กลับไปเป็นคนเดิม
เขียนโดย
similun_anda
7 พฤษภาคม 2549
ชื่อตอน : กลับไปเป็นคนเดิม
เกริ่นเรื่อง : ขอระบายอะไรที่มันวุ่นวายในสมองสักหน่อย
ไม่รู้วันนี้เป็นอะไร หงุดหงิดมาตั้งแต่เช้า ใจหวิวเบามาตั้งแต่ตื่น เหมือนมีลางสังหรณ์จะบอกอะไรสักอย่าง
เคยไหมที่เช้าที่แสนธรรมดา เราตื่นขึ้นมาพร้อมกับความเย็นเยียกในหัวใจ
หวิวไหว คล้ายถูกแขวนไว้กับเส้นได้บนผาสูง
สับสนวุ่นวายเหมือนถูกกวนให้เละ
และอัดอั้น เหมือนโดนบีบจากฝ่ามือใครสักคน
คำถามที่ ณ.เวลานี้ยังไม่รู้คำตอบ มันยังคงวิ่งวนรอคอยว่าเมื่อไหร่จะพบกับคำตอบเสียที
ทรมานตัวเองมากไปแล้ว ไม่อยากทรมานใจตัวเองไปมากกว่านี้เลย หากเป็นไปได้ก็ไม่อยากจะทรมานอย่างนี้หรอกนะ แต่จะทำอย่างไรเมื่อเราก็ไม่รู้ว่า เราเป็นอะไรไป
อะไรที่ทำให้ใจเรารู้สึกเย็นเยือก จนหนาวเข้าจับหัวใจ
อะไรที่ทำให้ใจเรารู้สึกหวิวไหวเหมือนถูกแขวนไว้กับเส้นด้ายบนผาสูง
อะไรที่ทำให้ใจเราโดนบีบคั้นอย่างรุนแรงปานจะแหลกสลายในบัดดล
และอะไรที่ทำให้เรารู้สึกว้าวุ่นสับสนจนกลายเป็นคนที่จนแต้ม
มันคืออะไร ?
น้อยใจ ท้อแท้ และสิ้นหวัง ?
เราน้อยใจใคร ท้อแท้เรื่องอะไร และทำไมต้องสิ้นหวัง ?
เหงา เศร้า และอ้างว้าง ?
ใช่ เราเหงา ..........แต่เรามีเพื่อน
ใช่เราเศร้า.........แต่เราเศร้าเรื่องอะไร
ใช่เราอ้างว้าง..........นั่นสินะ ความรู้สึกอ้างว้างมันสืบเนื่องต่อมาจากเหงาเหรอ
หรือไม่ใช่ทั้งหมด
โกรธ โมโห หงุดหงิด ?
แล้วเรารู้สึกอย่างนั้นเพราะอะไร และกับใคร
ทุกอย่างฉันไม่สามารถหาคำตอบได้แม้คำตอบเดียว
แม้ในยามที่นั่งเขียนไดอารี การเรียงร้อยถ้อยคำลงเป็นตัวอักษร ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ทบทวนความรู้สึกตัวเอง และทบทวนเรื่องที่ผ่านมาทั้งหมดแล้ว แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้เราเข้าใจความรู้สึกของตัวเองขึ้นมาเลย
เกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้
เราคนเดิมหายไปไหน ?
เกลียดความอ่อนแอที่มาแทนที่
ความแข็งแกร่งในจิตใจเราไปไหน ?
ไม่เคยรู้จักคำว่าใจเย็น รู้จักแต่ความเย็นชา
หรือว่าเราคงต้องกลับไปเป็นอย่างนั้น
กลับไปเป็นคนที่มีหัวใจแข็งแกร่ง ด้านชา และไม่จำเป็นต้องมารับรู้ความรู้สึกบ้าๆแบบนี้
นั่นสินะ ........ อยากกลับไป ......... อยากกลับไป .........เราคงต้องกลับไป
เราจะกลับไป .....
