FIC MA-MERMAN : { MARKBAM }

ตอนที่ 4 : MA-MERMAN : BamBam should be more careful

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3930
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    23 ม.ค. 59

© themy butter
+


MA-MERMAN

MARK x BAMBAM

-4-

 
 

                ไม่น่าเชื่อว่าเวลาที่ผ่านไปแล้วเกือบสองสัปดาห์นั้นคนตัวเล็กอย่างแบมแบมจะยังมีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์ครบ 32 ไม่ขาดไม่เกินแต่อย่างใดภายในห้องพักห้องเดิมของมาร์คต้วน และถ้าหากถามว่าหลังจากวันนั้นที่มาร์คพาแบมแบมออกไปที่เกมเซ็นเตอร์แล้วเจ้าตัวได้ไปที่ไหนอีกบ้าง ก็คงต้องขอบอกเอาไว้ตรงนี้เลยล่ะว่า ไม่มี

 
 

เหตุผลในตอนแรกก็เป็นเพราะความขี้เกียจของมาร์คจึงทำให้พากันหมกตัวอยู่ในห้องแทบทั้งวันทั้งคืนโดยคนหนึ่งเอาแต่นอนส่วนอีกคนก็เอาแต่นั่งเหม่ออยู่ตรงบานกระจกใสที่กั้นระหว่างระเบียงกับตัวห้องจนกลายเป็นมุมประจำของเจ้าตัวไปโดยปริยาย

 

“พี่มาร์ค...ลุกขึ้นก่อนครับ”

 
 

แต่หลังจากนั้นได้ไม่นานก็เหมือนว่าเคราะห์ช่างซ้ำกรรมช่างซัดชีวิตของมาร์คเสียเหลือเกิน เมื่อจู่ๆเขาก็เกิดเป็นหวัดแถมยังมีไข้ตัวรุมๆขึ้นมาติดต่อกันหลายวันเอาเสียดื้อๆ มันไม่ร้ายแรงมากถึงกับต้องหามส่งโรงพยาบาลแต่มันก็น่าหงุดหงิดใจไม่ใช่เล่นที่ต้องมานอนทนอาการร้อนๆหนาวๆจากไข้แบบนี้

 
 

“ทำไม...” เสียงแหบแห้งจนแทบไม่เหลือเค้าความกวนยิ่งทำให้เด็กน้อยที่พาตัวเองขึ้นมานั่งแหมะอยู่บนเตียงฝั่งข้างคนป่วยต้องเม้มปากเข้าหากันอีกหน พอมาดูแบบนี้แล้วพี่มาร์คน่ะน่าสงสารชะมัด...

 
 

“พี่มาร์คยังไม่ได้ทานยาครับ” ก่อนที่เจ้าตัวจะตอบออกไปเสียงใส ดวงตาคู่กลมจ้องลงมายังคนป่วยที่พอป่วยแล้วความดื้อและหัวรั้นก็ดูเหมือนว่าจะทวีความรุนแรงตามไปด้วย แบมแบมเองก็ใช่ว่าเคยดูแลใครมาก่อนซะที่ไหนกัน

 
 

ที่ทำอยู่ก็เพราะว่าพี่มาร์คบอกให้ทำเมื่อวันแรกที่พี่มาร์คป่วยแล้วเขาจำได้เองต่างหาก...


 

“ไม่...ฉันกินไปแล้วเมื่อเช้า” แม้อาการปวดหัวจะยังไม่หายไปแต่ความหงุดหงิดจนไม่อยากยันตัวขึ้นมานั่งนั้นมันก็มีมากกว่า

 
 

“พี่มาร์ค...” แบมแบมเองก็อ่อนใจเหมือนกัน พี่มาร์คไม่สบายจนทำให้ห้องมันเงียบกว่าที่เคยเป็นก็ว่าแย่แล้ว แถมนี่ยังดื้อไม่ยอมกินยาให้เจ้ายาพวกนี้เข้าไปจัดการเชื้อโรคข้างในอีก...ถ้าแบมแบมเป็นแบบนี้บ้างคงโดนคุณป๊ากับคุณแม่จับตีก้นลายไปแล้วแน่ๆ

 

“เงียบ จะนอน”

 
 

“...” ก่อนที่คนโตกว่าทำท่าเหมือนว่าจะตัดบทเพียงเท่านี้ด้วยการยกผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาห่มคลุมเสียจนมิดคอแล้วขยับตัวตะแคงข้างไปอีกฝั่งหนึ่งแทน

 
 

แล้วเด็กอย่างแบมแบมจะทำอะไรได้นอกจากถอนหายใจกับตัวเองเบาๆแล้วค่อยๆหันหลังกลับวางเม็ดยาเอาไว้ข้างแก้วน้ำที่หัวเตียงแล้วเตรียมตัวเข้าไปบิดผ้าชุบน้ำเพื่อนำมาเช็ดตัวคนป่วยอย่างที่ทำมาตลอดสองสามวันนี้อีกรอบหนึ่งยังไงล่ะ

 

 

 

 

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วหลังจากที่พี่มาร์คหลับไปโดยมีแบมแบมนั่งพิงหัวเตียงทำท่าสัปหงกอยู่ข้างๆแบบนี้ ซึ่งที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่าตั้งแต่มาร์คป่วยน่ะ หลายๆอย่างที่แบมแบมไม่เคยทำก็ต้องฝึกทำด้วยตัวเอง ทั้งการเก็บกวาดห้อง ใช้มือถือโทรไปสั่งอาหารจากด้านล่าง รวมไปถึงการดูแลคนป่วย ที่ถึงแม้มันจะออกมาไม่เนี้ยบแบบครบร้อยสักอย่างก็เถอะ

 
 

แล้วแต่ละอย่างมันก็เหนื่อยใช่เล่นเลย

 
 

“...” แต่ทว่าเสียงขยับตัวของคนที่นอนหลับอยู่ด้านข้างก็ปลุกให้แบมแบมได้สติขึ้นมาอีกหน ดวงตากลมเปิดขึ้นสู้กับแสงสว่างจากหลอดไฟนีออนดวงกลมภายในห้องที่ถูกเปิดเอาไว้ตั้งแต่เมื่อช่วงบ่ายก่อนมือเรียวจะยกขึ้นมาขยี้เข้าที่ดวงตาของตัวเองเพื่อคลายความง่วงงุน

 
 

“อือ...”

