similun_anda
ดู Blog ทั้งหมด

Final Score ตามติดชีวิตเด็ก……..สอบ(สภาการพยาบาล!)

เขียนโดย similun_anda

 

 

ใครสนใจจะไปดูหนังเรื่อง Final Score บ้าง สำหรับเรา เท่าที่ดูจากไตเติ้ล รู้สึกนึกถึงตัวเองสมัยยังเอาะๆ (ปัจจุบันแม้จะไม่เอาะ แต่ก็ความจำยังดีอยู่นะ ก๊ากๆ) นึกไปถึงช่วงเตรียมเอนสะท้านมั่กๆ

 

ช่วงนั้นมีเวลาให้1 เดือนในการอ่านหนังสือสอบอย่างเต็มที่  เด็กม.6 ทุกคนต้องแข่งกับตัวเองเพื่ออ่านหนังสือแล้วเอนสะท้านเอาคะแนนไปแข่งกับคนอื่น 1 เดือนแห่งความทรมานของใครหลายๆคน แต่สำหรับข้าน้อย เวลามันเหลือแค่ 1 อาทิตย์ (เฮ้ย ! ทำไมเวลาเรามันน้อยกว่าคนอื่นอีกอ่ะ .อ่อๆ ลืมไป เพราะไอ้ 3 อาทิตย์ก่อนสอบ เรายังมัวแต่วิ่งเล่น โดดยาง เล่นซ่อนหา เพื่ออำลาวัยเด็กอยู่เลย อิอิ )

 

และแล้วเราก็สอบๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

หลังจากนั้น เราก็รอผลหุหุหุ คะแนนที่ได้ ทำให้เราตัดสินใจที่จะเลือกคณะที่อยากจะเรียน (สมัยเราเอน 2 ครั้ง คะแนนที่ดีที่สุดมายื่น และเลือกคณะที่เรียนได้ 4 อันดับ)

และแล้ว 4 อันดับในฝันของเรานั่นก็คือ……….

1.       นักเรียนนายร้อย  ! …เฮ้ยเราเป็นผู้หญิงนี่หว่า เรียนไม่ด้ายยยยสรุปว่าอดปายยยย.

2.       ทหารไม่ได้ ก็เอาที่มันเฉี่ยวๆหน่อยก็ได้ฟะ ..นี่เลยพยาบาลเหล่า .วะฮ่าๆๆๆ แต่.แมร่งโรงเรียนเจือกออกใบรับรองช้า..เห็นมะ..ป่านนี้ก็ได้มีศิษย์เป็นพลเอกหญิงของเมืองไทยไปแล้ว ชิ..สม..เป็นไงล่ะ (ฮือๆๆ แอบร้องไห้เลย )สรุป..ก็อดอีก

3.       เอ้า พยาบาลเหล่าก็ไม่ได้ ก็เอาวะแมร่ง..พ่ออยากให้เรียนนักเรียนหนากัดฟันเรียนไปให้หมดปัญหาซะเลย 555+ หมอค่ะ เอิ๊กๆ เชื่อมั้ยว่าคนอย่างเราจะเรียนหมอ เฮ้ย! หมอคนนะ ไม่ใช่หมอหมา ฮ่วย!!

4.       ถ้าหมอมันสูงนักก็..พยาบาลก็ได้วะ ไม่เกี่ยงๆ.ชอบแนวๆนี้อยู่แล้ว

 

และนั่นก็คือ 4 คณะ ในฝัน ที่คนอย่างเราจะเรียน หุหุหุ

 

แต่พอคะแนนออกแล้ว……..เฮือก……………….3 คณะในฝันมีอันต้องสลาย……

ทหารกับพยาบาลเหล่ามีอันต้องสลายไปตั้งแต่คะแนนยังไม่ออก แต่ไอ้หมอคนนี่ดิหุหุหุ คะแนนเท่าขี้มด ริจะอาจเอื้อมเหอๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ.

 

ว่าแล้ว เราก็ตัดสินใจ เลือก 4 อันดับเรียงตามนี้.

1.       พยาบาล มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ไกลบ้านดี คอยดูนะ 4 ปี ชั้นจะไม่กลับบ้าน ( ช่วงนั้นค่อนข้างจะมีปัญหากับพระบิดา หุหุ )

2.       พยาบาลมหาวิทยาลัยคริสเตียน คะแนนเข้าข่ายได้ทุนเรียน หุหุ ใครไม่เอาก็บ้าแล้ว ( ช่วงนั้นงก!)

3.       พยาบาลมหาวิทยาลัยสยาม(หรือรังสิตหว่า)ก็จำไม่ได้แล้วล่ะ คือ คะแนนเรามันถึงอ่ะ

4.       สัตวศาสตร์ราชมงคลวิทยาเขตหันตรา อันนี้แอบนอกคอกนิดหนึ่งอุอุอุอุ กันไอ้ 3 ตัวบนไม่ถูก ก็ต้องหาไรรองรับไว้ก่อน เอนไม่ติดพ่อกระทืบตาย อ๊ากกกกกกก แอบคิดในใจ ไม่ได้หมอคน หมอสัตว์ก็ได้วะ

 

และแล้ว………ฉันก็ติด……..พยาบาล.วะฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ อันดับสอง หุหุหุ แต่มิได้เรียนหรอก เพราะชีวิตหักเหให้มาเรียนพยาบาลในเครือบรมราชชนนีแห่งหนึ่ง.สรุป ไอ้ 4 อันดับนั้น เลือกไว้เพื่อเท่ห์สินะ แง่มๆ

 

 

 

4 ปี ผ่านไป ไวเหมือนโกหก ( ไอ้ระหว่าง 4 ปีที่เรียน อย่าไปพูดถึงมัน )

 

เราเรียนจบอย่างทุลักทุเล เอ้ย! ไม่ใช่อย่างภาคภูมิตะหาก.คิดว่า เรียนจบไปมีงานที่ชอบๆ(คล้ายๆกับไปที่ชอบๆยังไงไม่รู้แฮะ) ทำแน่ๆ …….แต่ก่อนที่จะได้ทำงาน เชื่อมะว่า ความรู้สึกแบบ Final Score ก็กลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง เมื่อเราต้องสอบสภาการพยาบาลเพื่อเอาใบประกอบวิชาชีพ.ตอนเอนเราต้องแข่งกับเพื่อน กับคนอื่น แต่ตอนนี้ สอบครั้งนี้ เราต้องแข่งกับตัวเอง เขาไม่คัดว่าจะรับพยาบาลจบใหม่กี่คน แต่เขาจะรับ พยาบาลที่สอบสภาผ่านเท่านั้น ทุกคน!

