คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

[FIC Naruto] (SasuNaru) You belong to me [YAOI]

ตอนที่ 41 : [FIC] นารุซาสึ--ตลอดไปนะ--(ตอนที่ 41)


     อัพเดท 23 ธ.ค. 58
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ฟิคนิยาย การ์ตูน เกม
Tags: naruto, นารุโตะ, นารูโตะ, ซาสึเกะ, sasuke, fic, yaoi, นารุซาสึ, fic naruto, ฟิค นารุโตะ, ฟิค y นารุโตะ, ฟิค y นารูโตะ, ตลอดไปนะ, Naruto yaoi, ฟิค วาย นารุโตะ, Narusasu
ผู้แต่ง : Silphatia ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Silphatia
My.iD: https://my.dek-d.com/silly_rock
< Review/Vote > Rating : 91% [ 26 mem(s) ]
This month views : 645 Overall : 78,692
1,550 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 1350 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
[FIC Naruto] (SasuNaru) You belong to me [YAOI] ตอนที่ 41 : [FIC] นารุซาสึ--ตลอดไปนะ--(ตอนที่ 41) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4479 , โพส : 10 , Rating : 5% / 20 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


            “นา...รุ...โตะ”

 

            “นา...รุ...”

 

            ปึ้ง!!!

 

            “อะ...อะไรเนี่ย!?” นารุโตะสะดุ้งสุดตัว เมื่ออยู่ๆที่ปรึกษาตัวดี ตบโต๊ะตรงหน้าเขาอย่างแรง

 

            “นายจะเหม่ออะไรนักหนา ได้ฟังที่ฉันพูดบ้างรึเปล่า” ชิกามารุถาม “แล้วที่มือมันมีอะไรนักหนา ถึงได้จ้องมันอยู่นั่น”

 

            “ปะ...เปล่า” นารุโตะรีบชักมือหลบไปใต้โต๊ะ พลางหลบสายตาเพื่อนเขาที่กำลังก้มลงมาจ้องในระยะประชิด

 

            “.........”

 

            “นี่ชิกามารุ”  ชายหนุ่มเรียกเมื่ออีกฝ่ายผละออก

 

            “หืม..”

 

            “ตอนขอเทมาริแต่งงาน นายทำยังไงอ่ะ”

 

            ชิกามารุที่กำลังยืนตรวจสอบรายงานอยู่  กระตุกคิ้วมองอย่างสงสัย

 

            “คือ...ก็...ฉันไม่ได้ขอหรอก”

 

            “เอ๋?

 

            “จะบอกยังไงดีล่ะ...ฉันก็ไม่ได้คุกเข่าขอแต่งงานอย่างในละคร อะไรเทือกๆแบบนั้นน่ะ” ชิกามารุบอก พลางมองนารุโตะอย่างสงสัยว่าอยู่ๆทำไมถึงสนใจเรื่องของเขา “เรื่องน่ารำคาญแบบนั้นฉันทำไม่เป็นหรอก”

 

            “แล้วพวกนายแต่งงานกันได้ไงเนี่ย” นารุโตะหรี่ตาถามอย่างข้องใจ หมอนี่ไม่มีความโรแมนติกเลยรึไง

 

            “เทมาริเป็นคนถามฉัน...แกมๆบังคับอะนะ ฉันขี้เกียจรำคาญก็เลยเออๆออๆแต่งไป”

 

            นารุโตะหน้ามุ่ยกับคำตอบของเพื่อนสนิท แล้วชิกาไดมันเกิดจากกระบอกไม้ไผ่รึไงฟะ

 

            “แล้วอยู่ๆทำไมถึงสนใจเรื่องนี้ขึ้นมาล่ะ” ชิกามารุถาม “หรือซาสึเกะขอนายแต่งงาน”

 

            นารุโตะสะดุ้ง  คิดผิดแล้วละมั้งที่ถามหมอนี่ เปิดประเด็นนิดเดียว มันก็รู้ไปซะทุกเรื่อง คนที่ฉลาดเกินไปนี่น่ากลัวจริงๆ

 

            “โอ้ว...เรื่องจริงสินะ” ชิกามารุมองอาการของเพื่อนผู้เป็นนายอย่างทึ่งๆ “แล้วทำไมถึงอารมณ์บูดอย่างนั้นล่ะ....มันไม่ดีรึไง”

 

            “นะ...นายว่า..” นารุโตะเอ่ยขึ้น ถ้าเป็นชิกามารุก็พอจะปรึกษาได้ละมั้ง “ฉันควรทำยังไงดี..”

 

            “มันก็เป็นเรื่องน่ายินดีไม่ใช่เรอะ นายสองคนก็รักกันมานานแล้วนี่ นายไม่ได้ต้องการแบบนี้หรือ”

 

            เขาดีใจมาก แต่ว่า...ในสถานการณ์ที่โลกยังอยู่ในภาวะตรึงเครียดแบบนี้ เขาในฐานะโฮคาเงะก็ยังไม่สมควรมีงานมงคล ในเมื่อคนอื่นๆยังปฏิบัติภารกิจเสี่ยงตายให้เขาอยู่เลย

 

            “แต่ว่า....คนอื่นรู้จะตกใจรึเปล่า” นารุโตะถาม เมื่อนึกถึงสีหน้าของเพื่อนๆเขา ถ้ารู้ว่าเขาจะแต่งงานกับซาสึเกะละก็...

 

            ก็นะ... สมัยอยู่ทีมเจ็ดนี่ กัดกันอย่างกับหมาบ้า ใครจะคิดว่าเขาทั้งคู่จะ...

 

            “ถ้านายกังวลเรื่องนั้นอ่ะนะ ฉันว่าไม่ต้องไปเครียดให้เสียเวลาหรอก ในเมื่อทุกคนก็...”

