโจนกอดเขาไว้แน่น คนบนเตียงตกใจจนร้องอุทานแต่เมื่อพยายามแกะเจ้าเด็กนี่อยู่พักใหญ่ก็รู้ว่าไร้ประโยชน์เพราะอีกฝ่ายเอาแต่ดึงเข้าไว้ในอ้อมกอดจนได้แต่ส่งเสียงอู้อี้อยู่กับหน้าท้องแบนเรียบนั่น

                “เดี๋ยวสิเจ้าหนู นายเป็นใคร แล้วที่นี่” เซย์ชะงักค้างเมื่อนึกขึ้นได้ “บ้าน

          “ไอ้เด็กบ้าเอ๊ย! ทำไมถึงทำให้เป็นห่วงขนาดนี้!” ไม่รู้ทำไมทั้งที่ตัวเล็กกว่าเขาเกือบครึ่งแต่เจ้าหนูนี่ถึงได้แรงเยอะนัก เมื่อผละหลุดได้ใบหน้านั้นก็จ้องเขาเขม็ง สีหน้าถมึงทึงแต่กลับมีน้ำตารื้นนั่นขัดแย้งกันจนเดาความรู้สึกไม่ออก เซย์ยกมือขึ้นสองข้างอย่างยอมจำนน มาเรียกคนอื่นว่าเด็กแต่คนที่เด็กกว่ามันนายไม่ใช่หรือไง ถ้าไม่ติดว่าแขนขาไม่มีแรงแบบนี้ล่ะก็คงได้ลองต่อยเด็กดูสักที

                “แค่นายปลอดภัยก็มากพอแล้ว มากพอแล้วจริงๆ” พยายามนึกแล้วก็ไม่รู้สึกคุ้นสักนิดว่าเคยรู้จักกัน ในหัวมึนตึง เขาพยายามนึกย้อนถึงเหตุการณ์สุดท้ายที่จำได้ ภาพฟ้าดำมืดพร้อมพายุรุนแรงฉายซ้ำ

          …ใช่แล้วเหนือสมรภูมินั่น


                “ฟารุค!” ทันทีที่ร้องตะโกนในช่องอกก็เจ็บวูบจนต้องบีบกำอกเสื้อเอาไว้ เจ้าเด็กที่อยู่ข้างๆรีบประคองให้เขาเอนกายลงพิงหมอน

                “เจ้าโง่ นายเพิ่งฟื้นนะ! หายใจเข้าลึกๆ” ถึงจะหงุดหงิดที่ถูกด่าว่าโง่ซ้ำถึงสองครั้งจากคนอายุน้อยกว่าแต่กลับรู้สึกคุ้นเคยกับลักษณะการพูดจาของอีกฝ่ายอย่างประหลาด มันเหมือนกับ

                “ถ้านายเป็นอะไรไปฉันคงไม่มีหน้าไปเจอพ่อแม่นายบนสวรรค์แน่”

          …อลัน

         นัยน์ตาสีเงินถลึงมองเด็กชายด้วยความตกตื่น คล้ายจะรู้ว่าเขากำลังคิดอะไร เด็กชายยิ้มจาง มือเล็กเอื้อมลูบศีรษะเขาเบาๆ “คนโง่เอ๊ย ฉันเอง ตาลุงของนาย” เซย์อ้าปากค้าง สับสนจนไม่รู้ว่าตนเองแสดงสีหน้าอย่างไรอีกฝ่ายถึงได้หลุดหัวเราะออกมา

                “อลัน? จะเป็นไปได้ยังไง!

                อลันลูบผมที่ถูกตัดสั้นของอดีตยักษ์เงิน “ทุกอย่างจบลงแล้วเซย์”


****


              ถึงจะผ่านมาร่วมเดือนนับตั้งแต่ตื่นขึ้นแต่ในใจเขายังเต็มไปด้วยความกังวล ทั้งที่ควรพักผ่อนให้มากแต่กลับหวาดผวากับการนอนหลับ แต่ละคืนยากจะผ่านพ้นเมื่อหลับตาแล้วพบว่าเหลือเพียงตนเองอยู่ลำพัง ถึงจะรู้ว่าปลอดภัยแต่ร่างกายกลับจดจำความอันตรายของการตกอยู่ในภวังค์มืดมิดได้เป็นอย่างดี

                อลันค่อยๆเล่าทุกอย่างให้เขาฟังอย่างค่อยเป็นค่อยไป ใจเย็นกับอาการหวาดกลัวกระวนกระวาย ปลอบประโลมยามเห็นเขาร้องไห้ด้วยความสับสนเมื่อบางสิ่งเปลี่ยนไปอีกครั้ง กระดูกเขายักษ์เงินกลางหน้าผากอันตรธานเหมือนไม่เคยมี ร่างกายที่ดูผิวเผินเหมือนมนุษย์ทั่วไปผิดแปลกแค่เส้นผมและดวงตาที่ยังคงเป็นสีเงินยวง

               แหวนจากกระดูกเขาสีหม่นที่สวมติดมือกลับมาเป็นสิ่งยืนยันว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงฝันไป

               …ฟารุค

                เซย์กำมือข้างที่สวมใส่แหวนจากกระดูกเขาชาวยักษ์เอาไว้ ภาพสุดท้ายที่จำได้คือเขากำลังจะฆ่าฟารุคด้วยตนเอง แม้อลันจะยืนยันว่ายักษ์ดำปลอดภัยแต่สิ่งที่เด็กชายเล่าต่อจากนั้นกลับสร้างความเจ็บปวดยิ่งกว่าเมื่อรู้ว่าฟารุคใช้ดาบสะกดวิญญาณแทงตัวเองจนสิ้นใจพร้อมกับเขาเพื่อต่อวิญญาณที่แหลกเป็นเสี้ยวให้กลับคืนมาอีกครั้ง