 

ไม่ต้องแข่งกับใคร………..แต่เราต้องแข่งกับตัวเอง……………….

 

นับถอยหลังไปอีก 54 วัน.Final Score….ตามติด ชีวิตเด็กสอบสภา…!!!!

 

( และแล้ววันนี้เราก็โดดติวอีกจนได้สินะ ……..แล้วมันจะสอบผ่านมั้ยว๊า.ไปล่ะอ๊ะก่อนไป ขอกำลังใจจากทุกคนด้วยนะคร้า ^^)

 

ความคิดเห็น

>O< ช็อกบอลจ๋า >O<

อยากดูอย่างแรงเลย ^o^ แต่คงไม่ไปกับพี่สาวหรอก ไปกับหนุ่มน้อย หวานใจดีกว่า >o< เอิ๊กๆ มีคนชวนแล้ว ตามประสาคนมีเจ้าของ 555 ( อิจฉาอ๊ะเปล่า )

Whanmeister^^
Whanmeister^^ 30 ม.ค. 50 / 08:30
อดดูว่ะ อยู่ไกล แต่บ่ยั่น ให้น้องชายซื้อซีดีเถื่อน(ต้องเถื่อนด้วยนะ - -)เก็บไว้ให้

ปล. บอกตรงๆนะ อันดาไม่เหมาะที่จะเป็นพยาบาลเลยอ่ะ แต่แบบ.. มีพยาบาลฮาๆเพี้ยนๆแบบนี้สักคน ก็เป็นสีสันของวงการพยาบาลนะ ว่ามะตะเอง
Whanmeister^^
Whanmeister^^ 30 ม.ค. 50 / 08:32
ลืมแสด เด๋วจะหาว่าเสียมารยาท อ้าว แสดดดดดด

ปล. ที่ว่าไม่เหมาะกะพยาบาล เพราะบุคลิกอย่างอันดา เหมาะเป็นนางแบบมากกว่า (เค้าชมตะเองแล้วนะ ขอยืมสองร้อยดิ - -)
สิมิลันอันดา

เพื่อนพูดถูกใจก็เพิ่งมีวันนี้ล่ะวะ...เอิ๊กๆๆ นางแบบหรอ ?


งืมๆ สวยๆอย่างเราก็ต้องเป็นอย่างนั้นสินะ ( ไม่คิดจะถ่อมตัวบ้างเล้ยยยยย คนเรา)

ปล.......แสดๆๆ

อ้อ...ไอ้หมูน้อยซาลาเปา ไม่อิจฉาหรอก เพราะถึงพี่จะไม่มีแฟน แต่พี่ก็ไม่เนื้อหอมนะเอ้า..!!! (ยังมีหน้ามาคุยอีกแฮะ เรา เฮ้ออ...)


PS.   When I miss you,I just close my eyes::ยามใดที่ฉันคิดถึงเธอ ฉันจะเจอเธอได้เพียงหลับตา SP
แอบอ่าน
แอบอ่าน 30 ม.ค. 50 / 15:14

ข้าน้อยฯ เองขอรับ ศิษย์พี่ฯ (เผื่อศิษย์พี่จะแวะมา)

ก็คิดซะว่าชิวิตศิษย์พี่ฯ ช่างน่าตื่นเต้นอะไรเช่นนี้
เหมือนได้เล่นรถไฟเหาะอีกครั้งก็แล้วกัน (ความรู้สึกเสียวใกล้เคียงกัน..)
ตอนยังไม่ขึ้นก็เสียว กลัวว่าจะไม่ไหว อึ่ย..ยยย น่ากลัว 
แต่พอขึ้นไปเล่นแล้วโคตรมันส์ อยากเล่นอีกรอบ (แต่สังขารไม่ค่อยอำนวยอ่ะ)
ข้าน้อยฯ จะเป็นกำลังใจให้ศิษย์พี่ฯ ลงจากรถไฟเหาะด้วยความปลอดภัยนะขอรับ

ปล. ถึงแม้จะเสียดายที่วงการนางแบบจะขาด ดาว(เคาระห์) ดวงใหม่ไปก็ตาม

akira13
akira13 5 ก.พ. 50 / 21:33

หุๆแบกกำลังใจมาให้2เกวียน  (พอไหมหว่า)

มีแรงแบกมาแค่นี้อ่ะ-*- แหะๆ

สุ้ๆเค้าหละอั่นอั๊น ด่านสุดท้ายแล้ว

ปราบบอสตัวนี้ได้ก็จบเกมส์มันเสียทีเอิ๊กๆๆ

เอาพลัง และวิชาที่สั่งสมมาใช้ให้เต็มที่หละ

เฮียร์เอาใจช่วยเสมอเน่อ

ปล.ไม่แน่เร็วๆนี้จะโทรไปหา รักอันจริงๆที่ใช้ทรูมูฟ5555(งกจริงตู55)

ปล2.ถึงโสดก็ไม่เป็นไรมีหวานใจอย่างเฮียทั้งคน(จะดีใจรึเสียใจคิดเอานะ555)

พอและ หมดมุขเอิ๊กๆๆ บายจ้า^^


PS.  ~A~K~I~R~A~
Nyah
Nyah 7 ก.พ. 50 / 17:03

อู้ว เจ๊อัน ชีวิตผกผันจริงๆ =O=

เลือกไว้เยอะแยะมากมาย สุดท้ายในเครือบรมฯ 555+

วันนี้ได้รู้จักเจ๊อันหลังจากที่ผลัดกันชื่นชมซองฮุน ว่าเจ๊เราเป็นพยาบาลนี่เอง กรั๊กๆ