 

            เสียงประตูเปิดออก

 

            “ไงท่านโฮ” คิบะ ฮินาตะและ ชิโนะเดินเข้ามา “ไงท่านที่ปรึกษา”

 

            “หัดเคาะประตูซะบ้างนะ” ชิกามารุบ่น

 

            “ไง...ภารกิจเป็นไงบ้าง” นารุโตะทัก ถามทีมที่เป็นหนึ่งในสายตรวจจับที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโคโนฮะ

 

            “ลางไม่ดีเท่าไหร่ แถวชายแดนมีร่องรอยคนเป็นร้อยเลย กำลังมุ่งหน้าไปที่ไหนสักแห่ง พวกฉันไม่ได้ตามไปต่อ เพราะกะจะมารายงานนายก่อน ยังไงร่องรอยคนเยอะขนาดนั้นก็ไม่หายไปไหนอยู่ละ ชิโนะก็ปล่อยแมลงติดตามไปแล้วด้วย”

 

            “อืม...” นารุโตะประสานมืออย่างครุ่นคิด “ลำบากพวกนายหน่อยนะ....แล้วก็ขอโทษนะฮินาตะ ที่ให้เธอมาทำภารกิจ โบล์ทเลยต้องเหงาแย่”

 

            “ไม่เป็นไรจ๊ะนารุโตะคุง ภารกิจของหมู่บ้านก็สำคัญ” ฮินาตะบอก “อีกอย่างโบล์ทไม่เหงาหรอก ตอนนี้ก็คงกำลังเล่นสนุกอยู่กับชิกาไดนั่นแหละ”

 

             “อ้าว...แล้วไหงวันนี้องครักษ์พิทักษ์ใจไม่อยู่ด้วยละนี่...” ชิโนะถาม “แปลกใจจังแฮะ”

 

            “ซาสึเกะถูกครูคาคาชิดึงตัวไปนะสิ....” นารุโตะบอกอย่างเบื่อๆก่อนจะมองทั้งสามอย่างตกใจอีกครั้ง “ต..ตะกี้นายว่าอะไรนะ”

 

            “อะไร” คิบะถาม มองนารุโตะอย่างสงสัย

 

            นารุโตะอึ้งนึกคำพูดไม่ออก

 

            “พะ...พวกนายรู้หรอ...ว่าฉันกับซาสึเกะ...” นารุโตะถามอย่างตกใจ ในบรรดาเพื่อนเขาที่รู้ก็มีแค่ ซาอิ ชิกามารุ ซากุระ อาจจะคิรินด้วย หรือพวกนั้นบอกทุกคนหมดแล้ว

 

            ทั้งห้องทำหน้าอิหลักอิเหลื่อใส่เขา จะไม่ให้รู้ได้ไงละ ก็หวานกันออกนอกหน้าขนาดนั้น ตัวติดกันอย่างกับตังเม เผลอๆเป็นต้องส่งสายตากรุ้มกริ่มให้กันตลอด เลิกงานก็รีบกลับบ้านไปอยู่กันสองต่อสองไม่ยอมคบหากับใคร แถมยังใช้อำนาจโฮคาเงะของตัวเองบิดเบือนคำสั่งไม่ให้ซาสึเกะต้องไปรับภารกิจที่มันไกลๆ จนคนรอบข้างรู้เห็นจนเอือมกันหมดละ นี่เรียกว่าปิดบังอยู่แล้วใช่มั้ย เป็นโฮคาเงะที่ซื่อบื้อจริงๆ

 

            “นี่ท่านโฮ...นายอาจจะไม่รู้ตัวหรอกนะ”  คิบะเริ่มร่ายยาว  “แต่ว่าฉันมาหานายทีไร ทั้งเนื้อตัวนายน่ะ มีแต่กลิ่นซาสึเกะตลบอบอวลไปหมด แล้วไอ้คนเป็นเพื่อนกันน่ะ มันเอาตัวไปคลุกกันทุกวัน จนกลิ่นติดไปทั้งตัว...ตั้งแต่หัวยันตีน เลยรึไงฟะ”

 

            นารุโตะหน้าแดงฉ่าด้วยความอายสุดๆ มีเขาคนเดียวใช่มั้ยที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย

 

            “นั่นล่ะสิ่งที่ฉันจะบอก” ชิกามารุพูดตบท้าย

 

            แต่เสียงเคาะประตูอย่างเร่งร้อน ทำให้นารุโตะต้องลืมเรื่องเมื้อกี้ และนั่งตัวตรงอีกครั้ง นินจาคนหนึ่งพรวดพราดเข้ามา

 

            “ท่านโฮคาเงะครับ!! มีเรื่องด่วนจากท่านคาเงะคนอื่นๆ เชิญท่านที่ห้องสื่อสารเดี๋ยวนี้เลยครับ” นินจาคนนั้นพูดรัวเร็ว บ่งบอกว่านั่นเป็นข่าวร้าย

 

 

 

 

            นารุโตะจำต้องลืมเรื่องแต่งงานของตัวเองไปก่อน เมื่อเกิดเหตุร้ายขึ้น กองกำลังของศัตรูเผยตัวออกมาแล้ว และบุกโจมตีไปตามหมู่บ้านเล็กๆรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง

 

            หนึ่งเดือนหลังจากนั้น องค์กรก่อการร้ายอาคาสึกิ ก็ประกาศสงคราม ทำให้โลกเข้าสู่ภาวะสงครามโลกนินจาครั้งที่สี่ นินจาแคว้นพันธมิตรต่างผนึกกำลังกันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ร่วมต่อกรกับศัตรูตัวฉกาจ

 

            ซาสึเกะจำต้องถอดหน้ากากของอันบุ เข้าร่วมต่อสู้ในศึกสงครามกับนารุโตะ พวกเขาทั้งคู่ต่อสู้เข้าขากันเกินกว่าที่อีกฝ่ายจะคิดไว้ซะอีก ค่อยปกป้องคุ้มครองอีกฝ่าย เป็นโล่คุ้มกันภัยให้กันอย่างดี

 

 

            “ซาสึเกะ...”