                ที่เขายังมีชีวิตอยู่ ก็เพราะฟารุค

              เพียงหลับตาลงยังจดจำได้ถึงอ้อมกอดอบอุ่น สัมผัสของลมหายใจ แค่คิดว่าจะไม่ได้พบกันอีกครั้งทั้งใจก็บีบตัวจนเจ็บ เขารักษาคำสัญญาว่าจะกลับไปอยู่ที่ปราสาทมืดด้วยกันไม่ได้อีกต่อไป

                ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถอยู่ในไททันได้

                  หัวใจของเขาก็คงอยู่ในดินแดนมนุษย์ได้ยากเช่นกัน

                “เจ้าโง่เอ๊ย” ถึงจะน่าอายที่กอดเด็กผู้ชายอายุสิบขวบเอาไว้ขณะร้องไห้ แต่ความรู้สึกที่ท่วมท้นนี้กลับไม่รู้จะระบายออกด้วยวิธีอื่นอย่างไร

                “เราจะกลับมาเป็นแค่ครอบครัวมนุษย์ธรรมดา เป็นแค่อลันกับเซย์เท่านั้น” แววตาสีมะกอกเจนโลกเกินกว่าจะเป็นของเด็กวัยสิบปี อลันเอ่ยย้ำ มีเพียงเขาและอลันในบ้านสองชั้นขนาดเล็กที่ชั้นล่างถูกตกแต่งให้เป็นร้านเหล้า พวกเขาเดินทางข้ามมิติเวลากลับมาอยู่ที่ไอร์แลนด์อีกครั้ง

                ………………………………..

                ………………….

                ………

                ในช่วงครึ่งปีแรกทุกอย่างวุ่นวายไปหมดเพราะอลันได้นำอัญมณีและหินแร่กลับมาด้วย อัญมณีแต่ละชิ้นที่ฟารุคมอบให้มีมูลค่ามหาศาลอย่างที่เมื่อแลกเปลี่ยนเป็นจำนวนเงินในโลกมนุษย์แล้วก็สามารถอยู่ได้อย่างสบายๆไปชั่วชีวิต พวกเขาต้องเดินเรื่องเปลี่ยนเพชรเป็นเงินและสร้างตัวตนของอลันขึ้นมาในบัญชีราษฎร เพราะเคยทำแบบนั้นมาก่อนแล้วครั้งหนึ่งสุดท้ายทุกอย่างจึงผ่านพ้นไปได้ เมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง บาร์เหล้าสเนชต้า ก็เปิดทำการอีกครั้งภายใต้การดูแลของโอนเนอร์คนใหม่

                บรรดาเพื่อนบ้านที่เคยรู้จักกันต่างถามคำถามมากมายที่ตอบอย่างไรก็ไม่มีวันจบ อลันคิดแล้วยังรู้สึกโมโหไม่หายที่เซย์ดันบอกว่าเขาประสบอุบัติเหตุตายระหว่างไปเที่ยวด้วยกันแล้วรับเด็กชายคนนี้ซึ่งเป็นเด็กกำพร้าจากอุบัติเหตุครั้งนั้นมาอยู่ด้วย แถมเจ้าตัวยังแอบอมยิ้มขำตอนเล่าเรื่องการตายของเขาได้เป็นฉากๆ

                ในช่วงแรกที่กลับมาอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง บ่อยครั้งที่เซย์มักเหม่อลอยและจมอยู่ในห้วงความคิดของตน การกลับมาอยู่ในสถานที่เดิมทำให้ความทรงจำและเหตุการณ์ต่างๆยังคงฝังแน่น แต่เมื่ออลันเสนอให้ย้ายไปจากที่นี่เด็กหนุ่มกลับเอาแต่ปฏิเสธ

                เซย์ไม่ยอมย้ายไปไหนเช่นเดียวกับแหวนซึ่งสวมติดอยู่ที่มือซ้ายที่ไม่เคยถูกถอดออกแม้แต่ครั้งเดียว

                ทั้งที่เติบโตมาที่นี่แต่กลับรู้สึกแปลกตาเมื่อมองท้องฟ้าที่ปราศจากม่านแสงวูบไหว ตึกอาคารและบรรยากาศรอบด้านตอกย้ำว่าเขาอยู่ห่างไกลจากอาณาจักรชาวยักษ์เพียงใด แม้จะอยู่ในที่ที่ยิ่งกว่าห่างไกลแต่สัมผัสของแหวนที่สวมอยู่บนนิ้วกลางข้างซ้ายก็ยังคอยย้ำเตือน

                ว่าความรักของเขาเป็นของใคร


****


                เวลาผ่านพ้น ฤดูหนาววนมาเป็นครั้งที่ห้านับตั้งแต่กลับมา เด็กหนุ่มวัยสิบห้าปีถอดเสื้อโค้ทที่เปื้อนหิมะและรองเท้าบู้ธโยนทิ้งส่งๆลงบนพื้น สองมือขยับถูกันเพิ่มความอบอุ่นขณะทิ้งตัวลงบนโซฟานุ่ม ใบหน้าอ่อนใสล้อมกรอบด้วยเรือนผมสีน้ำตาลเข้มตัดกับดวงตาสีเขียววาววามที่กำลังวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิด

                “พวกมนุษย์นี่ไม่รู้จะสอดรู้ไปถึงไหน ถามซอกแซกเรื่องฉันกับนายอยู่ได้” แม้จะมีรูปลักษณ์ภายนอกน่าคบหาแต่อลันวัยสิบห้าปีก็ยังมีนิสัยเช่นเดียวกับอลันวัยห้าสิบปี “ไหนจะเรื่องตำรวจพวกนั้นอีก ฉันบอกนายแล้วว่าให้ปิดร้านซะ”