 
 

“พี่มาร์ค” และเมื่อสติกลับมาครบเกือบเต็มร้อยแบมแบมก็รับรู้ได้ว่าเสียงครางฮือที่ดังให้ได้ยินอยู่ในตอนนี้นั้นก็มาจากคนป่วยที่นอนห่มผ้าอยู่ข้างๆ สีหน้าของพี่มาร์คไม่สู้ดีสักเท่าไหร่จนแบมแบมชักจะเป็นห่วงแถมยังส่งเสียงครางที่ฟังไม่ได้ศัพท์ออกมาอีก

 
 

แบมแบมต้องปลุกพี่มาร์ค!

 

 

สองขาเรียวยกขึ้นชันตัวเองเป็นท่านั่งคุกเข่าอยู่บนเตียงๆข้างๆกันกับคนตัวโต เจ้าตัวทำท่าจะส่งมือไปเขย่าร่างของอีกฝ่ายที่ดูเหมือนว่ากำลังหลับฝันร้ายอยู่ ใบหน้าคมนิ่วเข้าหากันแถมยังมีเหงื่อเม็ดโตผุดพรายออกมาจนเต็มไปหมด

 
 

“อ๊ะ!” แต่แล้วคนที่ต้องตกใจกลับกลายเป็นแบมแบมเสียเองเมื่อจู่ๆจังหวะการขยับตัวที่พลาดทำให้แขนของเขาไถลไปบนผ้านวมบนตัวของคนป่วยแถมมาร์คเองก็ยังขยับตัวพลิกกลับมาอีกด้านจึงทำให้สภาพของแบมแบมในตอนนี้คือล้มทับลงไปบนอกของมาร์คต้วนอย่างพอดิบพอดี

 
 

“...” ความเงียบเกิดขึ้นชั่วขณะ แต่ยังไม่ทันที่คนตัวเล็กจะดันตัวเองให้ลุกขึ้นอย่างที่ตั้งใจความรู้สึกหนักบางอย่างที่พาดลงมาผ่านกลางหลังของตัวเองนั้นก็ทำให้ต้องตาเบิกโพลง หัวใจเต้นโครมครามขึ้นมาอาจจะเพราะด้วยความตกใจหรืออาจจะเพราะอะไรสักอย่างหนึ่งซึ่งเขาเองก็ยังเดาไม่ถูก

 
 

พี่มาร์คกำลัง...กอดเขาอยู่!


 

ก็เป็นอะไรที่ไม่อาจแน่ใจได้ว่าในตอนนั้นแบมแบมเองกำลังคิดอะไรอยู่จู่ๆจึงได้นิ่งไปยอมนอนคว่ำทับอกแกร่งที่มีอุณหภูมิสูงกว่าปกติอยู่อย่างนั้นโดยไม่ยอมยื้อตัวเองให้กลับมานั่งตามปกติอย่างที่คิดเอาไว้ในตอนแรก

 
 

“อืม...” แต่นิ่งได้ไม่นานเท่าไหร่เสียงครางฮือที่ยิ่งพอเอาหูแนบลงไปกับหน้าอกของคนป่วยแบบนี้แล้วก็ยิ่งทำให้ได้ยินชัดขึ้นนั้นดังขึ้นอีกรอบ

 
 

ถึงแม้ว่าการที่อยู่ในท่าทางแบบนี้มันจะให้ความรู้สึกแปลกๆ


 

แต่ว่าอาการที่พี่มาร์คเป็นมันก็น่าเป็นห่วงอยู่ไม่ใช่หรือไงกัน!


 

“พี่...”

 
 

ค...เคธ

 
 

เห?

 
 

“เคธ...”

 
 

!!!

 
 

ดวงตากลมโตเบิกกว้างอีกครั้งเมื่อได้ยินอะไรบางอย่างเข้า เขาแน่ใจว่าฟังไม่ผิดเพี้ยนแน่ๆ มาร์คครางเรียกชื่อของใครบางคนออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ...แบบนี้น่ะ พี่มาร์คคงจะกำลังฝันร้ายอยู่แน่ๆ

 
 

“...”



ถึงแม้จะรู้ว่าเป็นแค่อาการละเมอแต่ก็ยังไม่ช่วยให้ความรู้สึกบางอย่างที่จู่ๆก็เกิดพุ่งขึ้นมาในอกนั้นหายไปได้ในทันที มันคล้ายกับว่าเป็นความโล่งใจที่พี่มาร์คไม่ได้เป็นอะไรแทรกซ้อนขึ้นมา แต่ทว่ามันกลับมีบางอย่างที่สะกิดให้เขารู้สึกว่าตัวเองนั้นกำลังมีอะไรบางอย่างที่ผิดปกติไป

 
 

มัน...ไม่สบายใจแปลกๆยังไงก็ไม่รู้สิ

 



 

 

          เวลาผ่านไปนานเกือบสองชั่วโมง ความเปียกแฉะที่แก้มทำให้คนที่กำลังปิดเปลือกตาหลับสนิทอยู่นั้นเกิดความรู้สึกเหนอะหนะรบกวนจิตใจขึ้นมาได้ไม่ยาก ใบหน้าเล็กๆขยับถูไถเปลี่ยนทิศทางให้ตัวเองสบายตัวที่สุดแต่ดูเหมือนว่าในตอนนี้นั้นไม่ว่าเจ้าตัวจะหันไปทางไหน ความเปียกเหนอะที่น่ารำคาญนั่นก็ตามไปด้วยแทบทุกที่