 

 

             นารุโตะเรียกอย่างเหนื่อยหอบ เมื่อพวกเขาถูกศัตรูนับพันต้อน ล้อมเอาไว้ทุกทิศทาง ทั้งคู่ต่างหันหลังชนกัน และหันหน้าออกไปทางศัตรูข้างหน้า

 

 

            “เรามาจบเรื่องนี้แล้วแต่งงานกันเถอะ”

 

 

            ซาสึเกะเอียงคอมองอีกฝ่ายอย่างแปลกใจ

 

             ในขณะที่อยู่ท่ามกลางวงล้อมศัตรูขนาดนี้ ที่ดูแทบจะสิ้นหวัง กลับพูดจาอย่างนั้นออกมาซะได้ พูดทั้งๆที่ยังไม่ละสายตาไปจากศัตรูเลยด้วยซ้ำ มันใช่เวลามาตอบตกลงมั้ยเจ้าบ้า หมอนี่ทำอะไรให้ทึ่งได้ตลอดจริงๆ

 

            ชายหนุ่มนิ่งเงียบ ก่อนจะยิ้มขำออกมา

 

            เหล่าผู้ก่อการร้ายที่กำลังยิ้มผยองในชัยชนะ ที่จะได้จัดการเขาทั้งคู่  กำลังมองอย่างสับสนกับท่าทีของพวกเขา

            ในสถานการณ์แบบนี้ทำไมถึงยังยิ้มได้อีก ทั้งๆที่ตัวเองกำลังจะถูกฆ่าแท้ๆ

 

            “แน่นอนอยู่แล้ว”

 

            ชายหนุ่มตอบ ก่อนจะหันกลับไปประจันหน้ากับศัตรู โดยไม่มีความกังวลและความกลัวอยู่ในสายตา มีแต่ความทะยานมุ่งมั่นเต็มเปี่ยม ทำให้พวกนั้นกัดฟันส่งเสียงขู่ด้วยความโกรธเคืองที่โดนดูถูก

 

            เพื่อให้ได้อยู่กับนารุโตะ ศึกตรงหน้านี้ เทียบไม่ได้กับสิ่งที่เขาเจอมาทั้งชีวิต มันแทบไม่ทำให้เขากังวลกลัวได้เลย เขาพร้อมจะฆ่าพวกมันทุกคนที่บังอาจมาขวางทางเขากับนารุโตะ

 

            สายตาเหี้ยมเกรียมของเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุบผานิรันดร์ที่สะท้อนออกมา ทำให้เหล่าศัตรูต้องเสียวหลังวาบด้วยความสยอง จนพากันเผลอก้าวขาถอยร่นไปด้านหลัง ก่อนจะส่งเสียงเจ็บใจเรียกสติ ว่าตรงหน้าก็แค่ชายสองคน จะมาเทียบกับพวกตนทีมีอยู่เป็นพันได้ยังไง

 

            “พร้อมรึยัง..นารุโตะ”

 

            “ฮื่อ!!

 

            การฝ่าวงล้อมของศัตรูนับพันของทั้งสอง กลายเป็นสิ่งที่ถูกกล่าวขานมากที่สุด ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นการสู้ศึกที่งดงามที่สุด ไม่มีใครมาเทียบเทียมได้ การประสานที่สมบูรณ์แบบนี้ ทำไม่ได้แน่หากไม่ได้มาจากใจที่เชื่อมต่อถึงกัน ราวกับทั้งคู่ต่างเป็นแขนเป็นขาให้กันและกัน ผู้คนต่างว่ากันว่า พวกเขาราวกับเกิดมาเพื่อยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กันได้อย่างแท้จริง

 

            แรงใจของคนทั้งคู่ เป็นพลังส่งผลให้พักพวกมีใจฮึดสู้ตาย สงครามที่ดูเหมือนจะยืดเยื้อไปได้หลายปี กลับจบลงภายในเวลาไม่กี่เดือน ตัวการใหญ่ทั้งหมดถูกกำจัด เมื่อขาดเสาหลักจึงทำให้องค์กรอาคาสึกิต้องล่มสลาย

 

            สงครามได้จบสิ้นลงด้วยกำลังของพวกเขาที่ร่วมกันต่อสู้อย่างไม่ย่อท้อ กอบกู้โลกให้พ้นจากอันตราย ชื่อเสียงของสองวีรบุรุษนั้นเลื่องระบือไปไกล ทั้งคู่กลายเป็นฮีโร่ที่ทุกคนต้องกล่าวถึง

 



 


 

 

            หลังจากสงครามสงบ เหล่าแว่นแคว้นกลับมาสงบสุขอีกครั้ง คงจะไม่มีเหตุการณ์สะเทือนโลกจากนี้ไปอีกยาวนาน

 

            วีรกรรมของซาสึเกะทำให้เขารอดพ้นทุกข้อกล่าวหาในอดีต เหล่าผู้อาวุโสและคนในหมู่บ้านต่างยอมรับในตัวเขา ผู้กอบกู้โลกในฐานะนินจาแห่งโคโนฮะด้วยความสัตย์จริง

 

            หากแต่ชายหนุ่มกลับเลือกที่จะสวมหน้ากากของอันบุอีกครั้ง ปิดบังตัวตนจากคนรอบข้าง และกลับมารับใช้โฮคาเงะของเขาเช่นเดิม โดยไม่สนชื่อเสียงและเกียรติยศที่เขาได้รับ