งั้นเจ๊อันคงมีจรรยาบรรณไม่ฆ่าเน ถ้าอาทิตย์นี้จะแฮบซองฮุนไว้คนเดียว ^O^

ปล. ถ้าเป็นสัตวศาสตร์คงมันส์ไม่น้อย เพราะได้ข่าวว่ามีเรียนรีดนมวัวด้วย 555+


PS.  99% ของคนที่อ่านข้อความนี้เป็นคนหน้าตาดี และนอนว่า คุณ.... คือ 1% ทีเหลือ
พิมาลินย์
พิมาลินย์ 11 ก.พ. 50 / 09:25

55+ รีดนมมันส์มากขอบอกเลยเน ถ้าไม่ติดผว่าอาจารย์แม่ประจำคอกวัว T^T

เก่งจังเลยนะคะสอบติดพยาบาลด้วย ^^

หนังเรื่องนี้น่าดูมากมาย เห็นว่าทีมงานแทบล้มประดาตาย ต้องหาเวลาไปดูให้ได้เลย >w<


PS.   จงอย่ากลัวความฝันของคุณ มันง่ายกว่าที่คิด! ~*มธิรา*~
*ท้องฟ้าสีม่วง*
เห็นอันเลือกแต่ละคณะแล้ว  อยากจะบอกว่า ไม่มีในหัวสมองอันน้อยๆๆๆของพี่เลย  55555555555555555555555555555555555555+  ทั้งๆๆที่คะแนนมัน ก็ได้ทุกอัน เสือกไม่เลือก ดันมาเลือกไอ้ที่คะแนนไม่ถึง  หึหึหึหึหึหึ    สมมันไหมหละ  ได้เรียนในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบซะ     ว่าแต่  ตั้งใจติวหน่อยอีหนู  เดี๋ยวก็พลาดหรอกนะ แต่พี่ว่า ระดับ อันแล้ว แค่นี้จิ๊บๆๆๆๆๆๆๆๆๆ     เอาใจช่วย มี100  ให้ล้านเลย
เข้าใจไหม ที่รัก   (ของคนอื่น)
อยากจะบอกคนที่ กำลังเอาท์  และยังไม่เอนท์  รีบเลือกคณะในฝันไว้ตั้แต่ ม. ต้นนะคะ  จะได้รู้ว่าชอบอะไรกันแน่ อย่าตัดสินใจเลือกตอนอยู่ ม.5 หรือ ม. 6  นั่น คุณอาจจะพลาดท่าเสียที  ได้  อิอิ
สิมิลันอันดา

ตอนที่ 25 หึงนะเฟ้ย 2 !!!

“ ฉันจะคบกับเอ ”

ตอบไปแล้ว…ในที่สุดฉันก็ตอบออกไปจนได้ ทั้งๆที่ความจริงแล้วไม่ได้คิดอย่างที่พูดออกไปเลยสักนิด แต่เพราะคำพูดของไอ้นายเวย์บ้าคนเดียวแท้ๆที่ยิ่งพูดก็ยิ่งเหมือนจะรีบๆไล่ให้ฉันไปพ้นๆทางรักของตัวเองอย่างนั้น...มันน่าน้อยใจมั้ยล่ะ

ยอมรับกับตัวเองเลยว่าที่ตอบออกไปนั้นเป็นเพราะความประชดแท้ๆ แต่เมื่อถึงขั้นนี้แล้วจะให้กลับคำพูดก็กระไรอยู่ ในที่สุดฉันก็ต้องเลยตามเลย

“ ฉันจะคบกับเอ ”

ตอบไปแล้ว…ในที่สุดฉันก็ตอบออกไปจนได้ ทั้งๆที่ความจริงแล้วไม่ได้คิดอย่างที่พูดออกไปเลยสักนิด แต่เพราะคำพูดของไอ้นายเวย์บ้าคนเดียวแท้ๆที่ยิ่งพูดก็ยิ่งเหมือนจะรีบๆไล่ให้ฉันไปพ้นๆทางรักของตัวเองอย่างนั้น...มันน่าน้อยใจมั้ยล่ะ

ยอมรับกับตัวเองเลยว่าที่ตอบออกไปนั้นเป็นเพราะความประชดแท้ๆ แต่เมื่อถึงขั้นนี้แล้วจะให้กลับคำพูดก็กระไรอยู่ ในที่สุดฉันก็ต้องเลยตามเลย

“ นายตอบตกลงเอไปเลยแล้วกันนะว่า...ฉันจะคบกับเค้า แต่ช่วงแรกๆนายก็ทำตัวเป็นฉันให้แนบเนียนไปก่อนละกัน เดี๋ยวพอคืนร่างกันเมื่อไหร่ ฉันกับเอจะได้คบกันจริงๆสมใจนายไงล่ะ ”

คำพูดที่แฝงความนัยนั้นไม่รู้ว่าอีตาทึ่มเวย์จะรู้หรือเปล่า แต่ช่างเถอะ...ถึงจะรู้หรือไม่นั้นก็ไม่มีความหมายอะไรอยู่แล้ว ในเมื่อฉันก็แค่คนๆหนึ่งที่ต้องมาเกี่ยวข้องกับเขาโดยบังเอิญ แล้ววันหนึ่งเราก็จะกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิม ทางใครทางมัน ไม่เกี่ยวข้องกันอีก

“ ถ้างั้นก็เป็นไปตามนี้แล้วกัน...พรุ่งนี้เราจะให้คำตอบไอ้เอมัน...อย่างที่เธอต้องการ ”

ไม่รู้ว่าฉันคิดไปเองหรือเปล่าที่รู้สึกได้ถึงน้ำเสียงที่แปลกออกไปของอีกฝ่าย รวมถึงคำพูดที่ดูเหมือนจะมีแววประชดประชันแฝงเอาไว้...ไม่หรอก...ไม่มีทางเป็นอย่างนั้นแน่ๆ

เราสองคนคุยกันต่ออีกครู่หนึ่ง ซึ่งก็เป็นเรื่องครอบครัวของแต่ละฝ่ายมากกว่า ก่อนที่เขาจะเอ่ยขอตัวไปนอนซึ่งฉันก็เห็นด้วยเพราะรู้สึกว่าอารมณ์ของตัวเองในตอนนี้มันวูบๆชอบกล

เราเป็นอะไรไปนะ...ทำไมเราถึงต้องไปน้อยใจกับคำพูดของตาบ้านั่นด้วย...