 
 

“อือ” และนั่นก็รบกวนการนอนหลับของคนที่หลายวันมาแล้วได้แต่หลับไม่สนิทเพราะว่ามัวพะวงห่วงอยู่กับคนป่วยให้ต้องลืมตาตื่นขึ้นมา เปลือกตาบางเปิดขึ้นก่อนจะค่อยๆปรับสายตาตัวเองให้ชัดขึ้นให้พอเห็นภาพว่าตอนนี้แบมแบมกำลังนอนอยู่บนหมอนมนุษย์ใบโตอยู่อย่างไม่ตั้งใจ

 
 

“...” แล้วก็เห็นว่า ไอ้สัมผัสที่แสนเฉอะแฉะนั่นน่ะ มันก็คือเหงื่อที่ซึมออกมาผ่านผ้าเนื้อบางที่มาร์คสวมใส่อยู่นี่ไงล่ะ...

 
 

“เฮ้...ตื่นแล้วก็ไปหยิบมือถือให้ฉันหน่อย”

 
 

“อะ” ก่อนน้ำเสียงทุ้มแหบที่ดังขึ้นหลังจากนั้นจะทำให้คนตัวเล็กต้องยันตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว สองหูได้ยินสิ่งที่มาร์คพูดอย่างชัดเจนแต่ทว่าเขากลับทำอะไรไม่ถูกนอกจากนั่งนิ่งเม้มปากตัวเองเหมือนกับคนประหม่าจ้องมองไปยังอีกฝ่ายที่ไม่ได้แสดงท่าทีใดๆออกมากับท่าทางการนอนที่แปลกประหลาดของเขาเมื่อก่อนหน้านี้แม้แต่น้อย

 
 

“อยู่บนโต๊ะตรงนั้น” ก่อนที่เสียงเข้มจะพูดซ้ำแล้วชี้นิ้วไปยังโต๊ะไม้ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลเท่าไหร่ ทำให้ใบหน้าเล็กผงกรับสองสามครั้งก่อนจะพาตัวเองขยับลงจากเตียงไปด้วยสติที่ยังมาไม่ครบร้อยสักเท่าไหร่นัก ซึ่งนั่นก็อาจจะเพราะว่าเขาเองเพิ่งตื่นนอนก็เป็นได้...แต่แบมแบมก็แอบสงสัยอยู่นะ

 
 

ว่าสัมผัสอุ่นร้อนที่แม้ว่าจะให้ความรู้สึกไม่สบายตัว แต่มันกลับให้ความรู้สึกมั่นคงอย่างน่าประหลาดนั่น...


 

มันคืออะไรกัน



 

 
 

 

                นับว่าเป็นโชคดีของแบมแบมอยู่ไม่น้อยที่หลังจากนั้นเพียงสองวันมาร์คต้วนก็กลับมาเป็นปกติ ไข้หวัดที่มีมานั้นได้หายไปหลังจากที่มาร์คได้โทรเรียกให้อิมแจบอมซื้อยาขึ้นมาให้ตามอาการ และนั่นก็เป็นครั้งแรกเลยที่แจบอมได้พบกับแบมแบมซึ่งที่ผ่านมานั้นเคยได้ยินเพียงแต่ชื่อเวลาที่มาร์คพูดถึงผ่านช่องทางการสนทนาต่างๆก็เท่านั้น

 
 

“รินน้ำให้หน่อย” แก้วใส่น้ำใบใสถูกเลื่อนไปด้านหน้าของชายหนุ่มเล็กน้อยเพื่อให้เด็กตัวเล็กที่นั่งตักอาหารปลา...อ่า อาหารที่เป็นปลานั่นใส่ปากอย่างเอร็ดอร่อยอยู่ตรงหน้านั่นรินน้ำในเหยือกใส่แก้วให้

 
 

“ครับ” เจ้าตัวเองถึงแม้จะยังเคี้ยวอยู่แต่ก็ยินดีที่จะทำอย่างไม่ขัดข้อง มือบางยกเหยือกน้ำขึ้นก่อนจะเทมันลงไปในแก้วเปล่าตรงหน้าอย่างตั้งใจ

 
 

ตอนนี้ทั้งเขาและแบมแบมก็กำลังร่วมโต๊ะรับประทานอาหารด้วยกันเป็นครั้งแรกหลังจากที่มาร์คหายป่วยด้วยกันอยู่ ยิ่งอากาศยามเช้าที่แสงแดดดูจะจัดกว่าหลายวันที่ผ่านมาทำให้บรรยากาศที่เคยขมุกขมัวเต็มไปด้วยความกังวลของคนตัวเล็กเมื่อก่อนหน้านั้นจางหายไปแทนที่ด้วยความรู้สึกที่ดูเหมือนว่าจะสงบนิ่งกว่าเดิมจากทั้งสองคนมาแทนที่

 
 

“พี่มาร์คครับ...”