 

 

 

 

 

            ในวันที่ท้องฟ้าโปร่งใส ราวกับดวงตาของใครบางคน สายลมพัดเอื่อยๆ ทำให้กระดิ่งที่ถูกผูกไว้ตามกิ่งไม้ พากันส่งเสียงไพเราะเสนาะหู ผ้าแพรและริบบิ้นสีขาวปลิวไสวไปในอากาศ

 

            กลิ่นดอกไม้นานาพันธุ์ ที่ถูกจัดวางอย่างสวยงามรอบๆอาณาบริเวณ ส่งกลิ่นหอมหวนไปทั่ว ทามกลางผู้คนที่ยืนพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน บรรยากาศชื่นมื่นเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

 

            กลางลานเขียวชอุ่มของยอดหญ้า ที่ถูกเก้าอี้จำนวนหนึ่ง จัดวางเรียงอย่างเป็นระเบียบ ภายใต้ร่มเงาของกิ่งก้านดอกซากุระสีชมพูอ่อน ที่กำลังผลิดอกแบ่งบาน ในช่วงแรกแย้มของฤดูใบไม้ผลิ กลีบดอกบางส่วน สัมผัสสายลมปลิวร่วงสู่พื้น ปูอยู่บนหญ้า รังสรรค์ให้กลายเป็นพรมที่ผลิตจากมวลบุบผาสีหวานหอม

  

            ที่นั่งของบรรดาแขกเรื่อถูกเว้นทางเดินตรงกลางไว้ เป็นทางยาวนำไปสู่แท่นพิธีที่ยกสูงเล็กน้อย ประดับด้วยซุ้มโค้ง ที่ถูกตกแต่งด้วยดอกกุหลาบสีขาวล้วนนับร้อยดอก  แถมด้วยผ้าแพรสีพาสเทล ที่ถูกผูกห้อยลงมา พลิ้วไหวขยับตามแรงลมเบาๆ

 

 

            ชายหนุ่มรูปงามร่างสูงโปร่งเดินเข้ามาพร้อมกับชายผมสีเงิน ซาสึเกะอยู่ในเสื้อเชิตสีขาวทับด้วยสูทสีดำ สีเดียวกับนัยน์ตาและผมของเขา ตามหลังมาด้วยคาคาชิที่อยู่ในชุดสูทสีกรมท่า

 

            ทั้งคู่เดินไปบนแท่นพิธี ที่ประดับซุ้มกุหลาบขาว ทำให้แขกเรื่อที่ยืนคุยกันอย่างเพลิดเพลิน ต้องรีบกลับเข้าไปนั่งประจำที่

 

 

            “กรี๊ดดดด!!!... ซาสึเกะ...หล่อโฮกกก!!!

 

             เสียงสาวๆดังขึ้น รวมทั้งซากุระ คาริน คิริน ที่เพิ่งโผล่มา ส่งเสียงโหวกเหวกดังขึ้นด้านหลังแขกเรื่อ จนเรียกสายตาคนในงานให้หันไปหา พวกเธออยู่ในชุดกระโปรงสีโอรสสวยน่ารักแบบเดียวกัน

 

            ทั้งสามสาวรีบเก็บอาการตื่นเต้น ก่อนจะพากันไปยืนข้างแท่นพิธี ฝั่งตรงข้ามเจ้าบ่าว เพื่อทำหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าสาว และต่างยืนรอเหตุการณ์ถัดไป

 

             ทุกคนต่างเงียบกริบ เพื่อเตรียมตัวเขาสู่พิธีอันศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นเสียงเพลงก็ดังขึ้น

 

            ร่างของชายหนุ่มผมทองปรากฏขึ้นด้านหลัง บรรดาแขกเรื่อต่างพากันยืนขึ้นเพื่อให้เกียรติต้อนรับเขา สายตาทุกคู่พากันจับจ้องมาที่เขาอย่างใจจดใจจ่อ

 

            นารุโตะอยู่ในชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์ ช่วยขับผมสีทองและตาสีฟ้าของเขาให้ดูโดดเด่นยิ่งกว่าเดิม  

 

            ผู้ที่ออกมาด้วยกันคืออิรุกะ ชายหนุ่มคล้องแขนผู้ที่เปรียบเสมือนเป็นพ่อของตนเอง ใบหน้าอิรุกะยิ้มแป้นแสดงถึงความภูมิใจ ที่ได้ทำหน้าที่ส่งตัวชายหนุ่มให้เดินไปถึงแท่นพิธี ที่ๆอีกคนกำลังรอรับอยู่

 

            นารุโตะก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ สายตามองผู้คนทั้งซ้ายและขวา ชิกามารุ ซาอิ ครูยามาโตะ ป้าซึนาเดะ เพื่อนๆเขาทุกคน กำลังส่งยิ้มแป้นให้เขา มองเขาอย่างปลื้มอกปลื้มใจ ชายหนุ่มพยักหน้าเล็กน้อย เพื่อขอบคุณทุกคนที่มาแสดงความยินดีกับเขา ก่อนจะกลับไปมองกลุ่มคนที่ยืนรออยู่ตรงแท่นพิธี

 

            ชายหนุ่มพยักหน้าให้สามสาว ที่ช่วยจัดการทุกเรื่องทุกอย่างให้เขาในงานนี้ และทำหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าสาวอย่างดีที่สุด ก่อนจะหันไปสบตาและพยักหน้าให้คาคาชิ ผู้ซึ่งมีพระคุณต่อเขาอย่างเหลือล้น ซึ่งกำลังยืนเคียงข้างซาสึเกะ ทำหน้าที่ถือแหวนและเป็นเพื่อนเจ้าบ่าว