วันนี้เป็นอีกวันที่ฉันรู้สึกเบื่อหน่ายกับการมาเรียนที่มหาวิทยาลัย เพราะการที่ต้องทำตัวเป็นนายเวย์ที่ต้องดูดีอยู่ทุกกระเบียดนิ้วเพื่อรักษาภาพพจน์นั้นก็ว่าแย่แล้ว ยังต้องมาสวมมาดแฟนที่แสนดีให้กับผู้หญิงที่ดีแต่เปลือกนอกอย่างยัยแอนนี่อีก...บอกได้คำเดียวว่าเบื่อ!

กำลังคิดจะหลบหนีจากสภาวะโลกร้อนเสียหน่อย เท้าก็ไวเท่าความคิดเพราะหลังจากที่เดินไปส่งแอนนี่ที่รถเรียบร้อยแล้วฉันก็กำลังจะเดินเข้าไปหามุมสงบหลบคนในห้องสมุด

แต่เหมือนโชคไม่เข้าข้างเอาเสียเลย เพราะกำลังจะเดินไปถึงประตูห้องสมุดแล้วเชียวดันเจอคนที่ไม่อยากจะเจอเลยในตอนนี้เข้าให้อย่างจัง นั่นก็คือ...นายเอ...เขากำลังมองมาทางฉันพอดี พอเห็นปุ๊บก็โบกมือเรียกปั๊บทันที จะหนีก็หนีไม่ได้ แล้วฉันจะทำหน้ายังไงดีเนี่ย เรื่องที่นายเวย์เล่าให้ฟังเมื่อวานว่าเขามาขอคบกับฉันมันยังติดใจอยู่เลย...อ๊าย...เขินๆ

“ ไงวะ...ไปส่งแอนนี่เสร็จแล้วเหรอ ?” เขาตะโกนถามพลางเดินเข้ามาหาฉันซึ่งกำลังยืนนิ่งอยู่กับที่ มองไปที่มือของเขาก็เห็นถือถุงผลไม้สองสามถุงมาด้วย แสดงว่าเขาคงเพิ่งมาจากโรงอาหาร

“ คืนดีกันแล้วรึไง ? ” เอยังคงถามมาเรื่อยๆ แม้จะยังไม่ได้รับคำตอบแรกไป แต่ในที่สุดฉันก็ต้องตอบอะไรออกไปบ้างเพื่อลดความอึดอัดและไม่ให้ผิดปกติเกินไป

“ อืม ”

นายตอบตกลงเอไปเลยแล้วกันนะว่า...ฉันจะคบกับเค้า แต่ช่วงแรกๆนายก็ทำตัวเป็นฉันให้แนบเนียนไปก่อนละกัน เดี๋ยวพอคืนร่างกันเมื่อไหร่ ฉันกับเอจะได้คบกันจริงๆสมใจนายไงล่ะ ”

คำพูดที่แฝงความนัยนั้นไม่รู้ว่าอีตาทึ่มเวย์จะรู้หรือเปล่า แต่ช่างเถอะ...ถึงจะรู้หรือไม่นั้นก็ไม่มีความหมายอะไรอยู่แล้ว ในเมื่อฉันก็แค่คนๆหนึ่งที่ต้องมาเกี่ยวข้องกับเขาโดยบังเอิญ แล้ววันหนึ่งเราก็จะกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิม ทางใครทางมัน ไม่เกี่ยวข้องกันอีก

“ ถ้างั้นก็เป็นไปตามนี้แล้วกัน...พรุ่งนี้เราจะให้คำตอบไอ้เอมัน...อย่างที่เธอต้องการ ”

ไม่รู้ว่าฉันคิดไปเองหรือเปล่าที่รู้สึกได้ถึงน้ำเสียงที่แปลกออกไปของอีกฝ่าย รวมถึงคำพูดที่ดูเหมือนจะมีแววประชดประชันแฝงเอาไว้...ไม่หรอก...ไม่มีทางเป็นอย่างนั้นแน่ๆ

เราสองคนคุยกันต่ออีกครู่หนึ่ง ซึ่งก็เป็นเรื่องครอบครัวของแต่ละฝ่ายมากกว่า ก่อนที่เขาจะเอ่ยขอตัวไปนอนซึ่งฉันก็เห็นด้วยเพราะรู้สึกว่าอารมณ์ของตัวเองในตอนนี้มันวูบๆชอบกล

เราเป็นอะไรไปนะ...ทำไมเราถึงต้องไปน้อยใจกับคำพูดของตาบ้านั่นด้วย...

วันนี้เป็นอีกวันที่ฉันรู้สึกเบื่อหน่ายกับการมาเรียนที่มหาวิทยาลัย เพราะการที่ต้องทำตัวเป็นนายเวย์ที่ต้องดูดีอยู่ทุกกระเบียดนิ้วเพื่อรักษาภาพพจน์นั้นก็ว่าแย่แล้ว ยังต้องมาสวมมาดแฟนที่แสนดีให้กับผู้หญิงที่ดีแต่เปลือกนอกอย่างยัยแอนนี่อีก...บอกได้คำเดียวว่าเบื่อ!