 
 

บรรยากาศการรับประทานถูกขัดด้วยน้ำเสียงเล็กๆที่ดังขึ้นเรียกให้สายตาของคนตัวโตที่จดจ่ออยู่กับอาหารตรงหน้าของตนต้องเงยหน้าพลางเลิกคิ้วเป็นเชิงตอบรับ

 
 

“คือ”

 
 

“ว่าไง” และเมื่อเห็นว่าแบมแบมทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรออกมาแต่แล้วกลับเงียบแล้วก้มหน้าไป ท่าทางมีพิรุธอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนนั้นทำให้มาร์คเองก็อดใจรอนานไม่ไหวจนเผลอเค้นเสียงถามอีกฝ่ายออกไป

 
 

“คือ...คือว่า” และท่าทางอึกอักทำให้มาร์คต้องละความสนใจจากอาหารตรงหน้าอย่างจริงจัง แม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจแต่ทว่าคิ้วของเขามันก็ขมวดเข้าหากันคล้ายกับว่ากำลังไม่พอใจขึ้นมาเสียอย่างนั้น ร้อนถึงแบมแบมที่ต้องวุ่นวายหลบสายตาน่ากลัวนั่นอย่างลุกลี้ลุกลน

 
 

“...”

 
 

“เปล่าครับ ม ไม่มีอะไรแล้ว”

 
 

และสุดท้ายแบมแบมก็ไม่มีความกล้ามากพอที่จะถามในสิ่งที่ตัวเองสงสัยออกไป เขารู้ดีว่าพี่มาร์คคงจะยังไม่ได้สนิทใจกับเขามากมายเท่ากันกันเขา มันเป็นเรื่องของความรู้สึก และคุณป๊าก็เคยบอกแบมแบมไว้ว่าเรื่องของความรู้สึกน่ะมันเป็นอะไรที่บังคับกันไม่ได้

 
 

แบมแบมชักจะรู้ซึ้งถึงความหมายของมันมากขึ้นทุกทีๆแล้วล่ะ


 

“พูดมาเถอะ” เหมือนว่าชายหนุ่มเองก็พอจะรู้ตัวว่าตัวเขาเองที่ทำให้บรรยากาศมันดูตึงเครียด ดังนั้นน้ำเสียงที่ดูผ่อนคลายกว่าเมื่อครู่จึงถูกส่งมาเป็นการอนุญาตให้เด็กน้อยที่นั่งคอตกอยู่ฝั่งตรงข้ามได้มีความกล้ามากกว่าเดิม

 
 

“อ่า...คือแบมแค่อยากจะถามพี่มาร์คว่า” เสียงเล็กลากยาวในตอนท้าย ดวงตาหลุกหลิกเหมือนคนกำลังคิดคำโกหกคำโตจนมาร์คจับสังเกตได้ไม่ยาก แต่เอาเถอะ...จะพูดอะไรก็ตามใจเขาละกัน

 
 

“แบมเห็นตรงสวนข้างล่างมีคนเยอะทุกเย็นเลย แบม...ขอไปบ้างได้ไหมครับ” เด็กน้อยกลั้นใจพูดออกไปรวดเดียวจนจบ คำโกหกคำโตถูกพูดออกไปในที่สุด ก็รู้นะว่ามันไม่ดีแต่ถ้าจะให้ถามอย่างที่ใจคิดออกไปจริงๆมันก็ไม่กล้า

 
 

ที่จะถามว่าเจ้าของชื่อ เคธที่มาร์คเพ้อถึงเมื่อสามวันก่อนนั้นคือใครกัน


 

“ก็เอาสิ” แม้จะไม่เชื่อในท่าทางแบบนั้นแต่มาร์คก็ยอมเออออตามไปเพื่อเป็นการตัดบท ชายหนุ่มยกแก้วน้ำขึ้นดื่มอีกครั้งแล้วรอจนกระทั่งคนตัวเล็กตรงหน้าลงมือตักอาหารคำสุดท้ายเข้าปากเขาถึงจะพูดบางประโยคต่อมาที่ทำให้คนฟังถึงกับกลั้นรอยยิ้มเอาไว้ไม่ไหว

 
 

“เก็บจานเสร็จแล้วค่อยไปด้วยกัน”

 

 
 

 

 

                จากช่วงหัวค่ำล่วงเลยไปจนถึงช่วงกลางคืนที่ท้องฟ้ากลายเป็นสีดำสนิท ลมเย็นที่พัดโบกทำให้คนที่เดินรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาอย่างน่าประหลาด เส้นผมสีเข้มพลิ้วไปตามแรงลมยิ่งขับให้ใบหน้าหวานที่ดูอิ่มเอมจนไม่สามารถรอยยิ้มเต็มแก้มเอาไว้ได้ให้ดูน่ามองขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว

 
 

“หนักไหม เดี๋ยวแขนหักจะหาว่าฉันไม่เตือน” แม้ว่าจะมีเสียงเข้มที่ติดไปในทางดุและไม่พอใจอยู่เกือบทุกครั้งที่พูด แต่ว่ามันก็ไม่ส่งผลใดๆกับรอยยิ้มน้อยๆบนใบหน้าของคนตัวเล็กภายใต้เสื้อผ้านุ่มแขนยาวสีสบายตาที่กำลังเดินนำหน้าสักนิดเดียว

 
 

แบมแบมกำลังมีความสุขอยู่ไงล่ะ!

 
 

และถ้าถามว่าเพราะอะไรแบมแบมถึงได้ยิ้มหน้าบานจนหุบแก้มไม่ได้นั้น คำตอบง่ายๆเลยก็คือเพราะเจ้าสิ่งที่แขนเล็กของแบมแบมแบกรับอยู่นั่นไงล่ะ กระถางต้นไม้ขนาดกลางที่ต้นอ่อนของมันงอกโผล่พ้นดินออกมาได้ไม่สูงนักทั้งสองกระถางนี่แหละที่ทำให้แบมแบมมีความสุขจนยิ้มไม่หุบแบบนี้

 
 

“แบมถือไหวครับพี่มาร์ค” เสียงใสตอบกลับมาก่อนจะเดินนำหน้าผู้เป็นเจ้าของห้องพักเข้าไปในตัวอาคาร ท่าทางที่ดูอารมณ์ดีแบบนี้ของแบมแบมน่ะมาร์คเองก็เห็นได้ไม่บ่อยนักหรอก น้อยครั้งมากที่เขาได้เห็นรอยยิ้มเต็มแก้มกับน้ำเสียงที่ดูมีความสุขจากเด็กน้อยคนนี้