แล้วถ้ากลับไปแล้ว ความรู้สึกต่างๆที่บีบหัวใจเราอยู่ในขณะนี้จะหายไปใช่ไหม๊
เราจะรู้สึกดีกว่านี้ใช่ไหม๊
เราจะยังลังเลอะไรอยู่ กลับไปความรู้สึกเราจะดีขึ้น กลับไปเราจะได้ไม่ต้องทรมานด้วยความรู้สึกแบบนี้อีก กลับไปสิ
แต่ .... ทำไมเรากลับไม่ได้ เราลังเลอะไร
เราห่วงอะไรอย่างนั้นหรอ ?
อีกนานไหม กว่าที่ฉันจะเข้าใจตนเอง
อีกนานไหม กว่าที่ฉันจะตอบคำถามทั้งหมดนั้นได้
อีกนานไหม กว่าที่ฉันจะไม่ทรมานหัวใจอย่างที่เป็นอย่างนี้
และอีกนานไหม กว่าที่ฉันจะได้กลับไปเป็นคนเดิม
คนไร้หัวใจ ไร้ความรู้สึก หยาบกระด้างแข็งกร้าว และยืนอยู่ได้ด้วยตนเอง คนเดียว คนที่ทำอะไรก็ได้โดยไม่ต้องแคร์รอบข้าง
ทำอะไรก็ได้ที่อยากจะทำ หยุดเมื่อไหร่ก็ได้ที่พอใจจะหยุด
คนที่สามารถทำให้คนอื่นเกรง และกลัว จนไม่กล้าแม้แต่จะเผยอตัวเข้าข่มนั้น ตอนนี้หายไปไหน
เราจะกลับไปได้ไหม จะกลับไปจริงหรอ แล้วถ้ากลับไปแล้ว อะไรจะเกิดขึ้น เรารับความรู้สึกเหล่านั้นได้แน่หรอ ?
เรา....................ไม่เข้าใจตัวเอง.............................
อยากหยุดเวลาไว้ไม่ให้หมุน
ขออยู่กับตัวเอง...กอดตัวเองให้อุ่นก่อนจะได้ไหม
ด้วยลำแขนตัวเองที่กวัดไกว
มันอาจทำให้หัวใจอบอุ่นได้เหมือนที่ผ่านมา
........................................................................
ขอหลับตาไม่ต้องมองเห็นสิ่งต่างๆ
ขอปิดหูไม่ต้องฟังเรื่องทั้งหลาย
ขอปิดโสตประสาทสัมผัสทั่วทั้งกาย
ปิดเอาไว้ แล้วให้ใจอยู่กับตัวเอง
............................................................................
หยุด หากเหนื่อยล้า
ปาดหยาดเหงื่อและน้ำตาที่หลั่งลื่น
ยึดหัวใจไม่ให้สั่นไหวได้หยัดยืน
ข่มความรู้สึกสุดกล้ำกลืนให้หายไป
.............................................................................
คนที่ไม่เข้าใจตัวเอง
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
7 พ.ค. 49
157
9
ความคิดเห็น
อยากลองหายตัวได้เหมือนผู้วิเศษ
อยากเป็นเด็กน้อยตัวเล็กๆ
ที่ไม่ต้องรับรู้อะไรให้หนักใจ
อยากเป็นนกบินไปในฟ้ากว้าง
อยากเป็นปลาแหวกว่ายในธารใส
เป็นภมรเริงล่อบุบผาไพร
โลกทั้งใบเป็นได้ดั่งใจต้องการ
แต่ความจริงสิ่งนั้นมันคือฝัน
ไม่มีวันเป็นจริงดั่งที่หมาย
คงต้องสู้กับอุปสรรคและจิตใจ
ต้องหยัดยืนให้ได้ด้วยตนเอง
ไม่ไหวจริงๆ นี่เราเป็นบ้าอะไรเนี่ย
โมโหตัวเองที่สุด
ทำไม ?