กำลังคิดจะหลบหนีจากสภาวะโลกร้อนเสียหน่อย เท้าก็ไวเท่าความคิดเพราะหลังจากที่เดินไปส่งแอนนี่ที่รถเรียบร้อยแล้วฉันก็กำลังจะเดินเข้าไปหามุมสงบหลบคนในห้องสมุด

แต่เหมือนโชคไม่เข้าข้างเอาเสียเลย เพราะกำลังจะเดินไปถึงประตูห้องสมุดแล้วเชียวดันเจอคนที่ไม่อยากจะเจอเลยในตอนนี้เข้าให้อย่างจัง นั่นก็คือ...นายเอ...เขากำลังมองมาทางฉันพอดี พอเห็นปุ๊บก็โบกมือเรียกปั๊บทันที จะหนีก็หนีไม่ได้ แล้วฉันจะทำหน้ายังไงดีเนี่ย เรื่องที่นายเวย์เล่าให้ฟังเมื่อวานว่าเขามาขอคบกับฉันมันยังติดใจอยู่เลย...อ๊าย...เขินๆ

“ ไงวะ...ไปส่งแอนนี่เสร็จแล้วเหรอ ?” เขาตะโกนถามพลางเดินเข้ามาหาฉันซึ่งกำลังยืนนิ่งอยู่กับที่ มองไปที่มือของเขาก็เห็นถือถุงผลไม้สองสามถุงมาด้วย แสดงว่าเขาคงเพิ่งมาจากโรงอาหาร

“ คืนดีกันแล้วรึไง ? ” เอยังคงถามมาเรื่อยๆ แม้จะยังไม่ได้รับคำตอบแรกไป แต่ในที่สุดฉันก็ต้องตอบอะไรออกไปบ้างเพื่อลดความอึดอัดและไม่ให้ผิดปกติเกินไป

“ อืม ”

“ เฮ้ย นายไม่ค่อยสบายรึเปล่า ดูหงอยๆซึมๆชอบกล ?” อยู่ๆเขาก็ถามขึ้นมาอย่างจับผิดจนฉันสะดุ้ง กว่าจะรู้ตัวว่าตัวเองปล่อยพิรุธไปเต็มๆก็สายไปเสียแล้วกระมัง เมื่อสายตาจับจ้องอันเป็นนิสัยของเขามองมาไม่วางตา

“ เปล่าๆ สบายดี เออ...ว่าแต่...นาย...ไปไหนมาเหรอ ? ” ก็หาเรื่องถามส่งเดชไปงั้นล่ะ ใจจริงแค่อยากเปลี่ยนเรื่องไม่ให้เขารู้ว่าทำไมฉันถึงหน้าแดงต่างหาก ซึ่งก็ดูเหมือนว่าเขาไม่ติดใจอะไรเพราะหลังจากที่ตอบคำถามแล้วเขาก็ยังลากฉันมานั่งที่สวนน้ำพุอีกด้วย...ไอ้ที่ว่าจะหนีหน้ากลับกลายเป็นว่าต้องมาเผชิญหน้าซะงั้น!

ทันทีที่เราสองคนหาโต๊ะนั่งเรียบร้อยแล้ว เอก็เริ่มเปิดฉากสนทนาขึ้นมาทันที

“ มีเรื่องจะปรึกษาว่ะ ”

ดูเหมือนว่าเรื่องจะซีเรียสพอดู เพราะตั้งแต่รู้จักเขาคนนี้ ยังไม่เคยเห็นท่าทางหนักอกหนักใจของเขาเลยสักครั้ง มีก็ครั้งนี้ล่ะที่ทำให้ฉันคิดว่าตัวเองควรเลิกคิดวุ่นวายอยู่กับเรื่องไร้สาระแล้วหันหน้ามารับฟังปัญหาและให้คำปรึกษาเพื่อนจะดีกว่า...ว่าแล้วก็...เริ่มการสนทนาต่อไป

“ มีเรื่องอะไร ดูท่านายจะค่อนข้างหนักใจ ?”

เฮ้ย นายไม่ค่อยสบายรึเปล่า ดูหงอยๆซึมๆชอบกล ?” อยู่ๆเขาก็ถามขึ้นมาอย่างจับผิดจนฉันสะดุ้ง กว่าจะรู้ตัวว่าตัวเองปล่อยพิรุธไปเต็มๆก็สายไปเสียแล้วกระมัง เมื่อสายตาจับจ้องอันเป็นนิสัยของเขามองมาไม่วางตา

“ เปล่าๆ สบายดี เออ...ว่าแต่...นาย...ไปไหนมาเหรอ ? ” ก็หาเรื่องถามส่งเดชไปงั้นล่ะ ใจจริงแค่อยากเปลี่ยนเรื่องไม่ให้เขารู้ว่าทำไมฉันถึงหน้าแดงต่างหาก ซึ่งก็ดูเหมือนว่าเขาไม่ติดใจอะไรเพราะหลังจากที่ตอบคำถามแล้วเขาก็ยังลากฉันมานั่งที่สวนน้ำพุอีกด้วย...ไอ้ที่ว่าจะหนีหน้ากลับกลายเป็นว่าต้องมาเผชิญหน้าซะงั้น!

ทันทีที่เราสองคนหาโต๊ะนั่งเรียบร้อยแล้ว เอก็เริ่มเปิดฉากสนทนาขึ้นมาทันที

“ มีเรื่องจะปรึกษาว่ะ ”

ดูเหมือนว่าเรื่องจะซีเรียสพอดู เพราะตั้งแต่รู้จักเขาคนนี้ ยังไม่เคยเห็นท่าทางหนักอกหนักใจของเขาเลยสักครั้ง มีก็ครั้งนี้ล่ะที่ทำให้ฉันคิดว่าตัวเองควรเลิกคิดวุ่นวายอยู่กับเรื่องไร้สาระแล้วหันหน้ามารับฟังปัญหาและให้คำปรึกษาเพื่อนจะดีกว่า...ว่าแล้วก็...เริ่มการสนทนาต่อไป

“ มีเรื่องอะไร ดูท่านายจะค่อนข้างหนักใจ ?”