 
 

อาจพราะว่าชีวิตมาร์คน่ะมันไม่มีอะไรให้ตื่นเต้นมากนัก


 

คนจ่ายเงินค่าต้นไม้ก็ไม่ได้ปริปากพูดอะไรออกมาอีกหลังจากนั้น จนกระทั่งพากันเดินออกมาจากตัวลิฟท์เมื่อถึงชั้นซึ่งเป็นที่พักของตัวเองนั่นล่ะ เสียงงึมงำฟังคล้ายเพลงทำนองแปลกหูดังมาให้ได้ยินอยู่เรื่อยๆจากเจ้าของแผ่นหลังเล็กทีเดินนำหน้า

 
 

“หึ” ก็ทำให้มาร์คต้องหลุดยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้

 
 

“...”

 
 

“หลบไปเดี๋ยวฉันเปิดประตูให้” คีย์การ์ดถูกแตะลงไปทำให้บานประตูหนากระเด้งตัวเปิดออกโดยอัตโนมัติ และแน่นอนว่าก็เป็นอีกครั้งที่แบมแบมเป็นฝ่ายเดินนำคนตัวโตด้านหลังเข้าไปด้านในก่อนอย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ

 
 

“พี่มาร์ค...จะให้แบมวางเอาไว้ตรงไหนครับ”

 
 

“อืม...” ยังไม่ทันที่จะได้วางกระเป๋าสตางค์ในมือลงเสียงเล็กก็ดังขึ้นอีกหน ดวงตากลมโตที่มองมายังเขามันดูมีประกาย ดูมีชีวิตชีวากว่าวันอื่นๆที่เขาพาแบมแบมหมกตัวอยู่แต่ในห้องจนเห็นได้ชัด และนั่นก็ทำให้มาร์คไม่สามารถทำใจบ่นว่าอะไรออกไปอย่างที่เคยชินได้

 
 

“ตรงระเบียงก็แล้วกัน” เพราะเป็นห้องคอนโด พื้นที่สำหรับปลูกต้นไม้ก็คงมีเพียงระเบียงด้านนอกที่ทำให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้เหมาะสมที่สุด ใบหน้าหวานเองก็ผงกรับเสียจนกลุ่มผมสีแดงเข้มกระจายไม่เป็นทรง แล้วก็ไม่รอช้าที่จะจ้ำอ้าวออกไปยังบริเวณที่มาร์คอนุญาตโดยไม่รีรอ

 
 

“...”

 
 

ลมเย็นที่พัดเข้ามาปะทะจากชั้นสูงของห้องพักทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ใบหน้าหวานเปื้อนยิ้มบรรจงวางกระถางต้นไม้ทั้งสองลงบนมุมหนึ่งของระเบียงที่ยื่นออกไปอย่างทะนุถนอม

 
 

“วันนี้พี่มาร์คใจดี ยอมให้แบมซื้อน้องกุหลาบมาปลูกตั้งสองต้นเลยนะ” ก่อนที่เจ้าตัวจะทิ้งตัวลงนั่งยองๆใช้ฝ่ามือไล้ไปตามลำต้นเล็กอย่างแผ่วเบา คล้ายกับต้องการจะสื่อสารกับไม้ดอกตรงหน้า

 
 

“เอ...ไม่แน่ใจซะด้วยสิว่าต้องตั้งชื่อให้ไหม” แบมแบมเคยเรียนรู้มาว่าดอกไม้ที่สวยบนโลกมนุษย์ที่เป็นที่นิยมมากที่สุดก็คือดอกกุหลาบ เป็นดอกไม้ที่ใช้แสดงความรักกันด้วย...มันทำให้แบมแบมน่ะคิดว่าคนบนโลกนี่โรแมนติคกันมากๆเลย

 
 

                                                                                    คิดได้ยังไงกันนะ!

 
 

“อืม...” ฝ่ามือเล็กบรรจงไล้ไปตามลำต้นเล็กของเจ้ากุหลาบสองต้นที่เจ้าตัวจงใจเลือกมันมาให้ต่างสีกันอย่างแผ่วเบา ดวงตากลมเสมองไปนอกระเบียงเพื่อคิดหาชื่อเรียกที่ดูเหมาะสมให้กับเจ้าต้นไม้ที่จะเข้ามาเป็นเพื่อนใหม่ให้กับแบมแบมในตอนที่ต้องขลุกอยู่แต่ในห้องอย่างพินิจพิจารณา

 
 

“...”

 
 

“คิดออกแล้ว! น้องกุหลาบสีแดงชื่อมาร์คนะ ส่วนน้องกุหลาบสีขาวก็ชื่อแบมแบม!

 
 

สุดยอด! แบมแบมนี่ความคิดเฉียบแหลมจริงๆเลยนะ


 

“นี่...เข้ามาในห้องได้แล้ว เดี๋ยวยุงเข้า” แต่ก็ต้องมีอันสะดุ้งสุดตัวเมื่อเจ้าของเสียงทุ้มดันโผล่งขึ้นมาจากทางด้านหลังอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เล่นเอาดวงตาคู่กลมเบิกโพลงขึ้นมาด้วยอารมณ์ตกใจ

 
 

“ค...ครับพี่มาร์ค” ก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าพี่มาร์คจะมาได้ยินตอนที่เขาตั้งชื่อให้เจ้าต้นไม้ทั้งสองนี้หรือเปล่า แต่ก็ช่างเถอะ...เขาเองก็ไม่ได้คิดจะบอกให้พี่มาร์ครับรู้อยู่แล้ว

 
 