                “หยุดบ่นเป็นลุงสักห้านาทีเถอะน่า หนุ่มน้อย ทำงานหาเงินมันผิดตรงไหน” ได้ยินคำเรียกว่าหนุ่มน้อยเท่านั้นเจ้าตัวก็นิ่วหน้า “เรียกแบบนี้ให้ฉันกลับไปเป็นลุงยังจะดีกว่า” คนฟังหัวเราะร่วน

                “ก็แค่จ่ายเงินนิดหน่อย เมื่อก่อนเราก็ทำแบบนี้” คนพูดใช้มือข้างหนึ่งเสยผมที่ถูกตัดสั้นระต้นคอไปด้านหลัง อลันถอนหายใจอีกเฮือก มองร่างกายอีกฝ่ายที่ตอนนี้สูงใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ใบหน้าได้รูปที่เคยดูอ่อนใสคมเข้มขึ้นตามวัย นัยน์ตาสีเงินยวงขี้เล่นมีเสน่ห์เสียจนทำให้ลูกค้าสาวน้อยสาวใหญ่ที่เคยติดพันเขาเมื่อหลายปีก่อนเปลี่ยนมาเทใจให้โอนเนอร์คนใหม่จนหมด

                เมื่อเห็นเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่บนโซฟาลุกจ้ำพรวดเข้ามาใกล้โอนเนอร์ของร้านก็วางปากกาที่กำลังเขียนบันทึกลง

                อลันท้าวแขนข้างคร่อมระหว่างโต๊ะและเก้าอี้ที่ชายหนุ่มนั่งอยู่ “ที่เมื่อก่อนเราต้องทำร้านก็เพราะต้องหาเลี้ยงตัวเอง แต่ตอนนี้เงินในบัญชีแทบจะล้นทะลัก นายกับฉันย้ายไปอยู่ที่อื่นด้วยกันที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ ไปให้พ้นๆจากคำถามน่าหงุดหงิดของพวกช่างสอด” นึกถึงคำถามที่กวนใจมาตลอดแล้วอลันก็ยังหงุดหงิดไม่หาย

                “นายไปอยู่ที่ไหนมา? ทำไมผมกลายเป็นสีนี้? เด็กนั่นเป็นใคร? พวกนายเป็นคู่เกย์รึเปล่า? แล้วก็...

                “ยังไม่ชินอีกหรือไง ก็คนหายไปตั้งเกือบปีแถมกลับมาพร้อมหิ้วเด็กผู้ชายมาอีกหนึ่ง” เซย์ถอนหายใจหน่าย

                “ชิน แต่ไม่หายรำคาญ เราย้ายออกจากที่นี่ก็สิ้นเรื่อง”

                “ไม่เอาน่า ทำไมอยู่ๆถึงพูดเรื่องย้ายบ้านขึ้นมาอีก” เซย์เลิกคิ้ว อลันถอยกลับไปนั่งที่โซฟา “ฉันเจอแมธธิวที่หน้าธนาคาร หมอนั่นถามเรื่องนายอีกแล้ว” นัยน์ตาสีมะกอกวาววับ “มันเล็งจะกินนายมาได้พักใหญ่ แถมยังเอามือสกปรกมาขยี้หัวฉันอีก ถ้านายไม่คิดจะเล่นด้วยก็เลิกทำตาหวานใส่มันได้แล้ว”

                “ฉันเปล่า!” เซย์ร้อง ชักรู้สึกโมโหขึ้นมาบ้างแล้ว

                อลันเหล่มองคนที่ชักสีหน้าแล้วไม่ได้พูดอะไรตอบ ทั้งที่ตั้งใจจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้งแต่ทุกอย่างกลับไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเมื่อใครบางคนยังยึดติดกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้น การย้ายออกจากดับลินน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับเซย์แต่อีกฝ่ายกลับยืนยันที่จะทำร้านเหล้าเล็กๆนี่ต่อ

                        …จะรอไปอีกนานแค่ไหนกันเซย์

                ………………………………..

                ………………….

                ………

                ลมหนาวพัดผ่านลัดเลาะตึกอาคารที่ถูกหิมะขาวโพลนย้อมปกคลุมไปทั้งเมือง ดับลินในฤดูหนาวเป็นสถานที่ชวนฝันของใครต่อใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเดือนธันวาคมที่ท้องถนนแทบจะทุกสายในเมืองจะถูกตกแต่งประดับประดาด้วยดวงไฟเพื่อต้อนรับเทศกาลสำคัญที่ทุกคนต่างเฝ้ารอ

                คริสมาสต์กำลังใกล้เข้ามาอีกครั้ง

                แม้แต่ร้านสเนชต้าที่ซ่อนตัวอยู่ในหลืบเล็กๆของย่ายเทมเพิลบาร์ยังมีต้นสนพลาสติกขนาดกลางมาวางตั้งหน้าร้านพร้อมประดับดวงไฟส่องแสงหน้าประตูเรียกความสนใจจากบรรดาลูกค้าได้ดีไม่น้อย เซย์มองป้ายร้านที่ถูกพลิกกลับเป็น Open ในขณะที่อลันยังนั่งเอนกายอ่านหนังสือพิมพ์อย่างเกียจคร้าน เสียงดังกุกกักจากชั้นบนทำให้เด็กหนุ่มละสายตาจากหนังสือพิมพ์ในมือ