 

             สามสาวมองมาทางเขา เขย่งเท้าไปมาอย่างตื่นเต้น มองผลงานของพวกเธออย่างมีความสุข

 

            “นารุโตะน่ารักจังเลยเนอะ” คิรินเขย่าแขนซากุระอย่างตื่นเต้น ชายหนุ่มเข้ากับชุดสูทสีขาวจริงๆ “จะว่าหล่อก็หล่อ น่ารักก็น่ารัก.... กรี๊ดดด”

 

            “นี่ๆเก็บอาการหน่อย หน้าที่ของเรายังไม่จบนะ” คารินกระทุ้งเอวหญิงสาวให้เธออยู่นิ่งๆ “หน้าที่ของเราคือต้องทำให้นารุโตะเพอร์เฟคที่สุดอยู่แล้ว”

 

            “ใช่แล้วคิริน เดี๋ยวแหวนที่ฉันถือก็หล่นหายพอดี” ซากุระบอก จับของในมือแน่น ซึ่งเธอก็ตื่นเต้นแทนนารุโตะไม่เบาเหมือนกัน

 

            ในที่สุดชายหนุ่มก็มาถึงหน้าแท่นพิธี อิรุกะสวมกอดเขาแน่น ร้องไห้น้ำตาไหล ก่อนจะส่งตัวเขา ไปให้ว่าที่สามีรับหน้าที่ดูแลต่อ

 

            ชายหนุ่มหล่อเหลาในชุดสูทดำ ยื่นมือมารับเขา ทั้งคู่สบตากันอย่างมีความหมาย ก่อนที่นารุโตะจะรับฝ่ามือนั้น และมายืนตรงข้ามเขา ต่อหน้าศาสนาจารย์ผู้ประกอบพิธี ทำเอาสามสาวด้านหลังเขาถึงกับกลั้นใจอย่างตื่นเต้นแทน ลุ้นยิ่งกว่างานแต่งตัวเองอีกมั้งเนี่ย

 

            ทั้งคู่สบตาโดยไม่ยอมละสายตาจากกันแม้วินาที ในระหว่างที่ผู้ประกอบพิธีกำลังพูดถึงความหมายและบทบาทของการเป็นคู่ชีวิตของกันและกัน

 

            “อุจิวะ ซาสึเกะ และอุสึมากิ นารุโตะ ...ทั้งสองมาที่นี้โดยไม่ถูกบังคับ แต่มาโดยสมัครใจใช่อย่างแท้จริง เพื่อเข้าสู่พิธีสมรสใช่หรือไม่

 

            “ครับ...” ทั้งคู่ตอบ

 

            “เมื่อเข้าสู่พิธีสมรสเช่นนี้แล้ว ท่านทั้งสองพร้อมที่จะรัก และยกย่องให้เกียรติแก่กัน จนตลอดชีวิตหรือไม่”

 

            “ครับ...”

 

            “โดยที่ท่านทั้งสองมีเจตจำนงที่จะสมรสกัน ขอให้ท่านจับมือของกันและกัน และแสดงความสมัครใจต่อหน้าแท่นพิธีศักดิ์สิทธิ์ และต่อหน้าสักขีพยานทั้งหมดในที่นี้”

 

            ทั้งคู่กุมมือของกันและกันโดยมั่น จ้องมองเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายอย่างลึกซึ้ง

 

            “ผม อุจิวะ ซาสึเกะ ขอรับ อุสึมากิ นารุโตะ เป็นภรรยา และขอสัญญาว่า จะถือซื่อสัตย์ต่อกันทั้งในยามสุขและยามทุกข์ ทั้งในยามป่วยและยามสบาย เพื่อรักและยกย่องให้เกียรติกันจนกว่าชีวิตจะหาไม่

 

            “ผม อุสึมากิ นารุโตะ ขอรับ อุจิวะ ซาสึเกะ เป็นสามี และขอสัญญาว่า จะถือซื่อสัตย์ต่อกันทั้งในยามสุขและยามทุกข์ ทั้งในยามป่วยและยามสบาย เพื่อรักและยกย่องให้เกียรติกันจนกว่าชีวิตจะหาไม่

 

            พวกเขาทั้งคู่เอ่ยคำปฏิญาณนั้นออกมาจากใจ พูดให้อีกฝ่ายฟังราวกับให้คำมั่นสัญญา สาบานกับตัวเองว่าจะรักและดูแลคนตรงหน้านั้นอย่างดีที่สุด เท่าที่คนๆหนึ่งจะทำได้

 

            จากนั้นก็ถึงขั้นตอนแลกแหวน ซากุระยื่นแหวนให้นารุโตะ และคาคาชิส่งให้ซาสึเกะ ทั้งคู่ต่างสวมแหวนให้กันอย่างใจจดใจจ่อ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนการเป็นเจ้าของกันและกัน เป็นแหวนทองคำขาวเกลี้ยงเกลามันวาว ที่สั่งทำแบบเดียวกัน ข้างนอกสลักชื่อของอีกฝ่าย ข้างในสลักประโยคสั้นๆไว้

 


            จากนี้...และตลอดไป

 


            หลังจากสวมแหวนเสร็จ ศาสนาจารย์ก็ประกาศว่าพวกเขาทั้งคู่เป็นคู่ชีวิตกันอย่างสมบูรณ์แล้ว ซาสึเกะจึงคว้าชายหนุ่มมาจุมพิตต่อหน้าสักขีพยานทั้งหมด เรียงเสียงเฮและเสียงปรบมือกันอย่างคึกคัก พร้อมกับเสียงกรี๊ดด้วยความฟินของบรรดาสาวๆในงาน

 

 

 