“แล้วก็เข้าไปอาบน้ำก่อนเลยนะ”

 

“ครับ” แบมแบมรับคำขณะเลื่อนบานกระจกใสเพื่อปิดกันไม่ให้อากาศจากด้านนอกระเบียงเล็ดลอดเข้ามา

 
 

“เสร็จแล้วก็เรียกด้วย ฉันจะเล่นเกมกับไอ้เจบีก่อน” มาร์คก็เอาแต่สั่ง...แบมแบมก็ทำได้เพียงพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย เอาเข้าจริงแล้วแบมแบมก็ไม่เคยดื้อหรือพยศสักครั้งเดียวให้มาร์คได้ตกใจเลย ว่าง่ายยังไงก็เป็นแบบนั้นมาตลอด

 
 

นับว่าเป็นโชคดีของมาร์คจริงๆ

 
 

“ครับ”

 


 

 

 

                นับว่าช่วงเวลาที่ได้แช่ตัวในอ่างน้ำนั้นเป็นอะไรที่ผ่อนคลายมากที่สุดแล้วสำหรับมาร์คต้วน บางทีเขาก็แอบสงสัยอยู่เหมือนกันนะ เพราะว่าตั้งแต่ปิดเทอมมาเกือบสามสัปดาห์นั้นมาร์คเองก็แทบไม่ได้ออกไปไหน มีบ้างที่อยู่เล่นเกมจนดึกดื่นกับพวกไอ้แจ็คสันและแจบอม แต่เรื่องไปเที่ยวหรือทำกิจกรรมอะไรหนักๆนั้นก็แทบไม่มี

 
 

“...” แต่พอตกเย็นทีไรก็รู้สึกเหมือนตัวเองเหนื่อยอยู่ทุกวัน โชคดีหน่อยที่ไม่ต้องเหงาเพราะว่ายังมีแบมแบมเดินวนไปวนมาอยู่ในห้องให้พอรู้สึกว่าไม่เคว้งจนเกินไป

 
 

แม้ว่าบางวันนั้นแบมแบมจะพูดกับมาร์คแค่ไม่กี่ประโยคก็เถอะ...

 
 

ทางด้านคุณลุงฮาเวิร์ดนั้นก็โทรมาหามาร์คอยู่บ่อยๆ บางทีก็ขอคุยกับแบมแบมบ้างซึ่งเจ้าตัวก็จะดูร่าเริงขึ้นมาหน่อยเมื่อได้คุยกับคุณลุงคนสนิท แต่ถ้าหากสังเกตดูดีๆแล้วมาร์คเองก็มีความรู้สึกว่าแบมแบมน่ะก็ไม่ได้หวาดกลัวหรือระแวงเขาอย่างช่วงแรกๆแล้ว

 
 

รู้สึกยังไงก็พอจะบอกกันได้บ้าง หรือมีอะไรที่เจ้าตัวต้องการก็กล้าที่จะร้องขอ...แถมบางทีมาร์คยังรู้สึกว่าแบมแบมน่ะขยันใช้สายตาของตัวเองมาทำให้มาร์คยอมตามใจอยู่หลายต่อหลายครั้งไป

 
 

“...”

 
 

ผ้าขนหนูผืนเล็กถูกยกขึ้นมาขยี้เส้นผมที่เปียกอย่างลวกๆเมื่อเขาจัดการเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนอนสบายๆเสร็จเรียบร้อยภายในห้องน้ำ ปกติแล้วเขาเองก็แต่งตัวด้านนอกนั่นแหละ แต่ตอนนี้แบมแบมอยู่ด้วยแล้วถึงแม้ว่าจะเป็นผู้ชายเหมือนกันแต่มันก็ดูเหมือนว่าจะเป็นมารยาทอย่างหนึ่ง

 
 

แกรก...

 
 

แสงจากด้านนอกส่องกระทบเข้ามาพอดีกับดวงตาคู่คมที่จ้องตรงไปยังเตียงนอนที่ดูเหมือนว่าจะมีร่างของเด็กชายวัยสิบหกนอนคว่ำหน้าอยู่บนนั้น แบมแบมคงจะกำลังรอปิดไฟนอนพร้อมเขานั่นแหละ

 
 

อ่า...ว่าแต่ว่า ไอ้ก้อนกลมๆในมือเล็กนั่นมันคืออะไรกันน่ะ


 

“อะ...พี่มาร์ค” แต่ยังไม่ทันที่จะได้เพ่งเล็งให้ชัดๆเด็กตัวเล็กบนเตียงก็รีบพลิกตัวกลับมาทักทายเขาอย่างไว แต่ทว่าน้ำเสียงและหน้าตาตื่นๆนั่นก็ทำให้มาร์คต้องหรี่ตาลงหน่อยๆคล้ายต้องการจะจับพิรุธ

 
 

“พี่มาร์ค เอ่อ จะนอนเลยหรือเปล่าครับ” แต่ถ้าหากว่ามันเป็นเรื่องที่แบมแบมไม่อยากบอกเขา เขาก็ไม่อยากจะไปเซ้าซี้ให้อีกฝ่ายหงุดหงิดใจเสียเท่าไหร่

 
 

“ยังหรอก จะออกไปดูทีวี” มาร์คพูดขณะก้าวเท้าเข้ามายังเตียงใหญ่กลางห้อง แบมแบมนั่งขัดสมาธิตาแป๋วจ้องเขาอยู่อย่างนั้นไม่ยอมพูดอะไรออกมา ซึ่งแน่นอนว่ามาร์คเองก็มองออก ชายหนุ่มตัดสินใจทิ้งตัวนั่งลงบนปลายเตียงก่อนจะเรียกให้อีกฝ่ายขยับเข้ามาหาใกล้ๆ

 
 

“มีอะไรเหรอครับ”

 