                “เจ้าเพี้ยนเอ้ย นี่นายลืมปิดหน้าต่างอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย” อลันถอนหายใจหน่ายถ้าใครมาเห็นลักษณะการพูดจาของเขากับอลันเข้าคงตลกพิลึก เซย์วางงานในมือก่อนรีบวิ่งขึ้นไปชั้นบน อีกาหลายตัวกำลังตีปีกกระโดดโหยงเหยงไปมาอยู่ภายในห้องของเขา แต่พอได้ยินเสียงมนุษย์ส่งเสียงไล่ก็บินพรวดออกไปทางหน้าต่าง เมื่อไล่พวกตัวกวนไปได้เจ้าของห้องก็ปิดหน้าต่างกระจกกรอบไม้แล้วล็อคกลอนแน่นหนา

             “นกพวกนี้ย้ายรังมาอยู่แถวนี้รึไงนะ” อลันที่ตามขึ้นมาเอนกายพิงกรอบประตู เซย์ไหวไหล่ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมช่วงนี้ถึงได้มีอีกาอยู่แถวย่านนี้เยอะผิดปรกติแถมยังชอบเข้ามาในบ้านถ้าเผลอเปิดประตูหน้าต่างทิ้งไว้อีกต่างหาก

                ทั้งที่ตอนต้นเดือนเขาสังเกตเห็นเพียงแค่สองสามตัวแต่ตอนนี้เริ่มมีอีกานับสิบกว่าตัวบินวนแอยู่แถวละแวกบ้าน

              เสียงกระดิ่งหน้าประตูดังขึ้นทำให้ทั้งเขาและอลันหยุดบทสนทนาแล้วกลับลงไปด้านล่าง ร่างสูงใหญ่ของชายในชุดสูทสีเทาเข้มและเสื้อโอเวอร์โค้ทตัวใหญ่ก้าวเข้ามาด้านใน ผมบลอนด์ที่ถูกจัดแต่งเป็นทรงในยามกลางวันถูกขยี้จนคลายตัว แม้แต่กระดุมเสื้อเชิ้ตก็ถูกปลดออกสองเม็ด ดวงตาทะเล้นขี้เล่นวาววามยามจับจ้องโอนเนอร์ของร้านตั้งแต่เดินเข้ามาก้าวแรก

                “hóigh เซย์” ลูกค้าคนแรกของวันนั่งลงหน้าเคาน์เตอร์บาร์ “วันนี้เปิดร้านเร็วจังนะ”

                “คุณก็มาเร็วเหมือนกัน แมธ” เขายิ้มและพลันรู้สึกเสียวสันหลังวาบเมื่อเห็นอลันทำตาเขียวใส่อยู่มุมหนึ่ง แมธธิวยิ้มหวาน นายธนาคารหนุ่มเพิ่งย้ายมาจากวอเตอร์ฟอร์ดและกลายเป็นลูกค้าประจำตั้งแต่ครั้งแรกที่บังเอิญแวะมาดื่มกับคนที่ทำงาน แต่พักหลังๆก็เริ่มมาคนเดียวแล้วก็นั่งเฝ้าหน้าเคาน์เตอร์ตั้งแต่หัวค่ำยันใกล้ปิดร้านเลยเสียด้วย ช่วงแรกๆอลันยังแซวว่าไม่รู้แมธธิวติดใจรสเหล้าสูตรพิเศษของอลันหรือว่าอย่างอื่นกันแน่ แต่พักหลังดูเหมือนเด็กหนุ่มที่ความจริงอายุมากแล้วจะไม่ค่อยชอบขี้หน้าแมธธิวนัก

                ก็เพราะได้ยินว่านายธนาคารรูปหล่อคนนี้ฟันลูกค้าสาวที่อลันชอบไปไม่รู้กี่คนแล้ว

                หลังดวดเหล้าหมักไปหลายแก้วแมธธิวที่ตอนนี้ตาวาวเยิ้มแทบเป็นน้ำเชื่อมก็โน้มตัวท้าวแขนบนเคาน์เตอร์เสียงนุ่มกระซิบถามเบาๆคล้ายตั้งใจให้โอนเนอร์หนุ่มชะโงกตัวเข้าไปฟังใกล้ๆ “พรุ่งนี้ก็คริสมาสต์แล้ว คุณเปิดร้านหรือเปล่า”

                “ถ้าไม่ก็อยากจะชวนไปข้างนอกด้วยกัน ผมมีที่ดีๆอยู่ ขาดแต่คนไปด้วยนี่สิ” เซย์อมยิ้ม ไม่ได้นึกรังเกียจอะไร แมธธิวเป็นคนคารมดี มีเรื่องสนุกๆมาชวนเขาพูดคุยด้วยตลอด

                แต่เขารู้ดีกว่าจะไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่านั้น

              “ขอโทษที พรุ่งนี้ผมคงเปิดร้านถึงดึก”

              “หลังคุณปิดร้านเป็นไง เดี๋ยวผมมารับ” เขากำลังจะปฏิเสธแต่ดันถูกฉวยพูดขึ้นก่อน “ไม่เอาน่า ให้โอกาสผมหน่อยได้ไหม” ทั้งที่ปรกติอีกฝ่ายไม่เคยพูดเซ้าซี้หรือทำให้ลำบากใจแต่ดูเหมือนคืนนี้จะดื่มเข้าไปมากกว่าทุกวัน เซย์สะดุ้งเมื่อจู่ๆก็ถูกกุมมือไว้แถมยังมีทีท่าจะไม่ยอมปล่อยง่ายๆ

                แน่นอนว่าถ้าต่อยไปสักทีอีกฝ่ายคงได้สติ แต่เพราะลูกค้าคนอื่นอยู่ในร้านด้วยนี่สิ

                “คุณเมามากแล้ว” โอนเนอร์หนุ่มพยายามใจเย็น เขาคิดว่าจะนับแค่สาม

                “คนอื่นบอกว่าคุณไม่ได้คบใคร” …3…

              “แต่ทำไมปฏิเสธผมนัก” …2…

              “หรือว่ามีคนที่ชอบอยู่แล้ว” …1…

               ปัง ปัง ปัง!!!