            ในที่สุดก็มาถึงช่วงเวลาที่สาวๆรอคอย สาวโสดทั้งหลายต่างพายืนเขม่นกันอย่างเอาเป็นเอาตาย กับการรอแย่งชิงช่อดอกไม้จากมือนารุโตะ

 

            “คิริน ไม่ไปแย่งช่อดอกไม้ด้วยกันเหรอ” ซากุระถาม เมื่อเห็นสองสาวยืนนิ่ง

 

            “ไม่ละ” คิรินยกมือปฏิเสธ แค่เธอเห็นกลุ่มจรจลเล็กๆตรงนั้น เธอก็ไม่กล้าเสี่ยงเข้าไปละ

 

            “คารินล่ะ” ซากุระหันไปถามอีกฝ่าย

 


            “ที่ร๊ากกก!!! วันนี้ตัวเองสวยจุงเบยย” เสียงตะโกนโหวกเหวกมาจากข้างหลัง ซากุระมองซุยเงสึที่วิ่งเข้ามาหาคารินด้วยหน้าตาระรื่น

 

            “ตะเอ๊งงง...งานนี้โรแมนติ๊กก... โรแมนติกเน๊อะ มะไหร่ตัวเองจะยอมแต่งกับเค้ามั่งง่า...” ชายฟันคมราวกับใบมีดเข้ามาอุ้มกอดหญิงสาวผมแดง ที่กำลังทำหน้าโกรธอายสุดขีดอยู่

 


            “มีฉันคนเดียวสินะ...” ซากุระไหล่ตกอย่างหดหู่

 

            “จะโยนละนะ” นารุโตะที่หันหลังอยู่ บอกทุกคนให้เตรียมพร้อม พลางนึกขำพลังของผู้หญิง ที่มีมากกับเรื่องแบบนี้จริงๆ คิดเสร็จก็โยนช่อดอกไม้ออกไป

 

 

            “ชะ..ชั้นจะไม่ยอมขึ้นคานอยู่คนเดียวหรอกยะ!!!” ซากุระที่ถูกเหล่าม๊อบเบียดจนเกือบหลุดขอบไปด้านหลัง  ฮึดร้องขึ้น พร้อมกับบุกฝ่าดงไปข้างหน้า

 

            หญิงสาวมองตามช่อดอกไม้ที่เหมือนจะลอยอ้อยอิ่งในอากาศ ปลายนิ้วเอื้อมคว้าหากแต่มันกลับเด้งหนี จนช่อนั้นปลิวเลยร่างหญิงสาวไปด้านหลัง

 

            “ชานนาโร่!!!

 

            หญิงสาวไม่ยอมแพ้ หงายหลังทุ่มตัวไปคว้าสุดแรงเกิด

 

            คว้าได้แล้ว...

 

            ซากุระกอดช่อดอกไม้ที่ช่วงชิงได้มาไว้ในอ้อมแขนแน่น พร้อมกับหลับตาอย่างหวดเสียว เมื่อคิดว่าตัวเองจะหงายหลังล้มกระแทกพื้น แต่ไหงมันไม่เจ็บหว่า

 

            “เป็นอะไรรึเปล่า”


             เสียงนุ่มๆของชายหนุ่มปริศนาเอ่ยขึ้น เขาเป็นผู้รับร่างของหญิงสาวไว้ก่อนจะถึงพื้น ใบหน้าและผมสีดำยาวสลวยของอีกฝ่ายลงมาปรกหน้าเธอจนแทบกลั้นหายใจ

 

            “น...เนจิคุง!?

 

             หญิงสาวตาสีมรกตอุทานออกมา เมื่อเห็นใบหน้าหวานสวยราวกับผู้หญิงของชายหนุ่มในระยะประชิด

 

            “ขอบคุณมากนะคะ...ที่ช่วยไว้” หญิงสาวรีบลุกขึ้นยืน ก้มหน้าแดงๆกล่าวขอบคุณ  ไม่วายยังกอดช่อดอกไม้แน่นอย่างหวงแหน พร้อมกับมีเสียงปรบมือดังขึ้นแสดงความยินดีกับเจ้าหล่อนที่รับช่อดอกไม้ได้

 

            “ไม่เป็นไรครับ...” เนจิบอก ก่อนจะปล่อยตัวซากุระ กลิ่นสัมผัสหอมจากกายหญิงสาวยังคงติดมือตรึงใจ


          

 

             หลังจากนั้นต่างคนต่างก็เงียบกริบหน้าแดง ทั้งคู่ไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่ ทำให้เกิดเดธไซเร้นท์ขึ้นซะงั้น

 

            แล้วทำไมเราทั้งคู่ต้องยืนเขินกันด้วยเนี่ยย!!

 

            นารุโตะที่แอบเห็นมองอย่างยิ้มๆ ถึงเวลาแล้วที่หญิงสาวจะได้มีความสุขซักทีสีนะ

 



 


 



 


            งานเลี้ยงกลางคืนได้เริ่มต้นขึ้น วงดนตรีบรรเลงเพลงคึกคัก ชักชวนให้เหล่าหนุ่มสาวที่กำลังกรึ่มได้ที่ ออกไปเต้นกันติดขอบเวทีอย่างสนุกสนาน

 

            ซาสึเกะและนารุโตะต่างมาในชุดสูทสีดำคู่  ดื่มกินและพูดคุยกับแขก ที่ล้วนแต่เป็นญาติสนิทมิตรสหาย ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความปีติ

 

            “มีครอบครัวเป็นของตัวเองแล้วนะ...นารุโตะ” ซึนาเดะบอก พลางลูบใบหน้าเขาอย่างรักใคร่เอ็นดู  “ฝากนารุโตะกับเธอด้วยนะ ซาสึเกะ”