“อ่ะ” ผ้าขนหนูสีขาวผืนเล็กถูกยื่นมาตรงหน้าคนตัวเล็กให้ได้งงกันอีกรอบ อะไรล่ะ...พี่มาร์คจะให้เขาเอาผ้าไปตากเหรอ

 
 

“เช็ดผมให้ที” ก่อนจะกระจ่างเมื่อประโยคต่อไปดังขึ้น แบมแบมในชุดนอนแขนยาวขายาวชันตัวเองขึ้นให้ใบหน้าอยู่สูงกว่าศีรษะของคนตัวโตผู้เป็นเจ้าของห้องนิดหน่อย ก่อนที่มือเล็กจะค่อยๆวางผ้าลงไปบนกลุ่มผมสีอ่อนของมาร์คด้วยท่าทีเก้ๆกังๆ

 
 

เป็นครั้งแรกเลยนะที่แบมแบมได้อยู่สูงค้ำหัวพี่มาร์คแบบนี้น่ะ


 

“แรงๆสิ” แต่ดูเหมือนว่าแบมแบมจะยังคงไม่กล้าลงแรงมากฝ่ามือใหญ่ของคนเอาแต่ใจจึงยกขึ้นมาวางทับลงบนฝ่ามือคู่น้อยแล้วสาธิตวิธีการเช็ดผมตามแบบของเขาให้ดูแบบเต็มตา

 
 

“แบบนี้น่ะ ไม่ต้องกลัวฉันเจ็บ” เสียงทุ้มดังขึ้นแม้ว่าฝ่ามือใหญ่จะยังไม่ยอมปล่อยออกจากมือเล็กของแบมแบม ซึ่งคนที่ถูกสอนวิธีการเช็ดผมให้ก็ได้แต่นิ่งไปก่อนจะผงกหัวรับด้วยตัวเองซึ่งแน่นอนว่ามาร์คไม่เห็นมันหรอก

 
 

เส้นผมสีอ่อนส่งกลิ่นหอมของแชมพูสระผมเสียจนคนที่ทำหน้าที่เป็นเด็กเช็ดผมจำเป็นให้ถึงกับต้องย่นจมูกเพราะกลิ่นของสารเคมีที่แปลกปลอมมันกำลังทำให้แบมแบมอยากจะจามออกมาเสียให้ได้ เขาไม่ค่อยชอบเลยกับกลิ่นแชมพูในห้องน้ำ ที่พอมันติดตามเส้นผมแล้วให้ความรู้สึกเวียนหัวตลอดเวลา

 

“...” มาร์คเองก็หลับตาพริ้ม ยกขาขึ้นมาขัดสมาธิบนเตียงท่าทางดูสบายอารมณ์อยู่ไม่น้อย ก่อนความรู้สึกบางอย่างที่รบกวนอยู่ช่วงฝ่าเท้าจะทำให้เขาต้องเอื้อมมือไปปัดและเกาตามสัญชาติญาณ

 
 

แต่ทว่า...

 
 

“หืม”

 
 

บางอย่างที่แปลกปลอมนั้นกลับไม่ใช่เศษผงหรือเพียงสิ่งที่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองแบบเล็กๆอย่างที่คิดแต่อย่างใด รูปทรงของมันดูใหญ่กว่าที่จะเป็นเศษผงแถมยังมีความแข็งพอประมาณอีกต่างหาก และแน่นอนว่ามาร์คเองก็ไม่ลังเลที่จะหยิบเจ้าสิ่งนั้นขึ้นมาพินิจมองในระดับสายตาด้วยความประหลาดใจ

 
 

“...”

 
 

เกล็ด...งั้นเหรอ?” แรงจากฝ่ามือเล็กที่ออกแรงขยี้ผ้าบนศีรษะของมาร์คชะงักกึกแทบจะในทันทีที่เสียงทุ้มพึมพำบางอย่างออกมา และซึ่งถ้าหากว่ามาร์คได้เห็นสีหน้าของแบมแบมในตอนนี้นั้นก็น่าจะรู้ได้ทันทีว่ามันเต็มไปด้วยความตกใจมากมายแค่ไหน เพราะด้วยวิถีสายตาที่อยู่สูงกว่าทำให้แบมแบมมองเห็นสิ่งที่อยู่ในมือมาร์คได้อย่างเหมาะเจาะ

 
 

และนั่น...มันก็ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นแรงขึ้นมาเสียจนกลัวว่ามาร์คจะเผลอได้ยินเอา

 
 

“มาได้ยังไงกัน”

 
 

เพราะสิ่งที่ปรากฏอยู่ในระดับสายตานั่นก็คือวัตถุที่มีลักษณะรูปร่างคล้ายกับเกล็ดปลาทั่วไปแต่ทว่าขนาดของมันกลับใหญ่กว่านั้นสองถึงสามเท่า สีเขียวมรกตวาววับสะท้อนรับกับแสงไฟในห้องราวกับปีกแมลงทับที่แสนสะดุดตา และแน่นอนว่ากับแบมแบมนั้นเพียงแค่ปรายตามองก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่มาร์คกำลังพินิจพิจรณาอยู่ในมือน่ะมันคืออะไร

 
 

.

.


ซึ่งนั่นก็เป็นสัญญาณเตือนอย่างดีว่าแบมแบมน่ะ

 
 

ทีหลังต้องระวังตัวให้มากกว่านี้เสียแล้วล่ะ...

 

 



เฮ้อ หายไปนานหน่อยนะคะรอบนี้

อ่านหนังสือรอสอบมิดเทอมค่ะ ยังไม่ได้สอบเลยแถมยังมาป่วยอีก

ขอโทษทุกคนที่ทำให้รอกันนะ ตอนต่อไปจะรีบมาน้า .