              เสียงบางอย่างตีกระแทกผนังไม้ด้านนอกดังลั่นจนทุกคนภายในร้านสะดุ้ง เซย์ฉวยโอกาสที่แมธธิวเผลอดึงมือออกพร้อมเดินหนีไปไกล อลันที่อยู่ในครัวพุ่งพรวดออกมาเพราะได้ยินเสียงประหลาดเช่นกัน

                “นกหรอ ทำไมดังขนาดนี้เนี่ย?” เด็กหนุ่มเหล่ตามองนายธนาคารหนุ่มแวบหนึ่ง “ฉันทำครัวค้างไว้ นายออกไปดูหน่อยแล้วกัน” เซย์พยักหน้า นึกขอบใจอลันที่ดูเหมือนจะดูออกว่าเขาต้องการความช่วยเหลือ ชายหนุ่มเปิดประตูออกมาด้านนอก ถึงจะดึกมากแล้วแต่บนถนนก็ยังคลาคล่ำไปด้วยผู้คน

                นอกจากบรรดานักท่องเที่ยวมากมายยังมีหนุ่มสาวหลายคู่เดินกอดประคองกันโอนเอน ท่ามกลางความโรแมนติกของถนนที่ยังขาวโพลนไปด้วยหิมะ เสียงหัวเราะมีความสุขทำเอาเขายกยิ้มตามแต่ลึกๆในใจกลับรู้สึกวูบโหวง เซย์สะบัดหน้าเมื่อนึกได้ว่าตนเผลอคิดเรื่องไร้สาระเข้าจนได้ ชายหนุ่มหันมองบานหน้าต่างชั้นบนแต่กลับไม่พบตัวการของเสียงดังเมื่อครู่ แต่เมื่อจะเดินกลับเข้าร้านหางตาพลันสังเกตเห็นเงาร่างนกตัวใหญ่เกาะอยู่บนหลังคาตึกสูง

                อีกา?

             เรียวคิ้วขมวดมุ่นเมื่อรู้สึกว่าอีกาตัวนั้นมีขนาดใหญ่ผิดปรกติ ความมืดทำให้มองเห็นเงาดำนั้นได้ไม่ชัดก่อนที่นกตัวใหญ่จะสะบัดปีกบินหนีไป ชั่วขณะหนึ่งจังหวะในหัวใจกลับเต้นแรงอย่างประหลาด

              …คิดถึง

                “ไง โอนเนอร์ เจออะไรรึเปล่า?” ลูกค้าคนหนึ่งเปิดประตูพร้อมส่งเสียงถาม “เราว่าจะกลับกันแล้วล่ะ” เซย์หลุดจากภวังค์ กลับเข้ามาด้านในพร้อมหัวเราะเก้อๆทั้งที่ในหัวยังคิดถึงภาพนกตัวเมื่อครู่จนเกือบทอนเงินผิด แมธธิวที่สร่างเมาขึ้นมาเล็กน้อยมองเขาพร้อมกับขอตัวกลับเช่นกัน

                “ถ้าพรุ่งนี้คุณเปิดร้านล่ะก็ ผมแวะมาได้ไหม” ดูเหมือนเจ้าของร่างสูงใหญ่นั้นจะรู้สึกผิดขึ้นมา สายตาที่มองมาถึงดูอ่อนลงแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังแสดงความรู้สึกอย่างไม่ปิดบัง เซย์ส่งยิ้มแห้งๆ แน่นอนว่าเขาไม่ได้รังเกียจความเป็นมิตรของแมธธิวตราบใดที่มันไม่ทำให้เขาลำบาก เมื่อเห็นโอนเนอร์หนุ่มพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้ก่อนกลับออกไปนายธนาคารหนุ่มจึงยิ้มกว้างอีกครั้ง

                “ก็นี่แหละน้า ยิ้มให้เขาไปทั่วแบบนั้นหมอนั่นถึงได้ไม่ยอมตัดใจซะที” อลันแขวนผ้ากันเปื้อนไว้ที่ประตูครัว

                “ก็ฉันไม่ได้คิดอะไรนี่”

                “ถึงจะไม่ค่อยชอบหน้าหมอนั่นก็เถอะ แต่ถ้านายจะคิดอะไรกับแมธฉันก็ไม่มีสิทธิว่าหรอก” เด็กหนุ่มเหลียวมองเจ้าของร้านที่ยังทำหน้ายุ่ง “ลูกค้าสาวๆคนอื่นก็น่าสนใจตั้งเยอะแยะ”

                “พอเถอะน่า” คนฟังไหวไหล่ ถึงจะรู้ว่าเซย์ไม่สนใจใครแต่เขากลับนึกอยากให้เจ้าตัวมีใครสักคนที่คอยอยู่ข้างๆ ในเมื่อสิ่งที่เซย์เป็นอยู่มันยิ่งกว่ารักทางไกล คู่รักอยู่กันคนละทวีปยังนั่งเครื่องบินไปหากันได้ แต่เซย์นี่สิ

                อลันถอนหายใจเฮือกแล้วเฮือกเล่าเหมือนคนปลงโลก เข้าใจดียิ่งกว่าใครว่าบางครั้งความรักก็เป็นสิ่งที่ยากจะมีไว้ครอบครอง