 

            “ครับ”

 

            “ป้า...” ชายหนุ่มทำท่าจะร้องไห้เอาซะงั้น

 

            กลางคืนลมพัดอากาศเย็นสบาย ดอกซากุระยังคงโปรยปรายทางกลางแสงเทียนที่ถูกจุดตามมุมต่างๆ เสียงเพลงครึกครื้นเริ่มเปลี่ยนจังหวะช้าลง นำพาคู่รักหลายคู่ ต่างพากันสวมกอดเต้นไปตามจังหวะเพลงราตรีเบาๆ

 


            นารุโตะ

 


            เสียงเรียกนุ่มหูดังมาจากด้านหลัง พร้อมกับอ้อมแขนที่รวบกอด ก่อนจะตามด้วยจุมพิตเบาๆที่ขมับ

 


            ชายหนุ่มตาสีฟ้าใสที่กำลังยืนชมซากุระ หันกลับมาหาคนรักของเขา แขนสอดประคองกอดเอวอีกฝ่าย มืออีกข้างนำมาประสานกัน  นำพาร่างกายขยับไปตามจังหวะเพลงหวานอย่างช้าๆ

 

            ช่วงเวลาแห่งการสบตากันโดยไม่เอ่ยคำใด ก่อนที่นารุโตะจะซุกหน้าเข้ากับไหล่กว้างของอีกฝ่ายอย่างมีความสุข เคล้าคลอไปตามจังหวะเพลง ชักชวนให้คู่อื่นมองคู่เอกของงานอย่างอิจฉา ในความหวานของสองข้าวใหม่ปลามัน

 

            ซาสึเกะ?”

 

            นารุโตะเงยหน้าขึ้นมองคนรักอย่างสงสัย เมื่อเห็นเขาหยุดเต้น

 

             เป็นอะไรรึเปล่า

 

            เปล่า...แค่มีความสุขมากจน... ชายหนุ่มยิ้มตอบ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายกังวล แต่ชายหนุ่มผมทองก็รู้สึกถึงบางอย่างผิดปกติอยู่ดี

 

            เราเป็นคู่ชีวิตกันแล้วนะ นายมีอะไรก็บอกฉันได้ทุกอย่าง ไม่ว่าเรื่องอะไร ฉันจะรับฟังและอยู่เคียงข้างนายเสมอ

 

            ชายหนุ่มมองตาอีกฝ่ายที่กำลังมองเขาอย่างจริงจัง จนอดเผลอถอนหายใจไม่ได้

 

            อิทาจิ... ชายหนุ่มเอ่ย ทั้งหมดที่หมอนั่นทำ...

 

            ทำไมเหรอ... นารุโตะถามอย่างสงสัย

 

            ฉันนึกถึงตอนที่นายถูกพวกแสงอุษาจับไปนะสิ ซาสึเกะบอก ฉันคิดว่าที่ฉันเจอนาย เป็นเพราะอิทาจิต้องการให้ฉันไปช่วยนาย

 

            นารุโตะนิ่งครุ่นคิดถึงอดีต เขาก็นึกเอะใจเหมือนกัน ตอนนั้นอิทาจิสั่งให้เดอิดาระไปจับตัวกาอาระ และตัวเองบอกว่าจะออกไปดูลาดเลา ซึ่งไม่นานหลังจากนั้นซาสึเกะก็โผล่มา รวมถึงทีมเขาทั้งทีม มันเป็นไปได้หรือที่คนอย่างอิทาจิจะปล่อยให้ศัตรูบุกเข้ามาชิงตัวเขากลับไปง่ายๆ

 

            ราวกับจงใจให้มันเกิด

 

            หมอนั่นทำทุกอย่างเพื่อฉันมาตลอด... ซาสึเกะพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าหมอง ทุกอย่างเพื่อให้ฉันได้มีความสุข...ยอมถูกเข้าใจผิด...แม้กระทั่งยอมตาย

 

            ซาสึเกะ... ชายหนุ่มมองเข้าไปในดวงตาอมทุกข์นั้น การสูญเสียพี่ชายไปด้วยน้ำมือของตัวเอง คงจะทำให้ซาสึเกะเจ็บปวดมาก นารุโตะรู้สึกเจ็บปวดหัวใจไปกลับคนรักด้วยเช่นกัน

 

            ชายหนุ่มสวมกอดอีกฝ่ายก่อนจะเอ่ยขึ้น

 

            ตอนนี้นายก็ได้ทำให้พี่นายสมหวังแล้ว นายได้ช่วยหมู่บ้าน ได้มีความรัก...อิทาจิจะต้องดีใจแน่ๆ

 

            ซาสึเกะรับอ้อมกอดที่ปลอบโยนนั้น หลับตาที่ปริ่มน้ำตาลง อิทาจิรู้ว่านารุโตะเป็นคนสำคัญของเขา เพราะงั้นถึงช่วยเขากับนารุโตะ ทุกอย่างหมอนั่นคาดการณ์ไว้หมดแล้ว เพื่อตัวเขา น้องชายที่รักเพียงคนเดียวสินะ

 


            พี่ครับ... ตอนนี้ผมมีความสุขแล้วครับ ผมมีคนที่รักได้มากเท่าพี่ คนที่ช่วยฉุดผมออกมาจากนรกแห่งความเดียวดาย....คนที่ทำให้ผมอยากมีชีวิตอยู่บนโลกนี้อย่างมีความหมาย

 

 

            อยู่ๆก็มีนิ้วมาจิ้มตรงหน้าผากเขา


 

            ความรู้สึกนี้มันช่างเหมือนกับ.....

 

 

            ชายหนุ่มลืมตาที่พร่ามัวไปด้วยน้ำตาขึ้น ราวกับได้เห็นเงาร่างของใครบางคน ที่อยู่ไกลแสนไกล...