ปล.แต่ละตอนความยาวก็ไม่เท่ากันนะคะ แต่มันก็ไม่ห่างกันมากเท่าไหร่เพราะถ้าไม่จบมันก็จะยาวไปเลยง่ะ


แท็กฟิค : #FICMMMMB 

ติดต่อไรท์เตอร์ TWITTER : @since9397

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

640 ความคิดเห็น

  1. #622 phaka (@parka-in) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 12:37
    ตานุทำมัยเกล็ดร่วง
    #622
    0
  2. #614 bbboobb (@bbboobb) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 21:45
    ทำไมถึงมีเกล็ดหลุดน้า
    #614
    0
  3. #597 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 19:42
    หนูลูกกกกกก ระวังหน่อยซี่
    #597
    0
  4. #580 ATENNILE (@ATENNILE) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 21:28
    ตื่นเต้นไปกับแบมเลย แบมทำยังไงเกล็ดถึงหลุดได้ลูก
    #580
    0
  5. #564 wslloogpa (@wslloogpa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 03:31
    เคธคือคนรักเก่า??ของพี่มาร์คหรอ หรือไง ว่าแต่เกล็ดแบมหลุดได้ไงอ่าาาาา ระวังหน่อยน้า
    #564
    0
  6. #554 Bam Yien (@aunjung14872) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 11:13
    เคธคือใครนะ อย่าบอกนะว่าเป็นคนรักของพี่มาร์ค
    #554
    0
  7. #536 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 23:23
    น้องแบมดูมีความคิดที่ออกจะน่ารักเนอะ คงเพราะว่าตื่นตาตื่นใจกับทุกสิ่งที่เข้ามาในชีวิตละสิท่า
    #536
    0
  8. #523 xcoolzip (@xcoolzip) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 21:48
    เกือบไปแล้วล่ะแบมมมเอ้ย
    #523
    0
  9. #512 M.m1nt (@mint-ime) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 01:56
    เรทก็อยากรู้ว่าเคธคือใคร่่ร
    #512
    0
  10. #504 ปีศาจสีเงิน (@aaron-anael-abel) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 02:12
    อยากเห็นเกล็ดน้องจัง
    #504
    0
  11. #484 BloodA93 (@BE-LIDA08) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 10:10
    เหมือนจะม่าเลย TT
    #484
    0
  12. #469 Kibibiza (@Mat_AnGel) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 16:32
    น้องแบมต้องระวังตัวและหัวใจนะคะ พี่มาร์คเพ้อถึงเคทแสดงว่ารักคนนี้แน่เลย
    #469
    0
  13. #440 B97X (@-markshell93) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 22:01
    น้องจะมีเกล็ดตอนที่โดนน้ำงี้เหรอหูว น่าตื่นเต้น
    #440
    0
  14. #403 210741k (@210741k) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 02:56
    งื้อชื่อกุหลาบบบบ มาร์คแบม น่ารักจัง
    #403
    0
  15. #317 MMBB1 (@mmbb1) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 00:43
    แง แบมน่ารักจัง หลงงง มีเกล็ดหลุดด้วย 555
    #317
    0
  16. #298 The bam (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:32
    น้องน่ารักรักต้นไม้น่าเอ็นดู

    กุหลาบคู่ดอกแทนใจแอบแฝงหวาน

    ชื่อคู่คล้องมาร์คแบมแบมพี่ยิ้มตาม

    อยากให้ความรู้สึกดีเกิดสักที

    #298
    0
  17. #226 khunsom08 (@khunsom08) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:11
    ทำไมเกล็ดหลุดล่ะคะน้องแบม
    #226
    0
  18. #218 katt. (@kat_kattiya) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มกราคม 2559 / 18:25
    เกล็ดแบมหลุดหรอ แบมจะมีเกล็ดตอนอาบน้ำหรอหรือไงอ่า
    #218
    0
  19. #201 ๐Cullen๐ (@pcy614) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มกราคม 2559 / 01:07
    น้องทำเกล็ดหลุดซะแล้วววววววววว
    พี่ต้วนจะกลัวน้องมั้ยอะเนี่ย
    แล้วทำไมต้องมาพืมพำชื่อแฟนเก่าใส่น้อง!!!!
    #201
    0
  20. #184 BB1a_38 (@golf_ryoma) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มกราคม 2559 / 22:28
    แบมเอ้ยยยยยยยยย ~* จะโดนพี่เขาจับได้เมื่อไรเนี่ย
    #184
    0
  21. #124 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 21:53
    ทำไมเกล็ดหลุดอะ แบบจะมีการพลัดร่วงเหมือนผมคนงี้หรอ แต่อะไรคือการใช้แบมๆให้เช็ดผมให้ 555555
    แต่เคธนี้แฟนเก่ามาร์คไหมอะ หรือใครงะ ทำไมมาร์คถึงขั้นกับเพ้อหา
    #124
    0
  22. #115 dada0627 (@dada0627) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2558 / 15:36
    อ้าว เกล็ดแบมหลุด พี่มาร์คเจอเข้าซะแล้ว ...
    #115
    0
  23. #110 xstcphpp (@iptmzliaen) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 05:13
    มาร์คนี้สั้งจังงงงงงง แบมไม่ใช่คนใช้นะะ แบมก็เกล็ดไปอยู่บนเตียงได้ไง
    #110
    0
  24. #108 PiPoTweeTy (@PiPoTweeTy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 00:05
    น้องแบมเริ่มใจเต้นแปลกๆกับพี่มาร์คแล้ว แต่เกล็ดน้องล่ะมาจากไหนกันน -0-
    #108
    0
  25. #100 yadara (@yadara) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2558 / 18:33
    เคธนี่แฟนมาร์คหรือเปล่าาาา
    ทำไมเกล็ดแบมแบมหลุดเหรอ ทำไมหละ
    #100
    0