****

             วันต่อมาแมธธิวก็ยังมาที่ร้านตามที่เจ้าตัวบอกไว้จริงๆ

                ถึงหลายครอบครัวจะเลือกทำอาหารอยู่บ้านในวันพิเศษแบบนี้แต่ร้านรวงในย่านเทมเพิลบาร์ก็ไม่เคยเงียบเหงาเหล่านักท่องเที่ยวตระเวนราตรีต่างมองหาร้านเหมาะๆเพื่อร่วมเฉลิมฉลอง คนแปลกหน้ากลายเป็นเพื่อน โต๊ะข้างๆกลายเป็นญาติสนิท เมื่อเหล้าเข้าปากความครื้นเครงและอลหม่านก็มีสิทธิเกิดขึ้นได้พร้อมๆกัน เซย์วิ่งวุ่น ถึงจะเป็นร้านเล็กๆแต่เพราะที่ร้านมีเพียงเขากับอลัน ในวันที่ลูกค้าเยอะแบบนี้ทุกอย่างจึงต้องเตรียมการไว้ก่อนตั้งแต่เย็น เหล้าหมักต่างๆถูกรินเติมไว้ในแต่ละเหยือกจนเกือบเต็ม

                “ให้ผมช่วยไหม?” เขาปฏิเสธ ถ้าให้แมธธิวช่วยคงจะยุ่งไปกันใหญ่ ลูกค้าประจำทำหน้าผิดหวัง “อย่าเกรงใจเลย ให้ผมช่วยอลันเสิร์ฟยังได้”

                “ขอบคุณแมธ ยังไงคุณก็เป็นลูกค้า”

                “จริงๆก็ไม่ได้อยากเป็นแค่ลูกค้า” แมธธิวพึมพำ ถึงวันนี้จะอยู่ในชุดสบายๆเพราะเป็นวันหยุดแต่อีกฝ่ายก็ยังดูดีจนมีสาวๆหลายคนในร้านส่งสายตาให้ แมธธิวยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยแถมดวงตายังวาววับ หน้าตาหล่อเหลาและหน้าที่การงานที่ดีทำให้เขาไม่แปลกใจเลยว่าทำไมลูกค้าสาวของอลันถึงยอมเทใจให้นายธนาคารหนุ่มขยี้เล่น

                เซย์ได้แต่ขอบคุณซ้ำอีกรอบก่อนผละจากเคาน์เตอร์ไปรับออเดอร์อาหาร เสียงพูดคุยครื้นเครงเซ็งแซ่กลบเสียงเพลงพื้นเมืองที่เปิดคลอเคล้า ลูกค้าส่วนใหญ่ยังคงนั่งดื่มอยู่จนร้านใกล้ปิด จนอลันประกาศปิดครัวนั่นล่ะบางคนถึงได้ส่งเสียงอ้อแอ้แต่ก็ยอมเช็คบิลกลับโดยดี หลายคนกล่าวเมอร์รี่คริสมาสต์กับโอนเนอร์หนุ่มรูปหล่อที่ถึงจะเหนื่อยแต่บนใบหน้าก็ยังมีรอยยิ้มชวนมองที่ทำให้ใครต่อใครอยากกลับมานั่งดื่มที่นี่อีกครั้ง

                “เมอร์รี่คริสมาสต์” เซย์กล่าวอวยพรกับลูกค้าคนสุดท้าย แมธธิวชวนคุยอ้อยอิ่งอยู่นานกว่าจะยอมเอ่ยลา หิมะตกปรอยนอกหน้าต่าง เขากระชับเสื้อแจ็กเก็ตที่สวมใส่แล้วคว้าโอเวอร์โค้ทตัวหนาสวมทับอีกครั้ง เด็กหนุ่มที่กำลังยกเก้าอี้ขึ้นชะงักมองทันที

                เซย์ยังคงออกไปข้างนอกในคืนคริสมาสต์

                เป็นแบบนี้มาห้าปีแล้ว

             “เดี๋ยวมาน่า” เพราะรู้ว่าอลันกำลังมองชายหนุ่มจึงพูดขึ้นก่อน อลันเหลียวมองตามแผ่นหลังของคนที่ออกไปข้างนอกทั้งที่หิมะกำลังโปรยตัวตก เด็กหนุ่มนั่งลงท้าวคางพลางถอนหายใจแต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงกุกกักของอีกาที่ข้างหน้าต่าง อดนึกประหลาดใจไม่ได้เพราะนี่มันเวลาเข้ารังแล้วแท้ๆ

                ****

                   อากาศเย็นจนลมหายใจกลายเป็นไอควัน สองเท้าก้าวย่ำไปตามท้องถนนยามราตรีที่ถึงแม้จะดึกมากแล้วแต่ก็ยังได้ยินเสียงเพลงวันคริสมาสต์แว่วไกลๆ ดวงไฟเล็กๆถูกร้อยเรียงเป็นสายระย้าระหว่างเสาไฟแต่ละต้นเป็นภาพสวยงามให้บรรดานั่งท่องเที่ยวถ่ายรูปเป็นที่ระลึก หิมะยังคงโปรยตัวอย่างต่อเนื่อง เซย์ซุกมือลงในกระเป๋าเสื้อโอเวอร์โค้ท เพราะรีบไปหน่อยเขาถึงลืมสวมถุงมือคู่ประจำ

                ดวงตาสีเงินมองรอบด้านเรื่อยเปื่อย ผ่านผู้คนที่เดินสวนกันประปรายมาถึงทางเดินเรียบแม่น้ำลิฟฟีย์ เขาหยุดเท้าบนสะพานเก่าแก่ของเมืองที่ไร้ซึ่งผู้คน ท้าวแขนบนขอบสะพานพลางสูดอากาศเย็นเฉียบ แสงไฟบนสะพานสะท้อนลงบนผิวน้ำ หิมะความสงบยามดึกสงัดทำให้ดำดิ่งสู่ห้วงความคิดของตนอีกครั้ง

                เซย์นึกถึงวันนี้เมื่อห้าปีก่อน คริสมาสต์เมื่อห้าปีที่แล้วเขาพบกับอสูรกายยักษ์ฟ้าเป็นครั้งแรก ความหวาดกลัวในตอนนั้นกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของช่วงเวลาที่คลับคล้ายว่าจะเป็นเพียงห้วงฝัน สองมือประสานเข้าหากันพลางใช้มือข้างหนึ่งไล้วงแหวนขรุขระสีน้ำเงินคล้ำที่สวมติดไม่เคยห่าง

                หกปีแล้วนับตั้งแต่วันที่เขาได้พบฟารุคเป็นครั้งแรก

                กากา..’