ไม่เห็นอะไรเลยจริงๆ
ไม่ได้กลัวความมืด แต่ไม่อยากอยู่ในความมืด
ทั้งๆที่ลืมตา แต่ทำไมถึงไม่เห็นแสงสว่าง
ทั้งๆมีอากาศ แต่ทำไมเหมือนหายใจไม่ออก
ทั้งๆที่ได้ยินเสียง แต่ทำไมสำเนียงช่างโศกเศร้า และว้าเหว่ จนวังเวงเช่นนั้น
ทั้งๆที่รู้ว่ารอบกายยังมีอะไรมากมายเป็นเพื่อน แต่ทำไมกลับรู้สึกว่าตัวเองยืนอยู่คนเดียว โดดเดี่ยว และอ้างว้างเช่นนี้
ทำไมหัวใจเหมือนโดนบีบอย่างรุนแรงอย่างนี้นะ
มันจะถูกบีบอีกนานไหม ?
ขอไดอารีนี้เป็นที่ระบายความรู้สึกอะไรๆสักหน่อยเถอะ
มันไม่ไหวจริงๆ
ไม่ไหวแล้วจริงๆ
พี่อัน....พี่อันเปนอะไรไปทำไมพี่อันมีอะไรถึงไม่ยอมบอกกิ๊ก กิ๊กเปนห่วงมากรุไม๊ พี่อันจ๋า ถ้าตอนนี้พี่อันขอเวลาอยู่คนเดียวสักพัก ก็ไปเหอะนะ ไปคิดอะไรให้สบายๆ เผื่ออะไรมันจะดีขึ้น แต่กิ๊กขออย่างนึงนะอย่ากลายเปนคนที่ไม่มีหัวใจ อย่ากลายเปนคนเย็นชา พี่อันจ๋า.......น้องคนนี้รักพี่อันมากนะ พี่อันต้องกลับมาเปนพี่สาวที่น่ารักของเค้าเหมือนเดิมนะ
กิ๊กจะรอจนกว่าพี่อันจะกลับมา
และแล้วก็ล่วงเข้าสู่วันใหม่
แต่ทำไมความรู้สึกมันยังไม่หายไปเสียที
1 วัน ที่ผ่านมา แล้วก็ก้าวล่วงเข้าวันใหม่ ความรู้สึกหลากหลายยังคงก้าวตามมาไม่ขาดสาย
1 คืนที่ผ่านมา โทรศัพท์ที่ถูกโทรออกจำนวน 22 สาย มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย
ทำไมนะ เวลาที่เราต้องการใครสักคนให้มานั่งฟังคนบ้าอย่างเราร้องไห้ แค่ฟังเท่านั้นโดยไม่ต้องพูดอะไรทั้งสิ้น แล้วทำไมถึงไม่มีใครเลย
เวลาที่เราต้องการใครสักคนคอยอยู่เป็นเพื่อน ที่เราอ้างว้าง โดดเดี่ยว ทำไมถึงมองไม่เห็นใคร
จำนวนสายโทรออกที่ไม่สมดุลกับสายโทรเข้านั้น ทำให้เรายิ่งรู้สึกเหมือนกับว่าโลกใบนี้กว้างเกินกว่าที่เราจะยืนได้เพียงคนเดียว
บางครั้งการอยู่กับตัวเองคนเดียว มันก็ทำให้เหงามากขึ้นเหมือนกันนะ
1 คืนที่ผ่านมา เราให้เวลาตัวเองอย่างเต็มที่ น้ำตาที่ไหลแม้ไม่พรั่งพรู แต่มันก็ไหลไม่หยุด ไม่ได้สะอื้นให้ใครเห็น แต่มันกลับสะอื้นจนจุกอยู่ข้างใน เสียงที่ถูกเก็บเงียบไม่ใครรู้ว่ากำลังร้องไห้ มันทำให้เหมือนคนจมน้ำ
นี่นะหรือ ผลที่ได้กับการที่เราให้เวลาตัวเอง อยู่กับตัวเองมาหนึ่งคืน
มันได้อะไรขึ้นมาบ้างนอกจากจะเพิ่มแรงกดดัน บีบคั้นหัวใจอย่างรุนแรง และความเหงาที่เย็บไปจับถึงขั้วหัวใจ จนเกือบด้านชา
ไม่หรอกมันไม่ได้ด้านชา แต่เพราะมันเย็นจะแข็ง เกินกว่าที่จะรู้สึกใดๆแล้ว
อย่างนั้นใช่ไหม๊ !!