“ …. ” เขาไม่ตอบ พร้อมกับมีสีหน้าลังเลอยู่ครู่หนึ่งจนทำให้คนถามอย่างฉันเริ่มจะทนความอยากรู้ไม่ไหว ก้นที่นั่งติดเก้าอี้นั่งเมื่อครู่ตอนนี้มันร้อนจนต้องกระดกขึ้นแล้วโยกตัวไปข้างหน้าเพื่อถามหาคำตอบอีกครั้ง

“ มีเรื่องอะไรก็บอก ”

“ เรา...เรา ” เอยิ่งติดอ่าง ยิ่งทำให้ฉันอยากรู้เข้าไปใหญ่...

“ เราไปขอคบกับอ้อ เมื่อวานนี้ ” กึก...เจอคำตอบนี้เข้าไปทำให้ถึงกับอึ้ง เพราะมัวแต่ห่วงจนไม่คิดว่าเรื่องที่อยากรู้มันคือเรื่องนี้...เอาแล้วไง...

“ นายว่า...อ้อเค้าจะตอบตกลงมั้ยวะ ?” คราวนี้เอเริ่มถามต่อกันทันทีเหมือนเขื่อนแตก สงสัยจะอัดอั้นจนทำให้ต้องรีบระบาย...เสียดายที่ดันมาระบายผิดคน...แล้วฉันควรจะทำไงต่อไปดี ?

“ ก็คง...คงตกลงมั้ง ?”

“ เฮ้ยจริงดิ...นายคิดอย่างงั้นเหรอ ? ”

“ อืม ”

“ ทำไมนายถึงคิดว่าเค้าจะตอบตกลงล่ะ ดูเหมือนนายจะมั่นอกมั่นใจเหลือเกินทั้งๆที่นายกับเค้าคนละคนกัน ”

…. ” เขาไม่ตอบ พร้อมกับมีสีหน้าลังเลอยู่ครู่หนึ่งจนทำให้คนถามอย่างฉันเริ่มจะทนความอยากรู้ไม่ไหว ก้นที่นั่งติดเก้าอี้นั่งเมื่อครู่ตอนนี้มันร้อนจนต้องกระดกขึ้นแล้วโยกตัวไปข้างหน้าเพื่อถามหาคำตอบอีกครั้ง

“ มีเรื่องอะไรก็บอก ”

“ เรา...เรา ” เอยิ่งติดอ่าง ยิ่งทำให้ฉันอยากรู้เข้าไปใหญ่...

“ เราไปขอคบกับอ้อ เมื่อวานนี้ ” กึก...เจอคำตอบนี้เข้าไปทำให้ถึงกับอึ้ง เพราะมัวแต่ห่วงจนไม่คิดว่าเรื่องที่อยากรู้มันคือเรื่องนี้...เอาแล้วไง...

“ นายว่า...อ้อเค้าจะตอบตกลงมั้ยวะ ?” คราวนี้เอเริ่มถามต่อกันทันทีเหมือนเขื่อนแตก สงสัยจะอัดอั้นจนทำให้ต้องรีบระบาย...เสียดายที่ดันมาระบายผิดคน...แล้วฉันควรจะทำไงต่อไปดี ?

“ ก็คง...คงตกลงมั้ง ?”

“ เฮ้ยจริงดิ...นายคิดอย่างงั้นเหรอ ? ”

“ อืม ”

“ ทำไมนายถึงคิดว่าเค้าจะตอบตกลงล่ะ ดูเหมือนนายจะมั่นอกมั่นใจเหลือเกินทั้งๆที่นายกับเค้าคนละคนกัน ”

“ เอ่อ…อ่า…ก็…” ฉันเกิดติดอ่างขึ้นอย่างกระทันหันเมื่อโดนยิงคำถามนี้กลับมาแบบไม่ทันตั้งตัว ไอ้จากตอนแรกที่นั่งหันหน้าเข้าหากัน ตอนนี้เริ่มเปลี่ยนมาเป็นเริ่มหันข้างเข้าให้เพราะไม่อยากโดนจับผิด แต่ทว่านายเอคนนี้ก็ยังกัดไม่ปล่อยเพราะเขายังคงเซ้าซี้ให้ตอบคำถามเหมือนเดิมจนฉันเริ่มที่จะต้องใช้ความคิดและตอบออกไปในที่สุด

“ ก็เพราะว่าเราสองคนทำงานด้วยกันมาเกือบสองเดือนน่ะสิ…ถึงไม่สนิทอะไรมากนัก แต่ก็พอจะเดาออก อีกอย่างนายเองก็เป็นคนดีคนหนึ่ง เราว่ายังไงอ้อก็ต้องตอบตกลง ” พูดเองก็อายเอง…เหมือนกับว่าฉันกำลังจะสารภาพรักเขาทางอ้อมยังไงยังงั้น ทั้งที่ความจริงมัน…ไม่ใช่

เอยิ้มบางๆอย่างมีความสุขนั่นยิ่งทำให้ฉันยิ่งหน้าแดงเข้าไปใหญ่เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าเขาหน้าแดงเพราะอะไร แต่ในเมื่อตอนนี้อยู่ในร่างของนายเวย์ก็ต้องทำตัวให้สมกับเป็นเขาที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร ไม่งั้นอาจจะเสียแผน

พูดถึงแผน…พลันหัวสมองอันแสนชั่วร้ายในบางเวลาของฉันก็ดันนึกอะไรร้ายๆเอ้ย!ดีๆขึ้นมาได้…ไอ้อะไรดีๆเนี่ย…มันมีไว้สำหรับ…การแก้แค้น…

เหอะๆ…งานนี้ขอแก้แค้นนายเวย์คืนหน่อยเหอะ ทนรองรับอารมณ์มานานแล้ว โอกาสนี้จะเป็นทีของไอ้อ้อคนนี้บ้างแล้ว…ฮึๆ งานนี้สนุกแน่!