                เสียงกระพือปีกร่อนลงเกาะเหนือโคมไฟทำให้เขาหลุดจากภวังค์ เขาเขม่นมองอีกาตัวหนึ่งที่สยายปีกอยู่ไม่ไกล จู่ๆด้านหลังก็ถูกแตะสัมผัส เซย์สะดุ้งโหยง

                “โทษที ไม่คิดว่าคุณจะตกใจ” แมธธิวชูสองมือขึ้นเหมือนสำนึกผิด ยิ่งเมื่อเห็นเซย์ยังจ้องตนเขม็งนายธนาคารหนุ่มจึงยอมสารภาพ “ตอนออกมาผมแวะซื้อบุหรี่อยู่ตรงหัวมุมแล้วดันเห็นคุณเดินออกมาพอดี ตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งใจจะตามมาหรอกนะ แต่สุดท้ายก็ตามคุณมาจนได้” เซย์ไม่ตอบ ความรู้สึกประหลาดใจเปลี่ยนเป็นอึดอัด

                “แมธ อาจถึงคราวต้องพูดตรงๆ ไม่งั้นคุณอาจจะไม่รู้” ขึ้นประโยคได้แค่นั้นอีกฝ่ายก็รีบยกมือขึ้นขอให้หยุดพัลวัน แมธธิวพึมพำ “พระเจ้า ผมต้องคิดผิดแน่ๆที่ตามคุณมา” ประโยคกึ่งเล่นกึ่งจริงนั้นทำเอาเซย์หลุดหัวเราะ บรรยากาศรอบด้านจึงดีขึ้นนิดหน่อย

                “จะไม่ให้โอกาสกันจริงๆหรือ? ถึงคุณจะได้ยินอะไรเกี่ยวกับผมมาแต่บอกไว้ก่อนเลยว่าคราวนี้ผมจริงจังนะ” ถ้าเป็นสาวๆคนอื่นฟังคงใจละลาย “พูดแบบนี้ผมลำบากใจนะ” คนฟังกลอกตา แมธธิวแสร้งถอนหายใจเฮือกใหญ่

                “อกหักซะแล้วสิ”

              “อย่างคุณมีคนรอดามใจอยู่อีกเพียบน่า” อีกาอีกตัวหนึ่งโผบินเข้ามาใกล้ ไม่สิอีกสองตัว เซย์ปรายตามองสัตว์ปีกสีดำที่ดูเหมือนพวกมันก็กำลังจับจ้องเขาอยู่เช่นกัน

                “เจ้าของแหวนนั่นรึเปล่า” แมธธิวถามขึ้น ใช้สายตามองนำไปที่แหวนสีแปลก “คุณสวมมันไว้ตลอดเลย” เซย์ยิ้มจาง เห็นดังนั้นนายธนาคารหนุ่มก็ต้องยอมจำนนเพราะคงไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ที่จะชนะคนที่อีกฝ่ายยึดติดขนาดสวมแหวนไว้ตลอดเวลาแบบนั้น

                อีกาหลายตัวบินโฉบเข้ามาใกล้พร้อมส่งเสียงร้องจนแม้แต่แมธธิวเองก็รู้สึกแปลกๆ “จะว่าไปเหมือนเห็นพวกมันอยู่แถวร้านคุณเยอะเหมือนกัน ระวังหน่อยล่ะ เคยได้ยินว่านกพวกนี้ชอบขโมยของ” นายธนาคารหนุ่มพรูลมหายใจจนเป็นควันขาว ถึงสีหน้าจะดูผิดหวังไม่น้อยแต่ก็ยังพยายามส่งยิ้มฝืดฝืนให้

                “ผมยังไปร้านคุณเหมือนเดิมได้ใช่ไหม โอนเนอร์” เซย์พยักหน้ารับ ไม่มีเหตุผลให้ต้องปฏิเสธ เพียงครู่เดียวบนสะพานก็เต็มไปด้วยอีกา แมธธิวนิ่วหน้าดึงเขาให้ถอยห่างนกสีดำที่บินผ่านในระยะประชิด

                “ประหลาดจริง ผมว่ากลับกันดีกว่า” เซย์กำลังจะแย้งเพราะอันที่จริงเขากับแมธธิวก็ไม่ได้มาด้วยกันแต่แรกแต่เมื่อเห็นว่าบนต้นไม้รอบข้างยังมีอีกาอีกหลายตัวก็ชักคิดว่ามันผิดปรกติจริงๆ ชายหนุ่มสองคนเดินเลียบถนนริมแม่น้ำยามดึกสงัด แม้แสงไฟจากสองข้างทางยังคงส่องสว่างแต่ร้านรวงและตึกอาคารรอบด้านก็ปิดหมดแล้ว