 


            ใบหน้าเลือนรางของชายผมดำยาว ซึ่งคล้ายคลึงกับเขา...

 


            นี่...อย่ามาร้องไห้กลางงานแต่งสิ

 


            ซาสึเกะกระพริบตาถี่ ร่างเรือนรางนั้นอันตรธานหายไป ปรากฏเป็นชายหนุ่มผมสีทองตาสีฟ้าสุกสว่าง คนรักเพียงคนเดียวของเขา ที่กำลังส่งยิ้มสดใสมา ราวกับจะปัดเป่าความทุกข์เศร้าให้เขาได้

 

            นารุโตะ?

 

            ชายหนุ่มเรียกด้วยความงุนงง พลางเช็ดน้ำตาออก ทำให้ภาพข้างหน้าแจ่มชัดอีกครั้ง ปรากฏนิ้วมือนั้นเป็นของนารุโตะ ชายหนุ่มยังคงจิ้มหน้าผากเขาไว้ ดันให้เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอามือลง

 


            ราวกับเป็นรอยฝาก...จากใครบางคน ก่อนจะบอกลา

 


            ชายหนุ่มยกมือสัมผัสรอยบนหน้าผาก ก่อนจะคลี่ยิ้มกับความรู้สึกนั้น ราวกับมันจะยังคงอยู่ตลอดกาล

 

 

            ‘ขอบคุณครับ...พี่....ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง....

 

 

 

            สายลมพัดหวนขึ้นไปในอากาศ ราวกับจะส่งมวลกลีบดอกซากุระส่งขึ้นไปบนฟากฟ้า

 

 

 

            ชายหนุ่มแหงนหน้ามองดวงดาวพร่างพรายมากมายบนฟ้ามืด

 

 

            ‘แล้วก็....ลาก่อนนะครับ...พี่ชาย

 

 

            สักวันคงได้เจอกันอีก

 


 

 






 






ขอโทษนะคะ ตอนนี้ไร้ท์รีบพิมพ์ไปหน่อย สอบมิดเทอมแล้วเลยไม่ว่างลง ไว้จะมารีไร้ท์แก้ทีหลังนะคะ




Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
[FIC Naruto] (SasuNaru) You belong to me [YAOI] ตอนที่ 41 : [FIC] นารุซาสึ--ตลอดไปนะ--(ตอนที่ 41) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4479 , โพส : 10 , Rating : 5% / 20 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 10 : ความคิดเห็นที่ 1464
ซึ้งมากทั้งเรื่องนารุโตะกับซาซึเกะแล้วก็เรื่องของอิทาจิกับซาซึเกะ อินมากเวอร์น้ำไม่หยุดไหลเลย
Name : ซิส [ IP : 124.122.122.199 ]

วันที่: 14 ตุลาคม 2561 / 00:59
# 9 : ความคิดเห็นที่ 1119
กริ๊ดดดดดดดดดดดด ลูกแม่(?)แต่งกันแล้วดีใจด้วย
Name : w'wi < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ w'wi [ IP : 223.24.103.196 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 มีนาคม 2560 / 11:40
# 8 : ความคิดเห็นที่ 818
ดีใจแต่งงานกันแล้ว ใจรวมกันเป็นหนึ่งเดียวกันแล้วนะ รักกันดีๆ ตอนท้ายเศร้าเลยเรื่องอิทาจิ เฮ้อ ชอบรูปประกอบมากกกกกกกก มีความสุขแทน
Name : Lompat_LB < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Lompat_LB [ IP : 223.24.80.116 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 มีนาคม 2559 / 16:07
# 7 : ความคิดเห็นที่ 769
ซึ้งอะ ตอนนี้คิดถึงอิทาจิเลย ในที่สุดก้แต่งกันสักที
Name : Fifa30152 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Fifa30152 [ IP : 124.120.97.70 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 มีนาคม 2559 / 01:41
# 6 : ความคิดเห็นที่ 660
ง่อววว มุมนี้น่าอิจฉาาาาจุงงงงงง
PS.  ข้าน้อยยย สาววาย 10000000% อิอิอิ
Name : ปีศาจตัวแสบบบ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ปีศาจตัวแสบบบ [ IP : 49.229.66.140 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 ธันวาคม 2558 / 01:29
# 5 : ความคิดเห็นที่ 497
ง่าาาาาาน่าร้ากกกกก#คารินกะซากุระกำลังจะตามมาติดๆ555
PS.  เราเป็นเด็กไสย(?)จริงๆนร้ะ55
Name : kim_undershine < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ kim_undershine [ IP : 1.10.205.40 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 ตุลาคม 2558 / 11:42
# 4 : ความคิดเห็นที่ 496
งือเขิน
Name : `กดกี้ขยี้เฮ.? < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ `กดกี้ขยี้เฮ.? [ IP : 183.88.5.207 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 ตุลาคม 2558 / 02:05
# 3 : ความคิดเห็นที่ 495
//ตายอย่างสงบบ อ่านไปเขินไป > <
Name : Takgy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Takgy [ IP : 171.100.209.41 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 ตุลาคม 2558 / 10:02
# 2 : ความคิดเห็นที่ 494
อิๆๆๆอิฉจาๆๆๆในที่สุดก้อมีความสูขสักทีนะเกะโตะ
Name : แฟนคลับ [ IP : 27.130.98.189 ]

วันที่: 3 ตุลาคม 2558 / 09:44
# 1 : ความคิดเห็นที่ 493
หวานกันมากกกก >\\\<
Name : เปล่งประกาย < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เปล่งประกาย [ IP : 27.55.155.239 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 ตุลาคม 2558 / 07:43
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android