ว่าแล้วฉันก็หันไปมองหน้านายเอตรงๆอีกครั้งก็ยังเห็นเขานั่งยิ้มยังไม่ยอมหุบ แม้จะยังรู้สึกเขินๆ แต่อารมณ์สนุกเมื่อกำลังนึกถึงเรื่องฮาๆมันส์ๆที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกไม่นานก็ทำให้ฉันไม่รู้สึกอะไรมากนัก เอหันมามองหน้าของฉันที่จ้องเขาอยู่ ก่อนจะขมวดคิ้วถามอย่างแปลกใจ ซึ่งความจริงแล้วฉันกำลังจะให้เขาเดินตามแผนในใจของฉันต่างหาก

“ นายรู้วิธีพิชิตใจอ้อเค้าแล้วเหรอ ?” ปากก็ถามออกไปในขณะที่ตาของฉันมันบ่งบอกถึงความสนุกอยู่ในที แต่โชคเข้าข้างที่ในเวลานี้คนช่างสังเกตอย่างเอกลับมองข้ามความชั่วร้ายอันผิดปกติของฉันไปอย่างน่าเสียดาย…ดีแล้ว…เพราะงานนี้มันต้องไม่มีการผิดพลาด!

เอ่อ…อ่า…ก็…” ฉันเกิดติดอ่างขึ้นอย่างกระทันหันเมื่อโดนยิงคำถามนี้กลับมาแบบไม่ทันตั้งตัว ไอ้จากตอนแรกที่นั่งหันหน้าเข้าหากัน ตอนนี้เริ่มเปลี่ยนมาเป็นเริ่มหันข้างเข้าให้เพราะไม่อยากโดนจับผิด แต่ทว่านายเอคนนี้ก็ยังกัดไม่ปล่อยเพราะเขายังคงเซ้าซี้ให้ตอบคำถามเหมือนเดิมจนฉันเริ่มที่จะต้องใช้ความคิดและตอบออกไปในที่สุด

“ ก็เพราะว่าเราสองคนทำงานด้วยกันมาเกือบสองเดือนน่ะสิ…ถึงไม่สนิทอะไรมากนัก แต่ก็พอจะเดาออก อีกอย่างนายเองก็เป็นคนดีคนหนึ่ง เราว่ายังไงอ้อก็ต้องตอบตกลง ” พูดเองก็อายเอง…เหมือนกับว่าฉันกำลังจะสารภาพรักเขาทางอ้อมยังไงยังงั้น ทั้งที่ความจริงมัน…ไม่ใช่

เอยิ้มบางๆอย่างมีความสุขนั่นยิ่งทำให้ฉันยิ่งหน้าแดงเข้าไปใหญ่เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าเขาหน้าแดงเพราะอะไร แต่ในเมื่อตอนนี้อยู่ในร่างของนายเวย์ก็ต้องทำตัวให้สมกับเป็นเขาที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร ไม่งั้นอาจจะเสียแผน

พูดถึงแผน…พลันหัวสมองอันแสนชั่วร้ายในบางเวลาของฉันก็ดันนึกอะไรร้ายๆเอ้ย!ดีๆขึ้นมาได้…ไอ้อะไรดีๆเนี่ย…มันมีไว้สำหรับ…การแก้แค้น…

เหอะๆ…งานนี้ขอแก้แค้นนายเวย์คืนหน่อยเหอะ ทนรองรับอารมณ์มานานแล้ว โอกาสนี้จะเป็นทีของไอ้อ้อคนนี้บ้างแล้ว…ฮึๆ งานนี้สนุกแน่!

ว่าแล้วฉันก็หันไปมองหน้านายเอตรงๆอีกครั้งก็ยังเห็นเขานั่งยิ้มยังไม่ยอมหุบ แม้จะยังรู้สึกเขินๆ แต่อารมณ์สนุกเมื่อกำลังนึกถึงเรื่องฮาๆมันส์ๆที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกไม่นานก็ทำให้ฉันไม่รู้สึกอะไรมากนัก เอหันมามองหน้าของฉันที่จ้องเขาอยู่ ก่อนจะขมวดคิ้วถามอย่างแปลกใจ ซึ่งความจริงแล้วฉันกำลังจะให้เขาเดินตามแผนในใจของฉันต่างหาก

“ นายรู้วิธีพิชิตใจอ้อเค้าแล้วเหรอ ?” ปากก็ถามออกไปในขณะที่ตาของฉันมันบ่งบอกถึงความสนุกอยู่ในที แต่โชคเข้าข้างที่ในเวลานี้คนช่างสังเกตอย่างเอกลับมองข้ามความชั่วร้ายอันผิดปกติของฉันไปอย่างน่าเสียดาย…ดีแล้ว…เพราะงานนี้มันต้องไม่มีการผิดพลาด!

“ ยัง ” เขาตอบก่อนจะเงียบลง แต่สายตาก็ยังคงจับจ้องพร้อมกับคำถามที่แฝงไว้มาที่ฉัน ก่อนจะเอ่ยปากถามต่อ

“ ถามทำไม หรือว่านายรู้ ?”

“ ถ้าบอกว่าเรารู้ล่ะ…”

คราวนี้สีหน้าของเอเปลี่ยนไปทันที กลับกลายมาเป็นสีหน้าที่แสดงถึงความดีใจผสมกับความตื่นเต้น เขาชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ฉันทันทีด้วยความสนใจ แต่มันกลับยิ่งทำให้ฉันหน้าแดงที่เขาดันเอาหน้ามาใกล้เกินกว่าเหตุ แต่หลังจากที่ปรับอารมณ์ตัวเองให้เป็นปกติภายในหนึ่งวินาทีเรียบร้อยแล้ว…ฉันก็เริ่มดำเนินตามแผนที่คิดไว้ในใจทันที

ฮึฮึฮึ…คราวนี้ล่ะนายเวย์…นายเสร็จฉันแน่!….

ยัง ” เขาตอบก่อนจะเงียบลง แต่สายตาก็ยังคงจับจ้องพร้อมกับคำถามที่แฝงไว้มาที่ฉัน ก่อนจะเอ่ยปากถามต่อ

“ ถามทำไม หรือว่านายรู้ ?”