                น่าแปลกที่ดูเหมือนพวกกาจะบินตามเขามาด้วย

                “ไว้เจอกันกัน เซย์” ถึงจะบอกว่าเข้าใจแต่ก่อนแยกกันแมธธิวก็ยังแตะสัมผัสหลังมือเจ้าของบาร์เหล้าเบาๆพร้อมส่งสายตาแสดงความรู้สึกชัดเจน เซย์กระชับเสื้อคลุมเมื่อหิมะยังคงตกต่อเนื่อง ทั้งที่ตั้งใจออกมาเดินเล่นแต่กลับเจอแมธธิวเสียได้ ทันทีที่ก้าวขาเลี้ยวเข้าตรอกถนนฝีเท้าก็ต้องชะงักค้าง

                เมื่อตรงหน้าคือฝูงกาจำนวนมากที่นอกจากจะอยู่บนพื้นถนนยังเกาะตามหลังคาหน้าต่างอาคารเต็มไปหมด

                “อะไรกัน” เขาแปลกใจจนเผลออุทานออกมา ชายหนุ่มเลิกคิ้ว ขืนยังเป็นแบบนี้อีกไม่นานเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องเข้ามาจัดการแน่ ชายหนุ่มเร่งฝีเท้าเมื่อความผิดปรกติพาให้ทั้งร่างขนลุกซู่               

                ราวกับว่าดวงตาดำขลับของพวกอีกากำลังจ้องมองมายังเขาเช่นกัน

                “เฮ้ย!” เซย์สะดุ้ง ยกแขนข้างหนึ่งขึ้นกันด้านหน้าเมื่ออีกาตัวหนึ่งบินโฉบผ่าน เร็วเท่าความคิด จากที่เร่งเดินก็กลายเป็นก้าววิ่ง ความรู้สึกบางอย่างบอกให้รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ปลอดภัยเมื่อเขาวิ่งฝูงกาก็กระพือปีกโผบิน ขนนกสีดำปลิวว่อนก่อนร่วงหล่นลงตัดกับพื้นหิมะขาวโพลน จังหวะในอกเต้นรัวด้วยความหวาดหวั่น เมื่อไหวตัวหลบการกระแทกอย่างฉับพลันเขาก็เสียหลักล้มฟุบ เสียงกระพือปีกรอบด้านเงียบลงเหลือเพียงขนนกที่ยังปลิวตัวตก

                ทั้งร่างชาวาบเมื่อเงยหน้าขึ้นพบปลายเท้ารองเท้าสีดำสนิทคู่หนึ่งที่ขยับก้าวเข้ามาใกล้ เงาร่างสูงใหญ่ในความมืดทำให้จังหวะในอกบีบตัวแน่นจนปวด ร่างนั้นหยุดเท้าเมื่ออยู่ห่างจากเขาเพียงนิด บนไหล่ปรากฏอีกาดำตัวใหญ่ที่เกาะผู้เป็นนายไม่ห่างและเหนือกลุ่มผมที่ทิ้งตัวยาวกลับปรากฏกระดูกเขาคู่โค้งที่ข้างหนึ่งหักบิ่นไปกว่าครึ่ง

                แม้จะมองย้อนผ่านแสงนวลจากโคมไฟจนเห็นเพียงโครงร่าง ภาพเบื้องหน้าก็ทำให้ทุกความรู้สึกที่ท่วมท้นในใจกลั่นตัวเป็นหยดน้ำร้อนผ่าว

                กาดำผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอลมัล












=================================================

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นนะคะ ^__^ คลิกอ่านตอนต่อไปได้เลยนะ อัพพร้อมกัน ตอนหน้าตอนสุดท้ายแล้วค่ะ J


Blackbunny



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

1,542 ความคิดเห็น

  1. #1505 61imyoko (@yoko-sirikorn) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 23:48
    เค้าจะได้อยู่ด้วยกันใช่มั้ยคะแงงง
    #1505
    0
  2. #1476 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 22:20
    ในที่สุดนะคะ.....
    #1476
    0
  3. #1252 wimwin (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2557 / 00:37
    อ๊ากกก ไรท์มาให้จุ๊ปที พึ่งจะเม้นขอให้ลงต่อไปเมื่อช่วงเช้า ตอนเย็นก็มาลงให้แล้ว ขอบคุณๆๆๆ

    ตอนแรกที่ตื่นมากะจะไม่เปิดเข้ามาเช็คแล้ว เพราะคิดว่าพึ่งจะเม้นไปไม่น่าจะบังเอิญมาลงวันนี้ต่อ

    แต่พระเจ้า พอเปิดมา มันเซอร์ไพร์มาก รู้สึกดีใจมากที่วันนี้ตัดสินใจเปิดเข้ามาดูเล่นๆ อีกรอบทั้งที่ไม่มีหวัง

    อ๊ากกๆๆๆ โคตรรักไรท์เลย

    คราวนี้เกี่ยวกับเรื่อง สงสารเซย์ที่ต้องรอถึงห้าปี แต่ก็ดีกว่ารอจนแก่เท่าอลันสมัยก่อนล่ะนะ 555

    เยยย้ สุดท้ายก็เจอกันแล้ว ถเาข้าน้อยเป็นเซย์นะ จะกระโดดไปเกาะฟารุคแล้วโยกเขาอีกข้างที่ยังไม่หักไปมา

    แล้วตวาดว่า ทำไมถึงพึ่งมาห๊าาา (นั่นไง อินจัด โฮ๊ะๆๆ)
    #1252
    0
  4. #1251 ballet-shoes (@ballet-shoes) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 21:03
    กรี๊ดดดดดดดด

    จะได้เจอกันแล้วสินะๆๆๆๆๆ

    โฮจะร้องไห้เลยอ่ะหลังจากรู้ว่าเซย์รอมานานแค่ไหน T^T
    #1251
    0
  5. #1250 สุนี (@fonktv) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 20:37
    มาต่อไวๆนะอยากรู้
    #1250
    0