ขอบคุณ 22 สายโทรออกที่ทำให้เราได้หลั่งน้ำตาแห่งความเสียใจขณะรอสาย แต่ไม่มีคนรับ
ขอบคุณ 2 สายโทรเข้าที่เราต้องกดทิ้งเพราะไม่อยากให้น้ำเสียงแห่งความเสียใจแสดงชัดเกินกว่าจะควบคุม
ไม่ดีเลย สำหรับคนที่เคยเข้มแข็งอย่างเราต้องมาเสียใจกับเรื่องอะไรสักอย่างที่ถึงเวลานี้ ล่วงมา 1 วัน ก็ยังไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร
หรือมันเป็นเพราะกรรมตามสนอง ที่ค่อยๆตามทันเรามาทีละน้อย
หรือมันเป็นเพราะความเครียดและความกดดันที่สะสมหลังจากที่เกิดเรื่องวันนั้น วันที่เราจะเรียกมันว่า ตราบาปแห่งชีวิต
เขากำลังมาทวงหนี้ชีวิตเรางั้นหรอ เราให้เขาจากไป เขาก็ต้องมาทำให้เราอยู่อย่างไม่มีความสุข
หรือจะเป็นอะไรอีก..............อะไรอีกที่มันทำให้เรารู้สึกแบบนี้................
เมื่อไหร่นะ ที่ความทรมานนี้จะหายไป...........
เช้าอีกแล้ว เวลามันหมุนวนเวียนอยู่อย่างนี้ไม่รู้จักเบื่อบ้างหรือไงนะ
และแล้ว..............เราก็ไม่ได้นอน.............
เรานั่งอยู่หน้าคอมติดต่อกันเป็นเวลา 12 ชั่วโมงพอดี
อืม....แล้วเราได้อะไรขึ้นมาบ้างรึยังนะ ?
กำลังจะค่ำมืดดึกดื่นอีกแล้ว .............
ทำไมเวลามันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาบ้างเลยนะ ............
หัวเราะกับเพื่อน ก็แค่เพียงชั่วครู่
แล้วก็กลับมานั่งซึมกระทืออยู่ในมุมเก่าเหมือนเดิม
เฮ้อ...................................อยากกลับไปหาพ่อกับแม่จัง.......
น้องอันเป็นอะไรคะ อย่าคิดมากนะคะ รู้ไหมยังมีอีกหลายคนที่เป็นห่วงน้องมากนะ อย่าคิดมาก ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามที่เข้ามาทำให้น้องสาวพี่เป็นแบบนี้ พี่ขอให้ อันดา เข้าแข็งเข้าไว้ สู้กับมัน วันนี้เศร้า พรุ่งนี้จงยิ้ม แล้วชีวิตของเราจะมีความสุขขึ้น อย่าหายไปนานนะคะ รอน้องกลับมาอยู่นะ จงทำตัวให้เหมือน ทะเลอันดามัน ที่เยือกเย็น ไม่ไหวต่อ อุปสรรค หรือเหตุการณ์ใด ถ้ามรพรอันใดที่ขอได้ พี่ขอให้น้องสาวพี่กลับมาเป็น อันดา ที่ร่าเริง เหมือนเดิม