“ ถ้าบอกว่าเรารู้ล่ะ…”

คราวนี้สีหน้าของเอเปลี่ยนไปทันที กลับกลายมาเป็นสีหน้าที่แสดงถึงความดีใจผสมกับความตื่นเต้น เขาชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ฉันทันทีด้วยความสนใจ แต่มันกลับยิ่งทำให้ฉันหน้าแดงที่เขาดันเอาหน้ามาใกล้เกินกว่าเหตุ แต่หลังจากที่ปรับอารมณ์ตัวเองให้เป็นปกติภายในหนึ่งวินาทีเรียบร้อยแล้ว…ฉันก็เริ่มดำเนินตามแผนที่คิดไว้ในใจทันที

ฮึฮึฮึ…คราวนี้ล่ะนายเวย์…นายเสร็จฉันแน่!….

บริเวณสวนน้ำพุอันเงียบสงบของมหาวิทยาลัย อันเป็นที่สิงสถิตของผมตั้งแต่เข้าเรียนที่นี่ วันนี้มันช่างเป็นใจเสียเหลือเกินกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ที่ตอนนี้มีชายหญิงคู่หนึ่งกำลังนั่งมองตากันอย่างสวีทหวานแหวว บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัด… เงียบจนกระทั่งได้ยินเสียงใบไม้ที่ปลิวลงมาจากต้นกระทบกับพื้นโต๊ะม้าหินอ่อน เงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน และที่สำคัญ…มันเงียบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นดังโครมๆ

ดอกกุหลาบสีแดงช่อใหญ่ค่อยๆถูกหยิบจากข้างลำตัวของชายหนุ่มมาวางไว้ตรงหน้าหญิงสาวที่ตอนนี้ทำสีหน้าแดงๆเขียวๆเบี้ยวๆบูดๆอย่างที่บ่งบอกอารมณ์ไม่ถูกเหมือนกันว่าตอนนี้เจ้าตัวกำลังอยู่ในอารมณ์ไหน

“ สำหรับอ้อ ” สั้นๆง่ายๆด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มสุดเท่ห์…ที่ผมลงความเห็นว่า…มันน่าอ๊วกมากกว่า

“ เอ่อ…เนื่องในโอกาส ? ” ไอ้ผมก็แกล้งโง่ ทั้งๆที่ปกติจะฉลาด(แกมโกง)ถามออกไป ไอ้เอมันยิ้มน้อยๆชนิดที่มันคงคิดว่าตัวเองหล่อ…ลาก…ดิน…

“ คือ…เรื่องวันนั้น ” นั่นไงล่ะ…กะแล้วไงว่ามันต้องมาทวงคำตอบ

ผมนึกเดาในใจอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ ยิ่งพอนึกถึงคำตอบที่ตกลงไว้กับยัยจืดก็ยิ่งทำให้หงุดหงิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกคันในหัวใจตะหงิดๆก่อนจะรีบๆทำตามแผนที่ตกลงกันไว้…

“ เรื่องวันนั้น เราไปคิดๆดูแล้ว…” ตอนนี้รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก เหมือนกับว่าตัวเองโดนอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็นบีบเอาไว้ให้หายใจไม่ค่อยออก หัวใจมันเต้นรัวมากขึ้นทุกทีที่ปากกำลังจะตอบออกไปว่า…

“ เราคิดว่าเราจะคบกับนาย ” ตอบออกไปแล้วก็ทำให้รู้สึกวูบไปถึงหัวใจ เหมือนกับว่ามันหวิวไหวสั่นสะท้านอยู่ในอก…เราเป็นอะไร ?

ยังไม่ทันจะคิดหาคำตอบให้ตัวเอง เสียงพูดอย่างดีใจของไอ้เอก็ดึงให้ผมกลับมาสู่โลกแห่งความจริงอันโหดร้าย

“ จริงเหรอครับอ้อ ? ” มันไม่ถามเปล่า แต่กลับเอื้อมมือมาดึงมือของผมไปกุมไว้อย่างลืมตัว เช่นเดียวกับผมที่ก็รีบดึงกลับด้วยความขนลุกอย่างลืมตัวเช่นกัน…

โอย…มันคลับคล้ายคลับคลาเรื่องรักๆใคร่ๆของพวกไม้ป่าเดียวกันเข้าไปทุกทีๆแล้วนะเนี่ย…ดูเอาเถอะ ขนาดว่าผมดึงมือกลับมา มันยังดึงกลับไปกุมอีกรอบ…แถมทำหน้ากลุ้มกริ่มส่งมาให้อีกต่างหาก ถ้ามันเป็นสาวๆจะไม่ด่ามันในใจซักคำ แต่นี้มันเป็นผู้ชาย แล้วก็เป็นผู้ชายทั้งแท่งซะด้วย…จะไม่ให้ผมขนลุกได้ยังไงไหว

“ อ้อ…พูดจริงใช่มั้ย ? ” ไอ้เอมันยังคงรักษาระดับน้ำเสียงให้ดูเหมือนพระเอกอยู่เหมือนเดิม แต่ขอโทษ…ผมไม่ซึ้งด้วยหรอก…ที่เห็นทำหน้าตาเคลิบเคลิ้มแบบนี้ก็เพราะว่าต้องทำตามแผนหรอกนะ

ผมพยักหน้าแทนคำตอบ พร้อมกับหันหน้ามองไปทางอื่นเพราะเบื่อที่จะมองหน้ามัน แต่ที่ไหนได้ มันคงคิดว่าผมหลบสายตามันเพราะความอายละมั้ง…เฮ้อ…เวรกรรม!

กำลังนั่งปลงชีวิตอยู่ดีๆ พลันไอ้เพื่อนเวรก็ดันยกมือของผมที่มันกุมเอาไว้ตั้งแต่ชาติที่แล้วขึ้นมาดมซะงั้น เรียกเอาความตกใจผสมความขยักแขยงขึ้นเป็นพันทวีคุณให้กับผม!

“ เฮ้ย!!!! ”

เฮ้ย!!!! ”
PS.   When I miss you,I just close my eyes::ยามใดที่ฉันคิดถึงเธอ ฉันจะเจอเธอได้เพียงหลับตา SP